ที่มา thaifreenews
โดย ป้าพลอย
คนดีของคนกลุ่มโน้น
คนดีอย่างคุณสุรยุทธ์ที่ยอมเป็นนายกฯเพื่อชาติ แต่ก็รุกที่ป่าสงวนอย่างไม่เจตนา
คนดีอย่างคุณจารุวรรณที่แม้เกษียณ แต่ก็ไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ เพราะยังอยากทำงานเพื่อชาติต่อไป
คนดีอย่างหญิงเป็ดที่คอยตรวจสอบเงินแผ่นดิน แต่กลับถูก ปปช.ชี้มูลความผิดฐานเบิกงบสัมมนาเท็จ
คนดีอย่างคุณพรทิพย์ ที่พิสูจน์แล้วว่า แก๊สน้ำตาทำให้คนตายได้ จีที200 ใช้งานได้ แม้จะไม่รู้ว่าใช้งานอย่างไรก็ตาม
คนดีอย่างคุณสนธิที่ทำรัฐประหารเพราะรัฐบาลที่คอรัปชั่น แต่กลับมีทรัพย์สินเกือบร้อยล้าน ทั้งๆที่มีอาชีพแค่รับราชการอย่างเดียว
คนดีอย่างคุณอนุพงศ์ ปิดสนามบินต้องแก้ด้วยการเมือง ปิดราชประสงค์ต้องถล่มด้วยกองทัพ
คนดีอย่างคุณประยุทธ ที่มองประชาชนที่เสียภาษีให้กับกองทัพเป็นลูกน้องมากกว่านายจ้าง
คนดีอย่างคุณอมรา ที่มองว่าการตายของคนมือเปล่าที่เรียกร้องให้ยุบสภา ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน
คนดีอย่างคุณสรรเสริญ สุดฮอตเพราะได้แถลงข่าวออกทีวีเพียงด้านเดียว
คนดีอย่างคุณธาริต ที่พร้อมจะเปลี่ยนจุดยืนไปตามรัฐบาลที่เปลี่ยนไป
คนดีอย่างคุณประเวศ ที่ไม่เคยออกมาต่อต้านกับการทำรัฐประหาร
คนดีอย่างคุณสนธิที่ต่อสู้กับการโกงกิน แต่กลับมีปัญหากันกับเงินบริจาค
คนดีอย่างคุณกษิต ได้เป็น รมต. เพราะในสนามบินมีอาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ
คนดีอย่างคุณจำลองที่เคยอดข้าวเพื่อประชาธิปไตย แต่ได้เป็น สนช.เพราะรัฐประหาร
คนดีอย่างคุณอานัน มักจะมีบทบาททุกครั้งที่เผด็จการครองเมือง
คนดีอย่างคุณจรัล ที่ตีความทำกับข้าวเป็นลูกจ้าง แต่รับเงินมหาลัยเป็นการให้ความรู้
คนดีอย่างคุณสดสี ที่มีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างยุติธรรม กลับเรียกหาปฏิวัติ
คนดีอย่างคุณอภิชาต ที่ไม่แสดงความคิดเห็นอีกทั้งปล่อยให้คดีสำคัญอย่างการยุบพรรคหมดอายุความ โดยไม่แสดงความรับผิดชอบ
คนดีอย่างคุณแก้วสรร ได้เป็น คตส. เพราะเกลียดทักษิณ จนได้รับการแต่งตั้งจากรัฐประหาร
คนดีอย่างคุณสัก ที่เห็นว่ารัฐประหารดีกว่าโกงกิน
คนดีอย่างคุณสมชาย ได้เป็น ส.ว.ลากตั้งก็มาจากผลพวงของรัฐธรรมนูญปี 50
คนดีอย่างคุณสุรพล เรียกร้องให้มีนายกฯมาตราเจ็ด ทั้งๆที่เป็นถึงอธิการธรรมศาสตร์
คนดีอย่างคุณสมคิด ที่ยังเข้าใจว่าการทำปฏิวัติของคุณปรีดีกับพวกยึดอำนาจรัฐบาลเป็นคนกลุ่มเดียวกัน
คนดีอย่างคุณวิชัย ที่ลงความเห็นสื่อฯเลือกข้างด้วยการนับรูปและพื้นที่ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์
คนดีอย่างคุณตุลย์ตรวจสอบเรื่องคอรัปชั่นก็แต่เรื่องของคุณทักษิณเพียงคนเดียว
คนดีอย่างคุณวิรัช ที่ไม่รู้ไปคุยอะไรกับเลขาฯศาลที่ปรากฏอยู่ในคลิป
คน ดีอย่างคุณสุขุมพันธ์ ไม่เคยออกมาพูดถึงเรื่องกล่องเปล่าจะช่วยประชาชนให้ปลอดภัยได้อย่างไร นอกจากหลอกประชาชนให้เข้าใจว่า ทั้งชีวิตได้รับการดูแล
คนดีอย่างคุณสุเทพหอบเอกสารไปแอบคุยเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลกับฮุนเซน
คนดีอย่างคุณชวน หาเสียงด้วยการบอกว่าคนเสื้อแดงฆ่ากันเองโดยไม่ต้องมีหลักฐาน
คนดีอย่างคุณอภิสิทธิ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากมายแล้วยังรักษาตำแหน่งนายกฯเอาไว้ได้
คนดีอย่างคุณประพันธ์ หนึ่งในนักศึกษาที่ต้องเข้าป่าหลัง 6 ตุลา แต่กลับมาได้เป็น สนช.ในยุคเผด็จการครองเมือง
คนดีอย่างคุณคำนูณ ก็เป็นหนึ่งในนักศึกษา ตุลาวิปโยค ที่เรียกร้องประชาธิปไตย แต่กลับได้เป็นทั้ง สนช.และวุฒิสภาลากตั้งในคณะปฏิวัติ
คน ดีอย่างคุณธีรยุทธ อดีตเคยเป็นสมาชิกเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เคยเป็นผู้นำนักศึกษาเรียกหาประชาธิปไตย ปัจจุบันทนเห็นคนเรียกร้องประชาธิปไตยถูกเข่นฆ่ากลางเมืองกรุงโดยไม่ปริปาก
คนดีอย่างคุณศรัญญู สร้างหนังตัวเองด้วยเงินภาษีของประชาชน
คนดีอย่างคุณสรยุทธ ที่เสนอข่าวแต่ช่อง 3 ช่วยน้ำท่วม คนอื่นไม่เกี่ยว
คนดีอย่างคุณเปลว ที่ตลอด 5 ปี ทำหน้าที่สื่อฯแค่ด่าทักษิณ เชียร์อภิสิทธิ์ ชื่นชมทหาร
คนดีอย่างคุณเสรี ที่ด่าคุณทักษิณจนได้รายการของสื่อฯรัฐไว้ทำมาหากิน
สุด ท้ายพรรคที่ดีอย่างพรรคประชาธิปัตย์รอดพ้นจากการถูกยุบพรรคถึง 2 ครั้ง เพราะนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ได้แสดงความคิดเห็น และยังเป็นพรรคการเมืองที่อาศัยเงินสนับสนุนพรรคการเมืองแต่กลับไม่เคยต่อ ต้านการเกิดปฏิวัติ
เมื่อมองในภาพกว้าง เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือ คนดีๆเหล่านี้บ้างก็เป็นผู้ก่อการเสียเอง บ้างก็ได้ดิบได้ดี บ้างก็ยอมสยบกับอำนาจปืน ของคณะรัฐประหารทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยนะครับ ที่คนดีๆเหล่านี้จะออกมาต่อต้านกับข้อเสนอเพื่อความปรองดองของคณะนิติราษฎร์ และยังต่อต้านการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม เพราะถ้าไม่มีทหารเป็นตัวช่วย เหล่าคนดีทั้งหลายคงจะมีโอกาสได้ในสิ่งที่หวังอย่างนั้นหรือ?
ปล.หนึ่ง ปัจจุบัน พอผมได้ยินคำว่าคนดีศรีสังคมเมื่อไหร่ ผมจะรู้สึกผะอึดผะอม ท้องอึดท้องเฟ้อเรอเปรี้ยวขึ้นมาทันที เพราะผมมีความรู้สึกว่า ประเทศไทยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเรามีคนดีมากมายเกินไปนั่นเอง
ปล.สอง เมื่อผมมาดูผลงานของเหล่าคนดีทั้งหลายรวมกัน ผมยังคงมองว่า ไม่ได้เท่าหนึ่งในสิบของหนึ่งคนเลวอย่างคุณทักษิณเสียอีก อย่างนี้แล้วจะให้ผมชื่นชมคนดีเหล่านี้ได้อย่างไร ชิมิ ชิมิ
จากคุณ : ทวดเอง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, October 15, 2011
คนดีของคนกลุ่มโน้น..{บทความของ คุณทวดเอง..จากพันทิปราชดำเนิน}
การเมืองในน้ำท่วม
ที่มา มติชน
โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2554)
ไม่มีเรื่องอะไร ในลมหายใจประชาชนคนไทยเวลานี้ที่ใหญ่ไปกว่าภัยน้ำท่วมอีกแล้ว เพราะเป็นอุทกภัยครั้งรุนแรงอย่างมาก หลังจากหลายจังหวัดใหญ่ๆ จมหายไปทั้งเมือง ความหวาดผวาจึงปกคลุมไปทั่วเมืองหลวงซึ่งกำลังจะถึงคิวต้องรับกับปริมาณน้ำ มหึมาที่เคลื่อนตัวลงมาจากภาคเหนือในวันสองวันนี้
ห้างและร้านค้าทั่วเมืองกรุง เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มุ่งกักตุนน้ำดื่ม อาหาร ไปจนถึงถุงทราย และการแสวงหาสถานที่จอดรถปลอดพ้นน้ำ
เป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะภาพข่าวบ้านเรือนรถราเหลือแค่หลังคา จากหลายๆ จังหวัด ทำให้คน กทม.นอนไม่หลับ
แม้วันนี้รัฐบาลและ กทม.จะพยายามปลอบว่า น่าจะป้องกันเอาไว้ได้ แต่คงหาคนเชื่อได้ยาก
เพราะบ้านเราไม่เคยมีระบบบริหารจัดการกับมหันตภัยน้ำท่วมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
แล้ว ต้องยอมรับว่า ที่ทำอยู่ในเวลานี้ไม่ค่อยถูกจุดนัก เป็นระบบที่ผิดพลาดมายาวนาน รัฐบาลนี้เข้ามารับหน้าที่ก็ทำไปตามแผนปฏิบัติอันผิดๆ นั้นไป
ระบบที่มุ่งเข้าไปควบคุมปริมาณและทิศทางน้ำ โดยไม่อิงกับธรรมชาติ ไม่อาศัยความเป็นจริงตามธรรมชาติ ลงเอยจึงพังครืน
กระนั้นก็ตาม เชื่อว่าโอกาสที่พื้นที่เศรษฐกิจของ กทม.หรือจะเรียกว่าเขตชั้นในของกรุงเทพฯ จะรอดพ้นวิกฤตไปได้มีอยู่สูง
เพราะได้รับการวางแนวปกป้องอย่างเต็มกำลัง
ในวันสองวันนี้คงได้รู้ชัดถึงประสิทธิภาพนั้น
แม้ภัยน้ำท่วมจะครอบครองอารมณ์ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่เอาไว้ แต่ใช่ว่าความเคลื่อนไหวในภาคอื่นๆ จะหยุดนิ่งไปด้วย
การเมืองในท่ามกลางน้ำท่วมก็ยังดำเนินไป โดยอาศัยน้ำนี่แหละเป็นเครื่องมือ
ภายหลังนายกฯเงาเดินทางไป ศปภ.เพื่อแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับนายกฯจริง
เกิดเสียงชื่นชมตามมามากมาย แต่ไปไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็กลับ เกิดอะไรตามมาหรือไม่
ฝ่าย ค้านตั้งกระทู้ในสภาให้นายกฯมาตอบ ก็โดนสวนจากฝ่ายรัฐบาล ว่านายกฯกำลังใช้เวลาลงพื้นที่ช่วยประชาชน จะเดือดร้อนอะไรนักหนากับเรื่องกระทู้
ในทางกลับกัน พรรครัฐบาลเคลื่อนไหวแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม ก็โดนอีกพรรคหยิบมาโจมตีว่า มัวแต่วุ่นวายกับเรื่องอำนาจ ไม่ได้สนใจช่วยประชาชนที่ทุกข์ร้อน
ทหารก็กำลังช่วยน้ำท่วมอยู่แท้ๆ แต่จะมาแก้กฎหมายการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร อะไรทำนองนั้น
แม้แต่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ นปช. บินมาจากต่างประเทศเพื่อเร่งคดี 91 ศพ ก็ไม่วายโดนประชาธิปัตย์งัดวิกฤตน้ำท่วมขึ้นมาสาดใส่
ก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะสิ่งที่ทนายความคนนี้กำลังดำเนินการก็คือ เอาผิดกับผู้นำของประชาธิปัตย์
แต่ ที่น่าสนใจคือข้อเสนอจากประชาธิปัตย์ให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ้างว่านี่เป็นสถานการณ์ถึงขั้นต้องประกาศสงครามกับภัยธรรมชาติแล้ว
คำตอบจากรัฐบาลคือไม่จำเป็น
หลายเสียงมองว่า ถ้ารัฐบาลนี้ยอมใช้ ก็จะทำให้มีภาพใกล้เคียงกับยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ชอบเหลือเกินกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้
ใช้เสียจนทนายโรเบิร์ตต้องบินเข้ามาเร่งคดีในเวลานี้ไง
"ยิ่งลักษณ์" ควงลูกชาย ร่วมบรรจุสิ่งของไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ที่มา มติชน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย ร่วมกับอาสาสมัครบรรจุสิ่งของ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง
สามีนายกฯ เผย “ยิ่งลักษณ์” เริ่มยิ้มออก ชม ผบ.ทบ. ช่วยเหลือน้ำท่วม
ที่มา ข่าวสด
วันที่ 14 ต.ค. นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติโดยคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมมีมติจัดกิจกรรมซ่อมแซมสถานที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน วัด สถานีอนามัย ที่ประสบอุทกภัยและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ทางคู่สมรสครม.จะเข้าไปดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงเป็นการเร่งด่วน โดยจะให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 1 ธ.ค. เพื่อเป็นถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สำหรับงบประมาณในส่วนของคู่สมรสครม.ที่มีอยู่ 3 ส่วน คือ จากเงินรับบริจาคประมาณ 20 ล้าน เงินส่วนตัวของคู่สมรสครม. และงบประมาณจากรัฐบาล 5 ล้าน
ในการจัดกิจกรรมช่วยหลือผู้ประสบภัยของคู่สมรสครม.นั้นได้มีการหารือกับ นายกรัฐมนตรีและครม.อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้งานซ้ำซ้อน ตอนนี้รู้สึกว่านายกรัฐมนตรีผ่นคลายขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับพระกระแสรับสั่ง และเดินแนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ช่วงนี้เริ่มมีข่าวดี น้ำลด ซ่อมแซมประตูน้ำสำเร็จ และนายกรัฐมนตรียังเอ่ยปากชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ว่าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในหลายพื้นที่ได้ทหารเข้ามาให้ความช่วยเหลือ
นายอนุสรณ์กล่าว อีกว่านายกรัฐมนตรีไม่เคยมีปัญหากับกองทัพอยู่แล้ว เห็นร่วมกันทำงานวางแผนร่วมกัน ตอนนี้ไม่มีใครว่าฝั่งไหนเป็นฝั่งไหน ทุกคนร่วมมือกันดี แต่ละหน่วยงานเขาก็ไม่คำนึงเลยว่าเป็นหน่วยงานไหน กทม.ก็ส่งตัวแทนมาร่วมประชุมด้วย
เอะอะก็"พ.ร.ก."
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
นึกไปนึกมาก็แปลก
เรื่องที่พรรคเพื่อไทยออกมาจุดพลุเสนอแก้ไขพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
ปรากฏ ว่าพลุที่จุดทำให้พรรคการเมือบางพรรคออกอาการเดือดเนื้อร้อนใจ ทั้งหล่อใหญ่ หล่อไม่ใหญ่ รวมถึงหล่อไม่เสร็จ ต่างเรียงหน้าออกมาปกป้องกฎหมาย"ผลไม้พิษ"
ชนิดกองทัพเองยังไม่"เว่อร์"เท่า
แต่นักการเมืองย่อมดูกันออกว่า การออกมาปกป้อง"ผลไม้พิษ" ไม่มีอะไรมากกว่าต้องการ"เสี้ยม"ให้รัฐบาลแตกคอกับผู้นำทหาร
อย่าง เช่นตอนนี้จะเห็นฝ่ายตรงข้ามฉวยโอกาสขณะประเทศประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ประโคมข่าวผ่านสื่อในเครือข่ายว่ารัฐบาลเพื่อไทยมุ่งแต่เรื่องแก้พ.ร.บ. กลาโหม
มากกว่าเรื่องแก้น้ำท่วม
ไม่ก็ในทำนองว่า ขณะที่กองทัพส่งกำลังพล อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือออกไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนผู้เดือด ร้อน แต่รัฐบาลเพื่อไทยกลับจ้องหาจังหวะ
เข้ามายึดอำนาจกองทัพ
หนำ ซ้ำล่าสุดยังได้เสนอให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ประสบภัย พิบัติ โดยรู้อยู่แล้วว่าถึงอย่างไรรัฐบาลเพื่อไทยไม่ทำตามข้อเสนอนี้แน่
เมื่อ รัฐบาลไม่ทำตามก็นำเรื่องไปขยายผลทันทีว่า รัฐบาลไม่ยอมประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งที่เห็นตำตาว่าประชาชนและประเทศชาติ กำลังตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน
ก็เพราะหวาดระแวงทหารจะฉวยโอกาสคิดร้ายต่อรัฐบาล
ว่าเข้าไปนั่น
ทั้งๆ ที่นายกฯยิ่งลักษณ์และรัฐบาลชี้แจงชัดเจนแล้วว่า ถึงสถานการณ์น้ำท่วมจะหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็ไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เพราะอำนาจ ตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่นายกฯ และรัฐบาลใช้อยู่ตอนนี้ รวมถึงการตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือศปภ. เพื่อแก้ปัญหาแบบบูรณาการครบวงจร
น่าจะ"พอดี"กับสถานการณ์มากกว่า
อีก ทั้งภาพที่ออกมาทุกวันนี้ เหล่าทัพก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างดี ไม่มีอิดออด รัฐบาลก็ไม่ได้หวาดระแวงทหารที่ออกมาช่วยน้ำท่วม เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วพ.ร.ก.ฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องเกินความจำเป็น
สมควรปล่อยให้คนเสพติด"อำนาจพิเศษ"จนเคยตัว
บ้าน้ำลายไปคนเดียว
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 15/10/54 น้ำใจไทย...สู้ภัยน้ำท่วม
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
ยามเมื่อเกิด ภัยพิบัติ ซัดกระหน่ำ
สิ่งต้องทำ คือ"รัก" "สมัครสมาน"
เพื่อความสุข สวัสดี ที่ยืนนาน
ร่วมผสาน ใจเป็นหนึ่ง ได้พึ่งพา....
ไม่แบ่งแยก แตกสี ให้มีสอง
ไม่จดจ้อง ด่าทอ คิดครหา
ไม่สาดโคลน เย้ยหยัน เหมือนผ่านมา
ไม่สรรหา เรื่องร้าย ทำลายกัน....
รวมพลัง ผนึกใจ ให้ผ่านพ้น
เลิกสับสน มุ่งสู่ทาง ที่สร้างสรรค์
ลบรอยร้าว บาดหมาง จากทางตัน
แล้วฝ่าฟัน ร่วมสู้ ช่วยกู้ภัย....
กำลังใจ แสนงาม ที่ตามหา
บรรจงคว้า ด้วยรัก ไม่ผลักใส
สมลือนาม สยามชน ของ"คนไทย"
หล่อหลอมใจ สุดซึ้ง เป็นหนึ่งเดียว....
เติมรอยยิ้ม ผูกพัน วันฟ้าสวย
อบอวลด้วย สิ่งงาม ตามแลเหลียว
ขอให้เกิด ความสุขสม จากกลมเกลียว
ผ่านน้ำเชี่ยว..ด้วยดวงใจ..ไทยทุกดวง.....
ขอให้กำลังใจพี่น้องทุกๆ คนครับ
๓ บลา / ๑๕ ต.ค.๕๔
นิวยอร์กไทมส์: น้ำท่วมไทยเกิดจากฝีมือมนุษย์
ที่มา ประชาไท
แปลและเรียบเรียงจาก As Thailand Floods Spread, Experts Blame Officials, Not Rains.
โดย Seth Mydans
เซธ เมย์เดนส์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติของไทย ชี้อุทกภัยที่เกิดขึ้นและลามไปหลายพื้นที่ในเวลานี้ ไม่ได้มาจากปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติ หากแต่เป็นเพราะการวางแผนการจัดการน้ำและผังเมืองที่ไร้ประสิทธิภาพ
กรุงเทพ - ท่ามกลางอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย ที่ส่งผลให้จังหวัดต่างๆ และนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงโบราณสถานกลายเป็นเมืองบาดาลอยู่ใต้น้ำ ผู้เชี่ยวชาญในการจัดการน้ำชี้ว่า สาเหตุของหายนะครั้งนี้ เป็นผลมาจากฝีมือของมนุษย์
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปัจจัยหลักๆ ของอุทกภัยในครั้งนี้ คือการตัดไม้ทำลายป่า การปลูกสิ่งก่อสร้างที่มากเกินไปในเขตพื้นที่รับน้ำ การสร้างเขื่อนและการหันเหธารน้ำธรรมชาติ การเจริญเติบโตของเมืองที่กระจัดกระจาย รวมถึงคูคลองในเมืองที่เริ่มอุดตันและการขาดการวางแผน เขาชี้ว่า เขาเคยเตือนทางการไปแล้วหลายครั้งในเรื่องนี้ หากแต่ก็ไม่มีผล
“ผมได้พยายามจะบอกทางการไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แต่เขาบอกผมว่าผมน่ะบ้าไปเอง” ดร. สมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ผู้ซึ่งโด่งดังจากการคาดการณ์ภัยพิบัติสึนามิหลายปีก่อนที่คลื่นยักษ์จะเข้า ถล่มชายฝั่งในพ.ศ. 2547
ฤดูพายุร้อนในปีนี้ นำหายนะมาสู่กัมพูชา ฟิลลิปินส์ เวียดนามและไทย ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 283 คน
ในฟิลิปปินส์ มีหลายพันคนที่ต้องอพยพเนื่องจากพายุไต้ฝุ่นที่เข้าถล่มประเทศ ส่วนนาข้าวขั้นบันไดขนาfใหญ่ที่เมืองบานาวของฟิลลิปินส์ ก็ถูกโคลนถล่มทำลายเสียหายย่อยยับ
เช่นเดียวกับในกัมพูชา มีรายงานว่าที่กรุงเสียมราฐ เมืองหลวงของกัมพูชา ระดับน้ำก็สูงขึ้นมาระดับเข่า และกระแสน้ำเริ่มท่วมนครวัดแล้ว
ทางการไทยได้แจ้งเตือนว่า ในไม่อีกกี่วันนี้ กรุงเทพฯ จะถูกน้ำท่วมด้วยน้ำหลากจากภาคเหนือ น้ำหนุนและน้ำฝนจากพายุฤดูร้อน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ก็ได้เริ่มขนกระสอบทรายมากั้นไว้เพื่อเตรียมความพร้อม และกว้านซื้ออาหารแห้ง น้ำดืม แบตเตอรี่ และเทียนไขมากักตุน
ส่วนการเตรียมการในกรุงเทพฯ ก็เป็นที่วุ่นวายมากทีเดียว กระสอบทรายเรียงรายกันยาวกว่า 45 ไมล์ ถูกวางกั้นตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนแนวกั้นนำและคูคลองก็กำลังสร้างขึ้นมารองรับกระแสน้ำ และประชาชนก็ได้รับคำเตือนจากทางการให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ
ในขณะที่น้ำไหลบ่าลงจากทิศใต้จากจังหวัดนครสวรรคและอยุธยา ทำให้โบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าทหารก็ได้เตรียมขนย้ายกระสอบทรายกว่า 150,000 ถุง ไล่ลงตามกระแสน้ำจากที่ที่ประสบความเสียหายแห่งหนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อไป
ในขณะที่รัฐบาลพยายามปกป้องพื้นที่ในตัวเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรมโดยการ หันเหน้ำไปทางอื่นเท่าที่จะทำได้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเผชิญกับการตัดสินใจว่าจะเลือกช่วยเมืองไหน และเมืองไหนที่จะต้องเสียสละ
ในอยุธยา มีรายงานว่ามีชาวบ้านสองกลุ่มที่เกิดการทะเลาะวิวาทเรื่องทำนบที่กั้นน้ำจาก ฝั่งหนึ่ง ไม่ให้ไหลเข้าไปอีกฝั่งหนึ่ง ชาวบ้านฝั่งที่โชคร้ายรับน้ำท่วมเกิดความไม่พอใจ ได้ขุดรูตรงคันกั้นน้ำเพื่อปล่อยน้ำให้ไหลไปยังอีกฝั่งหนึ่ง จึงเกิดการยิงต่อสู้กัน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ ยังมีรายงานว่า ทหารได้ถูกส่งไปยังคันกั้นน้ำในบริเวณต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังคันกั้นน้ำด้วย
เอวา นาร์คีวิกซ์ ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารองค์กร Elephantstay ซึ่งเป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ดูแลช้างสูงอายุ ให้ข้อมูลว่า มีช้างราว 15 ตัวในอยุธยาที่ถูกปล่อยเกาะ โดยพวกมันหนีเอาตัวรอดโดยการปีนขึ้นหนีน้ำบนกำแพงยอดสูง ช้างโขลงนั้นประกอบด้วยแม่ช้างเจ็ดตัว และลูกๆของมัน ในจำนวนนั้น ยังรวมถึงช้างอายุ 9 ปีตัวหนึ่งที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้วยทักษะการวาดภาพด้วยงวง
“ถ้าหากความช่วยเหลือที่เหมาะสมยังไม่มาถึงเร็วๆ นี้ แม่และลูกช้างจะอยู่ในอยู่ในอันตรายมาก” นาร์คีวิกซ์กล่าว เธอเสริมว่า ช้างแต่ละตัวบริโภคอาหารมากถึง 440 ปอนด์ (ราว 200 กิโลกรัม) ต่อวัน แต่เรือที่อาจใช้ขนส่งกล้วย สับปะรดและอ้อย จำเป็นต้องกู้ภัยและช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆ
นายสมิทธ นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ถูกทำให้เลวร้ายกว่าเดิม เป็นเพราะแผนการจัดการน้ำที่ไม่ดี
“พวกเขาคำนวณระดับน้ำผิดไป และไม่ได้ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนให้เร็วพอในฤดูฝน” เขากล่าว “และตอนนี้ระดับน้ำในเขื่อนก็เกือบจะเต็มหมดแล้ว พอเมื่อเขาปล่อยน้ำในเวลานี้ น้ำก็ไหลลงมายังพื้นที่ราบต่ำ”
เขากล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นอุปสรรคต่อกระแสการไหลของน้ำ เนื่องจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายยังคงดำเนินการการปลูกสร้างต่อไป ไม่หยุดหย่อน
“พวกเขาสร้างอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ที่ควรจะเป็นอ่างเก็บน้ำ” เขากล่าว “และเมื่อพวกเขาสร้างเขื่อนหรือทำนบกั้นน้ำตรงนั้นขึ้นมา มันก็จะปิดกั้นการไหลของกระแสน้ำ ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นทางผ่านของน้ำในฤดูฝน”
เมื่อกระแสน้ำท่วมไหลบ่าเข้ามายังกรุงเทพฯ มันก็จะไหลเข้ามายังมหานครที่สูญเสียปราการกั้นน้ำตามธรรมชาติไปแล้ว กล่าวคือ คูคลองต่างๆ ที่ควรจะรองรับน้ำ ได้อุดตันไปด้วยเศษขยะต่างๆ ที่มาพร้อมกับประชากรที่อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นในเมือง
“การวางผังเมืองของเรานั้นไร้ประสิทธิภาพ” นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
“ฤดูกาลมิได้เปลี่ยนไปมากเท่าไหร่หรอก” เขากล่าว “เรามักจะมีน้ำเยอะมากเป็นพิเศษในฤดูฝน แต่ถ้าหากเรายังไม่มีแผนการจัดการน้ำที่ดี เราก็จะเผชิญกับปัญหานี้อีกในปีหน้า”
เขากล่าวต่อว่า มนุษย์และธรรมชาติเริ่มขัดแย้งกันมากขึ้นเรื่อยๆ และการอยู่ร่วมกันก็กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อย “นี่เป็นสัญญานที่เตือนให้เรารู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะอนุรักษ์ผืนป่า... เราทำลายธรรมชาติไปมากพอแล้ว และตอนนี้ ก็เสมือนว่าเป็นเวลาที่ธรรมชาติจะขอเอาคืน”
ที่มา
แปลและเรียบเรียงจาก Seth Mydans. As Thailand Floods Spread, Experts Blame Officials, Not Rains. New York Times. 13/10/54
http://www.nytimes.com/2011/10/14/world/asia/a-natural-disaster-in-thailand-guided-by-human-hand.html
หมายเหตุ: ประชาไทได้แก้ไขข้อความและสำนวนตามคำท้วงติงจากผู้อ่านเพื่อความถูกต้องและสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 54 เวลา 7.50 น.
TCIJ: ชาวบ้านประจวบฯ ยืนหนังสือขอบคุณเรือนจำฯ เอาใจใส่ “จินตนา แก้วขาว”
ที่มา ประชาไท
เครือข่ายพันธมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ หวั่นความปลอดภัย “จินตนา แก้วขาว” แต่เบาใจเรือนจำฯ เอาใจใส่ดี เขายื่นหนังสือขอบคุณ แต่ยังต้องจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยตลอด 4 เดือน
รายงานสถานการณ์น้ำ 15 ต.ค. 54
ที่มา Thai E-News
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน

สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยกองทัพเรือ


ไทยอีนิวส์โพลล์:หนุนรัฐบาลปูให้สัตยาบันกรุงโรม นำฆาตกรสังหารหมู่ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่า่วไทยอีนิวส์
15 ตุลาคม 2554
ไทยอีนิวส์ได้จัดทำแบบสำรวจหัวข้อเรื่อง "รัฐบาลควรให้สัตยาบัน เพื่อนำฆาตกรสังหารหมู่ขึ้นศาลระหว่างประเทศหรือไม่"
มีท่านผู้อ่าน ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 2.768 ท่าน ผลสำรวจเป็นดังนี้
-ควร เพราะไม่เชื่อถือศาลไทย 1,634 ท่าน (59%)
-ควร เพื่อเคารพกติกาสากล 1,085 ท่าน (39%)
-ไม่ควร เพราะทักษิณอาจโดนคดีกรือเซะ-ตากใบ-ปราบผู้ค้ายาด้วย 28 ท่าน (1%)
-ไม่ควร เป็นการดึงต่างชาติแทรกแซง 17 ท่าน (0%)
-อื่นๆ 4 ท่าน (0%)
นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวแคนาดา ซึ่งทำงานรวบรวมพยานหลักฐานเหตุปราบปรามคนเสื้อแดงช่วงปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2 พันราย ส่งขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศ กล่าวในระหว่างเดินทางมารวบรวมหลักฐานในประเทศไทยช่วงนี้ว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาพบกับพี่น้องเสื้อแดง ถือเป็นเกียรติอย่างมากที่กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง
แม้ขณะนี้จะมี ปัญหาน้ำท่วม และพี่น้องหลายๆ คนคงจดจ่ออยู่กับการช่วยเหลือ สิ่งนี้ทำให้ตนได้เห็นความสามัคคีของคนไทย และการทำงานของแกนนำนปช. ต้องบอกว่าประทับใจในความเข้มแข็งและอุดมการณ์ที่จริงจัง ตั้งแต่ช่วงต่อสู้กับความเป็นความตายในเหตุสังหารหมู่เมื่อปี 2553 และแน่นอนว่า เราจะเดินหน้าค้นหาหลักฐานข้อมูลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือเราต้องยึดมั่นในการค้นหาความจริง ไม่เช่นนั้นทั้งความยุติธรรมและประชาธิปไตยไม่อาจเกิดขึ้นในไทย
ลั่นเอาผิด"คนบงการ"ฆ่าแดง
นาย โรเบิร์ตแถลงว่า คนผิดควรได้รับโทษ ไม่ใช่ทหารชั้นผู้น้อยที่ทำตามคำสั่ง แต่ต้องเป็น ผู้บงการตัวจริง เช่นเดียวกับกฎหมายอนุญาตการทำรัฐประหาร ควรจะหมดไปจากประเทศไทยเสียที สิ่งที่เรียกว่ารัฐประหารและอำนาจมืดนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทยเพียงที่เดียว วันนี้ตนนำข้อมูลทางคดีซึ่งคล้ายคลึงกันมากจากฟิจิ แคนาดา เกรนาดา และอีกหลายประเทศว่าด้วยเรื่องของกฎหมายและความน่าจะเป็นของกฎหมายที่ดี นำมาปรึกษากับทีมทนายความนปช. ในการร่วมมือหาทางออกของอนาคต
"ทุก วันนี้ประเทศในแถบละตินอเมริกาครั้งหนึ่งเคยถูกอำนาจมืด และอิทธิพลทางการเมืองครอบงำได้กลายเป็นประเทศแถวหน้าของระบอบประชาธิปไตย ผมมั่นใจว่าเราเองก็ทำได้ อนาคตของประเทศไทยต้องไม่มีทหารออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมือง" ทนายชื่อดังชาวแคนาดา กล่าว
แย้มมีหลักฐาน"กองกำลังลับ"
นาย โรเบิร์ตกล่าวว่า จากการที่ตนไปเยี่ยม กลุ่มนปช. ที่ตกเป็นนักโทษทางการเมือง รู้สึกสลดใจว่าพี่น้องเสื้อแดงถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรม เราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อรับประกันอิสรภาพของพี่น้องที่โดนใส่ร้าย หนึ่งคำถามจากตนในฐานะคนต่างชาติคือเหตุใดกลุ่มอำมาตย์ชอบบงการเรื่องความ มั่นคงของประเทศ มีใครกันหรือที่ทำร้ายประเทศไทย และด้วยเหตุใดคนเสื้อแดงจึงถูกคุมขังเพื่อความมั่นคงของประเทศ
"เป็น เวลากว่าหนึ่งปี ที่ผมได้รวบรวมหลักฐาน ยิ่งเก็บเพิ่มเติมยิ่งเห็นความจริงที่ถูกปกปิด และเห็นว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ คิดผิดทั้งหมด เพราะคนเสื้อแดงไม่ได้วิ่งเข้าหากระสุนเอง ผมพูดได้เลยว่า เรามีข้อมูลชัดถึงคำสั่งสังหารประชาชน เรารู้ว่าใครเป็นคนสั่งให้กองกำลังลับขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกยิงถล่มคนเสื้อแดง" นายโรเบิร์ตระบุ
เผยพี่"ฟาบิโอ"จะมาไทยอีก
นอกจากนั้น นายโรเบิร์ตเผยด้วยว่า เร็วๆ นี้น.ส.เอลิซาเบตตา โปเลงกี พี่สาวนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระผู้เสียชีวิตในเหตุสังหารเสื้อแดง 91 ศพ จะเดินทางมาประเทศไทย โดยทีมทนายและบรรดาญาติของผู้เสียชีวิตจะร่วมตรวจสอบความจริงในสถานที่เกิด เหตุอีกครั้ง เพราะเราไม่ยอมรับคำโกหกของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสิ่งผิดๆ ที่ผู้นำกองทัพพยายามบอก
********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:นานาชาติบีบไทยให้สัตยาบันกรุงโรม เปิดทางลากคอฆาตกรสังหารหมู่ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ



