ที่มา ประชาไท
หลายวันก่อน ผมเดินไปกินข้าวริมฟุตบาท ได้ยินอาเฮีย 2 คนคุยกัน จับความได้ว่าเป็นเรื่องจตุพร พรหมพันธ์
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา ประชาไท
ใบตองแห้ง
หลายวันก่อน ผมเดินไปกินข้าวริมฟุตบาท ได้ยินอาเฮีย 2 คนคุยกัน จับความได้ว่าเป็นเรื่องจตุพร พรหมพันธ์
ที่มา ประชาไท
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
http://www.facebook.com/verapat.pariyawong
ที่มา ประชาไท
ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง
http://www.tcijthai.com/investigative-story/654
เจาะ ลึก 10 บริษัทไทย-ต่างชาติ คู่ค้าจัดหาอะไหล่เครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์กับกองทัพอากาศ หลังเหตุการณ์ระทึก ! ฮ.HU-1H จอดฉุกเฉินกลางทุ่งนา จ.อุดรฯ
นอกจาก กรณีเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกตก 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน จากครั้งแรก เฮลิคอปเตอร์แบบ HU-1H หรือ “ฮิวอี้” ครั้งที่สองเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็คฮอล์กที่แก่งกระจาน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบ เบลล์ 212 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ทั้ง 3 เหตุการณ์ทำให้กองทัพสูญเสียกำลังพลไปถึง 17 นาย
ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ เฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ของกองทัพอากาศ ลง จอดฉุกเฉินกลางทุ่งนา ใน จ.อุดรธานี เนื่องจากเครื่องวัดรอบเครื่องยนต์ไม่ทำงาน เมื่อเจ้าหน้าที่นำอะไหล่มาเปลี่ยนก็ใช้งานได้ปกติ
ท่ามกลางเหตุการณ์ดังกล่าว คำถามที่เกิดขึ้น คือ นอกจากบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (กองทุนสวัสดิการกองทัพอากาศถือหุ้น 48.99% สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมถือหุ้น 50.99%ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท) ผูกขาดจัดหาอะไหล่ซ่อมแซมเครื่องบินและอื่นๆให้กองทัพอากาศ วงเงินถึง 3,167 ล้านบาทในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ( 2551-25553)
มีบริษัทต่างชาติอื่นเป็นคู่ค้าหรือไม่?
ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนฯ (TCIJ) เจาะข้อมูลมานำเสนอดังนี้
1.บริษัท AERO TECHNOLOGYประเทศสหรัฐอเมริกา จัดหาอะไหล่และอุปกรณ์เฮลิคอปเตอร์ อะไหล่ซ่อมบำรุงเครื่องวิทยุไมโครเวฟ MDR-2205 วงเงิน 9.8 ล้านบาท ได้แก่
อุปกรณ์ สำหรับใช้เป็นอะไหล่หมุนเวียนให้กับ ฮ.6ข,ฮ.6ค และ ฮ.6ง วงเงิน 1,350,856 บาท (17 มี.ค. 2551) ,อุปกรณ์ สำหรับใช้เป็นอะไหล่หมุนเวียนจำนวน 2รายการ วงเงิน 2,081,208 บาท (24 มิ.ย. 2551) ,อะไหล่ซ่อมบำรุงเครื่องวิทยุไมโครเวฟ MDR-2205 วงเงิน 3,965,625 บาท (11 พ.ย. 2551) ,อุปกรณ์ ของ บ.ล.11ค (BOEING 737) วงเงิน 2,451,723 บาท (28 ม.ค. 2552)
2. บริษัท aero partners LTD.สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนเหนืออะไหล่ซ่อม PROPELLER P/Nฯเครื่องบินลำเลียงราคา 8 ล้านบาท (29 มิ.ย. 2552)
3.บริษัท FERNAU AVIONICS LIMITEDสห ราช อาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ เครื่องช่วยเดินอากาศทาแคนภาคพื้นพร้อมติดตั้ง โดยกรมสื่อสารทหารอากาศ 45.2 ล้านบาท (19 ส.ค. 2551)
4.บริษัท SAAB AB (PULB)SABB MICROWAVE SYSTEMSประเทศ สวีเดน RECEIVER MODULEจำนวน1EA11,617,304 บาท (11 มิ.ย. 2551) และ MMI COMPUTER จำนวน2EA4,555,840 บาท (8 ธ.ค. 2551) รวม 16.1 ล้านบาท โดยกรมสื่อสารทหารอากาศ
5.บริษัท Nera Telecommunication Ltd.,จากประเทศสิงคโปร์ เป็นผู้ขาย อุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมให้กองทัพอากาศ3 ครั้ง 89.1 ล้าน บาท ได้แก่ อุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมพร้อมการติดตั้ง วงเงิน 35,561,376 บาท (15 ส.ค. 2551) ,อุปกรณ์เชื่อมต่อระบบโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุนภารกิจการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค ใต้ 13,639,766 บาท (19 ส.ค. 2551) ,อุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคม พร้อมการติดตั้งจำนวน 1 ระบบ 39,938,400 บาท (19 มิ.ย. 2552)
6.บริษัท TADIRAN COMMUNITION LTDรัฐอิสราเอลเป็นผู้ขาย วิทยุสื่อสารป้องกันฐานบินพร้อมระบบ 23.2 ล้านบาท (19 ส.ค. 2551)
7. บริษัท Elbit Systems Ltd.รัฐอิสราเอล ผู้ขายอะไหล่ซ่อมบำรุงระบบควบคุมการยิง 2 ครั้ง 11.2 ล้านบาท
ได้แก่ ซื้ออะไหล่ซ่อมบำรุงระบบควบคุมการยิง บ.ขฝ.1วงเงิน 6,122,952 บาท (17 ก.ย. 2551) และ ซื้ออะไหล่ซ่อมบำรุงในโครงการปรับปรุง บ.ข.18 ข/ค(F-5MOD) วงเงิน 5,167,800 บาท (18 ก.ย. 2551)
8.บริษัท yield CO.LTD ประเทศญี่ปุ่นEMERGENCY LOCATOR TRANSMITTER(ELT) 6.7 ล้าน บาท โดยกรมสื่อสารทหารอากาศ(25 ส.ค. 2551)
9.บริษัท ROHDE&SCHWARZ INTERNATIONAL GmbHสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี วิทยุพื้นดิน-อากาศจำนวน11ชุด 39.9 ล้านบาท โดยกรมสื่อสารทหารอากาศ (10 ก.ย. 2551)
เพราะฉะนั้น ถ้ารวม บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ด้วยเท่ากับมีบริษัทนิติบุคคลสัญชาติไทยและต่างชาติอย่างน้อย10 บริษัทที่เป็นคู่ค้าอะไหล่เครื่องบิน เครื่องมือ อุปกรณ์สื่อสาร ให้กองทัพอากาศ
ที่มา ประชาไท
มู ฮัมหมัดอาลาดี เต็งนิ อดีตรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ถูกทหารบุกจับตัวที่บ้านพักจังหวัดนราธิวาส พร้อมพี่ชายและเพื่อนบ้านอีกหนึ่งราย เหตุต้องสงสัยแบ่งแยกดินแดน หลังจากที่เกิดเหตุยิงทหารในอำเภอบาเจาะวานนี้
29 ก.ค. 54 – เมื่อเวลา 6.00 น. มีรายงานว่ามูฮัมหมัดอาลาดี เต็งนิ อายุ 30 ปี อดีตรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ปี 2552 พร้อมทั้งพี่ชาย ไฟซาล เต็งนิ อายุ 31 ปี ทำอาชีพเกษตรกรรม และเพื่อนบ้านอีกหนึ่งคน ถูกทหารกว่า 20 นาย บุกจับกุมตัวที่บ้านพักในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส โดยทหารควบคุมตัวทั้งสามคนภายใต้กฎอัยการศึก และนำตัวไปสอบสวนที่หน่วยเฉพาะกิจบริเวณใกล้เคียงราวสามชั่วโมง เหตุต้องสงสัยว่าเป็นแนวร่วมแบ่งแยกดินแดน ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. มีรายงานว่ามูฮัมหมัดอาลาดี ได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่อีกสองคนถูกนำตัวไปสอบสวนและควบคุมตัวต่อไป ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี
มูฮัมหมัดอาลาดีกล่าวว่า สาเหตุที่ถูกจับตัวไปเช้านี้ น่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์การยิงปืนอาก้าถล่ม พ.จ.อ. ปราชญ์ชัยชนะ ไชยสิทธิ์ และลูกน้องอีกสองนาย ที่หมู่บ้านจำปากอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาสเมื่อเย็นวานนี้ โดยอดีตรองเลขาฯ สนนท. กล่าวว่าเขากลับถึงบ้านในหมู่บ้านยามูแรแน อำเภอบาเจาะเมื่อเวลา 18.00 น.วานนี้ ซึ่งเป็นสถานที่และเวลาที่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ ทำให้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว และเสริมด้วยว่า เขาไม่เคยถูกควบคุมตัวมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกนายทหารจับกุมตัวไป
.”ที่ ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากสามารถอธิบายถึงพยานหลักฐานได้ แล้วก็อธิบายว่าเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในขณะที่อีกสองคนนั้นจบการศึกษาสายสามัญเพียงแค่ม. 3 เท่านั้น ส่วนพี่ชายก็จบการศึกษาจากประเทศอียิปต์ อาจทำให้ทางรัฐสงสัยว่าเป็นแนวร่วมก่อเหตุแบ่งแยกดินแดน จึงถูกควบคุมตัวไปยังค่ายอิงคยุทธต่อไป คาดว่าน่าจะถูกควบคุมตัวต่อไปอีก 7 วัน” มูฮัมหมัดอาลาดีกล่าว
ที่มา ประชาไท
เทวฤทธิ์ มณีฉาย รายงาน
ศาล อุทธรณ์พิพากษายกฟ้องคดีอดีตสมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯเผาโรงงาน แต่ยังคงให้ควบคุมตัวจำเลยในระหว่างฎีกา โดยมีอาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาฯยื่นประกัน ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุก 3 ปีไม่รอลงอาญา
วานนี้(28 ก.ค.54) ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นยกฟ้องคดีที่ อัยการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นโจทย์ ยื่นฟ้องนายโยธิน วานวิน จำเลย อดีตสมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ ในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น อย่างไรก็ตามศาลยังคงให้ควบคุมตัวจำเลยในระหว่างฎีกา แต่อนุญาตให้ประกันตัว โดยมี น.ส.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัว
น.ส.จิตรา คชเดช เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ ซึ่งเข้าร่วมฟังคำพิพากษากล่าวว่า “ศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษายกฟ้องคดีนายโยธิน วานวิน จำเลยที่เป็นอดีตสมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ของบริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งผลิตชุดชั้นใน และชุดว่ายน้ำ ยี่ห้อไทรอัมพ์ โดยให้เหตุผลว่า พยาน 2 คนของฝ่ายโจทย์เห็นคนที่ท่าทางมีพิรุธออกมาว่าจำได้ว่าเป็นโยธิน(จำเลย) แต่พยานไม่ได้เห็นตอนขณะวางเพลิง และไม่มีใครเห็นจำเลยขณะวางเพลิง จึงมีเหตุความสงสัย และยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย ศาลจึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง แต่ในระหว่างฎีกา ศาลให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ก่อน คือให้จำคุกไว้ก่อนจนกว่าจะมีฎีกา แต่อนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยมี น.ส.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ จากจุฬา มาเป็นนายประกัน”
ทั้งนี้ หากอัยการไม่ฎีกาภายใน 30 วัน คดีดังกล่าวถือเป็นสิ้นสุด
คดี วางเพลิงเผาทรัพย์ของบริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ที่นายโยธิน วานวิน เป็นจำเลย เกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุมนัดหยุดงานประท้วง 46 วัน ของคนงานกว่า 3,000 คน ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เพื่อเรียกร้องให้บริษัทฯรับ น.ส.จิตรา คชเดช ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ(ขณะนั้น)กลับเข้าทำงาน หลังจากบริษัทฯอาศัยอำนาจศาลอนุญาตเลิกจ้าง ด้วยเหตุผลที่ น.ส.จิตราสวมเสื้อที่พิมพ์ข้อความ "ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม" ออกรายการ "กรองสถานการณ์" ช่องเอ็นบีที ในหัวข้อ "ทำท้อง...ทำแท้ง" เมื่อวันที่ 24 เม.ย.51 เป็นการทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง
โดยเหตุเพลิงไหม้ที่เป็นคดีความนี้ เกิดด้านหลังโรงงาน ของ บริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อเวลาประมาณ 6.50 น.ของวันที่ 26 ส.ค.51 โดยเพลิงได้ลุกไหม้กล่องกระดาษบริเวณที่ขนถ่ายสินค้า ซึ่งห่างจากจุดชุมนุมของสหภาพแรงงานที่อยู่ภาพนอกรั้วออกไปประมาณ 50 เมตร ซึ่งมีป้อมยามและประตูอยู่ระหว่างผู้ชุมนุมกับจุดเกิดเหตุ และค่ำวันเดียวกันเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้ร่วมกันจับกุม นายโยธิน วานวิน จากห้องพักในข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น และภายหลังศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา
ที่มา ประชาไท
เครือ ข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ 12 เครือข่าย เสนอนโยบายด้านสังคมให้ "ยิ่งลักษณ์" นำไปพิจารณา หวังถูกร่างเป็นนโนบาย ด้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเชียงใหม่ วอน “ยิ่งลักษณ์-ส.ส.เชียงใหม่” สานต่อโฉนดชุมชน
28 ก.ค. 54 - มติชนออนไลน์รายงาน ว่า ที่พรรคเพื่อไทย ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการกว่า 200 คน ที่มาจากเครือข่ายภาคประชาชนจำนวน 12 เครือข่าย ประกอบด้วย เครือข่ายเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย เครือข่ายเด็กเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง เครือข่ายเพื่อการศึกษาเด็ก เยาวชน เครือข่ายศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายผู้หญิงด้านสุขภาพ เครือข่ายผู้พิการ เครือข่ายผู้สูงอายุ เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายเกษตรทางเลือก และเครือข่ายชาติพันธ์ นำโดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้ายื่นข้อเสนอต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค และนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. เป็นตัวแทนรับฟังข้อเสนอ
จากนั้นเวลา 15.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการได้ยื่นข้อเสนอต่อพรรคเพื่อไทย ให้นำไปจัดทำเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อลดความเลื่อมล้ำทางสังคมด้วยกัน 8 ด้าน ประกอบด้วย 1.ให้มีหลักประกันสุขภาพระบบเดียวทั่วประเทศ 2.หลักประกันยามชรา โดยให้มีการเปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพเป็นบำนาญชราภาพพื้นฐานทันที 3.หลักประกันทางรายได้ การมีงานทำ ประชาชนไทยทุกอาชีพได้รับการประกับรายได้ 4.หลักประกันด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัย โดยการเร่งรัดโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน และปฏิรูปภาษีที่ดินก้าวหน้า 5.หลักประกันทางการศึกษา เรียนฟรีจริง 12 ปีตามรัฐธรรมนูญรับประกันเข้าถึงการศึกษาทุกระดับ 6.หลักประกันการมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน ของกลุ่มประชากรเปราะบาง 7.หลักประกันพลเมืองเรื่องผู้บริโภค ตั้งองค์กรอิสระผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญทันที และ 8.การบริหารจัดการการเงินการคลังเพื่อรัฐสวัสดิการ ภาษีที่ดิน ทรัพย์สิน มรดกทันที โดยพรรคเพื่อไทยจะนำข้อเสนอทั้งหมดยื่นต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้พิจารณาต่อไป
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเชียงใหม่ วอน “ยิ่งลักษณ์-ส.ส.เชียงใหม่” สานต่อโฉนดชุมชน
ASTV ผู้จัดการออนไลน์รายงาน ว่าวันนี้ (28 ก.ค.) ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เวลาประมาณ 10.00 น.ตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยชาวไทยภูเขาร่วม 100 คน เข้ายื่นหนังสือถึงว่าที่นายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในการถือครองที่ดินทำกิน โดยมี นายสุวิชา ดามพวรรณ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว
ทั้ง นี้ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ได้เสนอให้ภาครัฐสานต่อ และสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งกำหนดให้เป็นนโยบายหลักของรัฐ โดยในหนังสือที่ยื่นถึงว่าที่นายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ มีรายละเอียด คือ
1.ให้ มีการจัดระบบข้อมูลการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรให้เป็นข้อมูลสาธารณะ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์และเกิดความเป็นธรรม 2.ให้ดำเนินการการจัดการที่ดินโดยชุมชน ในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” เพื่อป้องกันการบุกรุกป่าเพิ่มและการป้องกันที่หลุดมือจากเกษตรกร 3.ให้จัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อทำหน้าที่จัดซื้อที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาด แคลน และไร้ที่ดินทำกิน
4.ให้มีการจัดเก็บที่ภาษีที่ดิน เกษตรกรรมในอัตราก้าวหน้า เพื่อลดแรงจูงใจในการสะสมที่ดินไว้โดยไม่ทำประโยชน์ 5.ให้มีการยกเลิกคดีคนจน ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีที่ดินทำกินในเขตป่า และที่ดินรกร้างว่างเปล่า และ 6.ให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 ซึ่งเป็นมติที่สร้างความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
เครือ ข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ภาคประชาชนสามารถมีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งทางเครือข่ายหวังว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยจะติดตามความคืบหน้าของข้อเรียกร้องอย่างใกล้ชิด และหากการเรียกร้องในครั้งนี้ไม่เป็นผลก็จะออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องอีก อย่างแน่นอน
ที่มา Thai E-News
Norway's Prime Minister Jens Stoltenberg hugs Labour Youth Wing leader Eskil Pedersen (R) in Sunvold July 23, 2011. REUTERS/Truls Brekke- ภาพนายกรัฐมนตรีสวมกอดผู้นำเยาวชนแรงงาน
โดย ปราปต์ บุนปาน
(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 28 กรกฎาคม 2554)
ที่มา Thai E-News
ที่มา Thai E-News
ที่มา Thai E-News
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51