WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, July 7, 2011

นักสู้เสื้อแดงผู้ที่รอดตายมาอย่างปาฎิหาริย์ยังรอความเมตตาจากชาวเสื้อแดงทุกๆท่าน

ที่มา thaifreenews

โดย น่ารัก ก็ไม่บอก

..มีนักข่าว สาวเสื้อแดงท่านหนึ่ง..ได้ไปงานปราศรัยใหญ่ พรรคเพื่อไทยวันสุดท้าย
ที่สนามรัชมังคลา..เมื่อวันที่ 1 ก.ค.54 ที่ผ่านมา
และ ได้พบกับชายเสื้อแดงคนนี้..ที่รอดตายจากการเข้าสลายการชุมนุมที่ รปส. อย่างปาฎิหาริย์ ในขณะที่เพื่อนของเขาซึ่งอยู่ข้างๆกัน ได้เสียชีวิต...
แต่ถึงแม้เขาจะรอดชีวิตมา แต่ก็มีผลกระทบตามาต่างๆมากมาย ทั้งสภาพร่างกาย และการทำมาหากิน …การรักษาตัวเอง...
...... ข้างล่างนี้คือคำบอกเล่า จากนักข่าวสาวเสื้อแดงที่ฝากผมมา ให้ช่วยส่งข่าวบอกพี่น้องเสื้อแดงทุกๆท่าน พร้อมมีคลิปวีดีโอประกอบ... เพื่อท่านใดจะมีความเมตตา พอจะช่วยเหลือนักสู้ผู้นี้ได้....
................... ขอบพระคุณทุกๆท่านครับ..............

Re:



....... เขา...ชื่อนายภัสพล ไชยพงษ์ แกไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานใดๆ แม้แต่ทางพรรคก็ไม่ได้นะคะ ที่ไม่ได้เพราะว่าแกเจ็บต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงบาล จากการสัมภาษณ์แกบอกว่าไม่รู้จะไปเรียกร้องเอาอะไรกับใครตรงไหนค่ะ ก็ใช้เงินของตัวเองที่มีรักษาตัวเอง หลังจากรักษาตัวจนแผลที่คอสมานดีแล้ว ได้รับผลกระทบข้างเคียง โดยระบบประสาทสัมผัสของหูด้านซ้ายไม่ได้ยินเสียง ทุกวันนี้รับการฟังจากหูด้านขวาด้านเดียวค่ะ ...

Re:

.

....ส่วน ตามองเห็นไม่ชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ได้รับผลกระทบหลังจากถูกยิงที่ลำคอ ลูกกระสุนไปฝั่งอยู่บริเวณท้ายทอย ทุกวันนี้มีกิจการเล็กๆเป็นของตัวเอง ก็ใช้เงินที่พอมีเก็บอยู่บ้างรักษาตัวเอง และเลี้ยงครอบครัวค่ะ

Re:




…… ขอประชาสัมพันธ์ร้านขนมเปี๊ยะของคุณ ภัสพล ไชยพงษ์ ด้วยนะคะ สามารถอุดหนุนได้ตามสถานที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงและกิจกรรมต่างๆของพรรคเพื่อ ไทย ค่ะ

……….. เบอร์โทรติดต่อ 0824900019 ขอบพระคุณค่ะ…..+++

Re:

คลิปวีดีโอ จากเหตุการณ์จริง ของคุณ ......ภัสพล ไชยพงษ์



Re:

โดย ลูกเป็ดสีแดง

เมื่อความจริงปรากฏ หวังว่านักสู้ของพวกเราทุกคนคงได้รับการเยียวยาให้เหมาะสมกับการที่ถูกกระทำด้วยนะครับ

'ยิ่งลักษณ์'พลิ้วไม่ขวางนปช.เป็นรัฐมนตรี

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



'ยิ่งลักษณ์' อ้างจัดโผ ครม.ปู 1 ตามความรู้ความสามารถ
โดยไม่เลือกที่ตัวบุคคล บอกไม่ปิดกั้น นปช.รับตำแหน่ง เปิดโอกาสทั้งคนในและคนนอก...

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 7 ก.ค. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
และว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวที่พรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้จุดยืนในการคัดเลือกคณะรัฐมนตรียังเหมือนเดิม คือ
ไม่เลือกตัวบุคคล โดยจะพิจารณาจากความรู้ความสามารถ ให้ตรงกับแต่ละกระทรวงเป็นหลัก
โดยต้องรอการร่างนโยบายให้เสร็จสิ้นก่อน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้ปิดกั้นแกนนำกลุ่ม นปช. ในการดำรงตำแหน่ง
เพราะพรรคฯ ให้โอกาสทุกคนที่มีความสามารถ ไม่จำกัดจะเป็นคนในหรือคนนอก
แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องเร็วเกินไป หากจะพูดถึงการตั้งคณะรัฐมนตรีและรัฐบาล
เนื่องจากพรรคฯ ได้ตั้งเป้าในการแก้ปัญหาให้ประชาชน


http://www.thairath.co.th/content/pol/184541

15สส.เสื้อแดงจากข้างถนนสู่สภา

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

คงต้องรอดูบุคคลเหล่านี้ว่า
เมื่อเข้ามาในสภาแล้วจะทำหน้าที่ได้เหมือนกับที่เคยเคลื่อนไหวข้างถนนหรือไม่

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การเลือกตั้งครั้งนี้ แกนนำคนเสื้อแดงในนามพรรคเพื่อไทย
ได้ตบเท้าเดินหน้าเข้าสภา 13 คน จาก 265 เสียงของพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ เสื้อแดงที่ได้รับเลือกใน สส.บัญชีรายชื่อ มีถึง 13 คน ประกอบด้วย

1.จตุพร พรหมพันธุ์

2.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

3.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก

4.พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย

5.นพ.เหวง โตจิราการ

6.รพิพรรณ พงศ์เรืองรอง

7.ขัตติยา สวัสดิผล

8.วิภูแถลง พัฒนภูมิไท

9.พายัพ ปั้นเกตุ

10.เยาวนิตย์ เพียงเกษ

11.ก่อแก้ว พิกุลทอง

12.วิเชียร ขาวขำ

และ

13.จารุพรรณ กุลดิลก



เห็นชื่อแล้วล้วนแต่เป็นพวกไม้เบื่อ ไม้เมากับพรรคประชาธิปัตย์แทบทั้งสิ้น
ตั้งแต่คราวศึก “ผ่านฟ้า-ราชประสงค์”
โดยเฉพาะ
“เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ถือว่าสมหวังเสียที หลังจากรอคอยโอกาสเข้าสภามาเป็นเวลานาน

เช่นเดียวกับ “นพ.เหวง” ไม่คาดคิดว่าครั้งหนึ่งจะเคยเป็นคนออกมาไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ
ในนามคนเสื้อเหลือง
และพยายามจะผลักดันตัวเองเข้ามาในสภาในนามสมาชิกวุฒิสภา
แต่ก็ติดๆ ขัดๆ ไปหมด
แต่เมื่อได้มาเดินบนเส้นทางสีแดง ก็กรุยทางเข้าสู่ฝ่ายนิติบัญญัติเรียบร้อย
ไม่ต่างอะไรกับ “เดียร์” ขัตติยา สวัสดิผลลูกสาว เสธ.แดง-พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

แม้ว่าในอดีตจะเคยออกมาไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนกับ นพ.เหวง
แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ
ก็ทำให้ลูกสาวทหารรายนี้เลือกเดินถนนสายสีแดง
เพื่อสานต่ออุดมการณ์ของบิดาต่อไป แม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะแกนนำแดงก็ตาม

“วิภูแถลง” ก็เป็นอีกคนที่เข้ามาในสภา ในฐานะเครือข่ายคนรัก พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแท้จริง
เพราะในอดีตเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ และแนวร่วมกับกลุ่มวิทยุชุมชนคนรักทักษิณ
ที่มีวัตถุประสงค์ต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
ผู้โค่นล้มอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการเฉพาะ

ส่วน “ก่อแก้ว” เป็นที่ทราบกันดีว่า คือสายพิราบในกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง
โดยเป็นหนึ่งในแกนนำที่เสนอให้ยุติการชุมนุมในช่วงก่อนสลายการชุมนุม 19 พ.ค. 2553
เพื่อป้องกันความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่อาจจะเกิดขึ้น
แต่สุดท้ายก็เป็นได้เพียงเสียงข้างน้อยในกลุ่มแกนนำ

ด้าน “รพิพรรณ” แค่เห็นนามสกุลก็ร้องอ๋อกันสภา
เพราะเป็นภรรยา “อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง” แกนนำเสื้อแดงคนสำคัญ
ที่เจ้าหน้าที่รัฐกำลังติดตามตัวอยู่ ซึ่งล่าสุดได้เตรียมประสานเข้าขอมอบตัวแล้ว
“เยาวนิตย์”คือภรรยา “อดิศร” อดีตผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ของคนเสื้อแดง

ปิดท้ายด้วย “วิเชียร” รอบนี้ได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ หลังจากก่อนหน้านี้เป็นอดีต สส.อุดรธานี
เริ่มได้รับความสนใจจากสังคมเมื่อคราวแสดงพฤติกรรมไม่พึงกระทำในสภา
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ด้วยคำพูดต่อว่าอีกฝ่ายที่พาดพิงถึงบุพการี

ขณะที่ในส่วน สส.ระบบเขต ได้รับเลือกตั้ง 2 คน คือ

“วรชัย เหมะ” อดีตโฆษกเวทีเสื้อแดง สส.เขต 4 สมุทรปราการ และ
“จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ” ผู้สมัคร สส.สุรินทร์ เขต 6 กำลังควงแขนใส่สูทเข้ามาในสภาพร้อมกัน

โดยในรายของ “จ่าประสิทธิ์” ถือว่าน่าสนใจมาก
เพราะสามารถฝ่าด่าน “ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา” อดีต สส.ของพรรคชาติไทยพัฒนามาได้
ส่วนบทบาทในนามคนเสื้อแดงไม่มีมากนัก ไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจ
หรือกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว โดยทำหน้าที่ประสานงานกับเครือข่ายตามภูมิภาคต่างๆ มากกว่า
ซึ่งมาพร้อมกับเอกลักษณ์สำคัญคือ การแต่งกายด้วยสีแดงทั้งตัว

คงต้องรอดูบุคคลเหล่านี้ที่เคยเคลื่อนไหวนอกสภา
เมื่อเข้ามาในสภาแล้วจะแสดงบทบาทได้เหมือนกับการเคลื่อนไหวข้างถนนได้หรือไม่
หรือจะเป็นเพียง สส.คนหนึ่งที่ไม่มีปากมีเสียงภายใต้ระบบพรรคการเมืองเท่านั้น


http://www.posttoday.com/วิเคราะห์/รายงานพิเศษ/98095/15สส-เสื้อแดงจากข้างถนนสู่สภา

ธิดา ถาวรเศรษฐ:เพราะคนอื่นชั่ว ผมจึงเป็นคนดี

ที่มา Thai E-News



โดย ธิดา ถาวรเศรษฐ

หมายเหตุไทยอีนิวส์:จดหมายฉบับที่ 2 ของอาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. ถึงอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งคำถาม ความเป็นคนดี ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

" เพราะคนอื่นเป็นคนชั่ว ผมจึงเป็นคนดี "

จดหมาย ฉบับนี้ เขียนก่อนการเลือกตั้ง 3 กรกฏาคม 2554 แต่เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ความเข้าใจเรื่องคนดี คนชั่วของคนไทย ก็ปรากฏชัดเป็นคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง (แม้จะมีข้อสงสัยว่ามีการโกงการเลือกตั้งมากมาย)

ภาวะทางชนชั้นสูง จากกำเนิดและการดำรงอยู่ในสังคม นกน้อยในกรงทองก็มาเข้าคอกการเมืองพรรคอนุรักษ์นิยม ที่เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย(และจะไม่วันถูกยุบพรรค)

กำเนิดและการดำรงอยู่ของพรรคการเมืองนี้มาจากกลุ่มจารีตนิยมของระบอบอำมาตยาธิปไตยโดยแท้

คุณอภิสิทธิ์ลองไปศึกษาประวัติของพรรค บุคคลสำคัญในพรรคว่า มีบทบาทในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเป็นอย่างไร

ตั้งแต่ การตั้งพรรค การใช้กรณีสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 เพื่อความได้เปรียบทางการเมือง กรณีรัฐประหาร พ.ศ.2490 แล้วได้เป็นรัฐบาลเพื่อแก้กฎหมายบางฉบับจนถูกทหารยึดอำนาจไปยาวนานในสังคม ไทย ถึง พ.ศ.2516

มีเรื่องน่าสนใจมากมาย จากอดีตของพรรคการเมืองพรรคนี้จนถึงปัจจุบัน อย่าลืมไปศึกษาเรื่องคดีเขาพระวิหารที่มีอดีตหัวหน้าพรรคท่านเป็นหัวหน้าทีม ทนายด้วยว่า ทำอย่างไรจึงแพ้คดี รวมทั้งการจุดซิการ์แทนธูปเพื่อให้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมาช่วย รวมทั้งการเซ่นไหว้ เข้าทรง เอาคนทรงไปทำพิธีถึงสวิสเซอร์แลนด์ คนทรงก็เป็นถึงภรรยา เจ้าพ่อหน่วยกระทิงแดง และที่ควรศึกษาคือ แนวคิดหลักที่เป็นยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองคือ “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า “เพราะคนอื่นหรือพรรคอื่นเป็นคนเลว พวกเรา(ทั้งพรรค)จึงเป็นคนดี”

ถาม ว่า คนดี ในความหมายของพรรคการเมืองพรรคนี้เป็นอย่างไร และเป็นคนดีของใคร เป็นคนดีของคนกลุ่มไหน เป็นคนดี เพื่ออำนาจของประชาชนหรืออำนาจของกลุ่มอภิสิทธิ์ชน

คุณอภิสิทธิ์ทราบ หรือไม่ว่า ความเลว ความดี นั้น มีผลประโยชน์ของชนชั้นกำกับด้วยเสมอ พอจะเข้าใจหรือยังว่าที่คุณชี้หน้าว่า “คนบางคน คนบางคณะเป็นคนเลวนั้น จะมีคนส่วนที่เชื่อคุณ และส่วนที่ไม่เชื่อคุณ ก็เพราะเขาอยู่ในกลุ่มคนที่แตกต่างกัน ทั้งทางฐานะทางชนชั้นและการดำรงอยู่ทางสังคมที่ต่างกันนั่นเอง

ตั้งแต่ จดหมายฉบับแรกจนถึงฉบับสุดท้ายและไม่ว่าฉบับไหนๆ คุณอภิสิทธิ์ใช้ยุทธศาสตร์การเมือง จากคอกพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมจารีตนิยม คือโจมตีคนอื่นว่าเป็นคนเลวทั้งสิ้น แม้เอาเขามาร่วมรัฐบาลด้านหนึ่งเพื่อจะอ้างความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาลใน ค่ายทหาร และอ้างว่า
“พรรคการเมืองอื่นเขาตัดสินใจย้ายมาร่วม รัฐบาลกับประชาธิปัตย์ เพราะบ้านเมืองเดินไม่ได้” และอ้างว่าเป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ความพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง จนถึงเรื่อง 7ตุลา ของรัฐบาลพลังประชาชน “ใครจะคุยกับทหารอย่างไรผมไม่ทราบ เพราะผมไม่เคยติดต่อกับทหารท่านใดเลย”

สำหรับพรรคร่วม ตอนมาร่วมรัฐบาลไม่โจมตี เพราะพรรคตนได้ประโยชน์ แต่ก็ไม่มีคำสรรเสริญ ใช้คำว่า " ไม่แปลก " ที่มาร่วมรัฐบาล แต่ก็แก้ตัวว่า ไม่ได้พายเรือให้โจรนั่ง นี่คงเพราะมีโจรอยู่ใน ครม.มาก จึงเป็นที่มาของจดหมายฉบับที่ 2 กฏเหล็ก 9 ข้อ สู่บรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง เอาดีใส่ตัว” ผมจึงพยายามพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นถึงความแตกต่างระหว่างรัฐบาลที่มีพรรคประ ชาธิปัตย์เป็นแกนนำว่ามีความแตกต่างทางด้านจริยธรรมอย่างไร”

อีกตอน เอาชั่วใส่คนอื่น “ผมคิดว่าแม้คนไทยจะตะขิดตะขวงใจ กับการที่ผมไปทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม “ประชาชนไม่น้อยเข้าใจผิด คิดว่าผมตกเป็นเบี้ยล่างยอมจำนนต่อพรรคร่วมรัฐบาล เพียงเพื่อรักษาอำนาจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี”

คุณอภิสิทธิ์เขียนได้ 2 ฉบับ โดยตั้งใจจะเล่าให้ประชาชนฟังเกี่ยวกับข้อครหาทุจริตใจโครงการต่างๆ เพื่อยืนยันว่า “แม้ผมอาจไม่สามารถสกัดกั้นปัญหาทุจริตได้เต็มร้อย แต่ก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ ไม่เคยเกรงกลัว เรื่องผลกระทบทางการเมือง”

นี่ แสดงว่า คุณอภิสิทธิ์และพรรคของท่านเป็นคนดี เอากฏเหล็ก 9 ข้อ มาจัดการกับพรรคร่วมรัฐบาล และบอกว่าไม่เคยสัญญาว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา237ตามที่คุณบรรหารกล่าว อ้าง” มาวันนี้คุณบรรหารก็ยังพูดเหน็บคุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่รักษาสัญญา คุณอภิสิทธิ์ก็ย้อนกลับว่าไม่อยากทำงานกับคนไม่รักษาสัญญาเช่นกัน

คน ที่ถูกคุณอภิสิทธิ์ พรรคอนุรักษ์นิยม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและเครือข่ายระบอบอำมาตยาธิปไตยก่นด่าว่า อย่างสาดเสียเทเสีย ว่าเป็น คนชั่วคนเลว ก็จะเป็น คุณทักษิณ ชินวัตร แกนนำคนเสื้อแดง คนของพรรคการเมืองทุกพรรค ยกเว้นพรรคของเครือข่ายระบอบอำมาตย์พรรคเดียวเท่านั้น เพราะแน่นอนว่าเครือข่ายระบอบอำมาตย์ต้องไม่ชอบพรรคการเมืองอื่นๆ ยกเว้นพรรคของตน

ถ้าดูเป็นบุคคล ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะเกลียดมาก เรียงลำดับกันมาคือ ดร.ปรีดี พนมยงค์ จากนั้นก็เป็นจอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่ที่สุดของที่สุดคือ ดร.ทักษิณชินวัตร นั่นเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายอำมาตยาธิปไตย จะประณามก่นด่าสาดเสียเทเสีย และทำทุกอย่างเพื่อ “ถอนพิษทักษิณ” ประมาณว่าเป็นความผิดฐานกบฎต้องฟันคอริบเรือน ตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร ในที่สุดก็มาถึงวันที่ 3 กรกฏาคม 2554

ผลการเลือกตั้งที่เพิ่งออกมา หมาดๆ คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ คงจะช็อคกับปฏิกิริยาของประชาชนผ่านบัตรเลือกตั้ง ในฐานะ”คนดี”ว่าทำไมคนไทยจึงเลือกพรรคของ “คนชั่วคนเลว”ถล่มทลาย ถ้าเช่นนั้น คนไทยทั้งหลายเป็นคนประเภทไหนกัน ที่แสดงมติว่าต้องการพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล

คนชั่วคนเลว ต้องการ คนประเภทเดียวกันจัดตั้งรัฐบาลกระนั้นหรือ เช่นนั้นก็ชั่วก็เลวกันเกือบหมดประเทศ ใช่หรือไม่?

คุณ อภิสิทธิ์ขอลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อแพ้การเลือกตั้ง แต่ถ้าก่อนหน้านี้ คุณอภิสิทธิ์เลือกจะลาออก เพื่อรับผิดชอบต่อสังคมไทยที่ทำให้เกิดการใช้อาวุธจริงยิงประชาชนมือเปล่า คุณอภิสิทธิ์จะจากเวทีการเมืองได้อย่างสง่างาม

แต่การลงจากตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ท่านไม่ได้รับผิดชอบต่อสังคมไทย ต่อประชาชนไทยแต่อย่างใด ซ้ำก่อนจากลา ก็กระหน่ำโจมตีให้ร้ายอย่างเลือดเย็นที่สุด ด้วยรู้ดีว่า ได้ร่วมกันทำอะไรลงไปเมื่อปีที่ผ่านมา

ท่านลอกปฏิบัติการข่าวสาร (หรือไอโอในภาษาอังกฤษ) เพื่อการเอาชนะในยุทธการเมษา-พฤษภาอำมหิตของทหาร มาใช้เป็นยุทธการของพรรคประชาธิปัตย์ในการต่อสู้ทางการเมืองในการเลือกตั้ง นี่จึงไม่ใช่พรรคเครือข่ายระบอบอำมาตยาธิปไตยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเก่งกาจในปฏิบัติการข่าว และการต่อสู้ในปฏิบัติการทหารด้วย จึงผสมกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดีในปฏิบัติการการเมืองแบบทหาร เมษา-พฤษภา 2553 จึงได้รับการยกย่องอย่างยิ่งจากฝ่ายทหารตามบทความ “ยุทธการกระชับพื้นที่”ของหัวหน้าควง และบทเรียนการปฏิบัติการข่าวสารของพอ.บุญรอด ศรีสมบัติ

การลาออก ของคุณอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นเรื่องไร้สาระของสังคมไทย และควรไปทบทวนเรื่องราว “คนดี-คนชั่ว”เสียใหม่ ยามว่างจากการเมือง."

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-แถลงการณ์ของวิสา คัญทัพ และไพจิตร อักษรณรงค์ เรื่อง นปช.แตก

-ธิดายันไม่ได้ถูกปลดจากปธ.นปช.ชี้อาจเข้าใจผิด-กระทบกระทั่งทำงาน

-ณัฐวุฒิรับแดงขัดแย้งปรับความเข้าใจแล้ว

-น้ำลดตอผุดคอป.สรุปชี้ชัดทหารฆ่าให้ลากขึ้นศาล DSIตกเป็นเครื่องมือมาร์ค-จี้ยุติขังลืมแดง-ค้านนิรโทษ

เพื่อไทยประกาศ 6 ภารกิจเร่งด่วน

ที่มา Voice TV



เพื่อไทย ประกาศ 6 ภารกิจเร่งด่วน เริ่มทำทันทีหลังเป็นรัฐบาล ทั้งแก้ปัญหาปากท้อง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และความปรองดองในสังคมไทย

Voice News วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 (19.00 น.)
-เพื่อไทยประกาศ 6 ภารกิจเร่งด่วน
-กกต.รับรองสถานะจตุพร พรหมพันธุ์
- แนะตั้งทีมดูแลการใช้งบภาครัฐ
-ลักษณะพิเศษผู้นำหญิงในเอเซีย


เพื่อไทยประกาศ 6 ภารกิจเร่งด่วน
เพื่อไทย ประกาศ 6 ภารกิจเร่งด่วน เริ่มทำทันทีหลังเป็นรัฐบาล ทั้งแก้ปัญหาปากท้อง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และความปรองดองในสังคมไทย


กกต.รับรองสถานะจตุพร พรหมพันธุ์
กกต.รับรองสถานะ จตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมโยนเผือกร้อนให้ประธานสภาพิจารณาต่อ ระบุกฎหมายไม่เปิดช่องให้เพิกถอนสิทธิ

แนะตั้งทีมดูแลการใช้งบภาครัฐ
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ หอการค้าไทย เชื่อนโยบายเพื่อไทย ทำเศรษฐกิจพุ่ง แต่แนะตั้งทีมติดตามการใช้งบประมาณ ป้องกันหนี้สาธารณะเกินครึ่งของจีดีพี

ลักษณะพิเศษผู้นำหญิงในเอเซีย
คริส เบเคอร์ และสื่อนอก วิเคราะห์ลักษณะพิเศษของเอเซีย ผู้หญิงเป็นผู้นำได้นาน เพราะมีหลายปัจจัยเป็นส่วนผสมที่ลงตัว

"อภิสิทธิ์" วันแพ้สงคราม และ"เนวิน" อดีตคู่ใจ-ในลู่แค้น "ฝ่ายค้าน"

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ





หลังสิ้นสุดสงครามเลือกตั้ง"54 พรรคเพื่อไทยนำชัยท่วมท้น พร้อมสวมหมวกแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 5 พรรค ด้วยคะแนน 299 เสียง

ขณะที่พรรคคู่แข่ง-คู่แค้นอย่าง "ประชาธิปัตย์" ทำคะแนนตกวูบ ทั้งบัญชีรายชื่อ-แบ่งเขต เหลือเพียง 159 เสียงเท่านั้น

ส่งผลให้สังคมจับตามองไปที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ทวงถามถึงคำพูดในวันเก่า ที่ออกมาประกาศเรียกขวัญกำลังใจมวลชน

"หากได้คะแนนน้อยกว่า 170 เสียง ผมจะลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดง ความรับผิดชอบ ตามขนบธรรมเนียมของพรรค"

ด้วย วิธีคิดแบบ "สปิริตออกซ์ฟอร์ด" ทำให้หวนนึกถึงคำทำนายของ "โหรเนวิน" ที่ดูท่าจะเป็นจริงไปตามคาด จากการออกมาเปิดหน้ากดดันว่า หากพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคจำเป็นต้องลาออก

"ผมยอมรับการพ่ายแพ้ครั้งนี้ ส่วนอนาคตของตัวผมเอง จะรอดูผลการเลือกตั้งที่เป็นตัวเลขทางการ แต่ผมมีคำตอบในใจแล้ว"

คือคำพูดทิ้งท้ายของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในคืนวันที่ 3 ก.ค.

เช้าวันรุ่งขึ้น ข้อข้องใจทั้งหมดถูกคลี่คลายทันทีโดยเจ้าตัว ณ ที่ทำการ ใหญ่พรรคประชาธิปัตย์

"อภิสิทธิ์" ตัดสินใจประกาศลาออกโดยลำพัง มีเพียงเบอร์โทรศัพท์ของ "ชวน หลีกภัย-สุเทพ เทือกสุบรรณ" เท่านั้นที่ได้รับการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

แม้จะเป็น เรื่องที่กระทบอารมณ์มวลชน "พรรคสีฟ้า" แต่ทว่าเจ้าตัวกลับปฏิบัติภารกิจประจำวันด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับมีพลังบางอย่างที่ยังสร้างความมั่นใจได้ว่ายังมีทางให้เดินต่อบนถนน การเมือง

"ขอย้ำว่า ผมยังเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป เพื่อที่จะทำให้ประเทศของเราได้เดินหน้าต่อ"

การตัดสินใจครั้งนี้ดูเหมือน "อภิสิทธิ์" จะได้รับคำชื่นชมมากกว่าคำด่า

นักการ เมืองระดับอาวุโสอย่าง "ชวน หลีกภัย" ยังกล่าวชื่นชมภายหลังทราบข่าวว่า เขาเป็นผู้ใหญ่ที่รักษาคำพูด ไม่พูดเหลวไหล ไม่เหมือนคนอื่นที่ดีแต่พูด แต่ด้วยความเห็นส่วนตัว ยังไม่มีเหตุผล ที่นายอภิสิทธิ์จะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

แต่ กระนั้น คำตอบของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ในฐานะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ยังคงชัดเจนว่า หากมีการเสนอชื่อเข้าใหม่อีกครั้ง ก็จะไม่ขอเข้ารับตำแหน่งนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

ทว่าการประกาศลาออก จากตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ไม่ได้มีผลกระทบแค่คนคนเดียว แต่มีอานิสงส์ถึงเก้าอี้กรรมการบริหารพรรคทั้ง 18 ที่นั่งจะต้องว่างลงชั่วคราว

ประกอบด้วยรองหัวหน้าพรรค 8 คน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์, นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, นายวิทยา แก้วภราดัย, นายกรณ์ จาติกวณิช

และตำแหน่งต่าง ๆ อีก 10 ที่นั่ง คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู, นายธีระ สลักเพชร ซึ่งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เหรัญญิกพรรค, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายทะเบียนสมาชิกพรรค, นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรค, นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรค, นายวิรัช ร่มเย็น กรรมการบริหารพรรค

"ผม ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส.กับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ และสิ่งที่ต้องต่อสู้หลังจากนี้ ถือเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน โดยเฉพาะจุดยืนของการเป็นฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์"

นั่นหมายถึงจุดยืนที่ว่า แม้กรรมการบริหารพรรค 19 คนจะยุติบทบาทลง ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ในสภา ในฐานะว่าที่ ส.ส.ในอนาคต

คลื่น ลมกระแสข่าว "ว่าที่หัวหน้าพรรค" คนใหม่ของประชาธิปัตย์ยังคงเงียบสงบ อาจเป็นเพราะ ส.ส.บางคนยังชื่นมื่นรื่นรมย์กับชัยชนะในเขตตัวเอง จนลืมทิศทางเปลี่ยนผ่านภายในพรรค

หรืออาจเป็นเพราะทุกคนรู้ดีว่า "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยังคงอยู่ในโผหัวหน้าพรรคคนต่อไป

6 ปี 4 เดือน คือระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2548

จาก นี้ ตามกฎระเบียบข้อบังคับของพรรค ข้อที่ 24 กำหนดไว้ว่า หากจะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน

นั่นหมายความว่า "นักเรียนออกซ์ฟอร์ด" จะยังมีเวลานั่งเก้าอี้ "หัวหน้า" ได้อีก 2 เดือนหลังจากนี้

แต่ก็ไม่อาจเป็นสัญญาณที่ยืนยันได้ว่า เมื่อระฆังดังหมดเวลา ผู้ชายคนนี้จะไปแล้วจะไปลับ

เพราะการปีนบันไดนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ด้วยวัยเพียง 46 ปี ยังคงการันตี "ความเก๋า" ของเขาได้ดี

เพราะคำพูดของ "นายชวน" ที่อาจตีความได้ว่า ชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อาจคงยังอยู่ ไม่ได้หล่นหายไปไหน

ประกอบกับคำถามทิ้งท้าย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า "หากได้รับการเสนอ ชื่อ จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่"

เขาไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ส่งสายตาและรอยยิ้มด้วยความมั่นใจ

..............

"เนวิน" อดีตคู่ใจ-ในลู่แค้น "ฝ่ายค้าน"


การเลือกตั้งใน 3 ครั้งที่ ผ่านมา "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มี "พวก" มากที่สุด

นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้เป็นรัฐบาล 2 สมัย ต่อยุค-ต่อยอดด้วยพรรคพลังประชาชน ชิงแชมป์ชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 3

ทุกยุคมีคนในตระกูล "ชินวัตร" คุมหัวขบวน ควบคู่ขุนพล-คนรู้ใจ ทั้งที่พรรค-ทำเนียบรัฐบาล และบัญชาการในกระทรวงใหญ่

สมัยการเมืองยุคที่ 4 มีสายตรง "ชินวัตร" เป็น "หัวขบวน" อีกครั้ง

แต่ การเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 "พ.ต.ท.ทักษิณ" พรรคพวก-ขุนพล-คนรู้ใจ บางคนไปตั้งพรรคเป็น "คู่แข่ง" บางคนเป็นคน "ไม่มีสิทธิ์" ต้องแอบอิงเป็นพี่เลี้ยง-อยู่เบื้องหลัง

ในวาระแห่งการจัดตั้งรัฐบาล "ปู 1" ที่นักการเมืองทุกคนรอคอย

ย้อนดูรอยอำนาจของอดีตขุนพล-คนรู้ใจ และคู่แข่งของ "พ.ต.ท. ทักษิณ"

นักการเมืองที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เคยบอกว่า "เขาตายแทนผมได้"

เป็นขุนพลคนสุดท้าย ที่กลายกลับแปรเปลี่ยน-ตีจาก "พ.ต.ท.ทักษิณ" เป็นคนสุดท้าย ในนาม "กลุ่มเพื่อนเนวิน"

จากเคยเป็น "คนสนิท" กลายเป็น "คนอื่น" จากคนเคยรัก กลายเป็น "คู่ขัดแย้ง"

นายเนวิน ชิดชอบ เคยกล่าวถึง "ทักษิณ" ว่า...

"อดีต นายกฯทักษิณ ทำให้ชาวบ้านได้เห็นนายกฯตัวเป็น ๆ ชาวบ้านในชนบทบางคน ตั้งแต่เกิดมาจน อายุจะ 70 ปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นตัวนายกฯคนไหนตัวจริงเลย แต่นายกฯทักษิณเดินทางไปให้ เห็น แม้กระทั่งในพื้นที่กันดารที่สุด ลำบากที่สุด ก็ไป"

"อดีตนายกฯทักษิณ ทำให้ชาวบ้าน ผม และครอบครัวของผมที่ทำการเมืองมา 3 เจเนอเรชั่นแล้วได้เห็นว่า นโยบายคือเครื่องมือที่สำคัญทางการเมือง แต่การเมือง "แบบทักษิณ" ไม่มีทางที่คนในเมือง พวกชนชั้นนำที่อยู่ในห้องแอร์ มีน้ำไหล ไฟสว่าง จะเข้าใจ"

"ชีวิตทางการเมืองของผม หาก วันไหนทักษิณเลิก...ผมก็เลิก" เนวิน เคยสัญญา

"หลังรัฐประหารอาจสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนใจผมให้เลิกรักและคิดถึงนายกฯทักษิณได้"

แต่ การเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 พรรค-ฝัก-ฝ่าย "พ.ต.ท.ทักษิณ" ต้องออก "แถลงการณ์" เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นครั้งแรกในประวัติ ศาสตร์การเมืองที่พรรคการเมืองใหญ่ประกาศ "ไม่เอา" พรรคขนาดเล็กเข้าร่วมรัฐบาล ล่วงหน้า 30 วัน ก่อนเลือกตั้ง

ระบุชัด ยิ่งกว่าชัดว่าจัดเป็นคู่แค้น "พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนที่จะไม่ร่วมทำงานทางการเมืองและร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทย ภายหลังการเลือกตั้ง"

พ.ศ.นี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนเป็น "คู่แค้น" ของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ได้เท่ากับพรรคฝ่าย "เนวิน" อีกแล้ว

รัฐบาลยิ่งลักษณ์

ที่มา มติชน



โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 6 กรกฎาคม 2554)

ถ้าดูจากหุ้นที่พุ่งรับ ท่าทีของต่างประเทศ บรรยากาศทั่วๆ ไป ต้องถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ผ่านไปอย่างเรียบร้อย

ความเรียบร้อยมาจาก 1.พรรคเพื่อไทยได้ 265 เสียง เกินครึ่งจาก 500 เสียงของสภา 2.ประชาธิปัตย์เหลือ 159 นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยอมรับผลการเลือกตั้ง

เป็นผลที่ปิดปากฝ่ายที่เตรียมจะลุกขึ้นมาป่วน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลายเป็นว่าที่นายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทยไป

ผ่านไป 1 คืน วันถัดมารัฐบาล 5 พรรค 299 เสียงก็เกิดขึ้น ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก

ขั้นตอนต่อไปนี้ คือเรื่องของ "ตำแหน่ง" ต่างๆ

เพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ หลายกลุ่มหลายมุ้ง ผสมกับพรรคเล็กอีก 4 พรรค การบริหารจัดการให้ลงตัวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

คนอยากเป็นมีมากกว่าเก้าอี้ ก็อย่างที่พูดกันตอนนี้ว่า ยอดจองทะลุเกินจำนวนเก้าอี้ที่มีอยู่ 35 ที่

บางตำแหน่ง มีเกียรติยศยิ่งใหญ่ อย่างประธานสภาผู้แทนฯ ที่ต้องเป็นประธานรัฐสภาด้วย โดยทฤษฎีเทียบเท่านายกรัฐมนตรี และประธานศาลฎีกา

แต่ตำแหน่งนี้ ไม่ค่อยอยากรับกัน ขอไปเป็นรัฐมนตรีมากกว่า ขี้เกียจนั่งบัลลังก์ต่อปากต่อคำกับฝ่ายค้าน ซึ่งเที่ยวนี้มาแบบชุดใหญ่

ชื่อของตัวเต็งในตำแหน่งนี้ อย่าง สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ขุนค้อนเมืองขอนแก่น กับ วิทยา บุรณศิริ จากอยุธยา ก็เลยยังสรุปไม่ได้

สเปกของรัฐมนตรี ก็เป็นอีกเรื่องที่สังคมคาดหวังว่า พรรคเพื่อไทยควรจะคัดเลือกคนเก่งคนดีเข้ามาทำหน้าที่

ในงานบางด้านอย่างเศรษฐกิจ ก็มีเสียงจากนักธุรกิจบอกว่า อยากได้คนมีฝีมือ ที่เข้าใจถึงการแข่งขันระหว่างประเทศ

ต้องมองไกลไปถึงเศรษฐกิจระดับโลก ถึงจะเชื่อมต่อได้เป็นอย่างดีกับภาคเอกชนที่ล่วงหน้าไปไกลมากแล้ว

อีกสองตำแหน่งที่สังคมจับตา ได้แก่ รัฐมนตรีการต่างประเทศ และรัฐมนตรีกลาโหม

รัฐมนตรี การต่างประเทศ มีปัญหาความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ที่จะต้องมาฟื้นฟูจัดระเบียบการอยู่ร่วมกันใหม่ เก็บกู้ระเบิดกรรมการมรดกโลกที่ยูเนสโก และบอมบ์ 4.6 ตร.กม. ข้างเขาพระวิหาร ที่ศาลโลกกำลังจะมีคำสั่งแรก หลังจากเขมรยื่นตีความคำพิพากษา

ก็ยังโชคดีที่กัมพูชาแสดงท่าทีต้อนรับรัฐบาลใหม่ อาจทำให้หารัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น

ส่วน รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความละเอียดอ่อน รัฐบาลบางยุคให้นายกฯควบเก้าอี้ เพื่อให้เกียรติกับกองทัพและหน่วยงานทหาร

เที่ยวนี้ ใช้วิธี "ปรองดอง" โดยสอบถามจากผู้เกี่ยวข้องของฝ่ายทหาร เพื่อให้ได้ตัวบุคคลที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย

ขั้นตอนที่ยังต้องรอคอย ได้แก่การรับรอง ส.ส.โดย กกต. และการจัดทำโผเก้าอี้รัฐมนตรี

นายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทยจะไปได้หรือไม่ รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่จะออกมา จะเป็นตัวตัดสินในเบื้องต้น

ประชาชนลงทุนเลือกเข้าไปเกินครึ่งของสภา ถือเป็นความได้เปรียบที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองไหน

แต่ถ้าบริหารความได้เปรียบนี้ ให้สนองความคาดหวังของประชาชนไม่ได้

ฝ่ายค้านผสมยี่ห้อ ปชป.กับชูวิทย์ "จัดหนัก" แน่

ปั้นน้ำเป็นตัว

ที่มา มติชน



สุจิตต์ วงษ์เทศ

(ที่มา http://www.sujitwongthes.com/)

ล้าหลังคลั่งชาติขาดสติ
มิจฉาทิฐิมารยาสาไถย
ปั้นน้ำเป็นตัวมั่วมั่วไป
ฉวยโอกาสเอาแต่ได้ประโยชน์ตน


โฉมสำอางนางนาคธรณี
ผู้คุ้มครองปัถพีก็แผลงพ่น
ไล่ความเท็จเผด็จดัดในบัดดล
ประชาชนรู้เท่าไม่เอามัน

สุจิตต์ วงษ์เทศ


บ้านช่างหล่อ กรุงธนบุรี


4 กรกฎาคม 2554


09.30 น.

รัฐบาล"ปูจ๋า"300เสียงแล้ว เพื่อไทยจับมือ"ประชาธิปไตยใหม่"อีกพรรค

ที่มา มติชน

ทวิตเตอร์ คลื่นข่าว 100.5 ทวีตข้อความว่า พรรคเพื่อไทยแถลงจับมือพรรคประชาธิปไตยใหม่ ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มอีก 1 พรรค รวมทั้งหมดเป็นรัฐบาล 300 เสียง ขณะที่แกนนำพรรคประชาธิปไตยใหม่ยืนยันทำเพื่อบ้านเมือง

"ปู"เห็นต่าง"ป๋าเสนาะ" ยันเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็น"รัฐมนตรี" ไม่จำกัดต้องคนใน-นอก

ที่มา มติชน

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ถึงกรณีที่ นายเสนาะ เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แสดงความไม่เห็นด้วยในการจะแต่งตั้งแกนนำ นปช.เข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีว่า ขณะนี้จุดยืนในการคัดเลือกยังคงเดิม คือ ไม่เลือกที่ตัวบุคคลแต่จะมองที่ผลงาน ความรู้ความสามารถที่ตรงกับกระทรวงนั้นๆ เป็นหลัก ต้องรอการร่างนโยบายเสร็จสิ้นก่อน พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ไม่ปิดกั้นแกนนำกลุ่ม นปช.ในการเข้าไปดำรงตำแหน่ง เพราะพรรคเพื่อไทยให้โอกาสทุกคนที่มีความสามารถ ไม่จำกัดว่าเป็นคนนอกหรือคนในพรรค แต่ถือเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปหากจะพูดถึงเรื่องการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ เนื่องจากพรรคตั้งเป้าแก้ปัญหาให้กับประชาชนก่อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม