WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 28, 2011

"อัยการศึก-รัฐประหาร-กวาดล้างน้ำ"

ที่มา thaifreenews

โดย สุรชัย..namome




นิยายสารขัณฑ์ประเทศ

ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายกลางพายุฤดูร้อนอย่างผิดฤดู ท่ามกลางกระแสข่าวลือ จอดับ และสงครามชายแดน

ทหาร ระดับหัวแถวไม่ต่ำกว่า 3 คน ได้นัดเข้าปรึกษากัน ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เจ้าของสถานที่ผู้ยิ่งใหญ่ได้รับงานมาให้รีบจัดการ ทำอย่างไรให้สกัดพรรคเพื่อไทยให้ได้

งานที่โดนเร่งรัดให้ปิดจ็อป

ท่ามกลางสารพัดวิธีที่ขุดออกมา ที่สุด ขุนทหารแก่-หนุ่ม ทั้งหลายได้ทุบโต๊ะวางแผนไว้กับแผน

"ศึกนอก-ศึกใน"

ศึกนอก- ก่อสงครามชายแดนให้แรงขึ้นถึงขนาดเข้ายึดพื้นที่พิพาทเพื่อจุดกระแสฮึกเหิมความรักชาติ
ศึกใน- ยึดสื่อทุกชนิดของเสื้อแดง ให้เสื้้อแดงออกมาต่อต้านรุนแรง

ภาพทหารที่รับใช้ชาติ ต่อสู้ศัตรู แต่โดนทหารต่อต้านในเมือง จะถูกตีพิมพ์ลงหน้าหนึ่ง พร้อมประกาศกฏอัยการศึก!!!!! เป็นขั้นแรก

การ ใช้จังหวะ 19 พ.ค.นี้ จุดกระแสกวนเมือง จุดข่าวหลอกเสื้อแดงไปตามจุดต่างๆ เพื่อสร้างสถาการณ์ ให้แรงพอ ซึ่งดูสองวันที่ผ่านมา "เสื้อแดงรับมือไม่ได้เลย" เมื่อเสื้อแดงหลงกลโดนหลอกจุดไฟเผาอีกครั้ง ทหารก็ทำตามขั้้นสอง "รัฐประหาร" โดยมีเหตุผลว่า เสื้อแดงก่อความวุ่นวายขัดขวางการปฏิบัติงานของทหาร จนอาจทำให้รัฐไทยเสียดินแดนได้ เป็นขั้นสอง

เขากำลังใช้เสื้อแดงเป็น "เหยื่อ" และก็ "เชือดเหยื่อ" ด้วยความโง่ของคนเสื้อแดงเอง

ประเด็น การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นเหตุผลหลักเช่นกัน แต่หลังการท้าทายของเหล่าคณาจารย์เมื่อวันก่อน ทำให้เขาเริ่มคิดหนักว่า ควรใช้กระแสนี้โหมกันให้สุดขั้ว หรืออย่าแตะให้แรงกว่านี้ ที่สุด ประเด็นนี้กลายเป็น "เชื้อไฟ" ที่ตระเตรียมไว้สำหรับกวาดล้างรอบ 2 ในโอกาสครบรอบปี การไล่ล่าจับกุมทุกคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จะเริ่มทั้ง "เก็บดัง-เก็บเงียบ" เหมือนที่เคยเกิดมาแล้วในอดีต

"อัยการศึก-รัฐประหาร-กวาดล้างน้ำ" ได้กลายเป็นผลึกไอเดียที่เริ่มดำเนินงานแล้ว ส่วนประชาชนชายแดนก็แค่เบี้ยในกระดาน

"ดาวเทียมดับ กับ สงครามไทย-กัมพูชา" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สื่อฯระดับพระกาฬ แอบกระซิบ!!

http://www.go6tv.com/2011/04/blog-post_27.html

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 28/04/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla




อันว่า..การเมือง เรื่องเลือกได้
อยู่ที่ใคร จะคิด ตามสิทธิ์ท่าน
เลือกสิ่งดี ได้สิ่งดี ศรีสำราญ
เลือกพวกมาร ได้ความทุกข์ สุขไม่มี....

เพื่อชีวิต ดีกว่า ไม่มัวหม่น
เราเป็นคน ขีดเส้นทาง สว่างนี้
อยากมีความ สุขสม อารมณ์ดี
หรืออยากมี ทุกข์ยาก ลำบากใจ....

ประชานิยม ต้นตำรับ ฉบับแรก
ถูกจ่ายแจก เลอเลิศ บรรเจิดไว้
ความอยู่ดี กินดี มีทั่วไทย
สว่างไสว ทั้งแผ่นดิน ดังถิ่นทอง....


ประชานิยม สับปลับ ฉบับลอก
พวกกระจอก ปากหมา พาสยอง
คิดไม่เป็น แต่ลอกเขา เอาไปลอง
เสียงโห่ร้อง ก่นด่า หน้าไม่อาย....

ประชานิยม ของดี ก๊อบปี้แหลก
หวังจ่ายแจก เร่งรุด เป็นจุดขาย
พวกรอเสียบ กลับมองเห็น เป็นของตาย
ด้วยมักง่าย ประชานิยม ผสมโรง....


เพราะการเมือง เลือกได้ ตามใจฝัน
ดีเลวนั้น ประชาชน คนประสงค์
เลือกแบบไหน ได้แบบนั้น ตามบรรจง
ผลจบลง ช่วยกำหนด อนาคตไทย....

๓ บลา / ๒๘ เม.ย.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

‘ตู่’แฉรัฐประหารแน่30เม.ย. ปิดวิทยุแดงเพื่อตัดการสื่อสาร

ที่มา ข่าวสด

เมื่อ เวลา 13.30 น. ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด้จการแห่งชาติ(นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน แถลงถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและกอ.รมน. เข้าตรวจค้นสถานีวิทยุชุมนุมเสื้อแดง 13 แห่ง โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมทั้งมีความพยายามหลายรูปแบบจากฝ่ายรัฐที่จะทำลายการต่อสู้ของประชาชน โดยล่าสุดมีการออกหมายจับและหมายค้นสถานีวิทยุเสื้อแดง รวมทั้งพยายามจะยึดอุปกรณ์ออกอากาศ ทำให้สถานีวิทยุหลายแห่งต้องหยุดการออกอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นการใช้อำนาจข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งไม่เคยมีในยุคที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย แต่จะเกิดขึ้นในยุคเผด็จการ

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวว่า การกระทำที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของรัฐบาลในสถานการณ์ที่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ คนเสื้อแดงไม่มีการนัดหมายชุมนุมใหญ่ และไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ และยังประกาศพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างนี้ ทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่ามีความพยายามที่จะปิดหูปิดตา และปิดช่องทางการสื่อสารกับประชาชนเพื่อเตรียมการปล้นประเทศครั้งใหญ่ใช่ หรือไม่ และคิดเป็นอย่างอื่นไมได้นอกจากเป็นการวางแผนเพื่อทำรัฐประหารและกลัวว่า สถานีวิทยุชุมชนจะกลายเป็นกองบัญชาการต่อต้านการรัฐประหาร ทำให้คิดไปได้อีกว่าการหลุดวงโคจรของดาวเทียมไทยคมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ เกี่ยวพันกับการเข้าไปกดดันสถานีวิทยุชุมชน ทั้งนี้แกนนำนปช.ได้ประชุมหารือมีมติเรียกร้องให้ผู้ประกอบการสถานีวิทยุ ชุมชนที่ถูกคุกคาม ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับชุดปฏิบัติการที่เข้าตรวจค้นในข้อหาปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนการกระทำของเจ้าหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือมีบุคคล ได้รับบาดเจ็บก็ให้แจ้งความไปตามกรณี

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ขอให้ผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศได้ประชุมเพื่อกำหนดแนว ทางในการป้องกันการบุกยึดตรวจค้นของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะตามกำหมายแล้ววิทยุชุมชนทุกแห่งยังคงเปิดทำการได้ เพราะยังไม่มีกสทช.เข้ามาทำหน้าที่ออกใบอนุญาตเรื่องนี้ และขอให้ระมัดระวังอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เพื่อให้การออกอากาศเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากมีการรัฐประหาร สถานีวิทยุชุมชนจะเป็นจุดที่จำเป็นต้องใช้หากมีการยึดอำนาจ ขอยืนยันว่าที่ระบุออกมานี้ไม่ใช่แค่การวิตกจริต แต่บ้านเมืองอยู่ภาวะสุ่มเสี่ยงจริงๆ เพราะแม้แต่คนบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่ไปร่วมกับรัฐบาลก็ยังกังวลว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวว่า น่าสังเกตว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นสถานีวิทยุชุชน 13 แห่ง นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจากกสทช. ยังมีเจ้าหน้าที่กอ.รมน.เข้าร่วมด้วย โดยมีพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ เสธ.ทบ. รู้เห็นการดำเนินการ ซึ่งการปฏิบัติการสอดคล้องกับที่ครม.อนุมัติงบประมาณให้กอ.รมน.จำนวน 8,792 ล้านบาท รวมทั้งการตบเท้าให้กำลังใจผบ.ทบ.จากทหารหลายหน่วย การจัดชุดมวลชนใส่เสื้อสีชมพูจำนวน 7 แสนคน มีการเคลื่อนไหวปลุกกระแสชาตินิยมอย่างเต็มที่ มีการปะทะกับเพื่อนบ้านจนน่าสงสัยว่าเหตุใดภรรยาของจ.ส.อ.คนหนึ่งให้ สัมภาษณ์ว่าสามีโทรศัพท์มาหาตอนเวลา 01.00 น. เพื่อบอกว่าเวลา 06.00 น.จะมีการปะทะ ซึ่งอยากรู้ว่าจ.ส.อ.คนนั้นรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีการใส่ความปฏิปักษ์ทางการเมืองมาตลอด จนตนได้ทราบข้อมูลจากวงในว่ามีการเตรียมที่จะก่อการในวันที่ 30 เม.ย. นี้ซึ่งอยากท้าว่าขอให้ทำเลย ประชาชนที่เขาต่อต้านจะได้ออกมาครั้งเดียว

“ขอให้คนเสื้อแดงทุกคน สถานีวิทยุชุมนุมตั้งมั่นไว้ให้ดี อย่าหวั่นไหวกับการสร้างสถานการณ์ เพราะเขาเริ่มตั้งแต่ปลุกเรื่องล้มสถาบัน มาตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการสร้างกระแสชาตินิยม จากนั้นจึงพยายามปิดกั้นการสื่อสารของประชาชน ด้วยการเข้าไปบุกค้นตรวจยึด แล้วก็หวังว่าจะเช็คกำลังฝ่ายตรงข้ามว่าจะมีใครออกมาต่อต้านมากน้อยขนาดไหน หากต่อต้านมากก็จะใช้เป็นการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายเพื่อรัฐประหารทันที ดังนั้นขอให้ทุกคนอยู่ในที่ตั้ง หากมีการบุกค้นตรวจยึดก็ขอให้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี แต่อย่าออกมาให้เกิดความวุ่นวายไม่งั้นจะเข้าทางเขา ตอนนี้เขากำลังจะเข้าฮอสแล้ว อย่าไปเปิดโอกาสให้เขา เอาไว้ยึดอำนาจแล้วเราไปเจอกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเลยทันที"นายจตุพร กล่าว

ด้านนางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช.กล่าวว่า หากมีการรัฐประหาร ขอเรียกร้องให้แกนนำระดับต่างๆที่อยู่ในกลุ่มนั้นๆปฏิบัติการแทนแกนนำเดิม ที่ถูกคุกคามจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และขอให้ใช้แนวทางสันติวิธีและสามัคคีคนให้มากที่สุดเพื่อต่อต้านรัฐประหาร โดยขอให้ปฏิบัติการต่อต้านรัฐประหารในฐานะบุคคล หรือกลุ่มองค์กร ตามคู่มือของยีนส์ชาร์ป จากสถาบันอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.ออกมายืนตามถนน ถ้ามีการปราบให้สลายตัวแล้วออกมาใหม่ ไม่เป็นเป้านิ่ง เคลื่อนไหวเร็วไม่ต้องมีเวที 2.จอดรถ นำสิ่งของมาทิ้งไว้กลางถนนเพื่อขัดขวางการเคลื่อนกำลัง 3.ปฏิเสธคำสั่ง หรือประกาศใดๆ ไม่ให้ความร่วมมือกับคณะรัฐประหาร

นางธิดา กล่าวว่า 4.ชวนทหารที่เป็นมิตรออกมาร่วม 5.ยึดมั่นสันติวิธี 6.สร้างสัญลักษณการต่อต้านที่เสื้อ หรือผูกผ้าสีดำที่แขนเสื้อหรือสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารเป็นสติ๊กเกอร์หรือ ธง ติดในทุกที่ หากถูกเอาออกให้นำไปติดใหม่ 7.บันทึกภาพการปราบปรามประชาชนหรือการเคลื่อนกำลัง ใช้เครือข่ายออนไลน์เผยแพร่ 8.ต่อต้านการสนับสนุนรัฐประหารทุกกรณี ทำจดหมายจกาประชาชน เรียกร้องไม่ให้ศาลรับรองคณะรัฐประหารว่าได้รัฐาธิปัตย์ 9.ต่อต้านพวกสนับสนุนการทำรัฐประหารทางเศรษฐกิจ ประจานและประท้วงกลุ่มทุนที่สนับสนุน และ 10.หยุดงานและมีการชุมนุมประท้วง อธิบายเหตุผลต่อประชาชนให้มาร่วมชุมนุมมากที่สุด


นางธิดา กล่าวว่า สำหรับการเข้าคุกคามสถานีวิทยุชุมชนนั้น ทางนปช.กำลังพิจารณาเพื่อจะยื่นหนังสือถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล เพราะถือว่าเป็นการคุกคามตามสิทธิมนุษยชนสากลด้วย รวมทั้งยื่นเรื่องให้องค์กรฮิวแมนไรต์วอชต์เข้ามาตรวจสอบอีกทางหนึ่งด้วย

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำนปช.และผู้จัดรายการสถานีวิทยุคนแท็กซี่ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าคลื่นวิทยุคนแท็กซี่ได้แจ้งความจำนงต่อกทช.ในขณะนั้นว่าจะประกอบ กิจการวิทยุชุมชน โดยต่อมาทางกสทช.ได้อนุญาตให้สถานีวิทยุชุมชนทดลองออกอากาศไปก่อน เพราะยังไม่มีองค์กรที่จะเข้ามาดูแล แต่กลับมีการเข้ามาตรวจค้นและอ้างว่าประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่คลื่นวิทยุชุมชนทั้งหมดของประเทศนี้ก็ไม่มีใครได้รับอนุญาต เพราะยังไม่มีองค์กรและกฎหมายออกมาดูแล และสถานีวิทยุของพรรคภูมิใจไทย และกลุ่มพันธมิตร ก็ไม่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นขอยืนยันว่าจะแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการนัดประชุมผู้ประกอบการสถานีวิทยุชุมชนของเครือข่ายคนเสื้อแดง เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติตัวหากถูกเข้าบุกค้นตรวจยึดอีก โดยได้กำชับให้รักษาอุปกรณ์ส่งสัญญาณไว้ให้ดีที่สุด

สิทธิของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา

ที่มา thaifreenews

โดย Friend-of-Red


ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมมีสิทธิดังต่อไปนี้
1. แจ้งหรือขอให้เจ้าพนังงานแจ้งให้ญาติหรือบุคคลที่ไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุมและสถานที่ถูกควบคุม
2. พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว
3. ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำของตนในชั้นสอบสวน
4. ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อญาติได้ตามสมควร
5. ได้รับการรักษาพยาบาล โดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

เมื่อมีการยื่นฟ้องต่อศาลเป็นจำเลยแล้ว จำเลยมีสิทธิดังต่อไปนี้
1. ได้รับการพิจารณาด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม
2. แต่งทนายความแก้ต่างในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือชั้นพิจารณาในศาลชั้นต้นตลอดจนชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา
3. ปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว
4. ตรวจดูสิ่งที่ยื่นเป็นพยานหลักฐานและคัดสำเนาหรือถ่ายรูปสิ่งนั้น ๆ
5. ตรวจดูสำนวนการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาของศาล และคัดสำเนาหรือขอรับสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องโดยเสียค่าธรรมเนียม เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้ยกเว้นค่าธรรมเนียม
6. ตรวจหรือคัดสำเนาคำให้การของตนในชั้นสอบสวนหรือเอกสารประกอบคำให้การของตน

การขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาล

• การขอประกันตัวคืออะไร ?
การ ขอประตัว คือ การขออนุญาตให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยพ้นการควบคุมของเจ้าพนักงานหรือศาลตามระยะ เวลานานเกินกว่าความจำเป็นในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี

• การขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลจะทำได้ในชั้นใดบ้าง ?
1. เมื่อผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่ยังมิได้ถูกฟ้อง ให้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อพนักงานสอบสวนหรือพักงานอัยการแล้วแต่กรณี
2. เมื่อผู้ต้องหาต้องขังตามหมายศาล และยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลให้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวที่ศาล
3. เมื่อผู้ต้องหาถูกฟ้องแล้วให้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวที่ศาล

• กรณีที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ขอประกันมีสิทธิประการใดบ้าง ?
ผู้ขอประกันมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ดังนี้
1. คำสั่งของศาลชั้นต้นให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1
2. คำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ให้ประกันตัวยืนตามศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด
ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอประกันตัวใหม่

• คดีที่ถูกฟ้องต้องใช้วงเงินประกันเท่าไร ?
สามารถขอตรวจสอบวงเงินประกันในการให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ (ช่องหมายเลข 9) หรือเว็บไซด์ของศาล

• หลักประกันใดบ้างที่สามารถใช้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ ?
1. เงินสด
2. หลักทรัพย์อื่น เช่น
- โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก. หรือ น.ส.3)
- พันธบัตรรัฐบาล สลากออกสิน
- สมุดเงินฝากประจำหรือใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร
- หนังสือค้ำประกันหรือหนังสือรับรองของธนาคาร
- หนังสือรับรองของบริษัทประกันภัย
3. บุคคลเป็นหลักประกันโดยแสดงหลักทรัพย์
- ส่วนราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการช่วยเหลือข้าราชการหรือลูกจ้างทางทางราชการที่ต้องหาคดีอาญา
- เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการการเมืองหรือทนายความ (ใช้ตำแหน่งเป็นหลักประกันเฉพาะตนเองหรือญาติใกล้ชิด) โดยสามารถทำสัญญาประกันได้ในวงเงินไม่เกิน 10 เท่าของอัตราเงินเดือนหรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน
- ผู้ประกอบวิชาชีพ เช่นแพทย์ เภสัชกร พยาบาล วิศวกร สถาปนิก ผู้สอบบัญชี ครู ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน ฯลฯ เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย อาจใช้ตนเองเป็นหลักประกันได้ สำหรับกรณีความผิดที่ถูกกล่าวหาเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยทำสัญญาประกัน ได้ในวงเงินไม่เกิน 15 เท่าของอัตราเงินเดือนหรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน

หลักฐานที่ใช้ประกอบการประกันตัว
1. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาของผู้ต้องหาหรือจำเลยและของผู้ขอประกัน
2. ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาของผู้ต้องหา จำเลย และผู้ขอประกัน
3. หากผู้ประกันสมรสแล้ว ต้องให้คู่สมรสให้ความยินยอมพร้อมใบสำคัญการสมรส สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรสหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ หากหย่าจากคู่สมรสแล้ว ให้นำใบสำคัญการหย่า พร้อมสำเนา หากคู่สมรสเสียชีวิตแล้ว นำใบมรณะบัตรหรือทะเบียนบ้าน ประทับคำว่า “ตาย” หน้าชื่อคู่สมรสพร้อมสำเนามายื่น
4. หากมีการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล ให้นำใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล พร้อมสำเนามายื่น
5. ในกรณีวางสมุดเงินฝากประจำของธนาคาร ต้องมีหนังสือรับรองยอดเงินคงเหลือปัจจุบันของธนาคาร ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน มายื่น
6. ในกรณีวางโฉนดที่ดิน น.ส.3ก. น.ส.3 ต้องมีหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินของเจ้าพนักงานที่ดินหรือนายอำเภอท้อง ที่ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 4 เดือน มายื่น
7. ในกรณีที่ประกันด้วยตำแหน่งหน้าที่ ให้นำหนังสือรับรองจากต้นสังกัดแสดงสถานะ ตำแหน่ง ระดับ อัตราเงินเดือนที่เป็นปัจจุบันไม่เกิน 1 เดือนมายื่น
- ในกรณีที่ใช้หลักทรัพย์และบุคคลเป็นหลักประกันจะต้องวางเงินจำนวน 2,500 บาท ต่อการประกันจำเลย 1 คน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีกรณีมีการผิดสัญญาประกัน
- กรณีที่ผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่น(ญาติ) นำหลักฐานของตนมาประกัน ใบมอบอำนาจต้องทำ ณ ที่ว่าการอำเภอซึ่งที่ดินตั้งอยู่ โดยมีนายอำเภอหรือพนักงานฝ่ายปกครองลงลายมือชื่อรับรองและประทับตราเป็น สำคัญด้วย
( ที่มา http://www.sahanetilaw.com )

http://rli.in.th/2011/04/28/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4/

ยิ่งแสดงการคุกคาม ยิ่งใช้อำนาจ แสดงว่ากำลังเพลี้ยงพร้ำทางการเมือง เสียการเมือง

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


ผม ไม่ได้มองว่าการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของฝ่ายอำมาตย์เข้าคุกคามคนเสื้อแดง ทั้งการตามล่าในเว็บ การปิดวิทยุชุมชน และการใช้อำนาจอื่นๆ เป็นการรุกทางยุทธศาสตร์ แต่ผมเห็นว่านี้เป็นปฎิบัติการที่แสดงถึงการ "เสื่อมถอย"ทางการเมืองอย่างเต็มที่

การใช้อำนาจแบบนี้นอกจากไม่ได้ใจมวลชนเปลี่ยนกลับไปเป็นพวกอำมาตย์แล้ว ยังเสียมวลชนมากมายอีกด้วย

สงคราม ความขัดแย้งของไทยนี้เป็นสงครามการแย่งชิงมวลชน ไม่ใช่สงครามนับศพฝ่ายตรงข้ามว่าจะจับฝ่ายตรงข้าม สังหาร ทำลายล้างได้เท่าไหร่ นั่นมันใช้กับข้าศึกต่างชาติ แต่หากเป็นคนในชาติเดียวกันที่เกิดการขัดแย้งทางการเมือง การทำแบบนั้นเท่ากับผลักไสให้ประชาชนไปอยู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งก็พิสูจน์มาแล้วเกือบ 5 ปีว่า เสื้อแดงเพิ่มขึ้น เสื้อเหลืองลดลง มวลชนฝ่ายอำมาตย์ การสนับสนุนลดลง อ่อนกำลังลงในแง่ของมวลชน

ผมจึง มองว่ายุทธการแบบนี้คือแผนของคนโง่เขลา แบบอเมริกาทิ้งระเบิดในเวียตนาม แต่สุดท้ายก็แพ้สงครามจิตวิทยาให้เวียดนามเหนือ และอเมริกาแม้จะมีแสนยานุภาพมากกว่ากองทัพไทยหลายร้อยเท่า ก็แพ้นักรบผ้าเตี๋ยว เพราะพ่ายแพ้ทางการเมือง แพ้อุดมการณ์

ได้คนอย่างประยุทธ มานำทัพ รับรองฝ่ายอำมาตย์เสียเมืองแน่นอน

นักศึกษาธรรมศาสตร์เขียนถึงอธิการบดี ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ "นี่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ผมรู้จัก"

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 เมษายน 2554

"ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง มาหา ความหมาย ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว" วิทยากร เชียงกูร, 2511




นี่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ผมรู้จัก

โดย Oh Wong-Arthichart

ผม มีความใฝ่ฝันมาตลอดว่าผมอยากเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้ให้ได้ เนื่องด้วยเป็นมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อที่สุดในด้านสังคมศาสตร์และการเืมือง ในที่สุดผมก็ทำสำเร็จและก็ได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในฐานะนักศึกษาคนหนึ่ง

ภาพ แรกที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำคือแผ่นป้ายที่เขียนตัวเบ้อเริ่มว่า ขอต้อนรับสู่ดินแดนแห่งเสรีภาพทุกตารางนิ้ว รวมทั้งหลายๆคำขวัญที่ตราตรึงเช่นกันในหัวของพวกเราที่เป็นเพื่อนใหม่ การปลูกฝังอุดมการณ์ประชาธิปไตย รักประชาชน หรือการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพทางด้านความคิด เป็นสิ่งที่หล่อหลอมเพื่อนใหม่ๆหลายคนและจุดประกายความหวังที่อยากจะ เปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ในช่วงแรกเริ่มของชีวิตนักศึกษา

แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างที่หวังไว้

คำขวัญ รักประชาชน เสรีภาพ สิทธิเท่าเทียม ประชาธิปไตย เป็นแค่คำโฆษณาชวนเชื่อขายฝันที่ไม่เคยเห็นมหาวิทยาลัยคิดจะส่งเสริมอย่าง เป็นจริงเป็นจัง แม้แต่องค์การนักศึกษาที่มีประวัติอันยาวนานของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยใน ปัจจุบันก็เหลือเพียงแต่คนที่ไม่ได้สนใจประเด็นสังคมการเมืองอย่างจริงจัง เท่าไหร่นัก องค์การนักศึกษาหรือสภาในปัจจุบันไม่เคยแม้แต่จะกล้าแตะประเด็นทางการเมือง แต่ชอบอ้างว่าตนสนใจการเมือง อยากทำอะไรเพื่อสังคม อยากให้นักศึกษามีส่วนร่วมทางการเมือง ฯลฯ และการจัดกิจกรรมที่เกิดขึ้นก็เห็นมีเพียงแต่กิจกรรมที่พร้อมจะมอบความไร้ สาระแก่น.ศ.ในทุกโอกาส

มหาวิทยาลัยเองก็ถูกกลืนหายไปกับ ทุนนิยมจนโงหัวไม่ขึ้น และแสร้งทำเป็นสนใจวิถีชีวิตแบบติดดินของชาวนาโดยการจัดกิจกรรมเกี่ยวข้าว โดยที่ไม่เคยใส่ใจกับรายละเอียดของกิจกรรมหรือให้ความรู้อย่างเป็นจริงเป็น จรังเกี่ยวกับความทุกข์ยากของชาวนา มีเพียงแต่ข้ออ้างลอยๆที่ฟังดูตลกๆอย่าง "เพื่อเป็นการให้รู้ว่านศ มธ ติดดิน"

และเมื่อมีกลุ่มอาจารย์หรือนักศึกษาที่พร้อมลุกขึ้นมาเขย่าความคิดของนักศึกษาให้ตื่นขึ้น อธิการบดีก็พร้อมที่จะปิดกั้นโอกาสนั้น

ดังวิสัยทัศน์ล่าสุดของอธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ที่กล่าวไว้ในสเตตัสของตัวเองว่า "ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้มธ.เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้ไม่ผิดกฏหมาย แต่ฉวัดเฉวียน หมิ่นเหม่ต่อการละเมิดใคร หรือสถาบันใดก็ตาม" (จากเฟสบุ๊ก Somkit Lertpaithoon)

นี่ หรือคือความคิดของอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งเสรีภาพ? ถ้าพูดกันตามความเป็นจริงแล้วการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือการออกมาวิจารณ์ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมันต้องเกิดการพาดพิงในตัวของมันเองอยู่แล้วมิใช่หรือ ความหมิ่นเหม่ที่จะละเมิดใครไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรมดาของการวิจารณ์หรอกหรือ?

ต้อง ยอมรับว่าผมผิดหวังในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาก มหาวิทยาลัยที่ผมตั้งความหวังไว้ว่าจะมีอะไร กลายเป็นมหาวิทยาลัยที่มีแต่ความกลวงปล่าว เสรีภาพ สิทธิ ความคิดทางการเมืองที่แหลมคม ถูกผลักให้ไปอยู่ขอบนอกของวิสัยทัศน์ที่แท้จริง และถูกทำให้กลายเป็นเครื่องประดับ เหมือนต้นคริสต์มาสต์ที่เต็มไปด้วยสิ่งประดับหลอกลวง

ถ้า อาจารย์จะพูดอย่างนี้แล้วผมว่าอย่าไปส่งเสริมมันเลยเสรีภาพหรือการเมืองอะไร นั่น ผมว่ายกเลิกการจัดกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมดเหมือนที่หลายๆมหาวิทยาลัยเค้า ทำเถอะ จะได้ไม่ต้องมีฐานเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง จะได้ไม่ต้องมีฐานทางความคิดเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนทุกคนพึงมี

แล้วจะได้ไม่ต้องไปพูดกับใครอีกว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเสรีภาพ อายเค้า

ด้วยความเคารพ

จากนักศึกษาคนหนึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งความเพ้อฝัน

ประชาไท: เผยรายชื่อกว่า 50 ชื่อผู้เล่นเวบฟ้าเดียวกันที่ถูกกองปราบตามสอย

ที่มา Thai E-News

ใคร เป็นใครไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ หลายคนเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน และคงไม่มีทางที่กองปราบจะไปตามเอาผิดกับลมพัดผ่านเหล่านี้ได้ แต่กองปราบกล้าให้อาจารย์สมศักดิ์ และอาจารย์ปิยบุตร ขึ้นให้การในศาลไหมล่ะ กล้าวิวาทะในแง่ทางวิชาการกับอาจารย์ทั้งสองหรือไม่?



ที่มา ประชาไท "กองปราบฯ แกะรอยกว่า 50 รายชื่อผู้เล่นเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน เรียก บ.ก.ฟ้าเดียวกันให้ปากคำ"
27 เมษายน 2554


ตำรวจ กองปราบฯ เรียกธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีมีผู้ฟ้องว่าข้อความในเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน พบ 50 กว่ารายชื่อ 46 ยูอาร์แอล อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

วันนี้ เวลา 09.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ เรียกนายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีมีผู้ฟ้องว่าข้อความในเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน (ปัจจุบันปิดไปแล้ว) จำนวน 46 ยูอาร์แอล อาจเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เบื้องต้นนายธนาพลให้การว่า ไม่ทราบว่ามีข้อความดังกล่าวในเว็บบอร์ด และไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเว็บถูกปิดไปแล้ว

จากเอกสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบนามแฝงที่ใช้ล็อกอินเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกันกว่า 50 รายชื่อ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ นามแฝงของผู้โพสต์ข้อความหมิ่นเหม่ และกลุ่มที่สองคือนามแฝงของเจ้าของกระทู้และผู้แสดงความเห็นในกระทู้ที่มี ข้อความหมิ่นเหม่


โดยบุคคลทั้งสองกลุ่มมีรายชื่อดังนี้ (อนึ่ง มีบางรายชื่อที่ประชาไทไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากการตั้งชื่อผู้ใช้อาจ เข้าข่ายความผิดมาตรา 112)
1. fd35
2. กิ๊กผม...เธอเป็นยอดมนุษย์
3. Eluchada
4. ตาสว่าง
5. สหายดำเกิง
6. เอาม่าง
7. บหค02
8. Rommel
9. kuaycheng
10. สายฟ้า ขอนแก่น
11. สมเสร็จxxxx
12. สหายดอกหญ้า
13. คนประสาทที่เพิ่งสร้าง
14. Sympatique MD
15. Meteora
16. HereHere
17. landforce
18. แมลงปอ
19. gubannok
20.กxxxx
21. เมพเจ้า
22. เมพเจ้าเบจิต้า
23. ขอชื่อสมชายหลายๆชาติ
24. กลุ่มสมชายคัมแบ๊ค (SCCB)
25. sanooksanan
26. เรียบร้อยริมรัง
27. บัฟฟาโล่บอยคนเลี้ยงฟาย
28. อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
29. ผัวเผลอแล้วเจอกัน
30. นู๋เค
31. ผักกาดดอง
32. login 2099 (ในเอกสารมองไม่เห็นชื่อ)
33. ผู้มาเยือน
34. totoop
35. tanawat
36. ผัวxxxเมียxxx
37. anti fcudalism
38. quaycheng
39. สงสัย
40. อย่าว่าเราเจ้าข้า
41. บค.พ.02
42. สหายสิกขา
43. nothin
44. hhff
45. หมาร่าหมาหรอด
46. nothin
47. bumpboyslim
48. maqical
49. anais
50. เกลียดไอ้xxxxxxxxxxx
51.xxxฉีดxxxxใส่โซ่xxxx
52.JJB
53 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
54 ปิยบุตร

อย่าง ไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับคนเหล่านี้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะบางรายชื่อเป็นเพียงเจ้าของกระทู้ซึ่งมีผู้เล่นเว็บบอร์ดรายอื่นเข้ามา ตอบโดยอาจมีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดอาญามาตรา 112

Wednesday, April 27, 2011

จารุพรรณ กุลดิลก

ที่มา ข่าวสด

สัมภาษณ์พิเศษ



"หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล... จะไม่ทำลายกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอาผิดคนๆ เดียว และระบบพรรคทั้งหมด"



ถึงไม่ใช่แกนนำคนเสื้อแดง แต่วันนี้ชื่อ จารุพรรณ กุลดิลก เป็นที่รู้จักดีในกลุ่มคนเสื้อแดง

เพราะร่วมชุมนุมโค่นล้มรัฐบาลต่อเนื่อง ทั้งยังบุกเดี่ยวยื่นหนังสือต่อองค์การสหประชาชาติ ให้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเผชิญหน้าระหว่างคนเสื้อแดง และรัฐบาล

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ร่วมเป็นกรรมการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี (ศพส.) มหาวิทยาลัยมหิดล และทำงานร่วมกับ น.พ.ประเวศ วะสี มาก่อน

มีเหตุผลอะไรถึงได้กระโดดเข้าไปร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง ในวันนี้

การคุยกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม มีความคืบหน้าเรื่องคดี 91 ศพ อย่างไร

จะมีการยื่นหลักฐานต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี เพิ่มเติมอีก เผอิญว่ามีกรณีของอียิปต์ ลิเบีย ซีเรีย เข้ามาแทรก อาจจะดูล่าช้า แต่ก็ทำให้เราเชื่อว่าจะได้มาตรฐานเดียวกับลิเบียและอียิปต์ เพราะรายละเอียดในการปราบปรามประชาชนเป็นวิธีเดียวกัน ประมาณกลางเดือน พ.ค.จะยื่น

จุดเริ่มต้นในการทำงานกับคนเสื้อแดง

จริงๆ แล้วมีเพื่อนเป็นคนเสื้อเหลืองเยอะมาก เริ่มจากรู้สึกเห็นใจ และยิ่งได้ฟังข้อมูลที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้กับประชาชนก็รู้สึกว่าเป็นข้อมูลที่ผิด

เริ่มคิดว่ามันเป็นขบวนการที่ไม่ได้เรียกร้องคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมืองอย่างเดียวแล้ว แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ด้วย อีกประการหนึ่งเราเห็นว่ามันมีขบวนการที่พยายามทำให้คนเสื้อแดงเป็นพวกล้มเจ้า แต่จริงๆ แล้ว ความต้องการของประชาชนเป็นแค่เรื่องประชาธิปไตย

เราก็มาช่วยสื่อสารให้พี่น้องที่เป็นชาวบ้าน คนชั้นกลางฟัง

ไม่ได้เข้ามาเพราะพ่อ (พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก) สนิทกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

เมื่อก่อนเราก็อยู่ตรงข้ามกับพ่อ แต่เมื่อมีเหตุการณ์พันธมิตรฯ พ่อต้องให้คำแนะนำตำรวจในการดูแลผู้ชุมนุม จึงเห็นว่ากลุ่มเสื้อเหลืองเป็นอย่างไร เราเองก็เคยไปช่วยศูนย์สันติวิธีของมหิดล ตั้งแต่สมัยตากใบ

รู้จักกับอ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ซึ่งเป็นนายกสมาคมนักเรียนไทยในเยอรมัน เป็นคนชักชวนมาทำ ไปร่วมลงชื่อ 144 อาจารย์ที่เข้าพบนายกฯ ทักษิณ สมัยนั้น ทำให้เข้าใจปัญหาภาคใต้มากขึ้น

จากนั้นก็มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ลงไปรับฟังปัญหาภาคใต้อยู่ 3 เดือนเต็ม ชาวบ้านมีข้อเสนอ 4 ข้อ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง และก็มีความรุนแรงเกิดขึ้นเรื่อยๆ

ขณะนี้สิ่งที่เป็นวิธีคิดแบบการปกครองในภาคใต้กำลังลุกลามไปทั้งประเทศแล้ว ถ้าคนไม่มีพื้นที่ในการสื่อสาร แน่นอนว่าจะต้องเกิดความรุนแรงแบบภาคใต้

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้าร่วมกับเสื้อแดง

เราเห็นใจฝ่ายที่โดนใส่ร้าย โดยเฉพาะฝ่ายที่ต้องการประชาธิปไตย ผนวกกับเห็นเรื่องปัญหาโครงสร้างของมหาวิทยาลัยที่เคยสอนอยู่ เลยเข้าใจว่าถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับประชาชนซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของประเทศ มันก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลย

เพราะฉะนั้นอันดับแรกคือ ควรให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งและประชาธิปไตย ตอนนั้นคนเสื้อแดงก็เรียกร้องเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมโลกเลย เพราะการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งมันต้องผ่านการเลือกตั้งทั้งสิ้น

ถึงแม้จะมีการเลือกตั้งบ่อยๆ ก็ไม่เป็นไร เลือกตั้งให้บ่อยอาจช่วยแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น แก้ไขปัญหาความเสมอภาคได้ด้วย เพราะการเลือกตั้งเป็นรากฐานของประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ปัญหาตากใบเป็นจุดอ่อนของพ.ต.ท.ทักษิณ เช่นกัน

เรื่องนี้ต้องหาข้อเท็จจริงให้ถึงที่สุด ว่าใครเป็นคนสั่งการ น่าสังเกตว่าถ้าทักษิณละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีตากใบ แล้วทำไมรัฐบาลประชาธิปัตย์ถึงไม่สืบสวนต่อ

ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากช่วงที่เรียนในต่างประเทศหรือไม่

ได้มาเยอะมาก เพราะเราไปเรียนที่เบอร์ลิน สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเย็นยุติลงที่นั่น ทำให้เราเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งชาวโลกผ่านมาเยอะแล้ว และได้คำตอบแล้วว่าระบอบประชาธิปไตยที่ยึดประชา ชนเป็นที่ตั้งและเคารพสิทธิมนุษยชน คือทางออก

เสื้อเหลือง เสื้อแดง ต่างกันอย่างไร

ในแง่อุดมการณ์ เสื้อเหลืองจะพูดถึงคุณธรรมส่วนบุคคล เรียกร้องคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมือง แต่เสื้อแดงจะเรียกร้องเรื่องโครงสร้าง ถ้าโครงสร้างไม่เป็นธรรมก็ไม่สามารถทำให้คนมีคุณธรรม จริยธรรมได้

ส่วนเรื่องชนชั้นของทั้ง 2 กลุ่ม ตอนนี้เริ่มไม่ต่างกันแล้ว เมื่อก่อนเสื้อเหลืองส่วนใหญ่จะเป็นคนชั้นกลาง และอยู่ในเมือง แต่ช่วงหลังที่ไปปิดสนามบินเราเห็นว่าเป็นคนต่างจังหวัด คนเสื้อแดงช่วงหลังๆ เริ่มเป็นคนชั้นกลางเยอะขึ้น การชุมนุมที่ราชประสงค์ก็เป็นคนในกทม.

ถูกมองเสื้อแดงสู้เพื่อทักษิณ

เป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ และพ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด เป็นส่วนที่ทำให้เห็นว่าโครงสร้างของประเทศมีปัญหา ถ้าไปทำสถิติจริงๆ จะเห็นว่าเสื้อแดงพูดคำว่าสู้เพื่อประชาชน ต้องการการเลือกตั้ง มากกว่าสู้เพื่อคุณทักษิณ

เลยจากเรื่องทักษิณไปแล้ว

มันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีนักวิชาการ มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ออกมาพูดเรื่องโครงสร้าง และประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ที่ข้ามพ้นตัวบุคคลไป ถ้าพูดถึงตัวบุคคลจะไปเข้าการเรียกร้องของคนเสื้อเหลือง

นักวิชาการเองก็แบ่งสี

ใช่ค่ะ นักวิชาการก็มีอุดมการณ์ของแต่ละคน วิธีคิดแบบหาอุดม การณ์ของบุคคลก็จะเป็นวิธีคิดแบบคนเสื้อเหลือง คิดแบบจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่โหมดเลือกตั้งก็จะเป็นวิธีคิดแบบนักวิชาการเสื้อแดง

และก็จะมีวิธีคิดแบบนักวิชาการเสื้อขาว ที่บอกว่าวางตัวเป็นกลาง ซึ่งมีอยู่เยอะมาก ก็คุยกับเขาว่าความเป็นกลางไม่เป็นธรรมชาติ เราไม่สามารถ กำหนดความเป็นกลางได้

แต่เมื่อสังคมแสดงเจตจำนงของประชาชนแล้วความเป็นกลางจะเกิดขึ้นเอง ไม่ใช่เราจะพูดว่าเราจะยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนที่ฆ่าประชาชนกับคนที่เป็นเหยื่อ

นักวิชาการบางคนถูกคุกคาม ส่วนตัวคุกคามหรือไม่

มีโดนเตือนมาอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้โดนไปแล้ว 2 หมาย ละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ความมั่นคง ฉบับที่ 20 ก็ไปพบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตามที่เขาเรียกตัว

ใครชวนให้ลงสมัครส.ส.

ท่านทักษิณ เป็นคนชวน ให้มาช่วยดูเรื่องโครงสร้าง เรื่องนโยบาย คุยกันไว้ว่าจะลงในระบบปาร์ตี้ลิสต์แต่ยังไม่รู้ว่าอยู่ในลำดับที่เท่าไหร่

ข้อกล่าวหาหมิ่นเบื้องสูง วิจารณ์ว่าเป็นเกมสกัดเพื่อไทยในการเลือกตั้ง

เราวิเคราะห์กันว่า วิธีการที่จะไม่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวได้เต็มที่ มีหมากเล่นอยู่ 2 หมาก คือ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กับการรัฐประหาร คาดว่ามี 2 วิธีนี้เท่านั้นที่จะล้มล้างประชาธิปไตยได้ ซึ่งใน ยุคสมัยการสื่อสารกันได้ทั่วโลก วิธีการแบบนี้จะเป็นอันตรายกับตัวเขาเองมาก

จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

คนเสื้อแดงก็เข้าใจเรื่องการเมืองและปัญหาทางการเมืองพอสมควร ก็จะระแวดระวังมากขึ้น

ถ้าเป็นรัฐบาลจะมีนโยบายต่อเคเบิ้ลทีวี และวิทยุชุมชนต่างๆ อย่างไร

กรรมการพรรคเคยคุยกันว่าเราต้องให้เปิดโดยอิสระ เพราะว่าเราเองก็เจ็บปวดมามากกับการปิดกั้นสื่อ ใครจะพูดอะไรที่เป็นการคัดค้าน เราก็ต้องรับฟังไว้ เอเอสทีวีก็ปล่อยให้เขาเปิดตามปกติ เราต้องเป็นประเทศเสรีจริงๆ ตราบใดที่เป็นสังคมประชาธิปไตย เขาต้องมีพื้นที่ของเขา แต่ว่าอย่าละเมิดกฎหมายก็แล้วกัน

จุดเด่นของนโยบายพรรคเพื่อไทย

ความเชื่อมโยงของทั้งระบบจากคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ที่เป็นฐานของประเทศ มีเรื่องการเรียน การหางานทำ ขยายขึ้นมาเรื่อยๆ เราจะมองภาพรวมว่า คนที่อยู่ต่างจังหวัดมีความต้องการอะไรบ้าง คนที่เป็นพ่อ แม่ อาจต้องใช้หนี้ ก็มีนโยบายพักหนี้ไว้ก่อน ส่วนลูก ในแต่ละตำบลก็จะมีหน่วยดูแลเด็กเล็ก

ขยับเข้ามาในเมืองก็จะมีเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เมกะโปรเจ็กต์ การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ลดภาษีให้นายจ้าง ลดภาษีให้คนที่ซื้อรถคันแรก ข้าราชการก็มีกองทุน มีธนาคารประชาชน ทั้งหมดนี้จะเชื่อมโยงโครงสร้างทั้งระบบ

ทำอย่างไรให้เชื่อว่าไม่ใช่นโยบายขายฝัน

วิธีอธิบายคือทำให้เห็นว่าสิ่งที่ผ่านมาแล้วของไทยรักไทยที่เคยทำไว้ สามารถทำได้จริงๆ เราจะไม่สัญญามากเกินไปกว่าที่เราจะทำได้

ถูกโจมตีเรื่องหาคนชิงนายกฯ

ถ้าเราเชื่อเรื่องโครงสร้างจริงๆ เชื่อคณะกรรมการจริงๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างผ่านการระดมความคิดมาแล้ว ใครมาเป็นผู้นำก็ต้องว่าไปตามครรลอง ของเจตจำนงของประชาธิปไตย คือประชาชนอยู่ดี

ถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาอย่างไร

ก็คงต้องกลับมาต่อสู้คดี ในต่างประเทศคดีของท่านถูกนำไปสื่อสารว่าเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพราะมีการตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แต่พอไปอธิบายให้ต่างประเทศฟังว่าเนื้อหามันคืออะไร เขาก็ตกใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย

ถ้าเพื่อไทยถูกฟ้องยุบพรรคก่อนเลือกตั้ง จะมีทางออกอย่างไร

ก็มีความเป็นไปได้ ก็ต้องสู้กันต่อไปทั้งในด้านกระบวนการทางกฎหมาย และการเรียกร้องของประชาชน

ผลเลือกตั้งประเมินกันว่าฝ่ายไหนชนะก็ถูกต่อต้านอยู่ดี ถ้าเพื่อไทยชนะแล้วพันธมิตรฯ ต่อต้าน จะถูกปราบปรามหรือไม่

เสื้อเหลืองมีสิทธิชุมนุมได้อยู่แล้วถ้าเขาทำตามกฎหมาย และถ้าจะมีเหตุจะต้องยุบสภาก็ต้องยุบ ไม่มีการนำวิธีการทางการทหารมาปราบปรามประชาชน ญี่ปุ่นเฉลี่ยแล้วนายกฯ ดำรงตำแหน่งคนละ 1 ปี แล้วเขาก็ขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นได้ในที่สุด สหรัฐก็มีการเลือกตั้งเยอะมาก

หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้วมีการลุกฮือต่อต้าน ก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าปัญหาคืออะไร ถ้าเป็นปัญหาของท่านทักษิณ ก็ต้องมาดูว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน เปิดโอกาสให้มีการพูดคุย ชี้แจงกัน

จะไม่ทำลายกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอาผิดคนๆ เดียว และระบบพรรคทั้งหมด





ประวัติและบทบาท

ตอนมาร่วมกับคนเสื้อแดงที่บ้านไม่ได้ว่าอะไร เพราะเราเป็นนักกิจกรรมมาตั้งแต่ต้น เราเรียนจบจากสาธิตเกษตรฯ จบแล้วมาเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหา วิทยาลัยมหิดล

จากนั้นเป็นอาจารย์อยู่มหิดลได้เกือบปี ก็ไปเรียนปริญญาโท สาขาเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ 2 ปี แล้วไปต่อปริญญาเอกที่เบอร์ลิน ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ เทคโนโลยี เยอรมัน 5 ปี แล้วกลับมาเป็นอาจารย์

เราสนใจเรื่องเกี่ยวกับอาหารและยา ตอนแรกจะเป็นนักวิจัยด้านอาหารและยา แต่พบว่าระเบียบในมหาวิทยาลัยไม่เอื้อกับการทำวิจัยเลย เมื่อขึ้นมาเป็นผู้บริหารของคณะจะได้แก้ไขระเบียบต่างๆ และพอมหาวิทยาลัยจะออกนอกระบบ เราก็เป็นที่ปรึกษา เห็นเลยว่ามันออกนอกระบบไม่ได้หรอก เพราะความคิดเป็นแบบ top-down มาก วิธีคิดแบบนี้ก็มีที่มาจากโครงสร้างของประเทศ ก็เลยต้องออกมาอยู่กับม็อบ (หัวเราะ)

เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษาและกิจกรรมพิเศษ และประธานหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการจัดการระบบสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

รองคณบดีฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (2549-2551) ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

บทบาทในกลุ่มเสื้อแดง ก็เข้ามาช่วยเรื่องภาษาอังกฤษ เป็นล่ามสื่อสารกับนักข่าวต่างชาติ ทูต และองค์กรระหว่างประเทศ เคยจัดรายการวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ รายการวิทยุชุมชนเสียงคนไทย และวิทยากรรายการ มหาประชาชน ทางพีเพิลชาแนล

ปัจจุบันเป็นวิทยากรรายการ "ที่นี่ความจริง" ทางเอเชีย อัพเดท

เมื่อก่อนเราจะเป็นเด็กเนิร์ด (Nerd) มากๆ เพื่อนบอกเลยว่าเราเป็นนักการเมืองไม่ได้หรอก เพราะคิดอะไรเป็นหลักการหมด งาน การเมืองเป็นงานสั้นๆ แต่ละคนจะมีทรัพยากร และกำลังอยู่ช่วงสั้นๆ เราก็จะเข้าไปทำเท่าที่มีแรงทำได้

หลังจากนั้นก็จะกลับมาเขียนตำรา ออกมาทำวิจัยอย่างที่ฝัน เราอยากวิจัยเรื่องอาหารและยา และเรื่องพลังงานด้วย

ไพ่กัมพูชา

ที่มา Thai E-News

APนำเสนอภาพข่าวทหารเบเร่ต์แดงฝึกอาวุธให้ชาวบ้านเป็นทหารบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมยกเลิกไปเจรจาที่พนมเปญในวันนี้ หลังจากสื่อเขมรนำเสนอข่าวว่าไทยยอมแพ้และจะขอเจรจาสงบศึก

โดย กาหลิบ
ที่มา เวบ democracy100percent

ความจริงราชอาณาจักรกัมพูชาก็เป็นประเทศเต็มตามคุณสมบัติ แต่เจ้าของประเทศไทยขณะนี้กำลังมองเขาเหมือนไพ่ในมือใบหนึ่ง จะเลือกเล่นเลือกใช้เมื่อไหร่ได้ทุกเมื่อ ตามแต่เกมการเมืองของตนจะชักนำไป

ผลลัพธ์ทุกอย่างก็เพื่อผลการแย่งชิงอำนาจภายในประเทศไทย ไม่ได้เกี่ยวกับกัมพูชาหรือการเมืองข้ามชาติใดๆ เลย

ประเด็นคือกัมพูชาและอาเซียนที่จับตามองไทยมาตลอดตั้งแต่รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เขาก็เข้าใจเกมของใครบางคนในเมืองไทย

เหตุต้องปะทะกันอีกครั้งใกล้ปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม จึงเป็นเรื่องของหลักการปะทะตอบโต้ของฝ่ายทหาร ไม่ใช่นโยบายหรือจุดยืนทางการเมืองของรัฐบาลกัมพูชา

จุดยืนฝ่ายเขายังคงเป็นการไกล่เกลี่ยเจรจาทางการทูต ไม่ใช่ยิงใส่กัน โดยให้อินโดนีเซียผู้เป็นประธานอาเซียนเป็นเจ้าภาพ ปรากฏว่าไทยเล่นบทอันธพาลทุบโต๊ะ และไม่ยอมรับวิถีทางสันติขึ้นมาเสียเฉยๆ ชักแม่น้ำทั้งห้าขึ้นมาอ้างซึ่งอาเซียนเขาก็รู้ทันอีก

ความชัดเจนของเขาทำให้ประชาคมอาเซียนส่วนที่ยังมองภาพไม่ชัดถามว่า ถ้าไทยไม่ต้องการกติกาสากลแล้วไทยต้องการอะไรเล่า?

คำตอบจึงผุดขึ้นมาเองว่า ไทยไม่ได้ต้องการอะไรหรอก เพียง จะหาเรื่องให้มีเกิดเหตุยิงกันที่ชายแดนเพื่อหวังผลบางอย่างที่กรุงเทพมหานครเท่านั้นเอง

ขาดความมั่นใจที่ศูนย์อำนาจเมื่อใด ก็ต้องอาละวาดฟาดฟันไปทั่วทิศเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและหาข้ออ้างที่จะเคลื่อนกำลังทหารทุกทีไป

ปัญหาการเมืองของคนที่ไฟธาตุใกล้จะแตกอีกแท้ๆ เป็นเหตุให้ไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงที่เคยมีในสายตาเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอาเซียน เหมือนคนทะเลาะกับเมียมาจากบ้านแล้วมาหาเรื่องทะเลาะกับเพื่อนโดยไม่มีสาเหตุ คนที่มองเห็นเขาก็ลดความนับถือไปเรื่อยๆ ทุกวัน

ถามว่าปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชามีจริงหรือไม่ ตอบได้ว่าจริง ไม่เฉพาะผืน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ยังมีอีกหลายจุดตลอดแนวชายแดนที่ยาวถึงประมาณ ๘๐๐ กิโลเมตร เช่นเดียวกับที่เรามีปัญหาทางเมียนมาร์ ลาว และมาเลเซีย และเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ในโลกที่เขาก็มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับเพื่อนบ้านของตน แต่เขาก็ไม่ใช้สงครามมาแก้ไขปัญหานั้น

ผู้นำล่าสุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่แก้ไขปัญหาพิพาทในดินแดนด้วยกำลัง คือซัดดัม ฮุสเซ็น อดีตประธานาธิบดีอิรัก บัดนี้ก็ถูกจับแขวนคอตายไปแล้ว

เปิดฉากเถียงกับเขาว่าใครยิงก่อนยิงหลัง แต่พอทั้งหมู่บ้าน (ประชาคมอาเซียน) เขาชวนแก้ไขอย่างเป็นระบบและมีกฎเกณฑ์​ให้ประธานอาเซียนเป็นตัวกลางในการสังเกตการณ์และหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นแค่ขั้นตอนแรกที่ยังไม่ได้ชี้ถูกผิดอะไร ก็ดิ้นหนี ปฏิเสธอารยะประเทศเขาอย่างทื่อๆ เถื่อนๆ จนกระบวนสันติภาพชะงักงัน

ผู้อารยะเขาต้องวิ่งเข้าหาพิสูจน์ความจริงที่ประกอบด้วยพยานหลักฐานครบครัน การอ้างด้านๆ ว่าฉันถูกแกผิด แต่พอเขาชวนหาความจริงกลับหนีหัวซุกหัวซุนย่อมชวนให้สงสัยในความถูกต้องและเจตนาของผู้ก่อปัญหานั้น

คนอยากแก้ไขปัญหากับคนที่อยากหาเรื่องโดยไม่คิดจะแก้นั้นมองโลกแตกต่างกันมาก

กัมพูชาจึงคือไพ่ใบหนึ่งในเกมอำนาจของชนชั้นนำไทย ที่หยิบมาเป็นเครื่องมือในขณะที่ศึกช่วงชิงอำนาจ ณ ศูนย์กลางเข้มข้นรุนแรงยิ่งขึ้น หากรั้งสังขารไม่อยู่ ก็จะเข้าใช้ประโยชน์จากประเด็นที่จุดเอาไว้นี้ เช่น อาจขยายให้กลายเป็นสงครามจริงเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ถือโอกาสเปลี่ยนรัฐพลเรือนให้เป็นรัฐทหารเพื่อเว้นวรรคประชาธิปไตย แสวงประโยชน์ส่วนตนจากอาวุธสงคราม งบราชการลับและอื่นๆ เป็นต้น

แต่ถ้าขบวนประชาธิปไตยถูกปราบจนราบคาบด้วยเครื่องมืออื่นๆ ไม่ว่าจะหลอกล่อให้ปรองดองและดึงเข้าสู่เกมเลือกตั้งที่ฝ่ายเขาเตรียมรุกฆาตฝ่ายประชาชนเอาไว้เต็มที่ เขาก็จะไม่ทิ้งไพ่กัมพูชา ทิ้งไว้ในมืออย่างนั้นจนกว่าจะถึงจังหวะต่อไป

นิสัยอย่างนี้ทำให้ชนชั้นนำไทยเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ไปทั่วโลก ยิ่งดูถูกเขาว่าโง่เง่าไม่รู้เท่าทัน เขาก็ยิ่งเกลียดชังเป็นทวีคูณ

ชาติที่รู้เจ็บรู้จำเหล่านี้เขาจึงสัมผัสใจกับชาวประชาธิปไตยและประชาชนชาวไทยที่ไม่ใช่ศักดินาและอำมาตย์แนบแน่นขึ้นทุกวัน

ไม่นานก็เหลือตัวคนเดียวในตึกสูง.
----------------------------------

สนับสนุน "กาหลิบ" และทีมงาน สมัคร SMS-TPNews พิมพ์ PN กดส่งมาที่เบอร์4552146 สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน รายได้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย Call center : 084-4566794-5 (จ.- ศ.10.00-18.00น.)/e-mail : tpnews2009@gmail.com/บล็อก :http://wwwthaipeoplenews.blogspot.com/

สัญญาณ..กองทัพไทย ต้องชนะ กัมพูชา ก่อนเปิดเจรจา

ที่มา Voice TV



สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมืองธม ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ. สุรินทร์ ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีสัญาณใดๆไปในทางที่ดีขึ้นเลย เพราะตลอดคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าตรู่ของวันนี้ ก็ยังมีการปะทะกันอยู่ มีการใช้ทั้งอาวุธ หนัก และอาวุธเบา ตอบโต้กันไปมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางฝ่ายกัมพูชานั้น กล่าวหาฝ่ายไทยว่า ใช้ระเบิดพวง ใช้ก๊าซพิษ ถล่ม เป้าหมาย ที่เป็นพลเรือนกัมพูชา และมีการโจมตีด้วยเครื่องบินรบด้วย ขณะที่ฝ่ายไทยก็ออกมา ปฎิเสธเรื่องนี้ และเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาหันมาเปิดการเจรจาแบบทวิภาคีโดยเร็ว
รายการ Hot Topic ได้รับเกียรติจาก พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม มาร่วมพูดคุยในรายการ
พ.อ.ธนาธิป กล่าวยืนยันว่า กองทัพไทยไม่เคยใช้ ก๊าซพิษ หรือ ระเบิดพวง โจมตีประชาชนกัมพูชาแต่อย่างใด เพราะอาวุธทั้งสองชนิดนี้ ไม่มีอยู่ในกองทัพไทย รวมทั้ง ไม่มีการโจมตีทางอากาศกับกัมพูชา แต่มีการ เอฟ. 16 บินลาดตตระเวนพื้นที่โดยรอบ แต่ไม่มีการติดอาวุธ และไม่ได้บินเข้าไปในน่านฟ้ากัมพูชาแต่อย่างใด ซึ่งฝ่ายไทย พยายามที่จะยึดกติกาในการตอบโต้มาโดยตลอด

พ.อ.ธนาธิปกล่าวอีกว่า การที่ฝ่ายกัมพูชา ใช้ พลเรือนเป็นโล่ห์มนุษย์ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และทำให้ฝ่ายไทย ตอบโต้ด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องที่ รัฐบาล หรือ คนไทยบางกลุ่มที่ต้องการให้ ทหารไทย เข้ายึดพื้นที่ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธมให้ได้โดยเด็ดขาดโดยเร็ว เพื่อยุติปัญหา ก่อนที่การปะทะจะขยายเป็นวงกว้าง หลังจากนั้นถึงจะเริ่มเปิดฉากการเจรจานั้น จริง ๆ แล้ว พื้นที่ดังกล่าวเป็นของไทยอยู่แล้ว และฝ่ายไทยก็ยึดอาวุธหนักจากกัมพูชาได้หลายชนิด แต่โดยศักยภาพของกองทัพไทย สามารถยึดพื้นที่ดังกล่าวได้อยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่า แนวทางทหารในการยุติปัญหาหรือไม่ จะมีผลกระทบอะไรตามมาหรือไม่
โฆษกกระทรวงกลาโหม บอกว่า กองทัพไทย พยายามที่จะไม่ใช้กำลังทหารในการแก้ปัญหา แต่จะหาทางที่จะให้มีการเจรจาแบบทวิภาคี โดยเฉพาะการประชุม จีบีซี ( GBC ) ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ประชุมในปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งฝ่ายไทยจะเร่งรัดให้มีการประชุมเร็วขึ้น เพื่อหาข้อยุติ.