WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 20, 2011

เมื่อโลกใหม่ดิ้นรนจะบังเกิด และโลกเก่ากำลังตาย ?

ที่มา ประชาไท

Anthropology News Volume 51, Issue 4, April 2010 ปีที่แล้วนี่เอง เป็นฉบับว่าด้วย “มานุษยวิทยาและวารสารศาสตร์”

วันจันทร์ที่ผ่านมา [16 พ.ค.] ไปงาน Public forum: Reflection for the Thai Media in the post-2010 political violence เป็นเวทีสาธารณะจัดโดย สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAPA) ร่วมกับสมาคมนักข่าวฯ และสถาบันข่าวอิศรา

มี หลายคนพูดถึงจริยธรรมสื่อ ถึงเรื่อง objectivity ที่ “เป็นมาตรฐาน” ของสื่อมวลชน บางคนก็ว่าจริยธรรมมันต้องมีจริยธรรมเดียว จะสื่อเก่าสื่อใหม่ก็ตาม ไม่งั้นก็ไม่ใช่สื่อมวลชน เป็นสื่อเฉพาะกลุ่ม เป็น "สื่อเทียม" บางคน (รวมถึงผมเอง) ก็ว่า อย่าเอาคุณค่าที่สื่อเก่าเห็นว่าดีว่าชอบ มาครอบงำกดทับสื่อใหม่

สมชัย สุวรรณบรรณ กรรมการนโยบาย ThaiPBS ที่เพิ่งเขียนบทความเรื่อง “สื่อชนเผ่า” ลงเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทยไปเมื่อไม่นานนี้ ก็เคยเขียนบทความลงกรุงเทพธุรกิจไว้เมื่อต้นปีว่า “สื่อจะต้องยึดถือหลักภาวะวิสัย objectivity” ถ้าไม่ยึดหลักนี้ ก็เป็น “สื่อเฉพาะพวก” (partisan press) หรือ “สื่อชนเผ่า” (tribal media) 1

แต่ อะไรคือ objectivity ที่คนเหล่านี้หมายถึง มันมี objectivity ที่เป็นหนึ่งเดียว สากล และข้ามกาลเวลาอย่างที่นักวิชาชีพหลายคนเขาพยายามจะบอกไหม ?

พอพูดถึง “ชนเผ่า” วิญญาณน้อยๆ ของนักเรียนมานุษยวิทยามันก็สะกิดเรียกนะครับ อะไรมันจะผีเน่าโลงผุไปกว่านี้

ประเด็น แรกสุดเลยที่ผมจำได้ว่าเรียนในชั้นเรียนมานุษยวิทยา ก็คือเรื่อง ภววิสัย (objectivity) และ อัตวิสัย (subjectivity) ซึ่งดูว่าผมเองจะมีใจโอนเอนไปทาง อัตวิสัย หรือ อัตวิสัยร่วม (inter-subjectivity) เสียมากกว่า ภววิสัย

ในฐานะผู้สังเกต ผมเชื่อว่าตัวเราเองก็หนีไม่พ้นการให้คุณค่ากับสิ่งรอบๆ ตัวโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

ดัง นั้นอย่าทำเหนียมทำเนียน หลอกตัวเองหรือคนอื่นว่าสิ่งที่เรารายงานหรือบันทึกนั้นมันเป็นภววิสัย บอกกันตรงๆ ไปดีกว่า ว่ามันเป็นอัตวิสัย มีอคติ จากนั้นก็ไปแสดงให้เห็นว่ามันมีอคติตรงไหนอย่างไร ให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้คนอ่านได้ทราบอย่างชัดเจน

David Weinberger (@dweinberger) ซึ่งตอนนี้เป็นนักวิจัยอยู่ที่ศูนย์เบิร์กแมนเพื่ออินเทอร์เน็ตและสังคม เสนอไว้ในบทความ Transparency is the new objectivity ว่า ความโปร่งใสและการเปิดเผยกระบวนการทำงาน จะเป็นสิ่งที่มาทดแทนภววิสัย และเราพ้นจากยุคของกระดาษ (Age of Papers) มาสู่ยุคของลิงก์ (Age of Links) แล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่จะทำให้ข่าวนั้นน่าเชื่อถือ ด้วยการลิงก์ไปยังที่มาของข้อมูล ให้ผู้อ่านตรวจสอบเองได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ในสมัยก่อนที่ข่าวยังพิมพ์บนกระดาษ (ทำให้ผู้อ่านต้องเชื่อใจในนักข่าว นั่นเป็นพื้นที่ที่ authority ทำงาน ซึ่งในปัจจุบัน สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว)

Dan Gillmor (@dangillmor) นักหนังสือพิมพ์ที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับสื่อพลเมือง We the Media: Grassroots Journalism By the People, For the People ก็พูดคล้ายๆ กัน เขาเห็นว่าแนวคิดเรื่องภววิสัยนั้น เป็นสิ่งที่เพิ่งจะถูกสร้างมาเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง ตัวมันเองก็มีปัญหา และเขาก็คิดว่าเราทำไม่ได้หรอกในฐานะมนุษย์ที่ย่อมมีอคติ ในบทความ The End of Objectivity เขา เสนอว่านอกจากเรื่อง ความโปร่งใส แล้ว ยังมีอีก 3 ตัวคือ ความละเอียดถี่ถ้วน ความเที่ยงตรง และความเป็นธรรม ที่เขาเสนอว่า ถ้าทำ 4 อย่างนี้ร่วมกัน ก็น่าจะแทนภววิสัยได้

(ประเด็นเรื่องการเปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูล ดูต่อเรื่อง วิกิลีกส์กับวารสารศาสตร์, วารสารศาสตร์ข้อมูล, และ open public data – ข้อมูลเปิดภาคสาธารณะ)

การเปิดเผยแบบนี้แหละคือคุณค่าที่เราจะยอมรับด้วยกันได้ James Poniewozik (@poniewozik) นักข่าวของ TIME แนะนำว่านักข่าวต้องไม่ซ่อนอัตวิสัยของตัวเอง และปิดท้ายบทความของเขาว่า “วัน เวลาแห่งการทำราวกับว่าบรรดานักหนังสือพิมพ์นั้นเป็นหุ่นยนต์ผลิตข่าวที่ไม่ มีอารมณ์นั้นจบลงแล้ว แล้วนั่นก็เป็นเรื่องดี ความน่าเชื่อถือที่สร้างบนความเปิดเผยนั้น ย่อมแข็งแรงกว่าความน่าเชื่อถือที่สร้างบนนิยายที่ตกลงให้เชื่อร่วมกัน” (The days of pretending that journalists are dispassionate infobots are ending. And that’s good: trust built on openness is stronger than trust built on an agreed-upon fiction.)

นี่อาจจะคล้ายกับที่นัก มานุษยวิทยาพยายามอธิบายขั้นตอนการเข้าไปสู่สนาม ความสัมพันธ์ของผู้เขียนกับผู้คนในสนาม การได้มาซึ่งข้อมูล ความรู้สึกของผู้เขียน ฯลฯ ที่ปรากฏอยู่ในการเขียนชาติพันธุ์นิพนธ์ นั่นคือมันไม่ได้พยายามบอกว่าสิ่งที่เล่านั้นปราศจากคุณค่าการตัดสิน หากแต่อธิบายว่า ด้วยวิธีการไหนและในเงื่อนไขอะไรที่ข้อมูลเหล่านี้ถูกทำให้ปรากฏ

หรือ ถ้าพูดถึงการรายงานการประเมินต่าง ๆ มันก็จำเป็นต้องมีส่วนหนึ่ง ที่อธิบายว่าใช้ตัวชี้วัดอะไรบ้าง ทำไมถึงเลือกใช้ตัวชี้วัดพวกนั้น และวิธีการวัดวัดยังไง วัดตอนไหน ในเงื่อนไขอะไร ฯลฯ คือถึงจะบอกว่าการประเมินนี้ “เป็นภววิสัย” ไม่เข้าข้างใคร ทำไปตามตัวชี้วัดบนกระดาษ แต่เราปฏิเสธได้ไหมว่า ตัวชี้วัดและการเลือกตัวชี้วัดนั้น ไม่ใช่เรื่องอัตวิสัยในตัวมันเอง ? 2

ไม่ว่าจะ new objectivity หรือ end of objectivity (หรือ “Old Objectivity is dead. Long live the Objectivity.”) ประเด็นก็คือว่านิยามของภววิสัยมันเปลี่ยนได้ ดังนั้นการพูดว่างานชิ้นนี้ “มีภววิสัย” ลอย ๆ มันไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่จะช่วยคือ แสดงให้เห็นสิว่างานชิ้นดังกล่าวมีที่มาอย่างไร หรืออะไรที่คุณนับว่าเป็น “ภววิสัย” ? เปิดให้เห็นกระบวนการการทำข่าวของคุณสิ เปิดให้เห็นกระบวนการประเมินของคุณสิ

การแสดงกระบวนการทำข่าวให้เห็น ทำให้ผมนึกถึงบทความอีกชิ้นคือ Product v. process journalism: The myth of perfection v. beta culture เขียนโดย Jeff Jarvis (@jeffjarvis) นักข่าวและอาจารย์วารสารศาสตร์ที่ CUNY เขา พูดถึงความขัดแย้งของวัฒนธรรมและวิธีทางวารสารศาสตร์ ที่ค่ายหนึ่งมองข่าวว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องสมบูรณ์เพอร์เฟ็กต์ กับอีกค่ายหนึ่งที่มองข่าวเป็นกระบวนการที่นักข่าวทำร่วมกับคนอื่นๆ และในระหว่างนั้นนักข่าวก็ต้องยอมรับและบอกต่อสาธารณะด้วย ว่าตัวเองไม่รู้อะไรและอยากรู้อะไร แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาข่าวด้วยกันไป เหมือนซอฟต์แวร์ที่มีรุ่นเบต้าและก็อัปเดตกันไปเรื่อยๆ

ถ้าเทียบกับ ทวิตเตอร์ ก็คืออย่าไปนับว่า ทวีตหนึ่งทวีตนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ข่าวที่จบในตัวมันเอง แต่ให้มองทั้งไทม์ไลน์ที่กำลังวิ่งไป ว่ามันเป็นกระบวนการข่าว ที่ไม่มีวันจบสิ้น รายงานไป แก้ไป อัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ไป — ผู้เขียนบล็อก Complex Interplay (ซึ่งเป็นนักข่าววิทยาศาสตร์) บอกว่ามันเหมือนกับว่า เราเน้นที่การเดินทาง ไม่ใช่ที่จุดหมาย

ความ ขัดแย้งของ “สื่อเก่า” กับ “สื่อใหม่” มันจึงไม่ใช่เพียงการแย่งชิงพื้นที่ในเชิงทรัพยากรคลื่นความถี่ แบนด์วิธ หรือช่องทางเสนอข่าวอื่นๆ แต่ยังเป็นความขัดแย้งในระดับการค้นหาความรู้หรือญาณวิทยาอีกด้วย

“เก่า” และ “ใหม่” ที่ห้อยท้ายคำว่าสื่อ จึงไม่เพียงหมายถึงเทคโนโลยี แต่ยังหมายถึง “คุณค่าเก่า” กับ “คุณค่าใหม่” ที่ไม่ลงรอยกัน ว่าจะนับว่าอะไรเป็นความรู้ จะนับว่าอะไรเป็นพื้นที่สาธารณะ และจะนับว่าอะไรสำคัญควรค่าแก่การพูดถึงในพื้นที่สาธารณะดังกล่าว

“แท้จริงแล้ว วิกฤตสังคมเป็นผลมาจากการที่สิ่งเก่ากำลังตายไป และสิ่งใหม่ถูกขัดขวางมิให้ก่อเกิด ในระหว่างรัชสมัยเยี่ยงนี้ อาการวิปลาสนานาชนิดจะสำแดงตัวออกมา”

“The crisis consists precisely in the fact that the old is dying and the new cannot be born; in this interregnum a great variety of morbid symptoms appear.”

อันโตนิโอ กรัมชี่ (1971)

ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ พูดถึงวรรคนี้ของกรัมชี่เมื่อเกือบสองสัปดาห์ที่แล้ว ในปาฐกถา 70 ปี ชาญวิทย์ฯ หัวข้อ ยุคเปลี่ยนผ่านวรรณกรรมไทย วรรณกรรมไทยยุคเปลี่ยนผ่าน

* ภาพประกอบโดย See-ming Lee สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ CC by-sa


1สำหรับเรื่องสื่อชนเผ่า นี่ใครสนใจ หมายถึง ชนเผ่าจริง ๆ เลยน่ะ ลองดูเล่มนี้นะครับ The indigenous public sphere: the reporting and reception of Aboriginal issues in the Australian media ว่า ด้วยเรื่องของชนพื้นเมืองในออสเตรเลียครับ ผมไม่เคยอ่านหรอกนะ เห็นแค่รีวิว แต่เคยอ่านบางบทของหนังสืออีกเล่มของผู้ร่วมเขียน คือเล่มที่ชื่อ The Public Sphere: An Introduction โดย Alan McKee ผมว่าเล่มนี้สนุกดี พูดถึงพื้นที่สาธารณะในวัฒนธรรมสมัยนิยม ใน 5 ประเด็นใหญ่ คือ อะไรคือเรื่อง ‘ส่วนตัว’ หรือเรื่อง ‘ไร้สาระ’ ในพื้นที่สาธารณะ ?, คุณค่าของสื่อที่ถูกทำให้เป็นการค้ามันด้อยค่ากว่าจริงหรือ ?, นำเสนอแบบหวือหวาแล้วมันยังไง ?, การที่ต่างคนต่างคุยในพื้นที่สาธารณะของตัวเองมันเป็นเรื่องแย่จริงหรือ ?, คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมืองจริงรึเปล่า ? … ทั้งหมดผมคิดว่าหลักใหญ่ใจความก็คือ “เราจะนับว่าอะไรเป็นพื้นที่สาธารณะ” ? (แล้วเรากันใครออกไปบ้าง ?)

2 นี่เป็นประเด็นอันหนึ่ง ที่ผมคิดว่ากลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยกว่า 400 คน คัดค้านมาตรฐานอุดมศึกษา “TQF” ของ สกอ. – ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เอาการประเมินด้วยตัวชี้วัด แต่พวกเขาตั้งคำถามว่าตัวชี้วัดที่สกอ.เสนอมานั้น จะวัดสิ่งที่สกอ.ต้องการได้จริงหรือ และกรอบการวัดดังกล่าวมีความโน้มเอียงไปทางบางกลุ่มวิชา (แต่สกอ.ไม่ได้แจ้งถึงความโน้มเอียงนี้ ทำราวกับว่ามันเป็นกลาง และเป็นสากลใช้ได้กับทุกสาขาวิชา) — ติดตามเรื่องนี้ได้ที่ virtualdialogue.wordpress.com

0000000

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกที่ http://bact.cc/2011/new-media-new-objectivity/

ที่นี่ความจริงจาก2อาจารย์สาว:แดนตาราง

ที่มา Thai E-News





โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา Asia Update TV

รายการ ที่นี่ความจริง ตอนวันที่ 16 พฤษภาคม ทางโทรทัศน์ Asia Update-DNN ดำเนินรายการโดย 2 นักวิชาการสาวหัวใจประชาธิปไตย ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์หวาน) และ รศ.สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ตุ้ม)

ส่วน ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก อาจารย์พิเศษคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (อาจารย์จา)งดดำเนินรายการ เนื่องจากลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ


รายการที่นี่ความจริง วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2554มีประเด็นสำคัญดังนี้

การถอนประกันคุณจตุพรและคุณนิสิต





การที่อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษออกมาแสดงความพอใจในการที่ศาลสั่งถอนประกัน แกนนำนปช. 2 คน คือคุณจตุพรและคุณนิสิต ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และยังขู่จะยื่นถอนประกันคนอื่นเพิ่มอีก ซึ่งแสดงถึงอคติส่วนตัวของผู้ใช้กฎหมาย

นอกจากการให้สัมภาษณ์ครั้ง นี้แล้ว การปฏิบัติงานของอัยการตลอดมาก็แสดงถึงความลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด ที่ยื่นฟ้องทุกคดีของเสื้อแดงอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่ฟ้อง หรือยื่นฟ้องช้ามากในกรณีของเสื้อเหลือง ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายเสื้อเหลืองมีหลักฐานชัดเจน

ส่วนเสื้อแดง ผลพิสูจน์ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าได้ฆ่ากันเอง หรือก่อการร้ายจริงหรือไม่ อีกทั้งข้ออ้างในการถอนประกันนั้นคือเรื่องของการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากทางหองทัพและรัฐบาล

การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง





ต่างชาตินั้นเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยการเลือกตั้ง ใหม่ แต่ข่าวต่างประเทศอย่างรอยเตอร์ยังคงตั้งข้อสงสัยในเรื่องของกองทัพ ที่ยังหนุนหลังอภิสิทธิ์ว่า จะยอมให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรีหรือไม่ การที่สื่อของรัฐอย่างช่อง 11 ยังคงใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงต่อไป และฝ่ายยุติธรรมยังคงพยายามหาทางเอาผิดคนเสื้อแดง ทั้งด้วยคดีที่มีและไม่มีสาระ พยายามบั่นทอนทั้งเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก ซึ่งคนเสื้อแดงจะต้องรู้ทัน และระวังตัวจากคนเหล่านี้ให้ดี

******
รายงานเกี่ยวเนื่อง:แดงEUยื่นหนังสือประธานสภายุโรปสังเกตโกงเลือกตั้งไทย เพิ่มแรงบีบกดดันปล่อยจตุพร-นักโทษการเมือง

2011 05 19@2152 1ปีเสื้อแดง รปส ธิดา

ที่มา ช่องของ Tuxillaplanet



2011 05 19@1937 1ปีเสื้อแดง รปส วีระกานต์



2011 05 19@1813 1ปีเสื้อแดง รปส บรรยากาศ



2011 05 19@1901 1ปีเสื้อแดง รปส บันทึกสีแดง




2011 05 19@1935 1ปีเสื้อแดง รปส สดุดีความกล้าหาญ ผุสดี งามขำ เสื้อแดงคนสุดท้าย



2011 05 19@2010 1ปีเสื้อแดง รปส นักศึกษา



2011 05 19@2028 1ปีเสื้อแดง รปส กทและปริมณฑล




2011 05 19@2037 1ปีเสื้อแดง รปส ภาคตะวันตก



2011 05 19@2053 1ปีเสื้อแดง รปส อีสาน



2011 05 19@2107 1ปีเสื้อแดง รปส ภาคกลาง




2011 05 19@2235 1ปีเสื้อแดง รปส เพลงแสงดาวแห่งศรัทธรา



2011 05 19@2117 1ปีเสื้อแดง รปส ภาคเหนือ




2011 05 19@2135 1ปีเสื้อแดง รปส ภาคตะวันออก




2011 05 19@2142 1ปีเสื้อแดง รปส ภาคใต้

ผลสำรวจผู้อ่านไทยอีนิวส์ ช่วงก่อนและหลัง19พฤษภา53:ประชาธิปไตยแบบใดที่ท่านปรารถนา?

ที่มา Thai E-News


เป็น ที่น่าสังเกตว่าผลสำรวจในช่วงก่อนเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ผู้อ่านของเราส่วนใหญ่ราว 43% มีความปรารถนาอยากให้ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ใต้รัฐ ธรรมนูญ แบบเดียวกับอังกฤษ และญี่ปุ่น

ส่วนผลสำรวจในช่วงหลัง เหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ผู้อ่านของเราส่วนใหญ่ราว 43% มีความปรารถนาอยากให้ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ฝรั่งเศส-เยอรมัน


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

1 ปี 19 พฤษภาประชาภิวัฒน์รำลึก-ใน โอกาสครบรอบเหตุการณ์ 1 ปี 19 พฤษภาคม 2553 ไทยอีนิวส์นำเสนอรายงานปริทรรศน์ชุด 1 ปี 19 พฤษภาประชาภิวัฒน์รำลึก เป็นตอนๆ รายงานชิ้นนี้เป็นตอนที่ 9

ไทยอีนิวส์ได้จัดทำแบบ สำรวจความคิดเห็นผู้อ่านหัวข้อเรื่อง"ท่านปรารถนาให้ อนาคตไทยเป็นแบบใด?"ในช่วงระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2554 มีท่านผู้อ่านตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 3,358 ท่าน ผลการสำรวจเป็นดังนี้


-สาธารณรัฐแบบฝรั่งเศส-เยอรมัน 1457 คน (43%)
-ปชต.กษัตริย์ใต้รธน.แบบญี่ปุ่น-อังกฤษ 1050 คน (31%)
-สหพันธรัฐแบบอเมริกา-สวิส 446 (13%)
-รัฐสวัสดิการแบบสแกนดิเนเวีย 338 คน (10%)
-ระบบพ่อปกครองลูกแบบพ่อขุนราม 16 คน (0%)
-ประชาธิปไตยแบบไทยๆ 15 คน(0%)
-เผด็จการพรรคเดียวแบบจีน,เวียดนาม 14 คน(0%)
-เผด็จการเชิดชูผู้นำแบบเกาหลีเหนือ 2 คน (0%)
-อื่นๆ 20 คน (0%)



ใน เดือนกันยายน 2552 ไทยอีนิวส์เคยสำรวจความเห็นของท่านผู้อ่านของเรา ในหัวข้อเดียวกัน คือ"ท่านมีความปรารถนาอยากให้ประเทศไทยปกครองแบบใดที่สุด?" โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,956 ท่าน โดยนำเสนอผลการสำรวจ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2552 (รายละเอียดในหัวข้อข่าว:POLL:ผู้อ่านไทยอีนิวส์ปรารถนาปชต.กษัตริย์ใต้รธน.แบบอังกฤษ-ญี่ปุ่น ยี้ประธิปไตยแบบไทยๆ )


-ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ แบบเดียวกับอังกฤษ และญี่ปุ่น จำนวน 843 ท่าน คิดเป็น 43%
-รองลงมาคือประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ แบบเดียวกับสหรัฐอเมริกา หรือสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 370 ท่าน คิดเป็น18%
-รัฐสวัสดิการที่มีกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญแบบสแกนดิเนเวีย(สวีเดน เดนมาร์ค นอรเวย์)จำนวน 340 ท่าน คิดเป็น 17%
-ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐฝรั่งเศส หรือเยอรมนี จำนวน 340 ท่าน คิดเป็น 15%
-สังคมนิยมที่มีเศรษฐกิจเสรีนิยมแบบจีน จำนวน 34 ท่าน คิดเป็น 1%
-ประชาธิปไตยแบบไทยๆเหมือนในปัจจุบัน จำนวน 26 ท่าน คิดเป็น1%
-กลับไปเป็นราชาธิปไตยเหมือนก่อนปีพ.ศ.2475 จำนวน 22 ท่าน คิดเป็น1%
-เผด็จการแบบเกาหลีเหนือ หรือพม่า คิวบา จำนวน 6 ท่าน ไม่สามารถแจงนับเป็น%
-อื่นๆ จำนวน 11 ท่าน ไม่สามารถแจงนับเป็น%ได้


ทั้ง นี้เป็นที่น่าสังเกตว่าผลสำรวจในช่วงก่อนเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ผู้อ่านของเราส่วนใหญ่ราว 43% มีความปรารถนาอยากให้ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ใต้รัฐ ธรรมนูญ แบบเดียวกับอังกฤษ และญี่ปุ่น

ส่วนผลสำรวจในช่วงหลัง เหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ผู้อ่านของเราส่วนใหญ่ราว 43% มีความปรารถนาอยากให้ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐแบบ ฝรั่งเศส-เยอรมัน

อย่างไรก็ตามไทยอีนิวส์ขอชี้แจงว่า ผลการสำรวจนี้เป็นการสำรวจผู้อ่านที่เข้ามาอ่านไทยอีนิวส์เป็นการทั่วไป และสมัครใจตอบแบบสำรวจโดยอิสระ ไม่ใช่การสุ่มสำรวจในเชิงสถิติ จึงไม่อาจนับเป็นกลุ่มตัวอย่าง หรือตัวแทนของกลุ่มประชากรใดๆในภาพรวมได้ ดังนั้นการนำไปอ้างอิงใดๆ ควรต้องระบุให้ชัดเจนได้แต่เพียงว่า เป็นความคิดเห็นของผู้อ่านไทยอีนิวส์ในช่วงระหว่างก่อน และหลังเหตุการณ์19 พฤษภาคม 2553 เท่านั้น

*******

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-โรคประจำศตวรรษ:ประชาธิปไตย'อันมีฯVSไม่มีอันฯ'

-รายงานปริทรรศน์ชุด1ปี19พฤษภาประชาภิวัฒน์รำลึก(ตอนที่1-8)

ทำ “เพื่อไทย” หรือ “เพื่อประชาชน”

ที่มา Voice TV

ทำ “เพื่อไทย” หรือ “เพื่อประชาชน”

รายการ Hot Topic วันนี้ (20 พ.ค. 54) ร่วมพูดคุยกับปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย เมื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรถูก ชูขึ้นมาวัดกระแสสังคมจากการถูกวางตัวเป็นปาร์ตี้ลิสท์เบอร์ 1 ก็หนีไม่พ้นการถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะตอบทุกข้อสงสัยในรายการ กับประเด็น ทำ“เพื่อไทย” หรือ “เพื่อประชาชน”

ติดตามชมรายการ Hot Topic ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 18.30 – 19.00 น. ทางวอยซ์ทีวี

กกต.ประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง

ที่มา Voice TV



Voice News ประจำวันศุกร์ที่ 20 พ.ค.54 (12.00 น.)
-กกต.ประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง
-ศาลอนุญาตประกันตัวอดีตผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ
-"Dog and Cat First on Stage" ละครเวทีครั้งแรกของสุนัข

กกต.ประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง
กกต.จัดประชุมชี้แจง เตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยประธาน กกต.ย้ำให้ กกต.จังหวัดจัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นธรรมยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ


ศาลอนุญาตประกันตัวอดีตผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ
ไอเอ็มเอฟเตรียมคัดเลือกตัวผู้อำนวยการคนใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากประเทศในยุโรป ส่วนอดีตผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ที่ถูกจับกุม เพราะคดีคุกคามทางเพศ ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว


"Dog and Cat First on Stage" ละครเวทีครั้งแรกของสุนัข
"นุ้ย สุจิรา" และ "น็อต วรฤทธิ์" ยกขบวนน้องหมานักแสดงนำจากละครเวที "Dog and Cat First on Stage" มาเปิดตัวเป็นครั้งแรก ก่อนละครจะเปิดม่านให้ชมวันที่ 21 และ 22 พ.ค. นี้ ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ซึ่งวันแถลงข่าวเหล่านักแสดงสี่ขาก็มีความสามารถพิเศษน่ารักๆมาแสดงให้ชม อุ่นเครื่องกัน

นปช.ชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์

ที่มา Voice TV



Voice Focus 19 พฤษภาคม 2554 (21.30น.)

- นปช.ชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์
- เพื่อไทยเบอร์1 ปชป.เบอร์ 10 ชิงนายกฯ คนที่ 28
- สเตราส์-คาห์น ประกาศลาออก
นปช.ชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์
กลุ่มคนเสื้อแดง รำลึกถึงผู้เสียชีวิตให้เหตุการณ์พฤษภาคมปี 53 ญาติผู้เสียชีวิตเรียกหาความเป็นธรรม
เพื่อไทยเบอร์1 ปชป.เบอร์ 10 ชิงนายกฯ คนที่ 28
ยิ่งลักษณ์ เบอร์ 1 พร้อมอาสาสมัครทำงานเพื่อประชาชนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส่วน ประชาธิปัตย์เบอร์ 10 เดินหน้าหาเสียงเน้นแก้ปัญหาความยากจนและยาเสพติด
สเตราส์-คาห์น ประกาศลาออก
นายโดมินิก สเตราส์ -คาห์น ประกาศลาออกจากกรรมการผู้จัดการ IMF แล้วหลังทนแรงกดดันไม่ไหว

เดินหน้าสู่เลือกตั้ง..แต่ (อย่า) ลืมคนถูกขัง!

ที่มา Voice TV



Wake up Thailand ประจำวันศุกร์ที่ 20 พ.ค.2554

นำเสนอในประเด็น

- เพื่อไทยเบอร์ 1 VS ประชาธิปัตย์เบอร์ 10
- สำรวจบัญชีรายชื่อ พรรคตัวแปร
- ยอดผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคต่างๆ
- ไฮไลท์ หนังสือรายสัปดาห์ มติชน โลกวันนี้ สยามรัฐ เนชั่น
- นปช.รำลึก 1 ปี สลายการชุมนุม "ที่นี่มีคนตาย"
- บาดแผลที่ยังไม่เยียวยา ของ พะเยาว์ อัคฮาด
- บทความ อ.สุรชาติ บำรุงสุข "ชูธงประชาธิปไตยให้สูงเด่น จากตะวันออกกลางสู่ราชประสงค์"
- อัลกออิดะห์เผยเทปเสียง บิน ลาดิน

เปิดรายชื่อ"ปาร์ตี้ลิสต์" "อภิสิทธิ์"นำทีม"ปชป. ชน"เพื่อไทย"โพยสีแดงอื้อ

ที่มา มติชน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 125 คน ประกอบด้วย

1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
2.นายชวน หลีกภัย
3.นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
4.นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์
5.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
6.นายกรณ์ จาติกวณิช
7.ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
8.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
9.ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
10.นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์
11. นายไพฑูรย์ แก้วทอง
12. นายอิสสระ สมชัย
13.นายเจริญ คันธวงศ์
14.นายอลงกรณ์ พลบุตร
15. นายอาคม เอ่งฉ้วน
16.นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์
17.นายสุทัศน์ เงินหมื่น
18.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์
19.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
20.นายวิฑูรย์ นามบุตร
21.นายถวิล ไพรสณฑ์
22.นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู
23.พ.อ.วินัย สมพงษ์
24. นายสุวโรช พะลัง
25.ดร.ผุสดี ตามไท
26.นายปัญญวัฒน์ บุญมี
27.ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
28.นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์
29.นายภุชงค์ รุ่งโรจน์
30.นายนิพนธ์ บุญญามณี
31.นางอานิก อัมระนันทน์
32.นายโกวิทย์ ธารณา
33.นายอัศวิน วิภูศิริ
34.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ
35.นายเกียรติ สิทธิอมร
36. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย
37.นายกนก วงษ์ตระหง่าน
38.พลเอกพิชาญเมธ ม่วงมณี
39.นายสุกิจ ก้องธรนินทร์
40.ดร.ประกอบ จิรกิติ
41.ดร.พีรยศ ราฮิมมูลา
42. นายกษิต ภิรมย์
43.วีระชัย วีระเมธีกุล
44.นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
45.นายวัชระ เพชรทอง
46.นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์
47.นายอิสรา สุนทรวัฒน์
48. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร
49.นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์
50.นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์
51.ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา
52.นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์
53.นายดนัย นพสุวรรณวงศ์
54.ดร.ธิติ มหาบุญวราชัย
55.นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์
56.นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง
57.นายยุพ นานา
58.นายสะพรั่ง สุขเวชวรกิจ
59.นายสัญชัย อินทรสูตร
60.นายบรรพต ต้นธีรวงศ์
61.นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ
62.ผศ.ดร.สืบแสง พรหมบุญ
63.ว่าที่ ร.ต.โมฮามัดยาสรี ยูซง
64.นายอภิชัย เตชะอุบล
65.ดร.วีระชัย ถาวรทนต์
66.นายอภินันท์ ช่วยบำรุง
67.นายประกอบ สังข์โต
68.เกรียงยศ สุดลาภา
69.นายสุริยะ ศึกษากิจ
70. พล.ร.อ.นาวี ศานติกะนาวิน
71.นายชีวเวช เวชชาชีวะ
72.นายธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์
73.ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์
74.นายพรพล เอกอรรถพร
75.นางฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง
76.นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล
77.นายคำรณ ณ ลำพูน
78.นายวัชรินทร์ เกตะวันดี
79.นายจีรพงศ์ พวงทอง
80.นายราเมศ รัตนะเชวง
81.นางรักษ์หฤทัย ยกสุขฤทัยไขข่าว
82.นายวรเทพ สุวัฒนพิมพ์
83.พันเอกเฟื่องวิชช์ อนิรุทธเทวา
84.นายภูเบศ จันทนิมิ
85.นายแสนคม อนามพงษ์
86.นายสุธรรม นทีทอง
87.นายสรวิศ ขุนจันทร์
88.นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา
89.นายพิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา
90.นายสุธี กรกมลพฤกษ์
91.นายสกลภัทร เหมือนจันทร์เชย
92.นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม
93.พลเรือโทเชษฐ โกมลฐิติ
94.นายประจักษ์ชัย ณ สงขลา
95.นายสกล เขมะพรรค
96.นายสำเร็จ ภูนิคม
97.จันทพร ขันโมลี
98.สมเกียรติ ฉันทวานิช
99.นางเตือนใจ นุอุปละ
100.นายจารุพงศ์ สมอารยพงศ์
101.นายภราดร กลางบุรัมย์
102.นายสุทัศน์ พรหมรัตน์
103.นายประสงค์ สุภาสัย
104.นายภณวัชร์นันท์ ไกรมาตย์
105.นายพลวัฒน์ เล็กสมบูรณ์ไชย
106.นายปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร
107.นายมงคลัตถ์ พุกะนัดด์
108.นายธวัช มนูธรรมธร
109. กษิเดช กุลจิตติพร
110.ขภัช นิมมานเหมินท์
111.นายแพทย์วัชระ สนธิชัย
112.นายรัฐไกร เอกเพชร
113.นายเอกมล อนันตกูล
114.นายวิศิษฎ์ ประทุมสุวรรณ
115.พล.อ.ณรงค์ มหาคุณ
116.นายชุบ ชัยฤทธิไชย
117.นายมาร์โค เจริญใจ
118.นายครูนิตย์ ปิงเมือง
119.พ.ต.ท.วิชิต ศรีไชยวาน
120.ดร.จักรพันธ์ พรนิมิตร
121. นางสาวปานระพี แก้วภราดัย
122.จันทร์เพ็ญ ปริปุณณะชัย
123.นายฐิติพงศ์ ภูมิโยธา
124.นางนิภา พริ้งศุลกะ
125.นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) จำนวน 125 คน ดังนี้

1.นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
2.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ
3.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
4.นายเสนาะ เทียนทอง
5.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก
6.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
7.ปลอดประสพ สุรัสวดี
8.นายจตุพร พรหมพันธุ์
9.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
10.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช
11.พลตำรวจโทชัจจ์ กุลดิลก
12.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
13.นายบัณฑูรย์ สุภัควณิช
14.พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
15.นายสันติ พร้อมพัฒน์
16.พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน
17.พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์
18.นายวิรุฬ เตชะไพบูบย์
19.นพ.เหวง โตจิราการ
20.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
21.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล
22.นายวัฒนา เมืองสุข
23.พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
24.นายนิติภูมิ นวรัตน์
25.น.ส.ภูวนิดา คุณผลิน
26.นายสุนัย จุลพงศธร
27.นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง
28.นายคณวัฒน์ วศินสังวร
29.นายอัสนี เชิดชัย
30.นายสุณีย์ เหลืองวิจิตร
31.พ.ต.อณันย์ วัชโรชัย
32.นายวิรัช รัตนเศรษฐ
33.นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
34.นายนภินทร ศรีสรรพางค์
35.นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์
36.นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์
37.นายสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ
38.นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร
39.นายสมพล เกยุราพันธุ์
40.นางพงศกร อรรณนพพร
41.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
42.นางสาวขัตติยา สวัสดิผล
43.นายธนเทพ ทิมสุวรรณ
44.นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
45.นายเกียรติชัย ติรณศักดิ์กุล
46.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
47.นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ
48.นายพายัพ ปั้นเกตุ
49.นางรังสิมา เจริญศิริ
50.รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์
51.นายกานต์ กัลป์ตินันท์
52.นายธนิก มาศรีพิทักษ์
53.นายพิชิต ชื่นบาน
54.นายก่อแก้ว พิกุลทอง
55.นายนิยม วรปัญญา
56.นางสาวจารุพรรณ กุลดิลก
57.นายอรรถกร ศิริลักทธยากร
58.นายเวียง วรเชษฐ์
59.นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์
60.นายวิเชียร ขาวขำ
61.นายประวัฒน์ อุตโมท
62.นายดนุพร ปุณณกันต์
63.นายยุรนันท์ ภมรมนตรี
64.นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์
65.นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์
66.นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์
67.นายชวลิต วิชยสุทธิ์
68.นายธวัชชัย สุทธิบงกช
69.นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์
70.นายสรรพภัญญู ศิริไปล์
71.นางมาลินี อินฉัตร
72.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด
73.นายเอกธนัช อินทร์รอด
74.นายถิรชัย วุฒิธรรม
75.นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
76.นายอับดุลเร๊าะห์มาน อับดุลสมัด
77.นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์
78.นายกมล บันไดเพชร
79.นายฉวีฉวรรณ คลังแสง
80.นายโสภณ เพชรสว่าง
81.นายภิญโญ ตั๊นวิเศษ
82.นายสถิรพร นาคสุข
83.นายประแสง มงคลศิริ
84.นายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์
85.นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์
86.นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล
87.นายสุรชัย เบ้าจรรยา
88.นางรัตนาภรณ์ สมบูรณ์
89.นายธนาธร โล่ห์สุนทร
90.พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง
91.พล.ต.ต.ไพฑูรย์ เชิดมณี
92.นายพูลสวัสดิ์ โหตระไวศยะ
93.นายประสพ บุษราคัม
94.นางปานทิพย์ คนสมบูรณ์
95.นายปิยะ อังกินันทน์
96.นางปทิดา ตันติรัตนานนท์
97.นายประเกียรติ นาสิมมา
98.นายยุทธพงศ์ แสงศรี
99.นายวิบูลย์ แช่มชื่น
100.ร.ต.ท.เชาวรินธว์ ลัทธศักย์ศิริ
101.นายธนะรัชต์ วิเชียรรัตน์
102.นายสมบัติ เมทะนี
103.นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล
104.นายถนอม สมผล
105.นายธนกฤต ชะเอมน้อย
106.นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์
107.นายสุรพล ดนัยตั้งตระกูล
108.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา
109.นายสุเทพ สายทอง
110.พล.ต.ต.เกษม รัตนสุนทร
111.นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์
112.นายบัวสอน ประชามอญ
113.นายวัลลภ สุปริยศิลป์
114.นายเรวัต สิรินุกุล
115.นายพิทยา พุกกะมาน
116.นางพรรณี แสงสันต์
117.นายกล่ำคาน ปาทาน
118.นายไชยรัตน์ ไทยเจียมอารีย์
119.นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์
120.นายเรืองยุทธ์ ประสาทสวัสดิ์ศิริ
121.นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น
122.นายชาญยุทธ เฮงตระกูล
123.พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี
124.นายพิชัย นริพทะพันธุ์
125.นางนลินี ทวีสิน

"ธิดา" เผยเป้าหมายเสื้อแดง "ล้มรบ.อำมาตย์-เปิดความจริง 93 ศพ-ขอรธน.ใหม่" พร้อมย้ำรู้ว่าใครฆ่าประชาชน

ที่มา มติชน



รับชมข่าว VDO ชมคลิป

เมื่อ เวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช. ได้ขึ้นกล่าวรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่เวทีการชุมนุมรำลึกวาระครบรอบ 1 ปี ของเหตุการณ์ดังกล่าว บริเวณสี่แยกราชประสงค์


ใน ส่วนหนึ่งของการกล่าวรำลึก นางธิดากล่าวว่าการยุบสภาครั้งนี้ถือว่ามีราคาแพงมาก เพราะเครือข่ายอำมาตย์ได้พยายามคงอำนาจไว้ แต่ก็ต้องแลกกับหายนะของประเทศไทย สำหรับกรณีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 นั้น ตนรู้ว่าใครฆ่าประชาชนและก็รู้กันทั้งโลก ดังนั้น จึงต้องมีคนรับผิดชอบต่อความสูญเสียดังกล่าว


รักษาการประธานนปช. กล่าวด้วยว่า ความยุติธรรมมาตรฐานเดียวจะเกิดขึ้นได้เมื่อคนเห็นคนเป็นคนเหมือนๆ กัน แต่ถ้ามีใครไม่เห็นคนอื่นเป็นคนเท่ากับตนเอง ความเสมอภาคทางการเมือง และระบอบประชาธิปไตย ย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งหากเราคิดเรื่องนี้ไม่ตก ปัญหาของประเทศไทยก็ไม่มีทางแก้ไขได้อย่างแน่นอน


นอกจากนี้ นางธิดายังกล่าวเตือนว่า ในการเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม คนเสื้อแดงอาจจะมีความสุข ถ้าพรรคการเมืองหนึ่งชนะการเลือกตั้ง แต่ระบอบอำมาตย์อาจไม่ยอมมอบอำนาจให้ประชาชนอย่างง่ายๆ ดังนั้น เป้าหมายในระยะสั้นและระยะกลางของคนเสื้อแดงจึงได้แก่ การร่วมกันล้มรัฐบาลอำมาตย์ การรณรงค์ให้รัฐบาลใหม่ทำความจริงในกรณีสลายการชุมนุมปี 2553 ให้ปรากฏ และต้องมีผู้รับผิดชอบ และ การเรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน ซึ่งไม่ได้เขียนโดยคณะรัฐประหาร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางธิดาใช้เวลากล่าวปราศรัยประมาณ 40 นาที ก่อนจะมีการร่วมจุดเทียนและร้องเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" เพื่อรำลึกถึงผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต โดยแกนนำนปช. ซึ่งไม่ได้มีรายชื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในนามพรรคเพื่อไทย

ชมคลิปการปราศรัยบางส่วนของนางธิดาได้ที่สัญลักษณ์ "รับชมข่าว VDO" ด้านบน