ที่มา มติชน
เมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม 54 นายวราทิต ไชยนันท์ ผู้สมัครส.ส. จ.ตาก เขต 2 พรรคเพื่อไทย ได้นั่งขบวนรถยนต์หาคะแนนเสียงในเขตเทศบาลนครแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตากในโค้งสุดท้าย โดยมีนายสมบัติ เมทะนี ดารานักแสดง และผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ยืนบนรถยนต์คู่กับนายวาราทิต ออกกหาเสียงโบกไม้โบกมือให้กับประชาชนที่อยู่ 2 ข้างทาง ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชน 2 ข้างทางเป็นอย่างดี
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, July 1, 2011
เอาพระเอกนำ ! วราทิต ไชยนันท์ ชวน "สมบัติ เมทะนี"พระเอกดังมาช่วยหาเสียง
บังเอิญจริงๆ
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด
อีกแค่ 2 วันก็ถึงวันเลือกตั้งแล้ว
มีการคาดการณ์กันว่าจะชนะกันแบบขาดลอย
ฉะนั้นจะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกมองว่ากำลังเพลี่ยงพล้ำ
จึงต้อง "จัดหนัก" เตะตัดขาพรรคเพื่อไทยให้ได้
หาเสียงวนเวียนอยู่กับเรื่อง "ทักษิณ"
หวังกลบกระแส 91 ศพและดึงคะแนนจากพลังเงียบ
ตามมาติดๆ ด้วยการ "จัดเต็ม" ประกาศถอนตัวจากภาคีมรดกโลกของ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ และผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์พรรคกิจสังคม
จนพวกม็อบคลั่งชาติชูเป็นฮีโร่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ผสมโรงหยิบยกเป็นความดีความชอบ (ตามเคย)
แต่การที่นายสุวิทย์ถอนตัวครั้งนี้ก็ถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสม
เพราะ ผอ.ยูเนสโกออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไทยเข้าใจผิดไปเอง กก.มรดกโลกไม่มีวาระพิจารณาแผนบริหารจัดการปราสาทเขาพระวิหารตามที่กัมพูชา เสนอ
แล้วนายสุวิทย์ถอนตัวทำไม ??
ขณะที่ นายพิษณุ จันทร์วิทัน รองปลัดกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่ารัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจถอนตัวจากภาคีมรดกโลก
ก็ต้องถามอีกว่านายสุวิทย์ถอนตัวทำไม !?
หากย้อนกลับไปดูพรรคกิจสังคมก็ชูนโยบายทวงสิทธิ์เขาวิหารตั้งแต่เริ่มหาเสียง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบังเอิญหรือเปล่าที่ นายสุวิทย์ประกาศถอนตัวก่อนเลือกตั้งไม่กี่วัน
แล้วเดินทางกลับเมืองไทยแบบฮีโร่
นายอภิสิทธิ์ก็ฉวยโอกาสเดียวกันนี้ โจมตีรัฐบาลยุคพลังประชาชนเป็นต้นเหตุปัญหานี้
โดยเป้าหมายที่แท้จริงก็คือ "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-เพื่อไทย" แล้วลากโยงไปถึง ฮุนเซน
ก็ต้องย้อนถามกลับไปว่าปัญหาในภาคีมรดกโลก
นายอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลมา 2 ปี ทำไมไม่แก้ปัญหาให้จบ
รอจนถึงเหลืออีกไม่กี่วันจะเลือกตั้งถึงมาประกาศถอนตัว !?
ไม่อยากมองไปไกลจนถึงขั้นเกิดการปะทะระหว่างไทย-เขมรอีก จนนำไปสู่การล้มเลือกตั้ง
แต่ ก็ไม่วายนึกถึงหนังฝรั่งดังเรื่อง Wag The Dog เนื้อหาก็เกี่ยวกับทีมหาเสียงของประธานาธิบดีสหรัฐที่ทำทุกวิถีทางเพื่อกู้ วิกฤตในช่วงคะแนนนิยมตกต่ำ
กุเรื่องสงครามในยุโรป อุปโลกน์ฮีโร่ขึ้นมาตามสไตล์อเมริกันชน
สุดท้ายก็ถูกเปิดโปง จบเห่กันทั้งหมด
ช่างบังเอิญเหมือนการเมืองในบางประเทศตอนนี้จริงๆ
กาหลังเลขพรรควุ่น
ที่มา ข่าวสด
ธิดาเสนอ"กกต." แก้กฎเป็นบัตรดี
ทนาย นปช. "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" จ.ม.เปิดผนึกอีกรอบ ถึง "มาร์ค" กับ "กกต." เรียกร้องเลือกตั้งอย่างเป็นธรรม เคารพคะแนนเสียงประชาชน ชี้จุดจบการทำลายเจตจำนงประชา ธิปไตยถึงกาลอวสานแล้ว "ธิดา" จี้กกต.แจกแจงยอดใช้สิทธิ์ล่วงหน้า ย้ำต้องแก้ไขระเบียบกากบาทลงคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ชาวบ้านยังสับสน แนะให้กาช่องโลโก้พรรคก็ได้ หวั่นบัตรเสียเป็นล้านใบ แล้วกกต.จะรับผิดชอบอย่างไร ส่วนเพื่อไทยก็ยืนยัน หลังสุ่มตัวอย่างพบกาผิดอื้อ ขณะที่กรรมการสิทธิฯ นัดประชุมครั้งสุดท้าย สรุปเหตุรุนแรงเม.ย.-พ.ค.53 เตรียมจัดทำรายงานเผยแพร่ต่อสาธารณะ
บัตรปัญหา - นางธิดา โตจิราการ พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดง ยื่นหนังสือต่อกกต.เรียกร้องให้แก้ปัญหาบัตรเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กำกวม ไม่ชัดเจน อาจส่งผลทำให้มีบัตรเสียจำนวนมากได้ เมื่อ 30 มิ.ย.
เมื่อ วันที่ 30 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. เพื่อขอให้ กกต. แจกแจงยอดผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตของแต่ละจังหวัด ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อจะนำไปตรวจสอบกับผลการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. ว่ามียอดรวมเท่ากันหรือไม่
"เรื่องนี้ควรบริหารจัดการอย่างโปร่งใส ถูกต้อง รวมถึงให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ไม่ให้การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีกรรม และให้เพื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาจบสิ้น ล้างหมดไปด้วยการเลือกตั้ง ที่เสนอขอข้อมูลครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการป้องกันการทุจริต และส่งเสริมให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม" นางธิดากล่าว
รักษาการ ประธาน นปช.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังขอให้ กกต.ทบทวนเรื่องการแก้ไขระเบียบการกากบาทบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากการบริหารเลือกตั้ง และพิมพ์บัตรเลือกตั้งผิดพลาด รวมถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา กกต.มีความผิดพลาดหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของประชาชนจำนวนกว่าแสนคน ไปใช้สิทธิ์ในสถานที่เดียวกัน มีกระบวนการขั้นตอนที่บริหารจัดการไม่ถูกต้อง และการประชา สัมพันธ์ของ กกต.ยังไม่ทั่วถึง การที่คนออกมาใช้สิทธิ์กว่า 50 เปอร์เซ็นต์เป็นไปตามที่ นปช. คาดการณ์ไว้ เพราะมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่เข้าใจ และไม่รู้เรื่องในการปฏิบัติตน
นาง ธิดากล่าวว่า ในการจัดการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. หาก กกต.ยังไม่ทบทวน หรือแก้ไขระเบียบให้สามารถกากบาทในช่องโลโก้ หรือสัญลักษณ์ได้ จะทำให้มีบัตรเสียจำนวนมาก เพราะหากอ่านข้อความของ กกต.ที่ระบุไว้ที่บัตรเลือกตั้งให้กากบาทในช่องหลังหมายเลข ในส่วนของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อนั้น จะเป็นช่องที่เป็นโลโก้ ซึ่งเป็นช่องที่อยู่หลังหมายเลขตามข้อความที่ระบุไว้ในบัตรเลือกตั้ง หากไม่แก้ไขจะมีคนกาผิด และทำให้เป็นบัตรเสียจำนวนมาก กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร
"หากวันเลือกตั้งปรากฏว่านับคะแนนออกมาแล้ว มีบัตรเสียเป็นล้านใบ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร ทางกลุ่มเล็งเห็นว่า กกต.กำลังเปิดประตูสู่ความหายนะ จัดเลือกตั้งแล้วไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม แล้วจะพูดได้อย่างไรว่าการเลือกตั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม พวกเราไม่ได้มารักษาสิทธิ์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นห่วงว่าอาจมีคนจำนวนมากกากบาทตรงช่องโลโก้พรรคหลังช่องหมายเลข เนื่องจากโลโก้พรรคที่อยู่ในช่องมีขนาดเล็ก อาจทำให้ผู้ใช้สิทธิ์เข้าใจผิดว่าเป็นช่องลงคะแนน แล้วทำให้บัตรนั้นกลายเป็นบัตรเสีย กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร แล้วสังคมไทยจะมีทางออกอย่างไร ขอเสนอให้ กกต.แก้ระเบียบกาในช่องโลโก้ได้ โดยไม่ถือว่าเป็นบัตรเสีย" นางธิดากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม เติมว่า สำหรับบัตรลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย ช่องแรก เป็นช่องหมายเลขพรรค ช่องที่ 2 เป็นช่องโลโก้ หรือสัญลักษณ์ของพรรคการเมือง ช่องที่ 3 เป็นช่องระบุชื่อของพรรค และช่องที่ 4 เป็นช่องลงคะแนน แต่ในบัตรเลือกตั้งระบุว่าให้ทำเครื่องหมายกากบาท X ภายในช่องทำเครื่องหมายด้านขวาของหมายเลขพรรคการเมืองเพียงหมายเลขเดียว ซึ่งจากกรณีนี้เป็นสาเหตุให้นางธิดาเกรงว่าจะสร้างความสับสนให้ประชาชน หากกาผิดช่องนิดเดียวจะกลายเป็นบัตรเสีย จึงเรียกร้องให้ กกต.แก้ไขระเบียบดังกล่าว
แน่นหนา - พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์ เจริญ ที่ปรึกษา (สบ10) ตรวจสอบการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า จ.นนทบุรี เขต 4 ที่สภ.ปากเกร็ด ยืนยันปลอดภัยดี ล็อกกุญ แจถึง 3 ชุด และมีตร.เฝ้าตลอด 24 ช.ม.
หลัง จากนางธิดายื่นหนังสือต่อตัวแทนประธาน กกต.แล้ว คำร้องดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนของการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ก่อนจะเข้าไปยังที่ประชุมกกต. โดยก่อนหน้านี้ ทั้งนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง และนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง เคยให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า ไม่สามารถจะแก้ไขได้ว่าหากกาในช่องโลโก้แล้วไม่เป็นบัตรเสีย เพราะจะขัดกฎหมาย แต่อนุญาตให้ทางพรรคการเมือง สามารถประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง ว่าให้กากบาทอย่างไร ตรงช่องไหน ถึงจะไม่เป็นบัตรเสีย ขณะที่ กกต.เองก็จะประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ เพื่อป้องกันประชาชนเข้าใจผิด
ที่ พรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค ร่วมแถลงภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่ปรึกษาพรรค กล่าวว่า จากการซุ่มสำรวจตัวอย่างประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าใน 2 จังหวัด คือ จ.อุดรธานี กรณีลงคะแนนบัตรเลือกตั้งส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้ข้อมูลว่าประชาชน 10 ตัวอย่าง กากบาทในช่องสัญลักษณ์ของพรรค เป็นช่องที่ต่อจากหมายเลขถึง 9 ตัวอย่าง ส่วน จ.ขอนแก่น สำรวจความเห็นประชาชน 30 ตัวอย่าง พบกากบาทในช่องสัญลักษณ์ของพรรคถึง 28 ตัวอย่าง หากกากบาทในช่องดังกล่าวจะทำให้เป็นบัตรเสียทันที
พล.ต.อ. ประชากล่าวว่า เนื่องจากการกากบาทในลักษณะนี้เป็นการลงคะแนนในส่วนของบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขต ทำให้พรรคเพื่อไทยมีความวิตกกังวลในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะมีประชาชนจำนวนมากไม่ทราบถึงกฎระเบียบในส่วนนี้ ดังนั้น อยากให้ กกต.ระบุรายละเอียดการกากบาทเครื่องหมายในแต่ละบัตรเลือกตั้งอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันประชาชนสับสน และเข้าผิดในการลงคะแนน
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า การประชุมในครั้งนี้ทางกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยกำชับและสั่งการให้ผู้ สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อเร่งลงพื้นที่ร่วมกับผู้สมัครส.ส.เขตในแต่ละจังหวัด เน้นประชา สัมพันธ์เรื่องการกากบาทลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง ทั้งในแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตเป็นหลัก เพราะจากการสำรวจการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา พบว่าประชาชนหลายจังหวัดโดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานเข้าใจผิด จึงกากบาทผิดช่อง อาจส่งผลกระทบตามมาถึงผลการเลือกตั้งของพรรค
ขณะ เดียวกัน ที่รัฐสภา นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมืองวุฒิสภา พร้อมด้วย นายเมธา ศิลาพันธุ์ ผอ.กกต.นครราชสีมา นางธิดา และตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริต และหาข้อสรุปเกี่ยวกับคำสั่งของบัตรเลือกตั้ง
อ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิ้ก ข่าวสด
"มาร์ค-สุวิทย์"ทำเสีย ชาญวิทย์ชี้!
ที่มา ข่าวสด
อดีตอธิการมธ.ซัดถอนมรดกโลก เล่นการเมืองไม่สนประเทศ-ปชช. ขี้แพ้ชวนตี-เป็นแกะดำของโลก
อดีต อธิการมธ.-นักประวัติศาสตร์อาวุโส "ชาญวิทย์"ติงอภิสิทธิ์-สุวิทย์นำประเทศไทยออกจากมรดกโลก ระบุเป็นการเมืองยิ่งกว่าการเมืองก่อนเลือกตั้ง โดยไม่สนใจต่อความเสียหายของประเทศ-ประชาชน เหมือนบอลแพ้ แต่คนเล่นคนดูบางกลุ่มไม่ยอมแล้วยังขี้แพ้ชวนตี และถือเป็นความตกต่ำด้านการต่างประเทศอย่างสาหัสสากรรจ์ที่สุด ตั้งคำถามแค่อภิสิทธิ์-สุวิทย์ตัดสินใจแทนคน 60 กว่าล้านเจ้าของประเทศได้อย่างไร
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการอาวุโสด้านประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซ บุ๊ก ถึงกรณีไทยถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกว่า ถ้อยแถลงของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรมต.สุวิทย์ คุณกิตติ เรื่องการถอนตัวออกจากกรรมการมรดกโลก (อย่างสับสน กำกวม) และถูกตอบโต้โดย ผอ.อิรินา โบโกวา ของ ยูเนสโก ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 3 ก.ค. นั้น สรุปได้ว่า นี่เป็น "การเมืองยิ่งกว่าการเมือง" โดยไม่สนใจ ต่อความเสียหายของ "ประเทศชาติ-ประชาชน"
หนึ่ง) นี่เป็นความตกต่ำของ "วิเทโศบายการต่างประเทศการทูต" ของเราอย่างสาหัสสา กรรจ์
สอง) การเมืองก่อนวันเลือกตั้งเรื่องนี้ สอน(ซ้ำๆ) ให้รู้ว่า "บอลแพ้ คนเล่นและคนดู (บางคน บางสถาบัน และบางพรรค) ไม่ยอมแพ้"
สาม) การเมืองก่อนวันเลือกตั้งเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า "คนเล่น บางพรรค บางสถาบัน คือ ขี้แพ้ ชวนตี" (ไม่มีสปิริตนักกีฬาที่ดี)
สี่) การเมืองภายใน และ "วาทกรรม" เรื่องนี้ สอนให้รู้ "ซ้ำๆ" ว่า "วาทะ" ของ "ชาวกรุง" (จอมพลสฤษดิ์) ที่ว่า "วันหนึ่งจะเอาปรา สาทเขาพระวิหารกลับมาเป็นของชาติไทยให้จงได้"
และ (เสนีย์ ปราโมช) "เราไม่ยอมรับแผนที่ เราถือสันปันน้ำ" นั้น
จบลงด้วยเป็น "กรรม" ของ "ชาวบ้าน" ชายแดน ที่บาดเจ็บ ล้มตาย พลัดที่นา คาที่อยู่ ทำมาหากินไม่ได้
ห้า) การเมืองก่อนวันเลือกตั้งเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า วิเทโศบายดังกล่าว อาจบานปลาย ทำให้เกิดสงครามชายแดน (ขึ้นอีก) และ (อาจ) ล้มการเลือกตั้ง หรือไม่ก็สร้างกระบวนการ (ที่ในบั้นปลาย) ทำลายระบอบประชาธิปไตย-การเลือกตั้ง ทั้งหมด
หก) การเมืองก่อนการเลือกตั้งเรื่องนี้ ทำให้เราตั้งคำถามว่า รัฐบาลที่มา (ด้วยวิธีการที่ไม่ชอบมาพากล) จากพรรคผสมไม่กี่พรรคกับผู้นำระดับนายกฯ อภิสิทธ์ และรมต.สุวิทย์ เพียงไม่กี่คน มีความชอบธรรมแค่ไหนที่จะถอน "สยามประเทศไทย" ของเรา ออกจากองค์กรระดับโลก เช่น ยูเนสโก ของนานาอารยชาติ และโลกศิวิไลซ์
เจ็ด) การดำเนินนโยบายต่างประเทศ ระดับสำคัญสุดเช่นนี้ จะต้องถาม เจ้าของประเทศ คือ ประชาชนที่มีอยู่กว่า 60 ล้านคน จะต้องผ่าน "รัฐสภา" หรือท้ายที่สุดจะต้องมี "ประชามติ" หรือไม่
การถอนตัวจาก "มรดกโลก" โดยไม่ถาม "คนไทย" เจ้าของประเทศ โดยไม่ผ่านรัฐสภา โดยไม่มีประชามติ ถ้อยแถลงของนายกฯ อภิสิทธิ์ และรมต.สุวิทย์ เรื่องการ "ถอนตัว" ออกจาก "มรดกโลก" อย่างสับสน และกำ กวมนั้น
ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า หนึ่ง) นี่เป็นการลาออกจากกรรมการมรดกโลก ใช่ไหม
ถ้าใช่ ก็แปลว่าในคณะกรรมการมรดกโลก ที่มีสมาชิกอยู่ 21 ประเทศ โดยไทยเรามีอธิบดี(หญิง)กรมศิลปากร เป็นตัวแทนนั้น ก็จะหมดสภาพไป
ไทยเราต้องเลิกคบหาสมาคมกับนานาอารยะอีก 20 ประเทศ ใช่ไหม
สอง) แต่ถ้า นี่ไปไกลกว่านั้น คือ เป็นการลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิกของ "อนุสัญญามรดกโลก" ซึ่งมีภาคีสมาชิกนานาอารยะอยู่ 187 ประเทศ ไทยเราก็จะกลายเป็น "ประเทศหนึ่งเดียว" ที่เป็น "แกะดำ" ของโลก ใช่หรือไม่
สาม) ไม่ว่า "สยามประเทศไทย" จะลาออกจากกลุ่ม 21 หรือกลุ่ม 187 ก็ไม่สามารถทำให้ประชามหาชนเข้าใจได้ว่านี่เป็นการดำเนินวิเทโศบาย อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และต่อประชาชน และนี่ไม่ใช่ความตกต่ำสุดของนโยบายต่างประเทศ หรือการทูตของไทย
สี่) คำถามต่อมาคือ แล้วไทยเราจะทำอย่างไรกับมรดกโลก 5 แห่งที่เราได้รับการประทับตราของยูเนสโก คือ บ้านเชียง, สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร, อยุธยา, ทุ่งใหญ่นเรศวร และดงพญาเย็นเขาใหญ่ เราจะต้องส่งคืน "ทะเบียน" และเลิกใช้ "ตราโลโก้" ของยูเนสโก ใช่หรือไม่
ห้า) คำถามสุดท้าย ก็คือ ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่สำคัญยิ่งยวดเช่นนี้ ทั้งนายกฯ อภิสิทธ์ หรือรมต.สุวิทย์ จากเพียง 2 พรรคการเมือง มีความชอบธรรมแค่ไหน ที่จะดำเนินการผลีผลามทำไปโดยไม่ได้ถามเจ้าของประเทศ คือ ประชาชนที่มีอยู่กว่า 60 ล้านคน โดยที่ไม่ได้ผ่าน "รัฐสภา" หรือท้ายที่สุดโดยที่จะไม่ทำ "ประชามติ"
วันเดียวกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ทำให้สนามการค้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นสนามรบ ว่า ข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้น ความจริงถ้าดูตัวเลขการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นในช่วงรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะแยกปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป กับปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นชัดอยู่แล้วว่าพรรคพลังประชาชนต่อเนื่องมาถึงพรรคเพื่อ ไทยสร้างปมปัญหาไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเพื่อไทยบอกว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะทำให้สนามการค้ากลับมา และคืนความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การค้าขณะนี้มีบางจุดที่เป็นปัญหา สิ่งสำคัญคือต้องรักษาอธิปไตย และเราพยายามทำไม่ให้กระทบกระเทือนกับภาคส่วนอื่นๆ ตรงนี้ทราบกันดีอยู่เวลาที่กัมพูชาพูดถึงเรื่องนี้ จะยืนยันว่าความสัมพันธ์ด้านอื่นไม่ได้กระทบ
เมื่อถามว่าวันนี้เรื่องกัมพูชาถูกโยงเข้ามากับการเมืองในประเทศ เป็นไปโดยธรรมชาติหรือความจงใจ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า "ผมว่ามันเป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่ากัมพูชาพยายามจับตาดูการเมืองไทย และคิดว่าถ้าได้มีรัฐบาลต่อเนื่องการเจรจาต่อรองของเราน่าจะง่ายขึ้นมาก เพราะกัมพูชาอยากจะได้รัฐบาลซึ่งยอมเขามากกว่า ผมยืนยันว่าที่ผมไม่ยอมเพราะเป็นผลประโยชน์ของชาติ เป็นเรื่องอธิปไตย"
"ประชาชนต้องเลือก ถ้าบอกว่าอยากเป็นมิตรกับสมเด็จฯ ฮุนเซน แล้วยอมเสียดินแดนตามที่เขาขอมาก็สนับสนุนเพื่อไทยได้ แต่ถ้าเลือกประชาธิปัตย์ เรายืนยันปกป้องผลประ โยชน์ของเรา" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯ กัมพูชา ระบุไทยเตรียมโจมตีกัมพูชาว่า ไม่มีอะไร อย่าไปลือกัน จำได้หรือไม่ว่าที่ตนเคยพูดว่าวิธีแก้ไขปัญหาชายแดนมีอย่างเดียวคือการเจรจา พูดคุยกัน หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่อยากคุยวันหน้าอาจจะคุยก็ได้ ตนไม่เคยบอกว่าอยากรบ อยากเอาชนะ ประเทศไทยเป็นสุภาพบุรุษคือไม่ไปรุกราน หรืออยากได้ดินแดนของใคร เราเพียงแต่รักษาเส้นเขตแดนที่รักษาไว้มาตั้งแต่อดีตกาลตามแผนที่ อัตราส่วนที่ยึดถือไว้ ใครจะพูดอะไรอย่าไปตกใจเราทำหน้าที่ของเรา และเตรียมกำลังให้เข้มแข็งเพื่อรักษาอธิปไตย ที่ผ่านมาบาดเจ็บล้มตาย ใครได้ประโยชน์ตนยังไม่รู้เลย แต่ที่ได้คือศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง
ขณะที่นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ. ศรีสะเกษ ให้สัมภาษณ์ว่า สั่งการนายอำเภอกันทรลักษ์ ชี้แจงทำความเข้าใจประชาชนเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ว่า ฝ่ายกัมพูชาไม่อยากให้เกิดการขัดแย้ง โดยใช้กำลังอาวุธ เพราะไม่เป็นผลดีต่อการสู้คดีในศาลโลก ในการขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่เราไม่ได้ประมาทแจ้งอำเภอที่ติดชายแดนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ถ้าเกิดการสู้รบรอบใหม่ก็พร้อมอพยพประชาชนไปอยู่ที่ปลอดภัย แต่การสู้รบไม่น่าจะเกิดขึ้นช่วงนี้
ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวอีกว่า รัฐบาลอนุมัติงบประมาณก่อสร้างหลุมหลบภัยให้กับ จ.ศรีสะเกษ ตามหมู่บ้านแนวชายแดน 451 แห่ง และซ่อมแซมหลุมหลบภัยที่มีอยู่เดิมอีก 200 กว่าแห่ง ขณะนี้หลุมหลบภัยที่มีอยู่พอเพียงสำหรับประชาชนใช้หลบภัยเบื้องต้น
ส่วนสถานการณ์บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ทหารไทยและทหารกัมพูชายังคงตรึงกำลังเต็มอัตรา โดยทหารไทยทำบังเกอร์เพิ่มเติมตลอดแนวด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ขณะที่ทหารกัมพูชาใช้เครื่องจักรทำถนนจากบริเวณด้านหลังวัดแก้วสิกขาคีรีศว รขึ้นไปจนถึงเป้ยตาดี จุดสูงสุดของเขาพระวิหารแล้ว พร้อมกับส่งรถถัง 5 คันขึ้นไปเสริมกำลังใกล้ปราสาทพระวิหาร และเสริมรถถังอีก 10 คัน ที่บ้านโกมุยใกล้กับเขาพระวิหาร และอีก 10 ที่บริเวณช่องโดนเอาว์ติดชายแดน อ.กันทรลักษ์
ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเชียง อ.หนอง หาน จ.อุดรธานี พ.ต.สุเมธ คำพิมาน นายกเทศมนตรีบ้านเชียง ให้สัมภาษณ์กรณีไทยถอนตัวจากภาคีมรดกโลกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อพ.ศ.2535 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 16 ที่เมืองแซนตาเฟ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลก ว่าด้วยเรื่องการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติ ศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี
นายกเทศมนตรีบ้านเชียง กล่าวอีกว่า ร่องรอยของมนุษย์ในประเทศไทยสมัยดังกล่าว แสดงเห็นถึงวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการแล้วในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านความรู้ความ สามารถหรือภูมิปัญญา อันเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยให้ผู้คนเหล่านั้นสามารถดำรงชีวิตและสร้างสังคม วัฒนธรรมของมนุษย์ ได้สืบเนื่องต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน และศิลปะเครื่องปั้น ดินเผาที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเชียง
นายกเทศมนตรีบ้านเชียง กล่าวต่อว่า การที่ไทยถอนตัวจากมรดกโลกจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและการท่องเที่ยวอย่าง ชัดเจน ปกติแล้วจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาบ้านเชียงปีละ ประมาณ 200,000 คน สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หากไทยถอนตัวแล้วบ้านเชียงจะเป็นแค่ชุมชนเล็กๆ อาจจะเหลือเพียงตำนานบ้านเชียงที่เคยเป็นแหล่งมรดกโลก จึงอยากฝากถึงรัฐบาลเข้ามาดูแลและบริหารบ้านเชียงให้สมกับเป็นชุมชนที่มี เอกลักษณ์เฉพาะตัว รักษาไว้ซึ่งชุมชน หมู่บ้านและวิถีชีวิตให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เหลียวแลเท่าที่ควร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประเทศไทยถอนตัวจากมรดกโลก บรรยากาศที่แหล่งมรดกโลกบ้านเชียงเป็นไปด้วยความเงียบเหงา บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ร้านขายของขายที่ระลึกและร้านค้าต่างไม่มีนักท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา
มะกันขู่-ถ้าไทยปว. ใช้ไม้แข็ง เลขายูเอ็นแถลง
ที่มา ข่าวสด
เลือกตั้ง-เคารพส่วนใหญ่ ผบ.ทบ.ยันเองไม่มีปฏิวัติ 2พรรคคึกปราศรัยใหญ่ "เติ้ง"ไม่เชื่อลมปากปชป. สั่งเด้งแล้วผู้การสุรินทร์
ผบ.ทบ.ยัน ไม่ปฏิวัติ ลั่นอย่าทำให้ทหารกลายเป็นจำเลยสังคม แนะหลังเลือกตั้งเลิกทุกสีแล้วยึดกฎหมายเป็นหลัก"บิ๊กป้อม-วัฒนา เมืองสุข"โวยปฏิญญาบูรไนข่าวมั่ว ลั่นไม่เคยเจอกันเลย ยิ่งลักษณ์ชี้โค้งสุดท้ายชูวิสัยทัศน์ 2020 เตรียมขึ้นเวทีใหญ่รัชมังคลาฯแจง ณัฐวุฒิเชื่อชาวบ้านไม่เปลี่ยนใจ มาร์คมั่นใจปชป.ตั้งรัฐบาล หลังได้เป็นพรรคอันดับ 1 ปชป.ฟุ้งมีคน 8 หมื่นร่วมฟังปราศรัยใหญ่ลานพระบรมรูปทรงม้า กอร์ปยันเวทีนี้ไม่เกี่ยวต่อยอดราชประสงค์ เติ้งเมินนิรโทษ"ตัดสิทธิ์" แค่ลมปากปชป. สื่อนอกชี้สหรัฐเตรียมมาตรการแข็งกร้าวหากไทยมีปฏิวัติ เลขาฯยูเอ็นหวังคนไทยเคารพเสียงส่วนใหญ่
ช่วย"อาปู" - นาย พานทองแท้ น.ส. พินทองทา และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลงพื้นที่ช่วยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตระเวนพบปะประชาชนย่านมีนบุรี หาเสียงให้นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ผู้สมัครส.ส.กทม. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย
ผบ.ทบ.ยันไม่ปฏิวัติ
วัน ที่ 30 มิ.ย. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ หลังเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ ถึงกระแสข่าวทหารจะทำการปฏิวัติหากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ว่า เป็นเพียงข่าวลือ ไม่มี ส่วนที่พยายามนำกองทัพไปโยงการเลือกตั้งนั้น เป็นความเข้าใจเก่าๆ ที่เข้าใจผิด อย่านำทหารเข้าไปเกี่ยวข้องในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงเลือกตั้ง ช่วงคัดสรรฝ่ายบริหาร ทหารอยู่ในส่วนทหาร ใครจะเป็นรัฐบาลก็เป็นไป
เมื่อ ถามว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะเข้ามาดูแลกองทัพ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้า มีอำนาจก็ทำไป ไม่ได้มุ่งหวังรักษาตัวเอง แต่สิ่งที่ทำมาทั้งหมดทำด้วยจิตใจ ทำด้วยความรักชาติ รักแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ยอมรับทุกอย่างไม่มีปัญหา ประเด็นสำคัญคือกองทัพต้องอยู่ได้ ในฐานะผู้นำกองทัพไม่อยากนำกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ประชาชนยังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและอยากให้ทหารไปอยู่ด้วยข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งทหารจะอยู่ข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ ทหารขอยืนตรงกลาง ไม่ใช่ความเป็นกลางทางการเมือง แต่เป็นกลางของทหารคือเดินในเส้นทางที่เป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบตามกฎหมาย และทำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ส่วนที่ผู้ใต้บังคับบัญชา 4-5 คนเข้าไปเกี่ยวข้องการเมืองนั้น ยืนยันว่าต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย เพราะไม่ได้สั่งการลงไป ขณะนี้ตำรวจสอบสวนอยู่ ขอให้เป็นเรื่องบุคคล
ลั่นอย่าทำให้ทหารเป็นจำเลยสังคม
เมื่อ ถามถึงจุดยืนของกองทัพหากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล และเสื้อแดงออกมาสร้างความวุ่นวาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบสั่งการก็รับผิดชอบไป เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ขอให้ใจเย็นๆ ไม่น่ามีอะไร ที่ผ่านมามีบทเรียนอยู่แล้ว ขอเรียนว่าทหารทุกคนมุ่งมั่นทำให้บ้านเมืองปลอดภัยและสถาบันหลักอยู่อย่าง มั่นคง ขอให้ประชาชนมีความรักความสามัคคี
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทย พยายามเจรจากับกองทัพทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และผบ.ทบ.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ถึงเวลาใครเป็นรัฐบาลก็สั่งทหารได้อยู่แล้ว สั่งการตามสายการบังคับบัญชา ทั้งนี้เคยพูดแล้วว่าประเทศชาติ ไม่ใช่เรื่องที่ 2 ฝ่ายมาต่อรอง และกองทัพไม่มีสิทธิ์ต่อรอง อย่าทำให้ทหารเป็นจำเลยของสังคม ใครจะเลือกตั้งได้หรือไม่ก็ตาม ทหารขอเป็นทหารของชาติและประชาชน
แนะเลิกทุกสีแล้วยึดกฎหมาย
"คิด ว่าน่าจะใช้วันเวลาที่เหลืออยู่ก่อนและหลังเลือกตั้งทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ไม่ต้องมีสีอะไรได้แล้ว เลิกเถอะ และมาว่ากันด้วยกฎกติกา กฎหมาย อย่าทำให้บ้านเมืองเสียหาย ให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง อย่านำท่านลงมา ไม่อยากให้ทุกคนไปแตะต้องสถาบัน ผมขอเท่านี้ แต่ไม่เคยขอได้เลย มันเป็นความกดดันเพราะผมเป็นเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ แต่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตา รับสั่งไม่อยากให้ลงโทษ แต่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันทำให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง ท่านจะต่อสู้ก็สู้ทางการเมือง และหันกลับมาดูแลกฎหมาย ถ้าไม่ใช้กฎหมายท่านอยู่ไม่ได้ หลังวันที่ 3 ก.ค.ก็อยู่ไม่ได้ ทหารจะถอยหลังออกมาดูว่าท่านจะแก้ไขปัญหาของท่านให้ได้ ที่ผ่านมามักเรียกทหารไปช่วยตลอด แต่ไม่เรียบร้อย ดังนั้นท่านจะต้องแก้ไขกันให้ดี เรายืนหยัดในเรื่องการเมืองคือเป็นทหารประชาธิปไตย" ผบ.ทบ.กล่าว
อ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิ้ก ข่าวสด
เก็บตก ภาพคุณปู ยิ่งลักษณ์ 30/06/54
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 01/07/54 ตัวช่วยให้ตายเร็ว
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
เร่งสปีด รีดระยำ ทำสถุน
ทั้งเกื้อกูล ผลักดัน ไม่หวั่นไหว
เอาตัวช่วย เร่งรัด แล้วจัดไป
หวังให้มัน ตายไว ได้สมปอง....
ล้านตัวช่วย ม้วยแน่ แช่สนิท
ลืมถูกผิด เอาใจ ใฝ่สนอง
แล้วอุ้มชู หลบหลีก ฉีกครรลอง
สร้างมัวหมอง ทั่วบ้าน สะท้านเมือง....
นักวิชาการ วิชาเกิน เลิกเขินขวย
เข้าเอออวย เร็วรี่ อัปรีย์..เหลือง
จ้างสื่อชั่ว ตระบัดสัตย์ ไม่ขัดเคือง
จนลือเลื่อง เมืองอุบาทว์ อนาถจัง....
ทั้งอำนาจ ตัวพิเศษ พวกเปรตโง่
ยังมดเท็จ อวดโอ้ โธ่..พวกงั่ง
ประเทศชาติ ฉิบหาย มลาย..พัง
ยังมั่วนั่ง สั่งการ สามานย์นัก....
เห็นกองทัพ ขยับบู้ท หวังชู้ตส่ง
สร้างมึนงง แก่ประชา เหมือนบ้าหนัก
ทั้งข่มขู่ พูดระยำ ทำยึกยัก
ยิ่งประจักษ์ เผยตน พวกคนพาล....
อีก สว. ลากตั้ง พลังถ่อย
พวกด่างพร้อย งี่เง่า ทำห้าวหาญ
เห็นทาสแท้ พวกชั่ว ทุกตัวมาร
ยิ่งรุกราน มันยิ่งฉิบหาย ยิ่งตายเร็ว....
๓ บลา / ๑ ก.ค.๕๔
รายงานสดจากพื้นที่ก่อนคืนหมาหอน:กระสุนจริงยิงหวังผล ปฏิบัติการดับฝันเพื่อไทยชนะฟ้าถล่ม
ที่มา Thai E-News
"สมมุติว่าหน่วยนี้มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียง100คะแนน หากยิงไปแล้ว คะแนนออกมาที่90%ขึ้นไป เอาไปเลยรางวัลพิเศษก้อนโตสำหรับหัวคะแนน หากเกิน70%ขึ้นไปก็รางวัลลดหลั่นลงไป จากการคำนวณแล้วหากยิงเข้าซัก60%ผู้สมัครของเราก็เข้าป้ายแล้ว"ผู้บัญชาการ รบแห่ง"บ้านใหญ่"บุรีรัมย์กล่าวกับบรรดานักล่าคะแนน
ที่พื้นที่บุรี รัมย์บ้านเนวินนั้น มีคำสั่งรบออกมาถึงขั้นว่าแพ้ไม่ได้ ราคาซื้อขายขยับไปที่1,000บาทต่อหัวในบางพื้นที่ที่แข่งขันกันสูง เพราะนี่ไม่เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ต้องกล้าฉีกเงินเพื่อเอาชนะ
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 กรกฎาคม 2554
อีก 2 วันจะเลือกตั้ง กระแสหลักยังเป็นเรื่องว่าเพื่อไทยมีคะแนนนิยมนำทิ้งห่างคู่แข่งไปเรื่อยๆ จำนวนส.ส.พื้นที่อีสานกับเหนือจะเข้ามาเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่กรุงเทพฯมีคะแนนนำหน้าประชาธิปัตย์คู่แข่ง แต่ในสนามเลือกตั้งที่เป็นจริง หากเงินยังเป็นปัจจัยชี้ขาด ก็อาจเกิดรายการพลิกผันผิดคาดขึ้นมาได้
"เพื่อไทยนั้นเสียงดีแต่ คะแนนจะมีหรือเปล่าเป็นเรื่องที่รอดูหลังปิดหีบ"นัก สังเกตการณ์ทางการเมืองผู้คร่ำหวอดทางภาคอีสาน กล่าวแสดงความเห็น พร้อมชี้ว่า กระแสในหมู่ผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยเวลานี้คือ มีแต่"กระแสแต่ไม่มีกระสุน"เพราะพรรคไม่ส่งกำลังบำรุงมาให้เลย มีเพียงคนละ 1 ล้านตามกฎหมายเลือกตั้งจริงๆ มีแค่ป้ายหาเสียง อุปกรณ์รถวิ่งตระเวณบอกเบอร์
"ผู้สมัครเพื่อไทยพูดกันว่าทางข้างบน พรรคให้คำแนะนำว่า ในเมื่อพรรคไม่ช่วยกระสุนก็อย่าไปดิ้นรนกู้ยืมไปยิงเอง เพราะถูกหน่วยงานกลไกรัฐเฝ้าจับตาแจกใบเหลืองใบแดงอยู่ทุกระยะฝีก้าว"
"กระแส เสื้อแดงในภาคอีสานแรงก็จริง แต่สมมุติว่าหมู่บ้านหนึ่งมี100หลังคาเรือน มีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน200เสียง ก็ไม่ใช่แดงหมดทุกคนนะ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต.เป็นคนของรัฐเป็นส่วนใหญ่ และคนเหล่านี้ไปเป็นหัวคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะภูมิใจไทยหมดแล้ว และระบบอุปถัมภ์แบบพื้นบ้าน ชาวบ้านก็ยังเกรงใจหัวคะแนนระดับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชนเหล่านี้อยู่"นักสังเกตการณ์ชี้
"เราประเมินว่าในแต่ละเขต เลือกตั้งสมมุติว่าหากมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ซัก1แสนคะแนน ก็เป็นคะแนนดิบของเสื้อแดงซัก2หมื่นเสียงที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ทักษิณหรือ เสื้อแดง อีก8หมื่นที่เหลือคือเป้าหมายของเรา"วงสนทนาบ้านใหญ่บุรีรัมย์กล่าวกับทีม" หัว"ที่ออกปฏิบัติการตามล่าหาคะแนน
ขณะที่เพื่อไทยติดข้อจำกัดเรื่อง ไม่มีกระสุนส่งบำรุงช่วงคืนหมาหอน และถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับตามองทุกฝีก้าว พรรคคู่แข่งอย่างภูมิใจไทยนั้นกลับมีเสรีในการยิงอย่างเต็มเหนี่ยว ก่อนวันหย่อนบัตรมาถึง การยิงชนิดหวังผลปฏิบัติการลุล่วงไปแล้วกว่า 50% ดังนั้นอีก2วันที่เหลือ ก็อาจไม่จำเป็นต้องไปสุ่มเสี่ยงกับการถูกจับในคืนหมาหอน 2 กรกฎาคม
คน ที่จะตามไปจับนั้นไมม่ใช่คนของทางการ แต่เป็นบรรดาเสื้อแดงที่หนุนพรรคเพื่อไทย ที่แทบทุกหมู่บ้านในภาคนี้มีธงสีแดงปักอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆจะทำหน้าที่ออก ตระเวณจับในคืนหมาหอน "แต่กว่าจะถึงค่ำคืนหมาหอน เรายิงจบไปก่อนแล้ว"
การ ยิงชนิดหวังผลนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารคอยคุ้มกันอย่างเข้มแข็ง ชุดปฏิบัติงานอยู่โยงเฝ้าประจำผู้สมัครที่หวังผลของพรรคภูมิใจไทยเต็มพิกัด
การ ยิงชนิดหวังผลนี้อาจลบล้างคำพูดประเภทที่ว่า"มันแจกเงินมา เรารับ แต่อย่าไปเลือกมัน ให้ไปกาเพื่อไทยเวลาเข้าคูหา" เนื่องจากมีการใช้ระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพเข้ามาช่วย นั่นคือการตั้งเป้าลงไปถึงระดับหน่วยเลือกตั้งกันเลยทีเดียว
"สมมุติ ว่าหน่วยนี้มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียง100คะแนน หากยิงไปแล้ว คะแนนออกมาที่90%ขึ้นไป เอาไปเลยรางวัลพิเศษสำหรับหัวคะแนน หากเกิน70%ขึ้นไปก็รางวัลลดหลั่นลงไป จากการคำนวณแล้วหากยิงเข้าซัก60%ผู้สมัครของเราก็เข้าป้ายแล้ว"ผู้บัญชาการ รบแห่ง"บ้านใหญ่"บุรีรัมย์กล่าวกับบรรดาวงในใกล้ชิด
ที่พื้นที่บุรี รัมย์บ้านเนวินนั้น มีคำสั่งรบออกมาถึงขั้นว่าแพ้ไม่ได้ ราคาซื้อขายขยับไปที่1,000บาทต่อหัวในบางพื้นที่ที่แข่งขันกันสูง เพราะนี่ไม่เป็นหน้าตาและศักดิ์ศรี
แล้วใครจะไปจับได้ในเมื่อตำรวจทหารคุมการยิงเป็นขบวน และคอยเฝ้าจับตาพรรคเพื่อไทยคู่แข่งแบบจุดต่อจุด
"หาก ภูมิใจไทยเข้าขั้นต่ำ70ที่นั่ง บวกกับประชาธิปัตย์ที่จัดหนักถล่มเพื่อไทยโค้งสุดท้าย กระแสที่กรุงเทพฯพลิก พลังเงียบออกมาเลือกประชาธิปัตย์ พอไม่ให้คะแนนที่กรุงเทพฯขี้เหร่ หรือชนะเพื่อไทยได้ ก็น่าจะรวมกันประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยแพ้เพื่อไทยอยู่หน่อย แต่รวมกับชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน มาตุภูมิ พรรคเล็กพรรคน้อยแล้ว รัฐบาลขั้วเดิมก็ยังจัดตั้งได้ ไม่มีปัญหา หากมีปัญหาก็ปฏิวัติ เพราะทหารเขาไม่เอาเพื่อไทย ข้างบนก็ไม่เอา ยกเว้นว่าผลคะแนนเพื่อไทยออกมาแบบฟ้าถล่มดินทลายจริงๆก็ปล่อยเขาไปซักปี"ผู้ บัญชาการรบค่ายบุรีรัมย์ปราสาทสายฟ้าประเมิน
"นี่เป็นความเป็นจริง ทางการเมือง กระแสของภูใจไทยไม่มีเลย แต่กระสุนเต็มอัตรา คนบ้านใหญ่บุรีรัมย์ก็บ้าพอที่จะใช้เกินอัตราเพื่อกันเหนียว คะแนนที่ปิดหีบออกมาแล้ว และขานกันออกมาคือของจริง หากภูมิใจไทยเข้าป้ายมากๆขนาดนั้นมันก็คือความจริง จะบอกว่าโกงไม่ได้ นี่เป็นการสู้กันตามกติการะหว่างคนมีกระแสกับคนมีกระสุน"นักสังเกตการณ์ระบุ
3 กรกฎาคมนี้ คะแนนจริงจากหับเลือกตั้งจะเป็นคำตอบว่าระหว่างกระแสกับกระสุน ฝั่งไหนจะเข้าป้าย ฝ่ายไหนจะจอดป้าย.
ใจ อึ๊งภากรณ์: โค้งสุดท้ายสู่การเลือกตั้ง
ที่มา ประชาไท
ใจ อึ๊งภากรณ์
ใน ช่วงโค้งสุดท้ายสู่การเลือกตั้ง คนเสื้อแดงทุกคนคงจะมีคำถามในใจ เช่น “อำมาตย์มันจะโกงด้วย กกต. ศาล หรือ การทำอะไรแปลกๆกับบัตรเลือกตั้งหรือไม่?” “มันจะทำรัฐประหารล้มการเลือกตั้งไหม?” “เพื่อไทยจะได้คะแนนพอที่จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่?” หรือ “ถ้าตั้งรัฐบาลได้ อำมาตย์จะสร้างอุปสรรค์อะไรกับการบริหารงานของเพื่อไทย?”
เราไม่ สามารถตอบได้แน่ชัด แต่เราจะต้องไม่แปลกใจกับเหตุการณ์ในอนาคต “ไม่แปลกใจ” หมายความว่าเราต้องคิดล่วงหน้าว่าถ้าอำมาตย์ทำอะไร เราจะรับมืออย่างไร และจงเข้าใจว่าเราต้องรับมือเอง ไม่มีใครคนอื่นที่จะทำให้
นอกจาก การคิดเรื่องการรับมือ เราต้องไม่ไหลตามกระแสข่าวลือที่มีมากมายในสังคมที่ปกปิดข่าวอย่างไทย ก่อนจะเชื่ออะไรต้องตรวจสอบว่าแหล่งข่าวไว้ใจได้หรือไม่ มาจากใคร ฯลฯ
อย่า ประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำไป ซึ่งหมายความว่า พอเห็นโพลล์เพื่อไทยมาแรง ก็นั่งพัก คิดว่าถ้าไม่ไปเลือกตั้งจะไม่มีผลมากมาย ทำอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องเข้าใจว่าแม้อำมาตย์ไม่โกงตอนนี้ มันขยันสร้างปัญหามานาน ตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยา ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องอัตโนมัติ เราพักผ่อนไม่ได้
ที่สำคัญคือ ต้องเลี้ยงดูเครือข่ายเสื้อแดง เพราะหลังเลือกตั้งภาระของคนเสื้อแดงจะเพิ่มหลายเท่า ยิ่งต้องขยันมากขึ้นในการปกป้องกระบวนการประชาธิปไตย และรัฐบาลเพื่อไทย
ใน ระบบประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวนอกรัฐสภา โดยขบวนการประชาชนอย่างคนเสื้อแดง เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม เป็นเรื่องสำคัญ และมีความชอบธรรม อย่าไปฟังฝ่ายตรงข้ามที่กล่าวหาคนเสื้อแดงว่า “ใช้กฎหมู่” ในขณะที่ฝ่ายมันใช้ปืน และอำนาจนอกกติกาประชาธิปไตยมาตลอด
ถ้า...ถ้า... พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมาก มันไม่ได้แปลว่าฝ่ายเรายึดอำนาจรัฐได้ และมันไม่ได้แปลว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยกลับมาง่ายๆ พรรคเพื่อไทยในรัฐสภา จะต้องพึ่งพลังคนเสื้อแดงนอกรัฐสภา เราต้องพร้อมจะชุมนุมใหญ่ เพื่อกีดกันการโกง ล้ม หรือทำลายกระบวนการประชาธิปไตย และไม่ใช่ปล่อยให้มันทำแล้วค่อยๆ ออกมา ต้องออกมาทันที ต้องประกาศล่วงหน้าว่าจะออกมาด้วย
แล้วอีกอย่าง.... เราต้องทำใจล่วงหน้า เพราะพรรคเพื่อไทยตามลำพังอาจไม่พร้อม อาจไม่จริงใจ หรืออาจอ่อนแอเกินไป ที่จะปฏิรูปประเทศไทย ถ้าอะไรเกิดขึ้นที่จะทำให้เราผิดหวังอย่าแปลกใจ การประนีประนอมกับอำมาตย์จะไม่นำไปสู่การสร้างประชาธิปไตย ไม่ว่าใครในเพื่อไทยจะแก้ตัวอย่างไร ดังนั้นเราไม่ต้องมองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเสื้อแดง
เราต้องไม่ ลืมภาระของคนเสื้อแดงในการรณรงค์ให้ ปล่อยนักโทษการเมือง ยกเลิกกฎหมาย 112 ตัดอำนาจทหาร ปฏิรูปศาล ยกเลิกการเซ็นเซอร์สื่อ สร้างความเท่าเทียมผ่านรัฐสวัสดิการ ฯลฯ ซึ่งตามลำพังพรรคเพื่อไทยอาจไม่ทำ
และ เราต้องกดดันให้มีการลงโทษอภิสิทธิ์ สุเทพ อนุพงษ์ และประยุทธ์ เพราะพวกนี้มือเปื้อนเลือดจากการสั่งฆ่าประชาชน ยิ่งกว่านั้นมันหน้าด้านตบหน้าวีรชน โดยการไปปราศรัยในจุดที่มันฆ่าประชาชน!! ถ้าพวกนี้ไม่ถูกลงโทษ มัน และคนอย่างมันในอนาคต จะมองว่าฆ่าประชาชนได้อีก เพราะทุกคนจะลอยนวลเสมอ ถึงเวลาสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนแล้ว
ในโค้งสุดท้ายนี้ เราต้องตั้งใจ คิดอย่างชัดเจน พร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์ และ
1. ขณะที่กาช่องพรรคเพื่อไทย จงเข้าใจว่านี่เป็นการลงประชามติ “ไม่เอาเผด็จการมือเปื้อนเลือด” มันตบหน้าวีรชนของเรา ดังนั้นเวลาเรากาช่องพรรคเพื่อไทย เราตบหน้ามันกลับไป
2. อย่าตั้งความหวังสูงเกินไปในนักการเมืองพรรคเพื่อไทย จงเข้าใจว่าพลังเพื่อเปลี่ยนสังคม และเลิกฝันร้ายแห่งอำมาตย์ คือคนเสื้อแดง








