WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, August 26, 2011

ช่างภาพเอเอฟพีได้รับรางวัลส่งเสริมสันติภาพระหว่างประเทศจากการถ่ายภาพคนเสื้อแดง

ที่มา ประชาไท

เว็บไซต์สเตรทไทมส์รายงาน ว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่างภาพของเอเอฟพี นิโคลัส อัสโฟรี ซึ่งถ่ายภาพชายเหตุการณ์การเผชิญหน้ากันระหว่างคนเสื้อแดงและกองกำลังฝ่าย ความมั่นคง เป็นหนึ่งในผู้รับรางวัลจากการจัดประกวดรางวัลยอนฮับ อินเตอร์เนชั่นแนลครั้งแรก โดยการจัดงานดังกล่าวมีขึ้นที่สำนักงานองค์การสสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก โดยมีนายบัน คี มุน เป็นประธานในงาน

นายอัสโฟรี ได้รับรางวัลจำนวน 5,000 เหรียญสหรัฐ จากผลงานการถ่ายภาพรูปของชายคนหนึ่งที่ร่างกายอาบด้วยเลือดถูกอุ้มออกมาจาก การประท้วงที่มีผู้เสียในกรุงเทพฯ เมื่อเดือน เม.ย. 2553 ขณะที่ผู้สนับสนุนของทักษิณเผชิญหน้ากับกองกำลังฝ่ายทหาร ซึ่งรางวัลที่เขาได้รับจัดอยู่ในประเภท “ส่งเสริมสันติภาพระหว่างประเทศ”

คนไทย9ชาติยุโรปตั้งสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน เลิก112เรียกร้องประชาธิปไตยแท้จริง

ที่มา Thai E-News

ทางกลุ่ม คนไทยในยุโรปประกาศจัดตั้งสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน เดินหน้ารณรงค์เรื่องยกเลิกมาตรา 112 และยุติคดีและปล่อยนักโทษคดีการเมืองและนักโทษคดีหมิ่นฯ ทุกคน ทั้งนี้ประกาศรณรงค์พร้อมกันในวันที่ 19 กันยายน 2554

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2554

นอกจากจะมีนปช.สหภาพยุโรป(UDD EU)ที่เป็นแหล่งรวมคนไทยในยุโรปที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และเป็นกลุ่มที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรแล้ว ล่าสุดในภูมิภาคยุโรป ได้มีการประกาศจัดตั้งสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน ของกลุ่มคนไทยในยุโรป 6 + 3 ประเทศ ขึ้นอีกเครือข่ายหนึ่งแยกต่างหากจากกลุ่มแรก

โดยภาคีสมาชิกประกอบไปด้วย คือ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมัน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์ที่ร่วมประชุมกันในวันที่ 6 สิงหาคม 2554 ที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม และกับอีก 3 ประเทศที่เข้าร่วมในขณะนี้ได้แก่ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ และสวิสเซอร์แลนด์

สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน ของกลุ่มคนไทยในยุโรป 6 + 3 ประเทศ เปิดเผยว่า พวกเราต้องการทำหน้าที่ของคนไทยที่รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม และในฐานะพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ที่มีภาระทำหน้าที่ตามครรลองประชาธิปไตย และตามหลักแห่งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นำเสนอปัญหาเมืองไทยอย่างตรงไปตรงมา

พร้อมทั้งพยายามรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะด้วยความบริสุทธิ์ใจจาก ภาค ประชาคมไทยและประชาคมโลก ที่ต้องการเห็นประเทศไทยและคนไทยอันเป็นที่รักทุกคนได้พัฒนาไปข้างหน้าอย่าง ยั่งยืน โดยสหภาพจะรวบรวมและส่งมอบต่อไปยังรัฐบาลไทย

พวกเราเชื่อมั่นว่า เมื่อพื้นที่แห่งเสรีภาพเปิดรับสิทธิและเสรีภาพและยอมรับความเท่าเทียมกัน ของประชาชนทุกหมู่เหล่า พลังบวกแห่งการช่วยกันขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศจะมีมากมายมหาศาลและประเทศ ไทยจะเคลื่อนไปข้างหน้า - แม้ว่าอาจจะช้าไปบ้าง - แต่ก็เป็นไปอย่างมั่นคง โดยที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม และมีความสุข

พวกเราจึงขอส่งคำประกาศจัดตั้งสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน และยินดีให้เผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้พวกเราขอต้อนรับทุกคนไม่ว่าไทยหรือต่างชาติที่รักประชาธิปไตย เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพของเราได้

ติดต่อสำนักงานเลขาธิการ savethailand@gmail.com

ด้วยความสมานฉันท์และมิตรภาพ

สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน
Union for People's Democracy

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เราได้เซ็นเซอร์บางถ้อยคำในคำแถลงการณ์ของสหภาพฯที่อ่อนไหวต่อกฎหมายไทยบางมาตราออก


คำประกาศคณะราษฎร 2475

ราษฎรทั้งหลาย เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชย์สมบัติสืบต่อจากพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ ร่มเย็น แต่การณ์ก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและการซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กดขี่ข่มเหงราษฎรปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้จากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจ และความฝืดเคืองในการทำมาหากิน ซึ่งพวกราษฎรได้รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้วรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิ สามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้

ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วดินฟ้า นี้ให้ สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือ กฎหมายพึงตั้งตนอยู่ในความสงบและตั้งหน้าทำมาหากิน อย่าทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎร การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกันและมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริยะ” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า

คณะราษฎร ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕


คำประกาศก่อตั้ง สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน 2011

มนุษยชาติ ทั้งหลายต่างต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพ และผาสุข โดยสร้างหลักประกันว่ามนุษย์ทุกคนจะสามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมด้านต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน

สภาวะ สงครามที่ไม่เคยหยุดหย่อนในทั่วทุกมุมโลก ได้เคยและกำลังสอนบทเรียนให้กับผู้คนว่า ประชาธิปไตยคือระบอบการเมืองเดียวที่พวกเรารู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ มนุษย์แต่ละคนและทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันและภายใต้กระบวนการยุติธรรม มาตรฐานเดียวกัน

ใน ปี 2475 คณะราษฎรของประเทศไทยได้ประสบความสำเร็จในการยกเลิกการปกครองระบอบสมบูรณาญา สิทธิราชย์ และจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบริหารกิจการบ้านเมือง แต่นับตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว สภาผู้แทนราษฎร ต้องเผชิญกับการต่อต้านจากฝากรอยัลลิสต์อย่างต่อเนื่อง

เพียง 15 ปี และการสิ้นพระชนม์อย่างมีเงื่อนงำของในหลวงอานันท์ กษัตริย์ผู้มีเหตุมีผลในปี 2489 นายทหารใน(เซ็นเซอร์)ได้ตัดสินใจยุติการเจรจากับคณะราษฎร การทำรัฐประหารของนายทหารในปี 2490 ได้คืนพระราชอำนาจหลายด้านให้กับพระมหากษัตริย์ รวมทั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อัน(เซ็นเซอร์)

คณะ ราษฎรโดยความร่วมมือกับนายทหารประชาธิปไตยได้พยายามต่อสู้เพื่อคืนสู่การ เมืองเป็นเวลาหลายปี แต่ในยามนั้นสหรัฐอเมริกาต้องการประเทศไทยเป็นฐานทัพ และซีไอเอ ก็ได้เริ่มฝึกสอน จ้างทหารรับจ้างชาวไทย รวมทั้งให้การอุดหนุนด้านการเงิน และอาวุธยุทโธปกรณ์กับทหารและตำรวจใน(เซ็นเซอร์) จนสามารถตั้งฐานทัพอากาศหลายแห่งในเมืองไทย เพื่อบินเข้าไปทิ้งระเบิด และสังหารประชากรในอินโดจีนกว่า 2 ล้านคน ผู้นำคณะราษฎรหลายคนต้องลี้ภัยไปต่างแดน และจำนวนไม่น้อยถูกสังหาร ตลอดช่วงสงครามเย็นแกนนำนักศึกษากรรมกร ชาวนาหลายร้อยคนถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด ไม่นับรวมชีวิตประชาชนหลายพันคนที่ต้องตายโดยไม่ทราบตัวเลขที่แท้จริง

ขบวน การประชาธิปไตยประชาชนในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2490 จึงถูกปิดกั้น ขัดขวาง และบดขยี้อย่างป่าเถื่อนมาอย่างต่อเนื่อง - ตลอด 65 ปี - และอยู่ในสภาวะก้าวหน้าหนึ่งก้าวถอยหลังสองก้าวด้วยรัฐประหารที่ไม่เคยหยุด หย่อนถึง 20 ครั้ง ทั้งนี้(เซ็นเซอร์)รับรองรัฐประหาร 9 ครั้ง

ตาม ธรรมเนียมปฏิบัติของบรรดาทหารใน(เซ็นเซอร์) นับตั้งแต่ปี 2490 รัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 ของไทยในปัจจุบันถูกร่างด้วยคณะนายทหารที่ทำการรัฐประหารปี 2549 เพื่อยกโทษให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำอาชญากรรมล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับที่ ผ่านมา - รัฐธรรมนูญประชาชน ฉบับปี 2540 ที่ได้มาด้วยความยากเย็น

นับ ตั้งแต่(เซ็นเซอร์)รับรองรัฐประหาร 2549 และ(เซ็นเซอร์)ได้แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าสนับสนุนฝ่ายนิยมเจ้า(นับตั้งแต่ปี 2550) ประชาชนชาวไทยและประชาชนทั่วโลก ในที่สุด ได้เร่ิมที่จะหันมามองบทบาทของสถาบัน(เซ็นเซอร์)ต่อการรบริหารกิจการบ้าน เมืองของประเทศไทยอย่างมีวิจารณาญาณ และเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสำนึกรับผิดชอบและต้องตรวจสอบได้ของ สำนัก(เซ็นเซอร์)ที่มีต่อประชาชน

วิศวกรรมโดย อำมาตย์ที่ทรงอิทธิพล เบื้องหลังป้ายโฆษณาแห่ง “ความมั่นคงของชาติ” จึงเต็มไปด้วยความน่าสะพรึ่งกลัว ทั้งความโกลาหลพินาศ การสังหารหมู่ประชาชน และความวุ่นวายทางการเมืองไม่หยุดหย่อนตลอดช่วงห้าหกปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ประเด็นต้องห้ามในสังคมถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในหมู่สาธารณชนมากยิ่ง ขึ้น

คนไทยจำนวนมากได้เร่ิมเข้าใจว่ากฎหมายที่ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความ คิด เห็น ปิดกั้นเสรีภาพในการชุมนุม และปิดกั้นเสรีภาพในการเจรจาต่อรองเพื่อค่าจ้างที่เป็นธรรมเป็นมาตรการทาง สังคมที่ผิดพลาด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อยต่อการบริหารบ้านเมืองด้วยหลักธรรมาภิบาล

นโยบาย และการดำเนินงานต่างๆ ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการศึกษา การเกษตร การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัยและสวัสดิการสังคม - เป็นผลิตผลของหลายทศวรรษแห่งการคอรัปชั่น การเมืองรวมศูนย์ -จำเป็นจะต้องรื้อสร้างหรือหันกลับทิศทางกันใหม่

เพื่อ สุขภาวะและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนทุกคน พวกเราจำต้องสร้างความเข็มแข็ง และความลุ่มลึกต่อการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของพวกเรา มันเป็นเพียงวิถีเดียวที่พวกเราจะสามารถสร้างหลักประกันว่าทุกหน่วยงานสาขา ของรัฐบาลจะเริ่มมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้โดยประชาชน

ด้วย ประชากร 66 ล้านคนและแรงงานต่างชาติอีก 3 ล้านคน จากประมาณ 40 ชาติพันธุ์ หลายศาสนาและความเชื่อ พวกเขาทั้งหลายจึงไม่สามารถยอมอยู่ภายใต้การปกครองโดยชนชั้นสูง และการเมืองรวมศูนย์อำนาจได้

เพื่อที่จะสามารถ ก้าวไปสู่โลกอนาคตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ประชาชนชาวไทยจะต้องเกาะกุมและโอบกอดอุดมการณ์แห่งประชาธิปไตยด้วยสองมือที่ มั่นคงและด้วยหัวใจทั้งดวง

เพี่อที่จะก้าวสู่โลกอนาคตได้อย่างมีศักดิ์ศรี พวกเราจำเป็นจะต้องสร้างวาระประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

วาระ ประชาชนของพวกเรา จะเป็นที่ยอมรับก็ด้วยการเคารพในสิทธิของกันและกัน และรวมตัวกันจัดตั้งระบบที่จะควบคุมปัจจัยการผลิตไว้ให้อยู่ในหมู่ประชาชน ให้ได้

เพื่อที่จะสามารถยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยในเวทีระดับโลก เราจำเป็นจะต้องฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพในการพึ่งตัวเอง และสร้างความเข้มแข็งให้กับระเบบเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อที่จะเป็น ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์

ประเทศไทยจำต้องจะต้องสร้างวาระการเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมทุกด้าน รวมทั้งในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการชุมนุม และสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม - Freedom of expression, freedom of association and right to collective bargaining.

ประเทศไทยจะต้องให้สัตยาบันและเคารพ ข้อตกลงระหว่างประเทศ กฎบัตร หรือข้อตกลงต่างๆ ที่เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการชุมนุมและสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม

จะ ต้องยกเลิกคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหมด นักโทษคดีหมิ่นฯ ทุกคนจะต้องได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีและกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะต้อง ถูกยกเลิกไป

สิทธิเท่าเทียมทุกคน - Equal rights for all.

เพื่อ สอดรับกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มนุษย์ทุกคนในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ สีผิว หรืออาชีพการงาน จะต้องได้รับการเคารพและปฏิบัติภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

ความยุติธรรมสำหรับทุกคน - Justice for all.

หลัก นิติบัญญัติของไทยจะต้องปฏิบัติตามหลักการแ่หงสิทธิมนุษยชนและหลัก นิติศาสตร์สากล ทั้งในตัวบทกฎหมายและในทางปฏิบัติของกระบวนการยุติรรม จะต้องไม่มีบุคคลใดในประเทศไทยที่อยู่เหนือกฎหมาย

วิถี การปฏิบัติสองมาตรฐานที่พบเห็นกันอย่างทั่วไป ในทุกหัวมุมถนน และในทุกระดับของกระบวนการยุติธรรมไทยจะต้องถูกถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก

สวัสดิการสังคมให้กับทุกคน - Social welfare for all.

นับ ตั้งแต่เกิด ประชากรที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ควรจะได้รับการดูแลด้านสวัสดิการสังคมที่จำเป็น รวมทั้งการศึกษา การดูแลสุขภาพ ที่อยู่อาศัยและเงินบำนาญต่างๆ


สิทธิในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ - Sound education for all.

นับ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงการศึกษาระดับสูงสุด โครงสร้างการศึกษาของไทยที่ฉ้อฉล ครอบงำด้วยชนชั้นสูง และอยู่ภายใต้ระบบพ่อขุนจะต้องถูกวางรากฐานขึ้นมาใหม่อย่างมีคุณภาพ

จะ ต้องมีการให้คำจำกัดความคำว่า “การศึกษา” ในประเทศไทยกันใหม่ เพื่อที่จะปลดปล่อยตัวเราจากการครอบงำด้วยคู่มือการศึกษาของพวกรอยัลลิสต์ ที่มีวิสัยทัศน์คับแคบและลำเอียง พวกเราจำเป็นจะต้องสร้างหลักประกันว่า ประชาชนจากทุกภาคส่วนจะมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักวิชาต่างๆ ว่าเราจะเรียนรู้เรื่องอะไรและเรียนกันอย่างไร

การศึกษาของรัฐจะต้องจัดให้ทั่วถึงต่อประชาชนทุกคนและไม่จำเป็นว่าจะต้องมีการบังคับให้ใส่เครื่องแบบนักเรียนหรือนักศึกษาใดๆ

ส่งเสริมให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น - Empowerment of women

ประเทศ ที่ขายหญิงสาวเพื่อชดเชยกับการไม่มีสวัสดิการสังคมมีแต่จะล่มจม ประเทศไทยและคนไทยจะต้องเผชิญหน้าทำความเข้าใจเสียทีว่าค่านิยมและวิถีการ ปฏิบัติต่างๆ ที่อนุญาตและกระตุ้นให้ผู้หญิงต้องขายร่างกายตัวเองจะต้องถูกขจัดทิ้งไป

หลาย ร้อยปีที่ผ่านมาคนทำงานหญิงไทยได้ทำงานที่อาจจะเท่าเทียมกับชายหรืออาจจะ มากกว่าเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ แต่สัดส่วนตัวแทนที่เป็นผู้หญิงในรัฐสภามีเพียงแค่ 16% เท่านั้น

ข้อเรียกร้องเพื่อจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้คือต้องจัดให้มีสัดส่วนผู้หญิงเท่าเทียมกับชายในทุกระดับของการบริหารบ้านเมือง โดยทันที

ความมั่นคงด้านอาหาร - Food security

ความ มั่นคงของประชาชนในประเทศไทย (และของชาติ) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาความรุ่งเรืองของกองทหารที่มากเกินจำเป็น หรือความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์หรือยานยนต์ได้เท่าไร ความมั่นคงของพวกเรา เช่นเดียวกับที่มันเคยเป็น ขึ้นอยู่กับศักยภาพที่จะอยู่รอดของหมู่บ้านต่างๆ และสุขภาวะและความหลากหลายของวิถีเกษตรกรรมของเรา

ด้วย ความเคารพ สนับสนุน ฟื้นฟู และปกป้ององค์ความรู้ และทักษะฝีมือของคนชนบท และบูรณาการเชื่อมโยงหลายหมื่นหมู่บ้านเข้าด้วยกัน คงไว้ซึ่งภูมิประเทศที่มีความหลากหลายทางนิเวศน์ คือเป้าหมายหลักทางการเมือง

สิทธิของระบบนิเวศน์ - Ecosystem rights

ยิ่ง ความหลากหลายของวิถีชุมชนเราน้อยลงเท่าไร ศักยภาพของพวกเราในการต้านทานผลกระทบของสภาวะโลกร้อนก็น้อยลง ศักยภาพในการปรับตัวของพวกเราก็ลดต่ำลงด้วยเช่นกัน

ใน วิถีเดียวกัน สัตว์โลกทั้งหลายทั่วพื้นพิภพต่างก็เอื้ออิงอาศัยซ่ีงกันและกันในระบบ นิเวศน์ มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน แต่ในฐานะที่เป็นผู้ทำลายระบบนิเวศน์ที่ทุกสรรพชีวิตได้อยู่อาศัยมากที่สุด ในโลก เรามวลมนุษยชาติแทบจะไม่สามารถเอ่ยได้อย่างภาคภูมิใจในวีรกรรมเหล่านี้ได้ แม้แต่น้อย

การ คุ้มครองบูรณภาพของระบบนิเวศน์ต่อการรุกรานของความละโมภของมนุษย์ และมลพิษต่างๆ อาทิเช่นระดับของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ GMOs คือเป็นเป้าหมายหลักทางการเมือง

การเคารพความแตกต่างทางชาติพันธุ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม Respect for ethnicity and cultural diversity

ความ ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติของเมืองไทยเป็นผลมาจาก การไม่อดทนซึ่งกันและกันระหว่างคนกลุ่มต่างๆ น้อยกว่าที่เกิดจากปัญหาจากนโยบายรัฐที่ไม่อ่อนไหวต่อสถานการณ์รวมทั้งการ ใช้ความรุนแรงเข้าจัดการความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นจากพวกรอยัลลิสต์ คลั่งชาติ ที่นั่งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ

ความขัด แย้งที่ชายแดนของไทยเป็นที่รับรู้ท่ัวโลกว่าสาเหตุใหญ่เกิดจากการจุดชนวนอัน เนื่องมาจากปัญหาภายใน เพื่อสร้างความชอบธรรมต่อการดำรงอยู่ของกองทหารที่ใหญ่โตเกินความจำเป็น

การ ลดขนาดของกองกำลังทหารในสังคมไทยและการผันงบประมาณจากด้านทหารมาสู่การใช้ จ่ายที่สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาสังคม เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญอีกข้อหนึงเช่นกันทางการเมือง

การแย่งชิงที่ดินและแหล่งทรัพยากรของประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม Expropriation of people’s land and resources.

คน พื้นเมืองและคนทั่วไปที่ได้ก่อร่างสร้างชุมชนขึ้นมาจนเป็นปึกแผ่น มีสิทธิตามกฎหมายระหว่างประเทศที่จะคุ้มครองตัวเองต่ออำนาจของกระแสโลกา ภิวัตน์ที่มายังพื้นที่ของพวกเขา และต่อต้านกระบวนการเวนคืนทรัพยากรธรรมชาติและปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตของ พวกเขาอย่างไม่เป็นธรรม

ไม่ว่าจะมาในรูปแผนการ สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือบ้านจัดสรร หรือโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า หรือขุดเจาะเหมืองแร่ หรือโครงการอนุรักษ์ต่างๆ ที่ออกแบบพร้อมประทับตราเฉลิม(เซ็นเซอร์)ก็ตาม สิทธิของชุมชนท้องถิ่นในการกำหนดวิถีการดำรงชีวิตของตัวเองจะต้องได้รับการ เคารพ

ประชาธิปไตยประชาชนและการพัฒนายั่งยืน - People’s democracy and sustainable development.

ใน ยุคโลกาภิวัตน์นี้ บรรษัทข้ามชาติต่างก็สะสมความมั่งคั่งจนมีมากกว่าความมั่งคั่งของประเทศยาก จนทั้งหลาย ความสนใจของรัฐบาลในระดับชาติ มักจะถูกใช้ไปในการเจรจาการค้าเสรีกับนักล๊อบบี้ของบรรษัทเหล่านี้ และละเลยความจริงที่ว่าบทบาทของรัฐบาลคือการรับใช้ประชาชนไม่ใช่รับใช้ บรรษัทยักษ์ใหญ่

อำนาจที่ชอบธรรมในการบริหารบ้าน เมืองได้มาจากการเลือกตั้ง (ประชาชนทุกคนมีสิทธิเลือกตั้ง) แต่ประชาธิปไตยไม่ได้เริ่มต้นและสิ้นสุดลงที่หีบบัตรเลือกตั้งเท่านั้น ขบวนการขับเคลื่อนไปสู่การนำสันติภาพและเสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติได้อย่างแท้จริงนั้น จำต้องส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคนให้สามารถตั้งคำถามกับ การบริหารบ้านเมือง ผ่านทางกระบวนการเจรจา ถกเถียง และรับฟังข้อเรียกร้อง และรักษาพื้นที่สาธารณะที่รับรองสิทธิในการชุมนุมและสิทธิในการแสดงความคิด เห็น

การพัฒนายั่งยืนขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วม อย่างเข้มแข็งของผู้หญิง ผู้ชาย และรวมทั้งเด็ก ต่อการพัฒนากลไกการบริหารที่เป็นประชาธิปไตยและมีส่วนร่วม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในทุกระดับของโครงสร้างการบริหารบ้านเมือง และใช้สิทธิของทุกคนได้อย่างเต็มที่ในการแสดงความไม่เห็นด้วยในนโยบายต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอย่างยั่งยืนของปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิต

การจัดตั้ง สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน

การ ปราบปรามประชาชนอย่างเหี้ยมโหดของทหารเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 เป็นเรื่องที่ช๊อคสังคมคนไทยจำนวนไม่น้อยที่อยู่อาศัยในยุโรป ได้มีการจัดทำการร่วมลงรายชื่อออนไลน์ทันทีเพื่อเรียกร้องให้ยุติการสังหาร หมู่ประชาชน ในหลายประเทศ คนไทยต่างได้พบปะ ปรึกษาหารือและจัดการศึกษาต่อเนื่อง เกี่ยวกับสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติประเทศไทย มีการจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากการปราบปรามจาก ทหารใน(เซ็นเซอร์) จัดทำ เผยแพร่ และนำส่งเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการปราบปรามประชาชนให้กับตัวแทนสหภาพยุโรป นักการเมืองและสาธารณชนในประเทศที่พวกเราอยู่อาศัย

นับ ตั้งแต่ปี 2549 มีนักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก และจำนวนนักโทษคดีหมิ่นฯ ในปี 2510 เพิ่มขึ้นมาถึงร่วม 500 คดี นักโทษคดีหมิ่นฯ ทุกคนเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย และมันจะต้องมีการประกาศอย่างชัดเจนว่านักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพคือนัก โทษการเมือง

ประชาชน คนไทยและคนต่างชาติต่างก็ตระหนักว่า การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในปัจจุบันเพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ถูกนำมาใช้เพื่อคุกคามและปิดกั้นพัฒนาการของ ประชาธิปไตยประชาชน

มันจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องมีการพิจารณาถึงปัญหาและความทุกข์ทรมานต่างๆ ที่เกิดจากกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และนี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2554 พวกเรา 24 คน จาก 6 ประเทศในยุโรป ได้มารวมตัวกันที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อร่วมประชุมและมีมติจัดตั้งสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน

กิจกรรมและเป้าหมายของสหภาพ

  1. เพิ่อรณรงค์ให้มีการยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 และปลดล๊อคกฎหมายปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทั้งหลาย
  2. เพื่อรณรงค์ให้มีการปล่อยตัวนักโทษคดีหมิ่นฯ และนักโทษการเมืองทุกคน
  3. เพื่อเรียกร้องให้มีการนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปราม ประชาชนในปี 2553 และนำตัวฆาตกรที่สังหารผู้บริสุทธิ์ พลเรือน และผู้ประท้วงมาสู่กระบวนการยุติธรรม
  4. เพื่อรณรงค์และสร้างการตื่นรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของสถาบันทหาร และ สถาบัน(เซ็นเซอร์)ที่เข้าไปสร้างความวุ่นวายและแทรกแซงกระบวนการบริหาร จัดการบ้านเมือง และขบวนการภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประชาชนในประเทศไทย
  5. เพื่อสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลไทยให้ยุติระบบสองมาตรฐานที่ครอบ งำกระบวน การยุติธรรม ของไทย และเพื่อรวมทั้งปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับคำประกาศด้านสิทธิ มนุยชนสากลและปฏิบัติตามหลักนิติศาตร์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบบอย่างที่ ดีของโลกทั้งหลาย
  6. เพื่อเปิดโปงปัญหาการค้าคนไทยมาทำงานทาส และในอุตสาหกรรมการค้าเพศที่ต่างประเทศ


ที่ประชุม ได้มีการลงมติเลือกตั้งบุคคลดังต่อไปนี้เพื่อเป็นคณะทำงาน และตัวแทนสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน

ประธาน -อำนวย Dockweiler


รองประธาน

วิไลลักษณ์ ศรีหราช

วาสนา Fromm

กรรณิการ์ K. Nielsen

มะลิวัลย์ Martinsen

เพ็ญรุ่ง Collet

Toon van der Meer-Sudpian

Amina Svenska

Angela Speck


เลขาธิการ

จรรยา ยิ้มประเสริฐ


เหรัญญิก
กรรณิการ์ K. Nielsen
บัวทิม Nys
ประชาสัมพันธ์
วิไลลักษณ์ ศรีหราช
เกษร Nielsen
การศึกษาและสื่อ
เพ็ญรุ่ง Collet
วาสนา Fromm
ชลิกา Hoover
คณะที่ปรึกษา
อาจารย์จรัล ดิษฐาภิชัย
มนูญ มูนศักดิ์
วีณา จันทอง
คำ ชอบง่าย


ผู้ประสานงานประเทศ

ฝรั่งเศส วิไลลักษณ์ ศรีหราช bakluis6@hotmail.fr
เยอรมัน วาสนา Fromm vasana-fromm@live.de

เดนมาร์ก กรรณิการ์ K. Nielsen kaymuk@live.dk

นอร์เวย์ มลิลัย์ Martinsen maliwanorway@gmail.com

เบลเยี่ยม ชลิกา Hoover chalika22@yahoo.com

ฟินแลนด์ จรรยา ย้ิมประเสริฐ savethailand@gmail.com

เนเธอแลนด์ Toon van der Meer-Sudpian vjinternet2000@yahoo.com

สวิสเซอร์แลนด์ Angela Speck sweetswissoss@gmail.com

สวีเดน Amina Svenska svenskaamina@hotmail.com


การสมัครสมาชิก MEMBERSHIP

สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน ยินดีต้อนรับองค์กรที่รักประชาธิปไตย แลคนรักประชาธิปไตยทุกท่านไม่ว่าจะมีผิวสีอะไรหรือนับถือศาสนาใด

แบบฟอร์มการสมัครสมาชิกสามารถดูได้ที่ www.unionforpeoplesdemocracy.net

หรือที่อีเมล: savethailand@gmail.com

การประชุมใหญ่สมัยแรกของสหภาพจะจัดให้มีขึ้นภายใน 12 เดือน


สหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน

ขอประกาศเชิญชวน

ร่วมปฏิบัติการทั่วโลก - เพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย

19 กันยายน 2554

เรียกร้องรัฐบาลไทยให้ . ..
  • ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
  • ถอนคดีหม่ินพระบรมเดชานุภาพทั้งหมด
  • ปล่อยตัวนักโทษการเมืองและนักโทษคดีหม่ินฯ ทุกคน (มากกว่า 500 คดี)
  • ดำเนินมาตรการที่จะพิจารณายุติคดีนักโทษการเมืองทุกคนที่ถูกขังอยู่ในคุกเมืองไทยในขณะนี้

คุกสาว24พ้นโทษเฉียด60แม่วอนพท.-นปช.ยื่นมือ คอป.ปรองดองศาลต้องเป็นกลาง-รู้จักคดีการเมือง

ที่มา Thai E-News



รายงานความคืบหน้า คอป ครั้งที่ 1
แม่ของสาวเสื้อแดงวัย 24ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ลดเหลือ 33 ปี หากต้องรับโทษตามคำตัดสิน เธอจะได้รับอิสรภาพตอนอายุ 57 วอนให้นปช.-ส.ส.เพื่อไทยยื่นประกัน

ส่วนเอกสารนี้เป็นของศอฉ.ที่เคยเสนอนายกฯกล่าวถึงศาลว่า พึงใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาด้วยความระมัดระวัง ไม่ตั้งข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมรุนแรงเกินสมควร..ศาลยุติธรรม ควรได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และเป็นกลางเพื่อให้สามารถเข้าใจสถานการณ์ในภาพรวมได้อย่างรอบด้าน และมีข้อมูลที่เพียงพอในการให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะสถานการณ์ภายหลังที่มีการเปลี่่ยนแปลงการปกครองประเทศโดยการรัฐ ประหารเมื่อวันที่่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2554

เวบไซต์ ข่าวสดออนไลน์รายงาน ว่า วันที่ 25 ส.ค. นางวาสนา มาบุตร อายุ 49 ปี มารดาของ น.ส.ปัทมา มูลมิล อายุ 24 ปี ซึ่งศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิพากษาให้จำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยตัดสินว่า ร่วมกับพวกวางเพลิงเผาอาคารศาลากลางจังหวัด โดยนางวาสนาเรียกร้องให้กลุ่ม นปช.และพรรคเพื่อไทย ช่วยประกันตัวบุตรสาวในชั้นอุทธรณ์ และให้ช่วยเหลือผลทางคดี เพราะได้รับโทษสถานหนัก พร้อมทั้งเชื่อว่าบุตรสาวไม่ได้เป็นผู้เผาอาคารศาลากลาง เพียงแต่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วยเท่านั้น
ปัทมา มูลมิล

โดยนางวาสนา เล่าว่า น.ส.ปัทมาเป็นลูกคนที่ 3 และเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว โดยเข้าร่วมชุมชนกับกลุ่ม นปช.ทั้งที่ จ.อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ เพราะต้องการช่วยเหลือประเทศชาติให้มีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนวันเกิดเหตุเผาศาลากลางบุตรสาวมาช่วยเปิดร้านขายอาหารตามสั่งที่ตั้ง อยู่เลขที่ 168 ในซอยชยางกูร 21 ถ.ชยางกูร ต.ในเมือง อ.เมือง

หลังจากนั้นก็ได้ออกไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยบุตรสาวเล่าว่า วันเกิดเหตุวิ่งหลบหนีเข้าไปในอาคารศาลากลางจังหวัด เพราะกลัวถูกทหารยิง และได้พบกับชายสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ในมือถือขวดบรรจุน้ำมัน พร้อมยื่นน้ำมันให้กับบุตรสาว เพื่อใช้ราดอาคารศาลากลาง แต่ลูกสาวไม่รับ ชายคนดังกล่าวจึงเอาขวดน้ำมันกลับไปราดเอง และวิ่งหลบหนีไป

ส่วนความช่วยเหลือตั้งแต่บุตรสาวถูกจับกุม ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจาก นปช.หรือ ส.ส.พรรคเพื่อไทย มีเพียงอาจารย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแห่งหนึ่ง ฝากเงินไว้ที่ร้านค้าสวัสดิการของเรือนจำให้กับผู้ต้องขัง นปช.ใช้จ่ายคนละ 1,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันนางวาสนาต้องจ่ายเงินกู้รายวันๆละ 500 บาท เพื่อใช้หมุนเวียนในร้านขายอาหารตามสั่ง เพราะมีเงินไม่พอใช้และยังขาดคนช่วยเหลือระหว่างให้บริการลูกค้าด้วย

ด้านนายวัฒนา จันทสิงห์ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่สามารถยื่นประกันตัวผู้ต้องหา 9 คน ที่ยังถูกจำคุกตามคำพิพากษาของศาล เพราะส.ส.เพื่อไทยอีสานใต้ที่จะใช้ตำแหน่งประกันตัวยังติดประชุมสภา ไม่สามารถเดินทางมายื่นประกันในวันนี้ จึงนัดเลื่อนยื่นขอประกันในชั้นอุทธรณ์ในวันที่ 26 ส.ค.

สำหรับการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ขณะนี้กำลังพิจารณาจะยื่นอุทธรณ์ทั้ง 9 คน หรือยื่นเฉพาะ 4 รายที่ถูกลงโทษสถานหนัก โดยต้องรอดูท่าที่พนักงานอัยการจะมีความเห็นต่อคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอย่าง ไรด้วย แต่สำหรับ 4 ผู้ต้องหาที่ถูกลงโทษสถานหนัก จะต้องยื่นอุทธรณ์แน่นอน เพราะเรายังไม่สิ้นความสงสัย เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายเป็นผู้ใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผา มีเพียงภาพถ่ายที่ผู้ต้องหาอยู่ในอาคารศาลากลางขณะเกิดเพลิงไหม้เท่านั้น

ตัดสินคุกตลอดชีวิตคดีการเมือง ศาลขัดหลักปรองดองที่ศอฉ.เสนอ

ทั้งนี้คอป.เคยนำเสนอคดีคนเสื้อแดงกับกระบวนการยุติธรรมยื่นต่ออดีตนายกฯอภิสิทธิ์ (คลิ้กดูรายละเอียด)

คอป.เห็นว่ารัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกํากับควบคุม การ ใช้อํานาจรัฐ ทุกฝ่ายพึงใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาด้วยความระมัดระวัง ไม่ตั้งข้อหากับ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมรุนแรงเกินสมควร ควร ให้ความสําคัญกับการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของทุกฝ่าย ให้โอกาสในการต่อสู้คดีและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ต้องหา ซึ่่งต้องได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ

์และส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะศาลยุติธรรมได้รับข้อมูลที่ ครบ ถ้วนและเป็นกลางเพื่อให้สามารถเข้าใจสถานการณ์ในภาพรวมได้อย่างรอบด้าน และมีข้อมูลที่เพียงพอในการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นที่่พึ่งสุดท้าย มีความจําเป็นต้องเข้าใจถึงความซับซ้อนของปัญหา โดยพึงตระหนักถึงพัฒนาการที่ยาวนานและความซับซ้อนของปัญหาที่นํามาสู่ความ ขัดแย้ง โดยเฉพาะสถานการณ์ภายหลังที่มีการเปลี่่ยนแปลงการปกครองประเทศโดยการรัฐ ประหารเมื่อวันที่่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ทําให้ในสายตาของคนบางกลุ่มการกล่าวอ้างถึงกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมมีปัญหาเรื่่องความชอบธรรมและความสอดคล้องกับหลัก นิติธรรม


เสื้อแดงตัดสินอย่างไว มาร์ค-เทือกคนสั่งฆ่ายังลอยนวล ชวนท้าผิดก็เอาผิดเลย

เมื่อวันก่อน ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร กับส.ส.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประท้วงลบเหลี่ยมมีดโกนของชวน หลีกภัย ที่ฉวยโอกาสปรักปรำทักษิณว่าสั่งฆ่า 3จังหวักดชายแดนภาคใต่ ซึ่งตอนท้ายนายชวนต้องออกมาตอบณัฐวุฒิที่อภิปรายพาดพิงว่านายอภิสิทธิ์สั่ง ฆ่าคนเสื้อแดง 92 ศพแต่ไม่ยอมรับ โดยบอกว่า

ที่บอกว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์สั่งฆ่า 91 ศพ เรื่องนี้ไม่ใช่การแก้แค้น แต่ต้องดำเนินการตามหลักนิติธรรม ถ้าเป็นเรื่องจริงต้องดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ใครเผาบ้านเผาเมืองเผาศาลากลาง ก็ต้องสอบกันตามกฎหมาย การยึดหลักนิติธรรมไม่ใช่การแก้แค้น นายกฯสั่งฆ่าคนถ้าศาลว่าผิดก็ต้องผิด ใครเผาศาลากลางถ้าศาลว่าผิดก็ต้องผิด

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

-จำคุก 4 เสื้อแดงอุบล 33 ปี 4 เดือน-ปล่อย 9 ผู้บริสุทธิ์หลังขังฟรีปีกว่า

-คอป.สรุป ชี้ชัด ทหารฆ่าให้ลากขึ้นศาล DSIตกเป็นเครื่องมือมาร์ค-ศาลตัดสินต้องดูบริบทด้วยว่ามีแรวจูงใจจากทางการ เมือว ไม่ใช่คดีอาชญากรรม-จี้ยุติขังลืมแดง-ค้านนิรโทษฯ

- ฮิวแมนไรต์ฯกดดันปูเอาผิดฆาตกร-ฟันหัวโจกพธม.หลังดองคดี3ปีลอยนวล

Thursday, August 25, 2011

ฮือฮา"ยิ่งลักษณ์"ติดอันดับ 59 ผู้หญิงทรงอิทธิพลโลกของฟอร์บส์"นายกฯหญิงเยอรมัน"แชมป์

ที่มา มติชน


ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงของไทย




แองเจล่า มาร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเยอรมัน



ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ



เชอรีล แซนด์ ผู้บริหารหมายเลขสองของเฟซบุ๊ค



นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ



สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่สองของอังกฤษ


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิตยสารฟอร์บส์ ได้จัดอันดับผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ประจำปี 2011 จากทั้งหมด 100 อันดับ ปรากฎว่า อันดับหนึ่งตกเป็นของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเยอรมัน อันดับสองได้แก่ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ อันดับสาม ประธานาธิบดีหญิงดิลมา รุสเซฟ แห่งบราซิล อันดับสี่ นางอินทรา นูยี ประธานกลุ่ม"เป๊ปซี่โค."อันดับห้า นางเชอรีล แซนด์ ผู้บริหารหมายเลขสองของเฟซบุ๊ค

อันดับ หก นางเมลินดา เกตส์ ภรรยาบิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนการกุศลบิล และ เมลินดา เกตส์" อันดับเจ็ดได้แก่ โซเนีย คานธี หัวหน้าพรรคสหพันธมิตรก้าวหน้าของอินเดีย อันดับแปด ได้แก่ นางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ อันดับเก้า นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) อันดับสิบ นางไอรีน โรเซนเฟลด์ ประธานกลุ่มธุรกิจ"คาร์ฟ ฟู้ด" ทั้งนี้ สำหรับ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่สองของอังกฤษ ติดอันดับที่ 49

สำ หรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีไทย ยังปรากฎว่าร่วมติดโผด้วย โดยติดอันดับที่ 59 เหนือกว่า เจ เค โรลลิ่ง นักเขียนนวนิยายแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ รวมทั้งมาดามโฮ ชิง ซีอีโอของกลุ่ม"เทมาเสก" และบุคคลอื่นๆ ด้วย โดยฟอร์บส์ระบุรายละเอียดว่า นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยผู้นี้ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำเมืองไทย ด้วยการปฎิญาณจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้แก่ประเทศไทย ขณะที่ความท้าทายใหญ่หลวงที่สุดของเธอคือ ต้องก้าวข้ามพ้นเงาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของเธอ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 25/08/54 สั่งฆ่าประชาชน..ไม่ใช่หนทางต่ออายุทรราช

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


ทรราช ฆาตกร กระฉ่อนโลก
เติมวิปโยค ฉาวโฉด เพราะโหดร้าย
สั่งเข่นฆ่า ประชาชน จนวางวาย
บาดเจ็บตาย ย่อยยับ ไปกับมือ....


สืบอำนาจ เผด็จการ สามานย์นัก
จนประจักษ์ ความอุกอาจ ขาดเชื่อถือ
กุมอำนาจ โสมม สมเล่าลือ
ว่ามันคือ ไอ้ทรราช ฆาตกร....


ฆ่าฆ่าฆ่า เพียงฝันใฝ่ ในอำนาจ
ความอุบาทว์ เกินมนุษย์ สุดจิตหลอน
เหมือนซาตาน บ้าคลั่ง ไม่สังวรณ์
พวกฆาตกร จัญไร ต้องใช้กรรม....


บนเส้นทาง เกิดก่อ พวกทรราช
ที่บังอาจ สั่งฆ่า มาตอกย้ำ
ภาพลอยหน้า เย้ยหยัน ดูมันทำ
คือระยำ ความวิปริต ของจิตใจ....


เหลือเพียง..ความทรงจำ ย้ำทรราช
กรรมรุกฆาต ลงทัณฑ์ มันทำไว้
จนชีวิต ร้อนรุ่ม ดั่งสุมไฟ
ใหญ่แค่ไหน..หลีกไม่พ้น..พวกคนเลว....


๓ บลา / ๒๕ ส.ค.๕๔

ศาลตัดสินคดีพธม.ยิง-เผาวิทยุแท็กซี่กลางกรุงพรุ่งนี้ HRWเซ็งไทยโจรยึดสนามบิน3ปีคดียังไม่ถึงศาล!

ที่มา Thai E-News





ผ่านไป3ปีพรุ่งนี้ถึงศาล-คลิปข่าวTPBSนำเสนอข่าวพันธมิตรยิงปืน ใส่วิทยุชุมชนTAXIถนนวิภาวดีซอย 3 มีผู้บาดเจ็บ 8 คน และทำลายรถยนต์ เผาจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 โดยเป็นการปฏิบัติการอุกอาจกลางกรุง ก่อนเคลื่อนพลไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิในค่ำวันเดียวกัน พรุ่งนี้ศาลตัดสิน ขณะที่ฮิวแมนไรต์ว็อชท์กดดันรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้เร่งคดีพันธมิตรยึดสนาม บิน-ยึดทำเนียบ เพราะ 3 ปียังไม่ถึงบันไดศาล

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2554

เหตุการณ์ผ่านไป 3 ปี คดีพันธมิตรก่อเหตุยิงวิทยุชุมชนแท็กซี่บาดเจ็บ 8คน แล้วเลยไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้( 26 สิงหาคม) เวลา 9.30 น. ที่ศาลอุทธรณ์ รัชดาภิเษก

โดยคดีนี้นักจัดรายการวิทยุชุมชนคนแท็กซี่รายหนึ่ง และนักกิจกรรมคือนายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ หรือ ดีเจอ้น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องให้กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ชดใช้ค่าเสียหาย

ขณะ เกิดเหตุเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2551 ดีเจอ้น-ชัยนรินทร์ ทำหน้าที่เป็นดีเจวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ มีที่ตั้งอยู่ที่ปากซอยวิภาวดีซอย 3 วันดังกล่าวกลุ่มพันธมิตรเคลื่อนขบวนจะไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และได้แวะโจมตีที่ทำการวิทยุแท็กซี่ โดยการใช้ปืนยิง และเผาทำลายรถจักรยานยนต์ เจอ้นเป็นคนหนึ่งที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกส่งโรงพยาบาลพร้อมผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ

คดีนี้พันธมิตรเข้ามอบตัวจำนวนหนึ่งและได้รับประกันตัวออกไป อ้น-ชัยนรินทร์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายทางอาญา และมาถึงขั้นอุทธรณ์ที่จะตัดสินในวันพรุ่งนี้

นอกจากจะเคยเป็นดีเจจัดรายการวิทยุแท็กซี่แล้ว อ้น-ชัยนรินทร์ ถือว่าเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตยมาอย่างต่อ เนื่อง นับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยได้เข้าร่วมกับ"เครือข่าย19 กันยา ต้านรัฐประหาร" เป็นกลุ่มที่ไปต่อต้านรัฐประหารที่หน้าห้างสยามพารากอนในวันรุ่งขึ้นหลัง เหตุการณ์ 19 กันยาฯ ต่อมาในช่วงปลายปี2549 ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ที่บก.ลายจุด-สมบัติ บุญงามอนงค์ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ ไม่เอา ไม่รับ ไม่ปลื้ม รัฐธรรมนูญ คมช ซึ่งกลุ่มนี้เป็นต้นแบบ ของการใส่เสื้อแดงเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้ของคนเสื้อแดงในปัจจุบัน
เขา มาดำเนินรายการวิทยุแท็กซี่ ซึ่งมีจุดยืนต่อต้านเผด็จการ สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยในปี 2551 วิทยุชุมชนคนแท็กซี่ ได้กลายเป็นวิทยุชุมชนต้นแบบของคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ

หลังการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในเดือนเมษายน 2552 ได้เป็นผู้ประสานงานตามหาคนหายจากเหตุการณ์ร่วมกับนักศึกษา และต่อมาได้เป็นผู้ประสานงานกลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า

ในช่วงต้นปี 2553 เป็นพิธีกรร่วมกับคุณโด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ ดาราเสื้อแดง และคุณเต้-มดแดงในการจัดรายการ อรรถชาย วาไรตี้ ทางช่องพีเพิลชาแนล และกลางปี2553 ได้ทำการเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยเป็นผู้ประสานงานแดงสยาม
ภาย หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม19 พฤษภาคม 2553 เขาได้นัดเสิ้อแดงรวมตัวขึ้นเป็นครั้งแรกที่วัดปทุมวนารามในวันที่ 19 มิถุนายน 2553 เพื่อทำบุญอุทิศให้แก่วีรชน และรวมรวมชาวเสื้อแดงให้กลับมามีขวัญกำลังใจในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอีก ครั้ง

ปัจจุบันเป็นนักจัดรายการทีวีออนไลน์ ในนาม "4 อ. จ้อการเมือง"ทางเวปไซต์ในรายการ อ.อ้น คนจริง ทุกวันพุธ เวลา 18.00 น. ทางเวป democraticfour.blogspot.com

ได้มีการนัดหมายเชิญชวนคนเสื้อแดงตามเฟซบุ๊คและโซเชียล เน็ตเวิร์คกันในวันที 26 สิงหาคม 2554 เวลา 09.30 น.ที่ศาลอุทธรณ์ เพื่อเป็นกำลังใจให้อ้น-ชัยนรินทร์ ที่จะขึ้นศาลฟังคำพิพากษา กรณีเป็นโจทก์เรียกร้องชดใช้ค่าเสียหายจาก กรมคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และพื่อติดตามดูว่าคดีพันธมิตรนั้น ศาลจะตัดสินเฉียบขาดเหมือนคดีเสื้อแดงหรือไม่..

ทั้งนี้ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลจะเป็นอย่างไร อ้น-ชัยนรินทร์ เปิดเผยว่า จะดำเนินการยื่นฟ้องคดี พันธมิตรประชาชนฯในกรณีที่ไปบุกรุกและยึดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณาภูมิ(นานาชาติ) และสนามบินในจังหวัดอื่นๆ ในข้อหาการก่อการร้าย ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ และศาลไทย ให้ถึงที่สุดต่อไป

ฮิวแมนไรต์ว็อทช์ไขลานรัฐบาลเร่งคดีพันธมิตรยึดสนามบิน-ทำเนียบหลังดองเค็ม3ปีคดียังไม่ถึงศาล

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนชั้นนำของโลก ได้ส่งข้อเสนอนโยบายสิทธิมนุษยชนถึงนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงคดีพันธมิตรว่า

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีความสำเร็จในการสอบสวนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน และการกระทำความผิดทางอาญาของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสื้อเหลือง” ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อปี 2551 การดำเนินคดีกับแกนนำ และสมาชิกของ พธม. มีความล่าช้า โดยหลายคดียังไม่มีการไต่สวนในศาล เช่นเดียวกันกับความล่าช้าในการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมประท้วงของ พธม.

ขณะเดียวกันรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีความคืบหน้าในการเอาผิดกับนักการเมือง ที่ถูกระบุว่า เป็นผู้รับผิดชอบสั่งการให้ตำรวจใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการสลายผู้ ชุมนุมประท้วง พธม. ที่บริเวณหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551



พันธมิตร 7 ตุลาคม 2551

ดังนั้น เราจึงขอเรียกร้องให้ท่านจัดให้มีการสอบสวนอย่างเป็นอิสระ, โปร่งใส และไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกี่ยวกับความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้งทางการเมืองเมื่อปี 2551 ด้วย

ฮิวแมนไรต์ว็อทช์ได้ยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ รวม4ประเด็นเร่งด่วนดังนี้

1.ให้ออกคำสั่งอย่างชัดเจน และเปิดเผยให้กองทัพ, ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลรวมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวนรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเมษายน-พฤษภาคม 2553

2.ผ่านมติคณะรัฐมนตรีที่มอบอำนาจในการออกหมายเรียกพยานหลักฐานแก่ คอป. และมอบทรัพยากรที่จำเป็นต่อการที่ คอป. จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ และมีประสิทธิภาพ

3.ประเมินสถานะของผู้ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ประท้วงของ นปช. และคดีที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับรองว่า บุคคลเหล่านั้นได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมตามหลักนิติรัฐ และมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงสิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยประกันตัว

4.ยุติมาตรการปิดกั้นสื่อทั้งหมดที่มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการ แสดงออกทันที และประกาศนโยบายที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชกำหนดการบริหาราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน,พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์

(อ่านรายละเอียดในข่าว:1ปี3เดือนฆ่าหมู่ราชประสงค์ ฮิวแมนไรต์ฯกดดันปูเอาผิดฆาตกร-ฟันหัวโจกพธม.หลังดองคดี3ปีลอยนวล)

พิลึกแต่ต้นจนจบยกฟ้องคดีผู้หญิงยิงฮ.แต่ศาลให้ขังต่อ ส.ส.เพื่อไทยรุดประกันเช้าพรุ่งนี้สู่อิสรภาพ

ที่มา Thai E-News

ศาล ยกฟ้องคดีผู้หญิงยิงฮ.แล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ แต่ยังจะขังต่ออีก ขนาดทนายยังงง พรุ่งนี้ส.ส.เพื่อไทย ดร.จารุพรรณ-น้องเดียร์และอีกหลายคนจะไปยื่นประกันตัวสู่อิสรภาพ เหตุที่ไปไม่ทันวันนี้เพราะเจอไฟต์บังคับห้ามโดดประชุมสภา วันแถลงนโยบาย

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2554

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประชาไท เสนอข่าวเรื่อง ศาลยกฟ้องทุกข้อหา!คดีผู้หญิงยิง ฮ.แต่ยังไม่ปล่อยตัว..หลังขังไปแล้ว15เดือนว่า ศาลแขวงพระโขนงยกฟ้องทุกข้อหา นางนฤมล วรุณรุ่งโรจน์, สุรชัย นิลโสภา ,ชาตรี ศรีจินดา ผู้ต้องหาคดีผู้หญิงยิง ฮ.หลังขังฟรี 15 เดือน แต่ยังต้องขังต่อรออุทธรณ์ โดยยังไม่มีใครยื่นประกันตัว

25 ส.ค.54 รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลจังหวัดพระโขนงได้อ่านคำ พิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ฟ้องนางนฤมล วรุณรุ่งโรจน์ หรือจ๋า พร้อมกับพวกอีก 2 ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ไม่ได้รับใบอนุญาตร่วมกันมี วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิด กฎหมาย และร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบ ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม โดยศาลได้มีคำสั่งให้ยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา แต่ศาลยังสั่งให้ขังตัวไว้ในระหว่างรออุทธรณ์

รายงานจากศาลพระโขนงยังมีความคืบหน้าต่อว่า เจ้าหน้าที่ศาลได้แจ้งกับทนายจำเลยว่า วงเงินประกันอยู่ที่350,000บาท /ผู้ต้องขัง1รายสำหรับคดีนี้ ทั้งนี้ในปัจจุบันยังไม่ได้มีครอบครัว ญาติมิตรหรือคณะบุคคลใดที่ได้แสดงเจตจำนงค์ว่าจะเข้ายื่นประกันตัว นางนฤมลและพวก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้สนใจติดตามคดีดังกล่าวจำนวนมาก ประมาณ 70 คน จนแน่นห้องพิจารณาคดี เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข้อมูลคดีนี้จนเรียกกันติดปากว่า “คดีผู้หญิงยิง ฮ.” วันที่ 10 เม.ย.53

ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 3 คน ได้แก่ นางนฤมล วรุณรุ่งโรจน์ หรือจ๋า วัย 50 ปีอาชีพค้าขาย พร้อมกับพวกอีก 2 คนเป็นจำเลยคือ สุรชัย นิลโสภา อายุ 33 ปี อาชีพขับแท็กซี่ และ ชาตรี ศรีจินดา อายุ 28 ปี อาชีพทำสวน ทั้งหมดถูกจับกุมที่บ้านพักในวันที่ 3 พ.ค.53 พร้อมของกลางที่เจ้าหน้าที่DSIแจ้งว่าพบอยู่ในท่อระบายน้ำในบริเวณบ้าน ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบ อนุญาตให้ได้ และร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิด กฎหมาย และร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบ ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งที่ผ่านมากว่า 15 เดือน จำเลยทั้ง3คนไม่เคยได้รับสิทธิในการประกันตัว

ก่อนหน้านี้ส.ส.เพื่อไทยนำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แจ้งว่าติดขัดในเรื่องเอกสารยื่นประกันตัวต่อจำเลยคดีนี้ และว่าจะพยายามดำเนินการยื่นประกันต่อไป

ผู้ไปสังเกตการณ์ที่ศาลแจ้งทางเฟซบุ๊คว่า ตำรวจที่เป็นพยานโจทก์จากศอฉ. สืบสวนและท้องที่ให้การไม่ตรงกัน ทำให้ศาลมีข้อสงสัยว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดจริงตามกล่าวฟ้อง จึงยกฟ้อง

ศๅลสั่งยกฟ้องแต่ให้ควบคุมตัวและของกลางเอาไว้ระหว่างอุทธรณ์ ตอนนี้ไม่มีใครช่วยเหลือเรื่องประกัน พี่จ๋าประกาศขอความช่วยเหลือด่วน ใครก็ได้มาช่วยประกันที

ทนายยังงยกฟ้องแล้วขังอีกทำไม พรุ่งนี้สส.ดร.จารุพรรณ-น้องเดียร์ประกันแต่เช้า

นายอานนท์ นำภา ทนายความ กล่าวว่า ยินดีกับพี่จ๋าและเพื่อนๆอีกสองคนที่ศาลยกฟ้องคดียิง ฮ. แต่ยังไม่เข้าใจว่า ยกฟ้องแล้วทำไมต้องให้ขังระหว่างอุทธรณ์ พรุ่งนี้ ส.ส.ณัฐวุฒิเตรียมพา ส.ส. เข้ายื่นประกัน ส่วนที่ศาลแขวงดุสิตศาลรอการลงโทษ แต่มีรายหนึ่งมีโทษกักขัง ๒ เดือน(ประกันได้แล้ว)


มีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค. 54) เวลา 9.00 น. ส.ส. ดร.จารุพรรณ กุลดิลก และ น้องเดียร์ ส.ส. ขัตติยา สวัสดิผล และ ส.ส.อีกหลายคนจะ ไปประกันตัวคุณจ๋า และเพื่อนที่ ศาลแขวงพระโขนง

ทาง สส.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการที่จะช่วยประกันตัวพี่น้องเสื้อแดงออกมา คงต้องอยู่ที่จังหวะ และ เวลา บังเอิญว่า วันนี้ ดูแล้วไม่พร้อมที่จะออกมาจากสภากันจริง ๆเพราะเป็นนัดสำคัญในการแถลงนโยบายของรัฐบาล

เจ้าหน้าที่ใกล้ชิดส.ส.ดร.จารุพรรณกล่าว พร้อมกับชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา ส.ส. ดร.จารุพรรณ และ น้องเดียร์ สส. ขัตติยา สวัสดิผล ได้เดินทางไปที่ ศาลพระโขนงเพื่อไปประกันตัว พี่จ๋ากับพวก ระหว่างเดินทางบนทางด่วน ประมาณ 11.00 น ได้รับการแจ้งมาว่าเอกสารสำหรับการประกันตัวยังไม่เรียบร้อย วันนี้ประกันไม่ได้ และให้ไปที่ศาลอาญาพระนครใต้ ที่ถ.เจริญกรุง ไปก็เจอ ท่าน สส.นครราชสีมาอีก 3ท่านคือ ส.ส. ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส.นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร และ ส.ส.สุชาติ ภิญโญ ซึ่งได้รับการประสานมาให้ประกันตัวพี่น้องเสื้อแดงเหมือนกัน

แต่วันนั้น เรื่องเอกสารต่าง ๆ ไม่เรียบร้อย และทางศาลไม่ให้ประกันตัว ก็จะพยายามขอประกันตัวต่อไป มาติดที่วันอังคาร และ พุธ ที่ ทาง สส.มีงานแถลงนโยบายที่รัฐสภา ซึ่งก็ได้เลื่อนมาจนถึงวันนี้ เรื่องที่เกิดขึ้น ทาง ดร.จารุพรรณ และ ทางคุณณัฐวุฒิ ได้รับทราบแล้ว คงจะดำเนินการต่อไป ในการประกันตัวของพี่น้องเสื้อแดงนั้น ทาง พี่ตู่ จตุพร และ ณัฐวุฒิ และ ได้พยายามรวบรวม สส. ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะประกันพี่น้องออกมาด้วยตำแหน่ง สส.

ทาง สส.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการที่จะช่วยประกันตัวพี่น้องเสื้อแดงออกมา จึงขอชี้แจงทำความเข้าใจคะ

ข่าวก่อนหน้านี้:โลกไม่ลืมผู้หญิงยิงฮ. ฮึดอีกเฮือกไขว่คว้าอิสรภาพ
ผู้หญิงยิงฮ.โลกไม่ลืม-หลัง จากติดคุกมา 1 ปี 3 เดือนเรื่องราวของ"ผู้หญิงยิงฮ."จ๋า-นฤมล วรุณรุ่งโรจน์ เริ่มเป็นที่รับรู้ของพี่น้องเสื้อแดง จึงมีการนัดกันไปให้กำลังใจเธอและเพื่อนร่วมชะตากรรมอีก 2 ราย รวมทั้งการระดมความช่วยเหลือทั้งสาม กับลูกๆของจ๋าอีก 7 ตัว

โดย ป๋าจอมตั๊ป กลุ่มสหายสีแดง รักราษฎร

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าฟังการพิพากษาคดี "ผู้หญิงยิงฮ." คดีบันลือโลกอีกหนึ่งคดีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

กว่า 1 ปี 3 เดือน ที่ถูกจองจำ ความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่พี่จ๋าสัมผัสได้และแสดงความรู้สึกออกมาคือ ...ไม่เห็นมีใครเหลียวแลเลย จะมีก็แต่ป้านินจา สมาชิกกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ กลุ่มการเมืองยุคแรกๆที่ออกมาต่อต้านรัฐประหาร19กันยาฯ และเพื่อนๆญาติๆอีกไม่กี่คน ที่คอยมาเยี่ยมบ้าง ส่งข้าวส่งน้ำบ้าง ตามมีตามเกิด

วันที่ 3 พ.ค. 2553 พี่จ๋า-นฤมล วรุณรุ่งโรจน์(สมาชิกกลุ่มคนวันเสาร์ฯ) พี่ปลา-สุรชัย นิลโสภา และพี่หนู-ชาตรี ศรีจินดา(คนขับแท็กซี่) ถูกชุดปฎิบัติการกองบังคับการสายตรวจปฎิบัติการพิเศษ (191) สน.คลองตัน และกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 บุกเข้าจับกุม

โดย ศอฉ.เป็นผู้ออกหน้าสื่ออย่างภาคภูมิใจว่ารวบได้แล้วคนยิงฮ.ทหาร

พี่จ๋าและเพื่อนอีก 2 คน ถูกตั้งข้อหาร้ายแรง ก่อการร้าย ยิงเฮลิคอปเตอร์เมื่อเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 และถูกยัดอาวุธพ่วงคดีสะสมอาวุธสงครามมาอีก 25 รายการ - -'
และ ก็พิจารณาคดีกันมาอย่างเงียบๆ ติดคุกกันมาอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครเข้ามาสนใจเยียวยาหรือช่วยเหลือใดๆ ทั้งๆที่ ทั้งสามคนก็เป็นคนเสื้อแดงที่ถูกยัดเยียดข้อหาร้ายแรงทางการเมือง

โดยเฉพาะยิ่งคุณหนู ชาตรี ศรีจินดา เป็นแค่คนขับแท็กซี่ ตอนแรกยังเป็นคนธรรมดาไม่รู้เรื่องการเมืองด้วยซ้ำ แต่พอมาโดนกรณีนี้ ถูกจับถูกป้ายสีคดีร้ายแรงแบบนี้ ต้องถูกขังในเรือนจำมาปีกว่าโดยไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนนี้เลยเข้าขั้น"แดงแจ๊ด"ไปแล้ว

มีเรื่องตลกร้ายที่เกิดขึ้นในคดีนี้มากมาย ป้านินจา กลุ่มคนวันเสาร์ฯ ที่คอยดูแลช่วยเหลือนักโทษการเมืองทั้งสามคนนี้เล่าเอาไว้ว่า

ตอนที่จับ...นายทหารใหญ่นำมาแถลงออกสื่อทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ มีอาวุธสงครามเต็มโต๊ะ...

ในวันที่สืบพยาน..ปรากฎว่า...อาวุธทั้งหมดไม่มีลายนิ้วมือแฝงแม้แต่ชิ้น เดียว! แถมพยานโจทก์(พยานของอัยการ)บอกว่า อาวุธอยู่ในถุงกอล์ฟ ซ่อนอยู่ในท่อน้ำหน้าบ้าน

แต่ในทางความเป็นจริง...ท่อน้ำหน้าบ้านพี่จ๋า(นฤมล)..กว้างแค่ 14 เซนติเมตร..ถุงกอล์ฟยัดไม่ลงค่ะ!!

และในวันที่พรรคประชาธิเปรตไปหาเสียงที่ราชดำเนิน ไอ้เมือกก็เอาชื่อและภาพขึ้นจอ...บอกว่า เป็นกลุ่มคนเสื้อดำที่ยิงทหารเมื่อวันที่ 10 เมษา'53

ตอนนั้น...ทางญาติของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน (พี่จ๋าและสุรชัย นิลโสภา และชาตรี ศรีจินดา) โทรมาคุยท้อใจมาก...ว่าหากพรรคเปรตได้รับ เลือก...ทั้ง 3 คนต้องกลายเป็นแพะแน่นอนที่สุด!

อีกเรื่อง..ที่ความจริงป้าไม่อยากพูดมากคือเรื่อง
อ.ธิดา...ทำไมถึงมาตีข่าวในตอนนี้คะ? คุณมาตอนที่เค้าสืบพยานกันจบไปหมดแล้ว (ใครจะว่าเสี้ยมเชิญนะคะ...แต่นี่คือความจริง...)

เพราะทั้ง 3 คนติดคุกร่วมปีกว่าไม่มีใครเหลียวแลเลย..ย้ำค่ะว่าไม่มีเลย !

มีแต่คนเสื้อแดงไม่กี่คนที่ไปเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือตามกำลังของแต่ละคน
...ถามว่า...ได้มีการติดต่อขอความช่วยเหลือไปทางนปช.มั้ย?
...ตอบ... ญาติของจำเลยทั้ง 3 คน ไปร้องเป็น 10 เที่ยว แต่ทุกอย่างก็เงียบ!!

ที่ศาลเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ น้องสาวของปลา(สุรชัย นิลโสภา)กล่าวเสริมอีกว่า
ไป ศูนย์เยียวยาของพรรคเพื่อไทยมาบ่อยแล้วนะ ไปจนคุณสมหวัง อัสราษี เขาเบื่อหน้าแล้วมั๊ง เห็นหน้าหนูก็คงจำได้ดีล่ะ แต่เอาเข้าจริงก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย...

ป้านินจาเล่าเสริมว่า
ตอนสู้คดีกันมาเนี่ย ลำบากกันมาก ตอนเขาจับพี่ปลา เขามาอายัดรถCRVที่ผ่อนกันมาไม่เคยขาดซักงวด แล้วกล่าวหาว่าพัวพันอาวุธสงคราม ไฟแนนซ์ก็มาอายัดรถไปขายทอดตลาด นั่งน้ำตาร่วงเลย เพราะทำงานหาเงินผ่อนกันมาไม่เคยขาดส่งซักงวด แถมยังโดนสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจนหมดเนื้อหมดตัว

พอมีเรื่องมีราวก็ได้รับแต่ความสูญเสีย ความผิดหวังมาตลอด ปรึกษาทนายที่พรรคก็ช่วยอะไรเราไม่ได้
เช้า วันนี้มีพี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ละแวกบางนา พระโขนง มารอคุยรอให้กำลังใจพี่จ๋าหลายสิบคน เพราะคดีผู้หญิงยิงฮ.เริ่มเป็นที่สนใจ และพี่หนิง-จิตรา คชเดช เจ้าของวลี "ดีแต่พูด" ได้ประกาศไว้ในเฟสบุคว่าจะมาร่วมฟังคดีด้วย และข่าวDNN กับVoiceTV ก็ตามมาช่วยทำข่าว
บรรยากาศ หน้าห้องพิจารณาคดีเริ่มอื้ออึงไปด้วยคนเสื้อแดง เมื่อพี่จ๋าขึ้นมานั่งในห้องแล้ว ต่างก็เข้าไปชูไม้ชูมือให้กำลังใจพี่จ๋ากันอย่างล้นหลาม แต่ละคนก็ใส่เสื้อลายเจ็บๆกันมาทั้งนั้น

พอถึงเวลานัดหมาย(ศาลนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาช้ากว่ากำหนดชั่วโมงกว่า ไม่รู้ว่าเพราะกลัวคนเสื้อแดงรึปล่าว) โดยศาลแจ้งเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีนี้ไปเป็นวันที่ 25 สิงหาคม 2554 โดยอ้างว่า ส่งร่างคำพิพากษาให้อธิบดีภาคพิจารณายังไม่ส่งกลับมา

จากนั้นเราก็ได้ลงไปคุยกับพี่จ๋าและพี่ปลา กับพี่หนู ข้างล่างศาล เพื่อนๆ ญาติๆซื้อข้าวซื้อน้ำให้กินกัน พี่จ๋ากินข้าวไปสองกล่อง และเป๊ปซี่อีกสองกระป๋อง พูดคุยสนทนากับคนที่ไปเยี่ยมเสียงฉะฉานเหมือนเดิม เข้าไปอยู่ข้างในผิวพี่จ๋าขาวขึ้น ผมยาวและตัวใหญ่ขึ้นนิดหน่อย พี่จ๋าเป็นคนพูดเยอะ พูดคุยสนุก พูดได้ไม่หยุด
มีคนตะโกนถามแกมหยอกๆไปว่า
จ๋าอยู่ข้างในแล้วยังแอบไปยิงอีกฮ.สามลำตกได้ด้วยหรอ ?
พี่จ๋าตอบพลางหัวเราะ ว่า
เดี๋ยวถ้ามันไม่ให้ออกนะ อาจจะตกเยอะกว่านี้อีก ฮ่ะๆๆ
ถาม ถึงเรื่องความช่วยเหลือเยียวยา พี่จ๋าก็ตอบฉะฉานในเชิงตัดพ้อ เกี่ยวกับการไม่เคยได้รับความเหลียวแลช่วยเหลือจากนปช. หรือศูนย์เยียวยาอะไรเลย มีแต่คนรู้จักที่สู้ด้วยกันมานานมาเยี่ยม มาช่วยเหลือ เรื่องคดี


ตอนนี้ไม่ห่วงอะไร ห่วงอย่างเดียว ว่าลูกๆจะเป็นไงบ้าง ลูกๆทั้ง 7 มันจะอยู่ยังไง คิดถึงมันมากๆ
(พี่จ๋ากล่าวถึงสุนัขทั้ง 7 ตัวที่พี่จ๋าเลี้ยงไว้และพาไปเดินในม็อบด้วยบ่อยๆหากใครจำได้)
อยากเจอพวกมันใจจะขาดแล้ว

ผมก็สอบถามไปเรื่องว่าคดีที่พี่จ๋าโดนเนี่ย หากยื่นประกันต้องใช้หลักทรัพย์เท่าไหร่ ผมก็ถามว่าพี่จ๋าโดนคดีอาวุธสงคราม 25 รายการ ไอ่คดีฆ่าคนตายเนี่ย หลักทรัพย์ประกันมัน 5 แสน ของคดีพี่จ๋าต้องใช้เท่าไหร่ เพราะในวันที่ 25 นี้ ศาลชั้นต้นจะพิพากษา หากเรามีหลักทรัพย์พอ เราอาจจะสามารถยื่นประกันได้

พี่จ๋าตอบมาว่าตอนโน้นเคยยื่นไปแล้ว 5 แสน มันไม่ให้ประกัน มันบอกคดีความมั่นคงร้ายแรง ผมก็ถามว่าหลักทรัพย์ประกันใช้มากกว่าคดีฆ่าคนตายเลยหรอ

พี่จ๋าตอบว่า ก็ลองยื่นดูสัก 6 แสนน่ะ เผื่อมันจะให้ แต่ตอนนี้ไม่มีเหลือเงินเลย ช่วยกันหน่อยได้ไหม?


ผมก็ตอบไปว่า ผมจะลองช่วยดูนะ ไม่รับปากนะฮะ จำนวนเงินมันสูงมาก แต่ก็จะลองดู หากไม่ได้ผมก็ต้องต้องขอโทษไว้ล่วงหน้านะฮะพี่จ๋า

ในตอนนั้น รับปากพี่จ๋าไปว่าจะช่วย เพราะสงสารพี่จ๋ากับความอยุติธรรมที่ได้รับ และเห็นแววตาของ"นักสู้ที่มีอุดมการณ์"คนหนึ่ง ที่ยังทอประกายให้คนข้างนอกได้รับรู้

พอคิดทบทวนดู คดีนี้โดนฟ้องร่วมกัน 3 คน ถ้าต้องยื่นคนละ 6 แสน เฮ้ย! มัน 1.8 ล้านนี่หว่า!! ซวยแระเนี่ย รับอะไรมาวะเรา เป็นแค่คนตัวเล็กๆ จะเอาปัญญาที่ไหนไปหาเงินช่วยคนได้ขนาดนั้น!

แต่มานั่งนึกในใจ... พี่ๆเขาเสื้อแดงทั้งนั้น คนบริสุทธิ์ทั้งนั้น ถูกกลั่นแกล้งกันทุกคน หลายคนสู้มาตั้งแต่ต้านรัฐประหารยุคแรกๆ เขาติดคุกยากลำบากกันมาเป็นปีแล้ว มันไม่มีสิ่งใดในประเทศนี้มาช่วยแล้วนี่นา เออ ถ้าเราถอดใจตั้งแต่แรกอีกคน แล้วใครมันจะมาทำมาช่วยพี่น้องเราล่ะ เอาแค่เคสอื่นๆที่รับบริจาคช่วยคนข้างใน ชาวบ้านที่เขาอยากช่วยก็ควักเนื้อคัวกกระเป๋าจนแทบจะเลี่ยนกับการบริจาคกัน แล้ว

แต่ในเมื่อมันไม่มีใคร ยังไงก็จะต้องทำ เพราะในการต่อสู้ เราทิ้งใครที่ร่วมต่อสู้กับเราไว้เบื้องหลังไม่ได้

ผมก็ปรึกษากับพี่จ๋า ว่าเรื่องบัญชีเอายังไงดี จะระดมทุนมาช่วยประกันพี่จ๋าออกมา ไม่รู้จะทันวันที่ 25 นี้รึปล่าว แต่ก็จะพยายาม ถามพี่จ๋าไปว่าพี่จ๋ามีบัญชีส่วนตัวมั๊ย ผมจะได้เอามาโพสต์ให้คนช่วยกัน

พี่จ๋าบอกว่าไม่มีเลย แล้วก็ชี้ไปที่ป้านินจา คนวันเสาร์ฯ บอกว่างั้นให้ป้านินจาช่วยละกัน ให้ป้านินจาเปิดบัญชีให้หน่อย ก็คุยกันว่าโอเคตกลง

ป้านินจาบอกว่าจริงๆชื่อป้านินจาใ้ช้เปิดบัญชีช่วยน้าชาติ-สุชาติ นาคบางไทร ไปแล้ว จริงๆไม่ค่อยอยากแตะอยากยุ่งเรื่องเงินเท่าไหร่

ผมก็ตอบกลับไปว่า เข้าใจนะฮะเรื่องเงินไม่ค่อยมีใครอยากยุ่งอยากถือหรอก แต่ป้านินจาดูแลพี่จ๋ามาตลอด ช่วยๆหน่อยละกันนะฮะ ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ ?

และผมก็เสนอว่า เอาอย่างนี้ ยังไงให้ทางน้องสาวของพี่ปลา(สุรชัย นิลโสภา ที่ถูกข้อหาร่วม)ไปร่วมเปิดบัญชีด้วย เพราะเงินส่วนนี้ก็เอามาช่วยทั้งสามคนที่โดนคดีนี้กันอยู่แล้ว ไม่ได้เอาไปทำส่วนอื่น ถ้าศาลไม่ให้ประกัน หรือเราได้มาไม่พอยื่น ก็ถือเป็นเงินดูแลทั้งสามคนในเรือนจำ และช่วยเหลือทางครอบครัวของเหยื่อการเมืองทั้งสามคนนี้ก็แล้วกัน

ผมก็เลยขอทางป้านินจาและน้องสาวของพี่ปลาไปร่วมกันเปิดบัญชีกองทุนเพื่อช่วย เหลือเป็นเงินประกันตัวทั้งสามคนในคดี"ผู้หญิงยิงฮ." ขึ้นมา

ป้านินจาแจ้งมาว่า วันนี้มีป้านิด เลขาของอ.ธิดา มานั่งร่วมฟังคำพิพากษาด้วย ป้านิดก็รับปากว่าจะนำเรื่องเงินประกันตัวในวันที่ 25 นี้ ไปเสนอเข้าที่ประชุมให้อ.ธิดา ช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง

หากทางนปช.ต้องการแสดงความจริงใจในการช่วยเหลือเรื่องเงินประกันของพี่ๆ นักโทษการเมืองคดี"ผู้หญิงยิงฮ."ทั้ง 3 คนนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ

หากแต่ว่าก่อนที่เราจะไปหวังพึ่งใคร เราต้องพยายามพึ่งพาตัวเราเองให้ได้มากที่สุดเสียก่อน ผมจึงต้องออกมาขอเรี่ยไรเงินบริจาคจากพี่น้องที่มีความพร้อมจะช่วยเหลือใน การประกันตัวพี่้น้องเราทั้ง 3 คน ในคดี "ผู้หญิงยิงฮ."

สามารถร่วมบริจาคได้ทางบัญชีกองทุนช่วยเหลือนักโทษการเมืองคดี"ผู้หญิงยิง ฮ." ซึ่งเปิดบัญชีโดยป้านินจา และน้องสาวของคุณปลา ซึ่งจะทำการอัพเดทกันเป็นระยะ

ชื่อบัญชี นางภัทรภร ชวนะสุนทร และน.ส.รุ่งฤดี นิลโสภา ธนาคารกสิกรไทย ออมทรัพย์ สาขาสี่แยกบางนา เลขบัญชี 056-2-50302-3

หากการยื่นประกันไม่สำเร็จ เงินส่วนนี้จะใช้เยียวยาช่วยเหลือครอบครัว พี่จ๋า พี่ปลา และพี่หนู จำเลยทั้งสามในคดีนี้ต่อไป

และอีกเรื่องสำคัญที่อยากจะขอความกรุณาก็คือ

ทางเราขอรับบริจาคอาหารสำเร็จรูปของสุนัขแบบกระสอบควบคู่ไปด้วย ซึ่งหากท่านใดมีความประสงคืจะช่วยเลี้ยงลูกๆของพี่จ๋า(สุนัข) ทางป้านินจายินดีเดินทางไปรับบริจาคอาหารสำเร็จรูปสุนัขถึงที่บ้านท่าน และนำส่งให้กับคนดูแลต่อไป

ลูกๆของพี่จ๋ามี 7 ตัว ตอนนี้มีเหลือเพียง 6 ตัว อยู่ที่บ้านพี่สาวพี่จ๋า 2 ตัว ที่บ้านเพื่อนพี่จ๋าอีก 4 ตัว ...อีก 1 ตัวได้จากไปแล้ว (เรื่องนี้ให้พี่จ๋ารู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นอาจมีการร้องไห้แหกคุกออกมาก็เป็นได้ เพราะพี่จ๋ารักลูกๆของเธอมาก)

ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงมาร่วมฟังคำพิพากษาคดีนี้กันอีกครั้งที่ ศาลจังหวัดพระโขนง เวลา 10 โมงเช้า มาร่วมเป็นกำลังใจให้กันและกันกับคดีบันลือโลก"ผู้หญิงยิงฮ."

เราขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีพี่น้องทุกๆคนที่มีให้กับพี่น้องที่ประสบชะตากรรมอันโหดร้ายในชีวิตทุกๆท่าน

ขอขอบคุณจากใจแทนพี่จ๋า พี่ปลา และพี่หนู 3 นักโทษการเมือง คดี"ผู้หญิงยิงฮ." กับเงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ที่พี่น้องร่วมช่วยเหลือกันผมจะทำการอัพเดทยอด บัญชีลงทางหน้าเฟสบุคเป็นระยะ ๆ นะครับ และจะติดตามช่วยเหลือเคสนี้และเคสอื่นๆต่อๆไป

อาจจะเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ขอยืนยันด้วยหัวใจ ว่าในทุกการต่อสู้มีคนบาดเจ็บ มีคนมีแผล มีคนต้องมลทิน "แต่พวกเราจะไม่ทิ้งใครเอาไว้เบื้องหลัง"

และเราต้องร่วมกันรณรงค์เพื่อการ"ปล่อยนักโทษการเมือง"เพื่อให้พี่น้องเราได้รับอิสรภาพอีกครั้งร่วมกัน

*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-จำคุก 4 เสื้อแดงอุบล 33 ปี 4 เดือน-ปล่อย 9 ผู้บริสุทธิ์หลังขังฟรีปีกว่า

-โลกลืมเธอ..'จ๋า'ผู้หญิงยิงฮ.ข้อหาบันลือโลก

-ผู้หญิงยิงฮ. หัวใจเธอมันน่ากราบ

ณัฐวุฒินัดส.ส.เสื้อแดงยื่นประกันนักโทษเสื้อแดง รมต.ยุติธรรมแย้มถึงเวลาคืนความยุติธรรมปล่อยตัวชั่วคราว

สมราคาหอกคู่ตู่-เต้นจัดเต็มพิทักษ์แดงในสภา เปิดเอกสาร'ใบอนุญาตฆ่า'ศอฉ.จำนนคาศาลกุเรื่องเท็จ

ที่มา Thai E-News

เสียงข้างมากกระหนาบเสียงข้างน้อย-เมื่อ เย็นวานนี้ ที่โถงชั้นล่างอาคารรัฐสภา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทย กับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ประชาธิปัตย์ ลงมาใช้บริการนวดเท้าผ่อนคลายระหว่างอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยนายณัฐวุฒิและนายจตุพร นั่งนวดขนาบข้างนายสาธิตซึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง

ทั้ง 3 มีสีหน้าผ่อนคลายใช้เวลานวดกว่า 1 ชั่วโมง แต่นายสาทิตย์ได้ลุกขึ้นออกจากการนวดเท้าก่อน นายจตุพรได้พูดแซวว่า จะรีบไปไหน และว่านี่แหล่ะนะประชาธิปไตย บ่งบอกให้เห็นว่าเสียงข้างน้อยเป็นอย่างไร ซึ่งนายสาทิตย์หัวเราะ และลุกมานั่งที่เก้าอี้อยู่ต่อสักระยะหนึ่ง ท่ามกลางสื่อมวลชนที่เฝ้าสังเกตบรรยากาศและถ่ายภาพที่มักไม่ได้เห็นบ่อยนัก ที่ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลที่นั่งอยู่ข้างๆ กันและพูดคุยอยอกล้อกันอย่างเป็นกันเอง(ภาพข่าว:มติชนนออนไลน์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2554

เวทีใหม่ของ2สหาย-หลัง จากกรำศึกเสื้อแดงติดคุกติดตะรางมาด้วยกัน วันนี้ 2 สหายจตุพร กับณัฐวุฒิพากันเข้าไปทำหน้าที่ในสภา และทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์แดงได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ดูจากคลิปต่อไปนี้




คดีหมิ่นทำลายคนดีๆและเป็นใบอนุญาตฆ่า-ส.ส.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ใช้สิทธิพาดพิงกรณีสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวหาส.ส.เสื้อแดงถูกดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยระบุว่าทักษิณก็โดนข้อหานี้ คนเสื้อแดงโดนออกใบอนุญาตฆ่า92ศพก็ข้อหานี้ ในอดีตดร.ปรีดี พนมยงค์ ต้องไปตายในต่างประเทศก็ข้อกล่าวหานี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายสุเทพได้ลุกประท้วง โดยพยายามเสี้ยมว่า การพูดว่าเอาเรื่องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถาบันมาเป็นใบอนุญาตเกี่ยวกับการ เสียชีวิต พูดอย่างนั้นพวกตนไม่เสียหาย แต่สถาบันเสียหาย

นายสุเทพเสริมอีกว่า นายณัฐวุฒิต้องถอนคำพูด ตนยอมไม่ได้ ตนเสียใจจริงๆ ถ้าประธานไม่วินิจฉัยให้ถอน ตนก็ยอมรับประธานไม่ได้เหมือนกัน ตนไม่อยากบอกซ้ำอีก ทั้งนี้ นายสุเทพได้นำถ้อยคำอภิปรายของนายณัฐวุฒิที่ถอดบันทีกไว้ในกระดาษเอ4 มอบให้ประธานอ่าน

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ชี้แจงว่า ขอให้คนทั้งประเทศเข้าใจ ตนพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ และขออย่าเอาข้อหาเกี่ยวกับสถาบันมาใส่ร้ายทางการเมืองอีก เพราะมันเจ็บปวด ตนไม่ได้พูดโยงสถาบันเข้ากับการเสียชีวิต พูดแต่ว่าข้อกล่าวหานี้ทำลายนายกฯมาแล้ว 2 คน ทำให้ส.ส.ปชป.โห่ลั่น

เรื่องดังกล่าวทำให้สภาล่ม ต้องปิดประชุม และเลื่อนการประชุมเรื่องนโยบายรัฐบาลมาเป็นช่วงบ่ายวันนี้



ลบเหลี่ยมมีดโกนจนเข้าตัว-ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร กับส.ส.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประท้วงลบเหลี่ยมมีดโกนของชวน หลีกภัย ที่ฉวยโอกาสปรักปรำทักษิณว่าสั่งฆ่า 3จังหวักดชายแดนภาคใต่ ซึ่งตอนท้าย(ไม่มีในคลิป)นายชวนต้องออกมาตอบณัฐวุฒิที่อภิปรายพาดพิงว่านาย อภิสิทธิ์สั่งฆ่าคนเสื้อแดง 92 ศพแต่ไม่ยอมรับ โดยบอกว่า"หากนายอภิสิทธิ์เป็นคนเกี่ยวข้องจริง ผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ไม่มีใครอยู่เหนิอกฎหมาย"

ที่บอกว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์สั่งฆ่า 91 ศพ เรื่องนี้ไม่ใช่การแก้แค้น แต่ต้องดำเนินการตามหลักนิติธรรม ถ้าเป็นเรื่องจริงต้องดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ใครเผาบ้านเผาเมืองเผาศาลากลาง ก็ต้องสอบกันตามกฎหมาย การยึดหลักนิติธรรมไม่ใช่การแก้แค้น นายกฯสั่งฆ่าคนถ้าศาลว่าผิดก็ต้องผิด ใครเผาศาลากลางถ้าศาลว่าผิดก็ต้องผิด




พาดพิงลิงอุรังอุตังเสียหาย-ส.ส.จตุพร พรหมพันธุ์ อภิปรายกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ปชป.พาดพิงด้วยการเสี้ยมว่า พรรคเพื่อไทยหลอกลวงคนเสื้อแดง ในที่สุดไปจบด้วยเรื่อง"ลิงอุรังอุตัง"

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อภิปรายตอนหนึ่งว่า วันนี้พูดให้ตาสว่างว่า รัฐบาลที่บอกว่าประชาชนถูกกดขี่ แล้วมาแก้ปัญหาให้ประชาชนนั้น ก็คิดไม่ต่างจากรัฐบาลที่ถูกบอกว่าเป็นอำมาตย์เลย แถมยังคิดล้าหลังกว่าด้วย ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานั้น เพื่อยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยกับกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงเป็นเนื้อเดียวกันตามที่ รองนายกฯพูดไว้เมื่อวานนี้ แท้จริงแล้วเป็นการสร้างวาทกรรม ซึ่งเป็นเทคนิคทางการเมือง หลอกลวงเรื่องอำมาตย์-ไพร่ และเรื่องของชนชั้น เพื่อเอาคนเหล่านั้นมาปูฐานรองรับการขึ้นสู่อำนาจของกลุ่มทุนในพรรค สุดท้ายกลุ่มเหล่านี้ก็สุขสบาย เสวยสุข และปล่อยให้พี่น้องไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาความยากจนต่อไป


เราไม่อยากให้วาทกรรมของนักการเมืองนั้น ถูกอธิบายในสภาว่าไม่มีสัญญา และเป็นแค่เทคนิคการหาเสียง เพราะนั่นคือการหลอกคนจน และเป็นบาปที่สุดในความเห็นของตน เพราะคนเหล่านั้นก้าวขึ้นมาสนับสนุนท่าน ไปกับวาทกรรมของท่านทั้งหลาย ซึ่งต้องไม่ทำให้วาทกรรมเหล่านั้นว่างเปล่า

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ตามที่นายสาทิตย์ บอกว่า พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงได้หลอกลวงพี่น้องประชาชนด้วยวาทกรรมคำว่า "ไพร่" และ "อำมาตย์" ตนมีสองสถานะทั้งเสื้อแดงและส.ส.พรรคเพื่อไทย การที่มาบอกว่านโยบายรัฐบาลไม่เป็นไปตามที่หาเสียงไว้ ไม่ได้ทำทันทีนั้น ข้อเท็จจริงคือการที่รัฐบาลจะทำงานได้ต้องผ่านการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปก่อน แต่กกลับมีการสร้างเรื่องสร้างราวมาเล่นงานกัน ไม่ว่าจะเป็น รมว.ต่างประเทศ ทั้งที่วันนี้รัฐบาลยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นวาทกรรมคำว่าไพร่-อำมาตย์ เป็นการอธิบายให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำจากการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลชุดที่ แล้ว

อย่างไรก็ตามพล.อ.ธีรเดช ประธานในที่ประชุมได้ขอให้นายจตุพรได้เข้าประเด็นเพราะเกรงว่าจะทำให้เกิด การประท้วงเยอะกว่านี้ แต่นายจตุพร ยืนยันว่า เป็นการใช้สิทธิ์พาดพิงและใช้เวลาของพรรคร่วมรัฐบาล ตนอดทนฟังนายสาทิตย์อภิปรายได้แล้ว ทำไมตนจะตอบโต้บ้างไม่ได้ ทำไมต้องทำเหมือนถูกน้ำร้อนลวกกันหมด

ทำให้นายเจ๊อามิง โต๊ะตาหยง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.ปัตตานี ต้องลุกขึ้นประท้วงประธานว่า เป็นการประท้วงไม่ใช่การอภิปราย

ซึ่งนายจตุพร ก็ได้ประท้วงว่า "ผู้ประท้วงคงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง" เพราะในฐานะสมาชิกรัฐสภาตนมีสิทธิ์ประท้วงเมื่อถูกพาดพิง

ทั้งนี้ นายเจ๊ะอามิงได้ใช้สิทธิ์ประท้วงขอให้นายจตุพรได้ถอนคำพูด เพราะตนไม่ใช่อุรังอุตังถึงฟังไม่รู้เรื่อง ซึ่งในที่สุดนายจตุพรได้ยอมถอนคำพูดว่า นายเจ๊ะอามิงไม่ใช่อุรังอุตัง ก่อนประธานในที่ประชุม จะให้สมาชิกรัฐสภาท่านอื่นได้อภิปราย

*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ผังล้มเจ้าของศอฉ. ใบอนุญาตฆ่าที่ไก่อูรับสารภาพกลางศาลว่าไม่มีหลักฐานใดๆ

-ไก่อูยอมสารภาพกลางศาลผังล้มเจ้าไม่ได้กล่าวหาใคร หลังจากใช้เป็นใบอนุญาตฆ่าคนเสื้อแดง นักวิชาการกฎหมายชี้มีโทษหลายกรัทงถึงคุก


คลิปข่าวพ.อ.สรรเสริญ โฆษก ศอฉ แถลงเรื่องผังล้มเจ้าเมื่อ 26 เมษายนปีกลาย






ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ได้ถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม ภายหลังจากพ.อ.สรรเสริญ ในฐานะจำเลยที่สาม ได้แถลงต่อศาล ดังนี้

"ประการที่หนึ่ง ศอฉ ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ซึ่งเป็นราชเลขาธิการในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โทรศัพท์มาสั่งการศอฉ อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานับประการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามจะสร้างภาพให้สังคมเห็นว่า พระองค์ท่านมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สีงคมได้รับทราบความจริงเป็น เช่นไร

นอกจากนั้นแล้ว ศอฉ ก็ได้ขยายความลงไปเพราะว่าทางราชการมีหน่วยงานทางด้านความมั่นคง ที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของขบวนการที่จ้องจะ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จึงได้นำข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้มาประกอบเพื่อใช้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับ สังคม

ประการที่สาม ในช่วงเวลาเช้าของวันเกิดเหตุ ข้าฯได้มีการแถลงข่าวให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าไมม่เป็นความ จริงตามข้อมูลที่พยายามกล่าวหาใส่ร้ายท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โดยแถลงกำกับตอบไปด้วยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้านั้น ในขณะนั้นมีคุณดาตอร์ปิโด กับคุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งทั้งสองคนนี้มีหมายจับไว้แล้ว ในช่วงเวลาเย็นเกิดจากการประชุมในช่วงบ่ายของศอฉ.ได้มติของศอฉ ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อีกษรอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สังคมพิจารณา

ข้าฯได้รับมอบหมายให้นำเอกสารเหล่านั้นไปแจกแก่สื่อมวลชน ซึ่งเอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยว ข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนผังดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหายจากมุมมองของสังคม เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสิน ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยายความใน ทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา
"

ทั้งนี้ศาลได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท เมื่อโจทก์(ดร.สุธาชัย)รับฟังข้อเท็จจริงจากจำเลยที่สาม(พ.อ.สรรเสริญ)จึง ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสามอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม

ก่อนหน้านี้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เคยให้สัมภาษณ์ว่าแผนผังดังกล่าวเป็นเรื่องที่คิดกันขึ้นสดๆในที่ประชุมศอ ฉ.ในตอนที่จะหาเหตุสลายการชุมนุมเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคมปีกลายนั่นเอง และยังรู้สึกละอายใจที่กุเรื่องนี้ขึ้นมา

ผังล้มเจ้า-เป็นเอกสารที่ ศอฉ เคยแถลงข่าว(ดูรายละเอียดข่าว) และสื่อนำไปขยายผล จนเป็นเหตุอ้างในการสังหารผู้ชุมนุมกว่า 92 ศพเมื่อปีกลาย เพราะถูกทำให้เชื่อว่าเป็นพวกล้มเจ้า แม้แต่ตอนนี้ธาริตDSIยังนำมาออกหมายเรียก19แกนนำ นปช. แต่พอสรรเสริญ แก้วกำเนิดสารภาพกลางศาลว่าเชื่อมโยงมั่วๆแล้วสื่อขยายความขยายผลไปเอง ปรากฎว่าไม่มีสื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวนี้เลย นี่เป็นความเงียบอันอึกทึกครึกโครมอีกครั้งของวงการสื่อไทย

นิติราษฎร์จัดหนักไก่อูผิดกฎหมายหลายกระทง โทษถึงคุก

นิติราษฎร์ ฉบับที่ ๒๓ (สาวตรี สุขศรี)นำเสนอข้อสังเกตบางประการต่อคำสารภาพเรื่องแผงผังล้มเจ้า โดยชี้ว่าการกระทำของเสธ.ไก่อูมีโทษหลายกระทุงถึงจำคุก อ่านรายละเอียดตามลิ้งค์
ที่มา นิติราษฎร์

เปิดเอกสารการปฏิบัติการข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อของทหารเพื่อออกใบอนุญาตฆ่า ยอมรับหน้าชื่นผังล้มเจ้าเป็นเครื่องมือสำคัญ
พ.อ.บุญ รอด ศรีสมบัติ จากสถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง เขียนเปิดเผยปฏิบัติการข่าวสารของทหาร(IO)ช่วงนปช.ชุมนุม มี.ค.-พ.ค.2553 ลงในวารสารของทหารชื่อเสนาธิปัตย์ ว่า มีปฏิบัติการสำคัญคือ มุ่งทำให้ทีวีเสื้อแดงจอมืด ปิดเวบไซต์-วิทยุชุมชน เพิ่มความน่าสะพรึงกลัวชายชุดดำแฝงในที่ชุมนุม สร้างผังล้มเจ้าเชื่อมโยงผู้ชุมนุม ตัดต่อคลิปแกนนำมาเรียงภาพใหม่ว่าชี้นำให้เผาบ้านเผาเมือง ชี้ให้สังคมเห็นว่า สถานการณ์สุกงอมที่ต้องจัดการด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด สุดท้ายคือหาอาวุธมาแสดงว่ายึดได้จากผู้ชุมนุม และชี้ว่าทหารไม่มีการสังหารประชาชน

เอกสารเขียนไว้ในหน้า75ว่า"การเปิดเผยเครือข่ายคดีล้มเจ้าในรูปแผนผังMind Mapingนั้นต้องย้ำว่ามีตัวตนจริง"

ผลสำเร็จคือประชาชนและสังคมสนับสนุนรัฐบาลให้ดำเนินมาตรการเฉียบขาดในการ จัดการต่อผู้ชุมนุมในที่สุด หลังการดำเนินการยังมีมีสาวๆกรี๊ดกร๊าดพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ตามเฟซบุ๊คว่าเป็น"ผู้ก่อการรัก"
โดยมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเสนาธิปัตย์ ปีที่ ๖๐ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๔ ( คลิ้กลิ้งค์เพื่ออ่านรายละเอียดต้นฉบับที่สมบูรณ์ http://www.cdsd-rta.net/images/stories/valasan/valasan%20y60%20b1%202554/AW-SP-69-81.pdf )

AW-SP-69-81

เอกสารลับหลังได้ใบอนุญาตฆ่า ยุทธการกระชับวงล้อม 14-19 พ.ค.53 "มาร์ค"สั่งกระชับวงล้อมเพื่อ"ยุติ"ไม่ใช่"เจรจา" เปิดเปลือกใช้กระสุนจริง และพลซุ่มยิงสไนเปอร์ รบเต็มอัตราศึก

บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ปีที่ 59 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม 2553 เป็นบทความที่เขียนขึ้นเพื่อประกอบการจัดทำ”เอกสารแนวทางในการปฏิบัติทาง ทหาร: กรณีศึกษาการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในเมือง” จากความริเริ่มของพล.ท.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เพื่อกำหนดบทบาทของกองทัพบกในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในเมืองรูปแบบใหม่
วารสารเสนาธิปัตย์ ฉบับที่ตีพิมพ์เรื่องนี้ ท่านสามารถอ่านบทความต้นฉบับนี้ได้ที่ลิ้งค์ http://www.cdsd-rta.net/images/stories/valasan/valasan%20y59%20b3%20year2553/lesson7.pdf

Lesson 7

ผู้เขียนใช้นามแฝงว่า”หัวหน้าควง” เป็นจปร.32 (เหล่าทหารราบ) เป็นนายทหารปฏิบัติการประจำกรมยุทธศึกษาทหารบก

เนื้อหาในบทความนี้เป็นมุมมองของนายทหารที่ปฏิบัติการสลายการชุมนุมของ”คน เสื้อแดง”ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ที่สรุปบทเรียนจาก”ความสำเร็จ”ในการกระชับวงล้อมพื้นที่ราชประสงค์

โดยระบุตอนหนึ่งว่า

ยุทธการกระชับวงล้อมเมื่อ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 เป็นการปฏิบัติทางทหารเต็มรูปแบบ จึงเห็นได้ว่าภารกิจชัดเจน คือการกระชับวงล้อมด้วยกระสุนจริง จากกำลังหน่วยรบหลักของเหล่าทหารราบ เหล่าทหารม้า และหน่วยส่งกำลังทางอากาศ อย่างเช่น ร.31 รอ.ในภารกิจปฏิบัติการพิเศษ อาจเรียกได้ว่าเป็นการรบในเมืองที่ใช้อาวุธยุทธโธปกรณ์ทางทหารเต็มอัตราศึก ทั้งกำลัง อาวุธประจำกายที่ทันสมัย ชุดสไนปอร์ หน่วยยานเกราะ ซึ่งการปรับกำลังและการเปลี่ยนแปลงทางยุทธวิธีที่สำคัญครั้งนี้ก็เป็นผล สะท้อนจากบทเรียนเมื่อ 10 เมษายน พ.ศ.2553 นั่นเอง

ควรมีการศึกษาค้นหาตัวแบบที่เหมาะสมในการกำหนดพื้นที่ที่ใช้กระสุนจริง เพราะปัจจุบันยังไม่ทราบว่ามีประเทศใดในระดับนานาชาติที่ได้นำมาปฏิบัติใน การสลายการชุมนุมที่ได้รับการยอมรับ

********

อย่างเป็นระบบ

ที่มา มติชน



โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2554)

มติชน ข่าวสด ออกแถลงการณ์ชี้แจงผลสอบของอนุกรรมการเฉพาะเรื่องกรณีอีเมล์ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติไปแล้ว

เบียดพื้นที่ของผู้อ่านไปพอสมควร เพราะข้อกล่าวหามาเป็นปึก ข้อหาร้ายแรงว่า เอนเอียงเข้าข้างพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นระบบ

ขณะนี้ ผลสรุปดังกล่าว กลายเป็นปมหนึ่งในข้อกล่าวหาของพรรคการเมือง ที่อาจจะนำไปสู่คดียุบอีกพรรคหนึ่ง

แต่ยังมีขั้นตอนอีกไม่น้อย

เป็นความยุ่งเหยิงของ "การเมือง" เรื่องอำนาจ ที่ไม่มีใครอยากเข้าไปเกี่ยวข้อง เกินจากหน้าที่ของตัวเอง

แต่เมื่อเกิดมี "แพคเกจ" พิเศษ จัดหนักให้

ก็ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกันไปในขอบเขตที่พอสมควร

ต่อไปนี้ ต้องรอการสรุปของที่ประชุมสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ที่เลื่อนจาก 13 กันยายน เป็น 20 กันยายน

หลังจากที่ประชุมสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ได้รับทราบผลสอบไปแล้ว

กลับ ไปที่ปัญหาทางการเมือง การอภิปรายนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นการประชุมสภาที่คงจะมีคนติดตามฟังมากที่สุดอีกนัดหนึ่ง

อาจจะเป็นเพราะโหมโรงกันไว้แรง และมีประเด็นให้จับตา ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายชี้แจงของ นายกฯปู หรือกรณีของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

ผลออกมาเป็นอย่างไรคงได้เห็นกันแล้ว บทบาทส่วนมากเป็นหน้าที่ของบรรดาดาวทั้งหลาย

ยังดี ที่ได้ยินคำว่า ปรองดอง สมานฉันท์ จากที่ประชุมหลายคำอยู่เหมือนกัน

คำ เหล่านี้ ไม่ควรจะเอาไว้เกทับบลั๊ฟแหลก หรือเอาไว้กล่าวร้ายอีกฝ่ายเฉยๆ แต่ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง เพราะถือเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างที่เห็นกันอยู่

ส่วน "กระบวนการ" ในการคืนดีหรือปรองดอง ไม่ใช่ว่าจะตั้งประเด็นกันเอาเองได้ แต่ต้องหารือทุกฝ่าย

ส่วนหนึ่งของการปรองดองสมานฉันท์ ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ และตอนนี้กลายเป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว

ในข้อ 1.16 คือ เร่งรัดผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

โดยมี "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" ที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่ยกร่างขึ้นมาใหม่

และต้องให้ประชาชนเห็นชอบผ่านการออกเสียงประชามติ

ในการอภิปรายวันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ให้รายละเอียดคร่าวๆ ว่าจะตั้ง ส.ส.ร. 99 คน

เลือกตั้งจังหวัดละคน 77 คน กับนักวิชาการ 22 คน

ถือเป็นอีกรูปธรรมหนึ่งของการกลับเข้าสู่ความสมานฉันท์ บนพื้นฐานของกฎหมายแม่บทที่มาจากความคิดเห็นของประชาชน

ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแรงต้าน และมีข้อระแวงสงสัยไม่น้อย

แต่ความเห็นที่ต่างกันนี่เอง หากมีระบบรับฟังกันดีๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ในทุกแนวคิด

อาจจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้สมบูรณ์กว่าที่ผ่านๆ มาก็ได้