WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, September 28, 2011

รู้จักเขาให้มากขึ้น "ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์"

ที่มา Voice TV



นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ที่ถูกพูดถึงไม่น้อยในด้านวิพากษ์ วิจารณ์สังคม การเมือง หลายบทความของเขาได้รับทั้งการสนับสนุนและต่อต้าน

Voice of the day จึงอยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นในฐานะนักวิชาการรุ่นใหม่ ที่ยึดถือหลักวิชาด้านนิติศาสตร์ในการมองปัญหา และกล้าที่จะวิพากษ์ วิจารณ์ หลายคำถามที่คุณจะรู้จักเขามากขึ้น

- เขาเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมเช่นไร...จึงมีหัวคิดทันสมัยสนใจการเมืองแต่เด็ก
- ในฐานะครู...อะไรคือสิ่งที่นักวิชาด้านกฎหมายเช่นเขา ต้องปลูกฝังนักศึกษาให้จำขึ้นใจ
- กระแสวิจารณ์ที่ตราเขาว่า “เขาคือนักวิชาการเลือกข้าง”!!! เขารู้สึกอย่างไร
และท้ายที่สุด……เมื่อรู้จัก ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ มากขึ้นเขาก็ยินดี..เปิดห้องทำงาน....
ห้องที่ น้อย แต่ มาก...!!!
มาก ด้วย หนังสือ
มาก ด้วย ความรู้
มาก ด้วย พลังแห่งการวิพากษ์

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 28/09/54 ชูได้..ไม่ต้องขัดเขิน

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


แค่น้องปู เข้ามา ว่าการรัฐ
เดือนเดียวจัด เจนทาง สว่างไสว
ที่เข็ญขุก ทุกข์ท้น น้ำล้นไทย
ดินถล่ม นาล่มให้ แก้ไขกัน


เสาร์อาทิตย์ น้องปู ดูน้ำท่วม
ฝนหลั่งร่วม รวมไหล ไร้ทางผัน
ไปไล่จี้ บรรเทาภัย รีบให้ทัน
หิวโหยกัน ขาดน้ำข้าว ปวดร้าวจริง


ไหนจะต้อง ตามเก็บกวาด พวกฟาดขี้
อวดตัวดี คุยโขมง โฉงเฉงยิ่ง
พอน้ำลด ตอผุดโผล่ โชว์ของจริง
รายการโกง โยงทุกสิ่ง วิ่งถึงตา


ทั้งซีซี ทีวี มีแต่กล่อง
เอามาส่อง หาเหา คงเข้าท่า
รถดับเพลิง เริงฝน จนขึ้นรา
อีกทั้งค่า ชดเชย ไม่เคยเจอ


ไปกู้เงิน มหาศาล มาผลาญเล่น
ไม่จำเป็น เอามาจ่าย รุ่ยร่ายเว่อร์
สวาปาม ไทยเข้มแข็ง แบ่งจนเบลอ
กอดคอเกลอ ไอ้เนรวิน กินพุงกาง


ไปนั่งเคียง น้องปู ดูมันฝัน
งานต้านต่อ คอรัปชั่น ไม่พรั่นบ้าง
สิบชักสาม งามหน้า รู้ท่าทาง
ต้องมาวาง ให้ขม้ำ หยอดน้ำมัน


มันไม่อาย น้องปู ผู้พิลาศ
งานสะอาด ประกาศชัย อย่างไม่หวั่น
ไม่มีเรื่อง ฉาวเหม็นโฉ่ มาโชว์กัน
ปูสร้างสรร ทางสะอาด ให้ชาติไทย


ทุกโครงการ ที่หว่านคำ เริ่มทำแล้ว
มาแหวกแนว บัตรเครดิต ความคิดใหม่
เพื่อเป็นทุน ดุนเกษตร- กรไทย
รถบ้านใคร ซื้อเริ่มแรก มีแจกคืน


วันสามร้อย เดือนหมื่นห้า ตามมาติด
สามสิบบาท เพื่อความฟิต คิดแล้วชื่น
เอสเอ็มแอล กองทุนเก่า เอาไปคืน
หนึ่งเดือนยืน ปูยกก้าม ความสุขไทย


เรียงร้อยบทกวีประกอบภาพโดยท่านห้าบี (BBBBBFC)
ขอบคุณมากๆ ครับ

"พนัส ทัศนียานนท์" อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มธ.โต้ 15 คำถามของอธิการนาซี

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย JJ_Sathon



พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดี
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีต สสร.รัฐธรรมนูญ 2540 และสว.
จากการเลือกตั้งสมัยแรก ตอบคำถาม 15 ประเด็นที่
ศ. ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ตั้งคำถามต่อนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์
http://prachatai3.info/journal/2011/09/37098

ที่ออกมาเสนอให้ลบล้างผลพวงแห่งการรัฐประหาร 19 กันยายน2549

โดยเขาโพสต์ข้อความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว
ซึ่งประชาไทขออนุญาตนำเผยแพร่อีกครั้ง และเพื่อความสะดวกแก่ผู้อ่าน
ประชาไทได้นำคำถามของ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์
อธิการบดีคนปัจจุบันของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเรียบเรียงในลักษณะ ถาม-ตอบ ดังนี้


1เราสามารถยกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่ เช่นการยกเลิก รธน. 2549

ตอบ นิติราษฎร์ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกรธน. 2549
แต่ให้ถือว่าการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ทำรัฐประหารตามมาตรา 37 ไม่เกิดผลตามกฎหมาย

2.ถ้าตำรวจจับคนร้ายที่ทำผิดจริงมาแต่ไม่ได้สอบสวนโดยละเอียด
ต่อมาคนร้ายถูกฟ้องศาล มีการโต้แย้งว่ากระบวนการของตำรวจไม่ค่อยถูกต้อง
แต่ศาลเห็นว่าไม่เป็นไร ศาลก็พิพากษาไป ตกลงคำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่


ตอบ ตามป.วิอาญา การสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อมมีผลทำให้การฟ้องคดีของอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย
ซึ่งโดยหลักการพิจารณาคดีก็ต้องถือว่าไม่ชอบทั้งหมด
แต่ศาลไทยบอกไม่เป็นไร หากพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดจริง
ก็ลงโทษจำเลยได้
ซึ่งก็เหมือนกับการยอมรับว่าการรัฐประหาร(การกระทำความผิดฐานกบฎ)
เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหากทำสำเร็จนั้นเอง

3.ถ้ามีคนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในช่วง คมช.ไม่ถูกต้อง
ก็ให้ดำเนินการใหม่ คนอีกกลุ่มเห็นว่าการตัดสินคดีซุกหุ้น
ศาลตัดสินผิดโดยสิ้นเชิง คนกลุ่มหลังจะขอให้ยกเลิกรธน. 2540 ตั้งศาลรธน.ใหม่
แล้วพิพากษาคดีซุกหุ้นใหม่ จะได้หรือไม่


ตอบ ศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินคดีซุกหุ้นของทักษิณ เกิดจากรธน. 2540
ที่มิได้มีที่มาจาการรัฐประหารเหมือน รธน.2550
หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าศาลตัดสินผิดก็น่าจะมีการออกกฎหมายมาให้รื้อฟื้นคดีใหม่ได้
โดยไม่ต้องยกเลิกรธน. 2540
ซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากการกระทำผิดกฎหมายฐานกบฎ (การทำรัฐประหาร)

4.ประชาชนจะลงมติแก้รธน.ที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่

ตอบ เป็นคำถามประเด็นเดียวกันกับคำถามที่ 1
คำตอบก็คือไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกยกเลิกไปแล้ว
แต่เป็นการยกเลิกเพิกถอนผลของการกระทำที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ
ที่เป็นผลพวงของการรัฐประหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

5.รธน.2550 ได้รับการลงประชามติโดยประชาชน
ในทางกฎหมายเราจะพูดได้หรือไม่ว่า ประชาชนลงมติโดยไม่ถูกต้อง
หรือรธน. 2550 ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชน?


ตอบ พูดได้ เพราะมีการหลอกลวงขู่เข็ญบังคับให้ประชาชนลงมติ
จึงเป็นการลงประชามติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

6.ตั้งโดยคมช.
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตั้งโดย คมช. ใช่หรือไม่


ตอบ คตส.ตั้งโดย คมช.แน่นอน
ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองก็เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2550
ซึ่ง คมช.เป็นผู้ให้กำเนิดเช่นกัน
ดังนั้น เมื่อการกระทำรัฐประหารของคมช.เป็นการกระทำ
ที่ละเมิดบทบัญญัติมาตรา 63 แห่งรธน. 2540
และเป็นความผิดฐานกบฎตามป.อาญามาตรา 113
ทั้งคตส.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง
จึงเป็นองค์กรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยกันทั้งคู�7.การดำเนินการตามแนวคิดของนิติราษฎร์
ไม่มีผลทางกฎหมายต่อนายกทักษิณเลยใช่หรือไม่


ตอบ ตามที่นิติราษฎร์แถลง มีผลโดยตรงแน่นอน คือ
ต้องพิจารณาคดีใหม่โดยกระบวนการยุึติธรรม ที่ชอบด้ยหลักนิติธรรม
ถ้ากระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็ต้องถูกลงโทษ

8.มาตรา 112 ขัดแย้งกับ รธน .จริงหรือ และขัดกับรธน. 2550 ที่จะถูกยกเลิกใช่หรือไม่

ตอบ ป.อาญา ม.112 เท่าที่มีการตีความและใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
มีผลขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญแน่นอน
เพราะเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน
ซึ่งเป็นสิทธิขั้นมูลฐานตามรธน.ของประชาชนโดยสิ้นเชิง
แต่อาจไม่ขัดแย้งกับรธน.2550
เพราะเจตนารมณ์ของผู้ร่าง (สสร. 2550) ไม่ถือว่าขัดแย้งอยู่แล้ว

9.ประเทศทั้งหลายในโลกรวมทั้งเยอรมัน
เขาไม่คุ้มครองประมุขของประเทศเป็นพิเศษแตกต่างไปจากประชาชนใช่หรือไม่


ตอบ ทุกประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ
แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างเช่นเยอรมัน อังกฤษ อเมริกา
เขาถือว่าเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามหลักนิติธรรม
ประมุขของประเทศจึงอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้
หากมีการกระทำใด ๆที่มีผลต่อการเมืองการปกครองของประเทศไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม

10.ถ้ามีคนไปโต้แย้งนิติราษฎร์ในที่สาธารณะ
เขาจะไม่ถูกขว้างปาและโห่ฮาเหมือนกับหมอตุลย์ใช่หรือไม่


ตอบ หากท่านคิดจะไปโต้แย้งกับนิติราษฎร์ ท่านอธิการก็จัดเวทีที่ธรรมศาสตร์สิครับ
ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าโห่ฮาท่านแน่นอน

11.ถ้าเรายกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้
เราจะล้มเลิกการกระทำทั้งหลายและลงโทษคณะรัฐประหารกี่ชุด
สุจินดา ถนอม ประภาศ สฤษฏ์ จอมพล ป. อ.ปรีดี
หรือจะลงโทษเฉพาะคณะรัฐประหารที่กระทำต่อนายกทักษิณ


ตอบ การประกาศให้ผลของการรัฐประหาร
ไม่เป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำผิดฐานกบฎ
โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนลงประชามติตามที่นิติราษฎร์เสนอ
เป็นการยกเลิกการนิรโทษกรรมที่กำหนดไว้ใน รธน. 2550
ไม่ใช่ยกเลิกกฎหมายที่ยกเลิกไปแล้ว
ส่วนที่ถามว่าทำไมไม่ยกเลิกผลของการกระทำรัฐประหารของสุจินดา ถนอม สฤษดิ์ จอมพล ป. ปรีดี
แล้วเอาตัวคนเหล่านี้มาลงโทษฐานกบฎด้วย
เห็นด้วยว่าสมควรทำในสิ่งที่ยังพอกระทำได้ เช่น
การให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลร้ายจากการกระทำรัฐประหารเหล่านั้น
(โดยเฉพาะผู้ที่ถูกลงโทษโดยไม่ผ่านการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรม)
แต่การนำตัวผู้กระทำรัฐประหารมาลงโทษคงกระทำไม่ได้แล้ว
เพราะผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ตายไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่คดีก็ขาดอายุความหมดแล้ว

12.ความเห็นของนักกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกับนิติราษฎร์แต่ดีกว่านิติราษฎร์
รัฐบาลนี้จะรับไปใช่หรือไม่


ตอบ ช่วยเสนอให้หน่อยว่าความเห็นของท่านที่ดีกว่าของนิติราษฎร์ คือ อย่างไร
ถ้าดีกว่าจริงจะขอสนับสนุนเต็มที่เลย ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายด้วยกัน

13.ศาลรธน. ช่วยนายกทักษิณคดีซุกหุ้นถือว่าใช้ได้
แต่ไม่ช่วยคดียึดทรัพย์ถือว่าใช้ไม่ได้ เป็นตุลาการภิวัตน์ใช่หรือไม่


ตอบ ตุลาการภิวัตน์ คือตุลาการที่ยอมตนเป็นเครื่องมือและอาวุธ
ให้แก่ผู้มีอำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ใช้เพื่อประหัตประหารและทำลายล้างศัตรูของตน
ตุลาการศาลทั้งในคดีซุกหุ้นและคดียึดทรัพย์ทักษิณ
จึงเป็นตุลาการภิวัฒน์ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าในคดีซุกหุ้นตุลาการภิวัตน์เป็นฝ่ายแพ้

14.บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรธน. 2550
แย่กว่า รธน. 2540, 2475 ที่นิติราษฎร์จะนำมาใช้ใช่หรือไม่


ตอบ บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตามรธน.2550
และฉบับอื่นทุกฉบับไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่มีฉบับใดดีกว่ากัน
เพราะตราบใดที่ตุลาการไทยยังยอมรับว่ารัฏฐาธิปัตย์คือ
ผู้ที่ได้อำนาจอธิปไตยมาโดยรถถังและปืนและอำนาจอธิปไตยไม่ใช่อำนาจของประชาชน

15.คมช. เลว สสร.ที่มาจาก คมช.ก็เลว รธน.2550 ที่มาจาก สสร.ก็เลว
แต่รัฐบาลที่มาจาก รธน. เลว เป็นรัฐบาลดีใช่หรือไม่สสร.ที่มาจากรัฐบาลชุดนี้
และที่ อ.วรเจตน์จะเข้าร่วม ก็เป็นสสร.ที่ดีใช่หรือไม่”


ตอบ ไม่ใช่เรื่องใครดีใครเลว แต่เป็นเรื่องของหลักการในทางนิติศาสตร์
ที่จะต้องมีการยืนยันว่าระหว่างอำนาจรัฐกับเสรีภาพของประชาชน
และระหว่างระบอบเผด็จการกับระบอบประชาธิปไตย นักกฎหมายควรจะยืนอยู่ข้างใดมากกว่า


http://www.go6tv.com/2011/09/15.html

‘มาร์ค’พ้นเก้าอี้อู้ฟู่54ล้าน‘กรณ์’รวยสุด ‘เทือก’เพิ่มอื้อ55ล้าน

ที่มา ข่าวสด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ป.ป.ช.ยังเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีพ้นจากตำแหน่ง ที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2554 โดยบุคคลสำคัญ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ มีทรัพย์สิน 54,355,855 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2551 ที่ยื่นไว้ 2,559,977 บาท โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของเงินลงทุนของคู่สมรส นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุนเฉิน(ศอฉ.) มีทรัพย์สิน 95,643,265 บาท เพิ่มขึ้น 55,719,998 บาท ในส่วนของที่ดิน ยานพาหนะ


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม มีทรัพย์สิน 69,669,416 บาท ไม่มีหนี้สิน ซึ่งทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากเดิม 13,213,411 บาท ในส่วนของเงินฝากและเงินลงทุน นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินรวม 870,412,468 บาท เพิ่มขึ้น 62,736,988 บาท ในส่วนของเงินลงทุน เงินให้กู้ยืมและที่ดิน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรมว.มหาดไทยและคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินรวม 260,864,848 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 155,988,658 บาท ในส่วนของเงินลงทุนกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง


โดยอดีตรัฐมนตรีที่มีทรัพย์สินมากที่สุด ได้แก่ นายกรณ์ มีทรัพย์สิน 870,412,468 บาท ขณะที่อดีตรัฐมนตรีที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุด ได้แก่นายธีระ วงศ์สมุทร อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีทรัพย์สินเพียง 5,135,860 บาท ส่วนรัฐมนตรีที่มีบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ได้แก่ นายชวรัตน์ ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 155,988,658 บาท

สุดอั้น! เชียงใหม่จมน้ำเรียบร้อย

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย JJ_Sathon





























































































ท่านสามารถติดตามภาพทั้งหมด และสถาการณ์ล่าสุดได้จากเว็บไซต์ลิ้งนี้

http://www.prachatalk.com/board/สังคม-การเมือง/เชิญชมภาพน้ำปิงกำลังจะท่วมตัวเมืองเชียงใหม่และรายงานความคืบหน้าทุกระยะครับ?page=1


http://www.go6tv.com/2011/09/blog-post_4795.html

เมื่อ "ปัญญาชนรุ่นใหม่" โต้ "บทวิจารณ์นิติราษฎร์" ของ "กิตติศักดิ์ ปรกติ"

ที่มา มติชน



ตอบโต้ "ข้อตอบโต้ของ กิตติศักดิ์ ปรกติ ที่มีต่อข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์"

โดย กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช

ผมขอแลกเปลี่ยนในฐานะคนที่ไม่ใช่นักกฏหมาย และไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในสายนี้ รวมถึงเทคนิคการใช้กฏหมายต่างๆ นะครับ


ผมคิดว่าประเด็นที่เป็นปัญหามากๆ ของบทความนี้ของกิตติศักดิ์นั้น ไม่ใช่เรื่องการเชื่อมั่นในความเป็นธรรม และไร้การโดนแทรกแซงของฝ่ายศาล และตุลาการไทย แต่ปัญหาหลักของกิตติศักดิ์ ก็คือ สิ่งที่กิตติศักดิ์ "ใช้" เป็นชื่อบทความของกิตติศักดิ์เองนั่นแหละครับ


ผมคิดว่าความผิดพลาดที่สำคัญที่สุดของกิตติศักดิ์นั้นอยู่ที่การมองว่า ข้อเสนอของทางนิติราษฎร์ เป็นการ "เทียบเคียงคนละเรื่องเดียวกัน" หรือเทียบเคียงแบบผิดฝาผิดตัว


แต่ในทางความเป็นจริงแล้ว ข้อแย้งของกิตติศักดิ์นั้นต่างหากที่ผิดฝาผิดตัว อย่างกรณีการแต่งงานในแคลิฟอร์เนียที่กิตติศักดิ์เสนอมาแย้งนั้นเอง


แน่นอนว่าผมเห็นด้วยกับกิตติศักดิ์ ว่าศาลสามารถ "ตัดสินขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่" ได้ หากนั่นเป็นการตัดสินที่ [1] วางอยู่บนระนาบว่า "ความต้องการของคนส่วนใหญ่ มันขัดกับหลักการที่ถูกต้องในทางกฏหมาย" และ [2] (ซึ่งโดยส่วนตัวผมเห็นว่าสำคัญกว่า) คือ "ตัวกฏหมายที่ศาลใช้ในการพิจารณาตัดสินนั้นเอง ต้องเป็นตัวกฏหมายที่มาจากกระบวนการประชาธิปไตย และได้รับการยอมรับ และรับรองอำนาจจากปวงชนของรัฐนั้นๆ"


ฉะนั้น กรณีของสหรัฐอเมริกาที่กิตติศักดิ์อ้างมานั้น จึงเป็นเรื่องที่ "ถูกต้อง" เพราะตัวกฏหมายนั้น มาด้วยกระบวนการอันเป็นประชาธิปไตย และเป็นที่ยอมรับของประชาชนแห่งรัฐนั้นๆ ฉะนั้นแม้ศาลจะตัดสิน "ขัด" กับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ดำรงอยู่บนหลักการของ "ตัวบทกฏหมาย" ก็ย่อมทำได้ นอกเสียจากในอนาคตกฏหมายนั้น "จะได้รับการประชามติให้เปลี่ยนแปลง" (ซึ่งโดยหลักการก็ไม่ควรมีผลย้อนหลังต่อคำตัดสิน ที่ถูกต้องไปในอดีตแล้ว นอกเสียจากจะมีการระบุในลักษณะจำเพาะเจาะจงเป็นครั้งๆ ไป)

แต่สำหรับกรณีของไทยนั้น "มันเป็นคนละเรื่องกันเลย" ดังที่บอกว่าเป็นปัญหาหลักของกิตติศักดิ์ เพราะ "ประกาศของ คปค." นั้น ไม่ใช่กฏหมายที่ [1] (โดยตัวมันเอง) มีความถูกต้องในฐานะกฏหมายตามระบอบประชาธิปไตย และ [2] เป็นกฏหมายที่ไม่มีที่มา หรือความเกี่ยวพันใดๆ กับระบอบประชาธิปไตยเลย และไม่ใช่กฏหมายที่ได้รับการยอมรับโดยปวงชนชาวไทยอีกด้วย หรือพูดให้ถูกต้องมากขึ้นไปอีกก็คือ ประกาศ คปค. (และรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2549) มีความผูกพัน และเกี่ยวกันอย่างลึกซึ่งที่สุดกับกระบวนการประหารความเป็นประชาธิปไตยที่ น่าอัปยศที่สุดนับแต่มีการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้นในประเทศไทย นั่นคือผูกพันอย่างลึกซึ้งกับผู้ก่อการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ที่ประหารเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอย่างรุนแรง และมากมายที่สุด)


ฉะนั้น หากจะมีการ "เทียบเคียงที่ผิดฝาผิดตัว" แล้วล่ะก็ ย่อมเป็นการเทียบเคียงของกิตติศักดิ์เอง ที่มองว่า "ประกาศของ คปค. กับรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา" เป็นสิ่งซึ่งเทียบกันได้ ไม่ใช่การเทียบเคียงกฏหมายนาซี กับประกาศของ คปค. ของคณะนิติราษฎร์ (ซึ่ง แม้จะไม่ถึงกับเทียบเคียงได้ 100% แต่ก็ใกล้เคียงกว่าข้อเปรียบเทียบของกิตติศักดิ์มาก นอกเสียจากว่ากิตติศักดิ์จะไม่มองเห็นความสำคัญของอุดมการณ์ และพลังของประชาธิปไตยที่อยู่เหนือ และในตัวกฏหมายในทางใดๆ เลย ก็อาจจะเข้าใจได้บ้าง)

อนึ่ง ผมเชื่อว่าทางคณะนิติราษฎร์เอง ก็เชื่อ และได้กล่าวไปเป็นที่ชัดเจนแล้ว ว่า "หากกระบวนการลบล้างผลของการรัฐประหารจบสิ้นลง" และได้มีการนำคดีต่างๆ มาดำเนินการใหม่ บนฐานของกฏหมายที่เป็นประชาธิปไตย และมีกระบวนการที่มาที่ไปที่ถูกต้องแล้วนั้น ต่อให้ผลการตัดสินที่จะเกิดขึ้นต่อไป "ขัด หรือแย้งกับความต้องการของคนส่วนใหญ่" ก็ต้องยอมรับ และยืนยันให้ผลเป็นไปตามนั้น เช่น หากลบล้างผลของการรัฐประหารแล้ว มีการประกาศใช้กฏหมายที่ "ชอบธรรม และเป็นธรรม" แล้ว ผลการตัดสินปรากฏว่า "ทักษิณ ชินวัตร" ยังคงผิดจริง ก็ต้องให้ผลเป็นเช่นนั้น และหากนั่นขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ ผมก็เชื่อว่าทางคณะนิติ ราษฎร์เองเสียด้วยซ้ำที่จะเป็นผู้นำทางหลักการทางวิชาการ ที่จะอธิบายให้สาธารณชนได้รับฟัง และเข้าใจต่อไป (หากมันเกิดขึ้น)

บทวิพากษ์ ข้อโต้แย้งของนายกิตติศักดิ์ ปรกติ : กรณีข้อเสนอนิติราษฎร์

(ตัดตอนมาจากบทความ "บทวิพากษ์ ข้อโต้แย้งของนายกิตติศักดิ์ ปรกติ และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ : กรณีข้อเสนอนิติราษฎร์ (สังเขป)")

โดย พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล


จากบทความที่กิตติศักดิ์ เขียนเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก เมื่ออ่านบทความดังกล่าว ผมพบว่า ประเด็นสำคัญ อยู่ที่ กิตติศักดิ์ สับสนระหว่าง ′อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ′ (pouvoir constituant) กับ ′อำนาจนิติบัญญัติ′ (pouvoir législatif) โดยนำมาปะปนกัน ทั้งๆ ที่เป็นคนละเรื่องโดยสภาพของอำนาจ ตาม ′ทฤษฎีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ′ ซึ่งพูดถึงกันน้อยมากในวงวิชาการไทย


′อำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ′ (pouvoir constituant dérivé) ไม่ใช่ ′อำนาจนิติบัญญัติ′ เนื่องจาก ′อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ′ เป็นอำนาจที่สถาปนาอำนาจขององค์กรอื่นๆ ภายในรัฐอีกทีถ่ายหนึ่ง (ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) หมายความต่อไปว่า


องค์กรผู้ใช้ ′อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแบบแก้ไขเพิ่มเติม′ ไม่ตกอยู่ในอาณัติหน้าที่ ′ในฐานะองค์กรเดิม′ หรือ ′จากองค์กรอื่นของรัฐ′ อีกต่อไป เพราะ ธรรมชาติของการ ′ใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ′ เกิดจากความว่างเปล่า ซึ่งผู้ทรงอำนาจชี้ขาดความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติม ก็มิใช่ ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลดังนี้


1. การแก้ไขเพิ่มเติมย่อมเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอยู่แล้วโดยสภาพของภารกิจ


2. ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่ถูกสถาปนาอำนาจขึ้นโดยฐานของรัฐธรรมนูญดั้งเดิม หากศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็น ′องค์กรที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ′ (autorité supra constitutionnelle), ศาลรัฐธรรมนูญจึงทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น


3. ในทางหลักการคงเข้าใจตรงกันนะครับว่า ศาลรัฐธรรมนูญมิได้เป็นองค์กรผู้ผูกขาดอำนาจในการตีความรัฐธรรมนูญ (มีเขตอำนาจเฉพาะ) คือ ตรวจสอบได้เฉพาะร่างพระราชบัญญัติ และไม่ใช่อำนาจศาลยุติธรรมด้วย เพราะศาลยุติธรรม อาศัยอำนาจสถาปนาขึ้นโดยอำนาจพระราชบัญญัติ ซึ่งมีสถานะต่ำกว่า ′อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ′ ดังนั้น องค์กรชี้ขาดความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็คือ "องค์กรที่ได้รับอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแบบแก้ไขเพิ่มเติม" นั่นเอง (เป็นการกระทำทางการเมือง ในสภาวะว่างเปล่า หรือผูกพันกับอำนาจอื่นใด)


ในท้ายที่สุด กล่าวได้ว่า ′การใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญแบบแก้ไขเพิ่มเติม′ (เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หรือแก้ไขบางมาตรา) ก็คือ อำนาจที่ได้รับผ่านมาจาก "รัฐธรรมนูญดั้งเดิม" นั่นเอง หมายความว่า เป็นภารกิจที่ได้รับอำนาจมาจากรัฐธรรมนูญโดยตรง เพื่อการสถาปนารัฐธรรมนูญในทางแก้ไข มิใช่ ภารกิจตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจในลักษณะทั่วไป มิใช่การใช้อำนาจบริหาร หรือนิติบัญญัติ แทรกแซงอำนาจตุลาการแต่อย่างใด


และการพิจารณาว่า การกระทำนั้นใช้อำนาจนิติบัญญัติ หรือ อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ มิได้พิจารณาจาก "องค์กรที่ได้รับมอบหมายภารกิจ" (เช่น รัฐสภา หากปฏิบัติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็มิได้เป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติสำหรับการนั้น) หรือ "บุคคลากรผู้ทรงภารกิจ" (นักการเมือง) แต่พิจารณาจากการกระทำทางเนื้อหา ว่าเป็นการใช้อำนาจตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญในทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เป็นหลักเกณฑ์พิจารณา


นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องศาลที่ประกอบด้วย ผู้พิพากษาอาชีพ หรือไม่ หาได้เกี่ยวข้องกับ legitimacy ของคำพิพากษา แต่อย่างใด เพราะขึ้นอยู่กับ "มาตร" ว่าคุณยืนอยู่บนฐานของหลักคิดนิติรัฐแบบเสรีประชาธิปไตย หรือ นิติรัฐแบบนาซี ส่วน legality ต้องพิจารณาสภาพของคดีด้วย เช่น คดีการเมือง : คดีอาญาประธานาธิบดี (คดีอาญาประธานาธิบดี ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2007 เพราะฝรั่งเศสมองว่า ประธานาธิบดี มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยสูงมาก เนื่องจากผ่านเจตจำนงของปวงชนผู้ทรงอำนาจอธิปไตย) และคดีอาญารัฐมนตรี ที่อยู่ในเขตอำนาจของ High Court of Justice ซึ่งประกอบด้วย ผู้พิพากษาในศาลนี้ (เทียบคือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองของไทยที่เลียนโครงสร้างฝรั่งเศสมา) ประกอบด้วย ส.ส. 6 คน ส.ว. 6 คน ผู้พิพากษาอาชีพ 3 คน (ผู้พิพากษาอาชีพทำหน้าที่เขียนคำพิพากษา และสามารถโหวตมติทีละประเด็นได้เหมือน อีก 12 คน) เพราะสภาพคดีมันเป็นคดีการเมือง เขาจึงให้ผู้มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย มีอำนาจขับออก เป็นต้น จะกล่าวอย่างหยาบๆ เหมาว่า คดีทุกประเภท ผู้พิพากษาอาชีพ มีความชอบธรรม ที่สุด และเถรตรงที่สุด เช่นกิตติศักดิ์ ไม่ได้หรอกครับ แต่สุดท้ายอำนาจตุลาการ ก็อยู่ต่ำกว่า ′อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ′ อยู่ดี


หรือถ้าพิจารณากรณีของไทย ตามตัวอย่างของกิตติศักดิ์ ยิ่งชัดแจ้งเมื่อพิจารณาเนื้อหา ว่า พรป. (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ) บัญญัติให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง (อม.) ต้องยึดสำนวน ป.ป.ช. เป็นหลัก ซึ่งตอนรัฐประหาร 19 กันยา : บรรดา คตส. ทำหน้าที่แทน ป.ป.ช. ซึ่ง คตส. ถูกแต่งตั้งจากผู้ที่จงรักภักดีต่ออุดมการณ์ลักษณะเดียวกับคณะรัฐประหาร


หากถือตรรกะเดียวกับกิตติศักดิ์ ที่ยกตัวอย่าง ฮิตเลอร์ อ้างความสงบเรียบร้อย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 12 ปี(โดยประมาณ) แต่งตั้งพรรคพวกเข้าเป็นศาล กิตติศักดิ์ มองว่า ย่อมเป็นการเสียกระบวนยุติธรรม กลับมาที่ไทย หากพิจารณาตัวบท การยึดสำนวน ป.ป.ช. เป็นหลัก (พอดีผมศึกษาเรื่องนี้อยู่ จึงอ่านงานวิจัยทางนี้หลายสิบเล่มของ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ พอสมควร ทรรศนะของศาลค่อนข้างชัดว่า) "คตส. หรือ ป.ป.ช." ทำหน้าที่ ศาลไต่สวน , "ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง" ทำหน้าที่ ศาลพิพากษา [ตามโครงสร้างของอเมริกา ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ของผู้ร่างฯ] แล้ว การที่ คตส. ไปทำหน้าที่ตามความเข้าใจว่ามีสถานะอย่าง "ศาลไต่สวน" เท่ากับ คตส. ไปเป็นหน่วยหนึ่งของกระบวนการชั้นศาล ใช่หรือไม่ แล้วจะย้อนกลับไปยังตรรกะฮิตเลอร์ของกิตติศักดิ์ ว่าใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หรือไม่ ซึ่งจะหมายรวมต่อไปว่า คมช. รัฐประหาร เป็นการใช้อำนาจเผด็จการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในกระบวนการชั้นศาล ใช่หรือไม่? (หรือ คมช. มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ในมุมมองกิตติศักดิ์ ครับ?)