WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, June 22, 2011

เพราะการเมืองไม่ได้มีแต่เรื่องการเลือกตั้ง 24มิถุนามหาศรีสวัสดิ์นี้ขอเชิญร่วมงานวันชาติราษฎร

ที่มา Thai E-News


เพลง วันชาติ 24 มิถุนา

( ดาวน์โหลดฟังเพลงที่นี่ )

24 มิถุนา ยนมหาศรีสวัสดิ์
ปฐมฤกษ์ของรัฐ ธรรมนูญของไทย
เริ่มระบอบอารยะประชาธิปไตย
ทั่วราษฎรไทย ได้สิทธิเสรี
สำราญ สำเริง รื่นเริง เต็มที่
เพราะชาติเรามีเอกราชสมบูรณ์
ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย

ชาติประเทศเหมือนชีวา ราษฎร์ประชาเหมือนร่างกาย
ถ้าแม้ว่าชีวิตมลายร่างกายก็เป็นปฏิกูล
พวกเราต้องร่วมรักพิทักษ์ไทยไพบูลย์
อีกรัฐธรรมนูญคู่ประเทศไทย
เสียกายเสียชนม์ยอมทนเสียได้
เสียชาติประเทศไทยอย่ายอมให้เสียเลย
ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย

ผู้แต่ง : ครูมนตรี (บุญธรรม) ตราโมท

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 มิถุนายน 2554

แม้ สถานการณ์เลือกตั้งกลบกระแสความเคลื่อนไหวด้านอื่นลงไปแทบสิ้นเชิง แต่ฝ่ายประชาธิปไตยยังมีกิจกรรมด้านอื่นอีกมากซึ่งเป็นประเด็นสำคัญใน ระหว่างนี้

อาทิเช่น กิจกรรมของกลุ่มคณะราษฎรใหม่ จัดปราศรัยหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในวันนี้ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ในโอกาสจับกุมคุมขังสุรชัย แซ่ด่าน ข้อหาหมิ่นพรระบรมเดชานุภาพมาครบ 4 เดือน ห้ามประกันตัว แม้สูงวัยมีปัญหาเรื่องสุขภาพ

กิจกรรมงานวันชาติ 24 มิถุนา ครบ 79 ปียิ่งใหญ่


ฝ่าย ประชาธิปไตยได้เตรียมการจัดกิจกรรมรำลึก 79 ปี 24 มิถุนายน เพื่อสืบสายธารคณะราษฎรอย่างยิ่งใหญ่ด้วย โดยมีกิจกรรมหลากหลายดังต่อไปนี้

พิธีรำลึกดวงวิญญาณคณะราษฎรโดยทายาทคณะราษฎร

ท่าน ทูต ดร.พิทยา พุกกะมาน แจ้งข่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน ศกนี้ จะมีพิธีรำลึกวิญญานของบุคคลในคณะราษฏรฯ (พระยาพหลฯ จอมพล ป. หลวงปรีดีฯ ฯลฯ) ผู้ซึ่งอภิวัฒน์การปกครองและเป็นผู้วางรากฐานของระบอบประชาธิปไตยครั้งแรกใน ประเทศไทย โดยพิธีฯ จะมีขึ้นเวลา ๐๙.๐๐ น. ณ พระเจดีย์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน

ในงานฯ จะมีทายาทของคณะราษฏร รวมทั้งผมซึ่งเป็นหนึ่งในทายาทพระยาพหลฯ มาร่วมด้วย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวประชาธิปไตยทราบและให้ไปร่วมงานฯ ด้วย

กิจกรรมวาระ 79 ปีวันชาติไทย:งานเฉลิมฉลอง ยี่สิบสี่มิถุนา 'วันชาติ ราษฎร'

เครือ ข่ายประชาธธิปไตย(คปต.)เป็นเจ้าภาพร่วมกับองค์กรเครือข่ายจัดงานฉลอง วันชาติประชา 24 มิถุนายน เป็นวันประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และเห็นควรจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้ง

งานเฉลิมฉลอง ยี่สิบสี่มิถุนา 'วันชาติ ราษฎร'- จัดขึ้น เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบเก่าสู่ระบอบใหม่ อันทำให้ราษฎรไทย 'ได้สิทธิเสรี' ตามหลัก ๖ ประการของคณะราษฎร

คณะ ผู้จัดงานขอเชิญราษฎรทั้งหลาย ผู้เป็นเจ้าของวันชาติที่ ๒๔ มิถุนานี้ จงมาร่วมกันเฉลิมฉลองให้เป็นที่ระลึกแก่สาธารณชนในประเทศนี้ว่า เราจะไม่ลืมวันชาติอันมีความหมายถึงสิทธิเสรีภาพ และระบอบประชาธิปไตย อันมีกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

จงพิทักษ์ดอกผลแห่งการอภิวัฒน์ ๒๔๗๕! ยี่สิบสี่มิถุนาจงเจริญ!

ราย ละเอียดกำหนดการ กิจกรรมเฉลิมฉลอง "วันชาติ ราษฎร: 24 มิถุนา" จัดโดยเครือข่ายประชาธิปไตย (คปต.) ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน วันที่ 24 มิถุนายน 2554 เวลา 16.30 – 24.00 น.


16.30-17.30
● ดนตรีเปิดงานเฉลิมฉลองวันชาติ (วงท่าเสาร์ & ผองเพื่อน)

17.30-17.45
● กล่าวเปิดงานฯ โดยรองเลขาธิการ คปต. (คุณทรงชัย)

17.45-18.45
เสวนาในหัวข้อ

● 79 ปีเส้นทางระบอบรัฐธรรมนูญ (ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ)

● ความทรงจำคณะราษฎร์ และดอกผลแห่งการอภิวัฒน์สังคม (แขกรับเชิญ/ลูกหลานคณะราษฎร์)

18.45-19.15
ปราศรัยในหัวข้อ

● นักโทษการเมือง จากอดีตถึงปัจจุบัน (รศ.สุดสงวน ดร.สุดา & คุณอติเทพ)

19.15-19.45
ปราศรัยในหัวข้อ

● ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม นักวิชาการ/นักศึกษา และสื่อมวลชน ต่อการขับเคลื่อนประชาธิปไตย (คณะกรรมการ คปต./คุณเกษศิรินทร์)

19.45-19.55
● ร่วมร้องเพลงประจำวันชาติ 24 มิถุนา (เพลง“ศรีสวัสดิ์”) (คณะกรรมการ คปต. & ผู้ร่วมงาน)

20.00-20.30
● การแสดงละคร เรื่อง “หนึ่งแผ่นดิน” (ประกายไฟ)

20.30-20.45
● VTR ประกาศคณะราษฎร์ (24 มิ.ย. 2475)

20.50-21.20
● ปราศรัยย้อนอดีตวันชาติ (คุณสมบัติ บุญงามอนงค์-อาทิตย์สีแดง)

21.20-21.40
● เพลงเพื่อประชาธิปไตย (คุณซัน ชีโร)

21.40-21.55
● บทกวี จากเพียงคำ

22.00-22.30
● ปราศรัยเกี่ยวกับวันชาติ-ประชาธิปไตย (สหายสีแดง)

22.30-23.40
ปราศรัยในหัวข้อ

● ราษฎรวิจารณ์เจ้า (หลัง 2475) (คุณอติเทพ)

● ราษฎร VS อำนาจอธิปไตย (คุณพลท & คุณอ๊อด ราษฏรเต็มขั้น)

22.30-23.40
ปราศรัยในหัวข้อ

● ราษฎรวิจารณ์เจ้า (หลัง 2475) (คุณอติเทพ)

● ราษฎร VS อำนาจอธิปไตย (คุณพลท & คุณอ๊อด ราษฏรเต็มขั้น)

23.40-23.55
● กล่าวปิดงานเฉลิมฉลองวันชาติ

(คณะกรรมการ คปต. & วงดนตรีท่าเสาร์)


23 มิถุนายน 2554 เสวนา 79 ปีเปลี่ยนแปลงปกครอง

-กำหนดการเสวนาวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา เรื่อง ร่วม สร้างพลเมืองผ่านกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 โดยคณะราษฎร วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน 2554 ณ ห้องประชุมต้นโมก อาคารสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

เวลา 12.00 - 12.30 น. เริ่มลงทะเบียน
12.45 - 13.00 น. กล่าวเปิดงานโดย ดร.บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
13.00 - 17.00 น. เริ่มการเสวนา เรื่อง “ร่วมสร้างพลเมืองผ่านกระบวนการเลือกตั้งเพื่อ
พัฒนาประชาธิปไตย” วิทยากรโดย
1. นายสถิตย์ ไพเราะ
ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนกคดีเด็กเยาวชนและครอบครัว
2. รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์
หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3. ผศ.วิชชุกร นาคธน
คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
17.00 น. ปิดการเสวนา


24 มิถุนายน 2554 รำลึก24มิถุนาฯที่เชียงใหม่

-งาน เสวนา “24 มิถุนา ประชาธิปไตย: อำนาจ ความรุนแรง และผู้หญิงในการเมืองไทย” ที่ห้องประชุมชั้น 4 ตึกปฎิบัติการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

9.00-10.30-24 มิถุนา ประชาธิปไตย ช่วงที่ 1: อำนาจ ความรุนแรง และผู้หญิงในการเมืองไทย

วิทยากร

1. ไชยันต์ รัชชกูล ศุนย์สันติศึกษา มหาวิทยาลัยพายัพ
2. วัฒนา สุกัณศีล ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
3. พิภพ อุดมอิทธิพงศ์
4. อรรถจักร สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์
ดำเนินรายการโดย วสันต์ ปัญญาแก้ว

10.45-12.30-24 มิถุนา ประชาธิปไตย ช่วงที่ 2: เมื่อผู้หญิงมองการเมือง
1.นงเยาว์ เนาวรัตน์ คณะศึกษาศาสตร์ มช
2. อาภาภรณ์ ภาควิชาสตรีศึกษา
3. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
4. จิตรา คชเดช
ดำเนินรายการโดย หัวหน้าภาควิชาสตรีศึกษา

ภาคี ร่วมจัด -1. ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ 2. โครงการประชาธิปไตยกับท้องถิ่น 3. ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา 4. ภาควิชาสตรีศึกษา***


25 มิถุนายน 2554 ร่วมรณรงค์ปลดปล่อยนักโทษการเมือง สมยศ พฤกษาเกษมสุขและคนอื่นๆ

โดยพบกับนักเขียน กวีผู้มีชื่อเสียงและผู้เคยมีบทบาทในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพในอดีต

-ประกาย ปรัชญา (นักเขียนฝ่ายซ้ายในยุค 6 ตุลา 19)
-เดือนวาด พิมวนา (นักเขียนรางวัลซีไรท์และช่อการะเกดยอดเยี่ยม)
-วาด รวี(นักเขียนเรื่องสั้น บทกวีร่วมสมัย)
-ไอดา อรุณวงศ์ (บรรณาธิการวารสารอ่าน)

12.30-16.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ภายในงานร่วมเขียนโปสการ์ดให้กำลังใจนักโทษการเมือง จัดโดย สมัชชาสังคมก้าวหน้า และวาด รวี***

พรรคยี้ห้อยแอ่นรับเหล่เย้ยกกต.หาเสียงโหวตเพื่อพ่อ

ที่มา Thai E-News


ที่มา เวบไซต์คลื่นปกป้องสถาบัน

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เวบไซต์ คลื่นวิทยุปกป้อง สถาบันfm90.25 ซึ่งเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่า เป็นการดำเนินงานของลูกทีมนายเนวิน ชิดชอบ เจ้าของพรรคภูมิใจไทยตัวจริง ได้ประกาศแจกสติ๊กเกอร์"โหวตเพื่อพ่อ"จำนวน 1 ล้านแผ่น ทั้งที่กกต.ได้ห้ามไม่ให้นำสถาบันกษัตริย์มาเป็นประเด็นในการรณรงค์หาเสียง ก็ตาม

โดยเวบไซต์ดังกล่าวนำเสนอรายงานข่าวดังต่อไปนี้

มา แว้ววส์ ! สติกเกอร์ “โหวตเพื่อพ่อ” ให้ช่วยกันรณรงค์ติดให้ทั่วบ้านทั่วเมือง เพื่อสร้างจิตสำนึกในการรักษาบ้านเมือง ตามที่ผบ.ทบ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แนะนำไว้ ผอ.สถานีวิทยุชุมชนปกป้องสถาบัน หนุนแนวคิด ให้ช่วยกันติดให้ถึง “ล้านแผ่น”

ภายหลังจากที่ กลุ่มคนไทยรักแผ่นดิน นำโดย นายวรเชษฐ์ ขาวคง ได้ออกมาทำกิจกรรม เรียกร้องคนไทยทั้งประเทศช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง โดยให้คำนึงถึงการปกป้องสถาบัน โดยขบวนรณรงค์ได้มีการแจกเอกสารและวีซีดี. “ทักษิณคิด ประเทศไทยหายนะ” และได้มีการสัมภาษณ์นายวรเชษฐ์ ไปแล้วนั้น

ปรากฏ ว่าหลังจากนั้น สถานีวิทยุชุมชน"ปกป้องสถาบัน"FM90.25 MHzได้รับสติกเกอร์ ที่ส่งมาให้ที่สำนักงาน โดยอ้างว่าให้ช่วยประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมใจกันรณรงค์นำสติ๊กเกอร์ ที่มีข้อความว่า “โหวตเพื่อพ่อ” ซึ่งมีพื้นสีขาว ตัวอีกษรสีเขียว ไปติดไว้หน้าบ้าน สำนักงาน หรือหลังรถยนต์ โดยขอให้ชาวคลื่นปกป้องสถาบันได้นำไปเป็นแบบแล้วส่งต่อติดสติกเกอร์นี้ให้ ทั่วประเทศไทย

ทั้งนี้ได้มีความพยายามที่หลากหลายในการรณรงค์เลือก ตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้ออกมากระตุ้นเตือนประชาชนที่จะต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองเกิดความ สงบสุข ในสื่ออินเทอร์เน็ต ในเวปไซด์ ยูธูป www.youtube.com มีการเผยแพร่คลิ๊ป หลากหลายคลิ๊ป ไม่ว่าจะเป็น “ทักษิณคิด ประเทศไทยหายนะ” คลิ๊ป “19พฤษภา เผาบ้านเผาเมือง” คลิ๊ป “10เหตุผลที่ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย” คลิ๊ป “5ล้มเหลว 10จำทน” และ คลิ๊ป “ถามคนไทย.. รักประเทศไทย ..ไหม” ซึ่งคลิ๊ปทั้งหมดล้วนแต่โพสต์โดย 12345Myhaha

ทั้งนี้ตลอดช่วงระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาได้มีกลุ่มขบวนการล้มเจ้าและกลุ่มคนที่คิดจะแก้ไขมาตรา112 เพื่อจะได้ทำร้าย ทำลาย จาบจ้วง ดูหมิ่น ต่อองค์สถาบัน ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับการที่คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศที่รักและ เทิดทูนสถาบัน

สำหรับข้อความในสติกเกอร์ ที่ว่า “โหวตเพื่อพ่อ” นั้น เป็นการพาดหัวหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 15 มิถุนายน 2554 หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ออกทีวี แนะนำประชาชนให้เลือกคนดี และให้คิดว่าจะทำอย่างไรให้ “ประเทศปลอดภัย” และ “สถาบันปลอดภัย”

ขณะที่นายอุดมศักดิ์ เสาวนะ ผอ.สถานีวิทยุชุมชนปกป้องสถาบัน ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้ฟังในชุมชนปกป้องสถาบัน ให้ช่วยกันนำแบบสติกเกอร์ดังกล่าวไปร่วมกันรณรงค์ เพื่อให้ประชาชนช่วยกันเลือกคนดี ไม่เลือกคนเผาบ้าน เผาเมือง โดยช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในช่วงเวลา 13 วันที่เหลือนี้ โดยน่าจะกำหนดเป้าหมายไว้ให้ได้ทั่วประเทศ 1 ล้านแผ่น เพื่อกระตุ้นเตือนชาวไทย โดยช่วยกันพิมพ์ ช่วยกันปรินท์ ใครมีมากทำมาก ใครมีน้อยทำน้อย ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยดาวน์โหลด หรือ ก๊อปปี้ แบบจากเวปไซด์ของสถานี

นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส พระราชทานไว้ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2512

“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติ สุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มี อำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

อภิสิทธิ์ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลก..?

ที่มา Thai E-News

ป้ายหาเสียงเวอร์ชั่นล่าสุดของพรรคประชาธิปัตย์ ชูว่าอภิสิทธิ์ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลก

ผม ช็อคมากกับการสังหารหมู่ประชาชนที่เกิดขึ้น ผมไม่คิดว่าประเทศที่มีอารยะ ควรนำอาวุธปืนมายิงใส่ประชาชน ผมตกใจมากจริงๆ กับการกระทำดังกล่าวของรัฐบาลประชาธิปัตย์( วอลเดน เบนโล สมาิชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวต่อหน้านายอภิสิทธิ์ ในการร่วมออกรายการ BBC World Debate )

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประชาไท

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ใน โค้งสุดท้ายของการรณรงค์เลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ขึ้นป้ายโปสเตอร์ชุดใหม่ หลังจากถูกคริส เบเกอร์วิจารณ์ว่าภาพโปสเตอร์ชุดเดิมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้นไม่ยอม"สบตาประชาชน" โดยชุดใหม่นี้ได้นำเสนอภาพนายอภิสิทธิ์ที่ดูมีชีวิตชีวาขึ้น และ1ในโปสเตอร์ชุดใหม่นี้ได้ขายเรื่องว่าอภิสิทธิ์เป็นผู้ที่"ได้รับการยอม รับจากเวทีระดับโลก"

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวจากประชาไทล่าสุดนี้ อาจเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังชูอยู่...

“อภิสิทธิ์” เจอส.ส.ฟิลิปปินส์ ฉะ “ประเทศที่ศิวิไลซ์จะไม่เอาปืนยิงใส่ประชาชน”

เวบไซต์หนังสือพิมพ์ประชาไท รายงานว่า สืบเนื่องจากที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางไปร่วมอภิปรายในงาน World Economic Forum ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554 ทางสถานีโทรทัศน์ BBC World Service ได้นำบันทึกเทปดังกล่าวมาฉายในรายการ BBC World Debate ตอน Asia: Sharing the Wealth เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2554 โดยมีสาระสำคัญดังนี้

การอภิปรายดังกล่าว มีตัวแทนจากสี่ประเทศในเอเชีย คือ มารี เอลกา ปังเกสตู รัฐมนตรีกระทรวงการคลังประเทศอินโดนีเซีย, ปราชันท์ รัวร์ ซีอีโอเอสซาร์กรุ๊ป ประเทศอินเดีย, วอลเดน เบลโล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเทศฟิลิปปินส์ และนักวิเคราะห์อาวุโส Focus on the Global South และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประเทศไทย

ผู้ สื่อข่าว ได้ถามถึงความสัมพันธ์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเป็นประชาธิปไตย และธรรมาภิบาล วอลเดน เบลโล ได้ชี้ว่า ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงประสบปัญหาด้านประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งประชาธิปไตยถดถอยมากหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ต่อมา อภิสิทธิ์ ใช้สิทธิถูกพาดพิงชี้แจง โดยยอมรับว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นเรื่องทำให้ประเทศไทยถอยหลังจริง แต่หลังจากนั้นมา รัฐบาลก็จัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ จะเป็นการเลือกตั้งครั้งที่สองหลังการรัฐประหาร ซึ่งเป็นการนำเป็นประเทศก้าวไปข้างหน้า เขาเน้นว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ “ได้นำหลักนิติรัฐกลับมาสู่ประเทศ”

ต่อประเด็นดังกล่าว ผู้สื่อข่าวบีบีซีตั้งคำถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับประโยชน์จากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ใช่หรือไม่ อภิสิทธิ์ชี้แจงว่า พรรคตนไม่ได้ประโยชน์จากการรัฐประหารแต่อย่างใด และชี้แจงว่า บัดนี้ประเทศไทยได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว

“ในช่วงที่ผม เข้ามาบริหารประเทศ มีรัฐบาลสองรัฐบาลที่บริหารอยู่ก่อนหน้าแล้ว เราประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจดังกล่าวได้ ซึ่งในขณะนี้ นับว่าประเทศได้กลับสู่สภาวะปกติ เราจัดให้มีการเลือกตั้ง เป็นการคืนอำนาจให้แก่ประชาชน ให้ประชาชนได้ตัดสินใจ และทหารก็ไม่เข้ามาแทรกแซงการเมืองอีก” นายกฯ ไทย ชี้แจง

อย่างไรก็ ตาม วอลเดน เบนโลจากฟิลิปปินส์ ยังกล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ตนได้อยู่ที่กรุงเทพฯ และได้รับรู้ถึงการใช้ความรุนแรงของรัฐในการสลายการชุมนุม ซึ่งตนมองว่า เป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุ และไม่สามารถยอมรับการกระทำดังกล่าวของรัฐบาลไทยที่กระทำต่อประชาชนตนได้

“ผม ช็อคมากกับการสังหารหมู่ประชาชนที่เกิดขึ้น ผมไม่คิดว่าประเทศที่มีอารยะ ควรนำอาวุธปืนมายิงใส่ประชาชน ผมตกใจมากจริงๆ กับการกระทำดังกล่าวของรัฐบาลประชาธิปัตย์” วอลเดน กล่าว

อภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า หากวอลเดน เบลโล ได้อยู่เมืองไทยก่อนหน้านั้น จะรู้ว่า ความรุนแรงดังกล่าวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ แต่การสลายการชุมนุม เป็นเรื่องจำเป็น เพราะพบว่ามีกลุ่มติดอาวุธอยู่ภายในกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ทั้งนี้ ทางรัฐบาลได้ใช้ความอดทนอดกลั้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่ยอมรับกันทั่วไป และเป็นการนำหลักนิติรัฐกลับคืนมาสู่ประเทศ

“หลังจากเหตุการณ์ดัง กล่าว ก็มีกระบวนการทางการเมืองที่โปร่งใส เรามีการอภิปรายในสภา มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้เราก็ยังมีคณะกรรมการอิสระที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำการค้นหาความจริง (Fact-finding) ไม่มีใครอยากเห็นความสูญเสียหรอกครับ แต่เราต้องยึดถือหลักนิติรัฐ” อภิสิทธิ์กล่าว

หลังจากนั้น ทางรายการ BBC World Debate เข้าสู่ประเด็นการพูดคุยเรื่องการคอร์รัปชั่นและนโยบายทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ตัวแทนจากประเทศอินโดนีเซียมองว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ ต้องเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ เช่นเดียวกับตัวแทนจากอินเดียและฟิลิปปินส์ซึงมองว่าการลดความเหลือมล้ำเป็น เรื่องที่จำเป็น และการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการคอร์รัปชั่นก็มีส่วนสำคัญในการบรรลุจุด ประสงค์ดังกล่าว

อภิสิทธิ์ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้อภิปรายเสริมว่า ในส่วนของประเทศไทย มีการริเริ่มนโยบายการลดการคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะส่วนของภาคที่ธุรกิจ ที่ได้รวมตัวกันในนามของ ภาคีเครือข่ายการป้องกันและการปราบปรามคอร์รัปชั่น ซึ่งนับว่าเป็นก้าวแรกในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

“การ แก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นนับเป็นเรื่องที่ต้องทำกันอีกนาน เนื่องจากอาจกล่าวได้ว่าคนไทยได้ชาชินกับการคอร์รัปชั่นไปแล้วเป็นเรื่อง ปกติ โชคดีที่เราได้นำหลักคำสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวมาใช้ ซึ่งเน้นเรื่องความพอเพียง และให้คนลดเว้นจากความตะกละและความเห็นตัว ซึ่งเป็นรากฐานของการคอร์รัปชั่น” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อธิบาย

ใน ช่วงท้ายของรายการ มีการถามถึงการเลือกตั้งและสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย โดยผู้ดำเนินรายการถามว่า การเลือกตั้งในเมืองไทยครั้งนี้ อาจเกิดการแทรกแซงจากทหารหรือไม่ นายกฯ ไทยตอบว่า จะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะไม่ว่ากองทัพ หรือพรรคการเมืองใดๆ ต่างมีอิสระในการรณรงค์หาเสียง และต่างเคารพในผลการเลือกตั้งที่ออกมา

ในขณะเดียวกัน วอลเดน เบนโลกลับมองว่า หลังการเลือกตั้ง หากฝ่ายค้านชนะ อาจนำมาซึ่งความวุ่นวายในประเทศไทยได้ เนื่องจากจะมีปัญหาในส่วนของทหารและสถาบันกษัตริย์ และยังกล่าวด้วยว่า ในประเทศที่เป็นสมัยใหม่ ไม่ควรจะนำกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือกฎหมายอาญามาตรา 112 มาใช้ โดยทัศนะของเขาเห็นว่าการนำคนเข้าคุก เพียงเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ เป็นเรื่องที่มีปัญหา

อภิสิทธิ์ ได้ชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าวว่า ตนและทุกส่วนยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ และถ้าหากฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้ง ก็จะยอมรับเช่นกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลใหม่จะมีจุดมุ่งหมายอย่างไร ถ้าหากรัฐบาลใหม่บริหารประเทศโดยคำนึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของ ประเทศ ก็เป็นเรื่องดี แต่หากคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนคนเดียว โดยเฉพาะต่อคนที่ถูกตั้งข้อกังขาเรื่องคอร์รัปชั่นและสิทธิมนุษยชน ก็คงต้องเป็นเรื่องควรกังวล และได้ชี้แจงถึงการใช้กฎหมายมาตรา 112 ในประเทศไทยด้วยว่า มีการใช้เหมือนกับกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป

“กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นกฎหมายอาญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับรากเหง้าและเอกลักษณ์ของประเทศไทย และยังเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของชาติ ที่ต้องมีการบังคับใช้ เนื่องจากว่า สถาบันกษัตริย์ไม่มีกลไกป้องกันตนเองอื่นๆ เช่น ถ้าหากคุณถูกหมิ่นประมาท คุณสามารถไปฟ้องศาลได้ แต่หากสถาบันกษัตริย์ถูกดูหมิ่น ท่านไม่สามารถไปฟ้องศาลเองได้”

“อาจกล่าว ได้ว่า คนที่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ก็จะถูกดำเนินคดี เหมือนกับเวลาเขาไปหมิ่นประมาทคนทั่วไป ซึ่งกรณีดังกล่าวก็ย่อมไม่ได้รับการอภัยโทษเช่นกัน” อภิสิทธิ์ ชี้แจง

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง: รวมฮิตช็อตเด็ดทองมาร์คในเวทีโลก(เผยแพร่ครั้งแรก30ตุลาคม2553,ไทยอีนิวส์)

ส่วนเกินบนเวทีโลก-ผู้ นำชาติต่างๆคุยกันอย่างออกรสในการ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ หลังสิ้นสุดประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 17 และการประชุมกับชาติพันธมิตรอาเซียน ที่เวียดนาม ในภาพ นายกรัฐมนตรีหญิงจูเลีย กิลลาร์ด ของออสเตรเลีย จับมือทักทายนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คุงของญี่ปุ่น โดยมีเลขาธิการอาเซียน สุรินทร์ พิศสุวรรณ นายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ จากนิวซีแลนด์ และประธานาธิบดีเบนิกโย อาวควิโนที่3ของฟิลิปปินส์ ล้อมวงกันอย่างสนิทสนม ทั้งหมดเป็นผู้นำจากการเลือกตั้งของประชาชนในชาตินั้นๆ และยังไม่มีใครมือเปื้อนเลือดสังหารหมู่ประชาชนในประเทศของตน

โดยมีใครก็ไม่รู้เป็นส่วนเกินของภาพอยู่ด้านซ้ายมือ(ภาพข่าว:REUTERS)



มือที่มองไม่เห็น(ตัว)ของใคร?-เป็น ธรรมเนียมปฏิบัติของการ ประชุมสุดยอดผู้นำนานาชาติ ต้องมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นตอนจบประชุม คือการจับมือประสานกันอย่างแน่นเหนียว แต่การประชุมอาเซียน-จีนหนล่าสุดที่ฮานอย มีบางมือของบางคนที่ผู้นำนานาชาติทำท่าไม่อยากสัมผัส(ภาพข่าว:REUTERS)



เฉลย..ยัง ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สำนักข่าวต่างประเทศแค่บังเอิญ หรือ ตั้งใจจะให้ภาพนายกฯหุ่นเชิด ของระบอบทรราชย์อำมาตย์ในเวทีโลก ออกมาเสมือนถูกรังเกียจจากผู้นำนานาชาติ แต่ดูแล้วภาพแนวนี้ออกมาถี่ หลังการสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในไทย

สำนักข่าวต่าง ประเทศยิงช็อตเด็ด แสดงให้เห็นภาพอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำท่าหันไปขอจับมือกับนายกฯเหวิน เจีย เป่าของจีน ระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 13 ที่ฮานอย เวียดนาม เมื่อวันศุกร์ 29 ต.ค. แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจ ส่วนนายกฯสิงคโปร์ก็ทำท่าเหมือนไม่อยากยื่นมือมาสัมผัสด้วยเช่นกัน


อีก ภาพ อภิสิทธิ์ไปประชุม UN ที่วอชิงตัน เมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำท่าพยายามเรียกร้องความสนใจจากโอบาม่า แต่เหมือนจะถูกเมิน ราวกับไม่มีตัวตนของเขายืนอยู่ตรงนั้น


อย่าง ไรก็ตามเขาได้รับการชดเชยด้วยการกระชับมืออย่างอบอุ่นแนบแน่นจากนายพล อาวุโสตานฉ่วย เผด็จการมือเปื้อนเลือดรุ่นพี่ ขณะที่เจ้าตัวทำสีหน้าพะอืดพะอม เหมือนยังไม่ยอมทำใจรับสภาพ

ครั้งหนึ่งพวก"เผาบ้าน เผาเมือง"ถูกยกย่องเป็น"วีรชน" และได้รับพระราชทานเพลิงศพมาแล้ว

ที่มา Thai E-News

ความแตกต่างระหว่างพ.ศ.-ชาย เสื้อดำใช้ปืนยาวยิงตำรวจที่บชน.เดิมตรงผ่านฟ้า โดยมีนักศึกษาช่างกลนำปืนที่ยึดมาได้จากร้านปืนแถวย่านแยกอุณากรรณ์ เป็นไรเฟิ่ล คอยส่งกระสุนให้ และก่อนค่ำวันนั้น บชน.ก็ถูกอาชีวะและประชาชนใช้รถน้ำ้ฉีดน้ำมันแล้วเผาจนวอดทั้งตึก

หาก เรื่องนี้มาเกิดในพ.ศ.2553 พวกเขาจะถูกเรียกว่า"ผู้ก่อการร้ายชายชุดดำ เผาบ้านเผาเมือง" แต่ในยุค 14 ตุลา 2516 เราเรียกพวกเขาว่า"วีรชนผู้รักชาติ"

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 มิถุนายน 2554

ในโค้งสุดท้ายไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อย่างคงเส้นคงวา

อุตส่าห์ ออกตัวชูนโยบาย ทำได้ทันที และ นโยบายอื่่นๆ อีกมากมาย แต่กระแสตอบรับของสังคม ยังไม่ได้ดังใจ จึงเลิกล้มที่ยืนหยัดทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์เสีย

2 กลยุทธ ที่ประชาธิปัตย์ต้องงัดออกมาใช้ เพื่อทำลายคู่ต่อสู้ หนึ่งคือ โหมกระหน่ำ สร้างวาทกรรม เพื่อใส่ร้ายป้ายสี

อีก หนึ่งคือ สร้างฉาก ยัดเยียด ข้อกล่าวหาต่างๆ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของคู่ต่อสู้ ซึ่งมีพรรคเพื่อไทย คุณยิ่งลักษณ์ และคนเสื้อแดงเป็นเป้าหมาย..

ดาบแรก ได้ฟาดออกไปแล้ว นั่นคือ ให้หมอตุลย์ กับ แก้วสรร ออกมาเล่นงาน คุณยิ่งลักษณ์ด้วยข้อหา "ให้การเท็จต่อศาล" แต่เกิดอาการ "วืด" ทางการเมือง จนนายกรณ์และอภิสิทธิ์ ต้องออกมาแสดงความไม่พอใจต่อ กลต. จนเป็นข่าวใหญ่โต มาพักหนึ่งแล้ว

ดาบสอง ที่ประชาธิปัตย์ได้วางเอาไว้คือ 23 มิ.ย. 2554 จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ราชประสงค์ เพื่อโหมกระหน่ำ ใส่ร้าย คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ให้เป็น "ผู้ก่อการร้าย" "เผาบ้าน เผาเมือง" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ทุกระดับ พยายามสอดแทรกทุกครั้งในการหาเสียง แถลงข่าว และ ดีเบทบนทุกเวที

อันที่จริง เหตุการณ์สงกรานต์เลือด เดือนเมษายนต์ 2552 รัฐบาลอภิสิทธิ์ยังไม่สามารถ สอบสวนหาข้อเท็จจริงได้สักเรื่องเดียว ไม่ว่าเหตุการณ์ รถแก๊สกับคิงส์เพาเวอร์ รถเมล์หลายสิบคันฝ่าด่านทหารมาถูกเผาได้อย่างไร การเผารถเมล์ การตายของประชาชนที่ถูกมัดมือซึ่งพบในแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนการตายของประชาชนในกรณีอื่นๆ

รัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังไม่มีข้อสรุปจากการสอบสวนข้อเท็จจริง เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 และ เหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 และ ยังมีคำถาม คารา คาซังที่ไม่มีคำตอบ เช่น "ใครกันแน่ คือ ชายชุดดำ" "ใครกันแน่ ที่สร้างสถานการณ์ยิงปืนเอ็ม 79 รายวัน" "ใครกันแน่ ที่เผาเซ็นทรัลเวิล์ด"

แต่พรรคประชาธิปัตย์ ได้สรุปและใช้เหตุการณ์นี้เป็นอาวุธโจมตีคู่แข่งทางการเมืองไปแล้วว่า เป็นฝีมือ ทักษิณ คนเสื้อแดง และได้เรียก คนเสื้อแดงว่า "ผู้ก่อการร้าย" และเป็นพวก "เผาบ้าน เผาเมือง"

ว่าไปแล้ว.. ข้อเรียกร้องทางการเมืองของคนเสื้อแดง จากการต่อสู้ ในเดือน มีนาคม-พฤษภาคม 2553 คือ "ขอให้รัฐบาล ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่" เมื่อเทียบกับข้อเรียกร้องทางการเมืองของ นักเรียน นักศึกษา ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 คือ "ขอรัฐธรรมนูญ ขอการเลือกตั้ง และขอให้ รัฐบาลเผด็จการออกไป" แล้ว จะเห็นได้ว่าข้อเรียกร้องของนักเรียนนักศึกษา คนเดือนตุลา ใหญ่หลวง หนักหน่วงสำหรับชนชั้นปกครอง ยิ่งกว่าข้อเรียกร้องให้ "ยุบสภา" ของคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก

แต่คนเดือนตุลา ถูกยกย่องให้เป็น วีรชน ในขณะที่คนเสื้อแดง ถูกเรียกว่า ผู้ก่อการร้าย

ใน แง่ของความรุนแรง เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีการใช้อาวุธต่อต้านการปราบปรามของเจ้าหน้าที่แบบที่พอหาได้ เผาสถานที่ราชการ และ ลุกลามขยายไปหลายที่ เกิดเหตุจลาจลไปทั่วกรุง และเราต่างก็รู้เห็นกันชัดเจนว่า นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นคนเผา เราเรียกสิ่งนั้นว่า "วีรกรรม" และเรียกผู้กระทำการวันนั้นว่า "วีรชน"

ใน ขณะที่เหตุการณ์ เผาเซ็นทรัลเวิร์ด ยังมีข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงมากมาย จากเจ้าของสถานที่ และ รปภ. กล้องวงจรปิด ที่บ่งชี้ว่าเกิดจากฝีมือของคนมีอาวุธหนัก และมีข้อเท็จจริงอีกมากที่บ่งชี้ว่า ไม่ใช่เป็นฝีมือของคนเสื้อแดง

แต่คนเสื้อแดงถูกรวบรัดให้เป็นผู้ก่อการร้าย เผาบ้าน เผาเมือง

อย่าง ไรก็ตาม พฤติกรรม "เผาบ้าน เผาเมือง" ของ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเรียกร้อง "รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง และขับไล่รัฐบาลเผด็จการ" ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้รับการเรียกขานว่า "วีรกรรม" และ"วีรชน" ผู้เสียชีวิตในวันนั้นได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ

ในโอกาสนี้จึง นำเสนอภาพ "การเผาบ้าน เผาเมือง" ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และผลลัพธ์ที่ตามมา

1.ชายชุดดำยุค14ตุลา2516
ชาย ที่ใส่เสื้อสีดำใช้ปืนยาวยิงตำรวจที่บชน.เดิมตรงผ่านฟ้า โดยมีนักศึกษาช่างกลนำปืนที่ยึดมาได้จากร้านปืนแถวย่านแยกอุณากรรณ์ เป็นไรเฟิ่ล ซุ่มยิงตำรวจ โดยมีพรรคพวกคอยส่งกระสุนให้ และก่อนค่ำวันนั้นเอง(15ต.ค.2516) บชน.ก็ถูกอาชีวะและประชาชนใช้รถน้ำ้ฉีดน้ำมันแล้วเผาจนวอดทั้งตึก

หาก เรื่องนี้มาเกิดในพ.ศ.2553 พวกเขาจะถูกเรียกว่า"ผู้ก่อการร้ายชายชุดดำ เผาบ้านเผาเมือง" แต่ในยุค 14 ตุลา 2516 เราเรียกพวกเขาว่า"วีรชนผู้รักชาติ"

2.พันเอกร่มเกล้ายุค14ตุลา16
ทหาร ราบ 11 เริ่มนอนหมอบหลังจากถูก Sniper อาชีวะยิง ด้วยปืนไรเฟิ่ล นายทหารคนซ้ายมือ กำลังมองหาที่มาของจุดยิงปืนไรเฟิ่ล ที่ยิงทหารจนทะลุหมวกเหล็ก ล้มทั้งยืน

หากเรื่องนี้มาเกิดในปี พ.ศ.2553ทหารที่ถูกยิงจนทะลุหมวกเหล็กจะกลายเป็นพล เอก และสลิ่มในเฟซบุ๊คจะเขียนยกย่องวีรกรรม แต่เรื่องนี้เกิดในปี2516พวกเขาจึงถูกเรียกว่า"สมุนทรราชย์เข่นฆ่าประชาชน"

3.การระบายความคับแค้นของประชาชนยุค14ตุลาฯ
การ เผาทำลายสถานที่ราชการ เช่น ที่ทำการกรมประชาสัมพันธ์ ตึกกตป. ตึกบชน. การเผารถเมล์เพื่อใช้ควันไฟพลางทหารในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ถูกอธิบายว่าเป็นการระบายความคับแค้นของประชาชนที่มีต่อสัญลักษณ์ของระบอบ เผด็จการ จึงถือเป็นวีรกรรม
ของวีรชน 14 ตุลาคม 2516 แต่หากมาเกิดในปัจจุบันจะถูกเรียกว่า "เผาบ้าน เผาเมือง"



วิดิโอนี้ เสนอภาพ "เผาบ้าน เผาเมือง"(หากเป็นมิติในปัจจุบัน)ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลังจากจอมพลถนอมประกาศ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี นายสัญญา ธรรมศักดิ์ (องคมนตรี) ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีและประกาศ จะให้มีรัฐธรรมนูญภายใน 6 เดือน

4.การพระราชทานเพลิงศพวีรชน

15 ตุลาคม 2517 ภาพเหตุการณ์ ณ เมรุสนามหลวง สถานที่พระราชทานเพลิงศพ
"วีรชน 14 ตุลาคม 2516" (ปกติสนามหลวงไม่ใช่เป็นสถานที่ ฌาปณกิจ สามัญชน)
ริ้ว ขบวน นิสิต นักศึกษา ประชาชน แห่แหน ศพ "วีรชน" อย่างยิ่งใหญ่ (หากเรื่องนี้มาเกิดในปี2553 พวกเขาจะกลายเป็นศพที่ยังไม่รู้ว่าใครฆ่า อาจถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายที่ถูกสังหาร และผู้นำการประท้วงของพวกเขาอาจถูกดำเนินคดีก่อการร้าย)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงจุดฝักแค พระราชทานเพลิงศพ "วีรชน 14 ตุลาคม 2516"

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ข้อมูลใหม่จากช่างภาพ 14 ตุลา 16:ผู้ชุมนุมยุคนั้นอาจจะมีอาวุธ+ยุทธวิธีที่ดีกว่ายุค 19 พฤษภา 53

อภิสิทธิ์ตั้งเวทีราชประสงค์: ใครได้-ใครเสีย

ที่มา Thai E-News



สรยุทธ์สัมภาษณ์โฆษกปชป.VSณัฐวุฒิประเด็นประชาธิปัตย์ตั้งเวทีราชประสงค์

หลายกระแส ของความรู้สึกและความคิดเห็นต่อการเปิดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่ แยกราชประสงค์ในวันที่ 23 มิถุนายน 2554 แกนนอนโพสต์ในเฟสบุคว่า "ผมยังไม่เข้าใจว่่าอภิสิทธิ์จะไปปราศรัยที่ราชประสงค์เรื่อง "ใครฆ่าประชาชน" ทำไม เพราะมันเปิดแผลตัวเองชัด ๆ และได้คุยกับเพื่อนนักกิจกรรมแล้วว่า จะปล่อยให้อภิสิทธิ์พูดให้เต็มที่ จะไม่มีการไปแต่งผีหลอกคนปราศรัยแต่ประการใด"

แดงเสรีชน มีความเห็นว่า "แต่ฝ่ายที่ไม่เคยได้อะไรเลย และอาจเสียไปกว่านี้ คือคนเสื้อแดง ถ้าเลือกที่จะแอบอยู่หลังตู้เย็น และปล่อยให้ฆาตรกรสั่งฆ่าคนเสื้อแดง ออกมาตั้งเวทีตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอย่างสง่าผ่าเผยในที่สาธารณะ ที่ซึ่งเคยเป็นที่ตายของพี่น้องเรา และใส่ร้ายป้ายสีเสื้อแดงตามอำเภอใจ"




โดย แดงเสรีชน
21 มิถุนายน 2554


ความ กลัวทำให้เสื่อมและอาจเป็นการสนับสนุนให้ฆาตรกรมีโอกาสตีหน้าเศร้าเล่าความ เท็จครั้งใหญ่ ณ สี่แยกราชประสงค์ ใจกลางเมืองที่คนเสื้อแดงถูกล้อมปราบอย่างกับไม่ใช่ประชาชนของประเทศนี้ จนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก เมื่อพฤษภา 53 ที่ผ่านมา

ตั้งแต่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการนายกรัฐมนตรี (พ้นสภาพนายกฯ ไปเมื่อยุบสภา แต่คนไทยส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะคนทำสื่อ แกล้งทำเป็นลืม เรียกนายกฯ อยู่ทุกวี่ทุกวัน) ให้สัมภาษณ์ว่าตนและพรรคประชาธิปัตย์จะไปตั้งเวทีปราศรัยบริเวณราชประสงค์ ในวันที่ 23 มิถุนายน (ยังไม่ทราบสถานที่และเวลาแน่ชัด แต่คาดว่าเป็นลานเซ็นทรัลเวิลด์) ถือว่าเรียกร้องความสนใจ (ในด้านลบ?) จากสังคมได้ดีพอควร หลังจากปล่อยให้นารีขี่ม้าขาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยนำความนิยมทิ้งห่างไปหลายช่วงตัว ในช่วงเทศกาลหาเสียงเลือกตั้ง

ณ เวลานี้ ไม่ว่า ลูกเด็กเล็กแดง เกจิอาจารย์ หรือเซียนการเมือง ยังมึนๆ อยู่กับวิธีหาเสียงที่อาจจะเป็นไพ่ใบสุดท้ายหรือไม้ตายของพรรคประชาปัตย์ใน โค้งเกือบสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่า “ทำอย่างนี้ ไปทำไม ทำแล้วจะมีผลดี ผลเสียต่อพรรคอย่างไร” เพราะทั้งสถานที่ตั้งเวทีปราศรัย และประเด็นหลักที่จะปราศรัย (ใครเผาบ้าน เผาเมือง) ดูเหมือนจะตั้งใจหาเรื่องชวนทะเลาะกับประชาชนเสื้อแดงโดยเฉพาะ แทนที่จะแถลงนโยบายขอคะแนนจากประชาชน กลับมาท้าตีท้าต่อยกับประชาชนส่วนหนึ่ง (และเป็นส่วนใหญ่ของประเทศนี้) เสียนี่ ถ้าไม่บ้าใกล้เสียสติ ก็เมาหมัดจนหลังชนฝาต้องดับเครื่องชน เผื่อฟลุ๊ค

แต่จะว่าไป มุกนี้ของนายอภิสิทธิ์ แอนด์ เดอะแก๊งค์ ก็ไม่แป้กจนเกินไป เพราะแน่นอน ยังมีคนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง ที่ไม่ใช่เสื้อแดง ออกจะมีใจเอนเอียงไปทางเหลือง แต่ยังตะขิดตะขวงใจที่จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ (ในครั้งนี้) ด้วยยังหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลและความชอบธรรมเพียงพอที่จะไปเลือกพรรคที่ สั่งสังหารหมู่ประชาชนกลางเมืองเมื่อเดือนพฤษภาปีที่ผ่านมาไม่ได้ และมีแนวโน้มสูงที่จะนอนหลับทับสิทธิ์หรือโหวตโน ในการเลือกตั้งที่จะถึง คนเหล่านี้แหละคือกลุ่มเป้าหมายที่อาจจะมาฟังข้อแก้ตัวจากพลพรรคโรงน้ำแข็ง และใช้เป็นคำอธิบายความชอบธรรมให้ตัวเองในการไปเลือกพรรคนี้ในวันที่ 26 มิถุนายน หรือ 3 กรกฎาคม อีกประเด็นหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อาจได้ประโยชน์ คือการใช้พื้นที่ที่รัฐบาลของตนเคยล้อมปราบเสื้อแดงจนบาดเจ็บล้มตายเป็น จำนวนมาก ในการตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เอาความดีใส่ตัว ความชั่วใส่คนอื่น ซักฟอกความผิดให้พวกตนเอง อาจไม่ถึงกับสะอาดหมดจด แต่ก็อาจเคลิ้มได้เหมือนกัน เสื้อแดงและฝ่ายตรงข้ามคงไม่ฟัง หรือฟังก็ไม่เชื่อ แต่อย่าลืมว่า ยังมีคนกรุงเทพฯ อีกจำนวนมาก ที่ไม่เคยยอมรับรู้อะไรเลย วันๆ เอาแต่กิน-ขี้-ปี้-นอน และพร้อมจะฟังและเชื่ออะไรก็ได้ “ที่ฟังแล้วดูดี มีเหตุผล อินเทรนด์ เท่สุดๆ โดยที่ไม่สนใจว่าคนพูดจะเป็นของเก๊“ดีแต่พูด”หรือไม่

แล้ว พรรคเพื่อไทยล่ะ จะได้หรือเสียอะไรจากการตั้งเวทีปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ ขอให้ความเห็นสั้นๆ ว่า “ไม่ได้ ไม่เสียอะไร” ถ้ายังมุ่งมั่นหาเสียง แถลงนโยบายอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือไม่ไปเสียเวลากัดกับหมาข้างทาง และโปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง จงมุ่งมั่นหาเสียงไป อย่ามายุ่งกับคนเสื้อแดง ท่องจำไว้ให้ขึ้นใจว่า คนเสื้อแดงไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทย และไม่ใช่เครื่องมือให้ใครมาสั่งซ้ายหัน ขวาหัน จงทำตัวดีๆ และตั้งใจทำเพื่อประชาชนส่วนใหญ่จริงๆ แล้วเสื้อแดงจะรับไว้พิจารณาไปกากะบาทให้เป็นครั้งๆ ไป

แต่ฝ่ายที่ ไม่เคยได้อะไรเลย และอาจเสียไปกว่านี้ คือคนเสื้อแดง ถ้าเลือกที่จะแอบอยู่หลังตู้เย็น และปล่อยให้ฆาตรกรสั่งฆ่าคนเสื้อแดง ออกมาตั้งเวทีตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอย่างสง่าผ่าเผยในที่สาธารณะ ที่ซึ่งเคยเป็นที่ตายของพี่น้องเรา และใส่ร้ายป้ายสีเสื้อแดงตามอำเภอใจ โดยไม่มีเสื้อแดงคนไหนกล้าออกมายืนหยัดและยืนยันในความจริงอีกด้านให้สังคม รับรู้ว่าจริงๆ แล้วใครกันคือผู้ถูกกระทำ ตลอดเวลาที่นายอภิสิทธิ์และกลุ่มอำมาตย์ปล้นอำนาจของประชาชนไปครั้งแล้ว ครั้งเล่า ใครกันสุมไฟกลางนคร จนบ้านเมืองแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และใครกันแน่ที่บงการสั่งเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จนถึงวันนี้ คณะสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดภายใต้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ยังจับมือใครดมไม่ได้

เสื้อ แดงเอย เวลาผ่านไปปีกว่า คราบเลือดและหยาดน้ำตาของญาตพี่น้องผู้สูญเสียชีวิตมากกว่า 90 ศพ เมื่อเดือนพฤษภา 53 ยังไม่ทันเหือดแห้ง ผู้บาดเจ็บพิการหลายพันคนยังต้องพักรักษาตัว และพี่น้องเราส่วนหนึ่งยังอยู่ในคุก ขอจงอย่าละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย และการต่อสู้เพื่อพี่น้องเรา อย่าเห็นแค่การเลือกตั้งที่กำลังจะผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป หากความจำพร่าเลือนเพราะการเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ขออนุญาตทบทวนให้สักนิด ว่าเป้าหมายสูงสุดของอุดมการณ์คนเสื้อแดงคืออะไร แค่ให้มีการเลือกตั้งเท่านั้นหรือ (ถ้าเพียงแค่นั้นทำไมไม่รอให้ครบวาระทุก 4 ปี พากันออกเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทำไม?) มันคงมีมากกว่านั้นใช่ไหม ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา คนเสื้อแดงมาชุมนุมตากแดด ตากฝน เสี่ยงเป็น เสี่ยงตายร่วมกัน เพื่ออะไร เพื่อประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคเท่าเทียมกัน หรือเพื่อใคร พรรคของใคร อย่างที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหา ขอจงทบทวนให้ดีๆ วันนี้ ภาระหน้าที่ที่แท้จริงของเสื้อแดงยังไม่บรรลุ การที่พี่น้องเราบาดเจ็บล้มตายและญาตของพวกเขายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาธิปไตยที่แท้จริงยังไม่ได้มา และคนบงการฆ่าประชาชนยังไม่ได้รับการลงโทษ ก็เจ็บช้ำมากพอแล้ว พวกเราจะปล่อยให้ฆาตกรมาย่ำยีถึงหลุมศพพี่น้องเรา โดยไม่ออกมาแสดงออกคัดค้านอย่างสันติวิธี ภายใต้กรอบประชาธิปไตยที่พวกเรามีสิทธิ์อย่างเต็มที่ เลยหรือ?

จง อย่ากลัวว่าการออกมาแสดงความเห็นต่างในพื้นที่สาธารณะต่อการปราศรัยของนาย อภิสิทธิ์ที่ราชประสงค์ จะทำให้คะแนนเสียงพรรคเพื่อไทยตกต่ำ เพราะมันไม่เกี่ยวกัน นี่เป็นเรื่องระหว่างคนเสื้อแดงและรัฐบาลที่สั่งฆ่าคนเสื้อแดงโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น รัฐบาลรักษาการณ์ของนายอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบ เพราะมาตั้งเวทีหาเรื่องประชาชน

จงอย่าวิตกว่าการออกมาแสดงความเห็น ต่างในพื้นที่สาธารณะต่อการปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ที่ราชประสงค์ จะทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบ หรือจะทำให้เกิดเหตุอาเพทจากอำนาจเหนือธรรมชาติจนนำไปสู่การทำรัฐประหาร หรือไม่มีการเลือกตั้ง ฯลฯ ที่ผ่านมา หากคนเสื้อแดงใช้สติไตร่ตรองให้ดีสักนิด ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า การที่พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนถูกยุบถึงสองครั้งสองครา มันมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บล้มตาย ประชาชนตีกัน การสลายม็อบพันธมิตรหน้าทำเนียบรัฐบาล ม็อบพันธมิตรยึดสนามบิน ฯลฯ หรือเพราะปัจจัยอื่นที่ทรงพลัง สามารถชี้เป็น ชี้ตายประเทศนี้ได้ตลอดมา และต้องการยุบพรรคที่คิดว่าเป็นศรัตรูกันแน่ และถ้าประเทศนี้จะไม่มีการเลือกตั้งเนื่องมาจากการตีกันจนถึงเลือดตกยางออก หน้าเวทีปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ที่จะถึงนี้ (ที่มีเสียงซุบซิบหวาดวิตกกันไปต่างๆ นาๆ ว่าจะมีทหารพร้อม อาวุธพร้อม นักรบศรีวิชัยพร้อม รอแต่เสื้อแดง ถ้าไม่มาเอง ก็จะจัดให้) ก็คงต้องยอมแล้ว เพราะคงมีเหตุอีกร้อยเก้าพันประการที่สามารถทำให้ไม่มีการเลือกตั้งได้ทุก วัน

และสุดท้ายที่ต้องการจะฝากไว้ นอกจาก “ความกลัวจะทำให้เสื่อม” แล้ว “การนิ่งเงียบ” คือการยอมรับนั่นเอง

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ไม้ขีดก้านสุดท้ายจุดติดหรือเปียกอยู่ที่คนเสื้อแดง

Tuesday, June 21, 2011

"ยิ่งลักษณ์" ทำบุญวันคล้ายวันเกิดที่บ้าน ครอบครัวอวยพรให้ได้เป็นนายกฯ-สุขภาพแข็งแรง

ที่มา มติชน



ชมคลิป

เมื่อ วันที่ 21 มิถุนายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป พร้อมนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 44 ปี

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวว่า ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุขปรองดอง เศรษฐกิจดีขึ้น ตนเองนั้นเป็นเด็กที่คลอดยาก เพราะเท้าออกมาก่อน และก็ยังเป็นคนที่มีลูกยาก มีน้องไปป์นับว่าเป็นบุญ น้องไปป์ได้นำของขวัญวันเกิดมาวางเซอร์ไพรส์ที่หัวเตียง ตั้งแต่เมื่อคืน เป็นโมบายประดิษฐ์ขึ้นเองจากกระดาษสี ด้านหนึ่งเป็นรูปครอบครัว ด้านเป็นรูปดอกกุหลาบ อีก 2 ด้าน เป็นคำอวยพรจากสามีและบุตรชาย

นอก จากนนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ขออะไรเป็นพิเศษ แต่ต้องการให้ประเทศก้าวไปสู่ความปรองดอง สามัคคี เพราะการอาสาเข้ามาทำงาน อยากให้ประเทศมีแต่รอยยิ้มและความรัก อาจมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง แต่จะพยายามปรับตัวเพราะได้อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติแล้ว

ขณะ ที่นายอนุสรณ์ ได้อวยพรขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสุขภาพที่แข็งแรง และประสบความสำเร็จตามที่หวัง บุตรชายได้อวยพรให้คุณแม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มีความสุขและสมหวัง ส่วน บรรยากาศในการตักบาตรเป็นไปอย่างเรียบง่าย และมีแกนนำบางส่วนที่พรรคเดินทางมาอวยพร อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

อย่าง ไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ได้มีกำหนดการเดินทางไปสักการะ องค์พระปฐมเจดีย์ ที่ อ.เมือง จ.นครปฐม ก่อนที่จะเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม



"แม้ว"ทวิตอวยพร"ยิ่งลักษณ์"จะเป็นนายกฯหญิงคนที่ 16 ของโลก เจ้าตัวอยากเห็นปรองดอง

ที่มา มติชน

เมื่อ วันที่ 21 มิถุนายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป พร้อมนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 44 ปี

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวว่า ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุขปรองดอง เศรษฐกิจดีขึ้น ตนเองนั้นเป็นเด็กที่คลอดยาก เพราะเท้าออกมาก่อน และก็ยังเป็นคนที่มีลูกยาก มีน้องไปป์นับว่าเป็นบุญ น้องไปป์ได้นำของขวัญวันเกิดมาวางเซอร์ไพรส์ที่หัวเตียง ตั้งแต่เมื่อคืน เป็นโมบายประดิษฐ์ขึ้นเองจากกระดาษสี ด้านหนึ่งเป็นรูปครอบครัว ด้านเป็นรูปดอกกุหลาบ อีก 2 ด้าน เป็นคำอวยพรจากสามีและบุตรชาย

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ขออะไรเป็นพิเศษ แต่ต้องการให้ประเทศก้าวไปสู่ความปรองดอง สามัคคี เพราะการอาสาเข้ามาทำงาน อยากให้ประเทศมีแต่รอยยิ้มและความรัก อาจมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง แต่จะพยายามปรับตัวเพราะได้อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติแล้ว

"พ.ต.ท .ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตเตอร์อวยพรวันเกิด ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 16 ของโลก ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดีให้ทำงานต่อไป"

ขณะ ที่นายอนุสรณ์ ได้อวยพรขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสุขภาพที่แข็งแรง และประสบความสำเร็จตามที่หวัง บุตรชายได้อวยพรให้คุณแม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มีความสุขและสมหวัง

ผบ.ทบ.ลั่นลงโทษคนกระทำผิดไม่มียกเว้นขับรถชนหมอมุก ชี้เป็นลูกนายทหารชั้นผู้ใหญ่ก็หนีกม.ไม่ได้

ที่มา มติชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าววันที่ 21 มิถุนายน ถึงกรณีที่ทหารขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า กำลังดำเนินการสอบสวน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งมาแล้ว ผู้บังคับบัญชาทุกระดับไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะผู้บาดเจ็บเป็นกำลังพลของกองทัพ การลงโทษผู้กระทำความผิดจึงไม่มีการยกเว้น ต้องลงโทษตามวินัยทหาร แม้ผู้กระทำผิดจะเป็นลูกนายทหารชั้นผู้ใหญ่ แต่ก็หนีกฎหมายไม่ได้

"การ ดูแล พ.ต.พญ.หทัยพร ได้มีการช่วยเหลือในเบื้องต้น และได้มอบหมายให้โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ารายงานข้อเท็จจริง และการรักษา"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

แพลงกิ้ง 91 ศพ

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด



กำลังฮิตกันในหมู่วัยรุ่นไทย "แพลงกิ้ง" เลียนแบบท่านอนตาย

จะเห็นกันแทบทุกวัน มีดาราดังแห่โชว์แพลงกิ้ง นอนตัวแข็งทื่อ

บรรดาวัยรุ่นก็ไม่ยอมตกกระแส ทำกันทั่วเมือง

นักการเมืองก็เกาะกระแสนี้เหมือนกัน

อย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ทำท่า "แพลงกิ้ง" กะเค้าด้วย

หวังเรียกคะแนนเสียงจากหมู่วัยโจ๋

แต่หากย้อนกลับไปดูช่วงหลังเหตุการณ์สลายม็อบแดง 91 ศพที่คอกวัว-ราชประสงค์

เราจะเห็น "แพลงกิ้ง" ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด ที่นำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงออกมารณรงค์ทวงความยุติธรรมให้เหยื่อ 91 ศพ

เคยทำท่า "นอนตาย" หลายครั้งหลายหน

ทั้งที่คอกวัวและราชประสงค์

ลักษณะท่าทางไม่แตกต่างอะไรเลยกับท่า "แพลงกิ้ง" ที่กำลังฮิตตอนนี้

แต่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแง่ของ "ความหมาย"

เพราะนายสมบัติเป็นนักต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์

ทำท่านอนตายเพราะต้องการสื่อให้คนไทยและนานา ชาติ รู้ว่า "ที่นี่มีคนตาย ที่นี่มีคนเสื้อแดงถูกฆ่า"!

และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มวันอาทิตย์ สีแดงทำท่า "แพลงกิ้ง 91 ศพ" อีกครั้ง

พรึบเต็มลานราชประสงค์ในโอกาสครบรอบ 1 ปี 1 เดือนคดี 91 ศพ

พอเขียนถึงแยกราชประสงค์ ทำให้นึกถึงโปรแกรมปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยันตั้งเวทีหาเสียงที่นั่นแน่นอน

ไม่สนการต่อต้านจากคนเสื้อแดงที่มองว่าอาจเป็นการยั่วยุ และตอกย้ำความแตกแยกในบ้านเมือง

เข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการตั้งเวทีราชประสงค์เพื่อหาเสียงกับนักธุรกิจกรุง

เพราะรู้ดีว่าคะแนนนิยมใน กทม.เริ่มตกต่ำ วัดได้จากโพลหลายสำนัก

เลยต้องยึดราชประสงค์ จุดประเด็น "เผาบ้านเผาเมือง" ให้ติด

หวังขอคะแนนนิยมจากคนกรุง ไล่ตามกระแสยิ่งลักษณ์ให้ทัน

แต่นายอภิสิทธิ์ลืมไปว่าการตั้งเวทีที่ราชประสงค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สื่อต่างประเทศเรียกว่า "คิลลิ่งโซน" จากเหตุการณ์ พ.ค.2553

เหมือนไม่ให้เกียรติ 91 ศพเหยื่อการสลายม็อบแดงเลย

ไม่เคารพต่อญาติพี่น้องผู้สูญเสีย

หากนายอภิสิทธิ์ยังยืนกรานจะตั้งโพเดียมหาเสียงบนคิลลิ่งโซนจริง

ก็ต้องชี้แจงคดี 91 ศพที่อึมครึมมากว่า 1 ปีให้กระจ่าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็คนชุดดำ

ต้องตอบคำถามคนเสื้อแดงให้ได้ว่า "ใครสั่งฆ่าประชาชน"

ยิ่งลักษณ์พร้อมสามี-ลูก ทำบุญตักบาตรวันเกิด น้องไปค์อวยพรให้แม่เป็นนายกฯ

ที่มา ข่าวสด







เมื่อ เวลา 06.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปค์ (PIKE) บุตรชาย ร่วมกันทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 44 ปี ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยนิมนต์พระจากวัดบึงทองหลางจำนวน 9 รูป มารับบาตร ในบริเวณสนามฟุตบอลข้างบ้าน

ในวันนี้ถือเป็นการเปิดตัวครอบครัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการทำกิจกรรมร่วมกันต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นอย่างทางการ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์และครอบครัวจูงมือกันมา มีใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อใส่บาตรกับพระสงฆ์และกรวดน้ำแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยืนคุยกับครอบครัวและดึงน้องไปค์มาหอมแก้ม 1 ครั้ง ก่อนที่จะให้น้องไปค์หอมแก้มคืนอีก 1 ครั้ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันเกิดปีนี้ น้องไปค์มอบโมบายที่ทำขึ้นเองเป็นของขวัญวันเกิด ซึ่งในโมบายเขียนคำอวยพรของสามีและลูก ขอให้ตนมีสุขภาพที่แข็งแรง ประสบความสำเร็จดังที่ใจคิด

เมื่อถามว่า หากได้เป็นนายกฯและมีเวลาน้อยลง จะจัดสรรเวลาให้กับครอบครัวอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องมีบางช่วงที่ต้องพยายามหากิจกรรมทำรวมกันให้ได้ แต่เรื่องของประชาชนและเรื่องของประเทศชาติถือเป็นเรื่องหลักและในวันเกิดตน ไม่ได้อยากได้ของขวัญอะไร แต่อยากเห็นประเทศไทยกลับมาเป็นสยามเมืองยิ้ม และอยากให้เศรษฐกิจในประเทศกลับฟื้นคืนมาเหมือนเดิม

ด้านนายอนุสรณ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้เมื่อภรรยากลับมาถึงบ้านก็จะสลบเพราะหาเสียงตลอดทั้งวัน ส่วนเรื่องที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจมาทำงานการเมืองนั้นตนก็ได้มีการพูดคุย กันตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เชื่อว่าจะมาเล่นการเมืองจริง ๆแต่เมื่อเป็นสิ่งที่ตัวเขาอยากทำก็คงห้ามไม่ได้ เมื่อเลือกที่จะทำแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด หากจะเล่นการเมืองก็ต้องอดทนเพราะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ซึ่งก็ต้องทำใจ ส่วนตนเองก็ไม่มีปัญหา แต่อาจคุยกันน้อยลง และต้องปรับตัวเรื่องเวลา ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีปัญหา เพราะเขาเป็นคนไฮเปอร์อยู่แล้ว ตนได้ให้คำแนะนำเรื่องความอดทนใครพูดอย่างไร เมื่อเราเป็นคนสาธารณะก็ต้องรับให้ได้ และเมื่อเป็นนักการเมืองแล้วก็ต้องรับกับการตรวจสอบ

เมื่อถามว่ากลัวตัวเองจะถูกตรวจสอบไปด้วยหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนตัวไม่ได้มาทำงานด้านการเมือง ทำแต่ธุรกิจก็คงไม่เท่าไหร่ เป็นห่วงแต่น.ส.ยิ่งลักษณ์มากกว่า ส่วนการหาเสียงโค้งสุดท้ายก็คงเดินทางไปให้กำลังใจบ้างก็คงแค่เชียร์คงไม่มี บทบาทอะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกโจมตีเรื่องครอบครัว นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เรื่องครอบครัวถูกโจมตีมาตลอด ซึ่งก็ชินแล้ว เรื่องอย่างนี้อยู่ที่ครอบครัวมากกว่า คนนอกพูดอย่างไร แต่คนในครอบครัวเข้าใจกันก็จบ ความจริงก็คือความจริง ตอนนี้ทุกคนก็คงต้องทำใจ เพราะทั้งญาติพี่น้องต่างก็โนกันหมด ซึ่งทุกเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมชาติและชินแล้ว

เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรกับคนที่นำเรื่องครอบครัวมาโจมตีหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าคนที่นำเรื่องนี้มาพูดส่วนใหญ่ต่างก็มีครอบครัวมีลูกมีพ่อแม่ ดังนั้นอะไรที่ให้ร้ายเป็นเรื่องไม่จริงก็ขอให้คิดถึงครอบครัวของตัวเอง เพราะเรื่องอย่างนี้ส่งผลกระทบถึงเด็ก พ่อแม่และผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง ทำร้ายจิตใจคนอื่นก็อาจให้เอาความรู้สึกของตัวเองไปอยู่ตรงนั้น อยากให้มีเมตตาต่อกันและความจริงแล้วประเทศไทยก็เป็นเมืองพุทธ

ด้านน้องไปค์ กล่าวว่า ของขวัญวันเกิดแม่เป็นโมบายที่ทำขึ้นเอง โดยใช้เวลาทำอยู่ 2 วัน ซึ่งด้านบนจะเป็นดอกกุหลาบ ส่วนอีกด้านจะเป็นภาพครอบครัวและอีกด้านจะเขียนคำอวยพรของพ่อและตน ที่ขอให้แม่มีสุขภาพ มีความสุขและสำเร็จในสิ่งที่คุณแม่หวัง ที่ทำเป็นโมบายเพราะถ้าเป็นการ์ดจะทำยากและไม่สวยเท่า

เมื่อถามว่า อยากให้คุณแม่เป็นนายกฯ หรือไม่ น้องไปค์ กล่าวว่า ก็อยากอยู่ครับ

เมื่อถามว่า ถ้าแม่เป็นนายกฯอาจจะมีเวลาน้อยลง น้องไปค์กล่าวว่า น้องไปค์ก็คงต้องอยู่บ้าน

ถามว่า จะอวยพรอะไรให้คุณแม่อีกหรือไม่ น้องไปค์ กล่าวว่า ขอให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงมีสำเร็จในสิ่งที่หวัง สำคัญที่สุดคือ ขอให้เขามีความสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังพูดคุยกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้มในตัวลูกชายพร้อมบอกว่า เป็นคนที่กล้าแสดงออกตั้งแต่เด็กๆ ให้จับไมค์ขึ้นเวทีร้องเพลงตั้งแต่ 3 ขวบ เลยชินกับการที่ต้องอยู่กับคนเยอะๆ ตอนสัมภาษณ์สังเกตว่าเขาแทนตัวเองว่าผม ซึ่งเราก็คาดไม่ถึงเพราะอยู่กับครอบครัวจะแทนตัวเองว่าไปค์ ส่วนอนาคตเราก็ไม่ได้กำหนด แต่ดูเหมือนจะชอบด้านธุรกิจ

ส่วนของขวัญเกิดลูกชายแอบนำมาวางไว้ที่หัวเตียงตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมา เพื่อให้คุณแม่ตื่นมาเห็นตอนเช้า สำหรับความสัมพันธ์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะคุณลุงนั้น ก็สนิทกันเพราะต่อสายพูดคุยกันประจำ และน้องไปค์พูดเสมอว่าเขาภูมิใจ ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นหลานลุง เพราะถ้าไม่มีลุงก็คงไม่มีแม่และมีไปค์วันนี้