WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, June 25, 2011

เพื่อไทยแถลงไม่มีนโยบาย "นิรโทษกรรม-คืนเงิน" ให้ทักษิณ

ที่มา ประชาไท

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ชี้แจง ยันไม่มีนโยบายที่จะนิรโทษกรรมและเอาเงิน 46,000 ล้านบาทคืนให้ทักษิณ

24 มิ.ย. 54 - เว็บไซต์พรรคเพื่อไทย (www.ptp.or.th) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ "กรณีการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์" โดยมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย กรณีการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย

กรณีการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์

ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2554

ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดปราศรัยที่สี่แยกราชประสงค์ ในวันที่ 23 มิถุนายน 2554 โดยผู้ปราศรัยได้กล่าวหาพรรคเพื่อไทย ด้วยความเท็จ ซึ่งการใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด พรรคเพื่อไทยจึงขอแถลง ดังนี้

1. พรรคประชาธิปัตย์ใส่ร้ายว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและเอาเงิน 46,000 ล้านบาท คืนให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและพรรคประชาธิปัตย์ จงใจใส่ร้ายด้วยความเท็จ พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าพรรคไม่เคยมีนโยบายเช่นนั้นเลย

2. พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีหน้าที่ที่ทำงานรับใช้พี่น้อง ประชาชนทุกคนทั่วประเทศ จะไม่ทำงานให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถ้าได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทำงานโดยยึดมั่นในกฎหมาย หลักนิติธรรมและความเสมอภาค

3. พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะรณรงค์หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ โดยการนำเสนอนโยบายและ ทางออกให้กับคนไทยและประเทศไทยต่อไป

พรรคเพื่อไทย

24 มิถุนายน 2554

ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1เตรียมเปิดแชมเปญฉลองชัย ร้องนานาชาติสังเกตโกงเลือกตั้ง-ฝ่าฝืนมติมหาชน

ที่มา Thai E-News

อาจารย์ จรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำนปช.ที่อยู่ระหว่างลี้ภัยในฝรั่งเศสพร้อมกับคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง เข้าพบมองซิเออร์ฟรองซัว ซิมเมอเรย์ เอกอรรครัฐทูตด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลฝรั่งเศส เรียกร้องนานาชาติจับตาการโกงเลือกตั้ง และการฝืนเจตนารมณ์มติมหาชนของพลังพิเศษ กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย

โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 มิถุนายน 2554


ความ เคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในต่างประเทศต่อการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งการยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกกต.ที่เดินทางไปดูงานในอเมริกา การสังเกตการณ์การเลือกตั้งในออสเตรเลีย และกิจกรรมรณรงค์ไพร่อินเตอร์กาเบอร์ 1 ในสหภาพยุโรป และแกนนำจากญี่ปุ่นบุกถิ่นปชป.ที่ตรัง
แดง4ทวีปคึกรับเลือกตั้ง-คน เสื้อแดงใน4ทวีปออกมาเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก เสื้อแดงสหภาพยุโรปชูคำขวัญ"ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1ทั้งคนทั้งพรรคให้ยิ่ง ลักษณ์เป็นนายกฯ" และขอให้รัฐสภายุโรปสังเกตโกงเลือกตั้งสำเร็จ(บนสุด) ขณะที่เสื้อแดงอเมริกายื่นหนังสือต่อประพันธ์ นัยโกวิท ที่แว้บไปดูงานLAขอให้นับคะแนนเสียงที่เมืองนอกป้องกันโกง และเตรียมจัดฉลองชัยหลายรัฐทั่วUSA(ภาพที่2) แดงออสเตรเลียไปสังเกตการณ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ซิดนีย์(ภาพที่3) ส่วนแกนนำแดงญี่ปุ่นบุกบ้านนายชวนให้กำลังใจแดงตรังสู้ในถิ่นปชป.

จรัลพบทูตสิทธิมนุษยชนฝรั่งเศสหนุนขบวนประชาธิปไตยไทย-ยุติละเมิดสิทธิมนุษยชน
เมื่อ วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา อาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำนปช.ที่อยู่ระหว่างลี้ภัยในฝรั่งเศสพร้อมกับคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ได้เข้าพบM.Francois Zimeray l'Ambassadeur pour les droits de l'homme (มองซิเออร์ฟรองซัว ซิมเมอเรย์ เอกอรรครัฐทูตด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลฝรั่งเศส) เพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งทั่วไปใน 3 กรกฎาคม ว่าประชาชนไทยมีตวามตื่นตัวทางการเมือง และสิทธิเลือกตั้งอย่างมาก มีพรรคการเมือง 40 พรรคส่งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่จะชูนโยบายเศรษฐกิจ การปรองดองชาติ และความสงบสุขของสังคม

อาจารย์ จรัลได้ให้ข้อมูลว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นคู่แข่งขันหลักเพิ่มประเด็นการปราบ ปราม การสังหารหมู่เมื่อเดินเมษายนและพฤษภาคม ปีที่แล้ว แนวโน้มผลการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างแน่นอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มปกครองที่มีอำนาจแท้จริงๆ คงจะพยายามขัดขวางการตั้งรัฐบาล อันเป็นการละเมิดสิทธิกำหนดใจตนเองของประชาชน และหลักการประชาธิปไตย ขอให้เอกอรรคทูตสนใจติดตามและมีท่าทีสนับสนุนการตัดสินใจของประชาชนไทยในั วันที่๓ กรกฎาคม ด้วย

ประเด็นที่ 2 และ 3 เกี่ยวกับการสังหารหมู่ 2553 เรื่องแรก จนถึงวันนี้ การสอบสวนและดำกเนินคดีกับผู้สั่งและผู้กระทำการเข่นฆ่าประชาชนยังไม่คืบ หน้า แม้ทางแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)จะฟ้องศาลอาญา ระหว่างประเทศมากว่า 3 เดือนแล้ว

"เราของเรียกร้องให้ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศเคารพสิทธิมนุษยชนสนใจคดีประเทศ ไทยด้วย มิใช่แต่ลิเบีย ซีเรีย และเยเมน"อาจารย์จรัลกล่าวกับเอกอรรครัฐทูตด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล ฝรั่งเศส ทั้งนี้จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวในปารีสที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ในคราวนี้

ประเด็น สุดท้าย การใช้กฎหมายดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาจำกัดเสรีภาพทางความคิด จับกุมคุมขังนักประชาธิปไตย และทำลายฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมือง ซึ่งหนักขึ้นทุกวัน

แม้ทั้ง 3 ประเด็นนี้จะเป็นเรื่องภายในประเทศไทย แต่เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขัดต่อปฏิญญาสากล กติกา และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ของสหประชาติ ซึ่งบรรดารัฐสมาชิกรับรอง ให้สัตยาบัณว่าจะร่วมกันส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพลเมืองทุกคนบน พื้นภิภพ จึงหวังว่า ประเทศฝรั่งเศสจะสนับสนุนความพยายามของนปช. หรือของบุคคลและองค์การสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

สุดท้าย คณะคนไทยได้มอบขนมชั้นและขนมเม็ดขนุนเป็นขอที่ระลึก สร้างความประทับใจแก่คณะเอกอรรคทูตด้านสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่ง

แดงอเมริกายื่นหนังสือกกต.ที่แว้บไปดูงานLAให้นับคะแนนที่เมืองนอกป้องกันโกง-จัดงานเตรียมฉลองชัยเพื่อไทยล่วงหน้า



เสื้อ แดงอเมริกาได้ยื่นหนังสือต่อกรรมการการเลือกตั้ง นายประพันธ์ นัยโกวิท เพื่อขอให้นับคะแนนเสียงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ณ สถานที่เลือกตั้ง เพื่อป้องกันการโกงเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนหีบบัตร ซึ่งนายประพันธ์ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส
เมื่อ วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา คนเสื้อแดงในนครลอส แองเจลีส สหรัฐอเมริกา ได้ยื่นหนังสือต่อนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง ระหว่างเดินทางไปดูงานที่แอลเอ และผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส เรื่อง ขอเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส โดยมีรายยละเอียดดังต่อไปนี้

ตาม ที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา และเข้าสู่การเตรียมการให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น ในวันที่ ๓ กรกฎาคม ที่จะถึงนี้นั้น โดยช่วงระยะเวลาการส่งบัตรเลือกตั้งสำหรับคนไทยที่อาศัยในเขตอาณาสถานกงสุล แอล.เอ. คือระหว่างวันที่ ๑๗-๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๔

เราในนามของประชาชนคน เสื้อแดงที่พำนักอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐ ต่างๆในเขตอาณาของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งหมด ขอใช้สิทธิร้องเรียน ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกประเทศเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดย บริสุทธิ์ยุติธรรมตามเจตนาแห่งรัฐธรรมนูญ และนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หลีกเลี่ยงความไม่สงบสันติอันอาจจะเกิดจากการประท้วงและชุมนุมเรียกร้องของ ฝ่ายประชาชนที่ถูกคดโกงและบิดเบือนผลแห่งการลงคะแนนเสียง โดยการกระทำอันเห็นแก่ได้ของกลุ่มการเมือง และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลและจัดการเลือกตั้ง

จาก ผลของการประชุมสมัชชาคนเสื้อแดงแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๔ ในนครลอส แองเจลีส ที่ประชุมได้มีมติเป็นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๕ ประการ เกี่ยวพันถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ซึ่งในมติข้อที่ ๔. ความว่า “๔. ให้มีการเลือกตั้งอย่าง บริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อให้ได้ตัวแทนที่แท้จริงของประชาชนมาบริหารประเทศ”

จึงขอเรียกร้องให้ ทำการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง หลังจากสิ้นสุดระยะเวลารับบัตรเลือกตั้ง ณ สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ. อย่างเปิดเผย ต่อหน้าพยานซึ่งเป็นผู้อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดย ไม่ต้องส่งบัตรเลือกตั้งกลับประเทศไทย ส่งเพียงตัวเลขผลการนับคะแนนไปยังกกต. เมืองไทยเท่านั้น อีกทั้ง ขอให้ทางสถานกงสุลฯ ประกาศผลการนับคะแนนให้คนไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้รับรู้โดยทั่วกัน

พวกเรา ในนามของประชาชนคนเสื้อแดง ที่พร้อมเพรียงกันเตรียมใช้สิทธิลงคะแนนเสียง เลือกตั้งนอกประเทศ ไม่ต้องการที่จะให้การบิดเบือนและคดโกงผลการลงคะแนนเกิดขึ้นอีก ดังเช่น ที่เคยเกิดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีการเปลี่ยนหีบคะแนนระหว่างการนำส่งจากต่างจังหวัดสู่ศูนย์กลาง มีการเผาบัตรเลือกตั้ง มีบัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศยังไม่ผ่านการนับตกค้างอยู่ที่ที่ทำการ ไปรษณีย์แห่งประเทศไทย และมีการนำบัตรคะแนนมาเพิ่มก่อนปิดกล่องที่หน่วยเลือกตั้งบางขุนเทียน เป็นต้น

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเรียกร้องนี้จะได้รับการตอบสนอง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งนอกประเทศ ในท้องที่สหรัฐอเมริกา เป็นผลสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง อย่างน้อย เป็นเครื่องแสดงว่าเราได้มาอาศัยอยู่ในสังคมที่มีจิตสำนึกแห่งประชาธิปไตย อย่างสูงส่งแล้ว เราได้ เรียนรู้ที่จะปฏิบัติตามวัฒนธรรมทางการปกครองอันดีงามนั้นด้วย มิได้พกพาเอาความประพฤติอย่าง ไร้ยางอายที่เรียกว่าวิชามารทางการเมืองมาใช้ ให้เป็นที่อับอายแก่ชาวโลก ด้วยความต้องการเปี่ยมล้น ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ

ขอแสดงความนับถือ

คนเสื้อแดงในเขตอาณาสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส

นอก จากนั้นเสื้อแดงอเมริกาได้เตรียมงานฉลองไทยของฝ่ายประชาธิปไตยไว้ล่วง หน้า โดยขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทุกท่านร่วมรับประทานอาหาร ในวันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค 2554 เวลา 5.00 น.(5 โมงเย็น) เพื่อร่วมฉลองชัยชนะประชาธิปไตย ฟังโฟนอินจากเมืองไทยโดย คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ สส จากพรรคเพื่อไทยอีกหลายท่าน สถานที่ร้านอาหารไทยดามาการ์เด้นท์ 3109 West Irving Park Road Chicago, IL 60618-3405
(773) 588-9140

นอกจาก นั้นที่แอลเอได้เตรียมการเปิดร้านอาหารไทยเปิดแชมเปญฉลองชัย เลี้ยงฉลองยาวในวันที่ 3-4 กรกฎาคม คือนอกจากฉลองชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยแล้วก็จะถือโอกาสฉลองวันชาติอเมริกา ไปพร้อมกัน โดยเจ๊หน่อยสั่งลุย เจ้าของร้านอาหารไทยในแอลเอ

ส่วนวัน อาทิตย์ ที่ 26 มิ.ย ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ถึง เที่ยงคืน จะมีกิจกรรมหารายได้เป็นทุนสนับสนุนกิจกรรมคนเสื้อแดงผ่านทางสไกป์ ผู้สนใจโปรดสละเวลาอันมีค่าของท่านมาร่วมสแดงความคิดเห็น ติดต่อสอบถามได้ที่คุณ สนั่น เมลโรส โทร 323-286-8722

นอกจากนั้นก็มีการเตรียมการร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยอีกหลายเมือง หลายรัฐทั่วอเมริกา
*******

ตัวแทนภาคประชาชนส่งตัวแทนเข้าสังเกตการณ์ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย


กลุ่ม พลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย รายงานว่า เมื่อวันที่18-19 มิถุนายน 2554 ทางกงศุลใหญ่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้จัดให้มีการเลือกตั้งตามกฤษฎีกาการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยมี ตัวแทนผู้สังเกตุการณ์ได้มีส่วนเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเป็นไปตามกฏหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 5 (อ้างอิงตามเว็บไซด์สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง(http://www.ect.go.th/newweb/th/cooperate/) วันที่ 18 มิถุนายน 2554 ณ Metro Sydney Hotel เวลา 10:00น. ถึง 22:00น. และวันที่19 มิถุนายน ณ. วัดพุทธรังสี Anandale เวลา 9:30น. ถึงเวลา 15:30น.

โดยมีตัวแทนเข้าสังเกตการณ์ทั้งสองวันตั้งแต่ต้นจนจบ จำนวน5คน รวมถึงวันคัดแยกบัตรเพื่อจะส่งกลับไปที่เมืองไทยในวันที่22 มิถุนายน 2554 นี้ด้วย

โดยครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มา ใช้สิทธิมากที่สุดในประวัติศาสตร์ การเลือกตั้งนอกราชฯ ประจำนครซิดนีย์ เฉพาะวันแรกก็มากกว่าทุกๆครั้งที่เคยมีมาแล้ว

ผู้มาใช้สิทธิส่วนมา เป็นวัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน โดยบางส่วนมีปัญหาเรื่องของการลงทะเบียนและการตรวจสอบไม่พบรายชื่อ บางส่วนลงทะเบียนไ้ว้แต่ชือกลับไปปรากฏที่ประเทศอื่น ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิได้

จากการเข้าขอสังเกตุการณ์ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จากกงศุลใหญ่นครซิดนีย์(พีรวิช สุวรรณประเทศ‏) และจากเจ้าหน้าที่กงศุลทุกท่าน

หมายเหตุ: ภาพถ่ายทั้งหมด ถ่ายจากนอกเขตเลือกตั้ง หรือ ก่อน หรือหลังจากกำหนดเวลาเลือกตั้ง จึงไม่ได้ผิดกฏหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด
******

นปช.ยุโรปปลื้มEUร่วมสังเกตการเลือกตั้งตามที่ยื่นหนังสือขอ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง เผยพร้อมให้ สหภาพยุโรป(อียู) เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง

นาย อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ทางสหภาพยุโรป(อียู)จะขอเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งว่า เท่าที่ทราบยังไม่ได้ขอมาโดยตรง แต่ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาดูกฎหมายการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องของเราในการเลือก ตั้งครั้งนี้ ซึ่งก็ให้ความร่วมมมือกับอียู ในเรื่องดังกล่าว

นอก จากนั้นยังสามารถสอบถามอะไรกกต.ก็ได้ ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ในเรื่องนี้อยู่แล้ว อีกทั้งประเทศที่ขอเข้ามาก็ได้จัดให้ไปแล้ว ซึ่งก็มีบางประเทศที่อยู่ในเอเชีย ก็จัดให้ลงไปเป็นคณะหรือชุดลงไปดูกันเลยในรอบรัศมีรอบ ๆ 100 กิโลเมตร ของ กรุงเทพฯ

ก่อนหน้านี้นปช.สหภาพยุโรป ได้ยืนหนังสือถึง ประธานสภายุโรปคือ Monsieur le President Herman Van Rompuy เรียกร้องให้ทางสภายุโรปเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากพี่น้องคนไทยส่วนใหญ่ เกิดความวิตกกังวลเรื่องการโกงคะแนนเลือกตั้ง และใช้วิชามารทุกวิถีทาง รวมทั้งข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชนผู้รักประชาธิปไตยที่สนับสนุนพรรคเพื่อ ไทย ที่จะไม่ให้พรรคเพื่อไทยที่ได้รับเสียงข้างมาก ที่มีฝ่ายประชาธิปไตยสนับสนุนเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล

สหภาพยุโรป:ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1ทั้งคนทั้งพรรคได้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ุ UDD THAI OF EUROPE (นปช.อียู)รายงานว่า UDD THAI OF EUROPE ร่วมรณรงค์เลือกทั้งคนทั้งพรรค ได้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯไพร่อินเตอร์ กาเบอร์1. ที่ประเทศเดนมาร์ก
โดย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีงานผ้าป่าประชาธิปไตยไทย ครั้งที่ 4 ที่ประเทศเดนมาร์ก เพื่อสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ได้ผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ที่ราชประสงค์ มีพี่น้องจากเดนมาร์ก เยอรมัน ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก และเมื่อ เวลา 20.00 น.นายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินมาให้กำลังใจและร่วมทำบุญผ้าป่าด้วยเป็นเงิน 2,000 ยูโร

ช่วง นี้เป็นวาระการเลือกตั้งในประเทศไทย ทางคณะกรรมการ นปช.อียู จึงได้เน้นให้ความรู้ และวิธีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของพี่น้องคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งบางคนไม่เคยใช้สิทธิ์มาก่อนจึงต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้า และได้มีการรณรงค์ให้พี่น้อง อย่านอนหลับทับสิทธิ์ร่วมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

ซึ่ง พี่น้องที่มาร่วมงานในวันนั้น ทุกคนต่างต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบเหมือนประเทศในยุโรปที่พวกเราอาศัยอยู่ โดยเฉพาะกระแสนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย กำลังเป็นที่จับตามองของชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก

มีการแนะนำและ วิธีการลงคะแนน จากนั้นได้รับประทานอาหารร่วมกัน พร้อมสนุกสนานกับการแสดงมินิคอนเสิร์ต ของศิลปินเสื้อแดง คุณแป๊ะ บางสนาน

รุ่ง เช้าวันอาทิตย์ได้ร่วมกันทอดผ้าป่าประชาธิปไตย ถวายวัดเป็นจำนวนเงิน 16,663โครน (เดนมาร์ก) เข้ากองทุนเยียวยาพี่น้องที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนเงิน 10,810 โครน ซึ่งเงินจำนวนนี้จะนำไปรวมกับยอดที่ได้รับจากผ้าป่าครั้งที่ 2 , 3 ที่ผ่านมา และอีกครั้งหนึ่งในวันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม ที่ประเทศสวีเดน จากนั้น ทางคณะกรรมการจะเดินทางลงไปมอบให้กับพี่น้องที่เมืองไทยด้วยตนเอง

ทาง เจ้าภาพ UDD THAI OF EU (เดนมาร์ก) ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องร่วมอุดมการณ์ทุกกลุ่ม ทุกเขต ทุกประเทศที่ให้เกียรติมาร่วมงาน ถ้ามีอะไรที่ทางเจ้าภาพให้การดูแลไม่ทั่วถึง และขาดตกบกพร่องไป กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ขอให้ผลบุญทั้งหมดที่ทำส่งผลให้ประเทศไทยได้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ โดยอำนาจอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง

และจบลงด้วย ไพร่อินเตอร์กาเบอร์ 1 และประโยคฮิต ( เลือกทั้งคนทั้งพรรค ได้ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ) ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ www.thairedeu.com

ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1ที่ฟินแลนด์
ก่อน หน้านี้นปช.อียูสัญจรพบปะพี่น้องที่ประเทศฟินแลนด์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรณรงค์ให้พี่น้องที่อยู่ในประเทศฟินแลนด์ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราช อาณาจักร
จาก การสัญจรครั้งนี้พบว่า มีพี่น้องคนไทยในประเทศฟินแลนด์จำนวนมากที่ยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย คือ คนเสื้อแดง ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องขอคืนอำนาจให้ประชาชนโดยแท้จริง ไม่ใช่เผด็จการซ่อนรูปเหมือนที่ผ่านมา ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ และร่วมกันเชิญชวนพี่น้องคนไทยในทั่วโลกให้ออกมาแสดงพลังครั้งสำคัญใน ประวัติศาสตร์ชาติไทย เลือกพรรคที่อยู่ฝ่ายประชาชน ไม่ใช่พรรคที่ออกมาฆ่าประชาชน

ตอนนี้กระแสผู้หญิงทั่วโลกมาแรง การที่ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยจึงเป็น เรื่องที่ทั่วโลกกำลังจับตามองว่าการเลือกตั้งในวันที่3 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยจะฝ่าฟันกระบวนการจ้องทำลาย กลโกงต่างๆของฝ่ายเผด็จการอำนาจมืดไปได้หรือไม่

ถึงแม้ว่าคะแนนจะมา เป็นอันดับหนึ่งก็ต้องลุ้นกันอีกยกหนึ่งว่าจะสามารถจัด ตั้งรัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยได้หรือไม่ ดังนั้นคนไทยในทุกมุมโลกจึงจะร่วมกันจับตามองและเคลื่อนไหวกดดันให้ชนชั้นนำ คายอำนาจ และยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน หากมีการขัดขวางโดยมิชอบ เราก็จะออกมารณรงค์ทั่วโลกต่อไป

ก่อนจบงานแยกย้ายกันกลับที่พัก ก็ไม่ลืมที่จะบอกว่า เข้าคูหากาเบอร์ 1 และไพร่อินเตอร์กาเบอร์ 1 ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ www.thairedeu.com

แกนนำแดงญี่ปุ่นบุกบ้านชวนที่ตรังหวั่นโกงเลือกตั้ง

นาย รัตน์ ภู่กลาง แกนนําคนเสื้อดงจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า คุณฌมารินทร์ ฮะตะ หรือ “เจี๊ยบ เจเปน” แกนนำThai Red Japan กลุ่มเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น ซึ่งมีอาชีพเป็นล่ามอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาเยี่ยมกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดตรัง โดยมีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของ คนเสื้อแดงในประเทศญี่ปุ่น และจังหวัดตรัง ด้วยการสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

นางฌมารินทร์กล่าวว่า อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 27ปี มีอาชีพเป็นล่าม เดิมเป็นคนจังหวัดราชบุรี รักและศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มานานมาในระยะหลังมีการเคลื่อนไหวจะจัดตั้งกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้น โดยตนได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งประธาน “กลุ่มไทยเรดเจเปน”ขณะนี้มีสมาชิกแบ่งไปตามจังหวัดต่างๆรวม 5 จังหวัด กว่า 400คน มีการจัดกิจกรรมพบปะประสานให้ความรู้ด้านกิจกรรมทางการเมืองแก่สมาชิกด้วย การพบปะและโพนอินแก่กัน

“ที่ผ่านมาคนไทยในประเทศญี่ปุ่นเมือจากบ้าน เกิดเมืองนอนมา การมาอยู่ต่างแดนไกลบ้าน จึงอยากฝากพ่อแม่พ่อแม่พี่น้องรวมถึงญาติมิตรให้แผ่นดินกับรัฐบาลนั้นๆ และควรเป็นรัฐลบาลที่ดี โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเอาคนที่ทำงานได้จริง คนทำงานไม่จริงจะไม่เอา ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักธุรกิจญี่ปุ่นรู้จักกันเป็นอย่างดี มีการพัฒนาประเทศสู่ระดับอินเตอร์ คนไทยในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งจีงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อสนับ สนุนใหก้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้”

เจี๊ยบ เจเปน กล่าวว่า สิ่งที่กลุ่มเรดเจเปน เป็นห่วงต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็คือ วิธีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ตนเชื่อมั่นในสถานทูต แต่ไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลว่าใบเลือกตั้งที่ส่งทางไปรษณีย์มายังประเทศไทย จะเป็นบัตรเดียวกันหรือไม่ จึงรณรงค์ให้กลุ่มคนเสื้อแดงในญี่ปุ่นอย่าใช้สิทธิ แต่ก็ถือเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลว่าจะเลือกตั้งหรือไม่

นายรัตน์กล่าว ว่า ได้เปิดซอยโรสอินเป็นที่รวมกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดตรัง ต่อไปจะเป็นสัญญลักษณ์ของคนเสื้อแดง ตนจะทำทุกอย่างเพื่อพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีความศรัทธาในตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างมาก จะทำงานเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามคนเสื้อแดงจังหวัดตรังอย่าต่อเนื่อง ทั้งก่อน ขณะและหลังเลือกตั้ง คนกลุ่มเสื้อแดงในซอยโรสอิน มีทั้งนักธุรกิจ มอเตอร์ไซค์รับจ้างรวมไปถึงหมอนวด ขณะนี้มาสมาชิกกว่า 1,000 คนแล้ว

เวบไซต์ASTVผู้จัดการเปิดตัวตน “ทราย เจริญปุระ” : แดงไม่แดง?! แล้วทำไมต้องแก้ ม.112

ที่มา Thai E-News

“เรา รู้สึกไม่แฟร์นะ ที่มองคนเสื้อแดงว่าที่มาชุมนุมเพราะโดนซื้อมา ทุกคนมาเพราะเงิน ทราบว่ามันต้องมีคนที่มาเองบ้างไหม หรือว่าอย่างพวกนี้ชุมนุมรถติดวะ เฮ้ย...ชุมนุมทุกครั้งรถมันติดไม่ว่าจะใครก็ตาม แต่ทรายไม่เคยว่าเรารู้สึกว่าเขาเองก็คงสุดๆ จริงๆ ไม่งั้นใครจะบ้าออกจากบ้านมานอนกลางถนน มันไม่สนุก อย่างพันธมิตรมาชุมนุมรถก็ติด ทรายก็ไม่ได้ว่าอะไร เรารู้สึกว่าเงินมันคงไม่ใช่ทุกอย่างมั้ง”

ที่มา เวบไซต์ASTVผู้จัดการ
25 มิถุนายน 2554

จาก ผลงานบทความชื่อ “แดงทำไม ทำไมแดง” หรือ “91 ศพชีวิตคงน้อยไป”ฝีมือการกลั่นกรองจากสมองและสองมือของ “ทราย เจริญปุระ” ที่เขียนลงคอลัมน์ “รักคนอ่าน” ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ในฐานะคอลัมน์นิสต์ประจำ ที่ทำงานให้กับสำนักนี้มานานกว่า 9 ปี

กอปร กับก่อนหน้านี้ เจ้าตัวมีชื่อเข้าร่วมในกลุ่มผู้ลงนามกดดันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ให้เปิดประตูสถาบันให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปใช้สถานที่ในการทำกิจธุระส่วน ตัวต่างๆ เมื่อครั้งที่กลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมประท้วงที่บริเวณสนามหลวง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ปีที่แล้ว อีกทั้งปัจจุบันทรายยังทำงานเป็นพิธีกรให้กับช่องเคเบิ้ล Voice TV สื่อในมือตระกูลชินวัตร

ล่าสุด ทรายยังมีชื่อเป็นหนึ่งในนักเขียนที่ร่วมเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” โดยนักเขียนกลุ่มดังกล่าวมีความเห็นว่า กฎหมายมาตรา 112 เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงออก โดยเฉพาะการสร้างสรรค์งานเขียนจึงสมควรมีการปรับปรุงแก้ไข

หลายๆ ข่าวคราวและพฤติกรรมทั้งหมดของ “ทราย” ที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ที่คนภายนอกจะมองว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีแนวคิด และอุดมการณ์สอดคล้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งวันนี้เธอยินดีเปิดใจกับ “ทีมบันเทิงASTVผู้จัดการออนไลน์” แบบชัดเจนและตรงไปตรงมา …ทุกบรรทัดด้านล่างนี้ คือคำตอบทั้งหมด ทุกประเด็น!

“คอนเซ็ปต์ของคอลัมน์ทรายในมติชน มันเป็นการอ้างอิงถึงหนังสือเล่มต่างๆ งานเขียนคอลัมน์ทรายเป็นการเขียนแนะนำหนังสืออีกที มันเป็นการอ้างถึง ที่อาจจะเป็นผลกระทบที่มีต่อเรา เหมือนเราอ่านแล้วเรารู้สึกยังไง เราก็จะเขียนถึง ทรายก็เขียนตามความรู้สึกนึกคิดของทรายทั้งหมด ก็คือกลางๆ ในฐานะที่เราทุกคนมีความเท่าเทียมกัน สมมติว่าเราตีไว้ว่า สังคมนี้มันมีทั้งหมด 2 สี ทั้ง 2 สีต่างออกมาชุมนุม เราก็จะรู้สึกว่าทำไมอีกฝ่ายออกมาชุมนุมแล้วดี อีกฝ่ายออกมาชุมนุมแล้วไม่ดีล่ะ ถ้าไม่ดีมันก็ต้องไม่ดีทั้งคู่ ถ้าดีมันก็ต้องดีทั้งคู่สิ”

“บางทีมันก็มีกรอบความคิดบ้างอย่างที่พอ เป็นพวกนี้แล้วจะอี๊ จะไปอี๊เขากันทำไม ปัญหาเขากับปัญหาเรามันคนละเรื่องกัน ปัญหาเขามันก็ไม่ได้เล็กกว่าปัญหาของเรา คือเราไม่ควรจะไปดูถูกปัญหาของคนอื่น พอเราเห็นเราก็จะรู้สึกว่าอยากให้มองกันอย่างแฟร์ๆ มันก็ไม่ควรจะเป็นแบบนี้จริงๆ ถึงเขียนออกมา แต่มันก็โดนไปมองว่าเราเลือกข้างรึเปล่า”

“แรงบันดาลใจในการเขียนมา จากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเรื่องของบุคคล เรื่องของสถานการณ์ ยิ่งเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันต่างๆ มันมีอิทธิพลต่องานเขียนเราอยู่แล้ว ทรายว่างานเขียนมันขึ้นอยู่กับบรรยากาศที่มันมีอิทธิพลต่อนักเขียนคนนั้นๆ มากกว่า”

“การเขียนให้ที่นี่ไม่จำเป็นต้องเขียนเรื่องหนัก หรือต้องเลือกฝั่ง ทรายจะเขียนอะไรก็ได้ แต่ถ้าเป็นแพรวสุดสัปดาห์ทรายก็จะรู้สึกว่าเราอย่าไปเขียนอะไรที่มันซีเรีย สมาก ไม่มีใครมาสั่งให้เขียนยังไง มีแต่ทรายสั่งตัวเองว่าอาทิตย์นี้เขียนเรื่องนี้นะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะถามก่อนว่าอยากจะให้เขียนอะไร ประมาณไหน หนังสืออะไร คอลัมน์อะไร ก็ดูรวมๆ ค่ะ ทรายก็คงจะไม่ไปอยู่ๆ แรง อาละวาดฟาดงวงฟาดงาไม่ดูเหตุผลมันก็ไม่ได้”

“นักเขียนก็ต้องมี จรรยาบรรณค่ะ ในงานแบบทรายเลย ทรายจะไม่ไปเขียนอย่าง แก...แกมันเลวมาก แบบนี้โดยไม่อธิบายกันว่าเขาเลวยังไง แล้วทำไม ทรายจะไม่เขียน ทรายจะนับถือถ้าคุณคิดอย่างนี้เราไม่ว่า agree to this agree แม้ว่าทรายจะไม่ได้เห็นด้วยกับทุกเรื่องบนโลกใบนี้ ว่ามันจะเป็นไปในทางเดียวกันหมด แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะคิดแบบนั้น เราไม่ควรจะไปว่าเขา แกคิดแบบนี้แกผิด มันไม่ใช่ นอกเสียจากว่าสิ่งที่เขาทำมันลุกล้ำ พอเธอคนนี้คิดไม่เหมือนเรา เราจะไปเผาบ้านเธออันนี้มันก็ผิด แล้วถ้าคุณไม่สามารถอธิบายในสิ่งที่คุณทำได้ แสดงว่ามันก็ไม่ดี มันจะกลายเป็นการขายของกันอย่างเดียว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ควร มันอาจจะไม่ได้มีอิทธิพลกับใครก็ได้ แต่ถ้ามันมีขึ้นมาล่ะ”

“งาน เขียนของทรายจะพาดพิงถึงบุคคลอื่นน้อยมาก เพราะนอกจากงานที่ทรายจะเขียนหนังสือแล้ว ทรายมีอาชีพเป็นนักแสดง เรารู้ว่าอยู่ๆ การที่เราถูกพาดพิงมันนรกมาก เหมือนอยู่ๆ มีคนมาถ่ายรูปเราแชะนึง แล้วเอาไปเขียนว่าทรายพบรักใหม่เป็นผู้หญิง โดยที่ไม่มีใครมาถาม กว่าจะมีคนมาถามเรื่องมันก็ไปถึงไหนๆ แล้วก็ไม่รู้ อย่างข่าวล่าสุดเรื่องมีรายชื่อทรายไปทำแท้ง พบศพเด็กที่วัดไผ่เงิน ซึ่งพอกว่าจะมาถามทรายเรื่องมันก็ได้ออกไปแล้ว ในฐานะนักแสดงทรายเข้าใจว่าการโดนพาดพิง การโดนตัดสินโดยที่ไม่มีโอกาสอะไรเลยมันแย่มาก พอมาเขียนเองทรายเลยไม่อยากพาดพิงใครหรือเขียนชี้หน้าใคร”

พอถามถึงเหตุผลที่เขียนบทความเรื่อง “แดงทำไม ทำไมแดง” ว่าต้องการจะสื่ออะไร? เจ้าตัวก็อธิบายออกมาอย่างอัดอั้นว่า…
“สำหรับ เรื่องนี้ทรายเสียใจ ทรายรู้สึกแย่ หนึ่งคือทรายเขียนถึงหนังสือเล่มนึง ซึ่งคนที่มาด่าทรายเขาก็ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้น ซึ่งถามว่ามันแฟร์ไหม ทำไมถึงทำตัวอย่างนี้ ทรายจะมานั่งคิดว่าเอายังไงดีวะ เดี๋ยวไปเอาหนังสือของอีกฝั่งนึงมาเขียนบ้างดีกว่า อย่างนี้หรอ คือทรายต้องแก้ตัวขนาดนั้นเลยหรอวะ ทรายเชื่อว่าในสิ่งที่ทรายเขียน ทรายไม่ได้ทำให้ใครต้องเจ็บปวดปางตาย”

“อย่างที่ทรายบอกไปแล้ว ว่าถ้าในสิ่งที่อีกฝั่งนึงทำได้ อีกฝั่งเขาก็ต้องทำได้เหมือนกัน เรื่องผิดกฏหมายมันเป็นอีกประเด็นนึง ดังนั้นถ้าเป็นคนที่คุณถูกใจแล้วเขาทำผิด คุณก็จะไม่โกรธอย่างนั้นหรอ ทรายว่ามันก็ไม่ได้นะ มันก็ดูจะใจร้ายกันเกินไปหน่อย แต่พอมันเป็นการเลือกข้าง อีกฝั่งนึงมันก็ต้องดูแย่กว่าอยู่แล้ว เพียงแต่ในมุมที่ทรายเขียน ทรายรู้สึกว่าเขาเองก็มีปัญหาของเขา เขาก็มีชีวิตของเขา ถ้ามันมีหนังสือเรื่องเขื่อนปากมูล ทรายก็จะเขียนหนังสือเรื่องเขื่อนปากมูล ถ้ามันมีหนังสือเรื่องม็อบชาวนา ทรายก็จะเขียนถึงหนังสือเรื่องม็อบชาวนา”

“นั่นคือสิ่งที่ทรายอยากจะ บอก หลายๆ คนที่ทรายรู้จักไม่ว่าจะเป็นครู เป็นหมอที่เขามีแนวคิดทางการเมืองที่โอเคทุกคนเรียกเขาว่าเป็นแดง แต่ไม่มีใครสนใจในข้อย่อยของเขาว่าทำไม แล้วทุกคนก็จะมาคิดว่าแดง อี๊ โง่ อี๊ ต้องชอบทักษิณแน่ๆ เลย ซึ่งมันก็มีตั้งหลายคนที่เปล่าไม่ได้ชอบ แล้วก็ไม่ได้จะต้องออกไปชุมนุม มันก็ไม่ใช่ ทรายก็เชื่อว่าคนที่ไปชุมนุมเขาก็ไม่ได้ซื้อกันมาทุกคน เพียงแต่ว่าเขาเองก็คงมีเหตุผลของเขา ซึ่งทรายเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปถามได้ว่าพี่คะ ทำไมพี่ถึงมา จะให้ทรายไปถามทุกคนมันก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่หนังสือเล่มนั้นเขาเขียนว่าเขาไปสัมภาษณ์มา เขามีทำโพล์ เขามีทำสถิติ เขามีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบมา ทรายก็เลยเขียนถึง มันในแง่นั้นก็เท่านั้นเอง จบ”

“เรารู้สึกไม่แฟร์นะ ที่มองคนเสื้อแดงว่าที่มาชุมนุมเพราะโดนซื้อมา ทุกคนมาเพราะเงิน ทราบว่ามันต้องมีคนที่มาเองบ้างไหม หรือว่าอย่างพวกนี้ชุมนุมรถติดวะ เฮ้ย...ชุมนุมทุกครั้งรถมันติดไม่ว่าจะใครก็ตาม แต่ทรายไม่เคยว่าเรารู้สึกว่าเขาเองก็คงสุดๆ จริงๆ ไม่งั้นใครจะบ้าออกจากบ้านมานอนกลางถนน มันไม่สนุก อย่างพันธมิตรมาชุมนุมรถก็ติด ทรายก็ไม่ได้ว่าอะไร เรารู้สึกว่าเงินมันคงไม่ใช่ทุกอย่างมั้ง”

ซึ่งข่าวคราวที่เกิดขึ้น รวมถึงคอลัมน์นี้อาจทำให้เสื้อแดงคิดว่าทรายอยู่ข้างเขา?
“เฮ้อ...(ถอน หายใจ) แต่มันก็จะมีการอ้างอิงอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้วไง สมมติอย่างพ่อทรายเคยเป็นทหาร ฝั่งทหารก็จะออกมาบอกว่าทรายเป็นพวกของเรา เอ้า เป็นอย่างนี้เราจะไม่พูดอะไรเลยในชีวิต เพราะเราพูดอะไรไม่ได้เลย แต่มันเป็นไปไม่ได้ไงที่คนเราจะพูดอะไรไม่ได้เลย มันไม่ได้ มนุษย์ต้องพูดนะ บางทีเราอาจจะพาดพิงอะไรของเราไปเรื่อยเปื่อยเวลาเราพูดกัน จริงๆ แล้วทรายเลือกที่จะมีข้อที่ทรายชอบ และที่ทรายไม่ชอบจากของทั้ง 2 ฝั่ง แล้วมันก็มีข้อที่เขาทำเหมือนกัน แล้วทรายเชื่อว่าถ้าทำเหมือนกันได้ ถ้าจะผิดก็ต้องผิดเหมือนกัน ถ้าจะถูกก็ต้องถูกเหมือนกัน อันไหนที่ไม่เหมือนกันก็ต้องมาแยกเป็นข้อๆ ไป”

“ทรายสามารถมีระบบ ความคิดเป็นข้อๆ ได้ โอเคบางคนอาจจะต้องเลือกข้างเทไปเต็มตัว แต่ทรายสามารถเอ๊ะ อันนี้ทรายไม่ชอบ ไม่เอา ถ้าเปรียบกับการรับน้องใหม่ ทรายก็จะเป็นมนุษย์ที่แบบ วันนี้เหนื่อยไม่ลงแล้วกันนะเดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่ ทรายจะไม่อินกับข้างใดข้างนึงเพราะอันนี้ทรายไม่ชอบ ทำไมต้องทำ แต่อันนี้ชอบเดี๋ยวจะทำเต็มที่ ทรายก็เป็นคนอย่างนี้ ก็เลยรู้สึกว่าถ้าจะมีคนอ้างอิงถ้ามันเป็นข้อมูลที่ถูกโอเค ทรายก็จะยอมรับว่าอันนี้ทรายพูด แต่พอสนับสนุนอย่างนี้แสดงว่าแกอยู่ข้างฉัน ไม่เลย...เปล่า ก็เปล่า แต่ถ้าข้อนี้ใช่ฉันเห็นด้วย แต่แกต้องอยู่ข้างฉันทั้งหมด อย่างนี้ไม่ ทรายว่าทรายก็ชัดเจนนะ จริงๆ แล้วอยากทำตัวให้เป็นสายลม แสงแดดมากกว่านี้ เอาให้มันเข้าข้อกันไปเลย จะได้ไม่ต้องมาถามอะไรกันอีก”

“อย่างที่มาว่าทราย มาว่าถึงพ่อถึงแม่ทราย ถ้าทรายว่าเขาบ้างล่ะ ถามก็ไม่มาถามทราย แต่มาว่าทรายแล้ว แล้วจะมาอ้างว่าก็คุณเป็นคนของประชาชน แล้วไงก็โกรธเป็นนะโว้ย อะไรก็ไม่ได้ทำอ่ะ แล้วทรายว่าอีก 10-20 ปีตอนนั้นทรายไม่รู้ว่าบ้านเมืองจะเป็นยังไง แต่ถ้าทุกคนลองมองกลับมาวันนี้ ต้องมีคำขำว่านาทีนั้นกูเป็นอะไรวะ ทำไมมันอิ๊นอิน ทรายว่ามันต้องมีคนที่รู้สึกแบบนี้ เพียงแต่นาทีนี้เรื่องมันเป็นอย่างนี้ คุณก็เลยไปตัดสินคนอื่นว่ามันเป็นอย่างนี้แค่นั้นเอง”

*******
เปิดตัวตน “ทราย เจริญปุระ”(จบ) : หากเป็นบุคคลอันตรายต่อสถาบันคงไม่ได้เล่น “นเรศวร”

ที่มา เวบไซต์ASTVผู้จัดการ

แน่ นอนว่า หลังจาก “ทราย เจริญปุระ” มีชื่อเอี่ยวเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่สนับสนุนให้มีการรื้อกฎหมาย ม.112 ออกมา ย่อมถูกโจมตีจากคนที่จงรักภักดีต่อสถาบัน รวมถึงมีผลกระทบต่อบทบาทการเป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ว่ายังสมควรได้รับหน้าที่นี้ต่อไปอีกหรือ? ซึ่งกับเรื่องนี้เจ้าตัวก็เคลียร์ชัดตามแบบฉบับของเธอว่า…

“มันเป็นเรื่องตลกเลย อย่างท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) ก็บอก เฮ้ย...ไอ้ทราย เห็นรึยัง ทรายก็บอกว่าเอาออกแล้วมันมีที่ไหนล่ะ ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องมาว่าฉัน ทรายก็บอกไปใครเขาจะไป ว่าท่านล่ะ จะว่าก็ต้องมาว่าทรายนี่แหละ คือคนในกองหรือแม้แต่ตัวท่านมุ้ยเองท่านก็ทรงทราบว่าไม่ใช่ เราทำงานกันมานานเกินกว่าจะมาแอบปลุกระดมอยู่ลับๆ ไม่ใช่ จะบ้าหรอ ตลกจะตาย

ถามว่าทรายรับรู้เรื่องต่างๆ เหล่านี้ที่มันกำลังเป็นประเด็นที่พูดถึงอยู่ไหม ทรายรู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทรายจะต้องแสดงออก ว่าทรายเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือว่าอยากจะแย้งในมุมนั้นมุมนี้ ตีความมาตรากฎหมายต่างๆ ทรายแค่รับรู้ว่ามันมีเรื่องนี้เกิดขึ้น จบ”

“ท่านรู้ว่าทรายไม่ได้สนใจว่า มันจะต้องมีหรือจะต้องไม่มีอยู่ในบรรดาพิภพนี้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ เอาจริงๆทรายไม่รู้กฎหมายสักมาตรานึง ต่อให้ขับรถไปชนคนตาย ทรายรู้ว่าทรายผิด แต่ทรายไม่รู้ว่าตัวเองผิดกฎหมายมาตราอะไร มันคือสิ่งที่จริงเหรอที่เราต้องรู้ เราต้องท่องมาตรากฎหมายได้ใช่ไหม ถ้าทำอย่างนี้มันผิดมาตราอะไร เพียงแต่ว่าพอเขียนงานทรายก็จะพยายามเขียนไม่พาดพิงใครอยู่แล้ว มันยากที่จะไปถามเอาข้อมูลจากเจ้าตัวโดยตรง ทรายไม่มีสิทธิ์อยู่แล้วไง ทรายก็จะไม่แตะไม่ยุ่ง”

“พอมีข่าวเรื่องล่ารายชื่อ ล่าสุดที่เอามาเกี่ยวกับการแสดงหนังนเรศวร ถามหน่อย ถ้าท่านไม่เปลี่ยนตัวแล้วเขาจะ เสียใจไหม จริงๆ นะ นี่ถามจริงๆ ถ้าท่านมุ้ยตอบว่า จะไปเปลี่ยนทรายมันทำไม คนที่เขาเข้ามาคอมเม้นท์จะเสียใจมากไหมที่ท่านไม่เชื่อเขา มันยังไงดีวะ คือทรายไม่รู้จะสะเทือนใจอะไร ทรายเองสะเทือนใจแทนเขาหน่อยๆ ด้วยซ้ำ เพราะว่าทรายรู้ว่าท่านเขาไม่เปลี่ยนไง เพราะพี่เล่นคอมเม้นท์โดยที่พี่ไม่ถามผมไง พี่ไม่ถามผม พี่ไม่ถามท่าน พี่เล่นคอมเม้นท์เลย แล้วเดี๋ยวพี่จะผิดหวังเองนะ ผมขอโทษแทนพี่ด้วยจริงๆ เลย คือทรายไม่รู้จะพูดยังไง บางทีมันเซ็งจนตลก บางทีเอากันเข้าไป ลากเรื่องนั้นมาพูดด้วย เอาสิ เอามาอีกมา”

“สำหรับคนบางประเภททรายรู้ว่าคำอธิบายมันไม่มีปะโยชน์อะไรกับเขาเพราะเขา เชื่อไปแล้ว เขาเลือกที่เขาจะเชื่อแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะต้องแล้วแต่ ปล่อยเขาไป ในขณะที่คนบางคนอาจจะพร้อมที่จะฟังคำอธิบาย คนอย่างนี้ทรายยินดีที่จะคุยด้วย แล้วคนอีกประเภทนึงที่รู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งไม่มีความจำเป็นจะต้องมาพูดอะไรกันอีก และท่านมุ้ยก็เป็นคนแบบที่สาม ส่วนคนประเภทแรก อยากปรับกลุ่มก็ไม่เป็นไร เราไม่ว่ากัน มันเรื่องอะไรวะที่ทรายจะต้องมานั่งอธิบายให้คนอื่นรู้ว่าทรายเป็นคนยังไง แล้วทรายก็คิดอย่างนี้ต่อประเด็นเรื่องของน้ำเสียทรายคิดว่ามันแย่มากเลย ทำไมทรายจะต้องพูดทุกเรื่องวะ เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องส่วนตัวได้ไหม”



“ท่านมุ้ยเองท่านก็อ่านมติชนเป็นประจำ ท่านอ่านแล้วก็โทรมาถามว่า แกอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยเหรอ (แดงทำไม ทำไมแดง) แกก็จะถาม เราก็จะคุยกันเป็นปกติ อย่างท่านเองก็เล่นเว็บบอร์ดอะไรต่างๆ ก็จะมีมาบอก ตอนทรายอกหักท่านก็ล้อกันสนุกสนานมีความสุข คือเราทำงานกันมานานจนเหมือนเป็นครอบครัวไปแล้ว สำหรับนเรศวร ทรายเองเจอท่านมุ้ยมาประมาณ 8-9 ปี จริงๆ แล้วตัวท่านเป็นคนที่เคารพความคิดของคนอื่นมากๆ วันนึงท่านก็ถามทรายเลย เฮ้ย...เสื้อแดงเปล่าวะ ตกลงเลือกสีอะไร ทรายก็บอกว่าหนูไม่ใส่สีสด หนูใส่เสื้อดำกับเสื้อหนังไปรบของท่านเนี่ย จบ”

“ท่านเองก็ถามไม่ใช่ว่าจะจี้เพื่อจะเอาคำตอบชนิดบอกมานะ ถ้าตอบผิดไม่ต้องเล่น มันก็ไม่ใช่ขนาดนั้นเราจะตอบอะไรก็ได้ แล้วทรายก็คิดอย่างนั้นจริงๆ ว่ามันไม่เลือกได้ไหม ทรายขอเป็นฮิปปี้ เป็นสายลม แสงแดด เพราะชอบอันนั้นหน่อย ชอบอันนี้หน่อย อยากกินข้าวหลายๆ อย่างไม่ได้เหรอ ทำไมมันต้องเลือกอะไรสักอย่างด้วยเหรอวะ แต่มันก็จะมีบางครั้งที่ท่านบอกว่า เขียนอะไรก็ให้ระวัง ฉันเข้าใจว่าเธอกำลังพยายามบอกอะไร แต่มันไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะเข้าใจด้วย ก็เตือนในแบบผู้ใหญ่มากกว่า”

“อย่างเคสนี้โอเคเรื่องส่วนตัวของทราย มันก็ไม่เป็นเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วยังจะต้องมาแถลงสิ ถ้าจะให้ฉันเชื่อเธอแถลงข่าวมาสิว่าเธอ...เฮ้ย...เยอะไปไหม โอ๊ะ! ไม่ใช่นิสัยนะ จะบ้าหรอ แล้วยังไง ทำไมทรายจะต้องสปอยคุณขนาดนั้นวะ ในเมื่อคุณเองก็ด่าทรายแล้วด้วย ทรายต้องมานั่งสปอยคุณอีกหรอ เหมือนมีคนมาด่าทรายเสร็จแล้วทรายยังต้องบอกกับเขาว่ากินน้ำไหมอะไรอย่างนี้ อีกเหรอ ไม่... ไม่มีทาง คุณร้ายกับเราขนาดนี้แล้วยังจะให้เรามาดีด้วย ไม่มีทาง ถ้าทรายจะโกรธ ทรายก็คงจะโกรธตรงที่บางทีก็ด่ากันถึงพ่อถึงแม่ ทำไมอ่ะ เขามาเกี่ยวอะไรด้วย เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไร เวลาเขียนเขาไม่ได้มาจับมือทรายเขียน พ่อทรายไม่ได้มาเข้าสิง เขาตายไปแล้วจะเอายังไงกับเขาอีก”

“พ่อทรายเองก็เป็นทหารนะ จะเอายังไงกันอีกวะ ทรายก็โอเคบางทีมันมาถึงจุดที่ขำนะ เต็มที่ไปอยากจะทำอะไรก็ลากกันไป ระหว่างนี้เดี๋ยวทรายก็ไปกู้ชาติ ขอตัวไปเล่นหนังก่อน เวลาคุยกันในกลุ่มเพื่อนก็จะแซวกันว่าเดี๋ยวไปกู้ชาติแป๊บนึง ก็คือไปถ่ายหนังนเรศวรแหละ ทรายว่าบางอย่างมันเกินไป การตีความข้ามช็อต 18 ช็อตมากๆ ว่าอ๋อ...เข้าข้างพวกนี้แปลว่าล้มเจ้า ไม่รักในหลวง จะ เขียนตรงไหนที่มันตีความกันไปได้ล้ำลึกมาก จริงๆ แล้วคนที่ตีความล้ำลึกพวกนี้น่าจะมาเขียนหนังสือแทนทรายกันทุกคนเพราะว่า เก่งกว่ามาก คือหนึ่งนอกจากจะไม่มีใครถาม”

“แล้วยังไม่มีใครเอะใจบ้างเลยเหรอ ว่าถ้าทรายเป็นจริงๆ ท่านมุ้ยท่านจะไม่รู้ นี่มันคือการดูถูก คือท่านคงไม่เลือกคนที่มีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อสถาบันของท่านเองมาเล่น หนังหรอก นอกจากว่าท่านจะทำหนังแล้ว ท่านเองก็ยังเป็นเจ้าด้วย คือไม่มีใครเอะใจเรื่องนี้กันบ้างเลยเหรอ ทำไมพร้อมใจกันมาว่าเลวๆๆ แต่ก็อย่างที่บอก พอทรายพูดก็แหม...ท่านเขาไม่รู้ไง โอ้ย ถ้าคุณคิดกันอย่างนี้นี่คุณดูถูกท่านมุ้ยกันมากนะ ท่านไม่รู้ จะบ้าเหรอ”

“คุณคิดว่านักแสดงที่เล่นหนังกันมาเป็น 10 ปีขนาดนี้จะไม่รู้ ในกองถ่ายที่เมืองกาญจนบุรี คนที่คิดว่าทรายเลวมากบังอาจมาเล่นนเรศวรได้ไง คุณเคยไปกองละครผมรึเปล่า คุณเคยรู้ไหมว่าเราอยู่กันยังไงเวลาทำงาน บางทีทรายก็สาธุ นิมนต์ เดี๋ยวผมจะเขียนแต่เรื่องดราม่าแล้ว ผมจะไม่เขียนอะไรอย่างนี้อีกแล้ว นี่เรื่องผ่านไปตั้งกี่เดือนแล้วเพิ่งจะมาพูด ถามหน่อยมันแฟร์กับผมไหม ก็ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน”

พอถามย้ำว่า เชื่อว่าขบวนการล้มเจ้ามีอยู่จริงไหม? ทรายบอกว่า…

“แบบจริงจัง วางแผน มีสายลับอันนี้ไม่รู้สิ มันยังมีได้อีกเหรอในยุคนี้ แน่นอนเอาเป็นว่าถ้ามีคนชอบ ก็คงจะมีคนไม่ชอบ โลกนี้มันมีอยู่แค่นี้แหละ แต่มันจะมากจะน้อยแค่นั้นเอง แล้วด้วยเหตุผลอะไรซึ่งเราไม่จำเป็นต้องไปรับรู้ ด้วย ทรายเป็นคนอย่างนี้ไง เลยเป็นคนที่โดนตั้งข้อสงสัยอยู่ตลอดเวลา”

“พอ เราบอกว่า เราขออยู่ตรงกลางก็ไม่มีใครเชื่อ ทุกคนอยากให้เราอยู่ข้างเขา ปัจจุบันมันต้องเลือกข้าง เอาจริงๆไม่เลือกได้ไหม ไม่ชอบ ก็บอกแล้วไงใส่สีสดไม่ขึ้น ไม่ว่าจะสีอะไรก็ใส่ไม่ขึ้น เข้าใจไหม จะมายุ่งอะไรกับผมจริงๆเลย คือทรายใส่เสื้อดำจนติดแล้ว อาจจะเป็นด้วยชื่อเราอยู่ตามอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ตามป้าย ตามหนังสือพิมพ์ โดนหมดแล้ว จะให้ทรายทำยังไง ทรายคิดอย่างนี้ไง ว่าเราเลือกมาเป็นดาราเองมันก็ช่วยไม่ได้”

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ท้าย ข่าวนี้ในเวบไซต์ASTVคนอ่านเวบไซต์นี้ เข้ามาด่าทรายและครอบครัวแบบสาดเสียเทเสียตามเคย และกล่าวหาว่าเธอไม่จงรักภักดีสถาบันกษัตริย์

******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ทราย เจริญปุระ:91 ชีวิตคงน้อยเกินไป

-ทราย เจริญปุระ:เราอยู่ในประเทศเสรี แต่คนที่พยายามจะให้ทุกคนมีเสรีกลับถูกลงทัณฑ์

-บรู๊ค-ดนุพรขอแรงหย่อนบัตร3กรกฎาพาจตุพรออกคุก

-คลิปนิรุตติ์หลุดเลือกไปก็แค่นั้นเดี๋ยวพวกเผาบ้านเผาเมืองก็มาเป็นรมต. ยักไหล่ใส่มาร์คไม่โกงแต่ไม่เก่ง

-เจ้ย-อภิชาติพงศ์เจ้าของรางวัลหนังเมืองคานส์ และ5ผู้กำกับมือระดับนานาชาติโดดร่วมรณรงค์ตื่นรู้ม.112

-คลิป8-1นักเขียนชื่อดังร่วมกันอ่านจดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนนักเขียนทั่วประเทศ ว่าด้วยมาตรา 112

บรู๊ค-ดนุพรขอแรงหย่อนบัตร3กรกฎาพาจตุพรออกคุก รณรงค์ปลดปล่อยสมยศ-นักโทษการเมืองวันนี้

ที่มา Thai E-News

"วันนี้ คนเสื้อแดงถูกขังลืม แต่ทำไมคนเสื้อเหลืองลืมขัง วันที่ 3 ก.ค.นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. จะได้รับการประกันตัว จากพี่น้องประชาชนที่ไปกาเบอร์ 1 เลือกพรรคเพื่อไทย สมัยนายสมชายเป็นนายกฯมีคนตาย 1 คน ออกมาเรียกร้องให้รับผิดชอบ รัฐบาลชุดนี้คนตาย 91 ศพ ทำไมนายอภิสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ"-ดนุพร ปุณณกันต์

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 มิถุนายน 2554

บรู๊ค-ดนุพร:3ก.ค.ประชาชนทวงยุติธรรม

แม้ สถานการณ์เลือกตั้ง 3 กรกฎาคมจะกลบทุกกระแสจมหาย แต่คนเสื้อแดงยังไม่ลืมว่ายังมีเพื่อนนักต่อสู้ที่เคยร่วมรณรงค์ขับเคลื่อน ประชาธิปไตยในแถวหน้า และแนวหน้าต้องถูกจองจำอย่างอยุติธรรมมากมาย ทั้งจตุพร พรหมพันธุ์ นิสิต สินธุไพร สุรชัย แซ่ด่าน สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักโทษที่ถูกกล่าวหาในคดี112 และพี่น้องเราที่ถูกขังลืมมาเกิน 1 ปีจากกรณีเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553

เมื่อวันที่ 23มิถุนายนที่ผ่านมา ในช่วงที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่หนึ่งพรรคเพื่อไทยเดินทางมาหาเสียงที่จ.ขอนแก่น ที่ อ.บ้านไผ่ และ อ.พล โดยนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงลำดับ 1 แล้วไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พี่น้องก็ลุกขึ้นมาสวมเสื้อแดงแล้วไปราชประสงค์กันอีกรอบ

"วันนี้คน เสื้อแดงถูกขังลืม แต่ทำไมคนเสื้อเหลืองลืมขัง วันที่ 3 ก.ค.นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. จะได้รับการประกันตัว จากพี่น้องประชาชนที่ไปกาเบอร์ 1 เลือกพรรคเพื่อไทย สมัยนายสมชายเป็นนายกฯมีคนตาย 1 คน ออกมาเรียกร้องให้รับผิดชอบ รัฐบาลชุดนี้คนตาย 91 ศพ ทำไมนายอภิสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ" นายดนุพรกล่าว

ร่วมรณรงค์ปลดปล่อยนักโทษการเมือง สมยศ พฤกษาเกษมสุขและคนอื่นๆ

โดยพบกับนักเขียน กวีผู้มีชื่อเสียงและผู้เคยมีบทบาทในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพในอดีต

-ประกาย ปรัชญา (นักเขียนฝ่ายซ้ายในยุค 6 ตุลา 19)
-เดือนวาด พิมวนา (นักเขียนรางวัลซีไรท์และช่อการะเกดยอดเยี่ยม)
-วาด รวี(นักเขียนเรื่องสั้น บทกวีร่วมสมัย)
-ไอดา อรุณวงศ์ (บรรณาธิการวารสารอ่าน)

12.30-16.30 น. วันนี้(25 มิถุนายน) ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ภายในงานร่วมเขียนโปสการ์ดให้กำลังใจนักโทษการเมือง จัดโดย สมัชชาสังคมก้าวหน้า และวาด รวี

เรื่อง ตัวเลขผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดอย่างชัดเจน สื่อมวลชนกระทั่งสาธารณชน ไม่มีทางทราบได้ว่าตำรวจทั้ง 2 หน่วยหลักที่ดูแลเรื่องนี้ กองปราบฯ และดีเอสไอ จับกุมใครไว้บ้าง จำนวนเท่าไร ดำเนินการกับพวกเขาอย่างไร ขั้นตอนไหน และยังมีคดีที่เตรียมดำเนินการในมือมากน้อยแค่ไหน

เหล่านี้ยังเป็นปริศนาดำมืด สำหรับข้อหา “อาชญากรทางความคิด”

ที่มา ประชาไท


ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ “มาตรา 112” ถูกพูดถึงมากขึ้น ทั้งกระแสต่อต้าน สนับสนุน วิพากษ์วิจารณ์ หรือกระทั่งการไล่ล่า

ขณะ เดียวกันการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาก็ยังคงดำเนินไปอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่ง พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกโรงย้ำเอง “แผนผังล้มเจ้า” มีที่มาที่ไปหาใช่การมั่ว พร้อมย้ำว่าดีเอสไอมีคดีที่กำลังสอบสวนอยู่ จำนวน 20 คดี มีหมายจับ 8 คดี และได้มอบตัวแล้ว 4 คดี !

เรื่องตัวเลขผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดอย่างชัดเจน สื่อมวลชนกระทั่งสาธารณชน ไม่มีทางทราบได้ว่าตำรวจทั้ง 2 หน่วยหลักที่ดูแลเรื่องนี้ กองปราบฯ และดีเอสไอ จับกุมใครไว้บ้าง จำนวนเท่าไร ดำเนินการกับพวกเขาอย่างไร ขั้นตอนไหน และยังมีคดีที่เตรียมดำเนินการในมือมากน้อยแค่ไหน

เหล่านี้ยังเป็นปริศนาดำมืด สำหรับข้อหา “อาชญากรทางความคิด”

หาก สำรวจเท่าที่เป็นข่าว จะพบว่ามีผู้ถูกจับกุมและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโดยไม่ได้รับการประกันตัว เฉพาะในกรุงเทพฯ ณ ปัจจุบัน ประมาณ 11 ราย ได้แก่ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) ,สมยศ พฤกษาเกษมสุข, ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล, อำพล ตั้งนพกุล, สุริยันต์ กกเปือย, ณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์, เสถียร รัตนวงศ์, Joe Gordon, สุชาติ นาคบางไทร, วันชัย แซ่ตัน และ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล

มีรายละเอียดของคดีและเรื่องราวความเป็นมาดังนี้

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

แดน 1

1. สมยศ พฤกษาเกษมสุข

ถูกจับกุม:

30 เมษายน 2554 บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด่านอรัญประเทศ (ดีเอสไอ)

ความผิด:

มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา (อยู่ระหว่างต่อสู้คดี)

สาเหตุ:

เป็น เจ้าของและบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin : เสียงทักษิณ ซึ่งเผยแพร่บทความที่ถูกกล่าวหาว่ามีเนื้อหาบางส่วนผิด มาตรา 112 ซึ่งกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยที่สมยศสังกัดระบุว่า บทความดังกล่าวคือ “6 ตุลาแห่ง พ.ศ.2553” ในคอลัมน์คมความคิด โดย จิตร พลจันทร์ ตีพิมพ์ในนิตยสารดังกล่าวใน ฉบับที่ 16 ปักษ์แรก มีนาคม 2553

ความคืบหน้า:

  • พนักงานสอบสวนของฝากขังผลัดที่4 จนถึงวันที่ 18 มิ.ย. นี้
  • ที่ ผ่านมายื่นประกันตัวไป 2 ครั้ง ในชั้นพนักงานสอบสวน และชั้นศาล โดยใช้ที่ดินเป็นหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ศาลยกคำร้องโดยให้เหตุผลว่าเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง กระทบสถาบันอันเป็นที่เทิดทูนของประชาชน กระทบต่อจิตใจประชาชนโดยรวม และมีพฤติกรรมหลบหนี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

2. สุชาติ นาคบางไทร หรือ วราวุธ ฐานังกรณ์

ถูกจับกุม:

1 พฤศจิกายน 2553 (กองบังคับการปราบปราม)

ความผิด:

มาตรา 112 ศาลตัดสินจำคุก 6 ปี สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 3 ปี

สาเหตุ:

กล่าวปราศรัยบนเวที นปช. ที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2551 โดยพูดใส่ความสมเด็จพระบรมราชนินีนารถ

ความคืบหน้า:

-

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

แดน 4

3. ณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์

ถูกจับกุม:

15 ตุลาคม 2552 (ดีเอสไอ)

ความผิด:

  • มาตรา 14(2)(3)(4)(5) ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  • มาตรา 112
  • ศาลตัดสินจำคุก 9 ปี สารภาพลดโทษเหลือ 3 ปี 18 เดือน

สาเหตุ:

คลิ ปเข้าข่ายหมิ่นทางอีเมล์ให้ เพื่อนต่างชาติ นายนายอีมิลิโอ เอสเทแบน (Emilio Esteban) อายุ 46 ปี ชาวอังกฤษ อาศัยอยู่ที่ประเทศสเปน ซึ่งตำรวจเชื่อว่าคือผู้ใช้นามแฝงว่า stoplesemajeste ซึ่งร่วมกับนายสุวิชา ท่าค้อ โพสต์คลิปขึ้น youtube และเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา112 ตำรวจจึงขออนุญาตศาลเข้าถึงข้อมูลอีเมล์ของอีมิลิโอ และเจอการส่งอีเมล์ของณัฐที่ส่งให้อีมิลิโอจำนวน 3 คลิป

ความคืบหน้า:

  • ถูกจับวันที่ 15 ต.ค.52 ถูกฝากขังจนกระทั่งได้ประกันตัวในวันที่ 27 ต.ค.52
  • ในการจับกุมตัวครั้งแรกตำรวจแจ้งข้อหาผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากนั้นในวันที่ 30 พ.ย.52 ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่ม คือ ม.112
  • 14 ธ.ค.52 พิพากษาตัดสินจำคุก 9 ปี รับสารภาพ เหลือ 4 ปี 6 เดือน (หรือ 3 ปี 18 เดือน)
  • อายุประมาณ 29 ปี เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ไม่จบ ทำอาชีพค้าขายของเล็กๆ น้อยๆ ทางอินเตอร์เน็ต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

4. วันชัย แซ่ตัน

ถูกจับกุม:

ไม่ทราบแน่ชัด

ความผิด:

มาตรา 112, มาตรา 33
ศาล ตัดสินจำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบในชั้นพิจารณา ก็ถือได้ว่าเป็นการรับว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นความผิดตามฟ้อง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาทางคดีอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือ 10 ปี ริบของกลางทั้งหมด

สาเหตุ:

แจกจ่ายเอกสารเข้าข่ายหมิ่นฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2552

ความคืบหน้า:

  • สัญชาติไทย-สิงคโปร์ อายุ 55 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

-

แดน 6

5. สุรชัย แซ่ด่าน

ถูกจับกุม:

22 กุมภาพันธ์ 2554 (กองบัญชาการตำรวจนครบาล 4)

ความผิด:

มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา (อยู่ระหว่างต่อสู้คดี)

สาเหตุ:

การ พูดในงานเสวนา ตาสว่างกว่าเดิม ครั้งที่ 2 ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อเดือนธันวาคม 2553 โดยขึ้นเวทีเสวนาร่วมกับอีก 3 ส.คือ สุทิน คลังแสง, สุนัย จุลพงศธร, สมยศ พฤกษาเกษมสุข

ความคืบหน้า:

  • 6 มิ.ย.54 ศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐาน อัยการแถลงสืบพยาน 10 ปาก ทนายจำเลยสืบพยาน 23 ปาก
  • ศาลนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 24, 25, 26, 27 ม.ค.2555 สืบพยานจำเลย วันที่ 31 ม.ค., 1 ,2,3,7,8 ก.พ.2555
  • ญาติ ยื่นประกัน 2 ครั้งด้วยหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ศาลยกคำร้องเนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษสูง ทำให้สถาบันเสื่อมเสีย และมีการกระทำกันเป็นเครือข่าย
  • ผู้ต้องหาอายุ 68 ปี มีปัญหาสุขภาพเนื่องจากเคยทำบายพาสหัวใจ ขับถ่ายลำบาก และมีปัญหาปวดตามกระดูกและข้อ
  • สุ รชัย ยังมีคดีความผิดฐาน 112 อีกคดีหนึ่งเมื่อปี 2552 จากการปราศรัยที่สนามหลวงปลายปี 51แต่เป็นเพียงหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหาไม่ได้มีการจับกุม ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 30,31 ต.ค.54, 1, 2, 6, 7 ก.ย.54

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

6. เสถียร รัตนวงศ์

ถูกจับกุม:

19 มีนาคม 2554

ความผิด:

มาตรา 112 (อยู่ระหว่างต่อสู้คดี)

สาเหตุ:

ถูกกล่าวหาว่าขายซีดีที่เนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นฯ ตำรวจล่อซื้อ และยึดของกลางไปประมาณ 20 แผ่น

ความคืบหน้า:

  • ศาลนัดพร้อมวันที่ 4 ก.ค. นี้
  • เป็น อดีตการ์ดส่วนกลางของ นปช. เริ่มชุมนุมกับ นปช.ตั้งแต่ปี 2552 ก่อนหน้านั้นมีอาชีพเป็นพ่อครัวโรงแรม แล้วลาออกมาชุมนุม ขณะถูกจับกุมทำอาชีพขายของ สินค้าเสื้อแดง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

7. Joe Gordon (เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์)

ถูกจับกุม:

24 พฤษภาคม 2554 ที่บ้านพักจังหวัดนครราชสีมา (ดีเอสไอ)

ความผิด:

มาตรา 112, 116 ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 14 (2)(3) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
(อยู่ระหว่างต่อสู้คดี)

สาเหตุ:

ถูกกล่าว หา ว่าเป็นผู้โพสต์ลิงโฆษณาในเว็บบอร์ด samesky เพื่อให้ผู้คนเชื่อมต่อไปอ่านหนังสือ The King Never Smiles (TKNS) ซึ่งทางการไทยระบุว่าเป็นหนังสือต้องห้าม ในบล็อกของผู้ถูกกล่าวหา และปรากฏบทความที่เข้าข่ายผิดกฎหมายดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อปี 2550-2552

ความคืบหน้า:

  • ยื่นประกัน 2 ครั้ง ศาลยกคำร้องเพราะเห็นว่าเป็นคดีร้ายแรง
  • มีสัญชาติไทย-อเมริกัน และเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยพาสปอร์ตอเมริกัน
  • มีโรคประจำตัวคือความดันสูงและเก๊าท์
  • อยู่อเมริกาเกือบ 30 ปี และเพิ่งเดินทางเข้ามาพักรักษาตัวในประเทศไทยราว 2 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

แดน 8

8. ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล

ถูกจับกุม:

1 เมษายน 2553 (กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)

ความผิด:

มาตรา 112
มาตรา 14 (3) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
ศาลตัดสินจำคุก 13 ปี (อยู่ระหว่างอุทธรณ์)

สาเหตุ:

มี การนำข้อความในลักษณะหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์อันเป็นเท็จ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เผยแพร่ในรายการ “ทางออกประเทศไทย” ของเว็บไซต์ www.norporchorusa.com และ www.norporchorusa2.com โดยเชื่อว่าผู้ต้องหาคือผู้ดูแลเว็บไซต์ ใช้นามแฝงว่า “เรดอีเกิ้ล”

ความคืบหน้า:

  • ศาลอุทธรณ์รับเรื่องแล้ว ยังไม่มีการนัดหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

9. อำพล ตั้งนพกุล

ถูกจับกุม:

3 สิงหาคม 2553 (กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางส่งให้ดีเอสไอ)

ข้อหา:

มาตรา 112
มาตรา 14 (2),(3) พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวตเตอร์ พ.ศ.2550 คำสั่ง คปค.ฉบับที่41
(อยู่ระหว่างต่อสู้คดี)

สาเหตุ:

ถูกกล่าวหาว่าส่ง SMS เข้าข่ายหมิ่นไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ควาคืบหน้า:

  • อำ พล หรือที่ผู้คนมักเรียกว่า “อากง” อายุ 61 ปี ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 2 เดือนเต็ม ก่อนได้รับการประกันตัว จากนั้นเมื่ออัยการสั่งฟ้อง ศาลก็สั่งไม่ให้ประกันตัวจึงกลับเข้าเรือนจำอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน ยื่นประกันตัวอีกแต่ไม่เป็นผล
  • นัดสืบพยานโจทก์-จำเลย วันที่ 23, 27-29 ก.ย.54
  • ผู้ ต้องหาเป็นมะเร็งโคนลิ้น ยังมีอาการกำเริบเป็นระยะ เมื่อวันพฤหัสที่ 9 มิ.ย.มีอาการปวดตรงเนื้อร้าย รวมถึงช่องท้องข้างซ้าย หมอในเรือนจำจึงสั่งให้นอนที่ห้องพยาบาลหนึ่งคืน แล้วจึงย้ายเข้าแดน 8 ดังเดิม
  • ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทำเรื่องเพื่อขอออกไปรักษามะเร็งที่ โรงพยาบาลนอก เรือนจำ ซึ่งผู้ต้องหาเพิ่งได้รับสิทธิรักษาฟรีเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

10. สุริยันต์ กกเปือย

ถูกจับกุม:

3 สิงหาคม 2553 (กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1)

ความผิด:

มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา
ศาลตัดสินจำคุก 6 ปี 1 เดือน สารภาพเหลือ 3 ปี 15 วัน

สาเหตุ:

โทรศัพท์ไปยัง 191 ข่มขู่จะวางระเบิดโรงพยาบาลศิริราช

ความคืบหน้า:

  • อายุ 29 ปี ครั้งแรกตำรวจนำตัวมาแถลงข่าว โดยระบุว่าจะแจ้งข้อหาทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ มีโทษจำคุก 1 ปีปรับไม่เกิน 1 พันบาท แต่ท้ายที่สุดมีการแจ้งข้อหาตามมาตรา 112
  • แหล่งข่าวจากในเรือนจำระบุว่าสุริยันต์ถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักเมื่อครั้งแรกเข้าในเรือนจำ ก่อนเหตุการณ์จะยุติลง
  • ทนายความเตรียมยื่นขอพระราชทานอภัยโทษในสัปดาห์หน้า (กลางเดือนมิ.ย.54)

ข่าวเกี่ยวข้อง:

ทัณฑสถานหญิงกลาง

11. ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล

ถูกจับกุม:

22 กรกฎาคม 2551 (กองบัญชาการตำรวจนครบาล)

ความผิด:

มาตรา 112

สาเหตุ:

กล่าวปราศรัยที่เวทีเสียงประชาชน ที่สนามหลวง กลางปี 2551

ความคืบหน้า:

  • 17 ตุลาคม 2554 ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมีคำสั่งว่า การพิจารณาคดีลับที่ผ่านมาขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

Friday, June 24, 2011

พรรคเพื่อไทย 'อภิมหาโปรเจค...ดึงรายได้เข้าประเทศ'

ที่มา Voice TV



การพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องมีแนวทางนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ซึ่งปัจจัยหลักในการหารายได้ คือ การค้าขาย การผลิต การส่งออก การลงทุนของต่างชาติ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินทุนและระบบกลไกตลาด

คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ได้ชูนโยบายการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเหลือเงินในกระเป๋า เน้นประชานิยม เพื่อให้คนไทยนั้นมีความสุขมากขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นช่องทางในการทำรายได้ เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย พร้อมทั้งการกระตุ้นให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 700,000-800,000 ล้านบาท

นโยบายของพรรคเพื่อไทย กับโครงการอภิมหาโปรเจคและวิธีบริหารจัดการรูปแบบใหม่ไปพร้อม ๆกับการปรับปรุงสนามบิน และระบบคมนาคม เน้นการใช้ประโยชน์สนามบินสุวรรณภูมิให้เต็มความสามารถในการรองรับนักท่อง เที่ยวได้สูงสุดในอนาคต และใช้การเชื่อมโยงสนามบินร่วมกันทั้ง สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา มีการนำรถไฟความเร็วสูง (แอร์พอร์ตลิงค์) นำมาใช้ในการขนส่งนักท่องเที่ยวและผู้โดยสาร ระหว่างสนามบินอู่ตะเภา-สุวรรณภูมิ-กรุงเทพฯ-ดอนเมือง เพื่อการพัฒนาให้ประเทศเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมติดต่อของภูมิภาค ตลอดจนดำเนินการพัฒนาศักยภาพการขนส่งระหว่างภาคสมุทร
การสร้างรถไฟ 5 ระบบ เพื่อสร้างความสุขรูปแบบใหม่ เช่น รถไฟวงแหวนวิ่งรอบกรุงเทพฯและปริมณฑล สร้างรถไฟความเร็วสูงไปทั่วทุกภาค สร้างรถไฟก้างปลา เพื่อเชื่อมการคมนาคมและสร้างรถไฟใต้ดินในกรุงเทพฯและปริมณฑล

อภิสิทธิ์ - พรรคประชาธิปัตย์กับเวทีปราศรัยที่ราชประสงค์

ที่มา มติชน



โดย จาตุรนต์ ฉายแสง

(ที่มา http://จาตุรนต์.ฉายแสง.th/)


สวัสดีทุกท่านครับ วุ่นเสีย 2-3 วัน ไม่ได้แวะเข้ามาเลย


ได้ ติดตามข่าวการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่ราชประสงค์แล้ว และดูความเห็นของสำนักข่าวต่างประเทศบางแห่งก็พอเห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่จุดพลิกผันของการหาเสียงแน่


ที่ไม่สามารถเป็นจุดพลิก ผันได้ เพราะเนื้อหาที่นำเสนอทั้งหมดเป็นเรื่องที่เคยพูดกับประชาชนมาหมดแล้ว รวมทั้งประเด็นกล่าวหาในช่วงหาเสียงครั้งนี้


สิ่งที่ เพิ่มเติมคือ การพยายามทำเรื่องนี้ให้สะเทือนใจด้วยการเล่าว่าคุณอภิสิทธิ์ร้องไห้ทั้งคืน ในวันที่ 10 เมษายน 2553 และการร้องไห้บนเวทีของนายสุเทพ


นอกจากนั้นก็มีการเสนอวาทกรรมที่ว่า มาช่วยกันถอนพิษทักษิณ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเป็นประเด็นที่จุดขึ้น เพราะคนได้ทำความเข้าใจเชิงเหตุผลกันมามากแล้ว


จุดอ่อนที่สำคัญๆของการปราศรัยครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ อันดับแรกคือ การเลือกสถานที่ที่ผิด เพราะในเชิงสัญลักษณ์เท่ากับต้องการท้าทาย ตอกย้ำและยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง รวมทั้งทำให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ


ส่วนการแก้ต่างให้กับตนเองและพวกที่เพิ่มเติมขึ้นมาเช่น "ที่ราชประสงค์ไม่มีคนตาย" คนมีวิจารณญาณทั้งหลายก็ย่อมรับไม่ได้ ในขณะที่ผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตย่อมโกรธมากขึ้น


การ พูดแบบที่เคยพูดมาแล้วหลายครั้งว่า ประชาชนและทหารถูกคนชุดดำฆ่าตายทั้งนั้น ไม่มีใครเชื่อแน่ เพราะขัดกับข้อเท็จจริงอีกมากมายที่หลายฝ่ายนำเสนอไปแล้ว


ส่วน ที่คุณอภิสิทธิ์บอกว่าร้องไห้ทั้งคืน ในวันที่ 10 เมษายน 2553 นั้น ไม่ทราบว่าร้องไห้ด้วยเหตุผลอะไรแน่ แต่คุณอภิสิทธิ์ควรทราบด้วยว่ามีประชาชนอีกมากมายที่ร้องไห้ไปอีกนานกว่าคุณ อภิสิทธิ์


และผมจำเป็นต้องย้ำว่า ถ้าวันนั้นรัฐบาลไม่สั่งให้ยึดพื้นที่คืนให้ได้ ไม่สั่งให้นำอาวุธร้ายแรงนานาชนิดรวมทั้งรถหุ้มเกราะเข้าไปในบริเวณที่ ชุมนุม และไม่ดันทุรังที่จะสลายการชุมนุมให้ได้ทั้งๆ ที่มืดแล้ว ก็คงไม่มีใครต้องร้องไห้


ต้นเหตุของความผิดพลาดของคุณอภิสิทธิ์ ที่สำคัญ อยู่ที่การตั้งโจทย์เริ่มต้นรับมือกับการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนว่าคน เหล่านี้ถูกจ้างมา ถูกกะเกณฑ์มา เป็นพวกคิดร้ายทำลายชาติ เมื่อมีการเสียชีวิตแล้วก็พยายามสร้างภาพอย่างเป็นระบบว่า ประชาชนเป็นพวกก่อการร้ายและล้มเจ้า


คุณอภิสิทธิ์กับพวก ได้ถลำเข้าไปสู่จุดที่ต้องแพ้กันไปข้าง หนึ่ง คือ ถ้าประชาชนไม่เป็นพวกก่อการร้ายและล้มเจ้า คุณอภิสิทธิ์กับพวกก็ต้องเป็นฆาตกร


เรื่องทั้งหมดแก้ ยากมาก เพราะคู่กรณีฝ่ายหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่มีหน้าที่ต้องทำให้เกิดความยุติธรรม ยิ่งคุณอภิสิทธิ์แก้ต่างให้กับตนเองมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้การพิสูจน์ความจริง เป็นไปได้ยากเท่านั้น


น่าเสียดายที่คุณอภิสิทธิ์ไม่ฟัง คำทักท้วงของใครๆ และยังคงไปปราศรัยที่ราชประสงค์ ด้วยเนื้อหาที่แย่กว่าที่ผ่านๆ มาเสียอีกด้วย จึงยิ่งทำให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติแก้ยากยิ่งขึ้นไปอีก


น่า เสียดายที่การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติถูกทำให้แก้ ยากยิ่งขึ้นเพียงเพราะความต้องการให้เกิดการพลิกผันในการหาเสียงเลือกตั้ง ของคุณอภิสิทธิ์กับพรรคประชาธิปัตย์


ผมประเมินว่าความ พยายามจะพลิกกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้จะล้ม เหลว ในเวลาสั้นๆ คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เข้าใจว่าคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ทำอะไร


และเมื่อเป็น ที่ชัดเจนว่าการปราศรัยที่ราชประสงค์ไม่ประสบความสำเร็จ ดังคาด มิหนำซ้ำยังอาจเป็นผลลบในหมู่ผู้ที่ทำงานด้านปรองดองและผู้ที่การให้บ้าน เมืองเดินไปข้างหน้า ถึงเวลานั้นผู้ที่จะรู้สึกเสียดายที่สุดก็คงจะเป็นคุณอภิสิทธิ์นั่นเอง


สำหรับวาทกรรม "แก้พิษทักษิณ" หรือ "ถอนพิษทักษิณ" ผมเชื่อว่าจุดไม่ติดแน่ ปัญหา ของประเทศที่ต้องสูญเสียประชาธิปไตยกันไป สูญเสียระบบยุติธรรมและสูญเสียการมีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพไป ต้นเหตุสำคัญอันหนึ่งก็มาจากการจัดการกับ "ทักษิณ" ทำลายทักษิณ ไม่ใช่หรือ?


การจัดการกับทักษิณ ได้ทำให้บ้านเมืองเสียหายไปมาก และฝ่ายที่จ้องทำลายทักษิณก็เสื่อมลงไปมาก ในขณะที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนกว่าครั้งที่แล้วเสียอีกว่า เป็นการแข่งขันกันระหว่างฝ่ายจัดการกับทักษิณกับฝ่ายทักษิณ ซึ่งก็หมายความว่าต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีอะไรปิดบังอำพราง และผลจากโพลทั้งหลายก็กำลังบอกว่าฝ่ายที่จ้องทำลายทักษิณกำลังจะแพ้อย่างหมด รูป การมาชูประเด็นถอนพิษทักษิณจึงไม่มีทางจุดขึ้น


ที่ ปลุกให้คนแก้พิษทักษิณหรือถอนพิษ ทักษิณนั้น จึงมีเรื่องน่าคิดว่า ถ้ามุขนี้แป้กและฝ่ายทักษิณชนะถล่มทลาย พวกที่จ้องทำลายทักษิณจะสรุปกันยังไง

ยังวิกฤต!?

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



ใจชื้นขึ้นมาทันทีที่เห็น 4 กกต.บินกลับถึงเมืองไทยเมื่อเช้าวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เพราะช่วงที่ทั้ง 4 กกต.บินไปเมืองนอกเมื่อสัปดาห์ก่อน แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

สร้างความวิตกกังวลกันไปทั่วเมือง

กลัวจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มิ.ย.นี้หรือเปล่า

เลือกตั้งใหญ่ 3 ก.ค.นี้จะเกิด"อุบัติเหตุทางการเมือง" อย่างที่คนไทยหวั่นไหวใจกันหรือไม่ !!

พอเห็นทั้ง 4 กกต.กลับมาโดยสวัสดิภาพก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง

แต่ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่า ถึงที่สุดแล้วจะมีการเลือกตั้งจริงหรือไม่อยู่ดี

สถานการณ์การเมืองตอนนี้ยังง่อนแง่น

"ยุทธศาสตร์ราชประสงค์"ของพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นที่กังวลอยู่

ว่าจะเป็น"เงื่อนไข"นำไปสู่ความวุ่นวายอีกครั้งหรือเปล่า

อีกทั้งคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าการเมืองไทยต่อจากนี้ไปจะปลอด"อำนาจพิเศษ"

อย่าว่าแต่คนไทยเลย แม้แต่นานาชาติก็จับจ้องมองการ เมืองไทยชนิดไม่กะพริบตา

สำนัก ข่าวเอพีรายงานบทวิเคราะห์การเมืองไทยล่าสุดโดยนายโจชัว เคอร์แลนต์ซิก ผู้เชี่ยวชาญสถาบันวิจัยด้านกิจการวิเทศสัมพันธ์ของสภาด้านความสัมพันธ์ต่าง ประเทศสหรัฐ

มองว่าแม้โพลหลายสำนักของไทยต่างระบุตรงกันว่าพรรคเพื่อไทยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีคะแนนนิยมนำโด่ง

แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะได้เป็นนายกฯหญิงคนแรก

เพราะเห็นว่าการแข่งขันครั้งนี้จะขยายวิกฤตการเมืองของไทย

ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยอาจถูกทำให้เป็นโมฆะด้วยการรัฐประหาร

หรือการเล่นเกมจัดตั้งรัฐบาลหลังฉากของพรรคประชาธิปัตย์

ซึ่ง 2 เหตุการณ์นี้น่าจะทำให้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบขึ้นอีกครั้ง

อีกสำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่บทความพิเศษของนายมาร์ติน เพ็ตตี้ ซึ่งวิเคราะห์การเลือกตั้งไทยว่า

หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ชนะนายอภิสิทธิ์ การรัฐประหารจะเป็นทางเลือกหนึ่ง

แม้ว่าสิ่งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้ว

และจะทำให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมบนท้องถนนซ้ำรอยเหตุการณ์ครั้งที่แล้ว

บทวิเคราะห์ทั้ง 2 ชิ้นเป็นมุมมองของสื่อต่างประเทศ

ในขณะที่กองทัพก็ออกมาประกาศแล้วว่าจะวางตัวเป็น กลางในการเลือกตั้งครั้งนี้

ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเด็ดขาด

ฉะนั้น ต้องรอดูผลการเลือกตั้งหลังวันที่ 3 ก.ค.นี้

เมืองไทยจะหนีพ้นวิกฤตดังที่สื่อระดับโลกห่วงใยหรือไม่ !?

โพล"ปู"ถล่มทลาย ปชป.ยวบ กทม.เหลือ5เขต

ที่มา ข่าวสด



กรณ์บี้ผู้สมัครเร่งหาเสียง ลุ้นสร้างวาทะเด็ดพลิกเกม เพื่อไทยลุยปราศรัยโค้งท้าย มั่นใจกวาดสส.อีสาน101ที่นั่ง



บุกชัยภูมิ - น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย โบกมือทักทายชาวชัยภูมินับหมื่น คน ที่มาร่วมฟังการปรา ศรัยช่วยผู้สมัครทั้ง 7 เขต ที่สนามกีฬาจังหวัดชัยภูมิ เมื่อ 23 มิ.ย.

กรุง เทพโพลชี้พท.นำขาด 28 เขตในกทม. ส่วนปชป.นำอยู่แค่ 5 เขต ด้านมาร์คเมินโพลสำนักนี้ ลั่นคะแนนนิยมตีตื้นขึ้นแล้ว กรณ์เรียกประชุมผู้สมัครกทม.ของพรรค ชูธุรกิจบัณฑิตย์โพลไล่ทุกคนลงพื้นที่เก็บคะแนน เหตุแพ้ถึง 32 เขต ขณะ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค"แนะให้รอวาทกรรม "โค้งสุดท้าย" เอาไปหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อพลิกสถานการณ์ ด้านยิ่งลักษณ์งดตอบโต้ปชป. มุ่งเดินสายหาเสียงรอฟังผลหลังเลือกตั้ง พร้อมติวเข้มประชาชนกาบัตรหวั่นพลาดกาช่องโลโก้จนบัตรเสีย ส่วนพท.ร้องศาลปกครองระงับระเบียบบัตรเสียแล้ว

โพลชี้พท.นำขาดในกรุงเทพฯ

วัน ที่ 23 มิ.ย. ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพล) เผยผลสำรวจ ความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพฯ 3,338 คน เก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 16 - 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า การเลือกตั้งส.ส.เขต คนกรุงเทพฯจะเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยร้อยละ 37.9, ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 22.2, ผู้สมัครพรรครักษ์สันติร้อยละ 1.2, ไม่เลือกใครเลยร้อยละ 5.1, ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครของพรรคใดร้อยละ 22.1 และไม่ตอบร้อยละ 7.6

เมื่อแยกพิจารณาคะแนนนิยมในแต่ละเขต พบว่าใน 33 เขต พรรคประชาธิปัตย์ชนะเพียง 5 เขต คือเขต 1 (เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย และ สัมพันธวงศ์), เขต 4 (เขตคลองเตย และเขตวัฒนา), เขต 17 (เขตมีนบุรี และคันนายาว ยกเว้นแขวงรามอินทรา), เขต 18 (เขตคลองสามวา) และ 22 (เขตสวนหลวง และประเวศ เฉพาะแขวงหนองบอนและแขวงดอกไม้) ส่วนอีก 28 เขตที่เหลือพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำ สำหรับการเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ คนกรุงเทพฯจะเลือกเพื่อไทยร้อยละ 38.3, ประชาธิปัตย์ร้อยละ 21.6, รักประเทศไทยร้อยละ 3.4, รักษ์สันติร้อยละ 1.6, จะไม่เลือกใครเลยร้อยละ 4.7, ยังไม่ตัดสินใจร้อยละ 20.6 และไม่ตอบร้อยละ 7.8

คนลุ้นมีนายกฯหญิง 47.2%

สำหรับ คำถามว่าอยากได้ใครมาเป็นนายกฯ พบว่าอยากได้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้อยละ 47.2 โดยให้เหตุผลว่า อยากลองให้โอกาสคนใหม่บ้าง อยากให้เป็นนายกฯ หญิงคนแรกของไทย มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจ อันดับที่ 2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 28.0 เพราะอยากให้สานงานต่อ งานจะได้ต่อเนื่อง พรรคมี นโยบายที่ดี อันดับที่ 3 ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยม สมบูรณ์ ร้อยละ 5.1 เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ ทำงานจริง อันดับที่ 4 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 3.9 เพราะกล้าพูด พูดตรง เปิดเผยจริงใจ ส่วนความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสยุติธรรม ร้อยละ 57.1 ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย ขณะที่ร้อยละ 42.9 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงเชื่อมั่นมาก

เมื่อถามถึงการติดต่อซื้อ เสียงจากคนในพื้นที่ ร้อยละ 69.9 ระบุว่าไม่มี, ร้อยละ 6.9 ระบุว่ามี และร้อยละ 23.2 ไม่ทราบ เมื่อแยกพิจารณาเป็นรายเขตเลือกตั้ง พบว่ามีเพียง 3 เขตที่ไม่มีการซื้อเสียง ได้แก่ เขต 12 (เขตดอนเมือง ยกเว้นแขวงสนามบิน), 14 (เขตบางเขน) และเขต 27 (เขตบางขุนเทียน) ส่วนเขตที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งระบุว่ามีการติดต่อซื้อเสียงมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขต 4 (เขตคลองเตย และเขตวัฒนา) ร้อยละ 35 เขต 17 (เขตมีนบุรี และคันนายาว ยกเว้นแขวงรามอินทรา) ร้อยละ 33.3 และเขต 2 (เขตปทุมวัน บางรัก และสาทร) ร้อยละ 31

ยิ่งลักษณ์ไม่โต้ปชป.ปราศรัย

เมื่อ เวลา 07.00 น. ที่สนามบินขอนแก่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่หาเสียงในจ.กาฬสินธุ์ จ.ขอนแก่น จ.ชัยภูมิ และ จ.นครราชสีมา มีประชาชนบางส่วนเดินทางมารอรับ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์ที่อาจมีผลกระทบกับพรรค เพื่อไทย ว่าคงต้องรอดูรายละเอียดหลังการปราศรัย ส่วนการปราศรัยพาดพิงต้องดูที่ประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายที่ต้องพิจารณา ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าทุกพรรคจะหาเสียงและปราศรัยอย่างสร้างสรรค์และสงบเรียบ ร้อย

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เจตนาหลักของพรรคเพื่อไทยคือ อยากเห็นทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้ง ถ้าเป็นเช่นนั้นประเทศก็จะก้าวหน้า ไม่ใช่มาพูดถึงเรื่องเก่าๆ ซึ่งจะเป็นการบ่มความขัดแย้งให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นทุกฝ่ายควรที่จะคิดตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับประชาชนจะดีกว่า ส่วนที่นายอภิสิทธิ์กล่าวโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนเสื้อแดง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า "เราคงไม่สามารถสั่งการใครได้ และใครก็ไม่สามารถสั่งการเราได้เช่นกัน"

เมื่อ ถามว่านายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจะขึ้นปราศรัยและกลัวจะซ้ำรอยเหตุการณ์ในเดือนพ.ค.35 ที่มีการกล่าวหาว่าพาคนไปตายหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าประชาชนคงต้องใช้วิจารณญาณ ตนไม่อยากจะพูดไปล่วงหน้า แต่เชื่อว่าทุกคนคงจะมีเจตนาดีต่อประเทศและประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาเอง

รอนับคะแนนวันใช้สิทธิ

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย และจัดตั้งรัฐบาลว่า คงต้องกลับมาดูที่หลักการของประชาธิปไตย ควรฟังเสียงส่วนใหญ่เป็นหลัก ตามหลักปฏิบัติควรให้สิทธิฝ่ายที่ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล เพราะถือว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้ให้การสนับสนุน

เมื่อถามถึงผลโพลของ ประชาธิปัตย์ที่ระบุว่าคะแนนนิยมสูสีกับพรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าตอนนี้หากนำผลโพลของหลายสำนักที่มีการสำรวจความคิด เห็นของประชาชนมาพิจารณาประกอบกับผลโพลของพรรคเพื่อไทยก็จะเห็นว่าไม่แตก ต่างกันมากนัก แต่ผลโพลก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสำรวจเท่านั้น คงต้องรอวัดคะแนนกันจริงๆ จากการใช้สิทธิในวันที่ 3 ก.ค.นี้จะดีกว่า

เดินสายรณรงค์กาให้ตรงช่อง

เวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมคณะ อาทิ นายเสนาะ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน ร่วมด้วยผู้สมัครส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อของจ.กาฬ สินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียงกว่า 20 คนได้เดินทางไปปราศรัยเวทีแรกที่ลานอเนกประสงค์ข้างการไฟฟ้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ช่วยนายคมเดช ไชยศิวามงคล ผู้สมัครส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 3 หาเสียง ท่ามกลางประชาชนกว่า 2,000 คนที่มารอฟัง

หลังการปราศรัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สาธิตการกากบาทช่องลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งทั้งส.ส. บัญชีรายชื่อและระบบเขต โดยใช้ผืนผ้าขนาดใหญ่สกรีนเลียนแบบบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหาโลโก้ของพรรคมี ขนาดเล็กจนเหมือนช่องว่าง ขณะที่ของพรรคอื่นจะมีขนาดใหญ่ โดยเตือนให้ประชาชนดูให้ดีอย่าไปกาในช่องที่มีโลโก้เล็กของพรรคเพราะจะทำให้ บัตรเสีย ให้กาในช่องทำเครื่อง หมายซึ่งอยู่ท้ายสุด ส่วนบัตรลงคะแนนเลือกส.ส.เขต บัตรจะเข้าใจยากมาก ขอความกรุณาและระวังบัตรอาจจะเขียนติดยาก ถ้าเขียนแล้วไม่ติดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่เช่นนั้นเขาจะลบออกให้เป็นบัตรเสีย

แวบบินกลับร่วมยินดี"ลูกเรียนดี"

ช่วง บ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะเดินสายปราศรัยและลงพื้นที่พบปะกับประชาชนที่โรง เรียนบ้านเสียวพิทยาสรร จ.กาฬสินธุ์ ตามด้วยปราศรัยที่ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นได้เดินพบปะกับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดสดทุ่งนาทอง ก่อนจะเดินทางมาปราศรัยที่โรงเรียนกมลาไสย จากนั้นได้เดินทางไปปราศรัยที่หลังสถานีรถไฟ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จุดนี้มีประชาชนมารุมล้อมมอบดอกกุหลาบสีแดง พร้อมตะโกนว่า "นายกหญิงของเมืองไทย" "นายกหญิงคนสวย" และได้มีหญิงสูงอายุประมาณ 60-65 ปี จำนวน 2 คน บอกว่าดีใจมากที่พบนายกหญิงคนแรกของเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ร้องไห้เข้าหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่เจ้าหน้าที่ได้ห้ามเข้าใกล้

จาก นั้นไปปราศรัยที่ อ.พล และเดินทางไปปราศรัยที่ลานสระใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราช สีมา ก่อนปิดท้ายปราศรัยที่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีประชาชนมารับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่สนามกีฬา ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะ จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเช่าเหมาลำเครื่องบินเอกชนเพื่อกลับไปแสดงความยินดีกับ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ที่ได้รับรางวัลเรียนดี ที่โรงเรียนนานาชาติ แฮร์โรว์ ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ก่อนจะนั่งเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับมาลงพื้นที่หาเสียงต่อที่ จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราช สีมา ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

ปูปราศรัยจนเสียงแหบ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการปราศรัยในแต่ละจุดยังมีประชาชนมารอให้การต้อนรับและร่วม ฟังปราศรัยกว่า 1 หมื่นคน ท่ามกลางแดดที่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะที่ลานสระใหญ่ได้มีประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยกว่า 2 หมื่นคน ทำให้ต้องปิดการจราจร 4 ช่องทาง ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องใช้เวลาในการเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปประมาณ 10 นาที เนื้อหาการปราศรัยยังคงเป็นการเน้นย้ำนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้องและสินค้า ราคาแพง รวมทั้งการขยายโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับคนยากจน

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า การปราศรัยในพื้นที่ภาคอีสานช่วงโค้งสุดท้ายในครั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แม้จะมีสีหน้ายิ้มแย้มสดใส แต่ที่ต้องเดินทางไปปราศรัยในหลายพื้นที่ ทำให้เสียงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แหบแห้งอย่างเห็นได้ชัด และทำให้การปราศรัยในแต่ละจุดใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งจองตั๋วเครื่องบินมาร่วมปราศรัยกับคณะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยกเลิกการเดินทางดังกล่าวอย่างกะทันหัน เนื่องจากต้องเฝ้าติดตามการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่แยกราชประสงค์ ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ

พ.ต.ท.ทักษิณ แยกตัวไปเดินสายช่วยผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม ลงพื้นที่หาเสียงในจุดที่คะแนนยังสูสีกันอยู่

พท.ยังต้องลุ้นโคราช

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ปรา ศรัยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จ.กาฬสินธุ์ แกนนำพรรครายหนึ่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการเลือกตั้งในภาคอีสาน เปิดเผยผลโพลที่พรรคสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผู้สมัครส.ส.เขต เทียบเคียงกับผู้สมัครส.ส.พรรคอื่นๆ ไล่เรียงจากลำดับที่ 1-3 ครอบคลุม 20 จังหวัดในภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 126 เขตเลือกตั้ง ที่บันทึกไว้ในไอแพดส่วนตัว ให้สื่อมวลชนดูทุกจังหวัด ยกเว้นที่เดียวคือ จ.บุรีรัมย์ พบว่าในจังหวัดที่น่าสนใจเพราะมีการแข่งขันสูสี อาทิ จ.อุบลราชธานี เขต 3 และเขต 10 ยังมีคะแนนตามผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนาตามลำดับ

ขณะที่จ.นครราชสีมา ที่มีเขตเลือกตั้ง 15 เขต ในเขต 1, 2, 6, 9, 10 และ 12 เป็นพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคภูมิใจไทย ที่มีคะแนนนำพรรคเพื่อไทย โดยคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยเฉลี่ยที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจังหวัดที่เป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดง เช่น จ.อุดร ธานี ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยมีคะแนนชนะขาดคู่แข่งยกจังหวัด จ.บึงกาฬ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำทั้ง 2 เขต ในสัดส่วน 55 เปอร์เซ็นต์ และ 53 เปอร์เซ็นต์ โดยแกนนำคาดว่าจะได้ส.ส. เขตในอีสานถึง 101 เขต ส่วนที่เหลือยังสูสีในหลายเขต หากรวมระบบเขตและบัญชีรายชื่อด้วยจะได้ส.ส.อีสานมากถึง 150 คน และจะได้ส.ส. ยกจังหวัดที่ 15-17 จังหวัด โดยได้แสดงความมั่นใจถึงขั้นท้าพนันกับผู้สื่อข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.รวมทั้งสิ้น 240 ที่นั่ง

อ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิ้ก ข่าวสด

เก็บตก ภาพคุณปู ยิ่งลักษณ์ ภารกิจ จ.ชัยภูิมิ-บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น 23/06/54

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน