WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, April 19, 2011

กวีชาวนา: เพลงยาวถวายศาลต้นไทร

ที่มา Thai E-News

โดย ทิ้ง ประดู่พลิ้ว

18 เมษายน 2554


เมฆลอยเลื่อนเดือนห้ามาอีกหน
ฝุ่นลมแล้งทยอยลอยดั่งร้อนรน
ดอกคูนหล่นคนเริ่มจากปากเริ่มโอย
...

สาธุ. พ่อไทรสรณํเจ้าขา
เคราะห์ชะตาปากแห้งระแหงโหย
เรียวหญ้าคาเดินผ่านปานแส้โบย
โถ ชีวิตอิดโรยทุกรอบปี
สาธุ. พ่อไทรสรณํเจ้าขา
ผู้ดลบันดาลงานชีวานาผืนนี้!
ลูกปลูกข้าวขวัญคนทั่วธานี
แต่เงินตราราคีนี้ระอา
ข้าวนาปังกระทั่งข้าวนาปี
รวงพวงพีดกอุดมสมรักษา
ก่อนมองทีเหมือนมองทองบนท้องนา
พอเก็บเคียวเหลียวมาเป็นกรวดทราย

ข้าวงามน้ำดีปีอุบาทว์
ตาชั่งแข็งขาวขาดน้ำหนักหาย
ข้าวงามน้ำดีปีปลาตาย
เดินกรายน้ำตาลูกบ่าริน
หากปีหน้าวางหว่านไว้ครึ่งเดียว
แล้วมุ่งเกี่ยวกินเองไปเสียสิ้น
มันประหวั่นครั่นอกนรกจะกิน
ข้าวดีปีทมิฬ สิ้นศรัทธา
ก็ทำเองกินเองเกรงเขาอด
โซกันหมดเมืองม้วยซวยยันหมา
พลอยขุดแกวกลืนแกลบแบบจนตา
ร้อนขุนนางทำนาหากินเอา

อุทิศหลังก้มโก่งเกือบขดขาด
หวังแปลงทุ่งมุ่งมาดรวงเฉลา
อันข้าวลูกปลูกงามพอทำเนา
แต่ข้าวเขาบนหลังลูกปลูกได้ไง?
ข่าวเดือนหน้าราคาทั้งยาปุ๋ย
บานตะโกโสหุ้ยฤาทนไหว
มาจุดธูปบนบานรัฐบาลพ่อไทร
พลีหมูเห็ดเป็ดไก่มะไฟมะเฟือง
ขอมีเงินซื้อปุ๋ยประเทืองเถิด
สืบข้าวไทยแจ่มเจริดระบือเลื่อง
คนจะมีข้างดีกินทั้งเมือง
ลูกฝืดเคืองปีหน้าค่อยว่ากัน......

ธาริต เล่นไม่เลิก "ออกหมายเรียก 18 นปช.รับทราบข้อหาคดีล้มเจ้า"

ที่มา Thai E-News

ขอบคุณภาพประกอบจาก ปรวย Salty Head

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 เมษายน 2554
ใครที่ยังไม่โดนข้อกล่าวหาแห่งยุคสมัย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" และ "หมิ่นรัฐ" กลายเป็นคนล้าสมัย และไม่ร่วมสมัยไปเสียแล้ว สำหรับผู้ผู้ที่ถูกข้อกล่าวหาประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง

เนชั่น แชนนอล และ มติชนรายงานข่าว อัยการเห็นชอบออกหมายเรียก 18 แกนนำ นปช.รับทราบข้อหาคดีล้มเจ้า 2-6 พ.ค.นี้ ย้ำดำเนินคดีเฉพาะแกนนำไม่เกี่ยวมวลชน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายการุณ บุณยอุดมศักดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักคดีศาลแขวง และนายคมคะเน หงส์ธนนันท์ อัยการประจำกรม เพื่อพิจารณาหลักฐาน ในคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ ว่าด้วยการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 ว่า ขณะนี้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และพวกรวม 18 คน จากกรณีที่มีการปราศรัยล่วงละเมิดสถาบันในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนร่วมระหว่างดีเอสไอกับอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี จึงให้ออกหมายเรียกนายจตุพรกับพวกรวม 18 คน มารับทราบข้อกล่าวหา โดยในวันที่ 19 เม.ย. ตนจะออกหมายเรียกส่งไปรษณีย์ในระบบลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้ถูก กล่าวหาทั้ง 18 คน

นายธาริต กล่าวอีกว่า ดีเอสไอจะให้ระยะเวลาผู้ถูกกล่าวหาเตรียมหลักฐานเข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน โดยจะทำตารางนัดหมายเป็นรายบุคคล เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 2-6 พ.ค.นี้ ซึ่งในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำจะมีพนักงานอัยการเข้าร่วมรับฟัง เพื่อความถูกต้องของการสอบสวนและถือเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ด้วย ในส่วนของสื่อมวลชนที่นำเสนอถ้อยคำการปราศรัยของแกนนำนปช.ในวันที่ 10 เม.ย. ดีเอสไอจะตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากแกนนำนปช.นำมวลชนคนเสื้อแดงมากดดันดีเอสไอจะดำเนินการ อย่างไร นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอเรียกตัวแกนนำนปช.มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบคำให้การ ไม่ได้เรียกกลุ่มมวลชนมาให้การ ดังนั้นการปลุกระดมมวลชนจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงว่า ความผิดของผู้ต้องหาทั้ง 18 ราย เป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งรัฐ ไม่ใช่คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือหมิ่นสถาบันเหมือนที่หลายฝ่ายพยายามนำเสนอ

แกนนำและแนวร่วม นปช. 18 รายที่ถูกออกหมายเรียกประกอบด้วย

นายจตุพร พรหมพันธุ์
น.พ.เหวง โตจิราการ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง
นางธิดา ถาวรเศรษฐ์
นายการุณ โหสกุล
นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
นายวีระ หรือวีระกานต์ มุสิกพงศ์
นายชินวัฒน์ หาบุญพาด
นายวิเชียร ขาวขำ
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน
นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา
นายนิสิต สินธุไพร
จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ
นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์
นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์
นายสมชาย ไพบูลย์

นอกจากนี้ มติชน วันที่ 18 เมษายน ยังได้ลงข่าว . . "ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 เมษายน นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำแผ่นซีดีบันทึกภาพและเสียง และเอกสารถอดคำพูดในรายการ “ความจริงวันนี้” สัญจร ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน"

* * * * * * * * * *

เป็นกำลังใจให้ทั้ง 19 คน งานนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์แห่งพลังมวลชนคนเสื้อแดงจะยิ่งฮีกเหิมมากขึ้นหรือไม่ และอุดมการณ์ว่า เราจะไม่ทอดทิ้งกัน ยังแข็งแกร่งดุจหินผาอยู่หรือไม่?

* * * * * * * * * *

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตู่แจ้งจับเหล่หมิ่นประมาทหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แดงนับพันให้กำลังใจ-สลิ่มหยิบมือถอยกรูด

Monday, April 18, 2011

"กำลังใจ"จากพระองค์ภาฯ สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ต้องขังหญิง

ที่มา Thai E-News





ที่มา เวบไซต์whoweeklymagazine

รอยยิ้มที่เบ่งบานไปด้วย ความหวัง และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคือภาพที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้ต้อง ขังหญิงทั่วทุกขอบเขตของประเทศไทยในยามที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเยี่ยมและประทานกำลังใจแก่เธอผู้พลาดพลั้งเหล่านั้น

แม้จะมีพระกรณียกิจมากเพียง ใด ทว่าก็ยังทรงห่วงใยชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง โดยเมื่อไม่นานนี้ “พระองค์ภาฯ” เสด็จไปทรงเป็นประธานในโครงการกำลังใจฯ ภายใต้กิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” ณ เรือนจำกลางระยอง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

จากนั้นสัปดาห์ถัดมาพระองค์ภาฯ ได้เสด็จไปทรงเป็นประธานในโครงการกำลังใจ ภายใต้กิจกรรม “จากเวทีตรัง สู่เวทีโลก” ณ เรือนจำจังหวัดตรัง

ทั้งสองกิจกรรมล้วนเป็น ส่วนหนึ่งของโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กติดผู้ต้องขังและผู้ต้องขังสตรีตั้งครรภ์ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ โดยเหล่าสตรีผู้ก้าวพลาดทั้ง 2 เรือนจำ 2 ภูมิภาค นอกจากจะได้รับประทานถุงของขวัญอุปกรณ์เด็กอ่อน พระองค์ภาฯ ยังมีรับสั่งถามไถ่ทุกข์สุขทั้งของแม่และเด็กด้วยความใส่พระทัย ทั้งยังทรงพระกรุณาประทานการฝึกอาชีพเพื่อเป็นความรู้ติดตัวก่อนออกไปผจญโลก กว้างเมื่อถึงวันที่เธอเหล่านั้นหลุดพ้นจากพันธนาการ

สำหรับกิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” นั้น พระองค์ภาฯ ได้ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของผู้ต้องขังหญิงจากเรือนจำ 9 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงธนบุรี ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เรือนจำกลางอุดรธานี เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และเรือนจำกลางระยองโดย ทรงเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น พร้อมทั้งประทานคำแนะนำและมีพระวินิจฉัยในการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ราชทัณฑ์ไปสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ Princess Pa เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ต้องขังอีกทางหนึ่ง

....
ทั้งสองกิจกรรมล้วนเป็น ส่วนหนึ่งของโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กติดผู้ต้องขังและผู้ต้องขังสตรีตั้งครรภ์ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ โดยเหล่าสตรีผู้ก้าวพลาดทั้ง 2 เรือนจำ 2 ภูมิภาค นอกจากจะได้รับประทานถุงของขวัญอุปกรณ์เด็กอ่อน พระองค์ภาฯ ยังมีรับสั่งถามไถ่ทุกข์สุขทั้งของแม่และเด็กด้วยความใส่พระทัย ทั้งยังทรงพระกรุณาประทานการฝึกอาชีพเพื่อเป็นความรู้ติดตัวก่อนออกไปผจญโลก กว้างเมื่อถึงวันที่เธอเหล่านั้นหลุดพ้นจากพันธนาการ

สำหรับ กิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” นั้น พระองค์ภาฯ ได้ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของผู้ต้องขังหญิงจากเรือนจำ 9 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงธนบุรี ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เรือนจำกลางอุดรธานี เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และเรือนจำกลางระยองโดย

ทรงเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น พร้อมทั้งประทานคำแนะนำและมีพระวินิจฉัยในการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ราชทัณฑ์ไปสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ Princess Pa เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ต้องขังอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณา ประทานความรู้เรื่องการประกอบอาหารจานพิเศษ 2 เมนู ได้แก่ ผัดไทย และลาบหมูทอด โดยมีพระดำริให้เจ้าของร้านผัดไทยอารีย์ และดิโอเรียนท์ มาถ่ายทอดวิธีการทำอาหารสูตรพิเศษแก่เหล่าผู้ต้องขังหญิงเรือนจำกลางระยอง ทั้งยังมีกิจกรรมสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ต้องขังด้วยการจัดการแข่งขัน ประกอบอาหาร “เส้นสปา เกตตีผัดไทย” โดยผู้เข้าแข่งขันซึ่งมีทั้งหมด 6 ทีม ได้โชว์ลีลาการทำผัดไทยประกอบเพลงอย่างเต็มที่ ทรงร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักชิมตัดสินการประชันฝีมือครั้งนี้

ส่วน กิจกรรม “จากเวทีตรัง สู่เวทีโลก” ณ เรือนจำจังหวัดตรังนั้น ก่อนกิจกรรมนำกำลังใจสู่ผู้ต้องขังหญิงจะเริ่มต้น พระองค์ภาฯ ทรงปลูกต้นกันเกรา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่คนท้องถิ่นใน จ.ตรัง นิยม ประทานไว้เป็นที่ระลึกแก่เรือนจำด้วย

ภายในแดนหญิงแห่งเรือนจำ จังหวัดตรัง พระเจ้าหลานเธอนักกฎหมายโปรดให้มีกิจกรรม และวิธีการสร้างเสริมกำลังใจให้กับ หญิงผู้ต้องขังด้วยวิธีการที่หลากหลายโดยประทานโอกาสให้ ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา (อดีตนางแบบดังที่เคยหลงผิด แล้วกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง)ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ตัวแทนจากการประกวด Elite Model Look Thailand 2010

ซึ่งได้เข้ามาร่วมจัดกิจกรรมการฝึกสอนการตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อนำผลงานฝีมือ ผู้ต้องขังไปนำเสนอสู่สายตาคนทั่วโลกในการประกวด Elite Model ที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การก้าวพลาด พร้อมทั้งช่วยสร้างเสริมกำลังใจแก่เหล่าผู้ต้องขังให้แข็งแรงขึ้นด้วย

และ เพื่อประทานกำลัง ใจของบรรดาผู้ต้องขังหญิงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พระองค์ภาฯ โปรดให้มีการจัดเวทีเพื่อให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสแสดงความสามารถร่วมกับ นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 (จ.สุราษฎร์ธานี) ในการแสดงชุด Inspire ซึ่งเป็นการแสดงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างและมอบกำลังใจให้กันและกัน ระหว่างผู้ต้องขังกับนักเรียน ซึ่งสามารถสะกดคนดูทั้งหมดให้มีอารมณ์ร่วมและซาบซึ้งใจไปกับเนื้อหาได้อย่าง ยอดเยี่ยม

ไม่ใช่ แค่วิชาชีพที่ โปรดให้นำมาถ่ายทอดแก่เหล่าผู้ต้องขังหญิงทั้ง 2 เรือนจำเท่านั้น ก่อนที่จะเสด็จกลับพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไม่ทรงลืมที่จะประทานความสนุกสนานเป็นของขวัญแก่ผู้ต้องขังหญิงด้วยการให้ เหล่าศิลปินนักร้องชื่อดังมาร่วมสร้างความสุขด้วยเสียงเพลง โดยประทานโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกับศิลปินแบบเต็มที่ อีกทั้งพระองค์ยังประทับทอดพระเนตรร่วมไปกับเหล่าผู้ต้องขังด้วย

เบื้องหลังกำแพงที่ ถูกจำกัดอิสรภาพในวันนั้นอวลไปด้วยความอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะกำลังใจจากพระองค์ภาฯ จะช่วยชุบชีวิตใหม่ให้พวกเธอในวันที่ได้รับอิสรภาพ

ชูภาพแบบนี้ ตีความเป็นภาษากายว่าหมิ่นได้หรือเปล่านะ?

ที่มา Thai E-news


ที่มา เฟซบุ๊คบก.ลายจุด
18 เมษายน 2554

บก.ลายจุดเขียนข้อความสั้นๆในเฟซบุ๊คว่า

ชูภาพแบบนี้ ตีความเป็นภาษาร่างกายว่าหมิ่นได้หรือเปล่านะ


ทั้งนี้เป็นภาพเหตุการณ์กลุ่ม เครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน กลุ่มสหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบัน และ กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน หรือ"ม็อบสลิ่ม"ไปรวมตัวประท้วงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ไปแจ้งความต่อสน.สำราญราษฎร์ให้ดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เมื่อวานนี้ (ดูข่าว:ตู่แจ้งจับเหล่หมิ่นประมาทหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แดงนับพันให้กำลังใจ-สลิ่มหยิบมือถอยกรูด)

ก่อนหน้านี้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีDSIกล่าวว่า จะออกหมายเรียกแกนนำนปช. 18 ราย ที่พบหลักฐานชัดเจนว่าสนับสนุนจตุพร กล่าวปราศรัยเมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นภาษากาย ทั้งตบมือ โห่ร้อง ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ
ส่วนกระดานสนทนาInternet Freedomตั้งกระทู้เรื่อง หลักฐานจะๆ ม๊อบสลิ่ม หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ช่วยกันแจ้งความด่วน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า

มันจ้างเด็กจรจัดไหนมาถือป้าย วะไม่ลงทุนเลย จ้างมาคนละกี่สลึงล่ะนั้น


และลองสังเกตหลายๆคนสิ แม่งตัวดำ ผมเกรียน
ชาวบ้านที่รักสถาบันนี่ "ฝึกหนักเนอะ" ตัวดำเชียว

หยุด...พาดพิงอ้างอิงสถาบัน เพื่อประโยชน์ทางการเมือง

ที่มา Voice TV

หยุด...พาดพิงอ้างอิงสถาบัน เพื่อประโยชน์ทางการเมือง

เจาะลึกประเด้นร้อนกับรายการ Hot Topic วันนี้ กับคุณจอม เพชรประดับ ในประเด็น “หยุด...พาดพิงอ้างอิงสถาบันกษัตริย์ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง”ร่วมพูดคุยกับประธานกลุ่มสหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบัน ตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป

DSI ยื่นถอนประกัน 9 แกนนำ นปช.

ที่มา Voice TV



Voice At Noon 18 เมษายน 2554 (12.00น.)

- DSI ยื่นถอนประกัน 9 แกนนำ นปช.
- ปัญหารถเมล์กับคนตาบอด
- ประท้วงเยเมนปะทะเดือด ตายเพิ่ม 22
- เด็กรุ่นใหม่ตบเท้าคัดตัวแสดงโขน ศึกมัยราพณ์ คึกคัก
DSI ยื่นถอนประกัน 9 แกนนำ นปช.
ธาริต มอบ ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 ยื่นคำร้องถอนประกัน 9 แกนนำ นปช. ต่ออัยการสูงสุด พร้อมหลักฐานการปราศรัยดูหมิ่นสถาบัน
ปัญหารถเมล์กับคนตาบอด
คนตาบอดเรียกร้องสิทธิเดินทางด้วยรถประจำทางสาธารณะ เหตุจากปัจจุบันระบบรถสาธารณะไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อผู้พิการ ทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ประท้วงเยเมนปะทะเดือด ตายเพิ่ม 22
สถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในเยเมนยังคงเลวร้าย ล่าสุดมีเหตุปะทะระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับผู้ประท้วง จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย
เด็กรุ่นใหม่ตบเท้าคัดตัวแสดงโขน ศึกมัยราพณ์ คึกคัก
เยาวชนคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ที่มีใจรักในการแสดงนาฏศิลป์ไทย เข้าร่วมคัดเลือกเป็นนักแสดงตัวเอกรุ่นใหม่ เพื่อร่วมแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ชุด ศึกมัยราพณ์

Newsweek: จุดจบของผู้นำเผด็จการ

ที่มา Voice TV



จุดจบของผู้นำเผด็จการในหลายประเทศของตะวันออกกลาง และแอฟริกาNewsweek ได้รวบรวมผู้นำเผด็จการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ทั้งถูกโค่นล้มด้วยพลังของประชาชน หรือทหารยึดอำนาจ....

''เปลือยอก'' กระทรวงวัฒนธรรม

ที่มา Voice TV



Wake up Thailand ประจำจันทร์ ที่ 18 เมษายน 2554

นำเสนอประเด็น
- เก็บตก ควันหลงสงกรานต์
- ผอ.เขตลั่น หาตัว+เอาผิด สาวเต้นโชว์เต้าที่สีลม
- แกนนำเสื้อแดง แจ้งความกลับ ผบ.ทบ.
- ดีเอสไอ เตรียมถอนประกัน 8 แกนนำเสื้อแดง
- วัดกระแส ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
- บีบีซี วิเคราะห์สถานการณ์ไอเวอรี่โคสต์
- ทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อาจใช้เวลา 10 ปี

ปัญหาอยู่ที่ ก.พ.ค.หรือมหาดไทย ?

ที่มา มติชน



คอลัมน์ ณ ริมคลองประปาโดย ประสงค์ วิสุทธิ์

อ่านข่าวคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) กรณีมีคำสั่งคืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองให้แก่

นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ และยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง นายมงคล สุระสัจจะ เป็นอธิบดีกรมการปกครองแล้วเกิดคำถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องการยื้อที่จะไม่ทำตามคำวินิจฉัย ก.พ.ค.เพราะกลัวผลกระทบทางการเมือง ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทยที่คุมกระทรวงมหาดไทยอยู่ หรือปัญหาอยูที่คำวินิจฉัยขอ ก.พ.ค.กันแน่

จากคำอธิบายของนายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ประเด็นข้อโต้แย้งในคณะรัฐมนตรีสรุปได้ดังนี้

หนึ่ง คำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.สามารถที่จะสั่งการเพื่อลบล้าง (ยกเลิก) คำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายนายวงศ์ศักดิ์และนายมงคล ได้เลยหรือไม่

สอง ก.พ.ค.มีอำนาจเพียงแจ้งผลการวินิจฉัยว่า ผู้ร้องทุกข์ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร ต้องแจ้งไปให้ผู้บังคับบัญชาเปลี่ยนแปลงหรือพิจารณาดำเนินการเพื่อให้ความเป็นธรรม แต่ไม่ได้มีผลที่จะไปลบล้างคำสั่งเลย

ในกรณีของนายวงศ์ศักดิ์ ได้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการถูกโยกย้ายจากอธิบดีกรมการปกครองไปเป็นผู้ตรวจราชการ และมีการแต่งตั้งนายมงคลมาดำรงตำแหน่งแทนซึ่ง ก.พ.ค.มีคำวินิจฉัยสรุปว่าการดำเนินการเสนอย้ายนายวงศ์ศักดิ์เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการขัดต่อมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ2551 จึงทำให้คำสั่งของกระทรวงมหาดไทย 3 ฉบับและและประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 1 ฉบับ ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย

ดังนั้น อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนมาตรา 124 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 123 วรรคสาม จึงวินิจฉัย ยกเลิกคำสั่งและประกาศสำนักนายกฯทั้งหมด

มาตรา 124 ตามที่อ้างในคำวินิจฉัยระบุว่า ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ให้ ก.พ.ค....มีคำวินิจฉัยให้แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่ง และให้เยียวยาความเสียหายให้ผู้ร้องทุกข์ หรือให้ดำเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามระเบียบที่ ก.พ.ค.กำหนด

จากบทบัญญัติดังกล่าว เห็นว่ากรณีผู้ร้องทุกข์ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชากรณีต่างๆ เช่น การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม, การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ, ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรมตามมาตรา 42 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน (กฎ ก.พ.ค.ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ฯข้อ 7) ก.พ.ค.มีอำนาจ ดังนี้

1.สั่งให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการแก้ไขให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์

2.ยกเลิกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

3.เยียวยาความเสียหายให้ผู้ร้องทุกข์ หรือให้ดำเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ส่วน ก.พ.ค.จะมีคำวินิจฉัยอย่างไรและเช่นไรขึ้นอยู่กับระดับการกระทำของผู้บังคับบัญชาว่าไม่ถึงกับขัดหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่เป็นธรรม เช่น มีอำนาจในการสั่งโยกย้าย แต่ข้ามลำดับอาวุโสหรือไม่ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ กรณีนี้ ก.พ.ค.อาจสั่งให้ผู้บังคับบัญชาไปแก้ไขให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องทุกข์

แต่กรณีที่เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย เช่น ใช้ดุลพินิจโดยไม่สุจริตหรือตามอำเภอใจ หรือกลั่นแกล้งอย่างชัดเจนในการแต่งตั้งโยกย้าย ก.พ.ค.ก็อาจมีคำวินิจฉัยยกเลิกคำสั่งดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ในกรณีของนายวงศ์ศักดิ์ ก.พ.ค.วินิจฉัยชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย คำสั่งต่างๆ ที่ตามมาไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย จึงมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อ ก.พ.ค.มีคำวินิจฉัยอย่างไรแล้ว มาตรา 123 วรรคสาม บัญญัติว่า เมื่อ ก.พ.ค.ได้พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ประการใดแล้ว ให้...ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือนายกรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี ดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.

นอกจากนี้ กฎ ก.พ.ค.ข้อ 57 ระบุด้วยว่า คำวินิจฉัยร้องทุกข์ให้ผูกพันคู่กรณีในการร้องทุกข์และผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องปฏิบัติตามนับแต่วันที่กำหนดไว้ในคำวินิจฉัยร้องทุกข์นั้น

จากระเบียบและกฎหมายดังกล่าว ก.พ.ค.จึงน่าจะมีอำนาจในการสั่งยกเลิกคำสั่งมหาดไทยและประกาศสำนักนายกฯได้ เพียงแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การที่นายมงคลซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.โดยตรง ก็สามารถใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้เช่นกัน

แต่มิใช่เหตุที่กระทรวงมหาดไทยจะนำมาอ้างไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.เพื่อประวิงเวลาเพราะมองกันว่า ตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองมีผลไม่มากก็น้อยต่อการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้

"สุรพงษ์"หยิบหลักฐานแฉทรูมูฟดื้อใช้3Gต่อทั้งที่กสท.ยกเลิกสัญญาแล้ว

ที่มา มติชน



ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีบริษัทกสท.โทรมนาคมจำกัด(มหาชน)ยกเลิกสัญญาการดำเนินการปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้เทคโนโลยี HSPA หรือ 3G กับบริษัททรูมูฟจำกัด แต่ทรูมูฟยังไม่ยอมยกเลิกสัญญา และฝากไปถึงรัฐบาลให้ตรึงราคาน้ำมันเบนซิน ลงมาอีก2-3 บาทเพื่อช่วยประชาชนในต่างจังหวัดที่ใช้น้ำมันเบนซิน