WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, September 1, 2011

ความขัดแย้ง “วังน้ำเขียว-แก่งกระจาน” ต้องไปให้ถึงการปฏิรูปกฎหมายป่าไม้

ที่มา ประชาไท

ข้อเสนอเพื่อไม่ให้บทเรียนจากพื้นที่วังน้ำเขียว-แก่งกระจานสูญเปล่า หรือเป็นเพียงกระแสทางการเมือง แต่นำไปสู่การค้นหาต้นตอของปัญหา ที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยกฎหมาย หรืออำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ

มีการตั้งคำถามกันค่อนข้างเยอะว่าทำไมปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินใน อ.วังน้ำเขียว ได้กลายเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ทั้งที่ปัญหานี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้วนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2519-2523 ซึ่งในช่วงเวลานั้นรอบผืนป่าทับลานเป็นที่อยู่ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง ประเทศไทย และต่อมารัฐบาลได้ประกาศนโยบาย 66/23 โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 จึงได้ทำการผลักดันชาวบ้านที่อาศัยในเขตผืนป่า ให้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในเขต ต.ไทยสามัคคี และ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาในปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการขอที่ดินในบริเวณดังกล่าวจากกรมป่าไม้มอบให้ชาวบ้านไว้ทำกิน
อ.วังน้ำเขียวมีทั้งหมด 5 ตำบล 83 หมู่บ้าน มีประชากร 41,636 คน (ปี 2552) มีพื้นที่ทั้งอำเภอประมาณ 700,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มากที่สุด 241,018 ไร่ รองลงมาคือเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พ.ศ.2524 จำนวน 220,625 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูหลวง พ.ศ.2516 จำนวน 193,050 ไร่ แนวเขตห้ามล่าสัตว์เขาแผงม้า 5,000 ไร่ และพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิของกรมที่ดินมีจำนวน 9,318 ไร่
มีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อมวลชนบางฉบับว่า ในช่วงการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา สส.เขต12 (พื้นที่ อ.ปักธงชัย อ.วังน้ำเขียว) พรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศไว้เป็นนโยบายเมื่อตอนหาเสียงเรื่องการจัดระเบียบวังน้ำเขียว ด้วยการเสนอให้รัฐบาลเร่งออกเอกสารสิทธิที่ดินให้แก่ชาวบ้านและกลุ่มธุรกิจ เพราะอยู่กินมาทุกวันนี้ล้วนอยู่แบบเสี่ยงดวง ผลปรากฏว่าในพื้นที่เขต 12 พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ร่วมจัดตั้งเป็นรัฐบาล ประกอบกับรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนใหม่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข มาจากพรรคเพื่อไทย ทำให้เป็นที่จับตาของคนในสังคมว่า การออกมาเปิดเกมส์รุกฟ้องขับไล่เจ้าของรีสอร์ทวังน้ำเขียวของกรมอุทยานและ กรมป่าไม้คงไม่ได้เป็นเหตุการณ์ กลั่นแกล้งทางการเมือง แต่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนกว่าที่เป็นอยู่
ปัญหาการแย่งชิงที่ดินและทรัพยากรป่าไม้ในลักษณะเดียวกับที่ อ.วังน้ำเขียว มีอยู่ทั่วประเทศ เช่น เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2554 กรณีพิพาทระหว่างเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินชุมชนคลองไทร ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี ได้มีกลุ่มอิทธิพลวางเพลิงเผาบ้านในชุมชน เสียหายทั้งหลังจำนวน 3 หลัง อีกทั้งกลุ่มอิทธิพลดังกล่าวเคยเข้ามายิงข่มขู่เพื่อให้ชาวบ้านออกจาก พื้นที่ ก่อนหน้านี้กลุ่มเกษตรกรได้เข้าไปปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่และตั้งชุมชนใน สวนปาล์ม ทั้งนี้เพื่อกดดันให้หน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่เรียกที่ดินกลับคืนมาและนำ ที่ดินเหล่านั้นมาจัดสรรให้กับเกษตรกร เนื่องจากที่ดินผืนดังกล่าวได้หมดสัญญาเช่าไปนานแล้วแต่นายทุนอาศัยอิทธิพล เก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มอยู่
กรณีล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและฝ่ายทหาร ได้ใช้กำลังอพยพ ผลักดัน จับกุม เผาบ้านพักและยุ้งฉางรวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิม ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานานกว่า 100 ปี
ถ้าจะพูดว่า “วังน้ำเขียว” คือโมเดลความขัดแย้งในการจัดการที่ดินป่าไม้ เราจะนำความขัดแย้งนี้ไปสู่อะไร? ...
ภาครัฐโดยเฉพาะหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินหน้าจับกุมทำลายทรัพย์สินของผู้ที่บุกรุกป่า โดยอ้างว่ามีการตรวจสอบหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการกระทำเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้อาศัยกฎหมายอย่างน้อย 4 ฉบับที่มีอยู่ในมือ คือ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งฐานความผิดภายใต้กฎหมายเหล่านี้คือการยึดถือครอบครอง บุกรุก ก่นสร้าง แผ้วถางพื้นที่ป่ามีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือทั้งจำและทั้งปรับ รวมทั้งต้องออกจากพื้นที่พิพาท
ข้อมูลด้านคดีความที่เผยแพร่ในเว็บไซต์กรมป่า พบว่า มีผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมายป่าไม้ในปี 2553 จำนวน 4,580 คดี 2,209 คน นอกจากนี้ยังมีคดีความด้านที่ดินและป่าไม้ที่รวบรวมโดยเครือข่ายปฏิรูป ที่ดินแห่งประเทศไทย จากข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2554 มีทั้งสิ้น 36 คดี 234 ราย
ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายป่าไม้มีเจตนาแยกคนออกจากป่าแต่ไม่ได้มองว่าองค์กรชุมชน สามารถร่วมดูแลรักษาป่าได้ จึงเป็นเหตุให้คดีที่กรมป่าไม้ฟ้องร้องกับคนจนไม่มีคดีไหนเลยที่เกษตรกรคนจน ชนะคดี แม้ว่าจะนำประเด็นสำคัญเรื่องสิทธิชุมชนที่ให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการ จัดการทรัพยากรได้ เพราะจากรัฐมองว่าในทางกฎหมายอำนาจและสิทธิในที่ดินยังเป็นของรัฐที่ไม่ได้ ให้สิทธิแก่ราษฎร
จากข้อกังขาเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่อนุรักษ์โดยอาศัยกฎหมายว่า ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงในปี 2553 ประเทศไทยมีพื้นที่อนุรักษ์ (อุทยานแห่งชาติ, เขตรักษาพันธุ์, เขตป่าสงวนแห่งชาติ, เขตห้ามล่า) จำนวนทั้งสิ้น 426 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 108,728 ตร.กม.(กรมป่าไม้) อาจสรุปได้ว่า พื้นที่ป่าไม้ในทางกฎหมายได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าวัดจากเหตุการณ์ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลากทำให้พื้นที่การเกษตรจำนวนมากได้รับความเสียหาย คงสามารถเป็นตัวชี้วัดได้อย่างหนึ่งว่าพื้นที่ป่าคงลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ ชัด
เพื่อไม่ให้บทเรียนจากพื้นที่วังน้ำเขียวและแก่งกระจานสูญเปล่า หรือเป็นเพียงกระแสทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ให้ทั้งสองเรื่องนำไปสู่การค้นหาต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาเพราะถ้ามัว แก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการใช้กฎหมายและอำนาจที่มีอยู่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ในอนาคตเรื่องราวเหล่านี้อาจสะสมจนไม่อาจเยียวยาได้
ข้อเสนอเฉพาะหน้าที่น่าสนใจ สำหรับกรณีวังน้ำเขียว คือ ให้มีการทำแนวเขตให้ชัดเจนของ 3 ส่วน ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาหลวง อุทยานแห่งชาติทับลาน และเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ทั้งนี้ ต้องดำเนินการร่วมกันระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรชุมชนด้านอนุรักษ์ หน่วยงานของรัฐ และธุรกิจเจ้าของรีสอร์ท (ที่ไม่ได้บุกรุก) ประการต่อมาคือการเรียกเก็บค่าเช่าที่ดินตามความเหมาะสม บังคับใช้เงื่อนไขให้ผู้ครอบครองสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้เพียงครึ่งเดียว ที่เหลือจะต้องปลูกต้นไม้ที่หลากหลาย ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านวังน้ำเขียวได้ประโยชน์และอยู่ในพื้นที่ได้อย่าง ยั่งยืน
นอกจากนั้นยังมีข้อสังเกตและข้อเสนอบางประการเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ที่ ได้กล่าวไปข้างต้น เช่น การให้อำนาจรัฐในการประกาศพื้นที่โดยไม่ได้มีการตรวจสอบพื้นที่จริง แม้จะกำหนดหน้าที่ให้ประชาชนที่มีสิทธิในที่ดินที่มีการประกาศเขตยื่นคำร้อง เป็นหนังสือ เพื่อแสดงสิทธิของตนภายในที่กฎหมายกำหนด ถ้าไม่มีการดำเนินการถือว่าประชาชนสละสิทธิ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการยากที่ประชาชนจะทราบได้ว่ามีการประกาศเขต ป่าทับที่ดินของตน[1]
ประการต่อมาให้ปรับปรุงประมวลกฎหมายที่ดินป่าไม้และวางหลักเกณฑ์ของ กฎหมายให้เกิดความยุติธรรม โดยลำดับความสำคัญของคนที่ควรเข้าถึงทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรมทางนิเวศฯ และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ให้มีความสมดุลระหว่างสัดส่วนของทรัพยากรเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ รัฐต้องดูแลความเป็นธรรมและสวัสดิการในสังคมควบคู่กันไป อีกทั้งต้องให้มีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรภาคประชาสังคม ตั้งแต่ขั้นการวางแผนการใช้ การตัดสินใจ การเฝ้าระวัง การกำหนดบทลงโทษ และมาตรการฟื้นฟูเยียวยา[2]
ถ้าเราสามารถเดินทางสู่เส้นทางนี้ การออกมาเปิดโปงเรื่องการใช้ที่ดินและการบุกรุกป่าวังน้ำเขียวจะได้ไม่สูญเปล่า
…………………………………….
[1] รายงายการวิจัยโครงการพิสูจน์สิทธิ์ในคดีป่าไม้และที่ดินโดยสุมิตรชัย หัตสาร
[2] สิทธิชุมชนกับการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย

ความอดทนคือแก่นธรรม คำสอนจาก‘ผู้นำ 3 ศาสนา’

ที่มา ประชาไท

รอมะฎอน (رمضان‎) หรือเราะมะฏอน หรือรอมฎอนคือเดือนที่ 9 ของปฏิทินฮิจญ์เราะฮฺ หรือปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่มุสลิมถือศีลอดทั้งเดือน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เดือนบวช ถือว่าเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดเดือนหนึ่ง มุสลิมจะต้องอดอาหารเพื่อที่จะได้มีความรู้สึกถึงคนที่ไม่ได้รับการดูแลจาก สังคม เช่น คนยากจน เป็นต้น

เดือนนี้ยังเป็นเดือนที่อัลกรุอานได้ถูกประทานลงมาเป็นทางนำให้กับมนุษย์ มุสลิมจึงต้องอ่านอัลกุรอาน เพื่อศึกษาถึงสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้มนุษย์รู้ว่า การเป็นอยู่ในโลกนี้และโลกหน้าจะเป็นอย่างไร และจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง กิจกรรมพิเศษของมุสลิมนิกายซุนนะหฺคือ การละหมาดตะรอเวียะฮฺในยามค่ำของเดือนนี้

เมื่อสิ้นเดือนรอมะฎอนแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองในวันที่ 1 เดือนเชาวาล เรียกว่า “อีดุลฟิฏริ” หรือวันอีดเล็ก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 29 สิงหาคม 2554

ก่อนจะถึงวันสิ้นเดือนรอมะฎอน คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดเสวนา 3 ศาสนาเรื่องอดทน...ธรรมดี นำเสวนาโดยผู้นำศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2554 มีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เข้าร่วมเสวนาประมาณ 100 คน

เนื้อหาสาระของการเสวนาในวันนั้น ผู้นำเสวนาต่างแจงให้เห็นว่า ทุกศาสนาต่างเน้นให้ศานิกของแต่ละศาสนามีความอดทน

“พุทธศาสนาสอนว่า ความอดทนในจิตใจ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในตัวทุกคน ซึ่งความอดทนนั้นมี 4 ประการ คือ 1.อดทนต่อความลำบาก 2.อดทนต่อความเจ็บปวดใจ 3.อดทนต่อความไม่สบายใจและการเป็นไข้ 4.อดทนต่อมารและกิเลสทั้งหลาย หนึ่งในสุภาษิตที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความอดทน ระบุว่าการอดทนเป็นธรรมอันยิ่งยวดของเราทั้งหลาย หากจะกระทำการใด ต้องจริงใจ และมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ ทั้งต้องตั้งเป็นกฎ หรือสัญญากับตนเอง ในการทำความดี เพื่อบ่มเพาะจิตใจตนให้เข้มแข็งว่าต้องทำให้ได้”

เป็นคำสอนที่ถูกหยิบยกขึ้นเน้น โดยพระเฉลิมชน พุทธศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม วัดศรีมหาโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

พระเฉลิมชน พุทธศรี ย้ำปิดท้ายการเสวนาว่า สำหรับคนดี จะต้องทำดี 4 ประการ คือ 1.ทำสิ่งซึ่งไม่เดือดร้อนตน 2.ทำสิ่งซึ่งไม่เดือดร้อนคนอื่น 3.ทำสิ่งซึ่งไม่เดือดร้อนตนและคนอื่น 4.ทำสิ่งซึ่งบัณฑิตสรรเสริญว่าบุคคลนั้นเป็นคนดี

ขณะที่ ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียนเจริญศรีศึกษา เปิดเผยว่า คำสอนในศาสนาคริสต์ระบุว่า จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะประตูใหญ่และทางกว้างนำไปสู่ความพินาศ แต่ประตูที่นำไปสู่ชีวิตนั้น คับและแคบ ซึ่งผู้จะเข้าไปนั้นมีน้อย การฝึกความอดทนนั้น เพื่อเป็นการเดินตามรอยพระเยซูเจ้าที่ได้ทำไว้ เพื่อเป็นการกลับใจ และเพื่อเป็นการแบ่งปันให้ผู้อื่น

“ศาสนาคริสต์มีเทศกาลมหาพรต หรือเปรียบเทียบได้กับการถือศีลอดในศาสนาอิสลาม โดยอยู่ในช่วงระยะลา 40 วัน ก่อนอีสเตอร์ เป็นช่วงเวลาที่ชาวคริสต์ฝึกความอดทนอย่างเข้มข้น ในเทศกาลมหาพรต ต้องปฏิบัติ 3 สิ่ง คือ 1.ภาวนา เป็นการติดต่อกับพระเจ้า เพื่อขอกำลังจากกระเจ้าที่จะอดทนให้ได้ ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการละหมาดในอิสลาม 2.อดอาหาร เพื่อเป็นการลดกิเลส ซึ่งพระเยซูอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน 3.ให้ทาน เพื่อเป็นการแบ่งปันและลดความเลื่อมล้ำทางชนชั้น” ซิสเตอร์มีนา อดุลย์เกษม กล่าว

ไม่แตกต่างกันมากนัก เมื่ออิหม่ามยะโก๊บ หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีบอกว่า อัลกุรอานได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ความอดทนเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา ความอดทนเป็นหนทางสู่สรวงสวรรค์ จึงต้องอดทนทั้งกาย วาจา และใจ ด้วยโลกนี้ไม่ใช่โลกแห่งความนิรันดร์ มนุษย์จึงต้องถูกทดสอบความอดทนเป็นอย่างมาก

ความอดทนคือแก่นธรรม คำสอนจาก‘ผู้นำ 3 ศาสนา’


สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:5ปี19กันยากระชับพื้นที่ทหาร

ที่มา Thai E-News


5ปี19กันยาและตลอดกาล-ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว นับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยา 49 เป็นต้นมา และความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำซากของ"บางคน บางครอบครัว บางคณะ"โดยไร้สำนึกผิดชอบชั่วดีใดๆ จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปตลอดกาล ความพยายามดิ้นรนไขว่คว้าจะหมุนเข็มนาฬิกากลับไปสู่วันคืนเก่าๆแห่งการ"กด ขี่อย่างปรานีและแนบเนียน" มันจบสิ้นลงแล้ว


ไม่มีวันที่จะหมุนเข็มนาฬิกากลับไปที่เดิม..ไม่มีวัน!


โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
1-30 กันยายน 2554

*** สังคมข่าวชาวเสื้อแดง และกิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยทั่วไทยทั่วโลก ตลอดเดือนกันยายน 2554 ครบรอบ 5 ปีการรัฐประหาร 19 กันยา 49 อันเป็นช่วงเวลา5ปีที่วีระประชาชนไทยลุกขึ้นสู้อย่างวีระอาจหาญ ทั้งวีรชนผู้ปรากฎนาม และนักสู้นิรนามที่ไหลลามเป็นไฟไหม้ลามทุ่ง เป็นขบวนการประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันใหญ่โตที่สุดเท่าที่ประวัติ ศาสตร์ไทยเคยมีมา



ทุกวันนี้เสียงของศัตรูประชาชนที่ประเมินค่าว่าเสื้อแดงออกมาสู้เพราะเงิน ทักษิณ หรือเพราะทักษิณคนเดียวคงประจักษ์มากขึ้นเรื่อยๆว่าพวกเขาคิดผิด หรือหากพวกเขาคิดอยู่ได้แค่นั้น ก็นับเป็นเรื่องดี พวกเขาจะได้ไล่ล่าทักษิณต่อไป ขณะที่ขบวนการประชาธิปไตยขบวนทัพประชาชนจะได้เติบโตขนานใหญ่อย่างไร้การทัด ทาน...เพราะศัตรูประชาชนประมาณการณ์พลาดผิด!

หากท่านมีข่าวคราวกิจกรรม ทั้งจะเชิญชวนพี่น้องญาติมิตรเข้าร่วม หรือผ่านพ้นไปแล้ว อยากเผยแพร่สู่วงกว้าง แจ้งมาที่อีเมล์ thaienews99@googlegroups.com

ข่าวคราวกิจกรรมนี้ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องคนเสื้อแดง เปิดกว้างทั้งเรื่องการค้าขายการทำมาหากิน นำเสนอผลิตภัณฑ์สินค้าบริการ งานบุญงานสังคม นัดหมายพบปะสังสรรค์ งานส่วนตัวได้หมด ยินดีเผยแพร่

การลงปฏิทินกิจกรรมข่าวในคอลัมน์นี้จะเรียงตามวันที่จากต้นเดือนไปสิ้นเดือนจ้า โปรดทราบ***

1 กันยายน คดีผอ.ประชาไทเหยื่อคดีพรบ.คอมพ์ขึ้นศาล

ทนายอานนท์ นำภา แจ้งว่า 1 กันยายน คดีของจีรนุช เปรมชัยพร ผอ.และผู้ดูแลเวบไซต์ประชาไทถึงศาล เป็นกรณีที่ประชาไทเคยมีเว็บบอร์ดให้คนเข้่ามาแสดงความเห็น ผู้ดูแลเว็บต้องนั่งเฝ้า 24 ชั่วโมง แต่คนเราคงเพลียเป็นก็หลับบ้าง ตื่นมาอีกทีไม่รู้ผู้อ่านที่ไหนไปโพสต์เข้าข่ายที่ทางการกล่าวหาว่า"หมิ่น" จีรนุชในฐานะผู้ดูแลเว็บเลยโดนดำเนินคดีฐาน"ลบข้อความหมิ่นไม่ไวพอ" โดนไปหลายคดีรวมๆหากต้องติดคุกตามที่ถูกกล่าวหาก็ร่วม 50 ปีหนักพอๆกับฆ่าคนตาย แฟนๆของประชาไทเชิญร่วมส่งพลังใจ***



2 กันยายน ยื่นหนังสือประท้วง 2 สมาคมสื่อ

เวลา 13.00 น. สมัชชาประชาธิปไตยแห่งประเทศไทยขอเชิญร่วมเดินทางไปยื่นหนังสือถึง สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ณ สำนักงาน สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยเพื่อเรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาเช่นกัน และเราจะบอยคอตสินค้าต่้่างๆ ที่สนับสนุน


ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนต่อไปเมื่อเราจะแถลงข่าวงานต่างๆ เราจะใช้สื่อที่เข้าข้างประชาชน และใช้ประชาชนด้วยกันในการเผยแพร่ข่าวสารกันเองตามหน้าเวปเพจเฟสบุค ทวิตเตอร์ วิทยุชุมชนของภาคประชาชน เวปไซด์ต่างๆ ป้ายคัตเอ๊าท์ และแผ่นพับ ใบปลิว
ในการเสนอข่าวสารของพวเรากันเอง พวกเราก็ทำกันเองได้

ที่ไปที่มาเรื่องนี้ อ่านข่าวนี้ประกอบ ดูกับตาอย่าฟังแต่'เขาว่า'คนเสื้อแดงคุกคามนักข่าว อนาถใจ2สมาคมสื่อขวัญอ่อนออกแถลงการณ์อีกแร๊ะ ***


3 กันยายนเปิดเพิ่มหมู่บ้านเสื้อแดง เป็นไฟลามทุ่ง

กลุ่มแดงประชาธิปไตยน้ำโสม บ้านผือ นายูง ขอเรียนเชิญร่วมกิจกรรมเปิด "หมู่ บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย" ในวันที่ 3 กันยายน ณ บ้านหนองแก ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี รวม 58 หมู่บ้าน พบกับพิธีกรรมทางศาสนางาน "ผูกฮัก ผูกแพง ผูกเสี่ยวคนเสื้อแดง" โดยมี นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เป็นประธานเปิดงาน***


4 กันยายน กระชับพื้นที่กองทัพ ขอคืนพื้นที่ประชาชน


เชิญร่วมกิจกรรม ประกายไฟเสวนา ตอน “กระชับพื้นที่กองทัพ ขอคืนพื้นที่ประชาชน” 12.30- 16.00 น. วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สีแยกคอกวัว ราชดำเนิน จัดโดย กลุ่มประกายไฟ(Iskra Group)

วัตถุประสงค์ เพื่อ

1. เพื่อให้เกิดการอภิปรายแลกเปลี่ยนความจำเป็นของการปฏิรูปกองทัพ และการเสริมสร้างอำนาจ
2. เพื่อนำเสนอแนวทางการปฏิรูปกองทัพร่วมกัน
3. เพื่อนำเสนอแนวทางในการป้องกันการรัฐประหาร
4. เพื่อให้ได้แนวทางในการเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปกองทัพและป้องกันการทำรัฐประหารร่วมกัน

วิทยากร

- จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ
- ปราบ เลาหะโรจนพันธ์ นักศึกษา หลักสูตร IBMP คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์
- นครินทร์ วิศิษฎ์สิน กลุ่มเฝ้าระวังกองทัพ (Military Watch Group)
ดำเนินรายการโดย รัชพงษ์ โอชาพงษ์ กลุ่มประกายไฟ***

4 กันยายน ความต่างที่เหมือนกัน

เชิญร่วมงาน "ความต่างที่เหมือนกัน" (Different but Alike) By Redplus จัดโดยเวปเรดพลัส www.redplus.tv ในวันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน ตั้งแต่เวลา 12.00-16.00 น. ณ ร้านอาหารยกยอ (ตรงข้ามสถานีขนส่งสายใต้เก่า ริมคลองบางกอกน้อย)

พบกับ ดร.สุนัย จุลพงศธร, คุณทอม ดันดี, คุณวัฒน์ วรรลยางกูร+ศิลปินวงท่าเสา และแขกรับเชิญอีกหลากหลายท่าน

ค่าบัตรเข้างานท่านละ 500 บาท (เป็นค่าใช้จ่ายอาหาร เครื่องดื่ม ภายในงาน)นำรายได้หลักหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง มอบให้แก่นักโทษในเรือนจำ คดี112

คลิ้กอ่านที่ไปที่มาทำไมจึง ความต่างที่เหมือนกัน (Different but Alike)

สามารถเริ่มจองบัตรโดยการโพสต์บอกหน้าเพจ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (โอนเงินมาที่่ เลขบัญชี 758-2-69929-6 ชื่อบัญชี นีรนุช ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า)

หลังจากโอนมาเรียบร้อยแล้ว ให้โพสต์ยืนยันหน้าเพจอีกทีครับ พอถึงวันงานให้นำหลักฐานการโอนเงินมาแสดงแล้วรับบัตรเข้างานได้เลยครับ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ >> 08-9506-9829 , 08-3207-6287***

4กันยาฯเสวนา เรื่อง "อุปสรรคและวิธีแก้ไขประชาธิปไตยไทย" เพื่อขยายมวลชนเสื้อแดงตาสว่าง


พร้อมร่วมรับประทานอาหารค่ำสไตล์คอกเทล เวลา 17.00น. วันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย.54 ณ บริเวณศาลาวัดบ้านฆ้อง ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง

วิทยากรรับเชิญ

1. ดร.สุนัย จุลพงษธร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย

2. คุณวสันต์ เที่ยงตรง อดีตผู้สมัคร สส.เขตบ้านโป่ง

3. นักวิชาการเสื้อแดง 1-2 คน (กำลังติดต่อ)

ผู้เข้าร่วมฟังการเสวนา

ชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 200 คน ที่ยังไม่ใช่เสื้อแดงตาสว่าง 100% (แอบเชียร์เสื้อแดง แต่ยังคลางแคลงเจ้าที่เจ้าทาง และส่วนหนึ่งยังกลัวผีสางเทวดาอยู่)

ดำเนินการถ่ายทอดสด โดย ทีมงานม้าเร็ว

ติดต่อประสานงานที่ 0818907921 คุณบริบูรณ์***

4 กันยายน สังคมนิยมหรือเสรีนิยม คนเสื้อแดงควรเลือกอะไร?

อาทิตย์ ที่ ๔ กย ๕๔ เวลา ๑๓ - ๑๕ น. ที่ ห้องประชุม ๑๔ ตุลา (ด้านหลัง) หัวข้อกลุ่มศึกษา เรื่อง
" สังคมนิยมหรือเสรีนิยม คนเสื้อแดงควรเลือกอะไร " และ ประเมินสถานการณ์การเมืองเล่าข่าวใน / ต่างประเทศ
ติดตามรายละเอียดที่ www.turnleftthai.blogspot.com***

10-11 กันยายน ฌาปณกิจวีรชนนักสู้ธุลีดิน วสันต์ ภู่ทอง
กำหนดการฌาปนกิจศพ คุณวสันต์ ภู่ทอง วีรชนคนกล้า ผู้รักประชาธิปไตย ณ วัดตำหรุ ตำบลบางปู อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ


วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พศ.2554

เวลา 09.30 น. พิธีชักศพออกจากที่เก็บวัดตำหรุ เวลา
10.00 น. ทำพิธีแห่ศพรอบจังหวัดสมุทรปราการ
เวลา 13.00 น. นำศพขึ้นตั้งบนเมรุลอยวัดตำหรุ
เวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรมศพ-บำเพ็ญกุศล

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์เ
วลา 12.00 น.เทศน์แจง-มาตติกาบังสุกุล
เวลา 13.00 น. เวที นปช.สดุดีวีรชนคนกล้า
เวลา 16.30 น. ทอดผ้าบังสุกุล เวลา
17.30 น. ทำพิธีฌาปนกิจศพวีรชนคนกล้า

ฯพณฯยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงมหาดไทย ประธาน คุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ สส.อรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ประธานจัดงาน อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช.
พร้อม ส.ส. จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ พร้อมแกนนำ นปช. และสส.จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าภาพ***

10 กันยายน แข่งโบว์ลิ่งชิงถ้วยนายกฯยิ่งลักษณ์



12 กันยายน คดีคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ยื่นพยานหลักฐานให้กับศาล
แต่คำถามตัวโดตๆคือ ทำไมไม่ปล่อยตัวออกมาก่อน หนังสือพิมพ์ออกไปตั้งหลายพันเผยแพร่ไปหมดแล้วจะออกมายุ่งกับพยานหลักฐานคง ไม่ได้แน่ๆ ถ้ากลัวจะหลบหนีมีทั้งที่ดิน ราคา 1.6 ล้าน มีสส.เป็นนายประกัน อะไรกันแน่ที่ศาลถึงไม่ปล่อยตัวออกมา "สังคมแตกแยกเพราะความยุติธรรมมันไม่มีต่างหาก"***


15-16 กันยายน จุดเปลี่ยนเรื่องเพศประเทศไทย

การประชุมวิชาการเพศวิถีศึกษา ครั้งที่ 3 จุดเปลี่ยนเรื่องเพศประเทศไทย ณ โรงแรมเดอะรอยัลริเวอร์ ถนนจรัลสนิทวงศ์ กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ สมัครออนไลน์ ได้ทางเว็บไซต์ www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th
Download แบบฟอร์มการลงทะเบียน ส่งมายัง email: ssa2554@gmail.com หรือทางโทรสาร 02 441 9333***

19 กันยา 5 ปีรัฐประหารครั้งสุดท้ายของประเทศไทย?


นอกจากจะมีนปช.สหภาพยุโรป(RED UDD EU)ที่เป็นแหล่งรวมคนไทยในยุโรปที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และเป็นกลุ่มที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรแล้ว ล่าสุดในภูมิภาคยุโรป ได้มีการประกาศจัดตั้งสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน ของกลุ่มคนไทยในยุโรป 6 + 3 ประเทศ ขึ้นอีกเครือข่ายหนึ่งแยกต่างหากจากกลุ่มแรก


เดินหน้ารณรงค์เรื่องยกเลิกมาตรา 112 และยุติคดีและปล่อยนักโทษคดีการเมืองและนักโทษคดีหมิ่นฯ ทุกคน ทั้งนี้ประกาศรณรงค์พร้อมกันในวันที่ 19 กันยายน ครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร 19 กันยา

คนไทย9ชาติยุโรปตั้งสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน เลิก112เรียกร้องประชาธิปไตยแท้จริง

รายละเอียดข่าวคลิ้ก ลิ้งค์

*******



ไทยอีนิวส์ต้องการเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งนักข่าวประจำกองบรรณาธิการ/รับข้อเขียน

คุณสมบัติ

1.ไม่มีเงินเดือน หรือค่าตอบแทนใดๆ
2.ห้ามนำสถานะไปแสวงหาตำแหน่ง หรือประโยชน์ใดๆทั้งทางตรงและทางอ้อม
3.ห้ามเปิดเผยตัวตนในโลกจริง
4.ยอมรับความเสี่ยงต่างๆได้ รวมทั้งเสี่ยงติดคุก หรืออันตรายใดๆ
5.ปฏิบัติงานข่าว เขียนข่าว รายงาน บทความได้เยี่ยงนักวิชาชีพสื่อมวลชน

หน้าที่

1.เขียนข่าว รายงาน บทความ สารคดี ที่มีระดับปฏิบัติงานเยี่ยงนักวิชาชีพสื่อที่เชื่อถือได้
2.จัดทำสกู๊ป หรือรายงานเชิงสืบสวนสอบสวนเผยแพร่สู่ผู้อ่าน

เรายังต้องการรับข้อเขียนทุกประเภท ทั้งข่าว,บทความ,รายงาน, สารคดี,เรื่องสั้น,นวนิยาย เรื่องยาว,บทกวี โดยผลงานของท่านที่เผยแพร่จะไม่มีค่าลิขสิทธิ์ เป็นสมบัติของสาธารณชนชาวไทย ไม่มีค่าเรื่อง หรือค่าตอบแทนที่เป็นเงิน หรือสิ่งของตอบแทน

ท่านผู้สนใจโปรดส่งอีเมล์แนะนำตัว พร้อมแนบผลงาน หรือบอกความตั้งใจในการทำงานมาได้ที่ ไทยอีนิวส์ อีเมล์thaienews009@gmail.com

********



ประกาศเรื่อง คลิปราดเบียร์

โปรดระวังเหลือบหากินในที่ชุมนุมเสื้อแดง ผู้ชายผมยาวประบ่าใส่แว่นดำขี่มอร์ไซค์ เลขทะเบียน 509 (จำอักษรไม่ได้และไม่ได้ถ่ายรูปไว้) แต่เห็นมาที่อิมฯบ่อยไว้จะแอบถ่ายมาเผยแพร่ต่อไป หากินด้วยวิธีการเสนอขายแผ่นซีดีโดยเขียนหน้าแผ่นไว้ว่า"ลับเฉพาะ" และจะกระซิบกับเหยื่อว่าเป็นเรื่อง"ราดเบียร์" (ขาย แผ่นละ 100 บาทมีสองแผ่นรวม 200 บาท) หลายคนหลวมตัวซื้อไปปรากฎว่าเป็นแผ่นซีดีเพลงธรรมดา ฮาาาา!ระวังไว้ด้วยเด้อ!(เมื่อวันคนไปรับขวัญส.ส.จตุพรหน้าเรือนจำหลวมตัวไป หลายคนโดยเฉพาะผู้ที่ขับรถมาเอง)

จบประกาศ

จดหมายจากคุกถึงทำเนียบขาว ท่านประธานาธิบดีเสรีภาพอเมริกันถูกย่ำยีโดยประเทศโลกที่3อย่างไทย

ที่มา Thai E-News

กราบเรียน ท่านประธานาธิบดีโอบาม่า-ผม เขียนจดหมายนี้ถึงท่าน เป็นเรื่องความเป็นความตายของผมในคุกที่กรุงเทพฯ,ประเทศไทย ทางการไทยจับกุมผมด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่สามารถต่อสู้คดีนี้ในกระบวนการยุติธรรมไทยได้แต่เพียงลำพัง เพราะว่า มันเป็นกระบวนการที่ฉ้อฉล อคติ และละเมิดสิทธิมนุษยชน ซ้ำร้ายยังเต็มไปด้วยการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม เป็นต้นว่า ในกรณีของผม มีการจองจำโดยไม่ให้ประกันตัว ผมจึงรู้สึกว่าน่าสลดใจที่เสรีภาพในการแสดงออกของเราชาวอเมริกัน ได้ถูกละเมิด ย่ำยี และลดทอนคุณค่าลงโดยประเทศโลกที่สามอย่างไทย

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์

มีความลำบากบางประการที่จดหมายจากนักโทษในเรือนจำจะสามารถส่งผ่านออกมาได้ การจดบันทึกจากต้นฉบับจึงเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่เสียงจากแดนตารางจะเร็ด ลอดออกมาได้

คุณโจ กอร์ดอน นักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ได้ชื่อว่า “สิทธิมนุษยชน” ถูกบังคับใช้อย่างกว้างขวางและเท่าเทียม ทว่า ชายคนนี้ คนที่ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทย ไม่เคยสัมผัสแต่เพียงนิดเดียว…ดังต่อไปนี้

(ฉบับแปล โดย ไทยอีนิวส์)

กราบเรียน ท่านประธานาธิบดีโอบาม่า

ผมเขียนจดหมายนี้ถึงท่าน เป็นเรื่องความเป็นความตายของผมในคุกที่กรุงเทพ,ประเทศไทย ทางการไทยจับกุมผมด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รัฐบาลไทยใช้กฎหมายนี้กับนักกิจกรรม ปัญญาชน นักข่าว นักเขียน และนักการเมือง โดยคุมขังคนเหล่านี้ในเรือนจำนานนับทศวรรษในหลายกรณีแล้ว

ผมไม่สามารถต่อสู้คดีนี้ในกระบวนการยุติธรรมไทยได้แต่เพียงลำพัง เพราะว่า มันเป็นกระบวนการที่ฉ้อฉล อคติ และละเมิดสิทธิมนุษยชน ซ้ำร้ายยังเต็มไปด้วยการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม เป็นต้นว่า ในกรณีของผม มีการจองจำโดยไม่ให้ประกันตัว ผมจึงรู้สึกว่าน่าสลดใจที่เสรีภาพในการแสดงออกของเราชาวอเมริกัน ได้ถูกละเมิด ย่ำยี และลดทอนคุณค่าลงโดยประเทศโลกที่สามอย่างไทย

ผมอยากเรียกร้องให้อเมริกันชนทั้งมวลลุกขึ้นเถิดเพื่อสนับสนุนการปกป้องต่อ เกียรติภูมิของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาที่บัญญัติให้เสรีภาพในการแสดงออก เป็นข้อบทที่สำคัญยิ่ง ทว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับ รัฐบาลอเมริกันควรต้องพิทักษ์ปกป้องและประณามที่ไทยใช้กฎหมายอันมิชอบนี้ เป็นเครื่องมือปกป้องสถาบันกษัตริย์ให้พ้นไปจากการวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอเมริกันเช่นผมที่โดนกระทำอยู่ในเวลานี้ และเพรียกหาอิสรภาพ ประเทศไทยต้องปล่อยผมจากคุกตั้งแต่บัดนี้

ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรท่านประธานาธิบดี และอเมริกา

ด้วยความเคารพยิ่ง

โจ กอร์ด้อน

เรือนจำกรุงเทพฯ ประเทศไทย

( ฉบับภาษาอังกฤษที่จดบันทึกจากต้นฉบับ )

Dear President Obama :


I am writing to you as a matter of life and dead from jail in Bangkok, Thailand. The Thai authority charges me with lese “ majeste” and computer crime laws. The Thai government uses these laws to target activists , scholars, journalists, authors and politicians and sentence them to decade in prison on multiple charges.


I cannot fight my case against the Thai justice system alone. Because, the system is corrupted , bias, and violated human rights. Therefor, there is no fair treatment. For example, my case, by detaining me and not allowing bail. Beside, I feel sad to see our freedom of expression has been insulted, punished, and degraded by the third world country like Thailand.
I would like to ask all americans to stand up, support, and defence our “proud” U.S.constitutions freedom of expression that the Thai government does not respect. American government should protest and condemn Thailand for using this abusive laws as a tool to protect the royal institution from criticism, especially, my case in American soil. And, demands Thailand to release me from jail immediately.


God bless you , God bless America.
Sincerely,
Joe Gordon
Bangkok Jail, Thailand
_____________________________________________________


Joe Gordon หรือ นายเลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ เป็นอดีตคนไทยที่เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนอเมริกัน ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ที่จังหวัดนครราชสีมา ที่บ้านพัก และถูกนำตัวมาสอบสวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรุงเทพมหานครฯ ต่อมาได้นำตัวมาฝากขังและคุมขัง ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ตั้งข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยกล่าวหาว่าเป็นคนแปล หนังสือเรื่อง ” The king never smiles ” ซึ่ง Joe Gordon ให้การปฏิเสธทั้งในชั้นจับกุม และในชั้นสอบสวน

Joe Gordon ได้ถูกพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการได้ร่วมกันสอบสวน และ ได้ฝากขังโดยใช้อำนาจศาลถึง ๗ ผลัดเต็ม (ผลัดละ ๑๒ วัน) จึงยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งทนายความและญาติได้ยื่นประกันตัวหลายครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลว่า

“ตามพฤติการณ์แห่งคดีและลักษณะการกระทำนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย สู่สถาบันกษัติริย์อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ กระทบกระเทือนต่อจิตใจของปวงชนผู้จงรักภักดี ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้คัดค้าน จึงเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ”

พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญาพิเศษ ๑ สำนักงานอัยการสูงสุดได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโดยกล่าวหาว่า ระหว่างวันที่ 2 พ.ย.50 – 24 พ.ค.54 จำเลยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในเว็บบอร์ดคนเหมือนกัน และเชื่อมโยงไปสู่บล็อก โดยจำเลยใช้นามแฝงว่า สิน แซ่จิ้ว ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้แปลหนังสือต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรชื่อ The King Never Smiles จาก ฉบับอังกฤษเป็นไทย จำเลยนำข้อความซึ่งเป็นคำแปลดังกล่าวลงเพยแพร่ในเว็บบอร์ดเพื่อเผยแพร่บท ความที่มีลักษณะพาดพิง วิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ อันเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ จากนั้นยังนำลิงก์ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ชุมชนฟ้าเดียวกัน และเว็บไซต์ชุมชนคนเหมือนกัน เพื่อให้บุคคลเข้าไปอ่านคำแปลดังกล่าว

จำเลยให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน และชั้นศาล ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔

เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ ทนายความและญาติได้นำหลักทรัพย์จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ยื่นประกันตัวต่อศาลอาญาอีกครั้ง แต่ศาลยังยืนยันคำสั่งเดิม

ต่อมาวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเพื่อหวังขอความยุติธรรมต่อศาลอุทธรณ์

นี่ไม่ใช่นักโทษรายแรกที่ถูกจองจำโดยถูกปฏิเสธการให้ประกันตัว และอาจไม่ใช่รายสุดท้ายเช่นกัน !

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ข้อความจากคุกที่โจ กอร์ด้อน นักโทษ112อยากให้โลกได้ยิน พญาอินทรีได้ฟังเต็ม2หูแล้วถึงกับเต้น

-บทความแปล: ประธานาธิบดี โอบาม่า ลงนามในกฎหมาย ห้ามผู้ฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชนเข้าประเทศ

ข่าวร้ายหนังคนโขนของศรัณยูเจ๊งรายได้หวิว ข่าวร้ายกว่ามาร์คกู้เงินนอกให้ทำทุนคนไทยช่วยใช้หนี้

ที่มา Thai E-News

ช็อค!-หนัง คนโขนเจอข่าวร้าย4วันแรกรายได้หวิว4ล้าน ไม่ผ่าน3วันอันตราย หากเรื่องไหนไม่ถึง 10 ล้านจะโดนลดรอบหรือถอดจากโรง ข่าวร้ายกว่าคือรัฐบาลอภิสิทธิ์นำเงินกู้ต่างประเทศให้ทำทุนสร้างไป 8 ล้าน คนไทยน้ำใจดีก็ต้องช่วยกันใช้หนี้กันต่อไป

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 สิงหาคม 2554

เวบไซต์เอ็นเตอร์เทนวีกลี่ เปิดเผยในวันนี้ถึงอันดับหนังทำเงินในบ้านเราประจำสุดสัปดาห์ที่ 25-28 ส.ค. 2554 ปรากฎว่าภาพยนตร์เข้าใหม่"คนโขน"ของศรัณยู วงศ์กระจ่าง เปิดตัวด้วยรายได้สุดแผ่ว 4 วันทำเงินไปเพียง 4 ล้านบาท ขณะที่ตำนานนเรศวรภาค 4 หล่นจากที่ 1 มารั้งที่ 3 ด้วยรายรับรวม 122 ล้าน ยังห่างเป้าที่ตั้งไว้ 200 ล้าน
อันดับ 1 หนังเข้าใหม่ Cowboys & Aliens(ยูไอพี) รายรับ4 วันแรก 14.5 ล้านบาท

อันดับ 2 รั้งอันดับเดิมจากสัปดาห์ก่อน Final Destination 5(วอร์เนอร์ฯ)รวม 4 วัน 10.0ล้านบาท รายรับรวม 42.0 ล้านบาท

อันดับ 3 หล่นจากอันดับ1ในสัปดาห์ก่อน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ ภาค 4(สหมงคลฟิล์มฯ) 8.0 ล้านบาท รายรับรวม 122.0 ล้านบาท

อันดับ 4 หนังเข้ใหม่ Conan the Barbarian(มงคลเมเจอร์)4วันแรก 6.0 ล้านบาท

อันดับ 5 หนังเข้าใหม่ คนโขน (สหมงคลฟิล์มฯ) รายรับรวม 4.0 ล้านบาท

ส่วนหนังสุดยอดทำเงินคือ Transformers(ยูไอพี) ยืนโรงมานาน ล่าสุดแผ่วลงทำเงินเพียง 0.2 ล้านบาทแต่ทำรายรับรวมมากถึง 294.3 ล้านบาท

*หมายเหตุ* ตัวเลขรายได้เป็นการประมาณการณ์จากการลงโรงฉายของหนังในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งถือเป็นข้อมูลเฉพาะของทางเอนเตอร์เทนที่จะใช้อ้างอิงภายในเล่มเท่านั้น และเครื่องหมาย***ตรงรายรับรวม หมายถึงรวมรายได้จากการเปิดฉายรอบพิเศษ

คนโขน ลงโรงครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเอาใจช่วยของดร.เสรี วงษ์มณฑา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าภายใน 3 วันแรกที่วงการหนังเรียกว่า"3วันอันตราย"หากหนังเรื่อง “ คนโขน “ ยอดขายบัตรได้ไม่ถึง 10 ล้านจะโดนลดรอบฉายแน่ จึงอยากให้กระทรวงวัฒะธรรม และผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ เกณฑ์คนไปดู จะปล่อยลอยแพไม่ได้ และฝากประชาชนให้ชวนกันไปดูกันทั้งบ้าน ชวนเพื่อนไปดูกันเยอะๆ เพราะเป็นหนังดี ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม
คน โขนซึ่งเป็นภาพยนตร์ของศรัณยู วงษ์กระจ่าง แกนนำพันธมิตร เป็นผู้กำกับ เขียนบท-เรื่อง ควบคุมงานสร้าง ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในโครงการ ไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นเงินกู้ต่างประเทศจำนวน 8.58 ล้านบาท (ดูที่มา)

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีนิรุตติ์ ศิริจรรยา ดารารุ่นใหญ่ ซึ่งเพิ่งมีคลิปหลุดด่าเสื้อแดงสาดเสียเเทเสียออกมาก่อนเลือกตั้ง 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า เลือกไปก็เท่านั้น เดี๋ยวพวกเผาบ้านเผาเมืองก็เข้ามาเป็นรัฐมนตรี แล้วก็โกงเงินหนีไปต่างประเทศ โดยมีคนเสื้อแดงวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมประกาศแบนผลงานของเขา





ยิ่งมาได้ร่วมงานกับผู้กำกับแกนนำพันธมิตรอย่างศรัณยู กระแสบอยคอตของคนเสื้อแดง และฝ่ายประชาธิปไตยชนิดบอกกันปากต่อปากให้บอยคอตก็ยิ่งลุกลามออกไป อย่างกว้างขวาง

สำหรับเงินกู้ไทยเข้มแข็งของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จำนวนทั้งสิ้น 800,000 ล้านบาท นอกจากให้ทุนแก่หนังเรื่องคนโขน 8.58 ล้านบาท ก็ยังได้จัดสรรให้การสร้างหนัง"ตำนานสมเด็จพระนเรศวรภาค 3 และ 4" ของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ "ท่านมุ้ย" สูงถึง 100 ล้านบาท

นายอภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัด วธ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาจัดสรรงบฯให้ภาพยนตร์เปิดเผยว่า สำนักบริหารหนี้สาธารณะระบุด้วยว่า เงินดังกล่าวไม่ได้ให้เปล่า แต่จะต้องคืนเงินให้รัฐบาลอย่างน้อย 50% ของรายได้ทั้งหมดเพื่อนำมาตั้งกองทุนต่างๆ ได้

มีความพยายามประโคมข่าวในเครือข่ายพันธมิตรสร้างกระแส แต่ดูเหมือนไร้ผล ขนาดต้องเกณฑ์เด็กไปดู โดยเว็บไซต์ASTVผุ้จัดการนำเสนอข่าว คณะ นร.ครูเข้าชมคนโขนรอบเดียว 298 ชีวิต - ส่วนพันธมิตรฯเมืองชลบุรี พากันเข้าชมคับคั่ง..ว่า 10.00 น.วันที่ 29 ส.ค. คณะนักเรียนโรงเรียนเพชรพิทยาคม จ.ชลบุรี คณะครูจากโครงการภาพยนตร์-นาฏศิลป์ไทยการกุศล ได้พานักเรียนและคณะครูรวมกันแล้ว 298 ชีวิตไปชมภาพยนตร์ “คนโขน” รอบเช้าสิบโมง ที่ บิ๊กซี จ.ชลบุรี โดยการซื้อตั๋วผ่านเพื่อนที่เคยทำงานในเครือเมเจอร์ ซินีเพล็กซ์ มาก่อน และได้รับราคาพิเศษ

แหล่งข่าวจากสมานฟิล์ม หรือ SF CINEMA เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี แจ้งว่า ได้ทำหนังสือไปถึงยังโรงเรียน หรือสถานศึกษาต่างๆ ตามย่านโรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการ หรือสถาบันต่างๆ ที่จะมีผู้มาชมภาพยนตร์ในคราวเดียวกันตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป จะได้รับการลดหย่อนราคาบัตรเข้าชมในราคาพิเศษกว่าปกติ

พันธมิตรฯชลบุรีต่างมีการนัดหมายกัน เพื่อที่จะไปชมภาพยนตร์ “คนโขน” กันจำนวนมาก โดยหลายคนบอกว่า ชื่นชมในฝีมือของผู้กำกับ บ้างก็บอกว่าเพื่อนพันธมิตรฯที่ไปดูมาแล้วกลับมาบอกว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีมาก จึงอยากจะไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง

ASTVรายงานข่าว พธม.หาดใหญ่รวมพลดู “คนโขน” วันแรกรอบแรกใน อ.หาดใหญ่ด้วย

ส่วนที่ขอนแก่นนั้น อดีตYoung PAD หรือเยาวชนพันธมิตรถึงกับแจกตั๋วหนังฟรีเพื่อเรียกคนดูเลยทีเดียว

และคอลัมนิสต์ใหญ่น้อยของค่ายสาวกลิ้มพากันกระพือเสียงเชียร์สุดชีวิต ไม่เว้นแม้แต่คอลัมทนิสต์แนวการเมืองอย่าง ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย,เทพมนตรี ลิมปะพยอม อีกหน่อยคงถึงคิวหนุ่มหล่อประจำพันธมิตร คือสุริยะใส กตะศิลา



ประสบการณ์คนดู คนโขน = เสียดายตังค์

ที่เว็บไซต์พันทิป ห้องเฉบิมไทย มีการตั้งกระทู้โดยคนที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วในหัวข้อกระทู้ คนโขน = เสียดายตังค์ ว่า

เอาสั้นๆง่ายๆแบบนี้ละกัน คือเข้าใจเทรนด์หนังไทยนะ จะพยายามใช้ดาราหน้าใหม่ มาเป็นตัวนำ แต่เรื่องนี้ คนที่ผมคิดว่าผ่านมีคนเดียว คือตัวร้ายคู่ปรับพระเอก ส่วนที่เหลือ ฮืม แสดงแข็งทื่อ ส่วนเนื้อเรื่องผมว่าไม่มีความจำเป็นให้มันดูหดหู่ขนาดนั้น

ขณะที่มีผู้ร่วมแสดงความเห็นในกระทู้ว่า

หนังกดต้นทุนให้ต่ำไง กำกับเอง เขียนบทเอง นักแสดงนำหน้าใหม่ แต่ของบไทยเข้มแข็งได้มา 8 ล้าน 5 แสน 8 หมื่น บาท ไม่อยากแบ่งให้ใคร แต่เน้นโปรโมทหนักที่แอสทีวีนะ เฉพาะค่าโฆษณา ค่าโปรโมท คงหลายล้าน

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ปวดตับกับแอ๊ด-หงามาดูโน้ตอุดมอำมาร์ค-ปูแบบไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ดูกับตาอย่าฟังแต่'เขาว่า'คนเสื้อแดงคุกคามนักข่าว อนาถใจ2สมาคมสื่อขวัญอ่อนออกแถลงการณ์อีกแร๊ะ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประชาทอล์ก

เมื่อวานนี้ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ยุติการคุกคามสื่อมวลชน โดยชี้ว่า จากกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงได้ไปชุมนุมที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ปลดนางสาวสมจิตต์ นวเครือสุนทร ออกจากการเป็นผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 นั้น เป็นการแทรกแซงและคุกคามสื่อ และขอเป็นกำลังใจให้กับนางสาวสมจิตต์ ที่ได้พยายามทำหน้าที่สื่อมวลชนโดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็น หลัก (ดูรายละเอียดแถลงการณ์ท้ายข่าว)

ไปดูกันดีกว่าว่า เมื่อวานคนเสื้อแดงไปคุกคามกันอย่างไร จากกระทู้ของคุณAVATAR คนที่ได้ไปร่วมประท้วงในเว็บบอร์ดประชาทอล์ก



โฉมหน้าคนที่ไปประท้วง ดูแล้วมีแววคุกคามมากมาย รูปนี้ตอนไปรวมตัวกันที่สถานีBTSหมอชิตมากันซัก10กว่าคน
แต่ไม่รู้คนข้างล่างนี่เป็นใคร มาตามถ่ายรูปคนที่จะไปประท้วงตรงจุดรวมตัวกัน ทำแบบหลบๆซ่อนๆ

เริ่มต้นออกเดินทางไปช่อง7ที่อยู่ติดๆกันกับที่นัดหมาย เห็นรูปการ์ตูนเซียที่น้องคนนี้ถือมานี่มันดูท่าทางเหมือนคุกคามมากเปล่าเนี่ย

นี่ครับ..จดหมาย ร้องเรียน นักข่าว ช่อง 7 ที่ติดแสตมป์ เรียบร้อย กะส่งทางไปรษณีย์ แต่กลัวไม่ถึง กระมังครับ เลย ตัดสินใจ เดินไปยื่นให้ถึงมือ ผู้รับผิดชอบดีกว่า..
ภาย ในอาคาร พนง.ช่อง 7 และสื่อมวลชน ให้ความสนใจกันมากครับ ผมสังเกตสีหน้า ของทุกคนที่นั่น ไม่ว่าจะเป็น จนท.ช่อง 7 ประชาชนแถวนั้น หรือ จนท.ตร. ทุกคนมีสีหน้า ยิ้มแย้ม ไม่เห็นมีใครแสดงอาการ ไม่พอใจ หนักใจ กลุ้มใจ ต่อพวกเราเลย


นี่ครับ ท่านนี้ (สวมเชิ้ทสีฟ้า)เป็น หัวหน้า ผู้รับผิดชอบ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ ช่อง 7 เดินออกมาต้อนรับ เราก่อนเราจะเดินเข้าประตูไปซะอีกครับ...ด้วยมิตรไมตรี เป็นอย่างยิ่ง และ ผมดูจากหัวใจ ที่ไม่ลำเอียงของผม และพวกเราที่ไป ก็คิดเหมือนกันครับ ว่า จริงใจ ! ท่านบอกเราว่า มารอเพื่อจะนำเราเข้าไป ยื่นหนังสือ ซึ่ง ทาง ช่อง 7 ก็ยินดีรับนะครับ และก็รอรับหนังสือประท้วงของเราอยู่...

ทัพนักข่าว และคน 7 สี ที่ให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวาง เิกินความคาดหมายของเรา ซึ่งคาดไว้ว่า คงจะไม่ค่อยเป็นที่ต้อนรับ ของช่อง 7 ในทีแรกครับ ส่วนทัพนักข่าวนี่ก็อารมณ์ประมาณเรามาซัก20พี่ๆเขามาเป็นร้อย



มาถึงช่วง แถลงการณ์ และยื่นหนังสือ โดยท่าน หัวหน้าฝ่ายข่าว ของ ช่อง 7 สี เป็นผู้มารับหนังสือ ครับ......ตัวแทน ชี้แจงและกล่าว วัตถุประสงค์ รูปสุดท้ายชุดนี้ป้ายนี้ครับ"ไม่ได้มาคุกคาม แต่มาถามหาความเป็นธรรม" น้องตัวเล็กที่ไปด้วยแววตามุ่งมั่นเข้ากับป้ายมากมาย

ยื่นหนังสือเสร็จ ได้ตามวัตถุประสงค์แล้ว เราก็ิเดินทางกลับทันที ไม่มียืดเยื้อ ให้มากความ แต่นักข่าว คุณขอมา เราก็จัดให้ครับ..ให้พี่น้องยืนชูป้าย หน้าประตูทางเข้า ช่อง 7 สี ส่งท้ายครับ..
อันนี้เป็นภาพพี่ๆตำรวจที่ถูกเรียกมารักษาการณ์ความปลอดภัยให้ช่อง7 ตำรวจ โคตร จา เครียด เลยอ่ะ ตะเองง...
ไม่เชื่อดูรูป เป็นหลักฐาน..

2 สมาคมสื่อออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ยุติการคุกคามสื่อมวลชน ให้กำลังใจนักข่าว7สีทำเพื่อผลประโยชน์ชาติ

เมื่อวานนี้ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ยุติการคุกคามสื่อมวลชน ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

จากกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงได้ไปชุมนุมที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ปลดนางสาวสมจิตต์ นวเครือสุนทร ออกจากการเป็นผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 นั้น

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่าเป็นการแทรกแซงและคุกคามสื่อ จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวยุติการคุกคามสื่อมวลชนไม่ว่าด้วยวิธี การใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้หากเห็นว่าสื่อมวลชนรายใด ทำหน้าที่ไม่เหมาะสม หรือรายงานข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ก็สามารถท้วงติงหรือใช้ช่องทางของกฎหมายให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

และขอเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลกลุ่มมวลชนที่ให้การสนับสนุนมิให้กระทำการใดที่ เป็นการคุกคามหรือละเมิดสิทธิ์ของผู้ทำหน้าที่รายงานและตรวจสอบการทำงานของ รัฐบาล ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามนโยบายปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติดังที่รัฐบาลได้ แถลงไว้ก่อนหน้านี้

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอ เป็นกำลังใจให้กับนางสาวสมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ที่ได้พยายามทำหน้าที่สื่อมวลชนโดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็น หลัก

ทั้งนี้สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอให้ผู้สื่อข่าวทุกท่านยึดมั่นในการทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ ตามหลักจริยธรรมวิชาชีพ

**********

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ขุดประจานสื่อนั่งเทียนแม้วโกงCTX แจกรางวัลกันเอิกเกริกสุดท้ายขอโทษตัวเท่าหอยมด"เท็จ"ทั้งดุ้น

แหม!ขวัญอ่อนกันเหลือเกิน เสื้อแดง10กว่าคนไปยกป้ายประท้วงด้วยความเรียบร้อย พูดจาภาษาสุภาพหาว่าเขาไปข่มขู่คุกคาม ทีสื่อจัญไรคุกคามรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมากระโชกโฮกฮากจะกินเลือดกินเนื้อ ตามล้างตามเช็ดคนที่ส่งอีเมล์ราวกับว่าเป็นผู้ร้ายฆ่าคน...ทีไอ้ฆาตกรฆ่า คน92ศพ ไปเขียนชื่นชมว่ามัน"เมตตา" พวกเอ็งเห็นว่านักข่าวคนนี้ทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติประชาชน...

ถุยครับ!

Wednesday, August 31, 2011

อดีตหัวหน้าการ์ด นปช.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนทำงานตำแหน่งเลขาฯ รมว.มหาดไทย

ที่มา มติชน



นายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเข้าทำงานในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวง มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม

ดูกันจะๆ มติครม. รัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่งตั้งข้าราชการการเมือง ...คนเสื้อแดงกันเองล้วนๆ

ที่มา มติชน







นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (30 ส.ค.2554) โดยวาระสำคัญเรื่องหนึ่งคือ การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรี และข้าราชการการเมือง หลายตำแหน่ง ดังนี้


1. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้รัฐมนตรี เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ดังนี้ 1. รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง) 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา บุรณศิริ)

2. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายธีระ วงศ์สมุทร) เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่อยู่หรือไม่อาจ ปฏิบัติราชการได้ ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่อง เที่ยวและกีฬาด้วย

3. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้ 1. นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 2. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รักษาราชการแทนตามลำดับ โดยให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้วย

4. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงแรงงาน)

คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นางนฤมล ธารดำรงค์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 2. นายสง่า ธนสงวนวงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป

5. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ตำแหน่ง รวมจำนวน 10 ราย ดังนี้

1. ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง จำนวน 2 ราย ได้แก่ 1) นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ (รองนายกรัฐมนตรี นางยงยุทธ วิชัยดิษฐ) 2) พันตำรวจเอก ปราณ์รนต์ สันติปราน์รนต์ (รองนายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ)

2. ตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายถาวร จำปาเงิน (รองนายกรัฐมนตรี นายชุมพล ศิลปอาชา)

3. ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน 7 ราย ได้แก่ 1) นายพงษ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง 2) นายจำรัส เวียงสงค์ 3) นางสาวนพสรัญ วรรณศิริกุล 4) นายถนอม สมผล 5) นายสุรชัย ทิณเกิด 6) นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร 7) นายไพศาล ชโนวรรณ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


6. แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน 20 ราย ดังนี้

1. พลเอก วัฒนา สรรพานิช 2. นายวิมล จันทร์จิราวุฒิกุล 3. นายภาคิน สมมิตร 4. นายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์ 5. นายสุเทพ สายทอง 6. พลโท มะ โพธิ์งาม 7. นายประภัสร์ จงสงวน 8. นายพิทยา พุกกะมาน 9. พลตำรวจโท วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ 10. นางสาวมาลินี อินฉัตร 11. นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ 12. พลตำรวจโท ฉลอง สนใจ 13. นายสุรชัย เบ้าจรรยา 14. นายปรีชา ธนานันท์ 15. นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ 16. นายวิสา คัญทัพ 17. นางฉวีวรรณ คลังแสง 18. นายวิบูลย์ แช่มชื่น 19. นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์

20. นายธวัชชัย สุทธิบงกช

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกฯลงนามในประกาศแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ได้รับแต่งตั้งลาออกจากตำแหน่งอื่น ๆ ที่เป็นลักษณะต้องห้ามได้ดำเนินการให้เรียบร้อย

7. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

คณะ รัฐมนตรีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 149/2554 เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้า ไทย

อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และข้อ 3 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ ผู้แทนการค้าไทย จำนวน 5 ราย ดังนี้ 1. นางนลินี ทวีสิน 2. นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล 3. นายพฤติชัย วิริยะโรจน์ 4. นางลินดา เชิดชัย 5. นายวรวีร์ มะกูดี ให้ผู้แทนการค้าไทยตามข้อ 1.-5. มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ 5 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย พ.ศ. 2552 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป


8. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงพาณิชย์)

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้

1. นายสมหวัง อัสราษี ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

2. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล)

3. นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

4. พันตรี วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


9. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงมหาดไทย)

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้

1. นายอารี ไกรนรา เป็น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

2. นายสุรสิทธิ์ วงค์วิทยานันท์ เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชูชาติ หาญสวัสดิ์)

3. นายยศวริศ ชูกล่อม เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายฐานิสร์ เทียนทอง)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


10. การมอบหมายให้รักษาราชการแทน (กระทรวงมหาดไทย)

คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้ 1. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ 2. นายฐานิสร์ เทียนทอง โดยให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วย


11. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงกลาโหม)

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองดังนี้

1. พลเอก จงศักดิ์ พานิชกุล ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2. พลเอก วรวิทย์ ชินะนาวิน ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


12. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)

คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอแต่ง ตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ 2. นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


13. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ)

คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นายโสภณ เพชรสว่าง ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประแสง มงคลศิริ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ) 3. นายศักดา บูรณ์พงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

4. นายวรกร คำสิงห์นอก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ) 5. นายชัชวาลย์ ชัยเชาวรัตน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


14. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)

คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอแต่งตั้ง ข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร 2. นางสาววิลาวัลย์ ธรรมชาติ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


15. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงพลังงาน)

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้
1. พล.ต.ต.ลัทธสัญญา เพียรสมภาร ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 2. นายเอกธนัช อินทร์รอด ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


16. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการต่างประเทศ)

คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้ง นายนาวิน บุญเสรฐ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป


17. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงคมนาคม)

คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมืองดังนี้ 1. นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2. นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก)

3. นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

4. นายสมบัติ รัตโน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก) 5. นายวัน อยู่บำรุง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป

คำชี้แจงจากโฆษกรัฐบาล

นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกรณีการแต่งตั้งคนเสื้อแดงมาดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดูที่ความรู้ความสามารถเป็นหลัก ซึ่งการแต่งตั้งนายอารี ไกรนรา มาดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เนื่องจากเป็นงานที่ต้องรับใช้ประชาชน โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งใจว่า ต้องการที่จะให้ทีมงานมาทำงานช่วยชาติบ้านเมืองเพราะในกระทรวงมหาดไทยมีงาน เป็นจำนวนมาก ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่าจะมาทำงานได้


ส่วนกรณีนายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ขณะนี้ได้นำนายเพชรวรรตมาสู่ระบบของการทำงาน ซึ่งเป็นจุดดีที่จะทำให้สังคมเป็นสังคมที่มีระบบ อยากจะให้ความมั่นใจว่า เชื่อมั่นว่าทุกคนนั้นเมื่อมีงานเข้ามา เป็นงานบริหาร หรือเป็นงานในสภา เขาได้ทำงานเขาจะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป


ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดที่นำคนเหล่านี้เข้ามาเพราะไม่ต้องการให้เคลื่อนไหวนอกสภาฯ ใช่หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จริง ๆ แล้วเราอย่าไปคิดว่า เขาจะต้องเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง มีความยุติธรรมที่แท้จริง ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลและกลุ่มที่มาเป็นข้าราชการการเมืองที่มีความ คิดเห็นตรงกัน อุดมการณ์เดียวกัน ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยอย่างที่จริง ต่อสู้กับเผด็จการ


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชินวัฒน์ หาบุญพาด มีความรู้ด้านใดเกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวคิดว่า เวลาที่ไปคำนึงถึงการที่จะดำรงตำแหน่งกระทรวงใด แล้วมีความรู้ความสามารถตรงนั้น อาจจะต้องถามหลายกระทรวงเช่นกัน ตนคิดว่าเมื่อเข้าไปได้เรียนรู้งาน ลักษณะงาน คงไม่ยากที่จะต้องคิดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านคมนาคมจะต้องมานั่งคมนาคม คิดว่าคงไม่ต้องถึงขั้นนั้น


" รัฐบาลนั้นไม่ต้องการที่จะปิดกั้นในความรู้ความสามารถของผู้ที่จะมาดำรง ตำแหน่งข้าราชการการเมืองตรงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงที่ท่านสงสัย กลุ่มแรก คือกลุ่มเสื้อแดงที่เคยเป็นผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. กลุ่มสอง เป็นกลุ่มที่เคยทำงานการเมืองและมีตำแหน่งทางการเมืองมาแล้ว เราต้องถือว่าตอนที่สมัครรับเลือกตั้งนั้น กกต. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อย บางกลุ่มเป็นกลุ่มที่เคยช่วยงานรัฐมนตรี หลาย ๆ กระทรวงมาแล้วมีประวัติมาหลายสมัยด้วย กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่เคยทำงานภาคประชาชน อยากจะเน้นว่า เขาเป็นผู้ที่ทำงานร่วมกับมวลชนได้ดี สามารถที่จะลงไป ถ้ารัฐมนตรีท่านใดให้ลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชน จะเข้าใจหัวอกพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มหนึ่งที่สามารถทำงานได้ จึงอยากที่จะบอกว่า ขอให้ผู้ที่จะมาเป็นข้าราชการการเมืองตรงนี้ ได้ทำงาน ให้โอกาสได้ทำงานตรงนี้ แล้วมาดูผลงานกัน อย่าได้แบ่งแยกว่าจะเป็นสีใด" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว


พร้อมกันนี้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า นายอารี ไกรนรา ลงสมัคร ส.ส. 4 ครั้ง เคยทำงานที่กระทรวงมหาดไทย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ภาพที่เห็นเขาเคยออกมาสู้ นักสู้ทุกคนมีบาดแผลทุกคน เคยได้รับเกียรติเป็นผู้พิพากษาสมทบ นักสิทธิมนุษยชน เป็นเอ็นจีโอ เคยสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และเกือบได้มาแล้ว นายชินวัฒน์ หาบุญพาด เป็นนายกสมาคมพิทักษ์แท็กซี่ ผู้นำมวลชนในส่วนของแท็กซี่ และการมาเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาหรือเลขาฯ ประเทศจะดีขึ้นหรือไม่ ไม่ได้เกิดจากตำแหน่งเหล่านี้

"วันนี้เราอยากจะขอความร่วมแรงร่วมใจ เวลาเรามอง มองลงไปให้ลึก ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน แล้วพยายามมองอย่างบูรณาการ ว่าคนเหล่านี้จะมาช่วยรัฐบาลทำงานได้อย่างไร และในช่วงของการเลือกตั้ง คนเหล่านี้อยู่ในช่วงรณรงค์หาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย จึงอยากจะเรียนว่าอยากจะขอโอกาส และให้โอกาสที่จะให้แต่ละคนทำงาน"

ส่วนนายยศวริศ ชูกล่อม ก็จบการศึกษาระดับปริญญาโท เคยลงสมัคร ส.ส. เป็นนายกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย ดร.ประแสง มงคลศิริ มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ จบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมจากประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น จึงขอเรียนด้วยความมั่นใจและตอบไปยังพี่น้องประชาชนเพื่อให้สบายใจ


"เรื่องคดี คดีต้องดำเนินต่อไป คนที่ออกมาต่อสู้ คนที่เป็นนักรบ มีบาดแผลกันทุกคน เพราะฉะนั้นวันนี้กระบวนการในการที่จะพิจารณาหรือกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด ต้องพูดกันต่อไป วันหนึ่งถ้าศาลวินิจฉัยลงความเห็นออกมา ถ้าขัดต่อเงื่อนไขของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เขาก็เป็นไม่ได้ตามอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่า ถ้าศาลยังไม่มีความเห็น คงไม่มีใครมีหน้าที่ว่าคนนั้นทำได้หรือไม่ได้ คนนั้นเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ตราบเท่าที่เขายังไม่มีกระบวนการยุติธรรมที่สิ้นสุดหรือเบ็ดเสร็จเด็ดขาดลง ไป" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว


ปีครึ่ง"91 ศพ"

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



นับตั้งแต่เสื้อแดงคนแรกถูกยิงเสียชีวิตที่สี่แยกคอกวัวเมื่อ 10 เม.ย.2553 ถึงตอนนี้ก็ล่วงเลยมาเป็นเวลา 1 ปีครึ่งแล้ว

ต้องยอมรับความจริงว่าตลอดระยะเวลาดังกล่าว

มีการทวงความยุติธรรมให้ 91 ศพมาอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้เยียวยาเหยื่อปืนเกือบ 2 พันคนมาตลอด

แต่แทบไม่ได้รับการตอบสนองเลยจากรัฐบาลที่แล้ว !?

จะเห็นได้ว่า "ข่าวสด" มีจุดยืนที่ชัดเจน เดินหน้าตีแผ่ความจริง 91 ศพมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ

ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือทำไมถึงปล่อยให้มีการฆ่ากันเกือบร้อยศพใจกลางเมืองหลวง

ข่าวสดยืนหยัดติดตามทวงความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

เพราะจะเห็นได้ว่าคดีความ 91 ศพในยุคอำนาจเก่าไม่เป็นชิ้นเป็นอันเอาเลย

คดีความที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่สืบสวนสอบสวนมาตลอดเวลา 1 ปีครึ่ง

ก็สรุปได้เพียง 13 ศพเท่านั้น

แถมยังสรุปแบบอึมครึม บอกแค่ว่าน่าจะเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น

ซึ่งเกิดคำถามตามมาอีกว่าแล้วอีก 78 ศพไปตกหล่นอยู่ที่ไหน !?

ที่สำคัญคดีเหยื่อปืนอีกเกือบ 2 พันรายที่โดนสไนเปอร์ยิงบาดเจ็บก็ยังเงียบเป็นเป่าสาก

ทั้งที่ คดีทั้งหมดมีครบองค์ประกอบครบครัน ทั้งผู้เสียหาย พยานบุคคล และพยานวัตถุ

แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย

ยังมีคนเสื้อแดงอีกหลายร้อยคนที่ยังถูกจองจำอยู่ในคุก ยังไม่ได้รับการประกันตัว

รวมถึงเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ปล่อยให้คณะอนุกรรมการฯ ทำรายงานสรุป 91 ศพแบบขัดสายตาคนทั้งโลก

ระบุว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีความผิดในการใช้อาวุธสงครามเข้าสลายม็อบแดง

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุว่าทำไม "ข่าวสด" ต้องเกาะติดคดี 91 ศพ และตีแผ่ความอยุติธรรม

ถึงเวลานี้แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้วก็ตาม

แต่ "ข่าวสด" ก็ยังจะกัดไม่ปล่อย เดินหน้าทำ ความจริงให้ปรากฏต่อไป

ทวงถามความรับผิดชอบจากผู้สั่งการ

ติดตามเอาคนที่ทำผิดมาลงโทษให้ได้

ฉะนั้น จะมายัดเยียดข้อหาว่าเอนเอียง ไม่เข้าข้าง "รัฐบาลที่แล้ว" ไม่ได้ !?

"แถลงการณ์กัมพูชาแฉ! "สุเทพดอดเจรจาลับ 2 ครั้ง"

ที่มา thaifreenews

โดย fee-faw-fum

"แถลงการณ์กัมพูชาแฉ! "สุเทพดอดเจรจาลับ 2 ครั้ง"

การที่เขาพูดแสดง ความนอบน้อม มีมิตรไมตรีที่ดี ไม่ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมมิตรที่ดีด้วย นั่นเป็นไปตามลักษณะวิธีทางการทูตที่ดีต่างหาก เรียกว่าตีหน้ายิ้มระรื่นแต่หัวใจเต้นแรงใจแทบขาด…คุณคือศัตรูตัวร้ายกาจ อยู่ในอันดับต้นๆของกัมพูชา เข้าใจมั๊ยคนที่มีแขนไม่สามัคคี

ทาง กัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ อย่างไม่ไว้หน้าเทือกเขาเหล่ากอ ดังนี้ ออกแถลงการณ์คายเรื่องลับ สุเทพดอดเจรจาลับ ซก อาน รองนายกรัฐมนตรีหลายครั้งทั้งที่ฮ่องกงและคุนหมิง(ไปที่นั่นทำไม ใครมีโรงแรมอยู่ที่นั่นต้องถามแป๊ะลิ้ม แกชอบเรื่องที่ทับซ้อนบนบกจังเลย ไม่ยอมแตะต้องทางทะเลสักที)ต้องการเจรจาเรื่องให้จบภายในรัฐบาลมาร์ค เขมรอ้างคายเรื่องลับเพื่อปกป้องตนเองและทักษิณจากพวกแมลงสาป

รัฐบาล ใหม่ นำโดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้มีการพบหารือหรือยกข้อเสนอใดกับรัฐบาลกัมพูชา ในการแก้ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนแต่อย่างใด อย่าว่าแต่จะมีข้อเสนอใดเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งที่เป็นการแลกเปลี่ยนผล ประโยชน์ส่วนตัว ดังที่ได้มีการกล่าวหาโดยนางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาฯ ไทย ของพรรคแมลงสาป ในการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓-๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔

นี่ ไงรัฐบาลกัมพูชาตอกหน้าพวกแมลงสาปได้อย่างเจ็บแสบโดยไม่ไว้หน้า ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย…พวกแมลงสาปช่วยกระจายข่าวไปให้พี่น้องร่วม ชาติ ได้ทราบกันด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง

นี่คือการตัดใยไม่ให้เหลือ เยื่อของรัฐบาลท่านฮุนเซ็น เพราะเขารู้แล้วว่า พวกคุณเป็นไผ๋….ถ้าไม่มีมือที่มองไม่เห็นมาช่วยยกก้นให้กระดก…ยากๆๆๆและยาก มากๆๆๆที่จะเข้ามาบริหารประเทศนี้อีกต่อไป

ที่มา http://www.go6tv.com/2011/08/2_30.html
และ
ที่มา http://www.15thmove.net/news/petroleum-khmer-reveals-suthep-secret-talk/