WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, July 7, 2011

บทความพิเศษ:ถึงเวลาทำ “วัฒนธรรมแห่งชาติ” ให้เป็น “วัฒนธรรมของประชาชน”

ที่มา Thai E-News



รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง จำเป็นต้องปฏิรูปวัฒนธรรมแห่งชาติเสียใหม่ ให้เป็นวัฒนธรรมประชาชน

โดย วิสา คัญทัพ


“แดงคือชาติประชาชน บนไตรรงค์ธงชาติไทย หยัดยืนไม่ยอมให้ผู้ใด

ประชาธิปไตยธำรงมั่น รัฐประหารเจอกันในทันที”

ผมเคยเขียนเพลงอธิบายสีแดงบนธงชาติ ตามความหมายที่เคยร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กว่า แตงคือชาติ ขาวคือศาสนา และน้ำเงินคือพระมหากษัตริย์

เพียง แต่ผมขยายความคำว่า “ชาติ” ซึ่งฟังดูเป็นนามธรรม ไม่มีตัวตน ให้มีตัวตน มีจิตวิญญาณขึ้น โดยชี้ชัดว่า “ชาติคือประชาชน” ถ้าไม่มีมีประชาชนก็ไม่มีชาติ

เรื่องนี้เป็นเรื่องรูปการจิตสำนึก เป็นวัฒนธรรม ที่คนไทยทุกคนได้รับการบ่มเพาะ ปลูกฝังมาแต่เยาว์วัยไม่รู้ความ ไม่ว่าผู้ที่คิดให้ความหมายของ “ธงชาติ” ในอดีตจะมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาที่จะอธิบายว่าสีแดงคือ “ชาติ” บัดนี้ผมคิดว่าไม่ถูก เพราะเมื่อชาติคือประชาชน และประชาชนคือชาติ

การไม่ใช้คำว่า “ประชาชน” ตรงๆ ก็เหมือนกับความพยายามเลี่ยงบาลี

หาก เราจะอธิบายเสียใหม่ว่า แดงคือประชาชน ขาวคือศาสนา และน้ำเงินคือพระมหากษัตริย์ ย่อมจะได้จิตวิญญาณอันมีตัวตน ดูเป็นรูปธรรม และเพิ่มน้ำหนักแห่งความรู้สึกเชิงจิตสำนึกได้มากกว่า คำปฏิญาณต่างๆก็จะเปลี่ยนไปเป็น

“ข้าฯจะจงรักภักดีต่อประชาชน ศาสนา และพระมหากษัตริย์”

การ เปล่งคำขวัญดังกล่าวย่อมเตือนให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐฯอื่นๆรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้บ้างในยามที่กระทำการไม่ดีใดๆ ต่อประชาชน ประชาชนที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ชาติที่เป็นนามธรรม

วัฒนธรรม เป็นเรื่องลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน เมื่อฝังอยู่ในจิตใจ ตกผลึกเป็นความเชื่อความศรัทธาแล้วย่อมยากจากการรื้อถอน กว่าจะได้ข้อมูลใหม่ กว่าจะผ่านการถกเถียงทางวิชาการอย่างกว้างขวาง กว่าจะเปลี่ยนความเชื่อจึงต้องใช้เวลา

การบริหารจัดการรัฐกิจของ สังคมไทยที่ผ่านมา ข้างที่ให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อประชาชน หากเป็นนักการเมืองในระบอบศักดินาอำมาตย์ที่ครอบงำความคิด กระทำต่อเนื่องยาวนานมาตลอด

เมื่อเรามีกระทรวงวัฒนธรรม รัฐบาลก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกระทรวงนี้สักเท่าไร ปล่อยให้ข้าราชการประจำในระบบความคิดแบบเก่า แผ่อิทธิพลครอบงำดำเนินงาน

กระทรวงนี้จึงขาดกลิ่นไอของวัฒนธรรมประชาชน ไม่มีบรรยากาศแห่งวัฒนธรรมประชาธิปไตย กระแสทั่วไปที่ครอบคลุมวัฒนธรรมของชาติจึงเป็น พาณิชย์วัฒนธรรม กับอำมาตย์วัฒนธรรม

พื้นที่ของสังคมไทยวันนี้จึงปกคลุมไปด้วยกระแสของสองวัฒนธรรมดังกล่าว

สถาบัน การศึกษา ตลอดจนสื่อสารมวลชนทุกสาขาทั้งประเทศ เกิน 70 % สนองงานเผยแพร่วัฒนธรรมเช่นที่ว่ามายาวนานต่อเนื่อง ครอบงำรูปการจิตสำนึกของคนไทยโดยทั่วไป

มอมเมาให้หลงเชื่อเรื่องกรรม เรื่องเวร บุญทำกรรมแต่ง ยอมรับความต่ำต้อยด้อยค่า กระทั่งบิดเบือนสาระสำคัญต่างๆทางประวัติศาสตร์ กลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ มากมายหลายเรื่อง

ผ่านสีสันรูปแบบการนำเสนอต่างๆอันหลายหลาย เพราะฉะนั้นจึงควรมีการทบทวน สำรวจตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องสอดคล้องกับความจริง

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง จำเป็นต้องปฏิรูปวัฒนธรรมแห่งชาติเสียใหม่ ให้เป็นวัฒนธรรมประชาชน

วัฒนธรรม ประชาธิปไตย ด้านหนึ่ง สนับสนุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชนให้มีพื้นที่แสดงออกเพิ่มขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง ต้องถอดรื้อความคิดผิดๆ ทัศนะคติอันไม่ชอบต่างๆที่มีต่อประชาชนในกระบวนการแห่งวัฒนธรรมของชาติ

เนื่อง จากความเป็นนามธรรมของชาติ หรือชาติที่ให้ความรู้สึกไม่มีตัวตนดังที่กล่าวเกริ่นนำมาแต่ต้นบทความ ทำให้โครงการยกย่อง สดุดี สรรเสริญ “ศิลปิน” ว่ามีความสำคัญต่อชาติบ้านเมือง กลายเป็นเรื่องเลื่อนลอยห่างไกลจากรากเหง้าประชาชนไปไกล

คำว่า “ศิลปินแห่งชาติ” แม้แลดูยิ่งใหญ่ ทว่าก็โน้มเอียงไปในทางพาณิชย์ศิลปิน และอำมาตย์ศิลปินมากไป สมควรได้รับการปรับแก้กระบวนการ และเหตุผลของการมอบตำแหน่งเสียใหม่ให้สมบูรณ์ และกินความไปหมายรวมเอาศิลปินที่สร้างสรรค์เพื่อประชาชนด้วย

ที่ สำคัญ การแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวก็ควรคัดสรรให้มีที่มาอันหลากหลาย ได้กรรมการที่มีความเป็นธรรม เป็นนักประชาธิปไตย ไม่เอนเอียงข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อให้นโยบายไปแล้ว กรรรมการจึงสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างดี

กล่าวโดยสรุป งานสำคัญเร่งด่วนที่สุดคือ การปฏิรูปวัฒนธรรมเสียใหม่ ปรับให้ทันสมัย ก้าวทันสังคมประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่เร่อร่า ล้าหลัง ออกมาหยิบจับประเด็นเล็กประเด็นน้อยไปขยายความแล้วควบคุมห้ามปรามโดยไม่เข้า ใจรากเหง้าอันแท้จริง

กระทรวงวัฒนธรรมต้องทำงานคู่ขนานไปกับกระทรวง ศึกษาธิการ สร้างงานในเชิงรุก ถอดรื้อลักษณะโบราณแบบอำมาตย์ศักดินาที่ยึดกุมครอบงำหลักคิดของกระทรวงนี้มา ยาวนานให้หลุดพ้น

ถึงเวลาต้องเอาคนที่รู้เรื่องเข้าไปกำกับ ดูแลกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อวางรากฐานและคุมทิศทางในการสร้างรูปการจิตสำนึกใหม่ เพื่อประโยชน์ของมวลประชาอย่างแท้จริง.


********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:แถลงการณ์ของวิสา คัญทัพ และไพจิตร อักษรณรงค์ เรื่อง นปช.แตก

แถลงการณ์ของวิสา คัญทัพ และไพจิตร อักษรณรงค์ เรื่อง นปช.แตก

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 กรกฎาคม 2554

หมายเหตุไทยอีนิวส์:วิ สา คัญทัพ และไพจิตร อักษรณรงค์ ส่งแถลงการณ์แจ้งว่า ทั้งสองไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับชินวัฒน์ หาบุญพาด เพื่อกดดันให้ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ลาออกจากรักษาการประธาน นปช.ตามที่ปรากฎเป็นข่าว ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

รายการข่าวเช้าของคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ รายงานข่าวอ้างอิงจากพาดหัวข่าวใหญ่ไทยรัฐเรื่อง นปช.แตก มีกลุ่มหนึ่งนำโดย คุณชินวัฒน์ หาบุญพาด และเพื่อนมิตรจำนวนหนึ่ง ต้องการเปลี่ยนการนำจาก อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ มาเป็น นายคณิน บุญสุวรรณ ผมฟังข่าวแล้วก็ตกใจ

เพราะ ในข่าวมีผมและคุณไพจิตร อักษรณรงค์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยมีชื่อร่วมอยู่ในกลุ่มของคุณชินวัฒน์ หาบุญพาด (ข่าวไทยรัฐระบุชื่อดังนี้ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์,ดร.ประแสง มงคลศิริ,พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์,นายวันชนะ เกิดดี,นายวิสา คัญทัพ และนางไพจิตร อักษรณรงค์)

ขอชี้แจงให้ทราบทั่วกันว่า ผมและคุณไพจิตรไปร่วมรับประทานอาหาร ณ ร้านแห่งหนึ่งแถวถนนวิภาวดีจริง ตามคำเชิญของคุณชินวัฒน์ หาบุญพาด เนื่องด้วยเป็นการเชิญจากเพื่อนมิตรที่เคยต่อสู้หลบหนีการไล่ล่ามาด้วยกัน ผู้เชิญไม่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใดๆ นอกจากบอกว่า มากินข้าวคุยกัน สังสรรค์กัน ผมถึงที่ร้านเวลาหกโมงเย็น จนถึงสองทุ่มก็ยังไม่มีใครมานอกจาก คุณชินวัฒน์ คุณประแสง และคุณไวพจน์

เนื่องจากผมและคุณไพจิตรมีนัด สำคัญอีกที่หนึ่งจึงขอลากลับก่อน การพูดคุยหารืออะไรกันหลังจากนั้น ผมและคุณไพจิตรจึงไม่เกี่ยวข้อง ไม่รู้เรื่องด้วย และไม่ได้รับทราบอะไร

ฉะนั้น ผมและคุณไพจิตรจึงขอปฏิเสธว่า เรามิได้ร่วมคิด ร่วมประชุม และร่วมสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประธาน นปช.ดังปรากฎเป็นข่าว จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน

********
ข่าวเกี่ยวเนื่องจากไทยรัฐ:แกนนำ นปช.แตกโพละ บีบปลด!เมียเหวงพ้นประธาน

แกน นำ นปช.แตกคอ แรมโบ้อีสาน รวมกลุ่มสายฮาร์ดคอร์ เสนอปลด “ธิดา” พ้นตำแหน่งกลางที่ประชุม อ้างไม่เป็นประชาธิปไตย ทำองค์กรแตกแยก เตรียมหนุน “คณิน บุญสุวรรณ” อดีต สสร.เข้าชิงตำแหน่งแทน จี้หากไม่ยอมรับข้อเสนอจะแยกตัว ทั้งยังเตือนพรรคเพื่อไทยอย่าตีกัน นปช. ไม่ให้ร่วมรัฐบาล ทั้งที่ได้รับเลือกตั้งเพราะคนเสื้อแดง...

จุด เปลี่ยนครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่ศูนย์เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ศูนย์การค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.นัดหมายสื่อมวลชนแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช.ได้นัดหมายแกนนำ นปช.ประชุมสรุปข้อมูลก่อนการแถลง ทั้งนี้ ได้มีรายงานข่าวว่า บรรยากาศการประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากแกนนำคนสำคัญสายฮาร์ดคอร์ส่วนหนึ่ง อาทิ นพ.ประแสง มงคลศิริ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน นางไพจิตร อักษรณรงค์ นายวิสา คัญทัพ นายวันชนะ เกิดดี ฯลฯ ได้ร่วมกันบอยคอตไม่เข้าประชุม ทั้งยังมอบหมายให้ตัวแทนกลุ่มคือ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ทำหน้าที่เข้าประชุมแทน

ทั้งนี้ นายชินวัฒน์ได้เสนอมติของกลุ่มต่อที่ประชุมว่า ขอให้นางธิดาลาออกจากตำแหน่งรักษาการประธาน นปช. นอกจากนี้ยังมีการเสนอปรับเปลี่ยนชื่อขององค์กร นปช.ใหม่เพื่อสลัดให้หลุดจากภาพลักษณ์ของความรุนแรง อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้นางธิดา ทำให้มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงระหว่างนางธิดาและนายชินวัฒน์ถึงขั้นทุบ โต๊ะ โดยนางธิดาชี้ว่าที่แกนนำออกจากคุกหรือกลับมาเมืองไทยได้นั้นเพราะการขับ เคลื่อนของตน ส่วนนายชินวัฒน์ก็เบรกว่าไม่ควรนำเรื่องนี้มาทวงบุญคุณ ซึ่งการถกเถียงไม่มีท่าทีสิ้นสุด แกนนำบางส่วนที่อยู่ในที่ประชุม เช่นนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ นายสมหวัง อักษราสี นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋งดอกจิก จึงเชิญนายชินวัฒน์ออกไปหารือนอกรอบ ที่ห้องรับประทานอาหาร

นาย ชินวัฒน์เผยว่า ไม่โกรธนางธิดา แต่จะไม่ละความพยายามที่จะขอให้มีการเปลี่ยนประธาน นปช.ใหม่ และเปลี่ยนชื่อองค์กร นปช.ด้วย โดยให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศเป็นคนตัดสิน เหตุผลเป็นเพราะนางธิดามักไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่น รวบอำนาจ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ทำให้มีปัญหากับคนเสื้อแดงกลุ่มย่อยๆหลายกลุ่ม รวมทั้งแกนนำหลายคนที่ทะเลาะกันถึงขั้นเจอหน้าไม่ยกมือไหว้ ต้องยอมรับว่าองค์กรของคนเสื้อแดงประกอบด้วยคนหลายกลุ่ม จะให้หันไปทิศทางเดียวกันคงไม่ได้ ต้องฟังความเห็นคนอื่นด้วย ที่สำคัญนางธิดาเป็นภรรยา นพ.เหวง โตจิราการ ซึ่งมีสถานภาพเป็นว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย ดังนั้นคนอาจจะมองว่าภรรยาอยู่ นปช. สามีอยู่เพื่อไทย ซึ่งไม่สมควร

“เมื่อ นปช.เรียกร้องประชาธิปไตยและต้านการสองมาตรฐานจะเดินหน้าต่ออย่างไร ถ้าคนที่จะก้าวมารับตำแหน่งไม่ได้มาจากเสียงคนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เสนอชื่อคนในกลุ่มเข้ามาแข่งกับนางธิดาแต่จะเสนอชื่อนาย คณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.แทน เพราะอนาคตของ นปช.จะไม่มีการเคลื่อนไหวตามท้องถนน แต่ ต้องทวงความยุติธรรมให้มวลชนที่เจ็บตาย จึงควรมีนักกฎหมายมาทำหน้าที่หัวเรือใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากนางธิดาไม่ยอมปรับเปลี่ยน ทางกลุ่มก็คงบอยคอตไม่ร่วมกิจกรรม แต่คงไม่ลาออกจาก นปช. เพียงแต่อาจจะแยกไปจัดกิจกรรมมวลชนของตัวเองตามภาคต่างๆ” แกนนำ นปช.กล่าว

นอก จากนี้นายชินวัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า ทางกลุ่มได้นัดหารือกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านวิภาวดี เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งมีแกนนำหลายคนเข้าร่วม ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่มักมีข่าวออกมาตลอดว่าจะ ไม่ให้แกนนำคนเสื้อแดง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เข้ามารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ จึงอยากฝากไปยังพรรคเพื่อไทย ว่า ที่ชนะการเลือกตั้งก็เพราะคนเสื้อแดง ก็ไม่ควรจะไปอายถ้ามีคนเสื้อแดงเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งทางกลุ่มจะรวมตัวกันไปหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

ขณะ เดียวกัน นางธิดากล่าวว่า ความจริงไม่ได้อยากมารับตำแหน่งนี้อยู่แล้ว แต่ที่ต้องรับเพราะไม่มีคน เนื่องจากช่วงนั้นแกนนำส่วนหนึ่งติดคุก อีกส่วนหนีออกนอกประเทศ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น น่าจะมาจากแกนนำสายฮาร์ดคอร์บางส่วนที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่ค่อยพอใจการนำของตน และหากจะให้กลับมาทำแบบเดิมๆคงยอมไม่ได้ อีกทั้งตั้งแต่มารับตำแหน่งก็ถูกโจมตีว่ามาทำเพื่อให้สามีออกจากคุกบ้าง มารักษาผล ประโยชน์ให้สามีที่สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยบ้าง ทั้งที่ ไม่จริง

นอก จากนี้ยังเคยมีปัญหากับแกนนำกลุ่มนี้ ในช่วงที่จัดงานชุมนุมรำลึก 1 ปี เหตุสลายชุมนุม 19 พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว ตนเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ จึงได้ขอมติที่ประชุม นปช.ไม่ให้แกนนำที่ลงสมัครเลือกตั้งทั้งหมด ขึ้นไปปรากฏตัวบนเวที แต่สุดท้ายก็มีคนขึ้นไปและบอกว่ามีมติได้ก็เปลี่ยนได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตนจะหารือกับนายจตุพรและแกนนำคนอื่นๆอีกครั้ง แต่ยืนยันไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งแต่เป็นห่วงขบวน ถ้าจะคิดง่ายๆแบบไม่รับผิดชอบด้วยการลาออกนั้นก็สามารถทำได้ แต่ปัญหาคือแล้วใครจะทำ

จากนั้นได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยนางธิดากล่าวว่า การนัดชุมนุมคนเสื้อแดงที่นัดหมายไว้ในวันที่ 10 ก.ค. ขอเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 17 ก.ค. โดยจะจัดเป็นกิจกรรมชื่อในรูปแบบคอนเสิร์ตประชาธิปไตย ที่สวนลุมพินี ใช้ชื่อว่า “เดินหน้าต่อไปต่อยอดดอกใบให้ ประชาธิปไตยเต็มต้น” นอกจากจะจัดกิจกรรมที่กรุงเทพฯแล้วก็จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตทุกภาคทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ และมีการเปิดโรงเรียน นปช.อีกครั้งด้วย

นายวรวุฒิกล่าวว่า ตนอยากเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลคดีความของคนเสื้อแดง ทำความจริงให้เปิดเผย ไม่ว่าใครจะผิด ทั้งคนเสื้อแดงหรือรัฐบาล และต้องเยียวยาสำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความเท่าเทียมกัน เช่น ถ้าคนเสื้อแดงติดคุก พันธมิตรฯก็ต้องติดคุกเหมือนกัน ให้คนเสื้อแดงได้รับการประกันถึงจะปรองดองได้และวันที่ 7 ก.ค. นปช.จะเดินทางไปยังศาลอาญาเพื่อยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ เราต้องให้พรรคเพื่อไทยทำงาน ส่วนหน้าที่ของ นปช.คือการช่วยเหลือและประคับประคองรัฐบาล

น้ำลดตอผุดคอป.สรุปชี้ชัดทหารฆ่าให้ลากขึ้นศาล DSIตกเป็นเครื่องมือมาร์ค-จี้ยุติขังลืมแดง-ค้านนิรโทษ

ที่มา Thai E-News

รายงานความคืบหน้า คอป ครั้งที่ 1

พอดีเห็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่าเรื่องปรองดองต้องปล่อยให้คอป.ทำ ความจริงเขาเคยสรุปเสนอต่อนายกฯอภิสิทธิ์ไปแล้ว แต่ชายคนนั้นเพิกเฉย...

เอกสารสรุปรายงานการสอบสวนของคอป.ที่นายอภิสิทธิ์เป็นคนตั้ง และสรุปเสนอต่อนายอภิสิทธิ์นั้น ไม่มีตอนใดเลยกล่าวถึงชายชุดดำว่าเป็นผู้สังหารเหยื่อ 10 เมษายน-19 พฤษภาคม 2553 แต่ได้ระบุชัดเจนว่า จากการตรวจสอบจนถึงขณะทำรายงานนี้พบว่าอย่างน้อย 13 ราย เกิดจาก การกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ แต่ก็ไม่มั่นใจระบบสอบสวนว่าถูกผู้มีอำนาจแทรกแซงหรือไม่เพราะไม่เคยมีการ ดำเนินคดีจึงควรนำทหารขึ้นศาลโดยเร็ว ส่วนDSIนั้นถูกตั้งข้อสังเกตว่าตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลขาดความเป็นกลาง ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง และศาลก็ไม่เข้าใจสถานการณ์จึงไม่ยอมให้ประกันตัว

แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังจะรอฟังผลสอบสวนอะไรอีกนานเท่าไหร่ ในเมื่อคอป.เคยมีข้อเสนอแล้วคือให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาก่อน ในระหว่างมีการพิจารณาคดี ที่สำคัญได้คัดค้านการนิรโทษกรรม(อ่านรายงานละเอียดด้านบน)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 กรกฎาคม 2554

1.เป็นที่ทราบกันดีว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยยอมรับแม้สักครั้งเดียวว่า ทหารภายใต้คำสั่งศอฉ.ที่เขารับผิดชอบสูงสุดเป็นผู้สังหารผู้ชุมนุมใน เหตุการณ์ 10 เมษายน -19 พฤษภาคม (ดูจากบันทึกเฟซบุ๊คทั้ง 8 ฉบับของ เขา และคำปราศรัยที่ราชประสงค์ 23 มิถุนายน 2554)และได้โยนให้ชายชุดดำเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร แต่ก็ไม่เคยปรากฎความคืบหน้าว่ามีการดำเนินคดีต่อชายชุดดำ

2.เอ่ยปากครั้งแรก"เสียใจ"แต่ไร้คำขอโทษ โยนให้เหยื่อสังหารโดนลูกหลง

ต่อ มาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นางคำจันทร์ แสงจันทร์ ชาวบ้าน อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ แม่ของเหยื่อ 1 ใน 92 ศพ ร่ำไห้เข้าสอบถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างไปหาเสียงใกล้บ้าน ว่าใครกันแน่ฆ่าลูกชาย ? โดยที่นายอภิสิทธิ์เอ่ยคำว่า"เสียใจ"เป็นครั้งแรกต่อเหยื่อสังหาร แต่ยังไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าคงตายเพราะโดนลูกหลง

หนังสือพิมพ์ ข่าวสดรายงานคำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่พูดกับแม่ของเหยื่อสังหารว่า

"ความจริงผมได้อ่านรายงานอยู่ แต่ไม่มีโอกาสได้มาพบ ใจของผมจริงๆ อยากมาพบ แต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหา เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงเขาก็ไม่อยากให้พบ เพราะเขามีปัญหากับผม มาวันนี้ก็ขอแสดงความเสียใจ ยืนยันได้ว่าสำหรับผมและรัฐบาล มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำ ให้คนไทยด้วยกันต้องมาเสียชีวิต เท่าที่ฟังผู้ตายน่าจะโดนลูกหลงมากกว่า เพราะ อาศัยอยู่ที่บ่อนไก่ ผมจะติดตามและเร่งรัด แต่จะให้ผมไปยุ่งกับการสอบมากไม่ได้ เพราะเดี๋ยวก็จะมากล่าว หาผมว่าไปสั่งอีกก็จะทำให้มันยาก แต่รับปากว่าจะตามเรื่องให้ เพราะเรื่องนี้ต้องค้นหาความจริงต่อเนื่องต่อไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

3.รายงานจากคอป.ซึ่งอภิสิทธิ์เป็นคนตั้งระบุอย่างน้อย13ศพฝีมือเจ้าหน้าที่ ไม่มีตอนไหนเอ่ยว่าเป็นฝีมือชายชุดดำ

รายงานอะไร? ที่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเขาได้อ่านอยู่

หนังสือเรียนนายกรัฐมนตรี เรื่องรายงานความคืบหน้า 6 เดือนแรก

คงจะเป็นรายงานของ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาข้อความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ที่ศ.คณิต ณ นคร เป็นประธาน และคอป.นี้นายอภิสิทธิ์แต่งตั้งมากับมือ ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด ที่คอป.284/2554ถึงนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 20 เมษายน 2554 รายงานความคืบหน้าของการสอบสวน

รายงานฉบับนี้(อ่านรายละเอียดหนังสือที่คอป.ส่งถึงนายกฯอภิสิทธิ์และรายละเอียดผลการสอบสวนที่ลิ้งค์ http://www.thaitruthcommission.org/thaitruth/Pages/result.aspx)

รายงานความคืบหน้า คอป ครั้งที่ 1

สาระสำคัญคือ คอป.รายงานเอกสารชุดนี้มีความยาว 134 หน้า ที่สำคัญคือหัวข้อที่3.4.4 ในหน้า 14 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ตรวจพบเบื้องต้นในขณะนี้คือ

(๑) มียอดผู้เสียชีวิตรวม ๙๒ ราย๑๓ โดยเสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๘๙ ราย เสียชีวิตที่จังหวัดอุดรธานี ๒ ราย และเสียชีวิตที่จังหวัดขอนแก่นอีก ๑ ราย

(๒) จากการตรวจสอบจนถึงขณะทำรายงานนี้พบว่าอย่างน้อย ๑๓ ราย เกิดจาก การกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ ซึ่งข้อนี้ตรงกับการสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ในเอกสารของคอป.ที่นายอภิสิทธิ์เป็นคนตั้ง และสรุปเสนอต่อนายอภิสิทธิ์เมื่อ 20 เมษายน 2554 ไม่มีตอนใดเลยกล่าวถึงชายชุดดำว่าเป็นผู้สังหารเหยื่อ10เมษายน-19พฤษภาคม 2553

ชี้รัฐแทรกแซงทั้งที่ชัดเจนทหารฆ่าแต่ยังไม่เคยดำเนินคดี

ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นที่นําไปสู่ความไม่มั่นใจในระบบการสอบ สวนว่าถูกแทรกแซงจากผู้มีอํานาจหรือไม่ ได้แก่ปัญหาจากกรณีที ่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๑๓ ราย มีข้อสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการกระทําของเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าปฏิบัติการตาม หน่าที่ แต่ยังไม่ปรากฏว่าได้มีการไต่สวนเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรมและดําเนินการให้เป็น ไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ วรรคสาม สี่ และห้า หน่วยงานที่เกี่่ยวข้อง จึงควรดําเนินการให้สอดคล้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่างเคร่ง ครัดโดยเร็ว เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย รวมทั งเจ้าหน้าที่แสดงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในศาล -รายงานสรุปถึงนายกรัฐมนตรีระยุในตอนหนึ่ง

เร่งปล่อยตัวผู้ต้องหา ชี้ศาลไม่เข้าใจสถานการณ์ เลยไม่ยอมให้ประกัน

คอป.ระบุในรายงานเหมือนที่เคยทำข้อเสนอต่อนายอภิสิทธิ์มาแล้วคือให้ปล่อยตัว ผู้ต้องหาชั่วคราว ซึ่งจนบัดนี้ศาลก็ไม่ปล่อยตัว แม้มีความพยายามยื่นประกันหลายรอบแล้ว ในรายงานสรุปจึงชี้ว่า
คอ ป.เห็นว่ารัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกํากับควบคุมการใช้อํานาจรัฐ ทุกฝ่ายพึงใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาด้วยความระมัดระวัง ไม่ตั้งข้อหากับ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมรุนแรงเกินสมควร ควรให้ความสําคัญกับการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของทุกฝ่าย ให้โอกาสในการต่อสู้คดีและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ต้องหา ซึ่่งต้องได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ ์และส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะศาลยุติธรรมได้รับข้อมูลที่ครบ ถ้วนและเป็นกลางเพื่อให้สามารถเข้าใจสถานการณ์ในภาพรวมได้อย่างรอบด้าน และมีข้อมูลที่เพียงพอในการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ระบุDSIมีปัญหาเรื่องวางตัวไม่เป็นกลาง เป็นเครื่องมือรัฐบาลมาร์ค


คอป.ระบุด้วยว่า
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่สํานักงานตํารวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องแสดงความเป็นกลางโดยยึดถือหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และระมัดระวังที่่จะไม่ทําให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นเครื่องมือของรัฐซึ่ง เป็นส่วนหนึ งของความขัดแย้ง

สรุปว่า นายอภิสิทธิ์ต้องเคยได้อ่านรายงานฉบับนี้ แล้วทำไมยังมาแก้ตัวโยนความผิดให้ชายชุดดำ มีเพียงแค่คำ ว่า"เสียใจ" แต่ยังไม่มีคำขอโทษใดๆ แบบนี้ไม่ใจจืดใจดำไปหน่อยหรือ?

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ควรฟัง คอป.ค้านนิรโทษกรรม เพราะไม่เกิดบทเรียน

ส่วนการที่รัฐบาลใหม่ของยิ่งลักษณ์บอกว่าจะให้คอป.ดำเนินการต่อไป และแสดงท่าทีว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยการนิรโทษกรรมนั้น คอป.สรุปเสนอแนะไว้ว่า

การเสนอให้มีการนิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องในสถานการณ์ความรุนแรง ทั้งๆที่่เกิดความสูญเสียอย่างมากมายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน การดําเนินการกับผู้ชุมนุมโดยใช้กระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทาง อาญาอย่างเคร่งครัดโดยไม่คํานึงถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่นํามาสู่ปัญหา การชุมนุมก็ดี ล้วนมิใช่แนวทาง ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างยั ่งยืน

คอป.เห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง คือการที่สังคมทราบความจริงถึงสภาพปัญหาที่ทําให้ประเทศของเราก้วมาถึงจุด นี้ และเรียนรู้ที่จะแสวงหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกัน จากประสบการณ์ของประเทศที่เกิดความขัดแย้งขนาดใหญ่ที่นํามาสู่ความรุนแรงใน ลักษณะเช่นนี้ จะให้ความสําคัญกับการนําเอา หลักความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional justice) มาใช้เป็นกลไกเสริมกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักซึ่่งมีข้อจํากัดในการจัดการ กับปัญหาความขัดแย้งที ่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้้

4.เอกสารทหาร2ฉบับมัดมาร์คแน่น โฆษณาชวนเชื่อขอใบอนุญาตฆ่า91ศพ รบเต็มอัตรากระสุนจริง-Sniper

นอก จากรายงานของคณะกรรมการที่อิสระเป็นกลาง(แต่นายอภิสิทธิ์เป็นคนตั้ง)อย่างคอ ป.แล้ว ลองอ่านเอกสาร 2 ฉบับของฝ่ายทหาร ก็จะแจ่มชัดขึ้น


เอกสารฉบับที่ 1 การปฏิบัติการข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อเพื่อออกใบอนุญาตฆ่า

ทำไมการสลายการชุมนุมคราวนี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก และสื่อกระแสหลักนำเสนอแต่ภาพเผาบ้านเผาเมือง ไฟไหม้ห้าง เผาโรงหนังสยาม(และคำบ่นว่า พวกเสื้อแดงเลวสมควรตาย)

คำตอบก็คือเพราะการทำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลและทหารได้ผลมีประสิทธิภาพ ดังรายงานดังต่อไปนี้จากฝ่ายทหารเอวง
พ.อ.บุญ รอด ศรีสมบัติ จากสถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง เขียนเปิดเผยปฏิบัติการข่าวสารของทหาร(IO)ช่วงนปช.ชุมนุม มี.ค.-พ.ค.2553 ว่า มีปฏิบัติการสำคัญคือ มุ่งทำให้ทีวีเสื้อแดงจอมืด ปิดเวบไซต์-วิทยุชุมชน เพิ่มความน่าสะพรึงกลัวชายชุดดำแฝงในที่ชุมนุม สร้างผังล้มเจ้าเชื่อมโยงผู้ชุมนุม ตัดต่อคลิปแกนนำมาเรียงภาพใหม่ว่าชี้นำให้เผาบ้านเผาเมือง ชี้ให้สังคมเห็นว่า สถานการณ์สุกงอมที่ต้องจัดการด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด สุดท้ายคือหาอาวุธมาแสดงว่ายึดได้จากผู้ชุมนุม และชี้ว่าทหารไม่มีการสังหารประชาชน

ผลสำเร็จคือประชาชนและสังคมสนับสนุนรัฐบาลให้ดำเนินมาตรการเฉียบขาดในการ จัดการต่อผู้ชุมนุมในที่สุด หลังการดำเนินการยังมีมีสาวๆกรี๊ดกร๊าดพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ตามเฟซบุ๊คว่าเป็น"ผู้ก่อการรัก"
โดยมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเสนาธิปัตย์ ปีที่ ๖๐ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๔ ( คลิ้กลิ้งค์เพื่ออ่านรายละเอียดต้นฉบับที่สมบูรณ์ http://www.cdsd-rta.net/images/stories/valasan/valasan%20y60%20b1%202554/AW-SP-69-81.pdf )

AW-SP-69-81

เอกสารฉบับที่ 2 ยุทธการกระชับวงล้อม 14-19 พ.ค.53 "มาร์ค"สั่งกระชับวงล้อมเพื่อ"ยุติ"ไม่ใช่"เจรจา" ยอมรับใช้กระสุนจริง และพลซุ่มยิงสไนเปอร์ รบเต็มอัตราศึก

บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ปีที่ 59 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม 2553 เป็นบทความที่เขียนขึ้นเพื่อประกอบการจัดทำ”เอกสารแนวทางในการปฏิบัติทาง ทหาร: กรณีศึกษาการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในเมือง” จากความริเริ่มของพล.ท.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เพื่อกำหนดบทบาทของกองทัพบกในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในเมืองรูปแบบใหม่
วารสารเสนาธิปัตย์ ฉบับที่ตีพิมพ์เรื่องนี้ ท่านสามารถอ่านบทความต้นฉบับนี้ได้ที่ลิ้งค์ http://www.cdsd-rta.net/images/stories/valasan/valasan%20y59%20b3%20year2553/lesson7.pdf

Lesson 7

โดยมีใจความสำคัญระบุตอนหนึ่งว่า

นโยบายรัฐบาลชัดเจนมาตลอดที่จะใช้มาตรการทางทหารกดดันม็อบกลุ่ม นปช. ความชัดเจนก็คือนโยบายกระชับวงล้อม เพื่อการยุติ การชุมนุมไม่ใช้การกระชับวงล้อมเพื่อเปิดการเจรจา ..และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ศอฉ.ในวันที่ 12 พฤษภาคม ให้ฝ่ายทหารเริ่มต้นปฏิบัติการตามแผนยุทธการที่ได้วางไว้

ยุทธการกระชับวงล้อมเมื่อ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 เป็นการปฏิบัติทางทหารเต็มรูปแบบ จึงเห็นได้ว่าภารกิจชัดเจน คือการกระชับวงล้อมด้วยกระสุนจริง จากกำลังหน่วยรบหลักของเหล่าทหารราบ เหล่าทหารม้า และหน่วยส่งกำลังทางอากาศ อย่างเช่น ร.31 รอ.ในภารกิจปฏิบัติการพิเศษ อาจเรียกได้ว่าเป็นการรบในเมืองที่ใช้อาวุธยุทธโธปกรณ์ทางทหารเต็มอัตราศึก ทั้งกำลัง อาวุธประจำกายที่ทันสมัย ชุดสไนปอร์ หน่วยยานเกราะ ซึ่งการปรับกำลังและการเปลี่ยนแปลงทางยุทธวิธีที่สำคัญครั้งนี้ก็เป็นผล สะท้อนจากบทเรียนเมื่อ 10 เมษายน พ.ศ.2553 นั่นเอง

ควรมีการศึกษาค้นหาตัวแบบที่เหมาะสมในการกำหนดพื้นที่ที่ใช้กระสุนจริง เพราะปัจจุบันยังไม่ทราบว่ามีประเทศใดในระดับนานาชาติที่ได้นำมาปฏิบัติใน การสลายการชุมนุมที่ได้รับการยอมรับ
**********
พึงระลึกว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ศอฉ.ในวันที่ 12 พฤษภาคม ให้ฝ่ายทหารเริ่มต้นปฏิบัติการตามแผนยุทธการที่ได้วางไว้ วันรุ่งขึ้นเกิดเหตุการณ์สไนเปอร์สังหารเสธ.แดง และการสังหารที่ชุมชนบ่อนไก่ และขยายวงลุกลามมาจบที่ 19 พฤษภาคม 2553

รายงานเชิงสอบสวน(Investigative news)ของไทยอีนิวส์ฉบับนี้ ไม่ขอจบลงด้วยบทสรุป หรือคำถามใดๆ ในเมื่อความจริงแต่ละบันทัด ชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว
********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

"ไก่อู"แสลงใจ91ศพห่วงโยนบาปทหารฆ่า-ยันชุดดำมีตัวตนจริง

-ข้อมูลมัดแน่นสังหารหมู่10เมษา-19พฤษภา ใครฆ่าเสธ.แดง ใครเหี้ย..มสังหารหมู่วัดปทุม ใครเผาCTW?



-เปิดคลิปจตุพรอภิปรายเอกสารลับDSIใครต้องรับผิดชอบความตาย 91 ศพ

-น้ำตาจรเข้เทพเทือกแหลที่ราชประสงค์ ผมเป็นคนสั่งการเองไม่เกี่ยวกับอภิสิทธิ์ หากผิดมาเอาผมเข้าคุกคนเดียว

-คลิป รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล ศูนย์สิทธิมนุษยชน ม.มหิดล วิเคราะห์1 ปี ความยุติธรรมที่หายไป

พลพรรคแดงภาคพื้นยุโรปเปิดแชมเปญฉลองชัย

ที่มา Thai E-News


โดย ประชาสัมพันธ์ นปช.ยุโรป

Mr.Robert Amsterdam ทนายความนปช. กับคณะนปช.เสื้อแดงยุโรป ( UDD THAI OF EOROPE )ร่วมกันลุ้นผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศเยอรมนี ทันทีที่ทราบผลชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ได้พร้อมเปิดแชมเปญฉลองชัยชนะอีกขั้นหนึ่งของคนเสื้อแดงที่นครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และกลางเมืองโคเปนฮาเก้น ประเทศเดนมาร์ก

เมื่อวัน อาทิตย์ที่ผ่านมาพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยในยุโรป ได้ร่วมกันเปิดแชมเปญฉลองชัยชนะของประชาชนที่ร่วมต่อสู้กันมากว่า4ปี ถึงแม้ว่า ฝ่ายประชาชนที่ยืนอยู่ข้างประชาธิปไตยจะยังไม่ได้อำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ก็ถือว่านี่คืออีกก้าวหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายเผด็จการอำนาจมืดในเมืองไทยและ ชาวโลกได้รับรู้ว่า สิ่งที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยต้องการคือ ให้พรรคที่ยืนอยู่ข้างประชาชนนั่นคือพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศ

และ นำพาประเทศเดินไปข้างหน้าเหมือนที่พรรคไทยรักไทยได้เคยทำมาแล้ว พี่น้องเสื้อแดงในต่างประเทศ ที่รวมตัวกันทั้งในภาคพื้นยุโรป และทวีปต่างๆในทั่วโลกได้แสดงพลังให้ฝ่ายเผด็จการในเมืองไทยได้เห็นแล้วว่า สิ่งที่พวกเค้าพยายามกดขี่ เอารัดเอาเปรียบประชาชนมาตลอดไม่สามารถทำได้อีกต่อไป แม้แต่การรัฐประหารเมื่อวันที่19กันยายน 2549 ล่วงเลยมากว่า4ปี ก็ไม่สามารถเอาชนะประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยได้

การสั่งสอนของประชาชนใน ครั้งนี้ จึงเป็นบทเรียนให้กับฝ่ายเผด็จการอำนาจมืดได้รับรู้ว่า ยิ่งคุณกดขี่ ทำร้ายเค้ามากเท่าไหร่ มันกลับทำให้พวกเรารวมพลังกันเหนี่ยวแน่นที่จะต่อสู้กับพวกคุณ

ฉนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายประชาธิปไตยในวันข้างหน้า ปฎิวัติ หรือ รัฐประหาร ? พวกเรายืนหยัดพร้อมที่จะจับมือกันออกมาต่อสู้กับพวกคุณต่อไป เพราะท้ายที่สุดแล้วชัยชำนะขั้นเด็ดขาดก็ต้องเป็นของประชาชนผู้แสวงหา ประชาธิปไตย

ทนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ระหว่างร่วมลุ้นผลเลือกตั้งกับนปช.ยุโรปที่ประเทศเยอรมนี


เสื้อแดงเดนมาร์คเปิดแชมเปญฉลองชัย

ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดที่นี่ www.thairedeu.com

*********

รวมภาพพลพรรคแดงเริงร่าฉลองชัยทั่วไทยทั่วโลก





จุดพลุฉลองชัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหลังทราบผลเลือกตั้ง3ก.ค.




จุดพลุฉลอง-คนเสื้อแดงนัดหมายฉลองชัยทั่ว ทั้งโลก โดยในต่างประเทศมีนัดหมายรวมพลลุ้นผลเลือกตั้งนับจากเวลาเที่ยงวันที่หลาย รัฐในอเมริกา ที่ยุโรปรวมตัวกันที่เยอรมนี ส่วนในไทยมีนัดหมายกันที่ทำการพรรคเพื่อไทย และฉลองที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงค่ำ รวมทั้งอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ เชียงใหม่ และทุกพื้นที่ทั่วไทย

เชียงใหม่ฉลองสุดเหวี่ยง
บรรยากาศเฉลิมฉลองชัยชนะของคนเสื้อแดงเชียงใหม่ที่อนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์

CHICAGO ,USA
ภาพ ชาวไทยในชิคาโก้ มลรัฐอิลลินอยส์ได้ออกมมาร่วมกันเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยแจ้งว่า เราชาวเสื้อแดงและผู้ร้กประชาธิปไตยยังคิดถึงพี่น้องของเราอีกจำนวนมากที่ ยังรอความยุติธรรมอยู่ในเรือนจำ และอีกจำนวนมากที่ได้รับความบาดเจ็บล้มตาย

"แม้ ว่าวันนี้พวกเราจะเฉลิมฉลอง แต่งานของผู้รักประชาธิปไตยยังต้องดำรงต่อไป เราจะต้องทำการรณรงค์ให้ปลดปล่อยนักโทษการเมื่องทั้งหมด คนเสื้อแดงจงสามัคคีกัน"

LA+SANDIEGO,USA.

พลพรรคเสื้อแดงปิดร้านฉลองชัยที่แอลเอ และฉลองยาวต่อในวันชาติสหรัฐฯ 4 กรกฎา

จยย.แดงชูธงนปช. พกตีนตบขี่เย้ยหน้าปชป.

หนังสือพิมพ์ข่าวสด รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ว่าหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ได้แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเดินทางกลับบ้านพักไปแล้ว ขณะที่บรรดาแกนนำพรรคบางส่วน เจ้าหน้าที่พรรค และสื่อมวลชนยังคงปักหลักอยู่ เพื่อรอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคที่มีข่าวว่าจะเดินทางเข้ามา นั้น ปรากฎว่าได้มีกลุ่มจักรยานยนต์พร้อมคนซ้อนท้าย รวมประมาณ 10 คัน สวมเสื้อสีแดงและถือธงแดง นปช. ป้ายพ่นสีแดงเบอร์ 1 และตีนตบ บีบแตรเสียงดังยาวแล่นมาบนถนนเศรษฐศิริ โดยเมื่อผ่านหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ส่งเสียงโห่ร้องและตะโกนคำ ว่าเบอร์ 1 เบอร์ 1 และเมื่อเคลื่อนผ่านไปสักพักหนึ่งก็ได้ย้อนกลับมาอีกรอบ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส.น.บางซื่อที่อยู่ประจำป้อม 2 นาย นั่งมองดูอยู่ด้วย

หนูแดงกับหนูสลิ่ม:เออ ก็ได้ กูโง่ แล้วยังไงหละ

ที่มา Thai E-News


สาบานก็ได้ว่า บทสนทนาต่อไปนี้เกิดขึ้นจริงๆ ตะเกี๊ยะนี้เอง

หนูสลิ่ม:ไง อารมณ์ดีมาแต่ไกลเชียว สมใจหละซี้พวกเผาบ้านเผาเมืองชนะนี่

หนูแดง:5555สะใจโว้ย สาแก่ใจจิงๆ นี่เมาฉลองมา2-3วันแล้ว เลยแวะมาสมน้ำหน้าเธอว์หน่อย ชิๆ

หนูสลิ่ม:หัวเราะเข้าไป เดี๋ยวได้หัวใจวายตาย ไม่ได้แช่งนะเนี่ย คอยดูเฮอะจะไปได้ซักกี่น้ำกันเชียว ใครก็ไม่รู้ยิ่งลักษณ์

หนูแดง:โคลนของทักษิณไง คริคริ

หนูสลิ่ม:ก็คงโกงคงชั่วไม่ต่างพี่เค๊าหร๊อก เลือกกันเข้ามาได้ พวกเห็นแก่เงิน ขี้ข้าเหลี่ยม

หนูแดง:อ้าว!ด่านี่หว่า ตรูเคยไปรับเงินเหลี่ยมเมื่อไหร่วะ รู้จักกันมาแต่เด็ก พูดซี้ซั้ว

ไม่ เห็นเหรอเวลาไปม็อบเราก็ขับรถไปเอง น้ำมันก็เติมเอง ข้าวน้ำหากินเอง พรรคพวกเจ็บตายมายังควักเงินไปบริจาคช่วยเขา ติดคุกกันมาก็หาเงินไปส่งข้าวส่งน้ำ

สู้มา 5 ปีหมดไปหลายแสน ทางจะทำมาหาได้หายไปอีกเป็นหลายล้าน มัวแต่สาละวนไปม็อบกับนั่งเฝ้าเวบเสื้อแดง ซักแดงเดียวไม่เคยได้นะจากทักษิณ หมิ่นน้ำใจเกินไปแล้ว ว่าแต่เธอว์เฮอะ ไปม็อบเหลืองมีข้าวกล่องเลี้ยงนี่ เห็นว่ามีแบงก์สีแดงสีม่วงอยู่ก้นกล่องโฟมด้วยไม่ใช่เหรอ..

หนูสลิ่ม:บ้า!บ้าน รวยโว้ย ก็ไม่ได้เหมือนกันแหละ ก็ไม่ได้ว่าเธอว์.. ว่าพวกบ้านนอกหนะ พวกคนเหนือคนอีสาน พวกลาวโง่ๆเห็นแก่เงิน ไม่มีอุดมการณ์

หนูแดง:เอ่า...เหมา ไปหรือเปล่า เออ ไม่ปฏิเสธหรอกว่าคงมีคนเลือกเพราะเงินมั่งแหละ แต่ดูดีๆพรรคไอ้ห้อยหมดตูดไปไม่รู้กี่ร้อยล้านพันล้าน สอบตกกราวรูดทางอีสาน ก็คนอีสานเค๊าไม่เอาหนะ เค๊าจะเอาเพื่อไทย แล้วอย่าบอกนะว่าทักษิณจ้างมาม็อบ เจ็บจริง ตายจริง ติดคุกจริง ไม่ได้ใช้สตั๊นต์แมน ไม่ได้ใช้สแตนด์อินนะโว้ย

หนูสลิ่ม:เห็น แก่เงินมันมีหลายแบบไง เห็นทักษิณเอาเงินกองทุนหมู่บ้านละล้านไปแจกก็ว่ามันดี ไม่รู้ตายอดตายอยากมาจากไหน โง้โง่! ไอ้เราก็เซ้งเซง ไม่รู้จะอยู่ยังไงเมืองไทย ยกให้ไอ้พวกเผาบ้านเผาเมือง เราหนีไปอยู่เมืองนอกดีกว่า

หนูแดง:ไปเลยไป ไปแล้วไม่ต้องกลับมานะ ชิ้วๆ

หนูสลิ่ม:แหม๊ ไล่ส่ง ไม่นึกจะรั้งกันไว้มั่ง

ก็ เบื่อหนะ จะเลือกอีกกี่สิบชาติก็แพ้พวกเหนือ อีสาน พวกลาว จนก็จน ภาษีจ่ายเข้าหลวงก็นิดเดียว ดูซิพวกเราคนกรุงเทพฯ ปักษ์ใต้ ระยอง ภาคตะวันออกที่รวยๆจ่ายภาษีเข้ารัฐตั้งเยอะแยะ เลี้ยงพวกโง่ๆ ให้พวกไอ้เหลี่ยมถลุงเล่น เลือกประชาธิปัตย์ไปยังไงแม่มก็แพ้พวกมัน เซงโว้ยยย

หนูแดง:แยกประเทศกันอยู่เลยป้ะ เบื่อเหมือนกันคำก็ลาวสองคำก็ลาว กูก็ลาวนะเมิง

หนูสลิ่ม:ลาวแล้วมัยมีแซ่วะเธอว์

หนูแดง:เจ๊กปนลาวไง เธอว์ด่ามานี่โดนครึ่งนึงเลยนะ โกรธนะเว้ย แบ่งประเทศกันอยู่

หนูสลิ่ม:บ้าสิ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร แบ่งแยกมิได้ ทำพูดดีไป

หนูแดง:งั้นเอาแบบสวิสเซอร์แลนด์มั๊ย..

หนูสลิ่ม:ป๊าด เป็นเสื้อแดงนี่มีปัญญาไปเที่ยวสวิสกับเค๊าเหรอ

หนูแดง:ไม่ ใช่ขี้ๆนะเว้ยเฮ้ยไปมาหมดแหละ สวิส ฝรั่งเศส ออสเตรีย รัสเซีย ยุโรป แล้วคนเสื้อแดงก็ไม่ได้มีแต่คนบ้านนอกนะ อยู่เมืองนอกเมืองนา ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่นเยอะแยะ หัดเปิดหูเปิดตาดูซะมั่ง

คือที่สวิสเซอร์ แลนด์นะ มันมีหลายเชื้อชาติหลายภาษา ทางเหนือก็พวกเชื้อสายและพูดภาษาเยอรมัน พวกทางใต้คนฝรั่งเศส ขอบๆกลางๆพวกอิตาเลียน แต่ก่อนเลือกตั้งทีไรก็แพ้พวกเยอรมัน เพราะพวกเชื้อสายเยอรมันมีคนมากกว่า เลยได้รบกันตายห่า ที่เหลือก็กลายเป็นชนกลุ่มน้อย เอาไปเอามาเขาเลยมาตกลงกันว่า งั้นปฏิรูปการปกครองใหม่

หนูสลิ่ม:ยังไง..

หนูแดง:ก็ ไม่เอาระบบเลือกตั้งเหมาโหลแบบที่เมืองไทยทำอยู่เวลานี้ แต่ให้แยกเป็นโซนๆไป เรียกว่าเป็นรัฐเป็นแคว้น แล้วก็ให้แต่ละแคว้นเลือกตั้งผู้บริหารของตนเอง ทีนี้คนทางใต้ก็ได้ผู้บริหารเป็นพวกฝรั่งเศสเหมือนตัวเองสมใจ พวกภาคกลางหรือขอบๆก็ได้ไอ้เลี่ยนด้วยกันไปปกครอง ทางเหนืออีสานก็ได้เยอรมันด้วยกันบริหาร

แต่เขาก็ยังมีรัฐบาลกลางนะ ก็หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาเป็นนายกรัฐมนตรี มันก็เลิกวุ่นวาย บ้านเมืองเขาก็เจริญก้าวหน้า มีแต่คนอยากแห่ไปเที่ยว ไปไหมหละจะพาไปฉลองเพื่อไทยชนะ วิปปี๊

หนูสลิ่ม:แหยะ...ไปทำไมสวิส ไม่บินไปหาพ่อเหลี่ยมที่ดูไบซะเลย เห็นชื่นชมนักนี่ แต่ว่าไปก็ดีนะถ้าได้แบบสวิสนะ

หนูแดง:ก็ ดีสิ ปักษ์ใต้บ้านเราก็ได้พรรคแมลงสาบปกครอง ทางเมืองชลคนภาคตะวันออกก็ยกให้ลูกกำนันเป๊าะ สุพรรณกับภาคกลางยกให้บรรหารไป บุรีรัมย์อีสานใต้ก็ยกไอ้ห้อย ที่อุบลก็เสร็จไอ้รัฐมนตรีปลากระป๋องเน่า ทางเหนือยกให้เจ้ามูลเมือง

หนูสลิ่ม:แล้วกรุงเทพฯ...

หนูแดง:จะ ไปยากอะไร ยกให้ไอ้เสี่ยอ่างไปสิ แต่หากมันอยากเป็นฝ่ายค้านดีนักก็ยกให้ไอ้หล่อใหญ่หล่อเล็ก หรือเจ๊กลิ้มจะซอยย่อยเขตพระนครชั้นในบวกกับเยาวราชและโรงงิ้วก็ให้ไอ้ห่า ลากนี่เอาไป

พูดง่ายๆว่าท้องถิ่นไหน ภาคไหน อยากได้แบบไหน เชิญตามสะดวกก็เลือกกันไป ก็...จัดไป!

หนูสลิ่ม:ดีหวะ งั้นเมืองไทยก็น่าอยู่นะ เพราะหากเลือกตั้งเหมาโหลแบบเดิมหละเหนื่อยใจปวดตับโคตรๆยังไงก็สู้ไอ้พวกลาวไม่ได้หรอก

หนูแดง:คำ ก็ลาวสองคำก็ลาว ทีตัวเองเป็นเจ๊ก รุ่นก๋งเสื่อผืนหมอนใบมาไม่เคยมีใครเขาว่านะ ก็หากอยากสู้ให้ชนะก็ไม่ยาก บอกพวกเจ๊กไปสิว่าอย่าทำหมัน มีลูกทีเป็นครอก ครอกละโหลแบบรุ่นก๋งนะ แต่กว่าจะตามทันคนเหนือคนอีสานก็อีก 3 เจเนเรอชั่น รอไหวไหมจ๊ะ...

หนูสลิ่ม:รอ ไม่ไหวอ่ะ นี่ก็แทบขาดใจอยู่แล้ว แค่นึกว่าจ่ายภาษีไปให้น้องสาวไอ้เหลี่ยมไปถลุงเล่น แล้วพวกลาวหน้าโง่เอาไปผลาญนะก็ปวดตับจะแย่อยู่แร๊ะ...เอาแบบสวิสเซอร์แลนด์ เหอะ เค๊าเรียกว่าอะไรนะที่แบ่งเขตปกครองเป็นโซนๆแบบนี้ เรียกว่ากระจายอำนาจสู่ภูมิภาค กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นใช่ป่ะ...เร่งๆทำเลย

หนูแดง:เค๊าเรียกสหพันธรัฐ หรือ เฟดเดอเรเชิ่น ชื่อเต็มๆเค๊าหนะ สหพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์

หนูสลิ่ม:อ้าว!ไม่ ใช่ราชอาณาจักรหรอกเหรอ งั้นไม่เอานะ ต้องเป็นราชอาณาจักรเท่านั้น แผ่นดินไทยต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใครจะแบ่งแยกมิได้ ผิดกฎหมายทำลายชาติ บูรพกษัตริย์อุตส่าห์แลกเนื้อแลกชีวิตอุทิศเป็นชาติพลีมา

หนูแดง:พอๆ เวทีสะพานมัฆวานเค๊าเลิกไปหลายวันแล้ว ยังจะมาคลั่งอะไรกันอีก...แล้วบูรพกษัตริย์ของพวกลื้อ พวกไอ้เจ๊กลิ้มก็ต้องเป็นพระเจ้าเหี้ยนเต้ หรือไม่ก็เฉียนหลงฮ่องเต้ ซูสีไทเฮา อย่ามามั่ว..

หนูสลิ่ม:แล้วหากทำแบบสวิส จะเอาในหลวงท่านไปไว้ไหน

หนูแดง:ไอ้ บ้านี่ก็ถามแบบเดียวกับหม่อมคึกฤทธิ์เลยเว้ย จะเอาไปไว้ไหนเล๊า.. ก็เอาไว้ที่เดิมหนะแหละ ท่านอยู่ยังไงก็ยังงั้นแหละ ไม่เห็นจะเกี่ยวกัน

หนูสลิ่ม:เอ้า ก็เกี่ยวสิ มันไม่ใช่ระบบปกครองแบบราชอาณาจักรแล้วนี่ เป็นสหพันธรัฐหนะ แบบนี้เนียนมาหาเรื่องล้มเลิกสถาบันนะเนี่ย รู้ทันนะเว้ย..

หนูแดง:ไม่ได้โล้มมมม โอ๊ย!พูดไม่รู้ฟัง

สถาบัน ก็มีเหมือนเดิมหนะแหละ แต่ระบบปกครองแบบสวิสฯเนี่ย ฟังให้ดีๆนะ มันจะได้เก้ไขปัญหาที่พวกเธอว์ เอ่อ พวกสลิ่มหนะนะ กำลังขุ่นข้องหมองใจ ชอบอ้างว่าตัวเองฉลาดกว่าใคร รวยกว่าใครเสียภาษีกว่าใคร ต่อไปก็เก็บเอาไว้เลยสิภาษี อยากกองไว้ที่กรุงเทพฯ ที่ระยอง ที่นครฯก็กองไว้ ไม่ต้องส่งไปพัฒนาภาคหนือ ภาคอีสาน คนทางโน้นเค๊าก็เลือกคนของเค๊า เค๊าก็เอาภาษีเค๊าพัฒนาบ้านเค๊า จะได้ยุติลำเลิกซะที...เบื่อหวะ

หนูสลิ่ม:ไม่ยอม ขอเป็นราชอาณาจักรเหมือนเดิม แต่ขอไม่ส่งภาษีไปเลี้ยงไปอุ้มไอ้พวกโง่

หนูแดง:เอ๊า จะได้ยังไง ก็มันเป็นราชอาณาจักรอ่ะ ไหนว่าแบ่งแยกมิได้ นี่เสือกจะมาแบ่งเองนิหว่า เอาแบบสวิสฯเหอะ น้ะๆ

หนูสลิ่ม:ไม่ เอา อย่ามาเนียนเลย จะล้มล้างหละไม่ว่า เดี๋ยวไปแจ้งDSIมาจับข้อหาหมิ่น แถมข้อหากบฎแบ่งแยกดินแดนซะเลย ยิงเป้าปุๆๆ แผ่นดินจะได้สูงขึ้น อยู่ดีไม่ว่าดีไปเป็นพวกล้มเจ้า

หนูแดง:กรำ!!!แล้วจะเอาไง๊

หนูสลิ่ม:ช่างแม่มเหอะ คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเองแหละ จะอะไรกัน พรุ่งนี้ก็เช้าแร๊ะ

หนูแดง:คริคริ จบข่าว

หนูสลิ่ม:ยังๆๆยังไม่จบ มีต่อภาคสองแน่งานนี้ อย่าเหลิงๆขอร้อง

Wednesday, July 6, 2011

เพื่อไทยประชุมทีมเศรษฐกิจ

ที่มา Voice TV



Voice News วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 (12.00 น.)
-เพื่อไทยประชุมทีมเศรษฐกิจ
-DSI ให้ นปช.เลื่อน รับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่น
-บราซิลจัดเทศกาลชิมเบียร์ประจำปี

เพื่อไทยประชุมทีมเศรษฐกิจ
พรรคเพื่อไทย เตรียมประกาศ 6 ภารกิจเร่งด่วน หลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง และเดินหน้าแผนปรองดอง พร้อม ปฏิเสธ กระแสข่าวการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นทูตการค้า


DSI ให้ นปช.เลื่อน รับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่น
พนักงานสอบสวน คดีความผิดต่อความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ อนุญาติให้แกนนำ นปช. 19 คน เลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 กรกฎาคม ออกไปก่อน

บราซิลจัดเทศกาลชิมเบียร์ประจำปี
อุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ในประเทศบราซิลกำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนมีการจัด International Exhibition of Beer Technology เป็นปีที่ 11

ยิ่งลักษณ์” ไม่ปิดกันแดงเป็น รมต.

ที่มา thaifreenews

โดย Yang Wenli



“ยิ่งลักษณ์” ไม่ปิดกันแดงเป็น รมต. มั่นใจลูกพรรค-แกนนำแดงหวังดีต่อประเทศ เผยคุณสมบัติ รมต.ต้องทำงานได้ทันที

วันนี้ (6 ก.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง ให้สัมภาษณ์ถึง ความชัดเจนในการจัด ครม. “ยิ่งลักษณ์ 1” ว่า จะชัดเจนหลังจาก กกต.ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ ส่วนข่าวที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทยล็อค 4 กระทรวงหลัก ไว้ดูแลเองนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ใช่ทั้งหมด ยังไม่ได้คุยกัน เพราะเร็วเกินไป ส่วนบุคคลที่จะเข้ามาเป็น รมว.กลาโหม นั้น ยังไม่ได้มองใครไว้ในใจ แต่ที่สำคัญต้องเป็นคนที่ทำงานได้ และทำงานร่วมกับกองทัพได้

เมื่อ ถามถึง รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จะใช้คนใน หรือคนนอกพรรค เข้ามาทำงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดตรงนั้น เพราะอยู่ในช่วงการพิจารณา เราจะพิจารณาทั้งคนใน และไม่ปิดโอกาสสำหรับคนนอกที่มีความรู้ความสามารถ เพราะอยากได้คนที่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจมาบริหารประเทศ เนื่องจากเป้าหมายคือ อยากให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้า สำหรับคุณสมบัติของ รมว.ต่างประเทศ จะต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจ และพูดคุยกับข้าราชการได้ ที่สำคัญต้องสามารถเจรจาเรื่องความสัมพันธ์ และเป็นที่ยอมรับของทุกประเทศ เพราะตำแหน่งนี้จะต้องเป็นคนพูดคุยกับแต่ละประเทศให้เกิดการยอมรับ

เมื่อ ถามย้ำว่า ในส่วนของคนเสื้อแดง น่าจะมีส่วนเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เพื่อตอบแทนการช่วยงานของพรรคในช่วงที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอย้ำว่าผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถตรงกับงาน เราไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นใคร วันนี้จะต้องทำงาน และมีผลงานชัดเจน เพราะเราเสียเวลาไปมากแล้ว ดังนั้น การจัด ครม.จะต้องจัดแล้วทำงานได้ทันที

เมื่อถามว่า หากไม่มีตัวแทนคนเสื้อแดงเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เกรงว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมตามมาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีความหวังดีกับประเทศ ถ้าเราเลือกรัฐมนตรีตามคุณสมบัติที่มีความรู้ ความสามารถ ก็เชื่อว่าทุกคนจะยอมรับ

เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือว่ามีคุณสมบัติตรงกับเนื้องานหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นตำแหน่งไหน ร.ต.อ.เฉลิม ก็ถือเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ แต่ไม่อยากให้ถามเป็นรายบุคคล เพราะจะตอบยาก ขอให้รอเวลาอีกนิด

เมื่อ ถามว่า รายชื่อ ครม.ที่ปรากฏทางหน้าสื่อขณะนี้ ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ฟอร์ม ครม.เลย อย่างไรก็ตาม ตนก็ได้ฟังความเห็นที่หลายคนส่งมาให้บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องดี ตนจะรับความเห็นไว้เป็นข้อมูล และคงจะดำเนินการหลังจากที่วางกรอบนโยบายใหญ่เรียบร้อยแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ตนได้รับ และอ่านหนังสือแสดงความยินดีจากรัฐบาลกัมพูชาแล้ว เป็นการแสดงความยินดีทางการทูต และยอมรับผลการเลือกตั้ง.

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=8&contentID=149400

โฉมหน้า-โควตารัฐบาล "ทักษิณ" เพื่อนแท้-งูเห่า-กองทัพ ร่วมหุ้นส่วน "ยิ่งลักษณ์ 1"

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ



วิเคราะห์




คณะรัฐมนตรีคณะที่ 60 ถูกจัดเสร็จแทบจะทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้ง

เสียง ของ "ทักษิณ ชินวัตร" ดังก้องข้ามโลกทะเลทราย-สายตรงถึงหู "บรรหาร ศิลปอาชา-สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" และ สนธยา คุณปลื้ม ตั้งแต่ผลเอ็กซิตโพลโผล่หน้าจอโทรทัศน์

หน้าฉากการจัดรัฐบาล มาเร็ว-จบเร็ว ด้วยจำนวน 4 พรรค+1 เสียงของพรรคมหาชน รวม 299 เสียง ล้วนมาจากการ "ดีล" ของ "ทักษิณ"

หลัง ฉากจะมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์-นายเสนาะ เทียนทอง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เดินสายใต้ดินไว้ล่วงหน้า

แกนนำพรรคเพื่อไทยอธิบาย ปรากฏการณ์-องคาพยพของรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ 1" ว่า ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริงในการเรียงชื่อพรรค-จัดโผคณะรัฐมนตรี ไม่มีใครกล้าทาบรัศมีกับ "ทักษิณ"

กุนซือ-ที่ปรึกษา-ขุนพล-วัวงาน ที่เคยปฏิบัติการให้ "ทักษิณ" ทั้งใต้ดิน-บนดิน ต้องยุติบทบาทชั่วคราว เพื่อให้ถนน ทุกสาย ทุกโครงสร้างอำนาจ วิ่งไปที่ "ทักษิณ" คนเดียว

หลัก การจัดรัฐบาล-โผรายชื่อคณะรัฐมนตรี ถูกส่งสัญญาณให้พรรค ชาติไทยพัฒนา ฝ่าย "นายบรรหาร ศิลปอาชา" และพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ฝ่ายของ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และพรรคพลังชลของฝ่าย นายสนธยา คุณปลื้ม รับไปปฏิบัติการ มี 3 ข้อ

ข้อแรก สัดส่วน-โควตารัฐมนตรี อยู่ในเกณฑ์ ส.ส. 9-10 คน ต่อตำแหน่งรัฐมนตรี 1 คน

ข้อสอง พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ทั้งพรรคฝ่าย "บรรหาร" และฝ่าย "สุวัจน์" อาจไม่ได้กระทรวงเดิม

ข้อสาม โควตารัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจ เป็นของพรรคแกนนำ

ตัวเลข-ภาพคณะรัฐมนตรี 4 พรรค+ 1 เสียงมหาชน จึงถูกแบ่งเป็นโควตาฝ่าย "ทักษิณ" ประมาณ 30 เก้าอี้ จากจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 265 เสียง

ที่เหลืออีก 5 เก้าอี้ จัดสรรให้พรรคร่วมตามหลักการ "ให้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเล็กหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงใหญ่"

แบ่ง ให้พรรคฝ่าย "บรรหาร" ที่ได้จำนวน ส.ส.เข้าสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 19 เสียง ได้ตำแหน่งอย่างน้อย 2 ที่นั่ง และเผื่อตำแหน่งไว้ต่อรองได้ 1 ที่นั่ง

โควตาพรรคฝ่าย "สุวัจน์" ที่ได้ ส.ส. 9 เสียง ได้เก้าอี้รัฐมนตรี 1 ที่นั่ง

โควตาพรรคพลังชล ของฝ่าย "สนธยา" ได้ 1 ที่นั่ง จากจำนวน ส.ส. 7 เสียง

คน ใกล้ชิด "ทักษิณ" บอกว่าการจัดรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" จบในเวลาอันรวดเร็ว เพราะเพื่อไทยได้เสียงเกิน กึ่งหนึ่ง ทำให้ 3 พรรคร่วมที่ดีลไว้ ล่วงหน้า ไม่กล้าต่อรอง

เหตุผลที่ 3 พรรค 3 เซียนการเมือง ทั้ง "บรรหาร-สุวัจน์-สนธยา" ไม่กล้า ต่อรอง เพราะกุนซือ-พี่เลี้ยงฝ่ายเพื่อไทย ยังมี 20 เสียงงูเห่า ในฝ่าย "ภูมิใจไทย" ในสายของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไว้เป็น "ไพ่ตาย" ในมือ

ในรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ 1" จึงยังไม่มีชื่อ "งูเห่า-ภูมิใจไทย" เข้าประจำการ

ไพ่และงูเห่าภูมิใจไทย จะถูกหยิบมาเล่นกลการเมือง ในขั้นตอนต่อไป ต่างกรรม-ต่างวาระ

แผนการใช้ "ตัวสำรอง-บริการเสริม" จะถูกใช้ในยามโหวตกฎหมายและวาระที่จำเป็น-เร่งด่วน

วาระ แรก หากเสียงในสภาผู้แทนฯ ขาด-เหลือ รัฐบาลก็จะทดสอบการใช้บริการเสริมจาก "กลุ่มสมศักดิ์" ที่สแตนด์บายรอให้บริการด้วยความยินดียิ่ง

วาระถัด ไป หากพวก "งูเห่า" เข้า ให้บริการเสริม ลงมือ โหวตไปใน ทิศทางเดียวกับรัฐบาลก็จะถูกขับออก จาก "ภูมิใจไทย" และไปสังกัด "กลุ่มมัชฌิมา" ที่ตั้งหลักรอไว้แล้วล่วงหน้า

วาระที่รัฐบาล 299 เสียง อาจต้องใช้บริการ "งูเห่า" ก่อนเวลาอันควร คือวาระ "ใบแดง-อันตราย" ที่อาจถูกสั่งตายมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่งตรงถึงฝ่ายรัฐบาล ประมาณ 20 ใบ

หากสมมติฐานพรรคตัวการ รวมกับ 4 พรรคร่วม มีตัวเลขฐาน 299 เสียง แบ่งไปเป็นรัฐมนตรี 35 เสียง บวกกับใบแดง 20 เสียง

ทำให้เสียงของ "งูเห่า" สำคัญและจำเป็นมากยิ่งขึ้น เพราะเสียงของฝ่ายรัฐบาล จะต่ำกว่าขั้น "ปริ่มน้ำ" ทันที

หากสมมติฐานการเมือง "ชุดใบแดง" เกิดขึ้นเร็ว ฝ่ายเพื่อไทยจะต้องพิจารณารับ "งูเห่า" ไว้ร่วมวง เป็นวาระเร่งด่วน

บริการของ "สมศักดิ์" จึงต้องสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนสถานะจากกลุ่มบริการเสริม เป็นบริการหลัก ในรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ 2"

โฉม หน้า-โควตา คณะรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ 1" นอกจากมีหุ้นสามัญจาก 4 พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ยังต้องแบ่งโควตาให้กับ "หุ้นผู้มีอุปการคุณ" อีกอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง

เป็นตำแหน่งที่ทุกโครงสร้างอำนาจ ทั้งใน-นอกสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าจับตา ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง

ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ของกองทัพ จึงถูกเอ่ยถึงทั้งในเพื่อไทยและในบ้านใหญ่ที่นครดูไบ

โควตา "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม" จึงถูกจัดอยู่ในตาราง "หุ้นผู้มีอุปการคุณ" ที่มีเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า ว่าฝ่าย "กองทัพและเครือข่าย" เป็นฝ่ายจัดหามานำเสนอ

เสียงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ให้ความหมายว่า "พรรคการเมืองไหนชนะการเลือกตั้ง ก็ควรได้จัดตั้งรัฐบาลและให้คำมั่นว่ากองทัพจะไม่ยุ่งในการจัดตั้งรัฐบาล" ถูก "ทักษิณ" ตีความว่าเป็น "สัญญาณบวก"

รวมกับสัญญาณคณะกรรมการ อิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ที่มีท่าที "ตอบรับ" ข้อความที่ "ทักษิณ" ส่งผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ทุกช่อง ทำนองว่า ยินดีใช้บริการ

ยิ่งทำให้การเดินหน้าของรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ 1" รุดหน้ารวดเร็ว

ที่ เหลือคือการจัดโฉมหน้า-ทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่ "ทักษิณ" เลือกชื่อไว้ในมือ แบบนอนมา อาทิ นายโอฬาร ไชยประวัติ-นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์-นายพิชัย นริพทะพันธ์

โฉมหน้าทีมรองนายกรัฐมนตรีด้าน ความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเป็นภาพของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก

โควตารัฐมนตรี-สายเสื้อแดง อยู่ในมือของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช.

ตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีแกนนำ 2 ราย อยู่ในข่ายใกล้เก้าอี้ที่สุด คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ นายอภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

จากนี้ไป 299 เสียง คือ ฉันทานุมัติให้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้เงาและเสียงของ "ทักษิณ ชินวัตร" อีกครั้ง




ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เจาะโผรัฐมนตรีศก.เพื่อไทย "โอฬาร"รองนายกฯ-"พิชัย"พลังงาน "สุชาติ"คลัง "สันติ"คมนาคม

เกจิดังลพบุรีฟันธง! ดวง"ยิ่งลักษณ์"เป็นนายกฯอายุถึง 60 ปี เชื่อพาชาติพ้นวิกฤต ไม่มีใครกล้าปฏิวัติ

ที่มา มติชน



ก่อนหน้านี้ "มติชนออนไลน์" ได้สัมภาษณ์พิเศษ "พระครูวิจิตรสุธาราม หรือพระอาจารย์นวย เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม (วัดค้างคาว) ต.บางขาม อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองลพบุรีที่หลายต่อหลายคนรู้จัก และศรัทธาในความสามารถของท่าน ที่ทำนายทายทักเหตุการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองได้อย่างแม่นยำ อย่างกับตาเห็นก็ว่าได้


โดย เฉพาะ การทำนายดวงของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ก่อนการเลือกตั้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ร้อยเปอร์เซ็นต์และจะได้เป็นถึง 2 สมัย นอกจากนี้ยังทำนายอีกว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เสียงเกินครึ่ง คือ 250 เสียง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะได้เสียงไม่ถึง 200 เสียง ทำให้คำทำนายของพระอาจารย์นวยเป็นจริงอย่างที่ทำนายไว้ตั้งแต่แรก


สอด คล้องกับ "โหรเนวิน" ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้ง ได้ส.ส.เพียง 160 เสียง และนายอภิสิทธิ์จะต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ที่ไม่ใช่แค่การสร้างพื้นที่สื่ออย่างที่หลายฝ่ายออกมาตอบกลับแต่อย่างใด

นอกจากนี้ พระอาจารย์นวย เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร มีพลังในตัวสูงถึงระดับ 19 เทียบเท่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ซึ่งเลข 19 ในทางโหราศาสตร์ถือเป็นเลขที่ดี เป็นเลขจักพรรดิ์ ขณะที่ดวงของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ไม่ค่อยดี จะสู้กับใครก็แพ้หมด และแพ้การเลือกตั้ง ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค และเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อจะสู้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ได้ในสมัยหน้า พร้อมกับแนะนำให้นายอภิสิทธิ์เปลี่ยนชื่อด้วย ต้องเอาตัวอักขระผู้ชนะใส่เข้าไป แถมเหน็บแนมด้วยว่า นายอภิสิทธิ์คงไม่เชื่อหรอก เขาไม่เชื่อตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว


จนถึงขณะนี้ ผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว แม้คณะกรรมการการเลือกตั้งจะยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทาง การก็ตาม คงไม่มีคำทำนายไหนมาลบคำทำนายของพระอารย์นวยได้ แต่ภายหลังจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปแล้วนั้น ยังเป็นที่น่าสนใจของหลายๆ คนอยู่ไม่น้อย


พระ อาจารย์นวย แห่งวัดค้างคาว ได้ให้สัมภาษณ์กับ "มติชนออนไลน์" อีกครั้ง ภายหลังการเลือกตั้งพึ่งผ่านพ้นไปไม่นาน โดยพระอาจารย์นวยกล่าวว่า ดวง ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังดีมาโดยตลอด ทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง เมื่อดวงของคนจะได้เป็นนายกฯ ยังไงแล้วก็จะต้องได้เป็นนายกฯ ยิ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ดวงอ่อนอย่างนายอภิสิทธิ์ เนื่องจากว่าดวงของความเป็นผู้นำไม่ดี ก็เลยทำให้มั่นใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้ทำนายไว้ตั้งแต่แรก

ขณะเดียวกัน พระอาจารย์นวยเชื่อว่า ความ เป็นผู้หญิงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะพาประเทศฝ่าฟันอุปสรรค ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตของประเทศชาติไปได้ การค้า เศรษฐกิจ การลงทุนจะดี และลักษณะการทำงานที่อ่อนช้อย สุขุม นุ่มนวล เก่งกล้าสามารถ กล้าตัดสินใจ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะช่วยบ้านเมืองไว้ได้ และช่วยหาหนทางทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข และในระหว่างการเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะไม่มีใครอาฆาต หรือกล้าทำร้ายด้วย ที่สำคัญก็คือ ไม่มีใครกล้าปฏิวัติด้วย

นอก จากนี้ ดวงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สามารถทำงานได้ก็เนื่องจากว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีเทพคุ้มครอง จากนี้ไปก็จะมีแต่คนนับถือ มีแต่คนเห็นด้วยกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั่วโลกจะเชื่อถือ ซึ่งจะสังเกตุเห็นได้ว่า สมาชิกในพรรคเพื่อไทยแม้แต่ระดับพระกาฬ ยังต้องยอมให้กับอำนาจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมถึงลูกพรรคคนอื่นๆ ก็ยังเกิดการยอมรับในความเป็นผู้นำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในทั้งๆ ที่พึ่งเข้ามาเล่นการเมือง และด้วยบารมีตรงนี้ก็จะทำให้การเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างราบรื่น


เมื่อ ดูลักษณะสังคมไทยอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้หญิงจะเป็นใหญ่อยู่แล้ว สามีไม่กล้าแข็งข้อกับภรรยา เพราะกลัวได้นอนบ้านเช่า (หัวเราะ) และในสมัยนี้ก็น้อยนักที่ผู้หญิงจะยอมผู้ชาย เมื่อสังคมมีความเท่าเทียมกัน ความเป็นผู้นำของผู้หญิงก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดี ต่างจากนายอภิสิทธิ์ ที่ชอบโจมตีในระหว่างการหาเสียง ยิ่งเป็นการโจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้หญิงแล้ว ก็ทำให้คนมองว่าไม่ดี ก็ไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นายอภิสิทธิ์แพ้ มากกว่านั้นพลังของผู้หญิงก็จะไปเทคะแนนเลือกผู้หญิงด้วยกัน


อย่าง ไรก็ตาม การจะเป็นผู้นำได้ นอกจากความสามารถแล้ว วันเดือนปีเกิด ชื่อ ดวง บารมี ก็มีส่วนช่วยเสริมให้ประสบความสำเร็จ ได้รับชัยชนะด้วย ทำให้น.ส.ยิ่งลักษ์ยังสามารถดำรงตำแหน่งได้ถึง 2 สมัย และจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีถึงอายุ 60 ปี ที่สำคัญพระอาจารย์นวย ยังเคยบอกไปแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาในอีกไม่ช้า


จาก นี้ไปคงต้องรอดูคำทำนายของพระอาจารย์นวย ว่าจะเป็นจริง หรือแม่นยำเพียงใด ภายหลังจากที่เคยทำนายดวงของนายกรัฐมนตรีคนผ่านๆ ราวกับตาเห็นมานักต่อนักแล้ว


ทั้งนี้ต้องรอดูอีกว่า ความเป็นผู้หญิงจะสามารถนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตได้หรือไม่


รับรองคราวนี้ต้องไม่พลาดแน่นอน!!

กกต.เตรียมรับรองจตุพรเป็นส.ส. ก่อนชงปธ.สภาฯ ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ

ที่มา มติชน

นาง สดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวภายหลังการประชุม เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ที่ประชุม กกต.ได้รับทราบความเห็นของฝ่ายกฎหมายและด้านบริหารงานเลือกตั้งของสำนักงาน กกต.ที่เสนอกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะทำให้ประกาศผลการเลือกตั้งให้เป็น ส.ส.ได้หรือไม่

โดย กกต.จะประกาศรับรองให้นายจตุพรเป็น ส.ส.ไปก่อน พร้อมกับผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งรายอื่นๆ ที่ไม่มีเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ขณะนี้ยังมีเรื่องร้องคัดค้าน 236 เรื่อง เมื่อ กกต.ตรวจสอบแล้วไม่มีผู้ใดถูกร้องคัดค้าน ก็สามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ภายในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้

ในส่วนของนายจตุพร กกต.จะรับรองให้เป็น ส.ส.และจะยื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ พิจารณาวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายจตุพรว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดย กกต.จะส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทันทีหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับประธานสภาว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเมื่อใด เนื่องจากในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเรื่องระยะเวลาไว้