ที่มา มติชน
(แฟ้มภาพ)
วันนี้(13ต.ค.)เมื่อเวลาประมาณ 18.45 น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย(ศปภ.)ออกประกาศเตือนว่า เนื่องจากประตูน้ำคลองบ้านพร้าว จ.ปทุมธานี แตก ไม่สามารถที่จะกั้นพนังน้ำไว้ได้ จึงทำให้ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้ามาทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร จึงขอเตือนให้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อ.คลองหลวง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สถาบันเอไอที รังสิตตอนบน หมู่บ้านไวท์เฮาส์ หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ ลำลูกกา สายไหม ดอนเมืองเมืองตอนบน เหนือถนนรังสิต-ปทุมธานี ทั้งนี้คาดว่าน้ำจะท่วมไม่ต่ำกว่า 1 เมตร จึงขอให้ชาวบ้านเก็บของขึ้นที่สูง หรือบนชั้น2 และให้นำรถยนต์เข้ามาที่สนามบินดอนเมือง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, October 13, 2011
ด่วน ! ศปภ.เตือนคนรังสิต,คลองหลวง,มธ.รังสิต,สายไหม,ลำลูกกา,ดอนเมืองตอนบน รับมือน้ำท่วมคืนนี้
มาดู"ทางด่วนน้ำบายพาส" ทริคเก๋กู๊ดเลี่ยงน้ำท่วมจากเยอรมัน (เผื่อไทยเราจะนำไปใช้บ้าง...)
ที่มา มติชน
นเฟซบุ๊กของ Geranun Giraboonyanon ได้มีการเผยแพร่ "ทางด่วนน้ำบายพาส" จาก สะพานน้ำ อควาดัค ที่ประเทศเยอรมัน เขาใช้ในการระบายน้ำเป็นเหมือนทางเลี่ยงเพื่อผลักดันมวลน้ำส่วนเกินให้พ้น ทะเล ออกไปซึ่งประเทศไทยอาจสามารถนำมาประยุกต์ในการรับมือน้ำท่วมในครั้งต่อไป ได้ โดยเขาระบุข้อความ รวมถึงโพสต์รูปภาพไว้ดังนี้
| |
| | |
| |
จะเครียดไปใย มาสุขสำราญใจพลิกวิกฤตช่วงน้ำท่วมดีกว่า...
ที่มา มติชน
ขอขอบคุณภาพประกอบการ ใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่เครียด ระหว่างน้ำท่วม ทั้งหมดจากช่างภาพมติชนรายวัน รวมถึงภาพจากอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะทางเฟซบุ๊กต่างๆที่มีผู้นำมาเผยแพร่ ด้วยหวังว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งให้ผู้ที่กำลังเครียดจากสภาวการณ์น้ำท่วม ประเทศไทย ณ ขณะนี้ ได้ยิ้มออก ขำได้ และมองชีวิตให้เป็นสัจธรรม เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส มองโลกในแง่บวกเท่านี้ความสุขจากสิ่งเล็กๆก็ทำให้จิตใจเบิกบานได้แล้ว
มติชนออนไลน์ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน...
เปิดมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2554
ที่มา มติชน
นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมกันแถลงข่าวมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2554 ซึ่งปัจจุบันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงและกว้างขวาง โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554 กระทรวงการคลังได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย ดังนี้
1. มาตรการด้านการเงิน
มาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 8 แห่ง ได้แก่ 1) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2) ธนาคารออมสิน 3) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 4) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 5) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 6) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 7) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และ8) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย รวมทั้ง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าเดิมของธนาคารในเรื่องการพักชำระหนี้ ขยายระยะเวลาชำระหนี้ และลดดอกเบี้ย รวมทั้ง ให้เงินกู้ใหม่แก่ลูกค้าเดิมและประชาชนทั่วไป เพื่อฟื้นฟูอาชีพและซ่อมแซมบ้าน/อาคารที่เสียหาย โดยลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าปกติและลดหย่อนเกณฑ์การพิจารณา ดังมีรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือของแต่ละสถาบันการเงิน ดังนี้
1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สายด่วน 02 2800180 ต่อ 2352
(1) กรณีลูกค้าเสียชีวิตจากอุทกภัย จะจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ โดย ธ.ก.ส. รับภาระเอง
(2) ขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้เดิมเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีบัญชี 2554-2556 และงดคิดดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีบัญชี 2554-2556
(3) ให้เงินกู้ใหม่เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตรายละไม่เกิน 100,000 บาท และลดดอกเบี้ยเงินกู้จากอัตราปกติที่ ธ.ก.ส. เรียกเก็บจากลูกค้าลงร้อยละ 3 ต่อปี เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี
2. ธนาคารออมสิน สายด่วน 1115
สินเชื่อเคหะ
(1) พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย หรือพักชำระหนี้เงินต้นไม่เกิน 6 เดือน
(2) ปรับลดเงินงวด และ/หรือขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ โดยเป็นไปตามเงื่อนไขการให้สินเชื่อเคหะของธนาคาร (ไม่เกิน 30 ปี)
(3) ให้กู้เพิ่มเพื่อเป็นเงินกู้กรณีฉุกเฉินรายละ 300,000 บาท และไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเงินกู้ตามสัญญาเดิม ระยะเวลาชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 ร้อยละ 3.25 ต่อปี ปีที่ 3-5 เท่ากับร้อยละ MLR-1 ต่อปี
(4) เงินกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้าสินเชื่อเคหะเดิมรายละ 300,000 บาท และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินหลักทรัพย์เดิม สำหรับประชาชนทั่วไปไม่เกินรายละ 300,000 บาท ระยะเวลาชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 เท่ากับร้อยละ 3.25 ปีที่ 3-5 เท่ากับร้อยละ MLR-1 ต่อปี
สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (หนี้นอกระบบ) สินเชื่อธุรกิจห้องแถว และสินเชื่อองค์กรชุมชน
(1) พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 6 เดือน
(2) ปรับลดเงินงวด และ/หรือขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี
(3) ให้กู้เพิ่มสำหรับลูกค้าสินเชื่อเดิมและประชาชนทั่วไป โดยสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับร้อยละ MRR+1 ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กรณีผิดชำระหนี้ร้อยละ 14 ต่อปี ระยะเวลาชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี
(4) ให้กู้เพิ่มสำหรับลูกค้าสินเชื่อเดิมและประชาชนทั่วไป โดยสินเชื่อห้องแถวรายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับร้อยละ MLR-1.50 ต่อปี ระยะเวลาชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี
สินเชื่อธุรกิจและ SMEs
(1) พักชำระหนี้เงินต้น โดยผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน
(2) ขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้จากสัญญากู้เดิมได้ไม่เกิน 1 ปี
(3) ให้กู้เพิ่มรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับร้อยละ MLR-1.50 ต่อปี ระยะเวลาชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี
3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สายด่วน 02 6459000
(1) วงเงินให้กู้สำหรับลูกหนี้เดิมของ ธอส. หรือลูกค้าใหม่เพื่อปลูกสร้างหรือซ่อมแซมอาคารไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร/ค่าซ่อมแซมอาคาร ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 30 ปี อัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น
(1.1) ลูกหนี้เดิมของธนาคาร
- กรณีหลักประกันได้รับความเสียหาย ลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่ 1-4 เหลือร้อยละ 0 ต่อปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยให้เลือก 2 แบบ
อัตราดอกเบี้ย การผ่อนชำระ
แบบที่ 1
ปีที่ 1 เดือนที่ 1 - 4 = ร้อยละ 0 ต่อปี
เดือนที่ 5-12 = ร้อยละ MRR-2.00 ต่อปี
ปีที่ 2 = ร้อยละ MRR-2.00 ต่อปี
ปีที่ 3 = ร้อยละ MRR-1.00 ต่อปี
หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร
- เดือนที่ 1 - 4 ปลอดการผ่อนชำระเงินงวด
- เดือนที่ 5 เป็นต้นไปผ่อนชำระตามปกติ
แบบที่ 2
เดือนที่ 1 - 4 = ร้อยละ 0 ต่อปี
เดือนที่ 5-16 = ร้อยละ 1 ต่อปี
หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร
- เดือนที่ 1 - 4 ปลอดการผ่อนชำระเงินงวด
- เดือนที่ 5-16 ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย
- หลังจากนั้นผ่อนชำระเงินงวดตามปกติ
- กรณีได้รับผลกระทบเรื่องรายได้ ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 1 ต่อปีเป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร
- กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0.01 ต่อปีตลอดระยะเวลาที่เหลืออยู่
(1.2) กู้เพิ่มหรือกู้ใหม่ คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 5 ปี โดยปีที่ 1-5 เท่ากับร้อยละ 2 ต่อปี หลังจากนั้นคิดดอดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร
(2) กรณีอาคารที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ตาม การตรวจสอบของธนาคาร ธนาคารจะพิจารณาปลดภาระเฉพาะภาระหนี้ตามยอดหนี้คงเหลือในส่วนของอาคาร โดยผู้กู้ผ่อนชำระหนี้ในส่วนของที่ดินที่คงเหลือ (ถ้ามี) ในอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม
(3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ทุกวงเงินกู้และค่าธรรมเนียม ค่าเบี้ยปรับในรายการที่เกี่ยวข้องทุกกรณี
4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) สายด่วน 1357
(1) วงเงินกู้เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนรายละไม่เกิน 1,000,000 บาท ระยะเวลากู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 6 ปี และระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 2 ปี
(2) อัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ร้อยละ 8 ต่อปีตลอดอายุสัญญา โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 2 ต่อปีตลอดอายุสัญญา ดังนั้นผู้ประกอบการจะจ่ายจริงที่ร้อยละ 6 ต่อปีตลอดอายุสัญญา
(3) ไม่ต้องมีหลักประกัน
5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) สายด่วน 1302
โครงการยิ้มสู้ฟื้นฟูอาชีพ
(1) ผ่อนปรนการชำระหนี้ ทั้งส่วนเงินต้นและกำไร เป็นระยะเวลา 3 เดือน และเดือนที่ 4 – 24 ให้ชำระทั้งส่วนเงินต้นและกำไร โดยคิดอัตรากำไรต่ำกว่าสัญญาเดิมร้อยละ 1 หลังจากนั้นคิดอัตรากำไรตามสัญญาเดิม หรือชำระเฉพาะส่วนกำไรเป็นระยะเวลา 12 เดือน เดือนที่ 13 – 24 ให้ชำระทั้งส่วนเงินต้นและกำไรตามสัญญาเดิม
(2) ให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม สำหรับก่อสร้าง ซ่อมแซม/ต่อเติมที่อยู่อาศัย และ/หรือสถานประกอบธุรกิจ ที่ได้รับความเสียหายตามความจำเป็น ให้สินเชื่อไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินหลักประกันเดิม/หลักประกันอื่นเพิ่มเติม
(3) ให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม สำหรับใช้หมุนเวียนในธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องจากการได้รับผลกระทบทางอ้อม ให้สินเชื่อไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินหลักประกันเดิม
(4) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปีสำหรับสินเชื่อเอนกประสงค์ และไม่เกิน 30 ปีสำหรับสินเชื่อเพื่อก่อสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติมที่อยู่อาศัย
(5) อัตรากำไร
(5.1) กรณีไม่ขออนุมัติวงเงินเพิ่ม
- พักชำระหนี้ ทั้งส่วนเงินต้นและกำไร เป็นระยะเวลา 3 เดือน
และ เดือนที่ 4 – 24 ให้ชำระทั้งส่วนเงินต้นและกำไร โดยคิดอัตรากำไรต่ำกว่าสัญญาเดิมร้อยละ 1 หลังจากนั้นคิดอัตรากำไรตามสัญญาเดิม หรือ
- พักชำระเฉพาะส่วนกำไร เป็นระยะเวลา 12 เดือน
เดือนที่ 13 – 24 ให้ชำระทั้งส่วนเงินต้นและกำไร โดยคิดอัตรากำไรต่ำกว่าสัญญาเดิมร้อยละ 1 หลังจากนั้นคิดอัตรากำไรตามสัญญาเดิม
(5.2) กรณีขออนุมัติวงเงินเพิ่ม
- สำหรับสินเชื่อเพื่อก่อสร้าง ซ่อมแซม/ต่อเติม ที่อยู่อาศัย
ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน
เดือนที่ 1-3 เริ่มต้นที่ร้อยละ 1.0 สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2.75
เดือนที่ 4-24 เริ่มต้นที่ร้อยละ SPRL–2.50 สูงสุดไม่เกินร้อยละ
SPRL-1.50
ปีที่ 3 เป็นต้นไป เริ่มต้นที่ร้อยละ SPRL–1.50 สูงสุดไม่เกินร้อยละ
SPRL-0.50
- สินเชื่อวงเงินทุนระยะยาว ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด
ไม่เกิน 3 เดือน
ปีที่ 1 เริ่มต้นที่ร้อยละ SPRL–1.75 สูงสุดไม่เกินร้อยละ SPRL–0.25
ปีที่ 2 เริ่มต้นที่ร้อยละ SPRL–1.25 สูงสุดไม่เกินร้อยละ SPRL
ปีที่ 3 เป็นต้นไปร้อยละ SPRL
- สินเชื่อวงเงินทุนหมุนเวียน และวงเงินเบิกถอนเงินสด
ปีที่ 1 เริ่มต้นที่ร้อยละ SPRL–1.75 สูงสุดไม่เกินร้อยละ SPRL–0.25
ปีถัดไป ให้พิจารณาตามความเหมาะสม
- สินเชื่อวงเงินเอนกประสงค์ ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน
เดือนที่ 1-3 เริ่มต้นที่ร้อยละ 0.75 สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2.00
เดือนที่ 4-24 ร้อยละ SPRR+6.25
ปีที่ 3 เป็นต้นไปร้อยละ SPRR+7.25
โครงการประกันสังคมเคียงข้างผู้ประกันตนต้านอุทกภัย
(1) ผู้ประกันตนไว้กับสำนักงานประกันสังคมตามมาตรา 33 39 และมาตรา 40 ในพื้นที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วม เพื่อนำไปซ่อมแซม ปรับปรุงที่อยู่อาศัยของตนเองและหรือของบิดา-มารดารายละไม่เกิน 50,000 บาท
(2) ผู้ประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียนจ่ายเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทนกับสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ได้รับความเสียหายจาก อุทกภัยน้ำท่วม เพื่อนำไปฟื้นฟูสถานประกอบการ เครื่องจักรอุปกรณ์ หมุนเวียนในธุรกิจรายละไม่เกิน 1,000,000 บาท
(3) ระยะเวลาการผ่อนชำระ 12 เดือนถึง 60 เดือน
(4) อัตรากำไร
(4.1) สำหรับผู้ประกันตน สินเชื่อวงเงินอเนกประสงค์
ระยะเวลา อัตรากำไร (ต่อปี)
ทางเลือกที่ 1
กรณีผ่อนชำระปกติเสร็จสิ้นภายใน 2 ปี
ทางเลือกที่ 2
กรณีผ่อนชำระปกติเสร็จสิ้น ภายใน 5 ปี
เดือนที่ 1- 24 ร้อยละ 2.5 ร้อยละ 2.5
เดือนที่ 25 – 60 - SPRR
(4.2) สำหรับผู้ประกอบกิจการ (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล)
ระยะเวลา อัตรากำไร (ต่อปี)
ทางเลือกที่ 1
กรณีผ่อนชำระปกติเสร็จสิ้นภายใน 2 ปี
ทางเลือกที่ 2
กรณีผ่อนชำระปกติเสร็จสิ้น ภายใน 5 ปี
เดือนที่ 1- 36 ร้อยละ 3.0 ร้อยละ 3.0
เดือนที่ 37 – 60 - SPRR
6. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) สายด่วน 02 2712929
สินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการส่งออก
(1) ขยายระยะเวลาการรับชำระหนี้ หรือการต่อตั๋วเกินเทอม
(2) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
สินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการนำเข้า
(1) ขยายระยะเวลาการกู้ Trust Receipt
(2) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
สินเชื่อระยะยาว (กรณีวงเงินที่มีในปัจจุบัน)
(1) พักการชำระหนี้ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 2 เดือน
(2) เลื่อนกำหนดการผ่อนชำระหนี้ หรือปรับเงื่อนไขในการผ่อนชำระหนี้
ในส่วนของ ระยะเวลา/จำนวนเงิน
(3) ยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัดชำระ
สินเชื่อระยะยาว (กรณีขอเงินกู้เพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น)
(1) กำหนดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน
(2) ระยะเวลาการชำระคืน เงื่อนไขการผ่อนชำระและเงื่อนไขอื่นๆ ให้ฝ่ายงานด้านการตลาดเป็นผู้นำเสนอขออนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติสินเชื่อ
7. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สายด่วน 02 3022741 ต่อ 157
(1) พักการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับลูกค้า บสย. ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2554 และถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุการค้ำประกันตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 ถึง 31 มีนาคม 2555
(2) ให้ความร่วมมือกับสถาบันการเงินที่ลูกค้าได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย. ในการผ่อนปรนเรื่องการพักชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยรวมทั้งการปรับโครง สร้างหนี้เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
8. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) สายด่วน 02 6189933
(1) พักชำระหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
(2) ปรับลดเงินงวด หรือขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปรวมไม่เกิน 30 ปี
(3) ในกรณีที่ลูกค้ามีความประสงค์จะขอกู้เพิ่มเพื่อนำเงินไปซ่อมแซมบ้านที่ได้ รับความเสียหาย บตท. จะเป็นผู้ประสานกับสถาบันการเงินเพื่อให้กู้เพิ่มต่อไป
9. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ. กรุงไทย) สายด่วน 02 2084171
(1) เงินกู้กรุงไทยสู้อุทกภัย ให้วงเงินกู้ประจำ (T/L) ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
(2) เงินทุนหมุนเวียนกรุงไทยสู้อุทกภัย สำหรับเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม เติม ธนาคารจะพิจารณาให้ตามความเหมาะสม
(3) โครงการกรุงไทยสู้อุทกภัย สำหรับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายแต่ไม่ประสงค์กู้เพิ่ม
โดยให้ปลอดชำระเงินต้น (Grace Period)
ไม่เกิน 6 เดือน
(4) สินเชื่อที่อยู่อาศัยกรุงไทยสู้อุทกภัย ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย โดยให้ปลอดชำระเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 6 เดือน
(5) ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ธนาคารได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทุก บัญชีแล้ว โดยมีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554
(6) กรุงไทยจับคู่ธุรกิจสู้อุทกภัย โดยจัด Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย กับผู้ประกอบการที่จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรอุปกรณ์ ผู้รับเหมา เพื่อให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายสามารถปรับปรุงซ่อมแซมกิจการ หรือทดแทนและซ่อมบำรุงเครื่องจักร อุปกรณ์ ในสถานประกอบการที่ได้รับความเสียหายในราคาพิเศษ
(7) โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 60 งวด อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกอัตราคงที่ร้อยละ 4 ต่อปี หลังจากนั้นดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 6 เดือนบุคคลธรรมดา + ร้อยละ 1.65 ต่อปี ปลอดเงินต้น 6 เดือน
2. มาตรการด้านภาษี
2.1 การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินชดเชยที่ผู้ประสบอุทกภัยได้รับจากภาครัฐ
2.2 การยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนเท่ากับจำนวนความเสียหายที่ได้รับสำหรับผู้ ประสบอุทกภัยที่ได้ลงทะเบียนไว้กับศูนย์หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือของทาง ราชการ
2.3 การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ประสบอุทกภัยได้รับจากการ ประกันภัยเพื่อชดเชยความเสียหายดังกล่าวเฉพาะส่วนที่เกินมูลค่าต้นทุนของ ทรัพย์สินที่เหลือจากการหักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาแล้ว
2.4 การบริจาคให้กับผู้ประสบอุทกภัยผ่านหน่วยงานส่วนราชการ องค์การของรัฐบาลองค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือผ่านเอกชนที่เป็นตัวแทนรับบริจาคที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร เพื่อนำไปบริจาคต่อให้กับผู้ประสบอุทกภัยนั้น สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในทางภาษีได้ 1.5 เท่า สำหรับการบริจาคระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2554 และผู้ได้รับบริจาคได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค มาถือเป็นเงินได้ในการคำนวณภาษีเงินได้
2.5 การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำสินค้าไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
2.6 กระทรวงการคลังจะพิจารณาขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีสรรพากรสำหรับผู้ ประกอบการในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยรุนแรงตามความจำเป็นและสมควร
3.มาตรการด้านงบประมาณและการเบิกจ่าย
3.1 มาตรการการสนับสนุนจังหวัดและส่วนราชการในการใช้จ่ายเงินทดรองราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกรมบัญชีกลาง ซึ่งจังหวัดที่ประสบภัยสามารถขอขยายวงเงินมายังกรมบัญชีกลางจากเดิมที่มี สิทธิใช้ได้ 50 ล้านบาท เป็น 250 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน (หากเกินกว่านี้ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงการคลังในการ พิจารณาอนุมัติ) โดยจนถึง ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2554 ได้มีการเบิกจ่ายไปแล้วจำนวน 4,260 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการใน 3 จังหวัด คือ กำแพงเพชร อุทัยธานี และสระบุรี
3.2 การขยายระยะเวลาและผ่อนปรนหลักเกณฑ์การกันเงินงบประมาณปี 2554 ไว้เบิกเหลื่อมปีกรณีไม่มีหนี้ผูกพันได้อีก 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อให้ส่วนราชการสามารถเบิกจ่ายเงินตามระบบ GFMIS ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรายการเพื่อช่วยเหลือแก้ไขและฟื้นฟูภายหลังอุทกภัย
4. มาตรการด้านอื่นๆ
4.1 มาตรการด้านที่ราชพัสดุ โดยกรมธนารักษ์
(1) กรณีที่พักอาศัยเสียหายบางส่วน ให้ยกเว้นการเก็บค่าเช่า 1 ปี และ 2 ปีสำหรับรายที่เสียหายทั้งหมด
(2) กรณีเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อทำการเกษตร ให้ยกเว้นการเก็บค่าเช่า 1 ปี
(3) กรณีเช่าอาคารราชพัสดุ หากไม่สามารถประกอบอาชีพได้เกิน 3 วัน ให้ยกเว้นการเก็บค่าเช่า 1 ปี
4.2 มาตรการด้านการประกันภัย โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งจะเร่งรัดให้บริษัทประกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว โดยให้ผู้ที่ประสบภัยสามารถติดต่อขอรับบริการผ่านสายด้วนประกันภัย โทร 1186
4.3 การจัดตั้งศูนย์วายุภักษ์ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม จังหวัดลพบุรี เพื่อรับผิดชอบดูแลปัญหาอุทกภัยในจังหวัดลพบุรี โดยศูนย์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งข้อมูลการขอความช่วยเหลือ และการประสานงานให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรีที่ประสบ ปัญหาอุทกภัย ซึ่งปัจจุบันมี 2 หน่วยที่ดำเนินการ คือ
(1) ท่าวุ้ง (ที่ทำการ ธ.ออมสิน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี) เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม2554
(2) ท่าศาลา (ใกล้ห้างบิ๊กซี สาขา 1 อ.เมือง จ.ลพบุรี) เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2554
4.4 การจัดตั้งสายด่วนรับแจ้งเหตุอุทกภัย กระทรวงการคลัง โทร 1689 เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการรับแจ้งเหตุอุทกภัย และการขอรับความช่วยเหลือ
4.5 การจัดตั้งศูนย์พักพิงช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยใช้สถาบันพัฒนาการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสนามบินน้ำ โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวมีห้องประขุมสัมนาและห้องพักประมาณ 200 ห้องและสามารถรองรับผู้อพยพในเบื้องต้นได้จำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง (นายกฤษฎา อุทยานิน) เป็นผู้รับผิดชอบ
5. การเตรียมการรองรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงภาคใต้
จาก การสำรวจพื้นที่ พบว่า พื้นที่เสี่ยงที่มีโอกาสเกิดอุทกภัยสูงในภาคใต้อยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สุราษฎร์ธานี และปัตตานี กระทรวงการคลังจึงได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม ในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว โดยจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์วายุภักษ์ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วมใน 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งได้จัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นไว้ล่วงหน้าเพื่อให้สามารถดำเนินการให้ ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง (นายประสิทธิ์ สืบชนะ) เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งคาดว่าการเตรียมการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์
"ยิ่งลักษณ์"การันตี กทม.ปลอดภัยแน่ เร่งขุดคลองฝั่งตะวันตกให้เสร็จ ภายใน 5 วัน
ที่มา มติชน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากเดินทางกลับจากการสำรวจการระบายน้ำ กทม.ฝั่งตะวันตก ว่า การระบายน้ำฝั่งตะวันตกได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น โดยจะระบายลงสู่แม่น้ำท่าจีน หลังจากนี้กองทัพบกและกระทรวงคมนาคมจะกลับไปแบ่งงานกัน ในการขุดลอกคลองต่างๆ โดยเฉพาะคลองหลักจะขุดให้ลึกขึ้น โดยจะเริ่มขุดตั้งแต่จังหวัดชัยนาทถึงจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อถ่ายน้ำลงไปสู่โครงการพระราชดำริมหาชัย สนามชัย ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงที่เชื่อมกับทะเล ในส่วนแม่น้ำท่าจีนซึ่งมีลักษณะคดเคี้ยวคล้ายคลองลดโพธิ์ จึงให้กองทัพบกช่วยขุดเส้นทางลัดและติดตั้งเครื่องผันน้ำ เพื่อให้น้ำเดินทางลัดลงสู่ทะเลเร็วขึ้น ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 5 วัน โดยจะต้องเร่งทุกส่วน ซึ่งในระยะยาวอย่างไรก็ต้องทำ เพราะน้ำยังอยู่กับเราอีกเยอะ
"ในส่วนของ กทม.อยากให้ประชาชนสบายใจ เพราะเรายังทำแนวป้องกันอยู่ ทางกทม.ได้ออกมายืนยันในส่วนการดูแลเขตพื้นที่ กทม. สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือแ นวกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ในฝั่งปทุมธานีและนนทบุรี ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ยืนยันว่าตอนนี้สามารถใช้คำว่า กทม.ปลอดภัยได้ โดยเฉพาะแนวที่อยู่ภายในแนวกั้นน้ำ ส่วนด้านนอกแนวกั้นน้ำอาจจะเจอน้ำบ้าง แต่ไม่ใช่น้ำในปริมาณสูง" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
เร่งซ่อม ปตร.บ้านพร้าว-ปทุมฯแตก ชะลอน้ำเข้ากรุง แจ้งปชช.เตรียมพร้อม
ที่มา ข่าวสด
เวลา 18.30 น. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา โฆษกศปภ. แถลงว่า กรณีประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว อ.สามโคก จ.ปทุมธานีแตก ศปภ.ได้ส่งกำลังทุกหน่วยลงไปช่วยกอบกู้ทำคันกั้นน้ำแล้ว แต่ได้รับรายงานว่าไม่สามารถกู้ได้ ทำให้สถานการณ์ขณะนี้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจ.ปทุมธานีและเข้าท่วมในหลาย เขต จึงสมควรเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ให้ขนของขึ้นที่สูงและเตรียมพร้อมอพยพภาย ใน 7 ชม. เนื่องจากจะมีน้ำท่วมสูง 1 เมตร
ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี หัวหน้าศปภ. กล่าวว่า ขณะนี้ยังพอมีเวลาที่จะให้ประชาชนได้อพยพ ขอร้องว่าอย่าตกใจเพราะเจ้าหนาที่ทำทุกวิถีทางแล้ว แต่สุดความสามารถ ดังนั้นน้ำจะไหลเข้าตอนเหนือของกทม. ขอให้ประชาชนตั้งสติและเข้มแข็งเพื่อความอยู่รอดของทุกคน ดังนั้น พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบคืออ.คลองหลวง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต อ.เชียงรากน้อย เอไอที ลำลูกกา หมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ สายไหม และตอนเหนือของถนนรังสิต-ปทุมธานี ดังนั้น หากใครมีบ้าน 2 ชั้นให้เก็บของขึ้นที่สูงและนำรถไปจอดในที่สูง ขอให้เดินทางออกจากบ้านทันที โดยสนามบินดอนเมืองเตรียมรองรับประชาชน ส่วนรถยนต์สามารถนำมาจอดที่รันเวย์สนามบินได้
เมื่อเวลา 19.30 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. แถลงกรณีปตร.บ้านพร้าว แตก และสั่งอพยพคน ว่า การแถลงดังกล่าวเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ แต่ขณะนี้รับทราบว่าประตูระบายน้ำบ้านคลองพร้าวได้ซ่อมและสามารถรับ สถานการณ์ได้ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
ด้านนายปลอดประสพ กล่าวว่า ยืนยันว่ากทม. ชั้นในปลอดภัย 100 % แต่ที่ประกาศเตือนประชาชนย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้พร้อมรับมือสถานการณ์ หากจะมีเหตุเลวร้ายสุดคงมีปริมาณน้ำไม่เกิน 1 เมตร และคงไม่เกินพื้นที่บริเวณเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ไม่ถึงขั้นนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่แนวคันกั้นน้ำบริเวณถนนด้านข้างประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าวพัง เป็นแนวยาวกว่า 80 เมตร ล่าสุดในวันนี้เจ้าหน้าที่ในท้องที่และเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วน กำลังใช้ความพยายามในการกั้นกระแสน้ำบริเวณจุดนี้อย่างเต็มกำลัง โดยมีวิศวกรร่วมวางแผนงานการสร้างคันกั้นด้วยแท่งเหล็กตอกเข็มลงไปเพื่อยึด แท่งเหล็กให้แน่นขึ้น ใช้แผ่นเหล็กขนาดใหญ่อัดรองกระแสน้ำอีกชั้นเพื่อชะลอความแรงของน้ำ ซึ่งต้องใช้วิธีการตอกระยะ 5 เมตร เพื่อวัดความแรงและวัดความแข็งแรงของพื้นที่ด้วย สามารถกู้ไปได้แล้วกว่า 50 เมตร ยังคงเหลือช่วงบริเวณรอยต่อจากประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าวที่มีความกว้าง ประมาณ 30 เมตร ที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเร่งกู้เพื่อให้ปริมาณน้ำบริเวณช่องทางน้ำที่พังในจุด นี้ลดความแรงลง
ข่าวดีๆในวันร้ายๆ กับคนร้ายๆในสังคมดีๆ
ที่มา Thai E-News
สุดกลั้น-ความพยายามกู้นิคมฯไฮเทค ของรองนายกฯ กิตติรัตน์ ณ ระนอง เห็นภาพน้ำกัดเซาะคันดินของนิคมอุตสาหกรรม ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ และได้เข้าสวมกอดกับผู้บริหารชาวญี่ปุ่นของนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค พร้อมกับ ปลอบและให้กำลังใจ
คนไทยไม่ทิ้งตัน-ตันช่วยไทย ไทยส่งใจไปช่วยตัน ร่วมซับน้ำตาตัน ภาสกรนที เพียงแค่ซื้ออิชิตันรสใดก็ได้คนละขวด ท่านก็สามารถให้กำลังใจตันได้แล้ว
ซัยโจ เด็นกิ แจกทราย2แสนถุง
บจก.ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ตั้งอยู่บริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน) บริจาคถุงทรายให้กับประชาชนทั่วไป "ฟรี" คนละ 20 ถุงต่อ 1 บัตรประชาชน
ทั้งนี้ ให้ลงทะเบียนรับบัตรคิวได้ที่บริษัท จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบว่าให้มารับถุงทรายเมื่อใด (สามารถลงทะเบียนได้จนถึงเวลา 18.00 น. ในแต่ละวัน)
สอบถามรายละะเอียดเพิ่มเติมที่ 0 2832 1999 กด 9
เปิ้ล นาครจัดให้เรือ เจ๊ตสกีช่วยชาวอยุธยา
ประกาศ : ท่านที่อาศัยอยู่ใน จ. พระนครศรีอยุธยา หากต้องการ ความช่วยเหลือ เรื่องเรือ สามารถ ติดต่อได้ที่ เบอร์ 081-8415662
ขณะนี้ คุณเปิ้ล นาคร ศิลาชัย ได้รวบรวม เรือเล็ก และ เจ็ตสกี ได้ ประมาณ 50 ลำ พร้อมให้ความช่วยเหลือ อยู่ที่ บริเวณ ปั๊มน้ำมัน เชลล์ ปากทางเข้า อ.วังน้อย
จีน มหามิตรในยามยาก
รัฐบาล จีนส่งเรือมาถึงไทยแล้ว โดยมีเอกอัคราชทูตจีนประจำประเทศไทยเป็นผู้ส่งมอบ โดยมีตัวแทนของรัฐบาล อาทิ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นผู้รับมอบ
จิ้น กรรมาชน ร้องร่วมใจต้านภัยน้ำท่วม
พฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม คุณจิ้น กรรมา่ชน เล่นดนตรีเปิดหมวกร้องเพลง "ร้องร่วมใจต้านภัยน้ำท่วม" รับบริจาคข้าวของช่วยเหลือผู้ประสพภัยน้ำท่วม ที่เต้นท์นักรบ Cyber รวมใจต้านภัยน้ำท่วม อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ท่านใดที่จะมาช่วยแพ็คของไป ฟังเพลงไปพอเพลินๆเราก็ขอเชิญที่เต้นท์อนุสาวรีย์ชัยได้เลย
และพบวงดนตรีรับเชิญอีกมากมาย อาทิ ชาย อิสระชน อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ซันซิโร่ เจ้าของคอกม้า โอเล่ 24 มิถุนาฯ วงโยนก สหายเดียร์ และศิลปินรับเชิญอีกมากมาย
วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2554 เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป
ศปภ.ภาคประชาชนต้องการอาสาสมัคร
ศปภ. ตั้ง " กองอำนวยการร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชน " เพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานภาคประชาชนในการบริจาคทั้งสิ่งของ เงิน และแสดงความจำนงเข้ามาเป็นอาสาสมัครที่ ศปภ.ดอนเมือง
โทร. 086-460-1331 / 086-460-1332 / 086-460-1333 086-460-1334 / 086-460 -1335 / 086-4601336
ส่วนม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต้องการอาสาสมัครช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมด่วน โทร02-5644440-79 ต่อ 1117-8, 081-3637323
เสื้อแดงราชบุรีช่วยน้ำท่วม
กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี โดย น.พ.พงษ์ศักดิ์ และเครือข่าย ขอเชิญชาวราชบุรี ร่วมบริจาคช่วยน้ำท่วม ที่เต้นท์หน้าพิพิธภัณฑ์ราชบุรี วันนี้ ถึง วันเสาร์ที่ 16 ตุลา โทร 0843423386
และวันอาทิตย์เช้า 7.00น. ขบวนรถจะออกเดินทางไป จ.อยุธยา ร่วมกับ กลุ่มเสื้อแดงบ้านโป่ง กลุ่มเสื้อแดงเพชรบุรี พวกเราจะนำอาหารไป 1,500 ชุด นัดแนะกับทีมงานที่อยุธยาแล้ว จะนำอาหารและสิ่งของลงเรือไปแจกในพื้นที่ที่ห่างไกลและประชาชนลำบากในการ เดินทางมายังศูนย์ช่วยเหลือ
ชุดรับมือน้ำท่วมของโน้ต อุดม
Cartoon of the day
เดอะมอลล์ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสมากไปมั้ย...
ที่ จริงอยากเสนอแต่เรื่องราวข่าวดีๆ แต่เห็นป้ายนี้แล้วได้แต่ถอนใจ ตอนนี้คนเดือดร้อน หวังจะได้พึ่งพาอาศัยยามยาก THE MALL จะฉวยวิกฤตของเพื่อนร่วมชาติเป็นโอกาสทำเงินมากไปไหมนี่...
อย่่างไรก็ตามหลังจากตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หนัก ตอนนี้THE MALLออกมาชี้แจงทางหน้าเพจThe Mall Group ดังนี้
ขอชี้แจง เรื่องกรณี ป้ายเก็บค่าบริการจอดรถเดอะมอลล์บางแค
อย่างที่เราชี้แจงก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องการกันพื้นที่ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ให้สามารถมาใช้พื้นที่จอดรถของทางห้าง โดยห้างไม่ได้คิดค่าบริการใดๆ
แต่ป้ายที่ทุกท่านเห็นใน Post ที่ share กันมานั้น เป็นป้ายแจ้งเตือนสำหรับลูกค้าที่นำรถมาจอดนอกพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับผู้ ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นอัตราค่าจอดรถปกติ สำหรับลูกค้าทั่วไปที่นำรถมาจอดไว้เกินเวลาให้บริการของห้าง มิได้เป็นป้ายที่เรียกเก็บเงินค่าที่จอดรถกับผู้ประสบภัยแต่อย่างใด
....ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในช่วงเวลานี้ ห้างจึงได้เก็บป้ายดังกล่าวลงเรียบร้อยแล้ว และ ขออภัยสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวมา ณ ที่นี้ นะคะ
**ป ล ตอนนี้ พื้นที่จอดรถที่เรากันไว้สำหรับผู้ประสบภัย ได้เต็ม ทุกห้าง ทุกพื้นที่แล้วนะคะ ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงอะไร เราจะรีบ post ขึ้น facebook แจ้งข่าวทันทีคะ
ห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ทั้งหมดได้กันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับให้ผู้ประสบภัยจอดรถ ฟรี ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม โดยเริ่มที่เดอะมอลล์ รามคำแหง ซึ่งให้จอดตั้งแต่ชั้น 3B ขึ้นไปที่เดอะมอลล์ 3 และบนชั้น 3 ที่เดอะมอลล์ 2
และหลังจากได้แจ้งผ่าน facebook ได้ไม่นาน พบว่า ที่จอดรถเต็มภายในบ่ายวันเดียวกัน
จากนั้นในทุกสาขา รวมถึง เอ็มโพเรียม เราได้กันพื้นที่จอดรถให้กับผู้ประสบภัย รวมทั้งหมด 1000 คัน แต่เนื่องจากมีลูกค้าโทรมาแจ้งความจำนง ในแต่ละสาขาจำนวนมาก ทางห้าง ได้เพิ่มพื้นที่จอดรถให้อีก 1 เท่า หรืออีก 1000 คัน รวมเป็น 2000 คัน
แต่ยังไม่ได้แจ้งข่าวผ่าน facebook หรือ สื่อใดๆ ทุกพื้นที่จอดรถที่ได้สำรองไว้ในทุกสาขา ได้เต็มหมด ภายใน 1 วัน ประกอบกับในหลายวันที่ผ่านมานี้ มีลูกค้าจำนวนมากได้เข้ามาที่ห้างเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม ดังนั้นจึงมีผลให้ทางห้าง ฯ ไม่สามารถที่จะเพิ่มจำนวนที่จอดรถสำหรับผู้ประสบภัยได้อีก
เราในนามของห้างในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ทั้งหมด จึงขอความเห็นใจ และขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยคะ











