WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, August 11, 2011

เกิดเหตุจลาจลในเรือน จ. จำนราธิวาส ดับแล้ว 1

ที่มา ประชาไท

โพสต์ทูเดย์รายสถานการณ์ล่าสุด นักโทษเรือนจำนราธิวาสกว่า 1,000 คนก่อจราจลหลังเจ้าหน้าที่เข้าค้นยาเสพติดส่งผลเสียชีวิต 1 ราย-บาดเจ็บสาหัส 3

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ รายงาน ว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 11 ส.ค.เจ้าหน้าที่เรือนจำจ.นราธิวาส สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จาก เขต 9 กว่า 70 นาย เข้าจู่โจมตรวจค้นยาเสพติดนักโทษชาย ภายในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส โดยกระจายกำลังกันค้นล็อกเกอร์ อาคารเรือนนอนชาย พบโทรศัพท์มือถือกว่า 100 เครื่อง ซุกซ่อนอยู่ในเรือนนอน และอาวุธประเภท เหล็กแหลม และยาเสพติดจำนวนมาก ทำให้นักโทษภายในเรือนจำ กว่า 1,000 คน ไม่พอใจ และตะโกนโห่ร้องขับไล่เจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ยังได้ปาสิ่งของใส่ จนเกิดการจลาจลกันขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บและยังติดอยู่ภายในเรือนนอน ทำให้ นายสุพจน์ สุวรรณทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.นราธิวาส ได้ประสานขอกำลังเสริมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง กว่า 300 นาย เข้าช่วยเหลือ พร้อมทั้งขอเจรจากับนักโทษ แต่นักโทษไม่ยอมฟัง โดยได้รวมตัวกันทุบฝาผนังกำแพงเรือนนอนชายที่ 1 ได้สำเร็จเจ้าหน้าที่ จึงได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าระงับเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ล่าสุดสุดมีนักโทษได้เสียชีวิต 1 รายและได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย

นายสุพจน์ สุวรรณทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลาง จ.นราธิราช กล่าวว่า ได้ประสานขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าล้อมรอบกำแพงเรือนจำ เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยภายในเรือนจำ ผู้ต้องขังพยายามใช้ฆ้อนทุบอาคารเรือนนอนที่ 1 จนพังเสียหาย ซึ่งอาคารเรือนนอนที่ 1 มีความสูง 1.30 เมตร พังเสียหาย จากนั้นผู้ต้องขังพยายามที่จะกรูกันออกมา เจ้าหน้าที่จึงใช้แก๊สน้ำตาสกัด ทำให้ผู้ต้องขังวิ่งหลบหนีเข้าไปซ้อนตัวในอาคาร รวมทั้งรถกระเช้าเพื่อนำเจ้าหน้าที่พร้อมปืนยิงกระสุนยางเข้าสลายการจลาจล ภายในเรือนจำขณะนี้

นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยกรณีที่มีนักโทษกว่าพันคน ได้ก่อเหตุจลาจลขึ้นที่เรือนจำกลางจังหวัดนราธิวาส ในวันนี้นั้น ได้สั่งการกับทางเรือนจำมาตลอด และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของเรือนจำ และกำลังตำรวจที่ส่งไปตรวจค้นยาเสพติดตามนโยบาย สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว ทราบเพียงว่า มีความไม่พอใจเกิดขึ้นจริง และโห่ไล่เจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่รับรายงานว่า มีการทำลายข้าวของ หรือ ทุบกำแพงเรือนนอน และจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกันแต่อย่างใด ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จัดเตรียมกำลังเตรียมพร้อม ไว้ที่หน้าเรือนจำ ซึ่งเบื้องต้น ยังไม่เข้าปฏิบัติการใดๆ เนื่องจากจะทำหน้าที่เป็นกำลังเสริม ในกรณีที่ทางเรือนจำร้องขอ ส่วนขณะนี้ เท่าที่ได้รับรายงานนั้น สถานการณ์อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แล้ว โดยสามารถคุมให้นักโทษอยู่ในพื้นที่จำกัดได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ ที่อาจถูกกักขัง หรือติดอยู่ภายในนั้น ยังไม่มีรายงานดังกล่าว

นอก จากนี้ทางเรือนจำจังหวัดนราธิวาสไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปโดยรอบ แต่อย่างใด พร้อมทั้งนำป้ายประกาศติดงดเยี่ยมตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 ส

นายกฯอังกฤษเผยเตรียมฉีดน้ำสงบจลาจล

ที่มา ประชาไท

นายก รัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน (David Cameron) จากพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservatives) เตรียมเผยมาตรการจัดการกับผู้ก่อความสงบที่เข้าปล้นร้านค้า เผาทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม

หลังจากกระทรวงมหาดไทย (Home Office) ของอังกฤษแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าจะไม่มีการฉีดน้ำเพื่อยุติการจลาจล

ล่า สุดนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน (David Cameron) จากพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservatives) เตรียมเผยมาตรการจัดการกับผู้ก่อความสงบที่เข้าปล้นร้านค้า เผาทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม

การ ประชุมสภาวาระฉุกเฉินมีกำหนดในช่วงเช้าของวันพฤหัสบีดีที่ 11 สิงหาคม นายเดวิด คาเมรอนเตรียมนั่งประธานคณะกรรมการฉุกเฉินเร่งหารือและแถลงมาตรการฟื้นฟู ความสงบเรียบร้อย รวมไปถึงการจ่ายค่าชดเชยให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากจลาจล

เหตุ จลาจลทวีความรุนแรงขึ้นและลามจากกรุงลอนดอนไปยังเมืองใหญ่หลายแห่ง โดยเฉพาะในเมืองเบอร์มิงแฮม (Birmingham) ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 รายจากการพยายามปกป้องทรัพย์สินและถูกรถชนของกลุ่มผู้ก่อจลาจลพุ่งชน รายชื่อผู้เสียชีวิตได้แก่ นายฮารูน จาฮัน (Haroon Jahan) วัย 21 ปี นายชาห์ซัด อาลี (Shahzad Ali) วัย 30 ปีและนายอับดุล มุซาวีร์ (Abdul Musavir) วัย 31 ปี นายทาริค จาฮัน (Tariq Jahan) บิดาของนายฮารูนกล่าวว่านี่ไม่ใช่ประเด็นเรื่องเชื้อชาติเพราะเขาได้ รับข้อความแสดงความเสียใจจากหลากหลายกลุ่มเชื้อชาติ

เวลา 11.15 ของวันพุธที่ 10 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น นายเดวิด คาเมรอนได้แถลงว่า จะไม่ปล่อยให้วัฒนธรรมแห่งความกลัวเกิดขึ้นบนท้องถนน (‘We will not allow a culture of fear to exist on our streets.’) พร้อมทั้งเตรียมใช้การฉีดน้ำยุติเหตุการณ์สงบ โดยจะมีการประกาศล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ตำรวจนครบาล (Metropolitan Police) เผยว่าได้จับกุมผู้ก่อความไม่สงบในลอนดอนแล้วอย่างน้อย 800 ราย ในจำนวนนี้ 279 รายถูกตั้งข้อหาแล้ว

มีรายงานว่าผู้ก่อจลาจลประกอบไปด้วยนัก เรียนนักศึกษา ลูกของนักธุรกิจ และเด็กชายวัยเพียง 11 ปี ขณะที่ผู้นำคณะรัฐมนตรีสก๊อตแลนด์นายอเล็กซ์ ซาลมอน (Alex Salmond) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 250 นายลงมาช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในเขต Midlands และทางตอนเหนือของเขตการปกครองอังกฤษ (England)

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มประชาชนที่ไม่พอใจการก่อเหตุจลาจลลุกขึ้นมาจับด้ามไม้กวาดถูพื้น แสดงพลังต่อต้านการก่อความไม่สงบและทำความสะอาดพื้นที่ในบริเวณแคลปเพิม จังชั่น (Clapham Junction) และแฮคนีย์ (Hackney) กิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นโดยแดน ทอมป์สัน (Dan Thompson) และโซฟี คอลลาร์ด (Sophie Collard) ผ่านทางทวิตเตอร์ ในชื่อว่า #riotcleanup

ภาคประชาสังคมไทย เตรียมนำเสนอสถานการณ์สิทธิในประเทศต่อ ‘ยูเอ็น’

ที่มา ประชาไท

เครือข่ายภาคประชาสังคม เปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลไทยต้องนำเสนอต่อสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้รบ. เปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีการสลายการชุมนุม ’53 พร้อมคืนความยุติธรรมให้ผู้สูญเสีย ด้านนักวิชาการเสนอรบ.ไทยปฏิรูปกฎหมายหมิ่นฯ เพื่อเสรีภาพในการแสดงออก

ใน วันที่ 5 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะถึงคราวประเทศไทยรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายในประเทศ ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ผ่านกระบวนการ Universal Periodic Review (UPR) หรือการรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งจะเกิดขึ้นในทุกๆ สี่ปี กระบวนการดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบสถานการณ์สิทธิฯ ในประเทศต่างๆ ผ่าน “กระบวนการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์” (Constructive Dialogue) ซึ่งต่างจากการใช้อำนาจบังคับ หรือประณามในที่ประชุมดังเช่นในคณะมนตรีความความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยกระบวนการดังกล่าว จะเป็นไปเพื่อสร้างบทสนทนากับรัฐบาลร่วมกับหลายภาคส่วน และใช้อำนาจจูงใจเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในแต่ละ ประเทศแทน

ศาสตราจารย์วิฑิต มันตาภรณ์ ในฐานะผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงกระบวนการยูพีอาร์ว่า นี่เป็นครั้งแรกของกระบวนการทางด้านสิทธิมนุษยชน ที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งสามฝ่าย คือจากทางรัฐบาล ภาคประชาสังคม- คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และจากทางสหประชาชาติ ซึ่งนับว่าเป็นข้อมูลที่มีความสมดุลมากพอสมควร และเป็นกระบวนการเดียวในสหประชาชาติที่มีลักษณะเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวถือว่าเป็นการประเมินแบบมิตรภาพ และทางสภาฯ ไม่มีอำนาจสั่งการฟ้องร้องได้

การนำเสนอสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของ ประเทศไทยต่อสหประชาชาติในครั้งนี้ ถูกจัดทำขึ้นมาเป็นรายงานขนาด 20 หน้า โดยประกอบไปด้วยรายงานของรัฐบาล ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ-ภาคประชาสังคม และส่วนของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยรายงานฉบับดังกล่าว นำเสนอสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายในประเทศในด้านต่างๆ เช่น เสรีภาพในการแสดงออก สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระบวนการยุติธรรม และกลไกสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ เป็นต้น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มูลนิธิศักยภาพชุมชน ในฐานะเลขาธิการการจัดทำรายงาน จึงได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประเทศไทย ซึ่งจัดทำขึ้นโดยเครือข่ายภาคประชาสังคมและมูลนิธิศักยภาพชุมชน ณ โรงแรมสยามซิตี้ พร้อมทั้งมีนักวิชาการ และตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ ร่วมแถลงข้อเสนอแนะทางด้านสิทธิมนุษยชนต่อรัฐบาลใหม่ ในหลายๆ ข้อเสนอแนะนี้ รวมถึง การให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงในกรณีการสลายการชุมนุมเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2553 พร้อมคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ การปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และการให้รัฐบาลลงนามในอนุสัญญาป้องกันการบังคับคนให้สูญหาย และทำให้การบังคับคนสูญหายเป็นอาชญากรรม

องค์กรสิทธิย้ำ ต้องคืนความเป็นธรรม กรณีการสลายการชุมนุม ‘53
ขวัญระวี วังอุดม ตัวแทนจากศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2553 (ศปช.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยการใช้กองกำลังทหารของรัฐ เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 93 คน จนบัดนี้ รัฐบาลยังคงไม่สามารถค้นหาความจริงและคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ ขวัญระวีมองว่า เป็นเพราะคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ หรือ คอป. ที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ อย่างเต็มที่ และไม่มีอำนาจที่แท้จริงในเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ เหตุการณ์การสลายการชุมนุม นอกจากนี้ คอป. ยังมุ่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในระยะยาว มากกว่าการหาตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบ

“ทางศปช. มีเรียกร้องไปยังรัฐและยูเอ็นผ่านกลไกยูพีอาร์ คือ ให้รัฐบาลเปิดเผยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม และถึงแม้มีการพูดคุยกันว่า จะมีปฏิรูปคอป. แต่การหาข้อเท็จจริง และคืนความยุติธรรมนั้นไม่สามารถประนีประนอมได้ นอกจากนี้รัฐบาลต้องให้ค่าชดเชยที่เป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว ให้สิทธิในการประกันตัวกับผู้ต้องขัง ทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ เนื่องจากในหลายกรณีมีการตั้งประกันสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถประกันตัวได้ และต้องไม่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ใคร เพราะเป็นการส่งเสริม Impunity (การงดเว้นโทษ) และทำให้คนทำผิดลอยนวล” ขวัญระวีกล่าว

นอกจากนี้ เธอเสริมด้วยว่า รัฐบาลต้องยินยอมให้ผู้ตรวจการณ์พิเศษแห่งสหประชาติ (UN Special Rapporteur) ในด้านต่างๆ เข้ามาทำการตรวจสอบในประเทศไทย ทั้งนี้ ผู้ตรวจการพิเศษทางด้านการต่อต้านการก่อการร้าย และการสังหารนอกกฎหมาย ได้ร้องขอรัฐบาลไทยเพื่อเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ภายในประเทศแล้ว แต่เอกสารทบทวนสถานการณ์สิทธิฯ ของสหประชาชาติระบุว่า จนปัจจุบันยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลไทยแต่อย่างใด

ต่อประเด็น ดังกล่าว ทางรัฐบาลไทยได้ชี้แจงในรายงานว่า “ขณะนี้ การสอบสวนกรณีความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2553 กำลังดำเนินอยู่เพื่อตัวนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี โดยกระบวนการดังกล่าวจะดำเนินไปตามกฎหมาย ในขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบจากการประท้วงดังกล่าวได้รับการเยียวยาแล้ว” ในขณะที่รายงานของกสม. แสดงความกังวลเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่มีการปฏิบัติต่ำกว่ามาตรฐาน ต่อผู้ชุมนุมที่ถูกจับ โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์การชุมนุม ที่มีการจับกุมด้วยข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง และการไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหา

นักวิชาการเสนอ รัฐบาลไทยควรปฏิรูปกฎหมายหมิ่นฯ

ด้าน ดร. เดวิด เสตร็กฟัสส์ นักวิชาการอิสระ ผู้เขียนหนังสื่อ Truth on Trial in Thailand: Defamation, Treason, and Lèse-Majesté ซึ่งเกี่ยวกับการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในสังคมไทย ชี้ว่า การใช้กฏหมายอาญามาตรา 112 เพิ่มสูงขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยในระหว่างปีพ.ศ. 2532-2548 มีการฟ้องคดีหมิ่นฯ โดยเฉลี่ยปีละ 5-6 คดี แต่หลังจากช่วงก่อนการรัฐประหารปี 2549 จำนวนคดีหมิ่นฯ ที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลมีจำนวน 33 คดี และในปี 2550, 2551 และ 2553 เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 126, 77 และ 478 คดีตามลำดับ และจากสถิติพบว่า อัตราที่อัยการตัดสินว่าผิดจริง มีสูงถึง 94% เนื่องจากผู้ต้องหาส่วนใหญ่รับสารภาพ เพื่อหวังโทษที่ลดลงครึ่งหนึ่ง และขออภัยโทษในภายหลัง

ทั้งนี้ เดวิด เสตร็กฟัสส์ อ้างถึงข้อเสนอแนะการปฏิรูปกฎหมายอาญามาตรา 112 ของกลุ่มนิติราษฎร์ ซึ่งเป็นกลุ่มอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ว่า ควรให้มีการลดโทษสูงสุดของกฎหมายดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้อยู่ที่ 15 ปี และลดโทษขั้นต่ำสุดซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 3 ปี นอกจากนี้ ยังเสนอให้จำกัดผู้ฟ้อง เพื่อไม่ให้มีการนำกฎหมายนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยยกตัวอย่างประเทศนอร์เวย์ ที่การดำเนินคดีสามารถทำได้ต่อเมื่อได้รับการยินยอมจากพระมหากษัตริย์เท่า นั้น หรือในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่การดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการยินยอมจากกระทรวงการยุติธรรม ซึ่งช่วยป้องกันการดำเนินคดีด้วยกฎหมายหมิ่นฯ อย่างไม่เลือกหน้า

“ใน กรณีประเทศไทย อาจจะให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหาย และเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้หรือไม่ เพียงแค่นี้ การใช้กฎหมายนี้ในทางละเมิดก็จะลดลง และช่วยปรับปรุงสถานะสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้เป็นอย่างมาก” เดวิดกล่าว

ในขณะที่รายงานสถานการณ์สิทธิฯ ที่จัดทำโดยรัฐบาลไทย กล่าวถึงประเด็นเสรีภาพในการแสดงออกว่า “เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกเป็นรากฐานของสังคมประชาธิปไตย ของไทย ซึ่งได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญภายใต้มาตรา 45, 46, 47 ซึ่งประกันเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ และการโฆษณา” และระบุว่า “ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานสื่อต่างประเทศ องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรเอกชนระหว่างประเทศหลายองค์กร ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงบรรยากาศที่เอื้อต่อการรายงานข่าว และการรับ-ส่งข้อมูลอย่างอิสระ นอกจากนี้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ยังสะท้อนให้เห็นผ่านการจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนและสถานีโทรทัศน์เคเบิลทั่ว ประเทศ ในขณะที่สื่อมวลชนมีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้อย่าง เต็มที่”

ทาง รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล อาจารย์สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ เห็นว่า รายงานของรัฐบาลไทย ที่ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพและความหลากหลาย” เป็นเรื่องที่น่าขบขันและไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่นเดียวกับเดวิด เสตร็กฟัสส์ ที่มองว่า ข้อมูลของรัฐบาลไทยในรายงานสิทธิฯ ไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงมากนัก

“รายงานสิทธิของรัฐบาลไทย ดูเหมือนว่าตามตัวอักษรแล้ว เหมือนจะมีกฎหมายต่างๆ ที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ในทางปฏิบัติแล้วอาจจะเป็นอีกแบบหนึ่ง หากเราดูองค์กรที่จัดลำดับเรื่องเสรีภาพสื่อในโลก เช่น Reporters without Borders จะเห็นว่า ในปี 2547 รัฐบาลไทยอยู่ที่ลำดับ 59 จากทั้งหมด 103 ประเทศ แต่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 153 จากทั้งหมด 178 ประเทศซึ่งจัดเป็น 16% ที่มีเสรีภาพสื่อต่ำที่สุด” เดวิดตั้งข้อสังเกต

ต่อ ประเด็นเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รายงานของรัฐบาลไทยชี้แจงว่า “ประเทศไทยพยายามดำเนินการเพื่อให้เกิดดุลยภาพในการปกป้องสถาบันซึ่งเป็น หนึ่งในเสาหลักที่ค้ำจุนความมั่นคงของประเทศ กับการคุ้มครองสิทธิในการแสดงออกของบุคคล” และระบุว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน เพื่อให้คำแนะนำแก่ตำรวจอัยการเกี่ยวกับการสั่งฟ้องคดีหมิ่นฯ และพรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยหวังว่าจะสามารถปรับปรุงการใช้กฎหมายและเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังระบุว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อยู่ในระหว่างการทบทวนกฎหมายดังกล่าว เพื่อจัดทำรายงานเสนอแนะต่อรัฐบาล

การบังคับคนให้สูญหาย ต้องเป็นอาชญากรรม
ประทับจิตร นีละไพจิตร เจ้าหน้าที่วิจัยด้านการบังคับคนให้สูญหาย (Enforced Disappearance) มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพกล่าวว่า ขณะนี้ จำนวนคนที่ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศไทย ยังไม่มีการเปิดเผยที่ชัดเจน แต่จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า สามารถรวบรวมกรณีดังกล่าวได้อย่างน้อย 90 กรณี ในระหว่างปี 2534-2554 ประทับจิตรชี้ว่า แนวโน้มการบังคับคนให้สูญหาย คงจะยังมีต่อไปตราบใดที่ความขัดแย้งทางการเมืองยังคงดำรงอยู่ เนื่องจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีใครที่ได้รับผิดจากการกระทำที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ทหาร ตำรวจ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ลงนามในอนุสัญญาฯ ป้องกันคนหาย พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ ให้การทำให้คนหายเป็นอาชญากรรม และเปิดเผยข้อเท็จจริงในกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ทางด้านอรชพร นิมิตกุลพล กล่าวถึงสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกรณีการใช้ทหารเด็ก และการใช้กฎหมายพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชน โดยจากการวิจัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของมูลนิธิยุติธรรมเพื่อ สันติภาพ เปิดเผยว่า ในระหว่างปี 2548- 2552 มีเด็กและเยาวชนทั้งหมด 151 คน ถูกคุมขังภายใต้กฎหมายพิเศษ เช่น พรก. ฉุกเฉิน และ กฎอัยการศึก โดยเยาวชนเหล่านี้ถูกควบคุมตัวในคุก และหน่วยเฉพาะกิจของทหารในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังพบว่าราว 65% ของเยาวชนอายุต่ำกว่า 18% ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเป็นกลุ่มพลเรือนที่ติดอาวุธ โดยเยาวชนกลุ่มนี้ บ้างก็ได้รับการฝึกอาวุธ บ้างก็เข้าไปอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ อรชพรกล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้าไปพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็มีการตอบรับที่ดีจากทางการด้านความมั่นคงในพื้นที่ ในการระมัดระวังไม่ให้เยาวชนไปเกี่ยวข้องกับชรบ. และหวังว่าสถานการณ์สิทธิฯ ในจังหวัดชายแดนใต้น่าจะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม เธอมองว่า ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าว ไม่น่าจะแตกต่างไปจากเดิมมากนัก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในสามจังหวัดชายแดนใต้ ขึ้นอยู่กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นหลัก และหากผู้บัญชาการกองทัพบก หรือแม่ทัพภาคที่สี่ไม่ถูกเปลี่ยน ก็คงไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ชัดเจน

ต่อประเด็นปัญหาสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทางกลุ่มภาคประชาสังคมมีเสนอแนะต่อรัฐบาลไทย เช่น ให้ยกเลิกพรก. ฉุกเฉิน เนื่องจากมองว่าขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และให้รัฐบาลออกกฎหมายภายในประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการท รมาน เป็นต้น

ทั้งนี้ กลไกยูพีอาร์ จะจัดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม 2554 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จัดเวลาให้ประเทศไทยรวมสามชั่วโมง ในการนำเสนอรายงาน โดยมีผู้แทนจากรัฐบาลไทยเป็นผู้นำเสนอ และเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากสหประชาชาติ และจากประเทศต่างๆ ซักถามถึงสถานการณ์สิทธิในประเทศไทย ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่านทาง webcast ของสหประชาชาติได้ที่เว็บไซต์ของ UNHCR

แถลงการณ์เสรีเกษตรศาสตร์เรียกร้องมหาลัยปกป้องเสรีภาพในการความคิดเห็นของนิสิต

ที่มา ประชาไท

นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา ประชาชน ร่วมลงชื่อเรียกร้องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องปกป้องเสรีภาพทางวิชาการและ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนิสิตและประชาชน ชี้มาตรา 112 ยังมีปัญหาและขาดความชั​ดเจนทั้งในส่วนของโครงสร้าง​บทบัญญัติิ อัตราโทษ วิธีการฟ้องร้องดำเนินคดี รวมไปถึงการพิจารณาการให้ปร​ะกันตัว
แถลงการณ์กลุ่มเสรีเกษตรศาส​ตร์

เรื่อง การคัดค้านการจับกุมนายนรเว​ศย์ เศรษฐิวงศ์ ด้วยมาตรา 112
วันที่ 9 สิงหาคม 2554

เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวัน​ที่ 5 สิงหาคม 2554 นายนรเวศย์ เศรษฐิวงศ์ บัณฑิตมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ ได้ถูกจับกุมในความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งนายนิพนธ์ ลิ้มแหลมทอง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิ​ตและพัฒนากายภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เป็นผู้ยื่นฟ้องคดีโดยอ้​างว่า ถูกกดดันจากสภามหาวิทยาลัยเ​กษตรศาสตร์และทำเพื่อรักษาชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยเกษต​รศาสตร์ เนื่องจากกลัวการร้องเรียนจ​ากสังคม ซึ่งข้ออ้างดังกล่าว ไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้ ในฐานะที่มหาวิทยาลัยเป็นสถ​าบันการศึกษาระดับสูงที่มีห​น้าที่ผลิตและสร้างสรรค์องค์ความรู้แก่สังคม ในสถานการณ์ที่สังคมไทยในหล​ายส่วนกำลังตั้งคำถามเกี่ยว​กับความเป็นไปของสังคมการเมืองไทย มหาวิทยาลัยจึงสมควรที่จะทำ​หน้าที่สำคัญเยี่ยงมหาวิทยา​ลัยชั้นนำก็คือ การเป็นพื้นที่สำหรับการแลก​เปลี่ยนถกเถียงอย่างสร้างสร​รค์และเป็นกลาง ไม่ใช่การข่มขู่กดปราบการแส​ดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลา​กหลายในทางการเมืองโดยสุจริ​ตจากข้อเท็จจริงและเหตุผล โดยเฉพาะเสรีภาพในทางวิชากา​รของทั้งบุคลากรและนิสิตนัก​ศึกษา


ปัจจุบันตัวกฎหมายมาตรา 112 กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงค​วามบกพร่องในหลายด้านของข้อ​กฎหมายนี้ เช่น อัตราโทษที่สูงเกินสมควรกว่​ าเหตุ (โทษจำคุก3-15ปี) ความชัดเจนในการตีความ การบังคับใช้ การที่ทุกคนสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลใดก็ได้ โดยที่ตนมิได้เป็นผู้เสียหา​ย ซึ่งนำไปสู่การใช้เป็นเครื่​องมือในการกลั่งแกล้งบุคคลอื่นได้ กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์จึงออก​แถลงการณ์ฉบับนี้ เพื่อเสนอข้อเรียกร้องต่อมห​าวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดังนี้

1.ขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลั​ยเกษตรศาสตร์เคารพและปกป้อง​สิทธิเสรีภาพทางวิชาการ ที่จะแสดงความคิดเห็นทางการ​เมืองที่หลากหลายของทั้งนิส​ิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัย​ โดยไม่นำกฎหมายหรือข้อบังคั​บที่ยังเป็นที่ถกเถียงหรือขัดกับหลักการประชาธิปไตยมาใ​ช้ในการจำกัดสิทธิเสรีภาพดั​งกล่าว

2.ขอให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบแ​ละพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะดำเนินการทางกฎหมายใดๆต่อนิสิตและบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีกฎห​มายมาตรา 112 ตามประมวลกฎหายอาญา ซึ่งยังมีปัญหาและขาดความชั​ดเจนทั้งในส่วนของโครงสร้าง​บทบัญญัติิ อัตราโทษ วิธีการฟ้องร้องดำเนินคดี รวมไปถึงการพิจารณาการให้ปร​ะกันตัว

จึงขอเชิญชวนนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผู้รักในเสรีภาพทุกท่านร่วม​ลงชื่อแนบท้ายแถลงการณ์ฉบับ​นี้ ในการร่วมรณรงค์ครั้งนี้ด้ว​ย

ผู้ร่วมลงรายชื่อ

1. ภัควดี วีระภาสพงษ์
2. เก่งกิจ กิติเรียงลาภ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. พนิดา อนันตนาคม คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
4. อรอนงค์ ทิพย์พิมล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
5. ชุมาพร แต่งเกลี้ยง
6. พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ
7. Tyrell Haberkorn, มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเ​ลีย
8. กฤษฎา บัวรังษี คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
9. ประกีรติ สัตสุต ประชาชนทั่วไป ขอลงชื่อ
10. ชานันท์ ยอดหงษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล
11. วีรนันท์ ฮวดศรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง
12 ภรณ์ทิพย์ มั่นคง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
13 ธิติ มีแต้ม
14 ณัชชา ตินตานนท์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
15 ศศพล บำรุงชีพ ผู้เสียภาษี
16 วุฒิชัย ฤกษ์สมบูรณ์ดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยซิดนีย์
17 สมชาย แซ่จิว สามัญชน
18 นิพาดา ทองคำแท้ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
19 กิรพัฒน์ เขียนทองกุล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
20 ศิริภาส ยมจินดา ประชาชน
21 อิสรา ยมจินดา ประชาชน
22 อารยา สุวรรณคำ ประชาชน
23 วิษณุ อาณารัตน์ นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
24 สุริยะ ครุฑพันธุ์ นักเขียน
25 ธนพล พงศ์อธิโมกข์ ประชาชน
26 อาทิตย์ ศิวะหรรษาพันธ์ ประชาชนชาวไทย
27 ปุณณวิชญ์ เทศนา ราษฎร
28 พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ขอร่วมลงชื่อครับ
29 อิทธฎา รัฐธะป์
30 พัชรี แซ่เอี้ยว
31 วีรเกียรติ ศุกรกฤติ จิตรกร
32 ศรัณย์ วงศ์ขจิตร
33 นุจรินทร์ อินธิยะ นศ.คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
34 เชฏฐพงศ์ จงภัทรนิชพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
35 กานต์ ทัศนภักดิ์
36 นภัทร สาเศียร
37 อนุธีร์ เดชเทวพร อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตน​ักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2552-2553
38 ณัฐพล พึ่งธรรม
39 ตรีวิทย์ บุญกวีศิลป์ ชาวบ้าน
40 ธิดา ผลิตผลการพิมพ์
41 สุรศักดิ์ นัยสุดใจ
42 จิฬาชัย พิทยานนท์
43 ธีระพล คุ้มทรัพย์
44 วัชรพล พุทธรักษา นักศึกษาปริญญาเอก The University of York, UK
45 นฆ ปักษนาวิน
46 จีรนุช เปรมชัยพร
47 ณิศวร์ฐิตะ ทองน้อย
48 นางสาวสหัทยา สุวรรณรัตน์ ศิษย์เก่าคณะอุตสาหกรรมเกษต​ร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
49 ภานุวัฒน์ แง่พรม นศ ครุศาสตร์ ราชภัฏสกลนคร
50 บัณฑิต เทียนรัตน์ ประชาชนไทย
51 หทัยกานต์ สังขชาติ
52 ภูมิสิทธิ์ วงศ์ทวีศักดิ์ ประวัติศาสตร์เกษตรศาสตร์
53 นายสิทธารถ ศรีโคตร นิสิตเก่าคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
54 ราชา พุฒนวล ครอบครัวนักกิจกรรมภาคใต้
55 ณิชนันท์ ตัญธนาวิทย์
56 ธัญญธร สายปัญญา
57 พิมระวี เสียงหวาน ค่ะ
58 นนทรัตน์ สุวรรณพงศ์
59 วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์
60 วศิน เกียรติปริทัศนฺ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
61 คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
62 นริณีย์ รุทธนานุรักษ์
63 กิ่งฟ้า เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา - ราษฎร.
64 รอมแพง อริยมาศ นักเขียน/ ผู้สื่อข่าวอิสระ
65 เอกรินทร์ ต่วนศิริ
66 ปรีชาพล ชูชัยมงคล กลุ่มแนวร่วมนักเรียนนิสิตน​ักศึกษาเสรีชนล้านนา(กนสล).
67 กิตติพล เอี่ยมกมล
68 ฉวีวรรณ มงคลดาว ประชาชนคนไทย
69 เพียงคำ ประดับความ
70 คมลักษณ์ ไชยยะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสต​ร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรี​อยุธยา
71 อภิชน รัตนาภายน ศิษย์เก่าเกษตร
72 วัฒนา สุขวัจน์ (รุ่งโรจน์ "อริน" วรรณศูทร) นักเขียนอิสระ
73 เบญจมาศ บุญฤทธิ์ ค่ะ
74 เมธา เชื้อนาคา รัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
75 ชาญณรงค์ บุญหนุน ลงชื่อด้วยคนครับ
75 ศรัณยู เดชทิม ร่วมด้วย
76 ยุทธพงษ์ พงษ์วัน นศ.คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
77 อภิรดา มีเดช ประชาชน
78 นายธนพงษ์ หมื่นแสน นักศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
79 อัจฉริยา เนตรเชย ม.นเรศวร
80 นาย ประภัสชัย กองศักดิ์ กลุ่มอิสระเถียงนาประชาคม นักศึกษารัฐศาสตร์มหาบัณฑิต​ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
81 ศรีสมร กิจภู่สวัสดิ์ KU ๔๒, เป็นครู และเขียนหนังสือ
82 เมย์ สิทธิธัญญาการ พนักงานบริษัท ร่วมลงชื่อด้วยค่ะ
83 นักรบ สกุลราษฏร์ขอสนุบสนุน ทุกๆการกระทำที่จะได้มาซึ่ง​อิสรภาพของน้อง นรเวศย์ เศรษฐิวงศ์ และคนไทยทุกๆในกรณี 112 ครับ ^^"
84 โชคชัย หลาบหนองแสง KU61 วิทยาศาสตร์ รังสีประยุกต์และไอโซโทป ขอคว่ำบาตรมาตรา 112 และเป็นกำลังใจสำหรับการต่อ​สู้
85 นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ RU 40
86 วาทินี ณัมคนิสรณ์ ธุรกิจส่วนตัว ขอร่วมลงชื่อด้วยค่ะ
87 วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรา​ยละเอียดของแถลงการณ์นี้ภาย​หลัง จะขอหยุดเกี่ยวข้องด้วย
88 ไชยรัตน์ ชินบุตรนักศึกษาปี4คณะรัฐศา​สตร์ ม รามคำแหง

89 นายเทิดพันธุ์ พวงเพ็ชร อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยมหา​สารคาม ปัจจุบันประชาชนเต็มขั้น
90 นายสถาปนิก วรสุเมธากุล นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่4
100 สุนิสา อิทธิชัยโย คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
101 วิวัฒน์ รักแต่งาม
102 ชาญชัย เมธาลักษณ์ นักบัญชี KU42
103 นางสาวศศิวิมล รัตนวงษ์ นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชั้นปีที่4
104 นายพิเศษ นภาชัยเทพ
105 เบญจพล โชคพงษ์อุดมชัย ค้าขาย
106 ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่/นักกิจกรรมด้านสิ​ทธิความหลากหลายทางเพศ
107 อาทิตย์ ศรีจันทร์
108 หลวย มาคา

109 ประสิทธิ์ชัย มากพิณ กลุ่มลูกชาวบ้าน มหาวิทยาลัยบูรพา
110 ศิริลักษณ์ กำแทง KU 66 คณะวิทยาศสาตร์
111 รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์

113 พรภิรมณ์ เชียงกูล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
114 ปิยพัฒน์ จันทพันธ์
115 สิตาภัค แก้วสิงห์
116 นาย เสฏ รุจิรงค์นางกูล นักธุรกิจ
117 ปชาบดี พุุ่มพวง
118 โอภาส ธัญญาวัฒน์ ku46
119 อรุณี พูลสวัสดิ์
120 นายประมวล ดวงนิล องค์อิสระเีถียงนาประชาคม ชาวนา
121 สรวุฒิ วงศ์ศรานนท์
122 นติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนผู้รักประชาธิปไตย
123 สามารถ ศรีวัฒน์ ประชาชน
124 กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ... ไพร่โดยกฏหมายบังคับ
125 เจดีย์ ดวงมาลัย
126 วสุรัตน์ ว่องไวกลยุทธ์ นิสิตประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
127 ทูนธรรม เหรียญทอง บัณฑิตคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
128 นาย ศุภกร สกุลนุ่ม นิสิตภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
129 วีรชัย เฟ้นดี้
130 phiyapa sirivedin
131 เมธาวี ไกรเกียรติสกุล :)
132 ณัฐพล อิ้งทม นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์​ มหาวิทยาลัยมหิดล
133 สุพจน์ เสงี่ยมกลาง คนคนหนึ่ง
134 ดวงใจ พวงแก้ว **--- ผลผลิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า​เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
135 ก้าวหน้า เสาวกุล ประชาชน
136 นายอัฐพล หมอช้าง ประชาชนประเทศไทย
137 ปกรณ์ พรชีวางกูร >> คนธรรมดา
138 ธนพร กฤชไมตรี นิสิตเก่าคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอร่วมลงชื่อคัดค้าน
139 รุ้งระวี ศรีสุข ประชาชนไทย
140 จินตนา ประหยัดทรัพย์ ธุรกิจส่วนตัว
141 ณภพร วงศ์ประัทุม unemployed
142 นายสุรชัย เพชรแสงโรจน์
143 ชญานี ขุนกัน
144 นายปัฐนกวินท์ ชูชื่น
145 ชมพูนุท เฉลียวบุญ
146 นิติพงศ์ สำราญคง
147 ชลิตา บัณฑุวงศ์
148 ทา เด
149 ซีตีคอรีเย๊าะ อูเซ็ง
150 นาย ธนากร ปัสนานนท์ (นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศา​สตร์)
151 อรอนงค์ ผิวขำ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศ​าสตร์
152 อนุสรณ์ อุณโณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทย​า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
153 วีกิจ วิตตานนท์ นักดนตรีรับจ้าง
154 สมศักดิ์ จันทร์เรือง
155 ไตรรงค์ สินสืบผล
156 นายชนายุส การะเกษ พนักงานองค์การบริหารส่วนตำ​บลดู่
157 วัชรินทร์ มีอิ่ม ครับ กิจการส่วนตัว...
158 นางสาวหัสยา ขอสุข กิจการส่วนตัวค่ะ
159 สันติ บุญปั้ว กิจการส่วนตัวครับ
160 ธรัญญา สัตตบุศย์ ประชาชนค่ะ
161 ทินกร ธัญญะ เป็นนักศึกษา คับ
162 WASAN NGAHATTEE DoubleA1991.CO.LTD
163 วรรณพร เนียมกล่ำ ประชาชน
164 อังกุศ รุ่งแสงจันทร์ นักเขียนอิสระ
165 ธีรศักดิ์ เจริญศิลป์ มัคุุเทศก์อิสระ
166 สุภิญญา เปรมพูลสวัสดิ์ นิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศ​าสตร์
167 สุพัตรา วัฒนวาทิน นิสิตป.โท เกษตรศาสตร์
168 kanongsak dayai : designer
169 วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย สาขาวิชาพัฒนามนุษย์และสังค​ม จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย
170 จักรพงศ์ โคตรทองหลาง นิติศาสตร์ รามคำแหง
171 ปิรัญญา ยังกองแก้ว ภาคประชาชน
172 วีรภัทร คันธะ นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
173 ชุมพล นนทาโซะ ธุรกิจส่วนตัว
174 วิวัฒน์ เหมวราพรชัย นิสิต คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
175 อลิสา แซ่ฟ่ง
176 ธนพล ฟักสุมณฑา
177 สยาม ธีรวุฒิ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
178 เนตรดาว เถาถวิล
179 ธนศักดิ์ สายจำปา
180 กมลรัตน์ เพ็ชรขาวเขียว
181 นันท์นภัส บัวพุฒ
182 ศักดิ์สิทธิ์ กัลยาณมิตร
183 นาย สุพจน์ ทิมจรัส นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาส​ตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
184 ณพัทธ์ นรังศิยา ประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
185 ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
186 ณัฐเมธี สัยเวช
187 เสริม เจียมรัมย์
188 สันติ เล็กสกุล
189 ผศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
190 อดิศร เกิดมงคล
191 กุลวัฒน์ กาญจนสุนทรี
192 ศุภกานต์ กิ่งก้าน องค์กรอิสระเถียงนาประชาคม
193 พรพิศ ผักไหม ค่ะ
194 ปราบ เลาหะโรจนพันธ์ นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และ​การบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
195 ส.ศรีศรูทรพรรณ
196 น้ำเพชร เชื้อชม นักออกแบบและเขียนบท
197 ณิชยา วัฒนกำธรกุล แพทย์ โรงพยาบาลสงขลาคนรินทร์
198 เงาดาว สุขศรีดากุล
199 หทัยชนก ศรีสุราช นศ.คณะศิลปศาสตร์ แขนงวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิร​าช
200 ไมเคิ้ล เลียไฮ – มนุษย์
201 อภิรัฐ เจะเหล่า
202 ทิวา นินทะสิงห์ นิสิตสาขานิติศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
203 ชนัตพร มณีเครือ นิติศาสตร์ รามฯ
204 ธนุต มโนรัตน์ รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
205 บารมี ชัยรัตน์
206 ภัทรพร มหาดำรงค์กุล
207 อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ นิติศาสตร์ รามคำแหง
208 กิตติ วิสารกาญจน นศ.ป.โท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
209 ปนิธิตา เกียรติ์สุพิมล
210 ปาหนัน หมุดแหล๊ะ นศ. มหาวิทยาลัยศิลปากร
211 ธันยา แก้วสุวรรณ์ นิติศาสตร์ รามคำแหง
212 ปัณณวิชญ์ นรากุลพิพัฒน์ ธุรกิจส่วนตัว
213 ภากร สุดาทิพย์ นิสิตปริญญาโท ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
214 อรรพล ทุมสวัสดิ์ นศ.มหาวิทยาลัยรังสิตครับ
215 เดชาธร บำรุงเมือง ปี 4 นิเทศศาสตร์ ม.บูรพา
216 รวีสิริอิสสระนันท์ บรรณาธิการ
217 ผ่องศรี สุทนต์ แม่บ้าน
218 สุนันทา ล้อจินดา
219 ภมร ภูผิวผา ประชาชน
220 จิตร โพธิ์แก้ว
221 นายวชิรพันธุ์ ทรรพสุทธิเกษตรกร
222 ลือชา กิจบำรุง
223 พงศ์ธัช งิ้วทอง
224 ศิรดา วรสาร
225 นายนวภู แซ่ตั้ง นักศึกษา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
226 ขนิษฐา พุ่มสุวรรณ นักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
227 สุขุม ชีวาเกียรติยิ่งยง พลเมือง
228 วรพล มาสแสงสว่าง
229 สมาน บุนมี
230 พฤกษ์ พุทธยศ / ครู
231 ปรียารัตน์ รามจันทร์ นิสิตประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
232 ปราศรัย เจตสันติ์
233 วัชรัสม์ บัวชุ่ม/ธุรกิจร้านอาหาร
234 อัจฉรา รักยุติธรรม
235 นาย บดินทร์รัตน์ จันทน์ขาว นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และ​การบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
236 สุภาวดี กลั่นความดี
237 นายอธิพันธ์ สิมมาคำ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
238 นายภานุ เที่ยงธรรม ธุรกิจส่วนตัว
239 กิตติภณ เหล่าดิ้ม
240 สาคร เนียวจ้า
241 นางชาลินี วรรณพักตร์ ค่ะ..ยินดีเข้าร่วมอย่างยิ่​ง
242 อัศวโกวิทย์ พงศ์พิมล นิสิตค๊ณะครุศาสตร์ จุฬา
243 ชุติพงศ์ แสนสิงห์ ประชาชนผู้มีสิทธิตามรัฐธรร​มนูญ
244 ภัทธา สังขาระ (หนู)
245 วัฒนา สังขาระ (แม่)
246 สมศักดิ์ สังขาระ (พ่อ)
247 วรพิพัฒน์ ลามพัด นักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ​ฝ่ายมัธยม
248 ธัญสก พันสิทธิวรกุล
249 จิรพรรณ สิงห์โตทอง / ธุรกิจส่วนตัว อดีตนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศ​าสตร์
250 อารีรัช จันทรวงศ์สาลี นักศึกษา
251 ทศพล เลิศบรรจงมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน รามคำแหง

252 ไพศาล ธนบุญสมบัติ ช่างซ่อมทีวี
253 ชัยพัฒน์. ถนอมกลางประชาชน
254 วรชัย อดีตนักศึกษาราชมงคลธัญญบุร​ี
255 นายสหณัฐ มณีกุล อาชีพ วิศวกรไฟฟ้า
256 ธีรพงษ์ กันทำ นิสิตวิทยาลัยการเมืองการปก​ครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
257 วีระศักดิ์ นาคมงคลกิจ
258 นาย นุกูล หู้เต็ม
259 นาง วันเพ็ญ หู้เต็ม
260 นางสาว ฐปนกุล หู้เต็ม
261 นายสหัสพนต์ แก่นจันทร์
262 วรพจน์ อินยาศรี /วิศวกรเครื่องกล
263 อนุชา วรรณาสุนทรไชย
264 จตุชัย แซ่ซือ
265 สาวิตรี แสงแปลง
266 นภัส ตันพานิช มธก.
267 นายธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์
268 จินตนา ฉ่ำชื่น /เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบา​ยและแผน /ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตร​ศาสตร์
269 ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย
270 ชญานิน เตียงพิทยากร
271 พลภัทร จิตติวุฒิการ
272 ปัทมา สุทธิภิบาล
273 ปาวลี ไกรเกียรติสกุล
274 ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์
275 พรพิมพ์ แซ่ลิ้ม นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแห​ง
276 อภิชาติ อินสอน ดีเจอ้วน
277 อธิป ศุภฤกษ์ชัย
278 อรรณพ อ่องเอิบ
279 มูหัมหมัดฮาริส กาเหย็ม
280 สุกัญญา ใสงาม
281 ศิริวัฒน์ แสนเสริม
282 ณัฐพงศ์ พงศ์เสาวภาคย์ นิติศาสตร์ รามคำแหง
283 วิลาสินี สุวรรณสัมฤทธิ์
284 เพ็ญพรรณ กรกีรติการ ม.นเรศวร
285 นายชาติตระการ นิลหัต มัคคุเทศก์อิสระ
286 เกียรติศักดิ์ ประทานัง (นักเขียน)
287 นายสังคม ศรีมหันต์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

288 วสมน ชอินทรวงศ์
289 บดินทร์ เทพรัตน์
290 วรกร ฤทัยวาณิชกุล
291 เกรียงไกร ไตรรัตน์วรพงศ์ / สถาปนิก
292 ประดิษฐ์ ลีลานิมิต
293 จิราพร นนท์สระเกษ
294 สุภิตา เจริญวัฒนมงคล กรุงเทพมหานคร
295 ปิยนุช ธรรมจริยวัธน์
296 Nattaya Songnabg
297 ปิยนุช ธรรมจริยวัธน์
298 สุทธิดา มนทิรารักษ์
299 สุภารัตน์ พระโนเรศ นักศึกษาปริญญาโท
300 ธณัฐพล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
300 จอมพล ดาวสุโข โครงการเอเชียตะวันออกเฉียง​ใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
301 นางลลิตา มณีกุล
302 พีระวัจน์ เดือนฉาย
303 สัณห์ชัย โชติรสเศรณี
304 ฐิติมา เชิดในเมือง
305 พุฒิภูมิ ผ่องใส ป.ตรี เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
306 สวรรยา ทนทอง...เชียงราย
307 ชาลิสา จุลศร เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี /ธุรกิจส่วนตัว
308 อินทวงศ์ อุทัยพัฒน์
309. เอกราช มอญวัฒ
310. วรงค์ หลูไพบูลย์ รับจ้างทำเว็บ
311. ชุตินาถ ชุนวิมลศิริ แพทย์
312. วีร์ ศานติ // วิศวกร
313. ศานติพจน์ เกตตะรังศรี คณะอักษรศาสตร์ เอเชียศึกษา ม.ศิลปากร
314. อธิคม จีระไพโรจน์กุล
315. จักรพรรดิ์ วงศ์สุข // ธุรกิจส่วนตัว – คนทำหนัง
316. นพเก้า คงสุวรรณ //อาชีพ นักประชาธิปไตยไม่ใช่นักฉวย​โอกาสทางการเมือง
317. ต่อศักดิ์ สุขศรี รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
318. นพพิสิทธิ์ จารุเบ็ญจลักษณ์
319. รัชพล ประจักษ์วงศ์
320. พรรณวดี ทันสูข
321. พนาลัย สุขศรี ....นักศึกษา//พนง.บริษัทเอ​กชน
322. อัจจีมา เบ็ญตานุช
323. รศ. ดร. ไชยันต์ รัชชกูล
สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ
324. นายสถาบัน วงศ์หน่อ
325. วรัญญา เกื้อนุ่น
326. เกริกศักดิ์ อัศวดารากร
327. สุริยัน จันทไหว
328. เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกกลุ่มประกายไฟ
329. อภิรักษ์ วรรณสาธพ – ประชาชนคนไทย
330. พัชร์อริญ ตั้งรัตนาพิบูล
331. ลำพูน หออากาศ
332. นายอนันต์ ชาซิโย
333. ธีรมล บัวงาม
334. ฐิติมา เกตุรามฤทธิ์
335. ออมสิน บุญเลิศ
336. นินนาท ธนวิชญกุล
337. บันทัด ดอนตาล
338. สายชล ปัญญชิต
339. ธัญญา ทุมวารีย์
340. สมภพ แจ่มจันทร์ นักจิตวิทยา
341. จักรกฤษณ์ ทิมไสว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
342. ศลิษา อุสาหะ
343. วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
344. ภัทราวุธ ห้วยหงษ์ทอง
345. มานิตย์ บูชาชนก กรมศิลปากร
346. ศราวุฒิ เพียรธัญกรณ์ วิศวกรโยธา พระจอมเกล้าธนบุรี
347. นายนพรุจ หิญชีระนันทน์ (แสงศรัทธา ณ ปลายฟ้า นักเขียนอิสระ)
348. อรรณพ ยศโสภณ (Numthang.org)
349. สรยุทธ มังกรพลอย
350. เอกพล เธียรถาวร
351. จิรศักดิ์ ธนกาญจน์กุล
352. วุฒิกร แสงรุ่งเรือง
353. ขจรศักดิ์ สิริพัฒนกรชัย
354. เถกิง พัฒโนภาษ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
355. นายอดิเีรก พรมเสน
นศ.คณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง ม.ธรรมศาสตร์
356. ภูวิน บุณยะเวชชีวิน University of Hull
357. ทวีศักดิ์ เกิดโภคา รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
358. อัญชลี อนันตวัฒน์
359. เสาวนีย์ อเลกซานเดอร์
360. ชื่นขวัญ บุญทวี
361. รอมฎอน ปันจอร์ รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
362. นิศารัตน์ ฉายมงคลชัย / พนักงานบริษัท
363. เทพฤทธิ์ ภาษี
364. เลอสรร วรรณทอง / พนักงานบริษัท
365. นายชาย วีระสุนทรเดช
366. ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
367. ฝ้ายคำ หาญณรงค์ - ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศ​าสตร์ รุ่น 58 ผู้สูญเสียความเคารพในวุฒิภ​าวะของผู้บริหาร/สภามหาลัยฯ​(ทั้งหมด) อย่างสิ้นเชิง
368. สุรางค์รัตน์ จำเนียรพล
369. ปุรินทร์ นาคสิงห์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
370. ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
371. Tukta Tanasom / พนักงานบริษัท
372. ชนะไพรี ภูมี
373. ศิริวัฒน์ โปษะยานนท์ ศิษย์เก่า ม.เกษตร
374. สมภพ นิลกำแหง
375. พนิดา เสียงเลิศ แม่โจ้
376. จิตรกร หน่อแก้ว
377. อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ กลุ่มเสรีนนทรี
378. ธนรรถวร จตุรงควาณิช ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์
379. ไกรศร เรืองกูล พลเมืองเลอะเทอะครับ
380. นาวัฟ มะมิง / นักเขียนอิสระ
381. ปาณิสรา เทียนอ่อน--ป.โท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
382. Miqdad Wongsena-aree
383. วรวัฒน์ อาซิส
384. ภาส พัฒนกำจร
385. เพ็ญพิสุทธิ์ ถุงทรัพย์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต
386. ก่อเก้า ดอนไพร ม.เกษมบัณฑิต
387. กอบชัย กอบสุข ราษฏรเต็มกลั้น
388. ศิริรัตน์ ใจบุญ / ธุรกิจส่วนตัว
389. ภูริพัศ เมธธนากุล เกษตรศาสตร์
390. สมโชค กิตติสัทโธ
391. วรุตม์ เวฬุวรรณ อดีตนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศ​าสตร์ (มหาลัยสลิ่ม)
392. Chamaiporn Chatchvasvimol
393. ปกรวิช จำนงทอง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
394. ปฐมพร ศรีมันตะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
395. สมศักดิ์ อัศวลาภสกุล
396. นายธนากรณ์ ถาทะนะ นศ. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
397. วรรษชล ศิริจันทนันท์
398. กิตติกานต์ ปาณธูป รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
399. ธนิสสร มณีรักษ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
400. นายเดชาวัต ขจรเนติยุทธ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำเเหง
401. เมทินีย์ ภัสสราอุดมศักดิ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
402. ชิษณุ สุจริตจันทร์ ประชาชนคนธรรมดา
403. นาย สมพร แซ่ล้ม
404. ตุลย์ จิรโชคโสภณ (M.A. II) Department of History, University of Pune, India
405. วรมัน วัฒนสิงห์ (ประชาชนอิสระ ..ตัวคนเดียว)
406. รักนิรันดร์ วรรณวีรพงษ์ รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
407. ธวัชชัย ศรีฟ้าเลื่อน ประชาชนคนธรรมดา
408. เชือง คาร์เตอร์ Northern Beaches College - Northern Sydney Institute - TAFE NSW
409. นายซันไชน์ ไชยสมบูรณ์ California. U.S.A
410. สุธิดา วิมุตติโกศล คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (อดีตนิสิต มนุษยศาสตร์ เกษตรฯ)
411. เตือนสิริ ศรีนอก
412. อภิวัฒน์ แสงพัทธสีมา
413. ไตรรงค์ สินสืบผล
444. กฤตธี ระลึกฤาเดชกานต์
445. ทัศนภักดิ์ ช่างภาพ/ศิลปิน
446. นภัทร สาเศียร นิสิตปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
447. จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์
448. ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่/นักกิจกรรมสิทธิค​วามหลากหลายทางเพศ
449. จินตนา ทาคาซินา ประชาชนคนธรรมดา
450. วิภา ดาวมณี ธรรมศาสตร์
451. ภิญญพันธู์ พจนะลาวัณย์
452. สงกรานต์ คำคม นักศึกษา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาส​ตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
453. จิตราภา กันทะลอม พลเมือง เชียงใหม่
454. พิภพ อุดมอิทธิพงศ์ ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์
455. อ้อมขวัญ ศรีบุญเรือง พลเมือง
456. อมรรัตน์ ตีรณวัฒนากูล บัญชีมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
457. อดิศัย กาเหย็ม สงขลา
458. ธีรวรรณ บุญญวรรณ ลูกจ้างภาษีประชาชน
459. นายสายฝน ตรีณาวงษ์ จากพระนครศรีอยุธยา
460. สุมานะ อินทร์จันทร์ พนักงานบริษัท..
461. นิรมล ยุวนบุณย์
462. ณฐาวีร์ สุขเกษม ประชาชนของแผ่นดินไทย ผู้รักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการทุกรูปแบบค่ะ
463. ผการัตน์ ฉสกุลปัญโญ ประชาชนคนธรรมดาเจ้าค่ะ
464. แก้วตา เพชรรัตน์ นักกิจกรรม และภาพิตร เพชรรัตน์ สื่อมวลชน ค่ะ
465. Anon Chawalawan MA University for Peace
466. วันดี ธรรมจารี ลูกจ้างภาษีประชาชน
467. กิตติธัช เจริญศักดิ์
468. วนัสนันท์ สะสม
469. ปิยบุตร บุรีคำ
470. มาลัย รัตนาเจริญ
471. ธรธวัช ตุ้ยเขียว
472. นายนพพร นามเชียงใต้ครับ
473. ณฐาวีร์ สุขเกษม ประชาชนของแผ่นดินไทย ผู้รักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการทุกรูปแบบค่ะ
474. พัชรา เหล่าพูลทรัพย์ ร่วมด้วยอีกคนค่ะ
475. ภาวิณี เนตัตน์
476. สุรพงศ์ จินตนาภรณ์
477. จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัม​พ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประ​เทศไทย
478. วิภา มัจฉาชาติ กลุ่มคนงานTry Arm
479. จิตตินันท์ สุขโน ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อ​ินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศ​ไทย
480. มาณีวรรณ คุณพาณิชย์โชติ
481. สุมิตร ชลสวัสดิ์
482. ชิดชนก นิ่มนคร
483. นายทศพล ศรีนุช
484. มธุรา ประยงค์ แม่บ้านตัวจริง
485. พรเทพ แนวสูง
486. นิษฐา อยู่พร้อม
487. ปภัสสร ผลโพธิ์ นักศีกษาปริญญาโทนิเทศศาสตร​์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิร​าช
488. ยุทธพงศ์ ขันประกอบ
489. วิทยา พันธ์พานิชย์
490. มนัส ทองชื่น คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

491. สรณ ขจรเดชกุล
492. ขวัญตา มันตะเภา
493. อัญญกาญ จีระอัญการ
494. ขวัญจิตร ทองสิทธิ์ ประชาชนเต็มขั้นร่วมต้าน112
495. อรณิศา ข่าทิพย์พาที
496. ขจรพฏ โสภณสกุลแ้ก้ว นักศึกษาป.โทร่วมสถาบันที่ท​นไม่ได้ต่อเหตุการณ์นี้
497. อริยา พชรวรรณ
498. ทินารมภ์ ปุณณภค
499. พัชรี อังกูรทัศนียรัตน์
500. สุดที่รัก ใกล้ชิด
501. นางสาวยุภาวดี ฑีฆะ
502. จิรัตน์ เขียวชอุ่ม ร่วมคัดค้านด้วยคนครับ
503. วิรพา อังกูรทัศนียรัตน์
504. abdullah yuhannan mee2
505. สลาวอย ซีเซ็กฉ่าย
506. อำนาจ เสริมพงศ์สุวัฒน์
507. สมชาติ กลิ่นกลั่น
508. กฤษณา มานะกิจ
509. น.ส. นพเก้า ทิวารี
510. บุญญฤทธิ์ ราชเนตร คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศ​าสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
511. อภิชา ยอดจิตร
512. จิราภรณ์ หิรัญบูรณะ
513. พจมาน วงษ์พันธ์ ม.รามคำแหง
514. นภัส รุจิพรรณ
515. สุรพศ ทวีศักดิ์
516. วีรวุธ พรชัยสิทธิ์ ม.บูรพา
517. วันวิสาข์ บุญนพวรรณ
518. ปริวัตร พรหมเวชยานนท์ ม.รังสิต
519. คมสัน พรมรินทร์
สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์
520. นายรัฐศักดิ์ อนันตริยะ สำนักกฎหมายรฐธรรม
521. ปิดาโรจน์ ศักดาภิสัมพันธ์ ม.หอการค้า
522. นายฐิติพันธ์ ฉันทะรังสิพล
523. นายอัครวิช เงินกร
524. รังสรรค์ โยธาประเสริฐ คนไท
525. นายชาคริต คำพิลานนท์ ร่วมลงรายชื่อคัดค้านการจับ​กุมนายนรเวศย์ เศรษฐิวงศ์ ด้วยมาตรา 112
526. นายภูมิทรัพย์ รัตนาประภาพันธุ์ KU66
527. นายวิทิต กาพย์ไกรแก้ว
528. นางสาวปริณดา เมืองงาม ราษฎรเ็ต็มขั้น
529. เฟย์ อัศเวศน์
530. ทรงพล โคตรโสภา
531. นายสาธิต พุ่มเกิด
532. อาภรณ์ สีมาโรจน์
533. ภานุวัฒน์ ลึกซึ้ง คัดค้านกฎหมาย ม.112 ครับท่านประธาน
534. ชัชวนันท์ สันธิเดช KU56
535. อันธิฌา ทัศคร ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสต​ร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
536. ศรัณย์ ฉุยฉาย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
537. ธนินฉัตร เฉลิมพร รัฐศาสตร์ จุฬาฯ
538. Rossarin Kaewpangmark
539. สุนิดา อ่อนดีสวัสดิ์
540. น.ส.ณัชชๅ เพ็ชรดี
541. สุจิตรา อุ่นเอมใจ
542. อิสรพงษ์ ศรเสนา
543. กำพล วงศ์กุหมัด – ช่างไม้
544. พงษ์นริศ เดชเฟื่อง ช่างภาพข่าว ช่อง 9 อสมท
545. นายทรงธรรม ชูเงิน นิสิตปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย
546. นาวิกมูน เอกไชยกุล/ธุรกิจส่วนตัว
547. พงศธร ศรเพชรนรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี​ ม.ธรรมศาสตร์ รหัส 41
548. นายณัชพล ชูตลาด /มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภาควิชาการจัดการการท่องเที​่ยว
549. นาย สานนท์ ศุระศรางค์ ประชาชนทั่วไป
550. นายนิวัตชัย ขยายแย้ม คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
551. วีระพันธุ์ ตรีรัตน์พันธุ์
552. จิรัฐติกาล ไชยา นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาส​ตร์
553. รุจ ธนรักษ์
554. นายปรมินทร์ สนุกพงศธร นิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ
555. ว่าที่ ร.ต.ภาสพันธ์ ปานสีดา
556. ยุพรัตน์ โซ่มงคล
557. Sean Boonpracong, citizen
558. Sinanad Oldenburg ,, Citizen
559. สุจิตรา ชัชวัสวิมล
560. จิตรชนก คงจรัสพัฒน์ พนักงานบริษัทเอกชน
561. สุประวีณ์ รชตพิสิษฐ์ (ประชาชน)
562. นิพนธ์ วงค์มหาศิริกุล
563. ธนาวุธ ศรีสุข
564. วิศรุต ชัยเลิศฤทธิ์ มก.
565. มนศักดิ์ คล่องชัยนันต์
566. ธนพงศ์ จิตต์สง่า ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
567. มานะ สุขจันทร์ ราษฎร
568. ธัญญกาญจน์ อารีรักษ์ ธุรกิจส่วนตัว
569. เขมทัศน์ ปาลเปรม ราษฎรไทย
570. ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์ ประชาชนธรรมดา
571. จักราวุธ ปินะเก

(พิมพ์ชื่อ นามสกุล ตามด้วยองกรณ์ สังกัด หรืออาชีพ ปิดลงรายชื่อวันที่11/8/54 เวลา 0.00น.)

ที่มา: ร่วมลงรายชื่อคัดค้านการจับกุมนายนรเวศย์ เศรษฐิวงศ์ ด้วยมาตรา 112
http://www.facebook.com/event.php?eid=144266165656981

ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก แนวร่วมเสื้อแดง 1 ปี 6 เดือน ปรับ 12,000

ที่มา ประชาไท

10 ส.ค.54 เวลา 9.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.3456 /2553 ระหว่างพนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายโชคอำนวย สุรการ เป็นจำเลย โดยศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาว่า ไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
คดีนี้ พนักอัยการฟ้องจำเลยอันเนื่องมาจากการจับกุมจำเลยเกี่ยวกับการชุมนุมของ กลุ่มนปช.เมื่อเดือน มี.ค.-พ.ค.2553 ในหลายข้อหา โดยกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.53 จำเลยใช้รถจักรยานยนต์ วิ่งเข้าไปเส้นทางถนนพญาไท บริเวณปากซอยพญานาค หน้าโรงแรมเอเชีย ซึ่งส้นทางนี้ มีประกาศห้ามใช้เป็นเส้นทางคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และจำเลย มีอาวุธปืนพกรูปร่าง คล้ายปากกาขนาด .38 หนึ่งกระบอก และมีเครื่องกระสุนปืนรีวอลเลอร์ ขนาด.38 หนึ่งนัด ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และ จำเลยมีเครื่องวิทยุคมนาคมชนิดมือถือ โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้า พนักงาน
โดยในชั้นพิจารณาศาลชั้นต้น จำเลยได้รับสารภาพตามข้อกล่าวหาทั้งสิ้น และศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวมจำคุก 3 ปี และปรับ 24,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์การพิจารณา คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 12,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ กรณีเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.53 ( ศปช.) ระบุว่า นายโชคอำนวย สุรการ เป็นผู้เข้าร่วมในการชุมนุมของนปช. มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2552 รวมถึงการชุมนุมเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเขาถูกจับที่บริเวณ หน้าโรงแรมเอเชีย ปากซอยพญานาค ถนนพญาไทขณะเดินทางออกจากแยกราชประสงค์ เมือวันที่ 17 พ.ค.2553 และ ถูกควบคุมตัวมาโดยตลอดตั้งแต่วันถูกจับและปัจจุบันนี้ถูกขังอยู่ที่เรือนจำ พิเศษกรุงเทพฯ และนอกจากถูกฟ้องเป็นจำเลยคดีนี้แล้ว เขายังถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 5802/2553 ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ในข้อหาร่วมกันมีระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ 88 บ.67 (เอ็ม 67)จำนวน 1 ลูก และลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร แบบ เค 75 จำนวน 1 ลูก โดยพยานของโจทก์ซึ่งเป็นผู้จับกุมจำเลยอ้างว่า จากการสืบสวนได้ข้อมูลว่านายโชคอำนวย เป็นคนไกล้ชิดกับเสธ.แดงหรือพล.ต.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล แต่คดีที่ศาลจังหวัดพระโขนง ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยได้วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อน่าสงสัยหลายประการ

น้ำลดตอผุดDSIโบ้ยโดนมาร์ค-เทือกบี้ยัดคดีก่อการร้าย คอป.ชงยิ่งลักษณ์ชี้คนฆ่าลอยนวลไม่ยุติธรรม

ที่มา Thai E-News

มี 53 คนถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต ร้อยละ 10 มีอาการเครียดสูงมาก ในจำนวนนี้ 2 คน มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย การตั้งข้อหาร้ายแรงนี้เกิดจากแรงกดดันของผู้บริหารระดับนโยบาย ผู้ชุมนุมเห็นว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการกระทำเพียงฝ่ายเดียว ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีส่วนกระทำความผิดทางอาญา กลับยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี-รายงานบางตอนของคอป.ฉบับที่ 2 เตรียมเสนอนายกฯยิ่งลักษณ์

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 สิงหาคม 2554

วันนี้เวลา 08.30 -12.00 น. ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)จัดเสวนาในหัวข้อ เรื่อง “การเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงตามหลักสากล” โดยได้เปิดเผยรายงานฉบับที่ 2 พร้อมข้อเสนอแนะถึง รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยตอนหนึ่งนายสมชาย หอมละออ กรรมการ คอป. เปิดเผยว่า มีผู้ร่วมชุมนุม โดนตั้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้าย เพราะพนักงานสอบสวนถูกกดดันจากผู้บริหารระดับนโยบาย

ชี้ชัดตั้งข้อหาก่อการร้ายเกินกว่าเหตุผลการเมืองสั่ง แต่กลับไม่ดำเนินคดีทหารฆ่า

นายสมชาย หอมละออ กรรมการ คอป. ในฐานะประธานอนุกรมการค้นหาข้อเท็จจริง ในงานด้านกฎหมาย เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ถูกคุมขังนั้น ส่วนใหญ่ถูกตั้งข้อหาที่เกินเลยจากความเป็นจริง ซึ่งมีมากถึง 53 คน ที่ถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย และวางเพลิง ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามีโทษถึงประหารชีวิต

ทั้งนี้จากการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตั้งข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน คือตำรวจ-DSI และพนักงานอัยการพบว่า การตั้งข้อหาดังกล่าวนั้นเกิดจากแรงกดดันของผู้บริหารระดับนโยบาย อีกทั้งการจับกุมและตั้งข้อกล่าวหายังเป็นในลักษณะของการเหวี่ยงแห ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการยังไม่สามารถพิสูจน์พยานหลักฐาน

“จากการตรวจสอบพบว่ามูลเหตุสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงดำรงอยู่ คือ ความรู้สึกของผู้ที่ชุมนุมที่เห็นว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการกระทำ และกระบวนการยุติธรรมเพียงฝ่ายเดียว ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เชื่อว่ามีส่วนกระทำความผิดทางอาญาไม่มากก็น้อย ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม” นายสมชาย กล่าว

ทั้งนี้ คอป.จัดเวทีเสวนาในวันนี้เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคนักวิชาการ ผู้แทนองค์กรด้านการต่างประเทศ เรื่อง การเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความนรุนแรงตามหลักสากล ก่อนนำข้อมูลไปจัดทำรายงาน คอป.ฉบับที่ 2 นำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

เผยยังโดนขังคุก105คน เครียดสูง10%มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย2

นพ.รณชัย คงสกนธ์ ประธานอนุกรรมการการเยียวยา ฟื้นฟู และ ป้องกันความรุนแรง คอป. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจผู้ที่เป็นเหยื่อของเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง รวมถึงประชาชนและเจ้าหน้าที่ พบว่าส่วนใหญ่ยังมีความเครียดสูง อีกทั้งยังไม่ได้รับการเยียวยา และการชดเชย

สำหรับผู้ที่ร่วมชุมนุมและเกี่ยวข้อง ที่ถูกคุมขัง จำนวน 105 คน นั้น จากการเข้าไปสำรวจ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 54 พบว่า ร้อยละ 10 มีอาการเครียดสูงมาก ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมี 2 คนที่มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย

นพ.รณชัย กล่าวต่อว่าจากผลสำรวจดังกล่าว ทางอนุกรรมการฯ มีข้อเสนอแนะเบื้องต้นไปยังรัฐบาล จำนวน 8 ข้อ ได้แก่

1. เร่งเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจเหยื่อการชุมนุมให้มีความเข้มแข็งในใช้ชีวิต

2. รัฐบาลต้องเร่งรัดตั้งองค์กรเฉพาะกิจ เป็นศูนย์กลางด้านงบประมาณพื่อเยียวยาอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ เพราะจากการสำรวจพบว่าครอบครัวผู้ที่ถูกคุมขัง ต้องไปกู้เงินนอกระบบจำนวนมากเพื่อนำมาประกันตัว

3.รัฐบาลควรประเมินตัวเลขความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รวมถึงครอบครัว

4.รัฐบาลควรขยายขอบเขตการเยียวยา ฟื้นฟู ไปยังสังคมด้านอื่นๆ เช่น แหล่งที่อยู่ , แหล่งการค้า

5. ต้องจัดทำข้อเท็จจริง เผยแพร่ไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี ให้อภัย เกิดความเห็นใจ รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงเหตุการณให้กับทุกฝ่าย

6. เร่งช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุมขัง ตามแนวทางของกฎหมาย เพราะบางรายมีภาวะของความเครียด ซึมเศร้า และมีแนวโน้มฆ่าตัวตาย

7. รัฐบาลต้องเร่งรัดการประกันสิทธิ์ ผู้ที่ถูกคุมขัง รวมถึงตรวจสอบ จำแนกโทษที่แท้จริง

และ 8. ควรประสานความร่วมมือไปยังองค์กร หน่วยงานและทุกภาคส่วน และร่วมกับบูรณาการการทำงานภายใต้องค์กรกลางที่ดูแลข้อพิพาททางการเมือง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพี่อให้การทำงานเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:รวมเอกสารมัดแน่นเช็กบิลหนี้เลือดวีรชน2553


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 สิงหาคม 2554

1.เอกสารที่สุเทพ เทือกสุบรรณ และพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด สารภาพว่าเป็นของจริง

สาระสำคัญของเอกสารคือ:นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งการ นายสุเทพรับมอบหมาย นายทหารตั้งแต่ผบ.ทบ.รับงานไปสังหารผู้ชุมนุม ผลคือตาย 92 ศพ เจ็บกว่า2,000 สุดท้ายจับกุมฝ่ายผู้ชุมนุมไปขังคุกไว้400คนเศษ

2.เอกสารที่ทหารยอมรับว่ามีการปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อให้คนมองผู้ชุมนุม เสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้าย เพื่อออกใบอนุญาตฆ่า โดยคนในสังคมเห็นคล้อยตามไม่คัดต้าน

AW-SP-69-81

สาระสำคัญของเอกสารคือ:ทำไมการสลายการชุมนุมคราวนี้ได้รับการสนับ สนุนจากประชาชนจำนวนมาก และสื่อกระแสหลักนำเสนอแต่ภาพเผาบ้านเผาเมือง ไฟไหม้ห้าง เผาโรงหนังสยาม(และคำบ่นว่า พวกเสื้อแดงเลวสมควรตาย)

คำตอบก็คือเพราะการทำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล และทหารได้ผลมีประสิทธิภาพในการล้างสมองให้คนในสังคมคล้อยตาม

3.เอกสารแผนการรบเต็มอัตราศึกต่อผู้ชุมนุม และรายงานผลชัยชนะของฝ่ายทหาร

Lesson 7

สาระสำคัญของเอกสารคือ:ทหารยอมรับว่า นโยบายรัฐบาลชัดเจนมาตลอดที่จะใช้มาตรการทางทหารกดดันม็อบกลุ่ม นปช. ความชัดเจนก็คือนโยบายกระชับวงล้อม เพื่อการยุติ การชุมนุมไม่ใช้การกระชับวงล้อมเพื่อเปิดการเจรจา ..และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ศอฉ.ในวันที่ 12 พฤษภาคม ให้ฝ่ายทหารเริ่มต้นปฏิบัติการตามแผนยุทธการที่ได้วางไว้

ยุทธการกระชับวงล้อมเมื่อ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 เป็นการปฏิบัติทางทหารเต็มรูปแบบ จึงเห็นได้ว่าภารกิจชัดเจน คือการกระชับวงล้อมด้วยกระสุนจริง ที่ใช้อาวุธยุทธโธปกรณ์ทางทหารเต็มอัตราศึก ทั้งกำลัง อาวุธประจำกายที่ทันสมัย ชุดสไนปอร์


4.เอกสารระบุชื่อนายทหารระดับบังคับบัญชาต่อกรณีสังหารผู้ชุมนุม10เมษา-19พฤษภาคม53







สาระสำคัญของเอกสารคือ:เป็นการเปิดเผยรายชื่อนายทหารระดับผู้บังคับ บัญชาในการควบคุมการสังหาร และรายชื่อเหยื่อผู้ถูกสังหาร ซึ่งทำให้รู้ชัดเจนว่านายทหารคนใดต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและทางแพ่ง

เพิ่มเติม:
-โฉมหน้าและรายชื่อทีมสังหารโหดเหยื่อวัดปทุมฯ


-เปิดโฉม2มือสไนเปอร์สังหารเสื้อแดง

5.เอกสารคอป.ชุดอภิสิทธิ์ตั้งชี้ชัดทหารฆ่าอย่างน้อย13ศพ ต้องเอาทหารขึ้นศาล แต่DSIถูกแทรก ศาลไม่เข้าใจทำให้ไม่ให้ประกันนักโทษเสื้อแดง

หนังสือเรียนนายกรัฐมนตรี เรื่องรายงานความคืบหน้า 6 เดือนแรก

รายงานความคืบหน้า คอป ครั้งที่ 1


สาระสำคัญของเอกสารคือ:พบว่าอย่างน้อยผู้เสียชีวิต ๑๓ ราย เกิดจาก การกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ ไม่มีตอนใดเลยกล่าวถึงชายชุดดำว่าเป็นผู้สังหารเหยื่อ10เมษายน-19พฤษภาคม 2553 แต่การทำงานของตำรวจและDSIถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซง เพราะไม่มีการดำเนินคดีต่อทหารและฝ่ายการเมือง ขณะที่ศาลไม่เข้าใจเหตุการณ์กลับดำเนินคดีต่อนักโทษเสื้อแดงเหมือนคดีอาญา ทั่วไป ไม่ยอมให้ประกันตัว แต่คอป.ไม่เห็นด้วยกับการนิรโษกรรม

ทักษิณอินมิวนิกงานนี้แค่'บังเอิญ'ไม่เกี่ยวกับโบอิ้ง..?

ที่มา Thai E-News

ไปอัพวีซ่า?-พ.ต.ท .ทักษิณ ชินวัตร ท่ามกลางการต้อนรับของเสื้อแดง สหภาพยุโรปที่เมืองฮัมบวร์กเมื่อ 9 สิงหาคม โดยเขาบินตรงมาจากเมืองมิวนิก หลังจากไปที่เมืองนั้นเมื่อ 5 สิงหาคม เพื่อ"อัพวีซ่า"หลังจากทางการเยอรมันได้ยกเลิกคำสั่งห้ามเขาเข้าประเทศเมื่อ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 สิงหาคม 2554

อย่างไรก็ดี หากดูไทม์ไลน์เรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าเยอรมัน กับกรณีอายัด-ถอนอายัดโบอิ้ง 737 ก็จะพบว่าเกิดขึ้นในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอย่าง"บังเอิญ"..

ลำดับเหตุการณ์ความบังเอิญกรณีโบอิ้งกับทักษิณ

-12 กรกฎาคม 2554 เยอรมันอายัดทรัพย์เครื่องบินโบอิ้งส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมฯที่สนามบินมิวนิก
-15 กรกฎาคม 2554 เยอรมันยกเลิกคำสั่งห้ามทักษิณเดินทางเข้าประเทศ
-20 กรกฎาคม 2554 ศาลเยอรมันตัดสินให้ถอนอายัดโบอิ้ง แต่ต้องวางเงินประกัน20ล้านยูโร
-31 กรกฎาคม 2554 หน่วยงานในพระองค์สมเด็จพระบรมฯแถลงการณ์จะพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ระงับข้อพิพาท
-1สิงหาคม 2554 อภิสิทธิ์แถลงว่า รัฐบาลกราบบังคมทูลว่าจะขอไปดำเนินการตามแนวทางด้วยตัวของรัฐบาลเองก่อน
-5 สิงหาคม 2554 ทักษิณเดินทางไปมิวนิก เยอรมัน
-9 สิงหาคม 2554 ทักษิณเดินทางต่อไปฮัมบวร์กพบกับนปช.อียูซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนับสนุน
-9 สิงหาคม 2554 อภิสิทธิ์แถลงว่า เยอรมันได้ยอมคืนเครื่องบินส่วนพระองค์แล้ว หลังจากที่รัฐบาลไทยได้วางเงินประกันในคดีหลัก ไม่ใช่คดีเครื่องบิน ซึ่งเป็นเงินรัฐบาล

คนเสื้อแดงนปช.สหภาพยุโรปได้นำเสนอภาพข่าวพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปเยี่ยมนปช.สหภาพยุโรปที่เมืองฮัมบวร์ก ในเวบไซต์ thairedeuเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมานี้




มีรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าเยอรมันเมื่อวันศุกร์ที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายหลังจากทางการเยอรมันยกเลิกคำสั่งห้ามเข้าประเทศเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเดินทางมาที่เมืองมิวนิก ซึ่งแกนนำนปช.ยุโรปได้เดินทางไปพบและทราบเพียงว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางมา เพื่อ"อัพวีซ่า"หลังจากทางการเยอรมันอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศได้อีกครั้ง

จากนั้นแกนนำนปช.อียูได้ร้องขอให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางต่อไปยังเมืองฮัม บวร์ กด้วยเครื่องบินส่วนตัวเพื่อพบกับผู้สนับสนุนจากหลายประเทศในยุโรปที่เดิน ทางมารวมตัวกันที่วัดไทยในฮัมบวร์ก และจากนั้นก็บินกลับดูไบ

แกนนำของนปช.อียูรายงานข่าวนี้ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา พ.ต.ท ทักษิณ ได้เดินทางถึงฮัมบวร์ก ซึ่งการมาเยือนครั้งนี้เป็นความตั้งใจตามที่เคยโฟนอินมาให้กำลังใจพี่น้อง เสื้อแดงที่เยอรมัน ในตอนหนึ่งว่า"เมื่อไหร่ที่เราชนะการเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ผมจะไปเยี่ยมพี่น้องในเยอรมันเป็นประเทศแรก " และวันนี้ก็ไม่ลืมที่จะทำตามสัญญาที่เคยลั่นวาจาไว้ บินตรงมาหาพี่น้องเราโดยเฉพาะ

โดยในเวลา 11.30 น. วันที่ 9 สิงหาคม เครื่องบินส่วนตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีลงที่สนามบินเมืองฮัมบวร์ก นปช.อียูได้ไปต้อนรับที่โรงแรมแห่งหนึ่ง และพาพ.ต.ท.ทักษิณไปกราบนมัสการคณะสงฆ์ และพบพี่น้องเสื้อแดงที่วัดพุทธบารมี

"เมื่อประตูศาลาเปิดรับท่านนายกฯ เสียงสดๆปราศจากดนตรีของคุณแป๊ะ บางสนาน ศิลปินเสื้อแดงที่อยู่ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรปได้ร้องเพลง"รอวันเธอ กลับมา" เรียกน้ำตาจากพี่น้องพากันไปรอรับ จนทำให้ท่านนายกฯถึงกลับน้ำตาซึมตื้นตันใจในความรักที่พวกเรามีให้กับท่าน และยังมีเซอร์ไพส์ด้วยขนมเค้กและร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบริดเดย์ย้อนหลังให้ กับท่าน หลังจากได้ทักทายกับพี่น้องเรียบร้อยก็ได้เข้าสนทนาธรรมกับท่านเจ้าอาวาส รวมทั้งการสวดเสริมบารมีต่อดวงชะตา ถวายสังฆทาน เป็นอันเสร็จพิธี"แกนนำนปช.ยุโรปรายงานบรรยากาศ

จากนั้นได้เดินทางไปยังร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเมืองฮัมบวร์ก เพื่อรับประทานอาหารเย็นกับพี่น้องเสื้อแดงและคณะกรรมการ นปช.อียูที่เดินทางมาจากหลายๆประเทศครบถ้วนพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ และเจ้าภาพเยอรมัน พอถึงเวลาจึงได้เดินทางกลับดูไบ โดยไม่ได้พักค้างคืนที่ฮัมบวร์ก ใช้เวลาอยู่กับพี่น้องเสื้อแดงในยุโรปเป็นเวลา 5 ชั่วโมง ถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจที่พวกเราคนเสื้อแดงในสหภาพยุโรปได้รับจากนายกฯใน ดวงใจ ที่ชื่อ พ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตร

ชมคลิปวีดิโอและภาพกิจกรรมทั้งหมดที่ www.thairedeu.com

เสื้อแดงกับครม.ใหม่

ที่มา Thai E-News


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
ภาพการ์ตูนประกอบ GAG LAS VEGAS

นักการเมืองพรรคเพื่อไทยจำนวนมากคงมองว่า การแต่งตั้งแกนนำเสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ “จะสร้างภาพไม่ดี” ก็คงจริงถ้าคิดว่า “ภาพที่ดีของ ครม.” คือภาพของผู้ที่จะไม่ทำอะไรเลยเพื่อพัฒนาสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม


การทื่ ครม. ใหม่มีคนอย่าง เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งเป็นนักการเมือง รูป แบบเก่าที่มีภาพเป็นนักเลง เป็นต้นตำรับการสร้างสองมาตรฐานทางกฏหมายในกรณีลูกชายอันธพาล และมีข้อกล่าวหาว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้า(เซ็นเซอร์) สร้างภาพอะไร?

ผมไม่รู้จัก พล .อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เขาอาจเป็นคนดีที่รักประชาธิปไตยก็ได้ ผมไม่ทราบและไม่วิจารณ์เขาเป็นส่วนตัว

แต่คำถามคือ เมื่อไรประเทศไทยจะสร้างวัฒนธรรมที่รัฐมนตรีกลาโหมต้องเป็นพลเรือน? เมื่อไรจะต้องมีการลาออกจากตำแหน่งทางทหารหรือตำรวจ ก่อนที่จะมาเป็น สส. หรือรัฐมนตรีได้?

เรื่องนี้สำคัญเพราะถ้าเราจะมีประชาธิปไตย และประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินจริง ทหารต้องถูกบังคับให้ยุติบทบาททางการเมืองโดยสิ้นเชิง และกองทัพต้องรับใช้ประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่ากองทัพรับใช้ผลประโยชน์ตนเองแล้วมาอ้างว่าทำ “เพื่อกษัตริย์” โดยปิดปากคนที่คัดค้านด้วยกฏหมาย 112

การสร้างภาพของ ครม. และรัฐบาลใหม่ นอกจากจะมีเรื่องบุคคลที่นั่งเก้าอี้แล้ว ยังมีภาพประธานสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ต้องคลานเข้าไปหาคนที่ไม่เคยได้รับการเลือกตั้ง

ในประเทศอังกฤษ เวลาราชินีเปิดสภา ราชินีถูกบังคับให้อ่านนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง

อีกภาพหนึ่งที่เราเห็นกันคือการไว้ทุกข์ของ ครม. ผมอยากถามว่า เมื่อไรจะมีการไว้ทุกข์ให้คนเสื้อแดงที่เสียสละชีวิตเพื่อประชาธิปไตย และต้องตายจากมือทหาร? ถ้าไว้ทุกข์ให้เสื้อแดงไม่ได้ อย่าไปหวังว่าจะนำคนที่สั่งฆ่าประชาชนมาขึ้นศาล

ถ้าถาพ “ที่ดี” ของ ครม. ปัจจุบัน เป็นภาพเน่าๆ แบบนี้ ผมขอฟันธงว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ไม่มีแกนนำเสื้อแดงใน ครม. เพราะเดี๋ยวก็จะเปรอะเปื้อนไปด้วย

แต่มันมีสาเหตุสำคัญกว่านี้ที่แกนนำเสื้อแดงไม่ควรรับตำแหน่งใน ครม. เพราะประวัติศาสตร์การเมืองสากลมีตัวอย่างของรัฐบาลที่นำคนก้าวหน้าเข้ามาใน ครม. เพื่อสร้างภาพ ปิดปาก คุม และนำมาเป็นพวก

คนก้าวหน้าดังกล่าวจะโดนกดดันจากนักการเมืองล้าหลัง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ใน ครม. ให้คล้อยตามคนส่วนใหญ่

ตัวอย่างที่ดีคือการนำ สส. ฝ่ายซ้ายมาเป็นรัฐมนตรีแรงงานใน ฟิลิปปินส์ และอังกฤษ ในไทยกรณีที่อันตรายที่สุดคือการเอาแกนนำเสื้อแดงมาเป็นรัฐมนตรียุติธรรม แล้วพอรัฐบาลไม่ทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหานักโทษ หรือการฆ่าประชาชนโดยทหาร ก็โยนความรับผิดชอบให้รัฐมนตรีคนนั้น

ดีแล้วครับที่แกนนำเสื้อแดงไม่อยู่ในสถานะแบบนั้น

การที่แกนนำเสื้อแดงไม่ได้มีตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ เป็นโอกาสทองสำหรับขบวนการเสื้อแดงที่จะพิสูจน์ความอิสระจากพรรคเพื่อไทย และออกมาชุมนุมและรณรงค์ให้ ปล่อยนักโทษการเมือง ลงโทษผู้สั่งฆ่าประชาชน ยกเลิกการเซ็นเซอร์สื่อและกฏหมาย 112 ปฏิรูปกองทัพ และเรื่องสำคัญๆ อื่นๆ ที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยและเสรีภาพ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะรับประกันว่าวีรชนจะไม่ตายเปล่า และเสื้อแดงในคุกจะไม่ถูกขังลืม

คำถามสำคัญคือ แกนนำเสื้อแดงพร้อมที่จะรับภาระนี้หรือไม่ หรือจะมีส่วนร่วมในการสลายเสื้อแดงเพื่อยอมจำนน?

บางคนอาจบอกให้เรา “ใจเย็น” แต่ช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งพิสูจน์ว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศต่อต้านเผด็จการทหารและการฆ่าประชาชน เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดที่จะรุกสู้และลดบทบาทอำมาตย์ อย่างที่ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เสนอ
“ไม่ ควร(มีใคร)ที่จะบอกให้พี่น้องเสื้อแดงถอย ท่านควรจะนำทวงความยุติธรรมให้กับพี่น้องที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ถ้าเราไม่ใช้เวลานี้รุกสะสางเรื่องนี้ จะรอให้รุกเวลาไหน จะรอเวลาที่อำมาตย์เข็มแข็งอย่างนั้นหรือ เราควรกำหนดเวลา 1 เดือน เอาพี่น้องของเราออกจากเรือนจำ 3 เดือนต้องสะสางคดีการสังหารหมู่ประชาชน และชดเชยชดใช้เยียวยาวีรชน.... ถ้าถอยหมายถึงสลาย ... รอให้อำมาตย์แข็งแรง กลับมาสังหารพี่น้องเสื้อแดงอีก”

การเลือกตั้งที่ผ่านมามีความสำคัญในประเด็นเดียวเท่านั้น คือการพิสูจน์ว่าคนส่วนใหญ่ไม่เอาทหารเผด็จการและอภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือด การมีรัฐบาลใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะมีความหมายเป็นสูญ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นเราเลิกเกรงใจพรรคเพื่อไทยได้แล้ว ถ้าจำเป็นต้องค้านรัฐบาลหรือกดดันรัฐบาล เสื้อแดงต้องทำ

เพราะเราไม่ใช่พวกเดียวกันถ้าทอดทิ้งเพื่อนได้ง่ายแบบนี้

ภาพถ่ายที่อ้างว่า'อาจจะ'เป็น'หมอชัยชน'บวชพระ

ที่มา Thai E-News




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 สิงหาคม 2554

มีผู้นำภาพของพระภิกษุรูปหนึ่งออกเผยแพร่ (ดูลิ้งค์) อ้างว่าเป็นนายแพทย์ชัยชน โลว์เจริญกุล บวชเป็นพระภิกษุอยู่ ณ วัดแห่งหนึ่ง ในจังหวัดแถวภาคอีสาน

โดยในภาพเป็นภาพขณะพระภิกษุที่อ้างกันว่า"อาจจะ"เป็นนายแพทย์ชัยชนกำลัง ออก บิณฑบาต โดยมีภาพหนึ่งกำลังรับนิมนต์จากหญิงชาวบ้านที่ตักบาตรด้วยข้าวเหนียว
รูป ภาพพระภิกษุดังกล่าวมีหน้าตาคล้ายกับรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัยชน โลว์เจริญกุล หัวหน้าสาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการรักษาผู้ป่วยโรคลมชักครบวงจรในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

นายแพทย์ชัยชน ไม่ได้ปรากฎตัวทางสาธารณะมาช่วงระยะเวลานานพอสมควร จากที่คนไทยคุ้นเคยมาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามไทยอีนิวส์ไม่ขอยืนยันว่านี่เป็นภาพจริงของพระภิกษุชัยชน จริง หรือไม่ และหากใช่ก็ไม่มีข้อมูลอื่นใดว่าถ่ายไว้เมื่อใด และสถานที่ใด

อย่างไรก็ตามในลิ้งค์ที่มีผู้นำภาพ 2 ภาพนี้เผยแพร่ระบุไว้ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 ในเวบไซต์กูเกิ้ล ในส่วนguru googleในหัวข้อเรื่อง รศ.ดร.นพ.ชัยชน โลว์เจริญกุล หายไปไหน

ทั้งนี้นายแพทย์ชัยชนม์เคยให้สัมภาษณ์ว่า สนใจปฏิบัติธรรมมาก "ตอนช่วงปิดเทอมปี ๓ ผมก็เลยไปบวชอยู่ ๒๐ วัน ได้ความสงบบ้าง ตอนนั้นการปฏิบัติยังน้อย " นอกจากนั้นได้กล่าวว่า "เคยคิดจะบวช แต่พระอาจารย์ที่สอนผมท่านบอกว่ายังไม่ถึงเวลา คือ ท่านคงจะมีญาณรู้อนาคต ว่าเราจะต้องรับผิดชอบงานใหญ่อะไรบางอย่าง หรือยังมีภารกิจอะไรบางอย่างที่ต้องทำให้เรียบร้อย ถ้าบวชไป ใจอาจจะไม่สงบ "

ได้แต่อธิษฐานไว้ ถ้ามุ่งตรงต่อกระแสพระนิพพานได้ก็พอใจแล้ว เพราะรู้สึกเบื่อภพชาติมาก ถ้าเป็นชาติสุดท้ายได้ ก็คงจะดีมาก ...สำหรับผม ธรรมะเป็นลมหายใจ ถ้าขาดลมหายใจ เราอยู่ไม่ได้ฉันใด ขาดธรรมะ ชีวิตก็ดำรงอยู่ไม่ได้ฉันนั้น

สารคดีBBC:ประเทศไทยความยุติธรรมใต้เปลวไฟ

ที่มา Thai E-News









ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งคนใหม่เป็นสตรี และให้คำมั่นจะให้ความยุติธรรมต่อเหยื่อสังหารของทหาร ซึ่งในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 90 ศพ จากเหตุการณ์ปะทะนองเลือด ระหว่างผู้ประท้วงกับกองทัพใจกลางนครหลวงของไทย

Fergal Keane ผู้สื่อข่าวมือรางวัลของBBCได้ทำข่าวสารคดีเชิงสืบสวนสอบสวนจากบรรดาญาติ เหยื่อที่ถูกสังหาร ซึ่งได้พยายามค้นหาความเป็นจริงเกี่ยวกับญาติผู้ล่วงลับอันเป็นที่รักของพวก เขาว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ ซึ่งทำให้ผู้สื่อข่าวBBCสำรวจพบว่า อะไรอยู่เบื้องหลังโศกนาฎกรรมที่ลึกลงไป

ที่มา:BBC