WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, October 16, 2011

สถานการณ์น้ำประตูน้ำพระอินทร์ราชา

ที่มา Voice TV



Voice News ประจำวันที่ 16 ต.ค. 54 (12.00น.)

- สถานการณ์น้ำประตูน้ำพระอินทร์ราชา

- ปล่อยขบวนเรือนับพันลำเร่งผลักดันน้ำลงทะเล

- กรีซประท้วงทุนนิยมการเป็นเหตุจลาจล

สถานการณ์น้ำประตูน้ำพระอินทร์ราชา

เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณอีก 1 เมตร ทำให้การอพยพชาวบ้านเป็นไปอย่างยากลำบาก

ปล่อยขบวนเรือนับพันลำเร่งผลักดันน้ำลงทะเล

เรือแต่ละลำเริ่มกระจายตัวกันไปประจำตามจุดต่างๆ เพื่อปฏิบัติภารกิจผลักดันน้ำแล้ว

กรีซประท้วงทุนนิยมการเป็นเหตุจลาจล

กลุ่มอ็อคคูพาย วอลล์สตรีท รวมตัวกันหลายประเทศ มีการเดินขบวนพร้อมกันทั่วโลก และยังได้กลายเป็นจลาจลที่รุนแรงในประเทศอิตาลี

'โรเบิร์ต'ลุยอุบลฯ

ที่มา ข่าวสด

เยี่ยม4นักโทษเสื้อแดง คดีวางเพลิงศาลากลาง



บุกอุบลฯ- นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความคนเสื้อแดงเข้าเยี่ยมนักโทษคดีเผาศาลากลาง ที่เรือนจำอุบลราชธานี นำข้อมูลประกอบสำนวนคดี 91 ศพ ฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ วันที่ 15 ต.ค.

ทนาย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เดินสายเยี่ยม นักโทษเสื้อแดงในเรือนจำกลางอุบลราช ธานี พูดคุยหาแนวทางต่อสู้ทางคดี ก่อนสอบ ถามข้อมูลจากผู้ต้องหาที่ได้ประกันตัวเพิ่มเติม ตั้งข้อสงสัยชายชุดดำไปโผล่ในศาลากลางอุบลฯ ก่อนถูกเผาได้อย่างไร อีกทั้งตั้งข้อหาหนักเกินไป เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับคดี 91 ศพ ฟ้องศาลโลก แดงเชียงรายเปิด 3 หมู่บ้านคนเสื้อแดง เรียกร้องปล่อยตัวแกนนำ-แนวร่วมนปช.

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัวของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ส.ส.เพื่อไทย จ.อุบลราชธานี เข้าเยี่ยมนักโทษเสื้อแดง 4 คน ประกอบด้วย น.ส. ปัทมา มูลมิล นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ นาย สนอง เกตุสุวรรณ และนายสมศักดิ์ ประ สานทรัพย์ ซึ่งถูกศาลชั้นต้นตัดสินพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน คดีร่วมกันวางเพลิงเผาอาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553

โดยทางเรือนจำได้เบิกตัวนักโทษเสื้อแดงทั้ง 4 ราย ออกมาพูดคุยผ่านลูกกรงบริเวณห้องเยี่ยมญาติ โดยนายโรเบิร์ตใช้เวลาซักถามข้อมูลเหตุการณ์วันเกิดเหตุ พร้อมกระ บวนการต่อสู้คดีผ่านล่าม นานประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนออกจากเรือนจำเดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งปัจจุบันตัวอาคารศาลากลางที่ถูกเผาทำลายเสียหายทั้งหมด ทางจังหวัดได้รื้อถอนซาก จึงเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่าไว้เป็นอนุสรณ์ของชาวจังหวัดอุบลราช ธานี

จาก นั้นนายโรเบิร์ตได้มาพบกับสมาชิกคนเสื้อแดง ที่ยังถูกดำเนินคดีในหลายข้อหา แต่ได้ยื่นขอประกันตัวออกมาต่อสู้คดี โดยใช้เวลาพบปะหารือซักถามประมาณ 30 นาที จึงเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตอำเภอวารินชำราบ

นาย คารม พลพรกลาง ทนายความคนเสื้อแดง กล่าวว่า การเข้าเยี่ยมนักโทษเสื้อแดงของนายโรเบิร์ตครั้งนี้ต้องการนำข้อมูลทั้งหมด ไปประมวลใช้ฟ้องร้องรวมกับคดี 91 ศพ ที่แยกราชประสงค์ต่อศาลโลก เพราะการไปพบกับนักโทษทั้ง 4 ทำให้นายโรเบิร์ตพบข้อเท็จจริง ว่ามีการตั้งข้อหาที่เกินความจริง ส่วนคนทั้ง 4 จะผิดหรือไม่ถือเป็นตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ส่วนศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้กันต่อไป และเมื่อได้สอบถามจากผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยังพบว่าชายชุดดำซึ่งทำให้คนเหล่านี้ต้องถูกตั้งข้อหาเผาศาลากลางเข้าไปอยู่ ในศาลากลางได้อย่างไร ในทางกฎหมายต้องมีการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งนายโรเบิร์ตจะนำประเด็นนี้ไปสู่การต่อสู้ระหว่างประเทศ เพราะประเทศที่มีความเจริญทางกฎหมาย ต้องการรู้รายละเอียดที่เกิดขึ้น รวมทั้งนายโรเบิร์ตยังอยากรู้ว่านักกฎหมายไทยมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้ จริงด้วยหรือไม่ เรื่องราวทั้งหมดที่นายโรเบิร์ตลงมาพบกับคนเสื้อแดงจะถูกนำไปประมวลเพื่อ ดำเนินการในระดับโลก

วันเดียวกัน ที่ศาลาศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านหนองหม้อ ม.9 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย นายสมชัย แสงทอง ประธานเครือข่ายกลุ่มประชาธิปไตย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จัดพิธีเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง โดยมีนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ที่ปรึกษามูลนิธิ 111 ไทยรักไทย เดินทางเป็นประธาน มีเครือข่ายคนเสื้อแดงเข้าร่วมจำนวนมาก

นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มโครงการหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของพวกเราคือ การเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวแกนนำและแนวร่วมประชา ธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ถูกดำเนินคดี รวมทั้งเรียกร้องให้มีการนำประเทศไทยไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เพราะปัจจุบันรัฐธรรมนูญยังไม่เป็นประชา ธิปไตย โดยจะมีการจัดตั้งกรรมการประจำหมู่บ้านคนเสื้อแดง หมู่บ้านละ 15 คน เพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

ตั้งผบ.ทบ.ป้องให้ได้ 'นวนคร' นิคมอุตฯสุดท้าย

ที่มา thaifreenews

โดย bozo




1.ระดมผบ. -น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เรียกประชุมผบ.เหล่าทัพ
และว่าที่ผบ.ตร.หารือแผนรับมือน้ำท่วมที่กำลังวิกฤตหนัก
เพื่อวางแผนรับมือทั้งระยะสั้นและยาว ที่ศปภ.ดอนเมือง วันที่ 15 ต.ค.

2.เกาะ- มหา วิทยาลัยมหาจุฬาฯ อ.วังน้อย จ.อยุธยา
กลายเป็นเกาะกลางน้ำหลังบริเวณโดยรอบถูกน้ำท่วมสูง โดยก่อนหน้านี้ใช้เป็นศูนย์อพยพด้วย

3.ต้านไม่อยู่ - น้ำท่วมทั่วนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมฯใหญ่แห่งที่ 4
ที่ไม่สามารถต้านกระแสน้ำได้ ขณะที่ศปภ.ส่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.
รุดบัญชาการป้องกันนิคมฯนวนคร ไว้แล้ว

4.นครสวรรค์ - สภาพน้ำท่วมระดับสูงมิดหลังคาในจ.นครสวรรค์
ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักสัญจรไปมา
ไม่เว้นแม้แต่ในเขตตัวเมืองที่รถแล่นไม่ได้แล้ว เมื่อวันที่ 15 ต.ค.


1.ทหารนำรถสายพานลำเลียงมาช่วย

2.ตัวเมืองปทุมธานีเข้าขั้นวิกฤต

3.ภายในนิคมฯบางปะอิน ที่ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมทั้งหมด

4.คนงานนิคมฯบางปะอิน อุ้มสุนัขหนีน้ำ

5.ภายในนิคมฯบางปะอิน ที่ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมทั้งหมด

6.รถปิกอัพและเรืออพยพคนงาน

7.ใช้ช่วงกลางสะพานเป็นที่พักพิงชั่วคราว

8.รถบรรทุกขนาดใหญ่ขนคนออกจากนิคมฯ

ผบ.ทบ.ตรวจนิคมนวนคร

วันเดียวกัน ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พร้อมด้วยพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสธ.ทบ.
และพล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วม
โดยตรวจการเสริมแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการรับน้ำจากเส้นทางน้ำอยุธยา
ทั้งนี้ ภายใน นิคมมีโรงงานผู้ผลิต 227 โรงงาน พื้นที่กว่า 8,000 ไร่ พนักงานกว่า 180,000 คน
เงินลงทุนภายในนิคมกว่า 1 แสนล้านบาท
และมีประชากรอาศัยอยู่ในหมู่บ้านภายในนิคมกว่า 30,000 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 1 แสนคน

สั่งเสริมแนวคันกั้น 3 จุดเสี่ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำใน 3 จุดเสี่ยงโดยรอบนิคม คือ
จุดที่ 1 บริเวณทิศเหนือของโรงงานที่อยู่ติดกับคลองเชียงราก
ซึ่งระดับน้ำขณะนี้อยู่ต่ำกว่าแนวคันเพียง 30 ซ.ม.
เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเสริมแนวคันเพิ่มและเสริมเสาเข็มรับอีกชั้น
จุดที่ 2 ด้านหลังโรงงานฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งน้ำไหลเข้าร่องด้านข้างทางรถไฟ
ระดับน้ำอยู่ห่างจากแนวคันเดิม 1 เมตร เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องจักร
รถแบ๊กโฮตักดินทำแนวคันดินกั้นเสริมเพิ่มอีกกว่า 1 เมตร
และจุดที่ 3 บริเวณด้านข้างโรงงานฝั่งทิศใต้ น้ำเพิ่มระดับจากแนวคันที่บ่อขยะของโรงงาน
ขณะนี้เร่งเสริมแนวคันกั้นเช่นกัน พบว่าระดับน้ำยังสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง
โดยทางผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมนวนครร่วมกับกำลังพลทหาร
เตรียมกรอกกระสอบทรายกว่า 1 แสนกระสอบเพื่อรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ชูต้นแบบกำแพงกั้นน้ำ

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ศปภ.สั่งการกองทัพบก
ให้ช่วยดูแลนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ซึ่งใน 3 นิคมที่ผ่านมา ทั้งโรจนะ ไฮเทค และสหรัตนนครที่บางปะอิน
กองทัพพยายามกู้อยู่ แต่หนักใจกระแสน้ำมากเหลือเกิน ไม่ใช่ความบกพร่องของใคร
แต่เป็นปริมาณน้ำที่สาหัส ส่วนนิคมนวนครเป็นทางน้ำจากทางเหนือลงมาทางใต้
แต่เท่าที่สำรวจสบายใจนิดหนึ่งเพราะเตรียมการดีมาก เข้มแข็งในการดูแล
หากสามารถต้านทานกระแสน้ำครั้งนี้ได้อาจเป็นแบบอย่างเรื่องการทำกำแพงกั้นน้ำในอนาคต

วอนเชื่อมั่นรัฐบาลแก้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนิคม
เพราะแต่ละแห่งมีประชาชนทำงานเป็นแสนๆ คน
หากหยุดงานนาน 6-7 เดือนจะกระทบต่อครอบครัว
เราจึงพยายามป้องกันน้ำ ไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาภายในโรงงาน
เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรอบของโรงงาน
โดยให้พล.1 รอ.รับผิดชอบ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.)
กองทัพภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) มาร่วมด้วย
ตนให้แม่ทัพภาคที่ 1 นำบทเรียนจากนิคม 2-3 แห่งที่เกิดขึ้น มาแนะนำกับนิคมนวนคร
โดยลึกๆ ยังเป็นห่วง ปริมาณน้ำในปัจจุบันไหลเข้ามาจำนวนมาก
ต้องขุดลอกคูคลองเพื่อให้น้ำไหลสะดวกมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ยอมรับว่าไม่สามารถดูแลทั่วถึง
เพราะเป็นพื้นที่กว้าง ประชาชนต้องเชื่อฟังในการอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย
ถ้าทุกคนยังอยู่ที่บ้าน คงไม่สามารถแก้อะไรได้

เผยไม่อยากให้กฎหมายบังคับ

ผบ.ทบ.กล่าวว่า การประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉินหรือไม่เป็นเรื่องของรัฐบาล
ทหารทำตามนโยบายที่ ศปภ.สั่งการลงมา การ จะมีพ.ร.ก.หรือไม่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
สิ่งสำคัญ เราต้องร่วมมือกัน ประชาชนที่เดือดร้อนมากๆ ก็ร้อนใจ
แต่เราอย่าโกรธเคืองกัน ไม่กล่าวให้ร้ายกัน อย่าโทษกันไปมา
ให้เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ไขปัญหา
เราไม่อยากบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนตอนนี้เพราะเดือดร้อน
อยากสร้างความเข้าใจกันมากกว่า ส่วนพื้นที่ กทม.เราเตรียมการเป็นอย่างดี
แต่ประชาชนที่อยู่บริเวณคันกั้นน้ำ และติดกับลำน้ำที่จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
ซึ่งคนต่างจังหวัดและคนกรุงเทพฯ ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อต่อกัน
พื้นที่ตรงไหนกันได้ก็ต้องกัน หากท่วมทั้งหมดแล้ว
มานั่งมองตากันปริบๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะไม่รู้จะไปตรงไหน เป็นคนไทยต้องเห็นใจกัน


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEUyTVRBMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHhNQzB4Tmc9PQ==

วีรกรรมพรรคแมงสาป หักหลังเหยียบหัวเพื่อน และทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเอง(ย้ำๆกันลืม)

ที่มา thaifreenews

โดย คนใต้ ตาสว่าง

พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งครั้งล่าสุด ก็เมื่อปี พศ. 2535 นั่นแหละครับ เป็นการเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายน ภายหลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และที่ชนะเลือกตั้งมาได้ในครั้งนั้นก็ด้วยนโยบายวิธีการหาเสียงแบบ “แทงข้างหลังเพื่อน”

ย้อน กลับไปก่อนหน้านั้น ขบวนการประชาชนที่ร่วมกันขับไล่นายกรัฐมนตรีสุจินดา คราประยูร ผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ประกอบด้วยพรรคการเมืองหลายพรรคและประชาชนจำนวนมากซึ่งก็มีพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมด้วย โดยมีแกนนำหลักที่โดดเด่นคือ จำลอง ศรีเมือง และพรรคพลังธรรม

ภาย หลังฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกประสบชัยชนะ แต่ก็มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนหนึ่ง เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ ดูเหมือนว่า จำลอง ศรีเมืองและพรรคพลังธรรมจะได้รับความนิยมจากประชาชนเพราะเห็นว่ากล้าหาญเด็ด เดี่ยวในการนำเพื่อเรียกร้องและต่อสู้ให้ได้มาในระบอบประชาธิปไตยที่นายก ต้องมาจากการเลือกตั้ง

เมื่อเห็นดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ผู้กลัวแพ้ เลือกตั้งจึงใช้วิธีป้ายสีว่า จำลอง ศรีเมือง “พาคนไปตาย” ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทั้งๆที่พรรคตัวเองก็เข้าร่วมเรียกร้องด้วยในเหตุการณ์นั้น พรรคประชาธิปัตย์จงใจใช้วิธีการนี้เพื่อหลอกล่อชนชั้นกลางในเมืองที่มีความ จำสั้นป้ายความผิดให้พรรคการเมืองที่เป็นเพื่อนร่วมรบ เพื่อถีบหัวเพื่อนให้ตัวเองชนะเลือกตั้ง นี่คือวิธีการของพรรคประชาธิปัตย์ที่ชนะเลือกตั้งเมื่อครั้งล่าสุดเมื่อ เกือบ 20 ปีที่แล้ว ในครั้งนั้นนายชวน หลีกภัยได้เป็นนายก และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้เป็น สส.สมัยที่สอง แต่หลังจากเป็นรัฐบาลได้ประมาณ 3 ปี ไม่ทราบด้วยความอดอยากหิวโหยตะกระกรามหรืออย่างไร รัฐบาลนี้ก็พังลงเพราะกรณี สปก 4-01 สมัยนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้เอาที่ดินที่เขาเจตนาแจกให้เกษตรกรไปแจกให้พรรคพวกตัวเอง กรณีนี้ นายชวน หลีกภัย ถึงกับลงทุนผลิตวาทกรรมตอแหลเปรียบเทียบการแจกที่ดินทำกินให้เกษตรกรว่า “คนรวยคนจนมีสิทธิสอบชิงทุนเท่ากัน” และแทนที่เมื่อโดนเปิดโปงกรณีนี้แล้ว จะยอมรับสารภาพขอโทษประชาชน พรรคประชาธิปัตย์กลับปลุกม็อบชาวใต้ขึ้นป้ายต่อต้านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมนี้้ ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อปกป้องพฤติกรรมทุจริตของตัวเอง

ขณะนั้น เวลานั้น นายชวน หลีกภัย ยืนยันหนักแน่นว่ากรณีนี้ไม่ทุจริต แต่ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2550 ศาลฎีกาจังหวัดภูเก็ตมีคำพิพากษา ให้นายทศพร เทพบุตร สามีนางอัญชลี เทพบุตร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ คืนที่ดินที่ได้รับมาจากกรณี สปก. 4-01

กรณีนี้คน ปากแข็งอย่างนายชวน หลีกภัยและ สส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหลายก็ยังไม่ยอมออกมาขอโทษประชาชน และถึงกลับหน้าด้าน ส่งนายทศพร เทพบุตร ลงเลือกตั้งในจังหวัดภูเก็ตอีก ส่วนประชาชนในจังหวัดเมื่อเห็นพรรคนี้หน้าด้านส่งลงมา ก็พร้อมใจกันเลือกนายทศพร เป็น สส.แม้ว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาแบบนั้นแล้วก็ตาม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการส่งเสียด่าทอของพันธมิตร ประชาชนเพื่อความไม่เป็นประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ตที่กำลังด่า ทักษิณ ชินวัตร ว่าขี้โกง แต่ทั้งหมดกลับพร้อมใจกันเลือกนายทศพร เทพบุตร ทั้งๆที่ศาลฏีกาพึ่งตัดสินให้คืนที่ สปก. หยกๆ ?!?!

(ขออภัยเจ้าของบทความนะครับ ผมจำที่มาไม่ได้)

รักแท้ที่รอคอย ของ กษัตริย์จิกมีแห่งภูฏาน

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



แม้ราชอาณาจักรภูฏานจะเป็นเพียงดินแดนเล็กๆบนแผนที่โลก
ที่มีประชากรอยู่ 700,000 คน
แต่เรื่องราวความรักที่สุดแสนโรแมนติกระหว่างคู่อภิเษกสมรสคู่ใหม่แห่งเทือกเขาหิมาลัย
“สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” กษัตริย์หนุ่มผู้ทรงอ่อนเยาว์ที่สุดในโลก
พระชนมพรรษา 31 พรรษา กับลูกสาวนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส วัย 21 ปี
“เจ็ตซัน เปมา” นักศึกษาปริญญาตรี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
แห่งมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ได้กลายเป็นตำนานรักบทใหม่ระหว่างกษัตริย์ผู้สูงศักดิ์กับหญิงสาวสามัญชน
ที่ถูกกล่าวขานถึงมากที่สุดทั่วโลกในวินาทีนี้
เปรียบไปแล้วก็ไม่ต่างจาก “เจ้าชายวิลเลี่ยมกับเคท มิดเดิลตัน” แห่งเอเชีย



พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่าง
กษัตริย์จิกมี กับหญิงสามัญชนผู้โชคดีที่สุดในโลก
ได้ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและสมพระเกียรติ
ตามแบบฉบับโบราณราชประเพณีของราชวงศ์วังชุก
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2554 ตามมงคลฤกษ์เวลา 08.20 น.
และดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 4 ชั่วโมงเต็ม ณ พระอารามหลวง
ภายใน “พูนาคาซอง” ป้อมปราการเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 17
ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่าของราชอาณาจักรภูฏาน
ท่ามกลางเสียงประโคมกลอง แตร และการร้องเพลงเฉลิมฉลองสดุดีอย่างเอิกเกริก
โดยมีพระราชาคณะแห่งภูฏาน “เช เคนโป” เป็นผู้นำประกอบพิธี
ทางศาสนาต่อหน้าแผ่นพรมพระรูปของ “ซับดรุง” องค์ลามะผู้ก่อตั้ง
และรวมประเทศภูฏานตั้งแต่ศตวรรษที่ 17
ขณะที่พระราชบิดาของกษัตริย์จิกมี “สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก”
อดีตกษัตริย์องค์ที่สี่ของภูฏาน ทรงรับขวัญ
พระสุณิสาด้วยการพระราชทานผ้าพันคอยาว 3 ผืน
ประกอบด้วยสีขาว-น้ำเงิน-เขียว เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนคำอำนวยพร
จากสุสานฝังพระศพอดีตบุรพกษัตริย์ตามโบราณราชประเพณี



ฉากไฮไลต์ที่น่าประทับใจที่สุดของพระราชพิธีอภิเษกสมรสครั้งนี้
ซึ่งทำเอาสื่อมวลชนเกือบ 200 ชีวิตจากทั่วโลก รวมถึงกองทัพสื่อจากเมืองไทย
ตลอดจนประชาชนชาวภูฏานหลายแสนคนจาก 20 มณฑลทั่วประเทศ
ที่เฝ้าติดตามชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ปรบมือสนั่นด้วยความปลื้มปีติยินดี คือ
พิธีการสำคัญในช่วงที่ “กษัตริย์จิกมี” ทรงสวมมงกุฎโบราณ
ตัดเย็บจากผ้าไหมปักดิ้นทองแก่พระคู่หมั้น
เพื่อแต่งตั้งเป็นพระราชินีองค์ใหม่ของภูฏานอย่างเป็นทางการ
โดยเจ้าบ่าวผู้สูงศักดิ์ทรงเชยคางเจ้าสาวขึ้นมองอย่างทะนุถนอม
และสบตาหวาน พร้อมส่งยิ้มให้ด้วยความรักความเสน่หาสุดซึ้ง
ทำเอาเจ้าสาว ซึ่งประหม่าและตื่นเต้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ถึงกับแก้มแดงด้วยความเขินอาย
จากนั้นเจ้าบ่าวจึงประคองเจ้าสาวขึ้นประทับบนบัลลังก์พิธี
พร้อมร่วมเสวยน้ำอมฤตจากจอกศักดิ์สิทธิ์ทองคำ
เพื่อความเป็นนิรันดร์ของชีวิต ตามความเชื่อของราชประเพณี
ท่ามกลางความยินดีของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ของภูฏาน,
ผู้นำสำคัญๆของประเทศ ตลอดจนทูตานุทูตจาก 25 ประเทศทั่วโลก
และบุคคลสำคัญๆระดับประเทศของอินเดีย ที่ร่วมเป็นสักขีพยานราว 200 คน



หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีอย่างเป็นทางการ
ต่อมาในช่วงบ่าย
“กษัตริย์จิกมี” ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ประชาชนหลายพันคน
ที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศของประเทศ ได้เข้าเฝ้าฯ
และถวายความยินดีอย่างใกล้ชิด ณ สนามกว้างนอกพระอารามหลวง
บ่าวสาวคู่ใหม่ทรงพระราชดำเนินทักทายเหล่าพสกนิกรอย่างเป็นกันเอง
และเมื่อเสด็จมาถึงจุดรวมพลของกองทัพสื่อ
กลุ่มสื่อมวลชนจากประเทศไทย รวมถึงผู้สื่อข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ
ก็พร้อมใจกันเปล่งเสียงตะโกนคำว่า “สวัสดี” ดังกึกก้อง
จนทั้งสองพระองค์ต้องทรงหยุดทักทาย พร้อมกับรับสั่งว่า “สวัสดี” อย่างชัดถ้อยชัดคำ
โอกาสนี้เองได้มีนักข่าวสาวรายหนึ่งทูลถามว่า
ทรงรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เป็นเจ้าบ่าวในวันนี้
“กษัตริย์จิกมี” รับสั่งถามกลับอย่างพระอารมณ์ดีว่า แล้วเธอล่ะแต่งงานหรือยัง
พอเหยี่ยวข่าวสาวตอบว่า ยังเพคะ…พระองค์ก็รับสั่งยิ้มๆแทนคำตอบ
ซึ่งสื่อถึงความสุขอันเหลือล้นว่า “มันวิเศษมากๆ!! เธอน่าจะลองแต่งงานดูบ้าง”…
สังเกตจากภาษากายที่แสดงออกแล้ว บ่งบอกได้ชัดเจนว่า
พระองค์ทรงรักและทะนุถนอมพระราชินีของพระองค์มากมายเพียงใด
ทรงแสดงความรักล้นใจอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน
โดยทรงจูงมือ, โอบกอด และพูดคุยกะหนุงกะหนิงอย่างมีความสุขตลอดเวลา
ที่สำคัญยังคงยึดมั่นว่าจะทรงมีพระชายาเพียงองค์เดียวตามที่ตั้งพระทัยตลอดมา

หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีอภิเษกสมรส
และการเฉลิมฉลองอย่างเอิกเกริกทั่วประเทศตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 13-15 ต.ค.2554
กษัตริย์จิกมีทรงวางแผนพาเจ้าสาวแสนสวยเสด็จไปฮันนีมูน
ที่เมืองราชาสถาน ประเทศอินเดีย ในช่วงปลายเดือนเดียวกันนี้



สำหรับเส้นทางความรักของกษัตริย์เจ้าเสน่ห์ ขวัญใจสาวไทย พระองค์นี้
มีเรื่องราวโรแมนติกน่าประทับใจให้เล่าขานชวนติดตาม
ทั้งคู่ไม่ได้เพิ่งมาปิ๊งรักกัน
แต่ “กษัตริย์จิกมี” ทรงเคยคุกเข่าขอ “เจ็ตซัน” แต่งงานมาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์
ขณะนั้น เจ้าชายเพิ่งมีพระชนม์ 17 ชันษา ส่วนสาวน้อยผู้เป็นรักแท้อายุแค่ 7 ขวบเท่านั้น
เจ้าชายทรงให้สัญญากับเจ็ตซันว่า
“ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ และเรายังเป็นโสดไม่มีใคร เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน”
เหตุการณ์น่าประทับใจมิลืมเลือนครั้งนั้นเกิดขึ้น
ระหว่างที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายไปปิกนิกกันในกรุงทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน
โดยครอบครัวฝ่ายหญิงสนิทสนมกันดีกับพระราชวงศ์ภูฏาน

ปั๊ปปี้เลิฟที่เป็นฉากโรแมนติกในวันวาน
ได้กลายเป็นตำนานรักบันลือโลกแห่งเทือกเขาหิมาลัย
เมื่อพรหมลิขิตชักนำให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง
โดยที่ “กษัตริย์จิกมี” ยังถวิลหารักแรกพบในวัยเด็กไม่เสื่อมคลาย
กษัตริย์ผู้สูงศักดิ์จึงทรงตัดสินพระทัยสละโสด
และประกาศข่าวมหามงคลเป็นทางการครั้งแรก
ในพิธีเปิดการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 7 ณ กรุงทิมพู เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศว่า


พระราชบิดา และสมเด็จย่า

“ในฐานะกษัตริย์ บัดนี้ได้ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องอภิเษกสมรส
และหลังจากที่คิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ
ข้าพเจ้าเห็นว่า พิธีดังกล่าวควรจัดขึ้นในปลายปีนี้
หลายท่านคงมีความคิดเห็นในใจแล้วว่า
พระราชินีองค์ใหม่ควรจะมีบุคลิกลักษณะอย่างไร
เธอต้องเป็นสตรีที่งดงาม ฉลาดหลักแหลม และสง่างามด้วย
ทว่า ข้าพเจ้าเชื่อว่า ด้วยเวลาและประสบการณ์
คนเราย่อมสามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้ที่มีพลัง ไม่ว่าจะมาจากชนชั้นใดก็ตาม
ขอเพียงมีความเพียรพยายามอย่างเหมาะควรเท่านั้น
สำหรับพระราชินีของภูฏานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะปัจเจกบุคคลก็คือ
ต้องเป็นคนดี
และในฐานะพระราชินี ก็ต้องมีความมุ่งมั่นไม่ท้อถอย
ที่จะรับใช้ประเทศชาติและประชาชน
…ข้าพเจ้าได้พบสตรีที่มีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว เธอชื่อว่า

“เจ็ตซัน เปมา” แม้ว่าเธอจะยังอายุน้อย
แต่มีบุคลิกที่อบอุ่น จิตใจดีงาม ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้
เมื่อผนวกกับความรู้ความสามารถ
และประสบการณ์ที่เธอจะได้รับต่อไปภายภาคหน้า
ย่อมจะทำให้เธอเป็นข้ารับใช้ที่ดีของประเทศชาติได้


พระราชมารดา (ขวาสุด) กับสมเด็จน้า

…“เจ็ตซัน” เป็นคนที่ข้าพเจ้าไว้วางใจที่สุด คอยสนับสนุนข้าพเจ้าตลอดเวลา
ข้าพเจ้าไม่ทราบว่า ประชาชนจะรู้สึกอย่างไรกับเธอบ้าง
แต่เธอคือคนที่ใช่สำหรับข้าพเจ้า!!
อย่างไรก็ดี การแต่งงานครั้งนี้มิได้หมายความว่า
ข้าพเจ้าจะสร้างครอบครัวเป็นของตนเอง
เพราะตั้งแต่วันแรกที่ข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์ ชาวภูฏานทั้ง 20 ชนเผ่า
ก็เป็นเสมือนครอบครัวของข้าพเจ้า
การอภิเษกสมรสครั้งนี้จะทำให้ข้าพเจ้ามีพระราชินี
ซึ่งจะคอยสนับสนุนเคียงข้าง
ตลอดจนร่วมทำงานรับใช้ประเทศชาติและประชาชน
กระนั้น ข้าพเจ้าขอให้รัฐบาลจัดพระราชพิธีอภิเษกสมรสอย่างเรียบง่ายพอเพียงเท่านั้น
เพราะความสุขของพระราชบิดาที่ข้าพเจ้ารัก และคำอวยพรจากพสกนิกรชาวภูฏาน
ก็ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขที่สุดแล้ว”

ในที่สุดกษัตริย์รูปงามแห่งภูฏาน ผู้ครององค์เป็นโสดมาจนถึงพระชนม์ 31 พรรษา
ก็ทรงค้นพบหญิงสาวในฝันที่รอคอยมาทั้งชีวิต
เพื่อทำหน้าที่พระราชินีองค์ใหม่แห่งดินแดนมังกรสายฟ้า
ที่จะช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจ
และเคียงคู่กับพระองค์บำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรชาวภูฏานสืบไป.


ทีมข่าวหน้าสตรี



http://www.thairath.co.th/content/life/209569

"รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" 15-10-2011

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

RuMi CBR




http://www.thaivoice.org/board/index.php?

คอนเสิร์ตเสื้อแดงช่วยน้ำท่วม 14ต ค 54

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

nick_nakhonpathom





http://www.thaivoice.org/board/index.php?

คอนเสิตร์ แรมโบ้อีสานปะทะ วันชนะ เกิดดี ช่วยน้ำท่วม

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

nick_nakhonpathom



http://www.thaivoice.org/board/index.php?

“สภาการแท็กซี่มหาชน”มอบเงิน “ยิ่งลักษณ์”ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ที่มา thaifreenews

โดย Palrak





วันนี้ (5 ตุลาคม 2554) เวลา 10.30 น. ณ ห้องรับรองสีม่วง ทำเนียบรัฐบาล สภาการแท็กซี่มหาชน นำโดย นายนิคม บุญวิเศษ ประธานสภาการแท็กซี่มหาชน พร้อมคณะกรรมการสภาการแท็กซี่มหาชน และ นายไทย ทะประดิษฐ์ ประธานชมรมคนไทยในดูไบ ร่วมกันมอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 150,000.- บาท ให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อไป

ทั้งนี้ สภาการแท็กซี่มหาชน ออกให้ความช่วยเหลือประชาชนในการรับบริจาคและนำข้าวของอุปโภคบริโภค และน้ำดื่มสะอาด ไปแจกจ่ายให้ประชาชนในส่วนภูมิภาค อาทิ จังหวัดชัยนาท จังหวัดอุทัยธานี เป็นต้น โดยมีการตั้งจุดรับบริจาคทั่วพื้นที่จังหวัดจังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้ เคียง กว่า 20 จุด

(เดลินิวส์ 10ตุลาคม พ.ศ.2554 ข่าวสังคม หน้า 5)

Re:


กู้สำเร็จแล้วภารกิจ‘คลองบ้านพร้าว’

ที่มา ข่าวสด





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 16 ต.ค. นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และคนงานกว่า 10 คน ที่ร่วมช่วยกันปฎิบัติภารกิจกู้พนังกั้นน้ำที่พังลงบริเวณถนนด้านข้างประตู ระบายน้ำคลองบ้านพร้าว หมู่ 3 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่าการทำงานตลอดทั้ง 4 คืน 5 วัน ที่จะต้องเร่งทำงานกู้คลองบ้านพร้าวนี้ เพราะระยะช่องทางน้ำที่พังลงมีความกว้างกว่า 80 เมตร ส่งผลทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนในเขต ต.บ้านปทุม ,ต.เชียงรากใหญ่ รวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองบ้านพร้าว ทั้งในพื้นที่ ต.สวนพริกไทย ,ต.บางพูน ,ต.บางพูด เพราะปริมาณน้ำที่ทะลักเข้าท่วมพื้นที่เหล่านี้จะไหลลงสู่คลองเปรมประชากร ซึ่งหากปล่อยไว้นานก็จะส่งผลถึงย่านรังสิต ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และรวมถึงกทม.รอบนอกได้ เจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนจึงต้องเร่งทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้สามารถกู้คลองบ้านพร้าวให้เร็วที่สุด

นายชาญ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการดำเนินงานตามแผนงานเดิมที่วางกันไว้คือ นำแท่นเหล็กตอกเข็มยึดแนวคันทีละ 5 เมตร ยึดลงใต้พื้นดินประมาณ 6 เมตร โผล่ขึ้นมา 2 เมตร เพื่อใช้แผ่นเหล็กวางกั้นน้ำรองต่อเพื่อชะลอความแรงและความดันของน้ำ ส่วนแผ่นเหล็กที่รองกั้นน้ำจะวางเผื่อไป 1 เมตรเพื่อที่เครื่องจักรจะได้ดำเนินการตอกเสาเข็มต่อไปอีก ซึ่งทำให้สะดวกและง่ายเมื่อเครื่องจักรลงเข็มยึดรองพื้น โดยดำเนินงานวิธีการนี้ตลอดภารกิจ ถึงแม้จะมีอุปสรรคเรื่องกระแสน้ำบ้าง ความดันน้ำบ้าง เรื่องวัสดุอุปกรณ์ในการทำงานบ้าน แต่ก็สามารถชะลอปริมาณน้ำได้สำเร็จ แต่ก็ยังคงมีปริมาณน้ำเพียงบางส่วนที่ต้องไหลผ่านช่องน้ำระหว่างแท่งเหล็ก ซัพพลายบ้าง ตามซอกถุงกระสอบทรายบ้าง ซึ่งจากนี้ไปพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ที่เคยไดรับผลกระทบจากคลองบ้านพร้าวจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนน้อยลง แต่ก็ยังคงต้องคอยเฝ้าระวังดูระดับน้ำที่ถูกระบายมาจากหลายทิศทาง โดยต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนคอยเฝ้าระวังดูระดับน้ำอย่างใกล้ชิดและ ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเก็บข้าวของ รถยนต์ไว้ในที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายของทรัพย์สิน