ที่มา thaifreenews
โดย tongtata
วันที่ 10 เมษายน 2553 การปะทะกันของมวลชน เสื้อแดง กับกองกำลังทหารของ ศอฉ. บนถนนราชดำเนินนอก
ถูกถ่ายทอดออกทางโทรทัศน์ตั้งแต่ตอนบ่าย ภาพและเสียงที่ได้ยินเหมือนหนังบู๊ แต่เมื่อมีความตายเกิดขึ้น
มีการนองเลือดจริง ๆ แม้บางช่วงเวลามีเสียงเพลงเหมือนในหนัง แต่การสูญเสียทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่า
นี่คือชีวิตจริง ตายจริง ๆ มีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว
แต่อำนาจไม่เข้าใครออกใคร คนที่ต้องการปกป้องอำนาจ คงสั่งให้สลายการชุมนุมให้ได้ และคงไม่สั่งให้ฆ่าคน
แต่เมื่อมีคนเสียชีวิต ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงขึ้นไปก็ต้องรับผิดชอบต่อคำสั่งของตน บางเรื่องอาจอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ
แต่บางเรื่องก็เป็นการจงใจสังหารคนมือเปล่า
ผู้รู้ในวงการทหารบอกว่า เรื่องที่น่าอับอายที่สุดคือการที่หน่วยสไนเปอร์ใช้อาวุธร้ายแรงมาซุ่มยิง ผู้ชุมนุมมือเปล่า
กลางถนน โดยเฉพาะกรณี นายวสันต์ ภู่ทอง ช่างเย็บผ้าชาวสมุทรปราการ อายุ 39 ปี
ซึ่งมีภาพวิดีโอขณะเกิดเหตุแพร่ไปทั่วโลก
คนทั้งโลกมองเห็นภาพนายวสันต์ถือธงชาติอยู่กลางถนนราชดำเนิน และถูกยิงสมองกระจายล้มลงนอนอยู่บนพื้น
มีธงชาติพาดอยู่บนหน้าอก คนที่ยิงมองจากกล้องที่ติดปืน ก็เห็นอยู่แล้วว่านายวสันต์ไม่มีอาวุธใด ๆ นอกจากธงชาติ
และนายวสันต์ก็คงมองไม่เห็นคนซุ่มยิง ซึ่งอยู่ไกลเป็นร้อย ๆ เมตร เขาไม่มีทางที่จะถือธงไปทำร้ายคนซุ่มยิงได้
นี่จึงไม่ใช่การป้องกันตัว แต่เป็นการจงใจฆ่า จะฆ่าเพราะอะไรไม่มีใครตอบได้ ภาพสยดสยองนี้แพร่ไปทั่วโลก
และจะยังคงอยู่เป็นสิบ ๆ ปี วันนี้ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนในโลก เมื่อเปิดคอมพิวเตอร์แล้วคลิกไปที่เหตุการณ์
10 เมษายน ในประเทศไทย คุณจะได้เห็นภาพนี้ มันเป็นการประจานทุกคนที่เกี่ยวข้อง ชี้ให้เห็นถึงการด้อย
ความสามารถในการบังคับบัญชา การกำหนดเปาหมายและภารกิจ การอบรมสั่งสอนผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งในเรื่องจริยธรรม และการควบคุมอารมณ์
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, April 14, 2011
10 เมษายน . . เสียงปืนแตกที่สี่แยกคอกวัว . . ตอนสอง
"สุเทพ"หนุน ผบ.ทบ.เอาผิด"จตุพร"ปราศรัยบนเวทีแดงหมิ่นเบื้องสูง
ที่มา thaifreenews
โดย คำปัน
"สุเทพ"หนุน ผบ.ทบ.เอาผิด"จตุพร"ปราศรัยบนเวทีแดงหมิ่นเบื้องสูง
เมื่อวันที่ 13 เมษายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินดอนเมือง ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งให้ดำเนินคดีกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชนุภาพ ว่า ตน เห็นตรงกับคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย หรือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ตลอดจนผู้ที่ปราศรัยบนเวทีทั้งหลาย ในวันที่ 10 เมษายน ได้กระทำการที่ไม่สมควร และกระทบต่อจิตใจคนไทยอย่างยิ่ง ตนเห็นด้วยว่าถ้าเข้าข่ายที่ผิดกฎหมายต้องดำเนินการ
เมื่อ ถามว่า การกระทำดังกล่าวมาทำในช่วงที่เข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง มีนัยยะทางการเมืองที่มองไปได้ว่าจะเป็นการขัดขวางการเลือกตั้ง นายสุเทพกล่าวว่า "นัยยะทางการเมืองมองได้ว่านายจตุพรและพรรคพวกเอาเรื่องที่ไม่สมควรจะเป็น ประเด็นมาทำงานทางการเมือง เหยียบย่ำจิตใจคนไทย ส่วนจะมีการถอนประกันนายจตุพรและแกนนำ นปช.คนอื่นๆ หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ตำรวจ และศาล ไม่ก้าวล่วงไปในกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่าในช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง นายจตุพรเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เรื่องอื่นเยอะแยะที่จะพูดจาหาเสียง ทำไมจะต้องนำเรื่องดังกล่าวมาพูด"
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
ขอทีนะผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ท่านกำลังบิดเบือนทุกสิ่งทุกอย่างให้ประชาชนเข้าใจผิด ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นในลักษณะจองล้างจองผลาญเขาไปตลอด ประชาชนเข้ารู้นะว่าคิดอะไรทำอะไรกันอยู่ สถาบันทหารกับสถาบันการเมืองควรแยกการทำงานออกจากกันอย่างชัดเจนสิครับอย่า เอาความได้เปรียบทางโอกาสมาตบตาประชาชนอีกเลย
ฟันธง หลังสงกรานต์ ปฏิวัติ เศรษฐกิจอัศจรรย์ ดาราเฮงสุดๆ...หมอลักษณ์
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
ผมกลับมาแล้ว...ออกตัวแบบทำให้หลายคนใจระทึก
อาจารย์ลักษณ์ เลขานิเทศ เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์
บอกว่าหลังจากที่ไม่ค่อยได้ให้สัมภาษณ์แบบฟันธงแบบไม่กลัวหน้าไหนมานานเกือบ 2 ปี
เนื่องในวันพิเศษสงกรานต์เช่นนี้ ไทยรัฐออนไลน์ให้ฟันธง
โดยเอาหลักดวงดาวนำกับเหตุการณ์ใหญ่หลังจากนี้เป็นต้นไป
ตั้งแต่การเมือง วงการบันเทิง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ....
การเมือง / ปฏิวัติ - นายกคนใหม่ไม่ใช่อภิสิทธิ์ ฟันธง
หมอลักษณ์เกริ่นให้ความรู้ก่อนว่า ลัคนาเมืองประเทศไทยอยู่ราศีเมษ
เนื่องจากวันที่ 21 เมษายน 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
นำเสาหลักเมืองลงก้นหลุม ดวงเมืองจึงถือกำเนิดในวันที่ 21 เม.ย.2325 เป็นต้นมา
“และในช่วงนี้ถือว่าเป็นน่าสนใจมากๆ
เพราะถือเป็นฤดูการแห่งการเปลี่ยนแปลงของชะตาเมืองในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา
เนื่องจากดาวพฤหัสซึ่งว่าเป็นดาวตัวแทนของคุณธรรมความดี ความถูกต้อง
โคจรจากกลุ่มดาวแมงป่อง ถึงกลุ่มดาวคนโก่งคันธนู ผ่านมังกร ผ่านกุมภ์
และมาถึงราศีมีนถือว่าเป็นจังหวะโคจรวิปริตที่สุดในรอบ 40 ปี
ทำให้อะไรไม่เป็นระบบ ไม่ยุติธรรม ฤดูกาลก็ผิดธรรมชาติ แต่มันกำลังจะผ่านพ้นไป”
แต่เหนืออื่นใด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดหลังจากนี้ก็คือ
เรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะวันนี้ไม่ได้สาบสูญไปจากประเทศไทย
“ผมใช้คำว่าหลังจากวันนี้มันยังมีเค้ารางเกิดขึ้นได้
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวต่อระบบประชาธิปไตยอย่างยิ่งปฏิวัติ
หลังจากนี้ก็เหมือนกับผีรู้ว่าอยู่ใกล้ๆแต่ไม่เคยเห็นปฏิวัติใน พ.ศ. 2554 ก็ เหมือนกัน
ทางแก้ก็คือทุกๆ คนต้องพยายามแสดงทัศนะต่อเรื่องนี้ให้มากๆ เช่น
ไม่เห็นด้วย ไม่ชอบปฏิวัติ กูไม่ยอมมรึงเพราะมันจะซ้ำเติมประเทศ
พูดกันให้มากๆ สิ่งนี้แหละจะเป็นอันนี้จะเป็นเกราะป้องกัน
ที่ทำให้คนกำลังคิดจะปฏิวัติไม่กล้า
แต่ถึงกระนั้นยังน่าเป็นห่วงเพราะว่าลีลาดวงดาวในปีนี้มันเหมือนกับ พ.ศ.2500
จอมพล ป.ครองอำนาจมานานแล้วเจอจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจนั่นเอง
แต่จะเป็นการปฏิวัติแบบไม่รุนแรง ไม่นองเลือดเป็นปฏิวัติเงียบ”
ถามว่า เหตุการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่าไรนับจากนี้
ในยามที่ดวงและดาวพฤหัสทำมุมดีเช่นนี้ไปจนนานอีก 1 ปี
เราจะได้ผู้นำเป็นพระเอกขี่ม้าขาวเหมือนกับที่เราเฝ้ามองในปี พ.ศ. 2543 ว่า
เราจะมีใครในปี พ.ศ. 2554 เราจะได้ผู้นำใหม่
“ผมฟันธงเลยว่า
1.ต้องเป็นอดีตข้าราชการ
2.ต้องเป็นคนดีที่เข้ามาบริหารบ้านเมือง
แล้วถามว่าใช่คนเดิมไหมตอบได้ว่ายากที่จะเป็นคนเดิม
เนื่องจากปรากฏการณ์นี้มันเหมือนกับตอนที่เราได้นายกพระราชทาน อย่าง
อ.ธานินทร์ กรัยวิเชียร หรือ อ.สัญญา ธรรมศักดิ์ มันเป็นปรากฏการณ์ที่สะอาด
และได้รับการยอมรับจากคนทั้งประเทศเมื่อ 4 พ.ค
ถ้ามีการเลือกตั้งเมืองไทยจะได้คนดี มากกว่า 4-5 ปี การบริหารจะเป็นระบบ”
เศรษฐกิจ / สินค้าเกษตร อุตสาหกรรม หุ้น อภิมหามหึมาโชคดี
หมอดูจอมฟันธงบอกว่า ในมุมของดาวเศรษฐกิจ
เนื่องจากดวงเมืองไทยหลายปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤตเป็นอย่างมาก
เพราะว่าดาวเสาร์ ทำให้เกิดเพศภัยธรรมชาติ เกิดการขัดแย้งทางการเมือง ของกลุ่ม
คนต่างชนชั้นต่างความคิดก่อให้เกิดเป็นปรปักษ์ความรุนแรง
มันส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก สภาพคล่องทางการเมือง ภัยพิบัติมีปัญหา
ที่สำคัญดาวร้าย เสาร์กับราหูอยู่ในมุมร้าย ดาวดีอยู่ในมุมดีดาวพฤหัสบดี
“ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ร้ายมันกระหน่ำซ้ำเติมประเทศไทยมากมาย
แต่หลังจาก 4 พ.ค.เป็นต้นไป เรื่องร้ายเป็นเรื่องลบมันอยู่ในมุมลดกำลังไปครึ่งหนึ่ง
แต่ดาวดีที่อยู่ในมุมร้าย กำลังจะอยู่ในมุมดีหลังวันที่ 4 พ.ค. แปลว่า
เศรษฐกิจไทยมีการพลิกฟื้นอย่างมหัศจรรย์
มันเหมือนกับปี พ.ศ. 2543 ต่อ พ.ศ.2544 การค้าระหว่างประเทศจะเข้ามาอยู่เมืองไทย
เช่นประเทศ ญี่ปุ่นที่เพิ่งเผชิญสึนามิ อุตสาหกรรมหลายประเภทจะย้ายมาในไทย เป็นต้น
จากนี้สินค้าอุปโภคบริโภคเราจะส่งออกได้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจะมีราคาสูงมาก
อันนำไปสู่การจ้างงาน การลงทุน รายได้เข้าสู่ประเทศภายเอกชน ภาครัฐและภาคครัวเรือน
หุ้นดี ที่ดินดี แต่แปลกคือจากนี้เป็นต้นไป ทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมดีแทบทุกตัว” ฟันธง...!
วงการบันเทิง/ ณัฐวุฒิ สกิดใจ, เจษฎาภรณ์ ผลดี, ณเดชน์ คูกิมิยะ โกอินเตอร์
เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์บอกว่า ที่ผ่านมา
เหตุการณ์บันเทิงไม่มีใครเกิดชัดๆ
ไม่มีวีรบุรุษ ไม่มีวีรสตรีที่โดดเด่น แม้กระทั่งหมอดูจะเกิดก็ไม่ชัด
“แต่พ้นจากวันที่ 24 พ.ค. ย้ายเป็นมหาอุต ราหูหื่อเสียให้คุณให้วงการบันเทิงโดนเด่น
มีการขายวงการบันเทิงข้ามชาติ ดาวเสาร์ย้ายวันที่ 7 ธ.ค. ปีนี้
ดาวใหญ่ย้าย 3 ดวงหลังจากวันที่ 24 พ.ค
ดาวมารเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี เจ้าพ่อกลายเป็นผู้มีคุณธรรม
ร้ายตายดีรุ่ง วงการบันเทิง ราหูเป็นมรณะ ของเก่าๆ กลับมาคืนมา
มอมเมาประชาชนได้อีกครั้ง ยกตัวอย่าง เช่น
พระเอกเก๋า สรพงษ์ ชาตรี หรือ อาสมบัติ เมทะนีจะมีชื่อเสียง
หรือไปขุดหนังเก่าๆ มาแล้วก็สร้างชื่อเสียงให้ต่างประเทศมากมาย
เกิดการกลงทุ่นใหญ่ระดับชาติ คนรู้จักเมืองไทยมากขึ้น
ละครก็มีมากมาย ไปขาย จากนี้เราโกอินเตอร์
ณัฐวุฒิ สกิดใจ, เจษฎาภรณ์ ผลดี , ณเดชน์ คูกิมิยะ โกอินเตอร์
ดาราใหม่ๆ จะโดดเด่นชัด ดาราเช้าชามเย็นชมจะเลือนหายไปจากวงการ”
ต่างประเทศ ไทย/จีน อินเดีย เนปาล อินโดนีเซีย ไทยจะเกิดอาเพศใหญ่
จอมฟันธง บอกถึงสถานการณ์ต่างประเทศว่า
หลังจากนี้ดวงประเทศจีน อินเดีย เนปาล อินโดนีเซียจะเกิดอาเพสใหญ่
หรือ เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.นี้และบวกลบไปอีก 3 เดือน
“แต่สำหรับประเทศเรา สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คืออีกไม่เกิน 5 ปี
ประเทศไทยอาจจะเกิดแผ่นดินไหวอีกในบางภูมิภาคของประเทศ
ที่มีการประหัตประหารชีวิตโดยขาดคุณธรรมเมตตาธรรม
จะก่อเกิดการลงโทษโดยธรรมชาติ
ถ้าคุณไม่กลับตัวเอาธรรมะเข้าสงบจิตใจไฟแห่งความอาฆาต
และภัยจากธรรมชาติจะเล่นงานภาคของคุณ
จนเหมือนจะหายไปจากแผ่นที่ประเทศไทยเลยทีเดียว” หมอดูชื่อดังกล่าวสรุป.
http://www.thairath.co.th/content/life/163643
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 14/04/54
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla
โศกนาฏกรรม ตามมา หน้าน้ำท่วม
ทุกข์จนน่วม อ่วมซ้ำ กระหน่ำให้
ความช่วยเหลือ จากรัฐ ถูกจัดไป
ชุบแผลใจ หรือดาหน้า มาซ้ำเติม....
เครียด..น้ำท่วม หมดตัว มัวหมองหม่น
ตอกย้ำคน ทุกข์ยาก ลำบากเพิ่ม
ร้อยปัญหา รุมเร้า เศร้ากว่าเดิม
ยังซ้ำเติม ด้วยของเน่า เขาแจกมา....
เครียด..ถูกสื่อ เร่งช่วยเหลือ เพื่อมนุษย์
พวกเลวสุด กลับมองข้าม เป็นหยามหน้า
ช่วยเดือดร้อน เศร้าหมอง นองน้ำตา
กลับกล่าวหา พวกสื่อ ดื้อแย่งซีน....
ยุคชั่วช้า สามานย์ สันดานถ่อย
ทำคิดเล็ก คิดน้อย คอยเล่นลิ้น
คนลอยคอ รอความหวัง ที่หลั่งริน
กลับใจหิน ด่ากราด เพื่อสาดโคลน....
โศกนาฏกรรม หลังน้ำท่วม มันอ่วมแน่
คนช่วยแก้ มันใจแคบ แบบสับสน
ช่างสมชื่อ พวกอุบาทว์ ชาติสัปดน
เชิญทุกคน เลือกกลับมา..ถ้าเห็นดี....
๓ บลา / ๑๔ เม.ย.๕๔
สวัสดีวันปีใหม่ไทยครับ
http://3blabla.blogspot.com
ทักษิณ ทวิตขอสงกรานต์ ทุกฝ่ายหยุดสาดโคลนทางการเมือง
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตข้อความเนื่องในเทศกาลสงกรานต์
ขอทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันยุติการสาดโคลนทางการเมือง
และหยุดอ้างเบื้องสูง เผย 23 เม.ย.เปิดนโยบายเพื่อไทย...
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตขอความล่าสุด
เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ว่า
ผมขอส่งความสุขและความ ปรารถนาดีมายังพี่น้องคนไทยทุกคน
เนื่องในวันสงกรานต์ด้วยความเคารพ รัก+คิดถึงด้วยครับ
ขอให้พักผ่อนให้สนุกและปลอดภัยครับ
หลังสงกรานต์อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน
ในฐานะคนไทยด้วยกันสาดน้ำเสร็จก็สะอาดแล้ว
หยุดสาดโคลนการเมืองกันเถอะบ้านเมืองจะได้เดินต่อไปได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกล่าวถึงหรืออ้างอิงสถาบันฯ
เพื่อประโยชน์ทางการเมือง
ผมขอร้องทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นแดง เป็นเหลือง เป็นพรรคการเมือง หรือกองทัพ
ประเทศไทยจะต้องเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น
และทรงอยู่เหนือการเมือง
ขอให้มาร่วมกันแข่งขันทำความดีให้ประชาชนและให้เขาเป็นผู้ตัดสิน
ตามหลักการในระบอบประชาธิปไตยดีกว่า
และทุกฝ่ายต้องยกสถาบันฯไว้เหนือความขัดแย้งทางการเมือง
และเอาไว้วันที่ 23 เมษายนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต
ผมจะแนะนำนโยบายให้พรรคเพื่อไทยเพื่อจะได้พิจารณานำไปปฏิบัติ
เมื่อเป็นรัฐบาลและจะเล่าอะไรให้ฟัง
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่า การทวิตข้อความดังกล่าว มีขึ้นหลังจาก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.
มีคำสั่งให้กรมพระธรรมนูญแจ้งความดำเนินคดีกับ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และ
แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมพวกประกอบด้วย
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และ
นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย
ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
กรณีขึ้นกล่าวปราศัยบนเวทีคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา
http://www.thairath.co.th/content/pol/163793
แม่ทัพภาค 1 วอนคนไทยประณามแกนนำ นปช. ปราศรัยหมิ่น "ประยุทธ" สั่งเกาะติดหมิ่นสถาบันทุกช่องทางสื่อสาร
ที่มา ประชาไท
แม่ทัพภาค 1 ซัดแกนนำแดงปราศรัยหมิ่นสถาบัน วอนคนไทยทุกคนรุมประณาม ด้าน ผบ.ทบ.สั่ง กอ.รมน.ทั่วประเทศตรวจสอบการหมิ่นเบื้องสูงทุกช่องทางสื่อสาร พร้อมประสานไอซีที-ตำรวจจับกุม ดำเนินคดีตามกฎหมาย โฆษกเผยที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีไปจำนวนมากแล้ว
14 เม.ย. 54 - พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่า การที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้กล่าวปราศรัยในการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัว เมื่อวันที่10 เม.ย. และมีคำพูดบางช่วงที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบัน ซึ่งได้กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เพราะคนไทยส่วนใหญ่รักชาติและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และทหารเช่นเดียวกันเพราะทหารทุกคนคือประชาชนที่เป็นลูกหลานของประชาชน ตนเองรู้สึกสะเทือนใจและเศร้าใจเป็นอย่างมากที่เห็นคนที่ได้ชื่อและพูดเสมอว่าตัวเองเป็นคนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ได้กล่าวคำที่บ่งบอกถึงการก้าวล่วงต่อสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย
ทั้งนี้เห็นว่า ยิ่งนานวันความเป็นตัวตน ความนึกคิดที่แอบแฝงความไม่เคารพ และลบหลู่สถาบันได้ถูกเผยและแสดงออกอย่างชัดเจนมากขึ้นๆ มีคนที่พูดเก่ง สามารถบิดเบือนเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 53 ที่ผ่านมาว่า ทหาร ตำรวจตั้งใจฆ่าประชาชน แต่เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้ว่าความจริง ว่าใครเป็นผู้เริ่มและทำอะไร
"ขอฝากไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นว่า อย่าทำร้ายจิตใจของคนไทยส่วนใหญ่ในเรื่องสถาบันให้มากไปกว่านี้ ขอเรียกร้องให้ทุกกลุ่ม ทุกสี แม้แต่ นปช.เอง ซึ่งผมคิดว่าส่วนใหญ่มีความจงรักภักดี มีความรักเคารพสถาบัน ซาบซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่งเสมอมาได้ร่วมมือร่วมใจ ร่วมแสดงออกในการประณาม และไม่เห็นด้วยต่อคำพูดและการแสดงท่าทีที่เลวร้ายเหล่านั้น " แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว
แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ทหารทุกคน ไม่ว่าหน่วยใด กองทัพใด ไม่สามารถยอมรับแสดงออกดังกล่าวได้ และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 1 เชื่อมั่นในผบ.ทบ. และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อปกป้องชาติและสถาบันร่วมกับประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ด้วยชีวิตของคนไทยทุกคน
ผบ.ทบ.สั่งเกาะติดหมิ่นสถาบันทุกช่องทางสื่อสาร
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน.) ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาคและจังหวัด ตรวจสอบการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ทางสถานีวิทยุชุมชน เว็บไซต์ และอินเตอร์เน็ต
พล.ต.ดิฎฐพร ศศะสมิต โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศูนย์ประสานการปฏิบัติ ด้านโครงการพระราชดำริและเทิดเกียรติ ปกป้องสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็น ศูนย์หมายเลข 6 ในจำนวน 6 ศูนย์ที่ กอ.รมน. มีอยู่ ได้ทำหน้าที่ประสาน สั่งการและแจ้งเบาะแส และข้อมูลการละเมิดสถาบันฯไปยัง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย
“ที่ผ่านมามีการดำเนินคดี คนที่หมิ่นสถาบันฯ ในรูปแบบต่างๆ จำนวนมาก แต่ กอ.รมน. ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะส่งผลต่อการสืบสวนสอบสวน อีกทั้งถือว่าเป็น ภารกิจที่ไม่พึงเปิดเผย เพราะมีผลดีผลเสีย ฝ่ายตรงข้ามจะรู้ตัวและหลบหนี แต่ขอบอกว่า เราทำงานกันตลอดเวลา” พล.ต.ดิฎฐพร กล่าว
นอกจากนี้ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) บก.กองบัญชาการกองทัพไทย และตำรวจสันติบาล ยังคงติดตามพฤติกรรม ผู้หมิ่นสถาบันในช่องทางต่างๆอีกด้วย
พล.ต.ดิฎฐพร กล่าวอีกว่า ในวันที่ 2 พ.ค. นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการ กอ.รมน. จะมาแถลงผลงาน กอ.รมน.ในรอบ 6 เดือน
ทั้งนี้กอ.รมน. จะเพิ่มงานด้านการบรรเทาภัยพิบัติ เข้ามาด้วย โดยอยู่ในศูนย์ที่ 4 คือศูนย์ประสานการปฏิบัติด้านการพทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และการบรรเทาภัยพิบัติ เพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีก
อนึ่งกอ.รมน.มีหน้าที่รับผิดชอบใน 6 ศูนย์ประสานการปฏิบัติคือ ศูนย์ฯหมายเลข 1 แก้ไขปัญหายาเสพติด ศูนย์หมายเลขที่ 2 แก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว และผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ศูนย์ที่ 3 การต่อต้านการก่อการร้ายสากล และอาชญากรรมข้ามชาติ ศูนย์ที่ 4 คือ พิทักษ์ป่าไม้ ศูนย์ที่ 5 การแก้ปัญหา 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ศูนย์ที่ 6 โครงการพระราชดำริและเทิดพระเกียรติ ปกป้องสถาบัน
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรองผอ.รมน. ได้แต่งตั้ง นายทหารยศ พลตรีและพลโท มาเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ทั้ง 6 ศูนย์ เพื่อรับผิดชอบในแต่ละสายงาน
ตำรวจสันติบาล เร่ง สอบคำปราศรัย นปช.
พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสันติ (ผบช.ส.) กล่าวถึง กรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมาที่มีหลายกระแสออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า แกนนำเสื้อแดง ทำการปราศรัยในลักษณะที่หมิ่นสถาบันว่า ในฐานะที่ตำรวจสันติบาล มีหน้าที่ดูแลในเรื่องดังกล่าว ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคำปราศรัยของแกนนำที่ขึ้นเวทีในวันนั้นทั้งหมดแล้ว ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จเมื่อใด เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความรอบคอบในการตรวจสอบ
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, โพสต์ทูเดย์, สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น
Politics of Poll : ดู “โพลล์” ก่อนการเลือกตั้ง 2550
| พรรคประชาธิปัตย์ (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรค) | ร้อยละ 43.0 |
| พรรคพลังประชาชน (นายสมัคร สุนทรเวช หน.พรรค) | ร้อยละ 20.7 |
| กลุ่มรวมใจไทย (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หน.กลุ่ม) | ร้อยละ 7.7 |
| พรรคชาติไทย (นายบรรหาร ศิลปอาชา หน.พรรค) | ร้อยละ 7.6 |
| กลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ (นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หน.กลุ่ม) | ร้อยละ 1.6 |
| พรรคมหาชน (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หน.พรรค) | ร้อยละ 1.3 |
| กลุ่มมัชฌิมา (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หน.กลุ่ม) | ร้อยละ 1.3 |
| พรรคประชาราช (นายเสนาะ เทียนทอง หน.พรรค) | ร้อยละ 1.2 |
| กลุ่มกรุงเทพ 50 (นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ หน.กลุ่ม) | ร้อยละ 0.3 |
| อื่นๆ อาทิ ต้องการพรรคหรือนักการเมืองหน้าใหม่ ยังไม่รู้จะเลือกใคร | ร้อยละ 15.3 |
| นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | ร้อยละ 25.8 |
| พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร | ร้อยละ 14.7 |
| นายสมัคร สุนทรเวช | ร้อยละ 5.7 |
| พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ | ร้อยละ 3.4 |
| นายชวน หลีกภัย | ร้อยละ 3.0 |
| พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน | ร้อยละ 2.0 |
| นายบรรหาร ศิลปอาชา | ร้อยละ 1.7 |
| ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ | ร้อยละ 1.2 |
| พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ | ร้อยละ 1.0 |
| นายศุภชัย พานิชภักดิ์ | ร้อยละ 0.5 |
| นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ | ร้อยละ 0.5 |
| บุคคลอื่นๆ อาทิ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ นายอานันท์ ปันยารชุน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน | ร้อยละ 8.7 |
| ไม่มีความเห็น | ร้อยละ 16.4 |
| ไม่แน่ใจ | ร้อยละ 5.9 |
| ไม่มีผู้ใดเหมาะสม | ร้อยละ 5.5 |
| ใครก็ได้ที่เป็นคนดี ซื่อสัตย์ ขยัน | ร้อยละ 4.0 |
| อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | 41.54% |
| 2 บรรหาร ศิลปะอาชา | 21.36% |
| สมัคร สุนทรเวช | 17.95% |
| ชวน หลีกภัย | 9.64% |
| ทักษิณ ชินวัตร | 9.51% |
| อันดับที่ | พรรคการเมือง | กทม. | ตจว. | ภาพรวม |
| 1 | พรรคพลังประชาชน | 30.77% | 38.74% | 38.58% |
| 2 | พรรคประชาธิปัตย์ | 46.15% | 28.29% | 32.29% |
| 3 | พรรคชาติไทย | 8.28% | 11.12% | 10.27% |
| 4 | พรรคมัชฌิมาธิปไตย | 6.59% | 11.54% | 9.39% |
| 5 | พรรคเพื่อแผ่นดิน | 4.40% | 5.49% | 5.00% |
| 6 | พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา | 2.20% | 2.75% | 2.71% |
| 7 | พรรคประชาราช | 1.10% | 1.38% | 1.21% |
| | พรรคอื่น ๆ | 0.51% | 0.69% | 0.55% |
| นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | ร้อยละ 52.2 |
| นายสมัคร สุนทรเวช | ร้อยละ 14.7 |
| นายบรรหาร ศิลปะอาชา | ร้อยละ 13.3 |
| พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร และนายเสนาะ เทียนทอง | ร้อยละ 4.8 |
| นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ | ร้อยละ 2.5 |
| นายสุวิทย์ คุณกิตติ | ร้อยละ 2.1 |
| นายประมวล รุจนเสรี | ร้อยละ 1.0 |
| และอื่นๆ | ร้อยละ 4.6 |
| พรรคประชาธิปัตย์ | ร้อยละ 43.5 |
| พรรคพลังประชาชน | ร้อยละ 24.8 |
| พรรคชาติไทย | ร้อยละ 7.4 |
| พรรคเพื่อแผ่นดิน | ร้อยละ 3.3 |
| พรรคมัชฌิมาธิปไตย | ร้อยละ 1.9 |
| พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา | ร้อยละ 1.2 |
| พรรคประชาราช | ร้อยละ 0.9 |
| พรรคอื่นๆ | ร้อยละ 3.5 |
| ยังไม่ได้ตัดสินใจ | ร้อยละ 13.5 |
| นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | ร้อยละ 46.4 |
| นายสมัคร สุนทรเวช | ร้อยละ 22.9 |
| นายบรรหาร ศิลปอาชา | ร้อยละ 5.8 |
| นายสุวิทย์ คุณกิตติ | ร้อยละ 2.9 |
| พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร | ร้อยละ 1.7 |
| นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ | ร้อยละ 1.2 |
| นายเสนาะ เทียนทอง | ร้อยละ 1.2 |
| อื่นๆ | ร้อยละ 3.9 |
| ไม่แน่ใจ | ร้อยละ 14.0 |
| ลำดับที่ | พรรคการเมือง | จำนวนที่นั่ง |
| 1 | พรรคพลังประชาชน | 39 |
| 2 | พรรคประชาธิปัตย์ | 33 |
| 3 | พรรคอื่นๆ ได้แก่ ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา และประชาราช เป็นต้น | 8 |
| | รวมทั้งสิ้น | 80 |
| หมายเหตุ: ค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบ 5 ที่นั่ง กรณีตัดกลุ่มผู้ยังไม่ตัดสินใจออกจากการวิเคราะห์ | ||
| ลำดับที่ | พรรคการเมืองที่มาหาเสียงในพื้นที่ | ค่าร้อยละ |
| 1 | พรรคพลังประชาชน | 80.6 |
| 2 | พรรคประชาธิปัตย์ | 63.7 |
| 3 | พรรคมัชฌิมาธิปไตย | 47.6 |
| 4 | พรรคชาติไทย | 44.5 |
| 5 | พรรคเพื่อแผ่นดิน | 44.4 |
| 6 | พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา | 23.5 |
| 7 | พรรคประชาราช | 13.4 |
| 8 | อื่นๆ | 2.4 |
| ลำดับที่ | พรรคการเมืองในพื้นที่ที่มีการหาเสียงแบบเข้มข้น | ค่าร้อยละ |
| 1 | พรรคพลังประชาชน | 57.8 |
| 2 | พรรคประชาธิปัตย์ | 35.8 |
| 3 | พรรคเพื่อแผ่นดิน | 22.4 |
| 4 | พรรคชาติไทย | 21.2 |
| 5 | พรรคมัชฌิมาธิปไตย | 15.8 |
| 6 | พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา | 9.1 |
| 7 | พรรคประชาราช | 3.1 |
| 8 | อื่นๆ | 0.4 |
| ลำดับที่ | พรรคการเมืองที่มีการหาเสียงแบบเข้มข้น | ภาคเหนือ ค่าร้อยละ | ภาคกลาง ค่าร้อยละ | ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ค่าร้อยละ | ภาคใต้ ค่าร้อยละ |
| 1 | พรรคพลังประชาชน | 56.6 | 61.8 | 63.9 | 36.6 |
| 2 | พรรคประชาธิปัตย์ | 42.9 | 45.6 | 17.8 | 60.8 |
| 3 | พรรคชาติไทย | 21.9 | 37.8 | 15.5 | 11.4 |
| 4 | พรรคมัชฌิมาธิปไตย | 20.2 | 15.1 | 16.1 | 9.5 |
| 5 | พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา | 10.5 | 3.5 | 13.0 | 3.9 |
| 6 | พรรคเพื่อแผ่นดิน | 12.2 | 10.5 | 37.4 | 13.4 |
| 7 | พรรคประชาราช | 1.1 | 4.4 | 3.4 | 3.3 |
| 8 | อื่นๆ | 0.2 | 0.2 | 0.1 | 1.6 |
| พรรคประชาธิปัตย์ | ร้อยละ 34.2 |
| พรรคพลังประชาชน | ร้อยละ 31.9 |
| พรรคชาติไทย | ร้อยละ 4.3 |
| พรรคเพื่อแผ่นดิน | ร้อยละ 3.0 |
| พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา | ร้อยละ 1.5 |
| พรรคมัชฌิมาธิปไตย | ร้อยละ 1.4 |
| พรรคประชาราช | ร้อยละ 1.0 |
| พรรคอื่นๆ | ร้อยละ 3.0 |
| ยังไม่ได้ตัดสินใจ | ร้อยละ 19.7 |
| นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | ร้อยละ 34.8 |
| นายสมัคร สุนทรเวช | ร้อยละ 28.0 |
| นายบรรหาร ศิลปอาชา | ร้อยละ 4.0 |
| นายสุวิทย์ คุณกิตติ | ร้อยละ 1.9 |
| พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร | ร้อยละ 1.5 |
| นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ | ร้อยละ 1.3 |
| นายเสนาะ เทียนทอง | ร้อยละ 0.9 |
| อื่นๆ | ร้อยละ 2.6 |
| ไม่แน่ใจ | ร้อยละ 22.3 |
| ไม่มีใครเหมาะสม | ร้อยละ 2.7 |
| | ประถมศึกษาหรือต่ำกว่า | มัธยมศึกษา/ปวช. | อนุปริญญา/ปวส. | ปริญญาตรีหรือสูงกว่า |
| 1. พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร | 3 | 2 | 0.5 | 1 |
| 2. บรรหาร ศิลปะอาชา | 7.5w | 8.5w | 13.3w | 5.6w |
| 3. ประมวล รุจนเสรี | - | 0.3 | 0.5 | - |
| 4. ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ | 4.5 | 4.1 | 5.9 | 3 |
| 5. สมัคร สุนทรเวช | 43.2u | 33.8v | 32.0v | 25.5v |
| 6. สุวิทย์ คุณกิตติ | - | 1.7 | 2 | 1.5 |
| 7. เสนาะ เทียนทอง | 3 | 2.4 | 3.9 | 0.5 |
| 8. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | 38.8v | 47.2u | 41.9u | 62.9u |
| | รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ | พนักงาน/ลูกจ้างเอกชน | รับจ้างทั่วไป/ลูกจ้างโรงงาน | ประกอบธุรกิจส่วนตัว | แม่บ้าน | นักเรียน/นักศึกษา |
| 1. พล.อ.เชษฐาฐานะจาโร | 2.2 | 0.8 | 2.5 | 1.6 | 6.3 | 0.7 |
| 2. บรรหาร ศิลปะอาชา | 6.5w | 9.9w | 8.6w | 9.7w | - | 2.9w |
| 3. ประมวล รุจนเสรี | - | 0.3 | 1.2 | - | - | - |
| 4. ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ | 5.4 | 3.9 | 3.7 | 3.8 | 9.4w | 1.4 |
| 5. สมัคร สุนทรเวช | 23.9v | 27.3v | 33.3v | 37.3v | 46.9u | 29.3v |
| 6. สุวิทย์ คุณกิตติ | 1.1 | 1.7 | 2.5 | 1.1 | - | 1.4 |
| 7. เสนาะ เทียนทอง | 2.2 | 1.7 | 2.5 | 1.6 | 3.1 | 1.4 |
| 8. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | 58.7u | 54.4u | 45.7u | 44.9u | 34.3v | 62.9u |