WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, October 25, 2011

ควันหลงกระแสก่อการร้าย เศรษฐกิจการเมืองระดับโลกสู่ชีวิตประจำวัน

ที่มา ประชาไท

หลังจากผ่านวันครบรอบเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐและโลกไปใน เดือนกันยายนที่ผ่านมาอันได้แก่ ครบ 10 ปี เหตุก่อการร้าย 11 กันยา 2544และ ครบ 5 ปี รัฐประหาร 19 กันยา 2549 ควันหลงและมรดกของภัยก่อการร้ายยังเหลือค้างอยู่ในรูปแบบของมาตรการป้องกัน เหตุวินาศกรรมต่างๆ และมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานที่สำคัญ

มาตรการรักษาความมั่นคงของรัฐไทยและสหรัฐอเมริกามีความเชื่อมโยงอยู่หลาย ประการ ทั้งในแง่ การมองว่าสิ่งใดเป็นภัยคุกคาม มาตรการตอบโต้และป้องกันภัย รวมถึงข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ เทคโนแครตด้านความมั่นคง ฯลฯ

ซึ่งหากย้อนไปทำการศึกษาประวัติศาสตร์จะพบว่าไทยมีความสัมพันธ์และได้รับ อิทธิพลการจัดกองทัพและหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงมาจากสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะในช่วงสงครามเย็น เป็นอย่างมาก

กระแสตื่นกลัวการก่อการร้ายสากล และสารพัดมาตรการรักษาความปลอดภัยได้ถูกเปิดโปงและวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง ว่าได้นำไปสู่การใช้ความรุนแรง และมีการใช้งบประมาณไปเป็นจำนวนมากเพื่อทุ่มลงไปกับกิจกรรมเหล่านั้นคนไทยคง จำเครื่อง CTX และ GT200 ได้ดี ไม่ต่างจากชาวอเมริกันที่ต้องอยู่กับวิกฤตการขาดดุลงบประมาณ จนสหรัฐถังแตกอยู่ในเวลานี้

สิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนยันต์คุ้มกันให้กับความล้มเหลวและสิ้นเปลืองของ กิจกรรมด้านความมั่นคง คือ การอ้างเรื่องความไม่มั่นคงจากภัยคุกคามซึ่งภัยคุกคามเหล่านี้ได้สร้างความ หวาดกลัวให้กับคนจำนวนไม่น้อยจนยินยอมจำกัดสิทธิของตนเองไปให้กับรัฐ หรือหน่วยงานต่างๆ ในนามของ “มาตรการรักษาความปลอดภัย”

ภัยคุกคามทั้งหลายที่เคยเผชิญกันมาในสังคมต่างๆ ล้วนแล้วแต่พิสูจน์ว่าสามารถสลายหรือลดทอนความรุนแรงโดยใช้สันติวิธี และมาตรการที่เป็นธรรมเปิดพื้นที่ให้กับทุกฝ่ายได้ถกเถียงเพื่อสร้างกติกาใน การจัดความสัมพันธ์เชิงอำนาจกันใหม่ และกำหนดสถานะบทบาทบนฐานของการมีส่วนร่วม

ปัจจุบันองค์กรของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือธุรกิจเอกชน ได้ใช้ข้ออ้างเรื่อง “ความไม่มั่นคง” หรือ “ภัยคุกคาม” สร้างมาตรการความปลอดภัยหลากหลายรูปแบบมาใช้กับประชาชนที่มีกิจกรรมกับหน่วย งานเหล่านั้น

กิจกรรมที่ยังคงภาวะระวังภัยขั้นสูงอยู่ คือ การคมนาคมทางอากาศ มาตรการรักษาความปลอดภัยในสนามบินถูกนำมาล้อเลียนในภาพยนตร์ต่างประเทศหลาย เรื่องและในสารคดีบางเรื่องก็ชี้ให้เห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติในมาตรการรักษา ความปลอดภัยเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบางธุรกิจมากกว่าธุรกิจอื่น เช่น พกไม้ขีด ไฟแช็ค ขึ้นเครื่องได้ แต่น้ำนมที่เป็นของเหลวกลับต้องมีภาระตรวจสอบมากจนผู้โดยสารเลือกที่จะไม่นำ ไปดีกว่า

ผมได้ประสบเหตุการณ์ดังกล่าวหลายครั้ง เนื่องด้วยปีนี้จะต้องเดินทางไปกลับเส้นทาง เชียงใหม่-ขอนแก่น โดยต้องผ่าน กรุงเทพฯ ก่อน อยู่หลายรอบสิ่งที่ปรากฏคือ หากนั่งเครื่องบินสายการบินเดียวกันทั้ง 4 เที่ยว จะต้องตรวจความปลอดภัยเพียงสองครั้ง คือ ตรวจ ณ ต้นทางเชียงใหม่ขามา และ ณ ต้นทางขอนแก่นในขากลับโดยไม่ต้องตรวจซ้ำที่กรุงเทพฯ ทั้งสองขาแต่หากเดินทางด้วยสายการบินต่างกัน ทุกท่านจะตรวจความปลอดภัย 4 ครั้ง คือ เพิ่มการตรวจที่กรุงเทพฯ มาทั้งขาไปและขากลับ

สิ่งที่พนักงานสายการบินหนึ่งที่มีบริการครอบคลุมทั้งสองเส้นทางกล่าว อ้างคือ “หากเดินทางกับเราทุกเที่ยวบินก็ได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ของเรา ณ ต้นทางแล้วไม่ต้องตรวจซ้ำอีก แต่ถ้ามากับสายการบินอื่น เราต้องตรวจซ้ำ”

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ใครมาต่างสายการบิน ต้องเดินจากทางออกด้านในสนามบินสุวรรณภูมิออกมายังด้านนอกเพื่อตรวจความ ปลอดภัยก่อนที่จะเดินกลับไปที่ประตูทางออกด้านใน รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร สองรอบก็ปาไปเกือบ 7 กิโลเมตรและเป็นที่น่าฉงนว่าการให้เดินออกมาจะอันตรายกว่าให้อยู่ด้านในหรือ ไม่และเหตุใดคนที่เดินทางมาด้วยสายการบินเดียว 4 เที่ยวไม่ต้องถูกตรวจซ้ำเหมือนคนที่ใช้บริการสายการบินอื่น

สิ่งที่สายการบินบางแห่งกล่าวอ้างความปลอดภัยระหว่างการเปลี่ยนสายการบิน เพื่อต่อเครื่องบินอีกสายการบินหนึ่งโดยบังคับให้ผู้โดยสารที่ตรวจความความ ปลอดภัยมาจากสนามบินต้นทางแล้ว และอยู่ด้านในของสนามบินพร้อมจะขึ้นเครื่องต่อต้องเดินออกไปด้านนอกเพื่อทำ การตรวจความปลอดภัยอีกครั้งจึงจะขึ้นเครื่องได้นั้นจึงดูเป็นการสร้าง “ต้นทุน” และ “อุปสรรค” ให้กับผู้ที่ใช้สายการบินอื่น มากกว่าเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

การใช้ข้ออ้างเรื่องความปลอดภัย ความไม่มั่นคง ล้วนแต่เป็นการกล่าวอ้างที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการตรวจสอบเจตจำนงที่แท้จริง ของมาตรการเหล่านั้น โดยอาศัยการสร้างภาวะความหวาดกลัวจากภัยคุกคาม และขาดเหตุผลรองรับ ดังนั้นเราจะต้องร่วมกันตรวจสอบถึงการดำรงอยู่ของภาวะความหวาดกลัวเช่นว่า และมาตรการทั้งหลายที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ และการกีดกันทางการค้าแอบแฝงที่ได้สร้างความอยุติธรรมให้กับประชาชน และเป็นการสกัดกั้นการแข่งขันที่เป็นธรรมในโลกเสรี


หมายเหตุ: ภาพประกอบจาก The Wandering Angel (CC BY 2.0)

25 ต.ค. - น้ำยังคงท่วมถนนจรัญสนิทวงศ์

ที่มา ประชาไท

วันที่ 25 ต.ค.54 เจ้าหน้าที่ยังคงปิดการจราจรบนถนนจรัญสนิทวงศ์ระหว่างซอย 74 ถึง 86 ต่อไป เนื่องจากน้ำยังคงท่วมถนนจรัญสนิทวงศ์ในช่วงดังกล่าว โดยวันนี้มีน้ำจากอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี ไหลมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำในซอยต่างๆ สูงเกือบถึงสะโพก และท่วมชุมชนริมแม่น้ำสูงกว่า 1 เมตร ส่วนระดับน้ำบนผิวถนนสูงประมาณ 30 ซม. มีรถสิบล้อของทหารเรือและโรงพยาบาลยันฮี ให้บริการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และทหารนำเรือเข้าไปให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในซอยต่างๆ

มติ ครม.ให้พื้นที่น้ำท่วมเป็นวันหยุดราชการระหว่าง 27 - 31 ต.ค.

ที่มา ประชาไท

มติคณะรัฐมนตรีให้หยุดราชการ 27 - 31 ต.ค. ในพื้นที่ 21 จังหวัดรวมทั้ง กทม. เพื่อให้ประชาชนรับมือกับปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ คาดน้ำทะเลหนุนสูง 26 ต.ค. และไปสูงสุดถึง 31 ต.ค. ส่วนเจ้าหน้าที่ ศปภ.จะปฏิบัติงานทุกวัน

วันนี้ (25 ต.ค.) พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ผอ.ศปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ประกาศวันหยุดราชการในวันที่ 27-28 และ 31 ต.ค.54 ในพื้นที่ 21 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่หลายพื้นที่ใน กรุงเทพฯ โดยคาดการณ์ว่า น้ำทะเลจะหนุนสูงในวันที่ 26 ต.ค. และไปสูงสุดในวันที่ 31 ต.ค. แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ศปภ. ยังคงปฎิบัติงานทุกวัน

สำหรับ 21 จังหวัดที่ ครม.ประกาศวันหยุดราชการประกอบด้วย กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ลพบุรี อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และ กทม.

จาตุรนต์ แนะ ศปภ.ต้องให้ข้อมูลประชาชน

ที่มา ประชาไท

"หลักของการเตือนภัยก็คือต้องให้ภาพว่าถ้าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดอาจ เป็นอย่างไร ทุกฝ่ายควรเตรียมตัวอย่างไร ซึ่งถ้าไม่เกิดก็ไม่เป็นไร แต่ต้องเตรียม"

ตั้งแต่นครสวรรค์ลงมาถุงทรายช่วยได้กรณีป้องกันน้ำท่วม เล็กๆน้อยๆ ที่ใช้สู้กับน้ำที่มาเป็นผืนใหญ่ไม่ปรากฏว่าสู้กับน้ำได้เลย จุดใดที่จะต้องรับมือกับน้ำที่มาเป็นหน้ากระดานจึงไม่อาจหวังว่าจะสู้ ได้ มีแต่ต้องเตรียมรับผลเมื่อกระสอบหรือพนังกั้นสู้ไม่ไหวแล้วจะทำอย่างไร

การจะให้น้ำลดเร็วๆเป็นเรื่องใหญ่ สำคัญและยากมาก ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ต้องปรึกษากันและต้องอาศัยความ ร่วมมือหลายฝ่าย และยังต้องมีเครื่องมือมาก ที่ขณะนี้ยังไม่มีเช่นเครื่องสูบน้ำ ถุงทรายจำนวนมาก หากไม่ทำจริงจังจะมีคนจำนวนมากต้องอยู่กับน้ำต่อไปอีกเป็นเดือนๆ

การที่น้ำก้อนใหญ่กำลังจะมาถึงกทม.ในช่วงเวลาเดียวกับน้ำทะเลจะ หนุนสูงสุด ยิ่งกว่าตอนน้ำท่วมอยุธยา หยุดราชการอย่างเดียวไม่พอแล้ว มาช่วยกันคิดครับ

เมื่อนึกถึงภาพวันที่ 26-29 ต.ค.แล้วการที่ เราสู้กับน้ำอยู่ตามคันคลองต่างๆหรือประตูน้ำบางแห่งเป็นเรื่องจิ๊บจ้อยมาก ผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากต้องคิดกันใหม่ ให้เข้าใจว่ากำลังสู้กับอะไร และจะเตรียมการอย่างไร จะให้ประชาชนเตรียมตัวอย่างไร

ช่วงนี้มีคำถามเข้ามา ผมจะขอตอบรวมๆไปเลยนะครับ

การจะให้น้ำลดเร็วๆเป็นเรื่องใหญ่ สำคัญและยากมาก ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ต้องปรึกษากันและต้องอาศัยความ ร่วมมือหลายฝ่าย และยังต้องมีเครื่องเครื่องมือมากที่ขณะนี้ยังไม่มีเช่นเครื่องสูบน้ำ ถุงทรายจำนวนมาก หากไม่ทำจริงจังจะมีคนจำนวนมากต้องอยู่กับน้ำต่อไปอีกเป็นเดือนๆ

ไม่มีใครปล่อยน้ำเข้ากทม. ไม่มีใครตั้งใจให้น้ำท่วมกทม. ที่ท่วมคือเอาไม่อยู่ แต่ที่ระบายผ่านทางคลองผ่านกทม.ไม่ทำให้ท่วม กลับจะช่วยให้ท่วมน้อยลง
เมื่อน้ำก้อนใหญ่ลงมา ที่กั้นๆกันอยู่อาจเอาไม่อยู่เลยเหมือนที่เอาไม่อยู่มาตลอดทาง ขณะที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดจะทำให้เวลาน้ำขึ้น น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงกว่าวันนี้อีกมาก

ใน 1-2 วันมานี้พนังกั้นน้ำริมเจ้าพระยาหลาย แห่งก็เริ่มมีอาการเอาไม่อยู่บ้างแล้ว เมื่อน้ำเจ้าพระยาสูงกว่านี้อีกมากจะเป็นอย่างไร ใครจะรับประกันว่า เอาอยู่

ที่ผมเสนอความเห็นอยู่นี้เป็นความเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ห่วงใยประชาชนด้วยกันทั้งในจังหวัดต่างๆที่อยู่ในเส้นทางและในกทม. รวมทั้งกทม.ชั้นใน

ส่วนที่เสนอความเห็นให้ศปภ.ได้เสนอไปพอสมควรแล้วและพรุ่งนี้จะ พยายามเสนออีกครั้ง แต่ผมจะรอศปภ.เข้าใจเรื่องนี้ไม่ได้ คิดว่าควรสื่อกับประชาชน

ผมคิดว่าศปภ.และกทม.ยังไม่เข้าใจหลักการแนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการเตือนภัยและชี้แจงเพื่อการเตรียมความพร้อมของประชาชน ทำให้การชี้แจงที่ผ่านมายังสับสน

ศปภ.เน้นเรื่องการกลัวประชาชนตื่นตระหนกซึ่งเป็นการหลงประเด็น ที่จริงคือประชาชนเขาต้องการรู้ว่าอาจจะเกิดอะไรจะตองเตรียมตัวอย่างไรเมื่อ ไร

ผมพูดอย่างนี้แล้วศปภ.บางคนอาจจะโกรธผมก็ขอให้โกรธไป แต่ถ้ายังอยากฟังคำแนะนำจากผมก็ขอให้บอกมา ยินดีจะไปให้คำแนะนำอีก แต่ศปภ.ต้องปรับความคิดด่วน

ขอให้ข้อมูลว่าการระบายน้ำผ่านคลองต่างๆของกรุงเทพฯทำได้น้อย กว่าเป้ามาก ส่วนการระบายไปทางตะวันออกที่หวังกันนั้น ถึงเมื่อเช้านี้น้ำยังไม่ไปฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ ไม่มีน้ำให้สูบลงแม่น้ำบางปะกงและทะเล

ขอถามศปภ.ว่าแล้วน้ำก้อนใหญ่จะหายไปเองได้อย่างไร และจะไม่ลงมาหากรุงเทพฯซึ่งเป็นที่ต่ำหรือ

หลักของการเตือนภัยก็คือต้องให้ภาพว่าถ้าสถานการณ์เลว ร้ายที่สุดอาจเป็นอย่างไร ทุกฝ่ายควรเตรียมตัวอย่างไร ซึ่งถ้าไม่เกิดก็ไม่เป็นไร แต่ต้องเตรียม

การเตรียมรับสึนามิเขาต้องมีไว้ตลอด คนจึงรู้สึกปลอดภัยไม่ใช่ตระหนกเพราะมีแผน พอเกิดแผ่นดินไหวในทะเล บางที่เขาให้อพยพคนขึ้นที่สูงทันที แต่เมื่อไม่มีผลกระทบก็กลับบ้าน ที่เขาเดือดร้อนที่ต้องอพยพกันโกลาหลเขาก็ไม่โกรธ

ต้องตั้งโจทย์ใหม่ว่า ถ้ากรุงเทพฯเป็นแบบนครสวรรค์บวกบางบัวทอง จะเตรียมรับกันอย่างไร มีแผนรับมืออย่างไรและประชาชนจะเตรียมตัวอย่างไร ไม่ใช่บอกแต่ว่ากรุงเทพฯจะไม่เป็นไร

ข่าวว่าศปภ.มีแผนเตรียมรับกรณีน้ำท่วมกทม.ทุกด้านแล้ว ถ้ามีควรจัดชี้แจงให้ประชาชนทราบ ไม่ต้องกลัวว่าชี้แจงแล้วคนจะตระหนก คนเขากลัวว่าจะไม่มีแผน

บางคนว่าผู้รับผิดชอบยังมีความเห็นต่างกันในเรื่องน้ำจะท่วม กทม.มากน้อยแค่ไหน ฝ่ายที่คิดว่าคงไม่หนักจึงไม่อยากเตือนให้น่ากลัวเกินไปซึ่งเป็นการหลง ประเด็น

ที่ถูกคือเมื่อเห็นว่าน้ำท่วมรุนแรงมาตลอดทางและมีบางฝ่ายเห็นว่าอาจรุนแรงมาก จะต้องเตือนให้เห็น worst case scenario และเตรียมรับมือ

ผมไม่ได้บอกว่าศปภ.ไม่พูดความจริง แต่ศปภ.ไม่เข้าใจหลักว่าด้วยการเตือนภัยกับการชี้แจงเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว

ที่มา:เ

"ปลอดประสพ" จำลองสถานการณ์น้ำท่วมร้ายแรง "อย่าโกรธที่ผมพูดความจริง"?

ที่มา ประชาไท


“ปลอดประสพ สุรัสวดี”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา ในบรรยากาศที่สถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองกรุงกำลังเร่งก่ออิฐเทปูน วางกระสอบทรายกั้นน้ำ อุดท่อไม่ให้เข้าอาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัยและสถานที่สำคัญของประเทศ ความตื่นตระหนก อาหารน้ำดื่มหายไปจากชั้นสินค้า คนกรุงฯบางส่วนหนีย้ายไปจังหวัดอื่น สิ่งเหล่านี้ทาบทับกับกระแสน้ำหลากที่คืบมาในระดับความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อวัน
"ปลอดประสพ" ผู้ถูกตำหนิและวิพากษ์วิจารณ์มากมายหลังจากออกมาแถลงให้ประชาชนในพื้นที่ทาง เหนือและตะวันออกของกทม.อพยพโดยเร่งด่วน ด้วยประเด็นที่ถูกสังคมกร่นตำหนิว่า "โอเวอร์"? ผ่านจากถ้อยแถลงของเขามาเกือบ 2 สัปดาห์ สถานการณ์น้ำบริเวณพื้นที่ทางเหนือและตะวันออกของกทม.ก็ดูจะเขยิบความน่า หวาดระแวงอย่างเป็นระยะ
อย่างไรก็ตามเขายังยืนยันว่า ต้องการอธิบายให้ประชาชนเห็นสภาพกรณีตัวอย่าง หากสถานการณ์น้ำท่วมในกทม.เลวร้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร?
ขอย้ำว่าเป็นการให้ "ภาพจำลองสถานการณ์" ใน อนาคตหาก "เลวร้าย" แบบขีดสุดจะเป็นอย่างไร ซึ่งในต่างประเทศจะมีรูปแบบของการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าในกรณีหากเลว ร้ายสุดเพื่อเตรียมรับมือถึงสิ่งซึ่งอาจเกิดหรือไม่ก็ได้ เจ้าตัวถึงกับเอ่ย ว่าอย่ามาโกรธผมที่ผมพูดความจริง(ที่อาจเกิดหรือไม่เกิด) ใครได้ยินได้ฟังจะ "เข้าใจ" หรือ "หมั่นไส้" ยิ่งขึ้น เชิญติดตามโดยพลัน...
@@@น้ำกลุ่มก้อนใหญ่ที่สุดผ่านไปหรือยัง?
น้ำทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ออกไปแล้วประมาณ 1 หมื่นช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา ขณะ นี้ที่เหลือพัวพันกับเราประมาณ 1 หมื่นล้านลบ.ม โดย 3 พันเศษๆ เกือบ 4 พันล้าน ลบ.ม.ยู่ที่ จ.นครสวรรค์ ที่กำลังไหลลงมา แต่ส่วนที่พัวพันสู้รบกับเราอยู่ตอนนี้คือประมาณ 6,000-7,000ล้านลบ.ม. ยังกระจายอยู่ที่ จ.ชัยนาท จ.อยุธยา จ.ปทุมธานี รังสิต ถ้าจะแยกเป็น หน่วยเล็กๆ เช่น อยู่รังสิต 500-600 ล้านลบ.ม. อยู่อยุธยา 2,000 ล้านลบ.ม. อยู่ปทุม 200-300 ล้านลบ.ม. ทั้งหมดจะไหลลงที่ต่ำ คือลงทะเล ลงได้ 3 ทางคือ 1) ทางตะวันตก ที่กำลังท่วม จ.สิงห์บุรี จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี บางใหญ่ บางบัวทอง บางกรวย และกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา อยู่รอมร่อ ตอนนี้มาถึงคลองมหาสวัสดิ์แล้ว และน้ำอาจจะลงไปเยี่ยม คุณเฉลิม(ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) ที่บางบอน เป็นน้ำทุ่ง ผสมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวเลขหลักร้อยล้าน ลบ.ม. บุกเหมือนกองทัพความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อ 1 วันเป็นการคืบบนแผ่นดิน 2) ทางตะวันออก เรียงตั้งแต่คลองระพีพัฒน์ รังสิต ขณะนี้น้ำอยู่แถวๆ คลอง 6 วา กำลังผลักดันให้น้ำลงทางตะวันออก ตอนนี้ก็ยังผันน้ำได้ผลอยู่ ซึ่งในอดีตไหลลงทางตะวันออกโดยธรรมชาติ แต่ปัจจุบันถูกบล็อคด้วยสิ่งก่อสร้าง เช่น ถนน ร้านค้า โรงงาน คลอง ประตูน้ำ ทำให้น้ำระบายลงยาก

และ 3) น้ำส่วนที่ปริมาณน้อยที่สุดหากเทียบกับ 2 ส่วนแรก แต่อันตรายที่สุด ในแง่การไหลมาสู่คนกรุงเทพฯ ลงมาตรงๆ อย่างกรุงเทพฯ สมัยยังเป็น “บางกอก” น้ำก็ไหลลงทางนี้ แต่ขณะนี้มาเจอแรงต้านของเราแถวๆ รังสิต ซึ่งยื้อยุดกันอยู่แถวๆ สถานีสูบน้ำวชิราลงกรณ์ แถวหลักหก และเขื่อนในโครงการพระราชดำริเป็นแนวยาว น้ำตรงนั้นเป็นน้ำที่มาจากนวนคร ผ่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ผ่านเมืองเอก ซึ่ง หมู่บ้านแถวเมืองเอกน้ำท่วมสูงบางจุดประมาณ 1 เมตรกว่า บางจุดก็สูงท่วมอกคน ผมยังไม่รู้ว่าจะข้ามเขื่อนมาหรือไม่ ถ้าข้ามมาได้ถนนพหลโยธินก็จะกลายเป็นทางน้ำ ส่วนคลองประปาก็จะเป็นทางน้ำเช่นกัน เราทำเขื่อนกั้นไว้เยอะทำขึ้นไปสูง ถ้าแตกโพ๊ะก็วิ่งกันหัวปักหัวปำเที่ยวนี้ละครับ

@@@ การระบายน้ำที่ยังกระจายอยู่ 6,000-7,000 ล้านลบ.ม. และที่กำลังรอเวลาลงมาอีก 3,000-4,000 ล้านลบ.ม. จะเป็นอย่างไร?
น้ำไหลลงมามากกว่าระบายออก ทำให้มากองที่ภาคกลางเป็น “สนามรบ” คือตั้งแต่อยุธยา ถึงกรุงเทพฯ การระบายทำได้น้อยกว่า โดยระบายออก ไม่เกิน 500 ล้าน ลบ.ม. ต่อ 1 วัน ทั้งฝั่งตะวันออก ตะวันตก แปลว่าน้ำจะขัง 20-30 วัน อย่างเบาะๆ ส่วนนิคมอุตสาหกรรม ก็ต้องกู้อาจจะใช้เวลา 3-6 เดือน
@@@ ศักยภาพในการระบายน้ำ?
ศักยภาพในการระบายออก เดิมเฉพาะฝั่งตะวันออกอย่างเดียวก็ประมาณ 10 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันทั้งที่มีเครื่องสูบน้ำ 99 เครื่อง แต่ปัจจุบันได้ถึง 30 ล้านลบ.ม.แล้วก็ได้ระบายออกทางแม่น้ำบางปะกงอีก 20 ล้านลบ.ม. รวมแล้วฝั่งตะวันออกได้ 50 ล้าน ส่วนฝั่งตะวันตกได้ประมาณ 20 ล้านลบ.ม. ไม่เกิน 70 ล้านลบ.ม. ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาระบายได้ประมาณ 400 ล้านลบ.ม.
@@@ ฝั่งตะวันตกยังมีปัญหาการระบายน้ำหรือไม่?
ยังมีปัญหาอยู่ เพราะเราไม่ได้ลงทุนสร้างคลองระบายน้ำเหมือนฝั่งตะวันออก
@@@ ช่วงไหนวิกฤติที่สุด จะเกิดปรากฎการณ์อะไร?

จากวันนี้(23ต.ค.) ไปถึงวันที่ 29 ต.ค. มีน้ำขึ้นน้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะน้ำขึ้นพอดีในเวลาที่ข้าศึก(น้ำทุ่ง)โจมตีพอดี เมื่อน้ำสูงก็ระบายไม่ออก แต่ที่ท่วมบางใหญ่ บางบัวทองนั่นไม่ใช่น้ำทะเลแต่เป็นกองทัพน้ำทุ่งฝั่งซ้าย(ตะวันตก)บุกลูก เดียว เมื่อมีทั้งน้ำทะเลหนุนพร้อมกับน้ำทุ่งไหลลงมา น้ำก็ยกตัวขึ้นสูง วิธีระบายก็ต้องสูบออกตอนนี้ถ้าจะฝ่าน้ำทะเลต้องดันออก แต่เนื่องจากน้ำทะเลมีผลเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะปรากฏน้ำขึ้นที่ปากน้ำเยอะ แต่ขึ้นที่นนทบุรีน้อย ฉะนั้น เวลาน้ำทะเลขึ้น ต้องบอกว่าขึ้นสูงสุดที่ไหน ที่ปากน้ำ หรือที่กองทัพเรือ หรือที่สะพานพุทธ มันทำให้การระบายตามธรรมชาติเป็นไปอย่างลำบาก แล้วช่วงนี้ลมใต้เริ่มแรง พัดน้ำฝั่งตะวันออก สู่ตะวันตกของอ่าวไทย แล้วน้ำทะเลจึงไหลตามเข็มนาฬิกา ทำให้น้ำทะเลสูงกว่าปกติประมาณ 30 เซนติเมตร ฉะนั้น ไหนจะน้ำขึ้นโดยพระจันทร์ ก็ยังมาเจอน้ำขึ้นโดยลมอีก

@@@ ภาพที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร?
ถ้าน้ำที่เป็นกองทัพตรงกลาง(ระหว่างตะวันออก ตะวันตก) ไหลจากรังสิตเข้ากรุงเทพฯ และถ้าเขื่อนในโครงการพระราชดำริแตกนะ ถ้าเกิดกรณีแย่สุดคือ พื้นที่สูงๆ ในกรุงเทพฯ ก็คงท่วมตาตุ่มหรือบั้นเอว ส่วนที่ต่ำในกทม. ก็ท่วมถึงคอ หรือท่วมมิดหัว ยกตัวอย่างเช่น ลานพระบรมรูปทรงม้า เป็นพื้นที่สูงก็ถึงหัวเข่า ส่วนที่ต่ำก็เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ท่วมถึงศรีษะ แต่ขอย้ำว่า ในกรณีที่น้ำบุกเข้ามาในกทม.แล้วเขื่อนแตก จึงจะท่วมขนาดนั้นขอพูดให้ชัด
@@@ ภาพเก่าๆ เช่น พ.ศ. 2485 น้ำท่วม จะกลับมาอีกหรือไม่?
ถ้าน้ำบุกเข้ามาแล้วเขื่อนแตก ก็เป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว จะได้เห็นภาพเดิมซึ่งผมเตรียมจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้ลูกหลาน ผมดู คิดไว้แล้วว่าจะไปยืนถ่ายตรงไหน แต่ถ้าเขื่อนไม่แตกเราก็ได้ถ่ายรูปแถวรังสิตบางเขนอย่างทุกวันนี้
@@@ เตรียมการป้องกันสถานที่สำคัญที่อยู่ริมน้ำเจ้าพระยา เช่น พระบรมมหาราชวัง และโรงพยายาลศิริราช อย่างไร?
อย่างพระบรมมหาราชวัง มีรั้วรอบขอบชิดอยู่แล้ว รักษาได้แน่ 100% เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลศิริราช ป้องกันได้ เพราะสถานที่แข็งแรงและไม่ใช่สถานที่ใหญ่ ก็รักษาได้ทำคันเสริมได้

@@@ มีปัญหาน้ำจากเขื่อนอีกหรือไม่?
ลืมไปได้เลยเพราะอีกนานกว่าน้ำจะลงมาจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตต์ ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือน้ำจากนครสวรรค์ น้ำจากชัยนาท บางไทร ซึ่งยังไหลมาทุกวัน เป็นกองทัพเสริมทุกวัน ส่วนเรื่องมีคนกล่าวหาว่าผมเป็นคนสั่งให้เปิดน้ำน้ำเขื่อนมาก่อนหน้านี้นั้น เป็นไปไม่ได้ ข้อแรกคือ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ แต่คนที่จะสั่งเปิดน้ำปิดน้ำของเขื่อนภูมิพลกับสิริกิตต์ คือ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และข้อที่สองคือ เขาจะเปิดหรือปิดหรือไม่ที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องในเดือนมกราคม แต่ผมเพิ่งเป็น รัฐมนตรี 2 เดือน ขณะที่การตัดสินใจปิดหรือเปิด เกิดเมื่อ 7-8 เดือนที่แล้ว ท่านธีระ(รมว.เกษตรฯ) ต้องอธิบาย ไม่ใช่มาถามปลอดประสพ แล้วจู่ๆ มาเป็นชื่อผม เป็นการโกหกหน้าด้านๆ จงใจสร้างข่าวทำลายผม ใครที่ทำกับผมอย่างนี้ขอให้บ้านมันน้ำท่วม โทษฐานกล่าวหาผมทั้งที่ผมไม่เกี่ยวข้อง
แล้วผมเป็นคนสั่งปิดน้ำเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิตต์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ต่อหน้านายกรัฐมนตรีเพราะท่านนั่งข้างผมแล้วให้ผมโทร ผมก็บอกประธานบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ก็คือปลัดกระทรวงผม ให้ปิดน้ำจากเขื่อน ส่วนที่เขาเปิดปิดเขื่อนให้เดือดร้อนนั่นมันเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว ผมยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ตอนนั้นผมเป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านครับ
โกรธผมทำไมครับ ผมพูดความจริงแล้วโกรธผมทำไมครับ
@@@ ปัญหา “ความจริง” ที่ผ่านมาคืออะไร?
เวลาผมบอกว่าต้องให้ความจริง ผมหมายถึงกรมชลประทาน ภายใต้คุณธีระ วงศ์สมุทร ต้องบอกความจริงให้กับประชาชน และบอกความจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่อยู่ใน ศปภ. ปัญหาที่ผ่านมา อาจจะเป็นปัญหาความร่วมมือ ปัญหาความไม่เข้าใจ ปัญหาความไม่รู้หรือไม่ยอมรับ และปัญหาจุดยืนของกรมชลประทาน ไม่เคยพูดเรื่องน้ำท่วมทุ่ง ที่กรมชลฯ บอกว่าควบคุมได้ก็พูดถึงถึงแต่น้ำแม่น้ำ ลำน้ำ ประตูน้ำ ถ้าเขาไม่พูดก็ต้องให้คนอื่นพูดอย่าปฏิเสธข้อมูลคนอื่นทำให้ขาดข้อมูล ผม เคยเป็น ผอ.ศูนย์เตือนภัยฯ และกระทรวงวิทยาศาสตร์เองก็มีคนเก่งเกี่ยวกับน้ำหลายคนทั้งน้ำแม่น้ำและน้ำ ทุ่ง โดยเฉพาะน้ำทุ่งที่คราวนี้มี 80-90% ที่เราต้องจับตา การคำนวณน้ำทั้งหมด 20,000 ล้านลบ.ม. เป็นการคำนวณของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยใช้เครื่องมือภาพถ่ายดาวเทียม ขณะที่กรมชล ใช้เครื่องมือวัดน้ำในแม่น้ำ ก็เลยไม่เคยยอมรับตัวเลข 20,000 ล้านลบ.ม.ฉะนั้น ถ้าเขาไม่มีเครื่องมือหรือข้อมูลทั้งหมด ก็ไม่ควรปฏิเสธข้อมูคนอื่น อย่างน้อย ถ้าขาดข้อมูลอะไร ก็ให้คนอื่นที่มีข้อมูลชี้แจงร่วมกันก็ยังดีกว่าบอกว่าควบคุมได้
@@@ ตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง?
“ทำใจ” แล้วก็ทำกับข้าวเก็บไว้กิน ดูทีวี ทำใจให้สบาย เก็บของขึ้นที่สูง ถ้าน้ำสูงมากก็ย้ายไปอยู่บ้านญาติ ผมเห็นใจคนกทม. และเห็นใจตัวเองด้วยบ้านผมก็ท่วมด้วย ผมอยู่บ้านคนเดียวแล้ว เพราะลูกเมียและหลานไปต่างจังหวัด แต่ต้องคิดให้สนุกคิดให้ชีวิตตัวเองมีค่า คืนนี้ผมอาจจะนอนบนเรือแอร์เย็นฉ่ำ ท่วมมาเลยผมไม่ทุกข์...เขาห้ามโกรธพระพาย อย่าไปสู้กับพระพาย พระพิรุณ พระสมุทร เขาไม่ให้สู้กับท่าน ผมไม่สู้ โบราณเขาสอนกันมานับพันปี ปัดโธ่! วาตภัย อุทกภัย หนีลูกเดียว...
@@@ น้ำจะถูกระบายลงคลองแสนแสบมีความเป็นไปได้หรือไม่?
คลองแสนแสบถูกใช้น้อยไปหน่อย ที่จริงสามารถเปิดน้ำจากฝั่งตะวันออกผ่านคลองแสนแสบไปลงเจ้าพระยาไปมากกว่า นี้ แต่คุณชาย(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร) คงไม่กล้า แกกลัวไง เห็นไหม คลองเปรม คลองแสนแสบ คลองบางลำพู คลองผดุงกรุงเกษมที่ต่อจากคลองแสนแสบ ก็โล่ง ทั้งที่ความจริงยังปล่อยน้ำได้อีก แต่คงเพราะกำลังจะเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ก็เลยไม่กล้าระบาย กลัวพลาด เราก็เข้าใจ เพราะน่าหวาดเสียวในการใช้ แต่เป็นผู้นำต้องใจกล้า ขอฝากไปบอกคุณชาย ว่า คลอง เขาสะกดว่า ค-ล-อ-ง แปลว่า ที่ระบายน้ำ ไม่ใช่ถนน ถ้าคลองไม่ใช่ที่ระบายน้ำแล้วจะมีไว้ทำไม ก็เรียกถนนแสนแสบไปเสียเลย ผมเดาว่าเขากลัวน้ำท่วมกรุงเทพฯ แล้วจะเสียคะแนน
@@@ จะเจรจากับ กทม. ให้ระบายน้ำลงคลองหรือไม่?
ผมไม่ได้มีหน้าที่เจรจา ผมเป็นฝ่ายปฏิบัติการ ถ้าเขาสั่งให้ผมลุยเมื่อไหร่ก็ลุย

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ /"ปลอดประสพ"ยังจัดหนัก!! จำลองสถานการณ์น้ำท่วมกทม.ขั้นสูงสุด "อย่ามาโกรธผมที่ผมพูดความจริง"?

ไทยในLAแห่กลองยาวทอดผ้าป่าซับน้ำตาข้ามทวีป

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 ตุลาคม 2554

พี่น้องชาวไทยในสหรัฐฯได้จัดกิจกรรมระดมทุนส่งมาช่วยเหลือผู้ประสบภัียน้ำ ท่วม โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา คนไทยในมหานครลอสแอนเจิลลีสในนาม"กลุ่มรักบ้านเกิด - Heart for Homeland" ได้จัดขบวนแห่กลองยาวที่ไทยแลนด์พลาซ่า บนถนนฮอลลีวู้ด โดยมีน้อง ๆ นักเรียนแผนกดนตรีไทยของวัดไทยใน แอลเอ และจาก Pasadena City College มาร่วมขบวนด้วย

เพื่อนำกล่องรับบริจาคพร้อมโปสเตอร์สีสวยงามไปวางไว้ตามจุดต่างๆ กระจายไปทั่วอาณาบริเวณธุรกิจของคนไทยย่านไทยทาวน์ บนถนนฮอลลีวู้ด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทุกท่านในละแวกนั้นเป็นอย่างดียิ่ง

รายได้ทั้งหมดไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทย และพี่น้องชาวไทย รวมทั้งพี่น้องมนุษยชาติในย่านนี้ร่วมบริจาคเพื่อการนี้ได้ตามกล่องบริจาค ที่ตั้งไว้

ชมภาพชุด





ผ้าป่ามหากุศล กลุ่มรักบ้านเกิด - Heart for Homeland วัดพุทธ - โบสถ์คริสต์ - มัสยิดไทย ทั่วแอลเอ ร่วมเป็นเจ้าภาพ



ชาว ไทยนอกประเทศ ซึ่งอาศัยในท้องที่มหานครลอส แองเจลีส สหรัฐอเมริกา และใกล้เคียง ได้รวมตัวเฉพาะกิจในนาม “กลุ่มรักบ้านเกิด” หรือ Heart for Homeland ด้วยการสนับสนุนจากวัดพุทธ 9 แห่ง โบสถ์คริสต์เมืองแวนนายส์ และมัสยิดไทยในพื้นที่ ร่วมกันทอดผ้าป่ามหากุศล 500 กอง เป็นเวลา 5 สัปดาห์ เพื่อระดมทุนช่วยพี่น้องคนไทยผู้ประสบอุทกภัย

โดยจัดกระถางรับบริจาคพร้อมโปสเตอร์สีสวยงามวางไว้ตามจุดต่าง ๆ กระจายไปทั่วอาณาบริเวณ ให้เข้าถึงผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอย่างถ้วนทั่วที่สุด

การนี้รายรับจากการบริจาคทั้งหมด ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น จะนำมอบให้แก่ ศูนย์อำนวยการป้องกันอุทกภัย (ศปภ.) โดยผ่านทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส โดยที่คณะกรรมการร่วมกันรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และชักชวนธุรกิจ พร้อมผู้มีจิตกุศลให้การสนับสนุนทางการเงินด้วย

ทั้งนี้ได้มีการแบ่งหน้าที่ดูแลกระถางผ้าป่า และการจัดเก็บออกเป็น 5 เขต อีกทั้งมีกรรมการตรวจสอบ และรับมอบก่อนส่งให้แก่สถานกงสุลอย่างโปร่งใส ซึ่งมาจากตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ ที่มาร่วมมือกันเป็นอันหนึ่งเดียวนี้

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความพร้อมใจของคนไทยภาคส่วนต่างๆ ในนครลอส แองเจลีส จะเป็นพลังหนุนกำลังใจแก่ผู้ประสพภัยพิบัติในประเทศให้ยืนหยัดเผชิญกับความ เสียหายอย่างสุขุมมั่นคงจนกว่าจะผ่านพ้นไป อีกทั้งเป็นปัจจัยเกื้อกูลในส่วนที่ขาดแคลน ต้องฟื้นฟู และเยียวยา

นอกเหนือจากนั้นยังเชื่อว่ากิจกรรมอันร่วมกันกระทำเพื่อพี่น้องร่วมชาติถ้วน หน้าครั้งนี้จักก่อให้เกิดความร่วมใจในวงกว้างในหมู่ผู้บริจาค หรือเพียงแต่อนุโมทนา อันจะทำให้ประเทศชาติของเราก้าวพ้นวิกฤติไปสู่อนาคตอันสดใสข้างหน้าอย่าง สมานฉันท์

คณะกรรมการที่ปรึกษา

เจ้าอาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส
เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย
เจ้าอาวาสวัดพุทธวิปัสสนา
เจ้าอาวาสวัดโพธิวารีรังสฤษฏ์
เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส
เจ้าอาวาสวัดพุทธคุณ
เจ้าอาวาสวัดพุทธธัมโม
เจ้าอาวาสวัดมอญรามัญ
พระมหาบุญเริ่ม กิตฺติญาโณ
อนุศาสนาจารย์โบสถ์ Van Nuys
อิหม่ามเราะห์มัติ พโยม พยกุล
กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส
สุรพล เมฆพงษ์สาธร
เชาว์ ซื่อแท้
ชัชวาลย์ ศรีพาณิชย์
เพ็ญพิมพ์ จิตรธร
สุรพงษ์ ชิโนทัยกุล
ประสงค์ สุวรรณพานิช
ไพรัช พันธุ์นรา

คณะกรรมการดำเนินงาน

ดอลลี่ ไพรสุวรรณ-วรฉัตร
วาสนา อารยตานนท์
รุจิราภา พัฑฒนะ
ประสงค์ จตุระบุล
ลิลลี่ เลิศสมิติวันท์
สุ พงศ์
สุกิจ วราปัญญาเสนีย์
เนตร ภูตินันท์
นิยม วันทนา
สุพัตรา กฤติยาชวลิต


"น้ำตาท่วมเมืองไทย น้ำใจท่วมแอลเอ"

แดงนิวยอร์คจัดงาน29ตุลาฯช่วยน้ำท่วม
เสื้อ แดงนิวยอร์ค จัดงานช่วยน้ำท่วม ขอเชิญชวนชาวไทยในนิวยอร์ก ร่วมบริจาค ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 29 ตุลาคม 2554 นี้(คลิ้่กที่ภาพดูรายละเอียด)

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:อีกหนึ่งกิจกรรมที่LA ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ (คลิ้กดูรายละเอียดในโปสเตอร์ด้านล่าง)

-ภาพหายากคนไทยร่วมแรงร่วมใจฝ่าวิกฤต

ช่วยน้ำท่วมไม่เคยเอาหน้าต้องนี่ ของเค๊าดีจริงๆ

ที่มา Thai E-News

ปชป. เอาของบริจาคโครงการอาสา มาใส่ชื่อตัวเองไปแจกน้ำท่วม ไม่มีใครว่า ถือว่าช่วยเหลือผู้ประสบภัย(แต่ตอนไปว่าคนอื่นหนะ ให้อายซะบ้าง)

รายงานสถานการณ์น้ำ 25 ต.ค. 54

ที่มา Thai E-News

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน





สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ GISDATA

From flood2011
ผังเส้นทาง​น้ำ และชั้นควา​มสูง กทม. และปริมณฑล

From flood2011
พื้นที่น้ำ​ท่วมขังและ​ปริมาณการป​ริมาตรน้ำใน​พื้นที่ GISTDATA - 23 ต.ค.


From flood2011
ข้อมูล จากดา​วเทียม THEOS วันที่ 24 ตุลาคม 2554 แสดงพื้นที่​น้ำท่วมบริ​เวณบางส่วน​ของจังหวัด​อ่างทอง พระนครศรีอ​ยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหา​นคร นครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเท​รา

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDATA แสดงอนิเมชั่นการแผ่ของพื้นที่น้ำท่วมวันที่ 18-22 ต.ค.


วิเคราะห์สถานการณ์น้ำของดร เสรี ศุภราทิตย์ ทางTPBS 24 ต.ค.

คำเตือนคนกรุงเทพฯจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมหมู่บ้านชลลดา บางบัวทอง:ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

ที่มา Thai E-News

Before
After
ขอ ย้ำเตือนทุกท่านที่แถวบ้านท่านน้ำยังแห้งดี ยังไม่เห็นแม้เงาของน้ำ อย่าชะล่าใจ คนมักจะคิดว่าจะอยู่เฝ้าบ้านชั้นสอง ถ้าน้ำท่วมชั้นหนึ่ง ขอเตือนเลยว่า เมื่อน้ำท่วมแล้ว น่ากลัวยิ่งกว่าอะไร โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยน้ำเวิ้งว้างกว้างไกลสุดตา ทุกอย่างอยู่ใต้มวลน้ำขนาดมหึมา ทางการไฟฟ้าจะตัดไฟ ทีวีก็ไม่มีดู จะรู้ข่าวภายนอกจากโทรศัพท์ทางเดียว ถ้าแบตเตอรี่หมดจะทำอย่างไร?

ท่านอาจจะได้เพียงเสื้อผ้าชุดเดียวที่ท่านใส่อยู่พร้อมกับชีวิตของท่าน ของอย่างอื่นจะไม่สามารถเอาออกมาได้แน่นอน ไม่เชื่อก็ลองท้าทายกับมหานทีครั้งนี้ดู

โดย วันทนีย์
25 ตุลาคม 2554
เปิดแผนที่ระยะเวลาน้ำท่วมแต่ละเขตกทม.(ที่มา:หนังสือพิมพ์ M2F)

จากใจผู้เขียน:อยากเล่าเรื่องวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ครั้ง ประวัติศาสตร์ของประเทศที่ต้องประสบพบกับตัวเอง ให้เป็นบทเรียนแก่ผู้ที่น้ำยังไหลไปไม่ถึง จะได้เตรียมตัวรับมือได้ทัน จึงเขียนมาให้อ่านในอีกมิติหนึ่ง

หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมไม่มากก็น้อย


ตอนที่ 1 : 16 ปีที่ไม่เหมือนเดิม

ครอบครัวเราเป็นครอบครัวหนึ่งที่ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับชาวบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เมื่อตอนเช้ามืดของวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554 จนถึงวันนี้ 22 ตุลาคม

ที่หาเวลามานั่งเขียนเพื่อบอกเล่าให้เตรียมการก่อนที่น้ำจะมา ด้วยความปรารถนาที่จะแชร์ประสบการณ์ตรงกับท่านทั้งหลาย

น้ำท่วมครั้งนี้ไม่เหมือนกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2538 อย่างสิ้นเชิง

เมื่อปี 2538 เป็นครั้งแรกที่หมู่บ้านชลลดาของเราโดนน้ำท่วมใหญ่ทั้งหมู่บ้านจมน้ำอยู่ เป็นเดือน แต่น้ำไม่เข้าในตัวบ้าน ส่วนใหญ่จะกั้นบ้านที่ประตูรั้วด้วยการก่ออิฐบล็อกเท่ากับความสูงของประตู รั้ว เตรียมอุดท่อน้ำทิ้ง เมื่อน้ำเข้ามาในรั้วก็จะสูบออกด้วยไดโว่ออกนอกบ้าน ก็สามารถอยู่ในตัวบ้านได้ไม่ลำบากมากนัก

ถึงแม้น้ำจะท่วมขังอยู่เป็นเดือนก็ตาม สามารถออกมาเดินตรงถนนหน้าบ้านได้ น้ำจะสูงแค่เข่าหรือเอวของขนาดคน ทางราชการส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่มาช่วยวิ่งรับส่งคนหรือนำอาหารมาส่งให้กับชาว ชลลดาที่อยู่เฝ้าบ้าน และคนที่กลับไปดูบ้าน

ในสมัยนั้น สภาพถนนหนทางและบ้านเมืองไม่เหมือนปัจจุบัน ถนนกาญจนาภิเษกกำลังก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ รถไฟฟ้ายังไม่มี หมู่บ้านจัดสรรยังไม่เกิดเป็นดอกเห็ดแบบสมัยนี้ ทำให้บริเวณนี้เป็นที่ว่าง เป็นท้องทุ่งเหมาะกับการรับน้ำจากเขื่อนเมื่อน้ำล้นเขื่อน

และเช่นเคยไม่มีการบอกกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กพฝ. หรือกรมชลประทานที่บริหารจัดการน้ำ ปล่อยน้ำมาโครมเดียวน้ำมาถึงหมู่บ้านและท่วมขัง แต่ไม่มีการกันเป็นชั้น ๆ แบบยุคนี้ที่ได้รับบทเรียนมา 16 ปี

ไม่มีใครอยากให้น้ำท่วมท้องถิ่นตัวเองจึงทำเขื่อนกั้นน้ำเป็นชั้น ๆ มาตั้งแต่ทางเหนือตั้งแต่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ฉะเซิงเทราและจ่อคิวกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ ฯ

สิ่งที่จะบอกให้รู้ก็คือ ที่หมู่บ้านชลลดาใช้ประสบการณ์ของปี 2538 มารับมือน้ำของปี 2554 ซึ่งขอบอกเลยว่ าเอามาใช้กันไม่ได้เลย

สิ่งที่กรรมการหมู่บ้านและลูกบ้านชลลดาเตรียมรับมือกับน้ำปีนี้เสียเปล่าโดยสิ้นเชิง (ที่เขียนมานี้ไม่ได้ตำหนิผู้ใด และสิ่งที่กรรมการทำนั้นเป็นสิ่งประเสริฐ เสียสละเพื่อลูกบ้านพยายามกั้นน้ำอย่างเต็มที่แล้ว ผู้เขียนต้องขอชื่นชมมา ณ ที่นี้ด้วย) เพราะถ้าน้ำมาโครมเดียวโดยไม่กั้นเขื่อนต้านน้ำ ระดับน้ำจะไม่สูงมากขนาดนี้ จะเหมือนปี 2538 ที่น้ำไม่สูง แรงดันน้ำไม่มาก ยังอยู่กันในหมู่บ้านได้

แต่ปีนี้กั้นเขื่อนขนาดใหญ่จากต้นทางยันปลายทาง อานุภาพของน้ำรุนแรงขนาดน้อง ๆ สึนามิ ไม่ว่าจะป้องกันอย่างไรก็ถูตีแตกทุกที่ จนจ่อคอหอยกรุงเทพฯ ในขณะนี้ เพราะน้ำมันมาก และจะมาทุกทิศทุกทาง แรง และเร็ว แถมพุดเข้าตัวบ้านอย่างกับน้ำพุขึ้นอยู่กับบ้านท่าน

มีรอยรั่วแม้เพียงเล็กน้อยน้ำก็เข้าบ้านได้ จุดที่อุดไว้น้ำไม่เข้า มันเลือกเข้าทางจุดอ่อนของบ้านท่าน…………..น้ำมันน่ากลัวไหมล่ะ!!!!!!!!!

ตอนที่ 2 : ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

ตอนที่เราดูข่าวการอพยพของพี่น้องที่ถูกน้ำท่วมต่างจังหวัด เราอาจคิดในใจว่าคงมาไม่ถึงบ้านเรา น้ำก็ยังแห้งดี คงไม่มีอะไรน่ะ

สู้อุตส่าห์ป้องกันไว้แล้ว กั้นอิฐบล็อกหน้าบ้านแล้ว ไดโว่ก็ซื้อเตรียมไว้แล้ว ทรายก็ซื้อมาไว้อุดท่อน้ำทิ้งเพื่อไม่ให้น้ำเข้าแล้ว ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว........ คงเอาอยู่น่ะ!!!!! ไม่น่าจะมีอะไรมาก อย่างมากก็คงท่วมอยู่แค่ถนนนอกบ้าน ไม่เข้าตัวบ้านแน่นอน.........................เพราะมีมโนภาพของปี 2538

แต่หารู้มั้ยว่า ในปี 2554 คนที่คิดเช่นนี้ ล้วนมีชะตากรรมเหมือนกันคือ เวลาน้ำมาแล้ว จะตกใจทุกคน เพราะน้ำมันจะขึ้นเร็วมาก และมาทุกทิศทุกทาง พอคิดจะย้ายของ ก็ย้ายของไม่ทันทุกราย บางรายหนีตายมาได้แค่เสื้อผ้าชุดเดียวที่ติดตัวมาเท่านั้น!!!!!!!!!

ขอย้ำเตือนทุกท่านที่แถวบ้านท่านน้ำยังแห้งดี ยังไม่เห็นแม้เงาของน้ำ มั่นใจความสูงของตัวบ้าน หรือพวกที่น้ำท่วมใกล้ ๆ บ้านแล้ว แต่ยังไม่ท่วมบ้านตัวเอง ท่านก็อย่าชะล่าใจ อย่าประมาทเป็นอันขาด

สิ่งที่ท่านต้องทำตอนนี้เลย ไม่ว่าจะอยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงหรือไม่ก็ตาม ท่านต้องเตรียมตัวดังต่อไปนี้

1. รีบวางแผนเก็บข้าวของขึ้นชั้นสองทันที บางคนก็หาผ้าพลาสติกอย่างหนามาห่อหุ้มเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ที่ยกขึ้นที่ สูงไมไหว ค่อย ๆ เก็บไปวันละนิดวันละหน่อย พอน้ำมาข้าวของท่านจะได้ไม่เสียหายมากเกินไป

2. ของมีค่า เอกสารสำคัญเก็บไว้ด้วยกัน รีบจัดเสียแต่ตอนนี้ จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง

3. แพ็คเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันทุกอย่าง... เน้นทุกอย่างไว้อีกชุดหนึ่ง เพื่อพร้อมอพยพทันทีเมื่อน้ำมา แต่ถ้าให้ดีทิ้งไว้ท้ายรถหรือฝากไว้บ้านญาติก่อนที่น้ำจะมา จะดีที่สุด

เพราะอะไรหรือ? ถ้าทุกท่านดูข่าวน้ำท่วมจะเห็นผู้ที่อพยพหนีตายออกมาทุกที่จะเอาอะไรออกมาไม่ได้มาก หรือไม่ได้เลย ได้แต่ตัวมาจริง ๆ

เพราะเมื่อถึงตอนนั้น รถก็วิ่งไม่ได้ ต้องเดินอย่างเดียวเป็นระยะทางไกล ๆ จะขนอะไรไม่ได้เลย ขอเตือน อย่ารอให้น้ำมาแล้วค่อยมายกของหนีเป็นอันขาด ท่านจะไม่ได้อะไรเลย

4. เรื่องต่อมาก็คือ คนมักจะคิดว่าจะอยู่เฝ้าบ้านชั้นสอง ถ้าน้ำท่วมชั้นหนึ่ง ขอเตือนเลยว่า ถ้าหมู่บ้านท่านเป็นหมู่บ้านใหญ่ เหมือนหมู่บ้านชลลดา

เมื่อน้ำท่วมทั้งหมู่บ้านแล้ว น่ากลัวยิ่งกว่าอะไร โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยน้ำเวิ้งว้างกว้างไกลสุดตา บังเกอร์หรือคันกั้นน้ำไม่ว่าจะสูง-ต่ำ แค่ไหนก็จมอยู่ใต้น้ำหมดสิ้น หน้าหมู่บ้านทำคันทราย คันหินกรวดสูง 2-3 เมตรก็ยังเอาไม่อยู่ ทุกอย่างอยู่ใต้มวลน้ำขนาดมหึมา คิดดูก็แล้วกัน??????

ทางการไฟฟ้าจะตัดไฟ เพราะมีคนเสียชีวิตเพราะถูกไฟดูดจำนวนมากตามข่าวที่เราได้รับทราบกัน (ได้รับข่าวจากเพื่อนที่ส่งมาทาง FB มีพลทหารที่ไปช่วยน้ำท่วมเสียชีวิต หาข่าวนั้นไม่เจอแล้ว จะได้สดุดีความดีโดยระบุชื่อพลทหารท่านนั้นที่เสียชีวิตในหน้าที่ ในขณะที่ช่วยขนย้ายประชาชนที่ลพบุรี)

เมื่อไม่มีไฟฟ้าใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดก็ใช้งานไม่ได้ ยุงก็ชุม มืดก็มืด น้ำก็ไหลมาไม่หยุดเสียงดังและแรงอย่างน้ำตก คนที่ไม่เข้มแข็งจริง ๆ จะอยู่ได้อย่างไร?????

ทีวีก็ไม่มีดู จะรู้ข่าวภายนอกจากโทรศัพท์ทางเดียว ถ้าแบตเตอรี่หมดจะทำอย่างไร?????

และสุดท้ายจะอยู่ได้กี่วัน ถ้าเสบียงอาหาร-น้ำดื่มที่เตรียมไว้หมด จะหาได้จากไหน ยิ่งถ้าไม่มีเรือก็จะเดินทางเข้า-ออกได้อย่างไร เพราะรถใหญ่แค่ไหนก็ผ่านไม่ได้ ต้องเรืออย่างเดียว ฯลฯ

นี่เป็นสิ่งที่ท่านต้องคิดให้ละเอียด คิดให้ดี เพราะตอนแรกเตรียมการไว้อย่าง พอน้ำมา ต้องเปลี่ยนแผนแทบไม่ทัน และเอาอะไรออกมาไม่ได้เลย ต้องมาหาซื้อข้าวของเครื่องใช่ใหม่อีก

ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”

ตอนนี้ข้าพเจ้าเข้าใจซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งกับบทเรียนครั้งนี้ จึงขอให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจท่านทั้งหลาย


ปล. ตอนใกล้สองยามวันก่อน ดูข่าว TPBS ที่สัมภาษณ์หัวหน้าชุมชนที่ทาง ศปส.และกทม. ประกาศให้ขนย้ายข้าวของ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กให้ไปอยู่ศูนย์อพยพภายใน 3 วันก่อนที่น้ำจะมา แต่ผ่านมาหนึ่งวัน มีคนย้ายออกไปเพียง 2 ครอบครัว ทั้ง ๆ ที่มาลงชื่อเป็นร้อย หัวหน้าชุมชนหมดหนทางที่จะชักจูงลูกบ้านให้ออกซึ่งตรงกับเนื้อหาตอนที่ 2 ที่ต้องการบอกคนที่น้ำยังไม่มาว่า

"ได้โปรดกรุณาทำตามที่ทางราชการบอกเถิด ถ้าท่านรีบวางแผนเก็บข้าวของและย้ายออกทันทีตอนนี้ ท่านจะรอดปลอดภัย และสามารถรักษาทรัพย์สินส่วนใหญ่ของท่านที่ท่านรักและหวงแหน เพราะกว่าที่ท่านจะได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของท่าน อันนี้เราเข้าใจ

แต่ถ้าท่านดื้อแพ่ง เพราะคิดว่ายังไม่เห็นเงาของน้ำเลย ทำไมต้องย้าย สู้อยู่บ้านดีกว่า น้ำมาแล้วค่อยหนีื ถึงเวลานั้นจะไม่ใครช่วยท่านได้ ท่านต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยตัวท่านเองแบบทุลักทุเลเหมือนที่ชาวชลลดา บางบัวทองประสบมา

ถึงตอนนนั้น ท่านอาจจะได้เพียงเสื้อผ้าชุดเดียวที่ท่านใส่อยู่พร้อมกับชีวิตของท่าน ของอย่างอื่นจะไม่สามารถเอาออกมาได้แน่นอน ไม่เชื่อก็ลองท้าทายกับมหานทีครั้งนี้ดู แล้วอย่ามาเสียใจภายหลังหาว่า หล่อไม่เตือนนะ จะบอกให้

ดั่งคำพังเพยที่ว่า "ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา" ตรงกับเหตุการณ์นี้จริง ๆ

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:โปสเตอร์คู่มือการเตรียมตัวเพื่อเป็นผู้ประสบภัยที่ดี

สงครามบู๊ทมันยังไม่จบ ปรองดองเหรอ?-เชอะ!

ที่มา Thai E-News

นายหญิงของอีเม้ยคงอิจฉารองเท้าบู๊ท คุณเจเป็นแน่ ถึงไม่ค่อยออกมาลุยน้ำท่วมกับเขาบ้างน๊ะ

ความดีและความชั่ว ต่อสู้กันมานานแสนนานแล้ว ไม่มีฝ่ายไหนแพ้ ไม่มีฝ่ายไหนชนะเด็ดขาดลงไปได้ เพราะความดีก็ยังมีอยู่ และความชั่วก็ยังมีอยู่... แต่ถึงอย่างไร ทั้งสองสิ่งนี้ก็ไม่อาจปรองดองกันได้

ที่มา:เฟซบุ๊คของเจ-วรกร จาติกวนิช (เมียของกรณ์ จาติกวนิช )
(ซ้าย)บู๊ทเบอร์เบอรี่คู่ละ6,000ของยิ่งลักษณ์ (ขวา)บู๊ทชาแนลคู่ละ12,000ของเมียกรณ์

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:แฟชั่นวีคถอยไป เมื่อภรรยาอดีตรมว.คลังสวมบูท"ชาแนล"ลุยน้ำท่วม

...........
กรณ์ ออกแถลงการณ์ อัดรัฐบาล เล่นการเมืองในช่วงวิกฤติ

กรณ์-วรกร

แถลงการณ์ ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ เรื่อง “บทบาทสถานการณ์อุทกภัย กรุงเทพมหานคร”

วันนี้ ผมและ เพื่อนๆ สส.ประชาธิปัตย์ จำเป็นต้องตั้งโต๊ะแถลงทาง ‘การเมือง’ เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีน้ำท่วมครับ การทำงานร่วมกับรัฐบาลเป็นไปด้วยดีมาตลอดทั้งระหว่างพรรค และระหว่าง กทม. ซึ่งบริหารโดยคนของพรรค จนกระทั่งมีกระบวนการพยายามโยนความผิดมาทาง กทม. หรือ ‘ตีกิน’ ผลงานของกทม.โดยฝ่ายการเมืองและเริ่มมี “ผู้ที่หวังประโยชน์ทางการเมือง” เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ประชาชนต้องการมืออาชีพครับ และต้องการจะเห็นทุกฝ่ายมีความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาใหญ่หลวงของประเทศ

วันนี้ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ได้มีแถลงการณ์เรื่อง “บทบาทสถานการณ์อุทกภัย กรุงเทพมหานคร” สรุปใจความ ได้ว่า

- กรุงเทพมหานคร ทำงานสอดคล้องกับนโยบายของ ศปภ.ที่ตั้งโดยรัฐบาลมาโดยตลอด

- กรุงเทพมหานคร ไม่เคยคิดเริ่มเล่นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น มองผลประโยชน์พี่น้องกทม.เป็นหลัก

- ปัญหาต่างๆ เช่นการเปิดปิดประตูระบายน้ำ ต้องทำอย่างมีการจัดการ และการวางแผนที่ดีไม่สามารถเปิด 100% ทุกบานได้เพราะ ปริมาณน้ำมหาศาล ส่งผลต่อแรงดันรวม ที่ส่งผลเสียหายได้

- กรุงเทพมหานคร โดย ส.ส.กทม.ทำงานลงพื้นที่ แต่ละเขต ทุกเขตพบปัญหาในเชิงอาชญากรรมเช่นการลักขโมย ฉวยโอกาสช่วงวิกฤติ รวมไปถึงการมีการรวมกลุ่มอันธพาล ทำลายคันกั้นน้ำ

- พรรคประชาธิปัตย์ โดยหัวหน้าพรรค ได้เสนอให้ ศปภ.ใช้อำนาจเด็ดขาดในการบริหารจัดการเรื่องน้ำท่วมมานานแล้ว และสนับสนุน มาตรา 31 ให้อำนาจจัดการดูแลอย่างเต็มที่ แต่ ….ศปภ.เลือกมาทำเพื่อหวังผลการเมืองตอนน้ำมาถึง กทม.ทั้งที่ หลายๆ จังหวัดที่ผ่านมาตั้งแต่ภาคกลางตอนบน ถึงปริมณฑลที่ ศปภ.ไม่เคยคิดจะใช้อำนาจประเภทนี้มาก่อนและที่สำคัญที่สุด กทม.เล็งเห็นถึงการใช้คนให้ถูกกับงาน

- กรุงเทพมหานคร เชิญผู้มีความเชี่ยวชาญสูง ได้แก่ คุณ “ปราโมทย์ ไม้กลัด”ซึ่งเป็นถึง อดีตอธิบดีกรมชลประทาน อดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และอดีตรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็น ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าฯ กทม.ด้านการบริหารจัดการระบายน้ำ และไม่ได้นำนักการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย

- แต่ศปภ.กลับ เอา “ผู้หวังผลทางการเมือง” มาเป็น ที่ปรึกษา ศปภ. ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความรู้ ความสามารถความเชี่ยวชาญใดๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องน้ำ หรือแม้แต่ ไม่ได้เกียวข้องใดๆ กับภาคส่วน กทม.โดยตำแหน่งหน้าที่

สรุปประเด็นคร่าวๆ คือ ในขณะที่ กทม.และส.ส.ประชาธิปัตย์ทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตามหน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายค้าน แต่ รัฐบาล โดย ศปภ. กลับแต่งตั้งคนนอก มา “เล่นการเมือง” ในช่วงวิกฤติและ ยังกล้าที่จะมาโจมตีคนที่ทำงานจริงเพื่อพี่น้องประชาชน

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ลองวีคเอ็นด์หรูที่มัลดีฟของอภิสิทธิ์ในวิกฤตน้ำท่วม