WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, August 22, 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 22/08/54 น้ำเน่า...เติมน้ำท่วม

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



เล่นการเมือง แบบต่ำช้า ปัญญาอ่อน
ไม่สังวรณ์ หกสิบปี ที่หมักหมม
เผยทาสแท้ ฉกฉวย ด้วยโสมม
ดั่งอาจม ขาดสปิริต ไร้ทิศทาง....


เอาน้ำเน่า ไล่เติม เพิ่มเงื่อนไข
ปากจัญไร คิดแต่ชั่ว หัวถึงหาง
ทำบ้านเมือง จมดิ่ง ยิ่งอับปาง
มาครวญคราง โหยหวน ชวนเวทนา....


ผ่านกี่ยุค กี่สมัย ไม่เคยเปลี่ยน
เห็นจนเอียน เรื่องพวกมาร สันดานหมา
ดีเข้าตัว ชั่วโยนหนี กี่เพลา (เพ-ลา)
ยังคิดมา สร้างเรื่อง เปลืองอารมณ์....


คนคิดดี ทำดี เป็นที่ตั้ง
ด้วยคาดหวัง ก้าวไป ได้เหมาะสม
ลบรอยร้าว หมองไหม้ ใจโศกตรม
หวังชื่นชม สิ่งดีดี ที่ตามมา....


ส่วนอีกฝั่ง คลั่งแค้น จนแน่นอก
ขุดหาเรื่อง มาหยิบยก ถกปัญหา
สิ่งพวกมัน สร้างไว้ ไม่นำพา
ขัดแข้งขา ฟันฟาด เพื่อสาดโคลน....


เล่นการเมือง แบบเก่าเก่า มันเน่าแน่
ทำลัดเลาะ เกาะกระแส แค่ห้อยโหน
คอยสร้างเรื่อง ใส่ไคล้ ให้เอนโอน
เหมือนพวกโลน เห็บ-ไร ไร้ราคา....


๓ บลา / ๒๒ ส.ค.๕๔

นสพ.ได้สัมปทานรัฐ เป็นเรื่องประหลาดในวงการสื่อ

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด




กรณีสภาการหนังสือพิมพ์ตั้ง น.พ.วิชัย โชควิวัฒน เป็นประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีอีเมล์พาดพิงสื่อรับสินบนนักการเมือง

ที่ ว่าประหลาดก็คือคณะอนุกรรมการชุดหมอวิชัยสรุปในรายงานตอนต้นว่าผู้ถูกกล่าว หาในเครือมติชน-ข่าวสด 2 รายไม่มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่ามีความเอนเอียงให้กับพรรคการเมือง

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 1 รายก็ไม่ได้อยู่ในสังกัด

สรุปเข้าใจง่ายๆ ก็คือสอบแล้วไม่มีมูล !!

แต่คณะอนุกรรมการชุดนี้กลับระบุต่อไปอีกว่าการเสนอข่าวของมติชน-ข่าวสดเอนเอียง

ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับกรณีอีเมล์

จับแพะชนแกะไปนับชิ้นโฆษณาของพรรคเพื่อไทยในมติชน-ข่าวสดบ้าง นับภาพข่าวในหน้า 1 ว่าลงรูปยิ่งลักษณ์มากกว่าอภิสิทธิ์บ้าง

แล้วก็มาสรุปดื้อๆ ว่ามติชน-ข่าวสดเอนเอียงเข้าข้างพรรคเพื่อไทย

ก็เลยงงว่ามันเกี่ยวอะไรกับกรณีที่มีการสอบสวนในตอนแรก

แต่พอเห็นจดหมายที่หมอวิชัยเขียนถึงนายอภิสิทธิ์เมื่อครั้งยังเป็นนายกฯ

ก็เลยหายงง !?

ยิ่งมารู้ว่าหลังหมอวิชัยแถลงรายงานชิ้นนี้ ก็รีบไปให้การกับกกต.ในวันรุ่งขึ้น

เอารายงานที่ยังไม่ผ่านการ"รับรอง"จากสภาการหนังสือ พิมพ์ ไปเป็นหลักฐานในคดีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นร้องพรรคเพื่อไทย

ถึงบางอ้อขึ้นมาทันที

เข้า ใจแล้วว่าทำไมจากกรณีอีเมล์ที่สรุปว่ามติชน-ข่าวสดไม่มีความผิด จึงกลับกลายเป็นการกล่าวหามติชน-ข่าวสดเอนเอียงเข้าข้างพรรคเพื่อไทย !?

ก็ไม่เป็นไร หากหมอวิชัยตั้งข้อสงสัยเรื่องการลงโฆษณาในมติชน-ข่าวสด

มันก็ตรวจสอบได้ว่าในช่วงเลือกตั้ง มีหลายพรรคการเมืองลงโฆษณา ไม่ได้เลือกลงเฉพาะบางพรรค

ที่สำคัญธุรกิจสื่อก็ชัดเจน

เครือมติชนทำธุรกิจนี้มากว่า 34 ปี อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ อยู่ในระบบ ตรวจสอบได้

ไม่เคยหมกเม็ด

ฉะนั้น จะตีความกันเองมั่วๆว่า"โฆษณา"คือ"สินบน"ไม่ได้

หากหมอวิชัยอยากจะตรวจสอบกันจริงๆ ก็ไม่ว่าอะไร

แต่ต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน

หนังสือพิมพ์ที่ได้สัมปทานรัฐ ได้เวลาจัดรายการวิทยุ-ทีวี

ยิ่งได้มาในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ยิ่งต้องตรวจสอบให้ละเอียด

เอาให้ชัดว่าช่วงเลือกตั้งเชียร์พรรคไหน เอนเอียงหรือเปล่า

อย่า 2 มาตรฐาน

หรือสอบแค่ที่"ตั้งธง"ไว้เท่านั้น

แดงปี 53-ฮึ่มฟ้อง มาร์ค-ทบ. หลังชนะคดีปี 52

ที่มา ข่าวสด

ที่ศาลให้ชดเชย ชี้หลักฐานยิ่งชัด สั่งใช้อาวุธหนัก ตร.ตั้งชุดทำงาน เร่งพิสูจน์ 169ศพ



กินข้าวแดง - นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง พาคนเสื้อแดงหลายร้อยทำกิจกรรมปิกนิกกินข้าวแดงบริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 21 ส.ค.

เสื้อแดง เตรียมนำคำพิพากษาศาลแพ่งให้กองทัพจ่ายชดเชยเหยื่อสลายม็อบปี཰ กว่า 2 ล้านบาท เป็นคดีตัวอย่างเรียกค่าเสียหายในคดี 91 ศพ แม่น้องเกดเผยจะเข้าหารือกับ'ธิดา ถาวรเศรษฐ์'รักษาการปธ.นปช.ในเรื่องนี้ด้วย ชี้ เป็นตัวอย่างที่ดีและมั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะคดี 91 ศพหลักฐานชัดยิ่งกว่าเหตุ การณ์ปี཰ ด้วยซ้ำ บ.ก.ลายจุดระบุเหตุ การณ์ปี཰-53 รัฐบาลสั่งกองทัพขนอาวุธหนักออกมาปราบปรามประชาชน จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบได้ ส่วนการพิสูจน์ 169 ศพที่ระยอง ผบ.ตร.ส่ง'ปานศิริ ประภาวัต' รองผบ.ตร.และพฐ.ตั้งคณะทำ งานไปตรวจสอบแล้ว ด้าน'ยิ่งลักษณ์'ให้ รอผลสอบของตร.ก่อนว่าผู้เสียชีวิตมาจากสาเหตุใดกันแน่

ความ คืบหน้าสถานการณ์กลุ่มเสื้อแดงเมื่อวันที่ 21 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ 2 นปช.ที่ถูกยิงจนพิการเมื่อปี 2552 ชนะคดีซึ่งฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยจากกองทัพ ว่ายังไม่ได้รับทราบข้อ มูลในเรื่องดังกล่าว ต้องขอตรวจสอบก่อน ส่วนกรณีความชัดเจนในการพิสูจน์ 169 ศพ ที่ถูกฝังในวัดที่ จ.ระยอง จะเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงที่สูญหายหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ยังไม่อยากสรุปในตอนนี้ ต้องรอผลการพิสูจน์ก่อน อยากให้เป็นการชี้แจงจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า แต่ตอนนี้ยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าเข้ามาแต่อย่างใด

ที่สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณี 169 ศพในพื้นที่ จ.ระยอง ที่มีข่าวระบุว่าอาจเป็นของกลุ่มเสื้อแดงที่หายไปจากการชุมนุมที่ผ่านมา ว่า มอบหมายพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ที่ดูแลพื้นที่ บช. ภาค 2 และพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช. สพฐ. ไปตรวจสอบแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่ากำหนดกรอบเวลาหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า คงไม่ได้กำหนดเวลา โดยการตั้งเป็นคณะทำงานก็แล้วแต่ทางพล.ต.อ.ปานศิริ ส่วนกรณีที่พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. ไปตรวจสอบนั้นไม่ทราบรายละเอียด หรือรายงานเข้ามาแต่อย่างใด

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการพิสูจน์ 169 ศพ ที่ระบุเป็นศพที่เกิดจากพายุเกย์ว่า ขณะนี้มีประชา ชนซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตยื่นหนังสือมาที่พรรคเพื่อไทยถึง 17 ฉบับ ให้ช่วยตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ดังนั้น พล.ต.อ. วิเชียร รวมทั้งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน เพราะมีความเกี่ยวโยงกับเหตุสลายการชุมนุมในช่วงปี཰ ต่อเนื่องมาถึงในช่วงเดือนเม.ย.53 หากไม่ดำเนินการจะมีความผิดตาม ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

"การดำเนินการในเรื่องของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นประเด็นทางการเมือง หรือเป็นการกลบประเด็นการแถลงนโยบายต่อสภาของรัฐบาลตามที่พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำความจริงให้ปรากฏ เพราะอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการสวมสิทธิผู้ตายได้ ดังนั้น ฝ่ายค้านอย่ากินปูนร้อนท้อง ทั้งนี้ แม้มีผู้เสียชีวิตเพียงศพเดียวฝ่ายกฎหมายของพรรครวมทั้งรัฐบาลก็ให้ความ สำคัญ" นายพร้อมพงศ์กล่าว

เมื่อเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก. ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กว่า 200 คน แต่งชุดไทยโบราณและเสื้อแดง มาร่วมจัดกิจกรรมปิกนิกข้าวแดงภายในพื้นที่สนามหลวงเป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่ กทม.เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้พักผ่อนอย่างเป็นทางการ โดยมีเทศกิจและเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาดูแลความเรียบร้อยและความสะอาด โดยสั่งห้ามไม่ให้เสื้อแดงตั้งแผงลอยเพื่อขายของที่ระลึกในพื้นที่เด็ดขาด พ่อค้าแม่ค้าจึงพากันไปขายริมถนนแทน

ขอบคุณ- นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร จัดเลี้ยงอาหารต้อนรับ 22 มวลชนเสื้อแดงที่ได้รับประกันตัว หลังส.ส.อุดรฯ ช่วยยื่นประกันออกมา ที่วิทยุชมรมคนรักอุดร วันที่ 21 ส.ค.



นาย สมบัติกล่าวว่า วันนี้ได้นัดหมายให้สมาชิกเสื้อแดงมาร่วมกันจัดกิจกรรมทางการเมือง และร่วมชมความงามของท้องสนามหลวงหลังปิดปรับปรุงมาหลายเดือน จะเห็นว่าทาง กทม.วางมาตรการทางด้านกฎหมายในการเข้ามาใช้พื้นที่สนามหลวงแห่งนี้ไว้อย่าง เข้มงวดมาก หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 ล้านบาท ทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะเข้ามาใช้เพราะกลัว ดังนั้น ประชาชนยังเกิดความสงสัยว่าสนามหลวงตอนนี้ยังสามารถเข้าไปนั่งพักผ่อนหรือ จัดกิจกรรมอะไรได้หรือไม่ ดังนั้น วันนี้จึงได้มาพิสูจน์ว่าประชาชนยังสามารถเข้ามาใช้สนามหลวงนี้ได้อยู่ ขอให้เข้ามาใช้กันเยอะๆ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ปรับปรุงสนามหลวงเป็นเงินภาษีของประชาชนทุก คน และสนามหลวงนี้ก็ไม่ใช่เป็นแค่สวนสาธารณะอย่างเดียว ยังเป็นพื้นที่โบราณสถาน รวมทั้งเป็นพื้นที่ประวัติ ศาสตร์ทางด้านการเมืองด้วย

บ.ก.ลายจุดกล่าวต่อว่า ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ เตรียมจัดกิจกรรมใหญ่ 'แกนนอน เอ็กซ์โป 54' เป็นครั้งแรกบริเวณชั้น 5 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยเชิญชวนสมาชิกโรงเรียนแกนนอนจากทั่วประเทศกว่า 100 กลุ่ม มาร่วมงานเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเมืองและประชาธิปไตยให้มาก ขึ้น เป็นการจัดกิจกรรมในส่วนของภาคประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ส่วนกิจกรรมการ เมืองของกลุ่มต่างๆ ในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.นี้เวลา 13.00 น. กลุ่มประกายไฟซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ และประชาชนทั่วไป จะจัดการแสดงละครเวทีการเมืองขึ้น บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ถนนราชดำเนินกลาง

นายสมบัติกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ศาลสั่งให้รัฐบาลและกองทัพจ่ายค่าชดเชยให้กับเหยื่อที่ถูกยิงบาด เจ็บสาหัสรายละ 1 ล้านบาทช่วงที่มีการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน 2552 ว่า เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นเมื่อปี ཰ ที่ผ่านมา รวมทั้งปีཱ จะเห็นว่าทางรัฐบาลและกองทัพนำเอาอาวุธร้ายแรงเข้ามาปราบปรามผู้ชุมนุมทำให้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลและกองทัพจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชน เหล่านี้ได้ ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกๆ เหตุการณ์ ส่วนจะจ่ายให้รายละเท่าใดนั้นไม่สำคัญ

"ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ผ่านมาจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อได้รับบาดเจ็บก็ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนมาก จึงขอเรียกร้องไปยังกองทัพทุกหน่วยควรจะเอาเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง นี้ทั้งปี ཰ และ ཱ มาเป็นบทเรียน และอย่าได้นำออกมาใช้อีกในอนาคต" นายสมบัติกล่าว

นางพะเยาว์ อัคฮาด ประธานศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองปีཱ และมารดาของน.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม กล่าวถึงกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ทางรัฐบาลและกองทัพ จ่ายเงินค่าชดเชยให้กับเหยื่อที่ถูกยิงสาหัสจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อปี ཰ ว่า ในวันที่ 22 ส.ค.นี้จะนำข้อมูลกลุ่มผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการ ชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.53 ที่ได้รวบรวมไว้ตั้งแต่เกิดเหตุเข้าหารือร่วมกับนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานกลุ่มแนวร่วมประชา ธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เกี่ยวกับการดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่า ชดเชยให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากทางรัฐบาลและกองทัพ โดยจะหยิบยกประเด็นกรณีปี཰ ที่ศาลสั่งให้ชดเชยกลุ่มผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายมาเป็นคดีตัวอย่างที่รัฐบาลและกองทัพจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นทั้งหมด หนีไม่พ้น

"ดีใจมากหลังจากที่ทราบข่าวว่าศาลมีคำสั่งให้ รัฐบาลและกองทัพจ่ายค่าชดเชยกลุ่มผู้บาดเจ็บเมื่อปี཰ นี้รายละ 1 ล้านบาท ถึงแม้มันจะน้อยมากสำหรับเงินก้อนนี้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทั้งนี้ สำหรับเหตุการณ์ ปีཱ นั้นเมื่อนำมาเทียบกับเหตุการณ์ปี཰ แล้วห่างกันเยอะ โดยเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี ཱ รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์สั่งให้กองทัพขนอาวุธร้ายแรงออกมาเข่นฆ่าประชาชน และมีหลักฐานมากมายกว่า ปี཰ ซึ่งชัดเจนมากว่ากลุ่มใดเป็นคนลงมือยิงประชาชน แต่สุดท้ายก็ไม่มีการติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุหรือผู้สั่งการมาลงโทษได้จนถึง ทุกวันนี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดถูกดองอยู่ในดีเอสไอ" นางพะเยาว์กล่าว

นาง พะเยาว์กล่าวอีกว่า หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วจะนำมวลชนไปยื่นหนัง สือต่อพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติ ธรรม อีกครั้งเพื่อให้ปลดนายธาริต พ้นจากตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ เนื่องจากประชาชนไม่ไว้วางใจในการทำคดีของคนเสื้อแดงอีกต่อไป

พล.ต.ท. จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. กล่าวถึงกรณีการส่งชุดตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคล เข้าร่วมตรวจสอบ 169 ศพ ที่ จ.ระยอง ว่า ชุดตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคลยังไม่ลงพื้นที่ เพราะต้องรอการสืบสวนสอบสวนของตำรวจพื้นที่ก่อน หากผลออกมาว่าเข้าข่ายต้องสงสัยว่าศพดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อ แดงที่หายไป และมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ลงไป ทีมงานจะเดินทางไปทันที

ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวต่อว่า คาดว่าจะพบศพหรือโครงกระดูกเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นแพทย์นิติเวชจะตรวจสอบและคัดเฉพาะศพที่เพิ่งเสียชีวิตในช่วง 1-2 ปี มาตรวจสอบ จากนั้นจะนำมาตรวจสอบเอกลักษณ์โดยเปรียบเทียบศพที่พบเข้ากับระบบในฐานข้อมูล ของตำรวจซึ่งมีฐานข้อมูลของกองทะเบียนประวัติอาชญากร และบรรจุข้อมูลคนหายเอาไว้ทุกกรณี รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสูญหายจากที่อื่นๆ หากศพใดมีลักษณะภายนอกสอดคล้องกับบุคคลสูญ หาย อาทิ เพศ ส่วนสูง เครื่องประดับ รอยสัก เสื้อผ้า ก็จะนำมาตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ ด้วยการตรวจสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันบุคคลอีกครั้ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สพฐ.ตร.พร้อมแล้ว แต่ยังคงรอความชัดเจนในผลการสืบสวนสอบสวนจากท้องที่เสียก่อน

วัน เดียวกันที่ จ.อุดรธานี คนเสื้อแดงจำนวนกว่า 1 พันคน เดินทางไปรวมตัวกันที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อร่วมให้กำลังคนเสื้อแดงจำนวน 22 คน ที่เพิ่งได้รับประกันตัวออกมาจากเรือนจำกลางอุดรธานี เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีส.ส.อุดร ธานี พรรคเพื่อไทย 10 คนเอาตำแหน่ง ส.ส.ค้ำประกัน และมีนักธุรกิจเมืองอุดรธานี คุณสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล หรือเสี่ยต้อยติ่ง นำหลักทรัพย์มาเพิ่มอีก 11 ล้านบาท รวมเป็น 22 ล้าน และเป็นต้นแบบในการประกันตัวคนเสื้อแดงทั่วประเทศที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ มีคนเสื้อแดงที่ประกันตัวออกมาเดินทางมาร่วมงาน 19 คน ขาด 3 คน ซึ่งมีอาการป่วย

นายขวัญชัย ไพรพนา พร้อมด้วยนาย ศราวุธ เพชรพนมพร นายทองดี มนิสสาร นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม นายวิเชียร ขาวขำ และนางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เชิญคนเสื้อแดงไปรับฟังคำชี้แจงบนห้องประชุมชั้น 2 อาคารชมรมคนรักอุดร โดยนายขวัญชัย เปิดใจถึงบุคคลที่ให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้ง 22 คนออกมา และให้กำลังใจทุกคนและเตรียมตัวเพื่อสู้คดีต่อไป ด้านส.ส.อุดรธานี ได้พูดถึงภาพรวมของการเยียวยาคนเสื้อแดง ทั้งคนที่ถูกศาลตัดสินไปแล้วและผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี สุดท้ายนายขวัญชัย มอบค่าน้ำมันเดินทางกลับบ้านไปคนละ 1 พันบาท

นาย ขวัญชัย กล่าวว่า วันนี้เชิญคนเสื้อแดงทั้ง 22 คน ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวมาทำความเข้าใจในการต่อสู้คดี และช่วงระหว่างที่รอฟังคำพิพากษาจากศาลในวันที่ 28 ต.ค.นี้ โดยทั้งหมดสัญญาว่าจะมาตรงเวลาในวันนัดหมาย อีกทั้งยังได้พูดคุยกันถึงเรื่องสภาพครอบครัวความเป็นอยู่ของ 22 ครอบครัว ในระหว่างรอการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น ครอบครัวของนางปาริชาติ จวงจันทร์ หรือปูเป้ ที่พ่อป่วยหนักถึงขนาดที่ว่าหากถอดเครื่องช่วยหายใจออกก็เสียชีวิตทันที ครอบครัวของนายมงคล ชมคุณ ที่ขายข้าวมันไก่ ในตลาดเมืองอุดรธานี พ่อก็ต้องมาป่วยเป็นโรคไต เพราะทำงานหนักไม่มีลูกชายมาช่วยเหลือเพราะถูกจับติดคุก ครอบครัวของนายกิตติพงษ์ ชัยกัง ก็รับจ้างตัดไม้ยูคาลิปตัสขาย เมื่อลูกชายติดคุกก็ลำบาก บางครอบครัวคนติดคุกเป็นหัวหน้าครอบครัวทำให้ลำบากมาก สำหรับการเยียวยาคนเสื้อแดงนั้นได้วางแผนเอาไว้ว่า จะจัดงานโต๊ะจีนขึ้นโต๊ะละ 2 พันบาท ในวันที่ 8 ต.ค.นี้ สถานที่เป็นชมรมคนรักอุดร เพื่อหารายได้ช่วยเหลือเยียวยาคนเสื้อแดง

นาย ขวัญชัย กล่าวอีกว่า จะหยุดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องหมู่บ้านเสื้อแดงแล้ว เพราะไม่อยากเห็นความแตกแยก แต่ก็น่าวิตกที่คนเสื้อแดงด้วยกันหันมาแย่งมวลชนกันเอง จนกลายเป็นสงครามการแย่งมวลชน ภาพที่ออกมาเลยกลายเป็นความแตกแยก เหมือนเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า เพราะเพียงแค่อยากมีผลงานเพื่อเป็นเครื่องต่อรอง กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยากให้คนเสื้อแดงให้กำลังใจรัฐบาล ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานช่วยเหลือคนทั้งประเทศ ให้ลืมตา อ้าปากได้ อย่าหันมามองคนเสื้อแดงอย่างเดียว ที่ผ่านมาเราเอาไข่ไปกระทบหินพ่ายแพ้มาแล้ว จึงอยากบอกว่าคนเสื้อแดงควรจะระมัดระวังอย่าเปิดประเด็นกับฝ่ายตรงข้าม หรืออำนาจพิเศษ จะตลบหลังได้ทุกเวลา อย่าทำให้รัฐบาลเสียสมาธิ

ด้าน วิเชียร ขาวขำ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้คนเสื้อแดงได้รับอิสระได้ รับความเป็นธรรม และขอเปิดใจกับทุกคนว่าทำไมต้องเอาตำแหน่งส.ส.มาประกันตัวคนเสื้อแดง เพราะพวกตนเป็นส.ส.ไม่ได้เอาตำแหน่งมาประกันตัวเฉพาะคนเสื้อแดง คนไทยทุกคนก็ทำมาแล้วและทั้ง 22 คนก็ไม่ได้รู้จักกันมาเป็นพิเศษ ส.ส.ซีกฝ่ายค้านก็เคยเอาตำแหน่งประกันตัวคนเสื้อเหลืองมาแล้ว พวกเขายังไม่ใช่ผู้กระทำผิด

ส่วนนายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อีกคนกล่าวว่า ถึงแม้ว่าช่วงเกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลากลางจังหวัดอุดรธานีตนไม่อยู่ในพื้นที่ แต่มีโอกาสพูดคุยกับทหาร 2 นายที่เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าพวกที่ถูกจับกุมไม่ใช่คนเผา แต่พวกเขาเป็นไทยมุงแล้วถูกถ่ายภาพบันทึกเอาไว้จนถูกจับกุม ส่วนพวกที่เผาอยู่ชั้นบนศาลากลางพวกนั้นไม่ใช่คนเมืองอุดร ขอให้ทุกคนสบายใจได้ว่าศาลท่านจะเข้าใจพวกเราว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

ค้านจ่าย10ล.แดง หมอตุลย์ไปแน่ รับห่วงถูกคุกคาม

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



"นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์" แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ยัน ไปสภาฯ
ยื่นหนังสือคัดค้านวันแถลงนโยบายรัฐบาลแน่นอน
ลั่น ไม่เห็นด้วย จ่าย 10ล้าน ชดเชยเสื้อแดง รับหวาดถูกคุกคาม แต่จะทำต่อไป...

วันนี้ (21 ส.ค.) นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาป้องกันแผ่นดิน
และประชาชนกลุ่มคนไทยรักชาติ หรือแกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี
เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ยืนยันวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา (23 - 24 ส.ค.)
กลุ่มคนเสื้อหลากสี จะมีการเดินทางไปที่บริเวณอาคารรัฐสภา
เพื่อเตรียมที่จะยื่นหนังสือคัดค้านไม่เห็นด้วย
ในเรื่องนโยบายการบริหารของรัฐบาลต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
ประธานสภาผู้แทนราษฎร์ อย่างแน่นอน
โดยจะมีข้อเรียกร้องคัดค้านประมาณ 4-5 ข้อ อาทิ
เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เรื่องเศรษฐกิจ
เรื่องการจ่ายเงินค่าเยียวยาจำนวน 10 ล้านบาท
ให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.
และเรื่องที่รัฐบาลเตรียมช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
ซึ่งจะเริ่มมีการรวมตัวกันในวันที่ 23 ส.ค.นี้ เวลา 9.30 น. ที่บริเวณหน้ารัฐสภา
จากนั้นจะมีการขึ้นกล่าวปราศรัยบนรถขยายเสียงในเวลา 10.00 น.
และจะมีการยื่นหนังสือคัดค้านให้กับประธานสภาต่อไป ก่อนที่จะสลายตัวในที่สุด

นอกจากนี้ นพ.ตุลย์ ยังกล่าวยอมรับว่า
รู้สึกกลัวในการที่ตนเป็นแกนนำของกลุ่มคนเสื้อหลากสี แล้วออกมาเคลื่อนไหวร้องเรียน
คัดค้านการดำเนินการต่าง ๆ ในยุคของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย
แต่อย่างไรก็ตามต้องเดินหน้าเรียกร้องในสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง
ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยและเตรียมประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา
และยังไม่เคยได้รับคำขู่ หรือการกระทำที่ส่อเค้าถึงการคุกคามจากฝ่ายตรงข้าม
อีกทั้งยังกล่าวปฎิเสธถึงกรณีที่กลุ่มของตนออกมาเคลื่อนไหว โดยมีคนคอยสนับสนุน
เนื่องจากสังเกตได้จากการชุมนุมแต่ละครั้ง จำนวนมวลชนก็มีไม่มาก
และไม่มีกลุ่มใด ยื่นเจตนาที่จะเข้ามาร่วม
ดังนั้นกลุ่มคนเสื้อหลากสีจึงดำเนินกิจกรรมเพียงกลุ่มเดียว ยึดถือหลักความยุติธรรม
ไม่มีกลุ่มใดมาเกี่ยวข้องหรือคอยชักใยอย่างแน่นอน


http://www.thairath.co.th/content/pol/195727

สื้อแดงชุมนุมครบรอบ 15 เดือนสลายชุมนุม ผู้ค้าย่านราชประสงค์ยื่นหนังสือค้าน

ที่มา ประชาไท

เสื้อแดงชุมนุมครบรอบ 15 เดือนสลายชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ด้านผู้ค้าย่านราชประสงค์ยื่นหนังสือค้านชุมนุมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่มาภาพ: เฟซบุกของสหายสุดเท่ห์ ผู้ชายฮ่างฮ่าง รักแท้ไม่แคร์สื่อ

เมื่อ วันที่ 19 ส.ค. 54 บริเวณราชประสงค์ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้มีการนัดรวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์กระชับพื้นที่ของเจ้า หน้าที่ทหาร ครบรอบ 1 ปี 3 เดือน จนเป็นเหตุให้กลุ่มคนเสื้อแดงเสียชีวิตในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาอย่างเนื่อง แม้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมา โดยการนำของ นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส. กมลเกด อัคฮาด หนึ่งในผู้ที่เสียชีวิต พร้อมด้วยบรรดาเครือญาติที่สูญเสียครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ร่วมกันจัดงานพิธีรำลึก ซึ่งได้มีการนำเอารูปถ่ายของผู้ที่เสียชีวิตมาวางเรียงรายไว้ พร้อมกับให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงความเคารพต่อผู้ที่เสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางกลุ่ม นปช. ยังได้มีการนำรถกระบะมาติดตั้งเครื่องขยายเสียง ทำเป็นเวทีชั่วคราว ให้กับบรรดาตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้นขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที สลับกับกิจกรรมการร้องเพลงของศิลปิน ทั้งนี้เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ เร่งเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุม

ขณะเดียวกันได้มี กลุ่มพ่อค้าแม้ค้า ได้นำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงมาจัดจำหน่าย อาทิ เสื้อยืดสีแดงสกรีนข้อความต่าง ๆ อุปกรณ์ตีนหมวก หมวก เป็นต้น แต่สินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ร่มสีแดง เนื่องจากมีสายฝนโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังคงเข้าร่วมกิจกรรมกันต่อไป ดังนั้นจึงต้องหาซื้ออุปกรณ์ป้องกันฝน นอกจากนี้ยังมีการนำแผ่นป้ายหรือข้อความต่าง ๆ ร่วมแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์

ส่วน มาตรการรักษาความปลอดภัย ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 และ 6 จำนวน 1 กองร้อย หรือ 150 นาย คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งทางตำรวจได้มีการวางกำลังเป็นแถวเรียงหน้ากระดาน ตรวจตราบุคคลที่อาจสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย และยังได้มีการประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ เพื่อไม่ให้การชุมนุมในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตามยังไม่มีการปิดถนนเกิดขึ้น อีกทั้งตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นแต่อย่างใด และยังไม่ปรากฎแกนนำกลุ่มคนเสื้อใดรายใดเดินทางมาร่วมกิจกรรม

นอกจาก นี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว เบื่้องต้นมีการกำหนดสถานที่ภายในวัดปทุมวราราม แต่เนื่องจากทางวัดไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาจัดกิจกรรม ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงต้องออกมาดำเนินกิจกรรมตรงบริเวณสี่แยกราชประสงค์แทน ทั้งนี้ทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะจัดกิจกรรมจนถึงเวลาประมาณ 23.00 น. ก่อนแยกย้ายสลายตัวกันในที่สุด

ด้านนายชาย ศรีวิกรม์ ตัว​แทน​เครือข่ายรณรงค์ประชาธิป​ไตย​ไม่ละ​เมิด พร้อมด้วยตัว​แทน​ผู้ค้าย่านราชประสงค์ พนักงานบริษัท ​และประชาชนกว่า 100 คน ​ได้ถือป้าย​เดินขบวน​เพื่อ​เรียกร้อง​ให้กลุ่ม​ผู้ชุมนุมทุกกลุ่มหยุด​การ ชุมนุม สร้าง​ความ​เดือดร้อน​ให้กับประชาชน​และกลุ่ม​ผู้ค้า พร้อม​เข้ายื่นหนังสือ​ถึง พล.ต.อ.วิ​เชียร พจน์​โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ผ่าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ ​โฆษกสำนักงานตำรวจ​แห่งชาติ ​เพื่อขอ​ความชัด​เจน​ใน​การดำ​เนิน​การกับกลุ่ม​ผู้ชุมนุม ​และ​เรียกร้อง​ให้ตำรวจจัด​ให้มี​การประชุม 3 ฝ่ายคือ ตำรวจ กลุ่ม​ผู้ค้า ​และกลุ่ม​ผู้ชุมนุม​เพื่อหาข้อสรุป​และ​ความชัด​เจน​ใน​การชุมนุม รวม​ถึง​การสอบถามว่า​เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยอม​ให้มี​การจัด​การชุมนุมทุกวัน ที่ 19 ของ​เดือน​ในย่าน​เศรษฐกิจ​ได้ตลอด​ไป ​หรือที่ผ่านมา​การชุมนุมสร้าง​ความ​เดือดร้อน​ให้​ผู้ค้า ​และประชาชนบริ​เวณราชประสงค์มาอย่างต่อ​เนื่อง ​ถึงตอนนี้หลายคนยังมีหนี้สิน​เป็นจำนวนมาก​ซึ่ง​เป็นปัญหาที่​เขา​ไม่​ได้ ก่อขึ้น​เอง ​จึงขอ​เรียกร้อง​ให้หยุด​การชุมนุม ​ให้​เห็น​ใจ ​และ​เข้า​ใจกลุ่ม​ผู้ค้า​และประชาชน​ในย่านนี้บ้างอย่าซ้ำ​เติม​ให้​เดือด ร้อนมาก​ไปกว่านี้ ถ้า​เป็น​การมา​แล้ว​เดินขบวนผ่าน​ไปจะ​ไม่ว่า ​แต่อย่ามาชุมนุมสร้าง​ความ​เดือดร้อน​ทั้งกับธุรกิจ​และ​การจราจร​โดยรอบ อยาก​เรียกร้อง​ให้รัฐบาลจัดหาที่ชุมนุมที่​เหมาะสม​และ​เป็นระ​เบียบ​เรียบ ร้อย

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: ไทยรัฐออนไลน์, บ้านเมือง

ที่นี่ความจริง:ไม่ใช่แค่ปากท้องต้องยุติธรรมด้วย

ที่มา Thai E-News

ที่มา รายการที่นี่ความจริง Asia Update-DNN

รายการที่นี่ความจริง ตอนล่าสุด ทางโทรทัศน์ Asia Update-DNN ดำเนินรายการโดย 2 นักวิชาการสาวหัวใจประชาธิปไตย ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์หวาน) ,รศ.สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ตุ้ม)

รายการที่นี่ความจริง วันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2554: สัญญาใจของรัฐบาลใหม่ต่อประชาชน

รัฐบาลชุดใหม่ต้องไม่ลืมสัญญาใจที่ให้ไว้กับประชาชนผู้ที่สนับสนุน ต้องทำความยุติธรรมให้เกิดขึ้น แก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และดำเนินการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

นโยบายของรัฐบาลต้องไม่ยึดติดกับตัวบุคคล ควรมีการวางระบบที่ดี มีความชัดเจน มีแนวทางประชาธิปไตย สัญญาใจที่ต้องไม่ลืม เช่น

การแก้รัฐธรรมนูญ 2550 มีหลายประเด็นในรัฐธรรมนูญที่ต้องแก้ไข เข่น อำนาจหน้าที่ของ กกต. ควรจะมีหน้าที่ด้านธุรการ เช่นการจัดการการเลือกตั้งเท่านั้น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ครึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง ที่มาขององค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งที่มาต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน อาจทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม และความแคลงใจของประชาชนต่อองค์กรเหล่านั้นได้









การให้สัตยาบรรณ กับ ICC เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่น่าดำเนินการอย่างยิ่ง ซึ่งการให้สัตยาบรรณกับ ICC จะทำให้ประชาชนทุกคนได้รับการปกป้อง คุ้มครอง ดูแลตามมาตรฐานสากลด้านความยุติธรรม

เสรีภาพสื่อ ล่าสุด นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวง ไอซีที คนใหม่ ออกมากล่าวว่า “จะทำการกำกับดูแลตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์อย่างเข้มงวด และปราบปรามเว็บหมิ่นสถาบัน โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด”

ซึ่งกฎหมายทั้งสองฉบับ มีผลการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการ และได้ตีแผ่ว่า กฎหมายทั้งสองฉบับ มีปัญหาการบังคับใช้ที่รุนแรง ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ และเป็นช่องทางให้ผู้ที่มีอำนาจใช้จัดการใส่ร้ายป้ายสีผู้ใช้หรือฝ่ายตรง ข้ามได้ ดังนั้น รมว.กระทรวงไอซีทีต้องรีบกลับไปดูกฏหมายที่มีปัญหาเสียก่อน









ทนายคดี112:เข้าใจไม่ได้ว่ะครับท่าน!

ที่มา Thai E-News

ความผิดฐานก่อการร้าย : ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลาดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท ได้ประกัน !

ความผิดฐานหมิ่พระบรมเดชานุภาพ : ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี ไม่ได้ประกัน !

เข้าใจไม่ได้ว่ะครับท่าน !

ที่มา:เฟซบุ๊คทนายอานนท์ นำภา



ขณะเดียวกันกลุ่ม 24 มิถุนาเพื่อประชาธิปไตยแจ้งว่า ในวันนี้(22 สิงหาคม)องค์กรแรงงานเพื่อประชาธิปไตยขอเชิญร่วมกิจกรรมรณรงค์ปล่อยตัวนัก โทษการเมือง พบกันหน้าทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น.

คนงานเหนือหนุน300 สภาลูกจ้างวอนปูสร้างรพ.ให้คนไข้ประกันสังคมเลิกเป็นผู้ป่วยพลเมืองชั้น2

ที่มา Thai E_New

ผู้ ใช้แรงงานทั่วประเทศออกมาสนับสนุนค่าแรง300บาท ในภาพเป็นคนงานย่านรังสิต ล่าสุดคนงานภาคเหนือออกโรงหนุน(ภาพล่าง) ส่วนสภาองค์การลูกจ้างยื่น4มาตรการ 5ข้อเสนอ 33 วิสัยทัศน์ให้รัฐบาลปู1คลอดเป็นนโยบาย รวมทั้งสร้างโรงพยาบาลเฉพาะผู้ป่วยประกันสังคม ไม่ให้เป็นพลเมืองชั้น2ทั้งที่จ่ายเต็มเม็ดเต็มหน่วยถูกหักทุกเดือน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 สิงหาคม 2554

หมายเหตุไทยอีนิวส์:วันนี้มีเวทีสัมมนาคนงาน นักวิชากภาคเหนือ หนุนนโยบาบรัฐบาลค่าจ้าง 300บาท และส่งจดหมายถึง นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงแรงงาน ในนามของกลุ่มผู้ใช้แรงงานเพื่อประชาธิปไตย ภาคเหนือ สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้


21 สิงหาคม 2554

เรียน นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานฯ นาย เผดิมชัย สะสมทรัพย์

เรื่อง สนับสนุนนโยบายค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศของรัฐบาลประชาธิปไตย คืน “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และ”ความยุติธรรม”ให้กับผู้ใช้แรงงาน


สืบเนื่องมาจาก ภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้ทำลายระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทยทำให้สิทธิเสียงของประชาชนไม่มีความหมาย ในทางการเมือง ทำให้สิทธิสียงไม่มีความหมายในการต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า เพื่อความเสมอภาค ความเท่าเทียมกันของผู้ใช้แรงงานและสังคมไทย เนื่องเพราะอำนาจตกอยู่ในมือของฝ่ายนอกระบบประชาธิปไตย

ต่อมาเมื่อมีการเรียกร้องให้ยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่ ทำให้หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงของประชาชนกลับมีความหมายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ผู้ใช้แรงงานก็เช่นกันได้มีส่วนร่วมทางการเมืองที่จะเลือกพรรคการเมือง นักการเมือง เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน

ในช่วงที่มีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยได้เสนอนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เป็นผลให้ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ได้สนับสนุนในการเลือกพรรคเพื่อไทย เนื่องเพราะนโยบายนี้จะทำให้ผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายหลังจากที่นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยนับเป็นเวลาร่วม หลายสิบปีไม่ได้มีนโยบายที่มีจุดยืนเคียงข้างผู้ใช้แรงงานเช่นนี้ แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้แรงงานมีสภาพความเป็นอยู่อย่างอัตคัต มีหนี้สินล้นพ้นตัว จักมีชีวิตอยู่รอดได้ต้องทำให้หนักขึ้น ต้องทำงานล่วงเวลา ต้องไม่มีวันหยุด เป็นการทำลายความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้แรงงาน

นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการคืน “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”ให้กับผู้ใช้แรงงาน และคืน “ความยุติธรรม” ให้กับผู้ใช้แรงงาน ในฐานะผู้ใช้แรงงานเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม เป็นผู้สร้างสรรค์ผลิตสรรพสิ่งให้กับสังคม ในฐานะผู้ใช้แรงงานมีส่วนสำคัญในการสร้างความเจริญ ความมั่งคั่งให้กับประเทศ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางที่ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่สนับสนุนนโยบายนี้ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กลับมีนายทุน องค์กรนายจ้าง เครือข่าย สื่อมวลชน นักวิชาการ ของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ที่ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว

เราในฐานะผู้ใช้แรงงาน ภาคเหนือ มีความคิดเห็นว่า การคัดค้านนโยบายนี้ ก็เพียงเพื่อยึดผลประโยชน์ที่เห็นแก่ตัวของนายทุนที่สนับสนุนฝ่ายอำมาตยา ธิปไตยมาตลอดเท่านั้นเอง

เราขอเรียกร้องให้

1.รัฐบาลประชาธิปไตยภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ผู้ได้รับคะแนนเสียงข้างมากจากประชาชน ต้องไม่ไหวเอนไปตามการคัดค้านของนายทุนและเครือข่ายอำมาตยาธิปไตย ทั้งหลาย และจงมุ่งมั่นทำตามนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ

จงเชื่อเถิดว่าผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่สนับสนุนนโยบายที่มีจุดยืนเคียงข้าง ผู้ ใช้แรงงาน เพื่อ คืน “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และ”ความยุติธรรม”ให้กับผู้ใช้แรงงาน

2. จัดกระบวนการแก้ไขปัญหาด้านแรงงานต่างๆ ของผู้ใช้แรงงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและมีความยุติธรรมให้กับผู้ใช้แรงงาน เช่น การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานในปัจจุบันทุกฉบับ การรับรองสัตยบัน ILO มาตราที่ 87 และ 98 ฯลฯ โดยมีตัวแทนผู้ใช้แรงงานทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง เข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วย

ด้วยความเคารพ

(นายอนุชา มีทรัพย์ )
กลุ่มผู้ใช้แรงงานเพื่อประชาธิปไตย ภาคเหนือ

(นายวิสิษฐ์ ยาสมุทร)
ประธานสหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์

(นายอัครเดช ชอบดี)
ประธานสหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์


สภาองค์การลูกจ้างยื่น 4 มาตรการ 5 ข้อเสนอ 33 วิสัยทัศน์ หนุนรัฐบาลคลอดเป็นนโยบายเพื่อผู้ใช้แรงงาน
สภา องค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย ร่วมกับสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ สหพันธ์แรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย สหพันธ์แรงงานกระดาษและการพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ยื่นเสนอนโยบายแรงงานต่อพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลเพื่อประกอบการจัดทำเป็นนโยบายในการแถลงต่อรัฐสภา ในวันที่ 24 สิงหาคมที่จะถึง ดังนี้

4 มาตรการ 5 ข้อเสนอ 33 วิสัยทัศน์ นโยบายของผู้ใช้แรงงาน

1. มาตรการทางกฎหมาย
2. มาตรการทางเศรษฐกิจ
3. มาตรการทางการเมือง
4. มาตรการการจัดการ

1. มาตรการทางกฎหมาย
1.1 ให้ปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ

2. มาตรการทางเศรษฐกิจ

- เร่งจัดเก็บภาษีอากรเพื่อจัดงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีสำนักทรัพย์สิน
- มาตรการทางภาษี ยกเลิกมาตรการภาษีที่ซ้ำซ้อน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ใช้แรงงาน

3. มาตรการทางการเมือง

- ให้มีการแสดงออกถึงสิทธิ เสรีภาพครบบริบูรณ์ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ยกเลิกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ
- ให้ยึดหลักประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด เช่น ให้มีการจัดประชุมปรึกษาหารือร่วมทุกฝ่ายและทำข้อตกลงร่วมกัน
- รัฐต้องไม่แทรกแซงและขัดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อผู้ใช้แรงงานแสดงออกตามวิถีทางประชาธิปไตย หรือเรียกร้องสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้

4. มาตรการจัดการร่วม

- ให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมระหว่าง รัฐ กระทรวง นายจ้าง ลูกจ้าง และศาล เพื่อเป็นมติในการดำเนินการร่วมกัน
- การจัดประชุม 2 ฝ่าย ระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง
- จัดประชุม 3 ฝ่าย หรือ 4 ฝ่าย ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5 ข้อเสนอ

1. เร่งดำเนินการรัฐสวัสดิการ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย
2. เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพงมีผลกระทบต่อผู้บริโภค ให้จัดหาสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายในย่านอุตสาหกรรมเพื่อลดค่าครองชีพ เพิ่มมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ค่าไฟฟ้าฟรี, ค่าน้ำประปาฟรี, ค่ารถไฟฟรี, ค่ารถเมล์ฟรี ฯลฯ ให้ทั่วถึงและเป็นจริง
3. รับรองอนุสัญญา 87,98
4. การเพิ่มค่าจ้าง
5. การพัฒนาฝีมือแรงงานตอบสนองรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น

33 วิสัยทัศน์ นโยบายแรงงาน

1. * ต้องสร้างความร่วมมือด้วยกันทุกฝ่าย คือ 1) ภาครัฐ กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) ภาคการลงทุนคือผู้ประกอบการ สถาบันการเงินสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และ 3 ) ภาคการผลิตอุตสาหกรรม คือผู้ใช้แรงงาน สภาองค์การลูกจ้าง สหพันธ์แรงงาน สหภาพแรงงาน 4) ภาคเกษตรกรรม ชาวไร่ ชาวนา พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไป

2. * เร่งจัดตั้งรัฐบาลให้มีเสถียรภาพและเป็นประชาธิปไตย (การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ยกเลิกกลุ่ม หรือคณะบุคคลหรือองค์กรที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง)

3. * จัดระบบค่าจ้าง ความปลอดภัย สวัสดิการ สิทธิทางการเมือง ตามที่บัญญัติไว้ในหลักกฎหมายและบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ

* กระทรวงแรงงานต้องจัดการกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด / จัดระบบคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน

* กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ขยายวงเงินให้กับผู้ถูกเลิกจ้าง ปรับปรุงเงื่อนไขให้เหมาะสมและสอดคล้องในการรับสิทธิประโยชน์ให้ลูกจ้างมี สิทธิ กรณีมีการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชย

4. สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนต้องได้รับการตอบสนองครบถ้วน การเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสำหรับผู้ประกันตน

5. * พัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับการลงทุน และการผลิต

* พัฒนาผีมือแรงงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี
* จัดทำแผนแม่บทว่าด้วย การทำงานในต่างประเทศ / การใช้แรงงานประเภทต่าง ๆ
* เสริมทักษะด้านการใช้ภาษาพูดและเขียน

6. * ให้ตรากฎหมายจัดตั้งสถาบันความปลอดภัยขึ้น โดยรัฐต้องรับผิดชอบเป็นการสำคัญ

7. * ให้มีสถานดูแลเด็กอ่อน โดยการทำข้อตกลงระหว่างสถานประกอบการกับลูกจ้าง และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุน

8. * ให้ตรากฎหมายแรงงานต่างด้าว

* สิทธิประโยชน์ให้ได้รับเท่ากับแรงงานไทยในภาคการผลิตเดียวกัน
* จัดตั้งหน่วยงานขึ้นรับผิดชอบอย่างชัดเจน /ควบคุมดูแลไม่ให้เกิดกระทำผิด

9. * นำที่ดินที่ถือครองและไม่ทำประโยชน์ มาจัดสรรให้กับผู้มีรายได้น้อย

10. * ต้องมีที่อยู่อาศัยลดอัตราดอกเบี้ย เพิ่มสิทธิในการเป็นเจ้าของ

* ขยายโครงการรัฐสวัสดิการ

11. *กำหนดแผนปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ใช้แรงงานและประชาชน

12. * เร่งดำเนินการโครงการเม็กกะโปรเจ็ก เช่น ขุดท่าเรือน้ำลึก แลนบิด โครงการผันน้ำโขง ฟื้นฟู 26 ลุ่มน้ำ รถไฟรางคู่

13. * ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร ทำโครงการพลังงานทดแทนทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานถ่านหิน

* โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรและรักษาสภาพแวดล้อม

14. สนับสนุนสถาบันวิจัยแห่งชาติร่วมเอกชนพัฒนาสินค้า

15. * ให้กระทรวงแรงงานและการท่องเที่ยวร่วมดำเนินการโดยมีคณะกรรมการร่วม
* สร้างความเชื่อมั่นต่อต่างชาติ

16. *กฎหมายแข่งขันทางการค้า ต้องใช้อย่างเคร่งครัด กำหนดกระบวนการขึ้น โดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

17. * สร้างวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนโดยผ่านนักศึกษา เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และนายจ้าง

18. * พัฒนาระบบคมนาคม เชื่อมทางขนส่งไป ลาว เวียดนาม จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น
* สร้างท่าเรือน้ำลึก และสายการบินขนส่งสินค้า

19. * การค้าเสรีมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลชุดพิเศษ

20. * จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเกษตรกรรม

21. * กำหนดการอุทธรณ์เรื่องภาษีให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 3 เดือน

22. * จัดระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีแผนแม่บทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

23. * ส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องเป็นจริง

24. * กระทรวงแรงงานต้องร่วมมือกับกระทรวง ไอ ซี ที สำนักนายก รัฐสภา พัฒนาระบบและจัดตั้งโครงข่าวสื่อสารพื้นฐาน

* จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ โดยกระทรวงแรงงานดำเนินการ

25. * กำหนดแผนจัดการด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมในสภาพปัญหาปัจจุบัน

* ให้รับสิทธิประโยชน์ตอบแทนตามมติต่างๆ โดยการประสานงานของกระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรฯ รัฐสภา สำนักนายก

26. * กำหนดแผนรับผู้ใช้แรงงานที่ผ่านการฝึกฝนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

* โครงสร้างการศึกษาของประเทศต้องกำหนดมาตรฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

27. * เร่งรัดการจัดตั้งกองทุนเพื่อสร้างนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

28. * ด้านการต่างประเทศดำเนินการตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดและให้มีการประชุมร่วมหลายฝ่ายขึ้น

29. * ยกเลิก พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518

* รวบรวมจัดทำประมวลกฎหมายแรงงาน โดยจัดตั้งคณะกรรมการร่วม หลายฝ่าย

30. เร่งรัดจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมาย ภายใน 3 เดือนและจัดประชุมหลายฝ่าย
31. * ยกเลิกกฎหมาย พรบ. พรก. ที่ปิดกั้นข้อมูล ข่าวสาร
* ผู้ใช้แรงงานต้องใช้สื่อของรัฐได้
* รัฐและสถานประกอบการต้องร่วมกันจัดตั้งศูนย์กลางรับข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต

32. * ยกเลิก กฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่ควบคุมสื่อของรัฐให้จำกัดอยู่ในเฉพาะเพื่อความมั่นคง

33. * ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาบังคับใช้และปรับปรุงแก้ไข
* ยกเลิกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน

โดย สภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย
สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ
สหพันธ์แรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย
สหพันธ์แรงงานกระดาษและการพิมพ์แห่งประเทศไทย

สิงหาคม 2554

สภาองค์การให้สมาชิก6หมื่นคนส่งแบบสำรวจเรื่องค่าครองชีพ เพื่อสนับสนุนนโยบายค่าแรง300

Sunday, August 21, 2011

"หมาป่า"กับ"ลูกแกะ"

ที่มา มติชน





โดย สรกล อดุลยานนท์

(คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 20 สิงหาคม 2554)

พยายามอ่านรายงานของ "คณะ อนุกรรมการเฉพาะเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการส่งอีเมล์ของนักการเมือง ระบุการให้เงินและผลประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน" ด้วยใจนิ่งๆ

อย่างน้อมรับคำวิจารณ์

แต่พออ่านจบก็นึกถึงนิทาน "หมาป่า" กับ "ลูกแกะ" ขึ้นมา

นึกถึงสำนวนที่ "หมาป่า" พูดกับ "ลูกแกะ" ว่าเอ็งไม่ได้ด่าข้าเมื่อปีกลาย พ่อเอ็งก็ด่า

เรื่อง "อีเมล์" ฉาวที่เป็นข่าว เกิดขึ้นมาเพราะมีเว็บไซต์หนึ่งนำอีเมล์ของ "วิม รุ่งวัฒนจินดา" รองโฆษกพรรคเพื่อไทยไปเผยแพร่

ในอีเมล์นั้นระบุว่า "วิม" จ่ายเงินดูแลสื่อมวลชน 7 คนจากหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ คนละ 20,000 บาท เพื่อให้ภาพและข่าวของ "ปู" ยิ่งลักษณ์ อยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน

ตั้งแต่เห็นข่าวผมก็นึกขำในใจ เพราะการเลือกตั้งนี้แข่งกันระหว่าง 2 พรรคใหญ่ ยังไงรูปของ "อภิสิทธิ์" และ "ยิ่งลักษณ์" ต้องขึ้นหน้า 1 ตลอดแน่

ยังพูดกับเพื่อนเลยว่าถ้าเป็นอีเมล์จริงก็เป็นเรื่องการเอาผลงานเข้าตัว และอ้าง "รายจ่าย" เพื่อสร้าง "รายได้" ส่วนตัว

ส่วนหนึ่ง เพราะ 3 ใน 7 คนที่ถูกกล่าวหาเป็นรุ่นพี่ที่ "มติชน" และไม่มีอำนาจมากขนาดกำหนดภาพและข่าวใน "มติชน" และ "ข่าวสด"

ช่วงนั้นยังเดินไปแซวขำๆ กับพี่ทั้ง 3 คนเลย

ในขณะที่ "คมชัดลึก" ก็ลงแถลงการณ์สอบสวนแล้วว่านักข่าวทั้ง 2 คนไม่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการกำหนดข่าวและภาพของหนังสือพิมพ์

คนหนึ่งเป็นบรรณาธิการข่าวอาชญากรรมด้วยซ้ำ

ถ้าวิเคราะห์แบบไม่มี "อคติ" หรือ "ธง" ส่วนตัว ก็น่าจะตั้งสมมติฐานว่า "อีเมล์" ฉบับนี้ต้องการโยงชื่อนักข่าวที่ "วิม" รู้จักเพื่ออิงกับ "หนังสือพิมพ์" จะได้ถือว่าเป็น "ผลงาน"

ประเด็นเรื่องนี้จึงต้องตรวจสอบว่า 1 "อีเมล์" ป็นของจริงหรือเปล่า 2.ถ้าจริง "เนื้อหา" ในอีเมล์เป็นจริงหรือไม่ 3.สื่อแต่ละคนมีอำนาจจริงหรือไม่ 4.มีหลักฐานว่าทั้ง 7 คนรับเงินจริงหรือไม่

ซึ่งผลที่ออกมาก็ชัดเจนว่าทั้ง 7 คนไม่ผิด

เรื่องก็น่าจะจบ

แต่เพราะมี "ธง" ในใจที่จะตรวจสอบ "หนังสือพิมพ์" มากกว่า "คน"

ขนาด "ข่าวสด" ยืนยันว่า "พี่ชลิต" ไม่ได้สังกัดที่นี่ อนุกรรมการฯก็ยังอ้างว่าอยู่ในเครือเดียวกัน

ดังนั้น จึงต้องสอบ "ข่าวสด" ด้วย

ประมาณ "เอ็งไม่ได้ด่า พ่อเอ็งก็ด่า"

กระบวนการสอบจึง "เลยธง" จากประเด็นที่สภาการหนังสือพิมพ์ฯกำหนด

ไม่เชื่อลองอ่านชื่อคณะอนุกรรมการฯดูสิครับ

เขาให้สอบเรื่องอะไร

อนุกรรมการฯใช้ "เสื้อคลุม" ของสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ตั้งประเด็นสอบเรื่องการนำเสนอข่าวในช่วงเลือกตั้งของหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับทั้งที่ไม่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเลย

ผมถือว่าเรื่องความเป็นกลางในการนำเสนอข่าว วิพากษ์วิจารณ์ได้ครับ

ว่ากันได้ เถียงกันได้

แต่ต้องเป็นเวทีอื่น ไม่ใช่เวทีนี้และแอบสอบข้างเดียวโดยไม่ให้หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับชี้แจง

และที่ถือว่า "ชั่วร้าย" ที่สุดคือความพยายามโยงเรื่อง "ผลประโยชน์" จากงบโฆษณากับ "ความเป็นกลาง"

โยง 2 เรื่องเข้าด้วยกัน

แทรกเรื่องขึ้นมาดื้อๆ

ประเด็นนี้ถือว่าร้ายแรงมากในเชิงวิชาชีพ

เราวิพากษ์วิจารณ์ใคร ไม่จำเป็นว่าเราต้องรับเงินจากฝั่งตรงข้าม

ถ้าใช้สำนวน "หมาป่า" กับ "ลูกแกะ" ก็ต้องเปรียบเทียบว่าเหมือนกับเราฝากใครเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ก็ไม่จำเป็นว่าเราต้องรับเงินจากเขา

ผมว่าเรื่องนี้ "หมอวิชัย" น่าจะเข้าใจดี

นายกฯยินดีไปพบ"ป๋าเปรม"วันเกิด 26 ส.ค.นี้ ยันไม่มี"องครักษ์"พิทักษ์วันแถลงนโยบาย

ที่มา มติชน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ (21 สิงหาคม 2554) จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 23-24 สิงหาคมนี้ โดยได้มีการแบ่งให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ อภิปราย ส่วนตนเองจะดูในภาพรวม และขณะนี้มีความพร้อมบางส่วนแล้ว โดยประเด็นเร่งด่วนยังเป็นเรื่องของปัญหาภาระค่าครองชีพของประชาชน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะไม่มีการตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี และไม่ได้กังวลที่จะถูกฝ่ายค้านตอบโต้ในระหว่างการแถลงนโยบาย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบคำถามเรื่องความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แต่แสดงความเห็นในฐานะผู้มีประสบการณ์ ซึ่งสุดท้ายทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย

นายกรัฐมนตรียังมั่นใจว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะสามารถชี้แจงเรื่องต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ขณะที่ผลการตรวจสอบศพไร้ญาติ จำนวน 169 ศพ ที่พบในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง นั้น จะต้องรอผลการพิสูจน์ที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ส่วนการเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด วันที่ 26 สิงหาคมนี้ ตนเองต้องการที่จะเข้าไปอวยพรวันเกิด หาก พล.อ.เปรมเปิดโอกาสให้เข้าพบ