WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, October 19, 2011

'ไม่มีสี ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด…' หนูดี-วนิษา เรซ กับ พิษทวิตเตอร์เดือด!!

ที่มา Thai E-News

หนู ดี เปิดใจกับไทยรัฐออนไลน์ด้วยเสียงสั่นเครือต่อกรณีข้อความทวิตเตอร์ "ผู้นำโง่" นี้ว่า ตนหมายถึง ผู้นำที่ประกาศให้ชาวบ้านอพยพหนีตายกลางดึก ในจังหวัดปทุมธานี ทำให้คนโกลาหล ไม่มีระบบ

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์
19 ตุลาคม 2554

ทันทีที่ปลายนิ้วของหนูดี - วนิษา เรซ กดส่งข้อความระบายความรู้สึก "อัดอั้น" ในฐานะประชาชนคนไทยที่ประสบเหตุลงไปในทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาว่า
“ขอพูดแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด” (ปัจจุบันลบข้อความนี้ไปแล้ว)”
จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนบางกลุ่มมาผูกโยงการเมืองกับคำว่า “ผู้นำโง่” ว่าหมายถึงผู้นำคนนั้นกันอย่างมากมาย

ก่อนที่เรื่องราวจะไปกันใหญ่ หนูดี - วนิษา เรซ หนูดี ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอัจฉริยภาพ นักเขียน และสาวเก่งที่มีคนชื่นชอบมากมาย ออกมากล่าวเปิดใจกับไทยรัฐออนไลน์ด้วยเสียงสั่นเครือต่อกรณีข้อความ ทวิตเตอร์ "ผู้นำโง่" นี้ว่า ตนหมายถึงผู้นำที่ประกาศให้ชาวบ้านอพยพหนีตายกลางดึก ในจังหวัดปทุมธานี ทำให้คนโกลาหล ไม่มีระบบ และไม่มีข้อเท็จจริง

“ทวิตนี้มันเริ่มต้นจากบ้านครอบครัวของหนูดีอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี แล้ว 2-3 วันที่ผ่านมา มีผู้ใหญ่ที่ดูแลในเขตที่อาศัยอยู่ออกประกาศบอกให้ชาวบ้านย้ำให้อพยพอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นเวลาวิกาลเพราะว่าคืนนี้น้ำจะท่วมใหญ่แน่นอน

การประกาศแบบนี้แม้ว่าบ้านหนูดีจะขนของอพยพไปอยู่ชั้น 2 เกือบจะหมดแล้ว มีแต่เปียโนตัวใหญ่มากไม่สามารถขนขึ้นไปได้ และกระดาษมากมายของสำนักพิมพ์ของเรายังอยู่ด้านล่างอีกมากมายไม่สามารถขน ขึ้นไปบนบ้านได้ สิ่งที่ทำให้หนูดีโมโหมากๆ ก็คือวันนั้นผู้นำบอกข่าวสารมีการประกาศให้ชาวบ้านปทุมธานีออกจากพื้นที่เร่งด่วน แบบไม่เช็กข้อมูลให้ถูกต้องก่อน ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นอย่างมากมาย โกลาหลมากๆ

อย่างโรงเรียนของหนูดีก็มีคุณครูอยู่คนหนึ่งบ้านเขาอยู่อยุธยา บ้านเขาจมทั้งหลัง รถจมมอเตอร์ไซต์จม เครื่องใช้ไฟฟ้าก็พังหมด เรียกว่าหมดสิ้นเสียบ้านและทรัพย์สินไปทั้งหลัง พอหนีมาอยู่ที่คลอง 2 จ.ปทุมธานี ซึ่งจากข่าวนี้ทำให้เขาอาเจียนไม่หยุด ไมเกรนขึ้นแล้ว ที่สำคัญหนูดีสงสารตาสีตาสาที่วิ่งหนีตายตุหรัดตุเหร่ตามการประกาศแบบไม่ กรอง หนีตายเพื่อไปที่ศูนย์อพยพดอนเมือง”

หนูดีบอกว่า การประกาศโดยไม่มีเอกภาพวันนั้นและภาพการอพยพหนีตายของหญิงสาวผู้เฒ่าผู้แก่ มันกระทบหัวใจตนเองมาก จนต้องทวิตข้อความออกไปในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

"สิ่งที่หนูดีเห็นแล้วสลดก็คือ คนในจังหวัดปทุมธานีหลา่ยครอบครัวไม่มีรถพอได้ยินประกาศต่างก็วิ่งหนีตาย เพื่อไปให้ถึงปากซอยให้ได้ ซึ่งมันไกลมาก (เสียงสะอื้น)เราก็รู้สึกจะบ้าเหรอ 4-5 ทุ่ม แล้วถ้าเป็นผู้หญิง เป็นเด็กสาววิ่งหนีแบบไร้จุดหมายแบบนั้นไม่โดนข่มขืนหรือโดนอะไรทำร้ายไป ถามว่ามันใช่เรื่องไหม สิ่งที่เราทวิตไปเราก็รู้สึกในฐานะประชาชน คือถ้าคิดจะทำอะไร อยากจะประกาศอะไรประชาชน ช่วยคิดถึงประชาชนหน่อยแ้ล้วที่น่าตกใจก็คือ "ผู้นำในพื้นที่กับคนที่ประกาศไม่ใช่คนเดียวกัน" โดยผู้นำบอกว่าไม่มีอะไรอย่าแตกตื่น ที่สุดแล้วน้ำที่ประกาศว่ามาก็ไม่มา"

ภาพเหล่านี้มันทำให้เราเกิดอารมณ์ แต่ก็น่าเสียใจเพราะทันทีที่เราทวิตออกไปคนก็ไปตีความว่า ผู้นำเราหมายถึงนายกฯ ซึ่ง หนูดียืนยันเลยว่าไม่ได้หมายถึงท่าน เพราะเราไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ไม่มีสี ไม่เหลืองไม่แดง แล้วไปรีเช็กดูได้ว่าตั้งแต่หนูดีกลับมาเมืองไทย ไม่เคยคอมเมนต์การเมืองเลย ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย และไม่เคยคิดที่จะลง ส.ส.แล้วคอมเมนต์นี้เราถือว่าไม่ได้คอมเมนต์การเมือง แต่ถูกตีความเป็นเรื่องการเมือง ตั้งแต่วันที่กลับมาเมืองไทยเราไม่คิดว่ากลับมาแล้วยุให้คนไทยแตกแยกกัน

"หนูดีคิดว่าคนที่อยู่ต่างประเทศกลับมาก็อยากที่จะทำอะไรให้กับประเทศ แต่หากมันกลับมาเป็นประเด็นแบบนี้ หนูดีคิดว่ามันผิดวัตถุประสงค์ วันนี้มีคนลำบากเดือดร้อนอีกเยอะ ไม่รู้ว่าจะมาทะเลาะกันเรื่องอะไร วันนี้น้ำท่วมหนูดีก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน ทั้งบ้านและโรงเรียน ซึ่งน้ำเริ่มเข้าแล้ว แต่ก็พยายามกั้นกระสอบทรายอยู่ คนในพื้นที่ก็มีความเครียดมาก ดังนั้นถ้าจะประกาศอะไรก็อยากให้รีเช็กหน่อย เราก็รู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม เรื่องก็มีอยู่เท่านี้”

เมื่อถามว่าเข็ดเรื่องทวิตเตอร์ไหม...? หนูดีบอกว่า จะว่าเข็ดก็ไม่ซะทีเดียว เพราะเราก็หาประโยชน์จากมันได้ แต่ก็อย่างว่ามันเป็นสื่อที่เร็วมาก ในมุมกลับกันมันก็เป็นแบบนี้ ซึ่งสิ่งที่เรากำลังอยากจะบอกก็คือมันไม่ใช่ความผิดของทวิตเตอร์ แต่เป็นความผิดของเราเอง ฉะนั้นเราไม่อยากโทษทวิตเตอร์หรือคนที่ตามไม่เห็นด้วย เพราะเราพูดกำกวมเอง

“หนูดีว่ากล้าทำก็ต้องกล้ารับ ไม่อยากตอบว่าใครแฮกหรือว่าอะไรมันตลกเกินไป ผิดไปแล้วก็พร้อมขอโทษ ไม่ได้หมายถึงนายกฯเลย ถ้าใครอ่านกลางๆ เราไม่ได้หมายถึงนายกฯ เราพลาดเอง หลังจากนี้คงต้องกลั่นกรองมากขึ้น”

สุดท้าย สาวเก่งยังฝากเอาไว้ด้วยว่า นอกจากการเตือนภัยที่ต้องระวังจะเกินความจริง จะทำให้ประชาชนโกลาหลและเดือดร้อนมากแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือนาทีนี้ ไม่มีใครอยากจะลุกขึ้นมาเสี้ยมให้คนตีกันอีกแล้ว

"วันนี้ประเทศเราคนตีกันเยอะจริง มันพอแล้วล่ะ เราก็ไม่อยากจะมีส่วนหนึ่งตรงนั้น ไม่คิดว่าทวิตข้อความเดียวมันจะส่งผลไปขนาดนี้ ขอโทษจริงๆ ขอโทษมากๆ แต่หนูดีว่า เราไม่ได้สำคัญขนาดที่ใครจะต้องมาเสียเวลา แม้ในสถานการณ์ที่วิกฤติคับขันอย่างนี้ หนูดีว่า ไม่ว่าจะเป็นคนในสังคมคนไหนจะเป็นไอดอลหรือไม่ไอดอล ไม่มีใครสำคัญมากพอที่เราจะโยงเพื่อให้มาทะเลาะกัน เอาเวลาไปช่วยเหลือร่วมใจกันฝ่าวิกฤติดีกว่า” หนูดีกล่าวในที่สุด

ประวัติการศึกษา

นางสาววนิษา เรซ ชื่อเล่นหนูดี จบปริญญาตรีเกียรตินิยม ด้านครอบครัวศึกษา Family Studies มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ คอลเลจพาร์ค สหรัฐอเมริกา ปริญญาโทเกียรตินิยมด้านวิทยาการทางสมอง (Neuroscience) ในโปรแกรม Mind, Brain and Education มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เธอถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอัจฉริยภาพ นอกจากนี้ยังเป็นนักเขียนอีกด้วย.

Coffee with Robert Amsterdam

ที่มา Voice TV



Robert Amsterdam มาให้สัมภาษณ์ในรายการ Wake Up Thailand ประเด็นเรื่องการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ กรณีการใช้กระสุนปืนสลายการชุมนุมเสื้อแดง

เกินกำลังกู้พนังกั้นน้ำคลองรพีพัฒน์ เร่งอพยพปชช.พ้นพื้นที่

ที่มา มติชน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ถึงสถานการณ์น้ำท่วม จ.ปทุมธานี บริเวณคลองระพีพัฒน์ ช่วงคลอง 5 ว่า แรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พนังกั้นน้ำพังยังคงอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยาวไปถึง 120 เมตร แล้ว ขณะที่ องค์การบริหารส่วนตำบล เร่งอพยพประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า การกู้พนังกั้นน้ำดังกล่าวเป็นเรื่องยาก เนื่องจากกระแสน้ำรุนแรง รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้

ถนนชัยนาท-ตาคลี น้ำยังท่วมสูง ไหลแรงพัดรถตกถนนหลายคัน

ที่มา มติชน



น้ำที่ท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 1 สายชัยนาท-ตาคลี ยังคงเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1 เมตร และไหลแรงมากขึ้น ซึ่งแขวงการทางชัยนาทได้สั่งปิดการจราจรไปแล้ว อนุญาตให้เฉพาะรถทหารที่รับส่งประชาชน กับรถบรรทุกหิน-ทราย ที่จะนำไปซ่อมคันกั้นน้ำที่พังทลาย กับเสริมแนวกระสอบทรายให้แข็งแรงมากขึ้น แต่เนื่องจากถนนสายนี้ เป็นเส้นทางเข้าไปยังเขตเศรษฐกิจเมืองชัยนาท จึงยังมีผู้ฝ่าฝืนขับรถลุยกระแสน้ำเข้าไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระแสน้ำที่ไหลแรง ได้พัดรถตกถนนจมน้ำไปแล้วหลายคัน แม้แต่รถบรรทุก 6 ล้อ ก็ยังไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำได้ ซ้ำถนนก็เริ่มทรุดตัว เพราะถูกน้ำกัดเซาะมานาน ประกอบกับมีผู้ประกอบการนำรถบรรทุกสิบล้อ กว่า 10 คัน มารับจ้างบรรทุกรถยนต์ วิ่งผ่านเส้นทางน้ำ ในราคาคันละ 200 บาท/เที่ยว ทำให้ถนนต้องรับน้ำหนักมากขึ้น จึงทรุดตัวเสี่ยงที่ถนนจะขาดเป็นอย่างมาก

น้ำท่วมถนนรังสิต-นครนายก ช่วงคลอง2

ที่มา มติชน



สภาพน้ำเริ่มเอ่อล้นข้ามถนนรังสิต-นครนายกเป็นทางยาว ช่วงคลอง2 หลังจากที่มีรายงานข่าวว่าน้ำจากคันกั้นน้ำรพีพัฒน์แตก ทำให้นำเริ่มทะลักเข้าสู่คลองรังสิตแล้ว เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม

"ยิ่งลักษณ์"เครียด! ตอบไม่ถูกน้ำท่วม กทม.หรือไม่ ยัน รบ.ไม่ได้ปกปิดข้อมูล โอดวิกฤตใหญ่ของประเทศ

ที่มา มติชน



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ามายังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งสังเกตเห็นได้ว่ามีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ตอนนี้ไปขอตรวจสอบข้อมูลก่อนว่าน้ำจะท่วมเขตพื้นที่ดอนเมือง 1-2 เมตร ตามที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสดงความเห็นหรือไม่ เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกโดยหากเกิดเหตุการณ์จริงรัฐบาล จะเตือนภัยอย่างเป็นทางการในส่วนของ ศปภ. ซึ่งการเตือนภัยของ ศปภ.จะมีการปรับรูปแบบใหม่โดยต้องมีรายละเอียดชัดเจนเพื่อแสดงประชาชนให้ เห็นว่านี่คือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ


"กราบเรียนพี่น้องประชาชนว่าเราจะไม่อยู่ในความประมาทแต่อยากให้ทุก คนเตรียมตัวเอาไว้และอย่าตื่นตระหนก ศปภ.จะทำหน้าที่ให้เต็มที่ดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาทุกพื้นที่รวมทั้ง กทม.ด้วย สถานการณ์ตอนนี้ในส่วนของคลองรังสิตก็ได้มีการเปิดประตูน้ำทั้งหมด จึงอยากขอความกรุณาประชาชนอย่าเข้าไปดึงแนวกั้นน้ำหรือกระสอบทรายออกไม่งั้น จะควบคุมน้ำไม่ได้ ธรรมชาติของน้ำที่เข้ามาเยอะกว่าทุกปีเมื่อระบายไปทางไหนก็จะมีปัญหาแต่ รัฐบาลพยายามป้องกันให้เต็มที่" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว


เมื่อถามว่า จากโพลที่ออกมาระบุว่าไม่มั่นใจในข้อมูลของ ศปภ. รัฐบาลจะเรียกความเชื่อมั่นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมน้อมรับความคิดเห็นของประชาชน แต่ขอความเห็นใจด้วยเพราะตอนนี้ ศปภ.เป็นศูนย์รวมของทุกองค์กรอาจทำให้มีมุมมองแตกต่างกัน และส่งผลให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารเกิดความตกใจ ซึ่ง ศปภ.จะปรับปรุงต่อไปและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบเพื่อให้ประชาชนสามารถยึด ถือของข้อมูลของ ศปภ.อย่างเป็นทางการได้


"ยืนยันข้อมูลที่ ศปภ.ได้เข้ามาไม่มีความผิดพลาด แต่บางครั้งขอความกรุณาสื่อมวลชนเวลาสัมภาษณ์หนึ่งคนเดียวอาจจะมีแค่มุม เดียวไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด พอข้อมูลออกไปอาจทำให้ประชาชนตกใจ ดังนั้น เราต้องมาปรับปรุงในส่วนของการแถลงข่าวของ ศปภ.ให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น สื่อมวลชนก็จะได้ไม่แปลงและใช้ข้อเท็จจริงนั้นในการอ้างอิงได้ วันนี้ยืนยันว่าได้พูดความจริงไม่ได้ปิดบังพี่น้องประชาชน แต่ดิฉันต้องบอกว่าครั้งนี้เป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศลำพังคนเดียวเราทำไม่ได้ ต้องรวมพลังจากทุกภาคส่วนและต้องเอาเกมการเมืองออกไป เราต้องแก้ไขปัญหาและสร้างขวัญกำลังใจให้กับคนไทย" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว


น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า สำหรับการประสานงานกับ กทม.และกรมชลประสานยอมรับว่ามีมุมมองที่แตกต่างกัน อย่าง กทม.ก็จะมองในส่วน กทม.เช่นเดียวกับกรมชลประทานก็ให้ในส่วนของตัวเองที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ ดังนั้น เราต้องเอาทุกหน่วยงานมารวมกันแต่ปัญหานี้เราไม่สามารถประมาณการได้จริงๆ เช่น ปริมาณน้ำฝน ทั้งนี้ บอกตรงๆ ว่าตอบได้ยากมากว่าปริมาณน้ำจะเข้ามาใน กทม.เท่าไหร่ โดยจะขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตอบ เราเองไม่รู้ว่าพายุลูกใหม่ที่อาจจะเข้ามาเป็นอย่างไร วันนี้ประเทศไทยยังไม่มีกระบวนการในการประมาณการปริมาณน้ำที่แม่นยำ


ในตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ด้วยน้ำเสียงเข้มเมื่อถูกสื่อมวลชนซักถาม หลายครั้งถึงระดับปริมาณที่จะเข้ามาท่วม กทม.ว่า "ถ้าถามแบบนี้ยิ่งไม่เกิดประโยชน์ต้องขอจริงๆ ถามแบบนี้เราควรต้องนั่งคุยกับผู้ที่มีความรู้ ดิฉันเองเป็นผู้ที่เข้ามาในฐานะนายกรัฐมนตรีประสานงานทุกหน่วยงาน ดังนั้น เราควรจะคุยพร้อมกับผู้มีความรู้ถูกต้อง ขอความกรุณาว่าดิฉันอาจจะไม่สามารถให้ข้อมูลสื่อมวลชนได้ครบเพราะเกรงว่าการ สื่อสารในมุมมองจากความรู้สึกส่วนตัววันนี้หรือการจากการสัมผัสจะทำให้ ประชาชนขาดความมั่นใจและไขว้เขว ขอความกรุณาว่าไม่สามารถให้ได้และจะขอให้ข้อมูลที่เป็นทางการเท่านั้น"

จุดพลุ15นัดเตือนอพยพคนบางกะดี หลังน้ำทะลักจากคลองเชียงรากขั้นวิกฤต

ที่มา ข่าวสด


เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าวข่าวสดรายงานจากสวนอุตสาหกรรมบางกะดีว่า นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศบาลตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้จุดพลุ 5 ครั้ง ครั้งละ 3 นัด เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในเทศบาลบางกะดี และสวนอุตสาหกรรมบางกะดี โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เตรียมรับมือ และอพยพออกจากพื้นที่ หลังน้ำจากคลองเชียงรากได้ไหลทะลักล้นมาตลบหลังเข้าท่วม ต.บางกะดี บางส่วนแล้ว และส่งผลให้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 10 กว่าเซนติเมตร ซึ่งเทศบาลตำบลบางกะดีคาดว่าไม่น่าจะรับมือได้ เช่นเดียวกันกับคันกั้นน้ำที่เกาะกลางถนนติวานนท์ ที่อาจรับมือกับน้ำไม่ไหวเช่นกันสวนอุตสาหกรรมบางกะดีตอนนี้น้ำยังเข้าไปไม่ ถึง ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอยู่ ซึ่งขณะนี้น้ำก็ได้เข้าท่วมบ้านของตน ซึ่งอยู่ติดถนนสายปทุมธานี-ติวานนท์ห่างจากอุตสาหกรรมบางกะดีประมาณ 1 กิโลเมตรแล้ว

ขณะที่ อบจ.ปทุมธานี แจ้งว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมา คันกั้นน้ำที่คลอง 5 พังประมาณ 100 ม. ซึ่งคันดินมีความสูงกว่า 2 ม. แต่น้ำมาแรงและถนนแคบ ทำให้น้ำทะลักไปรวมอยู่ที่คลองรังสิต โดยมีเครื่องสูบน้ำตั้งอยู่ที่ประตูน้ำจุฬาฯ หากสกัดไม่อยู่จะเข้าสู่ อ.ลำลูกกา และ กทม. โดยทางอบจ.ได้ใช้เสาเข็มขวางชะลอน้ำไว้


นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า เครื่องสูบน้ำที่ประตูน้ำจุฬาฯ อาจสูบไม่ทัน เพราะแม่น้ำสูงกว่าในพื้นที่ของเราอยู่แล้ว ไม่มีทางไปนอกจากล้นเข้ากทม.เท่านั้น น้ำมาแรงขนาดนี้เครื่องสูบก็จะเอาไม่ไหว น้ำก็จะล้นเข้าลำลูกกา และจะไปกทม.ไปได้หมดเลย เพราะทางวังน้อยน้ำมาแรงมาก ในนวนครตอนนี้น้ำสูงเมตรกว่า ถนนแถวหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี รถผ่านไม่ได้ ถนนไปทางธรรมศาสตร์ รังสิต ที่จะไปคลองหลวงไปไม่ได้แล้ว

ราชพฤกษ์-บางบัวทองอ่วมหนัก หลายหมู่บ้านหนีวุ่น-กระบะตกคลอง

ที่มา ข่าวสด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุด บริเวณถนนราชพกฤษ์ ต.คลองข่อย มุ่งหน้าถนน 345 บางบัวทอง ถูกน้ำจากจังหวัดปทุมธานีเข้าท่วมบนพื้นผิวการจราจรเกือบตลอดเส้นทาง สูงกว่า 60 เซนติเมตร และน้ำเริ่มเอ่อไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตามหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านบนถนนดังกล่าว ต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำและอพยพออกจากบ้านพักที่อาศัยอยู่กลางดึก อย่างโกหลาหล โดยที่ระดับน้ำที่ท่วมอยู่ยังคงมีระดับที่เพิ่มสูงอยู่ตลอดเวลาทั้งสองฝั่ง การจราจรขาเข้าถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านที่ขนย้ายข้าวของและอพยพกลางดึกต้องขับรถวิ่งสวนการจราจรที่เหลือ เพียงขาออกเพียงเลนเดียว

โดยเฉพาะหน้าทางเข้าหมู่บ้านลภาวัล 15 บนถนนราชพกฤษ์ เป็นจุดที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 80 เซนติเมตร รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ทำให้รถกระบะบางคันที่เร่งอพยพถึงกับตกคูกลางถนนที่ถูกน้ำท่วมมิด เนื่องจากมองไม่เห็นผิวการจราจร นอกจากนี้ตามหมู่บ้านต่าง ๆ พบว่าประชาชนตามหมู่บ้านจัดสรรที่ได้ขนย้ายทรัพย์สินหรืออพยพ กำลังเฝ้าดูสถานการณ์น้ำที่เข้าหน้าบ้านตัวเองอยู่ตลอดทั้งคืน

ส่วนบริเวณชุมชนที่อยู่ริมคลองบางบัวทองน้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมถนน บางกรวย-ไทรน้อย มุ่งหน้าตลาดเทศบาลบางบัวทอง ส่งผลให้มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ด้านในต้องอพยพหนีน้ำออกมาด้านนอกถนน ท่ามกลางสภาพการจราจรที่ติดขัด น้ำยังไหลเข้าท่วมถนนสูงถึง 60 เซนติเมตร และกระจายไปถึงบริเวณสี่แยกบางพูน ตัดกับถนนรัตนาธิเบศร์ ทำให้รถยนต์ขนาดเล็ก ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้
ระดับน้ำที่เพิ่มสูง ขึ้นอย่างรวดเร็วได้เริ่มไหลมาถึงหมู่บ้านชลดา และหมู่บ้านบุศรินทร์ ซึ่งมีผู้อาศัยกว่า 1500 หลังคาเรือน โดยน้ำได้เริ่มไหลซึมแนวกระสอบทรายที่ชาวบ้านกั้นไว้ ห่วงว่ากระแสน้ำไหลมาอย่างรวดเร็ว อาจจะเข้าท่วมหมู่บ้านได้

ขณะที่ อบต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง ได้ระดมกำลังขนกระสอบทรายมาสร้างคันน้ำบริเวณริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตลอดทั้งคืน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงสู่คลองขุด ซึ่งจะส่งผลให้น้ำท่วมชุมชนที่อยู่ริมคลองดังกล่าว โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรรหลายร้อยโครงการ อาทิ หมู่บ้านบางบัวทอง หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ และหมู่บ้านพูนทรัพย์ลัดดา

กทม.ประกาศเตือนประชาชน 7 เขต เตรียมอพยพหนีน้ำ

ที่มา ข่าวสด


ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงประกาศเตือนครั้งที่ 1 กับประชาชนใน 7 เขต ของกทม. คือ เขตสายไหม มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา คันนายาว และบางเขน ให้เตรียมพร้อมเก็บของมีค่า ยกของ ปลั๊กไฟขึ้นสูง และศึกษาแผนอพยพให้รอบคอบ หากน้ำจะทะลักคลองรังสิตเข้าสู่พื้นที่กทม.

มือไม่พาย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



นใจไปได้เปลาะหนึ่ง หลังศปภ.แถลงชัดเจนว่ากทม. ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของชาติ

มีแนวโน้มว่ารอดพ้นจากน้ำท่วมค่อนข้างแน่

โดยศปภ.ยืนยันว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือไหลผ่านลงทะเลไปทั้งหมดแล้วเมื่อ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา

ที่ว่ากทม.รอดพ้นก็เพราะช่วง 14-16 ต.ค. เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด

ประกอบกับเป็นเวลาเดียวที่น้ำก้อนมหาศาลจากภาคเหนือเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ พอดี

ฉะนั้น การบริหารจัดการน้ำช่วงนั้นถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง

เพราะผิดพลาดนิดเดียวจะกลายเป็นหายนะ เขตเศรษฐกิจสำคัญของประเทศจะพังเสียหาย

รัฐบาล จึงทุ่มสรรพกำลังไปที่การระบายน้ำลงทะเล ทั้งทางตรงผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ทางตะวันตกผ่านแม่น้ำท่าจีน และทางตะวันออกผ่านแม่น้ำบางปะกง

และสุดท้ายก็ผ่านพ้น "วิกฤตแรก" ไปได้ด้วยดี

มวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือเมื่อมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยาเกือบ 20 ซ.ม.

แต่สถานการณ์น้ำในภาคกลางยังไม่ได้ลดลงในทันที ระดับน้ำยังทรงๆ อยู่อย่างนี้ไปอีกสักระยะ

เพราะช่วงปลายเดือนต.ค.จะเกิด "วิกฤตที่สอง"

น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดอีกครั้ง

ศปภ.จึงต้องระดมการผลักดันน้ำออกทะเลให้ได้เร็วที่สุดและมากที่สุดในช่วงนี้

ใช้เรือที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนนับพันลำ ผลักดันน้ำลงสู่อ่าวไทยทั้ง 3 ทาง คือ เจ้าพระยา-ท่าจีน-บางปะกง

เป้าหมายสำคัญคือระบายน้ำจากภาคกลางลงสู่งทะเลให้เร็วที่สุด

ไม่ให้น้ำท่วมขังในหลายจังหวัดภาคกลางเป็นเวลานาน เพื่อบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชน

จะเห็นได้ว่าการระดมสรรพกำลังเข้าแก้ไขภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องยาก

คนไทยจะผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปได้อย่างแน่นอน

หากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันโดยไม่เกี่ยงงอน ขัดแข้งขัดขากันเอง ไม่เลือกพวกเขาพวกเรา

ยอมวางเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง หยุดสร้างภาพชั่วคราว

หากวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ก็ควรจะเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์

เอาเวลาที่ใช้แถลงเหน็บแนมแดกดันศปภ.

ไปช่วยกันคิดช่วยกันแก้ไข หรือไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะดีกว่า

เพราะหากยังปล่อยอยู่อย่างนี้ ก็จะโดนชาวบ้านด่าเสียเอง

แบบว่ามือไม่พาย ยังเอาเท้าราน้ำ