WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, May 26, 2011

พรรคการเมืองยังคงเร่งหาเสียง

ที่มา Voice TV



พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดขอนแก่น และร้อยเอ็ดในวันนี้ ส่วนพรรคภูมิใจไทย ปล่อยคาราวานแท็กซี่ ออกขอคะแนนสนับสนุนที่หมอชิต

Voice News ประจำวันที่ 26 พ.ค. 54 ( 12.00 น.)
-พรรคการเมืองยังคงเร่งหาเสียง
-ฝรั่งเศสเตรียมความพร้อมจัดประชุมจี 8
-"เก้า จิรายุ"ปลื้มเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่แป้งเบบี้มายด์


พรรคการเมืองยังคงเร่งหาเสียง
พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดขอนแก่น และร้อยเอ็ดในวันนี้ ส่วนพรรคภูมิใจไทย ปล่อยคาราวานแท็กซี่ ออกขอคะแนนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจากกลุ่มรถรับจ้างและคนหาเช้ากินค่ำ ที่ลานจอดรถแท็กซี่ขาเข้า สถานีขนส่งหมอชิต

ฝรั่งเศสเตรียมความพร้อมจัดประชุมจี 8
การประชุมจี 8 ในปีนี้ มีผู้ประท้วงตั้งแต่ก่อนการเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ตำรวจฝรั่งเศสเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อดูแลการประชุมที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้



"เก้า จิรายุ"ปลื้มเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่แป้งเบบี้มายด์
พบกับ หนุ่มหล่อสุดฮอตขวัญใจสาวๆอย่าง เก้า-จิรายุ ละอองมณี ที่รับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ให้กับ แป้งเบบี้มายด์ ซึ่งเปิดตัวอย่างน่ารักสดใสตามคอนเซ็ปต์เบบี้มายด์ สวีทตี้พิ้งค์ หอม ตรึงใจ ไม่รู้ลืม

นพดลย้ำทักษิณชูยิ่งลักษณ์เมินเนวินฟันธง

ที่มา Voice TV

นพดลย้ำทักษิณชูยิ่งลักษณ์เมินเนวินฟันธง

ที่ปรึกษาด้านกฎหมายอดีตนายกฯยืนยันไม่เปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย หลังเนวินฟันธงไม่ได้เป็นนายกฯ

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยกรณี นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาคาดหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่ได้เป็นนายกฯนั้น ปกติ นายเนวิน ก็ไม่เคยพูดอะไรดีกับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว จึงไม่ได้กังวลอะไร และยืนยันว่า จะไม่เปลี่ยนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากแคนดิเดตนายกฯ แน่นอน เพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอ และหากทำก็ถือว่า ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนที่ตั้งใจจะเลือก

นายนพดล กล่าวอีกว่า ต้องให้พี่น้องประชาชนที่จะเลือกตั้งใหญ่ ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ตัดสินใจเองไปเลยว่า จะเลือกใคร อย่าเพิ่งไปตัดสินใจว่า ใครจะออกมาเคลื่อนไหวอย่างไร ในวันหลังการเลือกตั้ง ส่วนกระแสข่าว แผนบันได 3 ขั้นของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นคำพูดของ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น เท่านั้น คงแต่เป็นเชิงนโยบายมากกว่า คงไม่มีอะไรมากนัก โดยล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แถวตะวันออกกลาง คงไม่มาใกล้ประเทศไทย อย่าง กัมพูชา แน่นอน

"เสธ.ไก่อู" แถลงต่อศาล ยอมรับบุคคลใน "เครือข่ายล้มเจ้า" อาจไม่ได้เข้าร่วมขบวนการล้มล้างสถาบัน

ที่มา มติชน







เมื่อ วันที่ 25 พฤษภาคม นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แถลงข่าวว่า ตนเองได้ถอนฟ้องคดี "ผังขบวนการล้มเจ้า" ต่อ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แล้ว หลังจาก พ.อ.สรรเสริญ ได้แถลงยอมรับต่อศาลว่า ผังขบวนการล้มเจ้าเป็นแค่การ โยงบุคคลต่างๆ ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น มิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น


นายสุธาชัยระบุว่า ตนเองได้ถอนฟ้อง ภายหลังจากพ.อ.สรรเสริญ ในฐานะจำเลยที่สาม ได้แถลงต่อศาล ดังนี้

"ประการที่หนึ่ง ศอฉ .ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า มี "สตรีสูงศักดิ์" โทรศัพท์มาสั่งการศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานับประการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามเป็นความจริง ศอฉ. ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็น เช่นไร

นอกจากนั้นแล้ว ศอฉ. ก็ได้ขยายความลงไปเพราะว่าทางราชการมีหน่วยงานทางด้านความมั่นคง ที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของขบวนการที่จ้องจะ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จึงได้นำข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้มาประกอบเพื่อใช้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับ สังคม

ประการที่สาม ในช่วงเวลาเช้าของวันเกิดเหตุ ข้าฯได้มีการแถลงข่าวให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าไม่เป็นความ จริงตามข้อมูลที่พยายามกล่าวหาใส่ร้าย "สตรีสูงศักดิ์" คนดังกล่าว โดยแถลงกำกับตอบไปด้วยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้านั้น ในขณะนั้นมีคุณดา ตอร์ปิโด กับคุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งทั้งสองคนนี้มีหมายจับไว้แล้ว ในช่วงเวลาเย็นเกิดจากการประชุมในช่วงบ่ายของศอฉ.ได้มีมติของศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อีกษรอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สังคมพิจารณา

ข้าฯได้รับมอบหมายให้นำเอกสารเหล่านั้นไปแจกแก่สื่อมวลชน ซึ่งเอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยว ข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

แต่ หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราว ต่างๆ เหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนผังดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหายจากมุมมองของสังคม เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสิน ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยายความใน ทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ. ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา"

ทั้ง นี้ ศาลได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท เมื่อโจทก์ (นายสุธาชัย) รับฟังข้อเท็จจริงจากจำเลยที่สาม (พ.อ.สรรเสริญ) ที่ลงนามยอมความ จึงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสามอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่สามในที่สุด


ย้อน กลับไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2553 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้เผยแพร่แผนผังเครือข่ายขบวนการล้มเจ้า โดยระบุว่า มีการใช้ข้อมูลข่าวสาร และสื่อ เพื่อมุ่งหวังโจมตีสถาบันเบื้องสูงอันเป็นที่รักเคารพของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ผ่านทางกลุ่มบุคคลที่เป็นแกนนำหลัก และแกนนำรอง รวมถึงบางคนที่มีคดีติดตัว และหลบหนีไป

"เช่น ดา ตอร์ปิโด สุชาติ นาคบางไทร จักรภพ เพ็ญแข ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ซึ่งท่านทั้งหลายเป็นที่ทราบว่ามีพฤติกรรมอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ เรดเชิ้ตอินเตอร์เนชั่นแนลออร์แกไนเซชั่น สื่อสิงพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ ไทยเรดนิวส์ วอยซ์ ออฟ ทักษิณ รวมถึงวิทยุชุมชนต่างๆ กลุ่มคนรักแท็กซี่ของนายชินวัฒน์ หาบุญพาด เหล่านี้คือสื่อสีแดงที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่หมิ่นเหม่และจาบจ้วงต่อสถาบัน เบื้องสูงอันเป็นที่รักของคนไทยตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนผู้ปฏิบัตินปช.แดงทั้งแผ่นดินซึ่งแกนนำนปช.ล้วนเป็น บุคลากรหลักของโรงเรียน มีความพยายามสร้างวาทกรรม มีชุดความคิดอำมาตย์ ไพร่ มีเนื้อหาในเชิงบิดเบือน ปลุกปั่น กระทบต่อความมั่นคงของรัฐตลอดเวลา" พ.อ.สรรเสริญกล่าว


ขณะ เดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ก็ยอมรับถึงการถือกำเนิดของเครือข่ายดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้มีการพูดเป็นนัย โดยตั้งข้อสังเกตว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และแกนนำ นปช. น่าจะทำงานเชื่อมโยงกัน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2553 ว่า ภาพรวมหลังเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงผ่านมากว่า 40 วัน เริ่มมีภาพเล็กติดต่อกันชัดเจนมากขึ้นว่ากลุ่มไหนโยงกัน เมื่อฝ่ายค้านขึ้นเวทีประกาศร่วมการต่อสู้ พร้อมทั้งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่มีการใช้กำลังอยู่ในพื้นฐานความรุนแรง มีกลุ่มเสื้อดำปฎิบัติการ ซึ่งกลุ่มคนใช้ความรุนแรงอยู่ในกลุ่มผุ้ชุมนุมบางส่วน พอความชัดเจนปรากฎก็เกิดภาพต่อสมบูรณ์แล้ว เราก็ได้เตรียมการอย่างต่อเนื่อง รัฐบาล กองทัพ ตำรวจและฝ่ายปกครอง กำลังดำเนินการให้สอดรับกันเพื่อให้มีความพร้อมในการดำเนินการขั้นต่อไป


"ชื่อ ต่างๆ ที่ปรากฎออกมา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ต่างคนต่างทำ ทั้งเสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกในขณะนั้น) พล.อ.ชวลิต (ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ) หรือแกนนำผู้ชุมนุม" นายอภิสิทธิ์กล่าวเมื่อหนึ่งปีก่อน

ต่อ มาในวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 นายสุธาชัยซึ่งมีรายชื่อใน "ผังล้มเจ้า" ของศอฉ. ได้เข้ามอบตัวกับกองปราบปราม ในฐานะผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้น ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้มีคำสั่งให้นำตัวนายสุธาชัย ไปควบคุมตัว ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี โดยไม่มีการระบุข้อหาที่ชัดเจน ส่งผลให้เครือข่ายนักวิชาการ-นักศึกษา ออกแถลงการณ์ประณามกรณีดังกล่าว


ระหว่าง ถูกควบคุมตัว นายสุธาชัยได้ทำการอดอาหารประท้วง หลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดหนังสือวิชาการซึ่งนักวิชาการผู้นี้ได้นำติดตัว เข้าไปอ่านเตรียมการสอนในสถานที่ควบคุมตัว เพราะเห็นว่าตนเองถูกคุกคามสิทธิส่วนตัวและสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ


พ.อ.สรรเสริญ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนในกรณีการอดอาหารประท้วงของนายสุธาชัยว่า การที่นายสุธาชัยไม่รับประทานอาหารคงทำให้หิว ซึ่งเป็นสิทธิของนายสุธาชัย แต่หากไม่ทานอาหารจริง "ท่านกินเจเล่ก็คงจะอิ่มอยู่แล้ว"


กระทั่งวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 นายสุธาชัยจึงได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ

เอแบคโพลล์ ชี้ “บัตรเครดิตชาวนา”โดนใจเกษตรกร 85.5 %ไม่เคยพกบัตรเดรดิต และไม่มีเงินออม

ที่มา มติชน

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้อำนวยการโครงการ ABAC Consumer Index บัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญร่วมกับ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคมการจัดการและธุรกิจ (Social Innovation Management and Business Analysis, ABAC – SIMBA) โดยการสนับสนุนของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ โครงการดัชนีความรู้สึกผู้บริโภคประจำไตรมาสที่ 1/2554 (ABAC Consumer Index: ACI) กรณีศึกษาตัวอย่างผู้บริโภคระดับครัวเรือน อายุ 15-60 ปี จำนวน 2,453 ตัวอย่าง จาก 12 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต และสงขลา ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15-25 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยผลสำรวจทั้งหมดนี้สามารถดึงข้อมูลได้ที่ www.abacpolldata.au.edu

ผล การสำรวจพบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 85.5 ยังไม่มีบัตรเครดิต ในขณะที่ตัวอย่างร้อยละ 14.5 มีบัตรเครดิต เมื่อพิจารณาตามอาชีพ พบว่า ตัวอย่างที่ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมงเป็นกลุ่มที่มีการถือครองบัตรเครดิต น้อยที่สุด หรือคิดเป็นร้อยละ 2.4 ในขณะที่ตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบการ/เจ้าของกิจการ เป็นอาชีพที่มีการถือครองบัตรเครดิตมากที่สุด หรือคิดเป็นร้อยละ 35.2

ใน ขณะเดียวกัน เมื่อจำแนกตามรายได้ส่วนตัวเฉพาะตัวอย่างที่ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมงนั้น พบว่า ตัวอย่างที่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท และระหว่าง 5,001-10,000 บาท มีสัดส่วนการถือครองบัตรเครดิตใกล้เคียงกัน คือร้อยละ 2.1 และ 2.9 ตามลำดับ ในขณะที่ ตัวอย่างที่มีรายได้มากกว่า 10,000 บาท มีสัดส่วนการถือครองบัตรเครดิตมากกว่า หรือคิดเป็นร้อยละ 3.8 เมื่อถามถึงประเภทบัตรเครดิตที่มีในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่างครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 51.4 มีบัตรเงินสด ร้อยละ 27.1 มีบัตรทอง ร้อยละ 24.3 มีบัตรแพลทตินั่ม และร้อยละ 20.9 มีบัตรเงิน


ที่ น่าพิจารณาคือ ผลสำรวจยังพบว่า ตัวอย่างที่ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมงเกินกว่าร้อยละ 80.9 ไม่มีเงินออม ในขณะที่ตัวอย่างเพียงร้อยละ 19.1 มีเงินออม

ดร.อุดม ระบุ เป็นไปได้ว่าพรรคการเมืองที่กำลังขายนโยบาย “บัตรเครดิตชาวนา” ในขณะนี้จะได้รับการตอบรับจากกลุ่มเกษตรกรอย่างดีเพราะชาวนาที่มีบัตรเครดิต แล้วมีอยู่น้อยมากและอาจเป็นความหวังว่าจะช่วยลดการเป็นหนี้นอกระบบได้ แต่อาจต้องพิจารณาถึงโอกาสที่จะก่อหนี้สินเพิ่มให้กับกลุ่มเกษตรกร บัตรเครดิตชาวนาจึงน่าจะเป็นบัตรที่ถูกใช้ในขอบเขตที่จำกัดเฉพาะสินค้าและ บริการด้านการทำการเกษตรและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากกว่าจะให้บัตรเครดิตแก่เกษตรกรแบบอิสระจับจ่ายใช้สอยได้ ทุกอย่างเพราะอาจส่งผลทำให้ “ฉุด” คุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ร่วงมากกว่าช่วยให้ “รุ่ง”

จาก การพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 62.6 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 37.4 เป็นเพศชาย ร้อยละ 13.0 ระบุอายุ 18-24 ปี ร้อยละ 27.4 อายุ 25-35 ปี ร้อยละ 27.1 ระบุอายุ 36-45 ปี ร้อยละ 32.5 ระบุอายุ 46-60 ปี ตัวอย่างร้อยละ 78.7 ระบุสำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีร้อยละ 20.4 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 0.9 ระบุสำเร็จการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ ร้อยละ 38.6 ระบุอาชีพค้าขายอิสระ/ส่วนตัว ร้อยละ 18.9 ระบุรับจ้างทั่วไป/ใช้แรงงาน ร้อยละ 9.2 ระบุเป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 8.5 ระบุอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 7.9 ระบุเป็นพนักงานบริษัท ร้อยละ 5.2 ระบุค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 4.6 ระบุเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 4.6 ระบุเป็นข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ และร้อยละ 2.5 ระบุว่างงาน/ไม่ได้ประกอบอาชีพ ตามลำดับ

"แม้ว"วางแผนบันได 3 ขั้้นหาเสียงเลือกตั้ง เตรียมให้"ยิ่งลักษณ์"โชว์วิสัยทัศน์ ไม่เอาดีเบต

ที่มา มติชน

นาย ต่อพงษ์ ไชยสาส์น ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ภายหลังเดินทางกลับจากการเยี่ยมเยียน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ได้หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงแนวทางการหาเสียงเลือกตั้ง โดยพ.ต.ท.ทักษิณแนะนำว่า ขอให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคนลงพื้นที่พบประชาชนให้มากที่สุด เพราะตอนนี้กระแสความนิยมของน.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังดีขึ้นมาก ดูได้จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากสำนักต่างๆ แต่ถ้าผู้สมัคร ส.ส.ไม่รีบลงพื้นที่ก็อาจจะไม่ชนะได้

นอก จากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีแผนหาเสียงเป็นระบบบันได 3 ขั้น ตอนนี้เป็นเพียงบันไดขั้นที่ 1 คือการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จากนั้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้งจะมีการเปิดตัวแผนบันไดขั้นที่ 2 ให้ผู้นำของพรรคแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการสร้างรายได้ในระดับประชาชาติ รวมถึงจะชี้แจงถึงกระบวนการทำให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ส่วนบันไดขั้นที่ 3 ไม่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

"ถึงวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังระบุว่า เราต้องทำให้ผู้นำของพรรคมีความโดดเด่นในระดับนานาชาติ ไม่ใช่มาคิดแต่เรื่องการดีเบตและไม่ต้องลงไปเล่นเกมนี้ รวมทั้งยังย้ำว่าไม่ต้องห่วงน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นคนเก่ง ผ่านงานด้านธุรกิจขนาดใหญ่มาแล้ว ถึงจะไม่มีประสบการณ์การเมือง แต่ก็ไม่มีปัญหา" นายต่อพงษ์กล่าว

ระวังมือที่ 3

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ



ไม่ว่าจะเป็นเอแบคโพลที่พบว่าคะแนนภาวะผู้นำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรับตัวสูงขึ้นทุกด้าน สวนทางกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพโพลที่สำรวจคะแนนนิยมคนกรุงเทพฯ ในช่วง "โค้งแรก" ของการเลือกตั้งพบว่า

พรรคที่ได้คะแนนนิยมมากที่สุด ร้อยละ 25.8 ในระบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 14.7

ทั้ง ยังพบคนกรุงตั้งใจเลือกผู้สมัครระบบแบ่งเขตจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ร้อยละ 26.3 รองลงมา คือผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 15.2

ส่วนคำถาม "แจ๊กพอต" ที่ว่าอยากได้ใครมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีมากที่สุด

อันดับแรกคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร้อยละ 26.9 อันดับรอง คือนายอภิสิทธิ์ ร้อยละ 17.4

ถึงอีกร้อยละ 49-52 ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร พรรคใด หรือยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ

แต่ตัวเลขเท่าที่ออกมาก็ตอกย้ำบรรยากาศขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 พรรคใหญ่

กระนั้น ก็ตามฝ่าย "เหนือกว่า" ยังประมาทไม่ได้ ด้วยเหตุว่าเป็นการสำรวจคะแนนนิยมช่วงโค้งแรก ยังเหลือเวลาเกือบ 40 วัน กว่าจะถึงคำตอบสุดท้าย

โอกาสพลิกผันเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

และ แม้ตัวเลขโพลที่ออกมาสะท้อนว่า วาทกรรม "เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง" รวมถึงการหยิบยกประเด็น "นิรโทษกรรมทักษิณ" เพื่อมุ่งทำลายเครดิตพรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์

อาจ "ไม่เวิร์ก" เสียแล้วสำหรับบางพรรค

แต่ตรงนี้เองที่พรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง

กรณีกลุ่มเสื้อแดงไปชูป้าย ร้องตะโกนหน้าเวทีปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์

เพื่อทวงถามความยุติธรรมให้เหยื่อ 92 ศพจากเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.2553

อันเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ไม่มีความรุนแรง ทำได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งตราบใดที่ไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน

แต่ อีกด้านหนึ่งก็เป็นการเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดี หรือ "มือที่สาม" ฉวยโอกาสก่อเหตุโยนความผิดให้คนเสื้อแดง อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในกรณี "คนชุดดำ"

จึงเป็นเรื่องถูกต้องที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะรีบประสานไปยัง นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช.

เพื่อเร่งหาทางอุดช่องโหว่ดังกล่าว

แดงแจ้งจับ'เทือก'

ที่มา ข่าวสด

แดงแจ้งจับ'เทือก'

ร้องกองปราบ ใส่ร้ายเผาเมือง จี้มาร์คหยุดด้วย



แจ้งจับ- น.พ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าแจ้งความกองปราบฯดำเนินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หมิ่นประมาท กล่าวหานายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เผาบ้านเผาเมือง เมื่อ 25 พ.ค.

ณัฐ วุฒิ-หมอเหวงแจ้งกองปราบฯ เอาผิด'เทพเทือก' หมิ่นประมาท กล่าวหาใส่ร้าย ป้ายสีเป็นผู้ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง หลังเพื่อไทยยื่นกกต.ฟัน'พิษปาก'เลขาธิการปชป. จับโยง ใส่ร้ายผู้สมัครเพื่อไทยกับเสื้อแดง ความผิดทั้งติดคุกและยุบพรรค 'มาร์ค'ฝันกลับทำเนียบ ตั้ง'อานันท์'กลับมาเป็นประธานปรองดองอีกรอบ โฆษกปชป. แถลงเสียงเข้มย้ำอีกผู้ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง

พท.ยื่นกกต.สอบ'พิษปาก'เทือก

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่สำนักงานกกต. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กรณีให้สัมภาษณ์ว่าพรรคเพื่อไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้คนเสื้อแดงก่อกวน การหาเสียงของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพเป็นความจงใจลดความน่าเชื่อถือของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคที่เป็นแกนนำนปช. ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย เข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่า ด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 มีโทษจำคุก 10 ปี และนายสุเทพ เป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย มีโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรค ทั้งยังขัดต่อพันธสัญญา 5 ข้อของพรรค การเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์เคยร่วมลงนามไว้

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ได้รวบรวมหลักฐานการให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพผ่านสื่อต่างๆ มามอบให้กกต. ซึ่งนายสุเทพกล่าวหาพรรคเพื่อไทย กล่าวหากลุ่มคนเสื้อแดงลักษณะใส่ร้ายหลายครั้งหลายหน และเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง จึงมามอบหลักฐานให้กกต.ตรวจสอบ เพราะข้อกล่าวหาของนายสุเทพต่อคนเสื้อแดง วันนี้ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด จึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ และการที่สมาชิกคนเสื้อแดงสมัครเลือกตั้ง ก็ได้รับเบอร์หมายเลขเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการกล่าวหาของนายสุเทพอาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทช่วงหลังเลือกตั้ง แต่ถ้าอยู่ในช่วงที่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จะเข้าข่ายความผิดกฎหมายเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญ

ณัฐวุฒิ-เหวงแจ้งซ้ำกองปราบฯ

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่นายสุเทพพูดนั้นชัดเจนว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี แล้วยังบอกว่าจะพูดอีกก็เป็นการยืนยันตัวเอง ถ้านายสุเทพพูดอีกตนก็พร้อมรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นกกต. และหากหมิ่นประมาทบุคคลเราก็จะยื่นฟ้องร้องทันที ซึ่งตนและน.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมทนายความไปยื่นฟ้องร้องนายสุเทพข้อหาหมิ่นประมาทที่กองปราบปรามแล้ว

"ผมยืนยันว่าหากนายสุเทพยืนยันว่าจะจัดเต็ม ผมก็พร้อมที่จะจัดหนัก และไม่เพียงนาย สุเทพเท่านั้นที่เราจะตอบโต้ หากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนใดกล่าวหาพวกผมและพรรคเพื่อไทยอีก ก็จะดำเนินการฟ้องร้องเช่นเดียวกับที่ได้ฟ้องร้องนายสุเทพทุกกรณี" นายณัฐวุฒิ กล่าว

อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิ้กที่นี่

คุณหญิงตบฉาด-สาวพท.ขณะหาเสียง

ที่มา ข่าวสด

'เขต3-ยานนาวา' เผยเมียอดีตปลัด



โดนตบ - น.ส. ญาณี โมฮำมัสอีสสมา อีล ทีมงานหาเสียงนายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัครส.ส.เขต 3 กทม. เพื่อไทย แจ้งความถูกคุณหญิงพวง ทอง เกษร�อังกูร ทำร้าย ระหว่างหาเสียงย่านยานนาวา เมื่อ 25 พ.ค.

'คุณ หญิง'อดีตนายกสมาคมภริยา ขรก.สำนักงานปลัดกลาโหม ก่อเหตุกลางตลาดตบหญิงสาวทีมหาเสียงพรรคเพื่อไทยเมืองกรุง ขณะตระเวนแจกใบปลิว เผยเดินตามด่าไล่หลังกล่าวหาในทางเสียหาย ทีมงานเห็นเข้าจึงเข้าไป ถ่ายภาพเหตุการณ์ เจอคุณหญิงบังคับให้ลบออก แต่ไม่ยอมเลยโดนตบเปรี้ยง เจ้าทุกข์ขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดี คู่กรณีรับตบจริงอ้างรำคาญเครื่องขยายเสียง

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 25 พ.ค. นางอุดมลักษณ์ จันทร์มา อายุ 49 ปี ทีมงานหาเสียงของนายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ได้พา น.ส.ญาณี โมฮำมัสอีสสมาอีล อายุ 24 ปี เข้าพบ พ.ต.ท. กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ พงส.(สบ 2) สน.วัดพระยาไกร เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กรณีถูกทำร้ายร่างกายขณะกำลังแจกใบปลิวและช่วยนาย พงษ์ พิสุทธิ์หาเสียงเลือกตั้ง เหตุเกิดบริเวณตลาดสดกิ่งจันทร์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอ แหลม กทม.เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน

นาง อุดมลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.พวกตน และ น.ส.ญาณี ซึ่งเป็นทีมงานหาเสียงของนายพงษ์พิสุทธิ์ ได้นำรถติดเครื่องขยายเสียงมาลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์หาเสียง บริเวณตลาดสดกิ่งจันทร์ ถนนจันทน์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. ขณะที่รถมาถึงบริเวณกลางตลาดก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่า คุณหญิงพวงทอง เกษร์อังกูร อายุ 62 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่บริเวณดังกล่าว ได้เดินตามหลังรถขยายเสียงพร้อมกับด่าทอจับใจความได้ว่า"กูไม่เลือกพวกมึง ไอ้พรรคขี้โกง" ระหว่างนั้น น.ส.ญาณี ซึ่งเป็นทีมงานทำหน้าที่ถ่ายภาพและเก็บข้อมูล จึงลงไปถ่ายรูปผู้สมัครแจกใบ ปลิวเลือกตั้ง และเห็นคุณหญิงพวงทองกำลังด่ากราดอยู่ จึงยกกล้องขึ้นถ่ายรูป แต่คุณหญิงพวงทองเห็นเข้าจึงปรี่เข้ามาหา น.ส.ญาณี และคว้ากล้องที่มือและบอกให้ลบรูปออก แต่ น.ส.ญาณีไม่ยอม คุณหญิงพวงทอง จึงใช้ฝ่ามือตบเข้าที่แก้มด้านซ้ายอย่างจัง จากนั้นตนและทีมงานจึงรีบเข้าไปห้ามปรามให้แยกออกจากกัน หลังจากนั้นจึงพา น.ส.ญาณี มาแจ้งความดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคู่ กรณีทั้ง 2 คน รวมทั้งพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ พร้อมทั้งไกล่เกลี่ยเพื่อให้เรื่องยุติลงด้วยความดี ซึ่งคุณหญิงพวงทองรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือกระทำการดังกล่าวจริง เนื่องจากทนเสียงของเครื่องขยายเสียงไม่ไหว ทำให้เกิดความรำคาญ พร้อมกับอ้างตนไม่ได้เป็นพวกใคร หรือชื่นชอบพรรคใดเป็นพิเศษ แต่ทนเสียงไม่ไหวเท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้ น.ส.ญาณี ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชา รักษ์ และให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนัดคู่กรณีทั้ง 2 คน มาสอบปากคำอีกครั้งในวันที่ 26 พ.ค. เวลา 16.00 น. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคุณ หญิงพวงทอง เป็นอดีตนายกสมาคมภริยาข้าราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และเป็นภริยาของพล.อ. ธวัช เกษร์อังกูร อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม

ด้าน นายพงษ์พิสุทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุ การณ์ดังกล่าวว่า หลังจากยุบสภาและเข้าสู่บรรยากาศในการเลือกตั้ง ก็เกิดเรื่องในลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอหรือไม่ก็ไม่สนใจการชูนโยบายพรรค ซึ่งเป็นปกติที่ประชาชนอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ตนก็จะไม่ตอบโต้ แต่จะกล่าวเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ไปเลือกตั้งแทน

นายพงษ์พิสุทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์การทำร้ายทีมงานหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทยอีกครั้งว่า ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงวันที่ 25 พ.ค. ตนยืนปราศรัยอยู่บนรถปราศรัย บริเวณซอยกิ่งจันทร์ ย่านบางคอแหลม สังเกตเห็นว่ามีผู้หญิงอายุ 60 ปี เดิมตามรถปราศรัยและพยายามตะโกนด่าตนมาตลอดระยะทาง 50 เมตร ที่รถขับเคลื่อนมา จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง เด็กผู้หญิงที่ตนจ้างมาช่วยหาเสียงได้ลงจากรถเพื่อแจกใบปลิวแนะนำข้อมูลของ ตนและพรรค ผู้หญิงคนดังกล่าวได้เข้ามาตบทีมงานหาเสียงของตนทันทีอย่างแรง 1 ครั้ง ทำให้เด็กผู้หญิงดังกล่าวล้มลงทันที

นายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า จากนั้นทีมงานของตนได้เข้าระงับเหตุและพาเด็กผู้หญิงไปส่งโรงพยาบาล ตนไม่ได้คิดเอาความ แต่ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นทีมหาเสียงของตนได้รับบาดเจ็บและครอบ ครัวของผู้เสียหายไม่ยอมความ ตนจึงแนะนำให้ไปแจ้งความ ที่สน.วัดพระยาไกร พนักงานสอบ สวนได้เรียกหญิงผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นอ้างเป็นภริยาของนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งตนไม่ทราบว่ามาตบทีมงานของตนทำไม และไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือคนเสื้อเหลืองหรือไม่

"ผมระวังตัวมาตลอดอยู่แล้ว เพราะวันที่ 12 พ.ค. ได้รับแจ้งจากคนใกล้ชิดว่าถูกติดตามจากบุคคลคนหนึ่ง โดยใช้รถมอเตอร์ไซค์และใส่หมวกกันน็อกตลอดเวลา หลังจากผมตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าบุคคลคนนั้นติดตามจริง จึงเข้าแจ้งความเอาไว้แล้วที่สน.วัดพระยาไกรเรียบร้อยแล้ว" นายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าว

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 26/05/54 เสียดายคนตายไม่ได้ใช้..สิทธิ์เลือกตั้งที่ตัวร้องขอ

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน

เหลือเพียงรอย คราบเลือด ไม่เหือดหาย
แม้นชีพวาย มลายลับ ร่างดับสูญ
ทิ้งความทุกข์ หม่นไหม้ ใจอาดูร
ยิ่งเพิ่มพูน คิดถึงกัน วันผ่านมา....

เพียงขอให้ ยุบสภา มาเลือกใหม่
แต่ทำไม เลือดเย็น ไล่เข่นฆ่า
สิทธิ์พื้นฐาน ผองชน คนธรรมดา
หวังไขว่คว้า กลับด่าวดิ้น ต้องสิ้นใจ....

อยากมีสิทธิ์ ใช้สิทธิ์ ที่คิดฝัน
ด้วยมุ่งมั่น ส่องทาง สว่างไสว
จึงต่อสู้ หวังว่า ประชาธิปไตย
จะสดใส ดั่งคิด ตามสิทธิ์มี....

แต่ความฝัน มืดมิด สิทธิ์สลาย
ชีวิตกลาย เป็นเถ้า เศร้าโศกศรี
เลือด-น้ำตา ไหลหยด รดปฐพี
สิทธิ์พึงมี แค่อยากได้ ใยฆ่าเรา....

เข้าสู่โหมด เลือกตั้ง ตามหวังไว้
พี่น้องไทย ต้องช่วยกัน รู้ทันเขา
เกมสกปรก ถูกขีดเส้น ตามเป็นเงา
เราและเรา ต้องช่วยกัน ฝ่าฟันไป....

พวกเบื้องหน้า เบื้องหลัง ยังคลั่งคิด
มันวิปริต จิตชั่ว กว่าหนไหน
ด้วยสันดาน สัปดน คนจัญไร
อย่าย่ามใจ ต้องเลือกเรา ให้เข้าวิน....

๓ บลา / ๒๖ พ.ค.๕๔

จดหมายจากผู้อ่าน: หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง …

ที่มา ประชาไท

กระผมนายแดง ใบเตย เป็นผู้อ่านเว็บไซต์ประชาไท ขอเสนอข้อคิดเห็นว่าถ้าหากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลแล้ว จะต้องปฏิบัติดังนี้ ปัญหาของประเทศจึงจะได้รับการแก้ไข

1. นิรโทษกรรมคดีการเมืองหลังการรับประหาร 2549
นิรโทษกรรมผู้ที่ถูกลงโทษที่เป็นคดีทางการเมือง (ส่วนคดีฆาตกรรมประชาชนดูข้อ 2 และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพดูข้อ 3) เช่น ปิดถนน ปิดสนามบิน ยึด NBT ยึดทำเนียบ ปีนทำเนียบ คดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม รวมถึงคืนสิทธิให้พรรคการเมืองที่ถูกยุบ คืนสิทธิให้นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ

หมายเหตุ: สำหรับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะต้องตีพิมพ์ “สารานุกรม 2 มาตรฐาน” ให้ความรู้ความเข้าใจและบันทึกหน้าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมูลเหตุก่อนที่จะมีการนิรโทษกรรม เช่น คนยึดสนามบินไม่ติดคุก, การส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาช้าเลยไม่ถูกยุบพรรค เป็นต้น

2. เอาผิดผู้มีส่วน “สั่งการ-รู้เห็น” การปราบปรามประชาชน ทั้งกรณี 7 ตุลา และการล้อมฆ่าคนเสื้อแดง
รัฐบาลเพื่อไทยมอบหมายให้คณะกรรมการปรองดอง นำสองกรณีระหว่างการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร (7 ตุลา) และการปราบปราบคนเสื้อแดง ชี้แจงและมาเทียบเคียงบทลงโทษผู้สั่งการและผู้มีส่วนรู้เห็น ต่อสารารณะ โดยมีประเด็นพิจารณาดังนี้ -

- เอาผิดกับผู้สั่งการและรู้เห็นว่าให้ใช้แก๊สน้ำตาปราบปรามประชาชน จนเกิดเหตุทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย (ในกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ )

- เอาผิดกับผู้สั่งการและรู้เห็นว่าให้ใช้กระสุนจริงปราบปรามประชาชน จนเกิดเหตุทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย (ในกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง)

ทั้งนี้การหาความจริงและหาคนผิดเกี่ยวกับสองกรณีนี้ จะเป็นบรรทัดฐานของการควบคุม-สลายการชุมนุมต่อไปในอนาคต

3. ตั้งคณะกรรมการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และสิทธิเสรีภาพของประชาชนรัฐบาลเพื่อไทยที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดี “ล้มเจ้า” ดังนั้นจะต้องตั้งคณะกรรมพิเศษที่เป็นคนนอกและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ชื่อว่า “คณะกรรมการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และสิทธิเสรีภาพของประชาชน” โดยมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ (ผู้เชี่ยวชาญด้านราชประเพณี) เป็นหัวหน้าคณะในการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112

ในรายของผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ใน ขณะนี้ให้มีการสอบสวนลับ ซึ่งคณะสอบสวนประกอบด้วย ตัวแทนสำนักราชวัง ตัวแทนศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกข์ ตัวแทนกระทรวงวัฒนธรรม ตัวแทนกรมสุขภาพจิต (โดยมีตัวแทนสหประชาชาติเป็นผู้สังเกตการณ์) สอบถามผู้ถูกคุมขังว่าจงรักภักดีหรือไม่ ถ้าหากตอบในเชิงบวกให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังพร้อมชดเชยความเสียหายจากการที่ถูกคุมขัง (200 บาทคูณจำนวนวันที่ติดคุก) หากผู้ที่ถูกคุมขังตอบคำถามเป็นลบ ให้ปล่อยตัวผู้คุมขังเช่นเดียวกันแล้วนำผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการอบรมและบำบัดความเชื่อที่หลงผิด โดยมีกระทรวงวัฒนะธรรมและกรมสุขภาพจิตเป็นแม่งาน พร้อมชดเชยความเสียหายจากการที่ถูกคุมขัง (200 บาทคูณจำนวนวันที่ติดคุก)

ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวจะต้องเป็นไปในทางลับ เพราะว่าสิทธิที่จะจงรักภักดีหรือไม่จงรักภักดีนั้น หน่วยงานของรัฐไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะชนเพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลนั้นๆ ได้