WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 27, 2011

ดาบนั้นคืนสนอง แผนผังล้มเจ้า..ทั้ง4

ที่มา Thai E-News



โดย หรี่ฟุน
26 พฤษภาคม 2554

และแล้วปาหี่ ศอฉ.เรื่องแผนผังล้มเจ้า ก็จบลงด้วยความพะอืดพะอม

เมื่อ ไก่อู-สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาสารภาพกลางศาลว่า แค่เขียนแผนผังโยงขึ้นมาเฉยๆว่าคนในผังนี้เป็นญาติ หรือทำธุรกิจร่วมกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้าแต่อย่างใด แค่เสนอแผนผังนี้ให้คนคิดไปเอง สื่อมวลชนเอาไปขยายความขยายผลกันเอง หากใครเดือดร้อนก็ไปฟ้องสื่อเอง ศอฉ.ไม่เกี่ยว...ดูมันทำ!(รายละเอียดข่าว)

แต่คนที่อมทุกข์หนัก เห็นจะหนีไม่พ้นสำหรับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี DSI ก็น่าสมเพชเวทนาสำหรับความกระสันที่อยากได้หน้า ได้ตา เห็นแกบ้าแต่เรื่องล้มเจ้า ล้มเจ้า จนมันกลายมาเป็นล้มเจ้าธาริตนั่นแหล่ะ

งาน นี้ต้องขอขอบคุณในน้ำใจไมตรี ของท่าน ถวิล เปลี่ยนศรี ผอ.สภามั่นคงแห่งชาติ ที่ออกมาสัมภาษณ์ถึงเบื้องหลัง แผนผังกระดาษชำระ ที่ พ.อ.สรรเสริญ นำมาเผยแพร่ แจกจ่าย ประชาสัมพันธ์ ด้วยท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่อง เหมือนเด็กปัญญาอ่อนได้ของเล่น แต่ผลสุดท้ายก็ต้องออกมายอมรับความจริงว่า มันเป็นแผนผังหาเรื่องกับกลุ่มเสื้อแดง แถมโยนขี้ไปให้สื่อมวลชนอีกต่างหาก

เรื่องนี้ถ้าไม่ได้ท่าน ถวิล ออกมาพูดว่า แผนผังล้มเจ้า จะเป็นตราบาปของ ศอฉ.ที่ไปใส่ร้ายบรรดาแกนนำคนเสื้อแดง (โดยไม่มีหลักฐาน มีแต่เพียงข้อสันนิษฐาน...น่าเชื่อว่า....เขาว่า....ได้ข่าวว่า...เท่านั้น) ป่านนี้ไม่รู้ว่าบรรดาผู้ลงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ จะนำไปหาเสียงใส่ร้ายอย่างเมามันขนาดไหน โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จะต้องอยู่ใน แผนผังล้มเจ้าเทพเทือก อีกคนหนึ่ง รวมไปถึงหัวขวนการใหญ่อย่างนายอภิสิทธิ์

ข่าวใหญ่งานช้างอย่างนี้ สื่อมวลชนกระแสหลักอมสากเงียบกริบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ตอนศอฉ.แถลงข่าวปีกลาย นำไปขยายผลตีข่าวกันเอิกเกริก จนทำให้คนในสังคมเข้าใจว่าพวกผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเป็นขบวนการล้มเจ้า ก็สมควรแล้วที่จะโดนศอฉ.ฆ่าตาย 92 ศพ

ข่าวนี้กว่าจะเป็นที่เปิดเผยทางสื่อออนไลน์อย่างไทยอีนิวส์ก็ล่วงเลยมาถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 หรือปีเต็มหลังจากศอฉ.ปูดผังล้มเจ้า

โดย นำข้อมูลจากกระบวนการพิจารณา ของศาลอาญา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 มาเปิดเผยต่อสาธารณชน และคนไทยทั่วโลก ถึงแม้จะช้าไปหน่อย แต่ดูจากการขอคัดสำเนาศาล วันที่ 12 พฤษภาคม 2554 ก็ถือว่าไม่ช้านัก
กลับ กลายเป็นข้อดีเสียอีก ที่ทำให้พวกกระสันอยากโชว์ผลงานอย่างธาริตที่ออกหมายเรียก 19 แกนนำนปช.มามอบตัวในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ โดยอ้างว่าเพราะ 19 แกนนำนปช.มีรายชื่อตามผังขบวนการล้มเจ้าศอฉ. ต้องปวดกะโหลกอย่างหนัก

เพราะ พยายามที่จะเร่งคดีนี้ให้ทันเสร็จก่อนการเลือกตั้ง หวังทำลายพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดมันพลิกผันเป็นแบบนี้แล้ว น่าเชื่อว่า นายธาริต จะดิ้นเฮือกเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยเรื่องแปลกๆติดตามมาอย่างแน่นอน เพราะมันจะหมายถึงอนาคตของตัวนายธาริต เอง

เลขาสมช.ก็ชิ่งไปล่วงหน้าแล้ว ล่าสุดไก่อูโยนขี้มาเต็มๆว่า ใครนำผังล้มเจ้าฉบับมั่วๆนี้ไปขยายผลก็รับความซวยไปเองแล้วกัน

งานนี้ธาริตแบกขี้ที่ไก่อูโยนมาเต็มๆไปคนเดียว คนอื่นเขาไม่เกี่ยว ตัวใครตัวมัน…ฮิ้ว!

ชาวอเมริกันเชื้อสายไทยตกเป็นเหยื่อ112รายล่าสุด

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤษภาคม 2554

เหยื่อ คดีมาตรา 112 รายล่าสุด เป็นคนไทยสัญชาติอเมริกัน ชื่อภาษาอังกฤษคือ Mr.Joe W.gordon ชื่อไทย นายเลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ DSI มา 2 วันเพื่อสอบปากคำ วันนื้เป็นวันที่สอง ในข้อหามาตรา 112

พยาน ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า DSI บุกเข้าจับกุมโจ หรือเลอพงษ์ ที่บ้านพักของเขาที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวานนี้ (25 พฤษภาคม) ช่วงบ่าย และควบคุมตัวเข้ากรุงเทพฯมาสอบปากคำที่สำนักงาน DSI

โจ-เลอพงษ์ เป็นคนไทยโดยกำเนิด และเดินทางไปพำนักในสหรัฐอเมริกามาประมาณ 30 ปี ได้สัญชาติอเมริกัน เขาถูกDSIควบคุมตัวระหว่างเดินทางกลับเมืองไทยมาเยี่ยมญาติพี่น้อง ล่าสุดได้มีการติดต่อกับทางสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแล้วเมื่อช่วง เช้า โดยทนายความของเขา

"เท่าที่ทราบDSIแจ้งข้อหาโจ-เลอพงษ์คือ กล่าวหาว่าเขากระทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และมาตรา 112 แต่ไม่ทราบรายละเอียด"พยานที่รับทราบเหตุการณ์จับกุมระบุ

จากการสืบ สวนข้อมูลในกูเกิ้ลพบว่า โจ-เลอพงษ์เคยเขียนเวบไซต์เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อมูลในการสอบโอนสัญชาติเป็นชาวอเมริกัน รวมภาพถ่ายทิวทัศน์ และธรรมชาติในรัฐโคโลราโด และรัฐใกล้เคียง

นอกจากนั้นข้อมูลจากกูเกิลมีชื่อ เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนจ่าอากาศด้วย

รายละเอียดข่าวจับคนไทยสัญชาติอเมริกัน คดีหมิ่นสถาบันฯ ศาลไม่ให้ประกันตัว

ทางด้านประชาไทได้ รายงานข่าวนี้ว่า 26 พ.ค.54 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัวนายโจ (นามสมมติ) วัย 54 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันฯ มาขออำนาจศาลฝากขัง หลังจากเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย นำหมายจับและหมายค้นลงวันที่ 23 พ.ค.54 บุกเข้าจับกุมตัวนายโจที่บ้านจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. และนำตัวมาสอบสวนยังดีเอสไอ โดยในเบื้องต้นได้เแจ้งข้อกล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำให้กิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึง ขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน เป็นผู้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็น ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาไปด้วย

จาก การสอบถามผู้ต้องหาทราบว่า ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ที่รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา มานานกว่า 30 ปี และได้รับสัญชาติอเมริกัน เพิ่งเดินทางกลับประเทศไทยได้ราว 1 ปี เพื่อรักษาอาการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง และเก๊าท์ เจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาว่าตนเป็นเจ้าของบล็อกแห่งหนึ่งซึ่งตั้งราวปี 2550 และมีลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บที่ดาวน์โหลดหนังสือ The King Never Smiles เบื้องต้นได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และได้แจ้งต่อสถานทูตอเมริกาแล้ว

ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เพื่อนของผู้ต้องหาได้นำโฉนดที่ดินมูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาทเป็นหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวต่อศาล แต่ศาลไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว เนื่องจากดีเอสไอคัดค้านการประกันตัว และศาลให้เหตุผลว่าคดีนี้เป็นคดีร้ายแรงเกี่ยวกับความมั่นคง เกรงว่าผู้ต้องหาออกไปแล้วจะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน ผู้ต้องหาจึงถูกนำตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเย็นวันนี้ (26 พ.ค.)

******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

-รายงาน ประชา ไท:เสวนาวิพากษ์การใช้กฎหมายหมิ่นฯ ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ องค์การนิรโทษกรรมสากล เสนอต่อรัฐบาลไทยให้หยุดใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมฯ ไปก่อน จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขที่เคารพมาตรฐานของกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นักโทษมโนธรรมสำนึกที่ถูกจำคุกด้วยกฎหมายหมิ่นฯได้ รับการปล่อยตัวโดยทันที

ข่าวประหลาดไม่มีสื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวไก่อูรับสิ้นไส้ผังล้มเจ้ามั่ว ผิดกับตอนเปิดข่าวอึกทึกคึกโครม

ที่มา Thai E-News

ผังล้มเจ้า-เป็นเอกสารที่ ศอฉ เคยแถลงข่าว(ดูรายละเอียดข่าว) และสื่อนำไปขยายผล จนเป็นเหตุอ้างในการสังหารผู้ชุมนุมกว่า 92 ศพเมื่อปีกลาย เพราะถูกทำให้เชื่อว่าเป็นพวกล้มเจ้า แม้แต่ตอนนี้ธาริตDSIยังนำมาออกหมายเรียก19แกนนำ นปช. แต่พอสรรเสริญ แก้วกำเนิดสารภาพกลางศาลว่าเชื่อมโยงมั่วๆแล้วสื่อขยายความขยายผลไปเอง ปรากฎว่าไม่มีสื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวนี้เลย นี่เป็นความเงียบอันอึกทึกครึกโครมอีกครั้งของวงการสื่อไทย


โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤษภาคม 2554


ดร.สุธา ชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯได้ถอนฟ้องคดี"ผังขบวนการล้มเจ้า"ต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด แล้ว หลังจากพ.อ.สรรเสริญได้แถลงยอมรับต่อศาลว่า ผังขบวนการล้มเจ้าเป็นแค่การโยงบุคคลต่างๆ ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น มิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

ที่น่าประหลาดใจคือไม่มีสื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวนี้เลย ทั้งที่ตอน ศอฉ แถลงข่าวผังขบวนการล้มเจ้ามีการนำเสนอย่างคึกโครม

นาย ประเวศ ประภานุกูล ทนายความดร.สุธาชัยในคดีนี้เปิดเผยว่า คดีนี้ดร.สุธาชัยได้ถอนฟ้องตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา แต่เหตุที่เพิ่งมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้ ก็เพราะเพิ่งได้สำเนารายงานกระบวนพิจารณาฉบับจริง(รับรองสำเนาถูกต้องโดยศาล อาญา)ซึ่งในที่ประชุมแถลงข่าวก็มีสื่อมวลชนทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์จำนวนมากมาทำข่าว"ส่วนว่าทำไมสื่อไม่นำเสนอข่าวนี้เลย ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน อาจเป็นเพราะดร.สุธาชัยตอกกลับ ศอฉ แรง และตอนนั้นสื่อก็นำไปขยายผลอย่างคึกโครมหรือเปล่าก็ไม่ทราบ"

อย่างไร ก็ตามมีปัญหาตามมาว่าการที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีDSIออกหมายเรียก19แกนนำนปช.มามอบตัวในวันที่ 2 มิถุนายน โดยอ้างอิงจาก"แผนผังขบวนการล้มเจ้าของศอฉ."นั้น จะมีผลอย่างไร ในเมื่อศอฉ.ที่เป็นต้นเหตุบอกว่า โยงไปให้คนคิดเอง แถมคนเอาผังล้มเจ้าไปขยายผลแบบนายธาริตก็ต้องรับผลกรรมจากการถูกดำเนินคดี เองด้วย







ดร.สุธาชัยได้ถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม ภายหลังจากพ.อ.สรรเสริญ ในฐานะจำเลยที่สาม ได้แถลงต่อศาล ดังนี้

"ประการที่หนึ่ง ศอฉ ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

ประการ ที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ซึ่งเป็นราชเลขาธิการในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โทรศัพท์มาสั่งการศอฉ อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานับประการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามจะสร้างภาพให้สังคมเห็นว่า พระองค์ท่านมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สีงคมได้รับทราบความจริงเป็น เช่นไร

นอกจากนั้นแล้ว ศอฉ ก็ได้ขยายความลงไปเพราะว่าทางราชการมีหน่วยงานทางด้านความมั่นคง ที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของขบวนการที่จ้องจะ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จึงได้นำข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้มาประกอบเพื่อใช้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับ สังคม

ประการที่สาม ในช่วงเวลาเช้าของวันเกิดเหตุ ข้าฯได้มีการแถลงข่าวให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าไมม่เป็นความ จริงตามข้อมูลที่พยายามกล่าวหาใส่ร้ายท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โดยแถลงกำกับตอบไปด้วยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้านั้น ในขณะนั้นมีคุณดาตอร์ปิโด กับคุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งทั้งสองคนนี้มีหมายจับไว้แล้ว ในช่วงเวลาเย็นเกิดจากการประชุมในช่วงบ่ายของศอฉ.ได้มติของศอฉ ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อีกษรอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สังคมพิจารณา

ข้าฯได้รับมอบหมายให้นำเอกสารเหล่านั้นไปแจกแก่สื่อมวลชน ซึ่งเอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยว ข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราว ต่างๆเหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนผังดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหายจากมุมมองของสังคม เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสิน ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยายความใน ทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา
"

ทั้ง นี้ศาลได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท เมื่อโจทก์(ดร.สุธาชัย)รับฟังข้อเท็จจริงจากจำเลยที่สาม(พ.อ.สรรเสริญ)จึง ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสามอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่สาม

ก่อน หน้านี้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เคยให้สัมภาษณ์ว่าแผนผังดังกล่าวเป็นเรื่องที่คิดกันขึ้นสดๆในที่ประชุมศอ ฉ.ในตอนที่จะหาเหตุสลายการชุมนุมเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคมปีกลายนั่นเอง และยังรู้สึกละอายใจที่กุเรื่องนี้ขึ้นมา


แผนผังล้มเจ้าธาริตนำมาเป็นเครื่องมือออกหมายเรียก19แกนนำนปช.

นาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอได้นำผังล้มเจ้ามาออกหมายเรียก 19 แกนนำนปช.เข้ารายงานตัวและขู่จับขังคุก หากเป็นไปตามที่พ.อ.สรรเสริญแถลงว่า ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยาย ความในทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา งานนี้นายธาริตน่าจะเจองานเข้าอย่างหนักในลำดับต่อไป


อย่าง ไรก็ตาม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ แถลงเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า มีมิติให้ดีเอสไอดำเนินคดีความผิดต่อความมั่นคงว่าด้วยการล่วงละเมิดสถาบันฯ ตั้งแต่ปี 2553

การดำเนินคดีนี้ไม่ใช่การกระทำผิดเฉพาะตัวบุคคล แต่เป็นการกระทำความผิดในลักษณะเครือข่าย มีการแบ่งหน้าที่กันทำ มีทั้งฝ่ายตัวการร่วมฝ่ายผู้สนับสนุน ฝ่ายออกความคิดและฝ่ายให้เงินสนับสนุนให้มีการเปิดเว็บไซต์ เป็นลักษณะเครือข่ายที่เกี่ยวพันต่อเนื่องกันมาโดยตลอด ดีเอสไอมีความเห็นว่าความผิดในคดีล้มเจ้าเป็นความผิดคู่ขนานกับความผิดฐาน ก่อการร้าย ผู้กระทำความผิดทั้ง 2 คดี เป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน

ดัง นั้นการกระทำความผิดล่วงละเมิดสถาบันฯ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 54 จึงไม่ได้เป็นการกระทำความผิดเพียงคนเดียวของนายจตุพร พรพันธุ์ หรืออีก 3 คน ที่ขึ้นพูดบนเวทีปราศรัย แต่ได้พิจารณาเห็นว่ามีผู้ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องไม่เป็นตัวการร่วม หรือเป็นผู้สนับสนุนในความผิด 2 ฐานหลักคือความผิดยุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 และการล่วงละเมิดสถาบันฯ ตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา จากพฤติการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นมีความผิดเพียงพอที่ดีเอสไอจะแจ้งข้อกล่าวหาคดีล้มเจ้ากับผู้ต้อง หา 19 คน โดยทั้ง 19 คน อยู่ในแผนผังตามที่ ศอฉ.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอดำเนินคดีก่อนหน้านี้

อธิบดี ดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับกำหนดตารางกันการทำงานของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะเริ่มจากวันจันทร์ ที่ 23 พ.ค. ดีเอสไอจะออกหมายเรียกส่งจดหมายไปยังทั้ง 19 คน เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 2 มิ.ย.54 เวลา 09.00 น.ที่สำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ ชั้น 8 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียติ อาคารบี

สำหรับ รายชื่อ แกนนำ นปช.และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถูกดีเอสไอออกหมายเรียกดำเนินคดีล้มเจ้าทั้ง 19 คน ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายการุณ โหสกุล นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายวิเชียร ขาวขำ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา นายนิสิต สินธุไพร จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ นายสมชาย หรือพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และนายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ถูกเพิ่มชื่อเข้ามาล่าสุด

******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

-ข่าวคึกโครมระดับโลกที่เงียบเชียบในสื่อไทย วิกิลีกส์ตีแผ่อีกเปรม-อานันท์ปูดข้อมูลลับระดับสูงสู่ทูตสหรัฐ

-รวมฮิตลากไส้สื่อเหี้ย เชิญโหลดกระจาย

-จารึกไว้ใต้ZONE TEEN:วัยรุ่นกรี๊ดสรรเสริญ

-ดีเอสไอเรียก 19 นปช.แจ้งข้อหาคดีล้มเจ้า 2 มิ.ย.นี้

-แผนผังล้มเจ้าระเบิดเวลาโค่นเพื่อไทย

Thursday, May 26, 2011

อภิสิทธิ์ VS ยิ่งลักษณ์ ฝันให้ไกลไปให้ถึง (ไหน) ?

ที่มา Voice TV




Wake up Thailand ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 พ.ค.2554

นำเสนอในประเด็น

- ยิ่งลักษณ์ เดินสายภาคอีสาน เปิดปราศรัย เมืองหลวงคนเสื้อแดง
- อภิสิทธิ์ เดินสายขอคะแนนคนกรุง – ชี้ความนิยมยังสูสี
- เนวิน ฟันธง พท.ชนะ ยิ่งลักษณ์ไม่นั่งนายก ลดกระแสต้าน – อภิสิทธิ์ ออกหน.ปชป.ถ้าแพ้
- ผลโพลล์ หลุมพรางความเชื่อ VS ความจริงวันเลือกตั้ง
- กกต. เตือนผู้สมัครคุมมวลชน“ป่วน”ไม่ได้ โทษถึงยุบพรรค
- ชุมพล เสนอแยกความผิดทางการเมือง - ความผิดจากกระบวนยุติธรรม หนุนแก้ ม.237
-ไก่อูรับสิ้นไส้กลางศาลผังล้มเจ้ามั่วทั้งดุ้น
- พิษการเมือง "สาวเพื่อไทยถูกคุณหญิงตบหน้า"
- มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เผยเด็กต่ำกว่า 13 ปี ควรเล่นเฟซบุ๊ก

พรรคการเมืองยังคงเร่งหาเสียง

ที่มา Voice TV



พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดขอนแก่น และร้อยเอ็ดในวันนี้ ส่วนพรรคภูมิใจไทย ปล่อยคาราวานแท็กซี่ ออกขอคะแนนสนับสนุนที่หมอชิต

Voice News ประจำวันที่ 26 พ.ค. 54 ( 12.00 น.)
-พรรคการเมืองยังคงเร่งหาเสียง
-ฝรั่งเศสเตรียมความพร้อมจัดประชุมจี 8
-"เก้า จิรายุ"ปลื้มเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่แป้งเบบี้มายด์


พรรคการเมืองยังคงเร่งหาเสียง
พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดขอนแก่น และร้อยเอ็ดในวันนี้ ส่วนพรรคภูมิใจไทย ปล่อยคาราวานแท็กซี่ ออกขอคะแนนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจากกลุ่มรถรับจ้างและคนหาเช้ากินค่ำ ที่ลานจอดรถแท็กซี่ขาเข้า สถานีขนส่งหมอชิต

ฝรั่งเศสเตรียมความพร้อมจัดประชุมจี 8
การประชุมจี 8 ในปีนี้ มีผู้ประท้วงตั้งแต่ก่อนการเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ตำรวจฝรั่งเศสเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อดูแลการประชุมที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้



"เก้า จิรายุ"ปลื้มเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่แป้งเบบี้มายด์
พบกับ หนุ่มหล่อสุดฮอตขวัญใจสาวๆอย่าง เก้า-จิรายุ ละอองมณี ที่รับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ให้กับ แป้งเบบี้มายด์ ซึ่งเปิดตัวอย่างน่ารักสดใสตามคอนเซ็ปต์เบบี้มายด์ สวีทตี้พิ้งค์ หอม ตรึงใจ ไม่รู้ลืม

นพดลย้ำทักษิณชูยิ่งลักษณ์เมินเนวินฟันธง

ที่มา Voice TV

นพดลย้ำทักษิณชูยิ่งลักษณ์เมินเนวินฟันธง

ที่ปรึกษาด้านกฎหมายอดีตนายกฯยืนยันไม่เปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย หลังเนวินฟันธงไม่ได้เป็นนายกฯ

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยกรณี นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาคาดหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่ได้เป็นนายกฯนั้น ปกติ นายเนวิน ก็ไม่เคยพูดอะไรดีกับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว จึงไม่ได้กังวลอะไร และยืนยันว่า จะไม่เปลี่ยนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากแคนดิเดตนายกฯ แน่นอน เพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอ และหากทำก็ถือว่า ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนที่ตั้งใจจะเลือก

นายนพดล กล่าวอีกว่า ต้องให้พี่น้องประชาชนที่จะเลือกตั้งใหญ่ ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ตัดสินใจเองไปเลยว่า จะเลือกใคร อย่าเพิ่งไปตัดสินใจว่า ใครจะออกมาเคลื่อนไหวอย่างไร ในวันหลังการเลือกตั้ง ส่วนกระแสข่าว แผนบันได 3 ขั้นของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นคำพูดของ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น เท่านั้น คงแต่เป็นเชิงนโยบายมากกว่า คงไม่มีอะไรมากนัก โดยล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แถวตะวันออกกลาง คงไม่มาใกล้ประเทศไทย อย่าง กัมพูชา แน่นอน

"เสธ.ไก่อู" แถลงต่อศาล ยอมรับบุคคลใน "เครือข่ายล้มเจ้า" อาจไม่ได้เข้าร่วมขบวนการล้มล้างสถาบัน

ที่มา มติชน







เมื่อ วันที่ 25 พฤษภาคม นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แถลงข่าวว่า ตนเองได้ถอนฟ้องคดี "ผังขบวนการล้มเจ้า" ต่อ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แล้ว หลังจาก พ.อ.สรรเสริญ ได้แถลงยอมรับต่อศาลว่า ผังขบวนการล้มเจ้าเป็นแค่การ โยงบุคคลต่างๆ ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น มิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น


นายสุธาชัยระบุว่า ตนเองได้ถอนฟ้อง ภายหลังจากพ.อ.สรรเสริญ ในฐานะจำเลยที่สาม ได้แถลงต่อศาล ดังนี้

"ประการที่หนึ่ง ศอฉ .ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า มี "สตรีสูงศักดิ์" โทรศัพท์มาสั่งการศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานับประการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามเป็นความจริง ศอฉ. ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็น เช่นไร

นอกจากนั้นแล้ว ศอฉ. ก็ได้ขยายความลงไปเพราะว่าทางราชการมีหน่วยงานทางด้านความมั่นคง ที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของขบวนการที่จ้องจะ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จึงได้นำข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้มาประกอบเพื่อใช้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับ สังคม

ประการที่สาม ในช่วงเวลาเช้าของวันเกิดเหตุ ข้าฯได้มีการแถลงข่าวให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าไม่เป็นความ จริงตามข้อมูลที่พยายามกล่าวหาใส่ร้าย "สตรีสูงศักดิ์" คนดังกล่าว โดยแถลงกำกับตอบไปด้วยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้านั้น ในขณะนั้นมีคุณดา ตอร์ปิโด กับคุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งทั้งสองคนนี้มีหมายจับไว้แล้ว ในช่วงเวลาเย็นเกิดจากการประชุมในช่วงบ่ายของศอฉ.ได้มีมติของศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อีกษรอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สังคมพิจารณา

ข้าฯได้รับมอบหมายให้นำเอกสารเหล่านั้นไปแจกแก่สื่อมวลชน ซึ่งเอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยว ข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

แต่ หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราว ต่างๆ เหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนผังดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหายจากมุมมองของสังคม เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสิน ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยายความใน ทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ. ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา"

ทั้ง นี้ ศาลได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท เมื่อโจทก์ (นายสุธาชัย) รับฟังข้อเท็จจริงจากจำเลยที่สาม (พ.อ.สรรเสริญ) ที่ลงนามยอมความ จึงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสามอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่สามในที่สุด


ย้อน กลับไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2553 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้เผยแพร่แผนผังเครือข่ายขบวนการล้มเจ้า โดยระบุว่า มีการใช้ข้อมูลข่าวสาร และสื่อ เพื่อมุ่งหวังโจมตีสถาบันเบื้องสูงอันเป็นที่รักเคารพของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ผ่านทางกลุ่มบุคคลที่เป็นแกนนำหลัก และแกนนำรอง รวมถึงบางคนที่มีคดีติดตัว และหลบหนีไป

"เช่น ดา ตอร์ปิโด สุชาติ นาคบางไทร จักรภพ เพ็ญแข ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ซึ่งท่านทั้งหลายเป็นที่ทราบว่ามีพฤติกรรมอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ เรดเชิ้ตอินเตอร์เนชั่นแนลออร์แกไนเซชั่น สื่อสิงพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ ไทยเรดนิวส์ วอยซ์ ออฟ ทักษิณ รวมถึงวิทยุชุมชนต่างๆ กลุ่มคนรักแท็กซี่ของนายชินวัฒน์ หาบุญพาด เหล่านี้คือสื่อสีแดงที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่หมิ่นเหม่และจาบจ้วงต่อสถาบัน เบื้องสูงอันเป็นที่รักของคนไทยตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนผู้ปฏิบัตินปช.แดงทั้งแผ่นดินซึ่งแกนนำนปช.ล้วนเป็น บุคลากรหลักของโรงเรียน มีความพยายามสร้างวาทกรรม มีชุดความคิดอำมาตย์ ไพร่ มีเนื้อหาในเชิงบิดเบือน ปลุกปั่น กระทบต่อความมั่นคงของรัฐตลอดเวลา" พ.อ.สรรเสริญกล่าว


ขณะ เดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ก็ยอมรับถึงการถือกำเนิดของเครือข่ายดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้มีการพูดเป็นนัย โดยตั้งข้อสังเกตว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และแกนนำ นปช. น่าจะทำงานเชื่อมโยงกัน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2553 ว่า ภาพรวมหลังเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงผ่านมากว่า 40 วัน เริ่มมีภาพเล็กติดต่อกันชัดเจนมากขึ้นว่ากลุ่มไหนโยงกัน เมื่อฝ่ายค้านขึ้นเวทีประกาศร่วมการต่อสู้ พร้อมทั้งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่มีการใช้กำลังอยู่ในพื้นฐานความรุนแรง มีกลุ่มเสื้อดำปฎิบัติการ ซึ่งกลุ่มคนใช้ความรุนแรงอยู่ในกลุ่มผุ้ชุมนุมบางส่วน พอความชัดเจนปรากฎก็เกิดภาพต่อสมบูรณ์แล้ว เราก็ได้เตรียมการอย่างต่อเนื่อง รัฐบาล กองทัพ ตำรวจและฝ่ายปกครอง กำลังดำเนินการให้สอดรับกันเพื่อให้มีความพร้อมในการดำเนินการขั้นต่อไป


"ชื่อ ต่างๆ ที่ปรากฎออกมา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ต่างคนต่างทำ ทั้งเสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกในขณะนั้น) พล.อ.ชวลิต (ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ) หรือแกนนำผู้ชุมนุม" นายอภิสิทธิ์กล่าวเมื่อหนึ่งปีก่อน

ต่อ มาในวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 นายสุธาชัยซึ่งมีรายชื่อใน "ผังล้มเจ้า" ของศอฉ. ได้เข้ามอบตัวกับกองปราบปราม ในฐานะผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้น ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้มีคำสั่งให้นำตัวนายสุธาชัย ไปควบคุมตัว ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี โดยไม่มีการระบุข้อหาที่ชัดเจน ส่งผลให้เครือข่ายนักวิชาการ-นักศึกษา ออกแถลงการณ์ประณามกรณีดังกล่าว


ระหว่าง ถูกควบคุมตัว นายสุธาชัยได้ทำการอดอาหารประท้วง หลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดหนังสือวิชาการซึ่งนักวิชาการผู้นี้ได้นำติดตัว เข้าไปอ่านเตรียมการสอนในสถานที่ควบคุมตัว เพราะเห็นว่าตนเองถูกคุกคามสิทธิส่วนตัวและสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ


พ.อ.สรรเสริญ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนในกรณีการอดอาหารประท้วงของนายสุธาชัยว่า การที่นายสุธาชัยไม่รับประทานอาหารคงทำให้หิว ซึ่งเป็นสิทธิของนายสุธาชัย แต่หากไม่ทานอาหารจริง "ท่านกินเจเล่ก็คงจะอิ่มอยู่แล้ว"


กระทั่งวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 นายสุธาชัยจึงได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ

เอแบคโพลล์ ชี้ “บัตรเครดิตชาวนา”โดนใจเกษตรกร 85.5 %ไม่เคยพกบัตรเดรดิต และไม่มีเงินออม

ที่มา มติชน

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้อำนวยการโครงการ ABAC Consumer Index บัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญร่วมกับ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคมการจัดการและธุรกิจ (Social Innovation Management and Business Analysis, ABAC – SIMBA) โดยการสนับสนุนของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ โครงการดัชนีความรู้สึกผู้บริโภคประจำไตรมาสที่ 1/2554 (ABAC Consumer Index: ACI) กรณีศึกษาตัวอย่างผู้บริโภคระดับครัวเรือน อายุ 15-60 ปี จำนวน 2,453 ตัวอย่าง จาก 12 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต และสงขลา ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15-25 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยผลสำรวจทั้งหมดนี้สามารถดึงข้อมูลได้ที่ www.abacpolldata.au.edu

ผล การสำรวจพบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 85.5 ยังไม่มีบัตรเครดิต ในขณะที่ตัวอย่างร้อยละ 14.5 มีบัตรเครดิต เมื่อพิจารณาตามอาชีพ พบว่า ตัวอย่างที่ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมงเป็นกลุ่มที่มีการถือครองบัตรเครดิต น้อยที่สุด หรือคิดเป็นร้อยละ 2.4 ในขณะที่ตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบการ/เจ้าของกิจการ เป็นอาชีพที่มีการถือครองบัตรเครดิตมากที่สุด หรือคิดเป็นร้อยละ 35.2

ใน ขณะเดียวกัน เมื่อจำแนกตามรายได้ส่วนตัวเฉพาะตัวอย่างที่ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมงนั้น พบว่า ตัวอย่างที่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท และระหว่าง 5,001-10,000 บาท มีสัดส่วนการถือครองบัตรเครดิตใกล้เคียงกัน คือร้อยละ 2.1 และ 2.9 ตามลำดับ ในขณะที่ ตัวอย่างที่มีรายได้มากกว่า 10,000 บาท มีสัดส่วนการถือครองบัตรเครดิตมากกว่า หรือคิดเป็นร้อยละ 3.8 เมื่อถามถึงประเภทบัตรเครดิตที่มีในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่างครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 51.4 มีบัตรเงินสด ร้อยละ 27.1 มีบัตรทอง ร้อยละ 24.3 มีบัตรแพลทตินั่ม และร้อยละ 20.9 มีบัตรเงิน


ที่ น่าพิจารณาคือ ผลสำรวจยังพบว่า ตัวอย่างที่ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมงเกินกว่าร้อยละ 80.9 ไม่มีเงินออม ในขณะที่ตัวอย่างเพียงร้อยละ 19.1 มีเงินออม

ดร.อุดม ระบุ เป็นไปได้ว่าพรรคการเมืองที่กำลังขายนโยบาย “บัตรเครดิตชาวนา” ในขณะนี้จะได้รับการตอบรับจากกลุ่มเกษตรกรอย่างดีเพราะชาวนาที่มีบัตรเครดิต แล้วมีอยู่น้อยมากและอาจเป็นความหวังว่าจะช่วยลดการเป็นหนี้นอกระบบได้ แต่อาจต้องพิจารณาถึงโอกาสที่จะก่อหนี้สินเพิ่มให้กับกลุ่มเกษตรกร บัตรเครดิตชาวนาจึงน่าจะเป็นบัตรที่ถูกใช้ในขอบเขตที่จำกัดเฉพาะสินค้าและ บริการด้านการทำการเกษตรและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากกว่าจะให้บัตรเครดิตแก่เกษตรกรแบบอิสระจับจ่ายใช้สอยได้ ทุกอย่างเพราะอาจส่งผลทำให้ “ฉุด” คุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ร่วงมากกว่าช่วยให้ “รุ่ง”

จาก การพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 62.6 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 37.4 เป็นเพศชาย ร้อยละ 13.0 ระบุอายุ 18-24 ปี ร้อยละ 27.4 อายุ 25-35 ปี ร้อยละ 27.1 ระบุอายุ 36-45 ปี ร้อยละ 32.5 ระบุอายุ 46-60 ปี ตัวอย่างร้อยละ 78.7 ระบุสำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีร้อยละ 20.4 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 0.9 ระบุสำเร็จการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ ร้อยละ 38.6 ระบุอาชีพค้าขายอิสระ/ส่วนตัว ร้อยละ 18.9 ระบุรับจ้างทั่วไป/ใช้แรงงาน ร้อยละ 9.2 ระบุเป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 8.5 ระบุอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 7.9 ระบุเป็นพนักงานบริษัท ร้อยละ 5.2 ระบุค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 4.6 ระบุเป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 4.6 ระบุเป็นข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ และร้อยละ 2.5 ระบุว่างงาน/ไม่ได้ประกอบอาชีพ ตามลำดับ

"แม้ว"วางแผนบันได 3 ขั้้นหาเสียงเลือกตั้ง เตรียมให้"ยิ่งลักษณ์"โชว์วิสัยทัศน์ ไม่เอาดีเบต

ที่มา มติชน

นาย ต่อพงษ์ ไชยสาส์น ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ภายหลังเดินทางกลับจากการเยี่ยมเยียน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ได้หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงแนวทางการหาเสียงเลือกตั้ง โดยพ.ต.ท.ทักษิณแนะนำว่า ขอให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคนลงพื้นที่พบประชาชนให้มากที่สุด เพราะตอนนี้กระแสความนิยมของน.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังดีขึ้นมาก ดูได้จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากสำนักต่างๆ แต่ถ้าผู้สมัคร ส.ส.ไม่รีบลงพื้นที่ก็อาจจะไม่ชนะได้

นอก จากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีแผนหาเสียงเป็นระบบบันได 3 ขั้น ตอนนี้เป็นเพียงบันไดขั้นที่ 1 คือการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จากนั้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้งจะมีการเปิดตัวแผนบันไดขั้นที่ 2 ให้ผู้นำของพรรคแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการสร้างรายได้ในระดับประชาชาติ รวมถึงจะชี้แจงถึงกระบวนการทำให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ส่วนบันไดขั้นที่ 3 ไม่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

"ถึงวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังระบุว่า เราต้องทำให้ผู้นำของพรรคมีความโดดเด่นในระดับนานาชาติ ไม่ใช่มาคิดแต่เรื่องการดีเบตและไม่ต้องลงไปเล่นเกมนี้ รวมทั้งยังย้ำว่าไม่ต้องห่วงน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นคนเก่ง ผ่านงานด้านธุรกิจขนาดใหญ่มาแล้ว ถึงจะไม่มีประสบการณ์การเมือง แต่ก็ไม่มีปัญหา" นายต่อพงษ์กล่าว

ระวังมือที่ 3

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ



ไม่ว่าจะเป็นเอแบคโพลที่พบว่าคะแนนภาวะผู้นำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรับตัวสูงขึ้นทุกด้าน สวนทางกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพโพลที่สำรวจคะแนนนิยมคนกรุงเทพฯ ในช่วง "โค้งแรก" ของการเลือกตั้งพบว่า

พรรคที่ได้คะแนนนิยมมากที่สุด ร้อยละ 25.8 ในระบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 14.7

ทั้ง ยังพบคนกรุงตั้งใจเลือกผู้สมัครระบบแบ่งเขตจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ร้อยละ 26.3 รองลงมา คือผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 15.2

ส่วนคำถาม "แจ๊กพอต" ที่ว่าอยากได้ใครมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีมากที่สุด

อันดับแรกคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร้อยละ 26.9 อันดับรอง คือนายอภิสิทธิ์ ร้อยละ 17.4

ถึงอีกร้อยละ 49-52 ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร พรรคใด หรือยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ

แต่ตัวเลขเท่าที่ออกมาก็ตอกย้ำบรรยากาศขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 พรรคใหญ่

กระนั้น ก็ตามฝ่าย "เหนือกว่า" ยังประมาทไม่ได้ ด้วยเหตุว่าเป็นการสำรวจคะแนนนิยมช่วงโค้งแรก ยังเหลือเวลาเกือบ 40 วัน กว่าจะถึงคำตอบสุดท้าย

โอกาสพลิกผันเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

และ แม้ตัวเลขโพลที่ออกมาสะท้อนว่า วาทกรรม "เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง" รวมถึงการหยิบยกประเด็น "นิรโทษกรรมทักษิณ" เพื่อมุ่งทำลายเครดิตพรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์

อาจ "ไม่เวิร์ก" เสียแล้วสำหรับบางพรรค

แต่ตรงนี้เองที่พรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง

กรณีกลุ่มเสื้อแดงไปชูป้าย ร้องตะโกนหน้าเวทีปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์

เพื่อทวงถามความยุติธรรมให้เหยื่อ 92 ศพจากเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.2553

อันเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ไม่มีความรุนแรง ทำได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งตราบใดที่ไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน

แต่ อีกด้านหนึ่งก็เป็นการเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดี หรือ "มือที่สาม" ฉวยโอกาสก่อเหตุโยนความผิดให้คนเสื้อแดง อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในกรณี "คนชุดดำ"

จึงเป็นเรื่องถูกต้องที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะรีบประสานไปยัง นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช.

เพื่อเร่งหาทางอุดช่องโหว่ดังกล่าว