WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, June 1, 2011

แฉจะๆ ประชุมครม.นัดสุดท้าย สุดมั่ว "ชินวรณ์" แจ้นเลขาธิการครม.แก้ไขด่วน ถูกอาจารย์จวกยับ!

ที่มา มติชน




ครม.นัดสุดท้าย


แก้ไขด่วน

การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายของรัฐบาล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีะ" เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ก่อนยุบสภา

เป็น การประชุมที่ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมง เพื่ออนุมัติ วาระสำคัญเพื่อพิจารณา 102 เรื่อง และอนุมัติวาระจร อีก 53 เรื่อง รวมแล้ว 155 เรื่อง

เป็นการประชุมที่ยาวนานที่สุด และเป็นการประชุมนัดที่ถูกวิจารณ์ที่สุดว่า เป็นการทิ้งทวนงบหลายหมื่นล้าน บ้างว่ากว่าแสนล้าน

แต่ที่แน่ๆ เป็นการประชุมที่ขาดความละเอียดรอบคอบ เพราะเป็นการพิจารณาแบบ ลวกๆ และมักง่ายที่สุด


ล่า สุด มติครม. แบบรูดปื๊ดๆ ได้กลายเป็นปัญหาแล้ว เมื่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ต้องรีบทำหนังสือด่วนถึงเลขาธิการครม. เพื่อขอแก้ไขมติครม. เป็นการด่วน หลังจากโดนอาจารย์มหาวิทยาลัยอัดยับว่า มักง่าย และมั่วสิ้นดี !!!


หนังสือด่วน ของ"ชินวรณ์" ระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งว่าคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ได้อนุมัติวงเงินเพิ่มเพื่อใช้ในการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงาน มหาวิทยาลัยที่จ่ายค่าตอบแทนด้วยเงินงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วน ราชการและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยให้ใช้เงินจากรายได้ของมหาวิทยาลัยในวงเงินรวม 397.21 ล้านบาท

และให้กระทรวงศึกษาธิการขอทำความตกลงรายละเอียดกับสำนักงบประมาณก่อนดำเนินการต่อไป ตามความแจ้งแล้วนั้น


เพราะเหตุที่ มติครม. มีผลผูกพันส่วนราชการ ดังนั้นเมื่อ มติครม. บกพร่อง ส่วนราชการที่ได้รับผลกระทบจากมติครม.ที่ผิดเพี้ยน ย่อมนิ่งเฉยไม่ได้

ก่อนหน้านี้ นายชินวรณ์ ได้ชี้แจงการขอปรับอัตราค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยที่จ่ายค่า ตอบแทนด้วยเงินงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการและมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐในวงเงินรวม 397.21 ล้านบาท โดยขอใช้จากเงินงบกลาง

เพราะ พนักงานมหาวิทยาลัยก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานในฝ่าย บริหาร ควรได้รับการปรับอัตราค่าจ้างเช่นเดียวกับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้ว ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบด้วย โดยไม่มีข้อทักท้วงใดๆ

แต่หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วน ที่สุด ที่ นร 0505/12604 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 กลับแจ้งมติไม่ตรงกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อภิปราย


ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 ได้พิจารณาหนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ได้แจ้งมติคณะรับมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินเพิ่ม เพื่อใช้ในการปรับค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยที่จ่ายค่าตอบแทน โดยเงินงบประมาณของสถาบันที่เป็นส่วนราชการและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยให้จ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยในวงเงินรวม 397.21 ล้านบาท และให้กระทรวงศึกษาธิการขอทำความตกลงรายละเอียดกับสำนักงบประมาณนั้น


ก.พ.อ.เห็นว่า การจดบันทึกมติคณะรัฐมนตรีอาจจะเกิดความคลาดเคลื่อน เพราะ การปรับเงินเดือน การกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายของพนักงานมหาวิทยาลัยจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย นั้น เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว โดยไม่ต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณอีก

นอก จากนี้ ในพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหลายฉบับ ที่ได้ตราในปี พ.ศ.2551 ต่างก็บัญญัติรองรับในเรื่องการปรับเงินของพนักงานมหาวิทยาลัยไว้อย่าง ชัดเจนว่า ในกรณีที่รัฐบาลได้ปรับเงินเดือนให้ราชการค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใด ให้แก่ราชการ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่ มหาวิทยาลัยในสัดส่วนเดียวกันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้พนักงาน มหาวิทยาลัยด้วย


จากข้อเท็จจริงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการได้แจ้งในที่ ประชุม ก.พ.อ. ประกอบกับเหตุผลที่ ก.พ.อ. ได้อภิปรายดังกล่าว ก.พ.อ. เห็นว่า หนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/12604 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 ที่แจ้งมติคณะรัฐมนตรีนั้น น่าจะเกิดความคลาดเคลื่อนในการจดบันทึก จึงแนะนำ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบถึงความคลาดเคลื่อนและบันทึกให้ถูกต้อง


เอา เข้าจริง การประชุมครม. ที่ผ่านมา ไม่มีการบันทึกรายงานการประชุม อย่างละเอียด มีเพียงมติครม. สั้นๆที่เผยแพร่หลังการประชุมเท่านั้น


ปัญหาคือความผิดพลาดบกพร่องแบบจะๆ ที่เกิดขึ้นเกิดจาก ครม. เบลอ

หรือ เลขาธิการครม. บันทึก มั่ว กันแน่ ????

ทีมงานลับ-แผนลึก-สคริปต์แน่น ยุทธวิธีปั้น "ยิ่งลักษณ์" ปูทาง "ทักษิณ" กลับบ้าน

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ



คอลัมน์ เลือกตั้งรัฐบาล 2554




กระแส "ยิ่งลักษณ์-เป็นนายกฯหญิง" ถูกปั่นจนติดเพดานด้วยทีมงานคุณภาพ

ครึ่งหนึ่งของทีมปั้น "ยิ่งลักษณ์" เป็นคนการเมืองที่เคยปั้น "ทักษิณ ชินวัตร" ส่งถึงทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว

ทุกจังหวะก้าว-จังหวะพูดของ

"ยิ่งลักษณ์" จึงมีทั้งทีมงานเขียนสคริปต์ ทีมงานสร้างภาพลักษณ์ และทีมเสริม

ที่เป็นนักการเมืองระดับสายตรง "ทักษิณ" 24 ชั่วโมง ครบทีม

กว่าชื่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" จะได้เป็นปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 ทีมงานส่วนตัว "ทักษิณ" มีชื่อให้เลือก 4 ชื่อ

ชื่อแรก สายตรงยิ่งกว่าตรง ชื่อ

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ แต่มีอันต้องตกไป เพราะเจ้าของชื่อไม่ประสงค์ลงสนามการเมืองอีก

ชื่อ ที่สอง สายใน ชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ แต่ต้องหลุดออกจากโผ เพราะปัญหาเรื่องความ "เกรงใจ-ในฐานะพี่ภริยา" หากได้เป็นใหญ่จะสั่ง-บังคับบัญชายาก

สุดท้ายจึงมีชื่อ "ยิ่งลักษณ์" เพราะเป็นน้องที่ "ทักษิณ" รักที่สุด การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งทุกตำแหน่งคาดการณ์ ทำนายผลได้

ข้อเสนอ-เหตุผลแนบท้ายชื่อของ

"ยิ่ง ลักษณ์" จึงมีนัยว่า หากน้องสาวทำงานการเมืองได้ดี ก็จะผลักดันให้สูงสุดถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แต่หากกระแสไม่เอื้อ จะ "ถอน" ออกจากตำแหน่ง สลับกับคนอื่น น้องสาวก็ไม่โกรธ ไม่มีปัญหาระดับพรรค มีเพียงปัญหาในครอบครัว

ชื่อ "ยิ่งลักษณ์" จึงถูกสรุปด้วยบรรทัดเดียว "ชื่อนี้ได้ประโยชน์กับทุกฝ่าย"

ชื่อที่ตกคุณสมบัติตั้งแต่ต้นคือ ชื่อ "ดร.วีรพงษ์ รามางกูร" โดยมีเหตุผลและปัญหาแนบท้าย 3 ข้อใหญ่

ข้อแรก "ทักษิณและคณะ" เกรงว่า

ชื่อ นี้จะถูกกระตุกจากผู้มีบารมีใหญ่ใน "บ้านเทเวศร์" แล้วจะทำให้จังหวะการเมืองมีปัญหาซ้ำรอย สมัยที่จะโน้มน้าวให้ "พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ" ที่เจรจา "จบ" แล้ว แต่ถึงเวลาสถานการณ์ก็เปลี่ยน

ข้อ สอง หากนำชื่อ "ดร.โกร่ง" เข้าแผนเพื่อไทย อาจซ้ำรอยสมัยพลังประชาชน ที่ยากแก่การควบคุมทิศทางในรัฐบาล และการจัดตัว-วางตำแหน่งข้าราชการระดับสูง ให้เป็นตามทิศทางของพรรคและทักษิณ

ข้อสาม หากนำชื่อคนนอกพรรคมาเป็นหมายเลข 1 แล้วเกิดกระแสปั่นป่วนในพรรค จะทำให้เกิดความระส่ำระสาย มีปัญหาตั้งแต่จัดการเลือกตั้งไปจนถึงจัดรัฐบาล ไม่จบสิ้น

เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นระดับสงครามครั้งสุดท้าย ทุกจังหวะก้าว-จังหวะคิด ทุกเม็ด ทุกเสียงของ

"ยิ่งลักษณ์" จึงมีความหมาย

ภารกิจส่ง "ยิ่งลักษณ์" ที่ทำเนียบรัฐบาล จึงต้องเป็นไปตามสคริปต์

ทุกชอต ทุกเวที

บท พูดกับสื่อ-บทปราศรัยกับชาวบ้าน-บทตอบคำถามระดับสัมภาษณ์พิเศษ หรือสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า จึงถูกกำหนดด้วยคีย์เวิร์ดหลัก จำง่าย โดนใจ กว้าง ๆ ไม่เฉพาะเจาะจง

สคริปต์-สำหรับการปรากฏตัวทางการเมือง แถลงข่าวครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทย จงใจใช้คำ "แก้ไข ไม่แก้แค้น"

ตามด้วยบทพูดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมเรื่องนิรโทษ-ปรองดอง ภายใต้สคริปต์ที่ทีมงานกำหนดไว้ 45 นาที

แต่ "ยิ่งลักษณ์" พูดได้เพียง 15 นาทีเท่านั้น

1 ในทีมงานคุณภาพที่กำกับเนื้อหาสคริปต์ มีชื่อ จาตุรนต์ ฉายแสง อยู่เบื้องหลัง

1 ในทีมงานสร้างภาพที่กำกับจังหวะการปรากฏตัวกับสื่อ มีชื่อ "สุทิษา ประทุมกุล" อดีตทีมประชาสัมพันธ์คู่หู "สุรนันทน์ เวชชาชีวะ" เจ้าของผลงาน

วิทยานิพนธ์เรื่อง "กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ของพรรคไทยรักไทยในภาวะวิกฤตการเมืองปี 2549" ประกบติดตัวแทบทุกชั่วยาม

ประกบกับทีมงานประชาสัมพันธ์ที่มีชื่อ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล จากตึกชินคอร์ป อยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่าง

ทีมงานที่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา "ปรับปรุง" เป็นทีมงานการเมืองที่มี นายสมชาย นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ กำกับการแสดง

ทีมงานวอลเปเปอร์กำลังจะถูกโละทิ้ง-ถอนออกในเร็ว ๆ นี้ มีชื่อ "สุนีย์ เหลืองวิจิตร"

ทีมงานที่ "ทักษิณ" ปรารถนาให้อยู่ใกล้เป็นวอลเปเปอร์แบบติดทน-ถาวร เป็นทีมที่ "ทักษิณ" ส่งข้อความมาถึง

ทีมงานว่าต้องเป็น "economic team"

ทีม งานเศรษฐกิจที่ "ทักษิณ" ต้องการให้ปรากฏตัวรอบกาย "ยิ่งลักษณ์" มี 3 ชื่อ 1.ดร.โอฬาร ไชยประวัติ 2.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช 3.นายพิชัย นริพทะพันธ์

ส่วนชื่อ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" ไม่มีอยู่ในทีมวอลเปเปอร์เศรษฐกิจ แต่ให้อยู่ในทีมวอลเปเปอร์บนเวทีปราศรัยใน

หัวเมืองใหญ่

หลังเปิดตัว-ปราศรัยไปแล้ว 25 วัน 10 เวที ทั้งเวทีหลัก เวทีย่อย "ทีมงานยุทธศาสตร์" ขอปรับปรุง และต่อยอด ติวเข้ม 3 เรื่อง

เรื่อง แรก การปราศรัยเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ถูกเขียนสคริปต์ใหม่เป็นแนวเปรียบเทียบด้วยคีย์เวิร์ด "เลือกประชาธิปัตย์ ข้าวยากหมากแพง เลือกเพื่อไทย อยู่ดีกินดี"

เรื่องที่สอง ปัญหาการเมืองเรื่องนิรโทษกรรม "ทักษิณและคณะ" ถูกปรับใหม่ จากเดิมพูดปัดพ้นตัวไปว่า ให้เป็นหน้าที่ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ทำให้ถูกโจมตีจากทั่วสารทิศ

คำแก้ไขประกาศของ "ยิ่งลักษณ์" สอดรับกับทีมงานยุทธศาสตร์ ที่รับคำสั่งจาก "ทักษิณ" มาถ่ายทำ-อีกทอด ด้วยการเตรียมเปิดประเด็น "นิรโทษด้วยรัฐธรรมนูญ" แบบจัดเต็ม

ดังนั้น หลังจากนี้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องติวเข้ม 2 เรื่องคือ เศรษฐกิจ และกฎหมาย ฉบับฟังง่าย-ไม่ถูกนำไปตีความ

การบริหารเรตติ้งที่พุ่ง-พีกติดเพดานก่อนเวลาอันควร จึงต้องใส่ "เนื้อหา" เพิ่ม เพื่อดึงกระแสให้ต่อเนื่องจนถึงเลือกตั้ง

ทีมงานจึงแบ่งตารางเวลาที่เหลือเป็น 2 ระยะ

ระยะแรก 20 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง จะให้ "ยิ่งลักษณ์" เร่งพูดเนื้อหา-ลง

รายละเอียดแนวทางการนำนโยบายเศรษฐกิจไปปฏิบัติ และแตะเนื้อหาภาพรวมเศรษฐกิจใน-ต่างประเทศ

สคริปต์ นี้ทีมงานยุทธศาสตร์วิเคราะห์วิธีการว่า จะต้องให้ "ยิ่งลักษณ์" ปราศรัยก่อน "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ทุกเวที เพื่อเพิ่มความสำคัญ-เพิ่มดีกรีความจริงจังให้กับเรื่องเศรษฐกิจเพียว ๆ ด้วยคำสั่ง "ส่งให้ยิ่งลักษณ์เด่น ไม่เน้นตลก"

ระยะที่สอง 15 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง จะให้ "ยิ่งลักษณ์" ประกาศแผน

"ปรองดอง" เป็นบันได 3 ขั้น ให้ทักษิณได้กลับเมืองไทย คือ บันไดขั้นแรกชนะเลือกตั้ง ขั้นที่สองได้จัดตั้งรัฐบาล ขั้นที่สามได้รับการนิรโทษกรรม

สคริปต์-แผนปรองดองอันแยบยล ถูกตระเตรียมไว้ 4 ขั้นตอน คนได้ประโยชน์มี 3 กลุ่ม

ขั้นตอนแรก ประกาศนิรโทษให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างประชาชนกับประชาชนที่ปะทะกันเพราะอุดมการณ์เหลือง-แดง ทุกกรณี

ขั้น ตอนที่สอง ให้นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ 5 ปี จากไทยรักไทย 111 คน และจาก 3 พรรค รวม 109 คน พ้นโทษ กลับสู่สนามการเมืองได้ โดยจะแนบเหตุผลเรื่องไม่ต้องรับมือกับการปั่นป่วนจนเกิดการเลือกตั้งใหม่

ขั้น ตอนที่สาม ขอให้มีกระบวนการลดหย่อนโทษให้ "ทักษิณ" ในคดีซื้อที่ดินรัชดาภิเษก โดยตั้งเป้ากรณีเลวร้ายที่สุดคือ กลับเมืองไทยแล้ว "รอลงอาญา"

ขั้นตอนที่สี่ ประกาศแผนแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ที่บัญญัติว่า

"บรรดา การใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณี

ดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้"

มาตรา นี้ส่งผลทางการเมืองกว้างขวาง แนบเนียน อย่างน้อยก็ทำให้การกระทำหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยปริยาย

ทีมงานคุณภาพ วิเคราะห์สาเหตุที่ต้องประกาศแผนปรองดองช่วง 15 วัน โค้งสุดท้ายก่อนโหวต รู้แพ้-รู้ชนะ ว่า "เพราะต้องการให้กองทัพ-ข้างบน-คนชั้นสูง วางใจในฝ่ายทักษิณ"

คำประกาศใต้ดินที่ "ทักษิณ" ขอความไว้วางใจจากฝ่ายเจ้าของอำนาจเก่า คือ "ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะให้กองทัพเลือกกันเอง"

ตำแหน่งใหญ่ในฝ่ายความมั่นคง เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีการเขียนชื่อเป็นตุ๊กตาให้เลือก 2-3 คน

ทั้ง 2 ตำแหน่ง ต้องทำงานเข้ากันได้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

แหล่ง ข่าววงในทีมยุทธศาสตร์วิเคราะห์ตรงกันว่า "นาทีนี้ทุกฝ่ายอำนาจเชื่อว่าเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง แต่ทุกคนไม่มั่นใจว่าจะได้จัดตั้งรัฐบาล

ดังนั้นทักษิณต้องส่งสัญญาณให้ทุกฝ่ายมั่นใจ และจัดการเลือกตั้งให้ชนะ

ประชาธิปัตย์เกิน 10 เสียง"

ทางหนึ่ง เอาเสียงชนะขาดไว้ต่อรองกับกองทัพ-ชนชั้นสูง และผู้มีบารมี

ทางหนึ่ง หากเสียงชนะขาด จะทำให้ขึ้นบันไดครบ 3 ขั้น ชนะเลือกตั้ง ได้จัดรัฐบาล และได้นิรโทษ

ตัวเลขชนะขาด ล่าสุดเพื่อไทยยังยืนอยู่ได้ในระดับ 240-250 ขณะที่

ประชาธิปัตย์มีเสียงล่วงหน้า 170-180 เสียง ฝ่ายชาติไทยพัฒนา 30 เสียง

และชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 20 เสียง ตามลำดับ

เสียงที่เพื่อไทยไม่ใส่ใจยังเป็น 40 เสียง ที่คาดว่าภูมิใจไทยจะได้ครอบครอง

สคริปต์ของ "ยิ่งลักษณ์" แผนลับของ "ทักษิณ" นับวันจะเข้าใกล้ทั้งความจริง และความเสี่ยง !

ทีมงานลับ-แผนลึก-สคริปต์แน่น ยุทธวิธีปั้น "ยิ่งลักษณ์"นั่งนายกฯหญิง ปูทาง "ทักษิณ" กลับบ้าน !!

ที่มา มติชน









กว่าชื่อของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" จะได้เป็นปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 และว่าที่นายกฯหญิงคนแรก มีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา

ครึ่งหนึ่งของทีมปั้น "ยิ่งลักษณ์" เป็นคนการเมืองที่เคยปั้น "ทักษิณ ชินวัตร" ส่งถึงทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว

รู้หรือไม่ว่ากว่าจะลงตัวที่ชื่อของ"ยิ่งลักษณ์" มีอีก3ชื่อถูกหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะ

แต่ทำไมชื่อของ"ยิ่งลักษณ์"จึงสมประโยชน์กับทุกฝ่าย และทำไมชื่อของอีก3คนจึงตกไป และไปเกี่ยวอะไรกับ"ผู้มีบารมี"

ทำไมเวลาปราศรัยใหญ่ "ยิ่งลักษณ์" จึงพูดน้อย ไม่กี่นาที ?


รู้ หรือไม่ว่า เบื้องหลังทีมงานคุณภาพ มีทั้งทีมงานเขียนสคริปต์ ทีมงานสร้างภาพลักษณ์ และทีมเสริม ที่เป็นนักการเมืองระดับสายตรง "ทักษิณ" 24 ชั่วโมง ครบทีม และมีใครบ้าง

จากนี้ไปจะทำงานแต่ละฝ่ายกันอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น !

คลิกอ่านรายละเอียด

2011-05-31 ตีสิบ เทคนิคโกงไพ่ เซียนมาเองเผยกลเม็ด

ที่มา thaifreenews

โดย Tuxedo

2011-05-31 ตีสิบ เทคนิคโกงไพ่ เซียนมาเองเผยกลเม็ด

เด็จพี่ขู่ฟ้องกกต.ไม่ถอด'คลายปม'

ที่มา ข่าวสด

วัน ที่ 31 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แถลงว่า หลังจากยื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ระงับรายการ "คลายปม" และรายการ "เจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพราะมีเนื้อหาค่อนข้างทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ใส่ร้ายโจมตีทางการเมือง และส่งผลเสียต่อคะแนนเสียงของพรรค อาจทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181(4) อีกทั้งขัดต่อสัตยาบัน 5 ข้อ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า แต่ กกต.ยังไม่มีมาตรการป้องปรามใดๆ ทั้ง 2 รายการ ยังคงออกอากาศได้เหมือนเดิม ถือเป็นการกระทำที่น่าละอาย สังคมควรร่วมกันประณาม หาก กกต.ยังคงเพิกเฉย อาจถูกมองว่าเป็นเสือกระดาษได้ ทีมกฎหมายจะหารืออีกครั้งว่าการทำหน้าที่ของ กกต.ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นอกจากนี้ พรรคก็เตรียมฟ้องร้องต่อศาลโดยตรงไปยังรายการและผู้ที่เกี่ยวข้อง

เอเอฟพีทำสกู๊ปยิ่งลักษณ์ ท้าชิงเก้าอี้นายกฯ ต้านรัฐประหาร

ที่มา ข่าวสด









เมื่อ วันที่ 1 มิ.ย. สำนักข่าวเอเอฟพี ประเทศฝรั่งเศส นำเสนอสกู๊ปพิเศษเรื่องราวและบทสัมภาษณ์พิเศษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เขียนโดยนายดาเนียล รู้ก ในหัวข้อว่า "น้องสาวทักษิณชิงตำแหน่งนายกฯ หญิงคนแรก เรียกร้องอย่ามีรัฐประหารอีก"

รายงานระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนักธุรกิจหญิงที่รูปร่างหน้าตาดี เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งและอายุห่างจากพี่ชาย 18 ปี เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ที่เข้าสู่สนามการเมืองในช่วงเวลาที่เกิดความแตกแยก มีคนตายเกิน 90 ศพและเจ็บกว่า 1,900 รายในเหตุรุนแรงทางการเมืองปีที่แล้ว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ความเห็นว่า การรัฐประหารคงจะไม่เกิดขึ้นอีก และหวังว่าจะไม่มีอีก ต้องทำให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของประชาชน ตอนนี้ประเทศไทยถอยหลังมา 4-5 ปีแล้ว ประชาชนต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแข่งกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งโพลสำรวจคะแนนนิยมพบว่า พรรคของน.ส.ยิ่งลักษณ์มีแต้มนำ อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของนายไมเคิล มอนเตซาโน จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ที่สิงคโปร์ คาดการณ์ว่า พรรคเพื่อไทยคงไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ยิ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนในตระกูลเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งทำให้โอกาสน้อยลงไปอีก

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงความชัดเจนในการเลือกพรรคการเมืองมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งว่า คงต้องรอดูผลการเลือกตั้งก่อน และอยากให้ทุกฝ่ายใจเย็น เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ส่วนที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุว่าพรรคเพื่อไทย มีมติจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยนั้น คงต้องหารือกันอีกครั้ง เพราะต้องรอดูว่าพรรคการเมืองไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งตอนนี้พรรคเพื่อไทยคงต้องลงพื้นที่หาเสียงให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือก ตั้งก่อน

เมื่อถามถึงกรณีที่คนเสื้อแดงติดตามขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างการเดินสายหาเสียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ และเรื่องนี้ก็เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งตนอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ส่วนจะมีการให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงไปเจรจาให้ยุติความเคลื่อนไหวเหล่านั้นหรือไม่ นั้นหากอะไรทำได้ในตอนนี้ทุกคนก็ต้องทำ

คิดว่าคนไทยมันโง่หรือไง

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ

หญิงชุดแดงโผล่กอดมาร์คฟังนิทานชายชุดดำ ยิ่งลักษณ์เตือนเลิกคิดรัฐประหารหากพท.ชนะเลือกตั้ง

ที่มา Thai E-News

สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอภาพข่าวอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการต้อนรับด้วยดีจากหญิงใส่เสื้อแดงที่ซอยสีลมในวันนี้(ภาพ:AP)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 มิถุนายน 2554

รายการ ข่าวเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง 3 เสนอภาพข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปหาเสียงย่านซอยสีลม ศูนย์กลางธุรกิจของประเทศไทย โดยมีหญิงเสื้อแดง 2 รายปรากฎตัว แต่การปรากฎตัวของรายแรกมาแหวกแนว เพราะตรงเข้าไปจับไม้จับมือและสวมกอดนายอภิสิทธิ์และมอบดอกไม้ให้กำลังใจราว กับเตรียมมาเพื่อการนี้ โดยพูดว่าเสื้อแดงยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองขณะที่นายอภิสิทธิ์ก็สวมกอด ด้วยความอบอุ่น ขณะที่หญิงเสื้อแดงอีกรายได้ถามนายอภิสิทธิ์เรื่องการสังหารผู้ประท้วงเมื่อ ปีที่แล้ว โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวปฏิเสธว่าทางการไม่ได้เป็นฝ่ายสังหาร

THE NATION สื่อของสุทธิชัย หยุ่น ซึ่งสนับสนุนอภิสิทธิ์รายงานว่าหญิงทั้งสองถือหนังสือVoice of Thaksinมาด้วย โดยเป็นฉบับที่พาดหัวข่าวเรื่องการที่รัฐบาลสังหารผู้ชุมนุมเมื่อปีกลายและ เรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งอภิสิทธิ์บอกว่าเป็นฝีมือของชายชุดดำโจมตีกองกำลังรัฐบาล ซึ่งหญิงเสื้อแดงถามว่าทำไมไม่สั่งให้ทหารยุติการสังหารผู้ประท้วง อภิสิทธิ์ตอบว่า กองกำลังทหารได้รับคำสั่งแล้ว แต่ไม่สามารถหยุดได้ เพราะถูกโจมตีจากชายชุดดำ

กระดานสนทนาคนเสื้อแดงทั้งเวบบอร์ดประชา ทอล์ก และอินเตอร์เน็ตฟรีด้อมได้มีการตั้งข้อสังเกตอย่างแพร่หลายถึงการปรากฎตัว ของหญิงเสื้อแดงทั้งการออกมาด่า หรือมาสวมกอดนายอภิสิทธิ์ในช่วงนี้ว่าอาจเป็นการจัดฉากของนายอภิสิทธิ์และ พรรคประชาธิปัตย์เสียเอง เพื่อหวังผลสะท้อนให้เป็นผลบวกต่อการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่น่าเชื่อว่าคนเสื้อแดงจะมีพฤติการณ์ไปตามรังควานให้คนเบื่อหน่าย หรือการไปสวมกอดยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้

ทางด้านสำนักข่าวเอเอฟพีได้ สัมภาษณ์ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียกร้องกองทัพอย่าก่อรัฐประหารอีก หากเธอชนะการเลือกตั้ง และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

สำนัก ข่าวต่างประเทศเสนอภาพข่าวอภิสิทธิ์เดินผ่านป้ายหาเสียงของยิ่งลักษณ์ โดยชี้ว่าทั้งคู่ขับเคี่ยวตำแหน่งนายกฯในการเลือกตั้ง3ก.ค.โดยยิ่งลักษณ์มี คะแนนนิยมสูงกว่าในเวลานี้(ภาพ:รอยเตอร์)

ใน การให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ดิฉันไม่คิดว่าจะเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง ฉันหวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น แต่เราต้องการให้แน่ใจว่าทุกๆ ฝ่ายเคารพในการตัดสินใจของประชาชน"

"ประเทศ ไทยก้าวถอยหลังมาตลอด 4-5 ปี และประชาชนก็ต้องทุกข์ทรมานกันมานานแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า" นักธุรกิจสาว และนักการเมืองหน้าใหม่ วัย 43 ปี ผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของอดีตนายกฯ ทักษิณ กล่าว

เธอออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งผลสำรวจหลายสำนักชี้ว่า พรรคเพื่อไทยของเธอมีคะแนนนำอยู่อย่างสูสีกับพรรคประชาธิปัตย์ของนายก รัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญการเมืองไทยจากต่างประเทศมองว่า พรรคเพื่อไทยไม่น่าจะได้เป็นรัฐบาล

"ไม่ น่าจะเป็นไปอย่างยิ่ง ที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับการยอมรับให้เป็นรัฐบาล" ไมเคิล มอนเตซาโน จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์กล่าว โดยว่า "ตัวแทนของทักษิณ ซึ่งมาจากครอบครัวเดียวกัน ใช้นามสกุลเดียวกันยิ่งทำให้ความเป็นไปได้น้อยลง"

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์รายการเลทไลน์ ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซีของออสเตรเลีย โดยยืนกรานว่าตัวเองไม่ทะเยอทะยานอยากกลับมาเป็นผู้นำประเทศไทยอีก พร้อมระบุว่า น้องสาวคนเล็กของเขาเป็นเสมือน "โคลน" ของเขา ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เองก็ได้ย้ำถึงอุดมการณ์ทางการเมืองที่เหมือนกันอีกด้วย

"ฉัน ทำงานกับเขามาตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นฉันจึงได้เรียนรู้วิธีการทำธุรกิจ ทั้งการวางตัวของเขา สไตล์ และวิธีคิดของเขา" เธอเสริม โดยชี้ว่า พรรคของเธอได้ประโยชน์จากแนวคิดทางการเมืองของพี่ชาย แต่ก็ยืนยันว่าเธอมีอิสระที่จะตัดสินใจด้วยตัวเธอเอง

ทั้งนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อวันอาทิตย์ (29 พ.ค.) ที่ผ่านมาระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำพรรคประชาธิปัตย์อยู่ 43% ต่อ 37% แต่โพลดังกล่าวชี้ว่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงจำนวนมากยังไม่ได้ตัดสินใจ และการเลือกตั้งก็ยังเหลือเวลามากกว่า 1 เดือน

ขณะที่ มอนเตซาโนเสริมว่า "ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือ กระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์นั้นไม่ยั่งยืน"

"ทักษิณ ได้พิสูจน์ว่าเป็นอัจฉริยะทางการเมืองมาหลายครั้ง จึงชัดเจนว่าการแต่งตั้งยิ่งลักษณ์นั้นมีอะไรมากกว่าแค่เสนอตัวแทนที่มีนาม สกุลเหมือนกัน" เขาสำทับ

*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ปริศนาไขกระจ่างชายชุดดำคือใคร? ฮิวแมนไรต์ว็อท์ชแฉทหารฆ่าเสื้อแดงลอยนวลเหนือกฎหมาย

บก.ลายจุดรณรงค์VOTE YES!

ที่มา Thai E-News



โดย prainn
ที่มา ไทยฟรีนิวส์





เมื่อเวลา 16 .00 น. ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ห้องพีเมียร์ 8 วันที่ 31 พฤษภาคม 2554 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก. ลายจุด ได้เปิดแถลงข่าวการรณรงค์ Vote Yes ก่อนจะมีการเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้ว่า ให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ส่วนจะเลือกใคร พรรคไหน ถือเป็นสิทธิของทุกคนหรือจะไม่เลือกใครเลย แต่ข้อสำคัญคืออย่าละทิ้งสิทธิในการเลือกตั้ง

ส่วนกรณีพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรณรงค์ Vote No นั้น บก.ลายจุดกล่าวว่าก็เห็นด้วยกับพันธมิตรฯ เพียงแต่ว่าวันนี้ประชาธิปไตยมันต้องเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีอะไรมาสะดุดขวาง กั้น และหากพันธมิตรฯเห็นว่าการ Vote No เป็นการยกระดับความเป็นประชาธิปไตยก็ไม่มีอะไรเสียหาย ขอเพียงอย่างเดียวว่าอย่าหลุดออกจากกรอบของประชาธิปไตย เช่นกรณีนายกมาตรา 7 ที่พันธมิตรฯเคยนำเสนอมาเมื่ออดีต หรือการกวักมือเรียกรถถังออกมาป่วนบ้านป่วนเมืองอีกก็แล้วกัน

บก.ลาย จุดกล่าวว่า ประชาชนคงไม่ยอมง่ายๆเหมือนเมื่อครั้งที่ผ่านมาคือ 19 กันยา 49 และอะไรจะเกิดขึ้นนั้นก็คงตอบได้ยากเช่นกัน รู้แต่เพียงว่าการต่อต้านการรัฐประหารนั้นมันได้พัฒนาเกินกว่าจะคาดคิดได้

หลัง จากแถลงข่าวเสร์จกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงได้ร่วมกันขับจักรยานออกจากที่ ประชุมแถลงข่าวไปยังแยกราชประสงค์เพื่อแจกจ่ายสติ๊กเกอร์ Vote Yes ให้กับผู้คนที่เดินผ่านไป-มาในย่านนั้น และในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554 นี้ก็จะทำการรณรงค์ Vote Yes ที่บริเวณสวนจตุจักร เป็นครั้งต่อไป

INTELLIGENCE VOTE 2011

ที่มา Voice TV




พลังของประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินอีกครั้ง กับการเลือกตั้ง 2554 หนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิ์ชี้ชะตาประเทศไทย ร่วมกันค้นหาคำตอบ จากทุกพรรคการเมือง...ขายฝันหรือทำได้จริง? เจาะลึกทุกนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการ

INTELLIGENCE VOTE 2011 เปิดเวทีทุกพรรคการเมือง ตอบคำถามก่อนถึงวันตัดสินอนาคตประเทศ ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 20.30 – 21.30 น. เริ่ม 1 มิถุนายนนี้