WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 21, 2011

แนวทางการต่อสู้ไม่ให้เสียเลือดเนื้อ

ที่มา Thai E-News

สรุปแล้ว คือการเตรียมพื้นที่ปลอดภัยเป็นกลุ่มๆหรือวงกว้าง ไม่มารวมตัวให้เป็นเป้ากวาดล้าง ตัดเส้นทางคมนาคมทั้งหมดให้ประชาชนเคลื่อนไหวได้ฝ่ายเดียวอย่างเสรี ระวังรถถัง รถหุ้มเกราะและเครื่องบินก็เพียงพอ แต่ถ้ามีการประกาศรัฐบาลพลัดถิ่นและขอสหประชาชาติให้จำกัดเขตห้ามบินได้สำเร็จ รถถัง เครื่องบินก็จะถูกทำลายโดยต่างชาติไปเอง เพียงแต่ระยะแรกต้องหลบหลีก ซ่อนตัวดีๆ แอบชุมนุมย่อยและโจมตีด้วยมือเปล่ากันไปก่อน แต่อย่ายอมแพ้แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านเหมือนคราวราชประสงค์เป็นอันขาดเพราะอย่างนั้นถูกล่าอยู่ข้างเดียว สุดท้ายคือระบบการติดต่อกันเอง วางกันเงียบๆ ด้วยวิธีการต่างๆหลายๆอย่างผสมผสานกัน ไม่มีใครคุมใครแต่ต่างก็รู้ข่าวกันและกัน เป้าหมายคือปิดล้อมกรุงเทพมหานครฯ กำลังทหารจากที่อื่นห้ามเข้า อย่าเสี่ยงชีวิตโดยไม่จำเป็นเวลาที่เลือดเข้าตาพวกนี้จะฆ่าคนอย่างเหี้ยมโหดเหมือนที่ผ่านมา

โดย Pegasus
21 เมษายน 2554


ช่วงระยะเวลานี้มีเสียงคำรามดังกึกก้องจากฝ่ายทหารว่า ถ้ามีการสั่งมาละก็ไม่ลังเล

ทหารนับว่าเป็นเครื่องมือสุดท้ายของฝ่ายอำมาตย์ ยิ่งโพลล์ของเนชั่นออกมายืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะถล่มทลายจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวยิ่งยอมไม่ได้ใหญ่

แนวทางประนีประนอมยอมให้มีการเลือกตั้งและยังรักษาโครงสร้างอำนาจเดิมไว้นั้น อาจจะถูกเก็บเข้าลิ้นชัก แล้วเปลี่ยนมาเป็นเตรียมการกวาดล้างใหญ่

ไม่ว่าจะผ่านการยึดอำนาจ หรือผ่านการสังหารโดยมือปืน โดยอ้างเหตุเลือกตั้งก็ตาม รวมถึงความพยายามสร้างเรื่องให้ฝ่ายเสื้อแดงหมดความอดทนและปะทะกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นจะให้พันธมิตรโดยมีทหารปลอมตัวเข้ามาสวมบทเป็นพระเอกปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ

แต่สุดท้ายแล้วเห็นว่าคงคิดไม่ออก ไม่เห็นทางก็เลยคิดจะออกมาใช้กำลังยึดอำนาจเอาตรงๆ ด้วยเห็นว่าฝ่ายเสื้อแดงไม่ค่อยได้เตรียมการอะไรรับการยึดอำนาจ นอกจากรวมตัวกับแถลงการณ์เท่านั้น และหากเอาจริงแกนนำก็คงจะยอมแพ้เช่นเดิม

ไม่ว่าจะเป็นหนทางไหนประชาชนต้องเสียชีวิตล้มตายอีกจำนวนมาก ครั้งนี้น่าจะมากกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า และคงนำไปสู่การปิดประเทศกวาดล้างคู่แข่งทางการเมืองให้หมด จากนั้นจึงยอมให้มีการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยเหลือแต่พวกที่ยอมสยบเท่านั้น

เข้าทำนอง ใครตามรอด ใครขวางตาย แบบนิยายจีน ซึ่งจริงๆไม่เป็นเช่นนั้นเลย

ลองนึกถึงความเป็นจริง ถ้าในซอยเรามีอันธพาลอยู่หน้าปากซอย ใครจะไป ใครจะมาก็รังแก ข่มเหง ข่มขู่เอาเงินทอง จนถึงปล้น โดยคนในซอยไม่ทำอะไรต่างคนต่างอยู่ ได้แต่ออกมาบ่นด่าไปวันๆ อันธพาลนั้นก็ยังอยู่

แถมอันธพาลนั้นเป็นสายตำรวจซะอีกจะแจ้งความยังไงก็ไม่มีใครฟัง หนทางไหนที่จะทำให้อันธพาลนั้นไม่กล้ารังแกคนในซอยนั้นได้อีก บทความนี้จะเสนอความคิดเช่นนั้น

กำลังทหารไทย เคยสู้กับผู้ก่อการ้ายคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่เสียงปืนแตกปี 2508 สู้ไปสู้มาถูกล้อมกรอบจนไม่มีทางไป ต้องอาศัยการเจรจาระหว่างไทย-จีน กับสถานการณ์การเมืองโลกถึงรอดมาได้ ทางภาคใต้ก็เหมือนกัน

สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ทั้งสองกรณีการทำงานของทหารล้มเหลวเพราะประชาชนไม่เข้าข้างฝ่ายทหารเป็นจำนวนมาก คอยให้ความคุ้มครองฝ่ายก่อการร้าย คอยให้ข่าวสารและเกลียดชังทหารอย่างเข้ากระดูกดำ เพราะการกดขี่ การใส่ร้ายป้ายสี ฯลฯ อันนี้รู้กันอยู่แล้วจะไม่ขอกล่าวถึง

สิ่งที่ควรทำคือสร้างบรรยากาศเหมือนกับว่า สถานการณ์ต่อสู้ถึงเลือดถึงเนื้อเหมือนกับสมัยคอมมิวนิสต์กับทางสามจังหวัดชายแดนใต้อาจปะทุขึ้นได้ทุกเวลาหากทหารลงมือยึดอำนาจหรือปราบปรามประชาชนอีกครั้ง

บทความนี้ไม่ได้ชักชวนให้ทำผิดกฎหมาย ไม่ได้แนะนำให้เข้าทำการก่อการร้าย หรือจับอาวุธสู้กับรัฐบาล ซึ่งเป็นผลเสียทำให้ต่างชาติไม่อาจรับรองการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของเราได้

แต่เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เตรียมรองรับการเกิดสงครามกลางเมืองที่จะจุดขึ้นมาโดยทหารได้ และเวลานั้นนั่นแหละการจับอาวุธจะเกิดขึ้นได้อย่างถูกกฎหมายเมื่อมีประเทศอื่นรองรับรัฐบาลอีกแห่งหนึ่ง จะเป็นรัฐบาลปฏิวัติโดยประชาชนหรือรัฐบาลพลัดถิ่นที่อยู่นอกประเทศก็ตามที ขอเพียงมีต่างชาติรับรอง 1 หรือ 2 ประเทศก็เพียงพอ

อย่างกรณีลิเบีย มี 3 ประเทศรับรองรัฐบาลปฏิวัติของประชาชนเป็นต้น ถ้ามีประเทศมหาอำนาจรับรองสักประเทศ อาทิ เช่นฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่นน่าจะรับรองแน่นอนเป็นต้น ก็สู้ได้เต็มรูปแบบ ลิเบีย ยังไงก็ยังงั้น

แต่ถ้าไม่ทำอะไร นั่งรอให้มีการยึดอำนาจ หรือรอการรวมตัวหลังยึดอำนาจหรือรอการแถลงการณ์ ก็น่าจะไม่ทันการ และก็เท่ากับทหารได้ลงมือแล้ว การสูญเสียอย่างน้อยชีวิตของประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมก็คงต้องเกิดขึ้นแน่นอน รวมถึงแกนนำระดับล่างๆที่มีรายชื่อเรียบร้อยแล้วนั้นด้วย

ถ้าสงสัยว่า การลงมือเหี้ยมโหดขนาดไหน ก็ขอให้ไปค้นหาการทรมาน และตามสังหารกลุ่มคณะราษฎรได้ บางคนที่เป็นนักวิชาการธรรมศาสตร์ถูกผูกเชือกโยงเปลือยกายให้อดข้าว อดน้ำจนตายโทษฐานที่พูดเก่งเกินไป (อาจารย์นักวิชาการบางท่านที่ตกเป็นเป้าหมายในเวลานี้ โปรดระลึกไว้ให้จงหนักด้วยครับ)

แล้วจะทำอะไร ขอกล่าวสั้นๆว่า ต้องจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการหลบภัยเมื่อเกิดการยึดอำนาจ มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ สามารถเป็นเสบียงสำหรับการสู้รบสงครามกลางเมืองเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าสามเดือนได้

พื้นที่เหล่านี้ต้องกระจายกันออกไปล้อมรอบพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ ตัดขาดการคมนาคม ขนส่ง การส่งกำลังทหารจากทุกที่เข้ามายังส่วนกลาง โอกาสของชัยชนะอยู่ที่ความกล้าหาญของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะประกาศรัฐบาลพลัดถิ่นต่อต้านการรัฐประหาร

ประชาชนต้องไม่มารวมตัวที่ใดที่หนึ่ง แต่กระจายตัวกันเป็นกลุ่มๆละจำนวนมากกระจายทั่วไปทุกหนทุกแห่ง มีคนดูแลที่รู้กันลับๆ ครั้งนี้คงไม่ต้องถือดอกไม้ไปกราบทหารอีกแล้ว หวังว่าครั้งเดียวคงจำได้

คนที่กระจายตัวไปเป็นกลุ่มๆ ควบคุมเส้นทางคมนาคมทั้งหมด ช่วงนั้นเชื่อว่า ตำรวจจะเข้ามาช่วยฝ่ายประชาชน การต่อสู้จะเกิดจากตำรวจมาฝึกประชาชนให้ทำการสู้กับทหาร การต่อสู้ในเมืองนั้นตำรวจคล่องแคล่วกว่าทหารมาก โอกาสที่ทหารจะชนะนั้นมีน้อยมาก ถ้ามีการประกาศรัฐบาลแยกตัวออกมา และประชาชนรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนได้ดี

สิ่งที่ต้องรีบเตรียมไว้คือ การติดต่อ สื่อสารหากัน จะทำอย่างไรเป็นข้อคิดสำหรับเหล่าแดงเทียมทั้งหลาย เพราะท่าทางเป็นปัจเจกชนนิยมดี โดยประสานงานกับมวลชนของ นปช. ที่ยังเคว้งคว้างอยู่ด้วยเหตุว่า ณ เวลานั้นแกนนำคงถูกลอบสังหาร หรือถูกจับหมดแล้ว คนที่จะดูแลการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงกันนั้นจะเป็นคนใหม่ขอให้พยายามฝึกระบบการติดต่อกัน และแจ้งให้กันทราบเป็นการลับๆไว้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้

สรุปแล้ว คือการเตรียมพื้นที่ปลอดภัยเป็นกลุ่มๆหรือวงกว้าง ไม่มารวมตัวให้เป็นเป้ากวาดล้าง ตัดเส้นทางคมนาคมทั้งหมดให้ประชาชนเคลื่อนไหวได้ฝ่ายเดียวอย่างเสรี ระวังรถถัง รถหุ้มเกราะและเครื่องบินก็เพียงพอ แต่ถ้ามีการประกาศรัฐบาลพลัดถิ่นและขอสหประชาชาติให้จำกัดเขตห้ามบินได้สำเร็จ รถถัง เครื่องบินก็จะถูกทำลายโดยต่างชาติไปเอง เพียงแต่ระยะแรกต้องหลบหลีก ซ่อนตัวดีๆ แอบชุมนุมย่อยและโจมตีด้วยมือเปล่ากันไปก่อน แต่อย่ายอมแพ้แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านเหมือนคราวราชประสงค์เป็นอันขาดเพราะอย่างนั้นถูกล่าอยู่ข้างเดียว สุดท้ายคือระบบการติดต่อกันเอง วางกันเงียบๆ ด้วยวิธีการต่างๆหลายๆอย่างผสมผสานกัน ไม่มีใครคุมใครแต่ต่างก็รู้ข่าวกันและกัน เป้าหมายคือปิดล้อมกรุงเทพมหานครฯ กำลังทหารจากที่อื่นห้ามเข้า อย่าเสี่ยงชีวิตโดยไม่จำเป็นเวลาที่เลือดเข้าตาพวกนี้จะฆ่าคนอย่างเหี้ยมโหดเหมือนที่ผ่านมา


แล้วที่พูดมาจนยืดยาวนี้ ไม่เห็นว่าจะไม่เสียเลือดเนื้อที่ตรงไหนเลย คำตอบคือถ้าสร้างบรรยากาศและภาพให้ทหารเห็นชัดๆว่าคราวนี้เอาจริง มีวิธีการต่อสู้ที่เป็นระบบ และมีตัวอย่างชัยชนะของประชาชนที่อาฟริกากับตะวันออกกลางแล้ว แถมสหรัฐฯโดยนางฮิลลารี คลินตัน เมื่อซีเอ็นเอ็นถามว่า ถ้ารัฐบาลที่สหรัฐสนับสนุนมีปัญหากับประชาชน สหรัฐฯยังจะสนับสนุนต่อไปหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ อย่างชัดเจน

การรีบศึกษาบทเรียนในประเทศต่างๆเสียตั้งแต่บัดนี้และพูดคุย ปรึกษา สร้างกระบวนการรองรับเหตุการณ์ในแง่มุมต่างๆที่เกิดขึ้นด้วยมวลชนกลุ่มย่อยต่างๆนี่แหละคือหนทางแห่งชัยชนะ

แต่ต้องมีการเตรียมการกันตั้งแต่ตอนนี้ และโปรดจำเอาไว้ว่า อย่าจับอาวุธสงครามให้กลายเป็นผู้ก่อการร้ายและระวังแดงด้วยกันที่หลงไป หรือถูกหลอกหรือเป็นแดงเทียมของเทียมจริงๆที่เอาอาวุธสงครามมาป้ายสีแดงด้วยกัน ต้องระงับให้ทันก่อนเกิดเรื่องแล้วทุกอย่างจะจบได้เองในตัว

ถ้าทหารรู้ว่า ประชาชนเตรียมต้อนรับจริงๆ มีการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ มีเสบียงอาหาร มีการฝึกตัวเองเหมือนพวกรักษาดินแดน ต่อสู้ด้วยอาวุธของชาวบ้านเป็น มีการเตรียมให้ต่างชาติเข้าแทรกแซง แถมถ้าเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น หรือรัฐบาลปฏิวัติจริง ก็แน่ใจว่า การสนับสนุนจะไหลมาเทมา

ด้วยเงื่อนไขนี้ต่อให้มีการสั่งการจริงๆให้ใช้กำลัง ในที่สุดก็จะมีแต่คนสั่งคนเดียวที่จะออกไปยิงประชาชน ทหารคนอื่นๆ ก็จะทำเป็นเฉื่อยงาน หรือเอาแต่พูดไม่ใช้อาวุธ ก็เท่ากับประชาชนปลอดภัย ไม่สูญเสีย แต่ถ้าเขาเห็นว่าเราอ่อนแอ ไม่มีอะไรในกอไผ่ ลงมือฆ่าเสียสองสามพันคนก็จบ เขาก็จะลงมือแน่นอน

ในทางกลับกัน ถ้าประชาชนพร้อม ทหารลงมือยึดอำนาจก็เท่ากับอำนาจอธิปไตยคืนกลับไปสู่ประชาชนอีกครั้ง เท่ากับไม่มีกฎหมายที่ชอบธรรม ประชาชนปฏิเสธ และชุมชนนานาชาติก็ปฏิเสธการยึดอำนาจ เมื่อมีสงครามกลางเมืองทุกอย่างก็จะจบลงที่ประชาชนเป็นฝ่ายชนะ

หรือถ้าทหารคิดได้ทำเฉยเสียไม่ขยับตัว คนสั่งการก็ต้องบินหนีออกนอกประเทศเอง ทุกชีวิตก็จะปลอดภัยโดย เฉพาะอย่างยิ่งชีวิตของทหารเอง

ด้วยเหตุนี้ความพร้อมของประชาชน และมวลชนฝ่ายเสื้อแดงเทียมนี่แหละ ที่จะทำให้ทหารต้องคิดหนัก

ลองคิดถึงสมัยสงครามเย็นสหรัฐ กับรัสเซียไม่กล้าทำสงครามกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะแต่ละฝ่ายมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน สิ่งนี้เรียกว่าอาวุธป้องปรามทางยุทธศาสตร์

ถ้าประชาชนทำให้ทหารเชื่อว่า ออกมาคราวนี้ไม่ได้กลับบ้านแน่เมื่อไหร่ ก็จะไม่เกิดการเข่นฆ่ากันเมื่อนั้น ฝากด้วยนะครับผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย

สุดท้ายนี้ ขอฝากไปยังทหารด้วยความปรารถนาดีกว่า การที่มีอดีตทหารบ้าง นักการเมืองบ้าง ที่เชียร์ระบอบอำมาตย์สร้างเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันฯที่ท่านพูดว่ารักและเทิดทูนนักหนาแล้วท่านไม่ทำอะไร แถมยังช่วยทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้นเหมือนกับทำให้สถาบันฯแปดเปื้อนด้วยคำพูดของพวกท่านเอง

ก็เท่ากับพวกท่านนั่นแหละเป็นผู้ทำลายสถาบัน ฯไม่ใช่ใครอื่นเลย

***********

รายงานเกี่ยวเนื่อง:นปช. แดงทั้งแผ่นดินแถลงข่าวพร้อมต้านรัฐประหาร

สดๆ ร้อน นปช. แดงทั้งแผ่นดินแถลงข่าว

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 เมษายน 2554



การแถลงข่าวครั้งนี้ เป็นเสียงยืนยันที่หนักแน่นชัดเจนว่า ถ้ารัฐประหารขึ้นมาอีกเมื่อไร ทหารเจอกับกองทัพประชาชนแน่ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อมาพร้อมกับวลีเด็ดอีกเช่นเคย "คนเสื้อแดงไม่ได้บีบให้ทหารจับปืน แต่ให้จับเปรม"

ในการแถลงข่าววันนี้ยังได้ให้เวลานำเสนอเหตุการณ์การบุกยิงการ์ดคนเสื้อแดงที่พัทยาระหว่างเตรียมจัดงานที่เขาตาโลในวันที่ 23 เมษายน 2554 ทั้งนี้จตุพรประกาศว่าเมื่อยิงเสื้อแดงที่พัทยา ก็จำเป็นที่เขา ณัฐวุฒิ และแกนนำ นปช. จะไปปราศรัยที่พัทยา เพื่อบอกว่าการข่มขวัญก่อนการเลือกตั้งด้วยการยิงการ์ด นปช. ไม่มีทางทำได้สำเร็จ

จตุพรกล่าว "ศัตรูของคนเสื้อแดงคือคนลั่นกระสุนและคนสั่งฆ่าคนเสื้อแดง"

วีดีโอแถลงข่าวครั้งนี้น่าติดตาม และทำให้นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้เห็นว่า แกนนำ นปช. ในฐานะกลุ่มนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกลุ่มใหญ่ที่สุดในตอนนี้นั้นหนักแน่น และเท่าทันสถานการณ์การเมือง


ทั้งนี้ สหายต๋าคำ ที่เวบไซด์ Internet Freedom รายงานพร้อมรูปภาพประกอบว่า

มีผู้ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมกระบะนำหน้า เข้ามาใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่คนเสื้อแดงที่เตรียมจัดงานที่ปากทางเขา ตาโล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ในจำนวนนี้เจ็บสาหัส 1 ราย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (21 เม.ย.) ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเว็บบอร์ด "บ้านราชดำเนิน" รายงานเมื่อสักครู่นี้ว่า กลุ่มเสื้อแดงที่เตรียมจัดงานชุมนุมคนเสื้อแดงที่ปากซอยเขาตาโล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งมีรถกระบะน้ำหน้า ได้เข้ามาใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่กลุ่มเสื้อแดงจำนวน 5 นัด ทำให้มีคนเสื้อแดงซึ่งกำลังเตรียมงานได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทั้งหมดถูกนำส่ง รพ.พัทยาเมโมเรียล ขณะนี้แพทย์กำลังผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก

โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้นามว่าคุณ คนไทย thailand ได้เผยแพร่รูปสถานที่เกิดเหตุแล้ว

ด้าน ผู้กำกับ สภ.อ.บางละมุง ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง โดยกล่าวว่า เหตุดังกล่าวนับว่าอุกอาจ มากเนื่องจากที่เกิดเหตุใกล้สี่แยกไฟแดงซึ่งมีกล้องวงจรปิด ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานต่อไป




ภาพชุด "เบื้องหลังวิกฤติประเทศไทย" อีกหนึ่งเครื่องมือเพื่อคนตาสว่าง

ที่มา Thai E-News


โดย จรรยา ยิ้มประเสริฐ
21 เมษายน 2554


สำหรับ คนไกลบ้านที่ไม่สามารถเล่นสงกรานต์ที่เมืองไทยได้ ทำได้ดีที่สุดคือการวิเคราะห์ ขีด เขียน ด้วยความหวังว่า การเป็นอีกหนึ่งเสียงเพื่อนำเสนอบทวิเคราะห์การเมืองไทย และนำเสนอต่อทั้งคนไทยและคนต่างชาติ อาจจะเป็นมีส่วนบ้างช่วยให้การเปลี่ยนผ่านการเมืองไทยสู่ประชาธิปไตยประชาชน เป็นไปได้โดยไม่รุนแรง และชนชั้นสูงที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน ยอมลงจากอำนาจแต่โดยดี และประเทศจะได้เดินหน้าไปสู่เส้นทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง เสียที

ชุดนำเสนอ "เบื้องหลังวิกฤติประเทศไทย" นี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะนำเสนอปัญหาเมืองไทยที่ซับซ้อน และวุ่นวายให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งได้พัฒนาปรับปรุง และแปลเป็นภาษาไทยจากภาษาอังกฤษที่นำเสนอครั้งแรกที่ฟินแลนด์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2554

การนำเสนอชุดนี้อาจจะดูซับซ้อนในบางช่วง แต่เพื่อการนำเสนอภาพองค์รวมของปัญหาเมืองไทยที่สะสมมาอย่างยาวนาน รวมทั้งผลกระทบจากแผนพัฒนาประเทศตามวิถี "ทุนนิยม" ตามก้นอเมริกา พิ่เบิ้ม นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2490 เป็นต้นมา โดยไม่ได้ใตร่ตรองให้รอบคอบ ถึงจุดแข็งและความหลากหลายของประเทศ จนนำพาประเทศไทยตกขบวนการพัฒนามาหลายสิบปี จากการเป็นหนึ่งใน 51 ประเทศร่วมก่อตั้งสหประชาชาติเมื่อปี 2498 มาอยู่ในลำดับประเทศพัฒนาปานกลางในปี 2548 (ลำดับที่ 73) แต่ก็ได้ตกร่วงลงมา 20 ลำดับ มาสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในปี 2553 (ลำดับที่ 92) ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี

ยิ่งปล่อยให้ปัญหาการเมือง ไทยยืดเยื้อยาวนานมากเท่าไหร่ การพัฒนาของประเทศก็ยิ่งถดถอย และถอยหลังมากขึ้นเรื่อยๆ และก็จะยากมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะสร้างเสถียรภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศอย่างแท้จริง

สำหรับ คนเสื้อแดง พวกเขาไม่ต้องดูดัชนีชี้วัดของสหประชาชาติก็เข้าใจได้ดีถึงความถดถอยของการ พัฒนาประเทศ และคุณภาพชีวิตของพวกเขาที่ย่ำแย่ลงทุกวัน จนได้พากันออกมาประท้วงกันต่อเนื่องเป็นแสนเป็นล้านคน - จนหมดเงิน หมดทอง กันครอบครัวละหลายหมื่นบาทตลอดสองปีที่ผ่านมา - ก็เพราะตระหนักได้ดีแห่งการถดถอยของการพัฒนาประเทศ จนยากจะทนอยู่นิ่งเฉย ได้อีกต่อไป

ภาพการนำเสนอ "เบื้องหลังวิกฤติประเทศไทย" ชุดนี้จึงไม่สามารถจะพูดเฉพาะการปะทะทางการเมืองระหว่างประชาชนกับค่ายทหาร ของชนชั้นนำจารีตนิยม และรัฐบาลรอยัลลิสต์เท่านั้น แต่นำเสนอภาพของวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้น และการประท้วงของประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่มีมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะวิกฤติธรรมชาติ และการต่อสู้ของคนชนบทเพื่อปกป้องทรัพยากรและวิถีชีวิต เพราะพวกเขาเป็นเสียงที่เงียบหายโดยตลอด และต้องต่อสู้กันมาอย่างยาวนานหลายสิบปี โดยที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลส่วนกลางทุกยุค ทุกสมัย ที่มุ่งกาพัฒนาประเทศโดยยึดเอากรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางมานับตั้งแต่ต้นราชวงศ์จักรี โดยเฉพาะนับตั้งแต่นโยบายรวมศูนย์ของรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

กรุงเทพฯ ที่ดูดเงินตราจากทั้งประเทศมากองรวมกันไว้มากมาย จนไม่รู้จะทำอะไร เอางบประมาณ 10,000 ล้านบาทมาละลายเล่นกับการสร้างสกายวอล์ค ที่ไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย

ในวาระเพื่อการก้าวไปข้างหน้า เราได้เสนอว่า การจะพัฒนาสังคมไปข้างหน้า มุ่งสู่การพัฒนาที่ทัดเทียม แผนการพัฒนาต่อไปนี้ต้องวาง "ชนบท" เป็นหัวใจของการพัฒนา

ดาวน์โหลดฉบับภาษาไทย
http://www.scribd.com/doc/53195866/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

ที่ 4Shared http://www.4shared.com/document/4nHPjQ4z/behind_the_Thai_crisis_thai.html

ภาษาอังกฤษ http://www.scribd.com/doc/53253583/Behind-the-Thai-Crisis-English


* * * * * * * * *

หนังสือที่เขียนโดยผู้เขียนคนเดียวกัน จรรยา ยิ้มประเสริฐ:เอาชนะความกลัวพระบรมเดชานุภาพ( Overcoming Fear of Monarchy in Thailand )

ที่นี่ความจริงจาก3อาจารย์สาว:จุดจบผู้เผด็จการ

ที่มา Thai E-News


ที่มา รายการที่นี่ความจริง Asia update TV
21 เมษายน 2554

รายการที่นี่ความจริง วันอังคารที่ 19 เมษายน 2554 ทางโทรทัศน์ Asia Update-DNN ดำเนินรายการโดย 3 นักวิชาการสาว ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์หวาน) ,รศ.สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ตุ้ม) และ ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก อาจารย์พิเศษคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (อาจารย์จา)

มีประเด็นสำคัญ คือ

ประเด็นที่ 1 : ชะตากรรมของผู้นำรัฐเผด็จการ





เริ่มจากที่อียิปต์ที่พรรคประชาธิปัตย์แห่งชาติของนายฮอสนี มูบารัคถูกยุบและยึดทรัพย์ นายฮอสนีเองก็เจ็บป่วยอาการร้ายแรง

ที่ไอวอรี่ โคสต์ที่ประธานาธิบดีบัคโบไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และปราบปรามประชาชนด้วยกำลังทหาร ตอนนี้ประธานาธิบดีบัคโบก็ถูกจับกุมตัวแล้ว

ที่ลิเบีย ที่กัดดาฟี่สังหารประชาชนของตัวเอง ก็กำลังถูกองค์การนาโต้รุมโจมตี

ขณะที่ในประเทศไทย คณะกรรมการปกป้องคุ้มครองสื่อมวลชนหรือ CPJ ก็ได้ออกแถลงการณ์โจมตีการสืบสวนสาเหตุการตายของผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น และกลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนก็ร่วมกับสำนักข่าวรอยเตอร์ขอเข้าพบอธิบดี DSI เพื่อหาข้อเท็จจริงในกรณีเดียวกัน

ขณะที่รัฐบาลไม่มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว ยังพยายามใส่ร้ายฝ่ายคนเสื้อแดง และป้ายสีความผิดให้อย่างเดียว เช่นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ออกหนังสือ ‘ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก’ ที่เต็มไปด้วยถ้อยคำโกหกหลอกลวง

DSI ก็ยังคงไล่ฟ้อง ไล่ถอนประกันแกนนำนปช.ต่อไป แถมยังจะเอาผิดคนที่ยืนข้าง ๆ คุณจตุพรในวันที่ 10 เมษายน (รวมถึงสามอาจารย์สาว) ด้วยมาตรา 112 ว่าสมรู้ร่วมคิด ทั้ง ๆ ที่เป็นคนละเรื่องกับที่คุณจตุพรได้รับประกันตัวมา และไม่ใช่หน้าที่ของ DSI อีกแล้วที่จะยื่นถอนประกัน

ซึ่งสามอาจารย์สาวแนะนำให้คนเสื้อแดงไปฟ้องเอาผิดนายธาริตฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157

ประเด็นที่ 2 : รัฐธรรมนูญ 2550





คนที่เขียนกฎหมายย่อมเขียนกฎหมายเพื่อปกป้องและให้อำนาจแก่ตนเอง รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เขียนโดยตัวแทนที่ได้รับเลือกจากคณะรัฐประหารก็เขียนขึ้นเพื่อปกป้องและให้อำนาจเผด็จการและกดขี่ประชาชน

และตัวรัฐบาลเผด็จการเองก็มีการร่างกฎหมายที่คุกคามสิทธิมนุษยชนหลายบท เช่นพรบ.การชุมนุม การบังคับใช้พรบ.ความมั่นคงเพื่อควบคุมการชุมนุม

การที่ทหารยังคงเข้ายุ่งเกี่ยวกับการเมืองและความพยายามที่จะทุจริตในการเลือกตั้ง ประเทศไทยที่ยังไม่มีกฎหมายสมคบคิดก็ไม่สามารถจะเอาผิดผู้ที่วางแผนการการทุจริตนี้ได้

สุดท้ายคือการนำร่างพรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่เข้าสู่สภา พรบ.นี้มีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างร้ายแรง เช่นการแบนโปรแกรมที่ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์

ซึ่งสามอาจารย์สาวได้เรียกร้องให้ทางพี่น้องเสื้อแดงออกมาร่วมรณรงค์ต่อต้านพรบ.นี้

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:คลิปที่นี่ความจริงจาก3อาจารย์สาว 18 เม.ย.:ความเสื่อมของรัฐเผด็จการกับเหยื่อสาวโชว์นม

รวมคลิป+ภาพ11เดือน19พฤษภา ชุมนุมไร้แกนนำ

ที่มา Thai E-News



































ดูภาพ+คลิปเพิ่มเติมที่

-Internet Freedom


-ประชาทอล์ก

-คนไทยูเค

-คำเกิ่ง ทุ่งหมาหลง

-อินเตอร์เน็ตฟรีด้อม

-คลิป"กิจกรรมไร้แกนนำ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมวลชน" รำลึก11เดือน ฆาตกรรมหมู่ปชช 19 พ.ค.53

-บรรยากาศกิจกรรมรำลึก 11 เดือนทหารฆ่าประชาชน แยกราชประสงค์-19 เมษา 54‏

-ภาพข่าวประชาไท
แกนนอน นปช. ชุมนุมระลึก 'วันที่ 19' รัฐประหาร ก.ย. 49-สลายชุมนุม พ.ค.53

19 เมษายน พ.ศ. 2554 กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง นำโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ ,แรมโบ้อีสาน และแกนนำแดงสยาม ชุมนุมหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ เพื่อรำลึกการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนเสื้อแดงกลุ่มนี้จัดเป็นประจำทุกวันที่ 19 ของทุกเดือน โดยมีกิจกรรมถือป้าย ผูกเชือก เปิดเพลง เต้นรำ แต่ไม่มีการตั้งเวทีปราศรัย เริ่มขึ้นในเวลา 14.00 น..

พายุฟ้าคะนอง กบ เขียด และอึ่งอ่าง

ที่มา Thai E-News


ท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร เมื่อคืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 (ภาพ:AP)

โดย กวีศรีประชา

ธรรมชาติบอกว่าฟ้าพายุ
เดือดดุคะนองลั่นสนั่นไหว
เปรี้ยงป้างหม่นมัวอยู่ทั่วไป
ฝนโหมห่าใหญ่อย่างรุนแรง

กบเขียดเหยียดกายกลางสายฝน
ประหนึ่งท้าสู้ชนคล้ายสาปแช่ง
อ๊บ..อ๊บ..ลั่นร้อง ก้องสำแดง
ถูกจับไปคั่วแกงก็หลายตัว

ขณะฟ้าสาดรัวกระสุนฝน
ไพร่พลเขียดกบ ไม่สยบหัว
แต่ที่หลบลนลานด้วยหวั่นกลัว
อึ่งอ่างมัวมุดอุโมงค์ใต้โอ่งน้ำ

ใครกบ ใครเขียด ใครอึ่งอ่าง
อิงเอาธรรมชาติอ้างให้เห็นขำ
เผยโฉมหน้า พวกอึ่ง ซึ้งใจจำ
ได้เวลา ร้อง..รำ.. อึ่งอ่างแล้ว

Wednesday, April 20, 2011

จดหมายเปิดผนึก จาก นปช.ไซเบอร์ ถึงจตุพร พรหมพันธ์ และแกนนำทุกคน

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 เมษายน 2554

การสาดโคลนใส่กันทางการเมืองระหว่างค่ายรอยัลลิสต์กับค่ายประชาธิปไตย แรงขึ้นเรื่อยๆ ลงมาเล่นกันเองโดยผู้นำค่ายรอยัลลิสต์กันเกือบครบทุกตัวคนแล้ว งานนี้ค่ายนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจึงต้องเผชิญกับข้อหาสะท้านฟ้า "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เพิ่มขึ้นมาอีกข้อหาหนึ่งจากข้อหาเก่า "ละเมิด พรบ. ความมั่นคง และพรก. ฉุกเฉิน" ที่ส่งนักสู้หลายร้อยคนเข้าไปสร้างความเข้มแข็งแห่งปรัชญานักต่อสู้ในคุกมาแล้ว 9 เดือน และอีกร้อยกว่าคนก็ยังอยู่ในคุกจนถึงบัดนี้

แต่คุกก็หาทำให้พวกเขาหวาดกลัวไม่ นับวัน คำปราศรัยบนเวทีการต่อสู้ของคนเสื้อแดงยิ่งแหลมคม และกร้าวแกร่งพุ่งตรงไปยังต้นต่อแห่งปัญหาความบิดเบี้ยวของทุกสถาบันในสังคมไทย

และยิ่งบนเวทีปราศรัยแหลมคมมากเท่าไร เวทีการต่อสู้ในโลกอินเตอร์เนตก็ดุดันเพิ่มมากขึ้น และพวกเขาที่อยู่ในเมืองไทย คือคนที่ไปยืนอยุ่ร่วมกับคนเรื่อนหมื่นเรือนแสนทุกครั้งที่มีการรวมตัวของคนเสื้อแดง

วันนี้นักรบไซเบอร์ประกาศหนุนแกนนำ นปช. ทั้ง 18 คน ที่กำลังถูกซัดกระหน่ำด้วยทั้งข้อหาทางกฎหมายและการเมืองในพรรคเพื่อไทย



ที่มา Internet Freedom

โดย

เรื่อง ขอให้กำลังใจ และยืนยันการเคียงข้างตลอดไปในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์

เรียน จตุพร พรหมพันธ์ สำเนาเรียน ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย นัฐวุฒิไสยเกื้อ วิเชียรขาวขำ และแกนนำ นปช.บนเวทีทุกท่าน

ตามที่ได้มีข่าวความแตกแยก และลาออกจากพรรคเพื่อไทย ของสมาชิกบางส่วน ความไม่สบายใจในท่าที ของกรรมการบริหารพรรรค ในกรณี การกล่าวปราศรัยในวันที่ 10 เมษายน 2554 ดังความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

ในนามของคนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์ คนหนึ่งและได้รับฉันทมติ จากน้อง ๆ เพื่อน ๆ พี่ ๆ จากหลายกลุ่ม หลายเวปบอร์ด แสดงความเห็นร่วมกันว่า แกนนำ นปช.ทุกคน ไม่ได้กล่าวหา หรือปราศรัยจาบจ้วงสถาบัน ตามที่กองทัพได้กล่าวหาแต่อย่างใด หนำซ้ำยังเปรียบเสมือน กับการปรามไม่ให้บุคคลใดนำสถาบันมากกล่าวอ้าง หรือนำมาเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทางการเมืองด้วยซ้ำ

มวลชนคนเสื้อแดง เข้าใจในความรู้สึก ของการโดนชี้ให้เป็นแพะรับบาป จากการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่มในพรรค ที่มองคนเสื้อแดงว่า เป็นมวลชนที่เป็นของตาย ไม่ว่าจะเลือกตั้งครั้งใด ก็ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย มวลชนคนเสื้อแดง เข้าใจว่าขีดจำกัด ของการแสดงออก การพูดบนเวทีจะโดนตีความจาก องค์กรต่าง ๆ ในประเทศนี้ ไม่ว่าอย่างไร การพูดถึงคนตายจากฝีมือของคนในกองทัพ จะต้องถูกตีความว่า เป็นการล้มสถาบัน (ต่อให้พูดอย่างไรก็ต้องโดนกล่าวหา ไม่ว่าจะพูดในกรณีใด ๆ )

พรรคเพื่อไทยสำคัญผิดว่า สามารถควบคุมความคิดความรู้สึกของคนเสื้อแดง หรือสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าขัน และเป็นการแสดงความฉลาดน้อยออกมาว่า จริง ๆ แล้วคุณไม่ได้รู้จักคนเสื้อแดงจริง ๆ

วันนี้ เราคนเสื้อแดงปัจเจกทั่วประเทศ กำลังจับตาดูแนวคิดพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิด เรามีอุดมการณ์อย่างแรงกล้า และมีจุดยืนที่แน่ชัดว่า ใครยืนเคียงข้างประชาชน เราก็จะยืนเคียงข้างไม่ว่าทางข้างหน้านั้นเป็น นรก หรือสวรรค์ ในนามของคนเสื้อแดงกลุ่ม เล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง ขอเป็นกำลังใจให้กับจตุพร พรหมพันธ์ ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย นัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และ นายวิเชียร ขาวขำ ตลอดจนแกนนำคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ขอให้พวกท่านได้ทราบ และรับรู้ว่า

เรา(คนเสื้อแดง) จะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ให้กับแกนนำทุกคน ไม่ว่าทางข้างหน้าจะยากลำบากแค่ไหน มีอุปสรรคขวางกั้นอย่างไร เราจะจูงมือกันเดินไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งกัน เราจะเคียงบ่าเคียงไหล่สู้ ไม่ว่าหนทางข้างหน้ามันจะแพ้หรือชนะ

ด้วยจิตคาราวะ

สายลมรัก (ตัวแทนเรดไซเบอร์ ในเวปบ้านราชดำเนิน)


จดหมายของคุณสายลมรักได้รับการสนับสนุนจากชาวไซเบอร์จำนวนมาก ทางไทยอีนิวส์ขอนำเสนอข้อความสนับสนุนจดหมายฉบับนี้ของบางท่านมาลงไว้ ณ ที่นี้ด้วย

* * * * * * * * *


RE: จดหมายเปิดผนึก จาก นปช.ไซเบอร์ ถึงจตุพร พรหมพันธ์ และแกนนำทุกคน

ผมขอมายืนยัน ด้วยอีกคนหนึ่ง
ขอเห็นด้วยกับ จขกท. ทุกประการ
ท่านเขียนได้แทนใจผมและคนเสื้อแดง
ทุกคน ช่วงนี้่ยอมรับว่าอึดอัดมากครับ

ท่านแกนนำครับ สิ่งที่ท่านได้กระทำ ทุกสิ่ง
ที่ท่านได้พูด ก็คือท่านได้ทำหน้าที่แทนพวก
เรา ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเราก็จะขอ
ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับท่าน ตราบที่ท่านยังอยู่ข้างเรา

เราจะต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องเรา
ที่บาดเจ็บและเสียชีวิต ต่อไป
* * * * * * * * *


RE: จดหมายเปิดผนึก จาก นปช.ไซเบอร์ ถึงจตุพร พรหมพันธ์ และแกนนำทุกคน .

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

คงไม่มีอุบายใดที่ใช้ได้ผลตลอดกาล

อำนาจโบราณยังคงใช้วิธีการโบราณเพื่อจัดการปัญหาความขัดแย้งทางสังคม ที่ตัวเองก่อขึ้น

เมื่อผู้นำกองทัพอันเป็นสมุนสายตรงเปิดเกมส์
ก็มีเพียงสื่อขายตัวบางคนที่รีบกระโจนเข้ามารับมุข
แต่ปฏิกิริยาของสังคมที่แสดงออกกลับเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนเสื้อแดง

เพราะวันนี้....เมษายน 2554 ไฟกองนี้จุดติดก็จริง แต่ก็ทำท่าจะดับไม่ดับแหล่

แกนนำ นปช. คนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย คงระวังตัวแค่ไม่พาตัวเองเดินไปใกล้จนเผลอไปเหยียบไฟนรกกองนี้

สักพัก ไอ้คนจุดมันก็ต้องปล่อยให้ดับ เพราะเติมเชื้อเพลิงยังไงชาวบ้านก็ไม่สนใจมอง
* * * * * * * * *



ยื่นยันด้วยอีกคน ผมฟังกี่ครั้ง ก้ไม่เห็นมีข้อความตอนไหนที จะเข้าข่ายความผิด ตาม ป.อาญา มารตรา 112 และ 116 ตามที่นายธาริต กล่าวอ้าง แต่ประการใด อันที่จริงเมื่อคืน เขียน บทความไว้แล้ว แต่ไม่รู้เป็นอะไร ในIF ผมส่งกระทู้ไม่ได้ เลยลบเสีย เรารู้อยู่ว่า นายธาริต ทำงานให้ใคร และเป็นคู่กัดกับคุณจตุพร มาโดยตลอด จ้องจะถอนประกันท่าเดี่ยว ทั้งๆ ที่ไม่มีหน้าที่แล้ว อัยการที่นายธาริต ไปหารือ ก้ไม่ใช่อัยการในคดี เพราะเป็นอัยการพิเศษฝ่ายคดีในศาลแขวง แต่อัยการในคดี ข้อหาก่อการร้ายน่ะ น่าจะเป็นอัยการกองคดีอาญา หรืออัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา (กองใดกองหนึ่ง) อันที่จริงความผิดตามมารา 112 และ116พนักงานสอบสวนทั่วไป พอจะ ใช้ดุลยพิ นิจ ได้อยู่ว่าผิดหรือไม่ และไทยใช้ระบบกล่าวหา นายธาริต จึงฉวยโอกาส กล่าวหาเอาดื้อๆๆ เท่านั้นเอง เรื่องนี้ ทนายของแกนนำ น่าจะทราบเรื่องดี เอาว่า พอแค่นี้ละกัน สรุปคือ ไม่มีข้อความไหนของแกนนำท่านไดเลยที่จะเป็นความผิดตาม ม.112และม.116

* * * * * * * * *

anti112

มาลงชื่อเห็นด้วยครับ
ทักษิณ ไทยรักไทย พลังประชาชน และก็........เพื่อไทย

เจ็บมากี่หนแล้ว เคยจำบ้างป่าว ไม่ต้องไปกังวลหรอก ข้อหาเ_ี้ยๆแบบนี้
คนทั้งประเทศเค้ารู้แล้วว่า ความจริงคืออะไร

รู้ว่าอยู่ภายใต้กฎหมายของมัน ก็อวยกันพอประมาณแล้วกันนะ

แต่อย่าถึงขนาดออกมาประนามกันเอง ของมันรู้ๆักันอยู่ เดี๋ยวยิ่งเข้าทางกันใหญ่ นึกถึงคนเสื้อแดงที่ "เสียชีวิต" บ้างนะ

นับจากนี้คุณจตุพร ดร.อภิวันท์ คุณณัฐวุฒิ และคุณวิเชียร พักก่อนนะครับ ไว้เลือกตั้งเสร็จค่อยมาว่ากัน

ต่อไปนี้เรื่องปราศัย เรื่องด่าพวกเหี้ย เดี๋ยวเวทีเสื้อแดงจัดการต่อครับ
* * * * * * * * *


พี่น้องแดงทั้งโลก ตลอดจนชาวต่างประเทศและด็กไทยที่เกิดตปท. แต่ฟังภาษาไทยเข้าใจ(รวมทั้งคนสีขาวด้วย)
ได้ฟังกันแล้ว ต่างก็มีฉันทามติว่า...ไม่มีใครบนเวที...ทั้ง 18 ท่าน หรือจะมากกว่านั้นก็แล้วแต่
ไม่ได้หมิ่นสถาบัน ตามมาตรา 112 ดังที่เขากล่าวหา
แต่การดึงเอาสถาบันมาเอ่ยอ้าง...อยู่ตลอดเวลา..นั้น
กลับทำให้สถาบัน..เสื่อม .. ตกต่ำ..อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน..

ก่อนหน้ารัฐประหาร 19 กันยายน 2549...คนไทย..ต่างมีความรู้สึก..จงรักภักดี..เทิดทูน..อย่างหาที่เปรียบมิได้
สถาบัน..อยู่เหนือการเมือง..ไม่เคยมีใครพูดจาพาดพึงถึงสถาบัน หรือถ้าจะมีก็ด้วยความรู้สึกเทิดทูน เคารพรักยิ่ง
คนไทยรู้หน้าที่.ชองพลเมืองดี..มาตั้งแต่เกิด ... ว่าการเป็นพลเมืองที่ดีนั้น..จะต้องทำอะไรบ้าง

แต่อนิจจาบัดนี้...มีคณะอำมาตย์ชั่ว..ได้ดึงเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือในการ กล่าวร้าย..ผู้ที่มีความเห็นต่างจากตน เพื่อหวังผลในทางการเมือง..และ กำจัดรัฐบาล..ผู้ที่ซึ่งได้รับการเลือกเข้ามา..ให้บริหารประเทศ โดยการคัดเลือกของประชาชน ..ผ่านทางขบวนการรัฐสภา
ว่าเป็นผู้ที่ทำลายสถาบัน ... คอรัปชั่น...ทำให้ประเทศแตกแยก.......

แต่คน..ไม่ใช่ควาย....คนที่มีจิตสำนึก..ในความรู้สึก ผิดชอบชั่วดี...ก็ได้ค้นคว้าหาความจริง
จากสถานะการณ์อันเลวร้ายของประเทศ..ที่คณะรัฐบาลรัฐประหาร...ได้พยายามบิดเบือนสร้างภาพ
แต่ถึงอย่างไร..ก็ปิดไม่ปิด....เพราะโลกในยุคดิจิทอล...การสื่อสาร..ได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งโลก
ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลที่แต่งตั้งโดยทหารในราบ 11 จะพยายามปิดปากสื่อในทุก ๆ ทาง
สร้างหลักฐานเท็จ..มาตลอดเวลา 4 ปี.... แต่ก็เหมือนช้างทั้งตัว..พยายามเอาใบบัวมาปิด
ก็ไม่สามารถปิดกลบ ความชั่วร้าย...ที่รวมหัวกัน...ทำร้ายคนไทยและประเทศไทย..ไปได้

ขณะนี้ ถึงยุคข้าวยากหมากแพง ..... รัฐบาลที่ตั้งหน้าตั้งตา อาแต่กู้เงิน...ผลาญงบประมาณของประเทศ
ในการคอรัปชั่น..ทุก ทุกทาง เท่าที่พวกเขาสามารถจะกระทำได้ โดยที่ไม่มีความละอายต่อบาป..หรือสำนึกได้แม้แต่น้อย
กลับใช้สถาบันทหารมา....ทำร้ายเข่นฆ่าประชาชน ให้เสียชีวิต..และพิการ...เป็นจำนวนมากมายมหาศาล
และพยายามตะแบงสรัางภาพ...ให้ประชาชน..กลายเป็นผู้รับบาปว่าเป็นคอมมูนิสต์ ต้องการล้มล้างสถาบัน
ยิ่งนานวัน...ก็ยิ่งพยายามดิ้นรน...แต่ยิ่งดิ้น ก็ยิ่งเหมือนบ่วงรัดคอพวกตัวเองเข้าไปทุกที
แต่ประชนกลับมีความเข้าใจ...เห็นอก..เห็นใจ..กันมากขึ้น..

บัดนี้..คงใกล้จะถึงเวลาแล้ว...ที่เรา..ประชาชน จะมาร่วมมือ ร่วมใจกัน เดินหน้า ต่อต้านอาชญากรของประเทศ
ความเลวร้ายทุกอย่าง...ต้องมีการแก้ไข....และ คนที่ทำผิด...ต้องนำเอาตัวมาลงโทษให้ได้......
เพื่อที่จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างในทางชั่ว อีกต่อไป
ประเทศ..ต้องเดินก้าวเข้าไปสู่การพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

ขอให้พวกเรา..ประชาชนคนไทยทั้งหลาย จงมาร่วมมือ..ร่วมใจกัน....กำจัดฝูงเหลือบแร้งให้หมดไปจากสังคมไทย ..

เพื่อที่ลูก หลาน ของเรา...จะได้อยู่ดีกินดี..มีความผาสุก..ต่อไปในภายภาคหน้า
มันถึงเวลาแล้ว...จริง จริง

จากหัวใจ..ของประชาชน..คนไทยคนหนึ่ง

* * * * * * * * *


การต่อสู้ตอนนี้แหลมคมอย่างยิ่ง
พวกมันพยายามทุกวิถีทางที่จะกำจัดฝ่ายประชาธิปไตยให้สิ้นซาก
จึงขอให้กำลังใจด้วยอีกคน ตามที่คุณสายลมรักกล่าวถึง

คนเสื้่อแดงคือการเมืองภาคประชาชน ที่จะต้องพัฒนาต่อไปทั้งปริมาณและคุณภาพ

เพราะเป็นเจ้าของประเทศตัวจริง และเมื่อเติบโตเต็มที่ จะได้ควบคุมการเมืองในสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าพรรคไหน สีอะไร หากไม่ได้สนองตอบต่อความต้องการของประชาชน
ถือเอาผลประโยชน์ตนเป็นที่ตั้ง เราก็มีพลังพอที่จะรื้อทิ้งได้

หากแกนนำท่านใดที่สามารถพิสูจน์ ทนต่อการตรวจสอบได้ ว่ามีความจริงใจต่อระบอบประชาธิปไตย เราสนับสนุนทุกคน ตรงกันข้าม หากใครเนียนมาเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ของตนเอง การเมืองภาคประชาชนอย่างเราๆนี่แหละ ที่จะต้องเข้าไป "จัดการ"

* * * * * * * * *

มีความคิดเห็นมากมายที่กระทู้นี้ ตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ยะลา มิคสัญญีด้วยไข่แดงผู้ว่าฯ

ที่มา Thai E-News


ปัจจุบันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายๆครั้งแต่ไม่เป็นข่าว คือมีกลุ่มสารพัดเครื่องแบบตั้งด่านตรวจลอย (คือนึกจะตั้งด่านตรงไหน เมื่อไร ก็ได้) พร้อมอาวุธสงคราม พอมีรถชาวบ้านวิ่งผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรถยนต์กระบะ รถเก๋ง หรือรถจักรยานยนต์ พวกมันก็จะโบกเพื่อทำการตรวจค้น ทีนี้เสร็จมันล่ะครับ พวกมันจะเลือกเอารถที่มันต้องการ นำไปประกอบระเบิด เพื่อนำไปใช้เป็นคาร์บอมบ์(ภาพ:REUTERS)



โดย ปาแด งา มูกอ
20 เมษายน 2554

อยู่ไม่ไหวแล้วคร้าบ...!!! ชายแดนใต้ประเทศไทย ใครจะขี่อะไรมาช่วย ก็รีบมาเถอะครับ ถ้าไม่กล้ามาหรือไม่มีน้ำยา มาแก้ไขปัญหา ก็รีบลาออกไปไถนาซ่ะ ดีกว่ามาพูดกันไปกันมา ให้ประชาชนปวดกบาลอยู่ทุกวันนี้

มีประเทศไหนในโลก ที่กลุ่มก่อการร้ายตัวจริงเสียงจริง เคยออกมาปฏิบัติการก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่องเหมือนกับชายแดนใต้บ้างไหม

นี่มันอะไรกันครับ เอาแค่ต้นปี 2554 เป็นต้นมาจนถึง ณ วันนี้ การลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์,มอร์เตอร์ไซบอมบ์ เฉพาะในเขตตัวเมือง จังหวัดยะลา เพียงจังหวัดเดียว มันได้เกิดขึ้นถึง 3 ครั้งติดต่อกัน นี่ยังไม่รวมถึงระเบิดชนิดอื่นๆน่ะครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 09.50 น.

วางระเบิดประกอบรถยนต์ (คาร์บอมบ์) กลางเมืองยะลา ทหารบาดเจ็บสาหัส 3 นาย ตำรวจ 1 นาย ประชาชน บาดเจ็บ 13 ราย เพลิงเผาผลาญร้านค้า 15 คูหา เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิกจำนวน 4 ลูก น้ำหนักลูกละ 30 กก. ถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร ที่ใส่ไว้ในรถ จำนวน 8 ถัง จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

เป้าหมายของการวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 16.34 น.

วางระเบิดประกอบรถจักรยานยนต์ ประชาชน เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 12 ราย เป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 ก.ก.ซุกซ่อนไว้ในถังน้ำมันรถจักรยานยนต์ มาจอดไว้ห่างจากรถยนต์ตำรวจทางหลวง แล้วจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ
เป้าหมายของการวางระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน เวลา 08.16 น.

วางระเบิดคาร์บอมบ์ ทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 7 นาย ประชาชนบาดเจ็บ 16 ราย เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สปิกนิก จำนวน 2 ลูก น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 30 ก.ก. วางไว้ท้ายรถ จุดชนวนด้วยวิทยุมือถือ

เป้าหมายของการวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร

ส่วนการลอบวางระเบิดแบบอื่น ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กัน ในแต่ละอำเภอของจังหวัดยะลา

เดือน มกราคม 2554 เกิดเหตุระเบิดอำเภอรอบนอกของตัวจังหวัดยะลา จำนวน 5 ครั้ง ในตัวเขตเทศบาลนครยะลา 1 ครั้ง

เดือน กุมภาพันธ์ 2554 เกิดเหตุระเบิดอำเภอรอบนอกของตัวจังหวัดยะลา จำนวน 4 ครั้ง

เดือน มีนาคม 2554 เกิดเหตุระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา 2 ครั้ง

เดือน เมษายน 2554 เกิดเหตุระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา 2 ครั้ง ก่อนที่จะเกิดคาร์บอมบ์และมอร์เตอรไซบอมบ์ติดตามมา

รวมเบ็ดเสร็จ เหตุการณ์การลอบวางระเบิดตั้งแต่ต้นปี 2554 เป็นต้นมา เพียงแค่ 3 เดือนเศษๆ เฉพาะจังหวัดยะลา เพียงจังหวัดเดียว โดนเนื้อๆไปถึง 15 ครั้ง

สนุกมั้ยหละครับ รัฐบาลและกองทัพไทย ไหนว่ามาถูกทางแล้วไง

ที่นี้เรามาดูวิธีแก้ไขปัญหาอันชาญฉลาดพิลึกพิลั่นของเหล่าบรรดาผู้นำประเทศ , หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบกันก่อน ว่ามันพิลึกกึกกืออย่างไร


เอาประเด็นการแก้ปัญหาของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลากันก่อน ผู้ว่าท่านนี้เป็นนักคิดแต่ไม่ใช่นักปฏิบัติ คือคิดมันอย่างเดียว ทำได้หรือเปล่าตูไม่เกี่ยว

ท่านพลาดมาตั้งแต่เรื่อง “โครงการสี่เสาหลักฮูกุมป๊ะกะ” อะไรของแก!! ที่คิดเพียงอย่างเดียวที่จะแย่งมวลชนในพื้นที่ทุกหมู่บ้านให้มาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ถือว่าได้ผลอย่างงดงาม คือคนในหมู่บ้านต่างฆ่ากันเอง โดยเฉพาะคนที่มาเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐตามโครงการของผู้ว่า ตายไปไม่รู้ว่าเท่าไหร่

จนโครงการดังกล่าวกลายเป็น “โครงการสี่เสาหัก หรือ กูกุมมูลู๊ต” (พูดไม่ออกได้แต่กุมปากตัวเอง)

เช่นเดียวกัน ไอเดีย “พื้นที่ไข่แดง” ของผู้ว่าท่านนี้ ท่านคิดอย่างเดียว คือถ้ามีกำลังทหาร ตำรวจ สารพัดอาสาสมัคร มาอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลามากๆ จะเป็นการแก้ไข การลอบวางระเบิดได้

ปัญญาอ่อนจริงๆ ไม่รู้คิดได้อย่างไร

ท่านผู้ว่า มา...ผมจะสอนให้ ผู้ว่าก็รู้ หัวหน้าทุกหน่วยงานไม่ว่าทหารหรือตำรวจก็รู้ ว่า เป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามที่เขาจะเด็ดหัว มันคือเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าทหารหรือตำรวจแถมด้วยสารพัดอาสาสมัคร ดังนั้นการที่ที่ผู้ว่าพยายามขยายพื้นที่ไข่แดงเพิ่มมากขึ้น ก็เท่ากับเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่

และผลที่ตามมามันก็เท่ากับเพิ่มการลอบวางระเบิดของฝ่ายตรงข้ามตามมาด้วย ทีนี้ล่ะสนุก

ประเด็นสำคัญ ท่านผู้ว่าหรือผู้นำหน่วย ท่านรู้หรือไม่ว่า ไอ้รถประกอบระเบิดหรือคาร์บอมบ์ และ รถจักรยานยนต์บอมบ์ทั้งหลายแหล่ ที่วิ่งไปมาอยู่ในตัวเมืองยะลา โดยสามารถผ่านด่านจุดตรวจเป็นร้อยๆจุดมาได้ ท่านไม่เฉลียวใจหรือว่า ไอ้คนขับรถประกอบระเบิดทั้งหลาย มันเป็นใคร

มันก็คือคนในเครื่องแบบสารพัดแบบ ที่เข้ามาเป็นสารพัดอาสาสมัคร มีหน่วยงานไหนบ้างที่สามารถรู้ว่า ไอ้พวกบรรดาสารพัดอาสาสมัคร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร สักแต่รับสมัครให้มากๆไว้เพื่อให้งบประมาณลงตัว

บุคคลเหล่านี้ล่ะครับ ที่ใช้ช่องทางในการแฝงตัวเข้ามาทำงานเพื่อสังคมตามนโยบายของจังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมักคุ้นในเบื้องต้น กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ หรือเพียงเพื่อให้เห็นหน้าค่าตากันบ้าง

ทีนี้เวลาไอ้พวกที่คิดร้ายเมื่อขับรถที่ประกอบระเบิด ไม่ว่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ผ่านตามจุดต่างๆ มันก็สามารถผ่านได้อย่างสะดวกโดยอาศัยเครื่องแบบบ้าง ความมักคุ้นบ้าง

และโดยความเป็นคนไทยที่ระบบ Safety&Security ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนมาก่อน จึงทำให้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ตามด่านตรวจต่างๆ ขาดความรอบคอบในประเด็นนี้ คือพอเห็นหน้าหรือเห็นแต่งเครื่องแบบ ก็ให้ผ่านจุดตรวจโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด

ปัจจุบันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายๆครั้งแต่ไม่เป็นข่าว คือมีกลุ่มสารพัดเครื่องแบบตั้งด่านตรวจลอย (คือนึกจะตั้งด่านตรงไหน เมื่อไร ก็ได้) พร้อมอาวุธสงคราม พอมีรถชาวบ้านวิ่งผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรถยนต์กระบะ รถเก๋ง หรือรถจักรยานยนต์ พวกมันก็จะโบกเพื่อทำการตรวจค้น

ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่คุ้นกับด่านบ้าๆแบบนี้มานานแล้ว พอเห็นมีจุดตรวจก็ต้องรีบจอดทันที ทีนี้เสร็จมันล่ะครับ พวกมันจะเลือกเอารถที่มันต้องการ แล้วยึดรถขับไปดื้อๆ ชาวบ้านก็งง เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานก็งง แล้วแบบนี้จะไปจับมือใครดมล่ะครับ เรียบร้อยโรงเรียนปอเนาะ พวกมันก็จะนำรถที่ปล้นไปจากชาวบ้านไปขายต่อหรือนำไปประกอบระเบิดเพื่อนำไปใช้งานต่อไป


ว่าอย่างไรครับท่านผู้ว่ายะลา ยังคิดที่จะขยายพื้นที่ไข่แดงเพิ่มเติมอีกหรือไม่ครับ ทางที่ดีผมขอแนะนำ ให้ปิดตัวจังหวัดยะลาเสียเลย หรือไม่เช่นนั้นก็ขยายพื้นที่ไข่แดงของท่านครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอไปเลย จะได้หมดเรื่องหมดราวไปที

ท่านผู้ว่ายะลา ท่านจะต้องเผชิญศึกหนักแบบนี้อีก เพราะเป้าหมายของจังหวัดยะลา มันคือ “สัญลักษณ์”ของรัฐบาล ถ้าฝ่ายตรงข้ามมันสามารถ “ทำลายสัญลักษณ์”อันนี้ได้ อีกสองจังหวัดที่เหลือมันก็เป็นเรื่องหมูของพวกมัน

ทางที่ดีท่านผู้ว่ารีบหาทางโยกย้ายตัวเองเสียก่อน ไปหาจังหวัดที่มันสงบๆอยู่ บางทีท่านอาจจะมีไอเดียแปลกๆมาช่วยแก้ไขปัญหาไฟใต้ ได้อีก

หลังการแนะนำท่านผู้ว่ายะลา พอมาเจอคำสัมภาษณ์ของผู้นำประเทศ ผมพลอยจะเป็นลมหน้ามืด มิน่าปัญหาภาคใต้ มันถึงไม่สงบจนทุกวันนี้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงเหตุระเบิดคาร์บอมกลางเมืองยะลา ว่า ได้หารือกับแม่ทัพภาพที่ 4ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นว่าเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง ต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่ามีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เหตุที่เกิดขึ้นมีเรื่องของการค้าผิดกฎหมายและผู้เสียผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนที่แม่ทัพภาค 4 ระบุ มีเรื่องการค้าน้ำมันเถื่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง นายสุเทพ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น โดยกล่าวว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องซับซ้อน และขอให้สื่อระมัดระวังการเสนอข่าวยี่ห้อรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุด้วย

ผบ.ทบ.เตือน ประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระวัง หลังครบรอบ 7 ปีกรือเซะ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณี เหตุความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้เราต้องระมัดระวัง เพราะเป็นการครบรอบ 7 ปีกรือเซะ ก็ระวังตลอด เมื่อถามว่า ทำไมเหตุการณ์ความรุนแรงถึงมากขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝ่ายตรงข้ามต้องการให้มีความรุนแรงมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราป้องกันเหตุการณ์ย่อยๆ ได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามใช้ความรุนแรงมากขึ้น จะทำให้สังคมยอมรับ เพราะถ้าสังคมยอมรับก็จะนำไปสู่สากลมากขึ้น แต่ทางเราก็ต้องพยายามที่เพิ่มมาตราการอีก แต่ต้องเห็นใจ เพราะพื้นที่มหาศาลเราก็พยายามทำเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ทำไมเป้าหมายถึงอยู่ในตัวเมือง ผบ.ทบ.กล่าวว่า เขาต้องการให้รู้สึกว่าเหตุการณ์แรงขึ้น และรัฐบาลดูแลไม่ได้ สร้างความหวาดระแวงว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความสามารถในการดูแล และเมื่อนั้นรัฐจะเสียหาย แต่เราก็ต้องแก้ เมื่อถามว่า แสดงว่าจะมีการยกระดับความรุนแรงเรื่อยๆ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อย่าให้ยก เราต้องแก้ปัญหาให้เขายกไปสู่สากลไม่ได้ ไม่งั้นเราจะเสียเปรียบทันที เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขภายในประเทศ เมื่อถามว่า เรื่องสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ว่าไปตามกฏหมาย และกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไป


ขอบคุณ ท่าน ผบ.ทบ. ที่เตือนประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระวังหลังครบรอบ 7 ปีกรือเซะ ผมขอเตือนด้วยความหวังดีและด้วยความเคารพว่า ระวังวันครบรอบของโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี ซึ่งก็เป็นที่ตั้งของมัสยิดกรือเซะด้วยเหมือนกัน

มีข่าวหนาหูว่า การเป็นส.ว.สรรหา 2 สมัย มันน่าอันตราย โดยเฉพาะไม่มีบุคคลากรชาวไทยมุสลิมทั้งสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับการสรรหาเป็น ส.ว.ซักคน ประเด็นนี้น่าสนใจครับ