WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, May 26, 2011

ใจ อึ๊งภากรณ์:จดหมายเปิดผนึกถึงผู้ที่ต้องการแก้ไขปรับปรุงกฏหมาย 112

ที่มา Thai E-News


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

การ ที่มีคนจำนวนมาก หันมาให้ความสำคัญกับปัญหากฏหมาย 112 ในยุคนี้ เป็นเรื่องดี เพราะที่แล้วมา ในขณะที่คนอย่างดาตอร์ปิโด หรือแม้แต่ผมเอง โดนคดีนี้ คนจำนวนมากยังกล้าๆ กลัวๆ ซึ่งเป็นความกลัวที่เข้าใจและเห็นใจได้

แต่ตอนนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ อ.สุรชัย คุณสมยศ อ. สมศักดิ์ และแกนนำเสื้อแดงอย่างเช่น คุณจตุพร โดนคุกคามหรือจำคุกจากกฏหมายนี้ กระแสเพื่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเริ่มมาแรง

และการที่คนอย่าง อานันท์ ปันยารชุน ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งในยุคเผด็จการทหาร เริ่มออกมาพูดว่าต้องแก้ไข “วิธีใช้” กฏหมายนี้ แสดงให้เห็นว่าแม้แต่พรรคพวกของอำมาตย์เอง ก็มองว่ากระแสมาแรงและอาจต้านไม่ไหว ทั้งๆ ที่เคยใช้ทหารฆ่าประชาชนผู้รักเสรีภาพเมื่อปีที่แล้ว

ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีประชาธิปไตยและกษัตริย์เป็นประมุข ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ได้อย่างเสรี สามารถเสนอการปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐได้ และสามารถสนุกกับการล้อเลียนกษัตริย์และราชวงศ์ในสื่อกระแสหลักได้อีกด้วย ล่าสุดมีการล้อเลียนในรายการตลกทางโทรทัศน์ว่า เจ้าหญิง Kate ที่พึ่งแต่งงาน “เป็นคนที่หาถุงเงินถุงทองเก่ง” นอกจากนี้ในหลายเมืองของอังกฤษมีการจัดงาน “ต่อต้านราชวงศ์” ในวันแต่งงานอีกด้วย

นี่คือสถานการณ์ในประเทศประชาธิปไตยทั่วยุโรป ที่มีกษัตริย์ ไม่ว่าจะยังมีกฏหมายเก่าแก่ที่หลงเหลือตกค้างจากอดีตหรือไม่ และในกรณีที่มีคนโกหกเรื่องกษัตริย์ ถ้าเป็นการโกหกที่ชาวบ้านทราบดีว่า “เกินความจริง และ เป็นไปไม่ได่” ก็จะไม่มีใครทำอะไร เพราะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ซึ่งต่างจากสถานการณ์ในไทย เพราะเรื่องโกหกไร้สาระกลายเป็นสิ่งที่อาจเชื่อได้ในบรรยากาศการปกปิด เซ็นเซอร์สื่อ ในยุโรป ถ้ามีการกล่าวหาเท็จเกี่ยวกับกษัตริย์หรือราชวงศ์ในลักษณะที่มีสาระ ก็อาจมีการฟ้องในคดีแพ่งธรรมดาที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพลเมือง ไม่ใช่คดีอาญา ในไทยก็มีกฏหมายหมิ่นประมาทอยู่แล้ว

นี่คือสาเหตุที่ การ “แก้ไข” หรือ “ปฏิรูป” กฏหมาย 112 ในไทยไม่เพียงพอ และสายเกินไปแล้วอีกด้วย การเสนอให้ “ปฏิรูป” 112 เหมือนกับการเสนอว่าควรปฏิรูปเผด็จการให้ “น่ารัก” มากขึ้น มันไม่ทำให้เกิดประชาธิปไตย การเสนอว่าเราต้องปฏิรูป 112 “เพราะผู้มีอานาจจะไม่ยอมยกเลิก” เหมือนกับไปขอให้โจร “ขโมยน้อยๆหน่อย” เราก็ยังโดนขโมยอยู่ดี

อย่าลืมว่าในประเทศไทย กฏหมาย 112 ใช้ลงโทษผู้เผยแพร่ความจริงได้เสมอ ล่าสุดคุณเอกชัย หงส์กังวาน กลายเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะเผยแพร่ VCD รายการของสำนักข่าว ABC ในออสเตรเลีย ที่มีคลิปวิดีโอจริงจากงานวันเกิดหมาของ(เซ็นเซอร์) ที่เมียเขาถูกบังคับให้แก้ผ้า นอกจากนี้มีการเผยแพร่เอกสารวิกิลีก ที่องค์มนตรีพูดกับทูตสหรัฐว่า(เซ็นเซอร์)เป็นปัญหา และถ้าตายไปจะหมดปัญหา

ซึ่ง นอกจากคำพูดขององค์มนตรีถือว่าผิด 112 แล้ว ยังเป็นคำพูดกับทูตอเมริกาจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ สรุปแล้ว กฏหมาย 112 ห้ามไม่ให้คนไทยเผยแพร่ความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

ในกรณี ของผม ผมโดนคดี 112 เพราะผมตั้งคำถามกับการที่ทหารอ้างอิงสถาบันในการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และผมมองมาตลอดว่าทหารเป็นอำนาจหลักในการทำลายประชาธิปไตยไทย

การที่ ไทยมีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถือว่าเป็นการเล่นงานข่มขู่สิทธิเสรีภาพในการพูด และสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบต่างๆ ทั้งโดยพลเมืองธรรมดาและทางวิชาการอีกด้วย ผลกระทบคือเราไม่มีประชาธิปไตยที่เต็มใบ และไม่มีมาตรฐานทางวิชาการในมหาวิทยาลัยของเราแบบที่นานาประเทศมีอยู่

เพราะ ในระบอบประชาธิปไตยทุกคนควรจะเท่าเทียมกันทางกฏหมาย ไม่ควรมีบุคคลใดที่มีฐานะพิเศษที่วิจารณ์หรือพูดถึงไม่ได้ ในเมื่อทุกที่มีกฏหมายหมิ่นประมาท ที่ปกป้องพลเมืองจากการพูดหรือเสนอข่าวเท็จ ผ่านคดีที่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยในศาล เราไม่ต้องมีกฏหมายอื่นเลย

การ อ้างว่ายังต้องมีกฏหมาย 112 เป็นข้ออ้างของคนที่พยายามพูดว่า “ไทยเป็นกรณีพิเศษ” แต่ประเทศไทยไม่ใช่กรณีพิเศษเลย การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังคมไทยในสองร้อยปีที่ผ่านมา คล้ายกับการเปลี่ยนแปลงที่อื่นทั่วโลก ในยามที่ไทยมีประชาธิปไตย ก็ไม่ต่างจากประชาธิปไตยที่อื่น คือมีข้อดีผสมข้อบกพร่อง ในยามที่ไทยเป็นเผด็จการ และทหารเผด็จการเข่นฆ่าประชาชน ก็ไม่ต่างจากที่อื่น อย่างที่เราเห็นในตะวันออกกลางทุกวันนี้ และการหาข้ออ้างว่าประเทศตัวเองเป็น “กรณีพิเศษ” เพื่อปกป้องกฏหมายเผด็จการ ก็เป็นสิ่งที่ต่างชาติทำมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ดังนั้นผู้ที่ต้องการให้สถาบันกษัตริย์ไทย ไม่เกี่ยวกับการเมือง เหมือนในอังกฤษหรือยุโรป ก็ควรจะเสนอให้ยกเลิกกฏหมาย 112 ไปเลย

ใน ความเห็นส่วนตัวของผม คนที่อยากคงไว้ 112 เป็นคนที่เห็นด้วยกับ หรือไม่กล้าคัดค้าน การที่ทหารและส่วนอื่นของอำมาตย์ที่ไม่ใช่ประมุข ใช้อำนาจเผด็จการ แล้วนำกฏหมาย 112 มาเป็นเกราะป้องกันตัวเมื่อเขากระทำอะไรที่ทำลายประชาธิปไตย

--
ติดตามงานของใจ อึ๊งภากรณ์
http://redthaisocialist.com/
see YOUTUBE videos by Giles53

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ทราย เจริญปุระ:เราอยู่ในประเทศเสรี แต่คนที่พยายามจะให้ทุกคนมีเสรีกลับถูกลงทัณฑ์

-ปราบดา หยุ่นผนึกมือนักเขียนดังล่าชื่อนักเขียนแก้ม.112 หยุดใช้คดีหมิ่นฯปิดกั้นเสรีภาพการเมือง

-เจ้ย-อภิชาติพงศ์เจ้าของรางวัลหนังเมืองคานส์ และ5ผู้กำกับมือระดับนานาชาติโดดร่วมรณรงค์ตื่นรู้ม.112

Wednesday, May 25, 2011

ผู้หญิงกับการเมือง

ที่มา Voice TV









การประกาศชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถของผู้หญิงไทยในฐานะผู้นำประเทศ

แม้เธอจะไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อนเลย แต่ก็เชื่อว่าจุดเด่นของความเป็นผู้หญิงจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองได้

แม้จะเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีผู้หญิงประกาศชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยบุคลิกภาพที่อ่อนโยน ละเอียดรอบคอบ และอดทนของผู้หญิง ก็ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยมั่นว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย และสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ไม่แพ้ผู้ชาย

นางสาวอินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย เจริญปุระ ดารา-นักแสดง มีมุมมองว่า คุณสมบัติความเป็นผู้หญิง น่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ในสังคม พร้อมย้ำว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญของผู้หญิง ในการพิสูจน์ความสามารถในฐานะผู้นำประเทศ และน่าจะทำให้ผู้หญิงไทยสนใจการเมืองมากขึ้น

ในมุมมองที่แตกต่าง นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา นักเขียนและคอลัมนิสต์ กลับมองว่า เพศชายหรือเพศหญิงไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำของประเทศ แต่อยากจะเรียกร้องให้สังคมไทยตัดสินคุณค่าของคนจากผลงานมากกว่า พร้อมย้ำว่าการประกาศตัวเป็นผู้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในช่วงวิกฤติ คือความกล้าหาญของผู้หญิงที่น่ายกย่อง

การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ตามความคาดหวังของสังคมไทยแล้ว ยังกลายเป็นบทพิสูจน์ว่าสังคมไทย จะเปิดใจยอมรับผู้หญิงเข้ามาทำงานทางการเมืองในฐานะผู้นำประเทศมากน้อยแค่ ไหน

ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์ 25-5-54

ที่มา Asia Update TV

"ยิ่งลักษณ์"โชว์ฝีมือโขกส้มตำหาเสียงที่อุดรธานี

ที่มา มติชน



น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคเพื่อไทยโชว์ฝีมือตำส้มตำ ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ที่ตลาด อ.เมืองอุดรธานี วันที่ 25 พฤษภาคม

สาดโคลน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



เมืองไทยยังหนีไม่พ้นการเมืองแบบเก่าๆ

หาเสียงแบบไม่สร้างสรรค์

สาดโคลนทำลายกันทุกวิถีทางเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง

ยกตัวอย่างง่ายๆ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีเรื่องส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทันทีที่ประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พยายามจุดประเด็นเรื่องสามีบ้าง เรื่องจดทะเบียนสมรสบ้าง

ความจริงแล้วเรื่องส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์อาจเป็นแค่เหตุผลทางธุรกิจ

เป็นเรื่องก่อนจะมาเล่นการเมืองด้วยซ้ำ

ที่สำคัญก็ไม่ซับซ้อนเท่ากับอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บางคน

ฉะนั้น การใช้วิธีการแบบนี้ของนายบุญยอดดูออกจะล้าสมัย

และไม่เหมาะอย่างยิ่ง ถ้าลูกผู้ชายอกสามศอกที่จะนำวิธีแบบนี้ไปดิสเครดิตลูกผู้หญิง

ไม่ใช่แค่นายบุญยอดคนเดียว

ขนาดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาหาเสียงโจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเล่นการเมืองไม่เคลียร์

กล่าวหาว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาในเส้นทางเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณที่มุ่งประโยชน์กำไรทางธุรกิจ

และมีเป้าหมายจะลบล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ

หรือแม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือวอลเปเปอร์อย่างนายศิริโชค โสภา ต่างออกมาพูดทำนองว่า

เลือกพรรคเพื่อไทยจะได้พวกเผาบ้านเผาเมือง

เล่นแบบนี้ ทำให้เพื่อไทยและนปช.ได้ที

ยื่นร้องว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว

เพราะ 1 การที่ระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ครอบครัวและปกป้องทักษิณนั้น

ถือเป็นการใส่ความเท็จ ผิดมาตรา 53(5) พ.ร.บ.การเลือกตั้ง

เพราะ 2 การที่ระบุว่าเลือกพรรคเพื่อไทยจะได้พวกเผาบ้านเผาเมือง

ก็เข้าข่ายการใส่ร้ายป้ายสี เนื่องจากข้อเท็จจริงแล้วยังไม่มีการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมว่าใครเป็นคนเผาบ้านเผาเมือง

มีความผิดฝ่าฝืนมาตรา 53(5) พ.ร.บ.เลือกตั้งเช่นกัน

ที่สำคัญมีผลเกี่ยวโยงถึงมาตรา 237 ตามรัฐธรรมนูญ และมาตรา 94 ตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง

มีโทษถึงขั้นยุบพรรค !

การยื่นร้องของเพื่อไทยครั้งนี้ ลงมือหลังฤดูเลือกตั้งเพิ่งเริ่มต้น

แต่ระดับประชาธิปัตย์จะโดนยุบพรรคจริงหรือ

ชนะฟาวล์มาแล้วถึง 2 ครั้ง !?

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 25/05/54 ทำทันที...อย่าดีแต่พูด

ที่มา blablabla

อย่าให้..ฆาตกร ครองเมือง เรืองอำนาจ
สร้างอุบาทว์ ทั่วถิ่น แผ่นดินนี้
ทำแต่เรื่อง ชั่วช้า พาอัปรีย์
ซ้ำย่ำยี ด้วยการฆ่า ประชาชน....

เกือบร้อยศพ เงียบหาย มลายสูญ
ยิ่งเพิ่มพูน แค้นเคือง เรื่องสับสน
แถมลอยหน้า เฉไฉ ให้วกวน
ใช้เล่ห์กล หลอกล่อ จ้ออย่างเดียว....

ใยไม่ทำ ทันที ดีแต่พูด
บทพิสูจน์ พวกจัญไร ไม่เคยเหลียว
ฆ่าคนตาย ป้ายสีซ้ำ ระยำเชียว
เลวเต็มเหนี่ยว ยังทำชุ่ย เที่ยวคุยโว....

99 วัน ทำไม่ได้ ไม่พูดถึง
เสมือนหนึ่ง ตอกยำ คำอวดโอ้
พวกบริวาร วางกล้ามเบ่ง นักเลงโต
หลอกสาวก โคตรโง่ ให้โอ๋ตาม....

2 ปีกว่า ทำไม่เป็น เห็นไหมนั่น
พูด..เพ้อฝัน คิด..สัปดน คนเหยียดหยาม
ทุกหย่อมหญ้า หมองหม่น คนประณาม
ทั่วเขตคาม ร้อนรุ่ม ดั่งสุมไฟ....

อย่าให้..ฆาตกร ครองเมือง เรืองอำนาจ
มาเติมวาด สิ่งดีดี ที่สดใส
กำจัดคน เพ้อฝัน ปากจัญไร
เพื่อเมืองไทย ไ้้้ร้ทุกข์ สุข..คืนมา....

๓ บลา / ๒๕ พ.ค.๕๔

ประกาศิต "ทักษิณ" จัดแถวเพื่อไทย จัดบัญชีดำ+บัญชีแดง+พรรคร่วม ชำระบัญชีแค้น !!

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ




ผู้ทำบัญชีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย กำหนดชะตากรรมคนทั้งพรรค

ต้นตำรับ 3 บัญชีของพรรคไทยรักไทย ที่มีทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ-ส.ส. เขต และบัญชีชื่อรัฐมนตรี ถูกนำมาดัดแปลงปรับใช้

ในยุคเพื่อไทยยังคงใช้แนวทาง 3 บัญชี แต่จัดแบ่งประเภทใหม่

บัญชีแรก-ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบ่งเป็น 4 ระดับ ระดับแรกมาจากกลุ่ม ส.ส.ตัวจริงได้เข้าสภาผู้แทนฯแบบปลอดภัย อยู่ในลำดับที่ 1-60

ระดับที่ 2 อยู่ในลำดับที่ 61-70 ให้แต่งตัวเป็นว่าที่รัฐมนตรี

ระดับที่ 3 ถูกบรรจุอยู่ในลำดับที่ 71-80 เตรียมตัวเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี-เลขานุการรัฐมนตรี และตำแหน่งในฝ่ายบริหาร

ระดับ สุดท้าย เป็นลำดับที่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เข้าสภาผู้แทนฯ ถูกใส่ชื่ออยู่ในแถวที่ 81-125 แต่ได้รับการันตีพิเศษสายตรงจาก "ทักษิณ" ระบุถึงรูหูโทรศัพท์ว่า ลำดับที่ 120-125 มีสิทธิ์เป็น "รัฐมนตรี"

ทั้ง นี้ แกนนำที่ได้รับ "สายตรง" จาก "ทักษิณ" มีทั้งชื่อ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ได้เลื่อนมาอยู่ในลำดับที่ 6 นายบัณฑูรย์ สุภัควณิช อดีต ผอ. สำนักงานงบประมาณ ที่เดิมไม่มีรายชื่อขยับมาอยู่ลำดับที่ 13 ขณะที่ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีต รมช.พาณิชย์ จากเดิมลำดับเกิน 80 ได้ขยับขึ้นมา อยู่ลำดับที่ 18 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช.คลัง สุดท้ายมีชื่ออยู่ลำดับที่ 124

บัญชีที่ 2-บัญชี "ส.ส.เสื้อแดง" มี การเสนอชื่อเพื่อพิจารณาไว้ 22 ชื่อ ได้รับการพิจารณาทั้งตัวจริง-ภรรยา-ลูกและตัวแทน ถูกบรรจุไว้ในลำดับที่ปลอดภัย

แม้มีบัญชีที่สลับ-ซุกซ้อนหลายชั้น ทำให้เกิดการต่อรองหลายรอบ แต่ในที่สุด "บัญชีแดง" จึงถูกจัดเต็มก่อนบัญชีอื่น ๆ

บุคคลในเวทีแดงและเครือญาติรวม 20 คน ได้อยู่ในระดับ "เซฟโซน"

ทั้ง นี้ แกนนำคนเสื้อแดงนั้นมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.พท. 15 คน ได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ลำดับที่ 8, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ลำดับที่ 9, น.พ.เหวง โตจิราการ ลำดับที่ 19, นางรพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรรยานาย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อยู่ในลำดับที่ 27, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง อยู่ในลำดับที่ 42, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ลำดับ 46, นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ภรรยานายอดิศร เพียงเกษ ลำดับ 47

นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ 54, น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก นักวิชาการ คนเสื้อแดง บุตรสาว พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 56, นายวิเชียร ขาวขำ ลำดับ 60, นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ ภรรยา พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ลำดับที่ 66, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ลำดับที่ 72, นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ น้องชายนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ลำดับ 77, นาย เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำเชียงใหม่ 51 ลำดับที่ 86, นายธนกฤติ ชะเอมน้อย หรือวันชนะ เกิดดี ลำดับ ที่ 105

ขณะที่ "บัญชีแดง" ได้รับการปูนบำเหน็จ แต่กลุ่มนักการเมืองบางสาย ถูกจับยัดไว้ใน "บัญชีดำ"

บัญชีที่ 3-บัญชี "ส.ส.สีดำ" เป็น รายชื่อ ส.ส.กบฏที่ถูกจดรายการไว้ มีบทลงโทษ แบ่งเป็น 2 ระดับ

ระดับแรก เป็นกลุ่ม ส.ส.ที่เคย

ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค และเป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิด-ชัดเจนกับ กลุ่ม "มิ่งขวัญ-บิ๊กจิ๋ว"

บท ลงโทษสำหรับพวก "บัญชีดำ" คือทุกคนต้องเขียนใบลาออก พร้อมลงนาม-เซ็นชื่อไว้ แต่ไม่ลงวันที่ พร้อม เขียนข้อความระบุไว้ด้วยว่า "ผม-ดิฉัน มีปัญหาการทำงานกับพรรค พร้อมที่จะลาออก โดยไม่ได้ถูกกดดัน หรือถูกขับออกจากพรรค"

บทลงโทษระดับที่ 2 ส.ส.กบฏต้องลงไปผจญภัยในการเลือกตั้งระดับเขต และไม่มีสิทธิ์เป็นรัฐมนตรี

"ถ้า ใช้ฐานเสียง ระบบสัดส่วนเดิม 48% จาก ส.ส. ทั้งหมด เพื่อไทย จะได้ 60 คน รวมกับ ส.ส.ระบบเขตอีกประมาณ 187 คน คาดว่าจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 247 คน เท่ากับสมัยเลือกตั้งยุคไทยรักไทย" แกนนำเพื่อไทยกล่าว

ผลโพลลับของเพื่อไทยมียอดส่วนใหญ่มาจากความนิยมในนโยบายหัวหอก 2 ลำดับแรก คือ กองทุนหมู่บ้าน เครดิตชาวนา

และแม้แกนนำสายเสื้อแดงในพรรคจะพยายามเข้าไปมีบทบาทในพรรค ด้วยการเป็นผู้นำในการปราศรัยในเวทีหาเสียงเลือกตั้ง

แต่ "คน" กลับถูกลดบทบาท แต่จะเพิ่มพื้นที่ให้กับ "แผ่นซีดี" ที่เป็นเสียงของ "ทักษิณ" ที่บันทึกเสียง ไว้ในวันเปิดนโยบาย 23 เมษายน 54 แทน

คาดว่าจะมีการแจกจ่ายซีดี-เสียงทักษิณประมาณ 2 แสนแผ่นทั่วประเทศ

นอกจากนี้ แคมเปญนโยบายหาเสียงยังมีระดับการปราศรัย 3 ระดับ คือ ระดับประเทศ ระดับภาค และ ระดับเขต

ทั้งทักษิณและเพื่อไทยจึงไม่มีโจทย์อื่นนอกจากสมการคณะรัฐมนตรีที่มาจาก 2 พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น

สูตรรัฐบาลที่บวก-ลบ-คูณ-หาร โดย "ทักษิณ" จึงมีทั้ง

สูตรแรกเพื่อไทย + ชาติไทยพัฒนาของบรรหาร ศิลปอาชา

สูตรที่ 2 เพื่อไทย + ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

และ สูตรที่ 3 เพื่อไทย + ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน + ชาติไทยพัฒนา

โดย สรุปทุกสูตรมีเพื่อไทย + เสียงได้จากทุกพรรค ยกเว้นพรรคภูมิใจไทยของ "เนวิน ชิดชอบ" เท่านั้นที่ถูกกา ดอกจัน-ขีดเส้นใต้ไว้ล่วงหน้าให้อยู่ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

ยุทธศาสตร์แรกของเพื่อไทยจึงหมายตาพรรค "บรรหาร ศิลปอาชา" ไว้ล่วงหน้า และรวมกันตั้งรัฐบาลได้ ไม่น้อยกว่า 350 เสียง

แหล่งข่าวคนใกล้ชิด "ทักษิณ" สรุปว่า "หากเพื่อไทยได้เกิน 250 เสียง ทุกพรรคเป็นไปได้หมด แต่ยังยกเว้นพรรคเนวิน"

สอด คล้องกับแหล่งข่าวที่ใกล้ชิด "บรรหาร" บอกสูตรการจัดรัฐบาลว่า "หากเพื่อไทยชนะเกิน 10 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนาจะไปร่วมจัดรัฐบาลด้วย แต่ถ้าหากเพื่อไทยชนะไม่ถึง 10 เสียง เราจะอยู่ในที่ตั้ง ใครมาติดต่อเราก็รับร่วมรัฐบาลด้วย"

ทั้งบัญชีแดง-บัญชีดำ-บัญชีรัฐมนตรี และบัญชีพรรคร่วมรัฐบาล ล้วนอยู่ในมือ "ทักษิณ ชินวัตร" แต่เพียงผู้เดียว

กาเบอร์ 1 ทั้งเขตและพรรค จบ ไม่จำเป็นต้องไปสนใจ สส.เขตชื่ออะไร เป็นใคร

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


อย่าไปสนใจว่า สส.เขตของเพื่อไทยคือใครเลย กาเบอร์ 1 ทั้งเขตและพรรคก็จบ

ผม เข้าใจว่า เบอร์ สส.เขตกับปาตี้ลิสต์ของแต่ละพรรคการเมือง จะเป็นเบอร์เดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นการง่ายต่อประชาชนในการจำเบอร์และกาบัตรเลือกตั้ง ดังนั้น สส.เขตทุกเขตของพรรคเพื่อไทยก็คือ เบอร์ 1 ทั่วประเทศ ดังนั้นผู้เลือกตั้งกาได้ 2 บัตรคือ บัตรเลือกตั้ง สส.เขต กับบัตรเลือก พรรคการเมือง

เป็นแบบนี้แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจแล้วว่า สส.เขตเป็นใคร ชื่ออะไร เราแค่กาเบอร์ 1 พอจบ เรื่องนี้สำหรับเสื้อแดงนั้นไม่จำเป็นต้องสนใจอื่นๆอีกแล้ว เราตัดสินใจไปนานแล้วว่าจะเลือกเพื่อไทย เข้าไปให้ได้ 300 เสียงอย่างต่ำ

หาเสียงบอกชาวบ้านว่า เบอร์ 1 ยิ่งลักษณ์+ทักษิณ ก็พอจบ ส่วนคนอื่นๆ ไม่ต้องไปสนใจแล้ว

นี่คือ "ยุทธการกาเบอร์ 1 เบอร์เดียว" จบ ไม่ต้องคิดมาก

ไม่ต้องไปสนใจพรรคอื่นหาเสียงแล้ว เพราะหากกาเบอร์อื่น ก็คือเลืออกอภิสิทธิ์เป็นนายกฯนั่นเอง

เพื่อไทยจัดหนักยื่นกกต.เอาผิด'สุเทพ'

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



'พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์' โร่ยื่น กกต. เอาผิด 'สุเทพ เทือกสุบรรณ'
เข้าข่ายผิดมาตรา ม.53 (1) โทษจำคุก 10 ปี พ่วงด้วยอาจถึงขั้นยุบพรรค
เผย ตกใจกับผลโพล ระบุ พท. ชนะ ปชป. จนแกล้งลืม...

ในเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่บริเวณสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือให้กับเจ้าหน้าที่ กกต.
เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
พร้อมกล่าวว่า ในกรณีที่นายสุเทพ ออกมาให้สัมภาษณ์
เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2554 และวันที่ 23 พ.ค. 2554 เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 53 (5)
แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ได้กล่าวใส่ร้ายข้อความอันเป็นเท็จแก่
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายจตุพร พรหมพันธ์
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
นพ.เหวง โตจิราการ
รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อคนอื่น ๆ
ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียคะแนนความนิยมในตัวผู้สมัคร
อีกทั้งคะแนนเสียงได้รับผลกระทบ
ซึ่งความผิดดังกล่าวมีโทษ คือ การจำคุกถึง 10 ปี
และอาจส่งผลต่อการที่พรรคประชาธิปัตย์อาจถูกยุบพรรค
เนื่องจากนายสุเทพ ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ และเป็นกรรมการบริหารพรรค
โดยเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง 94(1) เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย
ทั้งนี้ทางพรรคได้รวบรวมพยาน หลักฐาน เอกสาร ยื่นให้ กกต. ตรวจสอบ

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังกระทำขัดต่อสัญญาประชาคมของพรรคการเมือง ทั้ง 5 ข้อ
ที่ได้มีตัวแทนของแต่ละพรรค มาร่วมลงสัตยาบรรณกันไว้
จึงอยากให้ทาง กกต. เอาผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม
อีกทั้งยืนยันเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการชวนทะเลาะ
ทางพรรคต้องรักษาสิทธิ โดยที่ไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
เพราะสิ่งที่นายสุเทพกล่าวออกไป กระบวนการในชั้นศาล ยังไม่มีการตัดสินถึงที่สุด ถือว่า
ผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคบางราย ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์
แม้ว่าพรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.
จะแยกส่วนกัน แต่เมื่อมีแกนนำฯมาลงเป็นผู้สมัครแล้ว
นายสุเทพก็ต้องทำตามกฎหมายจะบิดเบือนว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อการร้ายไม่ได้

"สิ่งที่นายสุเทพพูดออกมา อาจจะรู้อยู่แก่ใจ หรือแกล้งตกใจ เรื่องผลโพลที่ระบุว่า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีคะแนนความนิยมที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความตกใจ
อย่าลืมว่า พ.ร.บ.ประกอบการเลือกตั้ง ได้ออกมาใช้อย่างเป็นทางการแล้ว
อาจส่งผลให้ถูกตัดสิทธิทางการ
แต่ถ้าหากนายสุเทพ พูดก่อนหน้านี้ ทางพรรคก็จะดำเนินเรื่องฟ้องหมิ่นประมาททันที"



http://www.thairath.co.th/content/pol/174038

'ยิ่งลักษณ์' นำทีมพท.ยึดสวนลุมฯปราศรัยใหญ่28พ.ค.

ที่มา thaifreenews

โดย bozo





"วิชาญ มีนชัยนันท์" เผย "ยิ่งลักษณ์" เตรียมนำทัพ ส.ส.กทม.เพื่อไทย ปราศรัยใหญ่
ที่สวนลุมพินี เสาร์ที่ 28 พ.ค. นี้ ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ เตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือที่กองทัพบก
ขอให้ทหารต้องไม่ยุ่งกับการเลือกตั้ง...

เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 25 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์
ผู้สมัครส.ส.เขต กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่ได้ประชุมคณะกรรมการของพรรคแล้ว
มีมติว่า ในวันเสาร์ที่ 28 พ.ค.นี้ ทางพรรคเพื่อไทยจะจัดปราศัยใหญ่ครั้งแรกของพรรค
เพื่อไทยที่สวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 15.00น.เป็นต้นไป นำทีมโดย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย
พร้อมทั้งแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส.เขต กทม.ทั้ง 33 คน

นายวิชาญ กล่าวต่อว่า การปราศัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้
พี่น้องประชาชนจะได้เห็นภาพชัดเจน ของนโยบายพรรคเพื่อไทยมากยิ่งขึ้น
เรียกได้ว่าตอบสนองความต้องการของพี่น้อง ประชาชนอย่างแน่นอน

ส่วนในวันที่ 26 พ.ค. นายวิชาญ ระบุว่าจะไปยื่นหนังสือที่กองทัพบก (ทบ.) ด้วยตนเอง
เพื่อขอให้ทางทหารถอนกำลัง และจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทั้งนี้
เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตเตอร์
ให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ และกล่าวทำนองว่า
ขอให้ทหารอย่าช่วยพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้ง.


http://www.thairath.co.th/content/pol/174069