WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, April 19, 2011

ข้อ เสนอในการหาเสียงเลือกตั้ง : สร้างประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรม โค่นล้มระบอบเผด็จการอำมาตย์ ด้วยการยกเลิกคณะองคมนตรีและให้สัตยาบันต่อศาลโลก

ที่มา Thai E-News


แนวทางนี้ไม่สุดโต่ง ไม่ล่องลอย ไม่ล้าหลังหวังเอาแต่การเป็นรัฐบาลหรือได้เป็น ส.ส.เท่านั้น พรรคเพื่อไทยและ นปช.ควรมีนโยบายเพียงสองประเด็นเท่านั้นที่จำเป็นในทางการเมืองขณะนี้คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกองคมนตรี และการให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรม เพื่อเอาผิดผู้สังหารหมู่ประชาชน


โดย Pegasus
19 เมษายน2554

ได้ฟัง ดร.ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงเป้าหมายของการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ว่า “ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ” แนวทางนี้ถูกต้องแน่แท้อย่างยิ่ง

เพราะปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องปากท้องหรือการเมืองอะไร แต่เป็นเรื่องที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอาศัยอำนาจทางรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเผด็จการซ่อนรูป ปกครองประเทศด้วยการกดขี่ขูดรีดประชาชนอย่างโหดเหี้ยม ไร้เมตตา ปราณีต่างหาก

หากไล่ปัญหาทุกชนิดในประเทศไทย ตั้งแต่ เรื่องยาเสพย์ติด ธุรกิจผิดกฎหมาย ราคาผลิตผลการเกษตรตกต่ำ ระบบการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน การทำนาเท่าไรก็ยังยากจน จนถึงการฆ่าประชาชนจำนวนมาก ก็เพราะระบอบเผด็จการที่คอยกดหัว ปล้นสะดมภ์ประชาชนไปทุกหย่อมหญ้า ไม่ยอมให้มีเงิน ไม่ยอมให้โงหัว ไม่ยอมให้มีความรู้ ความฉลาด

เรียกได้ว่าเป็นการล้างสมองแล้วฆ่าให้ตายทั้งเป็นอย่างเลือดเย็น รูปแบบก็เป็นแบบฟาสซิสต์นาซีอาศัยอำนาจข้าราชการได้แก่ ทหาร กระบวนการยุติธรรมและสื่อของรัฐในการโฆษณาชวนเชื่อติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่ก่อนยึดอำนาจจากคณะราษฎร โดยความร่วมมือของพรรคการเมืองเก่าแก่ ทหารและสื่อมวลชนย้อนหลังไปถึงปี พ.ศ.2490 โน่น

แม้แต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16 ก็เป็นเพียงการโค่นล้มรัฐบาลของ ถนอม-ประภาสที่ขัดขวางธุรกิจของกลุ่มผูกขาด

เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 ก็เป็นการปราบนักศึกษากลุ่มอื่นๆที่ไม่ใช่พวกของตนให้ราบคาบไป

และอีกหลายครั้งหลายหนมาจนปัจจุบันนี้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของทุกคนโดยไม่ต้องกลับไปอ่านหนังสือหรือประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนตรงไหนได้อีก เหมือนที่กลุ่มโรงเรียนคาธอลิค หรือแม้แต่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบางแห่งที่เป็นผู้รับใช้เผด็จการผลิตขึ้นก็ตาม

มีคำพูดว่า รัฐธรรมนูญปี 40 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด คำถามคือรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดนี้ป้องกันการรัฐประหารได้หรือไม่

คำตอบชัดอยู่กับตัวแล้วดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเลียนแบบรัฐธรรมนูญปี 40 หรือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของนายแพทย์เหวงฯ ไม่ใช่คำตอบแน่นอน เพราะยังติดยึดกับรูปแบบกรอบเดิมของเผด็จการซ่อนรูป

ความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องออกนอกกรอบเหมือนที่ ดร.ทักษิณฯ พูดอยู่บ่อยๆว่าต้องคิดนอกกรอบ

การจะทำอะไรจึงต้องมองทะลุให้ตลอดทางที่เรียกว่าวิสัยทัศน์ ต้องวางให้ชัดเจนจากนั้นจึงเดินหน้าแก้ปัญหาให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่รองรับวิสัยทัศน์นั้นผลที่ต้องการจึงจะได้ตามที่หวัง คุ้มค่ากับสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน

ไม่ใช่แค่ครั้งนี้แต่ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ 14 ตุลาคม 16 โน่นเลย

นี่ยังไม่รวมการไล่กวาดล้างฝ่ายประชาธิปไตยของคณะราษฎรอย่างโหดเหี้ยมทารุณเหมือนสัตว์ป่าอีกจำนวนมาก ต้นเหตุก็เพียงคำพูดในสมัยนั้นของ ดร.ปรีดีฯช่วงที่รัฐบาลหลวงธำรงค์ฯซึ่งเป็นสายคณะราษฎรถูกยึดอำนาจปี พ.ศ.2490 แล้วนายเตียง ศิริขันท์ซึ่งมีกำลังของเสรีไทยอยู่ในมือที่พร้อมจะเข้ามาต่อสู้กับฝ่ายยึดอำนาจ แต่ดร.ปรีดีฯด้วยความอ่อนประสบการณ์ในขณะนั้นได้บอกว่าไม่อยากให้พี่น้องประชาชนต้องเสียเลือดเนื้อ

แต่แล้วในที่สุด ดร.ปรีดีฯนั้นเองก็กลับมาสรุปบทเรียนในช่วงหลัง 14 ตุลาคม 16 ว่า ถ้ามีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้ว แต่ยอมแพ้เพราะกลัวพี่น้องจะสูญเสียนั้นเป็นความคิดที่เหลวไหลที่สุด

แนวทางต่อสู้ขณะนี้ไม่มีทางเลือกนอกจากเป็นทางสองแพร่ง ระหว่างความพยายามรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไว้ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภา ถ้าฝ่ายเผด็จการไม่ยินยอม และใช้กำลังหรือการยึดอำนาจเงียบแบบว่ามีนายกฯพระราชทานด้วยการสร้างเงื่อนไขจอมปลอมขึ้นมา เป็นเหตุให้ใช้พันธมิตรกับทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองแล้วให้ทหารนอกเครื่องแบบติดอาวุธเข่นฆ่าประชาชน

หรือ อาจรอยุบสภาแล้วอ้างว่าเป็นช่วงเลือกตั้งจ ากนั้นส่งมือปืนรับจ้างควบคุมด้วยหน่วยงานของรัฐออกกวาดล้างแกนนำระดับย่อยของฝ่ายประชาธิปไตย โดยอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองปกติแล้วละก็ น่าคิดว่าการลุกฮือโดยไม่ต้องอาศัยแกนนำจะเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน

และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็อาจเป็นทางออกอีกหน้าหนึ่งว่าจะเหมือนกรณี อย่างเบาก็อียิปต์ อย่างหนักก็ลิเบีย อย่างกลางๆก็ไอเวอร์รีโคสต์ ตั้งแต่ประชาชนสู้ด้วยมือเปล่า ไปจนติดอาวุธ หรือในที่สุดเป็นสงครามกลางเมือง มีการประกาศรัฐบาลอีกรัฐบาลขึ้น และน่าจะมีต่างประเทศรับรองมากมาย

ต่อให้ฝ่ายเผด็จการไปตกลงมอบน้ำมันทั้งหมดทั้งประเทศให้กับประเทศตะวันตกก็ตามที ใครจะไปทานต่อมติชุมชนระหว่างประเทศได้

หมายเหตุไว้ตรงนี้ว่า การจับอาวุธของประชาชนในอาฟริกาไม่ได้มีการเตรียมตัวกันมาแต่แรก แต่เกิดจากเข่นฆ่าอย่างโหดร้ายจากฝ่ายปกครอง แล้วทหาร ตำรวจ บางส่วนหันมาให้การช่วยเหลือ และประกาศแยกตัวออกมาสนับสนุนรัฐบาลที่สองต่างหาก ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้

ตรงนี้ต่างจากการจับอาวุธก่อการร้ายในประเทศต่างๆหรือทางใต้ของไทยที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ

อย่างไรก็ตามสำหรับไทยก็นับว่า ฉลาดที่ฝ่ายเผด็จการรีบปล่อยแกนนำ นปช. ออกมาหยุดอารมณ์ประชาชนไว้ได้ นับว่าซื้อเวลาออกไปได้เหมาะเจาะ

แต่ปัญหาคือประชาชนจะยอมสงบลงและถูกตลบหลังกวาดล้างอย่างที่คนวางแผนหวังไว้ได้หรือไม่ แม้ว่าตอนนี้จะมีการออกไล่สังหารบ้างแล้วก็ตาม แต่ในที่สุดแกนนำ นปช. ก็คงทานอารมณ์มวลชนไม่ได้แน่นอน ใครจะไปเข้าข้างเผด็จการได้ ในเมื่อกระแสโลกไปกันไกลแล้ว นี่คือคำตอบที่ฝ่ายเผด็จการนั่งนอนไม่หลับอยู่จนบัดนี้

ละแนวทางการต่อสู้แบบหลังเสียมาดูเฉพาะแนวทางการเลือกตั้ง แน่ละการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนหากฝ่ายเผด็จการไม่มั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ได้กลับมาปกครอง

ขณะที่เขียนบทความนี้ก็มีแต่ข่าวยึดอำนาจทุกวัน เพราะฝ่ายเผด็จการเดินหมากหลายชั้นหลายกลุ่มเหลือเกิน จนตัวเองก็งงไปหมด แต่ไม่เป็นไร ลองมาคิดดูว่าเราควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นๆหากจะมีได้อย่างไร โดยมีสมมติฐานว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไว้ ขอย้ำว่าถ้าฝ่ายเผด็จการไม่ยอมถอยก็ตัวใครตัวมันแล้วล่ะ

แนวทางที่เหมาะสมในการหาเสียงเลือกตั้งรวมถึงการปราศรัยบนเวทีของ นปช.และกลุ่มอื่นๆก็คือ

สร้างประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรม โค่นล้มระบอบเผด็จการอำมาตย์ ไม่ใช่โค่นล้มสถาบันจารีต ด้วยการยกเลิกคณะองคมนตรีและให้สัตยาบันต่อศาลโลก

ในเรื่องการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตอนนี้ความรู้แพร่กระจายชัดเจนว่าต้องมีการแก้ไขหลายประเด็นในหมวดพระมหากษัตริย์ แต่การแก้ไขให้ครบถ้วนนั้นแม้ว่าจะดีสามารถสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้เหมือนประเทศในยุโรป แต่ความรู้ของประชาชนทั่วไปในเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯและเมืองใหญ่ที่ถูกล้างสมองง่าย และสาละวนติดอยู่กับการทำมาหากินที่มีความรู้ทางการเมืองต่ำนั้นต้องอาศัยระยะเวลา

ทางออกที่เรียบง่ายและไม่กระทบกระเทือนต่อระบบทั้งหมดก็คือ การปราศรัยสืบสาวที่มาของการมีคณะองคมนตรีที่พบว่ามีการเข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมืองมากมายตั้งแต่สมัยเริ่มยึดอำนาจโดยพรรคประชาธิปัตย์ร่วมมือกับทหารและสื่อมวลชนในปี พ.ศ.2490 (น่าแปลกใจว่าทำไมเกิดเหตุเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาจนทุกวันนี้) แล้วเพียงนำเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกคณะองคมนตรี ทุกเรื่องก็จะจบ

คำโต้แย้งอาจมีว่าการยกเลิกคณะองคมนตรีเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ คำตอบง่ายๆคือคณะองคมนตรีเกิดขึ้นมาจากการยึดอำนาจจากคณะราษฎรที่อภิวัฒน์ประชาธิปไตยไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการพระราชทานหรือเป็นราชประเพณีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราช

และแม้กระนั้นก็ไม่สมควรที่จะมีอำนาจเหนือกว่าประชาชนเข้าของอำนาจอธิปไตย การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายประชาธิปไตยหาเสียงขอรับประชามติจากประชาชน ใครที่ต้องการรักษามาตราเกี่ยวกับคณะองคมนตรีไว้ก็เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กพรรคน้อยที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนใครที่เห็นว่าคณะองคมนตรีนั้นไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันด้วยประเทศไทยเจริญก้าวหน้าไปมากแล้ว ทั้งที่ปรึกษาของสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังคงเป็นคณะรัฐมนตรี และรัฐสภาได้เช่นเดียวกับประเทศในยุโรป ส่วนอื่นที่เป็นพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์นั้น สำนักราชเลขาธิการหรือสำนักพระราชวังก็ยังเป็นองค์กรที่รองรับได้อยู่แล้ว

เพื่อเป็นการเตือนความจำ ประเทศฝรั่งเศสก็เคยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาแล้วแต่ด้วยเหล่ากลุ่มสนับสนุนให้ถวายคืนพระราชอำนาจ สร้างปัญหาให้กับประเทศฝรั่งเศสมากมายสุดที่จะทนทานกัน ในที่สุดรัฐสภาฝรั่งเศสจึงมีการลงมติยกเลิกระบอบกษัตริย์ไปในที่สุด

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นลำพังการยกเลิกคณะองคมนตรีคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงแต่ประการใด

ประเทศฝรั่งเศสก็ไม่เห็นจะล่มจม เสียหาย ตรงกันข้ามกลับเจริญรุ่งเรืองไม่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ และเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจด้วยซ้ำไป

ถ้าใครสงสัยว่าคนฝรั่งเศสคิดอย่างไรกับประเทศของตัวเองก็ขอให้ไปฟังเพลงชาติฝรั่งเศสแล้วจะเข้าใจ ถ้าไม่ได้เรียนภาษาฝรั่งเศสมา เพลงชาติฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการที่แปลและเผยแพร่โดยสถานทูตฝรั่งเศสก็ยังมี แนะนำให้ไปอ่านกันมากๆ

มุมมองที่กล่าวมานี้เป็นมุมมองของฝ่ายประชาชน แต่อยากจะเสนอมุมมองที่เป็นประโยชน์ให้กับฝ่ายที่รักและอยากรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้เช่นเดียวกับผู้เขียนว่า การที่มีคนธรรมดาสามัญบางกลุ่มพูดกับทูตต่างประเทศถึงเรื่องสถาบันฯในทางที่เสียหายร้ายแรงขนาดนั้นแล้วไม่สามารถมีใครทำอะไรได้ มองในมุมกลับแล้วเป็นสิ่งน่ากลัวสำหรับสภาบันฯเป็นอย่างมาก แสดงว่าไม่ได้มองเห็นว่าสถาบันฯเป็นสิ่งที่ควรเคารพ บูชา แต่กลับมองเป็นเรื่องของอำนาจไปเสีย สะกิดเตือนเท่านี้หวังว่า คงพอเข้าใจถ้าไม่งมงายเกินไป

ปกติผู้ที่รักและหวงแหนสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะต้องยอมเสียสละเพื่อสิ่งที่รักและหวงแหนนั้น เช่น กรณีแม่ปกป้องลูกน้อยจากอันตราย ถ้าใครที่พบว่าการกระทำของตน ยิ่งทำมากเท่าไร สิ่งที่รักและหวงแหนยิ่งบอบช้ำและเสียหายมากขึ้นเท่านั้น ที่จริงและสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเสียสละตนเองเพื่อป้องกันสิ่งที่รักและหวงแหนนั้น ...หากว่ารักและหวงแหนสิ่งที่พูดนั้นจริงไม่ใช่ตัวเอง

กรณีของทหารก็เห็นได้ชัดว่า สร้างเรื่องเพื่อหาเหตุยึดอำนาจหรือให้เกิดสุญญากาศให้มีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ทีนี้แทนที่จะสร้างเรื่องใดๆที่ห่างไกลต่อการกระทบหรือวิพากษ์ วิจารณ์เกี่ยวกับสภาบันฯ การกลับเป็นว่าเพื่อให้สามารถทำเรื่องที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อใช้กำลังสังหารประชาชนอีกรอบหนึ่งและยึดอำนาจ กลับดึงเอาสถาบันฯมาเกี่ยวข้องอีกจนได้

และขอแนะนำให้ปรึกษานายทหารพระธรรมนูญคนที่มาฟ้องร้องให้ชัดๆว่า คำพูดของแกนนำ นปช. ผิดข้อหาหมิ่นประมาทหรือไม่ ไม่ต้องมาตรา 112 แม้การหมิ่นประมาทปกตินั้นก็ไม่เข้าองค์ประกอบกฎหมายทั้งนั้น เพราะไม่ได้มีการเอ่ยอ้างถึงสถาบันฯและองค์ประกอบความผิดเกี่ยวเนื่องกับสถาบันทั้ง 4 ประการเลย (คือคุณจตุพรกับแกนนำนปช.ไม่ได้กล่าวหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระหไมกษัตริย์,พระราชินี,องค์รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการเลย)

คำถามคือทหารคิดอย่างนี้เพราะอะไร คำตอบก็คงไม่แตกต่างจากเหตุของการมีคณะองคมนตรี เรื่องเหล่านี้สามารถประยุกต์กับข้าราชการฝ่ายต่างๆได้หมด โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่า เพราะอยากเป็นองคมนตรีถึงทำเรื่องเลวร้ายต่างๆเหล่านั้นได้

การเสนอให้มีการยกเลิกคณะองคมนตรีด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นสิทธิของประชาชนโดยแท้ และสามารถพิสูจน์ได้จากมติเสียงของประชาชน ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ฝ่ายที่รักและเทิดทูนสถาบันฯก็จะเกิดความชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงต้องการเพียงยกเลิกระบอบอำมาตย์ซึ่งที่จริงแล้วเป็นภัยต่อสถาบันฯเสียด้วยซ้ำ ไม่ได้มีความต้องการโค่นล้มหรือยกเลิกระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเปลี่ยนไปเป็นแบบสาธารณรัฐหรือประธานาธิบดีที่พรรครัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรฯ กล่าวซ้ำซากอยู่ตลอดเวลาไม่

เมื่อไม่มีคนคอยบงการข้าราชการ กับพรรคการเมืองในสังกัด ปัญหาเส้นสายก็หมดไป ทหาร ตำรวจ ตุลาการ หรือกลุ่มเอกชนก็จะทำหน้าที่ ทำงาน ทำมาหากินกันอย่างเป็นปกติสุข

ที่สำคัญคือ นักการเมืองก็จะไม่สามารถโกงกินให้เห็นได้เนื่องจากต้องพึ่งพาประชาชนผู้เสียภาษี ไม่ใช่กลุ่มอำมาตย์อีกต่อไป ข้อโจมตีว่านักการเมืองเลวก็จะจบลง เพราะนักการเมืองที่เลวอยู่ในปัจจุบันก็เพราะรู้ดีกันว่า ทำอะไรเพื่อประชาชนไปก็เท่านั้น ระบบเดิมไม่ดี ไม่เอื้อต่อการทำงานให้ประชาชน ดู ดร.ทักษิณฯ เป็นอุทธาหรณ์ได้

แต่ฝ่ายอำมาตย์ที่เป็นคนออกแบบรัฐธรรมนูญให้เละเทะนั่นเองกลับมาโทษนักการเมืองว่าเลว ต้องหวนกลับไปเป็นระบอบราชาธิปไตย อาศัยการแต่งตั้งทางการเมืองจึงจะดี พูดแค่นี้ก็รู้แล้วว่าทำเอง โทษเองกับมือ ใครเชื่ออีกก็ไร้ปัญญาเต็มทน

ประเด็นที่สองคือ การเรียกร้องความยุติธรรมด้วยการให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรมเพื่อให้ศาลอาญาระหว่างประเทศหรือที่เรียกกันภาษาพูดว่าศาลโลกเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริงในการสังหารประชาชน เหตุผลก็ง่ายๆ กล่าวคือ กระบวนการยุติธรรมที่เป็นสากล เป็นมาตรฐาน จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ตัดสินอย่างไรก็จะยอมรับกันไปตามนั้น

ฝ่ายทหารกล่าวหาว่าเสื้อแดงยิงกันเอง ก็ให้หาหลักฐานมายืนยัน ฝ่ายเสื้อแดงบอกว่าทหารยิงก็หาหลักฐานมายืนยัน ฝ่ายสลิ่มเสื้อหลากสีได้เข้าไปช่วยล้างพื้นที่ กลบเกลื่อนหลักฐานไว้แล้ว ดังนั้นฝ่ายทหารเองไม่น่าจะหนักใจ

ปัญหากลับมาอยู่ที่ผลการสืบสวนของพวกเดียวกันเอง คือการสั่งการของรัฐบาลจากบางคนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทำการดังที่ให้สัมภาษณ์แปลกๆเพียงแค่วันหรือสองวันแรกหลังการสลายและสังหารประชาชน รวมถึงคำสารภาพที่เกิดตามมาจากเหตุนี้

อย่างไรก็ตามทหารควรจะสบายใจเพราะว่า ไม่ใช่ทหารทั้งกองทัพที่จะโดนคดี มีเพียงชุดล่าสังหารที่รัฐบาลให้ ดีเอสไอ ทำคดีที่เกิดการรั่วไหลเป็นข่าวนั้นแหละที่จะต้องถูกขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ และผู้ควบคุมซึ่งก็คงเป็นพวกนายพัน นายพล ไม่กี่คนที่เกี่ยวข้องกับคนยิงนั้น

ถ้าทหารเข้าใจตัวเองว่าเป็นลูกผู้ชายจริงไม่ใช่เพศอื่น และการหักหลังนี้ก็มาจากรัฐบาลเอง ไม่ได้มาจากฝ่ายเสื้อแดงแต่ประการใด ถ้าทหารอ้างว่า ตัวเองรักชาติจริง ไม่ได้รักรัฐบาลเพราะผลประโยชน์จากเงินที่เขาจ้างให้มาสังหารประชาชน ทั้งที่เป็นเบี้ยเลี้ยงพิเศษและเงินพิเศษที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ก็ไม่ควรที่จะเดือดร้อนอะไร

ที่สำคัญคือคดีแบบนี้ไม่สามารถอภัยโทษได้ด้วยกฎหมายภายในประเทศ และรัฐบาลก็ไม่มีสิทธิที่จะยับยั้งถ้าได้มีการดำเนินการไปแล้ว ทั้งอายุความก็ยาวนานตลอดชีวิต ไม่ใช่ 20 ปี หรือมีการอภัยโทษใดๆได้

ดังนั้นการยอมรับสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความสงบได้อย่างรวดเร็ว ไม่เสียหายมากและประชาธิปไตยก็จะเดินหน้าไป ผู้มีความผิดไล่เรียงแล้วก็คือพรรคพวกของเหล่าองคมนตรีเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับทหารอื่นๆแต่ประการใด

คำถามคือ ทหารรักชาติหรือเปล่า ทหารเป็นคนไทยหรือเปล่า ทหารยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าต่างหาก ที่ต้องพูดจากันให้ชัด และมีการแสดงออกของมนุษยธรรมใช้ชัด

อย่าลืมว่า กลุ่มบุคคลที่ทหารรับใช้อยู่ไม่ใช่ชาติ ชาติตามนิยามที่เรียนกันในชั้นประถมคือ ดินแดน อำนาจอธิปไตย รัฐบาลและประชาชน 4 ประการนี้ ทหารมีหน้าที่พิทักษ์ รักษา รัฐบาลไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองไหน ไม่มีสิทธิไปยึดอำนาจ ทหารต้องปกป้องรักษาดินแดนไม่ใช่สมรู้ ร่วมคิดกับรัฐบาลให้ประเทศอื่นได้ดินแดนไทยไป

ทหารต้องไม่ไปยึดอำนาจอธิปไตยมาจากประชาชน และที่สำคัญทหารต้องรัก และปกป้องประชาชนเหมือนทหารในประเทศที่เจริญแล้ว

ทหารพึงรู้ว่า ในสงครามโลกนั้น แม้แต่พลเรือนของประเทศคู่สงครามทหารยังไม่ยิงถ้าไม่ใช่กองกำลังใต้ดินติดอาวุธ แต่ทหารไทย อนิจจา หลายครั้ง หลายหน เพียงเป็นเครื่องมือทางอำนาจเท่านั้น สละทิ้งทุกอย่างแม้ความเป็นมนุษย์ ครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่า ทหารยังเป็นที่พึ่งได้ โดยแยกตัวออกมาเสียจากเรื่องของอำนาจ กลับเข้ากรมกอง ใครผิดก็ว่าไปตามผิด จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายทำไปตามนายสั่งคงไม่ได้ ถ้าคิดได้ตกอย่างนี้ ประเทศชาติก็จะเป็นหนี้บุญคุณการกลับใจครั้งนี้ของทหาร

ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำแนวทางการหาเสียงและการปราศรัยของ พรรคเพื่อไทยและ นปช.ว่า มีเพียงสองประเด็นเท่านั้นที่จำเป็นในทางการเมืองขณะนี้คือ การสร้างประชาธิปไตยด้วยการยกเลิกคณะองคมนตรี ซึ่งแน่ละกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ควรแก้ไขตามไป ส่วนประเด็นมาตรา 112 นั้นแทบจะหมดความหมาย ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ในเรื่องคณะองคมนตรีได้ ส่วนเรื่องความยุติธรรมนั้นไม่ต้องกล่าวถึงรุ่งอรุณแห่งความยุติธรรมใดๆได้เลย ถ้าไม่ใช่การให้รัฐสภาให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรม นั่นแหละ ประชาชนจึงจะได้ความยุติธรรมคืนมา


แนวทางนี้ไม่สุดโต่ง ไม่ล่องลอย ไม่ล้าหลังหวังเอาแต่การเป็นรัฐบาลหรือได้เป็น ส.ส.เท่านั้น และเห็นได้ชัดเจนว่า ศัตรูของประชาธิปไตยคือคณะองคมนตรี การยกเลิกกฎหมายก็ชัดเจน ปฏิบัติได้ไม่คลุมเครือ เป็นการโค่นล้มอำมาตย์โดยตรง ไม่ใช่สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของคนอีกจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถวัดได้ว่าแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่ควรที่จะไปเสียเวลา หรือสร้างการปะทะกันระหว่างประชาชนกันเอง

ส่วนทหารนั้นน่าจะถูกกวาดล้างไปตั้งแต่แรกที่ใช้กำลังเพื่อปกป้องฝ่ายอำมาตย์ หรือเมื่อสหประชาชาติเข้าแทรกแซงแล้ว เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ รวมถึงประชาชนผู้รักและเทิดทูนสถาบันฯเองก็จะต่อต้านการคงอยู่ของกลุ่มอำมาตย์ที่เกาะกินสถาบันฯเช่นกัน

เพียงแต่หวังว่า การให้สัญญาของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงต่างๆจะมาร่วมใจกัน ต่อสู้เพื่อประเด็นประชาธิปไตยและความยุติธรรมนั้น จะพิจารณานำแนวทางสองประเด็นนี้ไปใช้ ผู้เขียนเชื่อว่าจะได้ใจของคนรักประชาธิปไตยจากทุกฝ่ายมาร่วมกันเพื่อตัดสินอนาคตประเทศไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้....หากมี

สรุปไว้เพียงสั้นๆว่า ถ้าหากกลุ่มอำมาตย์ไม่เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมและผลักทหารหรือองค์กรอิสระต่างๆให้สกัดกั้นประชาธิปไตยด้วยการมีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือยึดอำนาจโดยตรงเพราะจะซ่อนรูปอย่างไรคนก็รู้ทันแล้วละก็ ... อิยิปต์ ไอเวอรีโคสต์ ลิเบีย เยเมน หรือแม้แต่ บาห์เรน คงเป็นบทเรียนเตือนใจได้เป็นอย่างดี

อย่าคิดว่า มหาอำนาจจะเข้าข้าง เปรียบเทียบไทยกับ อิยิปต์ ซาอุดิอารเบีย บาห์เรน ฯลฯ เหล่านี้ ไทยเราคงไม่มีเสียงหรือความสำคัญเท่ากับมิตรสนิทของมหาอำนาจเหล่านั้น การเจรจายกน้ำมัน หรือยกผลประโยชน์ประดามีให้กับต่างชาติ หรือเรียกว่าขายชาติเอาชีวิตรอดนั้น

ถึงเวลาจริงๆ ทุกประเทศก็เข้าข้างผู้ชนะคือประชาชนทั้งนั้น
**************

ทนเสียงด่าไม่ไหวเวบกระทรวงวัฒนธรรมเลิกโชว์นม

ที่มา Thai E-News

Before

After


ข่าวเกี่ยวเนื่อง:มาตรฐานจริยธรรม ตอแหลแลนด์

กวีชาวนา: เพลงยาวถวายศาลต้นไทร

ที่มา Thai E-News

โดย ทิ้ง ประดู่พลิ้ว

18 เมษายน 2554


เมฆลอยเลื่อนเดือนห้ามาอีกหน
ฝุ่นลมแล้งทยอยลอยดั่งร้อนรน
ดอกคูนหล่นคนเริ่มจากปากเริ่มโอย
...

สาธุ. พ่อไทรสรณํเจ้าขา
เคราะห์ชะตาปากแห้งระแหงโหย
เรียวหญ้าคาเดินผ่านปานแส้โบย
โถ ชีวิตอิดโรยทุกรอบปี
สาธุ. พ่อไทรสรณํเจ้าขา
ผู้ดลบันดาลงานชีวานาผืนนี้!
ลูกปลูกข้าวขวัญคนทั่วธานี
แต่เงินตราราคีนี้ระอา
ข้าวนาปังกระทั่งข้าวนาปี
รวงพวงพีดกอุดมสมรักษา
ก่อนมองทีเหมือนมองทองบนท้องนา
พอเก็บเคียวเหลียวมาเป็นกรวดทราย

ข้าวงามน้ำดีปีอุบาทว์
ตาชั่งแข็งขาวขาดน้ำหนักหาย
ข้าวงามน้ำดีปีปลาตาย
เดินกรายน้ำตาลูกบ่าริน
หากปีหน้าวางหว่านไว้ครึ่งเดียว
แล้วมุ่งเกี่ยวกินเองไปเสียสิ้น
มันประหวั่นครั่นอกนรกจะกิน
ข้าวดีปีทมิฬ สิ้นศรัทธา
ก็ทำเองกินเองเกรงเขาอด
โซกันหมดเมืองม้วยซวยยันหมา
พลอยขุดแกวกลืนแกลบแบบจนตา
ร้อนขุนนางทำนาหากินเอา

อุทิศหลังก้มโก่งเกือบขดขาด
หวังแปลงทุ่งมุ่งมาดรวงเฉลา
อันข้าวลูกปลูกงามพอทำเนา
แต่ข้าวเขาบนหลังลูกปลูกได้ไง?
ข่าวเดือนหน้าราคาทั้งยาปุ๋ย
บานตะโกโสหุ้ยฤาทนไหว
มาจุดธูปบนบานรัฐบาลพ่อไทร
พลีหมูเห็ดเป็ดไก่มะไฟมะเฟือง
ขอมีเงินซื้อปุ๋ยประเทืองเถิด
สืบข้าวไทยแจ่มเจริดระบือเลื่อง
คนจะมีข้างดีกินทั้งเมือง
ลูกฝืดเคืองปีหน้าค่อยว่ากัน......

ธาริต เล่นไม่เลิก "ออกหมายเรียก 18 นปช.รับทราบข้อหาคดีล้มเจ้า"

ที่มา Thai E-News

ขอบคุณภาพประกอบจาก ปรวย Salty Head

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 เมษายน 2554
ใครที่ยังไม่โดนข้อกล่าวหาแห่งยุคสมัย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" และ "หมิ่นรัฐ" กลายเป็นคนล้าสมัย และไม่ร่วมสมัยไปเสียแล้ว สำหรับผู้ผู้ที่ถูกข้อกล่าวหาประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง

เนชั่น แชนนอล และ มติชนรายงานข่าว อัยการเห็นชอบออกหมายเรียก 18 แกนนำ นปช.รับทราบข้อหาคดีล้มเจ้า 2-6 พ.ค.นี้ ย้ำดำเนินคดีเฉพาะแกนนำไม่เกี่ยวมวลชน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายการุณ บุณยอุดมศักดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักคดีศาลแขวง และนายคมคะเน หงส์ธนนันท์ อัยการประจำกรม เพื่อพิจารณาหลักฐาน ในคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ ว่าด้วยการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 ว่า ขณะนี้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และพวกรวม 18 คน จากกรณีที่มีการปราศรัยล่วงละเมิดสถาบันในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนร่วมระหว่างดีเอสไอกับอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี จึงให้ออกหมายเรียกนายจตุพรกับพวกรวม 18 คน มารับทราบข้อกล่าวหา โดยในวันที่ 19 เม.ย. ตนจะออกหมายเรียกส่งไปรษณีย์ในระบบลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้ถูก กล่าวหาทั้ง 18 คน

นายธาริต กล่าวอีกว่า ดีเอสไอจะให้ระยะเวลาผู้ถูกกล่าวหาเตรียมหลักฐานเข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน โดยจะทำตารางนัดหมายเป็นรายบุคคล เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 2-6 พ.ค.นี้ ซึ่งในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำจะมีพนักงานอัยการเข้าร่วมรับฟัง เพื่อความถูกต้องของการสอบสวนและถือเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ด้วย ในส่วนของสื่อมวลชนที่นำเสนอถ้อยคำการปราศรัยของแกนนำนปช.ในวันที่ 10 เม.ย. ดีเอสไอจะตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากแกนนำนปช.นำมวลชนคนเสื้อแดงมากดดันดีเอสไอจะดำเนินการ อย่างไร นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอเรียกตัวแกนนำนปช.มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบคำให้การ ไม่ได้เรียกกลุ่มมวลชนมาให้การ ดังนั้นการปลุกระดมมวลชนจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงว่า ความผิดของผู้ต้องหาทั้ง 18 ราย เป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งรัฐ ไม่ใช่คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือหมิ่นสถาบันเหมือนที่หลายฝ่ายพยายามนำเสนอ

แกนนำและแนวร่วม นปช. 18 รายที่ถูกออกหมายเรียกประกอบด้วย

นายจตุพร พรหมพันธุ์
น.พ.เหวง โตจิราการ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง
นางธิดา ถาวรเศรษฐ์
นายการุณ โหสกุล
นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
นายวีระ หรือวีระกานต์ มุสิกพงศ์
นายชินวัฒน์ หาบุญพาด
นายวิเชียร ขาวขำ
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน
นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา
นายนิสิต สินธุไพร
จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ
นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์
นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์
นายสมชาย ไพบูลย์

นอกจากนี้ มติชน วันที่ 18 เมษายน ยังได้ลงข่าว . . "ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 เมษายน นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำแผ่นซีดีบันทึกภาพและเสียง และเอกสารถอดคำพูดในรายการ “ความจริงวันนี้” สัญจร ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน"

* * * * * * * * * *

เป็นกำลังใจให้ทั้ง 19 คน งานนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์แห่งพลังมวลชนคนเสื้อแดงจะยิ่งฮีกเหิมมากขึ้นหรือไม่ และอุดมการณ์ว่า เราจะไม่ทอดทิ้งกัน ยังแข็งแกร่งดุจหินผาอยู่หรือไม่?

* * * * * * * * * *

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตู่แจ้งจับเหล่หมิ่นประมาทหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แดงนับพันให้กำลังใจ-สลิ่มหยิบมือถอยกรูด

Monday, April 18, 2011

"กำลังใจ"จากพระองค์ภาฯ สร้างชีวิตใหม่ให้ผู้ต้องขังหญิง

ที่มา Thai E-News





ที่มา เวบไซต์whoweeklymagazine

รอยยิ้มที่เบ่งบานไปด้วย ความหวัง และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคือภาพที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้ต้อง ขังหญิงทั่วทุกขอบเขตของประเทศไทยในยามที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเยี่ยมและประทานกำลังใจแก่เธอผู้พลาดพลั้งเหล่านั้น

แม้จะมีพระกรณียกิจมากเพียง ใด ทว่าก็ยังทรงห่วงใยชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง โดยเมื่อไม่นานนี้ “พระองค์ภาฯ” เสด็จไปทรงเป็นประธานในโครงการกำลังใจฯ ภายใต้กิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” ณ เรือนจำกลางระยอง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

จากนั้นสัปดาห์ถัดมาพระองค์ภาฯ ได้เสด็จไปทรงเป็นประธานในโครงการกำลังใจ ภายใต้กิจกรรม “จากเวทีตรัง สู่เวทีโลก” ณ เรือนจำจังหวัดตรัง

ทั้งสองกิจกรรมล้วนเป็น ส่วนหนึ่งของโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กติดผู้ต้องขังและผู้ต้องขังสตรีตั้งครรภ์ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ โดยเหล่าสตรีผู้ก้าวพลาดทั้ง 2 เรือนจำ 2 ภูมิภาค นอกจากจะได้รับประทานถุงของขวัญอุปกรณ์เด็กอ่อน พระองค์ภาฯ ยังมีรับสั่งถามไถ่ทุกข์สุขทั้งของแม่และเด็กด้วยความใส่พระทัย ทั้งยังทรงพระกรุณาประทานการฝึกอาชีพเพื่อเป็นความรู้ติดตัวก่อนออกไปผจญโลก กว้างเมื่อถึงวันที่เธอเหล่านั้นหลุดพ้นจากพันธนาการ

สำหรับกิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” นั้น พระองค์ภาฯ ได้ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของผู้ต้องขังหญิงจากเรือนจำ 9 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงธนบุรี ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เรือนจำกลางอุดรธานี เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และเรือนจำกลางระยองโดย ทรงเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น พร้อมทั้งประทานคำแนะนำและมีพระวินิจฉัยในการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ราชทัณฑ์ไปสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ Princess Pa เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ต้องขังอีกทางหนึ่ง

....
ทั้งสองกิจกรรมล้วนเป็น ส่วนหนึ่งของโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กติดผู้ต้องขังและผู้ต้องขังสตรีตั้งครรภ์ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ โดยเหล่าสตรีผู้ก้าวพลาดทั้ง 2 เรือนจำ 2 ภูมิภาค นอกจากจะได้รับประทานถุงของขวัญอุปกรณ์เด็กอ่อน พระองค์ภาฯ ยังมีรับสั่งถามไถ่ทุกข์สุขทั้งของแม่และเด็กด้วยความใส่พระทัย ทั้งยังทรงพระกรุณาประทานการฝึกอาชีพเพื่อเป็นความรู้ติดตัวก่อนออกไปผจญโลก กว้างเมื่อถึงวันที่เธอเหล่านั้นหลุดพ้นจากพันธนาการ

สำหรับ กิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” นั้น พระองค์ภาฯ ได้ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของผู้ต้องขังหญิงจากเรือนจำ 9 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงธนบุรี ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เรือนจำกลางอุดรธานี เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และเรือนจำกลางระยองโดย

ทรงเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น พร้อมทั้งประทานคำแนะนำและมีพระวินิจฉัยในการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ราชทัณฑ์ไปสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ Princess Pa เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ต้องขังอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณา ประทานความรู้เรื่องการประกอบอาหารจานพิเศษ 2 เมนู ได้แก่ ผัดไทย และลาบหมูทอด โดยมีพระดำริให้เจ้าของร้านผัดไทยอารีย์ และดิโอเรียนท์ มาถ่ายทอดวิธีการทำอาหารสูตรพิเศษแก่เหล่าผู้ต้องขังหญิงเรือนจำกลางระยอง ทั้งยังมีกิจกรรมสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ต้องขังด้วยการจัดการแข่งขัน ประกอบอาหาร “เส้นสปา เกตตีผัดไทย” โดยผู้เข้าแข่งขันซึ่งมีทั้งหมด 6 ทีม ได้โชว์ลีลาการทำผัดไทยประกอบเพลงอย่างเต็มที่ ทรงร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักชิมตัดสินการประชันฝีมือครั้งนี้

ส่วน กิจกรรม “จากเวทีตรัง สู่เวทีโลก” ณ เรือนจำจังหวัดตรังนั้น ก่อนกิจกรรมนำกำลังใจสู่ผู้ต้องขังหญิงจะเริ่มต้น พระองค์ภาฯ ทรงปลูกต้นกันเกรา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่คนท้องถิ่นใน จ.ตรัง นิยม ประทานไว้เป็นที่ระลึกแก่เรือนจำด้วย

ภายในแดนหญิงแห่งเรือนจำ จังหวัดตรัง พระเจ้าหลานเธอนักกฎหมายโปรดให้มีกิจกรรม และวิธีการสร้างเสริมกำลังใจให้กับ หญิงผู้ต้องขังด้วยวิธีการที่หลากหลายโดยประทานโอกาสให้ ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา (อดีตนางแบบดังที่เคยหลงผิด แล้วกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง)ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ตัวแทนจากการประกวด Elite Model Look Thailand 2010

ซึ่งได้เข้ามาร่วมจัดกิจกรรมการฝึกสอนการตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อนำผลงานฝีมือ ผู้ต้องขังไปนำเสนอสู่สายตาคนทั่วโลกในการประกวด Elite Model ที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การก้าวพลาด พร้อมทั้งช่วยสร้างเสริมกำลังใจแก่เหล่าผู้ต้องขังให้แข็งแรงขึ้นด้วย

และ เพื่อประทานกำลัง ใจของบรรดาผู้ต้องขังหญิงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พระองค์ภาฯ โปรดให้มีการจัดเวทีเพื่อให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสแสดงความสามารถร่วมกับ นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 (จ.สุราษฎร์ธานี) ในการแสดงชุด Inspire ซึ่งเป็นการแสดงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างและมอบกำลังใจให้กันและกัน ระหว่างผู้ต้องขังกับนักเรียน ซึ่งสามารถสะกดคนดูทั้งหมดให้มีอารมณ์ร่วมและซาบซึ้งใจไปกับเนื้อหาได้อย่าง ยอดเยี่ยม

ไม่ใช่ แค่วิชาชีพที่ โปรดให้นำมาถ่ายทอดแก่เหล่าผู้ต้องขังหญิงทั้ง 2 เรือนจำเท่านั้น ก่อนที่จะเสด็จกลับพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไม่ทรงลืมที่จะประทานความสนุกสนานเป็นของขวัญแก่ผู้ต้องขังหญิงด้วยการให้ เหล่าศิลปินนักร้องชื่อดังมาร่วมสร้างความสุขด้วยเสียงเพลง โดยประทานโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกับศิลปินแบบเต็มที่ อีกทั้งพระองค์ยังประทับทอดพระเนตรร่วมไปกับเหล่าผู้ต้องขังด้วย

เบื้องหลังกำแพงที่ ถูกจำกัดอิสรภาพในวันนั้นอวลไปด้วยความอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะกำลังใจจากพระองค์ภาฯ จะช่วยชุบชีวิตใหม่ให้พวกเธอในวันที่ได้รับอิสรภาพ

ชูภาพแบบนี้ ตีความเป็นภาษากายว่าหมิ่นได้หรือเปล่านะ?

ที่มา Thai E-news


ที่มา เฟซบุ๊คบก.ลายจุด
18 เมษายน 2554

บก.ลายจุดเขียนข้อความสั้นๆในเฟซบุ๊คว่า

ชูภาพแบบนี้ ตีความเป็นภาษาร่างกายว่าหมิ่นได้หรือเปล่านะ


ทั้งนี้เป็นภาพเหตุการณ์กลุ่ม เครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน กลุ่มสหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบัน และ กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน หรือ"ม็อบสลิ่ม"ไปรวมตัวประท้วงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ไปแจ้งความต่อสน.สำราญราษฎร์ให้ดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เมื่อวานนี้ (ดูข่าว:ตู่แจ้งจับเหล่หมิ่นประมาทหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แดงนับพันให้กำลังใจ-สลิ่มหยิบมือถอยกรูด)

ก่อนหน้านี้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีDSIกล่าวว่า จะออกหมายเรียกแกนนำนปช. 18 ราย ที่พบหลักฐานชัดเจนว่าสนับสนุนจตุพร กล่าวปราศรัยเมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นภาษากาย ทั้งตบมือ โห่ร้อง ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ
ส่วนกระดานสนทนาInternet Freedomตั้งกระทู้เรื่อง หลักฐานจะๆ ม๊อบสลิ่ม หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ช่วยกันแจ้งความด่วน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า

มันจ้างเด็กจรจัดไหนมาถือป้าย วะไม่ลงทุนเลย จ้างมาคนละกี่สลึงล่ะนั้น


และลองสังเกตหลายๆคนสิ แม่งตัวดำ ผมเกรียน
ชาวบ้านที่รักสถาบันนี่ "ฝึกหนักเนอะ" ตัวดำเชียว

หยุด...พาดพิงอ้างอิงสถาบัน เพื่อประโยชน์ทางการเมือง

ที่มา Voice TV

หยุด...พาดพิงอ้างอิงสถาบัน เพื่อประโยชน์ทางการเมือง

เจาะลึกประเด้นร้อนกับรายการ Hot Topic วันนี้ กับคุณจอม เพชรประดับ ในประเด็น “หยุด...พาดพิงอ้างอิงสถาบันกษัตริย์ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง”ร่วมพูดคุยกับประธานกลุ่มสหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบัน ตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป

DSI ยื่นถอนประกัน 9 แกนนำ นปช.

ที่มา Voice TV



Voice At Noon 18 เมษายน 2554 (12.00น.)

- DSI ยื่นถอนประกัน 9 แกนนำ นปช.
- ปัญหารถเมล์กับคนตาบอด
- ประท้วงเยเมนปะทะเดือด ตายเพิ่ม 22
- เด็กรุ่นใหม่ตบเท้าคัดตัวแสดงโขน ศึกมัยราพณ์ คึกคัก
DSI ยื่นถอนประกัน 9 แกนนำ นปช.
ธาริต มอบ ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 ยื่นคำร้องถอนประกัน 9 แกนนำ นปช. ต่ออัยการสูงสุด พร้อมหลักฐานการปราศรัยดูหมิ่นสถาบัน
ปัญหารถเมล์กับคนตาบอด
คนตาบอดเรียกร้องสิทธิเดินทางด้วยรถประจำทางสาธารณะ เหตุจากปัจจุบันระบบรถสาธารณะไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อผู้พิการ ทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ประท้วงเยเมนปะทะเดือด ตายเพิ่ม 22
สถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในเยเมนยังคงเลวร้าย ล่าสุดมีเหตุปะทะระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับผู้ประท้วง จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย
เด็กรุ่นใหม่ตบเท้าคัดตัวแสดงโขน ศึกมัยราพณ์ คึกคัก
เยาวชนคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ที่มีใจรักในการแสดงนาฏศิลป์ไทย เข้าร่วมคัดเลือกเป็นนักแสดงตัวเอกรุ่นใหม่ เพื่อร่วมแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ชุด ศึกมัยราพณ์

Newsweek: จุดจบของผู้นำเผด็จการ

ที่มา Voice TV



จุดจบของผู้นำเผด็จการในหลายประเทศของตะวันออกกลาง และแอฟริกาNewsweek ได้รวบรวมผู้นำเผด็จการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ทั้งถูกโค่นล้มด้วยพลังของประชาชน หรือทหารยึดอำนาจ....

''เปลือยอก'' กระทรวงวัฒนธรรม

ที่มา Voice TV



Wake up Thailand ประจำจันทร์ ที่ 18 เมษายน 2554

นำเสนอประเด็น
- เก็บตก ควันหลงสงกรานต์
- ผอ.เขตลั่น หาตัว+เอาผิด สาวเต้นโชว์เต้าที่สีลม
- แกนนำเสื้อแดง แจ้งความกลับ ผบ.ทบ.
- ดีเอสไอ เตรียมถอนประกัน 8 แกนนำเสื้อแดง
- วัดกระแส ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
- บีบีซี วิเคราะห์สถานการณ์ไอเวอรี่โคสต์
- ทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อาจใช้เวลา 10 ปี