WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, July 27, 2011

กกต.รับรอง ส.ส.ที่เหลือ 94 คน ยกเว้น “จตุพร”

ที่มา มติชน

นาง สดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงมติการประชุม กกต. เพื่อรับรองผลการเลือกตั้ง ว่า ที่ประชุมรับรองผลการเลือกตั้งในเขตที่เหลือทั้งหมด ยกเว้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดย กกต.มีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เห็นว่ายังไม่ควรรับรอง เพราะต้องพิจารณากรณีขาดความเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ไปเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคณะอนุกรรมการมีความเห็นแต่เพียงเรื่องกรณีขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องสอบเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้กำหนดว่าจะลงมติเรื่องดังกล่าวอีกครั้งวันใด

ส่วน กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพายัพ ปั้นเกตุ ผู้สมัคร ว่าที่ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนางพรทิวา นาคาศัย ผู้สมัคร ว่าที่ ส.ส. ชัยนาท เขต 1 พรรคภูมิใจไทย แม้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ยังมีเรื่องร้องคัดค้านอยู่ เพราะต้องยอมรับว่า กกต. สอบสวนไม่ทัน เนื่องจากเรื่องร้องคัดค้านเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ประยุทธ์ขอซื้อเพิ่ม ฮ.30ลำ! อ้างที่มีอยู่ใกล้ตก

ที่มา ข่าวสด

เสนอรัฐบาลใหม่อนุมัติ ส่ง7ศพฮ.แบล็กฮอว์ก ถึงลพบุรี-ปูรุดไว้อาลัย สอ.เครื่องเบลล์สุดปีติ รับดอกไม้พระราชทาน



ร่วมอาลัย - น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร เดินทางมาที่วัดดงสวอง จ.ลพบุรี ร่วมเคารพศพนายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุฮ. แบล็กฮอว์กตก จากนั้น ได้ไปร่วมงานศพช่างภาพช่อง5 เมื่อ26 ก.ค.

ในหลวง พระราชทานดอกไม้เยี่ยมส.อ. ช่างเครื่องฮ.เบลล์ สุดซาบซึ้งในพระมหา กรุณาธิคุณ มทภ.2 สั่งเช็กฮ.เบลล์ที่เหลือ 2 ลำอย่างละเอียดหลังผบ.ทบ.สั่งห้ามบิน โอดต้องนั่งรถตู้ไปทำภารกิจที่ยโสธรนานถึง 8 ช.ม. ทบ.ปูนบำเหน็จพิเศษ 8 ขั้น พร้อมเลื่อนยศ 3 นายทหารที่เสียชีวิตในฮ.เบลล์ ส่วนเหยื่อแบล็ก ฮอว์กทำพิธีเคลื่อนย้ายกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด "ประยุทธ์" ยันอีกรอบไม่มีทุจริตจัดซื้อ แต่ฮ.ตอนนี้เก่ามาก วอนรัฐบาลใหม่อนุมัติซื้อ "ฮิวอี้" เพิ่มอีก 30 ลำ

เคลื่อนศพทหารกลับภูมิลำเนา

เมื่อ เวลา 08.30 น. วันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.กาญจนบุรี ว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำพิธีเคลื่อนศพนายทหารและช่างภาพททบ. 5 ซึ่งประสบอุบัติเหตุ ฮ.แบล็กฮอว์กตก ออกจากศาลาการเปรียญวัดทุ่งลาดหญ้า หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อแยกย้ายไปทำพิธีทางศาสนาตามภูมิลำเนาผู้เสียชีวิต

โดย ใช้รถยูนิม็อกลำเลียงโลงศพนายทหาร ประกอบด้วยศพของ พ.ต.ประพันธ์ เจียมสูง เนิน นักบินที่ 1 พ.ต.ชูพันธ์ พลวรรณ นักบิน ที่ 2 จ.ส.อ.สมคิด วงษ์ตาแสง ช่างเครื่อง ส.อ. อร่าม วงษ์สิงห์ ช่างซ่อม และ นายศรชัย คงตันนิกูล ช่างภาพ ททบ.5 เดินทางไปยังกองร้อยบินกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เพื่อนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก ที่มารอรับ จำนวน 2 ลำ โดยมี พ.อ.เครือนาค เกิดขำ รอง ผบ.พล.ร. 9 นำทหารกองเกียรติยศ พร้อมคณะนายทหาร ตำรวจ คณะแม่บ้านทหารบก และญาติผู้เสียชีวิต กว่า 500 คน ส่งศพอย่างสมเกียรติ

ศพทหาร-นักข่าวถึง"ลพบุรี"

ต่อมา เวลา 09.15 น. เครื่องแบล็กฮอว์กทั้ง 2 ลำ ได้ลำเลียงศพทหารทั้ง 5 นาย มุ่งหน้าไปยังจ.ลพบุรี โดยนักบินและช่างเครื่องทั้ง 4 นาย จะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดดงสวอง ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ค. เวลา 19.00 น. และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 28 ก.ค. เวลา 16.00 น. ส่วนศพของนายศรวิชัย กำหนดสวดพระอภิธรรมศพที่วัดมณีชลขันธ์ ต.พรหมมาสตร์ อ.เมือง จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ 26-30 ก.ค. เวลา 19.30 น. พระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 31 ก.ค. เวลา 16.00 น.ส่วนศพของ ร.อ.จักรพันธ์ บำรุงพืช นายทหารยุทธการและการฝึก ร้อย.ลว.ไกล 9 สังกัด พล.ร.9 เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายจากวัดทุ่งลาดหญ้ามุ่งหน้าไปยัง กทม. นำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดศาลาแดง แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ระหว่างวันที่ 26 ก.ค.-2 ส.ค. เวลา 19.30 น. และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 3 ส.ค. เวลา 16.00 น. และศพของ ส.ต.อิทธิศักดิ์ หิณะสุทธิ์ พนักงานวิทยุโทรเลข สังกัด ร้อย.ลว.ไกล 9 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังวัดเบญจพาด ต.พังตรุ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ประกอบพิธีทางศาสนา ในวันที่ 26-29 ก.ค. เวลา 19.30 น. มีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันที่ 30 ก.ค. เวลา 16.00 น.

"พล.ต.ตะวัน"ตั้งศพเมืองกาญจน์

สำหรับ ศพของพล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล. ร.9 และ ศพของร.อ.เจตน์ สุดใจ รอง ผบ.ร้อย. ลว.ไกล 9 ญาติตั้งสวดพระอภิธรรมศพที่ศาลาการเปรียญ วัดทุ่งลาดหญ้าตามเดิม สวดพระ อภิธรรมระหว่างวันที่ 25-31 ก.ค. มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 1 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนศพของพ.ต.กิติภูมิ เอกพันธ์ นายทหารยุทธการหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 นายทหารที่ประอุบัติเหตุ ฮ.ฮิวอี้ลำแรกตก ญาติตั้งสวดพระอภิธรรมศพที่วัดทุ่งลาดหญ้า มีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันนี้

ผบ.ทบ.ขอซื้อฮิวอี้ 30 ลำ

วัน เดียวกัน ที่บก.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีฮ.ตก ว่า ถ้าใครอยากรับราชการทหารคงต้องเรียนหนังสือเก่งๆ และไปสอบคัดเลือกให้ได้ ตนอยากได้นายทหารที่เก่งๆ มาทำงานในโอกาสข้างหน้า พร้อมขอให้เยาวชนยกมือขึ้นหากใครอยากเป็นทหาร หรือไม่มี หรือกลัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ทหารเป็นอย่างนี้ก็ต้องเสี่ยง

"ผมและผู้บังคับบัญชาทุกคนเคยนั่งมา แล้ว ฮ.เก่าๆ ซึ่งฮ.พวกนี้เป็นสมัยที่ผมเป็นเด็ก นั่งกันมาตลอด ก็มีการซ่อม เพราะประเทศเรามีงบประมาณไม่มาก ซึ่งเรามีแผนจะพัฒนาอยู่แล้ว โดยจะเปลี่ยน ฮ.ฮิวอี้ แต่รัฐบาลไม่มีงบประมาณให้ ซึ่งเราต้องการซื้ออีก 30 กว่าลำเพื่อทดแทนฮิวอี้ที่ตก แต่ยังไม่ได้ ต้องฝากไปยังรัฐบาลใหม่ดูแล ทุกอย่างไม่ใช่ได้มาง่ายๆ อย่ามองว่าผู้บังคับบัญชาไม่เอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา ขณะนี้กำลังเสนอโครงการให้รัฐบาลคาดว่าในปี 2555 เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้รับการอนุมัติ" ผบ.ทบ. กล่าว

ตรวจเช็ก - หน่วยบินทหารบก กองทัพภาคที่ 2 แสดง การตรวจเช็กฮ.เบลล์ ยืนยันมีการบำรุงรักษาและตรวจสอบตามขั้นตอนทุกประ การ ขณะที่ผบ.ทบ. เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่จัดซื้อฮ.อีก 30 ลำ



ครวญอย่าเพิ่งติติงทหาร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อย่าเพิ่งติติงทหาร เราพร้อมทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ขอให้กำลังใจทหารมากๆ แม้บางทีเห็นตนในทีวี หน้าตาจะดุดันไปหน่อย เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของบทบาท ผู้นำองค์กรต้องเป็นอย่างนี้ ตนต้องรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของกองทัพบกไว้ยิ่งกว่าชีวิต เป็นสิ่งที่เราปลูกฝังกันมา กองทัพบกใครจะมาแตะต้องไม่ได้ ตนถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปกป้องจึงต้องขออภัย ถ้าหากว่าดุเดือดไปนิดหนึ่ง แต่ปกติแล้วตนเป็นคนใจดี ไม่มีอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกพร้อมกันถึง 3 ลำ 3 แบบ ทำให้กองทัพบกมีแผนจะจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ 30 ลำ เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ที่มีอยู่เดิม เบื้องต้นทางกรมยุทธการทหารบกเสนอการจัดซื้อเป็นเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ แต่คาดว่ากรมการขนส่งทหารบกจะเสนอให้จัดซื้อแบบ ฮิวอี้ ซึ่งจะมีการประชุมหารืออีกครั้ง ทั้งนี้ มีรายงานว่าฮ.ฮิวอี้ ประเทศผู้ผลิตได้เลิกผลิตแล้ว โดยกองทัพอาจเสนอซื้อฮ.เบลล์ รุ่น 412 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่แทน สนนราคาลำละ 400 ล้านบาท

ทภ. 2 สั่งตรวจยิบ"ฮ.เบลล์"

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ ฮ. ตกติดต่อกันถึง 3 ลำในป่าแก่งกระจาน ที่หน่วย บินทหารบกยุทธวิธีที่ 2 ภายในกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 พ.ต.ชนวัศ ทองประสาน นักบินที่ 1 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ที่ประจำการอยู่ในหน่วยบินทหารบกยุทธวิธีที่ 2 พร้อมด้วยช่างซ่อมบำรุงรักษาในสังกัด จำนวน 5 นาย ได้ช่วยกันตรวจเช็กรายละเอียดต่างๆ ของตัวเครื่องเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 212 หรือ เบลล์ 212 จำนวน 2 ลำ ซึ่งประจำการอยู่ในหน่วยบินทหารยุทธวิธีที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 ตามรายการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ซึ่งมีอยู่กว่า 100 รายการอย่างละเอียด ภายหลังจากที่กองทัพบก โดยศูนย์การบินทหารบกได้สั่งการให้หน่วยทหารบกที่มีเฮลิคอปเตอร์รุ่นดัง กล่าวยุติการขึ้นบิน และให้ตรวจเช็กความสมบูรณ์ของเครื่องโดยละเอียด หลังจากที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในป่าแก่งกระจาน ซึ่งผลการตรวจเช็กรายละเอียดของตัวเครื่องและระบบต่างๆ ของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ทั้ง 2 ลำ พบว่ามีความสมบูรณ์พร้อมบิน 100 % แต่อย่างไรก็ตามเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวทั้งหมดจะยังไม่สามารถขึ้นทำการบิน ได้ เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากศูนย์การบินทหารบกอนุญาตให้ขึ้นบินก่อน

นักบินมั่นใจสภาพเครื่องสมบูรณ์

พ.ต.ชน วัศ กล่าวว่า การตรวจเช็กสภาพความพร้อมและรายละเอียดต่างๆ ของตัวเครื่อง จะต้องมีการดำเนินการทุกครั้งก่อนที่จะทำการขึ้นบิน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเช็กรายละเอียดส่วนต่างๆ ทั้งหมดรวมแล้วมากกว่า 100 รายการอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะทุกๆ ส่วนนั้นสำคัญทั้งหมด ซึ่งหากพบว่ามีรายการใดผิดปกติการบินเที่ยวนั้นๆ จะต้องถูกยกเลิกโดยทันที เนื่องจากเครื่องทุกเครื่องจะไม่สามารถขึ้นบินได้หากไม่มีความสมบูรณ์พร้อม 100 % นอกจากนี้ ทุกครั้งที่เสร็จสิ้นภารกิจจะต้องมีการตรวจเช็ก อย่างละเอียดอีกครั้งเช่นเดียวกับการตรวจเช็กก่อนบิน ซึ่งหากพบว่ามีความผิดปกติก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นโดยทันที โดยทางกองทัพภาคที่ 2 จะมีบุคคลากรช่างที่ผ่านการอบรมจากบริษัทผู้ผลิตจากประเทศสหรัฐ อเมริกา เป็นผู้คอยดูแลในส่วนนี้อยู่แล้ว

พ.ต.ชนวัศ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ต้องมีการตรวจเช็กอย่างละเอียดทุกๆ ครั้งก่อนขึ้นบินและหลังบินแล้ว ทุกๆ 25 ชั่วโมงบิน ก็จะต้องมีการตรวจเช็กรายละเอียดซ้ำอีกรอบ และหากว่าเครื่องได้ถูกบินครบ 100 ชั่วโมงบิน ก็จะต้องกลับไปให้ทางศูนย์การบินทหารบก ตรวจเช็กสภาพความเสื่อมของรายละเอียดต่างๆ อีกครั้งในทุกๆ 100 ชั่วโมงบิน ซึ่งขณะนี้เครื่องหมายเลข 35032 ซึ่งประจำการอยู่ในกองทัพภาคที่ 2 อีก 1 ลำ ก็กำลังถูกส่งไปตรวจเช็กที่ศูนย์การบินทหารบก เนื่องจากบินครบ 100 ชั่วโมงบินแล้ว

มทภ. 2 โอดต้องนั่งรถแทนฮ.

ขณะที่ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แก่งกระจานสร้างความสูญเสียอย่างมากให้กับทาง กองทัพ ดังนั้น ตามระเบียบนิรภัยการบิน ผู้บัญชาการทหารบก จึงจำเป็นที่จะต้องสั่งงดบินทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันตนเองจะไปปฏิบัติภารกิจที่ใดก็ต้องนั่งรถตู้ไป อย่างเช่นเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ก็ต้องนั่งรถตู้ไปราชการที่จังหวัดยโสธรซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 8 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อมีการสั่งการมาแล้วทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ต้องดำเนินการตามนั้น โดยต้องรอให้มีการตรวจเช็กรายละเอียด เอกซเรย์ตัวเครื่องทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อน อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบทางผู้ดูแลก็จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่แล้ว ตามวงรอบและก่อนที่จะขึ้นบิน เพราะการบินทุกครั้งสภาพความพร้อมของเครื่องจะต้องพร้อม 100 % เท่านั้นถึงจะขึ้นบินได้ ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ทั้งหมด 3 ลำ ซึ่งตามลำดับแล้ว ในระดับกองพลจะมีเฮลิคอป เตอร์ทางทหารขนาดกลาง ยูเฮช-1 ฮิวอี้, ระดับกองทัพ จะเป็น เบลล์ 212 และในส่วนของกองทัพบกจะเป็นแบล็กฮอว์ก

ปลื้มปีติ - พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน มอบให้กับส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ที่บาดเจ็บจากเหตุฮ.เบลล์ตก รักษาตัวที่ร.พ.พระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 26 ก.ค.



เผยฮ.เบลล์ประจำการ 25 ปีแล้ว

ผู้ สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ประจำอยู่ทั้งสิ้น 3 ลำ ประกอบด้วยของเครื่องหมายเลข 35021, 35037 และหมายเลข 35032 โดยทั้ง หมดได้เริ่มมาประจำการที่กองทัพภาคที่ 2 เมื่อปี 2530 เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่เป็นยานพาหนะของแม่ทัพภาคที่ 2 ในการใช้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และช่วยในงานด้านการสนับสนุนลำเลียงขนส่งสิ่งของต่างๆ เพื่อสนับสนุนงานของทางกองทัพมาเป็นระยะเวลาเกือบ 25 ปีแล้ว

รองโฆษกทบ.แถลงเสียใจ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รอง โฆษกทบ. กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ เบลล์ 212 ของกองบินปีกหมุนที่ 2 ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน ประสบอุบัติเหตุตก เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่บริเวณบ้านหนองใหญ่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งอุบัติ เหตุดังกล่าวทำให้กำลังพลเสียชีวิต 3 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ฐิระรัตน์ แก้วกระมล ตำ แหน่ง ผู้บังคับอากาศยาน, ร.ท.ปูรณะ หวานใจ ตำแหน่งนักบิน และจ.ส.อ.วิเชียร จันทร์พัฒน์ ตำแหน่งช่างประจำอากาศยาน และบาดเจ็บ 1 นาย คือ ส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ตำแหน่งช่างประจำอากาศยาน ซึ่งขณะนี้พักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า การเสียชีวิตของกำลังพลทั้ง 3 นาย ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่ายิ่งของกองทัพบก ที่ได้เสียสละมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตย และพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไว้ด้วยชีวิต ทั้งนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการเกี่ยวกับพิธีศพ อย่างสมเกียรติ โดยมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพไปแล้วเมื่อ 25 ก.ค. และพิธีสวดพระ อภิธรรมศพจะมีขึ้นจนถึงวันที่ 29 ก.ค.

ปูนบำเหน็จ 8 ขั้นเหยื่อเบลล์

สำหรับ พิธีพระราชทานเพลิงศพจะมีขึ้นในวันที่ 30 ก.ค. เวลา 16.00 น. ณ วัดดงสวอง อ.เมือง จ.ลพบุรี นอกจากนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิกำลังพล การมอบเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการ ได้แก่ เงินค่าทดแทน, เงินบำเหน็จตกทอด, เงินสินไหมทดแทนประกันชีวิต, เงินบำรุงขวัญจากหน่วยงานต่างๆ และเงินสงเคราะห์ฌาปนกิจ เป็นต้น พร้อมปูนบำเหน็จพิเศษ 8 ขั้นให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งจะได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น โดยพ.ต.ฐิระรัตน์ แก้วกระมล ได้เลื่อนยศเป็น "พลโท" ร.ท.ปูรณะ หวานใจ ได้เลื่อนยศเป็น "พันโท" และจ.ส.อ.วิเชียร จันทร์พัฒน์ ได้เลื่อนยศเป็น "พลตรี" ส่วนส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ จะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ รวมทั้งได้รับเงินบำรุงขวัญตามสิทธิ์

ญาติช่างเครื่องขอศพกลับสุรินทร์

ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัณฑิต วงษ์ตาแสง น้องชายจ.ส.อ.สมคิด วงษ์ตาแสง ช่างเครื่องที่เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินแบล็ก ฮอว์กตก รวมทั้งญาติพี่น้องของจ.ส.อ.สมคิด มีความประสงค์ต้องการนำศพจ.ส.อ.สมคิด กลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.สุรินทร์ โดยอยู่ระหว่างประสานงานกับ ผู้บังคับบัญชาของจ.ส.อ.สมคิด

นาย บัณฑิตกล่าวว่า ตนและญาติพี่น้องได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ว่าต้องการนำศพพี่ชายกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เพราะเขาเกิดที่นี่ ไม่อยากให้ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลจังหวัดอื่น ซึ่งตนได้โทรศัพท์ไปคุยกับพ่อและแม่ที่เดินทางไปรับศพแล้ว และอยู่ระหว่างรอคำตอบว่าจะสามารถนำศพกลับมาบ้านได้หรือไม่ ประ กอบกับญาติพี่น้องที่บ้านก็ต้องการร่วมงานไว้อาลัยครั้งสุดท้าย แต่เนื่องด้วยระยะทางไกล การเดินทางและที่พักอาศัยต่างๆ ก็ยากลำบาก หากนำศพกลับมาได้ก็จะดี และการเตรียมพร้อมจัดงานศพ ทางอำเภอสังขะก็ได้มีการประสานงานมาแล้ว หากจะนำศพกลับมาที่บ้านทางอำเภอก็พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่หากมีความจำเป็นไม่สามารถนำกลับมาได้จริงๆ ก็คงต้องพากันเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพที่จ.ลพบุรี

"ในหลวง"พระราชทานดอกไม้เยี่ยม

เวลา 14.45 น. ที่ห้องไอซียู ชั้น 3 ร.พ.พระมงกุฎฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นตัวแทนเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มอบให้กับ ส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ช่างเครื่องสังกัดกองบินปีกหมุนที่ 2 ศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 ตกที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งกำลังนอนรักษาตัวจากอาการกระ ดูกสันหลังยุบ ที่เตียง 6 ของห้องไอซียู ท่าม กลางความปลื้มปีติของส.อ.พัฒนพร และญาติๆ

สุดซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ

พล.อ.สุ รยุทธ กล่าวกับ ส.อ.พัฒนพร ว่าวันนี้ตนเป็นตัวแทนของทั้ง 3 พระองค์ ในการเชิญดอกไม้พระราชทานมอบให้ ส.อ.พัฒนพร ขอให้หายไวๆ รักษาร่างกายให้ฟื้นฟู เพื่อจะได้กลับไปทำหน้าที่ของตนเองได้ตามปกติ เมื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ สอบถามอาการจากคณะแพทย์ทราบว่าอาการบาดเจ็บของคนไข้ มีอาการปวดหลังซึ่งเกิดจากการยุบตัวของกระดูก ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

ส.อ.พัฒน พร กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มและเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก ตอนนี้อาการบาดเจ็บโดยทั่วไปเริ่มที่จะทุเลาลงแล้ว หลังจากที่หายเป็นปกติก็จะตั้งจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด

ผบ.ทบ.ร่วมพิธีพระราชทานเพลิง

เวลา 15.30 น. ที่บริเวณศาลาธรรมสังเวช ด้านหน้าเมรุ วัดทุ่งลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.กิติภูมิ เอกพันธ์ นายทหารยุทธการ ทัพพระยาเสือ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ รุ่นฮิวอี้ตกที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

โดยมี พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วย นายทหารระดับสูงจากกองทัพบก ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ รอง ผวจ.กาญจน บุรี นางวิภาดา สีตบุตร ประธานสมาคมแม่ บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 1 นางอรุณี วิเชียรเพริศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี พ.ท.หญิงปริยานุช เรืองศรี ประธานชมรมแม่บ้านทหารบก กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ภรรยาของ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 กกล.สุรสีห์ และประชาชนกว่า 2 พันคนร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้

"ปู"เคารพศพทหาร-นักข่าว"ลพบุรี"

เวลา 18.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ เดินทางมาที่วัดดงสวอง จ.ลพบุรี เพื่อคารวะศพนายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์กตก ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯลพบุรี ต้อนรับ ซึ่งหลังจากเคารพศพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตและมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง

จาก นั้นเวลา 18.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมายังวัดมณีชลขัณฑ์ อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อร่วมสวดพระ อภิธรรมศพนายศรวิชัย คงตันนิกูล ช่างภาพ ททบ. 5 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แสดงความเสียใจกับพ่อแม่ของนายศรวิชัย และมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง พร้อมกันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ลงมือทำดอกไม้ประดิษฐ์ ที่ใช้สำหรับโปรยในงานศพ ด้วยตนเองอีกด้วย

อำนาจกกต.ล้นฟ้า ถึงเวลาต้องถอดถอน

ที่มา Voice TV



แม้ว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว แต่จนถึงขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.ก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาผลรับรองการเลือกตั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งก็ทำให้กกต.ได้รับแรงกดดันจากฝ่ายต่างๆอย่างมาก รวมทั้งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของกกต.ทั้ง 5 คน ด้วยเหตุนี้จึงมีกลุ่มประชาชนที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มอาสาราษฎร” ได้ล่ารายชื่อจำนวน 2 หมื่นรายชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนกกต.ทั้ง 5 คนต่อประธานวุฒิสภา

และวันนี้ (26 กรกฎาคม 2554) รายการ Hot Topic ร่วมพูดคุยกับนายบวร ยสินทร ประธานกลุ่มราษฎรอาสาถอดถอน กกต. เกี่ยวกับบทบาทและการทำหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้งของกกต.ในสายตาของกลุ่ม อาสาราษฎร

นายบวร กล่าวถึงสาเหตุที่ให้พิจารณาถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ทั้ง5 คนออกจากตำแหน่งนั้น เนื่องจากมีพฤติกรรมในการทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 2 ล้านคน เสียโอกาสในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ไม่จัดการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยปล่อยให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้ามาชี้นำพรรคการเมือง ปล่อยให้พรรคการเมืองหาเสียงโดยใช้วิธีสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ โดยใช้นโยบายประชานิยมหาเสียง

นอกจากนี้ยังปล่อยให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง และยังมีการปล่อยให้กลุ่มคนที่สนับสนุนผู้สมัครหรือพรรคการเมืองคุกคามผู้ สมัครและพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งกระทำการให้ปรากฏถึงความไม่น่าเชื่อถือในผลการเลือกตั้ง

นายบวร ยังกล่าวอีกว่า กกต.หากมาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็จะดี แต่ถ้ามาจากการสรรหาก็ต้องกำหนดกติกาขึ้นมาใหม่ และต้องมาจากแหล่งต่างๆกัน รวมทั้งต้องผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองแล้ว

สดศรี สัตยธรรม รำพึง กกต. เป็นทาสหรือไพร่ "ถ้าฟังคำพูดคน มีอย่างเดียวคือฆ่าตัวตายไปซะ"

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ



สัมภาษณ์พิเศษ




5 เสือกรรมการการเลือกตั้งถูกเป่านกหวีด-วิจารณ์ตั้งแต่วันประกาศเลือกตั้ง

ทุกจังหวะก้าว-จังหวะคิดของ 5 เสือ ถูกสปอตไลต์ฉายจับ

เพราะ หัวโขน "กรรมการ" มีความหมายบรรทัดสุดท้ายคือ "ต้องเป็นกลาง ชี้เป็น-ชี้ตาย-พิพากษา" เส้นทางชีวิตของ "นักเลือกตั้ง" ทั้ง 500 คน

คำด่า-ดอกไม้-ก้อนอิฐ จึงถาโถม เข้าใส่ 5 เสือ

ต่อไปนี้เป็นคำฟ้อง-คำให้การ-และคำวิจารณ์ที่ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สนทนากับ"สดศรี สัตยธรรม"

- 5 กกต.ถูกกดดัน-ถูกก้อนอิฐปาเข้าใส่

กก ต.ชุดนี้อาจเป็นชุดที่โชคร้าย อยู่ในภาวการณ์วิกฤตที่โหดร้าย แบ่งฝ่ายชัดเจน ถ้าขัดประโยชน์ของอีกกลุ่มหนึ่งก็จะเป็นเรื่อง ถ้าอยู่ตรงกลางเขาวัว เขาควายแล้ว ก็จะโดนแบบนี้ทั้งนั้น

ต้องยอม รับสภาพว่าเราเคราะห์ร้ายเหมือนเราเลือกเกิดไม่ได้ เราก็ต้องสู้ ไม่มีใครจะต้องตีโพยตีพาย กดดัน ร้องห่มร้องไห้ ทุกคนอายุมากกันแล้ว เราปลงตกแล้วว่าเราโชคร้าย

- กกต.ยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่มีมือที่มองไม่เห็นเข้ามากดดันอยู่เบื้องหลัง

ใน ส่วนของตัวเองไม่มีใครมายุ่งเลย ไม่มีใครมาสั่งการใด ๆ ทั้งสิ้น ทำด้วยความสบายใจ สำคัญที่สุดเราต้องยึดมั่นในตัวบทกฎหมาย เป็นเกราะป้องกันตัว เหมือนกับมีพระคล้องคอเอาไว้ เพราะถ้าไม่มีกฎหมายป้องกันตัวเอง เราก็จะไปไม่รอด

- การเลือกตั้ง 2550 จนถึงการเลือกตั้งล่าสุด กกต.เจอวิกฤตศรัทธามาหลายครั้ง จะฟื้นฟูความเชื่อมั่น ความศรัทธากลับคืนมาได้อย่างไร

เหมือน คนเราไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย แต่ก็ถูกยืนชี้หน้าว่า เธอทำความผิด ก็ช่วยไม่ได้ ศรัทธาหรือไม่ศรัทธาขึ้นอยู่กับตัวบุคคล กกต.เรายืนกรานว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่เมื่อคุณไม่ชอบเรา ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถึงคุณมาชี้หน้าว่า เราผิด ก็มาพิสูจน์กันในศาลก็ได้วิกฤตศรัทธามันก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

เหมือน กับ คุณทักษิณ ชินวัตร ก็มีทั้งคนเกลียด คนรัก คนชัง และขณะนี้ก็มีคนรัก ครั้งก่อนมีคนเกลียด แล้วแต่ความศรัทธาของแต่ละคน กกต.ก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าไปฟังกระแส ฟังคำพูดคน มีอย่างเดียวคือ ฆ่าตัวตายไปซะ (หัวเราะ) รุมด่าเราเรื่อย ๆ ถ้าเราทนไม่ไหว ก็ฆ่าตัวตายไป ก็แค่นั้นเอง ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

- การเคลื่อนไหวกดดัน ล้มเลือกตั้ง ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ผลจะเป็นอย่างไร

การ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกันประชาชนมาใช้สิทธิ 30 กว่าล้านคน แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะมีการโหวตโน หรือทำบัตรให้เสียไปเลยเพื่อไม่ต้องการเลือกใครเลย แต่ก็แสดงว่าเขายอมรับว่าการเลือกตั้งนั้นสำคัญ กกต.ถือว่าเมื่อเขาสั่งให้เราทำงาน เราก็ทำหน้าที่ไป

ส่วนที่ไม่ให้ มีการเลือกตั้ง กลุ่มเคลื่อนไหวก็ไปจัดการกันเอง จะสั่งให้ทหารปฏิวัติรัฐประหารก็เรื่องของคุณ ไม่เกี่ยวกับ กกต. เราไม่มีอำนาจล้มการเลือกตั้ง หรือทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เมื่อจัดการเลือกตั้งเราก็ต้องการให้การเลือกตั้งสมบูรณ์แบบ

- ต้องปล่อยให้ว่าที่ ส.ส.ที่ยังมีเรื่องร้องเรียนเข้าสภาไปก่อน

ที่ ชอบพูดกันว่าปล่อยผี จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องที่เขาถูกร้องเรียนมาและน่าเห็นใจมากว่าผู้ที่ได้รับการ เลือกตั้งแล้วถูกร้องเรียนมาภายหลังวันเลือกตั้ง มันเหมือนกับเป็นการรั้ง ไม่ให้เขาเป็น ส.ส. เราจึงต้องดูว่าผู้ที่ร้องเข้ามามีเจตนาเช่นนั้นหรือไม่ และเป็นความจริงหรือไม่ เพียงใด

คือคำว่าปล่อยไปก่อน เราคงไม่ใช้ในภาษากฎหมาย เมื่อกฎหมายบอกว่า จะต้องมีการจัดประชุมสภาในนัดแรกภายใน 30 วัน เราก็ต้องมีการพิจารณารับรอง ส.ส.เพื่อให้มีการเปิดประชุมสภาทันตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนเรื่อง ร้องเรียนเราจะมีการพิจารณากันต่อ จนกระทั่งครบ 1 ปี เพราะว่าที่ ส.ส.บางคนถูกร้องเรียนมากถึง 10 รายก็มี ต้องใช้เวลามาก ดังนั้นเราก็ต้องประกาศรับรองรายชื่อบุคคลนั้นไปก่อน

จริง ๆ แล้วหาก กกต.หรือศาลยกคำร้อง อยากให้ผู้ที่ถูกร้องเรียนไปฟ้องร้องแก่ผู้ที่ร้องเรียนตน หากถูกร้องเรียนด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่จบสิ้น

- แสดงว่าแกนนำคนเสื้อแดงที่ถูกแขวนอยู่ เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือนายจตุพร พรหมพันธุ์ มีแนวโน้มที่ กกต.จะปล่อยไปก่อน

คือ...ทั้ง สองคนยังมีเรื่องร้องเรียนอีกหลายเรื่อง เช่น การพูดจาใส่ร้าย ส่วนเรื่องคุณสมบัติ กกต.ก็สามารถพิจารณาได้ ซึ่งทั้งสองเรื่องต้องแยกออกจากกัน โดยเรื่องคุณสมบัติ กกต.ควรจะพิจารณาภายใน 1 เดือน ว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนเพียงพอที่จะได้รับรองการเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำที่ทำให้ได้รับการ เสียหายจากการพูดจาใส่ร้ายกันหรือไม่ จึงต้องมีการพิจารณาภายหลังการประกาศรับรองผลแล้ว

- สรุปคือรับรองแกนนำ นปช.ที่เหลือให้เป็น ส.ส.ไปก่อน

ใช่ค่ะ...เว้นแต่ว่าคุณสมบัติของคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนขัดต่อกฎหมาย ก็ไม่สามารถประกาศรับรองได้

- กลุ่มคนเสื้อแดงขู่ว่าหากแขวนคนที่เป็นแกนนำ จะมีการทบทวนมาตรการเคลื่อนไหวอีกครั้ง

ตราบ ใดที่มีการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายแล้ว ก็ไม่ควรมีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นหากเห็นว่าการพูดจาข่มขู่กัน กกต.ก็คงต้องดำเนินการฟ้องร้องผู้ที่ข่มขู่ กกต.ต่อไป คือ...ไม่ใช่ว่าอะไรไม่ได้ดั่งใจแล้วขู่กัน ถ้าเห็นว่าประชาธิปไตยเป็นเรื่องไม่ควรจะมี แน่นอนที่สุดข้างหน้าก็คงมีคนปฏิวัติรัฐประหาร และจะไม่มีประชาธิปไตยหลงเหลืออยู่เลย ให้มีอำนาจเผด็จการมาปกครองประเทศ

ไม่ ใช่ว่าใช้วิธีข่มขู่กัน กกต.ไม่มีใครกลัวใคร บางคนขู่เอาชีวิตด้วยซ้ำไป เราก็ยังไม่กลัว เพราะเราอายุมากกันแล้ว จะต้องตายกันวันใดวันหนึ่ง

ถ้าใช้วิธีการปลุกม็อบขึ้นมามันเป็นระบบของบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่ใช่ระบบของประเทศที่มีประชาธิปไตย

- การกระทำเช่นนี้เท่ากับว่าไม่ยอมรับกฎกติกาใช่หรือไม่

(สวน ทันที) ก็นั่นสิคะ...ถ้าไม่ยอมรับกฎกติกา ก็ควรจะต้องปฏิวัติรัฐประหารใช่ไหม ท่านต้องการรัฐประหารหรือเปล่า ก็ไม่ต้องมีกฎหมายกัน ปกครองโดยคนกลุ่มหนึ่งที่มีอาวุธปืนอยู่ ต้องการแบบนั้นหรือเปล่า

กกต.ก็ทำตามกฎหมาย แต่โดนทั้งสองฝ่าย อีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้ประกาศผลเลือกตั้ง แต่อีกฝ่ายก็ให้ประกาศผลการเลือกตั้งเดี๋ยวนี้

ประเทศนี้กำลังเป็นประเทศที่ย้อนหลังถอยหลังไปอีก 50 ที่ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ไม่ต้องมีผู้แทนฯ ต้องการอย่างนั้นหรือ

- การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินหาเสียงกับ ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแบบนี้แล้ว กกต.ยกคำร้องแสดงว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สามารถมาเดินช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงได้ใช่หรือไม่

การตี ความกฎหมายจะต้องตีความ โดยไม่ขยายความออกไป เพราะผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กฎหมายห้ามไม่ให้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคในพรรคการ เมืองใด แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ใช้สิทธิอะไรเลย เมื่อไม่ได้ห้าม กกต.จะมีอำนาจอะไรไปห้ามเขา เมื่อกฎหมายไม่ได้ห้ามเขาก็มีสิทธิ

- กกต.อยากฝากอะไรถึงผู้เล่นที่เป็นนักการเมืองบ้าง

คือ...ขณะ นี้ประเทศชาติก็คือบ้าน ของพวกคุณ นักการเมืองทั้งหลาย ควรประคับประคองให้ดี เพราะนักลงทุน พ่อค้าต่าง ๆ หวังพึ่งนักการเมืองทั้งนั้นตลาดทุน พ่อค้าเขากลัวมาก กลัวการค้าจะล่มจมเพราะการเมืองไม่นิ่ง จึงเป็นจุดสำคัญให้เห็นว่านักการเมืองเป็นบุคคลสำคัญ และอย่าให้การเมืองเผาบ้านตัวเอง

ถ้าตีกันมากนักข้างหน้าอาจไม่มี พรรคการเมือง อาจไม่มีการเมืองกันต่อไป อาจมีคนใดคนหนึ่งมาปกครองแบบเผด็จการข้างหน้า ถ้ามาจ้องทำลายกันเองหรือมาจ้องคนกลางที่เป็นคนกลาง

เมื่อหมด กรรมการชุดนี้ก็ต้องมีกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา บางครั้งทำให้นึกว่าในวันข้างหน้าควรเอานักการเมือง-ส.ส.มาเป็น กกต. เพราะนักการเมืองรู้ใจนักการเมืองด้วยกันดี ขนาดเอา ผู้พิพากษามาเป็นยังโดนด่าขนาดนี้ ครั้งหน้าควรแก้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนเลือกตั้ง กกต.เสียเลย

- กกต.ชุดนี้ได้จัดการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ แต่ถูกวิจารณ์มาก

มัน เป็นหน้าที่ กกต.ชุดนี้ 4 คนมาจากศาล เราทำหน้าที่ในฐานะเป็นผู้พิพากษามา 30 กว่าปีที่อยู่ในวงการศาล ขณะนี้เรามาอยู่ในอาชีพ กกต. ถือว่าเราเสียสละให้กับประเทศเหมือนกัน กกต.ไปดูการเลือกตั้งต่างประเทศมาก็ยังถูกกล่าวหาว่าไปรับเงินรับทอง ไม่จำเป็นต้องไปรับต่างประเทศหรอก ข้อกล่าวหาเหล่านี้ถ้าเราพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง เราจะฟ้องกลับหมด ไม่ใช่ กกต.เหมือนกับเป็นตัวอะไรที่สามารถเชือดได้เชือดเอาตลอดเวลา กกต. 5 คนเป็นมนุษย์เหมือนกัน ฉะนั้นคุณเชือดเรา เราก็ต้องเชือดกลับ

- มองไว้หรือยังว่าจะเชือดกลับกี่คดี

เรา ฟ้องกลับหมด ไม่ใช่ว่าเราเป็นผู้ต้องหาที่คุณจะทำอะไรได้ทุกอย่าง คุณทำอะไรมาก็จะมี feedback กลับไป เรารวบรวมหลักฐานทุกอย่าง ไม่ใช่ว่า กกต.เป็นหมูที่ให้เชือดได้ตลอด ไม่ใช่...เราเป็นมนุษย์ มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน อย่าเอาการเมืองมาเล่นกับ กกต. เราไม่เล่นการเมืองด้วย

- เคยบอกว่าจะลาออกจาก กกต.

ถ้า ย้อนเวลากลับไปได้ กลับไปเป็น ผู้พิพากษากันหมดแล้ว ไม่เอาหรอก ไอ้อย่างนี้ เพราะมันไม่มีอะไรดีเลย มีแต่ชั่วเข้าหาตัวทุกอย่าง มันไม่ยุติธรรมสำหรับ กกต.ชุดนี้ สภาพจิตใจของ กกต.ทุกคนมันชอกช้ำ ถ้าฝ่ายไหนไม่พอใจฉันจะเอาเรื่อง ถอดถอน...ก็ถอด ถอนไป เราอยากให้ถอดถอนด้วยซ้ำ เราจะได้พักสักที เพราะวันนี้มันเหนื่อยมาก เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ เหนื่อยทุกอย่าง

เคยถอดใจหลายครั้ง ที่พูดว่าจะลาออก เพราะคิดว่าเราทำไปเพื่ออะไร แต่ก็ต้องสู้ บางครั้งโดนด่าแรง ๆ ถ้าตอนที่เราเป็นผู้พิพากษาไม่มีใครแตะเราได้ บางครั้งมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ...เราเป็นทาสใครเหรอ เราเป็นไพร่เหรอ เราเป็นคนอีกชั้นหนึ่งเหรอ ที่คุณมาพูดแรงขนาดนี้

ขณะนี้มีการผลัก ดันให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถามว่า ทำไปเพื่ออะไร ไม่มีทางที่ไม่มีการเลือกตั้ง เว้นแต่การปฏิวัติรัฐประหารกัน ก็จบกัน

คำด่า-ดอกไม้-ก้อนอิฐ "สดศรี"รำพึง กกต. เป็นทาสหรือไพร่ "ถ้าฟังคำพูดคน มีอย่างเดียวคือฆ่าตัวตายไปซะ"

ที่มา มติชน



สัมภาษณ์พิเศษ



5 เสือกรรมการการเลือก (กกต.)ตั้งถูกเป่านกหวีด-วิจารณ์ตั้งแต่วันประกาศเลือกตั้ง

ทุกจังหวะก้าว-จังหวะคิดของ 5 เสือ ถูกสปอตไลต์ฉายจับ

เพราะ หัวโขน "กรรมการ" มีความหมายบรรทัดสุดท้ายคือ "ต้องเป็นกลาง ชี้เป็น-ชี้ตาย-พิพากษา" เส้นทางชีวิตของ "นักเลือกตั้ง" ทั้ง 500 คน

คำด่า-ดอกไม้-ก้อนอิฐ จึงถาโถม เข้าใส่ 5 เสือ กกต.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเคลื่อนไหวกดดันในรูปแบบต่างๆ พุ่งตรงมาที่กกต.สารพัดรูปแบบ ทั้งการล้มเลือกตั้ง และไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง รวมถึงข้อครหา"มือที่มองไม่เห็น"

ต่อไปนี้เป็นคำฟ้อง-คำให้การ-และคำวิจารณ์ที่ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สนทนากับ "สดศรี สัตยธรรม"

คลิกอ่านรายละเอียด

หนังสือที่"ยิ่งลักษณ์"ต้องอ่าน ก่อนเป็นนายกฯ จากบทเรียน 15 ปีของ"วิษณุ เครืองาม"

ที่มา มติชน











ดร.วิษณุ เครืองาม ได้สมญาจากนักข่าวทำเนียบรัฐบาลปี 2548 ว่า เนติบริกร

ดร. วิษณุ นั่งเป็นอยู่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในตำแหน่งรองเลขาธิการ เลขาธิการ ครม. และรองนายกฯ ยาวนานกว่า 15 ปี

ทำงานกับรัฐบาลมาแล้ว 10 ชุด รับใช้นายกรัฐมนตรีมาแล้ว 7 คน

ไม่ว่าจะเป็น พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ นายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายชวน หลีกภัย นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้เห็นอะไรทะลุปรุโปร่ง

ดร. วิษณุ ลาออกจากตำแหน่ง รองนายกฯ ในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2549 เว้นวรรคการเมืองนับตั้งแต่นั้นเรื่อยมา

แต่เพราะคำโบราณที่ว่า "นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ " แล้ววันดีคืนดี ดร.วิษณุ ก็ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือชุด "เรื่องเล่าจากเนติบริกร"

เล่มแรกที่เผยโฉม วางแผงหนังสือ แล้วคือ โลกนี้คือละคร เนื้อหาในเล่มนี้ มีหลายตอนน่าสนใจ เช่น ศิลปะการทำงานของรัฐมนตรี เรื่องของคณะรัฐมนตรี ว่าด้วยฯพณฯ ทำเนียบรัฐบาล เข็มคณะรัฐมนตรี
................

นับจากวันนี้ นับถอยหลังอีกไม่นาน คณะรัฐมนตรีของ"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร "จะเผยโฉมหน้า

การเป็นนายกรัฐมนตรีมือใหม่ ที่แบกรับความคาดหวังอย่างมหาศาล ของประชาชนและมวลชน เสื้อแดง

บางที ถ้าได้อ่านคู่มือที่เขียนโดย เนติบริกร ผู้รู้จริง อาจทำให้ รัฐนาวาของ "ยิ่งลักษณ์" ราบรื่น ไม่มากก็น้อย

ตอนหนึ่งที่ ว่าที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องอ่าน หลายรอบคือ "ศิลปะการทำงานของรัฐมนตรี"

เนติบริกรผู้ยิ่งใหญ่ สรุปศิลปะการเป็นรัฐมนตรี ไว้ดังนี้

1. ศิลปะในการใช้คน

คน เป็นผู้นำระดับกระทรวงหรือประเทศย่อมต้องมีสตาฟฟ์ ทีมงาน หรือผู้ช่วยเหลือเป็นธรรมดา การเลือกคนมาช่วยงานนับเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ถ้าเลือกได้ไม่ดีเราก็จะเหนื่อยอย่างเดิม บางทีมาเป็นภาระให้เราต้องอุ้มเสียอีก เลยไม่รู้ว่าใครช่วยใคร

คน มาช่วยงานอาจมาจากวงศาคณาญาติหรือพรรคพวกเพื่อนฝูงฝากฝังมา บางครั้งพรรคการเมืองส่งมา มีบ้างเหมือนกันที่คุณนายที่บ้านส่งมาคุม ถ้าคนเหล่านี้เราไม่ได้เป็นคนเลือกเองก็ควรต้องระวังระยะห่าง ระยะประชิด และมอบงานที่คนเหล่านี้ถนัดให้ทำเป็นเรื่องๆ ไป อย่าให้ไปก้าวก่ายงานอื่นของคนอื่น

ทางที่ดีควรมีหัว หน้าสำนักงานไว้คนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่คอยจ่ายงาน ประสานงาน แก้ข้อขัดข้องในการทำงาน และคอยเป็นท้าวมาลีวราชห้ามทัพเวลาสตาฟฟ์ทะเลาะ กันเองจะได้ไม่ขึ้นมาปะทะถึงตัวนายเร็วเกินไป

พวกที่ มาช่วยงานเหล่านี้มีโอกาสจะขัดแย้งกันเองสูงมากเพราะมักแย่งกัน เป็น คนโปรดŽ หรือไม่ก็ความดีความชอบที่นายจะตอบแทน เช่นการให้สองขั้นการตามนายไปนอกก็มีจำกัด นอกจากนั้นต้องระวังประเภทนายไม่ทันใช้แต่ไปชิงทำเองเพราะจะเสียหายมาถึงนาย ได้

ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีว่าการที่รัฐมนตรีจะยืมตัวข้าราชการมาช่วยงานต้องไม่เกินซี 8 ต้องไม่ดำรงตำแหน่งบริหาร ถ้าเป็นตำรวจหรือทหารต้องไม่สูงกว่าพันโท นายกฯ ยืมได้ 3 คน รองนายกฯ และรัฐมนตรียืมได้ 2 คน การให้สองขั้นพิเศษต้องให้แก่คนที่มาช่วยงานเกิน 4 เดือน นอกจากนั้นการให้สองขั้นต้องประเมินร่วมกันกับผู้บังคับบัญชา เว้นแต่เป็นโควต้าตำรวจติดตามจึงเป็นสิทธิเฉพาะตัวรัฐมนตรีและให้มีได้คน เดียว

ทั้งต้องไม่ให้สองขั้นติดกันเกินสองปี เพราะไม่เป็นธรรมแก่เพื่อนที่หน่วยงานต้นสังกัดในการไปอยู่กับนักการเมือง แล้วได้สองขั้นบ่อยๆ ขณะที่เพื่อนทำงานหนักกว่า แต่โควต้าสองขั้นมีจำกัดต้องแบ่งๆ กัน ถ้าผิดไปจากนี้ต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี


2 .ศิลปะในการสั่งงาน

รัฐมนตรี มีหน้าที่สำคัญคือการตัดสินใจและสั่งงาน บางครั้งเป็นการสั่งด้วยวาจา บางครั้งสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างนายกฯบรรหารมักจะมีบัญชีรายชื่อสั่งงานคนโน้นคนนี้ยาวเหยียดพก ติดกระเป๋าไว้ พอสั่งเสร็จท่านก็แจกสำเนาแก่ผู้รับคำสั่ง ตัวท่านมีต้นฉบับอีกใบเอาไว้ตามงาน ถ้าสั่งเป็นทางการแล้วต้องสั่งท้ายหนังสือที่เสนอขึ้นมาเป็นลำดับ ซึ่งกรณีนี้เรียกว่า เกษียนสั่งŽ เกษียนก็คือเขียนนั่นเอง

พวก ข้าราชการประจำมักจะจับผิดและเอานายไปนินทาเนืองๆ ว่านายคนโน้นนายคนนี้เกษียนสั่งงานไม่เป็น เรื่องอย่างนี้ก็ไม่เคยเปิดคอร์สสอนกันเสียด้วย จึงควรเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองและผู้อื่นให้ดี รัฐมนตรีบางคนไม่รู้จะเกษียนสั่งตรงไหนในหน้ากระดาษ บางคนใช้มุมซ้าย บางคนใช้มุมขวา บางคนหาที่ว่างไม่ได้ก็พับหน้ากระดาษที่เสนอแล้วเกษียนข้อความข้างหลัง พอจะถ่ายเอกสารเก็บสำเนาไว้ก็ไม่ติดข้อความที่เกษียนไปด้วย

กลาย เป็นว่ารัฐมนตรียังไม่ได้สั่งอะไรบางทีเกษียนกันมาเป็นทอดๆ เช่น จาก ผอ.ถึงอธิบดี อธิบดีถึงรองปลัดฯ รองปลัดฯ ถึงปลัดฯ ปลัดฯ ถึงรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีหาที่ว่างไม่ได้ก็ไปเกษียนแทรกระหว่างอธิบดีกับ รองปลัดฯ โดยไม่ได้ใส่เลข 1, 2, 3 , กำกับลำดับไว้เลยยุ่งกันใหญ่ ไม่รู้คำสั่งใครลบล้างใคร

บางคนเกษียนข้อความยาว เฟื้อยเป็นบทความต่อท้ายอีกเรื่องบางคนไม่ได้ สังเกตว่าเขาเสนอขึ้นมาเพื่ออะไรก็เกษียนไปอีกอย่างเช่นปลัดกระทรวงเสนอว่า จึงเสนอมาเพื่อโปรดพิจารณาว่าจะใช้แนวทางที่ 1 หรือ 2 Ž รัฐมนตรีเกษียนว่า ทราบŽ ทีนี้กลายเป็นปัญหากฎหมายสิครับว่ารัฐมนตรีสั่งการแล้วหรือยัง

ปลัด กระทรวงอีกคนเล่าว่ารัฐมนตรีของท่านเกษียนข้อความสั่งราชการอะไรไม่ มีคนเคยเข้าใจว่าจะเอาอย่างไรแน่ ดูแทงกั๊กชอบกล บางทีข้างล่างเสนอขึ้นมาว่า จึงเรียนมาเพื่อโปรดอนุมัติŽ รัฐมนตรีเกษียนว่า คิดดีแล้วหรือ ถ้าคิดดีแล้วก็ทำไปเถอะŽ

อ้อ! ผมเคยเห็นรองนายกฯ คนหนึ่งเกษียนท้ายหนังสือที่ผมเสนอว่า ! จนเดี๋ยวนี้ผมยังไม่รู้ว่าท่านตกใจหรือสงสัย

บาง ครั้งเขาเสนอขึ้นมาเพื่อให้ผ่านเรื่องขึ้นไปถึงนายกฯ ผมเคยเห็นรัฐมนตรีเผลอเกษียนว่า อนุมัติŽ ทั้งที่ไม่ใช่อำนาจอนุมัติของท่านบางท่านมีอารมณ์ขันหรือไม่ก็อารมณ์ค้างมา จากไหนไม่รู้ มีการเกษียนแปลกๆ เช่นอธิบดีคนหนึ่งขออนุมัติไปต่างประเทศ แต่ลงท้ายว่าขอแสดงความไม่นับถือŽ คงจะพิมพ์ผิด

ท่านรัฐมนตรีเกษียนว่า จะนับถือหรือไม่ก็เรื่องของคุณ แต่ที่ขอลาไปนอกนั้น อนุมัติŽ


3. ศิลปะในการทำงานกับข้าราชการประจำ

เรื่อง นี้จะกลับหัวข้อเป็นว่า ศิลปะของข้าราชการประจำในการทำงานกับนักการเมืองŽ ก็ได้ แต่เมื่อเอารัฐมนตรีหรือนักการเมืองเป็นตัวตั้ง ก็ต้องพูดถึงการทำงานกับข้าราชการประจำ ข้าราชการประจำนั้นเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของนักการเมืองจึงมีแนวโน้ม ที่จะปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว

ผม เคยสังเกตว่าแม้จะไม่ชอบหน้าอย่างไร แต่ด้วยความเคยชินกับระเบียบวินัยและการมีผู้บังคับบัญชามามากต่อมากแล้ว ย่อมก้มหน้าก้มตาทำงานให้ทั้งนั้นตามประสา สีทนได้Ž อย่างน้อยก็ว่าไปตามกฎเกณฑ์ จะเกียร์ว่างบ้างอะไรบ้างก็ไม่ถึงกับดึงดันแข็งขืนชนิดเถียงไม่ตกฟาก

แต่ นักการเมืองที่ประสบความสำเร็จคือนักการเมืองที่ทำให้ข้าราชการประจำ ยอมทำงานแบบอุทิศเวลาและสติปัญญาเกินกว่าระดับสายงานธรรมดาให้ตนได้ ทั้งเมื่อเห็นว่าผิดหรือน่าจะพลาดก็จะคอยทักท้วง เมื่อเห็นว่ามีทางอื่นที่ดีกว่านี้ก็จะเสนอแนะ

นักการ เมืองนั้นโดยมากจะไม่ซึ้งในกฎระเบียบเรื่องงบประมาณเรื่องอำนาจ หน้าที่ตามกฎหมาย เรื่องการบริหารงานบุคคล เรื่องการพัสดุจัดซื้อจัดจ้าง และเรื่องปลีกย่อยๆ อื่น เช่นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเก่าๆ ตลอดจนพิธีรีตองต่างๆ เว้นแต่จะเคยทำราชการมาก่อน หากนักการเมืองเข้ากับข้าราชการประจำไม่ได้หรือถูก วางยาŽ แล้ว แม้จะมีอำนาจให้คุณให้โทษได้ในภายหลัง บางครั้งก็ไม่มีโอกาสแก้ตัวเสียแล้ว จึงควรรู้จักผูกใจฝ่ายประจำให้ได้เพื่อผลสัมฤทธิ์ในการทำงานร่วมกันตั้งแต่ แรก


สมัยหนึ่งเคยมีคำกล่าวด้วยซ้ำว่าข้าราชการมักให้เวลา รัฐมนตรีสัก พัก ถ้าเข้ากันได้ก็แล้วไป แต่ถ้ารัฐมนตรีเป็นคนอ่อนก็จะครอบงำถ้าอยู่ไปครอบงำไม่ได้และเข้ากันไม่ได้ ก็จะวางยาแล้วหาทางล้มเสียที่จริงพูดอย่างนี้ก็เกินไป ข้าราชการดีๆ ทำงานตรงไปตรงมามีอีกมาก

พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องอย่างนี้ไว้ในหมวดธรรมชื่อ สังคหวัตถุ 4 แปลว่าธรรมอันเป็นเครื่องสงเคราะห์กันสี่ประการ น่าจะเอามาใช้ในความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับข้าราชการประจำได้ดังนี้

(1) ทาน คือการให้ ในที่นี้หมายถึงทั้งการให้ตามควรแก่การสมาคม การให้ในสิ่งซึ่งอีกฝ่ายควรได้รับ การให้น้ำใจไมตรี การให้ความรู้ และการให้อภัยเมื่อทำผิด มีพุทธภาษิตว่า ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักŽนักการเมืองหลายคนจึงสละเวลาไปร่วมงานบวชนาค แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ งานศพงานเมรุ งานวันเกิดของผู้ใต้บังคับบัญชา นับว่าเป็นการผูกใจได้อย่างหนึ่ง

คุณสุเทพ เทือกสุบรรณเคยเล่าว่าตอนสมัครเลือกตั้งครั้งแรก ท่านไปงานศพทุกงาน จนพวกลูกหลานผู้ตายประทับใจแม้ไม่เคยรู้จักกันและกลายมาเป็นหัวคะแนนให้ท่าน มาจนบัดนี้ บ่อยครั้งที่การให้รวมถึงการ แจกซองŽ ให้ลูกน้อง ซึ่งก็ยังนับว่าผูกใจผู้ใต้บังคับบัญชาได้ถ้าทำถูกกาลเทศะ เช่นลูกน้องมาลาไปนอกแต่วันนี้ต้องระวังกฎเกณฑ์ของ กกต. และ ปปช. หรือไม่ก็หาว่าเป็นการซื้อข้าราชการไปโน่น!

แต่ ก็ยังนับว่าดีกว่าผู้บังคับบัญชาที่ให้ลูกน้อง ควักŽ อยู่ฝ่ายเดียว ไปตรวจราชการต่างจังหวัดบางทีตัวเบิกได้ก็ให้ลูกน้องออกค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่าพาหนะ บางทีไปต่างประเทศยังต้องมีหัวหน้ารัฐวิสาหกิจในสังกัดตามไปจ่ายเวลานายหรือ คุณนาย ช้อปปิ้งŽ อีกด้วย!


การให้ที่สำคัญน่าจะได้แก่การให้ น้ำใจ การให้ความเป็นธรรมและการให้อภัยมากกว่าอย่างอื่น รวมทั้งการไม่ผูกใจเจ็บ การไม่แค้นเคืองเรื่องเก่าๆ ด้วย


(2) ปิยวาจา คือการพูดจาสุภาพอ่อนโยน อ่อนหวาน ชมในสิ่งที่ควรชม ข่มในสิ่งที่ควรข่ม มีการแนะนำสอนงานผู้ใต้บังคับบัญชารู้จักการอันควรว่าสิ่งใดควรพูดต่อหน้า ธารกำนัลหรือควรว่ากล่าวเป็นส่วนตัว สิ่งใดควรพูดลับหลัง ข้าราชการนั้นว่าไปแล้วงานหนักไม่บ่นหรอก แต่นายด่าทอข่มเหงนี่สิทนไม่ได้


นักการ เมืองจึงควรพก ยาหอมŽ ให้มากและอ่านเรื่องโคนันทวิศาลให้ขึ้นใจเข้าไว้ แต่ก็ต้องใช้หลักปุคลัญญตาด้วย คือพูดให้เหมาะกับคน บางคนต้องให้เหตุผลจึงเข้าใจ บางคนสั่งอะไรก็สั่งอย่าไปสั่งยาวจะงง

(3) อัตถจริยา คือความประพฤติที่ดีซึ่งรวมถึงการไม่ประพฤติผิดกฎหมาย การซื่อสัตย์สุจริต การเป็นผู้รู้ การวางตัวดีสมกับเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้นำ การเป็นที่พึ่งแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา คุณอุทัยพิมพ์ใจชนเคยพูดว่าอย่าคิดแต่ว่านักการเมืองรังแกข้าราชการ เพราะข้าราชการรังแกกันเองก็มี นักการเมืองจึงต้องคุ้มครองข้าราชการดีๆ ให้ได้


(4 ) สมานัตตตา คือความเป็นผู้ประพฤติตนเสมอต้นเสมอปลาย แม้จะต้องไว้ตัวบ้างในบางโอกาสแต่ก็ไม่ยกตนข่มท่าน หรือวางตัวบ้ายศบ้าเกียรติ นักการเมืองบางคนมักจะถูกข้าราชการประจำนินทาว่า พุทโธ่เอ๋ย! สมัยก่อนเจ้าคนนี้วิ่งด๊อกๆ มาของาน มาขอประมูลสมัยยังทำโรงสี สมัยยังวิ่งรถเมล์ สมัยยังรับเหมาก่อสร้าง เวลาบุญหล่นใส่ได้มาเป็นเลขารัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีกลายเป็น วัวลืมตีนŽปูวางก้ามŽ


ที่จริงคนเราย่อมต้องวางตัวเปลี่ยนไปตามโอกาสและตำแหน่งหน้าที่ การจะหวังให้นักการเมืองสมัยที่ทำธุรกิจกับสมัยเป็น ส.ส.ธรรมดา เป็นฝ่ายค้าน และเป็นรัฐมนตรีวางตัวเหมือนกันหมดคงไม่เป็นธรรมนัก แต่เสน่ห์ของนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จอยู่ที่การรู้จักวางตัวให้เหมาะ แก่กาลเทศะไม่มากไม่น้อยเกินไปนี่เอง


รัฐมนตรีที่ประสบความ สำเร็จอย่างดีก็มีถมไป เช่น ยังคงยกมือไหว้หรือรับไหว้อธิบดีหรือปลัดกระทรวง ยังคงเรียกพี่เรียกน้องอย่างเดิม ยังคงรับฟังคำแนะนำอย่างเดิม ยังให้เข้าพบได้อย่างเดิม ข้าราชการรักใคร่พอพ้นตำแหน่งไปก็ยังอาลัยถึง ส่วนที่วางตัวตรงข้ามก็มี เช่น ไม่รับไหว้ข้าราชการ


เรียกปลัดกระทรวงว่า ลื้อŽ ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเรียก ท่านปลัดฯŽ ทุกคำ บางทีใครไม่เรียก ฯพณฯ ก็โกรธเอาเป็นเอาตาย

ข้า ราชการประจำเองจะให้นักการเมืองนับถือก็ต้องวางตัวให้น่านับถือเหมือน กัน คนที่ยอมลงกราบนักการเมืองได้ อย่าว่าแต่คนภายนอกจะดูแคลน แม้แต่ผู้บังคับบัญชาก็จะดูถูกเอา บางคนแม้แต่กับลูกเมียนักการเมืองก็ยังสอพลอเอาใจราวกับเป็นนายอีกคนบางคน ถือหลักสมานัตตตาจนเกินงาม เคยเรียกรัฐมนตรีสมัยเป็นนักธุรกิจว่า ลื้อŽ จนเขามาเป็นรัฐมนตรีก็ยัง ลื้อŽ ต่อหน้าคนอื่นอย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าไม่ให้เกียรติกันเลย เวลาพูดถึงลับหลังก็ใช้สรรพนามมันŽ หรือ ไอ้Ž ทุกคำ

ส่วนข้อ 4 คือ ศิลปะในการพูดŽ เรื่องการพูดเป็นเรื่องใหญ่ จึงขอยกไปว่ากล่าวต่างหากเป็นบทพิเศษว่าด้วยการพูดในสภา และการพูดนอกสภา

( โปรดติดตาม อ่านตอนต่อไป )

300-อีกที

ที่มา มติชน



โดย ฐากูร บุนปาน

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 26 กรกฎาคม 2554)

ถ้า จะพูดกันถึงเรื่องเหตุผลในการสนับสนุนให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท (หรือมากกว่า) และเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 15,000 บาท

เผลอๆ จะเขียนเป็นนิยายเรื่องยาวได้

แต่เพื่อมิให้ยืดเยื้อ ขออนุญาตนำเสนอเฉพาะข้อมูลล้วนๆ แล้วข้อสังเกตอีกเล็กน้อย ว่าทำไมต้อง 300 และ 15,000 อีกครั้ง

แล้วรอไปจนกว่ามีรัฐบาลใหม่เข้ามาแถลงนโยบาย ค่อยว่ากันอีกที

ข้อสังเกตและเหตุผลในการสนับสนุน 300 และ 15,000 ของวันนี้อยู่ที่ ′ช่องว่าง′ ระหว่างคนทำงานทั่วไป กับ ′มนุษย์ทองคำ′ อันได้แก่ซีอีโอหรือผู้บริหารกิจการทั้งหลาย

ยิ่งนานก็จะยิ่งถ่างออกไปทุกที

เมื่อปี 2549 เคยมีสำรวจเงินเดือนและค่าตอบแทนซีอีโอของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์พบว่า

30 อันดับแรกนั้น ได้ค่าตอบแทนระหว่าง 27,641,667 ลงไปถึง 6,635,682 บาท/ปี หรือประมาณเดือนละ 2.3 ล้านบาท-550,000 บาท

ขณะที่ผลตอบแทนของพนักงานในกิจการที่สำรวจมานั้น อยู่ที่ 1,298,816-253,293 บาท/ปี

หรือประมาณ 100,000 ลงไปถึง 21,000 บาท/เดือน

ตัว เลขจากตลาดหลักทรัพย์อีกเหมือนกันในปี 2552 ระบุว่า ปตท. จ่ายเงินผู้บริหาร 8 คน 88.779 ล้าน (ประมาณคนละ 11 ล้านบาท/ปี) ขณะที่ปี 2551 จ่าย 7 คน 74.338 ล้าน (ประมาณ 10.5 ล้าน/ปี)

2551 เอไอเอสจ่ายผู้บริหาร 7 คน 83.5 ล้านบาท เฉลี่ย 11.9 ล้าน/คน

และธนาคารกรุงเทพจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้บริหารสูงสุด 4 รายแรก 87.75 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วเกือบๆ 22 ล้าน/คน/ปี

ถามว่าผิดไหม-ถ้าตอบในเชิงการแข่งขันด้านธุรกิจ ที่คนเหล่านี้ต้องนำองค์กรออกไปสู้กับเสือสิงห์กระทิงแรด ทั้งไทยและเทศด้วยกัน

ไม่ผิด

ประเด็นมีอยู่ว่า ถ้าจ่ายระดับหัวกะทิแพงระยับขนาดนั้นได้

ทำไมจะยกระดับชีวิตพนักงานทั่วไปขึ้นมาบ้างไม่ได้?

มีตัวอย่างของเรื่องนี้จากสหรัฐอเมริกา

เมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว ความแตกต่างระหว่างเงินเดือนพนักงานธรรมดากับผู้บริหารจะอยู่ที่ 20-30 เท่า

แต่ถึงปลายทศวรรษ 1990 นิตยสารฟอร์จูนสำรวจะพบว่าค่าตอบแทนซีอีโอ 100 คนแรก เฉลี่ยแล้วขึ้นไปเป็น 37.5 ล้านเหรียญ

สูงกว่าคนงานทั่วไป 1,000 เท่า

แม้ในภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ ที่พนักงานทั่วไปถูกลอยแพ ผู้บริหารเหล่านี้ก็ไม่ได้กระทบกระเทือน

เพราะมี ′สต๊อก ออปชั่น′ และโบนัสพิเศษ แม้แต่ในปีที่บริษัทขาดทุน

เท่า นั้นยังไม่พอ ปี 1997 จอห์น สโนว์ ซึ่งต่อมาเป็น รมว.คลังของจอร์จ บุช แต่ขณะนั้นเป็นซีอีโอของซีเอสเอ็กซ์ บริษัทรถไฟที่ขาดทุนย่อยยับ

′หน้าด้าน′ เป็นตัวแทนนักธุรกิจใหญ่ไป ′ล็อบบี้′ ให้สภาสูงสหรัฐผ่านกฎหมายที่ไม่นับสต๊อก ออปชั่น หรือสัญญาจะให้หุ้นกับผู้บริหารเป็นรายจ่ายของบริษัท

นั่นคือไม่มีใครต้องเสียภาษี

แล้วก็ได้เสียด้วย

ที่รวยก็ยิ่งรวยขึ้นไปใหญ่

เงินที่เป็นใบเบิกทางไปสู่งเงินก้อนใหญ่กว่า และอำนาจ-เส้นสาย ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก

ไทยอยากจะเดินตามรอยนั้นหรือ?

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7545 ข่าวสดรายวัน ใครกดดัน"กกต."

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



หวังว่าภายในสัปดาห์นี้ กกต.คงรับรองส.ส. ได้ครบ 475 คน

เพราะเป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายแล้ว หากปล่อยให้ล่วงเลยไปถึงสัปดาห์หน้าก็สุ่มเสี่ยงเกินไป

โอกาสจะรับรองส.ส.ไม่ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้งนั้นเป็นไปได้สูง

อย่างที่ย้ำกันมาตลอดว่า "ใคร" จะเป็นคนรับผิดชอบ

หากเปิดสภาไม่ทันตามรัฐธรรมนูญกำหนด !?

วัน ก่อน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นกรณีที่กกต.แขวน นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำนปช. ที่มีการร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติ

ระบุว่ากกต.รับรองคุณสมบัตินายจตุพรแล้วตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งส.ส. และประชาชนก็เลือกผู้สมัครส.ส. ตามที่กกต.รับรองมา

ถ้ากกต.พิจารณาตามเนื้อผ้ากรณีนายจตุพรก็ไม่น่าจะมีปัญหา !?

คนที่เลือกปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทยก็แปลกใจว่าทำไมถึงยังมีปัญหาอยู่

ส่วนเรื่องที่นายจตุพรถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นและโดนคุมขังในเรือนจำนั้น

ควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ในภายหลัง

การทำงานของกกต.จึงเป็นที่จับจ้องของคนเสื้อแดง

เฝ้าดูว่าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ ?

เช่นเดียวกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จับจ้องกกต.เช่นกัน

แต่จับจ้องในอีกด้าน กลัวรับรองอดีตแกนนำเสื้อแดงเข้าสภา

เพราะนายอภิสิทธิ์ออกมาประกาศปาวๆ แทบทุกวันว่าคนเสื้อแดงหยุด "กดดัน" กกต.ได้แล้ว

นายสุเทพก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน ประกาศห้ามกกต.รับรองพวกเผาบ้านเผาเมืองเข้าสภา

ก็เลยงงๆ ว่าใครกันแน่ที่กดดันกกต.

เพราะยังไม่เห็นมีคนเสื้อแดงออกมาแสดงพลังกดดันการทำงานของกกต.เลย

ล่าสุด นายเทพไท เสนพงศ์ ก็ออกมาทั้งประณามทั้งข่มขู่กกต. หากพิจารณาปล่อยอดีตแกนนำนปช. เข้าสู่สภา

แบบนี้ไม่เรียกว่า "กดดัน" แล้วจะเรียกว่าอะไร

ความจริงทั้งนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และนายเทพไท ควรอยู่นิ่งๆ รอทำงานเป็นฝ่ายค้านในสภาจะดีกว่า

เพราะการออกมาตอกย้ำเรื่อง "เผาบ้านเผาเมือง" ก็ได้รับการพิสูจน์ไปแล้วในเบื้องต้น

ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดยืนยันได้

ประชาชน 16 ล้านคนไม่เชื่อคำพูดของนายสุเทพเลย

‘ยิ่งลักษณ์’ชี้แผนซื้อฮ.30ลำ รอถกงบ-ดูความจำเป็น

ที่มา ข่าวสด



ที่ พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เตรียมทำแผนการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์จำนวน 30 ลำเพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์เก่า ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งให้รัฐบาลใหม่พิจารณาว่า คงต้องรอดูรายละเอียดอีกครั้ง เพราะต้องพิจารณาเรื่องความจำเป็นร่วมกันกับกองทัพบกด้วย โดยเฉพาะต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณต่างๆ ว่าจะมีการจัดสรรอย่างไร โดยคำนึงถึงประโยชน์ของภาคส่วนต่างๆ ให้มากที่สุด หากรัฐบาลสามารถสนับสนุนได้ เพราะจะเป็นประโยชน์ในทางด้านความมั่นคงพรรคเพื่อไทยยินดีสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องดูเรื่องงบประมาณภาพรวมทั้งหมด ที่จะต้องใช้ดูแลประชาชนเรื่องความเป็นอยู่และค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะใช้ผลัก ดันนโยบาย ที่จะต้องมีการจัดลำดับความสำคัญกันอีกครั้ง

เมื่อถามว่า หากเป็นรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพกองทัพและการบำรุงอาวุธ ยุทโธปกรณ์เก่าอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าก็ให้ความสำคัญอยู่แล้ว แต่ก็ต้องจัดลำดับความจำเป็น หากตรงไหนจำเป็นต้องใช้เพื่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นประโยชน์กับประเทศชาติก็ยินดีสนับสนุน แต่ยังอย่างที่บอกต้องไปดูสถานะของงบประมาณการเงินการคลังก่อน เรียงลำดับตามความเร่งด่วนและต้องดำเนินการก่อนเป็นลำดับแรก
เมื่อถาม ว่า จากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก 3 ลำซ้อน ถือว่ามีความจำเป็นจะต้องจัดซื้อใหม่เลยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องให้ทางกองทัพบกเป็นคนแจ้งเรื่องเข้ามาอีกที เมื่อถามว่าหากต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะมีการจัดซื้อเพียงบางส่วนก่อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องคุยในรายละเอียดกันอีกครั้ง เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดเลย อีกทั้งในการยกร่างนโยบายก็ต้องพูดคุยกับทุกภาคส่วนอยู่แล้ว และคงต้องไล่ทำเป็นลำดับจากนโยบายเป็นต้นไป

เมื่อถามว่านโยบายพรรคเพื่อไทยที่ใช้หาเสียงไม่มีเรื่องความมั่นคง อาจจะต้องชะลอเรื่องการซื้อเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ เพื่อทำตามนโยบายหาเสียงก่อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ยกร่างนโยบายรัฐบาลเลย และกำลังทำงานกันอยู่ แต่นโยบายก็คงต้องครอบคลุมทุกเรื่องอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า จะต้องไปพูดคุยทำความเข้าใจกับ ผบ.ทบ.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในอนาคตคงได้พูดคุยกันอยู่แล้ว และคงต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็คงต้องให้รัฐมนตรีทุกคนที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาในแผนการจัดซื้อ เฮลิคอปเตอร์ด้วย เมื่อถามว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยประเมินว่าวันที่ 7-8 ส.ค.น่าจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องรอความชัดเจนจาก กกต.ก่อน

สหภาพแรงงานรังสิตบุกหนุน‘ยิ่งลักษณ์’ขึ้นค่าแรง300บาท

ที่มา ข่าวสด





เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง นำโดย นายเสน่ห์ ชุ่มหฤทัย ประธานกลุ่มพร้อมด้วยกลุ่มแรงงานประมาณ 20 คน เดินทางมายื่นหนังสือสนับสนุนนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท รวมทั้งขอให้รัฐบาลชุดใหม่ควบคุมราคาสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภคไม่ให้มีการขึ้นราคาโดยไม่สมเหตุสมผล โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค เดินทางมารับหนังสือ

โดยนายเสน่ห์ กล่าวว่า กลุ่มของตนขอสนับสนุนให้รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทให้ได้พร้อมกันทั่วทั้งประเทศตามที่ได้หาเสียงเอาไว้ ไม่ใช่ขึ้นค่าจ้างเพียงบางจังหวัดนำร่อง เนื่องจากปัจจุบันพวกตนแทบไม่ได้ขึ้นค่าจ้างกันเลย โดยปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 215 บาทเท่านั้นซึ่งแทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ หากขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้วก็ต้องควบคุมราคาสินค้าด้วย เพราะหากขึ้นค่าจ้างแล้วราคาสินค้าปรับขึ้นตามก็คงไม่มีประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำให้ได้จริงอย่างที่พูดโดยเฉพาะเรื่องขึ้นค่าแรง ที่ผ่านมานายจ้างเอากำไรจากพวกตนมาเยอะแล้ว ขอให้คืนกำไรให้พวกเราบ้าง