WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, July 13, 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 14/07/54 ขบวนการคนใจแคบ..สมองตีบ..ปากกว้าง

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


พวกใจแคบ แยบยล พวกคนถ่อย
พวกที่คอย ปลุกระดม เพื่อล้มล้าง
พวกสันดาน เลวระยำ พวกอำพราง
พวกแอบอ้าง พวกหน้าด้าน พวกมารชน....


สมองตีบ รีบลนลาน พล่านเหมือนหมา
เพราะเสียหน้า พ่ายแพ้ แย่หลายหน
อยากแจกปี้บ คลุมหัว ทั่วทุกคน
ช่างสัปดน สมพวกเปรต ทุเรศจัง....


ประชาชน เลือกอนาคต ที่สดใส
เพื่อเมืองไทย เดินหน้า พามุ่งหวัง
แต่พวกมาร ผลาญพร่า ล่าจนพัง
เห็นหรือยัง? ประเทศนี้ อัปรีย์ครอง....


พวกปากกว้าง จ้องใส่ร้้าย คอยป้ายสี
แล้วบดขยี้ ให้พังพาบ ตราบาปสนอง
สร้างกฎเกณฑ์ กติกา ไม่น่ามอง
หวังปรองดอง แต่หมกมุ่น ไร้..คุณธรรม....


สื่ออคติ บิดเบือนข่าว เรื่องราวเท็จ
แถมหมกเม็ด มุ่งหน้า มาขย้ำ
ช่างเหมาะสม พวกจัญไร ใจระยำ
จึงกระหน่ำ คำสำราก สมกากเดน....


อนาคต มืดมิด สนิทเน่า
เพราะโคตรเหง้า พวกชั่ว มั่วเห็นเห็น
ออกมาเถิด พี่น้อง ร่วมจองเวร
เพื่อเมืองไทย ให้งามเด่น จนเป็นธรรม....


๓ บลา / บ่าย ๑๓ ก.ค.๕๔

เก็บตก ท่านทูตประเทศต่างๆ เข้าพบ คุณปู ยิ่งลักษณ์ 12/07/54

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน

ท่านเอกอัคราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย

ท่านเอกอัคราชทูตจีน ประจำประเทศไทย

ท่านเอกอัคราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 13/07/54 บ้านนี้เสพติดอำนาจ..แพ้ไม่เป็น

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



วิชามาร สารพัด งัดเข้าใส่
สมจัญไร ตอแหลแลนด์ แดนอัปยศ
พวกคนชั่ว อวดโอ้ พวกโป้ปด
ได้เห็นหมด เพราะทาสแท้ แพ้ไม่เป็น....

หลงอำนาจ วาสนา พาวิปริต
ดั่งเสพติด หลงทาง ไม่ว่างเว้น
เหมือนพวกบ้า มึนงง หลงประเด็น
จนได้เห็น พรรคแสนชั่ว ตัวกาลี....

พวกชั่วช้า สามานย์ สันดานสถุน
สร้างว้าวุ่น ทั่วเมือง เรื่องโน่นนี่
หวังตอดเล็ก ตอดน้อย คอยย่ำยี
สมอัปรีย์ พรรคเปรต ทุเรศนัก....

ยามนารี ขี่ม้าขาว เข้ามาปราบ
แพ้ราบคาบ กลับเง้อง้า เหมือนบ้าหนัก
หาเรื่องพาล สุดระยำ ทำยึกยัก
จึงประจักษ์ พรรคมาร สันดานเลว....

พวกเบื้องหน้า เบื้องหลัง นั่งสุมหัว
วางแผนชั่ว ฉุดเมืองไทย ให้ดิ่งเหว
จ้างสื่อทราม โหมใส่ไคล้ ดั่งไฟเปลว
ช่างแหลกเหลว หมองหม่น คนระยำ....

หวังสนอง ตัณหา พวกหน้ามืด
เผยกำพืด โง่เขลา เฝ้าเหยียบย่ำ
บนเส้นทาง มืดมน คนใจดำ
บทสุดท้าย รอรับกรรม ที่ทำกัน....

๓ บลา / ๑๓ ก.ค.๕๔

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 11/07/54 สาวน้อยมหัศจรรย์..กับการเข็นครกขึ้นภูเขา

ที่มา blablabla

โดย 3บลา ประชาไท

ภาพถ่ายของฉัน



ขอ..สาวน้อย มหัศจรรย์ จงฟันฝ่า
เพื่อนำพา สิ่งดี ตามที่หวัง
อุปสรรค หักเห ประเดประดัง
ให้ผ่านพ้น สมดั่ง เธอตั้งใจ....

ทั้งปากหอย ปากกา ปากหมาเห่า
พวกงี่เง่า เจ้าเล่ห์ พวกเฉไฉ
พวกอุบาทว์ ชาติชั่ว ตัวจัญไร
ขอพวกมัน แพ้ภัย ไม่ต้องมา....

ทั้งศึกนอก ศึกใน ให้พังพาบ
ลบรอยบาป เลอะเลือน เหมือนไร้ค่า
ให้รุ่งเรือง กระเดื่องไกล ในโลกา
ให้เดินหน้า ปรองดอง ทั่วผองไทย....

อีกปัญหา มากมาย ทั้งหลายแหล่
อย่าเชือนแช หม่นหมอง จนร้องไห้
นำความสุข ทั่วเมือง เรืองวิไล
ให้สมใจ สมปอง ครรลองธรรม....

แม้นเข็นครก ขึ้นภูเขา ให้เบาหวิว
จนลอยลิ่ว บรรจบ ก่อนพลบค่ำ
ให้มีแรง ฮึดสู้ ผู้ใจดำ
ให้ชนะ ฝ่ายอธรรม ย้ำสิ่งดี....

นำความสุข คืนบ้าน ตามขานไข
นำเมืองไทย รุ่งเรือง เปรื่องศักดิ์ศรี
ให้ประชา ชื่นบาน จนนานปี
ให้สาวน้อย คนนี้ อย่ามีภัย....

๓ บลา / ๑๑ ก.ค.๕๔

แก้แค้น VS แก้ไข : ความเหมือนในความต่าง?

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะชื่นชอบสีไหน
คงจำวรรคทองในวันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศตัวลงสู้สนามการเมือง
ด้วยการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 ของพรรคเพื่อไทยที่ว่า...

“พรรคเพื่อไทยนั้น ไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข...” กันได้เป็นอย่างดี
เพราะถือว่า เป็นประโยคเด็ดที่ผู้คนยังนำมากล่าวขวัญถึงอยู่เนืองๆ ใน Social Media ต่างๆ

ต่อมาเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาจนเป็นที่มั่นใจว่า
พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
ประโยคเด็ดนี้ จึงกำลังรอการพิสูจน์จากรัฐบาลใหม่
ภายใต้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยอย่างใจจดใจจ่อ

ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 คำว่า “แก้แค้น” เป็นคำกริยา
หมายความว่า “ทําตอบด้วยความแค้นหรือเพื่อให้หายแค้น”
ส่วนคำว่า “แก้ไข” เป็นคำกริยาเช่นเดียวกัน
มีความหมายว่า “ทําส่วนที่เสียให้คืนดีอย่างเดิม, ดัดแปลงให้ดีขึ้น…”

หากดูตามคำนิยามในพจนานุกรมจะเห็นได้ว่า
คำสองคำนี้ มีความหมายที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน
แต่เมื่อถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแล้ว
หากผู้พูดไม่ระมัดระวัง อาจจะทำให้คำสองคำกลายเป็นคำๆ เดียวกันไปโดยไม่รู้ตัว

เหตุการณ์แรกภายหลังทราบผลการเลือกตั้งที่น่าจะเป็นตัวอย่าง
ให้การ “แก้ไข” กับการ “แก้แค้น” เกือบจะแยกกันไม่ออกคือ
การที่ตำรวจบุกยึดเครื่องส่งของสถานีวิทยุที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต
ตามกฎหมายและทราบกันดีว่าเป็นสถานีที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย
ในขณะที่สถานีวิทยุ (ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตเช่นเดียวกัน)
ของกลุ่มคนเสื้อแดงยังคงสามารถออกอากาศได้ตามปกติ

หากจะมองในมุมของการ “แก้ไข” การปิดสถานีวิทยุดังกล่าว
ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายกับสถานีวิทยุที่ยังไม่ได้ใบอนุญาต
เนื่องจากยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาทำหน้าที่
ออกใบอนุญาตตามกฎหมายพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง
และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ดังนั้น สถานีวิทยุทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเรียกตัวดองว่า วิทยุชุมชน หรือวิทยุท้องถิ่น ต่างล้วนไม่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งสิ้น

แต่หากจะมองว่าเป็นการ “แก้แค้น” การปิดสถานีวิทยุของกลุ่มที่หมดอำนาจทางการเมือง
แต่ยังปล่อยให้สถานีวิทยุของฝ่ายที่สนับสนุนกลุ่มที่กำลังก้าวเข้ามามีอำนาจทางการเมือง
ยังคงออกอากาศได้ตามปกติ ย่อมถือเป็นการดำเนินการในลักษณะเดียวกับยุคที่รัฐบาล
ที่กำลังจะหมดอำนาจลงไปเคยดำเนินการกับวิทยุของคนเสื้อแดง
และปล่อยให้สถานีวิทยุที่สนับสนุนรัฐบาลสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีใครไปกวนใจ



นอกจากนี้ หากรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเข้ามาบริหารประเทศอย่างเต็มตัว
แล้วมีการสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่เคยได้รับแต่งตั้ง
ในสมัยที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในแบบที่เรียกกันว่า “ล้างบาง”
ก็อาจถูกมองว่าเป็นการแก้แค้นได้เช่นกัน แม้ว่า รัฐบาลเพื่อไทยจะบอกว่า เป็นการแก้ไข
เพราะเป็นการโยกย้ายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการ
ที่เคยถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมในรัฐบาลก่อนก็ตาม

หรืออีกกรณีของการที่รัฐบาลใหม่จะเข้าไปรื้อโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลก่อนดำเนินการอนุมัติไปแล้ว
โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินการที่ผ่านมา ไม่โปร่งใส จึงต้องเข้ามาแก้ไข แต่ในอีกมุมหนุ่ง
การเข้าไปรื้อโครงการในลักษณะนี้ อาจถูกมองว่าเป็นการแก้แค้นที่รัฐบาลก่อน
ไม่เปิดโอกาสให้พวกพ้องของกลุ่มอำนาจใหม่ได้เข้าร่วมดำเนินโครงการกับภาครัฐ
และต้องยกเลิกสัญญาเพื่อให้พรรคพวกของตนเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์แทน

นี่ยังไม่ได้มองไปไกลถึงกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ที่ขณะนี้เริ่มมีข้อเสนอจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยบางส่วนแล้วว่า
น่าจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ
ที่ทำให้พรรคที่ก่อตั้งโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องถูกยุบครั้งแล้วครั้งเล่า
ซึ่งอาจจะไปไกลถึงการยกเลิกบทบัญญัติที่รับรองการกระทำใดๆ
ของฝ่ายที่กระทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ด้วยก็เป็นได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงอาจถูกมองว่า
เป็นการแก้ไขเพื่อเปิดช่องให้มีการแก้แค้น กลุ่มที่ทำรัฐประหารโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณให้พ้นจากอำนาจ



ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างยิ่งว่า
จะสามารถบริหารประเทศไปได้โดยให้ประชาชน “ทั้งประเทศ” สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่า
การดำเนินนโยบายใดของรัฐบาลใหม่ถือเป็นการ “แก้ไข” ไม่ได้เป็นการ “แก้แค้น”
ตามที่ได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคมไว้



เพราะเส้นแบ่งทางการเมืองระหว่างคำว่า “แก้แค้น” กับ “แก้ไข” มันช่างเปราะบางเสียจริงๆ

อย่างไรก็ตาม
หากมีฝ่ายที่มองว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลเป็นการ “แก้แค้น” มากว่าการ “แก้ไข” แล้ว
ก็อาจเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่วังวนเดิมๆ ของการประท้วงคัดค้านรัฐบาล
ที่ล้วนแต่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว...



ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
www.twitter.com/chavarong
chavarong@thairath.co.th



http://www.thairath.co.th/column/tech/socialmediathink/185971

"มานิตย์"ลั่นเสนอยกร่างประชามติแก้ รธน.50 เข้าที่ประชุมพรรค

ที่มา มติชน

นาย มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่เสนอให้มีการยกร่างประชามติถามประชาชนว่าจะเลือกใช้รัฐ ธรรมนูญ 2550 หรือรัฐธรรมนูญ 2540 ว่า ตนจะเสนอเข้าที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เพื่อขอมติจากที่ประชุมก่อน ถ้าเสียงข้างมากเห็นด้วย ในการยกร่างประชามติฯ ก็เขียนได้ทันที ไม่ถึง 5 นาทีเสร็จแล้ว ขอเพียงที่ประชุมมีมติออกมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าในการยกร่างจัดทำประชามติและการดำเนินการนั้น ใช้เวลาไม่นานเหมือนการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพราะนั่นเป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ครั้งนี้เป็นการให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ตัดสินชี้ขาดว่าจะเลือกใช้รัฐธรรมนูญฉบับไหน


"ถ้า หากไม่รีบดำเนินการแก้ไข ในที่สุดพรรคเพื่อไทยก็อาจจะโดนยุบอีก ถึงตอนนี้จะทำอย่างไร ถ้าไม่จัดการเขา เขาก็ต้องจัดการเราแน่ เพราะองค์กรที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2550 นั้นยังอยู่กันครบ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง และถ้าหากพรรคเพื่อไทยถูกยุบไปก่อน ก็คงไม่มีโอกาสไปแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ อยากถามว่า เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย แล้วทำไมต้องบริหารภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ที่มาจากเผด็จการ" นายมานิตย์กล่าว


นายมานิตย์กล่าวอีกว่า ถ้าหากพรรคมีการเสนอทำประชามติ อาจถูกกระแสต่อต้าน ดังนั้น อยากจะเชิญให้ฝ่ายที่ต่อต้านมาออกทีวีเพื่อมาพูดกัน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 กรกฎาคม เวลา 13.00 น. ตนได้รับเชิญให้ไปบรรยายเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ให้บรรดานักการเมืองบ้าน 111 ฟังด้วยที่มูลนิธิไทยรักไทย

อื้อฮือ!รถหรูประจำตำแหน่ง กก.สิทธิฯ Mercedes Benzป้ายแดงคันละแค่13ล้าน ซื้อจากบ.ดังก่อนปิดงบฯปี2552

ที่มา มติชน




บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด


เสน่ห์ จามริก


อมรา พงศาพิชญ์

มิ ใช่แค่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีการจัดซื้อรถยี่ห้อเลก ซัส ประจำตำแหน่งของประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและรถประจำตำแหน่งตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญ จำนวน 13 คันในราคา 39.5 ล้านบาทซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2548

องค์กรอิสระอีกแห่งหนึ่งที่จัดซื้อรถประจำตำแหน่งด้วยเหมือนกันคือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หากแต่ต่างยี่ห้อและราคาแตกต่างกัน


"มติชนออนไลน์"ตรวจสอบพบว่า ในช่วงปี 2552 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้จัดซื้อรถประจำตำแหน่งอย่างน้อย 4 คัน


คันแรก ยี่ห้อ Mercedes Benz ราคา 3,690,000 บาท จากบริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด 3,690,000 บาท เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2552

คันที่สอง ยี่ห้อ Mercedes Benz ราคา 13,198,000 บาท จาก บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552


คันที่สาม ยี่ห้อ BMW ราคา 3,250,000 บาท จากบริษัท มิลเลนเนียม จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552


คันที่สี่ ยี่ห้อ Toyota Vellfire 2.4 ราคา 3,299,500 บาท จาก บริษัท TSL Auto Corporatiom จำกัด (ที เอส แอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น) เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552

(น่าสังเกตว่าการจัดซื้อเกิดขึ้นก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2552)

บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด จด ทะเบียนวันที่ 15 กรกฎาคม 2540 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 64,299,900 บาท ที่ตั้งเลขที่ 99 ซอยวิภาวดีรังสิต 40 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ถือหุ้นใหญ่ 62.2% บริษัท บีเคเค แกรนด์ เอสเตท จำกัด 22.2% นางสาวจีนาภักด์ เพ็ชรลือชัย 4.6% นางสุภา ลิขิตพฤกษ์ 3.8% นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ 3.2% นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ นางสุภา ลิขิตพฤกษ์ และนายอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล เป็นกรรมการ (นายอนุพล เป็นกรรมการ บมจ. บริษัท ภัทรลิสซิ่ง กลุ่มตระกูลล่ำซำเป็นเจ้าของ)

บริษัท ที เอส แอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จดทะเบียนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2547 ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาทที่ตั้งเลขที่ 78/9 หมู่ที่ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายวสันต์ อุดมผลวณิช ถือหุ้น 29.1% นางสาวสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช 29.1% นายพรพัฒน์ เหลืองพิพัฒนะกุล 23.3% นางสาวพิไลลักษณ์ อุดมผลวณิช 15% นายจักรดุลย์ เหล่ากุลทรัพย์ 1.6% นายพรศักดิ์ อุดมผลวณิช 1.6% มีนายพรพัฒน์ เหลืองพิพัฒนะกุล นายวสันต์ อุดมผลวณิช น.ส.สุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช และ น.ส.พิไลลักษณ์ อุดมผลวณิช เป็นกรรมการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Mercedes Benz ราคา 13,198,000 บาท จาก บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552 น่าจะเป็น รุ่น เอส 500 ที่บวกอุปกรณ์ครบชุด รวมประกันภัย

อย่าง ไรก็ตาม การจัดซื้อ เบนซ์ 500 ราคากว่า 13 ล้าน ดูไม่เหมาะสม เพราะมีราคาสูงเกินความจำเป็น เพราะการจัดซื้อรถประจำคณะกรรมการตุลาการ หรือ องค์กรอิสระ เฉลี่ยอยู่ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ทั้งนี้ อาจสะท้อนระเบียบการจัดซื้อภายในที่มีช่องโหว่

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ 1 (2544 - 2552) ประกอบด้วย

1.ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย
3.คุณหญิงจันทนี สันตะบุตร
4.นางสาวนัยนา สุภาพึ่ง
5.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี
6.นายวสันต์ พานิช
7.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทิน นพเกตุ
8.นางสุนี ไชยรส
9.คุณหญิงอัมพร มีศุข
10.นาวสาวอาภร วงษ์สังข์

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่ 2 (2552 - 2558)

1.น.พ. แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ
2.น.พ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุบลราชธานี, ประธานมูลนิธิพิทักษ์ธรรมชาติเพื่อชีวิต
3.นาย ปริญญา ศิริสารการ อดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรม จ.นครราชสีมา, อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ, อดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
4.นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ
5.พลตำรวจเอก วันชัย ศรีนวลนัด ผู้ช่วย ผบ.ตร.
6.นางวิสา เบ็ญจะมโน ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการ 10) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
7.ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แขวนยิ่งลักษณ์ เสื้อแดงคงต้องออกโรงอีกที

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


ตอน นี้วิชามารกำลังเริ่มแล้ว คือ ไหนๆ อภิสิทธิ์ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ อยู่แล้ว ก็แขวนไม่รับรองรายชื่อเสียทั้งหมดในส่วนของแกนนำ หัวหน้าพรรคต่างๆ เพื่อสะกัดยิ่งลักษณ์คนเดียว

งานนี้ผมคิดว่าเสื้อแดงคงต้องออกแรงอีกรอบ

พวกอำมาตย์คงเดินเกม เพื่อให้เพื่อไทยเลือกคนอื่นเป็นนายกฯ เช่น ประชา พรหมนอก
แต่ผมไม่คิดว่าคนเสื้อแดงและคนไทยค่อนประเทศจะยอม เพราะประชามติ เขาต้องการให้ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ไม่ใช่คนอื่น

ดังนั้น วิกฤติการเมืองรอบใหม่คงเกิดขึ้น แผ่นดินเสะทือนแน่งานนี้

และ ผมไม่คิดว่าเสื้่อแดงควรจะยอมด้วย เพราะประชา หรือคนอื่นๆ คงไม่สามารถทำตามนโยบายได้ เราเลือกยิ่งลักษณ์ ดังนั้น มันต้องเป็นยิ่งลักษณ์เท่านั้น

วิกฤติของประเทศมันควรจบได้แล้ว แต่คนบางจำพวกไม่ยอมจบ

สงครามก็คงดำเนินต่อไป จะเหลือซากของอะไรอีกก็ไม่ทราบ หลังสงครามความขัดแย้งนี้

ฟางเส้นสุดท้ายที่ "อูฐอาจหลังหักได้" สันติภาพที่เห็น กลายเป็น "ดำมืดอีกแล้ว"

โดย ลูกชาวนาไทย

บรรยากาศ หลังเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยชนะเด็ดขาดนั้น ทำให้คนในสังคมทั้งหมดโล่งอกและคิดว่าวิกฤติที่ผ่านมา 5 ปีจะเห็นแสงสว่างเสียที ผมจับความรู้สึกนี้ได้แม้แต่พวกเสื้อเหลืองปกติทั่วไปนะครับ เพราะพวกเขาเบื่อกับความขัดแย้งที่ไม่มีทางออกนี้

พวกอำมาตย์ไม่อาจประเมินอารมณ์นี้ได้

การ ที่ กกต.ไม่รับรองยิ่งลักษณ์ ทำให้ "ภาวะที่เริ่มเห็นสันติภาพ" กลายเป็นการเริ่มสงครามรอบใหม่ไปทันที และไม่รู้ว่าจะจบเมื่อใดด้วย และหากวิกฤติขึ้นอีก ทุกคนก็คาดการได้ว่า "ต่อไปพังไม่มีเหลือแน่" เพราะความอดทนของคนมีจำกัด

ฟางเส้นสุดท้ายที่อำมาตย์วางลงมา จะทำให้อูฐหลังหักอย่างแน่นอน

ตอนนี้จะให้ใหญ่ยังไงก็คุมกันไม่ได้

รองอธิการบดี มสธ. ชี้กกต.อาจถูกฟ้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังเรื่องร้องเรียนไม่เคลียร์

ที่มา มติชน

วัน ที่13ก.ค. จากการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายคมสัน โพธิ์คง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า หากกกต.ถูกฟ้องในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กกต.จะมีความผิดทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เนื่องจากยังไม่ได้ชี้แจงข้อเรียกร้องในเรื่องต่างๆ ให้เกิดความกระจ่าง ไม่ว่าจะเป็นกรณี การกำหนดนโยบายหาเสียงของนักและพรรคการเมือง, การควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ, นายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือกรณีที่ประชาชนเสียสิทธิเลือกตั้งจำนวน 2 ล้านคน หลังไม่ได้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนการใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้ง

ทั้ง นี้ นายคมสัน ยังกล่าวอีกว่า กกต.จงใจละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่รู้ว่าการเลือกตั้ง ปี 2554 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบเขต แต่กกต.ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ทำให้ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 2 ล้านคนมีปัญหา ในทางกฎหมายถือว่ากกต. ไม่ใช้อำนาจจนทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อการเลือกตั้ง ดังนั้นหากกกต.จะสร้างความเป็นธรรมต้องสั่งเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ


อย่าง ไรก็ตาม การเสียสิทธิของ 2 ล้านคนนั้น นายคมสัน มีข้อมูลว่า หากได้รับสิทธิ์เลือกตั้งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคะแนนเลือกตั้งประมาณ 21 จังหวัด และเปลี่ยนแปลงผู้ได้รับเลือกตั้งประมาณ 50 - 70 คน ขณะเดียวกันมองว่าการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นเหมือนการกระทำผิดที่สำเร็จแล้ว และอาจซ้ำรอยประวัติศาสตร์ กกต.ยุคของ คุณวาสนา เพิ่มลาภ ที่ติดคุกเพราะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

สื่อตปท.เผยยิ่งลักษณ์ลดกระแสถูกกกต.แขวน นักวิชาการชี้ถูกรัฐประหารทางกฎหมายรอบใหม่

ที่มา มติชน

สำนัก ข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยหรือกกต.ยังไม่ประกาศผลรับรองการเป็นส.ส.ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร.ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทย และเธอเป็น 1 ในจำนวนของผู้ชนะการเลือกตั้งส.ส. 142 คนที่ยังไม่ได้การรับรองเนื่องจากต้องรอการตรวจเรื่องที่ถูกร้องเรียนเสีย ก่อน

เอพีระบุว่าการ ไม่รับรองการเป็นส.ส.น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่บนท้องถนนจากกลุ่มผู้สนับสนุนเธอ และจุดชนวนกระแสการเมืองระส่ำรอบใหม่ในเมืองไทยซึ่งที่ผ่านมาได้กลายเป็น ประเทศที่มีประชาธิปไตยที่เปราะบาง

อย่างไรก็ตาม เอพีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พยายามจะลดกระแสการถูกแขวนชื่อจากกกต.ระบุว่า เธอเชื่อว่า กกต.จะให้ความยุติธรรมแก่เธอและพรรคเพื่อไทยและว่า การถูกเลื่อนการรับรองเป็นเพียงกระบวนการตรวจสอบปกติของกกต.และกกต.มีโอกาส นับเดือนที่จะตรวจสอบและตัดสินใจสรุป

ทางด้านปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ แสดงทัศนะว่า กกต.กำลังเริ่มการรัฐประหารทางกฎหมายรอบใหม่กับกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ และขวางไม่ให้พรรคเพื่อไทย ขึ้นสู่อำนาจถือเป็นความพยายามหลังการเลือกตั้งที่จะขัดขวางไม่ให้พรรคเพื่อ ไทยได้ขึ้นสู่อำนาจ และความเคลื่อนไหวนี้ อย่างน้อยที่สุดจะทำให้เกิดกระแสไม่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อสนับสนุนพรรคเพื่อ ไทย และอาจจบลงด้วยวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อของเมืองไทย