WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, August 9, 2011

"อภิวันท์"เผย"ยิ่งลักษณ์"ให้นั่งรองนายกฯดูแลกลาโหม แต่ปฏิเสธเหตุไม่ถนัด ปัดน้อยใจ

ที่มา มติชน

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดโผคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้แจ้งความประสงค์กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปแล้วว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากทราบว่า พรรคได้มอบหมายให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาฯ ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสม

อย่าง ไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ตอบกลับมาว่า จะให้ตนดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานในกระทรวงกลาโหม แต่ตนมองว่าตำแหน่งดังกล่าวไม่ถนัด จึงได้ตอบปฏิเสธไป แต่ก็ยืนยันว่ายังพร้อมที่จะช่วยงานพรรคต่อไปและไม่ได้รู้สึกน้อยใจแต่อย่าง ใดด้วย

เอาผิดคนสั่ง

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด



"ผม ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่กำกับดูแลศอฉ.อยู่ในขณะนั้น และไม่มีการส่งเรื่องมาให้ผมดู จึงไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร ควรจะนำเอกสารนี้ไปให้นายสุเทพ เผื่อจะรู้"

เป็น คำให้สัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงกรณีมีเว็บไซต์หลายแห่งเผยแพร่แถลงการณ์ของกลุ่มทหารตำรวจประชาธิปไตย 2554 ฉบับที่ 3 ซึ่งอ้างว่าเป็นเอกสาร "ลับ" ของศอฉ.

เนื้อหาเอกสารระบุว่าเป็นคำสั่ง "นรม." เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ให้ขอคืนพื้นที่กลุ่มผู้ชุมนุมสะพานผ่านฟ้าฯ

สั่งทบ.จัดชุดปฏิบัติการพิเศษใช้แก๊สน้ำตาทางอากาศ และการใช้อาวุธปืน

ตามด้วยคำสั่งวันที่ 13 เม.ย.53 เรื่องการใช้ปืน โดยเล็งส่วนล่างตั้งแต่เข่าลงมา และห้ามใช้อาวุธต่อผู้หญิงและเด็ก

จากคำสัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์บอกแค่ว่าไม่ทราบ ให้ไปถามนายสุเทพเผื่อจะรู้

ถ้าตีความกันเองว่าก็หมายความว่าไม่ปฏิเสธว่าเป็นของจริง

และล่าสุดนายสุเทพก็ออกมายอมรับแล้วว่าเอกสารลับทั้ง 2 ฉบับที่มีการเผยแพร่นั้น

เป็นของจริง!

ฉะนั้น เลิกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "ของจริง" หรือ "ของปลอม" ได้แล้ว

ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ต้องตรวจสอบการออกคำสั่งดังกล่าวของ "ผู้มีอำนาจ" ในขณะนั้นว่าเป็นไปตามกฎหมาย

ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชนหรือเปล่า

จากนั้นต้องชี้แจงให้สังคมรับรู้

ต้องตอบกับญาติพี่น้องเหยื่อ 91 ศพ และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคนให้ได้

และต้องถามต่อไปด้วยว่าคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

เคยเห็นเอกสารลับชุดนี้หรือไม่?

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เคยนำเอกสารชุดนี้มาประกอบการพิจารณาหรือเปล่า?

ขณะที่ นปช.ก็ออกมาประณามการออกคำสั่งดังกล่าว

เพราะคำสั่ง "ยิง" ในเอกสารลับ สอดคล้องกับเหตุการณ์จริงเมื่อเม.ย. 53 ที่คอกวัว-ถนนดินสอ

สอดคล้องกับความจริง 91 ศพ!

และเตรียมส่งเอกสารนี้ให้กับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญประกอบการฟ้องคดีต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ

คงไม่ใช่การตามเช็กบิลอำนาจเก่า

แต่เป็นการทำความจริงให้ปรากฏ

เอาผิด "ผู้สั่งการ" ให้ใช้อาวุธปราบปรามประชาชนว่าเป็นความผิดพลาดจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายใช่ไหม

สัญญาณจาก"ข่าว" ศึกการเมืองแค่"พักยก" อย่าถามถึง"น้ำผึ้งพระจันทร์"

ที่มา มติชน

แมลงวันในไร่ส้ม


แม้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้รับรอง ส.ส. ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ และมีการประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาไปแล้วเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม

ขณะที่แนวโน้มของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าชัดเจนแล้ว

อย่างไรก็ตาม "แรงต้าน" จากอีกขั้วอำนาจยังแข็งขัน

มีรายการ "ปล่อยของ" ออกมาเป็นระลอก ผ่านสื่อในเครือข่าย และผ่านกระแสข่าวรายวัน

บท ความการเมืองหน้า 6 ข่าวสด ฉบับ 2 สิงหาคม เรื่อง "โจทย์เก่า การเมือง บนบ่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โจทย์เก่า จาก 2549" ตั้งข้อสังเกตว่า "การปะทะ ขัดแย้ง ทางการเมืองอันเป็นขบวนการก่อนและหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ยังไม่สิ้นสุด"

ความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 เสมอเป็นเพียงการพักยก

พร้อม กับลำดับเหตุการณ์ การยื่นหนังสือ "ต้าน" การรับรอง นายจตุพร พรหมพันธุ์, การยื่นกรมสอบสวนคดีพิเศษให้สอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีให้การในคดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท

ความพยายามของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ฟ้องร้องการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ฯลฯ

ทั้ง หมดนี้อยู่ในขอบเขต "ตุลาการภิวัตน์" นั่นคือ ใช้กระบวนการทางศาล ใช้กระบวนการทางกฎหมาย ขุดคุ้ย เปิดโปง โจมตีและโค่นล้มปรปักษ์ทางการเมือง

เหมือนหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนธันวาคม 2550

ความ พ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ เป็นการพักยก ให้น้ำให้ท่า ปรับตัว เหมือนกับความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550

ที่ตามมาด้วยการชุมนุมใหญ่ในเดือนพฤษภาคม 2551 เริ่มจากคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วขยายไปยังประเด็นปราสาทพระวิหาร ฯลฯ

การชุมนุมนี้มีคนจากพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมอย่างใกล้ชิด แนบแน่นเสมือนเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

การเลือกตั้งทั่วไปธันวาคม 2550 เป็นเช่นนั้น การเลือกตั้งกรกฎาคม 2554 ก็มีโอกาสที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันนั้นอีก

ขอให้จับตาการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งในรัฐสภาและนอกรัฐสภา

อย่า ถามถึงการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ อย่าถามถึงการปรองดอง สมานฉันท์ เรื่องเหล่านี้ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในสภาพการณ์ทางการเมืองเช่นปัจจุบัน เป็นอันขาด

นี้คือ "โจทย์" ที่พรรคเพื่อไทยชะล่าใจและขาดความระมัดระวังไม่ได้

ชัยชนะอันได้มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 เสมอเป็นเพียงชัยชนะ 1 ซึ่งเล็กน้อย

เพราะ กลไกจากขบวนการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ยังอยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ, องค์กรอิสระ, ผู้มีส่วนร่วมในการยึดอำนาจ

นี่คือภาระที่ตกอยู่บนบ่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์--บทความดังกล่าวเตือน



ลง ลึกไปที่การเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ปรากฏผ่านสื่อ ยังจะพบกับการออกโรงมาต้านนโยบายค่าแรง 300 บาท อันเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด

การออกโรงของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย "เคลียร์" ให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการจริงหรือไม่ ทำได้จริงหรือไม่ โดยมีคำขู่จากฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ว่า หากไม่ทำ จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลให้ยุบพรรค

ตามมาด้วยสภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้าฯ ที่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ต้นทุนของกิจการต่างๆ สูงขึ้น อาจเกิดเงินเฟ้อ

ทำ ให้เกิดการตอบโต้ด้วยข้อมูลทางวิชาการ โดยเฉพาะจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่ชี้ว่าค่าแรง 300 บาท เป็นเรื่องที่ทำได้ และพิสูจน์ได้ว่า ผลกระทบต่อต้นทุนเป็นเรื่องบริหารได้ โดยยกบทเรียนจากหลายประเทศในเอเชีย

ใน เรื่องค่าแรง 300 บาท ยังสำทับซ้ำด้วย ข่าวการคาดการณ์อันน่าสะพรึงกลัว ที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า ราคาก๋วยเตี๋ยวอาจจะพุ่งถึงชามละ 70-80 บาท จาก นายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย



ขณะที่แนวรบด้านสังคม ด้านการเมืองก็ดุเดือดไม่แพ้กัน

วัน ที่ 29 กรกฎาคม เว็บไซต์ต่างๆ และหนังสือพิมพ์บางฉบับในวันรุ่งขึ้น เสนอภาพข่าวตัวเงินตัวทอง 2 ตัว ประกบในลักษณะผสมพันธุ์ที่ถนนเข้ารัฐสภา

แต่ มุขนี้สะดุดอย่างแรง เมื่อ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการประวัติศาสตร์ เขียนบทความขนาดสั้นชื่อ "ตัวเงินตัวทองร่วมรัก? เกมเก่าของผู้ดี-คนชั้นสูง-ชั้นกลาง-ชาวกรุง" ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ความว่า

ข่าว ที่ คุณสินสวัสดิ์ ยอดบางเตย สถาบันปรีดีฯ นำมาโพสต์ เรื่อง "ตัวเงินตัวทอง" ร่วมรักกันที่รัฐสภา นั้น เป็นเกมเก่า ที่ใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก (ด้วยการทรมานสัตว์ จับมาปล่อยให้ถูกจังหวะ/เป็นข่าว) เพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย ที่ "ปกติ" ต้องมีการเลือกตั้ง และ "ปกติ" ต้องมีนักการเมือง

นี่เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ดี-คนชั้นสูง-และชั้น กลาง "ชาวกรุง" ที่พอใจโหยหา "อปกติ" คือ นักการเมืองในเครื่องแบบ (ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ข้าราชการศาล/อัยการ) และไม่ต้องลงเลือกตั้ง ครับ

สิ่งที่ควรกลับไปสำรวจทาง ปวศ.การเมือง (ตั้งแต่สมัยท่านปรีดี เรื่อยมา) คือ นักการเมืองสวมเครื่องแบบ ที่รังเกียจเลือกตั้ง เช่น ผิน เผ่า สฤษดิ์ ถนอม ธานินทร์ สุจินดา สุรยุทธ์ ได้ทำอะไร หรือไม่ได้ทำอะไรให้กับ "ประเทศชาติ และประชาชน" บ้าง

Good luck on your wishful non-elcetoral democracy (คำแปลของมติชนออนไลน์ - ขอให้โชคดีกับประชาธิปไตยแบบไม่มีการเลือกตั้งที่พวกคุณปรารถนาถึง)

ยัง มี "คำ ผกา" คอลัมนิสต์และพิธีกรชื่อดัง ก็ได้โพสต์ข้อความลงในช่องแสดงสถานะของเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังข่าวและภาพดัง กล่าวถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนว่า

"เหี้ยมีทุกหนทุกแห่งที่มีสภาวะ แวดล้อม ความชื้น อากาศที่เหมาะสม การเฝ้าทำข่าวเหี้ยในสภาสะท้อนความอ่อนล้าทางปัญญาในสื่อ และตอกย้ำวาทกรรมนักการเมืองเลว? โดยไม่ถามว่ามีวงการไหนที่ไม่มีคนเลว????"

ขณะ ที่ข้อความในเฟซบุ๊กของ นายกรณ์ จาติกวณิช และบทสัมภาษณ์ของ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เกี่ยวกับเบื้องหน้าเบื้องหลังความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

โดยเฉพาะที่คุณหญิงกัลยาตอบคำถามว่า สิ่งที่ ปชป. คิดดีทำดี ไปไม่ค่อยถึงชาวบ้าน มันเกิดจากอะไร

"หรือ ว่าเราอาจพูดภาษาไม่ชาวบ้านพอ มันจะต้องติดดินหรือคลุกกับดินไปเลย แต่คนที่มีหน้าที่สื่อสารของ ปชป. อาจจะใช้ภาษาดี ภาษาสวย ภาษาราชการเกินไป นี่เป็นการสันนิษฐาน"

กลายเป็นกระทู้ในเว็บไซต์บ้านราษฎร์ โดยผู้ใช้นามว่า "สายลมรัก" "เพราะเราใช้ภาษาดีเกินไป คนรากหญ้าเขาเลยไม่เลือกเรา" พร้อมกับวงเล็บต่อท้าย (กระทู้โคตรฮา)

และข้อความ คุณกัลยาครับ ภาษาที่คนรากหญ้าคุยกัน เราใช้ภาษาไทย ไม่มีภาษาเทพ ที่ต้องออกมาแปลกันสองสามชั้น

คนรากหญ้าถามว่า กินข้าวหรือยัง เขาก็จะบอกว่า กินแล้ว หรือยังไม่กิน

ไม่มีหรอกครับ ถามคนรากหญ้าว่า ถือพาสปอร์ตอังกฤษหรือไม่ แล้วจะตอบกลับมาว่า ผมไม่ได้ถือสัญชาติ มอนเตรเนโก

"แบบนั้น เขาไม่ใช่ภาษาชั้นสูงหรอกครับ เขาเรียก ไปไหนมาสามวาสองศอก" กระทู้สรุปไว้ตอนหนึ่ง

และนั่นคือกระแสสำเนียงในสื่อต่างๆ ตอกย้ำสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่ปกติ

สื่อเทศจัด "ยิ่งลักษณ์" ติดโผ นักการเมืองหญิงสวยสุดในโลก

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



สื่อต่างชาติเผยรายชื่อนักการเมืองหญิง ผู้มีบทบาทในสังคมโลกที่มีหน้าตาสะสวยที่สุด
โดยนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ติดโผด้วย...

เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ถึงนักการหญิงผู้มีบทบาทในสังคมโลก
ที่มีโฉมหน้าสะสวยงดงามมากที่สุด
โดยนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
ผู้ที่ก้าวเข้ามาในวงการการเมือง ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 49 วัน
ถูกจัดรวมเป็นหนึ่งในนั้นด้วย และสำหรับนักการเมืองสุดสวยรวยสเน่ห์รายอื่น ๆ ประกอบด้วย

นายกรัฐมนตรี "ยูเลีย ตีโมเชนโก" แห่งยูเครน
ผู้ซึ่งเคยครองตำแหน่งผู้นำหญิงที่สวยที่สุดในโลกมาแล้ว
และทรงผมของเธอยังกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวไปด้วย

นอกจากนี้ยังมี "อาลินา คาบีวา" วัยเพียง 28 ปี อดีตนักยิมนาสติกที่ประสบความสำเร็จ
ในเส้นทางกีฬามากคนหนึ่ง ซึ่งก้าวเข้ามาเล่นการเมืองรัสเซียเมื่อ 4 ปีก่อน,

"ลูเซียนา มิลากรอส เลอง โรเมโอ" สมาชิกสภาคองเกรสเปรู วาระงานตั้งแต่ 2006-2011,
มารา คาร์ฟังนา รัฐมนตรีกระทรวงความเท่าเทียมของอิตาลี วัย 36 ปี
เจ้าของฉายา มารา ลา เบลลา ที่สื่อแดนมะกะโรนียกให้ เธอเคยเป็นอดีตซูเปอร์โมเดล
และได้รับรางวัลลำดับที่ 6 ในการประกวด มิส อิตาลี ประจำปี 1997
ทั้งยังเคยมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับนายกรัฐมนตรีจอมฉาว ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ด้วยช่วงหนึ่ง,

"ซารา รุซ ชาเวซ" วัย 35 ปี สมาชิกสภาคองเกรสเม็กซิโก,
"แอนนา-มาเรีย กาโลจาน" วัย 29 ปี นักรัฐศาสตร์จากเอสโตเนีย และ

"ยูริ ฟูจิกาวา" วัย 29 ปี สมาชิกสภาจากเมืองฮาชิโนะเฮะ จังหวัดอาโอโมริ ประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งเคยเป็นที่กล่าวขานว่า สวยเกินกว่าจะมาเป็นนักการเมือง เป็นต้น.


นายกรัฐมนตรียูเลีย ตีโมเชนโก แห่งยูเครน


http://www.thairath.co.th/content/oversea/192669

ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งเหวลบ 634จุด หลังถูกหั่นเครดิต ผวาศก.มะกันถดถอยรอบสอง

ที่มา thaifreenews

โดย bozo


ภาพ :AFP







สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา(8ส.ค.2554)
ซึ่งเป็นวันแรกของการซื้อขายหลังสหรัฐถูกปรับลดเครดิตจากAAA เหลือAA+
ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงแรง
หลังนักลงทุนวิตกกังวลกรณีเศรษฐกิจองของสหรัฐกำลังกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย
หลังถูกลดอันดับเครดิต
นอกเหนือจากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่ลามเข้าไปหลายประเทศทั้งสเปนและอิตาลี
กระทั่งธนาคารกลางของยุโรป หรืออีซีบีต้องออกมาประกาศว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรของสเปนและอิตาลี
เพื่อช่วยให้ประเทศทั้งสองไม่ต้องผิดนัดชำระหนี้
และแม้ว่าหลังประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ จะออกแถลงผ่านโทรทัศน์
เพื่อปกป้องความน่าเชื่อถือของสหรัฐ พร้อมประกาศว่า สหรัฐจะเป็นประเทศระดับ AAA อยู่เสมอ
ก็ไม่ได้ช่วยยับยั้งการตกลงของตลาดหุ้นแต่อย่างใด


หลังปิดตลาดดาวโจนส์ทรุดฮวบ
ลดลงถึง 634.76 จุด หรือ 5.55% ปิดที่ระดับ 10,809.85 จุด
ดัชนี S&P 500 ลดลง 79.92 จุด หรือ 6.66% ปิดที่ 1,119.46 จุด
และ
แนสแดคลดลง 174.72 จุด หรือ 6.90% ปิดที่ระดับ 2,357.69 จุด



เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ค(NYMEX)ก็ร่วงลงแรงเช่นกัน
จากความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจจะถดถอยลง
ซึ่งอาจจะทำให้ความต้องการด้านพลังงานหดตัวลงด้วย
โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ย.ลดลงถึง 5.57 ดอลลาร์
หรือ 6.41% ปิดตลาดที่ระดับ 81.31 ดอลลาร์/บาร์เรล


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1312849904&grpid=03&catid=06&subcatid=0600

“ปู”เขินเจอถามความรู้สึกเป็นนายกฯ วันแรก ทูตกัมพูชารุดยินดี

ที่มา ข่าวสด



ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแรกหลังจากที่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 09.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และกล่าวทักทายกับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังเป็นนายกรัฐมนตรีวันแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าวเพียงแต่ส่งยิ้มหวานให้ด้วยอาการเขินอาย

จากนั้น เวลา 09.30 น. ให้สัมภาษณ์ ว่า รายชื่อของคณะรัฐมนตรีนั้นได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วโดยได้นำส่งให้กับทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ผ่านทางสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดังกล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ว่า เป็นบุคคลในพรรค ส่วนที่เลือกคนในนั้นเพราะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่อง ของการต่างประเทศ ซึ่งทุกคนก็เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทั้งนั้น จึงยากในการพิจารณา ซึ่งตนก็ได้พิจารณาร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อย่างรอบคอบ

เมื่อถามว่าใช่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดี๋ยวรออีกนิดหนึ่ง ประมาณ 1-2 วัน ก็จะได้ทราบทั้งหมดเพราะตอนนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการนำรายชื่อครม.ขึ้น ทูลเกล้าฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่ารายชื่อครม.มีชื่อของแกนนำคนเสื้อแดงด้วยใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวรอดูทีเดียวดีกว่า” เมื่อถามว่าจะมีตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบเก้าอี้รัฐมนตรีกี่ตำแหน่ง น.ส.ยิ่งกล่าวว่า มีไม่มากประมาณ 2-3 ตำแหน่ง

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นหัวหน้าทีมในการดูแลงานด้านเศรษฐกิจเองใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เดี๋ยวรอดูโฉมหน้าครม.เองดีหรือไม่ เพราะดิฉันเองก็ตั้งใจว่าอยากจะมอบหมายภาระในเรื่องของภารกิจแต่ละส่วนให้ ทุกๆรองนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวดิฉันเองก็คงบจะทำหน้าที่ในการติดตามในเรื่องของภาพรวมและติดตาม ในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจภาพรวมเพื่อเร่งรัดให้เร็วที่สุด จะขอทำในงานด้านดังกล่าวมากกว่า เพราะวันนี้ภารกิจต่างๆ ก็ค่อนข้างมาก”

เมื่อถามว่าพอใจในภาพรวมการจัดครม.ครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน และคิดว่าประชาชนและสังคม นักลงทุน จะยอมรับหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นและพอใจ เพราะได้พยายามที่จะทำอย่างดีที่สุด ก็อยากให้ลองพิจารณาและดูในภาพรวมก่อน บางครั้งเราต้องให้โอกาสในเรื่องของ ครม.ใหม่ได้เข้าไปทำงานก่อน

“และบางครั้งหน้าตาของครม.ไม่สำคัญเท่าผลงานที่จะออกมา และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดโผ ครม.ครั้งนี้ ”

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคได้เตรียมแผนรองรับสำหรับคนอกหักจากตำแหน่งไว้ หรือยัง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าความสามารถของหลายๆคนที่อาจจะไม่ได้รับการพิจารณาแต่ง ตั้งเป็นรัฐมนตรีในครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีความสามารถ ทุกคนเป็นผู้ที่มีความสามารถแต่บางครั้งในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะสามารถ คัดสรรได้เฉพาะบางคนเท่านั้น

เมื่อถามว่าจะให้เวลากับครม.ทำงานกี่เดือนจึงจะมีการประเมินผลงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในการแถลงนโยบายจะแจ้งให้ทราบ ส่วนการจัดรายการนายกฯพบประชาชนในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการรื้อฟื้นกลับมาอีกหรือไม่นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอทำงานสักพักหนึ่งก่อน

ในเวลาเดียวกัน นางยู ออย เอกอัครราชทูตกัมพูชา เข้าพบ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายรัฐมนตรี เพื่อแสดงความยินดีหลังจากได้รับโปรดเกล้าให้เป็นนายกฯ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย

ผมคิดว่าจะมีเอกสาร ศอฉ. แฉออกมาเรื่อยๆ เพื่อโยนความผิดทั้งหมดไปให้อภิสิทธิ์

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


ผมคิดว่าตอนนี้กองทัพ หาทางออกเรื่องการสังหารหมู่ประชาชนได้แล้วคือ กองทัพทำตามคำสั่งรัฐบาล ไม่ได้มีเจตนารมย์ที่จะดำเนินการเอง

ดัง นั้น ผมเชื่อว่าพวกอำมาตย์ คงหาทางออกได้แล้วเรื่องนี้ คือ โยนความผิดทั้งหมดไปที่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะมีเอกสารต่างๆ ยืนยันมากมาย ส่วนใครจะแอบสั่งการอย่างไร หรือไม่นั้นไม่มีหลักฐานแต่อย่างใด หากเรียกทหารสอบ ก็เชื่อได้ว่าทหารจะให้การไปในทางเดียวกันว่าทำตามคำสั่งรัฐบาล

ดังนั้น ตอนนี้ อภิสิทธิ+สุเทพ ก็เป็นแพะรับบาปไป

ผมเชื่อว่าจะมีเอกสารขั้นตอนต่างๆ หลุดออกมาอีกมาก เพื่อชี้เป้าหมายไปที่นายอภิสิทธิ์ บวกนายสุเทพฯ

และเชื่อว่าอาจมีการอัดเทปเอาไว้ด้วย และอาจหลุดออกมาอีกแน่

ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่มีทางไปถึงพวก ผู้แอบสั่งการแน่นอน

เร่งคดีจนท.ฆ่า13ศพ ธาริตทันที สอบทหารยิงวัดปทุม

ที่มา ข่าวสด

สรุปสิ้นเดือนนี้ ส่งฟ้องอัยการ ญาติเกดตามบี้ ปมเอกสารศอฉ.



แฟ้มภาพ - ญาติคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์
ทนาย เสื้อแดงใช้เอกสารลับศอฉ.สั่งยิง เป็นหลักฐานเตรียมฟ้อง "มาร์ค-เทพเทือก" ทั้งอาญา-แพ่ง คดีสลายม็อบ 91 ศพ คาดสิ้นเดือนส.ค. น้องชายพยาบาลอาสาก็เตรียมเปิดอีกเอกสารลับ แง้มชุดนี้มีชื่อ "ธาริต" ด้วย ขณะที่ส.ส.เพื่อไทย ย้ำคนออกคำสั่งต้องรับผิดชอบเต็มๆ ต้นเหตุบาดเจ็บล้มตาย ยันไม่เช็กบิล แต่ถูกผิดว่าไปตามกฎหมาย ด้าน "เสธ.ไก่อู" อดีตโฆษกศอฉ. ระบุไม่รู้เอกสารหลุดมาได้อย่างไร หลังจบเหตุการณ์มีกรรมการหลายชุดเข้ามาตรวจสอบ เลยแจกไปให้หมด ธาริตสนองรัฐบาลใหม่ สั่งเร่งสรุปสำนวนเจ้าหน้าที่รัฐฆ่า 13 ศพ ทั้งเตรียมเชิญทหารบนรางรถไฟฟ้ามาให้การเพิ่มเติมคดี 6 ศพวัดปทุมฯ

เมื่อ วันที่ 8 ส.ค. นายคารม พลทะกลาง ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงเอกสารลับของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่สั่งให้ทหารใช้อาวุธปืนในเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.2553 ว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีตผอ.ศอฉ. รวมทั้งบุคคลที่อยู่ใน ศอฉ.ทุกนายที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม โดยจะยื่นฟ้องในลักษณะแบบตัวบุคคล ทั้งคดีอาญาและแพ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานจากทางญาติของผู้เสียชีวิตทั้งหมด และเริ่มมีญาติผู้เสียชีวิตทยอยนำเอกสารหลักฐานมามอบ เพื่อให้เป็นตัวแทนยื่นฟ้องแล้วหลายราย คาดว่าจะสามารถยื่นฟ้องได้ภาย ในสิ้นเดือนส.ค. ส่วนการฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น จะประสานกับโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษากฎหมายนปช.

ทนายนปช. กล่าวต่อว่า การที่ญาติของผู้เสียชีวิตออกมายื่นฟ้องเอง จะได้ผลเร็วกว่าไปแจ้งความกับตำรวจ และจากการตรวจสอบเอกสารลับ พบว่ามีความจงใจในการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธยิงใส่ต่อเป้า หมายได้ในระยะ 30-50 เมตร เพื่อเป็นการควบคุมวิถีกระสุน และควบคุมความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ให้สมควรแก่เหตุ และห้ามใช้อาวุธต่อเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงและเด็ก แต่ขั้นตอนการปฏิบัติจริงผิดหลักการสลายจากเบาไปหาหนัก โดยยังเล็งเห็นผลที่จะตามมาจากการปฏิบัติการดังกล่าว คือนำเอาอาวุธปืนลูกซอง และเอ็ม 16 ออกมาใช้ อย่างไรก็ตาม การฟ้องไม่ได้เป็นการออกมากดดันทหาร แต่เพื่อต้องการป้องปราม เมื่อมีคำสั่งสลายการชุมนุมแบบนี้อีกในอนาคต จะได้ไม่นำเอาอาวุธสงครามออกมาปราบปรามประ ชาชนได้อีก

ส่วนนายณัท พัช อัคฮาด น้องชายของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม กล่าวถึงกรณีที่นาย สุเทพ ยอมรับว่าเอกสารลับเป็นของจริงว่า ตลอด 1 ปี ที่ผ่านมานายสุเทพพูดโกหกมาตลอดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ มาวันนี้ความจริงก็ถูกเปิดเผยว่าใครเป็นคนสั่งฆ่า ในฐานะผู้เสียหายจะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่สาว และผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ต่อไป โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่นายสุเทพเป็นผู้ออกคำสั่งให้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ ประชาชนใช่หรือไม่ ดังนั้น การที่นายสุเทพบอกว่าพร้อมสู้คดีพิสูจน์ความจริงนั้น ขอให้เตรียมพร้อมไว้ ทางเรากำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ จะแถลงรายละเอียดให้ทราบในวันที่ 10 ส.ค. เวลา 11.00 น. ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยจะนำเอกสารลับที่เพิ่งได้มานำมาเปิดเผยด้วย และเอกสารนี้มีชื่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมอยู่ด้วย

ขณะที่ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษากฎหมายนปช. ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องเดียวกันว่า ขณะนี้ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ได้จริงๆ เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อรูปคดีการฟ้องร้องของกลุ่มนปช.ได้ แต่สิ่งที่อยากจะพูดคือ ไม่เคยเชื่อถือสิ่งที่นายสุเทพอ้างอิงเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็นก่อนหน้านี้ หรือตอนนี้ อย่างไรก็เชื่อไม่ได้

ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก และอดีตโฆษกศอฉ. ให้สัมภาษณ์เรื่องเอกสารคำสั่งลับว่า ว่า เรื่องศอฉ.จบไปแล้วหลังจากจบเหตุการณ์ทั้งหมด มีคณะกรรมการหลายชุดเข้ามาตรวจสอบ และทางศอฉ.แจกจ่ายเอกสารออกไปให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และกรรมการทุกชุดที่เข้ามาตรวจสอบ เลยไม่รู้ว่าหลุดออกมาจากใคร

ที่ พรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้ออกคำสั่งนั้น ออกคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติถูกต้องตามหลักหรือไม่ เมื่อเกิดความผิดพลาดแล้วผู้ออกคำสั่งจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ เมื่อศอฉ.ออกคำสั่งให้ใช้อาวุธยิงจริงจนเกิดความผิดพลาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 91 ศพ ดังนั้น ผู้ออกคำสั่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบเต็มๆ เพราะผู้ออกคำสั่งต้องรับรู้ว่าคำสั่งให้ยิงจริงนั้น มีโอกาสทำให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บล้มตายได้

ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อถึงกรณีที่นายสุเทพ ระบุไม่กลัวการเช็กบิลจากพรรคเพื่อไทยนั้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้เข้ามาแก้แค้น หรือเช็กบิลใคร เพราะเราจะดำเนินการตามกฎหมาย ผิดถูกก็ว่ากันตามกระบวนการ จะไม่เร่งรัด หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงในคดีสลายม็อบอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม สิ่งแรกที่พรรคเพื่อไทยจะเร่งดำเนินการหลังเข้ามาเป็นรัฐบาล คือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน ราคาสินค้าแพง รวมทั้งปัญหาน้ำท่วม ส่วนคดี 91 ศพจะปล่อยตามกระบวนการทางกฎหมาย

ส่วน นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และหนึ่งในแกนนำนปช. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเกินความคาดหมาย เมื่อน้ำลด ตอก็ผุดขึ้นมา แต่ไม่อยากให้นายสุเทพพูดว่าพรรคเพื่อไทย เตรียมเช็กบิล หรือแก้แค้นอะไร เพราะความจริงต่างๆ จะปรากฏขึ้นเอง ขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และเสมอภาคตามกระบวนการยุติธรรมอย่างแน่นอน ไม่เหมือนรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ที่ไม่เคยบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ใช้อำนาจแบบสองมาตรฐานกับฝ่ายตรงข้าม

"พรรคเพื่อไทยต้องเข้ามาดูแล คดีนี้จนถึงที่สุด ไม่ว่ารัฐบาลไหนต้องทำให้เรื่องนี้สมบูรณ์แบบ เพราะมีคนตายอยู่กลางเมืองจำนวนมาก ต้องคืนความเป็นธรรมให้ผู้ตาย ต้องใช้กระ บวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมาและเท่าเทียม ที่ผ่านมาที่บ้านเมืองไม่สงบ มีแต่ความวุ่นวาย เพราะบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เท่าเทียม ดังนั้น เราต้องเข้ามาดูแล เพราะไม่อย่างนั้นเราจะถูกมองว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" แกนนำนปช.กล่าว

ที่ ศาลแพ่ง นายธนเดช พ่วงพูล ทนายความนปช. เข้ายื่นคำให้การโต้แย้งคำฟ้องของนางนุชิต บรรจงศิลป์ ผู้ประกอบการค้าย่านราช ปรารภ ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ นาย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และ ส.ส. พรรคเพื่อไทยกับพวกรวม 10 คน เป็นจำเลยเรื่องละเมิด และเรียกค่าเสียหาย 7,000,000 บาท กรณีการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 เป็นเหตุทำให้รัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุม และทำให้ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ร้านค้า

นายธนเดช กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากแกนนำนปช. ให้มายื่นคำให้การโต้แย้งปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์ เนื่องจากไม่ได้สร้างความเสียหายแก่โจทก์ และขณะเกิดเพลิงไหม้ แกนนำนปช.ได้ประกาศยุติการชุมนุม และเข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ภายหลังยื่นคำโต้แย้ง ศาลแพ่งนัดชี้ 2 สถาน ในวันที่ 23 ก.ย. เวลา 09.00 น.

วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงคดีสลาย 91 ศพ ที่ผลการสอบสวนของดีเอสไอก่อนหน้านี้ระบุมี 13 ศพเสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่รัฐว่า ตำรวจส่งสำนวนคืนกลับมายัง ดีเอสไอทั้งหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการ พิจารณานำเสนอความเห็นส่งอัยการคาดว่าจะใช้เวลาสรุปสำนวนภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของกลุ่มพยาบาลอาสาและอาสาสมัครกู้ภัย รวม 6 ศพ ภายในวัดปทุมฯ นั้น ทางพนักงานสอบสวนคดีนี้เตรียมทำหนังสือเสนอต่อนายธาริต เพื่อขออนุมัติออกหนังสือเชิญตัวทหารที่รับผิดชอบพื้นที่หน้าวัดปทุมฯ และบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส มาให้ปากคำเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ทีมสอบสวน ดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากทราบว่ามีพระลูกวัดรูปหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์หน้าวัดปทุมฯ และยังช่วยเหลืออุ้มผู้บาดเจ็บรายหนึ่งที่ถูกยิงบาดเจ็บเข้ามาหลบในวัด แต่ไม่พบตัว ทราบว่าพระรูปดังกล่าวหนีออกจากวัดไปอยู่วัดอื่นตั้งแต่เกิดเหตุ เพราะกลัวอันตราย เนื่องจากมีคนติดตาม

นายกฯ ยิ่งลักษณ์

ที่มา ข่าวสด

เก็บเรื่องมาเล่า
ชนา ชลาศัย



หนังสือ "49 วัน ยิ่งลักษณ์ สู่นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย" ได้รับการต้อน รับอย่างอบอุ่นนับแต่วันแรกที่วางแผง

เป็น หนังสือรวบรวมประวัติ เหตุ การณ์ตลอด 49 วันในการหาเสียงของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตลอดจนบทสัมภาษณ์คนใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดใจครั้งแรกของทักษิณ ชินวัตร

"ต่อไปนี้ก็ ถือว่าเป็นหน้าที่ของคุณยิ่งลักษณ์ ที่จะต้องทำอย่างที่ประกาศเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปรองดอง ที่ต้องเดินหน้าคุยกับทุกฝ่าย?รวมถึงการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สัญญาเอาไว้กับประชาชน"

หลังชนะเลือกตั้ง นักวิเคราะห์การเมืองทั้งในประเทศและสื่อมวลชนโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีหญิงจะก้าวเดินลำบาก

ด่านหนึ่งที่ต้องเผชิญก็คือ บรรดาศัตรูทางการเมืองของทักษิณ ที่พร้อมจะสกัดทำลายให้ย่อยยับได้ทุกเมื่อ

มีอีกหลายปัจจัยที่ยิ่งลักษณ์ต้องระวัง แต่คาถารักษาตัวที่ดีที่สุดคือ ต้องไม่เดินตามรอยอดีตของนายกฯ ทักษิณ

ในบทที่ชื่อว่า 'อนาคตยิ่งลักษณ์ ศึกษาจากด้านมืดทักษิณ' ของหนังสือ วิเคราะห์เรื่องนี้ไว้อย่างแหลมคมตอนหนึ่งว่า

บทเรียนการเป็นนายกรัฐมนตรีของทักษิณเป็นตำราเล่มใหญ่ที่ยิ่งลักษณ์ต้องนั่งทบทวน เรียนรู้ในด้านดี อย่าเดินซ้ำรอยในด้านมืด

การ กล้าคิดกล้าทำ มีนโยบายใหม่ๆ นำสังคมไทยก้าวพ้นกรอบเดิมๆ คือด้านสว่างของอดีตนายกฯ ทักษิณที่ทำให้สังคมไทยปลาบปลื้มชื่นชม แต่พร้อมๆ กันยังไม่ยอมละทิ้งด้านมืดของตนเอง

"ขึ้นอยู่กับยิ่งลักษณ์จะอ่าน ตำราเล่มโตๆ จากช่วงชีวิตนายกฯ ของพี่ชาย แล้วเลือกใช้ความรอบรู้ด้านสว่างสดใส ละทิ้งด้านมืดได้หรือไม่"

วันนี้สังคมไทยกำลังจับตานายกฯ หญิงคนแรกของประเทศผู้นี้

บทบาท "สุเทพ" กรณี 10 เมษายน 2553 สำนึก รับผิดชอบ

ที่มา ข่าวสด

การปรากฏขึ้นของคำสั่งศอฉ.ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2553 และการปรากฏขึ้นของคำสั่งศอฉ.ฉบับลงวันที่ 13 เมษายน 2553

เป็นเรื่องธรรมดาอย่างปกติยิ่ง

มิ ได้เป็นเรื่องของ "การทรยศ" มิได้เป็นเรื่องอันกระทำ ไปโดยไร้ "เกียรติ" ไร้ "ศักดิ์ศรี" อย่างที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด พยายามจะยัดเยียดให้แต่อย่างใด

ที่ว่าเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปกติยิ่ง เพราะมิได้เป็นเรื่องอันเพิ่งเกิดขึ้นมีขึ้น

ตรง กันข้าม สมัยที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นฝ่ายค้านและอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการอันเกี่ยวกับธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การหรือบีบีซี ข้อมูลก็ได้มาจาก "คนใน"

เป็นคนในธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นคนในกระทรวงการคลัง เป็นคนในสำนักงานกำกับและควบคุมตลาดหลักทรัพย์

อย่างนี้แหละที่โบราณเขาสรุปอย่างรวบรัดว่า "น้ำลดตอผุด"

ถึงแม้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พยายามเฉไฉออกไปว่า คำสั่งศอฉ.มีการบิดเบือนทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมิได้มีการบิดเบือนอะไรเลย

ที่เป็นคำสั่งวันที่ 10 เมษายน 2553 ก็เป็นของวันที่ 10 เมษายน 2553

ที่เป็นคำสั่งวันที่ 13 เมษายน 2553 ก็เป็นของวันที่ 13 เมษายน 2553

ต้องชมเชย พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ซึ่งแถลงในสถานะแห่งโฆษกกองทัพบก ที่ยอมรับความเป็นจริงอย่างชายชาติทหาร

"เป็นเอกสารของศอฉ.จริง"

เป็น เอกสารจริงเหมือนกับที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ เคยได้สำนวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษมาอยู่ในมือ รู้หมดว่ามีการใช้อาวุธอะไร ยิงไปอย่างไร

เมื่อเป็นเอกสารจริงแล้วใครจะสามารถไปบิดเบือนอะไรได้

ความเป็นจริงที่ยอมรับร่วมกันก็คือ สถานการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 มีผู้เสียชีวิตจริง 26 คน มีผู้บาดเจ็บจริง 800 คน

ผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเป็นช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ เป็นคนญี่ปุ่น

จาก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 กระทั่งวันที่ 9 สิงหาคม 2554 เป็นเวลา 1 ปีเศษแล้วรัฐบาลไทยยังไม่สามารถให้คำตอบกับครอบครัวช่างภาพและสำนักข่าวรอย เตอร์ได้

หากอ้างว่าเป็นฝีมือ "คนชุดดำ" แล้วทำไมไม่จับมาฟ้องต่อศาลเล่า

ความ เป็นจริงนี้จึงเป็นความเป็นจริงซึ่งต้องพิสูจน์ไม่ว่าโดยกระบวนการศาล ไม่ว่าโดยกระบวนการสอบของคณะกรรมการอิสระ ไม่ควรปล่อยให้ผ่านเลยไป

และหากเมื่อ "ความจริง" ที่จริงแท้ปรากฏขึ้น ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ

ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี มีฐานะผู้อำนวยการศอฉ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องรับผิดชอบ

รับ ผิดชอบในฐานะที่สั่งการแล้วมีคนตาย 26 คน บาดเจ็บ 800 คน รับผิดชอบในการเสาะหาคนทำความผิด คนก่อเรื่องมาขึ้นศาลและให้ศาลพิพากษาไปตามความเป็นจริง

เป็นความรับผิดชอบในทางการเมือง เป็นความรับผิดในทางคดีความ