WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, June 21, 2011

สุขสันต์วันเกิดครับคุณปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน








ก้าวขึ้นสู่ ปีทอง ให้ผ่องใส
จรัสไกล งามเลิศ ประเสริฐศิลป์
กระเดื่องชื่อ ระบือลั่น สนั่นแผ่นดิน
ทุกข์..หมดสิ้น เจอจริง แต่สิ่งดี...

ให้คุณพระ คุ้มครอง สนองท่าน
ให้พวกมาร หลีกพ้น ถอยร่นหนี
ให้จิตใจ ชื่นบาน ให้นานปี
ให้สุขภาพดี ให้สมหวัง สมดั่งใจ....


สุขสันต์วันเกิดครับ

**************************

เก็บตกบรรยายกาศเมื่อวาน 20/6/54






ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 21/06/54 เชิญมาปราศรัยเลยคร้าบ..พวกเราอยากฟัง

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน





เมื่อความคิด จิตอุบาทว์ ชาติสถุน
จึงหมกมุ่น แต่เรื่องชั่ว ให้มัวหมอง
เพราะจิตใจ เลวระยำ อย่างช่ำชอง
จึงจดจ้อง แต่เรื่องทราม เหยียดหยามกัน....


ณ ที่นี่ มีคนตาย ตั้งหลายศพ
สร้างบัดซบ ด้วยมือใคร ในวันนั้น
วีรชน ด่าวดิ้น สิ้นชีวัน
คิดเย้ยหยัน อย่างไร ไอ้อัปรีย์....


แม้เป็นเกมส์ การเมือง เรื่องอัปยศ
ยังโป้ปด ใส่ความ หยามศักดิ์ศรี
สิทธิของ ประชาชน ทุกคนมี
ใยย่ำยี ปี้ป่น พวกคนระยำ....


มาเถิดมา ปราศรัย ให้ลือเลื่อง
สนั่นเมือง ทุ่งสังหาร ประจานซ้ำ
กลิ่นคาวเลือด วีรชน คนรับกรรม
เหมือนตอกย้ำ เกมส์สั่งฆ่า ประชาชน....


ขอวิญญาณ วีรชน เหล่าคนกล้า
ดลนำพา ให้ร้อนรุ่ม ทุกขุมขน
เกิดอาเพศ หมองไหม้ ไล่เรียงคน
อย่าหลุดพ้น บ่วงบาป ที่สาปมา....


จะเดิน-ยืน นั่ง-นอน ให้ร้อนเร่า
ดุจไฟเผา แหลกลาญ เหมือนผลาญพร่า
ให้ครอบครัว ย่อยยับ ไปกับตา
ยี่สิบสาม มิถุนา วันฆ่ามาร....


ขอให้พี่น้องเข้มแข็ง มีสติและอดทนนะครับ
พวกมันกำลังเดินเข้าสู่หลักประหารแล้ว


๓ บลา / ๒๑ มิ.ย.๕๔

ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1สุดคึก กกต.แว้บหนีดูงานเมืองนอกไม่พ้นสายตาเจอตามประกบป้องกันโกงเลือกตั้ง

ที่มา Thai E-News

แดง4ทวีปคึกรับเลือกตั้ง-คน เสื้อแดงใน4ทวีปออกมาเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก เสื้อแดงสหภาพยุโรปชูคำขวัญ"ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1ทั้งคนทั้งพรรคให้ยิ่ง ลักษณ์เป็นนายกฯ"(บนสุด) ขณะที่เสื้อแดงอเมริกายื่นหนังสือต่อประพันธ์ นัยโกวิท ที่แว้บไปดูงานLAขอให้นับคะแนนเสียงที่เมืองนอกป้องกันโกง(ภาพที่2) แดงออสเตรเลียไปสังเกตการณ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ซิดนีย์(ภาพที่3) ส่วนแกนนำแดงญี่ปุ่นบุกบ้านนายชวนให้กำลังใจแดงตรังสู้ในถิ่นปชป.

โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 มิถุนายน 2554


ความ เคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในต่างประเทศต่อการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งการยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกกต.ที่เดินทางไปดูงานในอเมริกา การสังเกตการณ์การเลือกตั้งในออสเตรเลีย และกิจกรรมรณรงค์ไพร่อินเตอร์กาเบอร์ 1 ในสหภาพยุโรป และแกนนำจากญี่ปุ่นบุกถิ่นปชป.ที่ตรัง

แดงอเมริกายื่นหนนังสือกกต.ที่แว้บไปดูงานLAให้นับคะแนนที่เมืองนอกป้องกันโกง
เมื่อ วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา คนเสื้อแดงในนครลอส แองเจลีส สหรัฐอเมริกา ได้ยื่นหนังสือต่อนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง ระหว่างเดินทางไปดูงานที่แอลเอ และผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส เรื่อง ขอเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส โดยมีรายยละเอียดดังต่อไปนี้

ตาม ที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา และเข้าสู่การเตรียมการให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น ในวันที่ ๓ กรกฎาคม ที่จะถึงนี้นั้น โดยช่วงระยะเวลาการส่งบัตรเลือกตั้งสำหรับคนไทยที่อาศัยในเขตอาณาสถานกงสุล แอล.เอ. คือระหว่างวันที่ ๑๗-๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๔

เราในนามของประชาชนคน เสื้อแดงที่พำนักอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐ ต่างๆในเขตอาณาของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งหมด ขอใช้สิทธิร้องเรียน ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกประเทศเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดย บริสุทธิ์ยุติธรรมตามเจตนาแห่งรัฐธรรมนูญ และนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หลีกเลี่ยงความไม่สงบสันติอันอาจจะเกิดจากการประท้วงและชุมนุมเรียกร้องของ ฝ่ายประชาชนที่ถูกคดโกงและบิดเบือนผลแห่งการลงคะแนนเสียง โดยการกระทำอันเห็นแก่ได้ของกลุ่มการเมือง และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลและจัดการเลือกตั้ง

จาก ผลของการประชุมสมัชชาคนเสื้อแดงแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๔ ในนครลอส แองเจลีส ที่ประชุมได้มีมติเป็นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๕ ประการ เกี่ยวพันถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ซึ่งในมติข้อที่ ๔. ความว่า “๔. ให้มีการเลือกตั้งอย่าง บริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อให้ได้ตัวแทนที่แท้จริงของประชาชนมาบริหารประเทศ”

จึงขอเรียกร้องให้ ทำการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง หลังจากสิ้นสุดระยะเวลารับบัตรเลือกตั้ง ณ สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ. อย่างเปิดเผย ต่อหน้าพยานซึ่งเป็นผู้อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดย ไม่ต้องส่งบัตรเลือกตั้งกลับประเทศไทย ส่งเพียงตัวเลขผลการนับคะแนนไปยังกกต. เมืองไทยเท่านั้น อีกทั้ง ขอให้ทางสถานกงสุลฯ ประกาศผลการนับคะแนนให้คนไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้รับรู้โดยทั่วกัน

พวกเรา ในนามของประชาชนคนเสื้อแดง ที่พร้อมเพรียงกันเตรียมใช้สิทธิลงคะแนนเสียง เลือกตั้งนอกประเทศ ไม่ต้องการที่จะให้การบิดเบือนและคดโกงผลการลงคะแนนเกิดขึ้นอีก ดังเช่น ที่เคยเกิดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีการเปลี่ยนหีบคะแนนระหว่างการนำส่งจากต่างจังหวัดสู่ศูนย์กลาง มีการเผาบัตรเลือกตั้ง มีบัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศยังไม่ผ่านการนับตกค้างอยู่ที่ที่ทำการ ไปรษณีย์แห่งประเทศไทย และมีการนำบัตรคะแนนมาเพิ่มก่อนปิดกล่องที่หน่วยเลือกตั้งบางขุนเทียน เป็นต้น

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเรียกร้องนี้จะได้รับการตอบสนอง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งนอกประเทศ ในท้องที่สหรัฐอเมริกา เป็นผลสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง อย่างน้อย เป็นเครื่องแสดงว่าเราได้มาอาศัยอยู่ในสังคมที่มีจิตสำนึกแห่งประชาธิปไตย อย่างสูงส่งแล้ว เราได้ เรียนรู้ที่จะปฏิบัติตามวัฒนธรรมทางการปกครองอันดีงามนั้นด้วย มิได้พกพาเอาความประพฤติอย่าง ไร้ยางอายที่เรียกว่าวิชามารทางการเมืองมาใช้ ให้เป็นที่อับอายแก่ชาวโลก ด้วยความต้องการเปี่ยมล้น ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ

ขอแสดงความนับถือ

คนเสื้อแดงในเขตอาณาสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส

*******

ตัวแทนภาคประชาชนส่งตัวแทนเข้าสังเกตการณ์ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย


กลุ่ม พลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย รายงานว่า เมื่อวันที่18-19 มิถุนายน 2554 ทางกงศุลใหญ่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้จัดให้มีการเลือกตั้งตามกฤษฎีกาการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยมี ตัวแทนผู้สังเกตุการณ์ได้มีส่วนเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเป็นไปตามกฏหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 5 (อ้างอิงตามเว็บไซด์สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง(http://www.ect.go.th/newweb/th/cooperate/) วันที่ 18 มิถุนายน 2554 ณ Metro Sydney Hotel เวลา 10:00น. ถึง 22:00น. และวันที่19 มิถุนายน ณ. วัดพุทธรังสี Anandale เวลา 9:30น. ถึงเวลา 15:30น.

โดยมีตัวแทนเข้าสังเกตการณ์ทั้งสองวันตั้งแต่ต้นจนจบ จำนวน5คน รวมถึงวันคัดแยกบัตรเพื่อจะส่งกลับไปที่เมืองไทยในวันที่22 มิถุนายน 2554 นี้ด้วย

โดยครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มา ใช้สิทธิมากที่สุดในประวัติศาสตร์ การเลือกตั้งนอกราชฯ ประจำนครซิดนีย์ เฉพาะวันแรกก็มากกว่าทุกๆครั้งที่เคยมีมาแล้ว

ผู้มาใช้สิทธิส่วนมา เป็นวัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน โดยบางส่วนมีปัญหาเรื่องของการลงทะเบียนและการตรวจสอบไม่พบรายชื่อ บางส่วนลงทะเบียนไ้ว้แต่ชือกลับไปปรากฏที่ประเทศอื่น ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิได้

จากการเข้าขอสังเกตุการณ์ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จากกงศุลใหญ่นครซิดนีย์(พีรวิช สุวรรณประเทศ‏) และจากเจ้าหน้าที่กงศุลทุกท่าน

หมายเหตุ: ภาพถ่ายทั้งหมด ถ่ายจากนอกเขตเลือกตั้ง หรือ ก่อน หรือหลังจากกำหนดเวลาเลือกตั้ง จึงไม่ได้ผิดกฏหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด
******

สหภาพยุโรป:ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1ทั้งคนทั้งพรรคได้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ุ UDD THAI OF EUROPE (นปช.อียู)รายงานว่า UDD THAI OF EUROPE ร่วมรณรงค์เลือกทั้งคนทั้งพรรค ได้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯไพร่อินเตอร์ กาเบอร์1. ที่ประเทศเดนมาร์ก
โดย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีงานผ้าป่าประชาธิปไตยไทย ครั้งที่ 4 ที่ประเทศเดนมาร์ก เพื่อสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ได้ผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ที่ราชประสงค์ มีพี่น้องจากเดนมาร์ก เยอรมัน ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก และเมื่อ เวลา 20.00 น.นายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินมาให้กำลังใจและร่วมทำบุญผ้าป่าด้วยเป็นเงิน 2,000 ยูโร

ช่วง นี้เป็นวาระการเลือกตั้งในประเทศไทย ทางคณะกรรมการ นปช.อียู จึงได้เน้นให้ความรู้ และวิธีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของพี่น้องคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งบางคนไม่เคยใช้สิทธิ์มาก่อนจึงต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้า และได้มีการรณรงค์ให้พี่น้อง อย่านอนหลับทับสิทธิ์ร่วมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

ซึ่ง พี่น้องที่มาร่วมงานในวันนั้น ทุกคนต่างต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบเหมือนประเทศในยุโรปที่พวกเราอาศัยอยู่ โดยเฉพาะกระแสนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย กำลังเป็นที่จับตามองของชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก

มีการแนะนำและ วิธีการลงคะแนน จากนั้นได้รับประทานอาหารร่วมกัน พร้อมสนุกสนานกับการแสดงมินิคอนเสิร์ต ของศิลปินเสื้อแดง คุณแป๊ะ บางสนาน

รุ่ง เช้าวันอาทิตย์ได้ร่วมกันทอดผ้าป่าประชาธิปไตย ถวายวัดเป็นจำนวนเงิน 16,663โครน (เดนมาร์ก) เข้ากองทุนเยียวยาพี่น้องที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนเงิน 10,810 โครน ซึ่งเงินจำนวนนี้จะนำไปรวมกับยอดที่ได้รับจากผ้าป่าครั้งที่ 2 , 3 ที่ผ่านมา และอีกครั้งหนึ่งในวันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม ที่ประเทศสวีเดน จากนั้น ทางคณะกรรมการจะเดินทางลงไปมอบให้กับพี่น้องที่เมืองไทยด้วยตนเอง

ทาง เจ้าภาพ UDD THAI OF EU (เดนมาร์ก) ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องร่วมอุดมการณ์ทุกกลุ่ม ทุกเขต ทุกประเทศที่ให้เกียรติมาร่วมงาน ถ้ามีอะไรที่ทางเจ้าภาพให้การดูแลไม่ทั่วถึง และขาดตกบกพร่องไป กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ขอให้ผลบุญทั้งหมดที่ทำส่งผลให้ประเทศไทยได้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ โดยอำนาจอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง

และจบลงด้วย ไพร่อินเตอร์กาเบอร์ 1 และประโยคฮิต ( เลือกทั้งคนทั้งพรรค ได้ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ) ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ www.thairedeu.com

ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1ที่ฟินแลนด์
ก่อน หน้านี้นปช.อียูสัญจรพบปะพี่น้องที่ประเทศฟินแลนด์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรณรงค์ให้พี่น้องที่อยู่ในประเทศฟินแลนด์ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราช อาณาจักร
จาก การสัญจรครั้งนี้พบว่า มีพี่น้องคนไทยในประเทศฟินแลนด์จำนวนมากที่ยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย คือ คนเสื้อแดง ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องขอคืนอำนาจให้ประชาชนโดยแท้จริง ไม่ใช่เผด็จการซ่อนรูปเหมือนที่ผ่านมา ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ และร่วมกันเชิญชวนพี่น้องคนไทยในทั่วโลกให้ออกมาแสดงพลังครั้งสำคัญใน ประวัติศาสตร์ชาติไทย เลือกพรรคที่อยู่ฝ่ายประชาชน ไม่ใช่พรรคที่ออกมาฆ่าประชาชน

ตอนนี้กระแสผู้หญิงทั่วโลกมาแรง การที่ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยจึงเป็น เรื่องที่ทั่วโลกกำลังจับตามองว่าการเลือกตั้งในวันที่3 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยจะฝ่าฟันกระบวนการจ้องทำลาย กลโกงต่างๆของฝ่ายเผด็จการอำนาจมืดไปได้หรือไม่

ถึงแม้ว่าคะแนนจะมา เป็นอันดับหนึ่งก็ต้องลุ้นกันอีกยกหนึ่งว่าจะสามารถจัด ตั้งรัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยได้หรือไม่ ดังนั้นคนไทยในทุกมุมโลกจึงจะร่วมกันจับตามองและเคลื่อนไหวกดดันให้ชนชั้นนำ คายอำนาจ และยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน หากมีการขัดขวางโดยมิชอบ เราก็จะออกมารณรงค์ทั่วโลกต่อไป

ก่อนจบงานแยกย้ายกันกลับที่พัก ก็ไม่ลืมที่จะบอกว่า เข้าคูหากาเบอร์ 1 และไพร่อินเตอร์กาเบอร์ 1 ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ www.thairedeu.com

แกนนำแดงญี่ปุ่นบุกบ้านชวนที่ตรังหวั่นโกงเลือกตั้ง

นาย รัตน์ ภู่กลาง แกนนําคนเสื้อดงจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า คุณฌมารินทร์ ฮะตะ หรือ “เจี๊ยบ เจเปน” แกนนำThai Red Japan กลุ่มเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น ซึ่งมีอาชีพเป็นล่ามอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาเยี่ยมกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดตรัง โดยมีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของ คนเสื้อแดงในประเทศญี่ปุ่น และจังหวัดตรัง ด้วยการสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

นางฌมารินทร์กล่าวว่า อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 27ปี มีอาชีพเป็นล่าม เดิมเป็นคนจังหวัดราชบุรี รักและศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มานานมาในระยะหลังมีการเคลื่อนไหวจะจัดตั้งกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้น โดยตนได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งประธาน “กลุ่มไทยเรดเจเปน”ขณะนี้มีสมาชิกแบ่งไปตามจังหวัดต่างๆรวม 5 จังหวัด กว่า 400คน มีการจัดกิจกรรมพบปะประสานให้ความรู้ด้านกิจกรรมทางการเมืองแก่สมาชิกด้วย การพบปะและโพนอินแก่กัน

“ที่ผ่านมาคนไทยในประเทศญี่ปุ่นเมือจากบ้าน เกิดเมืองนอนมา การมาอยู่ต่างแดนไกลบ้าน จึงอยากฝากพ่อแม่พ่อแม่พี่น้องรวมถึงญาติมิตรให้แผ่นดินกับรัฐบาลนั้นๆ และควรเป็นรัฐลบาลที่ดี โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเอาคนที่ทำงานได้จริง คนทำงานไม่จริงจะไม่เอา ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักธุรกิจญี่ปุ่นรู้จักกันเป็นอย่างดี มีการพัฒนาประเทศสู่ระดับอินเตอร์ คนไทยในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งจีงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อสนับ สนุนใหก้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้”

เจี๊ยบ เจเปน กล่าวว่า สิ่งที่กลุ่มเรดเจเปน เป็นห่วงต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็คือ วิธีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ตนเชื่อมั่นในสถานทูต แต่ไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลว่าใบเลือกตั้งที่ส่งทางไปรษณีย์มายังประเทศไทย จะเป็นบัตรเดียวกันหรือไม่ จึงรณรงค์ให้กลุ่มคนเสื้อแดงในญี่ปุ่นอย่าใช้สิทธิ แต่ก็ถือเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลว่าจะเลือกตั้งหรือไม่

นายรัตน์กล่าว ว่า ได้เปิดซอยโรสอินเป็นที่รวมกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดตรัง ต่อไปจะเป็นสัญญลักษณ์ของคนเสื้อแดง ตนจะทำทุกอย่างเพื่อพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีความศรัทธาในตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างมาก จะทำงานเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามคนเสื้อแดงจังหวัดตรังอย่าต่อเนื่อง ทั้งก่อน ขณะและหลังเลือกตั้ง คนกลุ่มเสื้อแดงในซอยโรสอิน มีทั้งนักธุรกิจ มอเตอร์ไซค์รับจ้างรวมไปถึงหมอนวด ขณะนี้มาสมาชิกกว่า 1,000 คนแล้ว

ปชป.อัดยุทธศาสตร์ "เผาเมือง"

ที่มา Voice TV



Voice Focus ประจำวันที่ 20 มิถุนายน 2554 (21.30 น.)
-ปชป.อัดยุทธศาสตร์ "เผาเมือง"
-น้องธันย์ เด็กหญิงคิดบวก
-สิทธิการตายผู้ป่วย ไม่ขอรับบริการสาธารณสุข


ปชป.อัดยุทธศาสตร์ "เผาเมือง"
เพื่อไทยมองประชาธิปัตย์กำลังเล่นบทดาวพระศุกร์ หลังถูกเสื้อแดงป่วนระหว่างหาเสียง ทางด้านนักวิชาการติงการปราศรัยราชประสงค์ไม่เหมาะสม



น้องธันย์ เด็กหญิงคิดบวก
น้องธันย์ เด็กหญิงคิดบวกแม้ขาขาดทั้งสองข้าง ยืนยันจะไปสิงคโปร์อีกครั้งหลังได้ขาเทียม

สิทธิการตายผู้ป่วย ไม่ขอรับบริการสาธารณสุข
มีผู้ป่วยไม่ขอรับบริการสาธารณสุข เพื่อยุติความตายแล้ว หลังจากที่กฎหมายประกาศใช้มาแล้ว 1 เดือน

ดีแต่พูด โกอินเตอร์แล้ว!

ที่มา Voice TV



Wake up Thailand ประจำวันอังคาร ที่ 21 มิ.ย.2554

นำเสนอในประเด็น
- อภิสิทธิ์ นำทัพใหญ่ประชาธิปัตย์ลง 4 จังหวัดภาคใต้
- ราชประสงค์ ไม้ตายประชาธิปัตย์- วัดใจคนกรุง ?
- สุขสันต์วันเกิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
- ก.ล.ต. กลับลำ สอบยิ่งลักษณ์ เฉพาะ พรบ.หลักทรัพย์ ไม่เกี่ยวคดีอาญา
- จิตรา คชเดช เจ้าของป้าย “ดีแต่พูด” โต้ นายกฯอภิสิทธิ์
- เครือข่ายสันติประชาธรรม เสนอพรรคการเมืองแก้ไขมาตรา 112
- รอยเตอร์ชี้"เพื่อไทย"อาจต้องตกลงกับกองทัพ
- คืบหน้าคดีหมอมุก อาการยังโคม่า
Produced by VoiceTV

21 มิถุนายน 2554 เวลา 08:25 น.

View 3435

Keyword: ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร , ประยุทธ์ จันทร์โอชา , จิตรา คชเดช , ดีแต่พูด , ชาย ศรีวิกรม์ , ดีเบต , ประชาธิปัตย์หาเสียงใต้ , ประชาธิปัตย์ปราศัยราชประสงค์ , วันเกิดยิ่งลักษณ์ , ก.ล.ต.คดียิ่งลักษณ์ , เฟสบุคจิตรา , เฟสบุคนายก , จดหมายเปิดผนึกฉบับที่5 , เครือข่ายสันติประชาธรรม , กองทัพเลือกข้าง , คืบหน้าคดีหมอมุก , แพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา

ลือสะพัดกล่าวหาเหล่ลั่นฆ่าซักหมื่นป้องสถาบัน

This summary is not available. Please click here to view the post.

ชายแดนใต้ เลือกใคร? ผลสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการลงคะแนน

ที่มา ประชาไท

เผย ผลสำรวจมูลนิธิเอเชีย อิทธิพลต่อการลงคะแนนเลือกตั้งของคนชายแดนภาคใต้ ข้อค้นพบ 7 หัวข้อ ชี้ผู้นำศาสนามีอิทธิผลมากสุด ขัดแย้งกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ
ใน เมื่อคนในชายแดนภาคใต้แตกต่างกับคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยในหลายเรื่อง ทั้งอัตลักษณ์ ภาษา ศาสนาและวัฒนธรรม แล้วในเรื่องการเมืองต่างกันไหม คำถามที่น่าสนใจในบรรยากาศก่อนเลือกตั้งอย่างนี้ คือ อะไรที่มีอิทธิพลต่อการเลือกลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ใน หนังสือเรื่อง “ประชาธิปไตยและความขัดแย้งในภาคใต้” การสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในยะลา นราธิวาสและปัตตานี ของมูลนิธิเอเชีย ได้นำเสนอข้อค้นพบจากการสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา นราธิวาส และ ปัตตานี เป็นครั้งแรก หัวข้อหนึ่งในนั้น คือ อิทธิพลที่มีต่อการเลือกลงคะแนน
คิม แมคเควย์ ผู้แทนประเทศไทย มูลนิธิเอเชีย กล่าวในคำนำว่า การสำรวจใช้วิธีสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว โดยสุ่มตัวอย่างจากตัวแทนประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 750 คน ระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม ถึง วันที่ 30 สิงหาคม 2553 โดยการสนับสนุนขององค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเสด (United State Agency for International Development) ดำเนินการโดย MIAdvisory
คิม บอกว่า การสำรวจครั้งนี้เป็นงานสืบเนื่องจากการสำรวจระดับประเทศในปี 2552 เป้าหมายสำคัญ คือ เพื่อให้ข้อมูลและมุ่งวัดความรู้และทัศนคติต่อประชาธิปไตยและสถาบัน ประชาธิปไตยของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อประเมินกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทย
คำถามสำหรับหัวข้อ “อิทธิพลที่มีต่อการเลือกลงคะแนน” นี้ มี 7 คำถาม ผลการสำรวจของแต่ละคำถามมีดังนี้
การเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง
คำถาม คือ คนที่แตกต่างกันต้องคำนึงถึงปัจจัยที่แตกต่างกัน เมื่อตัดสินใจเลือกผู้สมัครรับการเลือกตั้งกรุณาบอกเราว่า ปัจจัยอะไรที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อคุณ?
ผลสำรวจ พบว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ ความพร้อมในการทำงานและการเข้าถึงตัวได้ง่ายของผู้สมัครรับการเลือกตั้ง 44% (ผลการสำรวจระดับประเทศ 50%)
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย การศึกษา 20% (ระดับประเทศ17%) และความสำเร็จของบุคคล10% (ระดับประเทศ10%) ความเคร่งครัดในศาสนาและค่านิยม 9% (เฉพาะในชุมชนมุสลิม10% ส่วนชุมชนชาวพุทธมีเพียง 1%)
การเลือกพรรคการเมือง
คำถาม คือ สำหรับพรรคการเมือง อะไรคือคุณสมบัติที่คุณคำนึงถึงมากที่สุด?
ผลสำรวจ พบ ว่า ในการเลือกพรรคการเมือง มีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างคนไทยระดับประเทศและในภาคใต้ตอนล่าง ไม่นับการให้ความสำคัญต่อผู้นำของพรรคการเมืองในระดับประเทศ และความสำคัญของพรรคการเมือง ที่เชื่อมโยงกับศาสนาในภาคใต้ตอนล่าง
คน ไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ ใช้เหตุผลในการเลือกพรรคการเมือง ตัวอย่างเช่น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่มองย้อนกลับไปในอดีต เพื่อหาตัวบ่งชี้ผลงานที่พรรคจะทำในอนาคต 55% (ระดับประเทศ 57%)
ส่วน ใหญ่กล่าวว่า ประวัติศาสตร์ในอดีตหรือความสำเร็จของพรรค เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของพวกเขา โดยประวัติศาสตร์ของพรรคและความสำเร็จในอดีต มีความสำคัญต่อชุมชนชาวพุทธ 60% ชุมชนมุสลิม 53%
โดยมี 22% (เท่ากับระดับประเทศ) คิดว่าแผนงานในปัจจุบัน ของพรรคมีความสำคัญมากที่สุด ขณะที่ 19% เลือกบนพื้นฐานของบุคลิกและความสำเร็จของผู้นำพรรค
สำหรับผู้ที่อยู่ในภาคใต้ตอนล่าง 10% เห็นว่า ผู้นำพรรคสำคัญน้อยกว่าความมีสัมพันธ์กับศาสนา
อิทธิพลของผู้นำท้องถิ่น
คำถาม คือ “เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะรู้จักผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีหลายคน หรือผู้สมัครคนใดจะดีที่สุดสำหรับพื้นที่ของเรา ดังนั้นควรจะเชื่อคำแนะนำของผู้นำท้องถิ่น เมื่อต้องตัดสินใจที่จะเลือกใคร”
คำตอบ คือ ให้ระบุว่า เห็นด้วยมาก เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยมาก
ผลสำรวจ พบว่า16% ของคนไทยทั้งประเทศคิดว่า มีเหตุผลที่รับได้ในการทำตามคำแนะนำของผู้นำท้องถิ่น แต่ภาคใต้ตอนล่าง 37% ยึดถือความคิดเห็นนั้นอยู่ ดังนั้น จึงยิ่งทำให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องจัดการศึกษาสำหรับพลเมืองในสาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยิ่งกว่าส่วนอื่นของประเทศไทย
ข้อ ค้นพบนี้สนับสนุนความรับรู้ที่ว่า สังคมในภาคใต้ตอนล่างเป็นสังคมที่ยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมา อย่างมาก เช่นเดียวกับที่ได้เห็นในข้อค้นพบอื่นๆ
แม้ จะมีการกล่าวอ้างเสมอว่า ผู้นำท้องถิ่นมีอิทธิพลเหนือกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาก แต่ข้อค้นพบจากการสำรวจเป็นไปในทางตรงกันข้าม โดยมีเพียง 16% ในระดับประเทศเห็นด้วยว่า การทำตามคำแนะนำของผู้นำท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
อย่าง ไรก็ตาม มากกว่าหนึ่งในสาม หรือ 37% ของผู้ตอบแบบสอบถามในภาคใต้ตอนล่าง กลับยอมรับอิทธิพลของผู้นำท้องถิ่น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสูงอายุจะคล้อยตามความเห็นของผู้นำท้องถิ่นมากกว่า โดย 22% ของผู้ที่มีอายุ 50 ปี ในระดับประเทศ และ 40% ในภาคใต้ตอนล่าง
ใน ระดับประเทศ ผู้หญิง (18%) รับอิทธิพลของผู้นำท้องถิ่นมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย (13%) แต่ในภาคใต้ตอนล่าง ทั้งหญิงและชายได้รับอิทธิพลไม่แตกต่างกัน รวมทั้งกลุ่มชาวพุทธและมุสลิม (38%) ด้วย
คำตอบต่อคำถามนี้ในภาคอื่นของประเทศก็ ค่อนข้างคล้ายกัน ยกเว้นภาคอีสาน ที่มีหนึ่งในสี่ (25%) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มีเหตุผลที่ต้องฟังผู้นำท้องถิ่น ส่วนภาคอื่นๆ มีเพียง 11%
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ผู้ที่อยู่ในภาคใต้ตอนล่าง มีโอกาสรับอิทธิพลของผู้นำท้องถิ่นในการตัดสินใจทางการเมืองมากที่สุด
โดย ผู้ที่จบการศึกษาระดับอนุปริญญา/อาชีวะศึกษา และผู้จบประถมศึกษาในภาคใต้ตอนล่างได้รับอิทธิพลสูง มากกว่าเป็นสองเท่า (44% และ 40% ตามลำดับ) ของผู้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย (20%)
อิทธิพลของครอบครัว
คำถาม คือ คุณคิดว่าสมาชิกของครอบครัวควรทำตามคำแนะนำของหัวหน้าครอบครัวเมื่อต้อง ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับการลงคะแนนเสียงหรือเขาควรตัดสินใจเลือกด้วยตัว เขาเอง ?
ผลสำรวจ พบว่า ในระดับประเทศ ประชาชน 90% เชื่อว่า สมาชิกในครอบครัวควรตัดสินใจด้วยตัวเองในการเลือกตั้ง
ข้อ ค้นพบนี้ ค่อนข้างตรงกันในภูมิภาคต่างๆ ยกเว้นในภาคเหนือและภาคใต้ตอนล่างที่ 18% คิดว่า สมาชิกในครอบครัวควรทำตามคำแนะนำของหัวหน้าครัวเรือน และ 21% ในกลุ่มที่จบการศึกษาระดับประถมศึกษาก็มีความคิดเช่นนี้
ผู้ ตอบแบบสอบถามที่เป็นมุสลิม 19% ให้การยอมรับมากต่อคำแนะนำของครอบครัว เปรียบเทียบกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวพุทธที่มีเพียง 6% เท่านั้น
ผู้หญิง ที่มีสิทธิเลือกตั้งในปัตตานี 27% เป็นผู้ที่เชื่อฟังมากที่สุดในภาคใต้ตอนล่าง ขณะที่ผู้ชายที่มีสิทธิเลือกตั้งในยะลา 6% เป็นผู้ที่ยอมรับอิทธิพลของครอบครัวน้อยที่สุด
บทบาทของศาสนาในการเมือง
คำถาม คือ พระหรือผู้นำทางศาสนามักถูกมองว่า เป็นผู้นำทางศีลธรรมในชุมชน บางคนจึงกล่าวว่า ผู้นำศาสนาควรเกี่ยวข้องกับการเมืองให้มากขึ้น ขณะที่บางคนเห็นว่าควรหลีกเลี่ยงในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางโลก และควรสนใจเฉพาะเรื่องศีลธรรมและศาสนาของชุมชน ข้อไหนใกล้เคียงกับความคิดเห็นของคุณ ?
ผลสำรวจ พบว่า มีเพียง 8% ของคนไทยระดับประเทศคิดว่า ผู้นำศาสนาควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองให้มากขึ้น ชาวมุสลิมในภาคใต้ตอนล่างถึง 31% และชาวพุทธ 7% สนับสนุนความคิดนี้
36% ของครัวเรือนที่มีรายได้ระดับกลาง ต้องการให้ผู้นำศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองมากขึ้น ส่วนครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำมีเพียง 25% เท่านั้น
ข้อ ค้นพบเหล่านี้ชี้ว่า ขณะที่สังคมแบบจารีตนิยมของภาคใต้ตอนล่างมีศาสนาเป็นรากฐาน ก็มีการใช้เหตุผลของวิถีประชาธิปไตย เพื่อข้ามเส้นแบ่งทางศาสนาอยู่ด้วยเช่นกัน
อิทธิพลของผู้นำศาสนา
คำถาม คือ ถ้าผู้นำศาสนาของคุณชักชวนให้คุณสนับสนุนพรรคหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใด คนหนึ่งโดยเฉพาะ คุณคิดว่าการชักชวนนั้นจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคุณในการเลือกตั้งอย่าง ไร ? มาก น้อย ไม่มาก หรือไม่มีเลย ?
ผลสำรวจ พบว่า นอกจากจะมีฉันทามติที่เป็นเอกฉันท์ร่วมกันว่า ไม่ต้องการให้ผู้นำทางศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง
คน ส่วนใหญ่ในระดับชาติ คือ 91% มีความเห็นคล้ายกันว่า ความคิดเห็นทางการเมืองของผู้นำทางศาสนา มีผลเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีผลเลยต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของพวกเขา
ข้อ นี้ แตกต่างจากภาคใต้ตอนล่างอย่างชัดเจน เพราะ 34% ของทั้งหญิงและชาย ระบุว่า ผู้นำศาสนาสามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของพวกเขา
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และมากกว่า 60 ปี (40% และ 41% ตามลำดับ) เป็นผู้ที่เปิดรับอิทธิพลเหล่านั้นมากที่สุด
ขณะ ที่ผู้ที่มีอายุ 30 ปี และผู้ที่มีระดับรายได้สูง เป็นผู้ที่ได้รับอิทธิพลจากผู้นำทางศาสนาน้อยที่สุด (26% และ 25% ตามลำดับ) แต่ยังคงห่างไกลจากค่าเฉลี่ยระดับประเทศ
การรับรู้เรื่องการซื้อเสียง
คำถาม คือ ถ้ามีพรรคการเมืองเสนอที่จะให้เงิน อาหาร หรือของขวัญแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนี้ จะมีสักกี่คนที่ลงคะแนนเสียงให้เพราะเหตุนั้น มาก บางส่วน น้อย เกือบไม่มีเลย ?
ผลสำรวจ พบว่า เสียงส่วนใหญ่ คือ 58% ของระดับประเทศและ 64% ในภาคใต้ตอนล่าง เชื่อว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของเขา อาจจะได้รับอิทธิพลจากการซื้อเสียง
ไม่ว่าความเชื่อนี้จะถูกหรือผิด ก็ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง และความชอบธรรมของผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้ง
ข้อ ค้นพบนี้เห็นพ้องกันอย่างมากทุกภูมิภาค โดยความแตกต่างมากที่สุด คือคำตอบที่ว่า “เกือบไม่มีเลย” ซึ่งเรียงลำดับจากมากคือ 16% ในชนบทภาคเหนือ ถึงน้อยเพียง 7% ในชนบทภาคใต้ และ 5% ในภาคใต้ตอนล่าง
เมื่อผลสำรวจชี้อย่างนี้แล้ว จากนี้คงต้องดูต่อไปว่า การเลือกตั้งในพื้นที่ชายแดนใต้ครั้งนี้จะออกมาอย่างไร

โกอินเตอร์ สื่อฝรั่งแปลวลีเด็ด “ดีแต่พูด”

ที่มา ประชาไท

แอนดรูว์ สปูนเนอร์ ผู้สื่อข่าวอิสระ เขียนบทความลงในเว็บไซต์ http://asiancorrespondent.com แปลความหมาย “ดีแต่พูด” เป็นภาษาอังกฤษ “He’s only good at talking.” ระบุเป็นวลีทรงพลังที่จะเป็นเสมือนคำจารึกเหนือหลุมฝังศพทางการเมืองของอภิสิทธิ์

แอนดรูว์ สปูนเนอร์ เขียนบทความ Thailand’s PM Abhisit Vejjajiva: “He’s only good at talking.” เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. กล่าวถึงกรณีที่จิตรา คชเดช ชูป้ายหาเสียง “ดีแต่พูด” โดยกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้อภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นชนชั้นนำที่จบการศึกษาจากอีตันและอ็อกซ์ฟอร์ดระคายเคือง ก็คือการที่ผู้นำสหภาพแรงงานหญิงคนหนึ่งซึ่งมีรกรากจากจังหวัดสุพรรณบุรีชู แขนที่ปราศจากอภิสิทธิ์ใดๆ ขึ้นมาสร้างความเสื่อมเสียให้กับนายอภิสิทธิ์

สปูนเนอร์ อธิบายด้วยว่า จิตรานักกิจกรรมหัวก้าวหน้าชนชั้นรากหญ้า ซึ่งไม่ใช่คนของเพื่อไทย หรือเครือข่ายเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณ เธอเป็นแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และเข้าร่วมกิจกรรมในการประท้วงของคนเสื้อแดง จิตราชูป้ายประท้วงนายอภิสิทธิ์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์กำลังแสดงปาฐกถา เธอลงมือเขียนข้อความลงบนแผ่นกระดาษด้วยลายมือตัวเองว่า “ดีแต่พูด”

สปูนเนอร์ สำทับว่า วลี “ดีแต่พูด” ซึ่งสื่อต่างประเทศจำนวนมากอาจจะยังไม่รู้นั้น กำลังจะกลายมาเป็นสโลแกนสำคัญสำหรับฝ่ายตรงข้ามอภิสิทธิ์ และวลีสั้นๆ ที่ทรงประสิทธิภาพนี้ จะเป็นเสมือนคำจารึกเหนือหลุมฝังศพให้กับอาชีพนักการเมืองของอภิสิทธิ์ที่ กำลังตกต่ำลง

พระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ประธานศาลฎีกาเฝ้าฯ ทรงย้ำผู้พิพากษาต้องเป็นกลางทั้งในและนอกศาล

ที่มา ประชาไท

ทรง มีพระบรมราโชวาทให้ผู้พิพากษาทำหน้าที่เพื่อความยุติธรรม เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ ถ้าปฏิบัติดี ประเทศชาติมีความสงบได้เพราะว่าคนต้องมีการขัดแย้งกัน ท่านต้องเป็นกลางทุกกรณีทั้งในและนอกโรงศาล ด้านอดีตรองประธาน คมช. ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนรับตำแหน่งองคมนตรี

วันนี้ (20 มิ.ย.) เวลา 17.24 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ณ ห้องประชุม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่

โอกาสนี้ นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักงานประธานศาลฎีกา นายวรวุฒิ ทวาทศิน เลขาธิการประจำประธานศาลฎีกา และ นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระบรมราโชวาทให้คณะผู้พิพากษาดังนี้

“คำ ปฏิญาณของผู้พิพากษาเป็นคำปฏิญาณที่สำคัญมาก เพราะว่าอย่างที่ท่านได้เปล่งวาจา ท่านก็จะต้องทำหน้าที่เพื่อความยุติธรรม เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ ฉะนั้น ถ้าท่านปฏิบัติดี ก็ทำให้ประเทศชาติ มีความสงบได้ เพราะว่าคนก็ต้องมีการขัดแย้งกัน ท่านต้องเป็นกลางในทุกกรณี ทั้งเวลาท่านอยู่ในโรงศาล และนอกโรงศาล ฉะนั้น ก็ขอให้ท่านได้รักษาคำปฏิญาณที่ท่านได้เปล่งด้วยความเข้มแข็งนี้ รักษาเอาไว้ทุกเมื่อ และถือว่าเป็นหน้าที่ในชีวิต ก็ขอให้ท่านได้ปฏิบัติงานด้วยความสามารถ มีความเข้มแข็ง และจะเป็นความดีของท่าน จะเป็นความสงบของประเทศชาติ ก็ขอให้ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งตามที่ท่านได้กล่าว และสามารถจะปฏิบัติตาม ขอให้ท่านมีความสำเร็จ มีความสุขในงานการ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ”

ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่

จับตาคดีนักศึกษายะลาถูกซ้อม หลังยื่นรายงานแพทย์ผลจากการทรมาน

ที่มา ประชาไท

คดี นักศึกษายะลาถูกซ้อมทรมาน ศาลปกครองกำหนดวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง ทนายความจัดส่งรายงานนิติ จิตเวชศาสตร์ประกอบคำฟ้อง ยืนยันเหยื่อได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ

ในวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ศาลปกครองสงขลากำหนดเป็นวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริงในคดีหมายเลขดำที่ 187 , 188 / 2552 ที่นายอิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และนายอามีซี มานาก ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ยื่นฟ้องกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ทนายความได้นำส่งรายงานการแพทย์ ซึ่งเป็นรายงานผลการตรวจสภาพร่างกายและจิตใจของนายอิสมาแอ เต๊ะ ผู้ร้องที่ 1 เพื่อยืนยันความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจของเหยื่อที่ถูกซ้อมทำร้ายร่างกาย และทรมานเพื่อให้รับสารภาพในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ทำกิจกรรมนักศึกษาในช่วงปี 2550-2551 แต่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยแลถูกตรวจค้นบ้านพัก ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ต่อมาได้รับการปล่อยตัวและไม่เคยถูกตั้งข้อหาในคดีอาญาแต่อย่างใด

คดี นี้เป็นคดีแรกที่เหยื่อผู้ถูกควบคุมตัวและซ้อมทรมานตามอำนาจของกฎ อัยการศึกในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องคดีเพื่อให้ หน่วยงานรัฐ (กองทัพบกและกระทรวงกลาโหม) รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ซึ่งอยู่ ในสังกัดของตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 โดยยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 และต่อมาศาลแพ่งได้โอนคดีไปศาลปกครองสงขลา เนื่องจากการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกอยู่ในอำนาจศาลปกครอง ศาลได้แสวงหาข้อ เท็จจริงทั้งจากผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีเป็นเวลากว่า 2 ปี

การ ทรมานถือเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงในทางสากล เนื่องจากเป็นการกระทำโดยผู้มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ รูปแบบการทรมานในปัจจุบันมักไม่ปรากฏร่องรอยทางร่าง กาย ทำให้เป็นปัญหาในทางคดีที่ไม่สามารถพิสูจน์ความเสียหายจนไม่สามารถเรียก ร้องค่าเสียหายจากการละเมิดได้ อย่างไรก็ตาม เหยื่อการทรมานที่ผ่านสภาพเลว ร้ายจากการทรมาน แม้จะไม่ปรากฏร่องรอบทางร่างกาย แต่มีปรากฏร่องรอยผลกระทบทางจิตใจคงอยู่ยาวนาน

ดังนั้น ปัญหาผลกระทบจากการทรมานในลักษณะดังกล่าวจึงถูกคลี่คลายลงด้วย การตรวจสอบผลกระทบทางจิตใจจากการผ่านเหตุการณ์เลวร้ายโดยแพทย์ผู้เชี่ยว ชาญ ในคดีนี้ นายอิสมาแอได้รับการตรวจร่างกายและผลกระทบทางจิตใจหลังผ่าน เหตุการณ์เลวร้าย (Post-traumatic stress disorder) หรือPTSD และจัดทำเป็นรายงานทางการแพทย์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเป็นอิสระ 2 ท่านที่เป็นสมาชิกของสภาเพื่อฟื้นฟูผู้ถูกทรมานระหว่างประเทศ (International Rehabilitation Council for torture victims) หรือ IRCT ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งอยู่ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และมีวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและพัฒนาการทำงาน ด้านนิติวิทยาศาสตร์และนิติจิตเวชศาสตร์ต่อเหยื่อที่ถูกซ้อมทรมานทั่วโลกภาย ใต้พิธีสารอิสตันบูล ซึ่งเป็นคู่มือสืบสวนสอบสวนและบันทึกข้อมูลหลักฐานอย่างมีประสิทธิภาพ กรณีการทรมานหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Istanbul Protocol: Manual on the Effective Investigation and Documentation of Torture and other cruel, Inhuman or Degrading Treatment of Punishment) หรือที่เรียกว่าพิธีสารอิสตันบูล เป็นหลักการมาตรฐานสากลในการบันทึกรวบรวม พยานหลักฐานกรณีการทรมานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางให้ความ ช่วยเหลือคุ้มครองและเยียวยาเหยื่อผู้เสียหายจากการถูกซ้อมทรมานอย่างมี ประสิทธิภาพ

กลไกการคุ้มครองและป้องกันการซ้อมทรมานในระดับสากลจะ ช่วยลดช่องว่างและ ข้อบกพร่องในการสืบสวนสอบสวนกรณีการซ้อมทรมานในประเทศไทย และในขณะที่ PTSD ยังไม่ได้ถูกนำมาพัฒนาใช้ในการพิจารณาให้การช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อการทรมาน แต่เป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดีที่จะสามารถยืนยันความร้ายแรงของการทรมานที่ ส่งผลกระทบทางจิตใจของเหยื่ออย่างยาวนานมากกว่าอาการบาดเจ็บทางร่างกาย ส่ง ผลให้เหยื่อการทรมานไม่สามารถได้รับการเยียวยาหรือชดใช้ค่าเสียหายอย่างเป็น ธรรม และยังส่งผลให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามอำเภอใจเนื่องจากไม่ถูกลง โทษจากความผิดที่ตนกระทำ และหน่วยงานผู้บังคับบัญชาอาจละเลยไม่กำกับดูแลจน หลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบยิ่งลดน้อยและ ถูกทำลายลง

คดีนี้จึงเป็นคดีแรกที่มีการยื่นรายงานทางการแพทย์จากการ ทรมานเพื่อ ประกอบการพิจารณาของศาล และเป็นแนวทางในการกำหนดมาตรการเยียวยาความเสียหายตามรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทยมาตรา 32 ซึ่งบัญญัติถึงสิทธิของบุคคลที่จะไม่ถูกทรมานและสิทธิที่จะได้รับการเยียวยา อย่างเหมาะสม [1] ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป


[1] มาตรา 32 บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย

การท รมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม จะกระทำมิได้แต่การลงโทษตามคำพิพากษาของศาลหรือตามที่กฎหมายบัญญัติไม่ถือ ว่าเป็นการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมตามความในวรรคนี้

การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ

การค้นตัวบุคคลหรือการกระทำใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ

ใน กรณีที่มีการกระทำซึ่งกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง ผู้เสียหาย พนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหาย มีสิทธิร้องต่อศาลเพื่อให้สั่งระงับหรือเพิกถอนการกระทำเช่นว่านั้น รวมทั้งจะกำหนดวิธีการตามสมควรหรือการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยก็ ได้