ที่มา Asia Update
part 1
part 2
part 3
part 4
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, August 8, 2011
คืนเงินโอ๊ค-เอม 1.1 หมื่นล้าน ไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นแอมเพิลริช "เทพเทือก"ไม่แปลกใจ
ที่มา มติชน
นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเห็นชอบตามที่กรมสรรพากรเสนอเรื่องไม่อุทธรณ์เก็บภาษีนายพาน ทองแท้ ชินวัตร และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ คนละ 5,675 ล้านบาท หรือรวม 1.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากศาลภาษีกลางพิพากษาว่า ทั้งสองคนไม่ใช่เจ้าของหุ้นตัวจริง โดยคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร (ขณะนั้น) เป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริง ดังนั้นการที่กรมไปเก็บภาษีหุ้นจากนายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา จึงไม่ถูกต้อง
"กรมสรรพากรจึงได้คืนเงินสดประมาณ 200 ล้านบาท และทรัพย์สินที่เป็นที่ดินและหลักทรัพย์อีก 1,000 ล้านบาท ที่เคยอายัดไว้คืนให้กับนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" นางจิตรมณีกล่าว ส่วนการเก็บภาษีจาก พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานนั้น กรมอยู่ระหว่างดูรายละเอียดว่าจะเก็บภาษีจากทั้งสองคนได้หรือไม่
แหล่ง ข่าวกระทรวงการคลังกล่าวว่า ปกติการฟ้องร้องกรมสรรพากรจะดำเนินการอุทธรณ์ทุกเรื่องเพื่อให้เรื่องถึงที่ สิ้นสุด และไม่มีปัญหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้เสียภาษี และหากจะไม่ยื่นอุทธรณ์ ก็ต้องส่งเรื่องมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาเห็นชอบก่อน ซึ่งกรณีนี้เห็นว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาพิพากษาไว้ชัดเจน การอุทธรณ์จึงไม่มีประโยชน์ แต่กระทรวงเห็นว่ากรมสรรพากรต้องไปเรียกเก็บภาษีจากเจ้าของหุ้นตัวจริงต่อไป ก่อนที่จะหมดอายุความ เพราะทำให้รัฐเสียหาย
สำหรับคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางนั้น ศาลได้พิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2553 ซึ่งเป็นคดีที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา มอบอำนาจให้นางกาญจนาภา หงษ์เหิน ผู้แทนคดี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องกรมสรรพากร, นายสุทธิชัย สังขมณี, นายศิริศักดิ์ พันธ์พยัคฆ์ และนายณัฎฐภพ อนันตรสุชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีของกรมสรรพากร เป็นจำเลยที่ 1-4 ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประเมินภาษี
โดยศาลพิพากษาว่า นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทามิใช่บุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 164,600,000 หุ้น เงินได้ที่เกิดขึ้นจากการขายหุ้น จึงเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงินอันเป็น เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 และมิใช่ผู้มีเงินได้พึงประเมินที่จะมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร การประเมินภาษีของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 150,000 บาท
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่พอคาดเดาได้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น เพราะเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเรื่องเดิม คือต้องการเอาทรัพย์สินคืน ส่วนจะทำได้หรือไม่คงต้องดูกันต่อไป
ปูลั่นขรก.ทำงานดีไม่ต้องกลัวเด้ง ปัดดัน"เพรียวพันธ์"เสียบแทน"วิเชียร"
ที่มา มติชน
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการเตรียมย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ไปอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี หลังรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ ว่าไม่เป็นความจริง เพราะในส่วนของภาคราชการนั้นพรรคยังไม่มีการพูดคุยกันในรายละเอียดเลยว่า จะดำเนินการอย่างไร และตอนนี้ก็ยังคิดเรื่องโผคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพียงอย่างเดียวก่อน แต่ยืนยันได้ว่า ถ้าข้าราชการคนไหนที่ดำรงตำแหน่งและสามารถทำงานได้ก็คงให้ทำงานต่อไป
เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะผลักดัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไม่มี และยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว
“ทุกท่านที่ทำงานอยู่ก็เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและทำงาน ได้ดี ตราบใดที่ทำงานด้วยกันได้และทำงานเป็นไปตามนโยบายก็สามารถทำงานร่วมกันได้ ไม่ได้หมายถึงว่าเมื่อรัฐบาลมาถึงแล้วจะโยกย้ายใคร” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว เมื่อถามว่า แสดงว่ารัฐบาลจะไม่มีการล้างบางใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า “ไม่มีหรอกค่ะ”
ลอนดอนยังวุ่นหนัก กลุ่มวัยรุ่นบุกปล้น-เผาร้านค้าทั่วกรุง ตำรวจเตือนเลิกสร้างสถานการณ์
ที่มา มติชน
ขณะ ที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในย่านบริกซ์ตัน ทางตอนใต้ของลอนดอน ถูกจุดไฟเผา ขณะที่ร้านที่อยู่ใกล้เคียงกันถูกยกเค้า และมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 3 นาย หลังถูกรถคันหนึ่งชน ขณะที่กำลังเข้าไประงับเหตุที่ย่านวอลแธม ฟอเรสต์ นอกจากนั้น เหตุวุ่นวายยังเกิดขึ้นที่ย่านเอ็นฟิลด์ วอลแธมสโตว์ และส่วนอื่นๆของลอนดอน บีบีซีรายงานว่า แก๊งวัยรุ่นมากกว่า 200 คน ได้บุกปล้นร้านค้าและทำร้ายเจ้าหน้าที่บริเวณถนนโคลด์ฮาร์เบอร์ และไฮ สตรีท ในย่านบริกซ์ตัน และขว้างปาขวดและก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นกว่า 50 คนได้บุกทำลายทรัพย์สินในย่านอ็อกซ์ฟอร์ด เซอร์คัส ส่วนห้างค้าปลีกเทสโก ในย่านพอนเดอร์ส เอนด์ ถูกทำลายและขโมยสินค้าเช่นกัน โฆษกตำรวจกรุงลอนดอน แถลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงประจำการตรวจตราพื้นที่เขตท็อตแนม ทางเหนือของกรุงลอนดอนต่อไป เพื่อให้ความสงบกลับมาอีกครั้ง พร้อมเรียกร้องประชาชนให้อยู่ในความสงบ และอย่าหลงเชื่อข่าวลือตามอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์สังคมออนไลน์ต่างๆ ว่าอาจมีการจลาจลเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ของเมือง เหตุ จลาจลช่วงหัวค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา ในช่วงแรกเป็นการชุมนุมประท้วงอย่างสงบหน้าสถานีตำรวจ กรณีชายวัย 29 ปี ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนที่ผู้ประท้วงจะออกอาละวาดเผายวดยาน ทุบหน้าต่างร้านค้าเข้าไปขโมยของ รวมถึงเผาอาคารหลายหลัง ทำให้ตำรวจบาดเจ็บ 26 นาย และมีผู้ถูกจับกุม 48 คน
ตำรวจอังกฤษได้กล่าวประณามกลุ่มบุคคล ผู้ต้องการสร้างสถาน ความวุ่นวาย จากเหตุการณ์ลักขโมยและความวุ่นวายทั่วกรุงลอนดอน ในคืนที่สองหลังเหตุการณ์ก่อจราจลในย่ายท็อตเทนแฮม ทางเหนือของกรุงลอนดอน
ตำรวจได้ร้องขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบและอย่าเชื่อข่าวลือ หลังเหตุจลาจลวางเพลิงยวดยานและอาคารในกรุงลอนดอน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมจำนวนมาก ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมาพบว่า ยังมีผู้พยายามก่อเหตุความวุ่นวายและเผาทำลายรถตำรวจ
ชนักปักหลัง
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
ผลประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์เป็นไปตามคาด
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกสมัย โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ แทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ขอปลีกตัวเอาเวลาไปสู้คดีกับเสื้อแดง
ขณะที่การเมืองปัจจุบันแน่นอนแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านหลักในสภา ซึ่งทำให้หลายคนอดเป็นห่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ได้
นอก จากนี้ อย่างที่รู้กันว่าฝ่ายต่อต้าน 'ทักษิณ' ไม่ได้มีเฉพาะประชาธิปัตย์ แต่ยังมีอื่นๆ อีกเป็นโขยง ทั้งกลุ่มอำมาตย์ กลุ่มไฮโซ นายทุน นักธุรกิจ ฯลฯ และกลุ่มพันธมิตรฯ
ถึงกลุ่มคนเหล่านี้จะสงบนิ่งมาตั้งแต่หลัง เลือกตั้ง จนถึงวันที่เพื่อไทยเข้ายึดกุมอำนาจทางการเมืองเต็มตัว แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นความสงบนิ่งเพื่อรอคอยรัฐบาลทำสิ่งผิดพลาด
แล้วค่อยโป้งเดียวปิดบัญชี
อย่างไรก็ตามบางคนมองในแง่มุมแตกต่างออกไปว่า รัฐบาลใหม่ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวฝ่ายค้านชุดนี้
เพราะ ผลจากที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมา 2 ปีกว่า ได้นำพาประเทศเข้าสู่วิกฤตข้าวยากหมากแพง สังคมแตกแยก เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น มโหฬาร
แค่ 2-3 เรื่องนี้ก็กัดกินต้นทุนประชาธิปัตย์จนไม่เหลือไว้ไปสู้กับใคร
โดย เฉพาะเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุม 91 ศพ ที่เป็นตราบาปประทับหลอกหลอนอดีตรัฐบาลทุกเมื่อเชื่อวัน ซึ่งไม่มีทางที่ญาติเหยื่อผู้เสียชีวิตจะลืมได้ แม้จะผ่านไปกี่ปีก็ตาม
ล่า สุดยังมีมือดี นำเอกสารลับคำสั่งใช้อาวุธปืนเข้าสลายม็อบช่วงเดือนเม.ย.2553 มาเผยแพร่ทางเว็บไซต์อินเตอร์เน็ต ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าจริงเท็จอย่างไร
ถ้าไม่จริงก็ต้องสืบสาวถึงตัวคนเผยแพร่
แต่ถ้าจริง ก็จะสอดคล้องกับกระแสข่าวขณะนั้น ว่าฝ่ายปฏิบัติการปราบม็อบ ต้องการคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากฝ่ายนโยบาย
เพื่อไว้เป็นหลักฐานป้องกันตัวเองจากเรื่องวุ่นๆ ภายหลัง หากอำนาจการเมืองเปลี่ยนมือไปอยู่กับฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
กับสิ่งที่เกิดขึ้นเหตุการณ์ปราบม็อบ 91 ศพ จึงกลายเป็นชนักปักหลังพรรคประชาธิปัตย์อย่างถาวร
ไม่ว่าสมัยเป็นรัฐบาล หรือในยามตกต่ำเป็นฝ่ายค้าน
พท.เข้าวินอีก ชนะเลือกตั้งซ่อมส.ก.คันนายาว
ที่มา ข่าวสด
วันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตคันนายาว แทนตำแหน่งที่ว่างเนื่องจากนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ พรรคเพื่อไทย ได้ลาออกไปลงสมัครส.ส.กทม. ได้นับคะแนนเสร็จสิ้นเวลา 17.30 น. ปรากฏว่า นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นภรรยาของนายพลภูมิ ได้รับเลือกตั้ง 13,403 คะแนน ขณะที่น.ส.วราพร ตระกูลชีวพานิตต์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 10,507 คะแนน
นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกทม.กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ 24,496 คน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 60,614 คน คิดเป็นร้อยละ 40.41 ซึ่งจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ถือว่าเกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 40 ขณะที่บัตรดี 23,910 บัตร คิดเป็นร้อยละ 97.61 บัตรเสีย 122 บัตร คิดเป็นร้อยละ 0.50 ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 464 คน คิดเป็นร้อยละ 1.89
ปลัดกทม. กล่าวว่า จากนี้ กกต.กทม.ท้องถิ่นจะส่งผลคะแนนไปยังกกต.กทม. เพื่อส่งไปที่กกต.กลาง หากไม่มีเรื่องร้องเรียนจะรับรองผลส.ก.ได้ภายใน 7 วัน ส่วนที่มีการเสนอให้เก็บค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่กับผู้ที่ลาออก ก่อนกำหนดวาระนั้น เรื่องนี้ถือเป็นอำนาจของกกต.
โพลชี้ถ้ามีแม่เป็นนายกฯ-ลูกขออย่าโกงกิน
ที่มา ข่าวสด
วันที่ 8 ส.ค. ศูนย์วิจัย ม.กรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เผยผลสำรวจความคิดเห็นเยาวชนอายุ 15-25 ปี ในกรุงเทพฯ จำนวน 1,060 คน เรื่องเยาวชนกับเรื่องที่อยากบอกในวันแม่ พบว่า เรื่องที่อยากให้แม่ทำเพื่อประเทศชาติมากที่สุด หากมีแม่เป็นนายกรัฐมนตรี คือ อยากให้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ซื่อสัตย์ไม่โกงกิน ร้อยละ 22.2 รองลงมาคือให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ลดราคาสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ร้อยละ 16.7 และทำให้คนในประเทศเกิดความปรองดอง รักใคร่สามัคคีกันร้อยละ 15.7
ส่วนการกระทำของแม่ที่เยาวชนจะยึดถือเป็นแบบอย่างคือ ความขยันและอดทน ร้อยละ 44.9 รองลงมาคือ การใช้จ่ายอย่างประหยัด การใช้เงินอย่างรู้คุณค่า ร้อยละ 18.1 และการเป็นคนดี ซื่อสัตย์ อยู่ในศีลธรรม ร้อยละ 11.5 ผลสำรวจระบุอีกว่า สิ่งที่เยาวชนตั้งใจจะให้สัญญาในวันแม่ คือ จะเป็นคนดี เป็นลูกที่ดีของแม่ ร้อยละ 44.8 รองลงมาคือ จะตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ร้อยละ 34.1 และจะดูแลแม่ให้ดีกว่าที่ผ่านมา จะทำงานหาเลี้ยงแม่ให้อยู่สบาย ร้อยละ 10.5 สำหรับวิธีช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ เยาวชนส่วนใหญ่ระบุว่า จะใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ร้อยละ 72.5 รองลงมาคือ จะหางานพิเศษทำ ร้อยละ 15.9 และจะเก็บออม ซื้อของที่อยากได้เอง ร้อยละ 6.0 ทั้งนี้พรที่เยาวชนอยากขอให้แม่มากที่สุดในวันแม่ปีนี้คือ ขอให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง ร้อยละ 54.8 รองลงมาคือ ขอให้แม่มีอายุยืนยาวอยู่กับลูกไปนานๆ ร้อยละ 21.5 และขอให้แม่มีความสุข ร้อยละ 15.0
ไทม์ยก"ปู"ขึ้นแท่น12ผู้นำหญิงโลก
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
นิตยสารไทม์ยก "ยิ่งลักษณ์" ขึ้นทำเนียบ 12 ผู้นำหญิงโลก เทียบผู้นำเยอรมัน-ออสเตรเลีย
นิตยสารไทม์ได้เผยแพร่บทความพิเศษเรื่อง 12 ผู้นำหญิงอันดับต้นของโลก
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ได้ถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อดังกล่าวด้วย
ไทม์ ระบุว่า แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณสมบัติทางการเมืองของ น.ส. ยิ่งลักษ์ ว่า
เธอเป็นน้องสาวของอดีตนายนกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร
ซึ่งทำให้เธอขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ แต่ทว่า เสียงวิจารณ์ดังกล่าวก็ไม่ถือว่าไม่เสียหายนัก
ไทม์บรรยายว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งจบการศึกษาจากสาขาบริหาร มหาวิทยาลัยเคนตั๊กกี้
ได้ผ่านชีวิตการทำงานมานานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อตั้งโดยทักษิณ
แต่เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา เธอได้ปรากฎตัวขึ้นในฐานะผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย
และได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้นำพรรค
และสองสัปดาห์หลังจากนั้น เธอ ก็ชนะในการเลือกตั้ง
พรรคเพื่อไทยกวาดเสียงไปได้ 265 ที่นั่งจาก 500 ที่นั่งในรัฐสภา
และเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้รับการเลือก
ให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศในที่สุด
ไทม์ระบุด้วยว่า นอกเหนือจากที่เธอจะต้องเอาชนะเสียงวิจารณ์
ที่ว่าพี่ชายของเธอกำลังบริหารประเทศอยู่เบื้องหลังแล้ว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังจะต้องดำเนินนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ให้ได้
ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าแรงขึ้นต่ำ,
การจัดหาแท็บเล็ต
และ
ไว-ไฟ ฟรีให้กับเด็กนักเรียน
โดยที่การดำเนินนโยบายเหล่านี้จะต้องไม่ทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศด้วย
อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังจะต้องแก้ปัญหา
ด้านความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่างไทย และกัมพูชา
ตลอดไปจนถึงการสร้างความปรองดองระหว่างกลุ่มสนับสนุนทักษิณ คือ
กลุ่มเสื้อแดง และกลุ่มต่อต้านคือกลุ่มเสื้อเหลือง
ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการล้มคว่ำอดีตรัฐบาลของพ.ต.ท. ทักษิณมาหลายครั้ง
นอกเหนือจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้ว ใน 12 ทำเนียบผู้นำหญิงโลกอื่นๆมีดังนี้
1. แองเจลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ของยุโรป
2. คริสตินา เฟอร์นันเดซ เดอ เคิร์ชเนอร์ ประธานาธิบดี แห่งอาร์เจนตินา
3.ดิลมา รูสเซฟฟ์ ประธานาธิบดี แห่งบราซิล
4.จูเลีย กิลลาร์ด นายกรัฐมนตรีแห่งออสเตรเลีย
5. เอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีพ ประธานาธิบดี แห่งไลบีเรีย
6. ชีค ฮาสินา วาเจด นายกรัฐมนตรี บังกลาเทศ
7. โจฮันนา ซิเกอร์ดาร์ดอตตีร์ นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์
8. ลอรา ชินชิลลา นายกรัฐมนตรีคอสตาริกา
9. ตาร์ยา ฮาโลเนน นายกรัฐมนตรีแห่งฟินแลนด์
10. ดาเลีย กริโบสเกียต นายกรัฐมนตรี ลิธัวเนีย
11. กัมลา เปอร์ซาด บิสเซสซาร์ นายกรัฐมนตรี ตรินิแดด แอนด์ โทบาโก
http://www.posttoday.com/รอบโลก/103837/ไทม์ยก-ปู-ขึ้นแท่น12ผู้นำหญิงโลก
"อนุสรณ์"เปิดใจสื่อนอกขอให้คำปรึกษา"ปู"เฉพาะที่บ้าน
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
สามียิ่งลักษณ์เปิดใจสื่อนอก ย้ำครอบครัวพร้อมปรับตัวรับความท้าทายใหม่
ยืนยันขอให้คำปรึกษาเฉพาะที่บ้านเท่านั้น
สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษ
อนุสรณ์ อมรฉัตร สามี "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ว่าที่นายกรัฐมนตรี
ซึ่งได้มีการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดย อนุสรณ์ได้กล่าวถึงการปรับตัวของครอบครัวภายหลังจากที่
ยิ่งลักษณ์ได้ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง
อนุสรณ์ยอมรับว่า ทั้งตัวเขาและ ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย
ต้องปรับตัวอย่างมากกับบทบาทใหม่ของ ยิ่งลักษณ์
โดยที่ผ่านมา อนุสรณ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทเอกชน
ด้านโทรคมนาคมเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น
"ก่อนหน้านี้ผมตกลงกับคุณยิ่งลักษณ์ว่า ชีวิตพวกเรามีความสุขดีอยู่แล้ว
เราได้ทำในสิ่งที่รัก เพราะฉะนั้น พวกเราจะไม่ลงเล่นการเมือง
แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ผมก็ยอมรับกับหน้าที่ใหม่
ในฐานะสามีของว่าที่นายกฯ
และจะให้คำปรึกษากับน.ส.ยิ่งลักษณ์เฉพาะที่บ้านเท่านั้น"อนุสรณ์กล่าว
อนุสรณ์กล่าวว่า บุตรชายของเขาก็รู้สึกเช่นกันว่า
มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงในชีวิตหลังจากที่ ยิ่งลักษณ์ กำลังจะดำรงตำแหน่งนายกฯ
โดย ศุภเสกข์ได้เคยกล่าวว่า อยากให้คุณแม่กลับบ้านเร็วขึ้นอีกสักหน่อย
ชายหนุ่มผู้เป็นหลังบ้านของว่าที่นายกฯ กล่าวถึง
ความรักระหว่างเขาและ ยิ่งลักษณ์ว่า ในตอนแรกเขาตกหลุมรักยิ่งลักษณ์
เพราะความสวยของเธอ แต่หลังจากแต่งงาน
แล้วก็พบว่า ความอ่อนน้อมถ่อมตัว เป็นสิ่งที่ช่วยประสานความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
ทั้งนี้ เมื่อถูกถามว่าใครจะเป็นผู้กล่าวขอโทษก่อนเมื่อทะเลาะกัน เขาตอบว่า
"ปกติแล้วผมจะเป็นคนที่กล่าวขอโทษ เพราะคุณยิ่งลักษณ์เป็นคนตั้งกฎที่ว่า
ข้อหนึ่ง คุณยิ่งลักษณ์เป็นคนถูกเสมอ และ
ข้อสอง ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ผิด ให้กลับไปดูกฎข้อหนึ่งอีกครั้ง"
อนุสรณ์ยังกล่าวถึงชื่อเล่นที่ใช้เรียกภรรยาด้วยว่า
ปกติจะเรียกว่า "คุณปู" หรือบางครั้งก็เรียกว่า "คุณแม่" และบางทีก็เรียกว่า "ที่รัก"
เขากล่าวด้วยว่า การที่ยิ่งลักษณ์กำลังจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น
เป็นความท้าทายอย่างสูง ซึ่งเขาและครอบครัวก็พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายนั้น
"ผมพร้อมเสมอที่จะสนับสนุน คุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้ที่อยู่ข้างหลัง"อนุสรณ์กล่าว
***คลิ๊กชมวิดีโอสัมภาษณ์ "อนุสรณ์ อมรฉัตร" ได้ที่นี่***
http://newscontent.cctv.com/news.jsp?fileId=114755
http://www.posttoday.com/การเมือง/103781/อนุสรณ์เปิดใจสื่อนอกขอให้คำปรึกษาปูเฉพาะที่บ้าน
ก่อแก้วหวังแดงได้ร่วมครม.
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
"ก่อแก้ว"หวังแกนนำแดงได้ร่วมครม.
ชี้ณัฐวุฒิ-เหวงมีศักยภาพ เผยเตรียมผลักดันแก้รัฐธรรมนูญภายใน6เดือน-1ปี
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ แกนนำกลุ่ม
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า
สมาชิกนปช.ที่เข้ามาเป็นส.ส.มีภารกิจที่ต้องทำหน้าที่คือ
การขับเคลื่อนเป้าหมายเพื่อประชาธิปไตย โดยสิ่งที่คิดว่า
ต้องทำคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นจุดอ่อน
เพราะถ้าไม่แก้เชื่อว่าจะไม่มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
รวมทั้งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
อย่างไรก็ตามขั้นตอนการแก้ไขประเด็นเหล่านี้
น่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาพื้นฐานเศรษฐกิจปากท้อง
ให้คนส่วนใหญ่สัก 6 เดือน หรือ 1 ปี เมื่อสถานการณ์การเมืองพร้อม
รัฐบาลก็ควรหันมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปกฎหมายให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย
"การที่คนเสื้อแดงจะต้องมีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี เพื่อไปผลักดันเรื่องเหล่านี้หรือไม่นั้น
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี
และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ซึ่งหากมีแกนนำคนเสื้อแดงอยู่ในครม.
เมื่อมีประเด็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง
ซึ่งเป็นคนหมู่มากก็จะสามารถขับเคลื่อน ช่วยอธิบายได้กระจ่าง
แต่ถ้าไม่มีสิ่งนี้ก็จะขาดหายไป"นายก่อแก้วกล่าว
นายก่อแก้วกล่าวอีกว่า หากเอาภาพของความเป็นคนเสื้อแดงออก แล้ว
ดูขีดความสามารถจะพบว่าหลายคนมีศักยภาพสูง เช่น
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะเท่าที่ไล่เรียงรายชื่อคนในพรรคแล้ว
ไม่มีใครเก่งเท่านายณัฐวุฒิในตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสื่อ
ในขณะที่นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็เหมาะที่จะเป็นรัฐมนตรี
เนื่องจาก เรื่องความรู้ ประสบการณ์ไม่แพ้ใคร
"ผมยืนยันว่าเราไม่ได้กดดัน หรือเรียกร้อง ถ้าไม่ได้ตำแหน่งแกนนำคงเฉยๆ
แต่ในส่วนของมวลชนก็อาจจะมีบางคนที่ไม่ชอบใจบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
เพราะพวกเขาต่อสู้มาอย่างหนัก ช่วงเลือกตั้งก็ต้องไปเฝ้าสังเกตการณ์หน้าหน่วย
แต่เวลาเสวยสุข ทำไมถึงรังเกียจ
ซึ่งแกนนำก็คงต้องไปช่วยกันอธิบายทำความเข้าใจ"นายก่อแก้วกล่าว
http://www.posttoday.com/การเมือง/103828/ก่อแก้วหวังแดงได้ร่วมครม-