WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, September 8, 2011

ธิดา:4แนวปะทะใหม่ทางการเมือง

ที่มา Thai E-News


วันนี้(7ก.ย.)นปช.แถลงข่าวจัดกิจกรรมต้านรัฐประหารครบรอบ 19 กันยา 49 ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายนนี้ พร้อมยุทธศาสตร์ 4 แนวปะทะข้ามผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

4แนวปะทะทางการเมือง สื่อกระแสหลักในมืออำมาตย์จารีตนิยม,นักวิชาการจัดตั้งของอำมาตย์,กระบวนการ ไม่ยุติธรรมและองค์กรที่ไม่อิสระจริงๆ และการทำรัฐประหาร ฝ่ายประชาธิปไตยมีภารกิจหน้าที่ในการฝ่าแนวปะทะไปได้อย่างไร

โดย ธิดา ถาวรเศรษฐ
7 กันยายน 2554

หลังจากพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะทางการเมืองฝ่ายประชาชน จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นี่มิได้หมายความว่า เป็นการรบชนะทุกแนว

ที่จริงเพิ่งชนะแนวใหญ่แนวเดียวเท่านั้นเอง ยังมีแนวรบอีกหลายแนวที่เป็นเครือข่ายของระบอบอำมาตยาธิปไตย

แต่นี่มิใช่เรื่องเกรงกลัว เพราะการเอาชนะแนวใหญ่ที่สำคัญที่สุดคือ สามารถเอาชนะการเลือกตั้งมาตลอด และชนะยิ่งใหญ่ในครั้งล่าสุด ย่อมเป็นกำแพงที่มีหลังพิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แต่, ด้วยเครือข่ายระบอบอำมาตยาธิปไตย และการครอบงำที่มีมายาวนาน ในทุกปริมณฑล ทำให้คนชั้นกลางและคนชั้นสูง กลายเป็นพวกอนุรักษ์นิยมที่ได้อำนาจ ได้ผลประโยชน์ จากระบอบอำมาตยาธิปไตย และกลัวการลุกขึ้นต่อสู้ของมวลชนพื้นฐาน

พูดให้ถึงที่สุดก็คือ คนชั้นกลางและคนชั้นสูงเหล่านี้ พึงพอใจในฐานะทางสังคม บทบาท และอำนาจที่ตนมีอยู่ ที่มิได้มาจากการต่อสู้แต่อย่างใด จึงกลัวการเปลี่ยนแปลงและการต่อสู้ของประชาชน

ทั้งที่ยังมิได้เข้าใจว่า การต่อสู้ของประชาชนนั้นเป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย ได้ความเป็นธรรมในสังคม และความเจริญก้าวหน้าของประเทศ คนทุกกลุ่มในประเทศจะได้รับผลประโยชน์ทั่วหน้า แต่ต้องเป็นผลประโยชน์ที่สมเหตุผล และไม่เป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม

ความซับซ้อนของสังคมไทย เกิดจากการที่โครงสร้างชั้นบนของสังคม อันได้แก่การเมือง การปกครอง, อุดมการณ์, วัฒนธรรม, การศึกษา ความคิดที่ครอบงำชี้นำการปฏิบัติล้าหลัง อยู่ในระบอบอำมาตยาธิปไตย และเป็นรัฐตัวจริงที่มีอำนาจควบคุมประเทศ

ในขณะที่รากฐานเศรษฐกิจเราค่อนข้างพัฒนาตามทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ แต่ทุนเครือข่ายระบอบอำมาตย์ก็พัฒนาไปได้ โดยอาศัยอำนาจรัฐในมือเป็นตัวช่วยสนับสนุนการผูกขาดตลอดมา

ทุนเครือข่ายระบอบอำมาตย์ยังเติบโตพร้อมกับการที่มีอำนาจเหนือประเทศยาวนาน ทำให้ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายก็สวามิภักดิ์ต่อระบอบอำมาตย์ในไทยเช่นกัน

ทุนกลุ่มใหม่ที่นอกเหนืออำนาจการควบคุมที่เติบใหญ่ และยึดครองหัวใจประชาชน มวลชนพื้นฐาน จึงเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มทุนเครือข่ายอนุรักษ์นิยม และชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง อนุรักษ์นิยม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอาชนะการเลือกตั้ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เราจึงเห็นแนวรบและสนามฆ่าคนในรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้นนับจากได้อำนาจรัฐครั้งที่สอง พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา

เพราะเครือข่ายระบอบอำมาตย์ ไม่อาจปล่อยให้การสูญเสียอำนาจและสถานะเกิดขึ้นได้อีกต่อไป เพราะนั่นจะหมายถึงมีจุดสิ้นสุดระบอบอำมาตยาธิปไตยในประเทศไทย

กองกำลังพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงเป็นกองกำลังรบแนวแรกที่ ได้ผลอย่างยิ่ง แต่เมื่อมาถึงปัจจุบัน กองกำลังนี้กำลังถูกสลาย เนื่องจากความขัดแย้งภายใน แกนนำ และความขัดแย้งกับพรรคการเมือง อนุรักษ์นิยม คือ พรรคประชาธิปัตย์

ขณะนี้ สนธิ ลิ้มทองกุล กำลังร้องเพลง “น้ำตาเถ้าแก่” ที่มีเนื้อหาตัดพ้อต่อว่าแม่ยก
“เช่น ดังตัวผมต้องตรมดวงใจกลัดหนอง แม่ยกต้องมาจากจร ตัวอย่างเห็นกันไป ลืมคนเสื้อเหลือง แล้วยังมาว่าร้ายให้ แม่ยกเธอช่างเหลือร้าย โง่เง่าหรือไรถึงคิดไม่เป็น” หรือบางตอน “สิ้นสุดกันเถิดหนา แม่ยกแมลงสาบใจสอง ชาตินี้ไม่ขอใฝ่ปอง ให้มามัวหมองต่อไป หลงรูปคนหล่อ สอบตกคร่ำครวญร้องไห้ ยังเชื่อเจ้าหล่อต่อไป อาจจะชิบหายสักวันนะเธอ”

สรุปว่า แนวปะทะด้านพันธมิตรยังมีอยู่ แต่ยังไม่มีกำลังพอที่จะปะทะเป็นด่านแรก

แนวปะทะแรก จึงเป็นสื่อกระแสหลักที่เป็นสื่อในกำกับของทุนอนุรักษ์นิยม และระบอบอำมาตย์ รวมทั้งองค์กรสื่อที่แสดงบทบาทอยู่ในขณะนี้

การมองสื่อกระแสหลัก จึงต้องมองให้เห็นว่า เป็นแนวปะทะสำคัญในการต่อสู้ระบอบอำมาตย์ จำเป็นที่ต้องมีแนวทางและยุทธศาสตร์ในการทำให้สื่อเข้าสูแนวคิดเสรีนิยม

การปะทะแนวรบสื่ออนุรักษ์นิยม จึงต้องเปิดประตูเสรีภาพของสื่ออย่างเต็มที่ และผลักดันอุดมการณ์ประชาธิปไตย แนวคิดเสรีนิยมให้เข้ามาแทนที่ อุดมการณ์ระบอบอำมาตย์ และความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยมให้ได้

การทำลายการผูกขาดของสื่อ และสัมปทานที่ดูแลโดยกองทัพกลุ่มอำมาตย์ กลุ่มจารีตนิยม มุ่งให้สื่อเปิดเสรี และให้เสรีภาพสื่อเต็มที่ ให้กลไกตลาดและความนิยมของประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

นี่จึงเป็นแนวปะทะที่สำคัญที่ฝ่ายประชาชนต้องผลักดันให้เลิกผูก ขาดสื่อให้ได้ ทั้งต้องเปิดโปงเรื่องราวเบื้องหลังสื่อแต่ละค่าย ให้ประชาชนเข้าใจว่า สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนค่ายต่าง ๆ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายระบอบอำมาตยาธิปไตยอย่างไร

แนวปะทะที่สอง คือ นักวิชาการ เป็นแนวปะทะที่สำคัญอีกแนวหนึ่ง ซึ่งมักเชื่อมโยงกับสื่อ คือ กลุ่มนักวิชาการ ตัวอย่างนักวิชาการที่แสดงตัวให้ปราบประชาชนเมื่อปี 2553 จำนวน 303 คน ก็มีอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์เป็นจำนวนมากจนน่าตกใจ

หารายชื่ออ่านได้ในมหาประชาชน ปีที่ 1 ฉบับที่ 51 วันที่ 19-25 สิงหาคม 2554 และเร็ว ๆ นี้นักวิชาการค่าย ทีดีอาร์ไอ พูดตรง ๆ เป็นสถาบันที่รวบรวมนักวิชาการที่สนับสนุนเครือข่ายระบอบอำมาตย์ โดยมีคุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นผู้สนับสนุนหลักในการก่อตั้งและดำเนินงาน

ในระยะแรกก็ดูเป็นนักวิชาการเสรีนิยม และสนับสนุนกลไกตลาดในการดูแลเศรษฐกิจ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อต้องการโค่นคุณทักษิณ ชินวัตร ทีดีอาร์ไอ ก็รวมศูนย์ จัดการอย่างมีพลัง เช่น การปล้นสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี และยึดมาอยู่ในเครือข่ายอำมาตย์และค่ายเนชั่น

รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการใช้ความเป็นนักวิชาการ จัดการเรื่องคดีของคุณทักษิณ เช่น คดีหุ้น

ยังมีนักวิชาการอื่นอีกมากที่จะโผล่ออกมาในแนวปะทะที่สองนี้ เราจึงต้องขยายกำลังแนวร่วมนักวิชาการประชาธิปไตยให้มีบทบาทมากขึ้น ในหมู่ประชาชน ในสื่อกระแสหลัก สื่ออินเตอร์เนท และสื่อสีแดง

แนวปะทะนี้เป็นแนวที่ต้องต่อสู้ด้วยหลักการและองค์ความรู้ มิใช่ด้วยอารมณ์

นอกจากขยายแนวร่วมนักวิชาการแล้ว ฝ่ายประชาชนเองก็ต้องยกระดับองค์ความรู้เพื่อโต้กับนักวิชาการอำมาตย์ได้ ด้วย และขยายให้ประชาชนส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เสื้อแดงได้ยกระดับด้วย

แนวปะทะที่สาม สำคัญยิ่งคือ กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระต่าง ๆ มากมายที่อยู่ในการครอบงำของระบอบอำมาตย์ค่อนข้างสิ้นเชิง

แนวปะทะแนวรบนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็มีบทบาทเป็นด้านหลักในการต่อสู้ของประชาชนให้ได้ระบอบประชาธิปไตย การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 50 และเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยมือประชาชน จะเป็นเรื่องหลักในแนวปะทะนี้

การทวงความยุติธรรมให้กับคนตาย 92 + 1 ศพที่เพิ่งฌาปนกิจเมื่อวันที่ 5 ก.ย. นี้เอง (คุณหรั่ง) คนบาดเจ็บและคนถูกจองจำ ตลอดจนคนที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรง อย่างไม่เป็นธรรม

บาปกรรมและชะตากรรมประเทศไทยจึงขึ้นอยู่กับแนวรบให้ได้นิติรัฐ นิติธรรม ว่าจะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่
แนวปะทะสุดท้าย คือ การก่อรัฐประหารโดยกองกำลังประจำการของประเทศ นี่เป็น รูปแบบสูงสุดของการขัดขวางระบอบประชาธิปไตย โดยใช้กำลังอาวุธยึดอำนาจ และปราบปรามประชาชน

ถามว่า อาจเกิดได้ไหม ก็ต้องตอบว่า เกิดได้ ถ้าฆ่าประชาชนมือเปล่าตายได้โดยไม่สะทกสะท้าน และไม่มีการยอมรับผิดใด ๆ หรือไม่อาจเปิดเผยความจริงให้ปรากฎได้

Wednesday, September 7, 2011

ดีเอสไอ รับคดีคณะกรรมการสรรหา กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ เป็นคดีพิเศษ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



ดีเอสไอ มีมติรับคดี คณะกรรมการสรรหา กสทช. เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เข้าเป็นคดีพิเศษ ให้นายกรัฐมนตรีตัดสิน จะนำ 11 ผู้ได้รับเลือกทูลเกล้าฯหรือไม่...



ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ
มีมติรับคดีคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าเป็นคดีพิเศษ

โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้รับมอบหมายให้แถลงข่าวโดยระบุว่า
การรับเป็นคดีพิเศษจะส่งผลให้ดีเอสไอตรวจสอบทางอาญาต่อคณะกรรมการสรรหา
ไม่เกี่ยวกับ กสทช. ที่ได้รับเลือกทั้ง 11 คน
ส่วนนายกรัฐมนตรี จะมีความเห็นอย่างไรในการทูลเกล้าฯ รายชื่อแต่งตั้ง
ก็เป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี ดีเอสไอไม่สามารถก้าวล่วงได้
การตรวจสอบของดีเอสไอเป็นการตรวจกรณีคณะกรรมการสรรหา
มีองค์ประกอบและกระบวนการสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ที่ได้รับเลือก ซึ่งจะต้องเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้


http://www.thairath.co.th/content/pol/200002

"ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" เปิดใจผ่าน FB แฉ ธปท. ทำเจ๊ง 4 แสนล้านปี 53

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย JJ_Sathon

"ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" เปิดใจผ่าน FB
"กองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ" แฉ ธปท. ทำเจ๊ง 4 แสนล้านปี 53




รมว.คลัง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เขียนชี้แจงผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว

กรณีเหตุผลของกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ

โดยขออนุญาตคัดลอกต้นฉบับจาก Facebook ของธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

โดยไม่ตัดทอนใดๆทั้งสิ้นดังนี้


1 การนำเงินทุนสำรองไปลงทุนแบบกองทุนมั่งคั่งของชาติจะมีความเสี่ยงหรือไม่

ต้องยอมรับว่าการลงทุนทุกรูปแบบมีความเสี่ยงทั้งนั้น เช่น
สมมุติให้กู้แก่โครงการรถไฟความเร็วสูงในเอเชีย
ลักษณะความเสี่ยงก็อาจเกิดจากจำนวนผู้โดยสารมีน้อยกว่าที่คาดไว้
แต่ก็น่าจะเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้
เนื่องจากเอเชียเป็นประเทศกำลังพัฒนา การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับที่สูง
ดังนั้น โครงการใดที่สนองความจำเป็นพื้นฐานถึงแม้หากจะบังเอิญมีปัญหาระยะสั้น
แต่ในระยะยาวก็จะมีโอกาสฟื้นได้แน่นอน

แต่อย่าเข้าใจผิดว่าการที่ ธปท. นำเงินทุนสำรองไปลงทุน
ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและยุโรปดังที่ปฏิบัติอยู่ขณะนี้ไม่มีความเสี่ยงนะครับ
เพราะที่แท้จริงมีความเสี่ยงทั้งในด้านราคาที่ขึ้นๆลงๆ
และในด้านค่าเงินต่างประเทศที่อ่อนตัวเพราะมีการพิมพ์เงินออกมามากเกินไป

ทั้งนี้ ท่านทราบหรือไม่ว่าปี 2553 ธปท. มีผลขาดทุนจากดอกเบี้ย
และอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 117,473 ล้านบาท
และยังมีขาดทุนจากการตีราคาหลักทรัพย์อีก 260,211 ล้านบาท
จำนวนเงินที่สูงมหาศาลเช่นนี้คือปัญหาที่ควรจะต้องแก้ไขครับ

2 การนำเงินทุนสำรองไปลงทุนแบบกองทุนมั่งคั่งของชาติเป็นการแทรกแซง ธปท. หรือไม่

ไม่เป็นการแทรกแซง ธปท. ครับ แต่เป็นการช่วยกันคิดเพื่อแก้ปัญหา
เพราะ ณ สิ้นปี 2553 ธปท. มีส่วนของทุนติดลบเป็นจำนวนเงินมหาศาล
สูงถึง ติดลบ 431,829 ล้านบาท ถ้าเป็นธุรกิจเอกชนก็จะต้องปิดกิจการไปแล้ว
นี่ไม่ใช่สี่แสนบาทนะครับ แต่เป็นสี่แสนล้านบาท

ถึงแม้ ธปท. ไม่ได้ขอให้รัฐบาลช่วยตั้งงบประมาณมาช่วยแก้ไขขาดทุนของ ธปท.
แต่ทรัพย์สินของ ธปท. ก็เป็นทรัพย์สินของชาติ
ซึ่งควรมีการบริหารจัดการให้ดีที่สุด
นอกจากนี้ การที่ ธปท. ขาดทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้
ก็ทำให้ ธปท. ไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระหนี้กองทุนฟื้นฟู
ซึ่งมีอยู่กว่าหนึ่งล้านล้านบาท ได้
ทำให้รัฐบาลมีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยเพื่อกองทุนฟื้นฟูแต่ละปี 50-60,000 ล้านบาท
และขณะนี้ ธปท. ก็ได้ขึ้นดอกเบี้ยไปอยู่ในระดับสูง
ทำให้ภาระดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายให้แก่กองทุนฟื้นฟูต้องสูงขึ้นไปด้วยทุก วัน
จึงเป็นภาระต่อนโยบายทางการคลังอย่างมากครับ

3 จำนวนที่จะกันไปเป็นกองทุนมั่งคั่งของชาติควรจะมาจากบัญชีใดใน ธปท.

ผมได้ให้ ธปท. ไปศึกษา โดยในหลักการ
จะไม่แตะต้องทองคำและเงินบริจาคของหลวงตา
และจะไม่แตะต้องจำนวนที่ต้องใช้หนุนหลังการออกธนบัตร

4 ธปท. จำเป็นต้องกันทุนสำรองสภาพคล่องเอาไว้
เท่ากับเงินที่ต่างชาติได้นำมาซื้อ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์และพันธบัตรหรือไม่
เพื่อรองรับในกรณีที่ต่างชาติอาจจะขายและนำเงินกลับออกไป

ไม่จำเป็นครับ ต่างชาติที่หากจะรุมกันขายหุ้น
ก็จะทำให้ราคาหุ้นลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่ง
ก็จะทำให้ต่างชาติชะลอการขายกันเอง
ส่วนคนไทยก็ไม่ต้องไปตื่นเต้นกับเขาและคอยรอรับซื้อเมื่อราคาลงต่ำก็พอ

นอกจากนี้ หากต่างชาติรุมกันนำเงินกลับออกไป
เงินบาทก็จะอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว
ธปท. ก็ไม่ควรจะไปฝืนสภาพตลาด
ธปท. ควรจะปล่อยให้ค่าเงินปรับลดลงตามธรรมชาติ
ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินทุนสำรองเข้าไปรองรับเอาไว้ดังเช่นในปี 2540


http://www.go6tv.com/2011/09/fb-4-53.html

‘จตุพร’ยันไม่ใช้เอกสิทธ์ ขอสู้คดีเอง หวั่นภาระรัฐบาล

ที่มา ข่าวสด

ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย 9 คน ทำหนังสือถึงประธานสภาฯ ขอให้พิจารณาการสละสิทธิความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลไม่ประสงค์จะใช้เอกสิทธิว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมาทางพรรคได้มีการหยิบยก ในกรณีเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา โดยเอามติของรักษาการวิปรัฐบาล ในกรณีที่ตนและพรรคพวก9 คน ที่ไปแสดงเจตนาที่ดีเอสไอ ประสงค์ที่จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ของการเป็นส.ส.ในช่วงสมัยการประชุม และดีเอสไอ ทำเรื่องมายังสภาฯในวันนี้ที่ประธานจะบรรจุระเบียบวาระ


“ผมและเพื่อนๆทั้ง 9 คน ยืนยัน เจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าไม่ประสงค์จะใช้เอกสิทธิ์ แต่ตามรัฐธรรมนูญให้อำนาจเป็นของที่ประชุมสภา วันนี้ผมก็จะร้องขอไปยังเพื่อนสมาชิกให้ลงมติให้พวกผมไม่ต้องใช้เอกสิทธิ์ เพราะคดีนี้ไม่ต้องการค้างคาใจ และไม่ต้องการให้เป็นภาระของรัฐบาล แต่บรรดาเพื่อนสมาชิกต่างก็ยังพูดถึงเรื่องประเพณีปฏิบัติ ผมต้องการไปสู้คดี เพราะในสภาฯ เวลาเปิดสมัยประชุมสมัยแรก 4 เดือน เว้น 4 วันก็เปิดอีกสมัย ระยะเวลาการต่อสู้คดีจึงนานออกไป และหากสภาไม่เห็นด้วย ผมก็จะแจ้งกลับไปที่ดีเอสไอให้ทำเรื่องกลับมาที่สภาใหม่เพราะเป็นเรื่องที่ ผมจะไปดำเนินการตามลำพังไม่ได้ต้องอยู่กับที่ประชุมสภา”นายจตุพรกล่าว

เมื่อถามว่า นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรค ออกมากล่าวถึงกระบวนการปรองดองของรัฐบาล โดยมีการพูดถึงความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน คดีไหนที่อยู่ในชั้นอัยการก็ขอให้ยกฟ้อง ศาลไหนจบแล้วให้ออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม นั้น นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ฝ่ายที่ฆ่าประชาชน ไม่มีความรู้สึก เพราะคดีไม่ไปถึงไหน ยังทำท่าทียโสโอหังอยู่ ทั้งที่ควรเข้าตะแลงแกง หรือเข้าเรือนจำอย่างที่ตนเข้าไปมาแล้ว ตนเข้าใจเจตนาของคุณวัฒนา แต่บ้านเมืองต้องเดินหน้า ตนยืนยันได้ว่าพวกตนไม่ใช่อุปสรรคของการสร้างความปรองดอง”นายจตุพรกล่าว และว่าที่ยังไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดของนายวัฒนานั้นไม่ได้หมายความว่าไม่ เห็น แต่ฝ่ายตนฝ่ายเดียวที่ถูกตัดสิน บางคดีถูกขังฟรี บางคดีถูกขังเป็นปีแล้วยกฟ้อง ตรงนี้ใครจะรับผิดชอบไปแล้ว

'วีระกานต์'วอนอย่ากีดกัน ขอพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณ

ที่มา thaifreenews

โดบ bozo



"วีระกานต์ มุสิกพงศ์" วอนพวกเห็นแย้งอย่ากีดกันการยื่นฎีกา
ขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยันไม่กระทบรัฐบาล...



เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 7 ก.ย. นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์
แกนนำนปช. นำกุหลาบแดงช่อใหญ่เข้าอวยพรวันเกิดพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์
ที่บ้านสนามบินน้ำ โดยขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ตอนนี้หน้าตาสดใส อายุเหมือน 29 ปี

จากนั้นนายวีระกานต์ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ
ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เท่าที่ทราบ ตอนนี้เรื่องอยู่ที่กรมราชทัณฑ์
และกำลังสรุปส่งไปยังรมว.ยุติธรรม ที่ให้สัมภาษณ์ว่า
หากเรื่องมาถึงมือจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ
ส่วนที่มีการมองว่า มีการเร่งดำเนินการของรัฐบาลนั้น เรื่องนี้เร่งมา 2 ปีแล้ว
ใครเป็นรัฐบาลก็โดนเร่งทั้งนั้น ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ตนก็เร่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่กลัวรัฐบาลจะลำบากใจหรือ นายวีระกานต์ กล่าวว่า
ไม่เห็นรัฐบาลจะมีความลำบากใจอะไร เป็นการปฏิบัติหน้าที่
เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่มีใครบีบบังคับ

เมื่อถามอีกว่า ประเด็นนี้อาจทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนได้
นายวีระกานต์ กล่าวว่า คนที่ไม่เห็นด้วย ออกมาเคลื่อนไหวก็เป็นสิทธิ์
แต่คนที่ยื่นขอก็เป็นสิทธิ์ของเขาตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ชัดว่า
การพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ
เพราะฉะนั้นคนอื่นจะมายุ่งทำไม ยังไม่รู้ว่าจะมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไร
คนที่ยื่นฎีกาเขาพร้อมจะรับผล ไม่ว่าจะออกมาเป็นทางบวกหรือทางลบ ก็ถือเป็นยุติ
แล้วคนที่ไม่อำนาจจะมายุ่งทำไม

เมื่อถามว่า จะทำให้รัฐบาลอายุสั้นหรือไม่ นายวีระกานต์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย
การขอพระราชทานอภัยโทษ
ใครๆ ก็ขอได้ ถูกประหารชีวิตก็ขอพระราชทานอภัยโทษได้ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า ที่ผ่านมา ไม่มีใครไม่รับโทษแล้วได้รับการอภัยโทษ
นายวีระกานต์ กล่าวว่า ไม่จริง มีแต่อย่าไปเอ่ยชื่อเขาเลย ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร
และไม่มีกฎหมายใดเขียนไว้ด้วย เพียงแต่ใครจะขออภัยโทษ
ก็ทำเรื่องไป แล้วเจ้าหน้าที่จะให้ความเห็นประกอบ ข้อสำคัญอย่าไปกีดกัน



http://www.thairath.co.th/content/pol/200018

"จตุพร"เผยนัดเตะบอลกระชับมิตร"เสื้อแดง-ฮุนเซน" 24 ก.ย.นี้ พร้อมเจรจาปล่อยตัว "วีระ-ราตรี"

ที่มา มติชน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อไทย (พท.) ในฐานะแกนนำกลุ่ม นปช. เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 กันยายนนี้ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมีนัดหมายแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรกับทีมรัฐบาล กัมพูชา ที่สนามฟุตบอลในกรุงพนมเปญ ซึ่งสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะมาร่วมแข่งขันด้วย โดยจะออกเดินทางด้วยรถบัสในเช้าวันที่ 23 กันยายน ทางด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เข้าสู่ฝั่งปอยเปต โดยจะใช้โอกาสนี้เจรจากับรัฐบาลกัมพูชาขอปล่อยตัวนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติที่ถูกคุมขังในเรือนจำกัมพูชาด้วย แม้ว่านายวีระและ น.ส.ราตรีจะมีความคิดที่แตกต่างจากเรา

จับ‘ปราโมทย์ นาครทรรพ’ นักวิชาการพธม.คดีปิดสนามบิน

ที่มา มติชน



วันที่ 7 ก.ย. พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1639/2554 เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 614 ถ.สามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี พร้อมจับกุม นายปราโมทย์ นาครทรรพ อายุ 73 ปี นักวิชาการอิสระ และแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2384/2553 ลงวันที่ 27 ต.ค. 2553 ในคดีร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ก่อนให้นำตัวมาสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาที่กองปราบปราม

พล.ต.ท.สมยศ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ไม่ยอมมารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งที่ออกหมายเรียกไปแล้ว จนกระทั่งต้องมีการออกหมายจับกุม ส่งนการสอบสวนดำเนินคดีก็คงเป็นไปในแนวทางเดียวกับผู้ต้องหาทั้งหมดก่อนหน้า นี้ เบื้องต้นจากการสอบสวนนายปราโมทย์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ภายหลังการสอบสวนก็ได้อนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัวได้ สำหรับผู้ต้องหาที่มีชื่อนามสกุลและยังไม่ถูกจับกุมดำเนินคดีนั้นเหลือเพียง คนเดียวคือ นายวีระ สมความคิด ส่วนผู้ต้องหาอีกจำนวนหนึ่งที่ทราบเพียงชื่อเล่นหรือมีเพียงภาพถ่ายนั้น พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบชื่อนามสกุลจริงต่อไป

สำหรับข้อหาของนายปราโมทย์ ที่ถูกดำเนินดำเนินคดีนั้นประกอบด้วย 1.มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 2.ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งของผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3.ทำลายหรือทำให้เสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยาน หรือทำให้การบริการหยุดชะงัก 4.กระทำด้วยประการใดๆ ให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตราย และ 5.กระทำการด้วยประการใดๆ ให้การสื่อสารสาธารณะทางไปรษณีย์ขัดข้อง โดยไม่มีข้อหาก่อการร้าย

มาดูแฟชั่นเสื้อผ้า หน้า ผม "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เจิด แจ่ม แหล่ม เก๋ แม้ไม่ต้องจัดเต็ม !!

ที่มา มติชน






































































สมกับเป็นสตรีหมายเลข 1 จริงๆกับ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ของประเทศไทย "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ที่ไม่ว่าจะขยับไปทางไหน คุยกับใคร ทำอะไร สั่งการอย่างใด ก็กลายเป็นข่าว ถูกแชะภาพ ตามติดไปทุกอิริยาบถ ทุกสถานที่ ให้ตามเก็บกันไม่หวาดไม่ไหว


และยิ่งเป็นผู้นำระดับประเทศ ด้วยวัยที่ยังดูสาว แถมยังรูปร่างหน้าตาดีด้วยแล้ว เสื้อ ผ้า หน้า ผม ของนายกฯ ปู ยิ่งต้องเนี้ยบ เก๋ กู๊ด ดูดี มีสไตล์ บนลุคส์สง่าผ่าเผยให้สมสถานะให้มากที่สุด


ซึ่งต้องยอมรับสไตล์การแต่งตัวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นับว่า พอดี มีคลาส และไม่เยอะเกินไป จนดูโอเวอร์จริงๆ


จะเห็นได้ว่า นายกรัฐมนตรี คนแรกของประเทศไทย จะเน้นแต่งกายโทนเสื้อผ้าสีดำ น้ำเงิน ขาว และ เทา เป็นส่วนใหญ่ ในชุดเสื้อเชิ้ต กระโปรงบ้าง กางเกงผ้าบ้างแล้วแต่กาลเทศะการปฏิบัติภารกิจหน้าที่งานบริหารประเทศ


ส่วนในสถานการณ์ที่ต้องลงพื้นที่ พบปะประชาชน หรือพิธีเปิดงานต่างๆ หรือแม้แต่ในวันสบายๆ เธอจะเน้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส หลากหลาย ดูขับให้กลายเป็นความเริงร่าน่าเข้าหาสุดๆ ของผู้หญิงแนวหน้าในอันดับต้นของประเทศ


มติชนออนไลน์ จึงได้รวบรวมแฟชั่นการแต่งกาย ที่แมตช์กันทั้งเสื้อ ผ้า หน้า ผมของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในแต่ละวัน ต่างงาน หลากสถานที่มาให้ชมกัน สวยๆ โอๆ เดิร์นๆ ทั้งนั้น ไม่เชื่อพินิจกันดูเอาเองสิ Keep looks สุดๆ


พิธีเปิดการประชุมเชิงปฎิบัติการปลัดจังหวัด นายอำเภอ เพื่อรับทราบนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติด

ที่มา มติชน



เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ พร้อม นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะรักษาการณ์ ผบ.ตร. นายอารีย์ ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย และนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกันทำพิธีเปิดการประชุมเชิงปฎิบัติการปลัดจังหวัด นายอำเภอ เพื่อรับทราบนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติด ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยจัดขึ้น ที่โรงแรมรามาการ์เดนท์

น้ำลด-ตอผุด

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



ปฏิเสธพัลวันไม่ได้ถลุงงบฯ ช่วยน้ำท่วม

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เลิกเล่นการเมือง เลิกดิสเครดิตรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะที่จริงรัฐบาลมีงบฯ กลางอยู่ในหลักพันล้านบาท สามารถใช้ได้อยู่แล้วในระยะ 1 เดือน

ก็จริงอย่างที่นายอภิสิทธิ์พูด

เพราะ จากการตรวจสอบงบฯ กลางของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ พบว่าในปี"54 ตั้งงบฯ ไว้ 4.7 หมื่นล้าน ต่อมาโอนงบฯ เพิ่มอีก 2 หมื่นล้าน รวมเป็น 6.7 หมื่นล้าน เพื่อใช้ช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วม

พอมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปรากฏว่ามีงบฯ เหลือแค่ 3.5 พันล้าน

เท่ากับว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้งบฯ กลางไปถึง 6.3 หมื่นล้านในช่วงเวลาไม่ถึง 1 ปี

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร หากนำงบฯ ไปเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างทั่วถึง

แต่ที่ผิดปกติก็ตรงที่มีชาวบ้านโดยเฉพาะในภาคใต้หลายพันครัวเรือนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยน้ำท่วม 5 พันบาทเลย

ย้อน กลับไปดูข่าวเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านนับพันคนจาก 4 ตำบลในอ.ชะอวด จ.นครศรี ธรรมราช ชุมนุมประท้วง เพราะยังไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาท

ถัดมาอีกสัปดาห์ชาวบ้านนับพันครัวเรือนในอ.ท่าศาลาก็ปิดถนนทวงถามเงินชดเชยเช่นกัน

เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่แล้วต้องชี้แจงให้กระจ่างว่าเงินไปอยู่ที่ไหน !?

อีกเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ขย่มแบบรายวัน

โจม ตีการโยกย้ายข้าราชการยุคนี้ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม โดยเฉพาะการย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ไปเป็นเลขาฯ สมช.แทน นายถวิล เปลี่ยนศรี

ตรงนี้นายอภิสิทธิ์วิพากษ์คนอื่นโดยลืมย้อนกลับไปดูการโยกย้ายในยุคที่ตัวเองเป็นนายกฯ

ก็เคยย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. แบบเกิดปัญหา

ก็เคยย้าย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาฯสมช.ไปช่วยราชการแล้วตั้งนายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นเลขาฯ สมช.แทน

โยงใยไปถึงการเพิ่มเสียงโหวตจากนายถวิลในก.ต.ช. เพื่อตั้งผบ.ตร.คนใหม่ แต่สุดท้ายก็ตั้งไม่ได้

ขณะพล.ต.อ.พัชรวาทก็เช่นกัน ก.ตร.มีมติรับรองการอุทธรณ์ และเสนอให้นายอภิสิทธิ์คืนตำแหน่งผบ.ตร.ให้พล.ต.อ.พัชรวาท

แต่จนถึงวันนี้นายอภิสิทธิ์ยังไม่ยอมเซ็น

ต้องถามกลับไปว่าจะเยียวยาข้าราชการ ประจำที่โดนโยกย้ายในยุคก่อนอย่างไร!?