ที่มา Voice TV
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, July 11, 2011
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 5 ปีหลังรัฐประหาร กับชัยชนะ 4 ครั้งของ ทรท.-พปช.- พท.
ยิ่งลักษณ์ พาน้องไปป์ ไปทำบัตรประชาชน
ที่มา Voice TV
Voice News ประจำวันที่ 11 ก.ค. 54 (12.00 น.)
-ยิ่งลักษณ์ พาน้องไปป์ ไปทำบัตรประชาชน
-ศาลนัดตรวจพยาน คดีก่อการร้าย
-เรือรัสเซียล่ม
ยิ่งลักษณ์ พาน้องไปป์ ไปทำบัตรประชาชน
ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย พาบุตรชายไปทำบัตรประชาชนที่สำนักงานเขตวังทองหลาง ซึ่งทางสำนักงานเขตทั่วประเทศได้เปิดให้เด็กที่มีอายุ 7 ปี ขึ้นไปเข้าทำบัตรประชาชนเป็นวันที่ 2
ศาลนัดตรวจพยาน คดีก่อการร้าย
ทนายความ นปช. ขอโอกาสให้จำเลยคดีก่อการร้าย 2 คนที่ถูกคุมขัง ให้ได้รับโอกาศกาสให้ได้รับการประกันตัวพิสูจน์ออกมา ส่วนความขัดเเย้งของแกนนำ นปช. อดีตประธาน นปช. เชื่อจะสามารถ พูดคุยกันได้
เรือรัสเซียล่ม
เกิดเหตุเรือล่มในประเทศรัสเซียส่งผลให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ผู้โดยสารอีกกว่าร้อยคนยังคงสาปสูญ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งมือค้นหาผู้รอดชีวิต
เมื่อน้องหนูตั้งแต่ 7 ขวบขึ้นไป ได้เวลาทำบัตรประชาชน พวกเค้าจึงตื่นเต้น ดี๊ด๊า เยี่ยงนี้...
ที่มา มติชน
ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปค์) บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำบัตรประชาชนเด็กแต่เช้า
หนูน้อยคนนี้ยิ้มแป้นหน้าบาน เมื่อได้บัตรประชาชนใบแรก
เด็กๆ พร้อมใจกะนมาทำบัตรใบแรก
หนูแต่งตัวทางการ เพื่อมาทำบัตรประชาชนค่ะ
ยิ้มหน่อยสิหนุ่มน้อย
ผมเท่ห์มั้ยฮะ
ใส่ชุดนักเรียนมาทำกันเลย
ผมรอมาทำบัตร แต่ว่า เครื่องดันขัดข้องซะอย่างนั้น แอบเซ็งครับ
โชว์บัตรประชาชน แสดงตนเป็นคนไทยเต็มๆ
รอ ร๊อ รอ ทำบัตรประชาชนใบแรก
พวกเราต้องเข้าแถวเรียงคิวกันทำบัตร
มีบัตรประชาชนใช้แล้ว ตื่นเต้นจังเลย
พี่น้องได้บัตจรประชาชนกันถ้วนหน้า
หนูน้อยมุสลิม จากจ.ปัตตานี ก็ตบเท้ากันไปทำบัตรประชาชน
ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน ได้กำหนดให้เด็กที่มีอายุ 7 -14 ปี ทำบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ เป็นวันแรกที่เปิดให้เด็กๆ ที่อายุตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไป ทั่วปนะเทศมาทำบัตรประชาชนใบแรกในชีวิต จากเดิมที่กำหนดให้อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ ก็ปรากฎว่า ได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่พาบุตรหลาน รวมถึงโรงเรียนต่างๆ ที่พานักเรียนตื่นตัวไปทำบัตรประชาชนกัน ตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็พบว่า เด็กๆ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจกันอย่างมาก เริ่มจาก ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปค์ บุตรชายคนดังอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ก็เดินทางไปพร้อมแม่ปูแต่เช้าเพื่อมาทำบัตรประชาชนเด็ก ที่สำนักงานเขตวังทองหลาง ซึ่งน้องไปค์ดูมีสีหน้าตื่นเต้นมาก โดยมีคุณแม่ยังสาวและสวยประกบตามติดไม่ห่าง
ข้าม ไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของ หนุ่มน้อยลุกย่าโม อย่าง ดช.เอกฐารินทร์ ด่อนกระโทก อายุ 9 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 214/76 หมู่ 1 ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง นครราชสีมา เผยว่า รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจที่มีสิ่งที่บ่งบอกความเป็นคนไทย และตนจะนำไปอวดเพื่อนๆ ที่โรงเรียนด้วย
ขณะที่ ด.ช.ปริญญา มีกรณ์ อายุ 9 ขวบ 286 หมู่ 9 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นเด็กคนแรกที่มาทำบัตรประจำตัวประชาชน ของจังหวัดพิษณุโลก กล่าวสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มดีใจว่า รู้สึกตื่นเต้น ที่จะได้มีบัตรประชาชนครั้งแรก
เช่นเดียวกับ ด.ช.ณัฐพล พันธุ์เชวง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6/2 ร.ร.ปัญญาวิทย์ ชาวจ.ตรัง เผยว่า หลังจากทราบข่าว จึงได้เดินทางมาทำบัตรพร้อมกับมารดาตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวนาน โดยเมื่อถึงคิวของตนเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ไปกรอกเอกสาร ก็รู้สึกตื่นเต้น จนทำให้มือสั่นเขียนถูกเขียนผิดบ้าง แต่ก็พอทำให้คลายความกังวลลงไปบ้างเมื่อมีมารดาอยู่ใกล้ๆ
ก้าวข้ามแม้ว
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
สมิงสามผลัด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกฯ หญิงคนแรกของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
ส่วนหนึ่งมาจากคนเสื้อแดงที่เทคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทยจนชนะท้วมท้น 265 เสียง
เพราะฐานเสียงของเสื้อแดงไม่ใช่แค่ภาคเหนือและอีสาน
แต่รุกเข้าไปถึงภาคกลางด้วย
สิ่งกระตุ้นให้คนเสื้อแดงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ก็เป็นรัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นั่นเอง
การตัดสินใจสลายม็อบแดงจนสูญเสีย 91 ศพบาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคนเป็นข้อผิดพลาดใหญ่หลวง
การบริหารมาตลอดเวลา 2 ปีของ "อภิสิทธิ์" ก็พิสูจน์แล้วว่าไร้ฝีมือและดีแต่พูด
ฉะนั้น ตัวที่ขับเคลื่อน "ยิ่งลักษณ์" สู่เก้าอี้นายกฯ ก็คือความผิดพลาดของพรรคประชาธิปัตย์!
อีกส่วนหนึ่งมาจาก "ทักษิณ ชินวัตร"
จะเห็นได้ว่านโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ"
เป็นจุดขาย เป็นประชานิยมที่โดนใจคนรากหญ้า
เพราะผลงานรัฐบาลทักษิณในอดีต ยืนยันได้ว่านโยบายหลายๆ อย่างทำได้จริง
แต่ "ทักษิณ" เองก็เป็นจุดบอด
ทั้งเรื่องนิรโทษกรรม รวมทั้งเรื่องล้วงลูกล้วงโผจัดตั้งครม.
กลายเป็นสายล่อฟ้า น่าหวาดเสียวแทน "ยิ่งลักษณ์" อยู่ในขณะนี้
ถ้า "ทักษิณ" ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว
จะเป็นจุดหักเหเปลี่ยนสถานการณ์ที่กำลังได้เปรียบของ ยิ่งลักษณ์
ซึ่งเท่ากับว่าทำลายน้องสาวของตัวเอง!?
ทั้งที่ส่วนสำคัญที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง
ก็คือตัวตนของ "ยิ่งลักษณ์"
ปรากฏการณ์ 49 วันสู่เก้าอี้นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย
บ่งบอกทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว
ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จ การันตีเรื่องความสามารถในด้านการบริหาร
บุคลิกที่นอบน้อม ประนีประนอม ไม่ก้าวร้าว
ทำให้ "ยิ่งลักษณ์" ได้รับคะแนนนิยมขึ้นเรื่อยๆ
และเมื่อยิ่งโดนโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามในเรื่องส่วนตัวเยอะมากเท่าไหร่
คะแนนสงสารก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
เป็นส่วนช่วยผลักดันจนนำไปสู่ชัยชนะ
แต่ชัยชนะในการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
"ยิ่งลักษณ์" ยังต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้
พันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนช่วงที่หาเสียง ทั้งเรื่องความปรองดอง-ปัญหาปากท้องจะลุล่วงหรือไม่
เป็นสิ่งที่สังคมจับจ้องอยู่
ที่สำคัญ "ยิ่งลักษณ์" ต้องก้าวข้ามพี่ชายให้ได้
เพราะปัญหาความขัดแย้งในชาติที่ผ่านมาเป็นบทเรียนอย่างดี!?
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 11/07/54 สาวน้อยมหัศจรรย์..กับการเข็นครกขึ้นภูเขา
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
ขอ..สาวน้อย มหัศจรรย์ จงฟันฝ่า
เพื่อนำพา สิ่งดี ตามที่หวัง
อุปสรรค หักเห ประเดประดัง
ให้ผ่านพ้น สมดั่ง เธอตั้งใจ....
ทั้งปากหอย ปากกา ปากหมาเห่า
พวกงี่เง่า เจ้าเล่ห์ พวกเฉไฉ
พวกอุบาทว์ ชาติชั่ว ตัวจัญไร
ขอพวกมัน แพ้ภัย ไม่ต้องมา....
ทั้งศึกนอก ศึกใน ให้พังพาบ
ลบรอยบาป เลอะเลือน เหมือนไร้ค่า
ให้รุ่งเรือง กระเดื่องไกล ในโลกา
ให้เดินหน้า ปรองดอง ทั่วผองไทย....
อีกปัญหา มากมาย ทั้งหลายแหล่
อย่าเชือนแช หม่นหมอง จนร้องไห้
นำความสุข ทั่วเมือง เรืองวิไล
ให้สมใจ สมปอง ครรลองธรรม....
แม้นเข็นครก ขึ้นภูเขา ให้เบาหวิว
จนลอยลิ่ว บรรจบ ก่อนพลบค่ำ
ให้มีแรง ฮึดสู้ ผู้ใจดำ
ให้ชนะ ฝ่ายอธรรม ย้ำสิ่งดี....
นำความสุข คืนบ้าน ตามขานไข
นำเมืองไทย รุ่งเรือง เปรื่องศักดิ์ศรี
ให้ประชา ชื่นบาน จนนานปี
ให้สาวน้อย คนนี้ อย่ามีภัย....
๓ บลา / ๑๑ ก.ค.๕๔
กวีประชาไท: หลอน
ที่มา ประชาไท
ภาพวาดโดย: จำปา วงศ์สง่า
ภาคผนวก (แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง)
8.
'ยิ่งลักษณ์' จำเป็นต้องสร้างการทูตไทยโฉมใหม่
ที่มา ประชาไท
ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยในไม่ช้านี้ ชัยชนะในการเลือกตั้งของเธอชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมรับวิธีการบริหารของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระยะเวลา 30 เดือนที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลอภิสิทธิ์ถูกบันทึกไว้ด้วยการต่อต้านที่นองเลือด และการสลายการชุมนุมอย่างโหดร้าย แน่นอนที่ยิ่งลักษณ์ต้องการที่จะจัดลำดับความสำคัญต่างๆ ของเธอเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลก่อน หน้านี้และจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของเธอเองด้วย
ความขัดแย้งของคนเสื้อแดง ข่าวใหม่ตรงไหน?
ที่มา ประชาไท
ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
มัน น่าแปลกใจตรงไหนหรือ? ที่เห็นแกนนำคนเสื้อแดงแตกกัน สำหรับผม มันน่าแปลกใจมากกว่าว่า ทำไมสื่อเพิ่งจะเห็น หรือพูดให้ตรงขึ้นก็ต้องบอกว่า ทำไมสื่อจึงเพิ่งมานำเสนอข่าวความขัดแย้งนี้ในห้วงเวลาที่นักการเมืองผู้ได้ รับการเลือกตั้งกำลังวิ่งฝุ่นตลบเพื่อเขยิบจุดประสงค์ของการลงเลือกตั้งจาก การเป็น ส.ส. ไปสู่การมีบทบาทด้านการบริหารในตำแหน่งรัฐมนตรี
หาก เป็นอาการที่ “เพิ่งจะมาเห็น” อาการนี้ก็ย่อมสะท้อนว่า สื่อเองไม่ได้มีความเข้าใจขบวนการคนเสื้อแดง ขบวนการประชาชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัยเลย!! ซึ่งผมไม่เชื่อ
หากรู้อยู่แล้ว แต่เพิ่งจะเลือกมานำเสนอในห้วงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่แทบไม่เคยเสนอเลย ไม่เคยสนใจความเป็นไปขบวนการเสื้อแดง ก็น่าสงสัยว่า จะเป็นไปเพื่อประโยชน์อันใด เป็นเครื่องมือของนักการเมืองอาชีพกลุ่มไหน หรือเกรงกลัวบทบาทของคนเสื้อแดงที่มีอิทธิพลสูงขึ้นเรื่อยๆ ในพรรคเพื่อไทย
ใน การเคลื่อนไหวเดือนเมษายน 2552 ซึ่งถือกันว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันครั้งใหญ่ครั้งแรกของคนเสื้อแดง ที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้นั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เกิดขึ้นจากความไร้เอกภาพของการเคลื่อนไหวนี่เอง เพราะในขณะที่แกนนำ นปช. ซึ่งนำโดยวีระ มุสิกพงศ์ ยืนยันจะปักหลักยืดเยื้อบริเวณทำเนียบรัฐบาล มวลชนและแกนนำส่วนหนึ่งที่ต้องแบกความรับผิดชอบต้นทุนการชุมนุมอันมหาศาล ประกอบกับเชื่อมั่นในจำนวนมวลชนอันไพศาลที่แห่แหนมาร่วมชุมนุม และเลือกที่จะดำเนินแนวทางเผด็จศึกด้วยการรุกกดดัน เคลื่อนขบวนไปปิดถนนเพื่อกดดันรัฐบาลทั่ว กทม. เปิดช่องให้รัฐบาลใช้อ้างเป็นเหตุผลตอบโต้ ด้วยการประกาศให้เป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การสลายการ ชุมนุมในที่สุด
พูดง่ายๆ ความไม่ลงรอยของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นมีมาตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว และถูกบีบให้สู้ร่วมกัน และได้พัฒนาจนเกิดโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับรองรับธรรมชาติของกลุ่มคนเสื้อ แดงร้อยพ่อพันแม่ที่ตื่นตัวขึ้นมาแบบท่วมท้นหลายล้านคนพร้อมๆ กัน หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือ ขบวนการเสื้อแดงเกิดจากการ ‘กวน’ ไม่ใช่การ ‘ก่อ’ ภายในขบวนการเอง
ความขัดแย้งอันเป็นธรรมชาตินี้ ไม่ใช่จำกัดวงเฉพาะแกนนำที่ปรากฏนามบนหน้าสื่อเท่านั้น แม้แต่ ‘แดง’ ตามตรอกซอกซอย ความไม่ลงรอยในแนวทางการต่อสู้ก็มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ มีปัญหาตั้งแต่เรื่องยุทธศาสตร์ยุทธวิธีไปจนกระทั่งเรื่องกิจกรรมการเคลื่อน ไหว จะวิชาการ จะวัฒนธรรม จะนักวิชาการ หรือจะศิลปิน จะแนวไหน สไตล์ใคร จะลูกทุ่ง หรือจะเพลงเพื่อชีวิต ไปจนถึงวิธีระดมทุน ว่าจะจัดผ้าป่าหรือจะจัดโต๊ะจีน
ภายใต้ธรรมชาติและความขัดแย้งนี้ อย่าลืมนะครับว่า เพียงปีเดียว คนเสื้อแดงก็พิสูจน์ให้เห็นถึงการปราบไม่หมด ฆ่าไม่ตาย ยุให้แตกก็ไม่ได้ (เพราะแตกอยู่แล้ว) ถามว่าความไร้เอกภาพนั้นยังคงมีอยู่หรือไม่ ก็เมื่อมันเป็นธรรมชาติ มันจะหายไปได้อย่างไร และก็อย่างที่บอก ภายใต้การต่อสู้ในช่วงหลายปี มันได้ก่อพลวัตรใหม่ในแบบที่ ‘สมบัติ บุญงามอนงค์’ เรียกว่า ‘แกนนอน’ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การไม่เห็นด้วยว่า ใครจำเป็นจะต้องผูกขาดการนำใครไปตลอดทุกกาล ทุกประเด็น
สำหรับ ‘มวลชน คนเสื้อแดง ความขัดแย้งแตกแยกของแกนนำที่นำเสนอในหน้าสื่อ อาจจะมีผลเป็นการเสื่อมศรัทธา (ถ้ามีความศรัทธานั้นอยู่ในตัวแกนนำบางคน) แต่สำหรับ ‘ขบวนการเสื้อแดง’ ความขัดแย้งของแกนนำนั้นเป็นปัญหาที่มีน้ำหนักดังขนนก ตราบเท่าที่ปัญหาว่าด้วยความเป็นธรรม ความยุติธรรม ระบบการเมืองสองมาตรฐาน ปัญหาว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นคนที่เหมือนกัน รวมเรียกด้วยคำใหญ่ๆ ว่า ‘ประชาธิปไตย’ ที่มีความหมายมากกว่าการมีการเลือกตั้งนั้น ยังไม่เกิดขึ้นจริง
เรื่องราวในแบบที่คนเสื้อแดงถูกกระทำ การถูกสังหาร การถูกนำมาฆ่าซ้ำแบบไม่เคารพกัน ไม่หาความจริง ใส่ร้าย หมิ่นแคลนเพื่อนผู้จากไป หรือการจับคนเสื้อแดงเข้าคุกโดยไม่ได้ประกัน ถูกตีความยัดข้อหาหมิ่นฯ ถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรมเพียงเพราะความคิดความเห็นที่ต่าง ถูกกล่าวหาว่าซื้อได้ โง่เขลา ผู้นำพรรคฯที่เขาเลือกถูกดำเนินการสอบสวนเพราะไปผัดหมี่โคราช อยู่กับระบบการเมืองที่สองมาตรฐาน หรือการต้องอยู่กับข่าวสารประเภทที่ว่า แกนนำอยากมีอยากได้ตำแหน่ง นำความขัดแย้งแบบที่ "ไม่เคยเป็นข่าว" ไม่เคยได้รับความสนใจมาก่อน มาบิวด์มาปั้นเพื่อ "เป็นข่าว" ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ขายข่าวธรรมดา หรือด้วยจุดประสงค์ทางการเมือง เหตุการณ์แบบนี้นี่แหละที่จะทำให้ขบวนการเสื้อแดงเติบโตต่อไป
อันที่ จริง หากสื่อมวลชนรวมทั้งประชาไทเองเสนอความขัดแย้งในขบวนการเสื้อแดงอย่างตรงกับ ข้อเท็จจริงและตรงไปตรงมา คนไทยกลุ่มหนึ่งอาจจะได้เข้าใจและมองขบวนการเสื้อแดงได้อย่างเป็นจริงในแบบ ไม่เหมาเข่ง เช่น เผาบ้านเผาเมือง ล้มเจ้า สร้างรัฐไทยใหม่ หรือเพ้อเจ้อเพ้อฝัน เพราะมันอาจจะถูกทุกข้อหรือบางข้อก็ได้ แต่มันผิดแน่นอน ถ้าไปเหมาเข่งนิยามเป้าหมายการต่อสู้ของขบวนการเสื้อแดงแบบนั้น
ที่ กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่า ผมอยากเห็นคนเสื้อแดงเข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรี ผมเพียงแต่ทำในสิ่งที่คิดว่าตัวเองสนใจและให้ความสำคัญคือการ “เท่าทันสื่อ” เพราะในทัศนะผม แม้ความปรารถนาจะได้ไปนั่งบริหารประเทศเป็นสิทธิและไม่ใช่เรื่องที่ผิดบาป อะไร แต่คนเสื้อแดงก็ไม่ควรไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี อาจจะยกเว้นอยู่บ้างก็ได้แก่ แกนนำเสื้อแดงที่เป็นนักการเมืองในพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาเลือกเป็นมาตั้งแต่ต้น เป็นนักการเมืองที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อหวังจะได้ เป็นนักการเมือง
นอกจากนี้ ผมก็ไม่ได้ปรารถนาจะมาปกป้องขบวนการเสื้อแดง ด้วยตระหนักว่า ขบวนการเสื้อแดงในเวลานี้มีภารกิจที่ไกลเกินกว่าใคร กลุ่ม องค์กร หรือสถาบันใดๆ จะบั่นทอนหรือทำลายได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้น คงจะถูกทำลายไปนานแล้ว
จดหมายถึงมาร์คจากกะทิ (2)
ที่มา ประชาไท
Archiculture Cross Section
หาก ยังจำได้กะทิเขียนถึงมาร์คครั้งสุดท้ายเมื่อเมษาปี 2552 แต่ก็ไม่มีวี่แววว่ามารค์จะตอบกลับ จนกะทิมาตระหนักในตอนเมษาปี 2553 ว่าหมดคำพูดที่จะคุยเสียแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้... มาร์คดูมีเรื่องที่อยากจะพูดมากมาย มากกว่าจะอยากฟังโดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง กะทิทำได้เพียงแต่ส่ายหัวทอดถอนใจกับข้อเขียนที่ล้นเกินที่วนเวียนอยู่กับ แต่เรื่องความรู้สึกของตัวเอง... วันนี้ ... ทำไมมารค์หยุดเขียนเฟซบุ้คไปเสีย เฉยๆ เล่า ... เรื่องเล่าของผู้แพ้อาจจะมีแง่มุมที่เป็นมนุษย์มากกว่าคำพูดภายใต้หัวโขน นายกรัฐมนตรีนะ...ว่าแต่ว่ามาร์คถอดมันออกแล้วหรือยัง
กะทิ ยังจำวันแรกในความประทับใจถึงมาร์คอาจารย์หนุ่มแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ลุกขึ้นมาไฮด์ปารค์ขับไล่นายกฯ สุจินดาในปี 2535 ได้ดี เพื่อนนักศึกษาสาวๆ กรี๊ดกันกระหึ่มให้กะทิขำๆ ไม่ได้คิดถือสาอะไรว่าเขาอาจจะหลงใหลหน้าตามากกว่าคำพูดคมคายหนักแน่นของมา ร์ค แต่วันนี้มวลชนหน้ามืดที่กะทิไม่คิดถือสากลับมีจริงจังกว่าที่คิด มาร์คได้อ่านข่าววันนี้ไหม ที่คุณยายอายุ 80 คนหนึ่งกินยาฆ่าหญ้าฆ่าตัวตายเพราะเสียใจที่มาร์คแพ้การเลือกตั้ง
เปล่า เลย ... กะทิไม่ได้ต้องการบอกว่ามาร์คได้รับความนิยมที่แท้จริงจนมีความสำคัญต่อ มนุษย์คนอื่นถึงขั้นยอมเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก หรือจะบอกว่าคุณยายนั้นโง่ ... แต่กะทิคิดว่าความนิยมที่มาร์ค build อารมณ์มนุษย์หลายต่อหลายคนขึ้นมาให้นิยมในตนนั้น มันช่างเป็นอันตรายและจอมปลอมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณยายที่มีประสบการณ์ชีวิตมา 80 ปี กลับยอมลดทอนตัวเองลงไปมีค่าไม่มากไปกว่าต้นหญ้าที่ทำลายกันได้ง่ายๆ
แน่ นอน ... กะทิรู้ดีว่ามาร์คไม่อาจทำมันสำเร็จได้ด้วยตัวเองคนเดียว กลไกสร้างมาร์คให้เป็นนายกฯ ในฝันนั้นเหนือชั้นกว่าที่แกรมมี่สร้างพี่เบิร์ดอยู่หลายขุม .... มาร์คเป็นฮีโร่ที่ถูกใช้เป็นอาวุธไว้ฟาดฟันเหล่าอธรรมที่อยู่ตรงข้ามผู้ถือ อาวุธ ชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่าขั้นเทพจนออกจะเหนือจริงและเหลือเชื่อว่าจะกล้าทำ จนผิดวิสัยราวกับมารในหลายครั้ง นำพามาซึ่งกองเชียร์ไม่น้อยที่ทั้งสะใจทั้งคาดเดาไม่ทันกับการเชือดเฉือนภาย ใต้พลังพิเศษแต่ละครั้งของมาร์ค มาร์คจึงกลายเป็นเทพหรือตัวกลางผู้รับสารจากเทพที่กองเชียร์รอดื่มกินชัยชนะ ไม่รู้จบ จนมาถึงวันที่เทพตกสวรรค์ ความผิดหวังของมาร์คอาจไม่มากไปกว่าเหล่ากองเชียร์ ที่ฮึกเหิมจนไม่ทันตั้งรับกับการผิดหวังเสียใจ และวันนี้มาร์คก็กลับเป็นอันตรายยิ่งกว่า เพราะที่ผ่านมามันไม่ต่างกับการสร้างมาร์คไว้เป็นอาวุธเพื่อให้ผู้คนเอาไว้ ฆ่าตัวตาย ...
นักออกแบบโรงแรมรีสอรท์รุ่นบุกเบิก ที่เรียกกันเร็วๆ ว่าสไตล์บาหลีผู้มีฐานอยู่ในเมืองไทยมากว่า 20 ปี เคยกล่าวว่า “สถานที่แบบนี้ก็คือพื้นที่รองรับผู้คนชั้นกลาง - สูงที่ต้องการ ”หนี” มาจากชีวิตประจำวัน ฉะนั้นเราก็จงมาทำให้มันเป็น ”สวรรค์” ไม่ก็ ”นรก” ไปซะเลย เพียงแต่คุณได้หนีมาอยู่ในสถานะเทพทั้งในสองรูปแบบของสถานที่นั้นๆ ด้วยการบริการปรนเปรอกันเต็มพิกัดที่จะหาไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เซอร์ไพรส์นั้นเป็นสิ่งสำคัญทั้งโดยการเสพทางสายตาและประสบการณ์ ที่แน่ๆ ... สถานที่นี้ต้องไม่ใช่โลกมนุษย์ขี้เหม็นอันคุ้นเคยน่าเบื่อ เพราะนั่นคือที่ที่คุณต้องการหนีมันมา”
การเมืองไทยในรอบ 5 ปีอาจกลายร่างเป็นพื้นที่แห่งการหนีของคนกลุ่มเดียวกัน เพราะมีปริมณฑลทางการเมืองอันน่าเบื่อหน่ายตั้งไว้ก่อนแล้วเช่นเดียวกัน แล้ววันหนึ่งเราก็มีผีร้าย มีทั้งสีสัญญลักษณ์ และ presenter หน้าตาดีสลับสับเปลี่ยนมาขายตัว ไม่ต่างจากการเลือกเชียร์ทีมฟุตบอล นักฟุตบอล หรือเลือกกรี๊ดดาราเกาหลีสักสองสามคน ดังเช่นที่แฟนๆ บางคนของมารค์หลังวันเลือกตั้ง ผู้เลือกที่จะเบื่ออีกครั้งนั้นกล่าวว่ากลับไปตามดาราเกาหลีดีกว่า น่าตื่นเต้นและมีลุ้นกว่ากันเยอะ ... โชคยังดีที่คนนี้เลือกหนีไปสวรรค์ แต่คนที่เลือกไปนรกนี่สิ ... มันก็อาจเป็นคล้ายอาการหลังจบเกมฟุตบอลแพ้ ดังที่นักจิตวิทยาออกมาวิเคราะห์เรียกมันว่า political depressive เขาอาจเลือกยกพวกไปตีทีมที่ชนะ (ก็มันฟุตบอลนี่หว่า)
คล้ายกับวันนี้ ที่พ่อผู้สมัคร ส.ส. คนหนึ่งของมาร์ค เอามีดไล่ฟันรถขอบคุณประชาชนของฝั่งผู้ชนะขณะรถตระเวนไปกลางสาธารณชน ไปจนถึงอาจพัฒนาเป็นกลยุทธ์ขั้น advance ที่เนียนได้มากกกว่านั้น โดยเฉพาะเทคนิค double speak ที่มาร์คถนัดและงัดมาใช้ถี่ๆ จนเฝือ จนถูกจับได้ จนแพ้เลือกตั้ง ... หรือหากว่าเขาหาทางบรรเทาไม่เจอ โดยเฉพาะพวกที่หมกมุ่นอยู่แต่กับเฟซบุ้คไม่ออกมาเจอเพื่อนมนุษย์ ก็เป็นไปได้ว่าอาจเลือกหนทางเดียวกับคุณยาย
กะทิไม่ได้อยู่ใน กลุ่ม ”หนี” เพราะกะทิเป็นคนหนึ่งที่เลือกมอบความพ่ายแพ้ให้มาร์ค กะทิไม่ได้คิดหนีจากพระเอกไปหานางเอก แต่กะทิแค่รู้ว่าโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่มีปีศาจ เราจึงไม่ต้องกลัวมันและไม่ต้องการพระเอก - นางเอกมาช่วย กะทิไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าใช้เสียงเลือกตั้งบอกว่ากะทิไม่เอาการเมืองเห่ยๆ แบบที่ผ่านมาหลังปฎิวัติ 19 กันยา ไม่เอาพลังพิเศษมายุ่มย่าม กะทิต้องการนักการเมืองขี้เหม็น ที่กะทิด่าได้เมื่อเห็นท่าไม่ดี คนที่กะทิเลือกไม่ใช่คนดี เพราะคนที่พอใช้ได้ถูกแบนไปจนไม่เหลือมาให้เลือกไปก่อนหน้านี้เพราะพลังบ้า บอนั่นแล้ว กะทิภูมิใจที่ได้บอกว่า พลังเทพที่มาร์คเอามาช่วยบริหารนั้นห่วยกว่านักการเมืองเลวที่กะทิเลือกไป เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เสียอีก
กะทิติ้นเขินทางการเมืองมาก เพราะการเมืองของการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกทำให้แบนไม่เหลือมิติที่คนธรรมดา อย่างกะทิจะได้พูดในสิ่งที่อยากพูดให้มากไปกว่านี้ กะทิแค่หวังว่าหลังจากนี้เพื่อนๆ กะทิจะคุยการเมืองกันอย่างเห็นหัวคนอื่น (ถ้าเขายังไม่หายหัวหนีไปไหน) รู้ว่ากะทินั้นเป็นแค่ชนบทในนิยายหลอกเด็กลูกหลานคนชั้นกลาง นักการเมืองนั้นใครดี-เลวก็ต้องใช้สติปัญญาตัวเองวิเคราะห์ ไม่ใช่ข่าวลือ - ผังหลอกที่ทั้งกระพือทั้งแตกตื่นกันจนราวกับเพิ่งรู้ว่าโลก กลมผ่านทางอินเตอร์เน็ต กระเหี้ยนกระหือรือในการควานหานักการเมืองเลวมาด่าเพื่อเสริมสถานะรักชาติ ของตัวเอง แล้วเรียกมันว่าการมีจิตสำนึกและกระตือรือล้นในทางการเมือง 5 ปีที่ผ่านมานี้เรามีการเมืองของมวลชน (คนชั้นกลาง) ที่ปัญญาอ่อนเอามากๆ ไม่น้อยไปกว่ามวลชน (คนบ้านนอก) ที่ก้าวหน้าเช่นกัน เราเถียงกันในเรื่องที่เขาเลิกเถียงไปแล้ว สอบตกประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์ มานุษยวิทยา และเกือบทุกศาสตร์ แต่คลิกแป้นพิมพ์ได้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง
มาร์ คคงรู้แล้วว่าฝันในวัยเด็กของการอยากเป็นนายกฯ กับการเป็นนายกแห่งประเทศไทยจริงๆ ในวิถีทางที่มารค์ถลำเลือกนี่มันอาจเป็น การบรรลุฝันอันสุดยอดของมารค์ แต่มันเป็นฝันร้ายของคนอื่นเราดีๆนี่เอง วันไหนที่มารค์นอนร้องไห้ช่วยมาปราศรัยบอกกะทิอีกทีแล้วกัน ... กะทิล่ะงงว่า ทำได้ไง ... โดยไม่เขิน ...
กะทิขอจบด้วยย่อหน้าสุดท้ายเดียวกันของ จม.ถึงมาร์คเมื่อ 2 ปีก่อน...
“ มาร์คไปถึงฝันที่เป็นนายก แต่กลับประสบความล้มเหลวในความเป็นมนุษย์ไปทั้งชีวิต ประวัติศาสตร์คงจะจดจำมารค์ไว้เป็นเพียงจิ๊กซอว์อีกชิ้นหนึ่ง ที่เชื่อมโยงไปถึงวงจรอำนาจอุบาทว์ ที่เลือกลงมือกระทำกับประชาชนเพื่อผลแห่งอำนาจอีกครั้ง จดจำอย่างไม่ลืมว่าเป็นนายกผู้สร้างประวัติศาสตร์บาดแผลอีกครั้ง
กะทิหวังเพียงว่ามาร์คเองจะ เลือกจดจำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงที่รายรอบตัวในวันนี้อย่างไม่บิดเบือน แล้ววันที่เรากลับมาทบทวนประวัติศาสตร์หน้านี้กันอีกครั้ง มาร์คจะบอกเล่าถึงวงจรสามานย์ที่มันกดดันมาร์คได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาและ ไม่บิดเบือนอย่างในวันนี้ กะทิและเพื่อนอีกหลายสิบล้านคนจะรอวันนั้นอย่างมั่นคง “
กรำฝนรำลึกวีรชน10เมษาเพื่อนเราคือผู้บริสุทธิ์ บก.ลายจุดไล่กก.สิทธิลาออกหลังปูดรายงานอัปยศ
ที่มา Thai E-News
เวทีราษฎรรำลึกเพื่อนวีรชน10เมษาท่ามกลางสายฝนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อค่ำวานนี้(10 กรกฎาคม 2553:ภาพจากบอร์ดIF)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 กรกฎาคม 2554
แถลงการณ์เวทีราษฎรรำลึกเพื่อนวีรชน 10 เมษาฯ
จาก การเหตุการณ์สลายชึมนุมคนเสื้อแดง เมษ.-พค.53 มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย และโดนจับกุมคุมขังจำนวนมาก เป็นที่มาของความบอบช้ำ จนเป็นแผลฉกรรจ์ของสังคมไทยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้
หนึ่งปีกว่า แล้วที่ กระบวนการยุติธรรมที่ใช้สัญญลักษณ์ตราชั่งที่เที่ยงตรง ก็ยังไม่สามารถหาตัวผู้สั่งสังหารประชาชนมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้ มิหนำซ้ำยังกล่าวหาวีรชน ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญหาร และผู้ต้องโทษทั้งหลายคือ ผู้ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง และยังถูกซ้ำเติมจากสื่อในประเทศ ว่าคนเสื้อแดงคือผู้ก่อการร้าย
เราได้ รัฐบาลใหม่ที่มาจากเสียงประชาชน แต่การต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่วีรชน และเพื่อนเสื้อแดงยังไม่จบ แม้ทุกฝ่ายจะพยายามนำบรรยากาศบ้านเมืองเข้าสู่
ภาวะของสังคมการ ปรองดอง และมีการนำเสนอให้เกิดการนิรโทษกรรมให้แก่ทุกฝ่าย แต่หนทางหนึ่งซึ่งเรา " เวทีราษฎร" เห็นว่าจะนำไปสู่การปรองดองได้ เราขอเรียกร้องให้
1 . รัฐบาลใหม่จัดตั้งคณะกรรมการใหม่ในการสอบสวนเหตุการณ์สลายชุมนุม เมษายน - พฤษภาคม 2553 โดยเอาคนกลาง รวมถึงหน่วยงานต่างประเทศ เข้ามาสอบสวนหาความจริง และนำข้อเท็จจริงทั้งหมดออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ชน เพื่อเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่วีรชน และคนเสื้อแดง และนำผู้บงการฆ่า ผู้รับคำสั่งฆ่า ผู้ลงมือฆ่าประชาชน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่ละเว้นว่าจะเป็นผู้ใด และถ้าหากการนิรโทษกรรมจะเป็นแนวทางของการนำไปสู่ความเจริญของประเทศชาติ เรา "เวทีราษฎร" ก็จะไม่ขัดขวางอันใด แต่ขอให้เกิดขึ้นภายหลังข้อเรียกร้องทั้งปวง
2 . หน่วยงาน องค์กร ที่เกี่ยวข้อง เร่งเยียวยาใหครอบครัววีรชน ผู้บาดเจ็บ อย่างเร่งด่วน และให้ค่าตอบแทนในอัตราที่เหมาะสม กับการสูญเสีย /การเสียสละ แก่บุคคลที่มีคุณูปการทางระบอบประชาธิปไตย
3 . ปล่อย / ให้การประกันตัว แก่นักโทษการเมืองที่ถูกจับกุมตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 เรื่อยมาจนปัจจุบัน เนืองจากกฏหมายตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นกฏหมายจากคณะ รัฐประหาร ซึ่งถือว่าเป็นเผด็จการ และผิดไปจากหลักประชาธิปไตย ตราบใดก็ตามที่เพื่อนวีรชน เพื่อนผู้บาดเจ็บ เพื่อนผู้สูญหาย และ เพื่อนผู้ถูกจับกุมคุมขัง ยังไม่มีโอกาสในการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม เรา " เวทีราษฎร" จึงขอออกมาทำหน้าที่แทนพวกเขาเหล่านั้น ในการออกมาต่อสู้เพื่อ เรียกร้องความเป็นธรรม ความยุติธรรม ให้แก่วีรชน และเพื่อนเสื้แดง
" วีรชนคือผู้บริสุทธิ์ เพื่อนเราคือผู้บริสุทธิ์ คนเสื้อแดงคือผู้บริสุทธิ์ "
บก.ลายจุดไล่ส่งคณะกรรมการสิทธิฯลาออกไร้ความเป็นกลาง
นาย สมบัติ บุญงามอนงค์ -บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวในโอกาสเข้าร่วมงานรำลึกครบ 15 เดือน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เม.ย.53 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและแยกคอกวัวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อนร่วมรำลึกถึงวีรชนที่จากไป และเคลื่อนไหวให้รัฐบาลเร่งนำตัวผู้กระทำผิดผู้สั่งการฆ่าประชาชนมาลงโทษ พร้อมทั้งเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ตามเรือนจำทั่ว ประเทศอีกกว่า 100 คน และหารือปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา
นาย สมบัติ กล่าวต่อว่าคิดไว้อาจจะจัดบรรยากาศแบบการเฉลิมฉลองชัยชนะของคนเสื้อแดง และแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองเล็กน้อยเพื่อแจ้งไปยังพรรคเพื่อไทยที่ได้เป็น รัฐบาลแล้ว ก็อย่าลืมเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ถึงแม้รัฐบาลใหม่จะพูดเรื่องการปรองดองแต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะให้ความเป็นธรรม หรือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และขอให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงออกมา เพราะที่ผ่านมาคนเสื้อแดงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร้าย
การปรองดองนั้น หากคนที่ลงมือทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจก็พอรับได้ แต่หากรัฐบาลจะมาปรองดองหรือมานิรโทษกรรมให้กับคนที่มีเจตนาจงใจที่จะทำให้ เกิดความรุนแรงขึ้น ทั้งที่ตัวเองรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ได้กระทำหรือสั่งการไปนั้นจะเกิดผลเสีย อย่างไรตรงนี้ก็รับไม่ได้ ซึ่งจะต้องนำตัวมาลงโทษให้สมกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป เหตุการณ์ 91 ศพ คนสั่งการยิงประชาชนยังไม่ยอมขอโทษ และยังอยู่ในโครงสร้างของอำนาจมืดอยู่
นอก จากนี้ บก.ลายจุด ยังเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ควรลาออกทั้งคณะ เพราะไม่มีความเป็นกลางในการทำงาน ไม่ทำหน้าที่อย่างอิสระ ขาดคุณสมบัติจึงควรจะลาออก และตั้งคณะทำงานชุดใหม่ขึ้นมาแทน
*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:กรรมการสิทธิด้วยกันใจไม่ด้านพอ เบรกรายงานฉบับหมอชูชัย92ศพผิด-มาร์คถูก ไล่กลับไปเขียนใหม่


