WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 10, 2011

ทบ.เปิด'ค่ายอดิศร'เป็นศูนย์อพยพ รับผู้ประสบภัยอยุธยา

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



ทบ.ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยลอยน้ำช่วยวิกฤติน้ำท่วมอยุธยา
เปิดค่ายทหารสระบุรี รับ 4,000 ผู้อพยพอยุธยา
ด้าน ผบ.ทร.ส่ง “ฮ.-เรือจู่โจม-เจ็ตสกี” ช่วยน้ำท่วม พร้อมส่ง 100 เรือท้องแบน
ขนย้ายผู้ประสบภัย จัดชุดประดาน้ำกู้แท่นพิมพ์แบบอะไหล่รถยนต์จมน้ำ...


เมื่อวันที่ 10 ต.ค. พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึง
สถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงวิกฤติ
ล่าสุดกองทัพบกได้ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยลอยน้ำจากกรมการทหารช่าง
พร้อมเรือยางติดเครื่องยนต์ 19 ลำ และรถบรรทุกขนาด 10 ตัน
เดินทางเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชนที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่
รวมทั้งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และเข้าเสริมการช่วยแจกจ่ายอาหารและน้ำ
ในเขต อ.เมือง มหาราช และบางปะหัน อย่างต่อเนื่อง
โดยชุดบรรเทาสาธารณภัยลอยน้ำได้จัดทำแพสำเร็จรูป ขนาด 100 ตารางเมตร
นำไปลอยบริการประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูง ณ หน้าที่ว่าการ อ.บางปะหัน
และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบางปะหัน
ซึ่งแพสำเร็จรูปดังกล่าวจะเป็นจุดศูนย์กลางนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับประชาชน
ที่ยังอาศัยอยู่ในบ้าน ขณะเดียวกันจะใช้เป็นท่าเทียบเรือเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชน
จากพื้นที่น้ำลึกไปยังพื้นที่น้ำตื้น
และใช้เป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางของประชาชนจากเรือเป็นการใช้รถยนต์บรรทุกของทหาร
นอกจากนี้ได้มีการจัดตั้งหน่วยแพทย์ไว้บนแพสำเร็จรูป เพื่อตรวจรักษาประชาชนที่เจ็บป่วยด้วย



การดูแลสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเกาะเมือง
ขณะนี้กำลังทหารของกองทัพบก จากศูนย์การทหารม้า
กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.)
หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก
กรมการทหารช่าง
ได้สนธิกำลังกันระดมเรือและรถยนต์บรรทุกออกบริการรับ-ส่ง
และอพยพประชาชนในพื้นที่เกาะเมืองไปยังศูนย์อพยพหน้าศาลากลางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการเตรียมพื้นที่ในค่ายทหารเป็นพื้นที่รองรับการอพยพของประชาชน
จาก จ.พระนครศรีอยุธยานั้น ขณะนี้กองทัพบกได้เตรียมพื้นที่หน่วยทหารในจังหวัดสระบุรี ได้แก่
ค่ายอดิศร กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ ไว้เรียบร้อยแล้ว
ทั้งด้านอาคารสถานที่ อาหาร การแพทย์ ซึ่งสามารถรองรับผู้อพยพได้ประมาณ 4,000 คน
โดยกำลังรอการประสานและตัดสินใจอพยพจากทาง จ.พระนครศรีอยุธยา

วันเดียวกัน พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ
ได้สั่งการให้หน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือจัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์
เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา อย่างเร่งด่วน
ล่าสุดได้สั่งให้จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วย
เฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ เรือจู่โจมลำน้ำติดเครื่องท้าย 4 ลำ เรือยาง 4 ลำ เจ็ตสกี 4 ลำ
เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ อ.พระนครศรีอยุธยา
พร้อมกับได้สั่งการให้จัดกำลังพลจากกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 11
กรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อกาศยานและรักษาฝั่ง จำนวน 138 นาย
กำลังพลจากกรมก่อสร้างและพัฒนา ชุดประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ
รวมถึงเรือปฏิบัติการความเรือสูงของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ จำนวน 2 ลำ
พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ และเรือยาง สนับสนุนชุดเคลื่อนที่เร็วในการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นอกจากนั้น ได้สั่งให้กรมอู่ทหารเรือเร่งสร้างแพลอยน้ำ (Pantoon)
เพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย และเร่งสร้างเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 3 ชุด
เพื่อสนับสนุนการผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ระบายน้ำ
เพื่อระบายน้ำไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ตลอดจนจัดหาเรือท้องแบนอีก 100 ลำ
เพื่อนำไปสนับสนุนการขนย้ายและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ด้านกรมสรรพาวุธทหารเรือ ได้จัดชุดประดาน้ำพร้อมอุปกรณ์
เร่งกู้แท่นพิมพ์แบบอะไหล่รถยนต์กว่า 30 แท่น ของบริษัท ทีเอส เทค
ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง ที่จมอยู่ใต้กระแสน้ำ
ซึ่งขณะนี้ทำการกู้แท่นพิมพ์มาได้แล้ว 6 แท่น
นอกจากนั้นทางหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน
และ รักษาฝั่ง ยังได้จัดกำลังอีกหน่วยละ 1 กองร้อยเพื่อสนับสนุนกรุงเทพมหานคร
ในการบรรจุกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วม ในพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันตก
รวมถึงพื้นที่ อ.ศาลายา จ.นครปฐม



ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ กำหนดจุดรับผิดชอบในพื้นที่อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา
โดยจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วส่วนหน้า
โดยมี น.อ.อารักษ์ แก้วเอี่ยม รองผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เป็นหัวหน้าชุด
ชุดเคลื่อนที่เร็วฯ ที่จัดตั้งขึ้น ตั้งอยู่ที่บริเวณศาลากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา
เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายความช่วยเหลือในพื้นที่ต่อไป

น.อ.วิพันธุ์ ชมะโชติ รองเลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะรองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า
สำหรับประชาชนที่มีความต้องการที่จะบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัย
ทางกองทัพเรือได้เปิดศูนย์รับบริจาค
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวบรวมน้ำใจจากคนไทย
ที่มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พี่น้องคนไทยที่กำลังเดือด ร้อน
สามารถร่วมบริจาคเงินได้ที่
ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 115 – 2 -14322 – 6
ชื่อบัญชี ศูนย์รับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และภัยหนาวของกองทัพเรือ
รวมทั้งขอเชิญร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่กรมกิจการ พลเรือนทหารเรือ
(ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง) ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
หมายเลขโทรศัพท์ 0 2475 4821 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
และที่ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ตรงข้ามวัดชิโนรส) ถนนอิสรภาพ
แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2475 5269
และ Call Center 1691 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ.


http://www.thairath.co.th/content/region/208181

รวมภาพน้ำท่วมในเฟซบุ๊ก จากศูนย์อพยพที่มธ.รังสิต ถึงราชมังคลากีฬาสถาน

ที่มา มติชน



บรรยากาศภายในศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาคารยิมเซียม 2 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

ขณะนี้มีผู้ประสบภัยเข้ามาพักที่ศูนย์ฯ จำนวนประมาณ 380 คน

(ภาพ โดย เพจ "น้ำขึ้น ให้รีบบอก")





รายชื่อสิ่งของที่ศูนย์พักพิง ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ต้องการด่วน

(ภาพ โดย Nawapol Thamrongrattanarit)





สภาพน้ำท่วมรอบ "ราชมังคลากีฬาสถาน"

ซึ่งจะเป็นสังเวียนแข้งฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกระหว่างไทย - ซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 11 ตุลาคม

(ภาพ โดย เพจ "เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม 2554")



'เต้น'ประกาศ นปช.เตรียมเคลื่อนพลสู้ภัยน้ำท่วม 15ต.ค.นี้

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



"เต้น" ณัฐวุฒิ ส.ส.เพื่อไทย ประกาศเตรียมเคลื่อนพลใหญ่ นปช.ทั่วประเทศ
ตระเวนตั้งจุดรับบริจาคช่วยน้ำท่วม
อ้างตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง แก้กฎหมาย คมช. 177 ฉบับ เป็นเพียงการแสดงจุดยืนทางการเมือง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ต.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท. และแกนนำกลุ่ม
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช.
กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า กลุ่มนปช. เตรียมจัดงาน
"เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน สามัคคีคนไทย สู้ภัยน้ำท่วม"
เพื่อรณรงค์ให้กลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ตั้งจุดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ในวันที่ 14 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ขณะที่ในวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. เตรียมนัดชุมนุมใหญ่เหมือนการชุมนุมเมื่อปีที่ผ่านมา
และเคลื่อนขบวนออกไปทัั่ว กทม.
เพื่อตระเวนออกไปรับบริจาค สิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
โดยเชื่อว่าขบวนรถของกลุ่มคนเสื้อแดง จะหลั่งไหลมาทั่วประเทศ
บรรยากาศคล้ายกับการชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว ที่มีกลุ่มนปช. ตระเวนไปตามถนนหนทางทั่ว กทม.
เพียงแต่ครั้งที่แล้วเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง
แต่ครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการร่วมรับบริจาคเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดที่มีน้ำท่วม
ทั้งนี้รายละเอียด สถานที่นัดพบจะมีการหารือกัน
และประกาศอีกครั้ง อาจมีการนัดรวมพลกันที่ ลานพระบรมรูปทรงม้าก็ได้

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวย้ำถึงจุดยืนทางการเมืองของกลุ่มนปช.
หลังมีข่าว กลุ่มนปช. ทยอยเปิดหมู่บ้านและอำเภอเสื้อแดงที่ จ.อุดรธานี เพิ่มเติมว่า
นั่นเป็นเพียงต้องการแสดงเชิงสัญลักษณ์ แต่ประชาชนทุกคนยังอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย
เป็นเพียงการประกาศจุดยืนประชาธิปไตยเท่านั้น

ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า หากจุดยืนของกลุ่มนปช. ยังอยู่ที่ประชาธิปไตย
และไม่ผิดกฎหมายบ้านเมืองก็สามารถกระทำได้
ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท.และแกนนำ นปช. ออกมาระบุว่า
เตรียมแก้กฎหมาย คมช. 177 ฉบับ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. กลาโหม 2551 หลังน้ำลดนั้น
นายณัฐวุฒิ เลี่ยงตอบคำถามดังกล่าว โดยกล่าวเพียงว่า
นั่นเป็นจุดยืนของทางกลุ่ม นปช. แต่คงต้องเป็นหลังที่สถานการณ์อุทกภัยใหญ่
กลับเข้าสู่ภาวะปกติก่อนจึงจะมีการหารือกันอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆในเรื่องนี้
ตอนนี้ต้องรวมพลังแก้ปัญหาและสู้ภัยน้ำท่วม
ซึ่งเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าก่อน ไม่มีสีเสื้อ ไม่มีการเมือง


http://www.thairath.co.th/content/pol/208192

นครปฐมจ่อคิวท่วม น้ำท่าจีนล้น เฉพาะบางเลนจม14ตำบล

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



แม่น้ำท่าจีนเริ่มล้นในเขต ต.บางหลวง อ.บางเลน ที่เป็นต้นน้ำ
โดยน้ำท่วม 2 ฝั่งแม่น้ำแล้ว 14 ตำบลโดยน้ำเข้าเมืองสูงกว่า 30 ซม.
ด้าน อบจ.นครปฐมไฟเขียวใช้เครื่องจักรตักทำคันดิน พร้อมเสริมกระสอบทรายป้องกันสถานที่สำคัญ...


เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่าน้ำในแม่น้ำท่าจีน
เริ่มส่งผลกระทบมายังพื้นที่ จ.นครปฐม แล้ว
โดยเฉพาะในเขต ต.บางหลวง อ.บางเลน ที่ถือเป็นต้นน้ำที่รับน้ำจากแม่น้ำท่าจีน
ปรากฏว่า 14 ตำบล น้ำในแม่น้ำท่าจีนไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร
ที่อยู่ตามแนวชายฝั่งทั้ง 2 ฝั่ง กว่า 30 ซม. แล้ว
ขณะนี้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ อ.บางเลน
โดยมีทั้งอำเภอ อบจ.นครปฐม สาธารณสุข บรรเทาสาธารณภัย
และหน่วยทหารจากกองบินกำแพงแสน เทศบาลตำบล และ อบต.
ร่วมกำลังกันหาทางป้องกัน โดยเฉพาะสถานที่ราชการ โรงพยาบาล และ สถานีอนามัย
โดยนำกระสอบทรายมาวางกันเรียงรายสูงถึง 1 เมตร
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนที่อยู่ตามชายฝั่งริมแม่น้ำท่าจีน บางแห่งถูกน้ำท่วมต้องสั่งหยุดการเรียนไปแล้ว



รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น
ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 ปี ที่เป็นตลาดเก่าแก่
มีบ้านเรือนเป็นไม้เก่าที่ทางราชการอนุรักษ์ไว้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและค้าขาย
ขณะนี้ หลายหน่วยงานได้เตรียมป้องกันเต็มที่
เพราะหากปล่อยให้น้ำในแม่น้ำไหลทะลักเข้ามา จะยากต่อการป้องกัน
นายพเยาว์ เนียะแก้ว นายกอบจ.นครปฐม ได้อนุมัติให้นำเครื่องจักร
ไม่ว่าจะเป็นรถแบ็กโฮ สำหรับตักดินทำคันดินตามแนวแม่น้ำ
และรถบรรทุกสำหรับบรรทุกทราย
และยังนำกระสอบถุงปุ๋ยสำหรับใส่ทราย พร้อมจัดงบให้การช่วยเหลือเต็มที่
และยังนำเรือท้องแบนสำรองมอบให้กับ อบต.ที่ประสบปัญหาเพื่อไว้สำหรับส่งเสบียง
และช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างหากเกิดน้ำท่วมใหญ่

ขณะที่ ในเขตเทศบาลนครนครปฐม จากการที่ฝนตกลงมาอย่างหนักหลายวัน
ทำให้น้ำขังท่วมในเขตเทศบาลแล้วหลายสาย กว่า 50-70 ซม.
ทำให้การจราจรในเขตเทศบาลติดขัด รถเสียติดน้ำ
ต้องระดม อปพร.เทศบาล มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์เข้าช่วยเหลือ
โดยเฉพาะถนนทิพากร ถนนพิพิธประสาท ซอย 7
น้ำท่วมแล้วกว่า 80 ซม. ต้องขนย้ายผู้คนออกมา
ซึ่งถนนทั้งสองสายนี้อยู่ติดคลองเจดีย์บูชา ที่เป็นคลองเก่าแก่ สมัยรัชกาลที่ 4
สร้างเป็นเส้นทางเสด็จประพาส และเป็นคลองที่ผันส่ง
สู่แม่น้ำท่าจีนด้านนครชัยศรี ปรากฏว่าคลองน้ำเต็มจนเข้าท่วม
เทศบาลได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวนกว่า 10 เครื่องเร่งระบายลงท่าจีน

นอกจากนี้ถนนในเขตเทศบาลนครปฐม
ที่ถูกน้ำท่วมจากน้ำฝนที่ตกลงมาหลายวัน ไม่สามารถระบายลงคลองเจดีย์บูชาได้เร็ว
มีหลายสาย เช่น ถนนราชวิถี ถนนราชมรรคา ถนนต้นสนที่จะไปพระราชวังสนามจันทร์
ถนนเสือดุ น้ำท่วมถนน และเข้าบ้านเรือนที่อยู่ตามริมถนนร่วม 50 ซม.
โดยคาดว่า หากฝนยังตกลงมาติดต่อกันอีก จะทำให้ถนนสายอื่นๆ นั้นท่วมไปด้วย
เพราะน้ำไม่มีที่ระบาย ขณะเดียวกันชาวบ้านที่อยู่ในเขตเทศบาล
ต่างตื่นหากระสอบทรายที่เทศบาลแจกให้บ้าง
และซื้อบ้างมากันบริเวณหน้าบ้าน บางรายถึงกับต้องก่ออิฐทำเป็นกำแพงกันเลยก็มี.


http://www.thairath.co.th/content/region/208196

พิษน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมฯ อยุธยา ฉุดจีดีพีประเทศร่วง ชมภาพ"ฮอนด้า"จมน้ำ

ที่มา มติชน


ภาพ REUTERS



ภาพ REUTERS



ภาพ REUTERS



ภาพจาก hondajazz-club.com



ภาพจาก Singburinews.com


ทีมข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2554

วิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่ 20 จังหวัด เริ่มรุนแรงส่งผลกระทบขยายวงตั้งแต่เดือนสิงหาคมเริ่มต้นของอุทกภัยครั้ง ใหญ่ในไทย กระทั่งสถานการณ์ล่วงเลยถึงเดือนตุลาคม พบว่าน้ำท่วมกินพื้นที่แล้ว 3 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง รวม 59 จังหวัด 572 อำเภอ 4,083 ตำบล ประชาชนเดือดร้อน แบ่งเป็น 2,280,420 ครัวเรือน 8,009,289 คน ยังไม่นับรวมมวลน้ำมหาศาลกำลังพุ่งเป้ามาที่กรุงเทพมหานคร

ผลกระทบในแง่เศรษฐกิจเกิดขึ้นทั้งในภาคเกษตรกรรม แยกเป็นไร่นา สวนผักและผลไม้ และประมงน้ำจืด รวมทั้งนอกการเกษตร แยกย่อยเป็น ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคการค้า

สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ผ่านมา มักมีสรรพกำลังป้องกันน้ำท่วมสูง พื้นที่ถูกยกเหนือกว่าระดับปกติ จึงไม่เข้าข่ายเสี่ยงถูกน้ำท่วม เดิมกระทรวงอุตสาหกรรมประเมินความเสียหายโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่น้ำท่วม 18 จังหวัด ความเสียหายเพียงแค่ประมาณ 500 ล้านบาท มีนิคมอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย คือ นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย 2 แห่ง นิคมอุตสาหกรรมหนองแค 16 แห่ง นิคมอุตสาหกรรมลำพูน นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร และนิคมอุตสาหกรรมราชบุรี 18 แห่ง

แต่ช่วงดึกของวันที่ 5 ตุลาคม ระดับน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เพิ่มระดับอย่างรวดเร็วและเข้าท่วมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในนิคมฯจำนวน 49 แห่ง มูลค่าการลงทุนประมาณ 9,472 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการรวม 2,050 ไร่ จมน้ำในพริบตา มูลค่าความเสียหายในพื้นที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากระยะเวลาเสียหายและฟื้นฟูเบื้อง ต้นใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แบ่งเป็น 6 รายการ คือ 1.ความเสียหายจากคำสั่งซื้อและสูญเสียรายได้ 24,500 ล้านบาท 2.ความเสียหายอาคารโรงงานและเครื่องจักร 1,960 ล้านบาท 3.วัตถุดิบเสียหาย 490 ล้านบาท 4.แรงงานทั้งสิ้น 14,696 คนขาดรายได้ช่วง 3 เดือน 360 ล้านบาท 5.ความเสียหายของบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น หอพัก รถรับส่งคนงาน 150 ล้านบาท และ 6.ผลิตภัณฑ์ของโรงงานเสียหาย 980 ล้านบาท

ความเสียหายนี้นักลงทุนญี่ปุ่นได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมีสัดส่วนการลงทุนมากถึง 70% รองลงมาคือไทย 20% และอื่นๆ 10% ประเภทอุตสาหกรรม คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมยาง พลาสติก เครื่องหนัง เครื่องแต่งกาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโรงงานขนาดเล็กราว 120 โรง จากทั้งหมด 1,500 โรง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ หรืออยู่ในที่ลุ่ม เสียหายรวม 150 ล้านบาท

ระยะเวลาผ่านไปปริมาณน้ำยังไม่มีท่าทีจะลด ตรงกันข้ามกลับเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว จากการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ รวมกับปริมาณน้ำฝนกำลังเคลื่อนพาดผ่านจังหวัดต่างๆ ทั้งจากพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มคำนวณเวลาเสียหายเพิ่มขึ้นไปถึง 5 เดือน มูลค่าในส่วนของคำสั่งซื้อ แรงงาน จึงมีสิทธิทวีคูณทีเดียว

โดยเฉพาะล่าสุดพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ และเขตประกอบการแฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย เขตอุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไทย ก็ยากจะหนีผลกระทบที่เกิดขึ้นได้

ในส่วนนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) เป็นนิคมฯร่วมดำเนินงานระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับบริษัท ไทยอินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด เริ่มก่อตั้งปี 2532 ตั้งอยู่บริเวณถนนสายเอเชีย-นครสวรรค์ อำเภอบางปะอิน มีพื้นที่โครงการรวม 2,379 ไร่ มีโรงงานทั้งสิ้น 143 ราย จำนวนแรงงาน 51,186 คน มูลค่าการลงทุนสูงถึง 65,312 ล้านบาท ประเภทอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมยาง พลาสติก เป็นต้น

นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เป็นนิคมฯร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ.กับบริษัท ที่ดินบางปะอิน จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2532 ตั้งอยู่พื้นที่อำเภอบางปะอิน พื้นที่โครงการรวม 1,962 ไร่ มีโรงงานทั้งสิ้น 90 ราย จำนวนแรงงานทั้งสิ้นประมาณ 60,000 คน มูลค่าการลงทุน 60,000 ล้านบาท ประเภทอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมยาง พลาสติก เป็นต้น

เขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา บริหารโดย บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ภายใต้การกำกับของกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีโรงงานตั้งอยู่มากที่สุด คือ 198 โรง มูลค่าลงทุน 58,000 ล้านบาท มีจำนวนแรงงานทั้งสิ้น 90,000 คน อุตสาหกรรมส่วนใหญ่คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะโรงงานประกอบรถยนต์ของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด

สำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าได้เร่งขนย้ายรถจำนวน 3,000 คัน ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. แต่ยังคงเหลือรถที่ยังจอดอยู่ภายในโรงงานประมาณ 200 คันจมน้ำ ค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย ของบริษัท วังจุฬาเรียลเอสเตท จำกัด พื้นที่ 130 ไร่ โรงงาน 76 แห่ง ถือเป็นเขตประกอบการที่หลายคนประเมินว่าน่าจะอยู่รอดปลอดภัย เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำยังไม่เข้าท่วม แต่ก็ประมาทไม่ได้ ในยามน้ำมากขนาดนี้ จึงคงต้องหาทางป้องกันเช่นกัน

ทุกฝ่ายประเมินว่าหากน้ำท่วมเบ็ดเสร็จจะสร้างความเสียหายหลายแสนล้านบาท นั่นคือ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค และเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ เพราะประเมินจากมูลค่าลงทุน มูลค่าสินค้า และความเสียหายจะตามมาหากโรงงานได้ความเสียหาย

เพราะนิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี เปรียบเป็นแขนขาของอุตสาหกรรมใน จ.ระยอง จ.ฉะเชิงเทรา และต่างประเทศ รับหน้าที่ผลิตชิ้นส่วนเพื่อป้อนให้โรงงานจังหวัดต่างๆ นำไปประกอบเป็นหลัก คิดเป็นมูลค่ามากถึง 500,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 5% ของจีดีพีประเทศทีเดียว

ถึงเวลานี้ภาพความเสียหายของโรงงานอุตสาหกรรมผลิตสินค้าส่งออกสร้างราย ได้ให้ประเทศคิดเป็นสัดส่วนสูง จากทั้งหมด 70% ของรายได้รวมต่อปี ได้เริ่มขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จากการประเมินของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมก่อนหน้านี้

ที่ผ่านมา นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่า เบื้องต้นน้ำท่วมในหลายจังหวัดทั่วประเทศส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของ ประเทศ (จีดีพี) ไม่มากนัก ประเมินความเสียหาย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท

แต่ก็เป็นเพียงการประเมินในระยะเริ่มต้น โดยยังไม่เห็นภาพของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในส่วนต่อมา เพราะผู้ว่าแบงก์ชาติกล่าวย้ำว่า หากเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนสถานการณ์ไม่คลี่คลายและรุนแรงมากขึ้น จะกระทบจีดีพีมากกว่า 20,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก่อนหน้านี้ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบก่อความเสียหายเป็นวงกว้างมากขึ้นทั้งในภาค การเกษตร อุตสาหกรรม การค้า และบริการ รวมถึงการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม-5 ตุลาคม 2554 น้ำท่วมจากพายุโซนร้อนนกเตน ได้สร้างความเสียหาย 104,027 ล้านบาท หรือผลกระทบต่อจีดีพี 0.8-1.0% ความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐยังไม่เต็มที่ ได้ส่งผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของครึ่งปีและทั้งปี 2554 ลดลง ทั้งปีคาดการณ์เดิม 4.4% เหลือ 3.6% จากปี 2553 ขยายตัว 7.8%

นายธนวรรธน์แนะนำว่า สิ่งที่รัฐบาลควรกระทำคือ จัดระดับความสำคัญของการใช้นโยบายและมาตรการเยียวยาต้องเร็วและเหมาะสม กระตุ้นงบประมาณเพื่อการจ้างงานและการกู้ยืมให้คล่องตัวภายในสิ้นปีนี้ โดยวงเงินไม่ควรต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและสร้างความเชื่อมั่นการบริโภคในไตรมาสสุดท้ายของปี

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ยังไม่นับรวมความเสียหายที่กำลังจะตามมาอีกมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นด้านการขนส่ง ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหากไม่สามารถป้องกันพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ศูนย์รวมเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้ได้

ถือเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งหาทางแก้ไข ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน รัฐบาลยิ่งลักษณ์หวังพึ่งพิงกำลังซื้อในประเทศ แต่เมื่อต้องมาเจอกับสถานการณ์น้ำท่วมหนักเช่นนี้ ยิ่งทำให้ทุกอย่างยากขึ้นเป็นทวีคูณ

มาคอยดูว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ วิกฤตจะสร้างวีรสตรี หรือแก้ปัญหาได้แค่กระพี้ไม่ถึงแก่นกันแน่

ประตูระบายน้ำมีนบุรีเข้าขั้นวิกฤต

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

ประตูระบายน้ำมีนบุรีวิกฤต ระดับน้ำสูง1.3เมตร
เจ้าหน้าที่ห่วงฝนตกตลอดคืนทำน้ำในพื้นที่ชั้นในระบายออกไม่ทัน



แผนที่แสดงประตูระบายน้ำย่านมีนบุรี

เมื่อเวลา 17.00น. เจ้าหน้าสำนักการระบายน้ำประตูคลองแสนแสบ ช่วงมีนบุรี เปิดเผยว่า
ขณะนี้ระดับน้ำที่หน้าประตูระบายน้ำมีนบุรีถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว
เพราะมีระดับสูงถึง 1 เมตร 30 เซนติเมตร
และยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำบริเวณหน้าประตูเข้าท่วมพื้นที่ชั้นนอกบางส่วนแล้ว

"ปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังคือ ฝนที่อาจตกลงมาในพื้นที่ชั้นในตลอดทั้งคืน
จะทำให้ระดับน้ำพื้นที่ชั้นนอกและชั้นในไม่สามารถระบายออกได้ทัน"เจ้าหน้าที่ระบุ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมที่เขตมีนบุรี ยังถือว่ารับมือได้
เพราะประตูระบายน้ำแต่ละแห่ง อาทิ
ประตูมีนบุรี ประตูลำบึงขวาง ประตูคลองลาดกระบัง ประตูประเวศน์ ประตูบางชัน
มีความแข็งแรงมาก และเป็นประตูที่ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมตัวเมืองมีนบุรีอย่างฉับพลัน

นอกจากนี้ ขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เขตมีนบุรี ว่า
อย่าแตกตื่นกักตุนอาหารหรือกระสอบทราย จนเกิดเป็นวิกฤตขาดแคลนอาหารตามมา

ขณะที่ ชุมชนหมู่ 5 ต.คลองหก อ.เมืองจ.ปทุมธานี
ซึ่งมีประตูน้ำจุฬาภรณ์เป็นด่านรับน้ำแห่งสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่กรุงเทพฯ
ตั้งแต่เช้ายังคงมีฝนตกหนักเป็นระยะ
จนกระทั่งช่วงบ่ายชาวบ้านพร้อมด้วยทหารหน่วยป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพบกได้ร่วมกันตักทรายใส่กระสอบเพื่อกั้นมวลน้ำที่จะไหลมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยาในคืนนี้

ชาวบ้านในชุมชนหมู่5 ต่างกล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่น้ำท่วมสูงขนาดนี้
และทำให้บ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำจมน้ำแล้วทั้งหมด

นายชูศักดิ์ ลิมปตานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 กล่าวว่า
ขณะนี้สิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุดคือสุขาเคลื่อนที่ และเวชภัณฑ์แก้น้ำกัดเท้า

"ตอนนี้บ้านจมน้ำแทบจะหมดทุกหลังแล้ว
ที่เราอยากได้คือสุขาเคลื่อนที่เพราะลำบากมาก นอกจากนี้คือยาแก้น้ำกัดเท้า
ส่วนคันกันน้ำที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างอยู๊นี้คาดว่าจะกั้นน้ำที่จะไหลมาจากอยุธยาคืนนี้ได้ไหว
ซึ่งผมจะขอลูกบ้านบางส่วนอพยพย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ซึ่งมหาวิทยาลัยรังสิตเปิดไว้ให้
โดยจะเอาบ้านที่โดนหนักๆบางส่วนไปก่อน
ในชุมชนนี้มีทั้งหมด 250 หลังคาเรือนประมาณ 1,000 คน" นายชูศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่5 ยังบอกอีกว่า
น้ำที่ท่วมอยู่ขณะนี้ขึ้นมาตั้งแต่เดือน ก.ย. พอพายุเข้าอยู่ช่วงหนึ่งน้ำก็หนักมาเรื่อยๆ

"ไม่เคยท่วมสูงขนาดนี้มาก่อน ปกติคนที่นี่บ้านริมน้ำอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นจะมีการยกพื้นเพื่อหนีน้ำ
แต่คราวนี้ทำลายสถิติยกหนีแล้วก็ยังท่วม
ตอนนี้ก็อยากให้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลมาถึงเร็วๆ
ชาวบ้านจะได้นำไปซื้อไม้ซื้อวัสดุก่อสร้างสู้น้ำ" นายชูศักดิ์ กล่าว

ขณะที่พื้นที่ในหมู่บ้านเมืองเอก ย่านรังสิต เจ้าหน้าที่ช่วยกันเรียงกระสอบทราย
เพื่อกั้นน้ำจากคลองรังสิตไม่ให้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านเมืองเอก
ส่วนบ้านของชาวบ้านที่ใน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ซึ่งอยู่นอกแนวกระสอบทรายต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขังมานานกว่า 1 เดือนแล้ว



เจ้าหน้าที่เร่งวางแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมหมู่บ้านเมืองเอกรังสิต


สภาพน้ำท่วมขังในชุมชนนอกแนวกระสอบทราย ต.หลักหก จ.ปทุมธานี




http://www.posttoday.com/กทม.-ภูมิภาค/กทม./115486/ประตูระบายน้ำมีนบุรีเข้าขั้นวิกฤต

คลิปน้ำทะลักท่วมเมือง "นครสวรรค์"

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย JJ_Sathon




« เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:05:23 PM »


เขียนโดย JJ_Sathon







วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.นครสวรรค์ ว่า ประชาชนแตกตื่นตกใจไปทั่งเมืองนครสวรรค์
เมื่อคันกั้นน้ำแม่น้ำปิงใกล้ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา
บริเวณหลังโรงน้ำแข็งเก่า ตลาดบ่อนไก่ติดกับโรงแรมแม่น้ำและร้านเทอดทูน
พังลงเป็นแนวยาวกว่า 100 เมตร น้ำไหลทะลักเข้าท่วมตัวตลาดปากน้ำโพทันที
กระแสน้ำไหลเร็วแรง ประชาชนแตกตื่นหนีตายทั้งขับขี่รถยนต์
รถจักรยานยนต์และวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นอกจากตัวตลาดปากน้ำโพ
ขึ้นไปตามถนนมาตุลี ถนนอรรถกวี เพื่อขึ้นไปยังที่สูงเชิงเขากบ


เพียงชั่วระยะเวลาไม่นานน้ำเข้าท่วมตัวตลาดปากน้ำโพอย่างรวดเร็ว เวลา 11.00 น.
น้ำไหลทะลักเข้ามาถึงโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
ไปตามถนนโกสีย์ ถนนสวรรค์วิถี ถนนอรรถกวี ถนนมาตุลี


หลังเหตุคันกั้นน้ำพังไม่นานนัก นายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.นครสวรรค์
นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรี
นายภิญโญ นิโรจน์ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ
พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมกันนำกำลังคน กำลังทหารมาช่วยในพื้นที่
นายจิตตเกษมณ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลนำรถบรรทุกหลายสิบคันขนหินคลุก
หินลูกรังมาเทอุดช่องทางน้ำที่ไหลเข้าตลาดปากน้ำโพ
โดยใช้รถเกรดช่วยเกรดหินเป็นแนวกั้นน้ำตรงช่องทางน้ำเข้า ด้านข้างโรงแรมแม่น้ำ


ส่วนกำลังทหารพร้อมรถทหารช่วยรับประชาชนออกจากจุดเกิดเหตุ
และช่วยขนทรัพย์สินไปยังเชิงเขากบ
และกำลังส่วนหนึ่งไปประจำที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
เพื่อรอดูสถานการณ์และเตรียมขนย้ายคนเจ็บและอุปกรณ์พยาบาล


ขอขอบคุณ กลุ่มแจ้งข่าวฯเขื่อนบ่นไก่แตก 10/10/54
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=rBnm5BXMZTc#!


http://www.go6tv.com/2011/10/blog-post_9823.html

นายกฯปู ควรประกาศหยุดราชการได้แล้วครับ ลดความวุ่นวายในการเดินทางลง

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

คือ ตอนนี้คงต้องลดกิจกรรมที่คนต้องเดินทางไปทำงานนะครับ เพราะว่ามันทำให้เกิดความวุ่นวายต่างๆ และบางส่วนก็ไปทำงานไม่ได้เพราะถูกน้ำท่วม แต่เมื่อยังไม่หยุดราชการ ก็ต้องมีคนที่จำเป็นต้องไปทำงาน ไหนก็ห่วงว่าบ้านจะโดนน้ำท่วมหรือเปล่า บางส่วนก็ต้องลุยน้ำไปทำงาน

ตอนนี้คนก็มาทำงานได้ไม่ครบอยู่แล้ว กิจกรรมอะไรก็ทำไม่ค่อยได้แล้ว ต้องเลื่อนออกไป เพราะคนเข้าร่วมไม่ได้ ไม่ว่าการประชุมต่างๆ

หาก รัฐบาลคุณปูประกาศหยุดราชการ ตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไปไปจนถึงวันจันทร์หน้า ผมว่าน่าจะทำให้ความวุ่นวายต่างๆ ใน กทม.ลดลง ปัญหาการจราจร ทีคนต้องขึ้นรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถเมล์ที่ต้องเสี่ยงก็ลดน้อยลง และอาจได้กำลังบางส่วนไปป้องกันน้ำท่วมไปป้องกันบ้านเรือนของตัวเอง

ผมว่าประกาศหยุดราชการไปเลยครับ ตอนนี้ ทั้งภาคเอกชนด้วย เอาเวลาไปสนใจป้องกันภัยเฉพาะหน้ากันอย่างเดียว

บางคนไปทำงานก็สองจิตสองใจว่าที่บ้านจะโดนน้ำท่วมหรือเปล่า หรือบางแห่งสถานที่ราชการ ที่ทำงานก็ท่วมไปแล้ว ไม่หยุดก็เหมือนต้องหยุด

Re:

ใครมี facebook เชื่อมกับของนายกฯปู ช่วยเอาไปโพสต์ด้วยครับ

น้องๆ ที่ทำงานผมหลายคนวันนี้มาไม่ได้บ้านโดนน้ำท่วมไปแล้ว อาจมีอีกหลายคนที่จะโดนในวันต่อๆไป สุดท้ายที่เหลือก็รอลุ้นว่าจะโดนหรือไม่

ผมว่่าในจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ ก็ต้องหยุดราชการ หยุดทำงานภาคเอกชนไปหมดสิ้นแล้ว เพราะต่อให้ไม่ประกาศก็ทำงานไม่ได้อยู่ดีแหละครับ

ยกเว้นส่วนราชการทีต้องสู้กับภัยพิบัติ ต่อให้ประกาศหยุดก็หยุดไม่ได้อยู่แล้ว เขาก็ต้องจัดเวรกัน เช่น โรงพยาบาล โรงพักต่างๆ เป็นต้น

เร่งฟื้นฆ่าแกนนำแดง-โยงพล.ต.ต.ดัง

ที่มา ข่าวสด

คดีอุ้มดีเจ เชียงใหม่ แฉนายพล เอาใจบิ๊ก!



'แรม โบ้อีสาน'ประชุมแกนนำเสื้อแดงโคราช จี้คดีฆ่า'อ้วน บัวใหญ่'หวั่นขบวนการสังหารหลุดคดีในชั้นศาล เตรียมทำหนังสือร้อง'นายกฯ ปู'กำชับรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงยุติธรรม สั่งสอบพยาน-เก็บหลักฐานให้หนาแน่น เชียงใหม่เร่งขุดคุ้ยคดีฆ่าแกนนำเสื้อแดง แฉอุ้ม-ฆ่า"แดง คชสาร"โยงพล.ต.ต.ชื่อดังในพื้นที่ เผยบิ๊กสีกากีมีรายชื่อขบวนการสังหารอยู่ในมือหมดแล้ว

เมื่อ เวลา 14.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่สำนัก งานนายสนอง พรสันเทียะ หรือร้านอาหารทองหล่อ (เดิม) ตรงข้ามวัดอีสาน ถ.ยมราช จ.นครราชสีมา นายอนุวัฒน์ ทินราช ผู้ประสานงานมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช ได้นัดหมายแกนนำเสื้อแดงในเขต 32 อำเภอ เข้าร่วมประชุมหารือ มีวาระสำคัญ รายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรม "อ้วน บัวใหญ่" หรือนายศักดิ์นรินทร์ กองแก้ว และการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตระดมทุน เพื่อใช้ในกิจกรรมของมวลชน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคกลาง ซึ่งมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน เป็นประธานการประชุมร่วมกับแกนนำทุกระดับกว่า 100 คน

นายอนุวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับคดีนี้ แม้พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภาค 3 ลงนามคำสั่งย้ายนายตำรวจ 3 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับคดีไปช่วยราชการนอกพื้นที่ และมีคำสั่งให้ "ดาบเอ๋"ด.ต.ธีรศักดิ์ นพพิบูลย์ ผู้ต้องหา ที่ได้ประกันตัวชั่วคราว ออกจากราชการไว้ก่อน แต่คนเสื้อแดงก็ไม่ได้รู้สึกไว้วางใจ เมื่อทราบว่าพยานหลักฐานสำคัญที่จะสามารถเชื่อมโยงไปสู่การจับกุมผู้ร่วม ขบวนการมีเพียงภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่บันทึกภาพได้ในช่วงเวลากลางคืน โดยเป็นยานพาหนะคนร้ายที่แล่นในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ซึ่งพยานยังไม่มีใครได้ดูเลย เป็นหลักฐานที่อ่อนมาก มีโอกาสหลุดคดีสูงมาก ที่สำคัญประจักษ์พยานบุคคลเริ่มหวาดกลัว เกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย เมื่อรู้ว่าขบวนการคนร้ายกลุ่มนี้เป็นตำรวจ

นายอนุวัฒน์กล่าวต่ออีก ว่า หลังเกิดเหตุตนได้ชี้แนะให้พนักงานสอบสวนเปิดดูภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งอาจจะมีพยานหลักฐานสำคัญ แต่กลับอ้างกล้องเสีย เมื่อฟ้าเปลี่ยนสี อำนาจเปลี่ยนขั้ว ผู้มีอำนาจได้นำภาพจากกล้องมาประกอบเป็นหลักฐานสำคัญ ขอหมายศาล ศาลจังหวัดบัวใหญ่ออกหมายจับ นอกจากนี้ยังมีการพยายามเบี่ยงเบน ประเด็น อ้างสาเหตุการเสียชีวิตของ "อ้วน บัวใหญ่" เกิดจากความขัดแย้งในกลุ่มคน เสื้อแดงด้วยกัน กล่าวหาว่าเบี้ยวเงินค่ายานพาหนะ และค่าใช้จ่าย ในกิจกรรมนำคนเสื้อแดงเดินทางไปชุมนุมที่กทม. และมีปัญหาชู้สาว เราจึงขอมติที่ประชุม โดยจะรวบรวมรายชื่อมวลชนคนเสื้อแดง ทั้ง 32 อำเภอ ทำเรื่องไป ยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ครอบครัวของ "อ้วน บัวใหญ่" ได้รับความยุติธรรม โดยขอให้นายกฯ มีบัญชาไปยังรัฐ มนตรีที่กำกับดูแลรับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรม ให้เร่งรัดคลี่คลายคดีโดยเร็ว และแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้แน่นหนา และขอให้ผบช.ภาค 3 รายงานความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง

วันเดียว กัน นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ประธานที่ปรึกษากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้เปิดเผยในรายการวิทยุคลื่น 92.5 วิทยุชุมชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ว่าระหว่างวันที่ 20-21 ต.ค.นี้ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จะเดินทางมายังประเทศไทย จึงอยากให้พี่น้องคนเสื้อแดงที่มีส่วนและได้รับผลกระทบจากคดีจนถูกคุมขังใน เรือนจำอยู่ในขณะนี้ขอให้มาให้การต้อน รับและให้ข้อมูลโดยพร้อมเพรียงกัน

นาย เพชรวรรต อ้างว่านายอัมสเตอร์ดัม ทนายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาดูในส่วนของคดีของคนเสื้อแดงที่ยังถูกควบคุมขังในเรือนจำอยู่ในขณะนี้ และคดีของนายน้อย บรรจงหรือแดง คชสาร ที่ถูกคนร้ายอุ้มฆ่าด้วยว่าคดีคืบหน้าไปถึงไหนอย่างไร และในช่วงบ่ายของวันที่ 21 ต.ค. ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ แกนนำเสื้อแดง รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่จากพรรคเพื่อไทยก็จะพากันเดินทางไปเยี่ยมคนเสื้อแดง ที่ยังถูกควบคุมขังในเรือนจำ เพื่อดูเรื่องสิทธิมนุษยชน

แกนนำ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยว่าคดีแดง คชสารนั้น หลังจากกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 แห่ศพผู้ตายไปประท้วงและเรียกร้องขอความเป็นธรรมในคดีที่สำนักงานตำรวจภาค 5 ซึ่งมี พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เป็น ผบช.ภาค 5 และตำรวจภาค 5 เอง ก็ได้ส่งนายตำรวจสืบสวนภาค 5 ออกมารับเรื่องและมีการนัดแกนนำเสื้อแดงไปพูดคุยนอกรอบถึงความคืบหน้าของคดี แต่ก็ไม่คืบหน้าแต่อย่างใด กระทั่งมาถึงวันนี้จึงมีข่าวดีว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ สะสางคดีค้างเก่า ร่วมทั้งคดีการอุ้มฆ่า แดง คชสาร และขณะนี้ทางตำรวจเองก็รู้ตัวกลุ่มผู้กระทำผิดในครั้งนี้ทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าแดง คชสาร คงไม่ตายฟรีแน่

ด้านนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของ จังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่าคดีอุ้มฆ่าแดง คชสาร นั้น มีทั้งเจ้าหน้าที่และพลเรือนเกี่ยวข้อง ทำไปเพื่อต้องการเอาใจนาย ไปรายงานว่าแดง คชสาร เป็นพวกฮาร์ดคอร์ อยู่ในขบวนการล้มเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องตลก แดง คชสารไม่มีอะไรเลย อาชีพก็ขับรถตุ๊กตุ๊ก มาหากินที่เชียงใหม่และก็ไปอาสาร่วมกับกลุ่มรักเชียงใหม่ขึ้นพูดในรายการ วิทยุชุมชนบางครั้งเท่านั้น จากภาพวงจรปิด พบว่าแดง คชสาร นอนอยู่บนรถตุ๊กตุ๊กหน้าวัดพระสิงห์ ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ไปอุ้มจากรถไปแล้วก็กลายเป็นศพ แล้วพบว่าได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวก็ขับรถตุ๊กตุ๊กของผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโดยนำรถไปล้างคราบเลือดก่อน

"คดีนี้คงจับได้ เฉพาะชั้นปลายแถว แต่ระดับคนบงการเป็นพล.ต.ต.ชื่อดังในพื้นที่ แต่ให้ดูในเรื่องของการโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงของภาค 5 ให้ดี ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผบช.ภ.5 คนใหม่ จะมาดูแลคดีนี้โดยตรง ตอนนี้รายชื่อผู้ร่วมและมีส่วนพัวพันในคดีนี้อยู่ในมือของนายพลตำรวจระดับ สูงหมดแล้ว" นายตำรวจคนดังกล่าวระบุ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 10/10/54 คนคับที่.....

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน





เห็นพากัน อกสั่น ขวัญผวา
แล้วดาหน้า เจือยแจ้ว แว่วส่งเสียง
ทั้งฮึ่มฮั่ม ทั้งฉอเลาะ เสาะสำเนียง
ด้วยหวังเพียง คงอำนาจ ผงาดครอง....

เมื่อกติกา หักเห ด้วยเล่ห์ร้าย
จุดมุ่งหมาย หวังชอบ ตอบสนอง
ฉีกแนวทาง สร้างสรรค์ ตามครรลอง
หวังจับจอง ตนสูงเด่น เป็นเดิมพัน....

คนเหมือนกัน เหตุไฉน ถึงใหญ่นัก
ยิ่งประจักษ์ สิ่งทราม เที่ยวหยามหยัน
คิดตั้งตน อวดโอ้ โต้รายวัน
สิ่งเดียวนั้น กลัวหลุดพ้น สิ้นหนทาง....

จากเงื้อมมือ อคติ ผู้ริเริ่ม
ด้วยฮึกเหิม มุ่งมาด รอยบาดหมาง
ใครสร้างปม สับสน จนเลือนลาง
เปลี่ยนแนวทาง สามานย์ ให้บ้านนี้....

แก้พรบ. ของแสลง พร้อมแรงบีบ
จ้องเตะถีบ ไล่งับ เพราะคับที่
หรือต้องทน ดักดาน อีกนานปี
รอพวกกาลี มันชิบหาย ตายล้างบาง....

♥♥ขอให้กำลังใจพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติทุกคน ขอให้ผ่านช่วงร้ายๆ เร็วๆ ครับ♥♥



๓ บลา / ๑๐ ต.ค.๕๔