ที่มา Thai E-News
รวมรวมโดยคุณ MaySa
เว็บไซต์คนไทยยูเค
19 กันยายน 2554
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, September 19, 2011
จม.จากผู้อ่าน - ครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร 19 กันยายน 49 “บรรดาอำมาตย์ทั้งหลาย โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง”
ที่มา Thai E-News
หมายเหตุ - ท่านผู้อ่านที่ใช้นามว่า 'ปนัดดา' ได้ส่งจดหมายมาให้กับเราโดยประสงค์ต้องการให้เผยแพร่ เราเห็นว่าเนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี รัฐประหาร 19 กันยาฯ จึงได้ทำการลงตีพิมพ์โดยมีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้
ขณะ นี้ บ้านเมืองไทย อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน ได้ก้าวเดินสู่หนทางประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว ภายหลังฝ่าฟันอุปสรรค เผชิญกับพายุร้าย เมฆทมึน มาร่วม 5 ปี นับแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งบรรดาเหล่าอำมาตย์ทั้งหลายได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา เพื่ออำนาจอันเห็นแก่ตัวของพวกเขา โดยไม่เห็นหัวประชาชนชาวไทยแต่อย่างใดเลย
บัดนี้ เรา ประชาชนชาวไทย ผู้รักชาติ ผู้มีหัวใจประชาธิปไตย ในนาม “ไพร่” ทั้งหลาย ได้ตื่นตระหนักถึงภัยร้ายจากการรัฐประหาร ไม่ว่ามาจาก ทหาร ศาล องค์กรอนุรักษ์นิยม และสื่อมวลชนทั้งหลาย
พวกเราจักไม่ยอมจำนนอีกต่อไป ไม่ยอมให้พวกท่านใช้อำนาจบาตรใหญ่เหมือนเช่นที่ผ่านมา อีกแล้ว
บรรดา อำมาตย์ทั้งหลาย โปรดรับรู้และจำใส่หัวไว้ว่า ประชาชนชาวไทย ได้ตื่นตัวทางการเมือง อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ภายหลังการปฏิวัติ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475
โปรดอย่าคิดกระทำการขวางเส้นทาง ประชาธิปไตย โปรดอย่าคิดกระทำการพาประเทศถอยหลังเข้าคลอง โปรดอย่าคิดกระทำการทำลายความก้าวหน้าอนาคตของประเทศและลูกหลานในอนาคตอีก เลย
ประชาชนชาวไทย จะไม่ยอมให้พวกท่านสวาปามอำนาจแห่งอธรรม อีกต่อไป
ฉะนั้น บรรดาอำมาตย์ทั้งหลาย ต้องใคร่ควรญให้ดีว่า การรัฐประหารไม่ว่ารูปแบบไหน จะทำให้ให้บรรดาไพร่ ที่”ตาสว่าง” อยู่แล้ว จะสว่างยิ่งขึ้นชั่วนิรันดร
จงหยุดกระทำการใดๆ เพื่อทำลายประชาธิปไตย
จงยอมรับ เสียเถิดว่า เสียงของประชาชนเจ้าของแผ่นดิน เจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นเสียงสวรรค์อันแท้จริง
ลงนามโดย
นาย ประชาชนชาวไทย รักประชาธิปไตย
โรเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม: รัฐประหารที่รุนแรงและเต็มไปด้วยการนองเลือด
ที่มา Thai E-News
ที่มา เว็บไซต์โรเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม
18 กันยายน 2554
พวก เขาเรียกมันว่า รัฐประหารที่ “ปราศจากการนองเลือด” ราวกับว่าการกระทำที่รุนแรงนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยปราศจากการนองเลือด ไม่มีคนบาดเจ็บหรือล้มตายในค่ำคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เมื่อรถถังของทหารปรากฏบนท้องถนนกรุงเทพมหานคร และบดขยี้ประชาธิปไตยที่ถูกสร้างขึ้นอย่างช้าๆ เป็นเวลากว่าหลายทศวรรษที่ผสมปนเปไปด้วยโศกนาถกรรมและชัยชนะ อุปกรณ์ที่เหล่าทหารใช้ขับเคลื่อนเข้ามายังเมืองหลวงเล่าเรื่องราวที่ต่าง กันออกไป สาเหตุหนึ่งที่ไม่มีการนองเลือดบนท้องถนนในค่ำคืนวันนั้น เป็นเพราะไม่มีการต่อต้านจากประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความงงงวย แต่อย่างที่เราได้ประจักษ์ในเวลาต่อมาคือ ทหารพร้อมจะยิงใครก็ตามที่กล้าต่อต้านการกระทำอันทารุณที่ไม่สามารถยอมรับ ได้ ซึ่งสั่งการโดยผู้บังคับบัญชาการของพวกเขา
ประชาชนชาวไทยอดทนต่อ รัฐบาลทหารที่ขึ้นสู่อำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กลุ่มทหารที่อ้างว่าพวกเขาไม่มีเจตนาจะล้ม ล้างประชาธิปไตย ฉกฉวยอำนาจหรือเงินทองเพื่อตนเอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เหล่านายพลเหล่านั้นอนุมัติกฎหมายยกเว้นความรับผิดให้กับตนเอง ประชาชนชาวไทยยังยอมทนต่อไปเพื่อให้ประเทศชาติได้ก้าวไปข้างหน้า ประชาชนชาวไทยยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาจะไม่สามารถลงคะแนนเสียงเลือก ตั้งให้นายกรัฐมนตรีที่พวกเขาเลือกมาแล้วถึงสองครั้ง และยังรอคอยการเลือกตั้งอีกครั้ง เพื่อพวกเขาจะได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงอีกครั้งหนึ่ง พวกเขายังเออออไปกับรัฐธรรมนูญที่ขัดขวางไม่ให้คนส่วนใหญ่ปกครองบ้านเมือง และให้อำนาจล้นฟ้ากับกลุ่มตุลาการที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนสั่ง ยกเลิกมติมหาชน เพื่อพวกเขาจะได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา
ตลอดช่วงเวลา นี้ ประชาชนชาวไทยเป็นตัวอย่างของการเต็มใจที่จะให้อภัย และในเวลาเดียวกันก็เป็นตัวอย่างของความยึดมั่นที่มีต่อกระบวนการทาง ประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ พฤติกรรมของพวกเขาหลังจากรัฐประหารแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพฤติกรรมของกลุ่ม คนที่อาฆาตมาตร้ายและมีจิตใจคับแคบที่ถอดถอนรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และยังไม่เสียเวลาที่จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อประกันว่า “ประชาธิปไตย” ที่พวกเขาสัญญาจะสร้างขึ้นใหม่ไม่ใช่อะไรไปมากไปกว่าเรื่องโกหกหลอกลวง ความอดทนของประชาชนได้สิ้นสุดลงในปี 2551 เมื่อการทรยศของทหารไม่สามารถตบตาผู้คนได้อีกต่อไป รัฐประหารตุลาการถูกนำมาใช้หลังจากความล้มเหลวของตุลาการกองทัพ มีการเปิดทางให้ทหารขึ้นสู่อำนาจอีกครั้ง โดยหลบอยู่หลังฉากหน้าตาอันน่าสมเพชของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในตัวของนายอภิสิทธิ์ กองทัพอาจจะค้นพบบุคคลที่เต็มใจสร้างความชอบธรรมให้กับการปกครองด้วยอำนาจ นิยม ภายใต้ภาษาของกฎหมายและประชาธิปไตย แต่กระนั้นก็ไม่สามารถหลอกลวงใครได้
ตามที่เราเข้าใจได้อย่างอย่าง ง่ายๆแม้แต่เพียงหนึ่งวันหลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร ห้าปีหลังจากนั้น จึงดูเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขันอย่างยิ่งที่จะนิยามรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 ว่าเป็น “รัฐประหารที่ปราศจากการนองเลือด” แท้ที่จริง มีการนองเลือดอย่างมหาศาลตั้งแต่ค่ำคืนนั้น เนื่องจากกองทัพตกลงที่จะกีดดัน “คนผิด” ออกจากอำนาจ รับประกันว่า “คนถูก”จะได้เลื่อนตำแหน่ง ใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างมหาศาล รับรองว่ากลุ่มชายในเครื่องแบบจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายใด และกักขังกลุ่มคนที่แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีไว้ในเรือนจำที่สกปรกโสโครก อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มีการนองเลือดแม้แต่หยดเดียวเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐ ประหารเป็นความล้มเหลวอย่างน่าอดสู ห้าปีหลังจากนั้น เรากลับไปยืนในที่ที่เราจากมาอีกครั้ง โดยมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากตระกูลชินวัตร และกลุ่มทหารที่ซุ่มโจมตีในที่ลับ หาโอกาสล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้ง
นายกรัฐมนตรียิ่ง ลักษณ์ ชินวัตรตกอยู่ในสถานะที่ลำบาก ในด้านหนึ่งเธอได้รับประชามติอย่างเด็ดขาดจากประชาชานที่เลือกเธอมาด้วยความ คาดหวังว่ารัฐบาลใหม่สามารถจะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง และอีกด้านหนึ่งเธอต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเพื่อต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม ที่เป็นข้าราชการและทหารที่พยายามสกัดกั้นเธอทุกย่างก้าว ภายใต้คำขมขู่ที่ชัดเจนว่า พวกเขาไม่ลังเลที่จะถอดถอนเธอ การเอาชนะต่ออุปสรรคแห่งประวัติศาสตร์นี่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับอุตสาหะของกลุ่มคนที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตย โดยการถอดหน้ากากกลุ่มคนที่ต้องรับผิดชอบต่อการทำลายประชาธิปไตยออกมา ตามด้วยการรณรงค์ปล่อยนักโทษทางความคิดหลายราย และพากเพียรต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อยุติวัฒนธรรมการยกเว้นความผิด
ในหนังสือ Revolution Interrupted เขียนโดยนักวิชาการที่ชื่อ Tyrell Haberkorn ได้บันทึกข้อมูลของผู้ต่อสู้ที่มาก่อนการว่า
ชาวนา ในภาคอีสานได้กลายเป็นนักปฏิวัติ เมื่อพวกเขาไม่เป็นเพียงแค่ผู้ถูกกระทำทางกฎหมาย และเปลี่ยนไปเป็นผู้กำหนดทิศทางของกฎหมาย และบังคับให้เจ้าของที่ดินและรัฐต้องรับผิดชอบต่อพวกเขา
Haberkorn พุดต่อว่า
มัน ไม่ใช่ เรื่องของความรุนแรงต่อชาวนาและกลุ่มกบฏในประเทศไทยช่วงยุค 70 ที่สร้างความประหลาดใจและรบกวนใจดิฉัน แต่เป็นความเงียบงันเรื้อรังของกลุ่มคนที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีหลังจากนั้นต่างหาก ในบริบทของความต่อเนื่องและผลัดเปลี่ยนของการกดขี่อย่างสม่ำเสมอต่อผู้ที่ ท้าทายต่อการก้มหัวยอมับคำสั่ง ความเงียบงันนี้คุกคามและทำให้ปัญหานั้นกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีผู้ใดรับรู้
การ เคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงพยายามจะยุติความเงียบงันนั้นในตลอดระยะเวลาที่ผ่าน มา โดยการยุติวัฒนธรรมการละเว้นความรับผิดให้กับกลุ่มคนที่สังหารพี่น้องเรา อย่างเลือดเย็น ชัยชนะการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้นในการต่อสู้อัน ยาวเพื่อยุติวัฒนธรรมการไม่ต้องรับผิดนี้
รเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม: รัฐประหารที่รุนแรงและเต็มไปด้วยการนองเลือด
ที่มา Thai E-News
ที่มา เว็บไซต์โรเบิรต์ อัมสเตอร์ดัม
18 กันยายน 2554
พวก เขาเรียกมันว่า รัฐประหารที่ “ปราศจากการนองเลือด” ราวกับว่าการกระทำที่รุนแรงนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยปราศจากการนองเลือด ไม่มีคนบาดเจ็บหรือล้มตายในค่ำคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เมื่อรถถังของทหารปรากฏบนท้องถนนกรุงเทพมหานคร และบดขยี้ประชาธิปไตยที่ถูกสร้างขึ้นอย่างช้าๆ เป็นเวลากว่าหลายทศวรรษที่ผสมปนเปไปด้วยโศกนาถกรรมและชัยชนะ อุปกรณ์ที่เหล่าทหารใช้ขับเคลื่อนเข้ามายังเมืองหลวงเล่าเรื่องราวที่ต่าง กันออกไป สาเหตุหนึ่งที่ไม่มีการนองเลือดบนท้องถนนในค่ำคืนวันนั้น เป็นเพราะไม่มีการต่อต้านจากประชาชนที่กำลังตกอยู่ในความงงงวย แต่อย่างที่เราได้ประจักษ์ในเวลาต่อมาคือ ทหารพร้อมจะยิงใครก็ตามที่กล้าต่อต้านการกระทำอันทารุณที่ไม่สามารถยอมรับ ได้ ซึ่งสั่งการโดยผู้บังคับบัญชาการของพวกเขา
ประชาชนชาวไทยอดทนต่อ รัฐบาลทหารที่ขึ้นสู่อำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กลุ่มทหารที่อ้างว่าพวกเขาไม่มีเจตนาจะล้ม ล้างประชาธิปไตย ฉกฉวยอำนาจหรือเงินทองเพื่อตนเอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เหล่านายพลเหล่านั้นอนุมัติกฎหมายยกเว้นความรับผิดให้กับตนเอง ประชาชนชาวไทยยังยอมทนต่อไปเพื่อให้ประเทศชาติได้ก้าวไปข้างหน้า ประชาชนชาวไทยยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาจะไม่สามารถลงคะแนนเสียงเลือก ตั้งให้นายกรัฐมนตรีที่พวกเขาเลือกมาแล้วถึงสองครั้ง และยังรอคอยการเลือกตั้งอีกครั้ง เพื่อพวกเขาจะได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงอีกครั้งหนึ่ง พวกเขายังเออออไปกับรัฐธรรมนูญที่ขัดขวางไม่ให้คนส่วนใหญ่ปกครองบ้านเมือง และให้อำนาจล้นฟ้ากับกลุ่มตุลาการที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนสั่ง ยกเลิกมติมหาชน เพื่อพวกเขาจะได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา
ตลอดช่วงเวลา นี้ ประชาชนชาวไทยเป็นตัวอย่างของการเต็มใจที่จะให้อภัย และในเวลาเดียวกันก็เป็นตัวอย่างของความยึดมั่นที่มีต่อกระบวนการทาง ประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ พฤติกรรมของพวกเขาหลังจากรัฐประหารแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพฤติกรรมของกลุ่ม คนที่อาฆาตมาตร้ายและมีจิตใจคับแคบที่ถอดถอนรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และยังไม่เสียเวลาที่จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อประกันว่า “ประชาธิปไตย” ที่พวกเขาสัญญาจะสร้างขึ้นใหม่ไม่ใช่อะไรไปมากไปกว่าเรื่องโกหกหลอกลวง ความอดทนของประชาชนได้สิ้นสุดลงในปี 2551 เมื่อการทรยศของทหารไม่สามารถตบตาผู้คนได้อีกต่อไป รัฐประหารตุลาการถูกนำมาใช้หลังจากความล้มเหลวของตุลาการกองทัพ มีการเปิดทางให้ทหารขึ้นสู่อำนาจอีกครั้ง โดยหลบอยู่หลังฉากหน้าตาอันน่าสมเพชของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในตัวของนายอภิสิทธิ์ กองทัพอาจจะค้นพบบุคคลที่เต็มใจสร้างความชอบธรรมให้กับการปกครองด้วยอำนาจ นิยม ภายใต้ภาษาของกฎหมายและประชาธิปไตย แต่กระนั้นก็ไม่สามารถหลอกลวงใครได้
ตามที่เราเข้าใจได้อย่างอย่าง ง่ายๆแม้แต่เพียงหนึ่งวันหลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร ห้าปีหลังจากนั้น จึงดูเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขันอย่างยิ่งที่จะนิยามรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 ว่าเป็น “รัฐประหารที่ปราศจากการนองเลือด” แท้ที่จริง มีการนองเลือดอย่างมหาศาลตั้งแต่ค่ำคืนนั้น เนื่องจากกองทัพตกลงที่จะกีดดัน “คนผิด” ออกจากอำนาจ รับประกันว่า “คนถูก”จะได้เลื่อนตำแหน่ง ใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างมหาศาล รับรองว่ากลุ่มชายในเครื่องแบบจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายใด และกักขังกลุ่มคนที่แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีไว้ในเรือนจำที่สกปรกโสโครก อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มีการนองเลือดแม้แต่หยดเดียวเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐ ประหารเป็นความล้มเหลวอย่างน่าอดสู ห้าปีหลังจากนั้น เรากลับไปยืนในที่ที่เราจากมาอีกครั้ง โดยมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากตระกูลชินวัตร และกลุ่มทหารที่ซุ่มโจมตีในที่ลับ หาโอกาสล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้ง
นายกรัฐมนตรียิ่ง ลักษณ์ ชินวัตรตกอยู่ในสถานะที่ลำบาก ในด้านหนึ่งเธอได้รับประชามติอย่างเด็ดขาดจากประชาชานที่เลือกเธอมาด้วยความ คาดหวังว่ารัฐบาลใหม่สามารถจะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง และอีกด้านหนึ่งเธอต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเพื่อต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม ที่เป็นข้าราชการและทหารที่พยายามสกัดกั้นเธอทุกย่างก้าว ภายใต้คำขมขู่ที่ชัดเจนว่า พวกเขาไม่ลังเลที่จะถอดถอนเธอ การเอาชนะต่ออุปสรรคแห่งประวัติศาสตร์นี่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับอุตสาหะของกลุ่มคนที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตย โดยการถอดหน้ากากกลุ่มคนที่ต้องรับผิดชอบต่อการทำลายประชาธิปไตยออกมา ตามด้วยการรณรงค์ปล่อยนักโทษทางความคิดหลายราย และพากเพียรต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อยุติวัฒนธรรมการยกเว้นความผิด
ในหนังสือ Revolution Interrupted เขียนโดยนักวิชาการที่ชื่อ Tyrell Haberkorn ได้บันทึกข้อมูลของผู้ต่อสู้ที่มาก่อนการว่า
ชาวนา ในภาคอีสานได้กลายเป็นนักปฏิวัติ เมื่อพวกเขาไม่เป็นเพียงแค่ผู้ถูกกระทำทางกฎหมาย และเปลี่ยนไปเป็นผู้กำหนดทิศทางของกฎหมาย และบังคับให้เจ้าของที่ดินและรัฐต้องรับผิดชอบต่อพวกเขา
Haberkorn พุดต่อว่า
มัน ไม่ใช่ เรื่องของความรุนแรงต่อชาวนาและกลุ่มกบฏในประเทศไทยช่วงยุค 70 ที่สร้างความประหลาดใจและรบกวนใจดิฉัน แต่เป็นความเงียบงันเรื้อรังของกลุ่มคนที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีหลังจากนั้นต่างหาก ในบริบทของความต่อเนื่องและผลัดเปลี่ยนของการกดขี่อย่างสม่ำเสมอต่อผู้ที่ ท้าทายต่อการก้มหัวยอมับคำสั่ง ความเงียบงันนี้คุกคามและทำให้ปัญหานั้นกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีผู้ใดรับรู้
การ เคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงพยายามจะยุติความเงียบงันนั้นในตลอดระยะเวลาที่ผ่าน มา โดยการยุติวัฒนธรรมการละเว้นความรับผิดให้กับกลุ่มคนที่สังหารพี่น้องเรา อย่างเลือดเย็น ชัยชนะการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้นในการต่อสู้อัน ยาวเพื่อยุติวัฒนธรรมการไม่ต้องรับผิดนี้
Sunday, September 18, 2011
นายกฯตรวจน้ำท่วม-สั่งทุกจว.ทำแนวป้องกันน้ำเหนือ
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
นายกฯลงเรือล่องเจ้าพระยาตรวจน้ำท่วมนนทบุรี
สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดทำแนวกั้นน้ำป้องกันน้ำเหนือ พร้อมปล่อยคาราวานช่วยน้ำท่วม
เมื่อเวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อม
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย (มท.) และคณะ
รวมทั้งดาราสาว แพนเค้ก-เขมนิจ จารมิกรณ์
ได้เดินทางมาที่ เทศบาลปากเกร็ด จ.นนทบุรี
เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมมอบถุงยังชีพ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อีก 2 - 3 วันข้างหน้า น้ำจะเพิ่มขึ้นสูง
ส่วนตัวเป็นห่วงพื้นที่ กทม. นนทบุรี และพื้นที่โดยรอบที่เป็นแหล่งรับน้ำเหนือ
จึงสั่งการให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ทำแนวกั้นน้ำ เพื่อเตรียมป้องกันน้ำเหนือไว้
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด
"ขอย้ำว่าเราจะป้องกันให้มากที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
โดยจะเร่งผันกระแสน้ำให้ลงทะเลให้เร็วสุด
เพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมในพื้นที่นนทบุรีและปทุมธานี"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ ได้ลงเรือไปยังเกาะเกร็ด
เพื่อแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย
ก่อนที่จะออกเดินทางโดยเรือเพื่อตรวจสถานการณ์น้ำ
และแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาในฝั่งตะวันตก ในพื้นที่จ.นนทบุรีและ กทม.
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์
ได้เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน “รวมพลังไทย ช่วยภัยน้ำท่วม”
บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
โดยขบวนคาราวานมีรถบรรทุกสิ่งของจำนวนทั้งสิ้น 23 คัน
ประกอบด้วย
เรือท้องแบน 30 ลำ ที่จะส่งไปยัง
จ.อ่างทอง 10 ลำ
จ.พระนครศรีอยุธยา 10 ลำ
จ.อุทัยธานี 10 ลำ
เรือพายจำนวน 210 ลำ ส่งไปยังจ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา
และจ.อุทัยธานี จังหวัดละ 70 ลำ
นอกจากนี้ยังมีถุงยังชีพจำนวน 8,000 ถุง ซึ่งจะส่งไป
จ.อุดรธานี 4,000 ถุง
จ.พระนครศรีอยุธยา 3,000 ถุง
และจ.อ่างทอง 1,000 ถุง
สุขาเคลื่อนที่ 16 หลัง ส่งไปจ.พระนครศรีอยุธยา
นอกจากนี้ยังได้เตรียมรถบรรทุกน้ำของการประปาจำนวน 2 คัน
รถปฏิบัติการฉุกเฉิน (ERT) จำนวน 1 คัน
รถกู้ชีพกู้ภัย 2 คัน
รวมถึงกล่องส้วมฉุกเฉิน 94 กล่องด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า
เงินที่ได้รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่ระดมทุน
เพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 363 ล้านบาทนั้น
ยืนยันว่าจะถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอย่างแน่นอน
ซึ่งมีทั้งหมด 55 จังหวัดทั่วประเทศที่ได้รับความเสียหาย
และล่าสุดยังมี 26 จังหวัดที่ยังประสบอุทกภัยเข้าขั้นวิกฤต
ซึ่งต้องเยียวยาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
http://www.posttoday.com/การเมือง/111491/นายกฯตรวจน้ำท่วม-สั่งทุกจว-ทำแนวป้องกันน้ำเหนือ
คลิป 7เสวนา 5 ปี รัฐประหาร 19 กันยา 17 9 2011
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
nick_nakhonpathom
speedhorse
เสวนา 5 ปี รัฐประหาร 19 กันยา
"เผด็จการ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง! " mp3เริ่มงาน
จอม ดร.พิชิต
http://www.4shared.com/audio/u8YE4ExI/1__-_17-9-2011.html
จอม อภิวรรณ
http://www.4shared.com/audio/6umgGsrC/2_-_17-9-2011.html
จอม อชิรวิทย์
http://www.4shared.com/audio/Go7EoE3x/3__-_17-9-2011.html
๒ จอม ดร.พิชิต
http://www.4shared.com/audio/B-UCk72M/4_-_17-9-2011.html
๒ จอม อภิวรรณ
http://www.4shared.com/audio/1H8tvSK5/5__-_17-9-2011.html
๒ จอม อชิรวิทย์
http://www.4shared.com/audio/iGB4f0T1/6__-_17-9-2011.html
ปลัด
http://www.4shared.com/audio/tM2A2E2H/7__-__17-9-2011.html
ทั้งหมดตามเก็บได้ที่นี่ครับ
http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=342&page=1&toread=1#tpc
http://www.thaivoice.org/board/index.php?PHPSESSID=209d58f72ac2a707ac33ef94db6b7b70&topic=1190.0
คลิป ชูธง 16 09 2011
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
ยายซน
ฃ่วงแรก http://www.mediafire.com/?08ltf9r2lrfijdu
ช่วงที่2 http://www.mediafire.com/?bx8yra94r408unu
RuMi CBR
ขอบคุณค่ะคุณยายซน
mp3 ช่วงแรก http://www.mediafire.com/?fes7q4ew37bafwb
ช่วงหลัง http://www.mediafire.com/?6cga536tzxin0k1
http://www.thaivoice.org/board/index.php?PHPSESSID=209d58f72ac2a707ac33ef94db6b7b70&topic=1180.0
คลิป งานแกนนำ VS แกนนอน ของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
บังสุกุล
คุณ สมบัติ บุญงามอนงค์
http://ftp://baygon5.no-ip.org/savefiles/17-09-11/110917-sombat.wmv
ช่วง เสวนา อ.พิชิต อ.ภัควดี จากเชียใหม่
http://ftp://baygon5.no-ip.org/savefiles/17-09-11/110917-sawana.wmv
RuMi CBR
mp3 http://www.mediafire.com/?uqiv1eaqw7vk9e3
mp3 http://www.mediafire.com/?pp44317lyb7sbf5
http://www.thaivoice.org/board/index.php?PHPSESSID=209d58f72ac2a707ac33ef94db6b7b70&topic=1189.0
'แม้ว'ซึ้ง3พี่น้องอาเซียน บรูไน-ฮุนเซน ยกย่อง-เพื่อนในยามยาก
ที่มา มติชน
ปลื้มนปช.ครึ่งพันแห่พบ 'เต้น-ตู่-เหวง'พร้อมหน้า ผู้นำกัมพูชาลงดวลแข้ง
'ฮุน เซน'เปิดทำเนียบนายกฯรับ'แม้ว'สวมกอดชื่นมื่น ต่างเรียกแทนตัวเองว่า'พี่' เตรียมออกรอบตีกอล์ฟ 'แกนแดง-ส.ส.'ถึงกัมพูชา'ฮุน มาเน็ต'มารอรับ ลั่นสร้างสัมพันธ์ 2 ประเทศเหมือนพี่น้อง 'ยิ่งลักษณ์'เลี่ยงตอบพี่ชายเยือนเขมร 'ปชป.'ออกโรงซัด'ปู'พูดไม่คิดปมพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ท้าแฉข้อมูล'สุเทพ'เจรจาลับ พท.เล็งตั้งกระทู้ถามในสภา รอยเตอร์ออกแถลงการณ์ยันฟื้นคดียิงนักข่าว
มาแล้ว - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในระหว่างพบปะกันที่พระราชวังสันติภาพ หรือทำเนียบนายกรัฐมนตรี ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 17 กันยายน (เอเอฟพี)
@ 'ฮุนเซน'ส่ง'ซกอาน'รับ'แม้ว'
พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงประเทศกัมพูชา เมื่อเวลาราว 01.45 น. วันที่ 17 กันยายน โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญ มีนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไปต้อนรับ
ในช่วงเช้าวันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณเข้าพบสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ที่พระราชวังสันติภาพ อันเป็นทำเนียบนายกรัฐมนตรี ซึ่ง เอเอฟพีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีสีหน้า ยิ้มแย้ม เข้าสวมกอดสมเด็จฯฮุน เซนในทันที ที่พบหน้าพร้อมกับกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้พบสมเด็จฯฮุน เซน ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปหารือกันเป็นการส่วนตัวภายในพระราชวังสันติภาพ
ด้าน นายเอียง โสภาลิต โฆษกของสมเด็จฯฮุน เซน เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า เท่าที่จำได้ ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องการเมืองในการพบกันแต่อย่างใด
@ 'ฮุนเซน-แม้ว'ต่างเรียกกันว่า'พี่'
ขณะ ที่ เอเอฟพีระบุว่า การมากัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณมีขึ้นหลังจาก ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพียง 2 วัน โดย พ.ต.ท.ทักษิณยังคงมีสัมพันธ์แนบแน่นกับสมเด็จฯฮุน เซน ที่อดีตนายกรัฐมนตรีถือว่าสมเด็จฯฮุน เซน นั้นเป็น "สหายตลอดกาล" ของตน และการมากัมพูชาครั้งนี้ไม่เพียง พ.ต.ท.ทักษิณจะร่วมบรรยายพิเศษเรื่องอนาคตเศรษฐกิจเอเชียแล้ว ยังจะร่วมตีกอล์ฟกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาด้วย
เอพีรายงานว่า ในการพบหน้ากันระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณและสมเด็จฯฮุน เซน ต่างฝ่ายต่างเรียกกันว่า "พี่" และ ความสัมพันธ์อันดูอบอุ่นระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฯฮุน เซน ช่างตรงข้ามกับบรรยากาศความสัมพันธ์ที่เย็นชาระหว่างสองประเทศก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายครั้งนับแต่ พ.ต.ท.ทักษิณถูกรัฐประหารล้มรัฐบาลไป
@ 'ฮุน มาเน็ต'รอรับ ส.ส.เพื่อไทย
ด้าน สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญ ได้กล่าวสั้นๆ กับกลุ่มผู้สื่อข่าวที่มารอที่สนามบินว่า รู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซินหัวยังอ้างคำกล่าวของสมเด็จฯฮุน เซน เมื่อต้นสัปดาห์ที่เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะร่วมบรรยายพิเศษเรื่องอนาคตเศรษฐกิจอาเซียนและจะมาเล่นกอล์ฟ กับตนและอาจจะอยู่ที่กัมพูชาถึงวันที่ 24 กันยายน เพื่อร่วมการเตะฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่สนามกีฬากรุงพนมเปญ
ซินหัวรายงานอีกว่า ช่วงค่ำคืนวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา กลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางถึงกรุงพนมเปญเพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยมี พล.อ.ฮุน มาเน็ต ลูกชายคนโตของสมเด็จฯฮุน เซน และเป็นรองผู้บัญชาการกองพันทหารราบ ต้อนรับ
@ 'พท.-แดง'ทยอยเดินทางไปเขมร
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแกนนำคนเสื้อแดงและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่กัมพูชา ซึ่งกลุ่มแรกที่เดินทางไปถึงเป็นคณะ ส.ส.เสื้อแดงและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในส่วนของคนเสื้อแดงกว่า 20 คนที่นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง น.พ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ และนายขวัญชัย (สาระคำ) ไพรพณา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรฯ ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นำโดยนายอารีย์ ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายยศวริส ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย (ฐานิสร์ เทียนทอง) นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ แกนนำเสื้อแดง ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย หลายสิบคน นำโดย นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย รวมไปถึงกลุ่มอดีตนักการเมืองใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นำโดยนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจะเดินทางไปสมทบในวันที่ 18 กันยายน
@ หวัง2ปท.คบเหมือนพี่น้อง
วัน เดียวกัน สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดงนำโดย นพ.เหวง และนายจตุพรให้สัญญาว่าจะปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ให้ดีขึ้น หลังจากที่ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ชาติ ย่ำแย่ลง
คำประกาศ ดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการพบปะหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายกัมพูชา เป็นเวลา 2 ชั่วโมงที่พระราชวังสันติภาพหรือทำเนียบนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในกรุงพนมเปญ
นพ.เหวง เปิดเผยว่า "การเดินทางมาเยือนที่นี่ของพวกเราก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา กับไทยที่เสียหายไปในช่วงเวลาของรัฐบาลชุดก่อนของไทยภายใต้การนำของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงและ ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศขึ้นใหม่ ภายใต้การนำของรัฐบาลเพื่อไทย และจะทำให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศมีความรู้สึกต่อกันฉันพี่น้อง
ขณะที่ซินหัวระบุว่า นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ พล.อ.เสา โสกา ผู้บัญชาการหน่วยสารวัตรทหารกัมพูชา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น
@ 'ปู'ปัดตอบ'พี่แม้ว'ไปเขมร
วัน เดียวกัน ที่ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น.ส.ยิ่งลักษณ์ปฏิเสธที่ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางถึงประเทศกัมพูชา โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปเข้าพบจะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ว่า "ไม่ทราบเหมือนกัน" จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ปลีกตัวออกทันที
@ พท.บี้'สุเทพ'หารือลับเขมร
ที่ พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าชื่อยื่นเรื่องให้วุฒิสภาตรวจสอบกรณีที่สมเด็จฯฮุน เซน ระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางไปขอเจรจาลับกับกัมพูชาเกี่ยวกับผลประโยชน์เรื่องทรัพยากร ธรรมชาติระหว่างไทยและกัมพูชานั้น ถือว่าการตรวจสอบของวุฒิสภาเป็นเพียงหนทางหนึ่ง ซึ่งเห็นว่าควรให้สภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการตรวจสอบในส่วนของรัฐสภาด้วย
"ดัง นั้น ในวันที่ 19 กันยายน ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะประชุมหารือกันเพื่อรวบรวมรายชื่อยื่นกระทู้ถามรัฐบาลถึง กรณีดังกล่าว เพื่อให้รัฐบาลได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีความพยายามจะเจรจาลับกับทาง กัมพูชาจริงหรือไม่ และมีการตกลงกันอย่างไร เพราะการเจรจาลับดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายผิดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่การเจรจาระหว่างประเทศจะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน" นายจิรายุกล่าว
นายจิรายุกล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลที่จะเดินทางหรือพบปะกับ ใครก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือไม่ก็มีสิทธิทั้งนั้นจึงอยากขอร้องไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่ากรุณา อย่าหยิบยกเรื่องนี้มาประเด็นทางการเมืองอีกเลย เพราะที่ผ่านมาที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านและเดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็พูดเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง
@ รองปธ.สภาไม่รู้'แม้ว'อยู่เขมร
วัน เดียวกัน นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์จากประเทศกัมพูชาว่า กรณีสื่อบางสื่อนำเสนอข่าวตนเดินทางมาประเทศกัมพูชา เพื่อรอหาโอกาสพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ถือว่าเป็นการให้ร้าย โดยที่ตนไม่ทราบเลย และไม่เคยทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปประเทศกัมพูชาเมื่อใดเวลาใด ครั้งนี้ตนเดินทางมาพร้อมด้วยข้าราชการของรัฐสภาไทย เพื่อมาร่วมประชุมรัฐสภาอาเชียน หรือไอป้า (AIPA) ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งก่อนหน้านั้น ทางรัฐบาลกัมพูชามีหนังสือเชิญทางรัฐสภาไทย ทางนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา มีหนังสือมอบหมายให้ตนเข้าร่วมการประชุม
นายวิสุทธิ์กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมประชุมและสังเกตการณ์ในการประชุมไอป้า ตนเดินทางมาพร้อมด้วยข้าราชการของรัฐสภาที่จะต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้า ราชการประจำของรัฐสภาอีกหลายท่าน ทั้งนี้ เพื่อมาศึกษาขั้นตอน วิธีการ และรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ ใน การจัดการประชุมไอป้า เพื่อเตรียมการจัดการประชุมไอป้าในปี 2555 ซึ่งประเทศไทย โดยรัฐสภาไทยจะเป็นเจ้าภาพ พร้อมกันนี้ยังมีข้าราชการฝ่ายการเมืองหลายคมมาร่วมการประชุมด้วย เช่น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสภาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)
"จึงขอความเป็น ธรรมจากสื่อมวลชนทุกแขนง ขออย่าได้มองในเชิงลบ เพราะต้องทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ หากสื่อมวลชนมีข้อสงสัยในการมาปฏิบัติหน้าที่ของผมครั้งนี้ เมื่อเดินทางกลับถึงไทยแล้ว ยินดีที่จะให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนทุกแขนง โดยไม่มีปิดบังทุกคำถาม" นายวิสุทธิ์กล่าว
@ 'แดงลำปาง'ยกขบวนพบ'แม้ว'
ด้าน นางกอ สุขสวัสดิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.ท.ทักษินเดินทางถึงประเทศกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า สมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.ลำปาง ทั้ง 13 อำเภอ ที่ทราบข่าว ได้ตัดสินใจมาเพิ่มชื่อเพื่อเดินทางไปกับทางกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัด ที่จัดเตรียมรถบัสปรับอากาศเดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กัมพูชา และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่สนามโอลิมปิก กรุงพนมเปญ วันที่ 24 กันยายน
"กลุ่มคนเสื้อแดงที่ตัดสินใจเพิ่มชื่อ และตัดสินใจที่จะเดินทางไปประเทศกัมพูชา เนื่องจากเกิดความชัดเจนแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาประเทศกัมพูชาจริง โดยเฉพาะแกนนำในจังหวัดหลายคน มีความหวังที่จะได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิน นอกจากนี้จากการติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ยังพบ ว่า มีสมาชิกหลายคนได้จับกลุ่มกัน เพื่อนำรถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปกันเองอีกด้วย นับเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนใจแก่กลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดลำปางอย่างมาก" นางกอกล่าว
@ ปชป.เย้ย'แม้ว'เหมาะได้เหรียญ
ด้าน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีการเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า สอดคล้องกับการเดินทางไปของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่จะเดินทางไปเตะฟุตบอลกระชับมิตรที่กัมพูชา ถือเป็นสิทธิที่จะเดินทางไปได้ ทั้งนี้ ตนขอแสดงความยินดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะได้รับมอบเหรียญเกียรติยศจากทางกัมพูชา ซึ่งตนก็เห็นว่าถูกต้องแล้ว เพราะทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และนาย นพดลได้ทำผลประโยชน์ให้ประเทศกัมพูชา
@ ซัด'ปู'พูดไม่คิดเรื่อง4.6ตร.กม
นาย ชวนนท์กล่าวว่า สิ่งที่เสียใจที่สุด คือตลอด 2 ปี ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ตนในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คิดว่าปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล หรือปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีท่าที่ชัดเจนในการปกป้องผลประโยชน์ สิทธิของประชาชน และที่น่าเสียใจมากคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาระบุว่า ไม่ทราบว่าพื้นที่บริเวณ 4.6 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) เป็นของประเทศใด พูดไปได้อย่างไร ซึ่งก็เท่ากับว่า ตลอด 2 ปีที่รัฐบาลชุดที่แล้วต่อสู้จนเรื่องไปถึงศาลโลก และได้ยืนยันมาตลอดว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของคนไทย แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับออกมา ระบุเช่นนี้ หากศาลโลกได้ยินจะรู้สึกอย่างไร เพราะสมเด็จฯฮุน เซน ยังยืนยันมาตลอดว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของกัมพูชา แต่นายกรัฐมนตรีไทยกลับบอกว่าไม่ทราบ ดังนั้น เท่ากับว่า 2 ปีที่ทหารเสียชีวิต คนอพยพออกจากพื้นที่ ก็เท่ากับว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องสูญเปล่า
"น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคน เหนืออาจไม่เคยไปเที่ยวอีสาน แต่เชื่อว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปอ่านหนังสือพิมพ์และประวัติศาสตร์ก็มีสิทธิที่จะทราบ ทั้งนี้ ผมไม่ทราบว่าหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับมานั้นจะได้ผลประโยชน์อะไรจากการพูดคุยกับทางกัมพูชา เพราะทุกอย่างเหมือนการไปรับคำสั่งจากกัมพูชา ซึ่งระบุว่า จะไม่ถอนทหารและให้รอฟังคำตัดสินศาลโลก" นายชวนนท์กล่าว
@ ท้าแฉข้อมูล'สุเทพ'เจรจราลับ
นาย ชวนนท์กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดชัดคือ เรื่องจะเดินหน้าเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลต่อ แต่ยังไม่ทราบเลยว่า บันทึกความเข้าใจปี 2544 จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์คงรับคำสั่งจากใครหลายๆ คน ให้พูดในลักษณะเช่นนี้และที่ชัดเจนคือ หลังจากที่กลับมาจากกัมพูชาเพียงวันเดียว ก็มีการต้อนรับประธานกรรมการผู้บริหารสูงสุดบริษัทเชฟรอน ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการขุดเจาะน้ำมันฝั่งอ่าวไทยและกัมพูชา และจ้องจะใช้ผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว
"ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็น สิ่งที่ประชาชนต้อง รับรู้และไม่ต้องมาโทษพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในเรื่องของนายสุเทพ ที่มีการระบุว่า ได้เดินทางไปเจรจาลับกับทางกัมพูชา เมื่อครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พูดหลายครั้งแล้วว่าจะสอบถามเรื่องดังกล่าวกับทางกัมพูชา แต่ขณะนี้ผ่านมา 1 เดือนแล้วแต่กลับไม่มีความชัดเจนว่า นายสุเทพมีการพูดคุยเรื่องอะไร จึงขอเรียกร้องว่ารัฐบาลอย่ามาอ้างลอยไปลอยมา และโยนความผิดให้รัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อสร้างโอกาสให้ตนเองหาผลประโยชน์" นายชวนนท์กล่าว
@ 'ปู'ยันพื้นที่ทับซ้อนของไทย
ผู้สื่อข่าว รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra ในประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ซึ่ง นายชวนนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุไว้ว่า พูดไม่ชัดในเรื่องดังกล่าว โดยข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า "ในนามของหัวหน้ารัฐบาล ดิฉันขอยืนยันว่า พื้นที่ 4.6 ตร.กม. เป็นดินแดนของไทย เนื่องจากไทยอ้างเป็นของไทย กัมพูชาอ้างเป็นของกัมพูชา ต่างคนต่างอ้างสิทธิ จึงเรียกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน และรัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน โดยวิถีทางการทูตตามหลักฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ"
@ 'บิ๊กอ๊อด'ยันพื้นที่4.6เป็นของไทย
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านโจมตีนายกรัฐมนตรีว่าไม่ยอมพูดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ 4.6 ตร.กม.เป็นของไทย ว่านายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของไทย ตนก็ยืนยันตามนายกรัฐมนตรีพูด และขอยืนยันซ้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ของไทย เรายังมีอธิปไตยเหนือดินแดน 4.6 ตร.กม เพราะตอนนี้พื้นที่ดังกล่าวยังมีการวางกำลังทหารอยู่ยังมีการปฏิบัติการของ ทหารไทยอย่างต่อเนื่อง เรายังไม่มีการถอนทหารออกจากพื้นที่ ตอนนี้เรายังไม่มีความขัดแย้งในพื้นที่ แต่หากเกิดความขัดแย้ง ก็มีการพบปะพูดคุยกันได้ระหว่าง 2 ประเทศ ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่าเสียใจที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่รู้พื้นที่เป็นของใคร พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ตนขอให้ฝ่ายค้านเข้าใจอย่างที่ตนพูดแล้วว่าเรายังมีอธิปไตยเหนือดินแดน 4.6 ตร.กม.แน่นอน
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตอนนี้หากพื้นที่ไหนยังมีปัญหาเราก็ต้องพูดคุยกัน โดยในวันที่ 23-24 กันยายนนี้ ทาง พล.อ.ยุทธศักดิ์จะเดินทางไปตามคำเชิญอย่างเป็นทางการของ พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และจะได้ไปเยี่ยมคำนับสมเด็จฯฮุน เซน และไปเยี่ยมคำนับสมเด็จนโรดมสีหมุนี และจะคุยกับ พล.อ.เตีย บัน ในประเด็นปัญหาที่มีร่วมกันทุกเรื่อง เพื่อสร้างความใจ ดังนั้น ความชัดเจนในเรื่องต่างๆ ที่มีปัญหาจะเกิดในการไปเยือนกัมพูชาครั้งนี้
@ บ.ก.ลายจุดเชื่อไม่มีรัฐประหาร
เมื่อ เวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ฮอลล์ ลาดพร้าว ชั้น 6 กรุงเทพฯ กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง จัดกิจกรรม "แกนนอนเอ็กซ์โป" เพื่อเป็นการพบปะกันของคนเสื้อแดง ตลอดจนระดมทุนในการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย มีกิจกรรมเสวนา การแสดงต่างๆ การประมูลสินค้า และเปิดบูธขายสินค้าของคนเสื้อแดงกว่า 50 ร้าน มีผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งวันกว่า 500 คน โดยรายได้จะนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง
นาย สมบัติกล่าวว่า งานแกนนอนเอ็กซ์โปเป็นการรวมตัวพบปะกันของคนเสื้อแดง เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้มาทำอะไรที่สร้างสรรค์จากความคิดของตนเอง เป็นรูปแบบในการเสริมสร้างคุณภาพของคนเสื้อแดง
นายสมบัติกล่าวว่า ภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงเสียมาตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553 เพราะเท่าที่ซึ่งตนมองว่าแข็งเกินไป มีการเคลื่อนแบบแนวดิ่งหรือมีแกนนำ ในความคิดของตนนั้นต้องปรับภาพลักษณ์นี้ อยากให้มีเคลื่อนไปพร้อมๆ กันแบบแกนนอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพของผู้ขับเคลื่อนได้
"กลุ่มวัน อาทิตย์สีแดงขณะนี้กำลังเดินทางเข้าหาคนชั้นกลาง ทำให้พวกเขาเข้าใจชาวบ้านรากหญ้ามากขึ้น ไม่ตำหนิคนเสื้อแดงว่าไม่ดี เราต้องการสื่อสารความเข้าใจนี้กับเขา คนชนชั้นกลางคือสมรภูมิสุดท้ายของเรา ที่จะต้องฝ่าไปทำความเข้าใจให้ได้ ตลอดจนการดึงเขามาร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อประชาธิปไตยด้วย" นายสมบัติกล่าว
ผู้ สื่อข่าวถามว่า เนื่องในโอกาส 5 ปีรัฐประหาร คิดว่าจะเกิดการรัฐประหารอีกหรือไม่ นายสมบัติกล่าวว่า รัฐประหารที่ผ่านมาคือความล้มเหลว ไม่ใช่การแก้ปัญหา อีกทั้งยังเป็นตัวปัญหาเองด้วย ถามว่า จะเกิดขึ้นอีกมั้ย คิดว่าคงไม่เกิด ตนมองโลกในแง่ดี เพราะการรัฐประหารเป็นความเสี่ยงสูง ยิ่งถ้าจะเกิดขึ้นใหม่นี้ยิ่งเสี่ยงมากๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นการโค่นล้มรัฐบาลและนักการเมือง แต่คราวนี้หากเกิดขึ้น จะเป็นการโค่นล้มประชาชน
@ 20ก.ย.ศาลนัดชี้ประกันแดง
วัน เดียวกัน นายอดิศร วัฒนบุตร ประธานคนเสื้อแดงมหาสารคาม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน ตนพร้อมด้วยนายเบญจรัตน์ มีเพียร และนายปรีชา งามเสน่ห์ ทีมทนายความ นปช. ญาติผู้ต้องขังและคณะคนเสื้อแดง ประมาณ 70 คน ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม เพื่อใช้หลักทรัพย์ซึ่งเป็นตำแหน่งของ ส.ส.มหาสารคาม ส.ส.กาฬสินธุ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.) 8 คน และตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข 7 จังหวัดหนองคาย 1 คน ยื่นประกันตัวผู้ต้องขัง 9 คน คือ 1.นายคมกฤษ คำวิแสง 2.นายภานุพงษ์ นวลเสน 3.นายสมโภชน์ สีกากุล 4.นายอุทัย คงหา 5.นายไพรัช จอมพรรษา 6.นายมนัส วรรณวงศ์ 7.นายสุชล จันปัญญา 8.นายชรัญ เอกสิริ และ 9.นายเดชอดุลย์ เดชบุรัมย์ ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดมหาสารคามชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หลังศาลจังหวัดจังหวัดมหาสารคาม ตัดสินจำคุกผู้ต้องขังทั้งหมดคนละ 5 ปี 8 เดือน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2553 ในข้อหาวางเพลิง-ตระเตรียมการวางเพลิง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา เพื่อมีคำสั่งต่อไป โดยศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 20 กันยายนนี้
@ รอยเตอร์ยินดีฟื้นคดียิงนักข่าว
สำนัก ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ทหารอาจจะมีส่วนร่วมในการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์และพลเรือนอีก 12 คนในระหว่างการสลายการชุมนุมเมื่อปีที่แล้วและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบสวนคดีใหม่
เอเอฟพีระบุว่า นับเป็นการเปลี่ยนจุดยืนอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ดีเอสไอระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่มีผู้เสีย ชีวิต
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า "ดีเอสไอเชื่อว่าการเสียชีวิตหลายกรณีเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ ดังนั้น จึงเชื่อว่าพวกเขาน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น"
ขณะ ที่รอยเตอร์ออกมาแสดงความยินดี โดยนายสตีเฟ่น อ๊าดเลอร์ บรรณาธิการข่าวของรอยเตอร์ระบุไว้ในแถลงการณ์ว่า "ครอบครัวของ มูราโมโตะและเพื่อนร่วมงานของเขาที่รอยเตอร์มีสิทธิอันสมควรที่จะได้รู้ว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและใครที่อยู่เบื้องหลัง"
@ เผย'ฮุนเซน'ร่วมดวลแข้งแกนแดง
ผู้ สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ ส.ส.เพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดงในกัมพูชา และ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เวลา 10.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นำคณะ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายอารีย์ ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าพบสมเด็จฯฮุน เซน โดยทั้งสองฝ่ายหารือถึงความร่วมมือการกระชับความสัมพันธ์ของสองประเทศ
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จฯฮุน เซน แสดงความยินดีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมแข่งฟุตบอลกับนักฟุตบอลของ กัมพูชา ในวันที่ 24 กันยายน ที่สนามกีฬาแห่งชาติโอลิมปิก กรุงพนมเปญ ซึ่งในการแข่งขันฟุตบอล สมเด็จฯฮุน เซน จะลงสนามด้วย
ในเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง กรุงพนมเปญ เพื่อกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืนและแก้ปัญหาความยากจน ภายใต้เศรษฐกิจโลกยุคใหม่เพื่อการพัฒนาของกลุ่มประเทศอาเซียน และนโยบายทางเลือกของกัมพูชา ให้นักธุรกิจระดับสูงของกัมพูชาฟัง โดยมีนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรี นายเกียรติชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจอมประสิทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมฟัง
@ 'ฮุนเซน'ปิดรร.เลี้ยง'แม้ว-แดง'
พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่า รู้สึกประทับใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เติบโตก้าวหน้า ในท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ท่ามกลางความผันผวน โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วกำลังมีปัญหา สภาวะกำลังเข้าสู่การถดถอย เติบโตช้าลง ขณะที่จีนโตเร็วมาก ดังนั้นประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องร่วมกันคิดว่าทำอย่างไรจึงจะสร้างเศรษฐกิจ ให้แข็งแกร่งภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนเช่นนี้ ทำอย่างไรจึงจะดึงทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดผลผลิตสูงสุด ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนและมีวิถีชีวิตเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
"ต้อง สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นเพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในกัมพูชา การดึงทรัพยากร ธรรมชาติ อาทิ น้ำมันและก๊าซมาสร้างผลผลิต รวมถึงการสร้างแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยว การบริการ อีกทั้งยังต้องวางกรอบกติกาทางด้านการบังคับใช้กฎหมายให้มีมาตรฐานสากล เพื่อให้นักธุรกิจมีความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
ต่อ มาเวลา 19.00 น. ที่โรงแรมพนมเปญ สมเด็จฯฮุน เซน พร้อม พล.อ.ฮุน มาเน็ต รองผู้บัญชาการทหารบก บุตรชายสมเด็จฯฮุน เซน เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. และกลุ่มคนเสื้อแดงราว 500 คน
@ 'แม้ว'ลั่น'ฮุนเซน'เหมือนน้อง
ต่อ เวลา 19.55 น. สมเด็จฯฮุน เซน และ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาถึงงานเลี้ยงท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับจาก ส.ส.เพื่อไทย คนเสื้อแดง และชาวกัมพูชาที่มาร่วมงานเลี้ยง
จากนั้น สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวต้อนรับว่า การจัดงานครั้งนี้มีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ 1.เพื่อพบปะระหว่างผู้นำไทยกับผู้นำกัมพูชา 2.ต้องการให้ผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มาจากประเทศไทยได้มาพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนสามารถเดินทางมาพบ พ.ต.ท.ทักษิณได้ตลอดเวลา
"ผมขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่าในฐานะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพี่ชายของผม ผมพร้อมที่จะปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ" สมเด็จฯฮุน เซน กล่าว
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสมเด็จฯฮุน เซน กล่าวถึงช่วงนี้ ส.ส.เพื่อไทยและคนเสื้อแดง ปรบมือดังลั่นพร้อมไชโยด้วยความดีใจก่อนตะโกนว่าไทยแลนด์ ไทยแลนด์
ต่อ มา พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวตอบว่า "แม้ผมจะกลับเมืองไทยไม่ได้ แต่อบอุ่นเสมอเมื่อมากัมพูชา ครั้งนี้มีพี่น้องมาพบเยอะมาก ผมอยากจะบอกว่าในอาเซียนเรามีพี่น้อง 3 คน คนโตคือสุลต่านบรูไน คนที่สองคือผม คนที่สามคือสมเด็จฯฮุน เซน ตลอดเวลาที่ผมถูกรังแก บรูไน และกัมพูชา อนุญาตให้ผมพบกับพี่น้องเสมอ เขาเป็นเพื่อนในยามยาก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สมเด็จฯฮุน เซน เป็นเหมือนน้องชายยามยาก มิตรภาพเช่นนี้ลึกๆ เป็นความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ ผมรับรองว่ามิตรภาพเช่นนี้จะราบรื่นตลอดไป"
@ แฉ'จักรภพ-กี้ร์'โผล่ร่วมงาน
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสมเด็จฯฮุน เซน กล่าวต้อนรับและ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวขอบคุณจบลง บรรยากาศงานเลี้ยงเป็นไปด้วยความคึกคัก บรรดา ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง ต่างขึ้นไปร้องเพลงบนเวที อ่านบทกลอนยกย่อง พ.ต.ท.ทักษิณ และสมเด็จฯฮุน เซน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีแกนนำเสื้อแดงที่หลบหนีคดี เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และนางดารณี กฤตบุญญาลัย มาร่วมงานเลี้ยงด้วย แต่อยู่ไม่นานก็เดินทางกลับ