WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 27, 2011

ประชุมมรดกโลก ปัญหาปราสาทพระวิหาร

ที่มา Voice TV



Voice focus ประจำวันที่ 26 พ.ค. 54 (21.00 น.)

-ประชุมมรดกโลก ปัญหาปราสาทพระวิหาร

-ไล่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ กล่าวหาคดีล้มสถาบัน

-นโยบายสินค้าการเกษตรเพื่อไทยVS ปชป.

ประชุมมรดกโลก ปัญหาปราสาทพระวิหาร

การประชุมปัญหามรดกโลกส่อเค้าหาข้อยุติไม่ได้ เมื่อไทยต้องการเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบปราสาทพระ วิหารออกไป แต่กัมพูชาไม่ยอม

ไล่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ กล่าวหาคดีล้มสถาบัน

กลุ่มคนเสื้อแดง และ24มิถุนาประชาธิปไตยไล่ธาริต เพ็งดิษฐ์ ออกจากอธิบดีดีเอสไอ หลังจากอดีตโฆษก ศอฉ.ออกมารับคดีล้มสถาบันเป็นเรื่องจินตนาการ

นโยบายสินค้าการเกษตรเพื่อไทยVS ปชป.

เพื่อไทยชูนโยบายรับจำนำสินค้าการเกษตร ส่วนประชาธิปัตย์ ประกันราคาสินค้า สองพรรคสองนโยบายทางเลือกที่แตกต่าง

สำรวจบัตรเลือกตั้งทั่วโลก

ที่มา Voice TV



Wake up Thailand ประจำวันศุกร์ที่ 27 พ.ค.2554

นำเสนอในประเด็น

- ปชป.- เพื่อไทย ผนึกกำลังโต้ "โหรเนวิน"
- เสธ.หนั่น ชม โหรเนวิน ทำนายใช้ได้ เชื่อ ทักษิณคิดหนักแน่
- ทักษิณ ย้ำถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ นายกฯ
- ยิ่งลักษณ์ เดินสายหาเสียงขอนแก่น-ร้อยเอ็ด น้อมรับการตัดสินใจ ปชช.
- สงครามปกหนังสือพิมพ์สุดสัปดาห์
- ประวิตร ยันทหารไม่ปฏิวัติหลังเลือกตั้ง
- กลุ่ม 24 มิถุนา ชุมนุมหน้าดีเอสไอ หยุดใช้ ม.112 - ปล่อยตัว สมยศ
- การจัดอันดับมหาวิทยาลัย
- บัตรเลือกตั้งแต่ละประเทศ

พระครูดังลพบุรี ฟันธง "ยิ่งลักษณ์" ได้เป็นนายกฯ 100% เป็นได้ยาว 2 สมัย "อภิสิทธิ์" ดวงอ่อนแรง !

ที่มา มติชน





ท่าม กลางกระแสการหาเสียงเลือกตั้งที่ดุเดือดร้อนแรง นอกจากโพลหลายสำนักที่เผยผลสำรวจคะแนนนิยมของว่าที่นายกฯคนใหม่ แล้วยังมี หมอดูและหมอเดาออกมาทำนายทายทักดวงชะตาของบ้านเมือง พรรคการเมือง และผู้นำกันอย่างคึกคัก

ล่า สุด นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ใช้เวลาว่างจากการคุมทีมฟุตบอล "บุรีรัมย์ พีอีเอ" จนรั้งตำแหน่งจ่าฝูงไทยพรีเมียร์ ลีก หันมาเอาดีด้านโหราศาสตร์ ฟันธงว่าพรรคเพื่อไทย จะได้ ส.ส. 210 เสียง แต่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ จะไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะต้านกระแสสังคมไม่ไหว เหมือนเช่นครั้งที่ พ.ต.ท. ทักษิณ พยายามดันให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ของประเทศ "โหรเนวิน" บอกว่า ให้ไปถาม พ.ต.ท. ทักษิณ พร้อมทั้งมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยของตนจะได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งมากถึง 111 ที่นั่ง

ใน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้ง ได้ ส.ส. เพียง 160 เสียง และนายอภิสิทธิ์จะต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

อย่าง ไรก็ตาม ภายหลังคำอวยพรดังกล่าวของอดีต "พ่อมดเขมร" ที่ส่งไปถึงรักษาการนายกฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับถูกฝ่ายหลังออกมาตอกกลับอย่างทันควันว่า

"สาเหตุที่ คุณเนวินวิเคราะห์ออกมาอย่างนี้ คงเป็นเพราะพรรคขนาดเล็กไม่มีพื้นที่ข่าว จึงพยายามเพิ่มความสำคัญขึ้นมา ผมว่าคุณเนวินฟันธงผิด...กลับไปทำทีมฟุตบอลดีกว่า!"

จากกระแสของหมอดูหมอเดา ที่ความน่าเชื่อถืออาจจะอยู่ในระดับ จริงบ้าง มั่วบ้าง

"มติ ชนออนไลน์" จึงขอพาผู้อ่านไปรู้จักกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองลพบุรี ซึ่งใครต่อใครต่างเลื่อมใสศรัทธาใน "ตาวิเศษ" ของท่าน ที่สามารถทำนายทายทักเหตุการณ์ต่างๆ จนกลายเป็น "พระหมอดู" ที่คนใหญ่คนโตในสังคม ต่างไปกราบไหว้ขอเป็นลูกศิษย์ลูกหาอยู่ไม่ขาดสาย

พระ อาจารย์ที่กำลังกล่าวถึง คือ พระครูวิจิตรสุธาการ หรือพระอาจารย์นวย เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม (วัดค้างคาว) ต.บางขาม อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่เคยทำนายตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถูกต้องมา แล้วหลายต่อหลายคน ทั้งในสมัยของ นายบรรหาร ศิลปอาชา, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, นายชวน หลีกภัย, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ นายสมัคร สุนทรเวช

หลาย ปีก่อน พระครูวิจิตรสุธาการ เคยทำนายไว้ว่า ชะตาเกิดของคนเหนือที่ชื่อใต้ (ทักษิณ) มีพลังแรงถึงระดับ 19 มากกว่านักการเมืองคนใดในแผ่นดิน และจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ซึ่งภายหลังคำทำนายเป็นจริง แม่ยายของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร คือ คุณพจนีย์ ณ ป้อมเพชร ก็ผันตัวกลายเป็นศิษย์วัดค้างคาวตั้งแต่นั้นมา รวมทั้งคอยมาสะเดาะเคราะห์ให้ลูกเขยที่วัดอยู่เป็นประจำ

อย่าง ไรก็ตาม ช่วงก่อนการรัฐประหาร ปี 2549 พระอาจารย์เคยแนะนำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปลี่ยนนามสกุลใหม่ โดยเติมคำว่า "ดำรง" ต่อท้ายเป็น "ชินวัตรดำรง" และให้นำตาลปัตร 19 อันมาถวาย เพื่อแก้ไขดวงชะตาชีวิตให้ดีขึ้น แต่ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมทำตามที่บอก โดยให้เหตุผลว่ากลัวผู้สื่อข่าวโจมตีหาว่านายกฯ งมงายเชื่อไสยศาสตร์มากเกินไป จึงไม่ยอมเปลี่ยน กระทั่งถูกปฏิวัติยึดอำนาจในที่สุด

ต่อมา ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ลี้ภัยไปต่างประเทศ ตนจึงได้ส่ง พล.ต.อ.จำลอง เอี่ยมแจ้งพันธุ์ แกนนำพรรคไทยรักไทย นำตาลปัตรปักชื่อ "พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรดำรง" จำนวน 19 เล่มมาถวาย จึงทำพิธีสวดญัตติแก้ดวงชะตาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น

ทุกวันนี้ พระครูวิจิตรสุธาการ หรือพระอาจารย์นวย มีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นคนมีชื่อเสียงมากมาย ทั้งนักการเมืองระดับชาติ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ และไฮโซ ซึ่งส่วนใหญ่ จะมาให้พระอาจารย์ดูดวงชะตา รวมถึงเปลี่ยนชื่่อ-นามสกุล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

"ส่วนใหญ่เปลี่ยน แล้วก็ได้ดีแทบทุกคน เท่าที่จำได้ก็มีจะเป็น พลเอกสมทัต อัตตะนันทน์ อดีต ผบ.ทบ. จากเดิมชื่อ "สมภพ" เปลี่ยนมาเป็น "สมทัต" หลังจากเปลี่ยนก็ได้เป็น ผบ.ทบ. ทันทีเลย หรืออย่าง พลเอกเรวัต บุญทับ ก็มาเปลี่ยนเป็น "ณพล" หรือ พลเอกจิรเดช คชรัตน์ ผู้ช่วยผบ.ทบ. จากชื่อเดิมอนุสรณ์ ก็เปลี่ยนให้เช่นเดียวกัน ที่จริง ยังมีนายตำรวจใหญ่ระดับชาติอีกหลายคน แต่อาตมาจำไม่ได้แล้ว อย่าไปรู้เลยว่าเขาเป็นใคร "


ล่าสุด "มติชนออนไลน์" สัมภาษณ์พิเศษพระครูวิจิตรสุธาการ หรือพระอาจารย์นวย ในหลายประเด็นที่คนอยากรู้


เมื่อถามถึงสิ่งที่ทุกคนอยากทราบมากที่สุด คือใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

"พระ ครูวิจิตรสุธาราม" ตอบแบบฟันธงในทันทีว่า "คุณยิ่งลักษณ์จะได้เป็นนายกฯคนต่อไปร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม" คนไทยจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ และจะได้นั่งอยู่บนตำแหน่งผู้นำประเทศถึง 2 สมัย

"เพื่อ ไทยจะได้เสียงเกินครึ่ง คือ 250 เสียง ส่วนประชาธิปัตย์จะได้ไม่ถึง 200 เสียง เพราะคุณยิ่งลักษณ์มีพลังในตัวสูงถึงระดับ 19 เทียบเท่ากับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเลข 19 ในทางโหราศาสตร์ถือเป็นเลขดี เลขจักรพรรดิ์ ขณะที่ดวงชะตาของคุณอภิสิทธิ์ในช่วงนี้ไม่ค่อยดีนัก จะสู้กับใคร ก็แพ้เขาหมด เพราะฉะน้ัน หลังจากแพ้การเลือกตั้ง คุณอภิสิทธิ์ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วเปลี่ยนหัวหน้าพรรคใหม่ เพื่อให้สู้กับคุณยิ่งลักษณ์ได้ในสมัยหน้า "

พร้อม กันนี้ พระเกจิอาจารย์วัดค้างคาว ยังได้แนะให้คุณอภิสิทธิ์เปลี่ยนชื่อหรือเพิ่มชื่อ เพื่อแก้เคล็ด เพราะชื่อ "อภิสิทธิ์" เมื่อคำนวณออกมาจะได้เลข 5 ซึ่งเป็นเลขอับ เพราะเป็นเลขของพระ หมายถึงดวงเสมอตัวพระ ส่วนคุณยิ่งลักษณ์ได้เลข 44 ซึ่งถือเป็นเลขมงคล และเมื่อนำมารวมกัน ก็เท่ากับเลข 8 ซึ่งหมายถึงดาวอังคาร ดาวนักรบ ถือเป็นเลขที่ยิ่งใหญ่

"คุณ อภิสิทธิ์ต้องไปเพิ่มชื่อหรือเปลี่ยนชื่อ ต้องเอาอักษรผู้ชนะเข้าไป แต่ถึงบอกไป เขาก็ไม่เชื่อหรอก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ เขาไม่เชื่อมาตั้งแต่สมัยคุณชวนแล้ว"

พระอาจารย์ยังได้ ทำนายว่า สถานการณ์บ้านเมืองหลังการเลือกตั้ง ปัญหาความวุ่นวายต่างๆจะหมดไปเลย ทุกอย่างจะราบรื่น จะไม่มีการชุมนุมกันอีก เพราะเกรงใจนายกฯ ผู้หญิง และ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จะได้นิรโทษกรรมกลับมา ตั้งแต่สมัยแรกที่คุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

"อีกไม่นานท่านจะได้กลับมา เพราะอย่างน้อย ท่านก็ทำความดีความชอบไว้กับบ้านเมืองเยอะ"

คำ ทำนายของพระอาจารย์ในวันนี้ ทำให้นึกย้อนไปถึงคำพูดที่ท่านเคยบอกไว้กับ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เมื่อครั้งหนึ่งว่า "เราต้องอยู่เฉยๆ ทำแต่ในสิ่งที่ดีๆ คิดดี ทำดี ไม่ต้องไปคิดแค้น ไม่ต้องไปอาฆาตพยายาทใคร แล้วเราก็จะชนะเอง เฉยเสียดีที่สุด ความอดทนยิ่งมีเท่าไหร่ ยิ่งให้ความสุขเรามากเพียงนั้น"

คำทำนายของ เจ้าอาวาสวัดค้างคาว ยังต้องรอการพิสูจน์ หลัง 3 กรกฎาคม ว่าจะแม่นยำเพียงใด?

( เรื่อง ชชานันท์ ลิ่มทอง )

"คริส เบเกอร์" วิเคราะห์ "โปสเตอร์ยิ่งลักษณ์" ทรงผมของเธอแลดูอันตราย และคุกคามบุรุษเพศในโลกการเมือง!

ที่มา มติชน





ต่อ ไปนี้เป็น การวิเคราะห์ภาพโปสเตอร์ของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทย จากบทความชื่อ "Yingluck on the streets" (ยิ่งลักษณ์บนท้องถนน) เขียนโดย นายคริส เบเกอร์ อดีตนักโฆษณา และนักคิดนักเขียนนักวิเคราะห์ ซึ่งมีผลงานวิชาการจำนวนมากมายร่วมกับ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ผู้เป็นภรรยา

มติชนออ นไลน์เห็นว่าบทความซึ่งถูกเผยแพร่ในเว็บล็อกนิวมันดาลา (นวมณฑล) ชิ้นนี้มีเนื้อหาน่าสนใจ จึงขออนุญาตแปลสรุปความมานำเสนอดังนี้

----------

นับแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ และอาจรวมทั้งจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย ล้วนเต็มไปด้วยโปสเตอร์ของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โปสเตอร์ที่ว่าถือเป็นภาพแรกของการรณรงค์เลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย โปสเตอร์ดังกล่าวบอกอะไรเราบ้าง

อย่าง แรกทีเดียว มันเป็นโปสเตอร์ที่มีคุณภาพของภาพสูงกว่าโปสเตอร์ของพรรคการเมืองต่างๆ ที่พวกเราเคยพบเจอในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ๆ สารแรกที่โปสเตอร์นี้สื่อออกมาอย่างเรียบง่าย ก็คือ "ความมีคุณภาพ"

โปสเตอร์ เลือกตั้งส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะแบนราบเรียบ แต่สำหรับโปสเตอร์ ของยิ่งลักษณ์ เมื่อเราพิจารณาจากระยะห่างระหว่างไหล่ จมูก และฉากหลังในสตูดิโอแล้ว โปสเตอร์ชุดนี้จะมีระดับ "ความลึก" มากกว่าโปสเตอร์ที่มีเส้นขอบฟ้าเป็นฉากหลังของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ โปสเตอร์ของพรรคเพื่อไทยทำให้ยิ่งลักษณ์ดู "สว่างตา" "มีมิติ" และ "ดูสมจริง" มิใช่ภาพของอภิสิทธิ์ ที่ให้อารมณ์เหมือนคัทเอาท์รูปแอร์โอสเตสสาวหน้าเลานจ์ในสนามบิน

ทรง ผมของยิ่งลักษณ์ถูกปล่อยยาวลงมาคลุมแก้มขวา ส่งผลให้ใบหน้าของเธอดูยาวและเป็นเหลี่ยมขึ้น แต่ก็ทำให้ต้องสูญเสียรูปทรงความสวยแบบหน้ากลมไป ผิวหน้าของเธอแลดูบวมเล็กน้อย ซึ่งน่าจะแก้ไขได้ไม่ยากด้วยการจัดแสงหรือใช้เทคนิครีทัช นอกจากนี้ ยิ่งลักษณ์ยังดูมีอายุและมีบุคลิกจริงจังมากกว่ารูปลักษณ์โดยปกติของเธอเอง

ปัจจัยหนึ่งที่ขัดกับบุคลิกมีอายุและจริงจังดังกล่าว ก็คือ ทรงผมของยิ่งลักษณ์ ซึ่งดูยาว ดก และกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกทางโลกย์ ผมด้านบนของเธอถูกเสยขึ้นเล็กน้อยด้วยเจล ขณะที่ด้านปลายถูกดัดม้วน อย่างไรก็ตาม ช่าง ทำผมพยายามออกแบบทรงผมของผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ของพรรคเพื่อไทย ให้แลดูเป็นธรรมชาติ อย่างแตกต่างไปจากทรงผมของบรรดาข้าราชการระดับสูงหรือภรรยานายทหาร ที่ถูกตัดให้สั้น พ่นสเปรย์จนเป็นทรงแข็งตายตัว และถูกคลุมทับด้วยหมวก

กล่าวได้ว่า ภาพของยิ่งลักษณ์ในโปสเตอร์แสดงออกถึงความเป็นผู้หญิงอย่างยิ่ง ความยาวของขดผมบริเวณไหล่ซ้ายของเธอดูเตะตามาก กระทั่งคนขับแท๊กซี่รายหนึ่งถึงกับบอกกับผมว่า ผมของเธอดูยาวเกินไป และน่าจะตัดให้สั้นลงกว่านี้เพื่อจะได้สมกับที่เป็นนักธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ทรงผมผมเช่นนี้มิได้เพียงแค่ทำให้ภาพของยิ่งลักษณ์ดู "มีมิติ" เท่านั้น แต่ยังทำให้คนดูรู้สึกสัมผัสจับต้องเธอได้ด้วย

ยิ่ง ลักษณ์แต่งกายในโทนสีขาวดำ เธอใส่เสื้อเชิร์ตสีขาวและสวมแจ๊กเก็ตสีดำ ปกเสื้อเชิร์ตดูเรียบๆ ส่วนปกเสื้อแจ๊กเก็ตก็ไม่มีลักษณะยับยู่ยี่ ชุดนี้เรียกเป็นเหมือนเครื่องแต่งกายของทนายความมากกว่านักธุรกิจหญิง

ด้าน การแต่งหน้าก็ดูไม่น่าเกลียด ยิ่งลักษณ์ไม่ประดับตกแต่งตนเองด้วยเครื่องยศและอัญมณีใดๆ มีเพียงร่องรอยของต่างหูข้างซ้ายที่สามารถแลเห็นได้อย่างเลือนราง

สารจากเครื่องแต่งกายของยิ่งลักษณ์สื่อความหมายถึง "ความเรียบง่าย" และ "ความจริงจัง"

เมื่อเทียบกับโปสเตอร์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งส่วนใหญ่ โปสเตอร์ของยิ่งลักษณ์ดูจะมี "พื้นที่ว่าง" มากกว่าโปสเตอร์อื่นๆ คืออาจมีพื้นที่ว่างอยู่ราว 15 เปอร์เซนต์ ของพื้นที่โปสเตอร์ทั้งหมด

ขณะที่ข้อความบนโปสเตอร์กลับถูกทำให้ให้มีขนาดเล็ก เพื่อขับเน้นให้ความสำคัญกับภาพถ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ น่าเตะตาที่สุด ก็ได้แก่ การที่ขนาดตัวอักษรของชื่อ "ยิ่งลักษณ์" นั้นเล็กกว่าชื่อของผู้สมัคร ส.ส. รายอื่นๆ ในโปสเตอร์ขนาดเท่า ๆ กัน และนามสกุล "ชินวัตร" ก็ยิ่งถูกย่อให้มีขนาดเล็กลงไปอีก

เทคนิคการตกแต่งภาพโดยรวมของโปสเตอร์นี้ดูค่อนข้างเยือกเย็น และเรียบสงบ ฉากหลังของสตูดิโอเป็นพื้นสีเทา ยิ่งลักษณ์ดูสงบนิ่งและไม่แสดงท่าทางใดๆ รูปลักษณ์ของเธอดูสดใสแต่ไม่ได้มีชีวิตชีวาดังที่เธอเคยแสดงยามปกติ ส่วนข้อความหาเสียงว่า "พร้อมรับใช้พี่น้องประชาชน" ก็ไม่ได้มีลักษณะคุกคามผู้พบเห็น ด้วยพื้นหลังตัวอักษรที่ใช้สีแดงโทนอ่อนกว่าโปสเตอร์หาเสียงแบบอื่นๆ ของพรรคเพื่อไทย

คุณภาพของการถ่ายภาพและทักษะของการนำเสนอที่ปรากฏในโปสเตอร์ชุดนี้ เป็นเครื่องตอกย้ำว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความสำคัญของการสื่อสารและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารด้วยภาพ นอกจากนั้น โปสเตอร์ชุดนี้ยังมีนัยยะเน้นย้ำถึงความร่ำรวยและการประสบความสำเร็จทางธุรกิจของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้อีกด้วย

โปสเตอร์ชุดนี้แสดงภาพแทนของยิ่งลักษณ์ในลักษณะ "เรียบง่าย" แต่ "จริงจัง" ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือ ภาพของเธอดู "สมจริง" "เป็นธรรมชาติ" และ "ใกล้ชิดกับผู้ดูมากพอที่จะสัมผัสจับต้องได้" นี่จึงเป็นการเน้นย้ำอย่างชาญฉลาดว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ นั้นดู "ห่างเหิน" "แข็งทื่อ" และ "มีระยะห่าง" จากประชาชนมากเพียงใด

โปสเตอร์ หาเสียงของอภิสิทธิ์ที่แวดล้อมไปด้วยบุคคลที่มีหน้าตา ยิ้มแย้มแจ่มใสนั้น กลับแลดูหดหู่ตลอดมา กระทั่งอาจสะท้อนถึงความมืดมนในปัจจุบัน ขณะที่โปสเตอร์ของยิ่งลักษณ์กลับแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการสร้างกระแส ประชานิยมผ่านงานทางด้านภาพ

ในส่วนของอารมณ์โดยรวมแล้ว โปสเตอร์หาเสียงของยิ่งลักษณ์ถือว่าเยือกเย็น นิ่งเรียบ และไม่ก้าวร้าว ปัจจัยที่ดูน่าอึดอัดเพียงประการเดียว คือทรงผม ซึ่งสื่อให้เห็นถึง "ความอันตรายของสตรีเพศ"

ทั้ง นี้ นักการเมืองหญิงส่วนใหญ่ในประเทศไทยมักจะตัดซอยผมของตนเองใหัสั้นและคุมทรง ไว้ให้เรียบร้อย เพราะกฎเกณฑ์และประเพณีนิยมของการเมืองไทยนั้น ถูกสร้างขึ้นผ่านการครอบงำทางอำนาจของเหล่าบุรุษเพศในโลกทางการเมือง

แต่ทรงผมของยิ่งลักษณ์กลับดูท้าทายกฎเกณฑ์ดังกล่าวอย่างมีเลศนัย

พวกคุณจะโจมตีทรงผมอันผิดจารีตของยิ่งลักษณ์อย่างไร โดยไม่แสดงท่าทีดิบเถื่อนโหดหีนออกมา?

คน ′วัชโรทัย′ ใต้ปีก ′ทักษิณ′

ที่มา มติชน



(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 26 พฤษภาคม 2554)

ข้อหา "ไม่จงรักภักดี" ของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี นายใหญ่ "พรรคเพื่อไทย (พท.)" คล้ายถูกทำให้จางลง เมื่อปรากฏชื่อ "พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย" ในบัญชีผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 31

เป็น "พ.ต.อาณันย์" ที่เป็นหลานปู่ "พระยาราชโกศาวัชโรทัย (โบ๊ด วัชโรทัย)" พี่ชายของ "พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร" บิดา "แก้วขวัญ วัชโรทัย" เลขาธิการพระราชวัง

ทำให้ "พ.ต.อาณันย์" มีศักดิ์เป็น "หลาน" ของ "แก้วขวัญ"

ในวันที่ตัดสินใจเป็นนักการเมืองในสังกัด "พรรคสีแดง" คนสกุล "วัชโรทัย" เปิดใจว่า ไม่ถือเป็นเรื่องแปลก เพราะก่อนหน้านี้เคยเล่นการเมืองมาแล้ว โดยสังกัดทั้งพรรคประชากรไทย พรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย ทำให้สนิทกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธาน พท. และนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ "พ.ต.อาณันย์" ยังเคยเป็นข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ใน "รัฐบาลไทยรักไทย" มาแล้ว แต่ไม่เป็นที่รับรู้ของสังคมการเมืองมากนัก

"ผม หายหน้าไปเพราะช่วงที่ผ่านมาไม่สบาย เลยต้องรักษาตัวอยู่หลายปี เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นก็อยากกลับมาทำงานการเมือง ซึ่งมองว่าพรรคที่สามารถทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้มีเพียง 2 พรรค แต่เห็นว่านโยบายของ พท.ทำประโยชน์ได้ทันที จึงได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรค 2-3 คน" พ.ต.อาณันย์บอก

เขายืนยันว่า ก่อนมีชื่อปรากฏในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ ไม่มีโอกาสต่อสายตรงถึง "พ.ต.ท.ทักษิณ" และไม่รู้ว่าใครเป็นผู้จัดลำดับ

ทว่า ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเปิดสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ วันที่ 17 พฤษภาคม "ผู้ใหญ่ในพรรค" ได้โทร.มาแจ้งผลการจัดลำดับให้ทราบ เพื่อสะกิดให้เตรียมตัว-เตรียมใจรับ "แรงเสียดทาน" ที่จะตามมา

"ผม บริสุทธิ์ใจที่จะมาทำงาน และคิดว่าเราก็มีแนวทางของเรา ดังนั้น คงไม่มีใครมาว่าในทางที่ไม่ดี ส่วนเรื่องจงรักภักดี คงไม่ต้องไปถามกัน อะไรที่เข้าใจผิด ต่อไปก็เข้าใจถูกต้องกันได้ เราคนไทยรู้หัวใจกันอยู่แล้วว่าอะไรดีหรือไม่ดี"

ก่อนตัดสินใจมาอยู่ใต้ชายคา พท. ได้ปรึกษา "แก้วขวัญ" บ้างหรือไม่?

"พ.ต.อาณันท์" กล่าวว่า "ท่าน แก้วขวัญถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนในสกุล แต่ท่านไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้ เราเป็นเด็ก เราก็ทำของเรา คงไม่กล้าไปรบกวนท่าน แต่ก่อนจะมาก็มีคนมาถามเหมือนกันว่าตัดสินใจดีแล้วหรือ ซึ่งเราก็ตอบไปด้วยเหตุผลที่แท้จริง ผมไม่ได้มาทำอะไรเสียหายให้ตระกูล ผมมาอยู่ตรงนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดี บางเรื่องเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เรามั่นใจว่าตรงนี้ดี เราก็ก้าวไปตามความคิด แต่ถ้าก้าวไปแล้ว มันไม่เป็นอย่างที่คิด ก็ค่อยพิจารณากันอีกทีก็ได้"

ส่วนที่มีการมองกันว่า "สัญญาณพิเศษ" เปิดไฟเขียวถึงกล้ามาอยู่ใต้ปีก "ทักษิณ" ได้นั้น เขาขอปฏิเสธ โดยระบุว่าเป็นเพียงแค่จังหวะหรือบังเอิญ แต่ยอมรับว่าเมื่อคนฟังนามสกุลแล้วอาจจะเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะมีคนเอาไปผูกกัน

นี่คือก้าวแรกในวันแรกของ "วัชโรทัย" ณ พรรคเพื่อไทย!!!

"ยิ่งลักษณ์" หาเสียงตลาดสดที่ขอนแก่นเช้านี้ กองเชียร์ล้นหลาม เมิน "เนวิน" ทำนายชวดเก้าอี้นายกฯ

ที่มา มติชน



เมื่อ วันที่26พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 06.30น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมกับผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ทั้ง 10 เขต ในพื้นที่จ.ขอนแก่น เดินทางออกจากที่พัก เพื่อไปหาเสียงในตลาดบางลำภู ตลาดโบ้เบ้ และตลาดสดเทศบาล 1 ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมาก นำดอกกุหลาบและพวงมาลัยมาต้อนรับอย่างอบอุ่น


น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในวันที่3ก.ค.นี้ ไม่ว่าจะเป็นส.ส.แบบไหน และขอให้พี่น้องประชาชนเก็บพรรคเพื่อไทยไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วย ทั้งนี้ก็อยากเห็นการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ พร้อมกันนั้นก็อยากให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ด้วย เพราะประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน พร้อมทั้งบอกว่าไม่กังวลที่นายเนิวิน ชิดชอบออกมาบอกว่าไม่มีโอกาสนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และเป็นตัวชูของพี่ชายในการสร้างกระแส


ทั้งนี้ บรรยากาศการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยเช้านี้ ได้รับความสนใจจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาซื้อของอย่างล้นหลาม พร้อมกันนั้นได้มีเสียงเชียร์ตะโกนตลอดเส้นทางที่ทีมผู้สมัครส.ส.เดินผ่าน และมีนายดนุพร ปุณณกันต์ ที่เดินทางมาพร้อมกับคณะได้แจกโบชัวร์หาเสียงในครั้งนี้อีกด้วย ก่อนที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินทางต่อไปยังจ.ร้อยเอ็ด

ใครป่วนกันแน่?

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด



โดนวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วบ้านทั่วเมือง นโยบาย "วันแรกทำได้เลย" ของพรรคประชาธิปัตย์

จะเป็นจริงได้หรือ !?

เพราะนโยบายเก่าที่ใช้หาเสียงเมื่อ 2 ปีก่อน

"99วันเราทำได้" ยังทำไม่ได้จริงเลย

ที่ทำได้จริงๆ และทำให้เห็นแล้วก็คือครม.ยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ใช้เวลา "วันเดียว" ทิ้งทวนอนุมัติ 200 กว่าวาระ

วงเงินกว่าแสนล้านบาท !?

ตรงนี้ใครก็เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ทำได้จริงๆ

ในเมื่อประชาธิปัตย์จะชูนโยบายนี้ก็ต้องว่ากันไป

เพราะเวลานี้เข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัวแล้ว

อีก 37 วันจะได้รู้กันแล้วว่าคนไทยจะเชื่อนโยบาย "วันแรกทำได้เลย" ของนายอภิสิทธิ์

หรือจะเลือกนโยบาย "มุ่งแก้ไข ไม่คิดแก้แค้น" ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แห่งเพื่อไทย

แต่ระหว่างช่วงการโหมหาเสียงของทุกพรรคการเมือง

ก็เกิดเรื่องขึ้น เมื่อนายอภิสิทธิ์โวยวายว่าโดนคนเสื้อแดงตามป่วน ตามราวี

แบบว่าเรียกคะแนนสงสาร

แต่พอย้อนไปดูเหตุการณ์ "ป่วน" ที่พรรคประชาธิปัตย์หยิบยกมาเป็นข้ออ้าง

ก็เป็นเรื่องที่หญิงสาวชาวนครปฐมคนหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเสื้อแดงที่คอกวัวเมื่อเดือนเม.ย.53

เดินเข้าไปลำพัง ฝ่าทีมรปภ.นับร้อยคนที่อารักขานายอภิสิทธิ์หาเสียงอยู่

เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์รับผิดชอบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อการกระชับพื้นที่ครั้งนั้น

เพราะเห็นว่าเป็นคำสั่งโดยตรงจากนายอภิสิทธิ์ในฐานะผู้นำรัฐบาล

เป็นข้อเรียกร้องของลูกผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป็นตัวแทน 92 ศพ

ไม่ได้ยกโขยงไปขัดขวางการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์เลยด้วยซ้ำ

ก็ยังสงสัยว่าแล้วมันไปป่วน-คุกคามตรงไหน

แต่กลับมีอีกเหตุการณ์ที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน

เมื่อทีมหาเสียงของส.ส.แบ่งเขตของพรรคเพื่อไทย เดินหาเสียงอยู่ที่ตลาดสดกิ่งจันทร์ ย่านบางคอแหลม กทม.

ปรากฏว่ามี "คุณหญิง" คนหนึ่งเป็นภริยานายพล ซึ่งมีบ้านพักในละแวกนั้น

ยืนด่าทอ ก่อนตบหน้าหญิงสาวคนหนึ่งในทีมหาเสียง

จนสุดท้ายผู้เสียหายต้องขึ้นโรงพักแจ้งความจับข้อหาทำร้ายร่างกาย

เหตุการณ์นี้จะด้วยเหตุผล ไม่ชอบ เกลียดชัง หรือเชียร์ใคร ก็ตาม

แต่มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นจริง !!

ลองเอา 2 เหตุการณ์มาเปรียบเทียบ

จะรู้ได้ทันทีว่าใครกันแน่ที่ถูกคุกคาม !

มาร์ค-แม้วตรงกัน รุมตื้บ"เน" ปูโชว์-รูดปื๊ดชาวนา

ที่มา ข่าวสด




บัตรชาวนา - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำทีมพรรคเพื่อไทย เดินทางไปหาเสียงที่จ.ร้อยเอ็ด พร้อมเปิดตัวครั้งแรก"บัตรเครดิตชาวนา" ซึ่งเป็นนโยบายที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คิดขึ้นมา เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับชาวนา เมื่อ 26 พ.ค.

แถลงนโยบายกลางทุ่ง ปชป.ยันไม่มีธรรมเนียม แพ้เลือกตั้งหน.ลาออก ปรับ500-คุณหญิงมือตบ


ปูขอให้ฟังประชาชนตัดสินใจ

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่าทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่มีใครได้เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง ว่า คงต้องให้ประชาชนตัดสิน ในวันที่ 3 ก.ค. ไม่ว่าจะยิ่งลักษณ์ หรืออภิสิทธิ์ ต้องเคารพการตัดสินของประชาชน

เมื่อ ถามว่าหากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งอันดับ 1 จะเปลี่ยนตัวว่าที่นายกฯหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ว่าเป็นใคร ก็อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ประเทศบอบช้ำมากแล้ว อยากให้ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของประชาชน

เมื่อถามว่าจากเหตุความ รุนแรงถึงขั้นตบกันในการหาเสียงที่กทม. จะต้องเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ตำรวจเข้ามาดูแลระมัดระวังไม่ ให้เกิดเหตุ อยากเชิญชวนให้ทุกฝ่าย ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งตนเสียใจกับเหตุการณ์ไม่อยากให้เกิดขึ้น

แม้วบอกเนเอาตัวเองให้รอดก่อน

นาย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีนายเนวิน ว่า ไม่น่าแปลกใจที่นายเนวินจะพูดเช่นนี้ แต่เพื่อไทยยืนยันว่าหากชนะการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นนายกฯ ล้านเปอร์เซ็นต์ พรรคต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และในการหาเสียงเลือกตั้งได้ชูน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ แล้ว เสมือนว่าประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ด้วย

นายนพดล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพ.ต.ท. ทักษิณ มองว่านายเนวิน อย่าตั้งตัวเป็นผู้บงการการเมืองของประเทศ วันนี้ประชาชนเข้มแข็ง ดังนั้นอย่าไปดูถูกสติปัญญาของประชาชน นายเนวินควรที่จะไปสนใจในพรรคภูมิใจไทยดีกว่า อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่นเขา เอาตัวเองให้รอดก่อน

ที่จ.ร้อยเอ็ด นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีความมั่นใจว่าพรรคจะชนะ และถ้าได้เสียงข้างมากแล้วไม่ได้เป็นรัฐบาลมันก็วิปริต ส่วนกรณีนายเนวิน ทำนายว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะแต่ไม่ได้เป็นนายกฯ ถ้านายเนวิน ทำนายอย่างนี้หมอดูทั้งหมดก็ตกงานหมด นายเนวินรู้จักมันสมองของพ.ต.ท.ทักษิณ แค่ไหนหรือ

พท.ยันหนุนยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ

เวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แถลงว่า กรณีที่นายเนวินให้สัมภาษณ์และคาดการณ์ ว่า พรรคยืน ยันว่าจะให้การสนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็น นายกฯ เพราะไม่มีหลักคิดใดที่พรรคจะเอาบุคคลอื่นเป็นนายกฯ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าถ้าเลือกเพื่อไทยได้เป็นเสียงอันดับหนึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นนายกฯ หญิงคนแรกแน่นอน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนการให้สัมภาษณ์ของนายเนวิน มองว่าต้องการสกัดกระแสความนิยมของเพื่อไทย เพราะเห็นว่าโพลในอีสาน กทม.และภาคอื่นๆ มีคะแนนนำคนอื่นรวมทั้งนายอภิสิทธิ์ จึงให้ข่าวสกัด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าไปเชื่อข่าวที่ออกมาจากการคาดการณ์ของคนที่มีส่วน ได้เสียทางการเมือง เป็นการจินตนาการไปเอง

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ตนได้เจอและพูดคุยกับนาย ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระหว่างการเดินทางไปออกโทรทัศน์ช่องหนึ่ง นาย ศุภชัย บอกกับตนว่าแกนนำพรรคประเมินกันแล้วว่าประชาธิปัตย์จะได้เพียง 160 เสียง ทำให้ภูมิใจไทยกลัวว่าเพื่อไทยจะไม่รับให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตนบอกไปว่าภูมิใจไทยเป็นผู้ก่อเหตุความบาดหมางและทำให้ความบาดหมางรุนแรงมาก ขึ้น จึงช่วยไม่ได้หากสุดท้ายจะเป็นอย่างที่นายศุภชัยพูด

อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิ้ก ข่าวสด

เปิดเอกสาร‘ไก่อู’ยอมความคดีผังล้มเจ้า

ที่มา ข่าวสด


  • ภาพ : พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด





  • จาก กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดแถลงข่าวที่ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กทม. ระบุว่า พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะอดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ลงนามยอมความต่อศาลอาญายอมรับว่า ผังล้มเจ้าของศอฉ. ซึ่งมีชื่อนายสุธาชัยรวมอยู่ด้วยนั้นเป็นเพียงการดำเนินการตามความเชื่อ ปราศจากหลักฐาน และยอมรับด้วยว่า บุคคลที่ถูกกล่าวหาในผังล้มเจ้าไม่ได้หมายความว่าอยู่ในขบวนการล้มเจ้า แต่สื่อนำไปขยายผลขยายความต่อเอง ทำให้นายสุธาชัยในฐานะผู้เสียหายในคดีนี้ยอมถอนฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ. จำเลยที่ 2 และพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด จำเลยที่ 3

    ความ คืบหน้า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความนายสุธาชัย เปิดเผยว่า คดีนี้นายสุธาชัยถอนฟ้องตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2554 แต่สาเหตุที่เพิ่งเปิดแถลงข่าววานนี้ เนื่องจากเพิ่งได้สำเนารายงานกระบวนพิจารณาฉบับจริง

    สำหรับ เนื้อหาการแถลงยอมความของพ.อ.สรรเสริญ ในฐานะจำเลยที่ 3 มีรายละเอียดบางส่วนดังนี้ คดีหมายเลขดำที่ อ.1529/2553 ผู้พิพากษาศาลอาญาออกนั่งพิจารณาคดีเวลา 09.30 น. วันที่ 22 มี.ค. 2554 นัดพร้อมเพื่อประนอมข้อพิพาท หรือนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทแล้ว จำเลยที่ 3 แถลงว่า

    “ประการที่หนึ่ง ศอฉ. ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการจ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

    “ประการ ที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โทรศัพท์มาสั่งการศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานับประการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ. มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็นเช่น ไร นอกจากนั้นแล้ว ศอฉ. ได้ขยายความลงไปเพราะว่าทางราชการมีหน่วยงานทางด้านความมั่นคงที่สำนักนายก รัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของขบวนการที่จ้องจะ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอดจึงนำข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้มาประกอบ เพื่อใช้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคม

    “ประการที่สามในช่วงเวลา เช้าของวันเกิดเหตุข้าฯได้แถลงข่าวให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าไม่เป็นความจริงตามข้อมูลที่พยายามกล่าวหาใส่ร้ายท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โดยแถลงกำกับตอบไปด้วยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้านั้น ในขณะนั้นมีคุณดาตอร์ปิโดกับคุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งทั้ง 2 คนนี้มีหมายจับแล้ว ในช่วงเวลาเย็นเกิดจากการประชุมในช่วงบ่ายของศอฉ. ได้มีมติของศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อักษรอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สังคมพิจารณา

    “ข้าฯ ได้รับมอบหมายให้นำเอกสารเหล่านั้นไปแจกแก่สื่อมวลชน ซึ่งเอกสารที่ไปแจกนั้น ศอฉ. มิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยวข้องในฐานะอยู่ในขบวนการ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสารว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

    “แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่อง ราวต่างๆ เหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนผังดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหายจากมุมมองของสังคม เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสิน ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยายความใน ทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ. ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา”

    ด้าน นายสุธาชัย โจทก์ แถลงว่า “เมื่อได้รับฟังข้อเท็จจริงจากจำเลยที่ 3 เช่นนี้แล้ว จึงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสามอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม”

    ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และอนุญาตให้คู่ความคัดถ่ายรายงานกระบวนการพิจารณาฉบับนี้ได้ตามคำขอ

    คลิกอ่านข่าวเก่าประกอบ : วิพากษ์ผัง"ล้มเจ้า"ฉบับศอฉ.,จิ๋วไม่รอหมาย บุก"ศอฉ." โต้ข้อหาล้มเจ้า , เปิด "เครือข่ายล้มเจ้า" ของ ศอฉ. , อาจารย์ จุฬาฯฟ้องมาร์ค-เทือก-สรรเสริญใส่ร้ายล้มเจ้า

    ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 27/05/54 ไม่ให้อันธพาลครองเมือง..แต่คนสั่งฆ่า 91 ศพยังลอยนวล

    ที่มา blablabla

    โดย

    ภาพถ่ายของฉัน

    .

    มุ่งใส่ร้าย ป้ายสี ตีกระทบ
    เลวบัดซบ กว่านี้ มีอีกไหม
    แต่ละคำ สำราก ปากจัญไร
    เห็นแก่ได้ ใจสกปรก นรกเมิน....

    กี่สิบปี ผ่านมา น่าสมเพช
    นามพรรคเปรต ไร้สัตย์ ไม่ขัดเขิน
    ปากพาที แต่ใจทราม หยามเหลือเกิน
    กี่ยับเยิน เห็นกันมา ถ้วนหน้ากัน....

    เขาทวงถาม ยุติธรรม ย้ำ..คนผิด
    แสร้งจริต ปากหมา ช่างน่าขัน
    ทำจีบปาก จีบคอ จ้อรายวัน
    ไม่สร้างสรรค์ แต่โสมม สมพวกเลว....

    ใครกันแน่ อันธพาล สันดานต่ำ
    ใครระยำ ดีแต่พูด ฉุดลงเหว
    ใครทำให้ ร้อนรุ่ม ดั่งสุมเปลว
    ใครแหลกเหลว สับปลับ ปากอัปรีย์....

    คิดแต่เรื่อง ริษยา พาแต๋วแตก
    เลยไม่แปลก พวกคนพาล สามานย์นี้
    แต่ละคำ พูดเชือดเฉือน เหมือนตนดี
    ที่แท้มี แต่น้ำเน่า สมเล่าลือ....

    จงสั่งสอน พวกชั่ว ตัวอุบาทว์
    สิ้นอำนาจ ขาดไป อย่าได้หือ
    สิทธิ์ของท่าน นั่นไง อยู่ในมือ
    ให้..เลื่องชื่อ ให้..คนดี ให้..มีชัย....

    ๓ บลา / ๒๗ พ.ค.๕๔