WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, May 24, 2011

ปรองดอง ปรองแดง ?

ที่มา Voice TV




Wake up Thailand ประจำวันอังคารที่ 24 พ.ค.2554

นำเสนอในประเด็น

- เพื่อไทยเตรียมยื่น กกต. สอบสุเทพ-ธาริต ทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง
- ประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. กทม. 33 คน
- ผอ.เอแบคโพลชี้ คะแนนนิยม "ยิ่งลักษณ์" พุ่ง เพราะกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจ
- พันธมิตร แฉเพื่อไทยปล่อยกระสุน-ปลุกกระแส ทำผลโพลล์พุ่ง
- พลเอกชวลิต ยังอาสาเป็น "โซ่ข้อกลาง" ไม่สังกัดพรรคเพื่อความเป็นกลาง
- 23 จังหวัดปรับลด สส. รวม 25 คน
- เสียงสะท้อนคนในพื้นที่ หลังวิสามัญ "มะแอ อภิบาลแบ"
- วันปฎิวัติประชาชนรัฐฉานปีที่ 53: กองทัพรัฐฉานเหนือ-ใต้ ประกาศรวมกำลังต่อสู้กองทัพพม่า
- ใครหนุนใคร ต้าน พรก. นิรโทษกรรม

โพลล์เผยคนกรุงหนุน'ยิ่งลักษณ์'เหนือ'อภิสิทธิ์' อีกกว่าครึ่งไม่ตัดสินใจ

ที่มา Voice TV

โพลล์เผยคนกรุงหนุน'ยิ่งลักษณ์'เหนือ'อภิสิทธิ์' อีกกว่าครึ่งไม่ตัดสินใจ

กรุงเทพโพลล์เผยคนกรุงหนุน"ยิ่งลักษณ์"มากกว่า"อภิสิทธิ์" แต่เหลืออีกเกินครึ่งยังไม่ตัดสินใจ ส่วน 66.1% ไม่เชื่อมั่นกกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม ในหัวข้อ “คะแนนนิยมของคนกรุงเทพฯ ในช่วงโค้งแรกของการเลือกตั้ง 54”. โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,178 คน โดยเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 20 - 22 พ.ค. ที่ผ่านมา พบว่าเกณฑ์ที่คนกรุงเทพฯ ใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ อันดับแรก ดูจากผลงานที่ผ่านมาในอดีต ร้อยละ 31.7 รองลงมาดูนโยบายที่หาเสียง ร้อยละ 31.2 และดูพรรคที่สังกัด ร้อยละ 16.6

สำหรับคะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ พบว่า พรรคที่ได้คะแนนนิยมมากที่สุดได้แก่ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 25.8 รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 14.7 และพรรครักประเทศไทย ร้อยละ 2.0 อย่างไรก็ตามมีถึงร้อยละ 52.0 ที่ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกคนของพรรคใด

ส่วนคะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งระบบแบ่งเขต พบว่า คน กทม. ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ร้อยละ 26.3 รองลงมาคือ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 15.2 และผู้สมัครจากพรรครักประเทศไทย ร้อยละ 1.7 ขณะที่มีถึงร้อยละ 51.9 ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร

เมื่อสอบถามว่าอยากได้ใครมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปมากที่สุด พบว่าอันดับแรกได้แก่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 26.9 รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 17.4 และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ร้อยละ 3.6 ขณะที่อีกร้อยละ 49.2 ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครดี

ซึ่งนี้เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการควบคุม ดูแลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรมพบว่า ร้อยละ 66.1 ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย ขณะที่ร้อยละ 33.9 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงเชื่อมั่นมาก

สมัคร ส.ส.ระบบเขต 375 เขต วันแรก

ที่มา Voice TV









ภายหลังเสร็จสิ้นการสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไป ในวันนี้(24 พ.ค. 54) บรรยากาศที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง กลับมาคึกคักอีกครั้งเพราะเป็นการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตวันแรก โดยมีหัวหน้าพรรคการเมืองและกองเชียร์เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครจำนวนมาก

บรรยากาศที่อาคาร กีฬาเวสน์ 2ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากมีกองเชียร์ของแต่ละพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก ขณะที่แกนนำแต่ละพรรคก็เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครพรรคของตนอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเบอร์ 1พรรคเพื่อไทย ร้อยตำรวจเอกปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเบอร์ 1พรรครักษ์สันติ นายสุวิทย์ คุณกิตติ ประธานพรรคกิจสังคม เป็นต้น

นาย เสนาะ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นการนำไปสู่ความปรองดอง จึงขอให้กลุ่มคนเสื้อแดง เคลื่อนไหวโดยคำนึงถึงบรรยากาศของความปรองดองด้วย พร้อมกับการันตีความสามารถของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค ว่า มีความสามารถที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ และยังยืนยันว่า ชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าจะเดินหน้าเข้าหาประชาชน โดยเฉพาะเขตกรุงเทพฯ เพราะถือว่าเป็นเขตที่มีการแข่งขันเข้มข้น ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุน การเมืองที่ไม่เป็นชนวนความขัดแย้ง

ด้าน พรรครักษ์สันติ ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย ที่เดินทางมาให้กำลังใจ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ของพรรค ยืนยันว่า พรรคส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม.ครบทั้ง 33 เขต เเต่ไม่ได้คาดหวังกับคะเเนนเสียงที่จะได้รับเเต่หวังทำให้การเลือกตั้งเป็น ไปตามระบอบประชาธิปไตย

ขณะที่ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เดินทางมาพร้อมกับมัสคอตประจำพรรคอย่างแพนด้า ซี่งเป็นมาสคอตของนายโสภณ ดำนุ้ย ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน อดีตผู้อำนวยการองค์กรสวนสัตว์

ส่วนบรรยากาศการเปิดรับสมัครส.ส.แบบ แบ่งเขตจังหวัดเชียงใหม่วันแรก นายแพทย์ไกร ดาบธรรม ผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนาได้เดินทางมาลงทะเบียนสมัครเป็นคนแรก ตามด้วยผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย นำโดย นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัคร เขต 3นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร เขต 6ซึ่งเดินทางพร้อมกันทั้ง 10คน 10เขต โดยถือกฤกษ์ 8.39น.ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุน ที่ครั้งนี่ไม่อนุญาติให้เข้ามายังบริเวณอาคารรับสมัคร ขณะที่ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนในช่วงเวลา 10.00น. และจะทยอยเดินทางมาจนครบในวันที่ 26พฤษภาคมเ นื่องจากยังมีปัญหาเรื่องตัวผู้สมัครที่ยังไม่ลงตัว ซึ่งล่าสุดพรรคเพื่อไทยเป็นเพียงพรรคเดียวที่สมัครครบทั้ง 10เขต และจะเดินหาเสียงในพื้นที่ทันที

สำหรับการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตในวันนี้เป็นวันแรก ภายหลังจากที่สิ้นสุดการรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปเมื่อวานนี้ และจะรับสมัครไปจนถึงวันที่ 28พฤษภาคม ระหว่างเวลา 8.30 - 16.30น.

ทั้งนี้ การสมัครในวันนี้ไม่มีการจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร เนื่องจากผู้สมัครระบบเขตทุกคนและทุกเขต จะใช้หมายเลขประจำพรรคการเมืองเป็นหมายเลขประจำตัวในการหาเสียง แต่ในกรณีที่มีผู้สมัครที่มาจากพรรคที่ไม่ได้ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็จะได้รับหมายเลขต่อจากหมายเลขสุดท้าย ของพรรคการเมือง โดยเริ่มตั้งแต่หมายเลข 41 เป็นต้นไป

เปิดรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตวันแรกคึกคัก แกนนำพรรค-กองเชียร์ นำดอกไม้แห่ให้กำลังใจ

ที่มา มติชน



เมื่อ วันที่24พ.ค. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ได้เปิดรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานครทั้ง 33 เขตเป็นวันแรก ซึ่งในการรับสมัครดังกล่าว ได้มีว่าที่ผู้สมัครเดินทางมาสมัครตั้งแต่เวลา 07.00น. พร้อมกับกองเชียร์ของแต่ละพรรคที่ต่างนำดอกไม้ พวงมาลัย และสวมเสื้อสีประจำพรรคมาให้กำลังใจผู้สมัครในแต่ละเขตอย่างคับคั่ง

นอก จากนี้ยังมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการบริหารพรรค อีกทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคอื่นๆ ทยอยเดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครพรรคของตนเองอีกด้วย

อย่าง ไรก็ตาม ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 2 กองร้อย ได้กระจายกำลังไปทั่วพื้นที่ พร้อมทั้งนำแผงกั้นมาทำเป็นแนวเพื่อให้ผู้สมัครได้เดินเข้าไปยังตัวอาคาร ขณะเดียวกัน ได้มีเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เดินทางมาเตรียมความพร้อมตั้งแต่เช้า และในเวลา 08.30น. มีการเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ โดยที่การสมัครในครั้งนี้ ไม่มีการจับสลากเหมือนครั้งที่สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่ผ่านมา

"ทักษิณ" ทวิตข้อความชัด หนุน "ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกฯ สุดตัว พร้อมเตือน "ทหาร" อย่ายุ่งการเมือง

ที่มา มติชน



เมื่อ เวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ thaksinlive เพื่อยืนยันว่าตนเองมีจุดยืนสนับสนุนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้


"หาก พรรคเพื่อไทยเป็นแกนจัดตั้ง รัฐบาล ผมขอเรียนว่าหากประเทศไทยให้เลือกนายกฯโดยตรงแล้วผมมีสิทธิ์ลงคะแนนผมจะ เลือกคุณยิ่งลักษณ์ฯเป็นนายกฯ เหตุผล: 1.ความเป็นผู้หญิง/ไม่มีสัมภาระทางการเมืองติดตัวมา จะทำให้เดินประสานความเข้าใจกับทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ของคนในชาติได้ง่าย 2.ประสบการณ์ร่วม 20 ปี เคยทำงานจากตำแหน่งเล็กจนถึงตำแหน่งสูงสุดของบริษัทมหาชนที่มีพนักงานกว่า หมื่นคน ย่อมเหมาะกับการต้องมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ 3.การที่เติบโตที่เชียงใหม่แล้วมาทำงานมีครอบครัวอยู่กรุงเทพฯ และมาจากครอบครัวที่เป็นนักการเมืองหลายคน แถมยังเรียนจบสาขารัฐศาสตร์ทำให้ปรับตัวในชีวิตการเมืองได้ไม่ยาก 4.ประสบการณ์ข้างต้นจะทำให้เข้าใจคนสู้ชีวิตทั้งระดับรากหญ้าจนถึงผู้ประกอบ ธุรกิจ 5.จะเข้าใจการติดต่อค้าขายกับตปท. (ต่างประเทศ) ได้"


นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังได้ระบุถึงจุดอ่อนทางการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า "จุด อ่อนก็คืออาจจะไม่แม่นข้อกฎหมายและระเบียบราชการเท่าที่ควรต้องหาคนเก่ง เรื่องนี้มาช่วยเสริม อีกเรื่องก็คืองานด้านทหาร ก็คงไม่เป็นปัญหาเพราะการเมืองก็คงไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับทหาร ว่าแต่ว่าตอนนี้ทหารก็อย่าไปยุ่งกับการเมืองเสียล่ะ ทำตัวเป็นกลางดีกว่าเพราะได้ข่าวว่ากำลังช่วยปชป. (พรรคประชาธิปัตย์) อยู่"

ชมวิวาทะเดือด "จิรายุ-แทนคุณ" ในรายการ "สรยุทธ" พลาดไม่ได้!!

ที่มา มติชน



รับชมข่าว VDO

นาย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัครส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่วง "สรยุทธ เจาะข่าวเด่น" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อวันที่ 23 พ.ค. โดยนายจิรายุ เผยว่าการจะชนะเลือกตั้งได้นั้นจะต้องด้วยการชูแนวคิด "แก้ไขไม่แก้แค้น" เพื่อปรองดอง ขณะที่นายแทนคุณ กล่าวว่า ไม่ ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามก็ควรต้องยึดหลักกฎหมายไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม เมื่อมีการทำผิดกฎหมายแล้ว ต้องไม่ทำลายกฎหมายและไม่เห็นด้วยกับนโยบายนิรโทษกรรม


ทั้ง นี้ นายจิรายุ ระบุว่า กรณีที่ผ่านมา มีคนทำผิดเหมือนกัน แต่คนหนึ่งได้ประกัน แต่อีกคนกลับไม่ได้ประกันตัว แต่นายแทนคุณ เผยว่า ตรงนี้เป็นความเข้าใจผิดว่าไม่ได้อยู่ที่ตัว "พรรค" แต่อยู่ที่ "ศาล" ทุกฝ่ายต้องคุยกันบนความถูกต้อง ไม่ตัดสินด้วยอารมณ์

คลิกชมคลิปวิวาทะด้านบน

กรุงเทพโพลล์ ชี้คนกรุงอยากได้"ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกฯ เลือก"เพื่อไทย"ทั้งปาร์ตี้ลิสต์และเขต

ที่มา มติชน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,178 คน โดยเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 20 - 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พบว่า เกณฑ์ที่คนกรุงเทพฯ ใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ อันดับแรก ดูจากผลงานที่ผ่านมาในอดีต (ร้อยละ 31.7) รองลงมาดูนโยบายที่หาเสียง (ร้อยละ 31.2) และดูพรรคที่สังกัด (ร้อยละ 16.6) ตามลำดับ

สำหรับ คะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง (ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่อ พบว่า พรรคที่ได้คะแนนนิยมมากที่สุดได้แก่ พรรคเพื่อไทย (ร้อยละ 25.8) รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ร้อยละ 14.7) และพรรครักประเทศไทย (ร้อยละ 2.0) อย่างไรก็ตามมีถึงร้อยละ 52.0 ที่ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกคนของพรรคใด

ส่วน คะแนนนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระบบแบ่งเขต พบว่า คนกรุงเทพฯ ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด (ร้อยละ 26.3) รองลงมาคือ ผู้สมัครจาก พรรคประชาธิปัตย์ (ร้อยละ 15.2) และผู้สมัครจากพรรครักประเทศไทย (ร้อยละ 1.7) ขณะที่มีถึงร้อยละ 51.9 ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร

เมื่อสอบถามว่าอยากได้ใคร มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปมากที่สุด พบว่าอันดับแรกได้แก่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ร้อยละ 26.9) รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ร้อยละ 17.4) และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ (ร้อยละ 3.6) ขณะที่อีกร้อยละ 49.2 ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครดี

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการควบ คุมดูแลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรมพบว่า ร้อยละ 66.1 ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย ขณะที่ร้อยละ 33.9 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงเชื่อมั่นมาก

เชื่อดีมั้ย!?

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด



"วันแรกทำได้ทันที"เป็นสโลแกนใหม่เอี่ยมถอดด้ามที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้เป็น 1 กลยุทธ์ หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้

ประเด็นหลักของนโยบายนี้ ต้องการ "ขาย" ความพร้อมของพรรค

พยายามชี้ให้เห็นว่าหาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

จะสานต่อนโยบายเดิมๆ ที่เคยทำไว้เมื่อ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาได้ทันที

แบบว่าลงมือทำให้เห็นผลได้เลยในวันที่สภาโหวตให้นั่งเก้าอี้นายกฯ

ฟังแบบนี้ก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมาทันที

ถ้านายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ อีกครั้ง (จริงๆ)

จะแก้ปัญหาข้าวยากหมากแพงได้ในวันแรกเลยเหรอ

ยังจะคงนโยบายไข่ชั่งโลอยู่หรือเปล่า

จะเลิกเอาเงินกองทุนน้ำมันไปโปะราคาดีเซลอีกหรือไม่

ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะกลับมาสงบสุขทันทีหรือไม่

ราคาพืชผลการเกษตรจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ชาวบ้านปากมูนจะได้รับการชดเชยเยียวยาหรือเปล่า

นโยบายเรียนฟรีจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ฟรีไม่จริง

ปัญหายาเสพติดจะได้รับการปัดเป่าให้ทุเลาเบาบางลงหรือไม่

เรื่องน้ำท่วมซ้ำซากสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ นโยบายไม่ชัดเจน ไม่เป็นรูปธรรม

ยังมีอีกหลายคำถามที่ยังคงคาใจพี่น้องประชาชน

ที่สำคัญ ยังมีคำถามจากคนเสื้อแดงด้วยว่าวันแรกที่นายอภิสิทธิ์ได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

จะคืนความยุติธรรมให้ 92 ศพเหยื่อสลายม็อบแดงได้ทันทีหรือเปล่า

จะหาตัวคนสั่งปราบปรามประชาชนมาลงโทษได้จริงๆ หรือ

ผู้บาดเจ็บเกือบ 2 พันคนจะได้รับการเยียวยาหรือเปล่า

บ้านเมืองจะเกิดความเสมอภาค มีความปรองดอง

แล้วยังจะ 2 มาตรฐานอีกหรือไม่

เพราะตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็มๆ ที่ผ่านมา คนเสื้อแดง ไม่เคยได้รับคำตอบตรงนี้เลย

แล้วยังตั้งข้อสงสัยแบบคนไทยทั่วไปอีกว่า

นโยบายหาเสียงของนายอภิสิทธิ์เมื่อ 2 ปีก่อน ที่เคยชูสโลแกน "99 วันทำได้จริง"

ซึ่งก็มีผลปรากฏชัดเจนต่อสาธารณะแล้วว่านายอภิสิทธิ์ทำไม่ได้จริง

2 ปีครึ่งผ่านไปแล้วปัญหายังสุมท่วมหัวอยู่

จนเป็นที่มาของวลีกระหึ่มเมือง "ดีแต่พูด"

ขนาดนโยบาย "99 วัน" ยังทำไม่ได้เลย

แล้วยังจะเชื่อนโยบาย "วันแรก" ได้หรือ!?

สีสันโพล

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
มันฯ มือเสือ



สีสันของการเลือกตั้งอย่างหนึ่งคือโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสำนักต่างๆ

ไม่ว่าจะเกี่ยวกับพรรคการเมือง ตัวบุคคล หรือนโยบายของแต่ละพรรคว่าใครจะสามารถสร้างแรงดึง ดูดใจประชาชนได้มากกว่ากัน

และเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกกำหนดให้เป็นสนามต่อสู้สำคัญของสองพรรคใหญ่ คือ

ประ ชาธิปัตย์ที่ชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นนายกฯ สมัยที่สอง กับพรรคเพื่อไทยที่ชูน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1 เป็นนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย

ทำให้โพลส่วนใหญ่ให้ความสนใจความคิดเห็นประ ชาชนที่มีต่อสองพรรคใหญ่ในทุกด้านและทุกจังหวะย่างก้าวมากเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะคู่ชิงเก้าอี้นายกฯ 'อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์'

จนบางครั้งทำให้พรรคขนาดกลางและเล็ก น้อยอกน้อยใจที่ไม่มีชื่อในโพล เหมือนไม่ได้รับความสนใจ ถูกมองเป็นแค่พรรคไม้ประดับ

อย่าง ไรก็ตามภาพรวมผลสำรวจโพลที่ออกมาตั้งแต่นายกฯ อภิสิทธิ์ ประกาศล่วงหน้าว่าจะยุบสภาในต้นสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม เกี่ยวกับคะแนนนิยมประชาธิปัตย์-เพื่อไทย

เป็นไปในลักษณะผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ

หลายสำนักสำรวจพบเพื่อไทยมีแนวโน้มชนะเลือกตั้งสูงกว่าประชาธิปัตย์

ขณะเดียวกันก็มีบางสำนักระบุสองพรรคมีสัดส่วนคะแนนนิยมสูสี คือพรรคละ 20 เปอร์เซ็นต์เศษๆ

โดยมีอีกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ยังไม่ตัดสินใจที่เรียกว่า 'กลุ่มพลังเงียบ' คนกลุ่มนี้ต้องการรอดูความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลและนโยบายของแต่ละพรรคก่อน

ที่น่าสนใจคือผลสำรวจเอแบคโพลเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในหัวข้อ 'ภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ' 18 ด้าน

พบว่า 'อภิสิทธิ์' เหนือกว่า 'ยิ่งลักษณ์' ทุกด้านด้วยคะแนนทิ้งห่างพอสมควร

แต่ข้อสังเกตคือตอนนั้น 'ยิ่งลักษณ์' ยังไม่ได้เปิดตัวในฐานะคู่ชิงนายกฯ อย่างเป็นทางการ

กระทั่ง 'ยิ่งลักษณ์' เปิดตัวประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการ

ผล โพลหัวข้อเดิมแต่เป็นการสำรวจครั้งที่สอง จึงพบว่าคะแนนภาพลักษณ์ผู้นำของ 'ยิ่งลักษณ์' เพิ่มขึ้นทุกด้าน ขณะที่ของ 'อภิสิทธิ์' ลดลงเกือบทุกด้าน

ถึงแม้โพลจะเป็นแค่สีสันในการเลือกตั้ง แต่ก็เป็นสีสันที่ชวนให้ระทึกใจอย่างยิ่ง

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 24/05/54 เลือกภูมิใจไทย..ได้ห้อยกับเทือก

ที่มา blablabla


เลือก..ภูมิใจไทย..ได้ห้อยกับเทือก
ก็เชิญเลือก ตามสิทธิ์ ที่คิดนั่น
ดีหรือชั่ว มั่วหรือบ้า ไม่ว่ากัน
สิทธิ์ใครมัน ชอบแบบไหน เลือกได้เลย....

อยากได้พวก ใจดำ อำมหิต
ก่อวิกฤติ คิดชั่ว อย่ามัวเฉย
เชิญเลือกมัน ตามใจ ได้ดั่งเคย
สมกันเลย ชั่วกับชั่ว ตัวอัปรีย์....

เลือกคนโฉด สามานย์ สันดานเถื่อน
ทำตัวเหมือน มาเฟีย เฮี่ย..เต็มที่
รวมหัวกัน สร้างฉิบหาย มาหลายปี
พวกเห็นดี ยังตามโอ๋ โง่กว่า..ฟาย....

เกือบร้อยศพ มันสั่งฆ่า อย่างบ้าบิ่น
ยังพลิกลิ้น เชือดเฉือน แทบเลือนหาย
มันสร้างเรื่อง สัปดน จนวุ่นวาย
เชิญงมงาย หากคิดสั้น ว่ามันดี....

ยุคบ้านป่า เมืองเถื่อน ไม่เลือนลด
พวกโป้ปด ถูกชูเชิด ประเสริฐศรี
ตั้งหน้าเชียร์ พวกสับปลับ คนอัปรีย์
เมืองกาลี คนตามัว ทั่วแผ่นดิน....

หากเลือก ภูมิใจไทย ได้ห้อยเทือก
มิใช่เสือก แค่อยากรู้ ผู้ตัดสิน
สิทธิ์ของท่าน จะเลือกใคร ให้โบยบิน
สุขหรือสิ้น 3 กรกฎา ตั้งตารอ....

๓ บลา / ๒๔ พ.ค.๕๔