WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, August 21, 2011

กวีประชาไท: มึงสร้าง-กูเผา

ที่มา ประชาไท

ถ้ามึงสร้างให้มึงรู้กูจะเผา

เหรินเราบ้านกูแต่ปู่ย่า

หวงแหนทรัพย์บนดินสินในนา

เบิกร้างถางทาแผ่นดินกู

ทั้งเลนาป่าเขาเฝ้ารักษา

วัฒนธรรมสร้างมาบนวิถี

เบิกบานกันมาชั่วตาปี

พวกรัฐชี้แผ่นดินนี้ต้องลงทุน

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะเข้ามา

แค่หลับตารินร่าก็พร่าไหล

เวลานั้นจะอยู่กันอย่างไร

ทุนชั่วทำลายมันย่ำยี

ลองดูถ้าอยากรู้ก็จงสร้าง

บนที่ทางแผ่นเลือดมึงชดใช้

ไม้หลาวแหลมแทงเหม็ดซาดคนจัญไร

คนปักษ์ไต้ร่วมขับไล่พวกนายทุน

เลือดมันข้นคนเข้มเมืองด้ามขวาน

อย่าหวังได้รุกรานเข่นวิถี

นักเลงใต้อย่าได้หวังมึงลองดี

พวกอัปปรีย์ออกไปจากบ้านกู

มาเถิดมาพวกเราเหล่าคนใต้

ยุคสมัยภัยร้ายตามไล่ล่า

ทุนชั่วอุตสาหกรรมดาหน้ามา

เราจะยืนเราจะท้าให้รู้กัน

แด่ปฎิบัติการเพชรเกษม 41
ปราโมทย์ แสนสวาสดิ์

ชำนาญ จันทร์เรือง: ศาลปกครองไม่มีอำนาจออกคำบังคับต่อวุฒิสภา

ที่มา ประชาไท

จาก กรณีที่นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจรได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ต่อศาลปกครอง โดยศาลปกครองกลางได้ออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาและศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งปรากฏเป็นข่าวตามสื่อสารมวลชนโดยทั่วไปว่าความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดี ซึ่งเป็นตุลาการนอกองค์คณะว่าการกระกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีน่าจะเป็นการกระทำ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามกระบวนการพิจารณาคดีของศาลปกครองที่ต้องมีการถ่วงดุล ระหว่างตุลาการองค์ คณะกับตุลาการนอกองค์คณะที่เข้าร่วมฟังข้อเท็จจริงในคดี โดยความเห็นดังกล่าวจะไม่ผูกพันองค์คณะผู้พิพากษาที่จะออกคำพิพากษาในวันที่ ๒๒ ส.ค. นี้ แต่ถ้าองค์คณะผู้พิพากษามีความเห็นต่างจากนี้จะต้องมีเหตุผลชี้แจงให้ชัดเจน

ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่ทราบผลของการอ่านคำพิพากษาแต่อย่างใด

ประเด็น ที่ผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปนี้มิใช่ประเด็นว่าผลแห่งคำพิพากษาจะ เป็นเช่นไร ใครแพ้ใครชนะคดี หรือประเด็นข้อเท็จจริงในคดีเป็นเช่นไร แต่จะเป็นการนำเสนอความเห็นในประเด็นที่ว่าศาลปกครองสามารถออกคำบังคับต่อ วุฒิสภาได้หรือไม่

เมื่อเราพิจารณาถึงอำนาจของศาลปกครองแล้วเราจะ เห็นได้ว่าศาลปกครองไม่มี อำนาจออกคำบังคับองค์กรอื่นดังเช่นศาลรัฐธรรมนูญที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐ ธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐตามมาตรา ๒๑๖ วรรคห้า แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯแต่อย่างใด แต่ศาลปกครองมีอำนาจในการออกคำบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง แห่ง พรบ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ แล้วจะเห็นได้ว่า ศาลปกครองมีอำนาจออกคำบังคับได้เพียงอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เท่านั้น คือ

(๑) สั่งให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งหรือสั่งห้ามการกระทำทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีที่มีการฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑)

(๒) สั่งให้หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลปกครองกำหนด ในกรณีที่มีการฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

(๓) สั่งให้ใช้เงินหรือให้ส่งมอบทรัพย์สินหรือให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการโดย จะกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขอื่น ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ในกรณีที่มีการฟ้องเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดของหน่วยงานทาง ปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือการฟ้องเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

(๔) สั่งให้ถือปฏิบัติต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีการฟ้องให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงความเป็นอยู่ของสิทธิหรือหน้าที่ นั้น

(๕) สั่งให้บุคคลกระทำหรือละเว้นกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

กอปร กับวุฒิสภาก็มิใช่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามนิยาม ศัพท์ของ พรบ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีทางปกครองฯแต่อย่างใดอีกเช่นกันเพราะ

"หน่วย งานทางปกครอง" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ ดำเนินกิจการทางปกครอง

"เจ้าหน้าที่ของรัฐ" หมายความว่า

(๑) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง คณะบุคคล หรือผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานทางปกครอง

(๒) คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท คณะกรรมการหรือบุคคลซึ่งมีกฎหมายให้อำนาจในการออกกฎ คำสั่ง หรือมติใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อบุคคล และ

(๓) บุคคลที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของหน่วยงานทางปกครอง

ซึ่ง จะเห็นได้ว่าวุฒิสภาไม่ได้เป็นหน่วยงานทางปกครองและไม่ได้เป็นเจ้า หน้าที่ของรัฐที่อยู่ในบังคับของศาลปกครองแต่อย่างใด แต่เป็นองค์กรนิติบัญญัติที่ใช้อำนาจอธิปไตยเช่นเดียวกับศาลปกครองนั่นเอง

แล้วจะทำอย่างไร

โดย หลักทั่วไปแล้วศาลจะไม่พิพากษาเกินคำขอ ในเมื่อนายสุรนันท์ มีคำขอท้ายฟ้องแค่ให้ส่งชื่อให้เพิกถอนการดำเนินการที่ทำไปแล้ว และให้ชดใช้ค่าธรรมเนียมศาลเท่านั้น ฉะนั้น จึงไม่กระทบต่อกระบวนการสรรหาทั้งหมดและที่สำคัญก็คือขั้นตอนการสรรหาดัง กล่าวนี้อยู่ในขั้นตอนของการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญของวุฒิสภาแล้ว อย่างมากก็จะสามารถทำได้เพียงส่งชื่อนายสุรนันท์เข้าไปให้วุฒิสภาพิจารณา เท่านั้น ส่วนจะพิจารณารับหรือไม่รับเรื่องนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญก็คือผลแห่งคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นจะยังไม่มีผลบังคับในทันที หากคดียังไม่ถึงที่สุด หรือหากยังไม่พ้น ๓๐ วันถ้า ไม่มีการอุทธรณ์ตามมาตรา ๗๓ แห่ง พรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯ

แน่นอนว่าผู้ถูกฟ้องคดีคือคณะกรรมการสรรหาฯซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯก็ต้องรับไปเต็มๆ หากแพ้คดีครับ

องค์กรแรงงาน เสนอ 4 มาตรการ 5 ข้อเสนอ 33 วิสัยทัศน์ นโยบายของผู้ใช้แรงงาน

ที่มา ประชาไท

สภาศูนย์กลางแรงงานฯ และเครือข่าย เสนอ 4 มาตรการ 5 ข้อเสนอ 33 วิสัยทัศน์ นโยบายของผู้ใช้แรงงาน จี้รัฐบาลเพื่อไทย คุ้มครองแรงงาน - เร่งดำเนินการโครงการเม็กกะโปรเจ็ก เช่น ขุดท่าเรือน้ำลึก แลนด์บริดจ์ โครงการผันน้ำโขง ฟื้นฟู 26 ลุ่มน้ำ รถไฟรางคู่

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 54 ที่ผ่านมา สภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย, สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ, สหพันธ์แรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย และสหพันธ์แรงงานกระดาษและการพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ "4 มาตรการ 5 ข้อเสนอ 33 วิสัยทัศน์ นโยบายของผู้ใช้แรงงาน" เรียกร้องให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยดำเนินแนวทางแก้ไขปัญหาผู้ใช้แรงงาน ดังนี้

4 มาตรการ 5 ข้อเสนอ 33 วิสัยทัศน์ นโยบายของผู้ใช้แรงงาน

1. มาตรการทางกฎหมาย

2. มาตรการทางเศรษฐกิจ

3. มาตรการทางการเมือง

4. มาตรการการจัดการ

1. มาตรการทางกฎหมาย
1.1 ให้ปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ

2. มาตรการทางเศรษฐกิจ
- เร่งจัดเก็บภาษีอากรเพื่อจัดงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีสำนักทรัพย์สิน
- มาตรการทางภาษี ยกเลิกมาตรการภาษีที่ซ้ำซ้อน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ใช้แรงงาน

3. มาตรการทางการเมือง
- ให้มีการแสดงออกถึงสิทธิ เสรีภาพครบริบูรณ์ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ยกเลิกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ
- ให้ยึดหลักประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด เช่น ให้มีการจัดประชุมปรึกษาหารือร่วมทุกฝ่ายและทำข้อตกลงร่วมกัน
- รัฐต้องไม่แทรกแซงและขัดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อผู้ใช้แรงงานแสดงออกตามวิถีทางประชาธิปไตย หรือเรียกร้องสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้

4. มาตรการจัดการร่วม
- ให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมระหว่าง รัฐ กระทรวง นายจ้าง ลูกจ้าง และศาล เพื่อเป็นมติในการดำเนินการร่วมกัน
- การจัดประชุม 2 ฝ่าย ระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง
- จัดประชุม 3 ฝ่าย หรือ 4 ฝ่าย ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5 ข้อเสนอ

1. เร่งดำเนินการรัฐสวัสดิการ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย

2. เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพงมีผลกระทบต่อผู้บริโภค ให้จัดหาสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายในย่านอุตสาหกรรมเพื่อลดค่าครองชีพ เพิ่มมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ค่าไฟฟ้าฟรี, ค่าน้ำประปาฟรี, ค่ารถไฟฟรี, ค่ารถเมล์ฟรี ฯลฯ ให้ทั่วถึงและเป็นจริง

3. รับรองอนุสัญญา 87,98

4. การเพิ่มค่าจ้าง

5. การพัฒนาฝีมือแรงงานตอบสนองรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น

33 วิสัยทัศน์ นโยบายแรงงาน

1. ต้องสร้างความร่วมมือด้วยกันทุกฝ่าย คือ 1) ภาครัฐ กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) ภาคการลงทุนคือผู้ประกอบการ สถาบันการเงินสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และ 3 ) ภาคการผลิตอุตสาหกรรม คือผู้ใช้แรงงาน สภาองค์การลูกจ้าง สหพันธ์แรงงาน สหภาพแรงงาน 4) ภาคเกษตรกรรม ชาวไร่ ชาวนา พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไป

2. เร่งจัดตั้งรัฐบาลให้มีเสถียรภาพและเป็นประชาธิปไตย (การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ยกเลิกกลุ่มหรือคณะบุคคลหรือองค์กรที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง)

3. จัดระบบค่าจ้าง ความปลอดภัย สวัสดิการ สิทธิทางการเมือง ตามที่บัญญัติไว้ในหลักกฎหมายและบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ / กระทรวงแรงงานต้องจัดการกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และจัดระบบคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน / กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ขยายวงเงินให้กับผู้ถูกเลิกจ้าง ปรับปรุงเงื่อนไขให้เหมาะสมและสอดคล้องในการรับสิทธิประโยชน์ให้ลูกจ้างมี สิทธิ กรณีมีการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชย

4. สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนต้องได้รับการตอบสนองครบถ้วน การเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสำหรับผู้ประกันตน

5. พัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับการลงทุน และการผลิต / พัฒนาผีมือแรงงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี / จัดทำแผนแม่บทว่าด้วย การทำงานในต่างประเทศ การใช้แรงงานประเภทต่าง ๆ / เสริมทักษะด้านการใช้ภาษาพูดและเขียน

6. ให้ตรากฎหมายจัดตั้งสถาบันความปลอดภัยขึ้น โดยรัฐต้องรับผิดชอบเป็นการสำคัญ

7. ให้มีสถานดูแลเด็กอ่อน โดยการทำข้อตกลงระหว่างสถานประกอบการกับลูกจ้าง และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุน

8. ให้ตรากฎหมายแรงงานต่างด้าว / สิทธิประโยชน์ให้ได้รับเท่ากับแรงงานไทยในภาคการผลิตเดียวกัน / จัดตั้งหน่วยงานขึ้นรับผิดชอบอย่างชัดเจน /ควบคุมดูแลไม่ให้เกิดกระทำผิด

9. นำที่ดินที่ถือครองและไม่ทำประโยชน์ มาจัดสรรให้กับผู้มีรายได้น้อย

10. ต้องมีที่อยู่อาศัยลดอัตราดอกเบี้ย เพิ่มสิทธิในการเป็นเจ้าของ / ขยายโครงการรัฐสวัสดิการ

11. กำหนดแผนปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ใช้แรงงานและประชาชน

12. เร่งดำเนินการโครงการเม็กกะโปรเจ็ก เช่น ขุดท่าเรือน้ำลึก แลนด์บริดจ์ โครงการผันน้ำโขง / ฟื้นฟู 26 ลุ่มน้ำ รถไฟรางคู่

13. ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร ทำโครงการพลังงานทดแทนทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานถ่านหิน / โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรและรักษาสภาพแวดล้อม

14. สนับสนุนสถาบันวิจัยแห่งชาติร่วมเอกชนพัฒนาสินค้า

15. ให้กระทรวงแรงงานและการท่องเที่ยวร่วมดำเนินการโดยมีคณะกรรมการร่วม / สร้างความเชื่อมั่นต่อต่างชาติ

16. กฎหมายแข่งขันทางการค้า ต้องใช้อย่างเคร่งครัด กำหนดกระบวนการขึ้น โดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

17. สร้างวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนโดยผ่านนักศึกษา เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และนายจ้าง

18. พัฒนาระบบคมนาคม เชื่อมทางขนส่งไป ลาว เวียดนาม จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น / สร้างท่าเรือน้ำลึก และสายการบินขนส่งสินค้า

19. การค้าเสรีมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลชุดพิเศษ

20. จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเกษตรกรรม

21. กำหนดการอุทธรณ์เรื่องภาษีให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 3 เดือน

22. จัดระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีแผนแม่บทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

23. ส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องเป็นจริง

24. กระทรวงแรงงานต้องร่วมมือกับกระทรวง ไอ ซี ที สำนักนายก รัฐสภา พัฒนาระบบและจัดตั้งโครงข่าวสื่อสารพื้นฐาน / จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ โดยกระทรวงแรงงานดำเนินการ

25. กำหนดแผนจัดการด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมในสภาพปัญหาปัจจุบัน / ให้รับสิทธิประโยชน์ตอบแทนตามมติต่างๆ โดยการประสานงานของกระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรฯ รัฐสภา สำนักนายก

26. กำหนดแผนรับผู้ใช้แรงงานที่ผ่านการฝึกฝนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี / โครงสร้างการศึกษาของประเทศต้องกำหนดมาตรฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

27. เร่งรัดการจัดตั้งกองทุนเพื่อสร้างนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

28. ด้านการต่างประเทศดำเนินการตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดและให้มีการประชุมร่วมหลายฝ่ายขึ้น

29. ยกเลิก พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 / รวบรวมจัดทำประมวลกฎหมายแรงงาน โดยจัดตั้งคณะกรรมการร่วม หลายฝ่าย

30. เร่งรัดจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมาย ภายใน 3 เดือนและจัดประชุมหลายฝ่าย

31. ยกเลิกกฎหมาย พรบ. พรก. ที่ปิดกั้นข้อมูล ข่าวสาร / ผู้ใช้แรงงานต้องใช้สื่อของรัฐได้ / รัฐและสถานประกอบการต้องร่วมกันจัดตั้งศูนย์กลางรับข้อมูลข่าวสารทาง อินเตอร์เน็ต

32. ยกเลิก กฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่ควบคุมสื่อของรัฐให้จำกัดอยู่ในเฉพาะเพื่อความมั่นคง

33. ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาบังคับใช้และปรับปรุงแก้ไข และยกเลิกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน

สภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย
สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ
สหพันธ์แรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย
สหพันธ์แรงงานกระดาษและการพิมพ์แห่งประเทศไทย

17 สิงหาคม 2554

วงศ์ศักดิ์แฉเทือกถูกเด้งอธิบดีปกครอง สาเหตุเพราะไม่ยอมให้ปืนลูกซองไปปราบเสื้อแดงปี53

ที่มา Thai E-News

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งการด้วยวาจาทางโทรศัพท์ให้ นายวงศ์ศักดิ์ (อธิบดีกรมการปกครอง) สนับสนุนอาวุธปืนลูกซอง ๕ นัด จำนวน๓,๐๐๐ กระบอก พร้อมกระสุน ส่งมอบให้ ศอฉ. แต่นายวงศ์ศักดิ์ ชี้แจงว่า ตนไม่มีอำนาจสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายวิเชียร ชวลิต-บักฮูขี) มีอำนาจบังคับบัญชาผู้ว่าฯ จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่นายสุเทพ ผอ.ศอฉ. ประสานงานมายังกระทรวงมหาดไทยให้มีการสั่งย้ายนายวงศ์สวัสดิ์


ที่มา มติชนรายสัปดาห์ ๑๙-๒๕ ส.ค.๒๕๕๔ ปีที่ ๓๑ ฉ.๑๖๑๘ หน้า ๔๐


"สัมภาษณ์พิเศษ"อธิบดีกรมการปกครอง วงศ์ศักดิ์ สว้สดิ์พาณิชย์:เปิดเบื้องหลังไม่ส่งปืนลูกซองฆ่าเสื้อแดง สาปส่งนักการเมือง ทำชาติหายนะ

หลังจากนายวงศ์ศักดิ์ สว้สดิ์พณิชย์ ถูกคำสั่งคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โยกย้ายจากอธิบดีกรมการปกครองไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน๒๕๕๓ ตามที่กระทรวงมหาดไทย ที่มี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีว่าการ เป็นผู้เสนอ มีผลตั้งแต่วันรุ่งขึ้น

ทั้งๆ ที่เพิ่งเป็นอธิบดีกรมการปกครองมาได้ ๑ ปี ๕ เดือน

ในที่สุด นายวงศ์ศักดิ์ ก็กลับมารับตำแหน่งเดิม ในวันที่ ๓ สิงหาคม๒๕๕๔

รวมเวลาที่นายวงศ์ศักดิ์ ถูกดอง ๑ ปี กับ ๓ เดือนเศษ

การร้องทุกข์ต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ว่าถูกไม่ชอบด้วยกฎหมาย ๔ เรื่อง ต่อมา ก.พ.ค. ก็มีคำวินิจฉัยให้ความเป็นธรรม ทำให้กลับมานั่งเก้าอี้เดิมอีกครั้ง เหลือเวลาแคเดือนเศษก็จะเกษียณ

สาเหตุประการหนึ่งที่ถูกย้ายเกี่ยวกับ "ปืนลูกซอง" และ "นักการเมือง" นั่นคือ

กรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งการด้วยวาจาทางโทรศัพท์ให้ นายวงศ์ศักดิ์ (อธิบดีกรมการปกครอง) สนับสนุนอาวุธปืนลูกซอง ๕ นัด จำนวน๓,๐๐๐ กระบอก พร้อมกระสุน ส่งมอบให้ ศอฉ. แต่นายวงศ์ศักดิ์ ชี้แจงว่า ตนไม่มีอำนาจสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายวิเชียร ชวลิต-บักฮูขี) มีอำนาจบังคับบัญชาผู้ว่าฯ จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่นายสุเทพ ผอ.ศอฉ. ประสานงานมายังกระทรวงมหาดไทยให้มีการสั่งย้ายนายวงศ์สวัสดิ์

ต่อไปนี้คือการให้สัมภาษณ์

: เรื่องปืนลูกซองยาว ๕ นัด จำนวน ๓,๐๐๐ กระบอกที่ไม่ส่งให้ ศอฉ. จึงถูกสั่งย้ายคนมีอำนาจตอนนั้นต้องการปืนไปปราบเสื้อแดงที่มาชุมนุมเมษายน พฤษภาคม ๒๕๕๓

เขาโทร.มาหาผมโดยตรง ผู้มีอำนาจใน ศอฉ. เป็นข้าราชการการเมือง มีตำแหน่งสำคัญใน ศอฉ. โทร.มาเอง เขาคงจะเอาไปใช้ปราบคนเสื้อแดง ผมก็บอกไปว่า ปืนนี้เป็นปืนที่ส่งไปให้ ชรบ. ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน ตามชายแดน เป็นปืนราชการที่ส่งไปเพื่อใช้ป้องกันพวกยาเสพติด พวกรักษาความสงบตามชายแดน ผมไม่มีอำนาจที่จะไปเอาคืนมาได้ ก็พูดไปอย่างนี้ เราปฏิเสธไปเลย บอกว่า การที่จะสั่งการไปยังผู้ว่าฯ แล้วก็ส่งไปให้ ศอฉ. นั้นน่ะ เป็นการใช้ปืนผิดประเภท

ในใจส่วนลึกของผมนั้น บอกตรงๆ ว่า การที่จะใช้ปืนลูกซองยาวไปปราบพี่น้องคนไทยนั้น ผมไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเสื้อสีใดก็แล้วแต่ ปืนนี่ก็เอาไปใช้ยิงกันน่ะ ใช่ไหมฮะ ผมไม่เห็นด้วย มันเป็นเรื่องคุณธรรม เป็นเรื่องมนุษยธรรม ความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้น ควรจะคุยกันรู้เรื่อง แก้ไขทางการเมือง ไม่ใช่มาแก้ไขด้วยอำนาจ ด้วยกระบอกปืน นี่ก็เป็นส่วนลึกในจิตใจของผม

ในทางกฎหมาย เราไม่สามารถสั่งปืนพวกนี้ไปใช้นอกวัตถุประสงค์นั้นได้ ปรากฏว่า ทางโน้นไม่พอใจ คล้ายกับว่า เราไม่ให้ความร่วมมือ แล้วเขาก็วางสายเลย

ฝากสื่อมวลชนไปติดตามดูหน่อยว่า ปืนที่ทางจังหวัดส่งไปให้ ศอฉ. ช่วงที่ผมถูกย้าย ยังได้คืนไม่ครบ ๓,๐๐๐ กระบอก เป็นความรับผิดชอบของใคร ปืนของหลวง เมื่อเอาไปใช้แล้วก็ต้องเอากลับมาที่เดิม

: เหตุจลาจลนองเลือดเดือนเมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ มีการสลายคนเสื้อแดง มีการเผาเมือง เผาศาลากลางจังหวัด คิดว่าเป็นความบกพร่อง ผิดพลาดของกรมการปกครองหรือทางจังหวัดด้วยหรือไม่

เอาเป็นว่า ที่เกี่ยวข้องนะ หนึ่ง รัฐบาล สอง กระทรวงมหาดไทยที่ชัดเจน สำหรับรัฐบาลนั้น ผมคิดว่า ถ้าเราใช้นโยบายการเมืองนำในการเจรจา พูดคุยกับกลุ่มคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือสีอะไรต่างๆ ที่เกิดม็อบ เจรจากับแกนนำในพื้นที่ และในกรุงเทพฯ ถ้าลงตัวกันตรงนั้น มันไม่น่ามีปัญหา

ใครจะใส่เสื้อสีอะไร เป็นสัญลักษณ์เฉยๆ แต่ดูสิว่า ม็อบเขาออกมาเพื่ออะไร เขาต้องการให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ เพราะอะไร อย่างนี้ต้องว่ากันไปตามเกมการเมือง แต่ว่ามีการปราบปราม มีการฆ่า ผมไม่เห็นด้วย

: ช่วงหาเสียง คุณเฉลิม อยู่บำรุง ปราศรัยว่าจะย้ายผู้ว่าฯ ถือเป็นเรื่องผิดปกติของการเป็นข้าราชการหรือเปล่าที่นักการเมืองแสดงออก เช่นนี้

ถ้าผมเป็นท่านเฉลิม บางทีถ้าเกิดไปเห็นเหตุการณ์ ไปเห็นข้อเท็จจริง ถ้าเห็นนะ ผมอาจจะพูดมากกว่านั้น อาจจะย้ายมากกว่านั้น

เรามาดูว่า ผู้ว่าฯ นี่ วุฒิภาวะ และอำนาจหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ศรีของผู้ว่าฯ เป็นอย่างที่ท่านเฉลิมว่าหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างที่ท่านว่า นั่นก็คือ ทำตัวเข้าไปเป็นเด็กรับใช้ของฝ่ายการเมือง แล้วก็ไปปลุกปั่นประชาชน โดยไม่ได้สร้างความปรองดอง สร้างความแตกแยกแตกสามัคคีอยู่ตลอดเวลา ผมก็ว่า ไม่ควรเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

สรุปสั้นๆ ก็คือ ผู้ว่าฯ ทุกคนต้องวางตัวเป็นกลาง ส่วนตัวนั้นจะนิยมชมชอบใคร ก็อยู่ในครอบครัว ในตัวเอง อย่าเอามาเกี่ยวกับงาน

: การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในมหาดไทยสมัยที่พรรคภูมิใจไทยมาคุมกระทรวงนี้เป็นอย่างไร เห็นมีข่าวอื้อฉาวอยู่ตลอด

ผมมีความรู้สึกว่า การโยกย้าย แต่งตั้ง มันเอาแต่พรรคพวกกันขึ้นมา แล้วก็ข้ามหัวข้ามหาง เพราะฉะนั้น คนที่เขาทำงานดีอยู่แล้ว ดูผมเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ว่าตัวเองทำดีหรอกนะ ก็ดูที่ผลงานที่ออกมานะ ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดแล้วถูกย้ายไปนี่ ยังมีข้าราชการอื่นๆ อีก เขาทำงานในพื้นที่ของเขาเป็นปกติดีอยู่แล้ว ก็ย้ายเขาออกไป ตั้งแต่ผู้ว่าฯ ลงมาถึงข้าราชการผู้น้อย รวมไปถึงอธิบดีกรมต่างๆ ในกระทรวงมหาดไทย

: ๑ เดือนครึ่งที่เหลือจะทำอะไร

ผมจะเยียวยาข้าราชการ โดยเฉพาะนายอำเภอที่ถูกกลั่นแกล้ง นายอำเภอเกรดเอ หรืออำเภอชั้นหนึ่ง ย้ายไปเป็นนายอำเภอชั้นสี่โดยไม่มีเหตุผลอะไร ย้ายไปดื้อๆ แล้วไปย้ายนายอำเภอเกรดสี่ ขึ้นมาเกรดเอ ผมคงจะโยกย้ายอีกครั้งเพื่อความเป็นธรรม

: การโยกย้ายนายอำเภอและผู้ว่าฯ ถามจริงๆ ว่ามีการซื้อเก้าอี้หรือเปล่า เขาซื้อกันเท่าไร

ก็มีทั้งได้ยินข่าว มีทั้งคนมาบอกเล่า มีทั้งคนที่จ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้ มีคนมาเล่าให้ฟัง อย่างเข้าโรงเรียนนายอำเภอ บางคนก็บอก ๗ แสน, ๘ แสนมั่ง, ล้านมั่ง แต่ถ้า ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ ก็ ๕ ล้าน, ๑๐ ล้านไปโน่น หนังสือพิมพ์ก็เคยลง รวมทั้งมีคนมาเล่าให้ผมฟัง

: นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงภาวะผู้นำอย่างไรกรณีท่านถูกย้ายเข้ากรุมหาดไทย

ผมเองเคยไปคุยกับท่านครั้งหนึ่งหลังผมถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ ผมไปชี้แจงท่านครั้งหนึ่งปัญหาเรื่องสมาร์ทการ์ด ท่านนายกฯ ก็บอกว่า เอ๊ะ มันใช้ได้นี่ บัตรสมาร์ท การ์ด มันไม่ผิด น่าจะเป็นประโยชน์ ท่านบอกว่า ท่านก็หนักใจ เพราะว่าท่านไม่ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว ใครจะว่าพายเรือให้โจรนั่งก็ทนฟัง ท่านก็พูดอย่างนี้

: ถือว่าหนักหนาสาหัสไหมสำหรับการเล่นพรรคเล่นพวกในการแต่งตั้งโยกย้ายในมหาดไทยยุคคุณชวรัตน์

สื่อมวลชนก็ลงมาตลอดนะว่า เป็นยุคที่เสื่อมที่สุด สื่อเกือบทุกฉบับ บางคนก็บอกว่า ตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ตั้งกระทรวงมหาดไทยมา มียุคนี้ล่ะ เสื่อมที่สุด บางฉบับก็บอกว่า ในยุคร้อยปีที่ผ่านมา

ข้าราชการเก่าแก่ ผู้บังคับบัญชาเก่าๆ ทุกคน ไม่มีใครไม่โทร.ถึงผมเลยนะ อดีตผู้บังคับบัญชาระดับปลัดกระทรวง รัฐมนตรีก็มีรัฐมนตรีกระทรวงอื่น ก็มี ที่เป็นข้าราชการประจำแล้วมาเป็นรัฐมนตรีก็โทร.มาบอกว่า ไม่มียุคไหนที่เสื่อมยิ่งกว่านี้ มันเหมือนกับยุคมืด อันนั้นเป็นความคิดคนทั่วไป ผมก็มีความคิดเช่นเดียวกันนั้นแหละ

: ฝ่ายการเมืองที่มาคุมมหาดไทยแล้วทำผิดกฎหมายที่เพิ่งพ้นอำนาจไป จะมีช่องทางได้รับโทษหรือไม่

พวกนี้นะ ทำให้ประเทศหายนะ ไม่ควรกลับมาทำงานการเมืองต่อ ถ้ากลับมาทำอีก จะทำให้ประเทศหายนะหนักเข้าไปอีก ผมยังคิดไว้ว่า ถ้ามาเจอแบบที่ผมเคยเจอแล้ว แล้วคนพวกนี้ยังเข้ามาทำงานอีก ผมคงหนีไปอยู่ประเทศลาวสักพักหนึ่ง มันรับไม่ได้

นี่ผมพูดจริงๆ ไม่ได้พูดเล่น ๏

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:รวมเอกสารมัดแน่นเช็กบิลหนี้เลือดวีรชน2553

คลิป1ปี3เดือน19พฤษภา:จัดหนักฆาตกร

ที่มา Thai E-News



....คนตายยังนอนตายตาไม่หลับ ฆาตรยังลอยนวล ยังเดินฉุยฉายเป็นนักการเมืองที่มีคุณค่าสำหรับพวกมัน สิ่งที่อยากจะบอกเลยว่า ให้มึงเดินฉุยฉายไปสักพักนึงก่อน ถึงเวลานั้นกูจะเอาโซ่ตรวนไปคล้องคอมึง จะอยู่รูไหนกูจะลากคอมึงเข้าตาราง......นี่คือแม่ที่กัดไม่ปล่อย

สุเทพมันต้องเลิกพูดซะทีว่าคนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง เขาไม่ได้เผา เขารอเผามึง

แล้วอย่าเอาเรื่องเงิน10ล้านมาพูดว่าให้แล้วจะหยุด ไม่หยุดแน่ หากให้10ล้านกับให้ลูกสาวฟื้นขึ้นมา ฉันไม่เอาหรอก 10 ล้าน ส่วนนักข่าวที่บอกว่าอย่าว่าแต่10ล้านเลยให้10บาทก็ยังไม่ให้ ก็ขอให้ย้อนกลับไปยัดใส่ปากมันนะ10บาท ตอนมันตาย แล้วให้มันลองมาตายดูซิ ยังจะกล้าพูดแบบนี้ไหม

ถ้าได้10ล้านมาก็ดีเลย จะได้เป็นทุนต่อสู้เรียกร้องให้ลากคอไอ้พวกทรราชฆาตกรมาขังคุกให้หมด

ส่วนทหารเวลานี้ไม่เหลือศักดิ์ศรีแล้ว ขอบอกพวกตัวใหญ่ๆเลยว่ากูไม่กลัวมึง จะต้องลากคอทรราชเข้าคุกให้ได้

ธาริต เพ็งดิษฐ์ ต้องออกจากDSIเป็นไปได้ยังไง มันเป็นกรรมการศอฉ.ฆ่าคน แล้วให้มันนั่งทำงานอยู่ มันจะเอาผิดตัวเองได้ไง ต้องให้ออก แล้วมาบอกว่ามันยังทำงานกับเพื่อไทยได้ มันทำได้ก็ทำไป แต่พวกเราทำงานกับธาริตไม่ได้ มันผิดหลักการ

ส่วนกรรมการสิทธิฯที่ออกข่าวว่าคนเสื้อแดงคนตายเป็นฝ่ายผิด ก็ต้องไปไล่มันทุกวันให้มันได้สำนึก ก่อนมันจะตายให้ได้ ฯลฯ











































ข้อความจากคุกที่โจ กอร์ด้อน นักโทษ112อยากให้โลกได้ยิน พญาอินทรีได้ฟังเต็ม2หูแล้วถึงกับเต้น

ที่มา Thai E-News



S.O.S : Please do something to free Joe Gordon out of jail in Bangkok, Thailand . Do not allow the Lese majeste Law in Third world country, that violates human rights, abuses the American cittizen . And , don’t let this obsolute law being above the U.S. constitution. Otherwise , there would not be the American’s pride and dignity left in this world . FREE JOE NOW

ขอความช่วยเหลือด่วน:โปรดทำอะไรซักอย่างเพื่อปลดปล่อยโจ กอร์ดอนออกจากคุกกรุงเทพฯ,ประเทศไทย อย่าปล่อยให้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศโลกที่สามละเมิดสิทธิมนุษย ชน ทำร้ายต่อพลเมืองอเมริกัน และอย่าปล่อยให้กฎหมายเผด็จการอยู่เหนือรัฐธรรมนูญอเมริกา มิเช่นนั้นจะไม่เหลือศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของอเมริกันในโลกใบนี้อีก ปล่อย โจ เดี๋ยวนี้-ข้อความจาก Joe Gordon นักโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ข้อความที่อยากให้คนทั้งโลกได้ยิน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 สิงหาคม 2554

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย แถลงผ่านเว็บไซต์ของสถานทูตแสดงความผิดหวังที่อัยการดำเนินการฟ้องพลเมืองสหรัฐอเมริกาในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

รายละเอียดมีดังต่อไปนี้

EMBASSY STATEMENT ON U.S. CITIZEN JOE GORDON

The United States is disappointed by the prosecutor’s decision to file lese majeste charges against U.S. citizen Joe Gordon. We have discussed Mr. Gordon's case extensively with Thai authorities, stressing at every possible opportunity his rights as an American citizen. We urge the Thai authorities to ensure freedom of expression is respected and that Mr. Gordon, a U.S. citizen, receives fair treatment.


"ทางการสหรัฐผิดหวังต่อกรณีที่อัยการไทยฟ้องพลเมืองสหรัฐอเมริกาในข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งยังระบุด้วยว่าที่ผ่านมา ทางการสหรัฐได้ถกเถียงแลกเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ทางการของไทยเกี่ยวกับคดีของ นายโจ กอร์ดอน โดยย้ำถึงโอกาสของเขาในการใช้สิทธิในฐานะพลเมืองสหรัฐ

เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยให้ความมั่นใจว่าเสรีภาพในการแสดงความเห็น เป็น สิ่งที่ได้รับการเคารพ และนายกอร์ดอน ซึ่งเป็นพลเมืองสหรัฐจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม"

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีได้รายงานคำพูดของคริสติน นีดเลอร์ โฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตมีการติดต่อกับนายโจ กอร์ดอนเป็นประจำ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2554 ศาลชั้นต้นรับฟ้องคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ1 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายโจ กอร์ดอน (หรือนายเลอพงษ์ ขอสงวนนามสกุล) เป็นจำเลย ชาวไทย-อเมริกัน ซึ่งถูกจับข้อหาหมิ่น (มาตรา112) คำฟ้องระบุเป็นผู้แปล The King Never Smiles อันเป็นหนังสือต้องห้าม โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2551 มาตรา 3, 14 และคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 1

ทั้งนี้ จำเลยเป็นบุคคลสองสัญชาติ ไทย – อเมริกัน ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบุกจับกุมตัวที่บ้านพักจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาพร้อมยึดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปส่วนตัว และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบัน ได้รับการปฏิเสธการขอประกันตัวหลายครั้ง และมีโรคประจำตัวคือ เกาต์และความดันโลหิตสูง

นายอานนท์ นำภา สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ทนายความของโจ กอร์ดอน เขียนลงในเวบไซต์สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ในหัวข้อเรื่อง ข้อความจาก Joe Gordon นักโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ข้อความที่อยากให้คนทั้งโลกได้ยินว่า Joe Gordon หรือ นายเลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ เป็นอดีตคนไทยที่เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนอเมริกา ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ที่จังหวัดนครราชสีมา ที่บ้านพัก และถูกนำตัวมาสอบสวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรุงเทพมหานคร

ต่อมาได้นำตัวมาฝากขังและคุมขัง ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ตั้งข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยกล่าวหาว่าเป็นคนแปล หนังสือเรื่อง ” The king never smiles ” ซึ่ง Joe Gordon ให้การปฏิเสธทั้งในชั้นจับกุม และในชั้นสอบสวน

น่าสนใจตรงที่ คดีนี้ผู้แจ้งความดำเนินคดีคือ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) น่าสนใจตรงที่ ผู้ที่ร่วมกล่าวหาอีกองค์กรหนึ่งคือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ผู้ที่ทำหน้าที่สอบสวนทั้งคดีนี้…

คุณ Joe Gordon ได้ฝากข้อความโดยเขียนในกระดาษและให้ผมค่อยๆคัดออกมาถ่ายทอดสู่โลกภายนอก ซึ่งนี่อาจเป็นเสียงที่อยากให้คนทั้งโลกได้ยิน แต่กระบวนการยุติธรรมของไทยไม่อยากได้ยินก็ได้…

S.O.S : Please do something to free Joe Gordon out of jail in Bangkok, Thailand . Do not allow the Lese majeste Law in Third world country, that violates human rights, abuses the American cittizen . And , don’t let this obsolute law being above the U.S. constitution. Otherwise , there would not be the American’s pride and dignity left in this world . FREE JOE NOW

คุณ Joe Gordon หวังว่าเสียงของเขาจะดังผ่านลูกกรงของเรือนจำไปสู่คนทั้งโลก และหวังว่าเสียงของเขาจะมีพลังเพียงพอที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยรับ ฟัง… แม้เป็นเสียงที่ไม่อยากได้ยินก็ตาม

คนไทยในญี่ปุ่นจากทุกสารทิศแห่รับทักษิณเยือน แดงUSA+ออสซี่ถกหนุนปูปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่

ที่มา Thai E-News

คนจะรักกัน-คน ไทยในญี่ปุ่นนัดรวมตัวกันต้อนรับพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ไปเยือนญี่ปุ่นในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ และมีนัดพบปะสังสรรค์เพื่อให้กำลังใจและให้หายคิดถึงในวันที่ 27 โดยมีพี่น้องทั่วเกาะญี่ปุ่นเดินทางร่วมงาน เจ้าภาพผู้ใจดีบอกว่าหากท่านใดเดินทางมาไกลจะจัดหาที่พักให้ฟรี ขอแค่ให้ได้มาเจอกันในนัดสำคัญนี้(2ภาพล่างเป็นกิจกรรมที่คนไทยในญี่ปุ่นเคย ไปประท้วงที่หน้าสถานทูตไทยในญี่ปุ่น และยื่นประท้วงหน้าสำนักงานUNในโตเกียว)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 สิงหาคม 2554


คนไทยในญี่ปุ่นทุกสารทิศแห่รับทักษิณ-ใครมาไกลหาที่พักให้ฟรี
กลุ่มTHAI RED JAPAN หรือคนเสื้อแดงในประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเชิญชวนชาวไทยในญี่ปุ่นต้อนรับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเยือนญี่ปุ่น โดยกลุ่มTHAI RED JAN ขอเชิญชวนชาวไทยที่พำนักอาศัยในประเทศญี่ปุ่นทั้งพี่น้องเสื้อแดง และคนที่ท่านทักษิณ หรือคนไทยที่รักความเป็นธรรมใฝ่หาประชาธิปไตยทุกท่าน เราขอเชิญพี่น้องทุกคนที่มีหัวใจเดียวกัน ไปต้อนรับท่านทักษิณ ในการมาเยือนประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 22/8/54

และในวันที่ 27/8/54 กลุ่มพี่น้องเสื้อแดงทุกกลุ่มและทุกท่านก็จะ รวมตัวกันไปเข้าพบท่าน เราจึงขอเชิญชวนพี่น้อง ทั่วประเทศญี่ปุ่น ทุกจังหวัด เรามีที่พักแบบคนเสื้อแดงรากหญ้าแบบชาวบ้านๆค่ะ เราคนไทยหัวใจสีแดง เราไม่ทิ้งกันค่ะ

โดยการนี้THAI RED JAPAN in OSAKA จะมีพี่น้อง รวมตัวกันเช่ารถบัสมา THAI RED JAPAN in YOKOHAMA ติดต่อคุณเจน 080-5451-1962 และในเขตTOKYOหรือจังหวัดอื่นติดต่อได้ที่ 090-9368-2121 หรือที่ท่านรู้จักได้ทุกกลุ่ม

เสื้อแดงออสเตรเลียประชุมร่วมเสื้อแดงอเมริกาออกแถลงการณ์หนุนรัฐบาลปฏิรูปประเทศทุกด้าน แค้แก้เศรษฐกิจอย่างเดียวยังไม่พอ

ทางด้านแกนนำเสื้อแดงในออสเตรเลีย ในนามกลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยในออสเตรเลีย (THAI RED AUSTRALIA)เปิดเผยว่าจะจัดประชุมทางSKYPE ร่วมกับกลุ่มRED IN USA หรือเสื้อแดงไทยในสหรัฐอเมริกาในเวลา 16.00 น.วันเสาร์ตามเวลาของแอลเอ หรือ 6 โมงเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม ตามเวลาประเทศไทย เรื่องการจะออกจดหมายเปิดผนึกถึงพรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงความยินดี และแสดงจุดยืนของคนไทยในต่างประเทศ ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

โดยได้ร่างจดหมายฉบับหนึ่งไว้ ซึ่งอาจมีการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมภายหลังจากการจัดประชุม และจะลงนามโดยคนเสื้อแดงในต่างประเทศ

เนื้อหาในร่างจดหมายเปิดผนึกมีดังต่อไปนี้

จดหมายเปิดผนึก
เรียน พรรคเพื่อไทย, รัฐบาลไทยและคุณ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ในฐานะประชาชนไทยผู้สนับสนุนประชาธิปไตยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ขอส่งจดหมายเปิดผนึกมายังท่าน เพื่อการต้อนรับและแสดงความยินดีต่อพรรคเพื่อไทย คณะรัฐบาลชุดใหม่และคุณ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับฉันทานุมัติจากมติร่วมของประชาชนอย่างท่วมท้น รวมทั้งการแสดงความยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคมโลก เป็นประจักพยานร่วมรับรู้ให้ขึ้นมาบริหารประเทศ

อนึ่ง เพื่อเป็นการประกาศจุดยืนของคนไทยที่เรียกร้องเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในต่าง ประเทศ ที่พร้อมยืนยันให้การสนับสนุนและร่วมต่อสู้กับพรรคการเมือง ซึ่งยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตย และยึดมันอย่างแท้จริงต่อผลประโยชน์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ โอกาสนี้ เราจึงใคร่ขอเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นวัตถุประสงค์และความต้อง การของประชาชนชาวไทย ต่อพรรคเพื่อไทย คณะรัฐบาล และคุณ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ ที่จะนำไปสู่การแก้วิกฤตและเกิดความปรองดองโดยแท้จริง

1. จากสาเหตุปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมา ( 2548 ก่อนการรัฐประหาร - ปัจจุบัน ) ได้ มีการกล่าวหา กล่าวโทษ สร้างข้อมูลเท็จ จับกุมคุมขังบุคลด้วยกฏหมายที่ไม่เที่ยงธรรม สร้างการระเมิด การริดรอนสิทธิเสรีภาพและหลักสิทธิมนุษย์ชนที่ขัดต่อกฎหมายและต่อสนธิสัญญา ระหว่างประเทศเป็นจำนวนมาก

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม รัฐบาลต้องดำเนินการโดยทันทีคือ

1.1 ต้องไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อการใช้กฎหมายหรือพระราชกำหนดให้เกิดการนิรโทษกรรมทุกคดีความ

1.2 คดีความทุกคดีที่ฟ้องร้องและยังไม่สิ้นสุด จะต้องดำเนินการพิจารณาตามขบวนการยุติธรรมจนกว่าจะ
สิ้นสุด ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในคดีทั้งหมดต้องได้รับสิทธิการปล่อยตัวหรือการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในศาล

2. จากเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชน 92 ศพ ( 10 เมษายน - 19 พฤษภาคม 2553 ) ซึ่งยังไม่มีการพิจารณาหาข้อเท็จจริงเพื่อประกาศให้สังคมรับรู้ และ/หรือนำเอาคนผิดมาลงโทษ

เพื่อการดำเนินการให้เกิดการรับผิดชอบ รัฐบาลต้องดำเนินการโดยทันทีคือ

2.1 ต้องลงสัตยาบรรณในสนธิสัญญาเพื่อเปิดให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีสิทธิในการพิจารณาคดี

2.2 ต้องไม่ดำเนินการใดๆเพื่อให้เกิดการหยุดยั้งในการหาคนผิดมาลงโทษ หรือใช้กฎหมายและ/หรือพระ
ราชกำหนดเพื่อนิรโทษกรรมยกเว้นความผิด

2.3 เนื่องจากขบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน เพื่อหลีกเลี่ยงการขัดแย้งและ
การไม่ยอบรับในขบวนการการตัดสินจากทุกฝ่าย จะต้องไม่ดำเนินการใช้ขบวนการยุติธรรมในประเทศ
เป็นผู้พิจารณาคดี

3. รัฐบาลต้องดำเนินการให้มีขบวนการสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนยอมรับและมีส่วนร่วม ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อประกาศใช้ภายใน 365 วัน

3.1 ระหว่างการดำเนินการ ให้ประกาศระงับการใช้รัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารฉบับปี 2550 และนำ
รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้แทนชั่วคราวจนกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ

3.2 การระงับการใช้รัฐธรรมนูญรัฐประหารฉบับปี 2550 ย่อมมีผลให้องค์กรอิสระ องค์กรอื่นและหน่วยงาน
ของรัฐที่เกิดขึ้นโดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ ต้องสิ้นสุดลงโดยทันที

3.3 รัฐธรรมนูณฉบับใหม่ อย่างน้อยจะต้องให้มีการแก้ไขหรือบัญญัติข้อกำหนดคือ

3.3.1 การเปลี่ยนแปลง ล้มล้างอำนาจรัฐที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยกำหนด หรือการล้มล้าง
รัฐธรรมนูญ คือความผิดที่ไม่มีอายุความสำหรับการฟ้องร้องกล่าวโทษ และต้องไม่มีอำนาจอื่นใด
สามารถยกเว้นหรือล้มล้างความผิด

3.3.2 ต้องมีบทบัญญัติที่มิให้สถาบันกษัตริย์ถูกนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทาง
เศรษฐกิจและสังคม

3.3.3 ยกเลิกกฎหมายหมิ่น ม.112

3.3.4 ยกเลิกหมวดองคมนตรีในมาตราที่เกี่ยวกับอำนาจและการดำรงสิทธิในการเป็นผู้สำเร็จราชการ
แทนพระมหากษัตริย์
4. ปฎิรุปขบวนการยุติธรรมทั้งระบบ โดยตุลาการและศาลต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน และนำระบบลูกขุนมาใช้เพื่อการพิจารณาคดี

5. ปฎิรุปกองทัพให้เป็นองค์กรของประชาชนและใช้ปกป้องประเทศ

เราตระหนักดีว่า ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในทุกด้านของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขในการขึ้น มาบริหารประเทศครั้งนี้ เป็นภาระที่ต้องใช้ขบวนการทางวิสัยทัศน์อย่างกว้างไกล รวมทั้งยังต้องฟันฝ่าอุปสรรคการต่อต้าน ขัดขวางจากอำนาจเก่า

ฉะนั้น การนำพาประเทศให้พ้นวิกฤตและสร้างประชาธิปไตยเพื่อตอบสนองความต้องการแท้ จริงของประชาชน คงไม่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จโดยง่ายด้วยการไม่กล้าเผชิญกับปัญหาและทำความ จริงให้ปรากฎ

การมุ่งแก้เศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว โดยไม่นำเอาหลักนิติรัฐ นิติธรรมแก้ไขโครงสร้างการบริหาร การปกครองและการตุลาการควบคู่พร้อมกันไป คงไม่สามารถนำประชาธิปไตยมาสู่ประชาชนได้เช่นกัน

ดังนั้น ข้อเสนอตามที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด จึงเป็นทางออกของวิกฤตที่แท้จริง ซึ่งหวังว่าพรรคเพื่อไทย คณะรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี จะเห็นด้วยและนำไปพิจารณาถึงแนวทางเพื่อการปฎิบัติ

สุดท้ายนี้ เราขอเป็นกำลังใจและแรงสนับสนุน ให้พรรคเพื่อไทย คณะรัฐบาล ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินการบริหารประเทศไปสู่ความสำเร็จตามที่ประชาชนมุ่งหวัง

ด้วยจิตคารวะและศรัทธา

ลงนามโดยคนไทยในต่างประเทศกลุ่มต่างๆ

Saturday, August 20, 2011

จรัล ดิษฐาอภิชัย:ไทยส่งอภิสิทธิ์-สุเทพขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศได้ แม้ยังไม่ลงนามสัตยาบัน

ที่มา Thai E-News

ตาม มาตรา ๑๒ อนุ๓ ศาลอาญาระหว่างประเทศก็รับพิจาณาคดีประเทศที่ยังไม่เป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรม ได้ หากรัฐบาลประเทศนั้นๆแถลงยอมรับอำนาจตุลาการของศาลฯเหนือดินแดนของประเทศตน เช่น คดีไอวอรีโคต.. จากที่ผมได้ไปสังเกตการณ์การพิจารณาคดีน่าสนใจยิ่ง ทำให้ผมจินตนาการว่า ถ้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจำเลย คงจะดูไม่จืด

โดย จรัล ดิษฐาอภิชัย

เมื่อวันที่๑๘ สิงหาคม ที่ผ่านมา ผมไปเยี่ยมศาลอาญาระหว่างประเทศ(International Criminal Court -ICC )ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

ที่แรก ผมขอให้คณะรณนรงค์เพื่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ติดต่อ ฟาดิ เอล อัลดาลาห์ ( Fadi.EL Abdallah ) โฆษกของศาลฯเพื่อขอพบ และถามความคืบหน้าคดีเมษายน- พฤษภาคม ๒๕๑๐ ซึ่งโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของนปช.ยื่นฟ้องเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

แต่เนื่องจากเวลากระชั้นชิด โฆษกไม่ว่าง ผมจึงขอไปฟังการพิจารณาคดีคองโก เพื่อรู้จักศาลสิทธิมนุษยชนนี้เพิ่มเติม

ศาลอาญาระหว่างประเทศ ตั้งขึ้นตามธรรมนูญกรุงโรมเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๕ ถึงปัจจุบัน มี ๑๑๖ ประเทศให้สัตยาบัน

ศาลอาญาระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณาคดี ๔ ประเภท คือ คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คดีอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ คดีอาชญากรสงคราม และคดีอาชญากรรมการรุกราน

มีคณะผู้พิพากษามี๑๘ คน ประธานศาลเป็นคนเกาหลีใต้ และขณะนี้กำลังพิจารณา ๖ คดี เช่น คดีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอูกานดา คดีคองโก คดีดาร์เฟอร์ ซูดาน คดีอาฟริกากลาง คดีเคนยา คดีไอวอรีโคต คดีสุดท้าย คดีลิเบีย ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับไปแล้ว ๑๕ ใบ มีจำเลยถูกคุมขังอยู่ ๕ คน

คดีคองโกทีผมไปฟังการพิจารณา เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ จำเลย คือเจอร์เมน คาตังกา ( Germain Katanga) และมาธิว นกูโจโล ซู ( Mathieu Ngudjolo Chui )

คนแรกเป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักชาติต่อต้านรัฐบาล คนที่สอง เป็นผู้นำแนวร่วมแห่งชาติของชนเผ่า

ศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับจำเลยทั้ง๒ เมื่อปี ๒๕๕๐ เจอร์เมนมอบตัวเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ และ มาธิวถูกทางการคองโกจับได้เมื่อเดือนกุมาพันธ์ ปี ๒๕๕๑

ทั้งสองถูกส่งมาศาลฯกรุงเฮก ซึ่งศาลเริ่มพิจารณาคดีนี้มาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๑ จำเลยทั้งสองถูกฟ้องข้อหาฆ่าล่างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม โดยมีการกระทำฆ่าหมู่และเผาหมู่บ้านของพลเรือน ใช้ทหารเด็ก ฯลฯ

ช่วงที่ผมเข้าไปนั่งฟัง เป็นช่วงที่อัยการหญิงการซักถามพยานจำเลย โดยพยานจำเลยมิได้มายืนในห้องพิจารณา คงอยู่ในห้องลับ อัยการถาม พยานตอบด้วยวิดิโอภาพเลือนราง ไม่เห็นตัวเห็นหน้าตา เช่น พยานเคยไปฝึกทหารกับจำเลยหรือไม่ พยานรู้เห็นทหารเผาหมู่บ้านได้อย่างไร เหล่านี้เป็นต้น

โดยมีทนายจำเลยคอยแย้ง และท้วงติง ตลอดเวลา จำเลยทั้งสองนั่งนั่งแถวหลังสุดของคณะทนายของตน มีตำรวจ๒ คนถือกุญแจมือนั่งขนาบข้าง

การพิจารณาคดีน่าสนใจยิ่ง ทำให้ผมจินตนาการว่า ถ้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทอือกสุบรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจำเลย คงจะดูไม่จืด

ความจริงมีเรื่องเล่ามากว่านี้ แต่ขอกลับไปยังคดีสังหารหมู่เดือนเมษายนและพฤษภาคม ๒๕๑๐ คนเสื้อแดง รวมทั้งผมอยากรู้ว่าศาลอาญาระหว่างประเทศรับฟ้องหรือยัง

ผมพยายามหาคำตอบ ก็ได้ความว่า อัยการยังไม่ส่งฟ้อง เขาคงรอให้ประเทศไทยให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรม ก่อน แต่ทว่า ตามมาตรา ๑๒ อนุ๓ ศาลอาญาระหว่างประเทศก็รับพิจาณาคดีประเทศที่ยังไม่เป็นภาคี ธรรมนูญกรุงโรมได้ หากรัฐบาลประเทศนั้นๆแถลงยอมรับอำนาจตุลาการของศาลฯเหนือดินแดนของประเทศตน เช่น คดีไอวอรีโคต เมื่อรัฐบาลที่นั่นแถลงยอมรับอำนาจตุลาการของศาลอาญาระหว่างประเทศเมื่อวัน ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๔๖ และต่อมา ประธานาธิบดีคนใหม่แถลงยืนยันอีกครั้งเมื่อต้นปีนี้ อัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศจึงเริ่มดำเนินการสอบสวน

ฉะนั้น หากรัฐบาลใหม่ของไทยยื่นคำแถลงต่อฝ่ายทะเบียนของศาลอาญาระหว่างประเทศ ศาลจะรับพิจารณาคดี ไม่ต้องรอให้สัตยาบันหรือคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติร้องขอเหมือนกรณี ลิเบีย

ผมเชื่อว่าโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม จะเดินหน้าคดีเมษา พฤษภา ต่อไป และขอเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:กก.สิทธิฯดิ้นช่วยฆาตกรสังหารเสื้อแดง ทนายฝรั่งไม่ไหวจะเคลียร์จ่อมาไทยคุ้ยข้อมูลเด็ดส่งศาลICC


-1ปี3เดือนฆ่าหมู่ราชประสงค์ ฮิวแมนไรต์ฯกดดันปูเอาผิดฆาตกร-ฟันหัวโจกพธม.หลังดองคดี3ปีลอยนวล

คนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย (ภาคพิสดาร)

ที่มา Thai E-News



โดย หรี่ฟุน
20 สิงหาคม 2554


จะเห็นว่า เซี่ยมก่ก มีเหล่าอำมาตย์เฒ่าเจ้าเล่ห์ และกองกำลังทหารมากมาย แต่หาเป็นประโยชน์กับการชิงชัยของ มวลชนคนเสื้อแดง ไม่!

จึงกล่าวกันว่า ชัยชนะนั้นสร้างขึ้นได้ กองทัพทหารและเหล่าขุนนางอำมาตย์เฒ่ามีกำลังมหาศาลก็จริง แต่เราสามารถทำให้กองทัพและอำมาตย์ต่อกรกับเราไม่ได้

ดังนั้นต้องวิเคราะห์ เพื่อทราบจุดอ่อนจุดแข็งของแผนการ ต้องเคลื่อนไหว เพื่อหยั่งรู้กฎเกณฑ์การเคลื่อนกำลังของอำมาตย์เฒ่าเจ้าเล่ห์ กองกำลังขุนทหาร นักรบรับจ้างนอกถนน และบรรดากลุ่มเกี๋ยวกุ๊ยที่ออกมาปลุกกระดม

ดังนั้น พลังมวลชนคนเสื้อแดง จึงต้องกำหนดตัว “ยิ่งลักษณ์” เพื่อทราบจุดเป็นจุดตาย และต้องสู้รบเพื่อหยั่งรู้จุดอ่อนจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย สุดยอดแห่งการกำหนดตัว “ยิ่งลักษณ์” ก็คือทำให้ (ฝ่ายเรา) ไร้ “ยิ่งลักษณ์” เมื่อไร้ ”ยิ่งลักษณ์” ยอดจารชนก็ไม่อาจสืบสภาพที่แท้จริงฝ่ายเราได้

ผู้มีสติปัญญาจึงไม่สามารถวางแผน (รบกับเรา) เพราะว่ากำหนด “ยิ่งลักษณ์” จึงอำนวยชัยแก่นักรบไพร่พล แต่นักรบไพร่พลหาดูออกไม่ คนทั้งหลายล้วนทราบ “ยิ่งลักษณ์” เหตุแห่งชัยของเรา แต่หารู้วิธีใช้ “ยิ่งลักษณ์” แห่งชัยของเราไม่ ก็เพราะเรารบชนะโดยเปลี่ยน “ยิ่งลักษณ์” พลิกแพลงไร้ขอบเขต ไม่ซ้ำ “ยิ่งลักษณ์” เดิม

“ยิ่งลักษณ์” แห่งมวลชนคนเสื้อแดงคล้ายน้ำ น้ำไหลโดยหลีกที่สูงลงสู่ที่ต่ำ มวลชนคนเสื้อแดงชนะโดยเลี่ยงจุดแข็งตีจุดอ่อน น้ำไหลตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของมวลชนคนเสื้อแดง คือกองทัพแห่งเทพ ธาตุทั้งห้าไม่มีธาตุใดชนะเสมอ (ธาตุทั้งห้าจะให้กำเนิดและข่มซึ่งกันและกัน) สี่ฤดูหมุนเวียนเคลื่อนคลาด กลางวันมีสั้นมียาว พระจันทร์มีเต็มมีเว้า

ที่โบราณเรียกว่าผู้สันทัดการรบนั้น คือผู้ที่เอาชนะได้ง่าย ฉะนั้น ชัยชนะของผู้สันทัดการรบ จึงมิได้ชื่อว่ามีสติปัญญา มิมีความชอบในเชิงกล้าหาญ ฉะนั้น ชัยชนะของเขาจึงมีพึงกังขา เหตุที่มิพึงกังขา ก็เพราะปฏิบัติการของเขาจักต้องชนะ จึงชนะผู้ต้องพ่ายแพ้ ฉะนั้น ผู้สันทัดการรบจึงตั้งอยู่ในฐานะไม่แพ้ และไม่สูญเสียโอกาสทำให้ข้าศึกต้องแพ้

เหตุนี้ ฝ่ายชนะรู้ว่าชนะก่อนจึงออกรบ ฝ่ายแพ้รบก่อนแล้วจึงหวังว่าจะชนะ ฉะนั้น ผู้สันทัดการบัญชาทัพ จักจรรโลงไว้ซึ่งมรรคและกฎระเบียบ ฉะนั้น จึงสามารถกำหนดชัยชนะและพ่ายแพ้ได้ หลักแห่งการทำศึก มี หนึ่งคือวินิจฉัย สองคือคำนวณ สามคือปริมาณ สี่คือเปรียบเทียบ ห้าคือชัยชนะ

พื้นที่และความสูญเสียก่อให้เกิดการวินิจฉัย การวินิจฉัยก่อให้เกิดการคำนวณ การคำนวณก่อให้เกิดปริมาณ ปริมาณก่อให้เกิดการเปรียบเทียบ การเปรียบเทียบก่อให้เกิดชัยชนะ นี่คือหัวใจการทำศึกของมวลชนคนเสื้อแดง

ฉะนั้น มวลชนคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยที่ชนะ จึงประดุจเอาหนึ่งอี้ไปเปรียบกับหนึ่งจู พรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งเหล่าอำมาตย์เฒ่าและขุนทหารที่แพ้ จึงประดุจเอาหนึ่งจูไปเปรียบกับหนึ่งอี้ ไพร่พลของฝ่ายมวลชนคนเสื้อแดง จึงเสมือนปล่อยน้ำที่กักในลำธารสูงแปดพันเซียะ ให้ทะลักกระโจนลงมา นี้คือรูปลักษณ์ของการรบ
สรุปอย่าปล่อยน้ำให้มากไปทางเหนืออีสานขุมข่ายพลังแดงจะเดือดร้อน......


**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์:คนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย

"จุดอ่อน" ที่รีบเผย "เพื่อไทย"อายุสั้นเพราะ "สภา" ?

ที่มา มติชน





เพียง 2 สัปดาห์ ที่ "ขุนค้อน-สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" รับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็คงจะได้รู้แล้วว่าภาระที่ได้รับ น่าจะหนักไม่น้อยไปกว่าการ "เข็นครกขึ้นภูเขา"

แม้ล่าสุด "พรรคเพื่อไทย (พท.)" จะสามารถชนะเกมงัดข้อกับ "พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)" ในการกำหนดวันและเวลาในการประชุมสภาได้ ด้วย "จำนวนมือ" ที่มีมากกว่าเกือบ 1 เท่าตัว

แต่กว่าจะ "ชนะโหวต" ได้ ก็เล่นเอา "คนบนบัลลังก์" อ่วมไปพอสมควร

หลัง จาก ปชป.ส่ง ส.ส.รุ่นใหม่-รุ่นกลาง ออกมาลองของ "ท่านประธานมือใหม่" อย่างต่อเนื่อง จนเจ้าตัวต้องรีบสั่งปิดประชุมทันทีเมื่อสิ้นวาระ

เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าจากนี้ไป "รัฐบาล 300 เสียง" จะต้องเผชิญสารพัดด่านทดสอบ "น้ำลาย" แบบนอนสต๊อบ

อย่า ลืมว่า แม้อำนาจบริหารจะอยู่ในมือ "ครม.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" แต่งานหลายอย่างจะต้องผ่านเวทีนิติบัญญัตินี้ โดยเฉพาะการออกกฎหมายสำคัญ

อย่า คิดว่าทุกอย่างจะง่าย เหมือนการขอหนังสือเดินทาง (วีซ่า) เข้าประเทศญี่ปุ่นให้ "นายใหญ่ดูไบ" ที่เพียงเรียกทูตมาคุยกัน 2 ต่อ 2 ก็ฉลุย

เพราะในสภามีหู-ตาของฝ่ายค้านอย่างน้อย 159 คู่ จับจ้อง-จับผิด การกระทำของ "รัฐบาลโคลนนิ่ง" ทุกฝีก้าว

หากไล่เวทีที่ ปชป.จะได้แสดง "แสนยานุภาพทางปาก" บอกได้คำเดียวว่า "พรรคขวัญใจคนเสื้อแดง" สาหัสแน่!

ไม่ ว่าจะเป็น การแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคมนี้ ที่ทุกฝ่ายจับตาว่านโยบายร้อน อาทิ ขึ้นค่าแรง 300 บาท ขึ้นค่าตอบแทนปริญญาตรี 15,000 บาท จะไปอยู่ในหมวด "เร่งด่วน-ทำทันที" หรือไม่

รวมถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ที่คาดว่าพิจารณาได้ราวปลายปีนี้ ก็เป็นเวที "โชว์ของ" ของฝ่ายค้านดีๆ นี่เอง

ยังไม่รวมถึงการตรวจสอบผ่านคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญชุดต่างๆ ที่ "ขุนพล ปชป." เตรียมยื้อ-แย่ง กมธ.คณะดีๆ มาไว้ในกำมือ สำหรับเป็น "หอกข้างแคร่" ไว้เตะตัดขา "ครม.ปูจ๋า" ให้ล้มได้ทุกเวลา

ที่ไล่มาข้างต้น เป็นเพียงภารกิจปกติ-งานประจำเท่านั้น หากรวมถึง "ภารกิจพิเศษ" ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือออกกฎหมายนิรโทษกรรม

เชื่อว่าหาก "ดัน" เข้า "สภา 500" เมื่อไร อาจมีใครบางคนเมาน้ำลาย จนถูก "น็อกกลางสภา" ได้ง่ายๆ

เพราะ ต้องไม่ลืมว่า แม้สังคมบางจะแหนงหน่าย ปชป.สมัยเป็นรัฐบาล แต่น่าแปลก เมื่อกลับมาเป็นฝ่ายค้าน "เสียงเชียร์" มักกระหึ่มทุกครั้งที่พรรคเก่าแก่นี้ออกอาวุธ

และแม้หลายวาระของรัฐบาลจะใช้ "เสียงข้างมากลากถู" ไปได้ แต่ "ความชอบธรรมทางสังคม" ก็มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเช่นกัน

เคยมีตัวอย่างมาแล้วในยุค "รัฐบาลทักษิณ 2" ที่มี 377 เสียงในสภา มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่ท้ายสุดก็ยังอยู่ไม่ได้

ยิ่ง เวลานี้ ปชป.เตรียมวาง "ตาข่ายฟ้าดิน" ไว้ดักจับการทำงานของรัฐบาลหลายชั้น ทั้งวิปฝ่ายค้าน ครม.เงา กมธ.ชุดต่างๆ ศูนย์ติดตามนโยบายและการทุจริต รวมไปถึงกองกำลังอิสระ-หมู่บ้านอำมาตย์ที่นำโดย "สุเทพ เทือกสุบรรณ"

เมื่อเจอ "เขี้ยวลากดิน" ระดับนี้ พท.ได้เหงื่อตกแน่

และ แน่นอนว่า เมื่อถึงเวลานั้น "ยิ่งลักษณ์" จะหนีการตรวจสอบ-เดินแหวกวงล้อม หลังเจอ "คำถาม" ที่ "ตอบไม่ได้" เหมือนที่ชอบทำกับนักข่าว ไม่ได้แล้ว

พท.ได้หวนคืนอำนาจไม่ถึง 1 เดือน ก็แสดงให้เห็นถึง "จุดอ่อน" เดิมๆ นั่นคือ "กลเกมในสภา"

แม้มี "ดาวไฮด์ปาร์ก-แกนนำม็อบ" อยู่เต็มพรรค แต่งานสภานั้น ต่างจากการนำมวลชนแบบ "คนละเรื่อง"

เปรียบเทียบง่ายๆ สมัย "ชัย ชิดชอบ" นั่งอยู่บนบัลลังก์ หากมี ส.ส.ฝ่ายค้านลองดีประธานมากๆ ก็จะมีคน ปชป.ยกมือขึ้นช่วยแล้ว

แต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา "ขุนค้อน" กลับถูกกระหน่ำอยู่แบบ "วัน แมน โดน (ถล่ม)" ทั้งๆ ที่ "ประธานสภา" เป็นผู้กำหนดเกมในสภาแทบทุกอย่าง เหมือนที่ "ปู่ชัย" เคยทำจนได้รับฉายา "ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์" นับแต่การปิด-เปิดไมค์ ชี้นิ้วให้ใครพูด-ไม่พูด ไปจนถึงการดึงวาระว่าอันไหนควรพิจารณาก่อน-หลัง

จะทำตลกลดแรงกดดันจากฝ่ายค้าน หรือสวมบทโหด รวบรัดโหวต-ปิดประชุม ก็ยังได้

แต่ พท.กลับแสดงให้เห็นถึง "จุดบอด" นี้ เร็วเกินไป หากไม่รีบปรับตัว อาจกลายเป็น "จุดตาย" และทำให้รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" มีอันเป็นไปก่อนเวลาอันควร!!!