WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, September 30, 2011

ทำงานสังคมสงเคราะห์ ยกไว้ขึ้นหิ้ง: อนาคต “ซูจี” หลังเลือกตั้งพม่า

ที่มา ประชาไท

-09-29 19:57

เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปีของเหตุการณ์ปฏิวัติชายจีวร คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.) และมูลนิธิร่วมมิตรไทย-พม่า ร่วมกับ โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Alternative ASEAN on Burma (ALTSEAN-Burma) ได้ จัดบรรยายสาธารณะหัวข้อ "รัฐบาลใหม่ใต้เสื้อคลุมพลเรือน, ออง ซาน ซูจี : อนาคตเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมพม่า" เมื่อ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Ko Zaw Aung หลัก สูตรการพัฒนาระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสุภลักษณ์ กาญจนขุนดีผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ดำเนินรายการโดย ดร.นฤมล ทับจุมพล, กรรมการ กรพ. และผู้อำนวยการหลักสูตรการพัฒนาระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยในช่วงท้ายของการเสวนา สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ได้อภิปรายถึงอนาคตทางการเมืองของออง ซาน ซูจีหลังรัฐบาลทหารพม่าจัดการเลือกตั้งเมื่อ 7 พ.ย. 2553 โดยสุภลักษณ์เสนอว่าทหารพม่าพยายามที่จะยกออง ซาน ซูจี “ขึ้นหิ้ง” เป็น “ลูกสาววีรบุรุษแห่งชาติ ทำงานสังคมสงเคราะห์” และอภิปรายเรื่องทิศทางที่กองทัพพม่ามีต่อกองกำลังชนกลุ่มน้อยในประเทศ โดยประชาไทจะทยอยนำเสนอการอภิปรายทั้งหมดต่อไป ในส่วนการอภิปรายช่วงท้ายของสุภลักษณ์มีรายละเอียดดังนี้

000





สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่อนุญาตให้ออง ซาน ซูจี เข้าไปมีบทบาทในทางการเมืองในฝ่ายบริหารอีกต่อไปแล้ว ซึ่งสถานภาพแบบนี้ ความจริงก็มีไอเดียมากในหมู่คณะทหารว่า ทหารพม่านะ ทหารไทยเล่าให้ฟัง ฟังหูไว้หูละกัน ทหารพม่าถ่ายทอดเรื่องนี้มาผ่านทหารไทย ผ่านรัฐบาลไทยมาถึงหูนักข่าวไทยว่า สิ่งที่เขาต้องการจะเห็นจากออง ซาน ซูจี คือฐานะของลูกสาววีรบุรุษแห่งชาติ ทำงานสังคมสงเคราะห์ ยกไว้ขึ้นหิ้ง นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ

ออง ซาน ซูจี ซึ่งผมเข้าใจว่าในระยะหลังๆ เธอก็ประนีประนอมกับแนวความคิดนี้ไม่น้อย คือออง ซาน ซูจี ดื้อเรารู้ เพราะคนอายุมากกว่าแม่เราดื้อทั้งนั้นแหละ แต่ว่าความดื้อรั้นเช่นว่านั้น อาจจะไม่สามารถ คือเนื่องจากด้วยวัยวุฒิที่ผ่านเลยไปมาก และก็ Back Up (ผู้ สนับสนุน) ของออง ซาน ซูจีคือพรรค NLD (พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD) ก็ถูกทำลายมากและไม่เข้มแข็งพอ นี่ไม่นับว่าในกองทัพระบบราชการของพม่าเองมีใครบ้างอยากให้ออง ซาน ซูจี บริหารประเทศ

เพราะฉะนั้นมองในแง่นี้ แน่ล่ะ ในการคุย 1 ชั่วโมงกับเต็ง เส่ง ผมไม่คิดว่าเขาแค่ยิ้มให้กัน Yes No OK How are you? คง ไม่ คงพูดมากกว่านั้น อย่างน้อยที่สุดคงพูดว่า จะ Engage กับบริบทสังคม การเมืองพม่าอย่างไร ถึงจะสมฐานะ และสมศักดิ์ศรี และมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีในสังคมเพียงพอ โดยที่ไม่สร้างความกระทบกระเทือนให้โครงสร้างทางอำนาจของระบอบทหาร หรือระบอบราชการ และ Arrangement ทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สภาพที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้คือการหาดุลยภาพระหว่างความสัมพันธ์ ของออง ซาน ซูจีกับกลุ่มอำนาจว่าจะทำอย่างไร ซึ่งบทบาทที่อาจจะเป็นไปได้ "Senior Citizen" (ราษฎรอาวุโส) เป็นยังไง อะไรประมาณนั้น ฟังดูคุ้นๆ แต่ออง ซาน ซูจี อาจจะมีบทบาทมากกว่านั้น เพราะออง ซาน ซูจี มีนานาชาติพยายามจะให้บทบาทออง ซาน ซูจี อย่างน้อยเท่าๆ กัน ถ้าดูสุ้มเสียงคือทุกคนไปพบเต็ง เส่งและออง ซาน ซูจี ขณะที่เมื่อก่อนนี้รัฐบาลพม่าไม่ให้พบออง ซาน ซูจี

เดี๋ยวอีกหน่อยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ (ชินวัตร) ก็จะไปพบออง ซาน ซูจีเช่นกัน คงไปขอบคุณที่ออง ซาน ซูจีที่พูดจาสนับสนุนเธอ

แต่นั่นเป็นสัญลักษณ์ว่าการ Request พบออง ซาน ซูจี เป็นการบอกอย่างหนึ่งว่าทุกคนที่ Engage กับพม่า พยายาม Establish ฐานะอย่างใดอย่างหนึ่งในทางการเมืองให้ออง ซาน ซูจีรับได้ ทั้งในแง่ผู้อยู่ในอำนาจ ตัวออง ซาน ซูจี และสังคมพม่า ว่าจะจัดความสัมพันธ์แบบนี้กันอย่างไร

ต่อสภาพแบบนี้ผมเข้าใจว่าความพยายามที่จะรื้อฟื้นความแข็งแกร่งของพรรค NLD คง ไม่มี อาจจะไม่จำเป็น หรือถ้าหากพรรค NLD จะทำในอนาคตอาจจะแยกตัวเองจากออง ซาน ซูจีให้ขาดกันไปเลยว่า การดำเนินงานของพรรค NLD ในฐานะพรรคการเมืองซึ่งก็ประสงค์อำนาจรัฐในที่สุด ก็ต้องดำเนินการเหมือนพรรคการเมืองทั่วๆ ไป ซึ่งมีจำนวนมากในพม่า แต่มีขนาดเล็กมาก นี่คือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ผมอาจจะผิด แต่ผมตัดสินในการวิเคราะห์จากสภาพที่เป็นอยู่ หรือออง ซาน ซูจี อาจจะอยากเป็นประธานาธิบดีก็ได้ แต่รัฐธรรมนูญห้ามไว้ ต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน ประธานาธิบดีคนต่อไป ถ้าเต็ง เส่งไม่ลงสมัยที่สอง อาจจะเป็นฉ่วย มาน (ประธานรัฐสภาพม่า) เขาเล็งกันไว้ขนาดนั้นแล้ว หรืออาจจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด นี่ก็จะเป็นการวาง Arrangement (ข้อตกลง) ทางอำนาจ เพราะฉะนั้นไม่มีออง ซาน ซูจีในสมการทางอำนาจหลังการเลือกตั้ง

หรือช่วงนี้ไม่มีแน่ หลังการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีไหม ถ้าสมมติว่ามันราบรื่นถึงขั้นนั้น เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาของออง ซาน ซูจี

ปัญหาชนกลุ่มน้อย ผมคิดว่าอาจารย์ดุลยภาพ อาจจะลังเลเวลาวิเคราะห์ว่า พวก Hardliner (สาย แข็ง) กับพวก Reformer (นิยมปฏิรูป)จะจัดการอย่างไร ผมเข้าใจว่ามันเป็นอย่างนี้มานานแล้วล่ะคือเป็น "Carrot and Stick" ตลอดเวลาสำหรับพวกนี้ พวกที่แข็งขืนไม่ยอมวางอาวุธก็เล่นมัน แล้วก็แบ่งแยกพวกที่ยอมวางอาวุธและสวามิภักดิ์ อาจจะใช้สูตรขิ่น ยุ้นต์ แต่มีการวิจารณ์กันมากว่าขิ่น ยุ้นต์โมเดลไม่ทำงานในบางกรณี ในบางกรณีไม่ทำงาน แต่ในแง่การเมืองมันทำงานนะ ทำให้ชนกลุ่มน้อยได้อภิสิทธิ์บางอย่างในโซนของเขา เช่น พวกคะฉิ่น เป็นพวกที่เคยได้ ได้กลุ่มแรกเลย ได้สัมปทาน ในกิจการหยกและพลอย พวกว้าเคยได้ ไทใหญ่บางกลุ่มเคยได้ แต่เมื่อสิ้นขิ่น ยุ้นต์ ความคิดที่จะให้พวกนี้อยู่ก็เปลี่ยน คือพวกชนกลุ่มน้อยเมื่อปกครองตัวเองในเขตตัวเอง อย่างเช่นว้า ไม่ยอมพูดภาษาพม่า ไม่ใช้เงินจ๊าต คือพูดภาษาจีน ใช้เงินหยวน คุณคิดว่าในฐานะที่เป็นรัฐคุณยอมได้หรือเปล่า คุณยอมไม่ได้ คะฉิ่นก็เหมือนกันสนิทกับฝั่งจีนกว่าฝั่งพม่าอีก

เพราะฉะนั้น ความพยายามที่จะจัดการเรื่องนี้ อาจจะทำในหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน เราอาจจะมองว่านี่เป็นความแตกแยกในวิธีคิดนายพล แต่นี่เป็นวิธีหนึ่งที่จะ Ultimate Goal (เป้าหมายสูงสุด) ให้ชนกลุ่ม น้อยสยบยอม ความคิดความฝันที่จะทำเรื่องเขตปกครองตนเองอาจเหลืออยู่ไม่มากนัก อาจจะเหลืออยู่ในคนรุ่นเก่าๆ หรือพวกที่ได้รับการถ่ายทอดจากศูนย์กลางอำนาจการต่อสู้อาจจะมี แต่ไกลออกไปอาจจะไม่มีก็ได้

สูตรที่ออง ซาน ซูจีเสนอคือปางโหลง 2 ที่มีการนำเสนอช่วงหลังเลือกตั้งใหม่ๆ ผมก็ดีใจไปกับเขาด้วยนะ ที่เขามีการแอบพบกันระหว่างตัวแทนพรรค NLD กับชนกลุ่มน้อย และออง ซาน ซูจีให้สัมภาษณ์อย่างมีความหวังราวตัวเองชนะการเลือกตั้งมา เสนอการประชุมปางโหลง 2 แต่เรื่องนี้หายไปกับสายลม เข้าใจว่าออง ซาน ซูจียังคงซีเรียสกับเรื่องนี้อยู่ ผมถามนักการทูตหลายคน ที่ไปพบออง ซาน ซูจีก็บอกว่ายังพูดเรื่องนี้ ไอเดียยังมีอยู่ แต่จังหวัดที่จะ Implement (ทำให้มีผล) อันนี้ ถ้าไม่ได้รับความเห็นดีเห็นงามจากผู้มีอำนาจ ซึ่งผมไม่ได้ยินใครพูดเลย เต็ง เส่งก็ไม่เคยพูด เถ่ง เท (Thein Htay) รัฐมนตรีกระทรวงชายแดนก็ไม่เคยพูดเลยว่าปางโหลง 2 เป็นไปได้ไหม และใครจะเป็นตัวแทนใครในปางโหลง 2 ซึ่งยากในหมู่ชนกลุ่มน้อยด้วยกัน

ถ้าจะให้เดา ผมคิดว่ารัฐบาลจะจัดการกับชนกลุ่มน้อยไปเรื่อยๆ ถ้ายอมวางอาวุธก็กลับเข้าเป็น BGF (กองกำลังพิทักษฺ์ชายแดน) ถ้าไม่วางอาวุธก็ลุยกัน พอพม่ามีความมั่นใจว่าเขาลุยได้แน่ ซึ่งเขาก็ทำว่าเขาลุยได้แน่ เขาก็จะทำ

เปิดใจคนเขียน “สุภาพบุรุษไพร่”

ที่มา ประชาไท

เปิดใจคนเขียน “สุภาพบุรุษไพร่”

“สุภาพบุรุษไพร่” เป็นหนังสือจากค่ายมติชนที่กำลังจะวางแผงทั่วประเทศ แม้ว่าเจ้าของเรื่อง “ณัฐวุฒ ใสยเกื้อ” จะเกริ่นไว้ในหนังสืออย่างถ่อมตัวว่า “มันจะขายได้หรือ” แต่กวาดตาดูแฟนคลับเสื้อแดงแล้ว เชื่อแน่ว่าว่าหนังสือเล่มนี้จะต้องขายดีอย่างยิ่ง

ประชาไทคุยกับ “ฟ้ารุ่ง ศรีขาว” ผู้สื่อข่าวประจำกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เจ้าของงานเขียนเล่มนี้ ถึงข้อสังเกตของเธอต่อแกนนำเสื้อแดงและขบวนการประชาธิปไตยไทยในช่วงเวลาอัน ใกล้ ทำไมเธอจึงทำหนังสือเล่มนี้ และทำไมเลือกเขียนเรื่องของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงที่อายุน้อยที่สุด รากเหง้าทางการเมืองสั้นที่สุดในบรรดาแกนนำเสื้อแดง

“เพราะณัฐวุฒิรับสาย(โทรศัพท์)ง่ายที่สุด แต่คนอื่นไม่ค่อยรับสาย ฮ่าๆๆ” เจ้าของหนังสือกล่าวกลั้วหัวเราะ เหมือนพูดเล่น แต่ในฐานะนักข่าวด้วยกัน เราทราบดีว่า นั่นคือเรื่องจริง ที่ว่าณัฐวุฒินั้นเป็นแหล่งข่าวที่เข้าถึงง่ายมาก แม้แต่เมื่อเปรียบเทียบกับแกนนำด้วยกันเอง ก่อนที่เธอจะกล่าวตอบคำถามต่อไปอย่างจริงจัง

ทำไมณัฐวุฒิ?

เพราะเราเห็นความขัดแย้งกันระหว่างจุดเริ่มต้นที่เขาเริ่มจากความเป็นตลก ที่ไม่มีราคา คนไม่สนใจ คนไปสนใจจักรภพ (เพ็ญแข) วีระ (มุสิกพงศ์) เพราะความอาวุโสหรือบทบาทก่อนหน้านั้น ขณะที่เรารู้สึกว่าเราฟังวีระไม่เข้าใจ เราไม่ได้เห็นในยุคที่คุณวีระยิ่งใหญ่ ต่อมาหลังจากณัฐวุฒิ พูดเรื่องไพร่ อำมาตย์ ก็เลยรู้สึกว่าการนำของณัฐวุฒิเปลี่ยนไปจากความตลกมาสู่ทฤษฎีที่เราเคยเรียน ตอนเป็นนักศึกษา (รัฐศาสตร์ มธ.) มันคงเกี่ยวกับแบกกราวด์ความรู้สึกของเราด้วยตอนที่เราเรียนมหาวิทยาลัย และครูบาอาจารย์ก็ชอบพูดประชดประชันทำนองภูมิใจในความเป็นไพร่ ก็เลยแปลกใจว่าถ้าจักรภพพูดเราก็เฉยๆ เพราะเขาจัดว่าเป็นปัญญาชน แต่ณัฐวุฒิ เหมือนคนตลก ขำๆ บางทีก็ดุดันแล้วมาพูดในเนื้อหาที่เรารู้สึกอยู่เป็นทุนเดิม ก็เลยสนใจเขา

และจากการรู้จักกันโดยส่วนตัวก็เห็นความเปลี่ยนแปลง เช่น หลังจากเหตุการณ์หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เราก็ตามไปคุยกับเขาหลังแถลงข่าว โดยถามว่าในฐานะแกนนำจะรับผิดชอบอย่างไรที่คนบาดเจ็บและทรัพย์สินคนอื่นเสีย หาย แต่ณัฐวุฒิเหมือนคนมีความรู้สึกไม่ดีกับเราและเสียงแข็งใส่เราว่า ใครจะอยากให้มวลชนเจ็บตัว คือ เขาไม่เก็บความรู้สึกว่าเขาไม่อยากให้เป็นแบบนี้

ต่อมาเราก็ไปทำข่าวสายอื่น ไม่ได้มาตามม็อบทุกวันเหมือนช่วงตั้งเวทีสนามหลวง เมื่อฝ่ายเสื้อแดงได้เป็นรัฐบาล มีช่วงที่ไม่ได้ทำข่าวณัฐวุฒิ มาเจออีกทีตอนที่มีเวทีผ่านฟ้า เจอกันหลังเวที ณัฐวุฒิก็คุยกับเราแล้วถามว่ามีอะไรจะคอมเมนต์ หรือวิจารณ์เขาไหม และท่าทีเหมือนใจเย็นลง รู้สึกว่าจากปี 2550 มาปี 2553 เขาเปลี่ยนไปในระยะเวลาไม่กี่ปี เปลี่ยนทั้งในแง่ที่คนอื่นคิดกับเขาและทั้งที่ตัวเรารู้สึกว่าเขาเปลี่ยน แปลง

เปิดใจคนเขียน “สุภาพบุรุษไพร่”

ความประทับใจจากการทำหนังสือเล่มนี้

ตอนที่เขาคิดว่าจะตอบตกลงกับเราที่จะเขียนเรื่องราวของเขา เราคิดว่าเขาไม่ได้มั่นใจว่าเราจะเขียนถึงเขาในทางบวกหรือลบ ที่ประทับใจมากคือเขาบอกว่าให้เขียนได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวตลกหรือผู้ร้ายก็ให้สะท้อนออกมาตามที่เรามอง "เป็นหนังสือของน้อง ให้ใช้เสรีภาพของสื่อมวลชนในการทำงาน" ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพูดระหว่างที่เขาอยู่ในห้องขัง เราเดาว่าเขาไม่มั่นใจว่าเราจะเขียนถึงเขาอย่างไร เพราะเราก็ไม่ใช่คนสนิทกับเขาในความหมายที่ว่าจะทำให้เขามั่นใจได้ว่าจะเข้า ข้างเขา

อีกอย่างที่ประทับใจคือ (หัวเราะ) ระหว่างที่เรากำลังทำหนังสือเล่มนี้ คือช่วงเวลาที่ณัฐวุฒิอยู่ในคุก และมีหลายคนถามเราว่า “มันมีค่าขนาดนั้นเลยหรือ”

อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือ เพื่อนๆ สื่อมวลชนให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล ขณะที่การเมืองไทย “ความจริง” เป็นสิ่งที่รัฐบอกว่าอยากจะหาออกมาให้ได้ มีการตั้งคณะกรรมการและงบประมาณใหญ่โตมโหฬาร เหมือนสังคมนี้โหยหาความจริง ขณะที่เพื่อนนักข่าวหลายคนเล่าความจริงให้เราฟังโดยไม่มีเงื่อนไขอะไร ไม่มีอะไรต้องเอามาแลกเปลี่ยนกัน เราได้ฟังเหตุการณ์จริงโดยที่ไม่ต้องเสียงบประมาณรัฐไม่ต้องผ่านกระบวนการ อะไรอันซับซ้อน แต่แน่นอนการให้คุณค่าข้อเท็จจริงอันเดียวกันคนที่มีพื้นฐานความคิดต่างกัน ก็คงจะแปรความหรือให้น้ำหนักต่อข้อเท็จจริงนั้นต่างกันไป

ตอนที่ชอบที่สุดในหนังสือคือ “สว่างแสงชาดอาภรณ์” ซึ่งเป็นเรื่องราวช่วงท้ายของการชุมนุม ขณะที่ลูกสาวของณัฐวุฒิ “ชาดอาภรณ์” ถือกำเนิดขึ้นมาในเช้าวันที่ 10 พ.ค. 2553 ที่ชอบเพราะว่ามันเหมือนฉากในหนังดีน่ะ เพราะในช่วงเวลาเดียวกันเขาต้องคิดทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว แต่อีกแง่หนึ่งก็มีเรื่องขบวนการ นึกภาพตัดไปตัดมา ระหว่างที่ชุมนุมกับโรงพยาบาล ขณะเดียวกันก็ได้รับโทรศัพท์ว่าเจ้าหน้าที่รัฐรู้แล้วว่าคุณอยู่ตรงไหน ทำให้เขาต้องหนี

วันนั้นมีอีกคู่ความสัมพันธ์ที่ไปกันไม่ได้คือ แกนนำกับแกนนำ

อุปสรรคของงานเขียน

เวลา เรามีงานประจำต้องทำ ตอนทำไม่มีใครรู้เยอะ ในแง่การเขียนการเรียบเรียงยากตอนวางโครงเรื่องที่เราต้องตัดสินใจว่า เรื่องอะไรน่าจะบ่งบอกเรื่องราวของคนเสื้อแดงและณัฐวุฒิ อีกอย่าง เวลาที่จะคุยกับเขาก็มีระยะเวลาจำกัด เพราะเขาอยู่ในเรือนจำ ก็เพิ่งมาทราบภายหลังว่าคุณศิริสกุลและญาติๆ แกนนำแต่ละคนเป็นคนระบุว่าให้เยี่ยมเวลานี้ทุกวัน ทั้งที่ครอบครัวสามารถเปลี่ยนได้ตามสะดวก แต่คุณศิริสกุลเห็นว่าคนเสื้อแดงมาเยี่ยม ก็จะได้รู้ตรงกันว่ามาตอนกี่โมง เราก็เลยไปเยี่ยมพร้อมๆ คนเสื้อแดงจำนวนมาก ต้องก้มผ่านซี่กรง เราก็เกรงใจคนเสื้อแดงที่เขาอยากจะคุยกับแกนนำด้วยว่าเขาอุตส่าห์มาไกลก็ อยากจะคุย เราไม่ได้คิดจะถือตัวว่าเรามาเขียนหนังสือให้เขาต้องได้อภิสิทธิ์ เพราะคนที่มาเยี่ยมก็เท่ากันหมดคือทุกคนอยากสื่อสารกับแกนนำ

มีคนแซวไหมว่าหลงเสน่ห์แกนนำหรือรับตังค์เขามาเขียน

(หัวเราะร่วน) มีคนแซวเหมือนกัน เพราะพี่เต้นแกเคยแซวว่าเราเป็นแฟนเก่าแก แต่คนฟังไม่รู้ที่มาที่ไป จริงๆ คือแกเคยปล่อยมุก แซวเพราะแกเคยเห็นเราตัวเล็กกว่านี้ แกเลยแซวว่า เราเป็นแฟนเก่าแต่ถูกผู้ใหญ่กีดกัน พอแกไปแต่งงานกับพี่แก้มเราเลยเสียใจจนตัวโตขนาดนี้ เดาว่าบุคคลที่สามได้ยินก็เลยเอาไปตีความใหญ่โต จริงๆ คือแกจะเล่นมุกว่าเราเปลี่ยนไปคือตัวโตขึ้นมาก

ส่วนเรื่องเงิน เราตกลงกับณัฐวุฒิตอนที่ขอเขียนเรื่องเขาว่าเขาจะคิดค่าเรื่องหรือเปล่า เขาบอกว่า “ถ้าขายได้ก็เป็นความสำเร็จของน้อง เป็นผลงานของน้อง” ส่วนค่าเรื่องนี่ หนังสือพิมพ์เสร็จแล้วเรารับเงินค่าเรื่องจากสำนักพิมพ์มติชน

เปิดใจคนเขียน “สุภาพบุรุษไพร่”

นัยยะสำคัญทางการเมืองของหนังสือเล่มนี้

วิธีการเล่าของเราคือไม่ตัดสินคุณค่าว่าถูกผิด ดีเลว เป็นสิ่งที่เราได้มาจากการเรียนหนังสือในสายคิดที่ให้ความสำคัญกับการแสวงหา ความจริง แต่ไม่ได้บอกว่าความจริงมีชุดเดียว เพราะแค่การพูดถึงข้อเท็จจริง ว่าสิ่งนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่มันก็ยากแล้ว ยังไม่ต้องไปพูดเรื่องการชี้วัดตัดสิน

หนังสือเล่มนี้คงไม่สร้างแรงกระเพื่อมอะไรมากไปกว่าคนที่ไม่เคยรู้ประ วัติของณัฐวุฒิได้รู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเขา เพราะเราตั้งใจจะมองเรื่องด้วยความเป็นคนธรรมดา เหมือนชีวิตคนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของการเมืองในสเกลใหญ่ แต่เราก็ไม่ใช่คนโรแมนติก หรือมีอุดมการณ์ขนาดที่ประชาไททำหนังสือ “คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิต” เวลาเราพูดถึงณัฐวุฒิเราก็ยังลังเลว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ คือเป็นคนธรรมดาที่ไม่ถูกให้ราคา หรือเขาเป็นคนระดับนำอยู่แล้ว ตั้งแต่ความเป็นนักการเมืองท้องถิ่น คงพูดได้แค่ว่าเขาเป็นปัจเจกบุคคลที่อยู่ในส่วนประกอบของเหตุการณ์ใหญ่ แต่เขาเป็นคนธรรมดาหรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ

แต่ท้ายที่สุดก็คงไม่พ้นที่เราจะเลือกให้คุณค่าด้านใดด้านหนึ่งเพราะที่ สุดแล้วเราก็เลือกชื่อหนังสือ “สุภาพบุรุษไพร่” ที่บอกอยู่แล้วว่าบวกหรือลบ

คุณเคยบอกว่า การติดตามขบวนการเสื้อแดงมาตลอดทำให้มุมมองคุณเปลี่ยนไป ถึงวันนี้มองขบวนการเสื้อแดงอย่างไร

มีหลายคู่ความสัมพันธ์ว่าระหว่างแกนนำกับทักษิณเขารับเงินกันหรือเปล่า เราก็ไม่ได้ไปเจาะ เพราะไม่ใช่ประเด็นที่เราสนใจ แต่อาจเป็นประเด็นของนักข่าวที่ชอบสืบสวนสอบสวนเขาคงสนใจ แต่เรามองว่ามีคู่ความสัมพันธ์อื่นๆ อีกที่น่าสนใจ เช่น คู่ความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำกับมวลชน ซึ่งในสายสัมพันธ์อันนี้มวลชนกับแกนนำเขาผูกพันกันด้วยความคิดร่วมกัน บางอย่างอันนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าใครรับเงินจากใคร เพราะว่าต่อให้ทักษิณใช้เงินจ่ายให้แกนนำจริงหรือใช้เงินหว่านกับมวลชนจริงๆ ต่อให้เป็นอย่างนั้น เราคิดว่าถ้าพวกเขาไม่มีความคิดความเชื่อบางอย่างร่วมกัน เขาก็คงไม่อดทนเดินในขบวนนี้ที่ต้องเผชิญการดูถูกดูแคลนสารพัดข้อกล่าวหา ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงจุดไหนของขบวนการก็ตาม

"สมคิด" ลบเกลี้ยง-โพสต์พาดพิงนิติราษฎร์-ปรีดี

ที่มา ประชาไท

"สมคิด เลิศไพฑูรยฺ์" ลบความเห็นที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอของนิติราษฎร์ และบทสนทนาระหว่างทายาทปรีดี พนมยงค์แล้ว โดยให้เหตุผลว่าเคารพต่อปรีดีและครอบครัวเสมอ "ผมไม่ยอมให้ใครเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเล่นกันครับ"

ตามที่ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ตั้งคำถาม 15 ข้อหลังการแถลงข่าวของกลุ่มนิติราษฎร์ และตอนหนึ่งมีข้อความพาดพิงนายปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคณะราษฎร "...ถ้าเรายกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้ เราจะล้มเลิกการกระทำทั้งหลายและลงโทษคณะรัฐประหารกี่ชุด สุจินดา ถนอม ประภาศ สฤษฏ์ จอมพล ป. อ.ปรีดี หรือจะลงโทษเฉพาะคณะรัฐประหารที่กระทำต่อนายกทักษิณ" จนนางดุษฎี บุญทัศนกุล บุตรีของนายปรีดีต้องเข้ามาตั้งคำถามนั้น (อ่านข่าวย้อนหลัง [1], [2], [3])

ล่าสุดมติชนออนไลน์ รายงานว่า ข้อความสนทนาโต้ตอบระหว่าง ศ.ดร.สมคิดกับนางดุษฎี รวมทั้งข้อความคำถาม 15 ข้อถึงคณะนิติราษฎร์ และข้อความสนทนาเกี่ยวกับประเด็นทางวิชาการที่สืบเนื่องจากข้อเสนอของคณะ นิติราษฎร์อื่นๆ ได้ถูกลบทิ้งออกจากหน้ากระดานเฟซบุ๊กของอธิการบดีธรรมศาสตร์เกือบทั้งหมด

ในคืนวันที่ 29 กันยายน นายวินัย ผลเจริญ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโทและเอกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ตั้งคำถามบนหน้ากระดานเฟซบุ๊กของนายสมคิดว่า

"ท่านอธิการบดีครับ ท่านหรือผู้ที่ดูแล facebook ของท่าน (ถ้ามี) ได้ลบโพสต์บางโพสต์ที่อยู่ในกระดานข้อความ FB ของท่านทิ้งไปหรือครับ เพราะผมสังเกตเห็นว่าโพสต์ที่ ดร.อลงกรณ์ (นายอลงกรณ์ อรรคแสง อาจารย์ประจำวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม - มติชนออนไลน์) ได้โพสต์ถามท่านซึ่งผมร่วมแสดงความเห็นด้วยนั้นหายไป และโพสต์ที่ อ.ดุษฎี บุญทัศนกุล โพสต์ไว้ก็หายไปเหมือนกัน ถ้าลบจริง ผมอยากทราบเหตุผลครับ เพราะผมเชื่อว่าการคงไว้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางวิชาการมากกว่าครับ"

ซึ่งนายสมคิดได้เข้ามาตอบคำถามของนายวินัยว่า "ผมลบเองครับ เพราะเป็น face ของผม ถ้าคุณวินัยยังสนุกอยู่ก็เอาประเด็นไปตั้งที่ face ของคุณวินัยเองก็ได้ครับ ผมเคารพอ.ปรีดีและครอบครัวท่านเสมอ ผมไม่ยอมให้ใครเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเล่นกันครับ"

นายวินัยจึงตั้งคำถามต่อว่า "แต่เรื่องที่ ดร.อลงกรณ์ถามก็ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับ อ.ปรีดีนะครับ" นายสมคิดชี้แจงว่า "ผมต้องตอบใช่ไหมครับ"

นายวินัยจึงพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมว่า "ผมไม่ได้มองว่ามันสนุกหรอกครับ แต่ผมอยากตามความคิดเห็นของคนอื่นๆ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาสติปัญญาครับ และคนอื่นก็หวังอย่างผมเหมือนกันครับ" "ท่านอาจจะไม่ตอบก็ได้ แต่ท่านน่าจะเปิดให้คนอื่นได้แสดงความเห็นกันต่อไปครับ"

นายสมคิดจึงเข้ามาตอบอีกครั้งว่า "อ.น่าจะรู้ว่าทุกอย่างมีขอบเขต และผมเข้าใจตอนนี้มันเลยขอบเขตไปแล้ว แทนที่จะทำให้ความเข้าใจที่ดีต่อกัน มันกลับเป็นตรงกันข้าม" สุดท้ายนายวินัยจึงตอบว่า "ครับ ผมจะพยายามเข้าใจครับ"

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า เมื่อกลับมาตรวจสอบหน้ากระดานเฟซบุ๊ก ของอธิการบดีธรรมศาสตร์อีกครั้งในช่วงบ่ายของวันที่ 30 กันยายน ปรากฏว่าข้อความสนทนาโต้ตอบระหว่างนายสมคิดกับนายวินัยได้ถูกลบทิ้งไปเช่น กัน

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 30/09/54 อัศวินผู้กล้า..กับขี้ข้าเผด็จการ

ที่มา blablabla

โดย



อัศวิน ผู้กล้า เปิดหน้าสู้
ให้โลกรู้ พวกคนระยำ ทำรัฐประหาร
คือผลพวง ความชั่วช้า สุดสามานย์
สืบสันดาน อมนุษย์ สุดแสนเลว....


พอคิดแพ้ แล้วพาล..เหมือนมารขย้ำ
กี่ระยำ ที่เร่งรุด ฉุดลงเหว
ใช้เขี้ยวเล็บ รุกไล่ สุมไฟเปลว
จนแหลกเหลว นิติรัฐ ขัดคุณธรรม....


พวกขี้ข้า เผด็จการ พวกมารสถุน
รุ่นสู่รุ่น หวังจงใจ ใฝ่ถลำ
อย่าถามหา สัจจะชน คนใจดำ
แค่เพ้อพร่ำ ซ้ำซาก ทาสกากเดน....


ผ่านกี่ยุค กี่สมัย ใครเหลวแหลก
สร้างแตกแยก กี่สมัย ใครก็เห็น
สร้างระยำ กี่สมัย ใครเบี่ยงเบน
สร้างทุกข์เข็ญ กี่สมัย ใครรุกราน....


ให้กำลังใจ นิติราษฎร์ ผงาดสู้
ยืนหยัดอยู่ เพื่องัด พวกรัฐประหาร
ประชาชน พร้อมสนอง ตามต้องการ
ล้างบางมาร จนดับดิ้น หมดสิ้นไป....


๓ บลา / ๓๐ ก.ย.๕๔

นปช.ยุโรปหนุนคณะนิติราษฎร์

ที่มา Thai E-News

เชิญเข้าร่วมกิจกรรม มั่นใจคนไทยเกิน 1 ล้านสนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ทางเฟซบุ๊ค(คลิ้กเพื่้อเข้าไปกดถูกใจ)

โดย นปช.สหภาพยุโรป

พวกเราในนามของ UDD THAI OF EUROPE หรือ นปช.อียู ซึ่งได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริง ถีงแม้นว่าเราจะมีความสุขสบายภายในประเทศเหล่านี้ แต่พวกเราไม่เคยลืมถิ่นกำเนิด ทั้งยังรักและหวงแหนยิ่ง

พวกเรารู้สึกเจ็บปวด และอับอาย ต่อนานาอารยประเทศ ในเหตุการณ์ รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยกลุ่มบุคลที่เรียกตัวเองว่า คณะ คมช ซึ่งกลุ่มดังกล่าว ได้อ้างเหตุผลในการทำรัฐประหาร อย่างไร้สำนึกของความเป็นชายชาติทหาร โดยการกล่าวเท็จ ใส่ร้าย รัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนในขณะนั้น ที่ชนะการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น เพียงเพือหวังความชอบธรรมในการก่อการรัฐประหารของตน โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนในประเทศ และไม่อับอายต่อสายตาของชาวโลกที่รับรู้การกระทำอันน่ารังเกียจนี้

ผลพวงจากการรัฐประหารครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับอัปยศที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศ และมีปัญหาตามมามากมาย อันนำมาสู่การสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บของประชาชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและทรัพย์สินอีกจำนวนมหาศาล ดังที่ปรากฏและรับทราบโดยทั่วกันแล้ว

พวกเราคนไทยในภาคพื้นยุโรป (UDD THAI OF EUROPE ) ติดตามผลงานของท่านมาตลอด และรู้สึกชื่นชมความเป็นนักวิชาการที่กล้าหาญ เป็นตัวของตัวเอง เคารพในวิชาชีพไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ การที่ท่านได้นำปัญหาอันเป็นผลพวงจากการรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 มาวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นข้อเสนอ 4 ประการ ในแถลงการณ์ฉบับล่าสุดนั้น ย่อมแสดงถึงจิตใจอันงดงามของนักวิชาการที่ไม่ทำงานเฉพาะหน้าที่ให้ความรู้ใน มหาวิทยาลัย เท่านั้น แต่ยังนำความรู้มาใช้เชิงสร้างสรรค์ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและ สังคมโดยรวมอีกด้วย

ดังนั้น พวกเราจึงขอขอบคุณในความกล้าหาญของคณะนิติราษฎร์ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นการจุดประกายความหวังให้กับคนไทยผู้รักประชาธิปไตย ความถูกต้อง ความยุติธรรม และเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนให้กับประเทศด้วย

แม้ว่า ข้อเสนอทั้ง 4 ข้อดังกล่าว อาจจะใช้เวลานานในการบรรลุเป้าหมาย แต่พวกเราเชื่อว่าท่านจะนำพวกเราฝ่าฟันไปได้ พวกเราไทยเรดอียูขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจ

“ ไม่มีพลังอะไรจะยิ่งใหญ่กว่าพลังของประชาชน “

UDD THAI OF EUROPE

ภาพประกอบ:การ์ตูนเซีย ไทยรัฐ

5ปีสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่ขับTAXIขยี้รถถัง

ที่มา Thai E-News


ที่มา เฟซบุ๊ค Bus Tewarit

วันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว "แท้กซี่ขยี่รถถัง" วันแห่งการต่อสู้เชิงสัญญาลักษณ์ เมื่อรถแท็กซี่ สัญญลักษณ์สามัญชนผู้ให้บริการประชาชน ชนรถถังผู้ยึดอำนาจประชาชน 30 กันยายน พ.ศ. 2549
นาย นวมทอง ไพรวัลย์ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท สหกรณ์แหลมทองแท็กซี่ จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ และได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังจากนั้น พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ได้ปรามาสลุงไว้ว่า
"ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้"

1 เดือนต่อมา คืนวันที่ 31 ตุลาคม นายนวมทองผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด) โดยในจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พันเอก อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค.

ในคืนที่นายนวมทองแขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ด้านหน้า เป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และ ด้านหลัง เป็นบทกวีของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ข้อความว่า
"อันประชา สามัคคี มีจัดตั้ง เป็นพลัง แกร่งกล้า มหาศาล แสนอาวุธ แสนศัตรู หมู่อันธพาล ไม่อาจต้าน แรงมหา ประชาชน"

เพลงวันของเรา โดยจิ้น กรรมาชน ซึ่งจิ้น ได้จึงส่งผ่านบทเพลง ‘วันของเรา’ ให้ประชาไท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตยกับลุงนวมทอง และเพื่อจะบอกว่า ‘วันของเรา’ ไม่ควรจะต้อง ‘รอ’ อีกต่อไป ฟังเพลงที่ http://www.youtube.com/watch?v=ibRwZ1ApIeI&feature=player_embedded



ฟังเสียงลุงนวมทอง(ก่อนเสียชีวิต)



รำลึกลุงนวมทอง



source : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=inthedark&month=31-10-2007&group=22&gblog=20

งานถ้อยคำรำลึก " ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ "

31 ตุลาคม นี้ เวลา · 8:00 - 22:00

[เช้า]สะพานลอยไทยรัฐ - [เย็น]อนุสรณ์สถาน14ตุลา
สร้างโดย
Thailand Mirror
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/event.php?eid=171482992930658

หมายเหตุไทยอีนิวส์:หลังลุงนวมทอง ได้เสียสละเพื่อประชาธิปไตยไป 5 วัน ไทยอีนิวส์ได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2549 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานภารกิจสามัญชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเป็นการอุทิศให้แก่วีรประชาชนท่านนี้

*********


เขาชื่อ..นวมทอง

นวมทองขอพลีชีพ จุดประทีปแห่งสมัย
เกิดมาเื่พื่อรับใช้ พิทักษ์ไว้อุดมการณ์

เชื่อมั่นต่อจุดยืน เขาลุกขึ้นอย่างกล้าหาญ
คัดค้านเผด็จการ รัฐประหารน่าชิงชัง

เป็นเพียงสามัญชน พุ่งรถยนต์ชนรถถัง
หนึ่งคนมิอาจยั้ง เกินกำลังจะประลอง

วีรชนไม่ตายเปล่า หากปลุกเร้าเราทั้งผอง
คนซื่อชื่อนวมทอง จักเรียกร้องความเป็นธรรม


ด้วยจิตคารวะ
จิ้น กรรมาชน
2 พ.ย. 2549

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:35ปีเก้าอี้รีเทิร์น

ที่มา Thai E-News

35ปีเก้าอี้ตัวนั้นรีเทิร์น-35ปี ที่แล้วด้วยการปลุกเร้ามวลชนให้มองนักศึกษา-ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย"เป็น อื่น"ที่ไม่ใช่คนไทยด้วยกัน ทั้ง คอมมิวนิสต์คิดร้ายทำลายชาติ,เป็นพวกญวนแฝงตัวมา ทำให้เกิดโศกนาฎกรรม 6 ตุลา 2519 ในพ.ศ.นี้การปลุกเร้าผ่าน"วิทยุยานเกราะ-นสพ.ดาวสยามยุคใหม่"และมวลชน ลส.ชบ.ออนไลน์ เครือข่ายนวพลอินเตอร์เน็ต และพ.อ.อุทารยุคดิจิตัลเต็มคลื่นเต็มหน้าปัทม์เต็มจอไปทุกด้านให้มองเห็นคน เสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย"เป็นอื่น" เราจะหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมซ้ำรอยกันอย่างไร....?

โดย นักข่าวชา่วรากหญ้า
30 กันยายน 2554

30 กันยายน-คาราวาน นปช. ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นำ โดย แกนนำ นปช. ครบทีม จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ, พายัพ ปั้นเกตุ, ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, วรชัย เหมะ พร้อมแกนนำทุกคน
รถ ออกจากตึกกองทุนยุติธรรม ถนนงามวงศ์วาน หลังสถานีรถไฟบางเขน 08.00 น วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2554.ไปที่ สิงห์บุรี และลพบุรี สงสัยติดต่อ ข้าวเหนียว 086-0937706, คุณนิด 085-953-0227 หรือ คุณจุ๋ม 088-531-7557 แผนที่ตึกกองทุนยุติธรรมตามนี้ครับ
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150307654450759&set=a.365083640758.167085.692245758&type=1&theater***



คลิปน้ำท่วมเชียงใหม่ 29 ก.ย. โดยชมรมร่มบินเชียงใหม่

1ตุลาคมคอนเสิร์ต+ทอล์กโชว์ช่วยน้ำท่วม

วัน เสาร์ที่1 ตุลาคมนี้ อิมพีเรียล (ลาดพร้าว) ชั้น5 ฮออล์ เวลา 13.00-20.00น บ่ายโมงตรงถึงสองทุ่ม พบคอนเสริต์และทอล์คโชว์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม นำโดย นักร้องคุณภาพ ป้อม กรองทอง อดิศร เพียงเกษ ทอม ดันดี พระมหาโชว์ (เทศน์ธรรมะ) เต้ มดแดง
อ้น ชัยนรินทร์ ( รายได้และการบริจาคสิ่งของนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย) ***

ยิ่งลักษณ์พบประชาชนประเดิมออนแอร์1ตุลาคม


น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะจัดรายการพบประชาชน เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ชื่อ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 -09.00 น. โดยจะออกอากาศทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ในวันเสาร์ที่ 1 ต.ค. นี้ ทั้งนี้ในช่วงเวลาเดียวกันทางโทรทัศน์ช่อง 11 ก็จะมีการปล่อยเสียงของนายกรัฐมนตรี ด้วย โดยจะเผยแพร่ภาพภาระกิจของนายกฯขึ้น แทนภาพในการจัดรายการ***

2 ตุลาคม วันอาทิตย์สีแดงกับทนายเ้สื้อแดง


คุยกันวันอาทิตย์สีแดง วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2554 ชั้น 5 อิมพีเรียลลาดพร้าว พบกับสมบัติ บุญงามอนงค์-อานนท์ นำภา ทนายคนเสื้อแดง ร่วมพูดคุยในรายการ Sunday Talk "คุยกันวันอาทิตย์สีแดง" ครั้งเดียวที่เขาจะพูด***

3 ตุลาฯเจ๊ดา-ผู้หญิงแกร่งมอบตัวสู้คดี อาจารย์จรัลอาจมอบตัวช่วงเดียวกัน
สาว ผมแดง-เจ๊ดา ดารณี กฤตบุญญาลัย สา่วไฮโซผู้ไม่เพียงสร้างสีสันอันสดใสให้แก่เวทีเสื้อแดง แต่เป็นหญิงแกร่งหัวใจน่ากราบที่รอดตายจากสมรภูมิราชประสงค์ วันที่19พฤษภา53เธอใส่ชุดขาวเพื่อเตรียมตัวตาย แต่สถานการณ์พลิกผันให้ต้องไปเป็นนักเรียนนอกมาปีเศษ จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉินที่สน.ลุมพินี

ช่วงเดียว กันนี้มีรายงานข่าวอาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย นักวิชาการนักสิทธิมนุษยชนแกนนำคนเสื้อแดงเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมขอประกันตัวสู้คดีต่อไป สำหรับกี้ร์-อริสมันต์ยังไม่ชัีดเจน ส่วนจักรภพ เพ็ญแข ขอเ้ป็นนักเรียนนอกต่อไปพลางๆ***

6 ตุลาคม กิจกรรมรำลึก 35 ปี 6 ตุลา”





ปีนี้เป็นครบวาระ 35 ปี แห่งการถูกล้อมปราบ สังหารโหดในปีนี้ ทางคณะกรรมการกำหนดจัดงาน ในวาระ 35 ปี 6 ตุลาที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ดูคลิปแถลงข่าวรายละเอียดงาน และไปพบกับUNSEEN 6 ตุลาฯ รวมภาพถ่ายที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนในรอบ 35 ปี

ขอเชิญร่วมงานสัปดาห์รำลึก 35 ปี 6 ตุลา ระหว่างวันที่ 1-14 ตุลาคม 2554

จัดโดย องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)
โครงการกำแพงประวัติศาสตร์:ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
และเครือข่ายเดือนตุลา
ร่วมกับ กลุ่มประชาคมจุฬาเพื่อประชาชน(CCP)
กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์คัดค้านอำนาจนอกระบบ(TCAD)
กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย(LLTD)
กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์(LKS)
กลุ่มประชาคมมหิดลเสรีเพื่อประชาธิปไตย(FMCD)

กำหนดการ สัปดาห์รำลึก 35 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตยประชาชน ณ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


1-14 ตุลา นิทรรศการภาพจิตรกรรมการเมือง ณ หอสมุดปรีดี พนมยงค์

2 -9 ตุลา สัปดาห์ “ ตุลารำลึก” หนังสือการเมือง และ นิทรรศการหนังสือต้องห้าม ณ บริเวณ ลานโพธิ์ ติดประตูท่าพระจันทร์

วันอังคารที่ 4 ตุลา ณ ลานโพธิ์
13.00 น. “ละครแขวนคอ” ชนวนเหตุอาชญากรรมรัฐ 6 ตุลา 19 โดย ประกายไฟการละคร

วันพุธที่ 5 ตุลา ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์
14.00 น. - 16.30 น. ละครเวที “ แค้น” โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง
16.30 น. - 18.00 น. เสวนา “จากพ่อจารุพงษ์ ถึง แม่น้องเกด” ดำเนินรายการโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด)
18.00 น. - 22.00 น. คอนเสิร์ตรำลึกวีรชนเดือนตุลา
21.00 น. – 22.00 น. ละคร “อุโมงค์ตึกโดม” โดย ประกายไฟการละคร

วันพฤหัสที่ 6 ตุลา ณ สวนประวัติศาสตร์ หน้าหอประชุมใหญ่
05.00 น. - 06.00 น. ละครสะท้อนความจริงเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลา 2519 “ ก่อนอรุณจะร่วง” โดยประกายไฟการละคร
07.00 น.- 07.30 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 36 รูป
07.30 น.– 09.00 น. พิธีวางพวงมาลา ณ ประติมานุสรณ์ 6 ตุลาคม และ กล่าวสดุดี โดยตัวแทนฝ่ายต่างๆ
- กรรมการญาติวีรชน
- ตัวแทน 18 ผู้ต้องหา
- องค์กรประชาธิปไตย
- อมธ. สภานักศึกษา
- ตัวแทนองค์กรร่วมจัดงาน ฯลฯ
09.00 น. - 10.00 น. กวี และนาฏลีลา รำลึกวีรชน 6 ตุลา
10.00 น. - 11.30 น. ปาฐกถาพิเศษ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ณ ห้องจี๊ด คณะนิติศาสตร์

11.30 น. - 12.30 น. การแสดง ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ละครเรื่อง "เก้าอี้"จากกลุ่มประกายไฟ และ Action ของนักศึกษาจากกลุ่มต่างๆ อ่านบทกวี ร้องเพลง และโปรยดอกกุหลาบ
13.00-14.30 เสวนา มุมมองของนักศึกษากับเหตุการณ์6ตุลาฯ ห้อง จี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
- เสกสรร อานันทศิริเกียรติ - นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รักษ์ชาติ์ วงศ์อธิชาติ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ ภาควิชาอังกฤษอเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14.30-17.00 เสวนาจากนักวิชาการ "จาก19-54 เส้นทางความยุติธรรมของสังคมไทย"
(วิทยากรอยู่ในระหว่างติดต่อ) ***

15 ตุลาคม เชิญแดงชิคาโก้รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม

ชมรมผู้รักประชาธิปไตยร่วมกับ ชาวเสื้อแดงแห่งนครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์
อีกครั้งหนึ่ง จัดฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของคนไทยทั่วโลก

ในวาระการคืนสู่ระบบประชาธิปไตย ของประเทศไทย

เชิญ พบและสนทนาทาง SKYPE กับ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม พงศ์เทพ เทพกาญจนา และดร.สุนัย จุลพงศธร ส.ส. พรรคเพื่อไทย แถลงความจริงหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาล ฯ

ร่วมรับประทานอาหาร และร้องเพลง เต้นรำ วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พุทธศักราช 2554 ขอเชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัยในเมืองไทย ตามกำลังและอัธยาศัย

ที่ มณีไทย 3558 N. Pulaski. Chicago เวลา 17.00 - 01.00 น. ค่าอาหารท่านละ 25.00 เหรียญ

ติดต่อ ปรีชา ชิคาโก 1-708-903-2216
สมศักดิ์ 847-708-7198
นิวัตร์ 1-773-656-3817
วันนี้ ได้โทรศัพท์ไปที่ศูนย์ เยียวยา นปช ชั้น 5 อิมพีเรียล ผมได้แจ้งความจำนง ว่า ผมคือพยานผู้เห็นและอยู่ในเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่รัฐฆ่าประชาชน ในจำนวนคดี 13 ศพ ที่เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าผมพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อความเป็นธรรมกับชีวิตของครัวครัวผู้เสียชีวิต บาดเจ็บเหล่านั้น

ผม อยากเห้นวันที่ฆาตกรโดนดำเนินคดี ผมอยากให้คนที่ตายในวันนั้นข้างๆผมได้รับรู้ว่า ผมจะคอยช่วยนาย เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้นายได้รับความเป็นธรรม ผมจะทำให้ดีที่สุด เพื่อรักษาไว้แห่งประชาธิปไตย และอุดมการณ์อันแน่วแน่ของพวกเรา ตอนนี้นายคงอยู่บนสวรรค์แล้ว ขอให้นนายรับรู้ว่า เพื่อนนายคนนี้ จะทำให้คนที่ฆ่านายได้รับกรรม เราสัญญา

.............แด่นาย ชาติชาย ซาเหลา........วีรชนผู้กล้า (ที่มา:เฟซบุ๊ค ทหารของประชาชน ทหารแตงโม)

เปิดตัวโครงการเส้ินทางสีแดง 3 ประเทศ 27 จังหวัด


ลักษณะโครงการ (Project Characteristic) : กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรมโดยคณะปั่นจักรยานทางไกลของคนเสื้อแดง เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจคนเสื้อแดง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมุ่งเน้นที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้พิการ และเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม


เป้าหมาย (Targets) : 1. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินคดีกับผู้สังหารประชาชน 2. เพื่อสนับสนุนนโยบายปรองดองของคนในชาติ 3. เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับมิตรประเทศ

เส้นทาง (Project Routes) : ราชประสงค์ - สปป.ลาว - ราชอาณาจักรกัมพูชา (3 ประเทศ 27 จังหวัด)

ระยะเวลา ระยะทาง : 35 วัน 2,500 กม.

13 พย. สมุทรปราการ 14 พย. ฉะเชิงเทรา 15 พย. ปราจีนบุรี 16 พย. นครนายก/สระบุรี (อ.มวกเหล็ก) 17 พย. นครราชสีมา (อ.ด่านขุนทด) 18 พย. นครราชสีมา (อ.พิมาย/อ.บัวใหญ่) 19 พย. ชัยภูมิ 20 พย.ขอนแก่น (อ.ชุมแพ) 21 พย. ขอนแก่น 22 พย. มหาสารคาม 23 พย. ร้อยเอ็ด 24 พย.กาฬสินธุ์ 25 พย. อุดรธานี (อ.วังสามหมอ) 26 พย. อุดรธานี 27 พย. หนองคาย 28 พย. สปป.ลาว นครเวียงจันทร์ 29 พย. หนองคาย (อ.ปากคาด) 30 พย. บึงกาฬ(อ.เมือง/อ.ศรีวิไล) 1 ธค. สกลนคร (พังโคน) 2 ธค. สกลนคร (เมืองหรือภูพาน) 3 ธค. นครพนม (อ.ธาตุพนม) 4 ธค.มุกดาหาร 5 ธค. อำนาจเจริญ 6 ธค. ยโสธร 7 ธค. ศรีษะเกษ (อ.ราศรีไศ) 8 ธค.ศรีษะเกษ 9 ธค. ศรีษะเกษ (อ.กันทรารมย์) 10 ธค. ศรีษะเกษ (อ.ขุนหาญ) 11 ธค.เขาพระวิหาร 11-18 ธค. กัมพูชา (เสียมเรียบ นครธม นครวัด พนมเปญ)

ท่านที่สนใจจะร่วมกิจกรรม ทั้งร่วมปั่นจักรยาน หรือร่วมเดินทางไปกับกิจกรรม หรือต้องการต้อนรับกิจกรรมในจังหวัดต่างๆ กรุณาติดต่อที่ E-mail : red_truth_only@hotmail.co.th / Facebook : ฟอร์ด เส้นทางสีแดง หรือเส้นทางสีแดงเพื่อวีรชน (กลุ่ม) / skype : ford2511 / โทร 081-5836964 ***

Thursday, September 29, 2011

ทูตอิตาลี บุกทวงอีก-คดีฟาบิโอ

ที่มา ข่าวสด

ยธ.เด้งรับข้อเสนอคอป. เยียวยา-ให้ประกันแดง พ่อพลฯณรงค์ฤทธิ์จี้รัฐ หาตัวการสั่งฆ่า13ศพ!



ทวงคดี - นาย มิเกลันเจโล ปิปัน เอกอัครราชทูตอิตาลี เข้าพบนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ทวงถามคดีนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระถูกยิงตายในวันปราบม็อบแดง 19 พ.ค.53 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 28 ก.ย.

ทูตอิตาลีบุกทำเนียบพบ "ยงยุทธ" ถามคดีฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาเลียนที่ถูกสไนเปอร์ส่องดับแยกราชดำริ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ด้าน "ยงยุทธ" แจงต้องใช้เวลาสืบพยานหลักฐาน แต่ขอให้มั่นใจคดีเดินหน้าแน่ เพราะเป็น 1 ในแนวทางสมานฉันท์ "เจ๋ง ดอกจิก" เผยจรัล-ดารณี-อริสมันต์ เตรียมเข้ามอบตัวต.ค.นี้ โดยเจ๊ดานำร่อง เพราะคดีเบาสุด เผย "กี้ร์" ยังไม่มอบตัว เพราะกลัวไม่ได้ประกัน แต่ย้ำได้ประกันแน่ เพราะเป็นสิทธิ์ผู้ต้องหา ยธ.เด้งรับมติครม.ทำตามข้อเสนอคอป. สั่งหน่วยงานภายในปรับตัวตาม เปิดอีก 1 ชีวิตเหยื่อความรุน แรงเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค. 53 พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ จากพล ร.9 กาญจนบุรี เข้ามาทำหน้าที่คุมม็อบ แต่กลับถูกกระสุนปริศนายิงตายที่อนุสรณ์สถาน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. และเป็น 1 ใน 13 คดีเจ้าหน้าที่รัฐฆ่า ที่บช.น.กำลังดำเนินการ พ่อจี้ตอบคำถามใครยิงลูก พร้อมขอให้ลากคอคนสั่งมาดำเนินคดี จะได้ไม่เกิดซ้ำซากกับครอบครัวอื่นอีก แม่ครวญแม้รัฐเยียวยาจำนวนมาก แต่ก็ไม่พอค่าชีวิตลูก

ความคืบหน้าการแสวงหาความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุม ทางการเมืองระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค.53 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตถึง 91 ศพนั้น เมื่อวันที่ 28 ก.ย. "ข่าวสด" เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 6 บ.ละกอ ต.ดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านของนายธวัชชัย สาละ อายุ 52 ปี และนางประสบ สาละ อายุ 47 ปี พ่อและแม่ของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ทหารประจำ ร.9 พัน. 2 จ.กาญจนบุรี ที่ถูกยิงบริเวณศีรษะเสียชีวิตคาที่ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ขณะขับขี่จักรยานยนต์รักษาความสงบไปตามถนนวิภาวดีรังสิต กทม. เมื่อวันที่ 28 เม.ย.53

โดยนายธวัชชัยกล่าวว่า แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้วปีกว่าตนและครอบครัวก็ยังคิดถึงลูกชายเสมอ อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามตัวมือปืนที่ลั่นไกสังหารลูกชายอย่างโหด เหี้ยม และหาผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีโดยด่วน เพราะถึงขณะนี้คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า และยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุ เรื่องนี้ควรทำ ให้กระจ่างเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีก และทำให้หลายครอบครัวต้องโศกเศร้าเสียใจเหมือนกับครอบครัวของตนอีก

นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงของ เหตุการณ์ดังกล่าว ว่าลูกชายของตนไปอยู่ในที่เกิดเหตุได้อย่างไร ใครเป็นคนสั่ง และใครเป็นคนยิง เพราะที่ผ่านมาคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ก็ยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน และยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

สูญเสีย - นาย ธวัชชัย และนางประสบ สาละ บิดามารดาของพลฯ ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตบริเวณอนุสรณ์สถาน ย่านดอนเมือง ในเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.53 เรียกร้องให้รัฐหาตัวคนผิดมาลงโทษ ตามข่าว



นายธวัชชัยกล่าวว่า ส่วนรัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตใน เหตุการณ์ชุมนุมในครั้งนั้น ตนไม่ขอเรียกร้องใดๆ ขึ้นอยู่รัฐบาลที่จะพิจารณาช่วยเหลือ เพราะถึงอย่างไรลูกชายของตนจะไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่ก็ได้เสียชีวิตไปแล้วโดยไม่มีวันกลับ ซึ่งเสียใจมากเพราะเป็นลูกชายคนโต เป็นคนดี และเป็นความหวังที่พึ่งของครอบครัว

ด้านนางประสบกล่าวว่า หลังลูกชายเสียชีวิตได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) มอบเงินเยียวยา 500,000 บาท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี 200,000 บาท และในนามพรรคประชาธิปัตย์อีก 50,000 บาท นอกจากนี้ก็มีเงินจากหน่วยงานต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ตนและสามีได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินเดือนไปจนตลอดชีวิตเดือนละ 6,300 บาท และน.ส.กัญสุดา สาละ บุตรสาวคนเล็กได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อพยาบาลที่ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา กทม. เดือนละ 10,000 บาท เมื่อเรียบจบกองทัพรับปากว่าจะให้บรรจุเป็นพยา บาลในโรงพยาบาลในหน่วยทหารทันที ส่วนนายณัฎฐ์ สาละ ลูกชายคนกลาง 1 ใน 3 คน ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ระดับ ปวส.2 ไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด เพียงรับปากว่าจะหางานให้ทำเมื่อเรียบจบเท่านั้น

"แต่การช่วยเหลือใดๆ ก็ไม่สามารถที่จะลบเลือนความเศร้าโศกของครอบครัวตนได้ จึงอยากจะให้ทุกฝ่ายเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่ลูกชายถูกลอบยิงเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ จึงฝากให้ทุกส่วนที่เกี่ยว ข้องเร่งดำเนินการโดยเร็วและเด็ดขาดด้วย"

ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกอง ทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ญาติของพลฯ ณรงค์ฤทธิ์ ที่ถูกยิงเสียชีวิตที่อนุสรณ์สถานในการเข้าไปควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดง ว่า ขณะนี้คดีอยู่ในความดูแลของ สภ.พญาไท และในความดูแลของนายทหารพระธรรมนูญ ซึ่งญาติสามารถสอบถามข้อมูลความคืบหน้าได้ที่ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท ได้โดยตรง เมื่อถามถึงกรณีที่คดีของพลฯ ณรงฤทธิ์เป็น 1 ใน 13 คดีที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า คงไม่สามารถตอบได้เพราะเป็นเรื่องของคดีความ ต้องไปสอบถามที่นายทหารพระธรรมนูญ

ที่กระทรวงยุติธรรม นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ รมว.ยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม แถลงว่า ขณะนี้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ได้สั่งการให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสำนักงานกิจการยุติธรรม ให้ดำ เนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการ ปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ในการเตรียมความพร้อมประ สานงานกับคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่มีนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย เป็นประธาน

นายถิรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการเยียวยา ขณะนี้ทราบว่า นอกจากนายยงยุทธจะเป็นประธาน และรมว.ยุติธรรมเป็นรองประธาน ยังต้องรอการตั้งกรรมการอย่างเป็นทาง การอีกครั้ง ทั้งนี้ หน้าที่ของกรรมการชุดนี้ จะไม่ได้พิจารณาเป็นแค่กรณีๆ ไป แต่จะตรวจสอบทุกข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องทั้งการลดโทษผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ให้เหลือเท่าคดีอั้งยี่ รวมถึงการพิจารณาเงินเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบวงเงินที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีที่องคมนตรีออกมาระบุถึงความ ชัดเจนในการขอพระราชทานอภัยโทษว่าเป็นพระราชอำนาจ กระทรวงยุติธรรมก็พร้อมรับข้อเสนอขององคมนตรีมาประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมิเกลันเจโล ปิปัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ประจำประเทศไทย เข้าพบนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่า เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี มาเยี่ยมพบ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อไป โดยทูตอิตาลีแสดงความห่วง ใยเรื่องความคืบหน้าคดีของนายฟาบิโอ โบเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาลี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เมื่อเดือนพ.ค.ปี 2553 โดยตนได้ชี้แจงไปว่าเราได้รีบดำเนินการอยู่ ส่วนที่ยังไม่มีความชัดเจน เพราะการค้นหาความจริง จะต้องดูว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ยาก ต้องใช้เวลาในการหาหลักฐาน พยายานที่ชัดเจน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเร่งรัดหาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว เพราะการหาข้อเท็จจริงเป็นส่วนหนึ่งของการปรองดองสมานฉันท์

นายยงยุทธ ยังกล่าวถึงการติดต่อขอมอบตัวของแกนนำ นปช. ว่า ไม่ได้มีการติดต่อมาที่ตนเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด เพราะทุกคนมีสิทธิ์ตามกฎหมายอยู่แล้ว การติดต่อมาเป็นการส่วนตัวคงทำอะไรไม่ได้ เพราะจะขัดต่อกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าพบนายยงยุทธครั้งนี้ถือเป็นการเข้าพบรองนายกฯ ของประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าพบร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เพื่อถามถึงความคืบหน้าคดีช่างภาพอิตาลีที่ถูกสไนเปอร์ยิงเสียชีวิตบริเวณ ถนนราชดำริ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ไปก่อนหน้านี้แล้ว

นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง ความชัดเจนกรณีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเดือนต.ค. ว่า ตนได้พูดคุยปรับทุกข์กันเป็นการภายในระหว่างนายอริสมันต์ กับนางดารณี กฤตบุญญาลัย และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำคนเสื้อแดง ก็ทราบว่าในช่วงเดือน ต.ค. ทั้ง 3 คน จะเดินทางกลับมามอบตัวและสู้คดี โดยนางดารณีนั้นน่าจะเดินทางกลับมาก่อน เพราะมีเพียงคดีละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนนายอริสมันต์ นั้นยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัด เพราะยังต้องรอดูสถานการณ์ก่อน

เมื่อถามว่านายอริสมันต์ กลัวว่าจะไม่ได้ประกันตัวหรือไม่ นายยศวริศ กล่าวว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะที่หนีไปช่วงแรกก็เพราะกลัวถูกจับ จึงต้องประสานภายในให้แน่ใจเสียก่อนว่าจะได้รับประกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเสื้อแดงต้องการสิทธิ์มากกว่าคนอื่น แต่ที่พวกตนถูกขังก็เพราะมีอำนาจบางอย่างไปสั่งการ แต่เมื่อเราเป็นรัฐบาล การให้ประกันเพื่อต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิ์ที่ผู้ต้องหาพึงได้รับอยู่แล้ว

นางธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ทราบว่าได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญให้นายทหารบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ สลายการชุมนุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในการเมืองระบอบอำมาตยาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะหากเป็นประชาธิป ไตย ฝ่ายบริหารย่อมมีอำนาจโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการทั้งทหารและพลเรือนได้ แต่ครั้งนี้มีระเบียบหรือกฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบอบอำมาตย์ สร้างกฎหมาย หรือกับดักเอาไว้หมดเเล้ว เมื่อนักการเมืองเข้ามาก็โยกย้ายไม่ได้ หมายความว่าการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่สามารถเข้ามาสั่นคลอนระบบเครือข่ายของกองทัพและข้าราชการชั้นสูง

ด้านนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. เผยว่า วันที่ 3 ต.ค. ตนได้ประสานงานกับทนายความเพื่อเตรียมยื่นประกันผู้ต้องหาที่ต้องคดีทางการ เมืองในเขตกทม. และสมุทรปราการทั้ง 37 คน

"จตุพร"เล็งเอาผิดคนสั่งการ-คนลงมือฆ่า 13 ศพ บอก "อริสมันต์"มอบตัวเร็วๆ นี้

ที่มา มติชน

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่กระทรวงมหาดไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามคดี 13 ศพที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ว่า หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ด้านความมั่นคง เข้ามาดูแลคดีดังกล่าว รวมทั้งจัดทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดใหม่ขึ้นมาดำเนินการ รวมทั้งเรามีหลักฐานชัดเจนว่าทั้ง 13 ศพเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบาล ดังนั้นเชื่อว่าจะสามารถเอาผิดทั้งผู้ลงมือกระทำ รวมทั้งผู้สั่งการได้ ขณะที่ผู้ตายและครอบครัวจะได้รับความเป็นธรรมและจะได้รับการเยียวยา

"ผมได้หารือร่วมกับ ร.ต.อ.เฉลิมแล้ว โดยขอให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา อะไรผิดถูกก็ว่ากันไปตามกระบวนการ เอาข้อเท็จจริงมากาง ไม่อย่างนั้นความปรองดองจะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดที่ผ่านมาทำให้คดีดังกล่าวเดินหน้าไปด้วยความยากลำบาก คนที่ไม่เคยติดคุกหรือขึ้นศาลคงไม่มีวันเข้าใจ"นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร ยังกล่าวถึงการเข้ามอบตัวของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นางดารุณี กฤตบุญญาลัย และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำ นปช.ว่า คาดว่านางดารุณีและนายจรัล น่าจะเข้ามอบตัวได้ก่อน เนื่องจากกระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เท่านั้น ส่วนกรณีของนายอริสมันต์ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของ นปช.ตรวจสอบรวมทั้งเตรียมการในทุกเรื่องให้พร้อมกัน เนื่องจากมีหลายคดีที่นายอริสมันต์ไม่ได้เข้ามอบตัว จึงกลายเป็นการออกหมายจับ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะทยอยเข้ามอบตัวโดยเร็วที่สุด

‘ยิ่งลักษณ์’เผยจัดรายการช่อง 11 ทุกเสาร์ เริ่ม 1 ต.ค.

ที่มา ข่าวสด




ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดรายการพบประชาชนว่า ชื่อรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ก็จะเป็นการรายงานในส่วนภาพรวมของรัฐบาล ที่จะให้ข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน โดยจะเริ่มจากการจัดรายการวิทยุและเชื่อมต่อสัญญานผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) โดยจะเริ่มในวันเสาร์ที่ 1 ต.ค.นี้ เวลา 08.30น. โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 30 นาที ซึ่งรายการดังกล่าวจะมีขึ้นในทุกๆวันเสาร์ เมื่อถามว่าจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามข้อมูลด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เนื่องจากเวลามีจำกัด ก็จะเริ่มต้นด้วยการให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชน ซึ่งตนจะใช้เวลาในภาพรวมอย่างมีประสิทธิ์ภาพและมีเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายเกรงว่าจะเป็นการสื่อสารทางเดียว หากฝ่ายค้านต้องการที่จะขอเวลาเพื่อสื่อสารถึงประชาชนบ้างรัฐบาลจะเปิดโอกาสหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยู่ที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณา รวมทั้งต้องดูที่หัวข้ออะไรอย่างไร เพราะในส่วนของตนเองก็เป็นฝ่ายที่ขอเพื่อจัดรายการเช่นกัน ซึ่งการจัดรายการก็ไม่ได้เป็นการทำเพื่อให้ประโยชน์กับตัวเองฝ่ายเดียวแต่จะเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแต่ละคนหมุนเวียนมาให้ข้อมูลด้วย

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการวิพากวิจารณ์จากกลุ่มผู้จัดรายการทางช่อง 11 ที่ถูกถอดรายการออกจากผังว่าขณะนี้คนใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง อาจได้เวลาเข้ามาจัดรายการแทน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของรายการตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นหน้าที่ของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่โดยหลักการเราก็ให้นโยบายไปว่าให้พิจารณาในเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของทางสถานีว่าต้องเป็นสถานีเพื่อประชาชน มีหน้าที่ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ตราบใดที่เนื้อหาหรือรายการยังสามารถตอบโจทก์ก็ยินดี ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและมติของคณะกรรมการคัดสรร


เมื่อถามย้ำว่าหากรายการไหนที่มีการโจมตีหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลยังจะให้โอกาสดำเนินรายการต่อหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ก็ต้องเปิดกว้าง แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่สามารถทำได้ นำเสนอให้ประชาชนเข้าใจในข้อมูลข้อเท็จจริง”