WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, June 17, 2011

16 วัน นับถอยหลัง..ระวังป่วน

ที่มา blablabla



16 วัน นับถอยหลัง ระวังป่วน
พวกก่อกวน ถาโถม เพื่อโหมใส่
ล้มเลือกตั้ง หวังเกิดเหตุ ประเทศไทย
แล้วสุมไฟ รุกราน เผาบ้านเมือง....

จับตาดู สองสามวัน จะผันผ่าน
คนสามานย์ อัปรีย์ พวกสีเหลือง
จะจุดชนวน คุกรุ่น สร้างขุ่นเคือง
หวังก่อเรื่อง รุกฆาต อำนาจทราม....

เลือดจะนอง ปฐพี คนดีท้อ
พวกสอพลอ ดาหน้า มาเหยียดหยาม
ทุกหย่อมหญ้า หมองหม่น คนประณาม
ทั่วเขตคาม ร้อนรุ่ม ดั่งสุมไฟ....

16 วัน รอลุ้น บุญหรือบาป
ต้องคำสาป หรือพ้นทุกข์ สู่ยุคสมัย
ขอให้พวก วิปริต คิดจัญไร
มีเภทภัย ตายห่า ก่อนกาคะแนน....

๓ บลา / ๑๗ มิ.ย.๕๔

ตามไปดู คุณปู ยิ่งลักษณ์ หาเสียง 17/06/54

ที่มา blablabla

สาวสวยเบอร์ 1 ภาพจากรอยส์เตอร์

ชูนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดทุกสาย

ติดสติ้กเกอร์เบอร์ 1 ให้รถมอเตอร์ไซด์


โหนรถไฟฟ้า (เหนื่อยไหม)

ดูภาพเก็บตก เมื่อวานไปพลางๆ ก่อนนะครับ











เริ่มด้วยเดินเท้าหาเสียงย่านพหลโยธิน
บนสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์

กำลังอธิบายนโยบาย รถไฟฟ้า 10 สาย ราคา 20 บาททุกสาย

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 17/06/54 ฟาร์ม สส.ไก่เน่า

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



ฟาร์ม สส.ไก่เน่า เอ้า..ดูหน่อย
อย่าคิดปล่อย ผ่านไป ไม่รู้เห็น
พฤติกรรม ต่ำช้า พวกหน้าเป็น
ยิ่งเน่าเหม็น โคตรชั่ว ทุกตัวตน....

คอรัปชั่น ฟันแหลก แจ(ด)กไม่ยั้ง
ชี้นิ้วสั่ง ฉกฉวย ช่วยฉ้อฉล
เก่งแต่ด่า พูดสับปลับ สัปดน
ทุเรศคน สิ้นคิด พวกจิตทราม....

ทั้งโคตรโกง เก่งกิน จนสิ้นชาติ
ความอุบาทว์ แค่ไหน ไม่ต้องถาม
ดีแต่พูด เย้ายวน ชวนประณาม
สมชื่อฟาร์ม ไก่เน่า น่าเศร้านัก....

พูดไม่ทำ ทำไม่เป็น เห็นตลอด
แถมค่อนขอด ก่นด่า เหมือนบ้าหนัก
ยังเสแสร้ง สาละวน ว่าคนรัก
ยิ่งประจักษ์ เผยตน พวกคนพาล....

ชอบโกหก ใส่ร้าย พูดป้ายสี
พวกอัปรีย์ โสมม สมกล่าวขาน
ทั้งข่มขู่ สำราก ปากสามานย์
เผยสันดาน ชั่วช้า พวก..สารเลว....

พูดแก้ตัว ผ่านเฟซบุ๊ค สนุกเขียน
คนเขาเอียน ด่าส่ง ให้ลงเหว
หาว่าถูก ใส่ไคล้ ดั่งไฟเปลว
พวกแหลกเหลว ฟาร์มไก่เน่า สมเล่าลือ....

๓ บลา / ๑๗ มิ.ย.๕๔

มีข่าวพวกผู้พิพากษาชั่วกำลังสุมหัวหาข้อกฎหมายมายุบเพื่อไทย

ที่มา thaifreenews

โดย Bugbunny

ข่าวฝากจากตุลาการแดงกลุ่มหนึ่งแจ้งมาว่า

ขณะ นี้กลุ่มผู้พิพากษาชั่วที่สุดของประเทศ ได้ทำการพูดคุยหาทางกันกับกลุ่มแมลงสาป ทหารชายผ้าถุง อำมาตย์ใหญ่ ๆ และกลุ่มลิ่วล้ออภิมหาอำมาตย์ว่า จะไม่ยอมให้คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายก หรือเพื่อไทยตั้งรัฐบาลเด็ดขาด โดยใช้วิธีทางกฎหมาย เช่น ยุบพรรค พิพากษาว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือลงโทษในข้อหาหาเสียง ด้วยวิธีให้สัญญาว่าจะให้ประโยชน์กับประชาชน ฯลฯ

สิ่งที่พวกนี้กำลัง มองอยู่ก็คือ กรณีบัตรเครดิตเกษตรกร ขอให้ทางฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย รีบออกมาแจ้งให้สังคมทราบว่า นี่ไม่ได้เป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้เลือกตั้ง เป็นนโยบายทางการเมือง ไม่ได้มีการให้ผลประโยชน์เป็นตัวเงิน แต่เป็นการสร้างระบบการกู้ยืมและชำระหนี้คืน คนที่ได้เครดิตก็ต้องคืนเงินที่ได้เครดิตไป ฯลฯ

เรารู้ว่าผู้พิพากษา ชั่วเหล่านี้แม้จะเสียหมาขนาดไหน ก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เพราะเป็นพวกโคตรของโคตรหน้าด้าน ขนาดเลขา ฯ ทนไม่ได้ออกมาเปิดโปงความชั่ว ก็ยังหน้าด้านอยู่ในตำแหน่งกันต่อไปทั้งฝูง ใช้ิวิธีดื้อตาใส ไร้ยางอาย แดกเงินเดือนหลายแสนกันอยู่

จึงอยากขอให้ประชาชนร่วมใจกัน คัดค้านต่อต้านเปิดโปงพวกมันให้ถึงที่สุด และควรมีมาตรการตอบโต้อย่างหนักหน่วงในทุกรูปแบบ

ที่สำคัญในวันเลือกตั้ง ประชาชนทั่วประเทศไทยต้องออกมาแสดงพลัง กระทืบพวกมันให้กระจายข่าวไปทั่วโลกว่า


"เราจะปกป้องรัฐบาลที่เราเลือกมาทุกวิถีทาง ไม่ยอมให้พวกชาติชั่วมาทำลายอีกแล้ว"
Re:
โดย
ลูกชาวนาไทย


ฟางเส้นสุดท้ายทำให้อูฐหลังหักได้

ก็ ไปเยี่ยมบ้านผู้พิพากษาพวกนี้ เอารูปลูกเมีย บ้าน สภาพสังคมรอบตัวมาโชว์ให้หมด ให้ชาวบ้านเขารู้ว่าเป้นใครอยู่ที่ไหน ชีวิตนี้จะได้นอนหลับอย่างไม่มีความสุข

ยุบพรรคเที่ยวนี้เมืองไทยได้ไปแบบประเทศบนเขาแน่นอน

Re:

โดย ควาย.ไท

มันจะกล้าหืออ...กับคน 20 กว่าล้านคนก็เอา...

บอกได้เลยว่า เขาเลือกนายกฯของเขามา เขาไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนายกฯหญิงที่รักของเขาได้หรอก...

นายกฯหญิงคนนี้ ไม่เหมือนกับท่านนายกฯสมัคร ที่มันจะมาทำไรได้ตามใจชอบ ก็ลองกัน......

เลือกกันมาจากเสียงทั่วประเทศ แต่จะมาพังเพราะหมาไม่กี่ตัว ก็ลองกัน....

แบบที่พี่ลูกชาวนาไทยบอก.... พังทั้งระบบ

4กกต.บินเงียบ จู่ๆไปนอก-เลือกตั้งชักทะแม่ง

ที่มา ข่าวสด

แยกเดินทางยุโรป-อเมริกา กำหนดกลับฉิวเฉียด26มิย. ปชป.ปรับแผนโหมด่า"แดง" "แม้ว"เชื่อ"ปู"คุยทหารรู้เรื่อง



คนแน่น - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ที่สนามข้างห้างบิ๊กซี จ.อุบลราชธานี มีชาวบ้านแห่มาฟังกันแน่นขนัด โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์เสนอแนวทางแก้จนมากมายให้กับชาวบ้าน

"4 กกต."ไปตปท.นานร่วมสัปดาห์ ทิ้งสมชัยอยู่รักษาการ อดีตกกต.ติงหวั่นกระทบงานใหญ่ ณัฐวุฒิสงสัยทำไมทิ้งภาระจัดเลือกตั้ง "ปู"ปรามมาร์คไม่อยากให้คิดจัดตั้งแดง ทีมยุทธศาสตร์ปชป.ปรับแผนหาเสียง เน้นด่า"พท.แดง" มาร์คเดินสายปราศรัยสับแหลกเสื้อแดง-แม้ว-นโยบายพท. บ่นคิวหาเสียงแน่นกลับบ้านดึก บิ๊กบังย้ำกองทัพต้องแยกจากการเมือง ประยุทธ์งดสัมภาษณ์ "วอลสตรีตเจอร์นัล"วิเคราะห์ไทย ชี้ทรรศนะผบ.ทบ.แทรกแซงทางการเมืองชัดเจน ทำต่างประเทศวิตก แม้วให้สัมภาษณ์สื่อเยอรมัน เชื่อยิ่งลักษณ์ทำงานกับทหารได้

4กกต.ไปตปท.นานร่วมสัปดาห์

วัน ที่ 16 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. พร้อมด้วยนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม มีกำหนดการเดินทางไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และตรวจเยี่ยมการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแบบคูหาและแบบไปรษณีย์ ที่กรุงโคเปนเฮเกน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และแบบคูหาเลือกตั้งสัญจรที่กรุงเรกยะวิก สาธารณรัฐไอซ์แอนด์ ระหว่างวันที่ 16-21 มิ.ย. ตามคำเชิญของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กกต.ทั้ง 3 คนเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ส่วนนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เดินทางไปยังกรุงลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเช่นกัน ออกเดินทางช่วงค่ำของวันที่ 16 มิ.ย. กลับถึงไทยวันที่ 21 มิ.ย. ขณะที่นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย และนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. ยังดูแลการเลือกตั้งในประเทศไทย

สมชัยห่วงจัดเลือกตั้ง

นาย สมชัยกล่าวว่า กกต.ทั้ง 4 คนไปตามคำเชิญของกรมการกงสุล ส่วนตัวเป็นห่วงที่กกต.ไปต่างประเทศถึง 4 คน เพราะช่วงที่ใกล้การเลือกตั้งแบบนี้ การจัดการต่างๆ ความพร้อมทุกอย่างจะต้องทำให้เรียบร้อย เรื่องการโกงการเลือกตั้งไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับความไม่พร้อมในการเลือกตั้ง ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งล่วงหน้า 26 มิ.ย. ก็น่าเป็นห่วงอีก

เมื่อเวลา 15.00 น. นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวก่อนเดินทางไปดูความพร้อมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่ประเทศสหรัฐ ว่า การไปดูความพร้อมเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของกกต. 4 คนไม่มีปัญหาใดๆ เพราะเป็นการไปโดยใช้เวลาไม่นาน และจะกลับมาทันการประชุมกกต.ประจำสัปดาห์ในวันที่ 21 มิ.ย.แน่นอน

อ่านรายะเอียดทั้งหมด คลิ้กข่าวสด

"ทักษิณ"รับสมุนชงเก็บ"สนธิ"

ที่มา โพสต์ทูเดย์

ทักษิณจ้อสื่อนอก ยอมรับผิดฆ่าตัดตอน เชื่อ "ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกฯ เตรียมกลับไทยธ.ค.นี้ ขอสร้างความสามัคคีในชาติ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ดา สปีเกิล ของเยอรมนี แสดงความมั่นใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว จะคว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย ซึ่งจะช่วยให้เจ้าตัวสามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท. ทักษิณยังแสดงรัฐบาลอาจกระทำการบางอย่างเพื่อขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้นส. ยิ่งลักษณ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ขึ้นจัดตั้งรัฐบาล

สปีเกล : คุณคิดว่ายิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งที่จะมาถึง จะได้เป็นผู้นำของประเทศไทยในเร็วๆนี้หรือไม่?

ทักษิณ : เธอมีคะแนนนำจากผลสำรวจความคิดเห็นทุกสำนัก แต่ขณะเดียวกันผมก็ยังรู้สึกกังวลอย่างมาก เพราะวัฒนธรรมการเมืองของไทย ค่อนข้างรุนแรงมาก ผมมั่นใจว่า รัฐบาลจะกระทำบางอย่างเพื่อขัดขวางน้องสาวของผมไม่ให้ชนะการเลือกตั้ง

สปีเกล : เป็นไอเดียของใคร ที่ส่งยิ่งลักษณ์ลงสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้?

ทักษิณ : เราตัดสินใจร่วมกัน ทั้งครอบครัว พรรค และแน่นอน ตัวเธอเอง เราใช้เวลาคิดนาน และคิดหนักว่าใครคือผู้ที่เหมาะสมที่จะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทนในการเลือก ตั้ง แต่ท้ายที่สุดเราก็ย้อนกลับมาที่ยิ่งลักษณ์

สปีเกล : คนจำนวนไม่น้อยยินดีที่จะเชื่อฟังคุณ ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าคุณเป็นผู้ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวคุณเอง และ ใช้ยิ่งลักษณ์เป็นเพียงเครื่องมือ

ทักษิณ : ไม่ว่าจะส่งใครเป็นผู้สมัคร กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามก็ต้องกล่าวอ้างอยู่ดีว่าคนๆนั้นถูกใช้เป็นเครื่อง มือ ไม่เว้นแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่สมมติว่าเปลี่ยนใจกลับมาจับมือกับพรรคเพื่อไทยกะทันหัน ก็ไม่วายย่อมถูกฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกล่าวหาเช่นกันว่าถูกผมใช้เป็น เครื่องมือ

สปีเกล : อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เห็นว่านส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้สมัครที่เหมาะสมกับ ตำแหน่งนายกฯ ทั้งๆที่เธอไม่มีประสบการณ์ด้านการเมืองแม้แต่น้อย?

ทักษิณ : แน่นอนว่านั่นเป็นข้อได้เปรียบ เพราะหลังจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 และ เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงครั้งรุนแรงเมื่อปีที่แล้ว อันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 90 คนนั้น สะท้อนว่าประเทศชาติไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการสมานฉันท์ บุคคลซึ่งไม่เคยเกี่ยวข้องทางการเมืองจึงเป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ยิ่งลักษณ์ไม่เคยมีประวัติแปดเปื้อนใดๆเกี่ยวกับการเมือง ยิ่งกว่านั้นยังเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ เคยเป็นผู้นำองค์กรขนาดใหญ่อีกด้วย

สปีเกล : คุณมีน้องสาว 8 คน แต่ดูเหมือนว่าคุณจะสนิทกับยิ่งลักษณ์มากเป็นพิเศษ?

ทักษิณ : เป็นความจริง เธอเป็นน้องสาวคนเล็กของผม แม่ของผมก็สนิทกับลูกสาวคนนี้มากเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่แม่ของผมเสียตั้งแต่อายุยังน้อยมาก ก่อนแม่ตาย แม่ขอให้ผมดูยิ่งลักษณ์เป็นพิเศษ และผมก็ทำเช่นั้น ผมเลี้ยงเธอมาเหมือนเป็นลูกสาวของตัวเอง ผมส่งเธอไปเรียนที่สหรัฐ และเมื่อเธอกลับมาเมืองไทยหลังจากเรียนจบ เธอได้ทำงานในตำแหน่งเล็กๆในบริษัทแห่งหนึ่งของผม เธอเป็นคนที่วิเศษมาก และสามารถเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วขึ้นมาเป็นประธานบริษัทโทรคมนาคม (เอไอเอส) ของผม เรามีวิธีการคิดที่เหมือนกัน มีดีเอ็นเอเดียวกัน

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

สปีเกล : คุณกลัวว่าจะเกิดการรัฐประหารขึ้นอีกหรือไม่หากนส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ชนะในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

ทักษิณ : ผมหวังจะเห็นการเลือกที่โปร่งใสและเป็นธรรม แม้ว่าฝ่ายกองทัพจะมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และผมยังหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย จนทำให้รัฐบาลไม่สามารถพลิกผลการเลือกตั้งได้

สปีเกล : คุณจะระดมกลุ่มผู้สนับสนุนออกมาแสดงพลังหรือไม่ หากเห็นว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง

ทักษิณ : เราจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น เราไม่ต้องการแก้แค้น แต่จะสร้างความสมานฉันท์กับฝ่ายตรงข้าม ประเทศจำเป็นต้องกลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่เคยพูดถึง และนี่คงจะเป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงไม่มีโอกาสจะคว้าชัยในการ เลือกตั้งครั้งนี้

สปีเกล : การสมานฉันท์ที่กล่าวถึง ครอบคลุมถึงการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบในการสังหาร ประชาชนในเหตุจลาจลเมื่อปีที่แล้วด้วยหรือไม่?

ทักษิณ : หาก มีหลักฐาน ก็ต้องมีการพิจารณาด้วยความเป็นธรรม แต่ขั้นแรกเราต้องเริ่มด้วยการทำทุกอย่างให้ข้อเท็จจริงปรากฏ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะสังกัดพรรคการเมืองใดก็ตาม ในที่นี่ผมหมายกลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มคนเสื้อเหลือง รวมทั้ง ทหารตาม

สปี เกล : คุณรู้สึกประหลาดใจกับการตอบสนองที่ค่อนข้างไม่กระตือรือร้นของนานาชาติต่อ กรณีการใช้ปฏิบัติการของกองทัพ ซึ่งมีหลักฐานหลายชิ้นบ่งชี้ว่า ทหารได้ยิงกระสุนจริงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ไร้อาวุธหรือไม่?

ทักษิณ : เมื่อเร็วๆนี้ผมเพิ่งได้อ่านข้อความในหมายขับของโมฮัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ซึ่งมีความผิดฐานสั่งให้กองทัพใช้กระสุนจริง และ ใช้ทั้งปืนสไนเปอร์ และรถถัง ในการต่อสู้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่นายอภิสิทธิ์กระทำทั้งสิ้น แตกต่างคือ ไทยไม่มีน้ำมัน และ รัฐบาลสามารถโกหกได้อย่างยอดเยี่ยม

สปีเกล : ขณะที่คุณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คุณก็ไม่ใช่นักประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบนัก คุณถูกกล่าวหาว่าได้กระการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นกัน

ทักษิณ : ผมยอมรับเสียงวิจารณ์ดังกล่าว ผมได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดไป โดยเฉพาะในการทำสงครามกับยาเสพติด

สปีเกล : ...ระหว่างนั้น มีประชาชนหลายพันคนสันนิษฐานว่าจะถูกฆ่า

ทักษิณ : บาง ทีผมอาจจะตั้ง ความหวังไว้สูงเกินไป ผมต้องการให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ผมต้องการที่จะขู่พวกอาชญากร ต้องการที่จะส่งคำเตือนไปยังพวกเขา แต่ผมไม่เคยสั่งให้ฆ่าใคร ผมเป็นชาวพุทธ ผมเชื่อว่าใครที่ฆ่าคนจะต้องถูกตามฆ่าในชาติหน้า และขณะที่ผมเป็นนายกฯ มีคนมาหาผม และถามผมว่าควรจะกำจัดคู่อริ อย่าง สนธิ ลิ้มทองกุล หรือไม่ ทว่าทั้งที่ผมมีอำนาจในขณะนั้น ผมก็ยังตอบไปว่า ผมไม่ต้องการให้ใครถูกฆ่า แม้กระทั่งสนธิ ลิ้มทองกุล

สปีเกล : มีคนบอกว่าคุณซื้อเสียง?

ทักษิณ : คุณไม่สามารถที่จะซื้อคะแนนเสียงได้ แน่นอนว่าคุณจะให้เงินใครบางคน 500 บาท และบอกให้คนๆนั้นไปลงคะแนนเสียงให้ แต่ถ้าหากคนๆนั้นไม่ชอบคุณ เขาอาจเปลี่ยนใจไปกาชื่อผู้สมัครรายอื่น ตอนที่อยู่ในคูหาเลือกตั้ง ในฐานะนักการเมือง คุณจำเป็นต้องรักษาคำมั่นสัญญา มิฉะนั้นคุณจะไม่มีมีวันได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีก และผมก็มักได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาอีก

สปีเกล : แล้วสำหรับข้อกล่าวหาที่ระบุว่าคุณจ่ายเงินให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาชุมนุมตามท้องถนนเมื่อปีที่แล้ว?

ทักษิณ : คุณ ไม่สามารถจ่าย เงินจ้างใครบางคนให้ออกมา และเสี่ยงกับการถูกยิงได้ เป็นเรื่องที่ไร้สาระ ผมมีเงินน้อยครึ่งหนึ่งที่ผมมีเมื่อตอนค.ศ.1990 ราวๆเกือบ 1 พันล้านบาท เงินของผมส่วนหนึ่งหมดไปกับการซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องจริง ที่ผมทำให้ตัวเองรวยขึ้น แต่ความจริงแล้วผมกำลังถูกปล้น

สปีเกล : ดังนั้น คุณก็ไม่ได้ให้เงินทุนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง

ทักษิณ : ไม่ ผมมีเพื่อนที่ทำแบบนั้น ผมไม่สามารถที่จะถ่ายโอนเงินจากที่นี่ได้ แต่อย่าดูถูกความตั้งใจจริงของประชาชนธรรมดาที่บริจาคเงินให้

สปี เกล : กฏหมายที่กำลังเป็นที่โต้แย้งกันมากที่สุดขณะนี้ในประเทศไทยดูเหมือนจะเป็น มาตรา 112 ซึ่งใช้ลงโทษทางอาญาแก่ผู้ที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยปัจจุบันมาตรดังกล่าวส่วนใหญ่มักถูกใช้เพื่อปิดปากคู่แข่งทางการเมือง

ทักษิณ : คนจำนวนมากถูกโยนเข้าคุก เพราะมาตราดังกล่าว รวมทั้งชาวต่างชาติเองก็เช่นกัน

สปีเกล : ขณะที่คุณเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันก็ถูกระบุว่าผิด?

ทักษิณ : เมื่อคุณอยู่ในอำนาจ บางครั้งคุณอาจจะหลงระเริงไปกับสิ่งล่อใจในการใช้อำนาจนั้น อย่างไรก็ตาม ในหลวงทรงตรัสว่าอย่าไปสนใจสิ่งรอบข้าง (When you're in power, you can sometimes fall for the temptation to use this power. However, the king talked me out of it.)

สปีเกล : ทำไมพระองค์ถึงไม่ออกมาและแก้ปัญหา? (Why won't the king step in and sort things out now?)

ทักษิณ : พระองค์ทรงพระชนมายุมากแล้ว และทรงกำลังประชวร นอกจากนี้พระองค์ทรงถูกห้อมล้อมด้วยคนที่ไม่ดี (He is very old and sick, and he's surrounded by the wrong people.)

สปีเกล : ทำไมคุณไม่กลับมายังประเทศไทยเพื่อสู้คดี?

ทักษิณ : ผมจะกลับมา ต่อเมื่อมั่นใจว่าจะมีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม แต่ในขณะนี้ ผม ครอบครัวของผม และกลุ่มผู้สนับสนุนไม่มีทางได้เห็นความยุติธรรม

สปี เกล : นื่คือเหตุผลที่ทำให้คุณยังใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานด้วยการลี้ภัยอยู่ต่างถิ่น แต่ดูเหมือนขณะที่คุณอยู่ที่ดูไบ ทุกอย่างจะกำลังเป็นไปด้วยดี?

ทักษิณ : ส่วนใหญ่ผมมักอยู่ที่แอฟริกา ซึ่งเป็นที่ที่ผมลงทุนทำเหมืองทองในยูกันดา ทองคำขาวและถ่านหินในแอฟริกาใต้ ซิบบับเว และแทนซาเนีย ผมซื้อสัมปทานมาก และจ้างคนคอยดูแล นักลงทุนจำนวนมากสนใจจะเข้ามาร่วมทำธุรกิจนี้ เพราะ พวกเขาหวั่นเกรงกับความไม่งบทางการเมืองและอาชญากรรม

สปีเกล : คุณเก็งกำไรตลาดโภคภัณฑ์?

ทักษิณ : ผมเป็นคนไฮเปอร์ ผมไม่สามารถนั่งเฉยหรืออยู่ที่ใดที่หนึ่ง 10 เดือนที่แล้ว ผมซื้อเครื่องบินให้ตัวเอง และ เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่งในแต่ละวันอยู่บนเครื่องบิน เมื่อเร็วๆนี้ ผมบินไปที่เจนีวา เพื่อพบกับเพื่อน และ รับประทานอาหารด้วยกัน จากนั้นผมก็บินไปรัสเซีย พบกับเพื่อนเก่าอย่างนายกรัฐมนตรีวลาดิเมียร์ ปูติน ขณะที่อยู่บนเครื่องบิน ผมจะเปิดออนไลน์โปรแกรมสไกป์ และ จัดการกับธุรกิจของผม

สปีเกล : ดูเหมือนว่าคุณจะไม่คิดถึงประเทศไทยมากนัก

ทักษิณ : ผมคิดถึงประเทศไทยมากในช่วงปีแรก ซึ่งในห้วงเวลานั้น มีผู้คนมากมายแวะมาเยี่ยมเยียน ทั้งเพื่อนๆและญาติพวกเขาหิ้วไส้กรอกจากเชียงใหม่ และ แกงจากชลบุรีมาฝาก ซึ่งกำลังใจเหล่านี้ทำให้ผมผ่านช่วงเวลานั้นมาได้

อย่างไรก็ตาม ผม คาดว่าจะเดินทางกลับมายัง ประเทศไทยอีกครั้งในเดือนธ.ค.เพื่อมาร่วมงานแต่งงานของลูกสาวคนโต ซึ่งในเวลานั้นผมคิดว่าน้องสาวของผมจะเป็นผู้บริหารประเทศ

เอม พินทองทา 30 ยังแจ๋ว แต่งงานปลายปีนี้ ทักษิณอยากกลับบ้าน

ที่มา มติชน









16 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ" รอยเตอร์" ว่า อยากกลับบ้าน สิ้นปี เพื่อมางานแต่งงานของลูกสาว


กระแส ข่าวสะพัดว่า ลูกสาวของอดีตนายกฯที่จะแต่งงานก็คือ เอม พิณทองทา ที่ตัดสินใจสละโสด โดยดูฤกษ์ยามกันเป็นที่เรียบร้อย กำหนดเดือนธันวาคมนี้ ส่วนว่าที่เจ้าบ่าวมีอาชีพเป็นสถาปนิก

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โฉมชบา จ๊ะจ๋า แห่งไทยรัฐ เขียนว่า " จากผมตีโป่งโปะสเปรย์ให้อยู่ทรงคงทน 3 วัน อย่างต่ำ ยามนี้ คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ เปลี่ยนเป็นทรงสบายๆ ใกล้ธรรมชาติ โดยซอยบางๆ ระต้นคอและกัดสีให้จางลง ทำให้หน้าตาอ่อนสดใสขึ้น...ความเปลี่ยนแปลงน่าจะเกิดจากที่มีหนุ่มน่ารักขอ อนุญาต ยกขันหมากมาหมายหมั้นบุตรีคนกลาง พินทองทา ชินวัตร คุณแม่จึงอยากเป็น แม่ยายยังสาว"


เอม หรือ นางสาวพินทองทา ชินวัตร เปลี่ยนมาจากชื่อเดิมว่า พิณทองทา อายุ 30 ปี เธอ เกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2524 เป็นบุตรสาวคนรองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ และมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ระดับอุดมศึกษา ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ)คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จาก CASS Business School, City University ประเทศอังกฤษ

พินทองทา เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แมนซิตี มาร์เก็ตติง ไทยแลนด์ จำกัด ปัจจุบันเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น 6 บริษัท ประกอบด้วย เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด บริษัท โอคานิท จำกัด บริษัท โอ เอไอ มาร์เกตติ้ง จำกัด บริษัท ฮาวคัม มีเดีย จำกัด และบริษัท ฮาวคัม สตูดิโอ และ เธอยังเป็นกรรมการมูลนิธิไทยคม


หลัง น้าปู “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ลาออกไปเล่นการเมือง ได้มีการแต่งตั้ง “เอม-พินทองทา ชินวัตร” นั่งตำแหน่งกรรมการบริหาร เอสซี แอสเสท ฯ เมื่อ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา


พิณ ทองทา หรือ พินทองทา เคยติดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย เมื่อปี 2547 ที่จัดอันดับโดยวารสารการเงินธนาคาร ครั้งนั้น เอม ถือหุ้นรวมมูลค่าทั้งสิ้น 18,032.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ 2546 จำนวน 7,824.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.65 เธอรวยยิ่งกว่า อนันต์ อัศวโภคิน เจ้าพ่อแลนด์แอนเฮ้าส์ เสียอีก


วันนี้ เอม อาจไม่ร่ำรวยเท่าปี 2547 แต่เธอก็ยังเป็นเศรษฐีหุ้นไทยระดับแนวหน้า (อยู่ดี )

( ภาพจาก นิตยสาร who ? )

มุกดาหาร ขายของที่ระลึกเสื้อแดง-รูปยิ่งลักษณ์ สุดคึกคัก

ที่มา ข่าวสด









ผู้ สื่อข่าวรายงานวันที่ 16 มิ.ย. ว่า การเปิดเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงมุกดาหารมีประชาชนเดินทางมาร่วมฟังคำ ปราศรัยของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นับหมื่นคนพร้อมกับหาซื้อเสื้อผ้าสินค้าที่ระลึกเครื่องหมายของคนเสื้อแดง รวมทั้งรถเข็นน้ำดื่มและอาหารมีลูกค้ามาอุดหนุนกันไม่ขาด ส่งผลให้เศรษฐกิจในจังหวัดมุกดาหารคึกคักทันตา

นางเจา แม่ค้าขายเสื้อแดงในงานชุมนุมทุกแห่ง เปิดเผยว่า เป็นคนมุกดาหารอดีตตนค้าขายผ้าเร่ตามตลาดนัด ทุกครั้งที่กลุ่มเสื้อแดงมีการชุมนุมก็ได้เดินทางไปร่วมด้วยอยู่เป็นประจำ ไม่เว้นแม่ราชประสงค์ก็ได้ไปมาแล้วจากนั้นก็ได้หันมาขายเสื้อผ้าคนเสื้อแดง ให้แก่แฟนคลับจากนั้นเมื่อมีการชุมนุมที่ใดก็จะนำเสื้อเครื่องหมายสีแดงไป ร่วมงานด้วยเสมอ ในการชุมนุมแต่ละครั้งจะขายได้ประมาณ 100-200 ตัว สินค้าที่ตนขายอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อยืดหลายที่ติดเครื่องหมายสีแดงหลาย แบบ จะมีราคาตั้งแต่ 100 บาท ถึง 180 บาท ติดตามการชุมนุมค้าขายเสื้อแดงมาแล้วประมาณ 5 ปี จนถึงทุกวันนี้ หากมีการชุมนุมที่ใดก็มักจะเดินทางไปเป็นประจำ

ป้าจำปา แม่ค้าขายเครื่องหมายแดงเปิดเผยว่า ตนเป็นคนจังหวัดสระแก้ว ขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์เสื้อแดงต่างๆ มานานกว่า 3 ปีแล้ว ทุกครั้งที่มีการชุมนุมก็จะไปขายเสื้อผ้ากับพี่น้องเสื้อแดงด้วย บางครั้งก็ขายดีบางครั้งก็ได้น้อยสำหรับพื้นที่มุกดาหาร นครพนม สกลนคร หนองคาย เป็นจังหวัดที่สินค้าที่ระลึกเสื้อแดงขายดีเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เดินทางมากับญาติเปิดขาย 2 แผง และจะเดินทางไปกับคณะทีมปราศรัยจนกว่าจะเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง หรือเสื้อแดงเลิกชุมนุม

ด้านนางแววตา แม่ค้าเสื้อแดงจากจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนเดินทางมากับพี่น้องเปิดแผงขายสินค้าคนเสื้อแดงรวม 3 แผง ติดตามคณะที่เปิดเวทีปราศรัยมาโดยตลอด เมื่อคืนลงแผงขายที่แม่อาย ลำพูน ลำปาง และวันนี้ที่มุกดาหาร รวมทั้งหมด 3 แผง โดยจะเดินทางติดตามไปกับคณะมาโดยตลอด สำหรับการปราศรัยที่จังหวัดมุกดาหาร มีแม่ค้าเดินทางมาประมาณ 20 ราย แบ่งกระจายออกขายไปทุกพื้นที่หน้าเวทีปราศรัย สินค้าที่ขายจะมีประเภทหมวก ผ้ากันเปื้อน เข็มกลัด กิฟชอปต่างๆ ราคาตั้งแต่ 20 บาทจนกระทั่ง 80 บาท ได้รับการต้อนรับจากคนเสื้อแดงทุกจังหวัดด้วยดี

ป้ายต้าน 'มาร์ค' 91 ศพ 'กูเพิ่งมามึงอย่ายิง!'

ที่มา บางกอกทูเดย์





ภาพ สะท้อนของการ “ออกอาการ” ที่เกิดขึ้นกับบรรดากลุ่มหัวแถวของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์การเมืองหลายองค์กรมองตรงกัน ว่าลักษณะเช่นนี้ถือเป็นอาการที่ไม่ดีในทางการเมือง

ยิ่งนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกอาการธาตุไฟแตก หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกอาการของขึ้น... มากขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกติดลบในสายตาประชาชนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

มี อย่างที่ไหน หงุดหงิดจนควันออกหูเรื่องการถูกชูป้ายว่าดีแต่พูด ถึงกับไปเล่นงานลำเลิกเบิกประจานไปถึงครอบครัวคนอื่นเช่นนั้น สำหรับคนที่มีจิตใจเป็นกลางแล้ว ต่างก็พากันวายหน้าไปตามๆกัน เพราะเคยมองว่านายอภิสิทธิ์นาจะมีวุฒิภาวะ มีสติยับยั้งชั่งใจได้มากกว่านี้

จึง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เวลานี้ นอกจากผลโพลคะแนนจะเป็นตัวกดดนให้คนแถวหน้าของประชาธิปัตย์เครียดแล้ว เรื่องของการไม่ยอมรับท่าทีพฤติกรรมของประชาธิปัตย์ ก็ยิ่งขยายวงบานออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ไปช่วยเดินหาเสียง ที่บริเวณตลาดโชคชัย 4 โดยนายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นรถปราศรัยเพื่อขอคะแนนจากประชาชนที่อยู่บริเวณดัง กล่าว ได้มีพ่อค้าชูชุดเอี้ยมสีแดง เขียนข้อความว่า

“กูเพิ่งมา มึงอย่าเพิ่งยิง”

และ มีหญิงสาววัยกลางคนถือวัสดุสีแดงลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย และเขียนเบอร์ 1 ชูใส่ขบวนรถที่ผ่านไปด้วย แต่ก็มีประชาชนไม่น้อยที่ออกมาให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์

รวมทั้งเมื่อ นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปเขตห้วยขวาง ก็ได้รับการต้อนรับจากประชาชนสองข้างทาง แต่ก็ยังมีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 4 คนยืนปะปนกับกลุ่มคนตะโกนด่า ทำให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์พากันตะโกนแข่งว่าเบอร์ 10 จนกลุ่มเสื้อแดงเงียบเสียงไป

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้แต่ยิ้มรับไม่ตอบโต้อะไร

รวม ทั้งล่าสุดที่นายอภิสิทธิ์ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงย่านบางบอน-หนองแขม เนื่องจากต้องสู้กับคู่แข่งสำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่ส่งนายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยลงรับสมัครเลือกตั้ง

ขณะที่หาเสียงบริเวณตลาดบางบอนและขึ้นรถตระเวนหาเสียงในหมู่บ้านพระปิ่น 5 เอกชัย 109 ก็มีประชาชนให้การต้อนรับและส่งเสียงให้กำลังใจ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายอภิสิทธิ์เดินเข้าไปในหมู่บ้านพระปิ่น 5 ได้มีแม่ค้าที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยชูป้ายโจมตีเรื่องน้ำมันราคาแพง

ซึ่ง ไม่ได้มีเพียงแค่นายอภิสิทธิ์เท่านั้นที่ถูกชูป้ายต่อต้าน แม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรตประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ จ.ลำปาง ขณะที่ขึ้นปราศรัย ก็ปรากฏว่าถูกชายสวมเสื้อแดงสกรีนข้อความ “ความจริงวันนี้” ชูข้อความ “91 ศพ”

แต่ได้ถูกพ่อค้าแม่ค้า และกลุ่มแม่บ้านที่ซื้อขายภายในตลาดที่ฟังการปราศรัยอยู่โห่ไล่ จนชายคนดังกล่าวต้องเดินหลบไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรอหลังตลาด

นอก จากนายชวนที่โดนแล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็เจอเต็มๆตอนได้เดินทางไปหาเสียงในพื้นที่ตำบลสำโรงเหนือ โดยในขณะที่คณะนายสุเทพ กำลังเดินทักทายประชาชนบริเวณหน้าห้างซุปเปอร์เซฟ ซึ่งอยู่เยื้องกับห้างอิมพีเรียลสำโรง ได้มีชายวัยกลางคนได้มายืนอยู่ที่เกาะกลางถนนพร้อมทั้งใช้ไข่ปาข้ามถนนใส่ นายสุเทพ แต่พลาดเป้าไม่ถูก ไข่กลับตกพื้นก่อนถึงตัวนายสุเทพ

ซึ่งชายคนดังกล่าวยังได้ตะโกนว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องไข่ชั่งกิโลอย่างไร

เจ้า หน้าที่ตำรวจจึงได้คุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ ทราบชื่อ นายพิษนุ ชมโฉม อายุ 28 ปีอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ในย่านสำโรงเหนือ จากการสอบสวน นายพิษนุ ให้การยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง

แต่ไม่ยอมให้ เหตุผลว่าที่ปาไข่ใส่นายสุเทพ เพราะเหตุผลอะไร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ก่อความเดือดร้อนรำคราญ ก่อนเปรียบเทียบปรับ 1 พันบาท และบันทึกทำประวัติและปล่อยตัวไป

ใน ขณะที่นายสุเทพ ก็ยังคงเดินหน้าหาเสียงต่อ โดยพาผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรปราการ เดินหาเสียงที่บริเวณหน้าปากซอยวัดด่านสำโรง ตำบลสำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ ได้พบกลุ่มเสื้อแดงกว่า 100 กว่าคน ได้มายืนรวมตัวกันประท้วงขับไล่ กลุ่มหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นาย คอยดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย

ใน ขณะที่ขบวนนายสุเทพ เคลื่อนขบวนมาถึงปากซอยวัดด่านสำโรง กลุ่มเสื้อแดงที่มารวมกันประมาณ 100 คนต่างพากันโห่ร้องขับไล่ขบวนนายสุเทพ ทำให้ขบวนต้องเปลี่ยนแผนรีบเดินทางกลับทันที่เกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลาย

ซึ่ง นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยกรณีเหตุการณ์นายสุเทพ ปาไข่ใส่ขณะลงพื้นที่หาเสียง ว่า ในการลงพื้นที่หาเสียงไม่ว่าจะผู้สมัครพรรคใด ทางจังหวัดก็มีการวางแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยแล้ว โดยทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ดูแลเข้ม เพราะยังเป็นรักษาการรัฐบาลอยู่ ไม่มีการลดหย่อนประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย

แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งได้มอบหมายให้ทางตำรวจภูธรจังหวัดจัดกำลังดูแลเข้มแล้ว

และในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่นายกรัฐมนตรีก็จะลงพื้นที่ ทางตำรวจก็มีการวางแผนรักษาความปลอดภัยเข้มเช่นกัน

ซึ่ง ยอมรับว่าในพื้นที่มีกลุ่มเสื้อแดงจำนวนมาก การดูแลอาจไม่ทั่วถึง บางคนก็ไม่ได้ตั้งใจแต่ทำไปด้วยอารมณ์ แต่เชื่อว่าทั้งหมดจะไม่มีการก่อเหตุรุนแรงหรือสร้างความเสียหาย ถึงขั้นชีวิตหรือรุนแรง

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเกรงว่า ช่วงเลือกตั้งทำให้ข้าราชการเกียร์ว่าง จึงไม่สนใจงานและหน้าที่นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ยืนยันว่า ที่จังหวัดสมุทรปราการ ข้าราชการทุกคน ยังทำตามหน้าที่ ไม่มีเกียร์ว่าง รวมทั้งไม่หวั่นหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลจะถูกโยกย้าย เพราะข้าราชการไม่ว่าตำแหน่งใดก็ต้องทำงานตามหน้าที่ ไม่อิงว่ารัฐบาลชุดใด

อย่าง ไรก็ตาม ทางด้าน ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ก็ไม่ต้องถูกโยกย้ายตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ หลังจากปล่อยให้มีเหตุการณ์ปาไข่ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ป่วนหาเสียง ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จนกระทั่งมีคำสั่งย้าย ผกก.สภ.แม่ริม ที่ผ่านมา

รวม ทั้งในเรื่องความเคลื่อนไหวของ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำม็อบหลากสี และนายแก้วสรร อติโพธิ อดี คตส. ที่ยื่นดีเอสไอสสอบกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยให้การเท็จในคดีซุกหุ้น ในจังหวะที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งเช่นนี้ ก็หนีไม่พ้นที่จะถูกมองว่ามีพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังหรือไม่?

เนื่องจากกรณีที่พุ่งเป้ายื่นตรวจสอบไปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประชาชนมองได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นผู้ได้ประโยชน์

เพราะ แม้แต่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบพันธมิตร ออกมาร่วมขย่มว่าทั้งนายแก้วสรร และ นพ.ตุลย์ เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์จะยิ่งมัดทำให้มองว่าพรรคประชาธิปัตย์มีส่วน พัวพันด้วย

แม้นายสุเทพ จะโต้ว่า คนอาจจะคิดไปในทางใดทางหนึ่ง พรรคไม่สามารถไปบังคับจิตใจคนได้ แต่พวกตนไมได้เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมทั้งพูดชัดเจนว่า

“ผมไม่อยากทะเลาะกับคุณสนธิ ผมไม่ชี้แจงอะไรกับคุณสนธิๆ ก็ด่าผมฟรีๆ มาตลอด แต่ผมไม่อยากจะทะเลาะด้วย แต่ว่าวันหนึ่งคุณสนธิจะต้องตอบกับประชาชนว่าเมื่อก่อนชวนคนมาต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อต้านระบอบทักษิณ แต่วันนี้มาพูดจาเข้าข้างคุณยิ่งลักษณ์แล้วมีอะไรหรือเปล่า คุณสนธิต้องไปตอบคำถามประชาชนเอาเอง”

งานนี้โดนสารพัดเรื่องกดดันรอบ ทิศ แถมโดนป้ายชูต่อต้านตลอด ก็ต้องถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ โดนหนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่ควรออกอาการไฟธาตุแตกแลกหมัดหรือเก็บอารมณ์ไม่อยู่

ในยามนี้ถ้า ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัยหนึ่งในได้ นายอภิสิทธิ์ต้องแสดงวุฒิภาวะ ต้องนิ่งและยอมกลืนเลือดเอาไว้ ไม่ร้องออกมา เพราะประเภทที่ร้องนั้นไม่ใช่เสือ

ส่วนกรณีนายสุเทพที่ออกอาการเหวี่ยงหมัดมั่วไปหมดนั้น ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย เพราะยากจะเยียวยาแล้ว

เสวนา: ‘สื่อใหม่’ ปีศาจหรือนักบุญ กลางกระแสเลือกตั้ง จุดหรือดับความรุนแรง

ที่มา ประชาไท

16 มิ.ย.54 ในการเสวนาหัวข้อ "สื่อออนไลน์ กับขอบเขตการแสดงความเห็นและการหาเสียงทางการเมือง"*

จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท กล่าว ว่าสังคมไทยเริ่มตื่นเต้นกับสื่อใหม่จริงจังน่าจะหลังจากปรากฏการณ์ที่มันมี บทบาทให้โอบามาชนะ ขณะที่ในเอเชีย พรรคอัมโนเคยครองที่นั่งเกือบทั้งหมดก็เริ่มถูกสั่นสะเทือน มีการวิเคราะห์ว่าฝ่ายค้านมีที่นั่งเพิ่มขึ้นได้จากการทำงานของสื่อออนไลน์ ที่มีสิทธิเสรีภาพมากกว่าสื่อหลัก

เวลาพูดถึงสื่อใหม่ เรามักพูดเรื่องการไร้ขอบเขต แต่พอนำเรื่องสื่อใหม่มาประกบกับการเลือกตั้ง เรากลับมุ่งพูดถึง “ขอบเขต” เหมือนการบอนไซตั้งแต่ยังไม่โต บอนไซการสร้างสรรค์สื่อใหม่ให้เป็นประโยชน์ ในต่างประเทศการใช้สื่อใหม่หาเสียง เขาไม่ได้มองสื่อในฐานะเป็นเครื่องมือ แต่เข้าใจธรรมชาติสื่อใหม่ กำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจนขนาดคนอายุ 18-22 ปี เพราะเคยเป็นกลุ่มเสียงเงียบในอเมริกา แต่ในบ้านเรายังไม่เห็นพรรคไหนใช้สื่อใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเพราะตัวเลขของประชากรที่ใช้สื่อใหม่อาจยังไม่มีนัยยะสำคัญที่จะตื่นเต้น

เธอยืนยันว่า สื่อใหม่มีประโยชน์ เพียงแต่พอตื่นตระหนกกับมันก็มักจะเน้นไปในทางควบคุม ทั้งที่มันเปิดโอกาสให้คนมีส่วนร่วม สร้างการถกเถียงแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเลือกตั้ง คนจะใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลเมืองในพื้นที่ต่างๆ สามารถทำได้ในการติดตามและตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว

“แต่เรา มัวพะวงอยู่กับเรื่องถ้อยคำที่หลั่งไหลอยู่ในช่วงนี้ โดยไม่คิดจะใช้ประโยชน์จากมัน” จีรนุชกล่าวและว่า การที่ กกต.ไม่ควบคุมนั้นเป็นเรื่องดีและน่าจะทำงานร่วมกับภาคพลเมืองในการติดตาม ตรวจสอบในช่วงหาเสียงด้วยซ้ำ

ผอ.ประชาไทกล่าวต่อว่า ประเด็นสุดท้ายคือเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผบ.ทบ.ออกรายการทีวี ช่อง 5 และช่อง 7 แม้ไม่ได้ดูแต่ติดตามจากที่ข่าวรายงานพบว่า ท่านพูดเนื้อหาที่ดี แต่เป็นเนื้อหาดีที่ไม่ได้บอกอะไรชัดเจน ว่ากำลังหมายถึงใคร และการกระทำแบบไหน สิ่งนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน คนมีบทบาทในสังคมลุกขึ้นมาพูดดีๆ ลอยๆ ต้องยอมรับว่าผู้เล่นทางการเมืองไทยมีกองทัพเป็นผู้เล่นสำคัญ การออกมาพูดแปลว่าอะไร

“คิดว่าเราไม่ควรยอมรับ ทั้งในฐานะพลเมือง สื่อใหม่ สื่อมวลชน อาจต้องตั้งคำถามด้วยแทนที่จะเป็นลำโพงเฉยๆ เราควรจะมีบทบาทจะเรียกร้อง accountability ต่อคนพูดลอยๆ แบบนี้ ซึ่งควรเป็นบทบาทของทุกฝ่าย” จีรนุชกล่าว พร้อมทั้งเสริมประเด็น กอ.รมน. โดยระบุว่าเลือกตั้งคราวที่แล้วเป็นไปภายใต้กฎอัยการศึก คราวนี้ก็เป็นไปภายใต้ กอ.รมน. ที่ลงสำรวจในหมู่บ้านไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม ในฐานะวิญญูชนคนหนึ่ง มันเป็นการใช้รูปแบบและแบบแผนเก่าๆ ของหน่วยสื่อแบบเก่าๆ ซึ่งหวังว่าสื่อใหม่ สื่อออนไลน์ หรือกระทั่งสื่อกระแสหลักจะช่วยกันตรวจสอบและติดตามหาความจริง

ปราปต์ บุนปาน จากเว็บไซต์มติชนออนไลน์ กล่าว ว่าพูดในฐานะคนทำเว็บไซต์ข่าวซึ่งเชื่อมโยงมาจากการเป็นสื่อหลัก แต่ต่อยอดจากประเด็นของหนังสือพิมพ์ ภายใต้ความขัดแย้งปัจจุบันเรานำเสนอความแตกต่างทางความคิดที่แตกต่าง พยายามถ่วงดุลกันให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงสื่อใหม่ในบริบทของสังคมไทยก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น คนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต เราจึงไม่สามารถอนุมานได้ว่าเสียงในเน็ตจะเป็นกระแสเสียงใหญ่สุด

ปราปต์ ยังกล่าวถึงความล้มเหลวอย่างหนึ่งของสื่อใหม่ในสังคมไทยว่า ช่วงหนึ่งเห็นว่าสื่อใหม่อย่างเว็บไซต์ เว็บบอร์ดจะเป็นพื้นที่การแสดงความเห็นกว้างขวางหลากหลายได้ แต่พื้นที่ดังกล่าวหดหายไปอย่างมีนัยยะน่าสนใจ อย่างเว็บบอร์ดประชาไทก็ต้องปิดตัว เว็บไซต์มติชนเองก็ปิดการแสดงความเห็นท้ายข่าว มีการกลั่นกรองความเห็นอย่างเข้มงวด ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าดีใจนัก เว็บบอร์ดราชดำเนินของพันทิป เมื่อก่อนก็เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนใหญ่ หลากหลาย สุดท้ายกระทู้ในราชดำเนินก็ถูกลดทอนไป ให้เหลือตั้งกระทู้ได้อย่างเดียวโดยไม่สามารถสนทนาต่อได้ ขณะเดียวกันเฟซบุ๊ก ตอนฮิตใหม่ๆ หรือมีการใช้งานทางการเมืองอย่างมากในช่วงเมษา-พฤษภา53 แต่สุดท้ายในช่วงเวลาไม่นานต่อมา พวกเขาเริ่มตระหนักแล้วว่าความฝันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เฟซบุ๊กในแง่ที่ประชาชนธรรมดาจะแสดงความเห็นทางการเมืองก็ยังถูกจำกัด ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ และทั้งบรรทัดฐานทางสังคมหรือล่าแม่มด นี่อาจเป็นข้อล้มเหลวใหญ่ๆ ของสื่อใหม่ในเมืองไทย ในช่วง 3-4 ปี แม้ว่าตัวเลขต่างๆ จะสูงขึ้นก็ตาม

สื่อใหม่จะเป็นจุดก่อกำเนิดขยาย ความเกลียดชังทางการเมืองมากขึ้นหรือ เปล่า มองในฐานะปัญหาหมดเลย ไม่แน่ใจว่ามันเป็นปัญหาในตัวมันเอง หรือเป็นตัวสะท้อนว่าสังคมไทยมีปัญหาความขัดแย้งในเชิงคุณค่าหลายอย่าง เช่น เสรีภาพในการแสดงความเห็น ประชาธิปไตย มันอาจแค่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง มันอาจไม่ใช่ปัญหาโดยตัวมันเอง

อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล จากเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า เคยมีผู้กล่าวไว้ว่าการที่เรากำลังเผชิญปัญหาและแก้ไขไม่ได้ อาจเป็นเพราะกำลังใช้สำนึก (mindset) ของศตวรรษที่ 20 มาแก้ปัญหาของศตวรรษที่ 21 ถามว่ามันคืออะไร ถ้ามายเซ็ทของศตวรรษที่ 20 คือ การเซ็นเซอร์ การปกปิดข้อมูล ความเชื่อหนึ่งเดียว ท้าทายไม่ได้ มายเซ็ทของศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องการเปิดเผยข้อมูล การแชร์กัน พหุภาษา พหุวัฒนธรรม

โลกออนไลน์นั้นไม่แยกขาดจากโลกจริง แต่มันคือ โลกในอนาคตที่เราต้องเผชิญหน้ามันโดยที่ยังไม่รู้จะจัดการยังไง เวลาพูดว่าจะจัดการมันอย่างไร เรื่องหลักการต่างๆ เช่นเรื่องประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ เป็นหลักการที่ควรยึดไว้และควรมีหนึ่งเดียว แต่ขณะเดียวกัน กาละ และเทศะของโลกเน็ตก็เป็นอีกแบบ จึงขอตั้งคำถามว่าการควบคุมมัน จำเป็นไหมที่ต้องคิดให้ต่างจากสื่อหลักหรือสื่อสารมวลชนในศตวรรษที่แล้ว

เมื่อ โยงสู่การเลือกตั้ง ก็มีปัญหาของการใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งไม่ได้เชื่อมเฉพาะช่วงเลือกตั้ง เมื่อก่อนอาจมองว่า พ.ร.บ.คอมฯ จำกัดโลกออนไลน์ในเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก แต่ล่าสุด มันกระทบไปถึงการรณรงค์เสนอร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการรักษา เมื่อกลุ่มแพทย์ฟ้องร้องนักรณรงค์ที่นำข้อมูลตัวเลขบางอย่างมารณรงค์ว่าเป็น ข้อมูลเท็จ ทำให้ผู้รณรงค์ต้องไปรายงานตัวที่จังหวัดสุรินทร์ตลอด หรือการที่นายจ้างฟ้องแรงงานว่าหมิ่นประมาท และยังฟ้องด้วยพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เรื่องข้อมูลเท็จริง ซึ่งท้ายที่สุดแม้นายจ้างกับลูกจ้างจะไกล่เกลี่ยกันได้แล้วปรากฏว่าความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ยอมความกันไม่ได้เพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน

“มันมากไปกว่าเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่ยังเลยเถิดไปถึงเสรีภาพทางการชุมนุม การรณรงค์ด้วย” อาทิตย์กล่าว

เขา เสนอด้วยว่า หน้าที่ของ กกต.ไม่ควรทำเฉพาะออกใบเหลืองใบแดง ควรส่งเสริมเสรีภาพประชาชนและทำหน้าที่ปกป้อง “ตลาดความคิด” ในสื่อใหม่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งอย่างมีเหตุมีผล พร้อมทั้งจับตาการทำลายพื้นที่เหล่านี้ เช่น กรณีเว็บมาเลเซียกินีเว็บล่มก่อนเลือกตั้งสัปดาห์เดียว เพราะจับตาเหตุไม่ชอบมาพากล

ชลรัช จิตไนธรรม ผู้ตรวจการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ในสังคมประชาธิปไตยต้องมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สื่อต้องเสรี มีกระบวนการยุติธรรมที่เที่ยงตรง มีการเลือกตั้ง และมีประชากรที่แอคทีฟ โดยเฉพาะในสังคมที่มีสื่อออนไลน์

โจทย์เรื่อง การเลือกตั้ง ทำอย่างไรให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนอย่างเพียงพอโดย กกต.ก็พยายามใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้มากขึ้น ส่วนการสื่อสารในสื่อใหม่นั้น กกต.ไม่ควรควบคุม เพราะเป็นเสรีภาพทางความคิด และในความเป็นจริงก็คุมไม่ได้ด้วย เพราะเป็นสังคมไร้พรมแดน เรื่องนี้ยังไม่มีกติกาชัดเจน แต่ก็มีกฎหมายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 กกต.สามารถไปขอล็อกไฟล์มาตรวจสอบได้แต่ต้องได้รับการร้องเรียน

บุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว ว่า นักการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์หลายคนก็ใช้เฟซบุ๊ก แฟนเพจมีคนตามเยอะ นอกจากนี้ยังใช้ยูทูป ฟลิกเกอร์ ไลฟ์สตรีม ซื้อแบนเนอร์ ทำแอพพิเคชั่นสำหรับคนใช้ไอโฟน ซึ่งเชื่อว่ามีผลต่อการสื่อสารในการเลือก ตั้ง พร้อมยกกรณีของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เขียนในเฟซบุ๊กก็ได้กระจายไปยังสื่อต่างๆ อย่างที่ต้องการสื่อ

ส่วน เรื่อง hate speech (การพูดที่ก่อให้เกิดการเกลียดชัง) เป็นเรื่องใหม่ อาจารย์บางท่านบอกว่าหากไม่อาฆาตมาดร้าย ไม่ได้ขู่ฆ่ากันก็ไม่นับเป็น hate speech ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่ การดูหมิ่น เหยียดหยาม พูดเท็จให้คนเกลียดชังโดยเจตนาบริสุทธิ์ก็เข้าข่ายเช่นกัน

บุญ ยอดกล่าวถึงที่พรสันต์หยิบยกเรื่องรัฐธรรมนูญสนับสนุนเสรีภาพการ แสดงออก ก็ขอเติมว่าแต่ต้องไม่ลิดรอนสิทธิคนอื่น การยกป้ายขัดขวางการหาเสียง ตะโกนด่าทอ เป็นการจัดตั้ง ต้องมีการควบคุมและดูแลกันและให้ความเป็นธรรมในการหาเสียงที่จะเข้าได้ทุก ที่ ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน

“เรื่องเฮดสปีช ท่านยังคิดว่านิวมีเดียมีเสรีภาพมากกว่าสื่อปกติไหม หรือเราเห็นว่าทุกสื่อมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน..สื่อนิวมีเดีย มีเสรีภาพมากกว่า ด่าใครก็ได้ใช่หรือไม่ มีคนบอกเป็นนักการเมืองต้องรับการวิพากษ์วิจารณ์ แต่จำเป็นต้องรับการด่าด้วยหรือ” บุญยอดกล่าวและว่า สุดท้ายสำหรับประชาชนไม่มีใครควบคุมได้ ถ้าเราไม่พยายามควบคุมตัวเอง การพูดคำหยาบคายก็เป็นเรื่องน่าละอาย ต้องมี responsibility upon the law ด้วย หวังว่าสังคมไทยจะเป็นสังคมที่เรียกร้องความรับผิดชอบที่อยู่เหนือกฎหมาย ด้วย

จิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายพรรคเพื่อไทย มักถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อไพร่ เกาะกลุ่มไปที่ประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งมีเกินครึ่งประเทศ นโยบายจึงเป็นแบบเพื่อคนจน 80% คนมีฐานะ 20% ส่วนการใช้สื่อใหม่เราวิเคราะห์ว่าในโลกไซเบอร์ผู้ที่มีคอมพิวเตอร์เองมี ประมาณ 0.8% เราจึงสื่อสารด้วยสื่อใหม่ประมาณ 10-15% ที่เหลือเราสื่อสารผ่านสื่อหลักเพื่อที่มวลชนจำนวนมากจะเข้าถึงได้ และเน้นการให้ข้อมูลเชิงประจักษ์ และการบอกต่อมากกว่า

*หัว ข้อย่อยในเวทีอภิปรายสาธารณะ “ความท้าทายของสื่อใหม่กับการเมืองไทยช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง” จัดโดย มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2554 ณ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย