WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, August 5, 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 05/08/54 ขุนค้อน..เอาไว้ต้อน ส.ส.(แรงส์)

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


พวกหลังสั้น หลังยาว ต้องหนาวแน่
ทั้งหนุ่ม-แก่ ชอบโดดร่ม ทำข่มขวัญ
สภาล่ม ซ้ำซาก ลำบากกัน
ร่วมสร้างสรรค์ ให้ดีหน่อย อย่าปล่อยเลย....

ผ่านหลายปี ดีดัก ไม่ยักแก้
กี่เรื่องแย่ เหตุไฉน ไม่เปิดเผย
หน้าเดิมเดิม จอมวุ่น ก็คุ้ยเคย
หวังลงเอย ด้วยขุนค้อน ต้อนซะที....

แอบหนีเที่ยว อ้างว่า ติดภารกิจ
ด้วยจริต เฉไฉ ไว้หลบหนี
องค์ประชุม ขาดบ่อย กร่อยทั้งปี
มาคราวนี้ ต้องถูกต้อน จากค้อน..ประธานฯ....

ประชาชน เลือกมา ทำหน้าที่
หวังนำพา สิ่งดีดี มีโวหาร
อีกนิติ บัญญัติ กำจัดมาร
ต้องสืบสาน ด้วยใจ ใฝ่คุณธรรม....

ประชาชน มองเห็น ใครเด่น-ด้อย
กี่มากน้อย อย่าอวดโอ้ แล้วโง่ซ้ำ
มีสัจจะ วาจา อย่าลืมคำ
จงจดจำ และยึดมั่น สิ่งสัญญา....

อย่าต้องให้ ขุนค้อน ต้อน ส.ส.
เหมือนเด็กรอ ผู้ใหญ่เรียก พร่ำเพรียกหา
ถ้าบิดพริ้ว ประชาชน คนเลือกมา
ลงงวดหน้า ต้องสอบตก ยกฝูงชัวร์....

๓ บลา / ๕ ส.ค.๕๔

เส้นทางชีวิตกว่าจะถึงวันนี้ "นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย JJ_Sathon






วันนี้ เราไปทำความรู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยกันดีกว่า

สำหรับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีชื่อเล่นว่า ปู ปัจจุบันอายุ 43 ปี
เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนบุตร 9 คนของนายเลิศ และนางยินดี ชินวัตร
และเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
รวมทั้งนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยาของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี





นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมรสแล้ว
โดยไม่ได้จดทะเบียนกับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร หรือ ป๊อบ เมื่อปี พ.ศ.2538
ซึ่งนายอนุสรณ์ อมรฉัตร นั้น เป็นอดีตผู้บริหารในเครือบริษัท ซีพี
และปัจจุบันเป็นกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม ลิงก์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ปัจจุบันอายุ 9 ปี

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีของนางสาวยิ่งลักษณ์เองนั้น
เคยถูกดึงไปเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกกล่าวหาว่า
เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องตัวเอง เมื่อครั้งที่บริษัท เอ็ม ลิงก์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ซึ่งนายอนุสรณ์ อมรฉัตร เป็นผู้บริหารอยู่ได้ร่วมประมูลโครงการด้านการสื่อสาร
และอินดัสเทรียล ปาร์ค ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2547-2549
จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูว่า การประมูลครั้งนั้นไม่โปร่งใส



กลับมาที่ประวัติด้านการศึกษาของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เธอร่ำเรียนในสายที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมาโดยตรง
เพราะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
จากคณะคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2531
ก่อนที่จะไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา จนสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ.2533

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้าทำงานในบริษัทชินวัตร ไดเร็กทอรีส์ จำกัด
ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้อำนวยการของ
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส
จากนั้นได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอสซี แอสเซท จำกัด

อย่างไรก็ตาม หลังจากตระกูลชินวัตร และตระกูลดามาพงศ์
ได้ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้ง ของประเทศสิงคโปร์
ก็ทำให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่ง
กรรมการผู้อำนวยการของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
แต่ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอสซี แอสเซท จำกัด



สำหรับเส้นทางสายการเมืองของน้องสาวอดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้
ชื่อของเธอปรากฏขึ้นมาครั้งหนึ่งในครั้งที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบนำไปสู่การตั้งพรรคเพื่อไทย
และ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พยายามผลักดัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
แต่เพราะมีเหตุบางประการทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้เข้ารับตำแหน่งนี้
แต่เธอก็ยังมีบทบาททั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในพรรคเพื่อไทย

จนกระทั่งปัจจุบันพรรคเพื่อไทยซึ่งไร้หัวหน้า (ตัวจริง)
เหมือน "เรือขาดหางเสือ" ต้องเร่งหาผู้นำ ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
และ ส.ส.อีกหลายคนในพรรคเพื่อไทย จึงได้เสนอชื่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ขึ้นมา
เป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย สู้กับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยอีกคน
จนทำให้ ส.ส.ในพรรคแตกเป็นสองสายอย่างชัดเจน
เนื่องจากมี ส.ส.อีกส่วนสนับสนุนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์เช่นกัน

และภายใต้การนำทีมของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
ที่ได้รับแรงสนับสนุนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ส่งให้พรรคเพื่อไทย
ได้รับคะแนนเสียงอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ก็ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย
และเธอกำลังจะกลายเป็นสุภาพสตรีที่คนไทยและคนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างแน่นอน


สำหรับใครที่อยากติดตามความเคลื่อนไหวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
หรืออยากจะสื่อสารกับนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย
ก็สามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์
เฟซบุ๊ก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร http://www.facebook.com/Y.Shinawatra
และอีกหนึ่งช่องทางคือ
ทวิตเตอร์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร http://twitter.com/PouYingluck



เว็บไซต์ GO6TV ขอแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


http://www.go6tv.com/2011/08/blog-post_7150.html

เสื้อแดงยินดี ‘ยิ่งลักษณ์’ เรียกร้อง ‘เอาทักษิณคืนมา’

ที่มา ข่าวสด





วัน ที่ 5 ส.ค. หลังจากปิดการประชุมสภาฯและน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางด้วยรถตู้ส่วนตัว เพื่อเดินทางมายังพรรคเพื่อไทย เพื่อรอรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยระหว่างที่รถขบวนผ่านประตูทางออกฝั่งสวนสัตว์ดุสิต กลุ่มเสื้อแดงต่างพากันตะโกนให้กำลังใจและแสดงความยินดีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับเลือกให้เป็นนายกฯ

ระหว่างนั้นได้เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อคนเสื้อแดงบางคนที่นั่งอยู่บนรถ กระบะ ซึ่งพยายามจะขับตามขบวนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ มาที่พรรคเพื่อไทย ได้เสียหลักตกลงมาจากรถ จนทำให้รถข่าวสื่อมวลชนต้องหลบกะทันหัน แต่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนหรือใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ขณะที่เสื้อแดงบางคนรอโบกมือให้กับรถของส.ส.พรรคเพื่อไทย เมื่อขบวนรถของแกนนำที่มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผ่านประตูทางออก ได้เปิดกระจกโบกมือทักทายตอบ

ต่อมาเวลา 12.30 น. ทันทีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ เดินทางมาถึงพรรคเพื่อไทย กองเชียร์เสื้อแดงที่มารอให้กำลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ บริเวณโถงชั้นล่างของพรรคกว่า 100 คน ต่างกรูเข้ามาประชิดตัวมอบดอกไม้ พร้อมสวมกอดน.ส.ยิ่งลักษณ์ และตะโกนบอกว่า “เอาทักษิณคืนมา” ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยิ้มตอบ ก่อนจะขอตัวบรรดาคนเสื้อแดงเพื่อหารือกับแกนนำพรรค ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พรรคได้ขอความร่วมมือให้กองเชียร์นั่งรอพระบรมการโปรด เกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี อยู่แค่ชั้นล่างเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายเนื่องจากเป็นพิธีสำคัญ

คลิปประวัติ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกฯ ไทยคนที่ 28

ที่มา ข่าวสด



ที่มา : พรรคเพื่อไทย , http://www.facebook.com/Y.Shinawatra , http://www.youtube.com/watch?v=_wm20_NsKbI

“สุเทพ” จับมือยินดี “ยิ่งลักษณ์” ว่าที่นายกฯเล็งลงพื้นที่น้ำท่วมเป็นภารกิจแรก

ที่มา ข่าวสด



วัน ที่ 5 ส.ค. ที่รัฐสภา ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงส่วนใหญ่โหวตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี บรรดาส.ส.ต่างทยอยเข้าไปแสดงความยินดีและจับไม้จับมือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ และเมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าห้องประชุมสภาบริเวณชั้น 2 ก็ได้เจอกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ยกมือไหว้สวัสดี ซึ่งนายสุเทพก็ได้เข้าไปจับมือเพื่อแสดงความยินดีก่อนที่จะกล่าวว่า “ยินดีด้วยครับ พวกผมก็ยินดีที่จะทำงานร่วมกัน” ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้ยกมือไหว้ขอบคุณ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังสภาโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี ถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับยภาระในการเป็นผู้นำรัฐบาล ว่าอย่างแรกก็คงต้องมีการคุยกันในทีมงาน และหารือแนวทางร่วมกันใน ครม.เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพในปัจจุบัน ตนจะตั้งใจอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนให้เวลาตนในการพิสูจน์และทำงาน ที่สำคัญเราเองคนเดียวคงไม่สามารถขับเคลื่อนได้ คงต้องมีทีมงานและผู้ที่ร่วมมือกัน ซึ่งตนก็พร้อมที่จะร่วมมือทำงานกับทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนเพื่อที่จะผลัก ดันงานให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

ว่าที่นายกรัฐมนตรีกล่าว อีกว่าขอเข้าไปทำงานและแถลงนโยบายก่อน เพราะในนโยบายจะมีรายละเอียดชี้แจงว่าแต่ละส่วนเราจะดำเนินการอย่างไรในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าตนจะทำงานได้ถูกใจหรือไม่ และตรงกับความคาดหมายหรือไม่ ซึ่งตนก็คงต้องทำอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ

นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่าสำหรับภารกิจแรกจะดำเนินการในฐานะนายกรัฐมนตรี หลังได้รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯและเข้าถวายสัตย์ปฎิญาณแล้ว คือ การลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยเพราะวันนี้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนกันมาก

ใครเลือกเข้ามาในสภา

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ



คลิป : ประกาศผล นายกหญิง ยิ่งลักษณ์....(พร้อมประวัติ)

ที่มา thaifreenews

โดย NuDang



นายกรัฐมนตรีหญิง

นารีขี่ม้าขาว

นายกหญิงยิ่งลักษณ์


xxx12

สภาเดือดโทษกันวุ่นสาเหตุของสภาฯล่ม

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

สภาฯ เดือดโทษกันวุ่นสาเหตุของสภาฯล่ม
ส่วน "ชูวิทย์" มอบฆ้อนแดงมห้ประธานสภาผู้แทนราษฎร


การประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญทั่วไป วันนี้(5 ส.ค.)เวลา 10.00 น.วาระสำคัญ คือ
การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดยก่อนเข้าสู่วาระ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฦร
ได้ชี้แจงการทำงาน 3 ประเด็นคือจะยึดข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด
เรียกร้องให้ส.ส.เข้าประชุม สุดท้ายเรียกร้องให้นายกฯ ให้ความสำคัญกับงานสภา

ขณะที่นายชวน หลีกภัย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ชี้แจงว่าปัญหาสภาล่มที่ผ่านมา
เพราะมีส.ส.มาประชุม แต่ไม่ยอมเสียบบัตรแสดงตน ซึ่งเป็นเหตุผิดปกติวิสัย

จากนั้นนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย
ได้ขอหารือการทำหน้าที่ของประธานสภา
และได้มอบฆ้อนที่ผูกโบว์สีแดง ไปมอบให้กับนายสมศักดิ์
โดยที่นายชูวิทย์ พยายามอภิปรายต่อ

จากนั้นนายสมศักดิ์ ซึ่งทำหน้าที่ประธาน ได้ลุกขึ้นยืนประท้วงนายชูวิทย์
แต่นายชูวิทย์ ไม่ยอมนั่ง ทำให้นายสมศักดิ์ เชิญให้นายชูวิทย์ ออกนอกห้องประชุม
ท่ามกลางเสียงปรบมือของสมาชิกในห้องประชุม

แต่ถึงกระนั้น นายชูวิทย์ ไม่ยอมนั่งลง
นายสมศักดิ์ จึงเชิญรปภ.เข้ามาเชิญนายชูวิทย์ ออกไป
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รภป.เข้ามานายชูวิทย์ ได้จับมือกับรปภ. แล้วนั่งลง
แต่ในที่สุดตามระเบียบนายชูวิทย์ ต้องออกนอกห้องประชุม


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20110805/403428/สภาเดือดโทษกันวุ่นสาเหตุของสภาฯล่ม.html

ชูวิทย์ โดนไล่ออกจากห้องประชุม ฉลองประชุมสภาครั้งแรก

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


เอากุ๊ยมาเป็น สส.ก็แบบนี้ คือผมเคารพเสียงของประชาชนที่เลือกคุณชูวิทย์
แต่ผมเห็นบทบาทวันนี้ในสภาแล้ว ผมคิดว่าเอากุ๊ยมาเป็น สส.ก็แบบนี้ ไม่ได้เกรงใจใคร คิดจะตลก มันไม่ถูกกาละเทศะ

ไม่รู้ระเบียบการประชุมสภา ประธานยืนขึ้นแล้วก็ไม่นั่งลง จงใจท้าทาย
หากประธานไม่เด็ดขาดผมว่าคงคุมชูวิทย์ยาก

คุณสมศักดิ์ ประธานฯ ก็ถือว่าเด็ดขาดดีครับ เป็นการแสดงความเด็ดขาดตัดไม้ข่มนามได้ดี

คือประชุมสภา ไม่ใช่ประชุมทั่วไปที่ใครขาใหญ่ก็พูดคนเดียว ไม่ต้องมีระเบียบได้

สุรพศ ทวีศักดิ์: พุทธเถรวาทแบบไทยรับใช้อะไร?

ที่มา ประชาไท

“ธรรมก็เช่นเดียวกับสิ่งที่ไม่ใช่ธรรม
ไม่ใช่ทั้งดำรงอยู่หรือไม่ดำรงอยู่
ใครที่เข้าใจความหมายข้อนี้อย่างถ่องแท้
ย่อมประจักษ์ว่าทุกสรรพสัตว์คือพุทธ”

(จาก “ดวงตะวันในดวงใจฉัน” (the my heart) ของ ติช นัท ฮันห์
แปลโดย วิศิษฐ์ วังวิญญู หน้า 85)

ผม คิดว่า ในขณะที่พุทธนิกายเซ็น และวัชรญาณรับใช้ความเป็นมนุษย์และมนุษยชาติ แต่พุทธเถรวาทแบบไทยกลับยังหลับหูหลับตารับใช้ระบบชนชั้น Egoism และทุนนิยมบริโภคผ่านการโปรโมทอุดมการณ์ธรรมราชา แฟชันปฏิบัติธรรมดูจิตดูใจไม่ใส่ใจสังคมและวัฒนธรรมการทำบุญทำทานเพื่อสรรพ สมบัติ ไม่สนใจความเป็นธรรมทางสังคม

อุดมการณ์ธรรมราชา บ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับรัฐในความหมายว่า รัฐใช้อุดมการณ์ทศพิธราชธรรมของพุทธเป็นอุดมการณ์ปกครองบ้านเมืองเพื่อความ เป็นธรรมและผาสุก หรือรัฐใช้อุดุมการณ์นั้นเป็นเครื่องมือสร้างความศักดิ์สิทธิ์แก่อำนาจของตน เอง

เกี่ยวกับประเด็นนี้ ดูเหมือนท่านพุทธทาสภิกขุ จะเชื่อว่า เคยมีระบบที่รัฐใช้อุดมการณ์ธรรมราชาเป็นอุดมการณ์ปกครองเพื่อความผาสุกอยู่ จริง แต่ถูกยกเลิกไป ดังที่ท่านกล่าวว่า

เขาเคยมีอยู่ระบบหนึ่ง เขาเรียกว่าพระราชาที่ประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรม ไปศึกษาดูเถอะ เป็นระบบสังคมนิยมแบบพระเจ้า องค์คุณ 10 ประการ ที่ทำให้เป็นพระราชามีทศพิธราชธรรมนั้น เป็นหลักสังคมนิยมแบบพระเจ้าทั้งนั้น โผล่มาก็ ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ อาชฺวํ มทฺทวํ ตปํ อโกธํ อวิหึสํ ขนฺตึ จ อวโรธนํ นี้ มันเป็นธรรมะสูงสุด และแบบสังคมนิยม แต่ถ้าถึงคราวเผด็จการก็ใช้ธรรมะเผด็จการ …ถ้าเผด็จการมันก็เผด็จการโดยธรรมะ อย่างพระเจ้าเผด็จการ หรือพระพุทธเจ้าเผด็จการ นี่นักการเมืองสมัยนี้เขาก็บอกว่าหาไม่ได้ มันก็มีส่วนจริง เพราะว่าโลกได้ทิ้งระบบที่ดีที่สุดอย่างนี้ไปเสียแล้ว เนื่องมาจากทิ้งพระเจ้าก่อน แล้วมันก็ทิ้งระบบที่บุคคลมีคุณธรรม ตามแบบของพระเจ้าเสียหมด[1]

แต่ดูเหมือน ส.ศิวรักษ์ จะมองต่างออกไปว่า

แต่ ตามความเป็นจริงทางการเมืองนั้น คำสอนของพระพุทธเจ้ามีความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ ผมว่าเราต้องยอมรับความจริงนะครับ พระเจ้าแผ่นดินองค์แรกที่มาถือพุทธ คือ พระเจ้าพิมพิสาร ยกที่ดินถวายเป็นวัดแห่งแรก คือ วัดเวฬุวัน แต่พอมาถือพุทธแล้วแหยเลยครับ ถูกลูกฆ่าตาย ถือพุทธแล้วแหยครับ พระเจ้าอชาตศัตรู ที่แย่งราชสมบัติพ่อได้ เพราะไปเข้ากับเทวทัต ไม่ได้เข้าหาพระพุทธเจ้า พระเจ้าโกศลก็เหมือนกันนะครับ นับถือพระพุทธเจ้าในเรื่องส่วนตัว เช่น ท่านเสวยมากไป พระพุทธเจ้าบอกเสวยให้น้อยลง ก็ดี แต่ท่านก็เป็นคนบ้าสมภารไปตลอดชีวิต พระเจ้าอโศกเองมานับถือพุทธ ทำดีมากเลย แต่พระเจ้าอโศกเองก็ล้มเหลว ถูกแย่งราชสมบัติภายในรัชกาลพระองค์เอง อีกนัยหนึ่ง บทบาทคำสอนศาสนาพุทธในทางการเมืองมีความล้มเหลวมาโดยตลอด หรือผู้มีอำนาจเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองในทางการ เมืองยิ่งกว่าในทางศาสนา[2]

แม้ แต่เรื่องความสัมพันธ์เชิงรูปธรรมของรัฐกับพุทธศาสนา หรือรัฐกับสถาบันสงฆ์นั้น ก็ดูเหมือนนักวิชาการพระสงฆ์ กับนักวิชาการฆราวาสจะมองต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เช่น มุมองของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ขณะเป็นพระเทพเวที ที่ว่า

ใน สังคมไทย บทบาทและหน้าที่ทางการเมืองของพระสงฆ์ได้ดำเนินมาในลักษณะที่เข้ารูปเป็น มาตรฐานพอสมควร พระสงฆ์สั่งสอนหลักธรรมในการปกครองและสอนนักปกครองให้มีธรรม แต่ไม่เข้าไปยุ่มย่ามก้าวก่ายในกิจการเมือง ทางฝ่ายบ้านเมืองก็ยกชูสถาบันสงฆ์ไว้ในฐานะที่ เหนือการเมือง โดยมีประเพณีทางการเมืองที่ปฏิบัติมาเกี่ยวกับวัดและพระสงฆ์ เช่นว่า ผู้ใดหนีเข้าไปในพัทธสีมาของวัดก็เป็นอันพ้นภัยการเมือง เหมือนลี้ภัยออกไป ในต่างประเทศ ผู้บวชแล้วเป็นผู้พ้นภัย และเป็นผู้พ้นภัยจากปรปักษ์ทางการเมือง ดังกรณีของข้าราชบริพารของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่พระสงฆ์สมมติพระราชวังเป็นพัทธสีมาแล้วอุปสมบทให้ พาออกจากวังผ่านกองทัพของผู้ยึดอำนาจ ไปสู่วัดได้โดยปลอดภัย และกรณีของขุนหลวงหาวัด (พระเจ้าอุทุมพร) ในรัชการพระเจ้าเอกทัศน์ เป็นต้น[3]

ขณะที่ จิตร ภูมิศักดิ์ มองว่า พุทธศาสนาและพระสงฆ์ถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ เช่น

ศักดินา (กษัตริย์) แบ่งปันที่ดินให้แก่ทางศาสนา แบ่งปันข้าทาสให้แก่วัดวาอาราม ยกย่องพวกนักบวชให้เป็นขุนนางมีลำดับยศ มีเครื่องประดับยศ มีเบี้ยหวัดเงินปีและแม้เงินเดือน...ศาสนามีหน้าที่สั่งสอนให้ผู้คนเคารพยำ เกรงกษัตริย์ พวกนักบวชทั้งหลายกลายเป็นครูอาจารย์ที่ให้การศึกษาแก่กุลบุตรกุลธิดา ซึ่งแน่นอนแนวทางการจัดการศึกษาย่อมเป็นไปตามความปรารถนาของศักดินา [4]

จะ เห็นว่า หากมองในเชิงข้อเท็จจริงเชิงประวัติศาสตร์อุดมการณ์ธรรมราชาไม่ใช่ “สัจธรรมที่เป็นอกาลิโก” หากแต่เป็นขั้นตอนหนึ่งของประวัติศาสตร์สังคมการเมืองในบางนครรัฐของอินเดีย โบราณ บางนครรัฐที่นับถือพุทธในแถบเอเชียรวมทั้งสยาม และจะว่าไปแล้วอุดมการณ์ดังกล่าวก็ถูกใช้เพื่อสร้างความศักดิ์สิทธิ์ของ อำนาจทางการเมืองมากกว่าจะสร้างความเป็นธรรมและความผาสุกทางสังคมอย่างที่ ท่านพุทธทาสมอง

ปัจจุบันนี้แม้สังคมไทยจะผ่านการเปลี่ยนแปลงการ ปกครองเป็นระบอบ ประชาธิปไตยตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 และ “ประกาศคณะราษฎร” ก็ระบุชัดว่า “แผ่นดินนี้เป็นของราษฎรทั้งหลาย” แต่เราก็ยังอยู่ในยุคของการปลูกฝังและโปรโมทความเชื่อเรื่อง “บ้านของพ่อ” พร้อมกับเชิดชูอุดมการณ์ธรรมราชาและสำทับ “ความกตัญญู” ของราษฎรที่ต้องมีต่อผู้ปกครอง ผ่านสื่อของรัฐ ระบบการศึกษาแบบทางการ และหนังสือต่างๆ รวมทั้งผ่าน “การตลาดหนังสือธรรมะ” ด้วย

ซึ่งที่ จริงแล้วตามหลักการของทศพิธราชธรรม (และจักรวรรดิวัตร) ในพุทธศาสนาแต่ดั้งเดิมไม่มีการสำทับว่าผู้ใต้ปกครองต้องกตัญญูต่อผู้ปกครอง แต่อย่างใด มีแต่เน้นว่าผู้ปกครองต้องมีปัญญา มีศีล มีคุณธรรม ความอ่อนน้อม ความซื่อตรง เที่ยงธรรม ดูแลความเป็นอยู่ของราษฎรให้ได้รับความเป็นธรรม ผาสุกทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม และผู้ปกครองควรรับค่าตอบแทนในการทำหน้าที่ตามความจำเป็นเท่านั้น

วัน ก่อนผมบังเอิญเปิดไปเจอรายการ “พื้นที่ชีวิต” ทาง Thai PBS ดำเนินรายการโดย “คุณนิ้วกลม” เขาพาเที่ยววัดแห่งหนึ่ง มีคนจำนวนมากไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ท่องบทสวดไป สลับกับการตะโกนคำว่า “รวยๆ!!” พร้อมกับเอามือตบกระเป๋าตังค์ไปด้วย

คำถามคือหากศาสนาหมาย ถึงศรัทธาหรือความเชื่อในคุณค่าบางอย่าง เช่น เชื่อในคุณค่าของความจริง ความดี ความงามสูงสุดคือพระเจ้า หรือเชื่อในความพ้นทุกข์ เชื่อในคุณค่าของอิสรภาพทางจิตวิญญาณ หรือเชื่อในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ อิสรภาพและสันติภาพของมนุษยชาติ แต่ดูเหมือนพุทธศาสนาปัจจุบันจะถูกใช้เป็นเครื่องมือตอบสนองความเชื่อในคุณ ค่าของเงิน ของวัตถุนิยม ของชนชั้น สังคมไทยมีวัฒนธรรมการทำความดีในนามของการทำบุญทำทานเพื่อให้ได้ “สรรพสมบัติ” เงินทองไหลมาเทมา เจริญรุ่งเรืองด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ “การตลาดหนังสือธรรมะ” ที่ตอบสนองความต้องการแบบนี้ รวมทั้งเรื่องอิทธิปาฎิหาริย์ต่างๆ นับวันจะขยายตัวมากขึ้น

เช่น เดียวกับ “การตลาดหนังสือธรรมะ” ประเภทดูจิตดูใจตนเอง ไม่สนใจปัญหาสังคม มองปัญหาสังคมเป็นเรื่องกิเลส เรื่องความวุ่นวายทางโลกที่ผู้มุ่งทางธรรมไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็กำลังขยายตัวมากขึ้นๆ เช่นกัน

เราแทบจะไม่ค่อยเห็นหนังสือธรรมะ ประเภทที่ช่วยให้เกิดความเข้าใจความหมาย และคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นมนุษยชาติ นอกจากจะต้องอ่านหนังสือแบบเซ็น และวัชรญาณซึ่งก้าวหน้าอย่างกลมกลืนกับโลกสมัยใหม่ที่เน้นเรื่องการทำความ เข้าใจความหมายของความเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษยชาติที่สอดคล้องกับมิติสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ ความเสมอภาค และสันติภาพมากกว่า

เช่น Concept ที่ว่า “ทุกสรรพสัตว์คือพุทธะ” เป็น Concept ของ “ความเสมอภาคในความเป็นมนุษย์” ที่สวยงามมาก ขณะที่พุทธเถรวาทแบบไทยแทบจะไม่กล้าเอ่ยประโยคเช่นนี้เลย เพราะไปถือว่าพุทธะเป็นสัพพัญญูเหนือมนุษย์ทั้งปวงในโลกธาตุ

หากพุทธ เถรวาทแบบไทยยังหลับหูหลับตาถวิลหาอดีต อยู่ในโลกแคบๆ ของตนเอง ไม่สนใจรับใช้ความเป็นมนุษย์และมนุษยชาติ พุทธศาสนาก็จะอยู่ในสภาพเป็นเครื่องมือของระบบชนชั้น ระบบการกดขี่เอาเปรียบ และเป็น “ยากล่อมประสาท” ภายใต้วัฒนธรรมการทำความดีเพื่อสรรพสมบัติและการตลาดธรรมะแบบ “สุขกันเถอะโยม” อย่างฉาบฉวยเช่นนี้ต่อไป และนั่นคือ “ความเสื่อม!”

....................................................

[1] พุทธทาสภิกขุ.ธรรมกับการเมือง ชุดธรรมโฆษ (น.194-195)
[2] ส.ศิวรักษ์.เสวนาพุทธศาสนากับปัญหาสังคมและการเมือง:ความกล้ากับการท้าทาย โครงสร้างทางสังคมอัน อยุติธรรม.http://www.prachatai.com/journal/2011/0132502.(1/14/211).
[3] พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต).กรณีสันติอโศก.หน้า 28.
[4] จิตร ภูมิศักดิ์. โฉมหน้าศักดินาไทย.หน้า 66-67