ที่มา ประชาไท
ข้อเสนอเพื่อไม่ให้บทเรียนจากพื้นที่วังน้ำเขียว-แก่งกระจานสูญเปล่า หรือเป็นเพียงกระแสทางการเมือง แต่นำไปสู่การค้นหาต้นตอของปัญหา ที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยกฎหมาย หรืออำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา ประชาไท
ข้อเสนอเพื่อไม่ให้บทเรียนจากพื้นที่วังน้ำเขียว-แก่งกระจานสูญเปล่า หรือเป็นเพียงกระแสทางการเมือง แต่นำไปสู่การค้นหาต้นตอของปัญหา ที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยกฎหมาย หรืออำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ
ที่มา ประชาไท
นูรยา เก็บบุญเกิด DSJ
รอมะฎอน (رمضان) หรือเราะมะฏอน หรือรอมฎอนคือเดือนที่ 9 ของปฏิทินฮิจญ์เราะฮฺ หรือปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่มุสลิมถือศีลอดทั้งเดือน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เดือนบวช ถือว่าเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดเดือนหนึ่ง มุสลิมจะต้องอดอาหารเพื่อที่จะได้มีความรู้สึกถึงคนที่ไม่ได้รับการดูแลจาก สังคม เช่น คนยากจน เป็นต้น
เดือนนี้ยังเป็นเดือนที่อัลกรุอานได้ถูกประทานลงมาเป็นทางนำให้กับมนุษย์ มุสลิมจึงต้องอ่านอัลกุรอาน เพื่อศึกษาถึงสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้มนุษย์รู้ว่า การเป็นอยู่ในโลกนี้และโลกหน้าจะเป็นอย่างไร และจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง กิจกรรมพิเศษของมุสลิมนิกายซุนนะหฺคือ การละหมาดตะรอเวียะฮฺในยามค่ำของเดือนนี้
เมื่อสิ้นเดือนรอมะฎอนแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองในวันที่ 1 เดือนเชาวาล เรียกว่า “อีดุลฟิฏริ” หรือวันอีดเล็ก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 29 สิงหาคม 2554
ก่อนจะถึงวันสิ้นเดือนรอมะฎอน คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดเสวนา 3 ศาสนาเรื่องอดทน...ธรรมดี นำเสวนาโดยผู้นำศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2554 มีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เข้าร่วมเสวนาประมาณ 100 คน
เนื้อหาสาระของการเสวนาในวันนั้น ผู้นำเสวนาต่างแจงให้เห็นว่า ทุกศาสนาต่างเน้นให้ศานิกของแต่ละศาสนามีความอดทน
“พุทธศาสนาสอนว่า ความอดทนในจิตใจ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในตัวทุกคน ซึ่งความอดทนนั้นมี 4 ประการ คือ 1.อดทนต่อความลำบาก 2.อดทนต่อความเจ็บปวดใจ 3.อดทนต่อความไม่สบายใจและการเป็นไข้ 4.อดทนต่อมารและกิเลสทั้งหลาย หนึ่งในสุภาษิตที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความอดทน ระบุว่าการอดทนเป็นธรรมอันยิ่งยวดของเราทั้งหลาย หากจะกระทำการใด ต้องจริงใจ และมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ ทั้งต้องตั้งเป็นกฎ หรือสัญญากับตนเอง ในการทำความดี เพื่อบ่มเพาะจิตใจตนให้เข้มแข็งว่าต้องทำให้ได้”
เป็นคำสอนที่ถูกหยิบยกขึ้นเน้น โดยพระเฉลิมชน พุทธศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม วัดศรีมหาโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
พระเฉลิมชน พุทธศรี ย้ำปิดท้ายการเสวนาว่า สำหรับคนดี จะต้องทำดี 4 ประการ คือ 1.ทำสิ่งซึ่งไม่เดือดร้อนตน 2.ทำสิ่งซึ่งไม่เดือดร้อนคนอื่น 3.ทำสิ่งซึ่งไม่เดือดร้อนตนและคนอื่น 4.ทำสิ่งซึ่งบัณฑิตสรรเสริญว่าบุคคลนั้นเป็นคนดี
ขณะที่ ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียนเจริญศรีศึกษา เปิดเผยว่า คำสอนในศาสนาคริสต์ระบุว่า จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะประตูใหญ่และทางกว้างนำไปสู่ความพินาศ แต่ประตูที่นำไปสู่ชีวิตนั้น คับและแคบ ซึ่งผู้จะเข้าไปนั้นมีน้อย การฝึกความอดทนนั้น เพื่อเป็นการเดินตามรอยพระเยซูเจ้าที่ได้ทำไว้ เพื่อเป็นการกลับใจ และเพื่อเป็นการแบ่งปันให้ผู้อื่น
“ศาสนาคริสต์มีเทศกาลมหาพรต หรือเปรียบเทียบได้กับการถือศีลอดในศาสนาอิสลาม โดยอยู่ในช่วงระยะลา 40 วัน ก่อนอีสเตอร์ เป็นช่วงเวลาที่ชาวคริสต์ฝึกความอดทนอย่างเข้มข้น ในเทศกาลมหาพรต ต้องปฏิบัติ 3 สิ่ง คือ 1.ภาวนา เป็นการติดต่อกับพระเจ้า เพื่อขอกำลังจากกระเจ้าที่จะอดทนให้ได้ ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการละหมาดในอิสลาม 2.อดอาหาร เพื่อเป็นการลดกิเลส ซึ่งพระเยซูอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน 3.ให้ทาน เพื่อเป็นการแบ่งปันและลดความเลื่อมล้ำทางชนชั้น” ซิสเตอร์มีนา อดุลย์เกษม กล่าว
ไม่แตกต่างกันมากนัก เมื่ออิหม่ามยะโก๊บ หร่ายมณี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีบอกว่า อัลกุรอานได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ความอดทนเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา ความอดทนเป็นหนทางสู่สรวงสวรรค์ จึงต้องอดทนทั้งกาย วาจา และใจ ด้วยโลกนี้ไม่ใช่โลกแห่งความนิรันดร์ มนุษย์จึงต้องถูกทดสอบความอดทนเป็นอย่างมาก
ที่มา Thai E-News
5ปี19กันยาและตลอดกาล-ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว นับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยา 49 เป็นต้นมา และความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำซากของ"บางคน บางครอบครัว บางคณะ"โดยไร้สำนึกผิดชอบชั่วดีใดๆ จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปตลอดกาล ความพยายามดิ้นรนไขว่คว้าจะหมุนเข็มนาฬิกากลับไปสู่วันคืนเก่าๆแห่งการ"กด ขี่อย่างปรานีและแนบเนียน" มันจบสิ้นลงแล้ว
ไม่มีวันที่จะหมุนเข็มนาฬิกากลับไปที่เดิม..ไม่มีวัน!
ที่มา Thai E-News
กราบเรียน ท่านประธานาธิบดีโอบาม่า-ผม เขียนจดหมายนี้ถึงท่าน เป็นเรื่องความเป็นความตายของผมในคุกที่กรุงเทพฯ,ประเทศไทย ทางการไทยจับกุมผมด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่สามารถต่อสู้คดีนี้ในกระบวนการยุติธรรมไทยได้แต่เพียงลำพัง เพราะว่า มันเป็นกระบวนการที่ฉ้อฉล อคติ และละเมิดสิทธิมนุษยชน ซ้ำร้ายยังเต็มไปด้วยการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม เป็นต้นว่า ในกรณีของผม มีการจองจำโดยไม่ให้ประกันตัว ผมจึงรู้สึกว่าน่าสลดใจที่เสรีภาพในการแสดงออกของเราชาวอเมริกัน ได้ถูกละเมิด ย่ำยี และลดทอนคุณค่าลงโดยประเทศโลกที่สามอย่างไทย
Dear President Obama :_____________________________________________________
I am writing to you as a matter of life and dead from jail in Bangkok, Thailand. The Thai authority charges me with lese “ majeste” and computer crime laws. The Thai government uses these laws to target activists , scholars, journalists, authors and politicians and sentence them to decade in prison on multiple charges.
I cannot fight my case against the Thai justice system alone. Because, the system is corrupted , bias, and violated human rights. Therefor, there is no fair treatment. For example, my case, by detaining me and not allowing bail. Beside, I feel sad to see our freedom of expression has been insulted, punished, and degraded by the third world country like Thailand.
I would like to ask all americans to stand up, support, and defence our “proud” U.S.constitutions freedom of expression that the Thai government does not respect. American government should protest and condemn Thailand for using this abusive laws as a tool to protect the royal institution from criticism, especially, my case in American soil. And, demands Thailand to release me from jail immediately.
God bless you , God bless America.
Sincerely,
Joe Gordon
Bangkok Jail, Thailand
“ตามพฤติการณ์แห่งคดีและลักษณะการกระทำนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย สู่สถาบันกษัติริย์อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ กระทบกระเทือนต่อจิตใจของปวงชนผู้จงรักภักดี ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้คัดค้าน จึงเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ”
ที่มา Thai E-News
เอาสั้นๆง่ายๆแบบนี้ละกัน คือเข้าใจเทรนด์หนังไทยนะ จะพยายามใช้ดาราหน้าใหม่ มาเป็นตัวนำ แต่เรื่องนี้ คนที่ผมคิดว่าผ่านมีคนเดียว คือตัวร้ายคู่ปรับพระเอก ส่วนที่เหลือ ฮืม แสดงแข็งทื่อ ส่วนเนื้อเรื่องผมว่าไม่มีความจำเป็นให้มันดูหดหู่ขนาดนั้น
หนังกดต้นทุนให้ต่ำไง กำกับเอง เขียนบทเอง นักแสดงนำหน้าใหม่ แต่ของบไทยเข้มแข็งได้มา 8 ล้าน 5 แสน 8 หมื่น บาท ไม่อยากแบ่งให้ใคร แต่เน้นโปรโมทหนักที่แอสทีวีนะ เฉพาะค่าโฆษณา ค่าโปรโมท คงหลายล้าน
ที่มา Thai E-News
ที่มา มติชน
นายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเข้าทำงานในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวง มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม
ที่มา มติชน
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (30 ส.ค.2554) โดยวาระสำคัญเรื่องหนึ่งคือ การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรี และข้าราชการการเมือง หลายตำแหน่ง ดังนี้
2. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
3. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
4. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงแรงงาน)
5. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)
20. นายธวัชชัย สุทธิบงกช โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกฯลงนามในประกาศแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ได้รับแต่งตั้งลาออกจากตำแหน่งอื่น ๆ ที่เป็นลักษณะต้องห้ามได้ดำเนินการให้เรียบร้อย 7. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย
1. พลเอก จงศักดิ์ พานิชกุล ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2. พลเอก วรวิทย์ ชินะนาวิน ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
4. นายวรกร คำสิงห์นอก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ) 5. นายชัชวาลย์ ชัยเชาวรัตน์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
3. นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 4. นายสมบัติ รัตโน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก) 5. นายวัน อยู่บำรุง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป คำชี้แจงจากโฆษกรัฐบาล นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกรณีการแต่งตั้งคนเสื้อแดงมาดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดูที่ความรู้ความสามารถเป็นหลัก ซึ่งการแต่งตั้งนายอารี ไกรนรา มาดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เนื่องจากเป็นงานที่ต้องรับใช้ประชาชน โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งใจว่า ต้องการที่จะให้ทีมงานมาทำงานช่วยชาติบ้านเมืองเพราะในกระทรวงมหาดไทยมีงาน เป็นจำนวนมาก ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่าจะมาทำงานได้
"วันนี้เราอยากจะขอความร่วมแรงร่วมใจ เวลาเรามอง มองลงไปให้ลึก ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน แล้วพยายามมองอย่างบูรณาการ ว่าคนเหล่านี้จะมาช่วยรัฐบาลทำงานได้อย่างไร และในช่วงของการเลือกตั้ง คนเหล่านี้อยู่ในช่วงรณรงค์หาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย จึงอยากจะเรียนว่าอยากจะขอโอกาส และให้โอกาสที่จะให้แต่ละคนทำงาน" ส่วนนายยศวริศ ชูกล่อม ก็จบการศึกษาระดับปริญญาโท เคยลงสมัคร ส.ส. เป็นนายกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย ดร.ประแสง มงคลศิริ มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ จบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมจากประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น จึงขอเรียนด้วยความมั่นใจและตอบไปยังพี่น้องประชาชนเพื่อให้สบายใจ
1. แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้รัฐมนตรี เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ดังนี้ 1. รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง) 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา บุรณศิริ)
คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายธีระ วงศ์สมุทร) เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่อยู่หรือไม่อาจ ปฏิบัติราชการได้ ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่อง เที่ยวและกีฬาด้วย
คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้ 1. นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 2. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รักษาราชการแทนตามลำดับ โดยให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้วย
คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นางนฤมล ธารดำรงค์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 2. นายสง่า ธนสงวนวงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ตำแหน่ง รวมจำนวน 10 ราย ดังนี้
1. ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง จำนวน 2 ราย ได้แก่ 1) นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ (รองนายกรัฐมนตรี นางยงยุทธ วิชัยดิษฐ) 2) พันตำรวจเอก ปราณ์รนต์ สันติปราน์รนต์ (รองนายกรัฐมนตรี พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ)
2. ตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายถาวร จำปาเงิน (รองนายกรัฐมนตรี นายชุมพล ศิลปอาชา)
3. ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน 7 ราย ได้แก่ 1) นายพงษ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง 2) นายจำรัส เวียงสงค์ 3) นางสาวนพสรัญ วรรณศิริกุล 4) นายถนอม สมผล 5) นายสุรชัย ทิณเกิด 6) นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร 7) นายไพศาล ชโนวรรณ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
6. แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน 20 ราย ดังนี้
1. พลเอก วัฒนา สรรพานิช 2. นายวิมล จันทร์จิราวุฒิกุล 3. นายภาคิน สมมิตร 4. นายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์ 5. นายสุเทพ สายทอง 6. พลโท มะ โพธิ์งาม 7. นายประภัสร์ จงสงวน 8. นายพิทยา พุกกะมาน 9. พลตำรวจโท วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ 10. นางสาวมาลินี อินฉัตร 11. นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ 12. พลตำรวจโท ฉลอง สนใจ 13. นายสุรชัย เบ้าจรรยา 14. นายปรีชา ธนานันท์ 15. นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ 16. นายวิสา คัญทัพ 17. นางฉวีวรรณ คลังแสง 18. นายวิบูลย์ แช่มชื่น 19. นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์
คณะ รัฐมนตรีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 149/2554 เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้า ไทย
อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และข้อ 3 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ ผู้แทนการค้าไทย จำนวน 5 ราย ดังนี้ 1. นางนลินี ทวีสิน 2. นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล 3. นายพฤติชัย วิริยะโรจน์ 4. นางลินดา เชิดชัย 5. นายวรวีร์ มะกูดี ให้ผู้แทนการค้าไทยตามข้อ 1.-5. มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ 5 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย พ.ศ. 2552 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป
8. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงพาณิชย์)
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้
1. นายสมหวัง อัสราษี ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
2. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล)
3. นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
4. พันตรี วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
9. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงมหาดไทย)
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้
1. นายอารี ไกรนรา เป็น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2. นายสุรสิทธิ์ วงค์วิทยานันท์ เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชูชาติ หาญสวัสดิ์)
3. นายยศวริศ ชูกล่อม เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายฐานิสร์ เทียนทอง)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
10. การมอบหมายให้รักษาราชการแทน (กระทรวงมหาดไทย)
คณะ รัฐมนตรีอนุมัติเป็นหลักการในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้ 1. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ 2. นายฐานิสร์ เทียนทอง โดยให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วย
11. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงกลาโหม)
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองดังนี้
12. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)
คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอแต่ง ตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ 2. นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
13. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ)
คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นายโสภณ เพชรสว่าง ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประแสง มงคลศิริ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ) 3. นายศักดา บูรณ์พงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
14. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอแต่งตั้ง ข้าราชการการเมือง ดังนี้ 1. นายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร 2. นางสาววิลาวัลย์ ธรรมชาติ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
15. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงพลังงาน)
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้
1. พล.ต.ต.ลัทธสัญญา เพียรสมภาร ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 2. นายเอกธนัช อินทร์รอด ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
16. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการต่างประเทศ)
คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้ง นายนาวิน บุญเสรฐ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป
17. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงคมนาคม)
คณะ รัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมืองดังนี้ 1. นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2. นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก)
ส่วนกรณีนายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ขณะนี้ได้นำนายเพชรวรรตมาสู่ระบบของการทำงาน ซึ่งเป็นจุดดีที่จะทำให้สังคมเป็นสังคมที่มีระบบ อยากจะให้ความมั่นใจว่า เชื่อมั่นว่าทุกคนนั้นเมื่อมีงานเข้ามา เป็นงานบริหาร หรือเป็นงานในสภา เขาได้ทำงานเขาจะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดที่นำคนเหล่านี้เข้ามาเพราะไม่ต้องการให้เคลื่อนไหวนอกสภาฯ ใช่หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จริง ๆ แล้วเราอย่าไปคิดว่า เขาจะต้องเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง มีความยุติธรรมที่แท้จริง ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลและกลุ่มที่มาเป็นข้าราชการการเมืองที่มีความ คิดเห็นตรงกัน อุดมการณ์เดียวกัน ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยอย่างที่จริง ต่อสู้กับเผด็จการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชินวัฒน์ หาบุญพาด มีความรู้ด้านใดเกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวคิดว่า เวลาที่ไปคำนึงถึงการที่จะดำรงตำแหน่งกระทรวงใด แล้วมีความรู้ความสามารถตรงนั้น อาจจะต้องถามหลายกระทรวงเช่นกัน ตนคิดว่าเมื่อเข้าไปได้เรียนรู้งาน ลักษณะงาน คงไม่ยากที่จะต้องคิดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านคมนาคมจะต้องมานั่งคมนาคม คิดว่าคงไม่ต้องถึงขั้นนั้น
" รัฐบาลนั้นไม่ต้องการที่จะปิดกั้นในความรู้ความสามารถของผู้ที่จะมาดำรง ตำแหน่งข้าราชการการเมืองตรงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงที่ท่านสงสัย กลุ่มแรก คือกลุ่มเสื้อแดงที่เคยเป็นผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. กลุ่มสอง เป็นกลุ่มที่เคยทำงานการเมืองและมีตำแหน่งทางการเมืองมาแล้ว เราต้องถือว่าตอนที่สมัครรับเลือกตั้งนั้น กกต. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อย บางกลุ่มเป็นกลุ่มที่เคยช่วยงานรัฐมนตรี หลาย ๆ กระทรวงมาแล้วมีประวัติมาหลายสมัยด้วย กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่เคยทำงานภาคประชาชน อยากจะเน้นว่า เขาเป็นผู้ที่ทำงานร่วมกับมวลชนได้ดี สามารถที่จะลงไป ถ้ารัฐมนตรีท่านใดให้ลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชน จะเข้าใจหัวอกพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มหนึ่งที่สามารถทำงานได้ จึงอยากที่จะบอกว่า ขอให้ผู้ที่จะมาเป็นข้าราชการการเมืองตรงนี้ ได้ทำงาน ให้โอกาสได้ทำงานตรงนี้ แล้วมาดูผลงานกัน อย่าได้แบ่งแยกว่าจะเป็นสีใด" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
พร้อมกันนี้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า นายอารี ไกรนรา ลงสมัคร ส.ส. 4 ครั้ง เคยทำงานที่กระทรวงมหาดไทย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ภาพที่เห็นเขาเคยออกมาสู้ นักสู้ทุกคนมีบาดแผลทุกคน เคยได้รับเกียรติเป็นผู้พิพากษาสมทบ นักสิทธิมนุษยชน เป็นเอ็นจีโอ เคยสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และเกือบได้มาแล้ว นายชินวัฒน์ หาบุญพาด เป็นนายกสมาคมพิทักษ์แท็กซี่ ผู้นำมวลชนในส่วนของแท็กซี่ และการมาเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาหรือเลขาฯ ประเทศจะดีขึ้นหรือไม่ ไม่ได้เกิดจากตำแหน่งเหล่านี้
"เรื่องคดี คดีต้องดำเนินต่อไป คนที่ออกมาต่อสู้ คนที่เป็นนักรบ มีบาดแผลกันทุกคน เพราะฉะนั้นวันนี้กระบวนการในการที่จะพิจารณาหรือกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด ต้องพูดกันต่อไป วันหนึ่งถ้าศาลวินิจฉัยลงความเห็นออกมา ถ้าขัดต่อเงื่อนไขของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เขาก็เป็นไม่ได้ตามอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่า ถ้าศาลยังไม่มีความเห็น คงไม่มีใครมีหน้าที่ว่าคนนั้นทำได้หรือไม่ได้ คนนั้นเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ตราบเท่าที่เขายังไม่มีกระบวนการยุติธรรมที่สิ้นสุดหรือเบ็ดเสร็จเด็ดขาดลง ไป" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด
นับตั้งแต่เสื้อแดงคนแรกถูกยิงเสียชีวิตที่สี่แยกคอกวัวเมื่อ 10 เม.ย.2553 ถึงตอนนี้ก็ล่วงเลยมาเป็นเวลา 1 ปีครึ่งแล้ว
ต้องยอมรับความจริงว่าตลอดระยะเวลาดังกล่าว
มีการทวงความยุติธรรมให้ 91 ศพมาอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้เยียวยาเหยื่อปืนเกือบ 2 พันคนมาตลอด
แต่แทบไม่ได้รับการตอบสนองเลยจากรัฐบาลที่แล้ว !?
จะเห็นได้ว่า "ข่าวสด" มีจุดยืนที่ชัดเจน เดินหน้าตีแผ่ความจริง 91 ศพมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ
ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือทำไมถึงปล่อยให้มีการฆ่ากันเกือบร้อยศพใจกลางเมืองหลวง
ข่าวสดยืนหยัดติดตามทวงความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
เพราะจะเห็นได้ว่าคดีความ 91 ศพในยุคอำนาจเก่าไม่เป็นชิ้นเป็นอันเอาเลย
คดีความที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่สืบสวนสอบสวนมาตลอดเวลา 1 ปีครึ่ง
ก็สรุปได้เพียง 13 ศพเท่านั้น
แถมยังสรุปแบบอึมครึม บอกแค่ว่าน่าจะเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น
ซึ่งเกิดคำถามตามมาอีกว่าแล้วอีก 78 ศพไปตกหล่นอยู่ที่ไหน !?
ที่สำคัญคดีเหยื่อปืนอีกเกือบ 2 พันรายที่โดนสไนเปอร์ยิงบาดเจ็บก็ยังเงียบเป็นเป่าสาก
ทั้งที่ คดีทั้งหมดมีครบองค์ประกอบครบครัน ทั้งผู้เสียหาย พยานบุคคล และพยานวัตถุ
แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย
ยังมีคนเสื้อแดงอีกหลายร้อยคนที่ยังถูกจองจำอยู่ในคุก ยังไม่ได้รับการประกันตัว
รวมถึงเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ปล่อยให้คณะอนุกรรมการฯ ทำรายงานสรุป 91 ศพแบบขัดสายตาคนทั้งโลก
ระบุว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีความผิดในการใช้อาวุธสงครามเข้าสลายม็อบแดง
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุว่าทำไม "ข่าวสด" ต้องเกาะติดคดี 91 ศพ และตีแผ่ความอยุติธรรม
ถึงเวลานี้แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้วก็ตาม
แต่ "ข่าวสด" ก็ยังจะกัดไม่ปล่อย เดินหน้าทำ ความจริงให้ปรากฏต่อไป
ทวงถามความรับผิดชอบจากผู้สั่งการ
ติดตามเอาคนที่ทำผิดมาลงโทษให้ได้
ฉะนั้น จะมายัดเยียดข้อหาว่าเอนเอียง ไม่เข้าข้าง "รัฐบาลที่แล้ว" ไม่ได้ !?
ที่มา thaifreenews
โดย fee-faw-fum
"แถลงการณ์กัมพูชาแฉ! "สุเทพดอดเจรจาลับ 2 ครั้ง"
การที่เขาพูดแสดง ความนอบน้อม มีมิตรไมตรีที่ดี ไม่ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมมิตรที่ดีด้วย นั่นเป็นไปตามลักษณะวิธีทางการทูตที่ดีต่างหาก เรียกว่าตีหน้ายิ้มระรื่นแต่หัวใจเต้นแรงใจแทบขาด…คุณคือศัตรูตัวร้ายกาจ อยู่ในอันดับต้นๆของกัมพูชา เข้าใจมั๊ยคนที่มีแขนไม่สามัคคี
ทาง กัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ อย่างไม่ไว้หน้าเทือกเขาเหล่ากอ ดังนี้ ออกแถลงการณ์คายเรื่องลับ สุเทพดอดเจรจาลับ ซก อาน รองนายกรัฐมนตรีหลายครั้งทั้งที่ฮ่องกงและคุนหมิง(ไปที่นั่นทำไม ใครมีโรงแรมอยู่ที่นั่นต้องถามแป๊ะลิ้ม แกชอบเรื่องที่ทับซ้อนบนบกจังเลย ไม่ยอมแตะต้องทางทะเลสักที)ต้องการเจรจาเรื่องให้จบภายในรัฐบาลมาร์ค เขมรอ้างคายเรื่องลับเพื่อปกป้องตนเองและทักษิณจากพวกแมลงสาป
รัฐบาล ใหม่ นำโดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้มีการพบหารือหรือยกข้อเสนอใดกับรัฐบาลกัมพูชา ในการแก้ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนแต่อย่างใด อย่าว่าแต่จะมีข้อเสนอใดเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งที่เป็นการแลกเปลี่ยนผล ประโยชน์ส่วนตัว ดังที่ได้มีการกล่าวหาโดยนางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาฯ ไทย ของพรรคแมลงสาป ในการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓-๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔
นี่ ไงรัฐบาลกัมพูชาตอกหน้าพวกแมลงสาปได้อย่างเจ็บแสบโดยไม่ไว้หน้า ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย…พวกแมลงสาปช่วยกระจายข่าวไปให้พี่น้องร่วม ชาติ ได้ทราบกันด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
นี่คือการตัดใยไม่ให้เหลือ เยื่อของรัฐบาลท่านฮุนเซ็น เพราะเขารู้แล้วว่า พวกคุณเป็นไผ๋….ถ้าไม่มีมือที่มองไม่เห็นมาช่วยยกก้นให้กระดก…ยากๆๆๆและยาก มากๆๆๆที่จะเข้ามาบริหารประเทศนี้อีกต่อไป
ที่มา http://www.go6tv.com/2011/08/2_30.html
และ
ที่มา http://www.15thmove.net/news/petroleum-khmer-reveals-suthep-secret-talk/
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51