ที่มา ประชาไท
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา ประชาไท
ที่มา ประชาไท
นายทหารไทยพร้อมลูกน้องเข้ามอบตัวคดีฆ่า-ทารุณลูกเรือจีนกลางน้ำโขง 13 ศพ เหตุเกิดเมื่อ 5 ต.ค. หลังทูตจีนกดดดันหนัก ด้านนายตำรวจไทยปัดเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับกองทัพเป็นเรื่องบุคคล เล็งเรียกผู้ต้องหามาสอบเพิ่มอีก
หนังสือพิมพ์เชียงรายธุรกิจ รายงาน เมื่อวานนี้ (29 ต.ต.) ในช่วงบ่ายวันที่ 29 ต.ค. ทหารจาก กกล.ผาเมือง ที่ ตร.ออกหมายเรียกคดียิงเรือสินค่าจีน และฆ่าลูกเรือ 13 ศพอย่างทารุณ ได้ทยอยเดินทางเข้ามอบตัวกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ห้องดุรงควิบูลย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จนกระทั้งเวลา 16.00 น.พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา รอง ผบ.ตร.ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีเรือหยี่ชิง 8 และเรือหัวผิง เรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มในแม่น้ำโขงจนลูกเรือทั้งสองลำเสียชีวิต 13 ศพ ยึดยาบ้าได้ 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งประเทศจีนได้ส่งคณะทำงานมาติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
พล.ต.อ. ภาณุพงษ์ สิงหรา กล่าวว่า ผบ.ตร.แต่งตั้งตนเองเป็นหัวหน้าชุดทำการสืบสวนสอบสวน ทำคดีดังกล่าว มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนกระทั่งได้หลักฐานจนสามารถออกหมายเรียกผู้ต้องหาได้ และวันนี้ได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ณ ห้องดุรงค์วิบูลย์ บก.ภ.จว.ชร.ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารจากกองกำลังผาเมือง ซึ่งทาง ตร.ได้มีพยานหลักฐานเชื่อว่าเป็นผู้กระทำผิด ได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และข้อหาเคลื่อนย้ายทำลายศพ ซึ่งจากการสอบสวนทางกองทัพไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น เป็นความผิดเฉพาะตัว ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น เมื่อทางผู้ต้องหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ก็ได้ปล่อยตัวให้กลับกองทัพไป สำหรับความคืบหน้าอื่นๆ ยังไม่แถลงใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ตั้งแต่เวลา 14.00 น.มีการเรียกผู้ต้องหาที่เป็นทหาร ทยอยเดินทางเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ห้องดุรงควิบูลย์ อย่างต่อเนื่อง มีการสอบสวนอย่างลับโดยไม่ยอมให้คณะสื่อมวลชนเข้าร่วมบันทึกภาพจนกระทั่ง เวลา 16.00 น.จึงออกมาแถลงข่าวดังกล่าว
ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่าทหารที่เข้ามอบตัวนายหนึ่งมียศพันตรี และมีลูกน้องระดับประทวนรวม 9 นาย
นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ จ.เชียงราย เพื่อรับฟังความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติมด้วยตนเอง ก่อนที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนบวกจีน ที่ จ.เชียงรายในวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2554 และมีรายงานข่าวว่า จะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอีกเป็นชุดที่ 2 ในเร็ววันนี้
ที่มา Thai E-News
ไม เคิล มอนเตซาโน นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสิงคโปร์ เขียนบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมไทยว่า ยิ่งอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งเผยให้เห็นถึงความขัดแย้งทางอุดมการณ์ในไทย ระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนอุดมการณ์ประชาธิปไตย และ ‘อุดมการณ์จารีตนิยมแบบเก่า’ ในสังคมที่ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
“ในช่วงที่พระองค์เล่นอยู่ในป่าสวิสฯ ตอนเป็นเด็ก พระองค์ทรงแสดงความสนใจเรื่องการจัดการน้ำด้วยการสร้างเขื่อนจำลองด้วยดินเหนียว”
ที่มา Thai E-News
ที่มา Thai E-News
ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้
ตื่นเถิดเสรีชน อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน
ดาบหอกกระบอกปืน หรือทนคลื่นกระแสเรา
แผ่นดินมีหินชาติ ที่ดาดาษความโฉดเขลา
ปลิ้นปล้อนตะลอนเอา ประโยชน์เข้าเฉพาะตน
"ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้"
"อันประชา สามัคคี มีจัดตั้ง เป็นพลัง แกร่งกล้า มหาศาล แสนอาวุธ แสนศัตรู หมู่อันธพาล ไม่อาจต้าน แรงมหา ประชาชน"
ที่มา Thai E-News
โดย ดาบมะเขือเทศ
ที่มา เว็บบอร์ดประชาทอล์ค
30 ตุลาคม 2554
วันนี้ ผมได้มีโอกาสเจอพบปะพูดคุยกับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เป็นนักธุรกิจเจ้าของโรงงาน ที่ลงทุนอยู่ในตอแหลแลนด์ ระดับหลายร้อย หลายพันล้านบาท นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นคนนี้พูด-ฟังภาษาไทยได้ ดีกว่าคนไทยบางคนซะอีก อาศัยใช้ชีวิต-ทำธุรกิจ ไปๆ-มาๆ นานมากกว่าผู้นำประเทศของตอแหลแลนด์บางคน ได้แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นพูดคุยถึงสถานะการณ์การเมือง-เรื่องนัำท่วมตอ แหลแลนด์
สรุป ย่อๆง่ายๆนักธุรกิจญี่ปุ่นคนนี้บอกว่า "คนเมืองหลวง(ส่วนใหญ่)ตอแหลแลนด์ใจจิ๋มมด" แค่น้ำท่วมเรื่องเล็กๆทำเป็นจะเป็นจะตายกัน ดัดจริต-วิตกจริตเกินเหตุโดยเฉพาะประชาชนคนเมืองหลวง สู้คนต่างจังหวัดอย่างนครสวรรค์ อยุธยา สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง ฯลฯ ไม่ได้ ชาวบ้านต่างจังหวัดเหล่านั้นต้องผจญกับน้ำท่วมเป็นแรมเดือน ก็ยังทนรับกับสภาวะกับน้ำท่วมได้
ทั้งที่มีเวลาเตรียมตัวเป็นแรมเดือน คนเมืองหลวงยังขาดการเตรียมตัวสู้กับภัยน้ำท่วมที่มีโอกาสจะเกิด(แน่ๆ)สื่อควายๆ "ทำเรื่องเล็ก
ให้ เป็นเรื่องใหญ่"เสนอข่าวสารเกินความจริง ประชาชนคนเมืองหลวงกิน(แดก)ไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะงมงายเชื่อการเสนอข่าวของสื่อเสี้ยมบางตัว ขาดจิตสำนึก ขาดความเอื้อเฟื้อ แย่งชิงทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ชีวิตตัวเองให้ได้รับแต่ความสุขสบาย แย่งกันกักตุนหาซื้อสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ทั้งๆที่ยังที่ไม่ขาดแคลนอย่างจริงๆ (ไม่มีใครยอมใครสันดานเลวความคิดของผม) โรงงานผลิตสินค้าเครื่องอุปโภค-บริโภคที่ไม่ได้ผลกระทบกับน้ำท่วมเท่าไหร่ ฉวยโอกาสหยุดหรือลดการผลิตสินค้าน้อยลง ห้าง-ร้านค้าฉวยโอกาสกักตุน-ขึ้นราคาสินค้า ซ้ำเติมประชาชน
เมื่อ ครั้งเกิดเหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่น ข้าวปลาอาหาร-น้ำดื่ม ขาดแคลน คนญี่ปุ่นยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ รอซื้ออาหาร-น้ำดี่ม เป็นเวลาเกือบครึ่งวัน แต่ทุกคนก็ซี้อไว้เพื่อใช้กิน-ดื่มแต่พอดีใช้ประทังชีวิต เพื่อแบ่งปันให้คนร่วมชาติที่ประสบชะตากรรมเหมือนกัน ประเทศญี่ปุ่นเจอสึนามิ 1 ครั้ง(สุดท้าย)เค้าบอกว่าบ้านเมืองเค้าถอยหลังไปถึง 30 ปี การเกิดเหตุสีนามิหรือแผ่นดินไหว แต่ละครั้งกลับทำให้คนในประเทศเค้า "รัก-สามัคคีกัน" เรื่องความขัดแย้งทุกอย่าง"หยุด"หมด ทุกคนร่วมมีอ-ร่วมแรงกัน ช่วยกันบูรณะประเทศ
สื่อในประเทศญี่ปุ่นก็ ร่วมมือร่วมใจกัน มีแต่เสนอข่าวในทางสร้างสรรค์ให้กำลังใจคนในชาติ การเสนอข่าวด้านลบของประเทศที่จะออกสู่สายตาชาวต่างประเทศ สื่อเค้าจะทำให้น้อยที่สุด(ต่างจากตอแหลแลนด์)
นักการ เมืองของญี่ปุ่น(แทบ)ทุกคนหันหน้าเข้าหากัน"หยุดเรื่องการเมือง" จับมือกัน ร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูพัฒนาประเทศ ซึ่งต่างจาก"เดรฉานนักการเมือง(ฝ่ายค้าน)ตอแหลแลนด์" ทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิง ใส่ร้ายการทำงานของรัฐบาล ทุกวิธีการเท่าที่จะทำได้ "เพื่อแย่งชิงอำนาจ"เพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล(ใต้ส้นตีนอำมาตย์)
ดูความโหดร้ายของธรรมชาติที่ชาวปลาดิบได้รับ ร้ายแรงกว่าคนเมืองหลวงตอแหลแลนด์ร้อยเท่าพันเท่า
ที่มา Thai E-News
ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ กับชุดเฉพาะกิจของรัฐบาลก่อนที่ศปภ.จะย้าย และน้ำท่วมดอนเมือง เข้าใจว่า การทำหน้าที่สื่อมวลชน ข่าวที่ขายดี คือข่าวที่สะใจคนอ่านแต่ในสภาวะวิกฤติอย่างนี้ ผมว่าบางข่าวมันก็เกินไป ผมคงไม่อยากอธิบายอะไรมาก ลองชมภาพเอาดีกว่าครับ-คุณArchipopulus ผู้อัพโหลดคลิปนี้ลงYoutube
ฉะนั้นจะเสพอะไร ก็ต้องได้ยินกับหู ไปดูกับตา สัมผัสเอาเอง ไม่ใช่เชื่อตามที่ข่าวบอก คนพูด
ที่มา Thai E-News
ที่มา Thai E-News
ปัญหา คือ รัฐบาลทำไมยังไม่ทำ เพราะเหตุใด หรือเพราะมีข้อตกลงลับใดๆกับฝ่ายเผด็จการหรือเปล่า ท่านนายกยิ่งลักษณ์ฯท่านต้องตอบคำถามนี้กับญาติวีรชนแล้ว
และพวกเราเสื้อแดงล่ะจะสร้างบทบาทกดดันรัฐบาลนี้อย่างไร จะเอาแค่รอ นปช.เรียกไปชุมนุมฟังพูด ฟังเพลงแล้วจบเท่านั้นเองจริงๆหรือ
มาตรา ๑๓๖ในกรณีต่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกันฯลฯ
(๑๕) การรับฟังคำชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ฯลฯ
มาตรา ๑๙๐ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศม
หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่ง ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่าง ประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ อย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดัง กล่าว
ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ ตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้อง ชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบด้วย
เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การปฏิบัติ ตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาด กลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม
ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตาม หนังสือสัญญาดังกล่าวโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป
ในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นำบทบัญญัติตามมาตรา ๑๕๔ (๑) มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโล
มาตรา ๑๕๔ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ แล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตาม มาตรา ๑๕๐ หรือร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาลงมติยืนยันตามมาตรา ๑๕๑ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำ ร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง
(๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภา รวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสอง สภา เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี แล้วให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับความเห็นดังกล่าวส่งความเห็นนั้น ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า
ที่มา Thai E-News
เดิน กุมมือกันมั่นไม่หวั่นไหว เรากุมมือกันไปไม่ไหวหวั่น ลึกลงในหัวใจไม่กี่วัน เราจะฝ่าข้ามมันอย่างแน่นอน-We'll walk hand in hand, we'll walk hand in hand We'll walk hand in hand someday Oh deep in my heart, I do believe That we shall overcome someday
"ท่าน สู้นะ เก่งมากๆ สถานการณ์ตอนนี้ ท่านเข้มแข็งแม้จะเป็นผู้หญิงสู้กับปัญหา เช้าตื่นทำงานประชุมทั้งวัน ไปโน่นนี่ พอมีโทรศัพท์เข้ามา นายกฯ ท่านก็ใจหาย เครียดนะ ว่าจะต้องมีเรื่องมีปัญหารายงานเข้ามา" -พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51