WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 31, 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 31/10/54 น้ำใจมากกว่าน้ำท่วม..กับพวกแล้งน้ำใจ

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



พวกหนึ่งเลว โดนสันดาน สามานย์นัก
พวกหนึ่งรัก เกื้อหนุน จุนเจือให้
พวกหนึ่งจ้อง แตกสามัคคี ยามมีภัย
พวกหนึ่งไซร้ กักตุน หมกมุ่นโกง....


พวกสื่อเลว สื่อชั่ว มั่วอคติ
พวกอุตริ พวกชิบหาย พวกตายโหง
พวกปล่อยข่าว โง่งม ผสมโรง
พวกไอ้โม่ง หลังฉาก ปากอัปรีย์....


พวกเอาวิกฤต เล่นการเมือง กุเรื่องเท็จ
พวกทุเรศ จ้องใส่ร้าย มุ่งป้ายสี
พวกอุบาทว์ พวกชาติชั่ว ตัวกาลี
พวกดักดาน 65 ปี...ที่สารเลว....


ยามบ้านเมือง เรานี้ มีปัญหา
กลับตั้งตา เร่งรุด ฉุดลงเหว
บ้างหาเรื่อง ใส่ไคล้ สุมไฟเปลว
จนแหลกเหลว ทั่วถิ่น แผ่นดินไทย....


ขอชื่นชม คนดีดี ที่โอบเอื้อ
คอยหนุนเกื้อ พี่น้อง ยามหมองไหม้
แม้นทุกข์ยาก จากน้ำท่วม อ่วมอรทัย
ยังแบ่งปัน น้ำใจ ให้ถึงกัน....


๓ บลา / ๓๑ ต.ค.๕๔

กวีตีนแดง: ความตายของประชาชน

ที่มา ประชาไท

บทกวีโดย Homo erectus
เนื่องในวันครบรอบ 5 ปี การต่อต้านรัฐประหาร ของลุงนวมทอง ไพรวัลย์

ชาติหน้าขออย่าพบเจอรัฐประหาร
โลกแห่งจินตนาการลุงวาดไว้
ห้าปีแล้วหลังลุงสิ้นลมหายใจ
สังคมใหม่เติบใหญ่อยู่ในครรภ์

ใกล้แล้วลุง...ใกล้แล้ว...ใกล้แล้วลุง!
นั่นไงรุ้งพุ่งทแยงแสงสีสัน
ใต้ผืนฟ้ากาลสมัยปัจจุบัน
ความใฝ่ฝันของลุงรุ่งรำไร
ไม่ต้องรอไปจนถึงชาติหน้า
ประชาชนเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดหมาย
เผด็จการมีเบื้องหลังอำพรางกาย
หากก็มีความตายรายล้อมรอ
ลุงล่วงแล้วข้ามลับไปยังขอบฟ้า
ทิ้งดวงใจปรารถนาให้สานต่อ
วีรชนเดินทางไกลไม่เคยพอ
ถมเส้นทางสานทอประชาธิปไตย
ความตายของลุง คือความตาย...ของประชาชน
คือตำนาน แห่งผู้คน ในยุคใกล้
ทั้งเคยเป็น คงอยู่ และต่อไป
รัฐประหาร สังคมไทย จักไม่มี
ไม่ต้องรอไปจนถึงชาติหน้า
ปีที่ห้า จากที่นั่น ถึงที่นี่
เกิดนวมทองมากมายทบทวี
ขึ้นโดยสารแท็กซี่ทยานแล้ว!
ชาติหน้าขออย่าพบเจอรัฐประหาร
เผด็จการตัวสุดท้ายยันปลายแถว
ต้องลบทุกผลพวงทะลวงแนว
ชาติหน้าจึงคลาดแคล้วลาจากกัน
ชูดวงจิตลุงนวมทองขึ้นสูงเด่น
เพื่อไม่ต้องพบเห็นรัฐประหาร
ถอนรากร้ายต้นไม้พิษนิรันดร์กาล
ล้างผลพวงรัฐประหารให้สิ้นไป
ลบผลพวงรัฐประหารให้สิ้นไป!!!
ลบผลพวงรัฐประหารให้เป็นจริง!!!
รำลึก 5 ปี การต่อต้านรัฐประหารของลุงนวมทอง ไพรวัลย์
ชาติหน้าขออย่าพบเจอรัฐประหาร
โลกแห่งจินตนาการลุงวาดไว้
ห้าปีแล้วหลังลุงสิ้นลมหายใจ
สังคมใหม่เติบใหญ่อยู่ในครรภ์
ใกล้แล้วลุง...ใกล้แล้ว...ใกล้แล้วลุง!
นั่นไงรุ้งพุ่งทแยงแสงสีสัน
ใต้ผืนฟ้ากาลสมัยปัจจุบัน
ความใฝ่ฝันของลุงรุ่งรำไร
ไม่ต้องรอไปจนถึงชาติหน้า
ประชาชนเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดหมาย
เผด็จการมีเบื้องหลังอำพรางกาย
หากก็มีความตายรายล้อมรอ
ลุงล่วงแล้วข้ามลับไปยังขอบฟ้า
ทิ้งดวงใจปรารถนาให้สานต่อ
วีรชนเดินทางไกลไม่เคยพอ
ถมเส้นทางสานทอประชาธิปไตย
ความตายของลุง คือความตาย...ของประชาชน
คือตำนาน แห่งผู้คน ในยุคใกล้
ทั้งเคยเป็น คงอยู่ และต่อไป
รัฐประหาร สังคมไทย จักไม่มี
ไม่ต้องรอไปจนถึงชาติหน้า
ปีที่ห้า จากที่นั่น ถึงที่นี่
เกิดนวมทองมากมายทบทวี
ขึ้นโดยสารแท็กซี่ทยานแล้ว!
ชาติหน้าขออย่าพบเจอรัฐประหาร
เผด็จการตัวสุดท้ายยันปลายแถว
ต้องลบทุกผลพวงทะลวงแนว
ชาติหน้าจึงคลาดแคล้วลาจากกัน
ชูดวงจิตลุงนวมทองขึ้นสูงเด่น
เพื่อไม่ต้องพบเห็นรัฐประหาร
ถอนรากร้ายต้นไม้พิษนิรันดร์กาล
ล้างผลพวงรัฐประหารให้สิ้นไป
ลบผลพวงรัฐประหารให้สิ้นไป!!!
ลบผลพวงรัฐประหารให้เป็นจริง!!!

หมายเหตุ:

รำลึก 5 ปี การต่อต้านรัฐประหารของลุ
งนวมทอง ไพรวัลย์

การเมืองเรื่องของน้ำ

ที่มา ประชาไท

ธนชาติ แสงประดับ ธรรมโชติ เสนอว่ามหัตภัยสังคมที่ร้ายกว่ามหันตภัยแห่งสายน้ำคือการฉกชิงโอกาสภัย พิบัติของประชาชนเป็นหอกทิ่มแทงเพื่อกำจัดศัตรูทางการ เมือง

ประเทศไทยเป็นภาคการเกษตรที่ปลูกข้าวเป็นหลัก จากอดีตปลูกเฉพาะนาปี แต่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการปลูกข้าวเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของตลาด ทำให้มีการปลูกข้าวนาปรังเพิ่มขึ้นถึง 2 ครั้งในฤดูแล้ง น้ำจึงเป็นปัญหาหนึ่งของภาคการเกษตร ที่ยังแกว่งไกวตามตลาดโลก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนแต่มีผลต่อระบบบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้เราจะมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำหลายฉบับภายใต้ การบริหารของหลายกระทรวง ทำให้การบริหารจัดการน้ำของไทยยังขาดเอกภาพและขาดกติกาที่ชัดเจนในการจัดสรร ทรัพยากรน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้ระบบเสรีที่ มือใครยาวสาวได้สาวเอา” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรส่วนรวมตามมา

การขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งภาคการเกษตร การขยายเมืองและการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ภายใต้วาทกรรม การ พัฒนา ” ส่งผลให้เกิดการช่วงชิงทรัพยากรน้ำ ระหว่างเมืองกับชนบท ระหว่างภาคเกษตรกับภาคอุตสาหกรรม ระหว่างประชาชนกับกลุ่มทุน นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนและระหว่างประชาชนด้วยกัน เอง ความขัดแย้งในการจัดสรรทรัพยากรน้ำได้กลายเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย การ ปล่อยให้การเข้าถึงทรัพยากรน้ำโดยเสรีที่แท้จริงยังขาดความเป็นธรรม ผู้มีอำนาจมากกว่าย่อมได้รับประโยชน์มากกว่า การใช้น้ำจึงไม่เกิดการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่เอื้ออำนวยให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ขาดสมรรถนะที่จะยืดหยุ่น ไปตามสถานการณ์ความต้องการ และที่สำคัญคือคนยากคนจนจะถูกเอารัดเอาเปรียบเสมอมา

มีการกล่าวกันว่าประเทศไทยมีแหล่งกักเก็บน้ำ 45,434 ล้านลูกบาศก์ เมตร (จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบเพราะมีหลายกระทรวง ที่มีงบประมาณรวมแล้วหลายหมื่นล้านต่อปีที่ใช้ในการขุดลอก ขุดสระ ขุดบ่อ ทุกๆ ปีแต่ไม่อาจกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น) ปริมาณน้ำที่ใช้ทั้งด้านการเกษตร อุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม มีถึง 57,604 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ขาดแคลนน้ำถึง 4,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร และกล่าวกันว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ไทยจะมีประชากรเพิ่มเป็น 72.8 ล้านคน ความต้องการน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 77,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ขาดแคลนน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เราจะวางแผนแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

ปัญหาการขาดแคลนน้ำมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น บางปีเกิดภาวะภัยแล้ง ทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหาย ประชาชนเดือดร้อนขาดน้ำอุปโภคและบริโภค เป็นวิกฤติที่นับวันมีความรุนแรง เพิ่มขึ้น แต่คนเมืองไม่ได้รับรู้ปัญหาเหล่านี้

ขณะเดียวกันวิกฤตน้ำอีกด้าน ที่มีมาอย่างต่อเนื่องและรุนแรงไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือเรื่องน้ำท่วมน้ำ หลาก ซึ่งทุกๆ ปีชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่ลุ่มในภาคกลาง หรือชุมชนบริเวณริมน้ำ จะประสบปัญหาน้ำท่วมนานนับเดือนถึงสองเดือนเกิดความเสียหายและเดือดร้อน อย่างต่อเนื่อง แต่คนกรุงเทพฯไม่ได้รู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าใดนัก เพราะที่ผ่านมาน้ำอาจจะมีไม่มากนักและได้ถูกจัดการไม่ให้เข้าสู่กรุงเทพมหา นคร ความเดือดร้อนเรื่องของน้ำจึงตกกับชาวชนบทและคนชานเมืองตลอดมา เราจะเห็นคนและสัตว์เลี้ยงขึ้นอยู่บนหลังคา หรือไม่ก็ลอยคออยู่ในน้ำ เรือเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต หลายคนพูดกันว่า คนกรุงนั่งรถ..คนชนบทนั่งเรือ” หรือ ศักดินานั่งรถ...ไพร่ชนบทนั่งเรือ” สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมจะเห็นภาพของการบริหารจัดการ น้ำที่ไม่เป็นธรรมในสังคมไทย มีการเฉลี่ยทุกข์ให้คนชนบท เฉลี่ยสุขให้กับคนเมือง การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขจึงเป็นเพียงวาทกรรมของฝ่ายการเมืองทุกยุคทุกสมัย ปัญหาของน้ำจึงมีมากมายมหาศาลทั้งน้ำขาดและน้ำล้น

ในปีนี้พื้นที่เกินครึ่งหนึ่งของประเทศประสบกับปัญหาน้ำท่วมรุนแรงและยาว นานก็เป็นปัญหาจากการจัดการน้ำของ ทุกรัฐบาลที่ไม่ได้วางแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เราจะโยนภาระการจัดการและความรับผิดให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นผู้รับผิดชอบ เพียงผู้เดียวคงจะไม่เป็นธรรมเท่าใดนัก รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็เจอกับสภาพน้ำท่วมน้ำหลาก อย่างต่อเนื่องมาถึงเดือน กรกฎาคม แต่ก็ไม่ได้วางแผนเตรียมการใดๆไว้เช่นกัน..รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ยังไม่ได้เริ่มงานอย่างจริงจังก็พบกับปัญหาน้ำท่วมตามมาอย่างต่อเนื่องจาก รัฐบาลอภิสิทธิ์ ส่งผลให้ฝ่ายการเมืองโทษกันไปมา ปัดแข้งปัดขากันนัวเนีย ลูกหาบของแต่ละฝ่ายก็ออกมาแฉพฤติกรรมต่อกัน เดือดร้อนไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลแม้น้ำไม่ท่วมไปถึงสุพรรณบุรีก็ตาม เพราะกล่าว กันว่า กรมชลประทานไม่ยอมปล่อยน้ำลงแม่น้ำท่าจีนเพราะกลัวน้ำ เข้าท่วมสุพรรณบุรี” ส่งผลให้การผันน้ำลงอ่าวไทยฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มีปัญหาน้ำท่วมรุนแรงในฝั่งธนบุรี และนนทบุรี ซึ่งทิ่มตรงกล่องดวงใจของนายบรรหาร ศิลปอาชา คนโตเมืองสุพรรณฯ ส่วนกรุงเทพมหานคร ที่มีอิสระในการบริหารงานก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับ ศปภ.ให้น้ำผ่านเข้ากรุงเทพมหานคร ทั้งๆ ที่มีคูคลองมากมายในการดูดซับน้ำและช่วยผันน้ำลงอ่าวไทยแต่กลับปล่อยให้คู คลองเหล่านั้นน้ำแห้งขอด เพราะกลัวน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นฐานเสียงของตน อาจจะเสียคะแนนนิยมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งๆที่หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน น้ำคงไม่รุนแรงมากขนาดนี้ จนนายกรัฐมนตรีต้องประกาศใช้มาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันภัยฯ เพื่อใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีเข้าไปจัดการ ซึ่งทิ่มตรงเข้า กล่องดวงใจนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

สำหรับการผันน้ำในฝั่งตะวันออกก็บอกว่า ศปภ.ไม่ตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้น้ำระบายลงสู่ทะเล โดยเร็ว ไม่มีภาวะผู้นำ นายกขาดความรู้ความสามารถ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้คือ ข้อกล่าวหาที่แต่ละฝ่ายทิ่มแทงต่อกัน และยังหาวาทกรรมทิ่มแทงใส่กันอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญหายนะภัยครั้งนี้ประชาชนได้รับรู้ความจริงว่า มีการปัดแข้งปัดขากันเพื่อหวังผลทางการเมือง กลายเป็นการเมืองเรื่องของน้ำเน่า” ไปเรียบร้อยแล้ว

การแย่งชิง การปัดแข้งปัดขาแม้ในสภาวะวิกฤตของชาติอย่างไม่หยุดหย่อน แสดงให้เห็นถึงความจริงของสังคม ที่ว่าความแตกแยกในสังคมไทยได้บาดลึกรุนแรงยากที่จะเยียวยา การปลุกเร้าให้เกิดความเชื่อทางการเมือง ความเกลียดชัง การแบ่งแยกฝ่าย สามารถอยู่เหนือความหายนะของประชาชน และอยู่เหนือความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ประชาชนไม่ยินดีสละความแตกต่างทางความคิดไว้ข้างหลังเป็นการชั่วคราว แล้วหันหน้าจับมือกันฟันฝ่ามหันตภัยน้ำไปด้วยกัน การฉกชิงโอกาสภัยพิบัติ ของประชาชนเป็นหอกทิ่มแทงเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองจึงเป็นเสมือนสิ่งที่ ยอมรับได้ และดูยิ่งรุนแรงมากขึ้น นี่คือมหัตภัยสังคมที่ร้ายกว่ามหันตภัยแห่งสายน้ำ

นักเคลื่อนไหวเน็ตสากลร้อง ทั่วโลกหยุดส่งออกเทคโนโลยีปราบปรามประชาชน

ที่มา ประชาไท

ตัวแทนจากภาคประชาสังคมเรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกสั่งห้ามส่งออกเทคโนโลยี ที่นำไปใช้ปราบปรามพลเมือง โดยออกกฎหมายที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ในประเทศปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณขององค์กรที่จะไม่ทำลายพลเมืองประเทศอื่นๆ และคุ้มครองให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียม

เมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในการประชุมระดับโลกว่าด้วยธรรมาภิบาลอินเทอร์เน็ต (Internet Governance Forum - IGF) ณ สหประชาชาติ ประเทศเคนยา กลุ่มตัวแทนจากภาคประชาสังคมร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลทั่วโลก เกี่ยวกับนโยบายด้านอินเทอร์เน็ตในฐานะเครือข่ายอันทรงพลังเพื่อส่งเสริม ขบวนการประชาธิปไตยดังที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ

Amira Yahyaoui บล็อกเกอร์และนักเคลื่อนไหวด้านเสรีภาพอินเทอร์เน็ตจากประเทศตูนิเซีย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ในนามกลุ่มภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งมาจาก บาห์เรน เบลารุส บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย อิหร่าน มาเลเซีย ไนจีเรีย ปากีสถาน รัสเซีย ไทย และสหรัฐอเมริกา

ใจความหลักในแถลงการณ์ เรียกร้องต่อรัฐบาลประชาธิปไตยทั่วโลกให้สั่งห้ามมิให้ส่งออกเทคโนโลยีที่นำ ไปใช้ปราบปรามพลเมือง โดยขอให้รัฐบาลออกกฎหมายที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ในประเทศของตนเองสามารถปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณขององค์กรที่จะไม่ทำลาย พลเมืองประเทศอื่นๆ และคุ้มครองให้เกิดสนามการแข่งขันที่เท่าเทียม

นอกจากนี้ ตัวแทนภาคประชาสังคมจากประเทศต่างๆ ยังเรียกร้องให้ผู้ให้บริการร่วมส่งเสริมขบวนการประชาธิปไตย ซึ่งต้องเปิดให้มีการสื่อสารทางสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัย นั่นคือต้องรักษาสิทธิความเป็นส่วนตัวและสิทธิที่จะไม่เปิดเผยชื่อด้วย


แถลงการณ์ตัวแทนภาคประชาสังคมโลก ว่าด้วยธรรมาภิบาลด้านอินเทอร์เน็ต ปี 2554

แถลงการณ์นี้จัดเตรียมให้ Amira Yahyaoui แห่งตูนิเซียเป็นผู้กล่าวในฐานะตัวแทนภาคประชาสังคมจากหลายภูมิภาค
30 ก.ย. 2554 กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา

ก่อนอื่น เราขอแสดงความยินดีที่มีโอกาสได้มาประชุมในที่ประชุมว่าด้วยธรรมาภิบาลด้านอินเทอร์เน็ต (Internet Governance Forum - IGF) ที่ประเทศเคนยา ในฐานะชาวตูนิเซีย ดิฉันมีโอกาสได้เห็นกับตาถึงขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพในทวีปแอฟริกาที่ ได้รับประโยชน์จากวิธีการสื่อสารใหม่ๆ เมื่อมีการประชุมสุดยอดโลกว่าด้วยสังคมสารสนเทศ (World Summit on the Information Society - WSIS) ที่ประเทศดิฉันเมื่อปี 2548 รัฐบาลในสมัยนั้นคิดว่าเป็นการประชุมที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบเผด็จ การของตนเอง แต่เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนั้นจำนวนมาก เช่นเดียวกับคนจำนวนมากในห้องประชุมแห่งนี้ พวกเราที่มาจากตูนิเซียและต้องการอนาคตใหม่จึงได้รับแรงบันดาลใจมากมายจาก เพื่อนต่างชาติที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพของพวก เรา ในโอกาสที่มีผู้เข้าประชุมจากทั่วโลก และต่างคนต่างมีความสัมพันธ์กันอย่างหลากหลาย เป็นเหตุให้การประชุมครั้งนั้นส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลที่กดขี่ปราบปราม ตรงข้ามกับความคาดหวังของระบอบเผด็จการ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ให้กับเผด็จการในที่อื่นๆ ว่าพวกเขาจะไม่ประสบความสำเร็จในการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของชุมชนโลกที่มี การสื่อสารกันอย่างงดงาม

เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้เข้า ร่วมการประชุม IGF ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สนับสนุนเสรีภาพด้านอินเทอร์เน็ต เรามาจากประเทศต่าง ๆ อย่างเช่น บาห์เรน เบลารุส บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย อิหร่าน มาเลเซีย ไนจีเรีย ปากีสถาน รัสเซีย ไทย ตูนิเซีย และสหรัฐอเมริกา

ในท่ามกลางความหลากหลาย เราเห็นชอบร่วมกันดังนี้

เราขอเรียกร้องให้ประเทศ ประชาธิปไตยทั้งหลาย นำนโยบายและกฎหมายมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ระบอบเผด็จการกดขี่ประชาชนได้ต่อ ไป ซึ่งรวมถึงการสั่งห้ามอย่างเป็นระบบไม่ให้ส่งออกเทคโนโลยีไปยังรัฐบาลที่นำ เทคโนโลยีเหล่านั้นไปใช้ปราบปรามพลเมืองของตนเอง จรรยาบรรณที่กำหนดขึ้นโดยสมัครใจของบริษัทขนาดใหญ่นับเป็นก้าวย่างในเชิงบวก แต่ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลในแต่ละประเทศก็ควรออกกฎหมายที่เข้มแข็งเพื่อสนับ สนุนการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณเหล่านั้นด้วย บางบริษัทได้ให้ความเห็นว่า ยินดีหากจะมีกฎหมายเช่นนั้นเพื่อให้สนามแข่งขันเท่าเทียมกัน

นักกิจกรรมและพลเรือนทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในประเทศเผด็จการ ต้องการพื้นที่ที่ปลอดภัยและเปิดเผยเพื่อการสื่อสาร รวมทั้งการสื่อสารทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ เราได้เห็นแล้วว่าเครือข่ายเช่นนั้นเป็นเครื่องมืออันทรงพลังเพื่อต่อต้าน การปราบปราม ผู้ให้บริการจึงควรพยายามส่งเสริมให้ขบวนการประชาธิปไตยสามารถสื่อสารกันใน ลักษณะที่ปลอดภัยได้ ด้วยเหตุดังกล่าว สิทธิความเป็นส่วนตัวและสิทธิที่จะไม่เปิดเผยชื่อจึงเป็นปัจจัยหลักเพื่อ ประกันความปลอดภัยดังกล่าว การจำกัดสิทธิเหล่านั้นให้กระทำได้โดยกำหนดเป็นข้อยกเว้น โดยเฉพาะกรณีที่มีเงื่อนไขพิเศษและมีการกำหนดเป็นกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิ อย่างชัดเจนและเป็นไปโดยสอดคล้องกับหลักการปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

ผู้เผด็จการมักมีข้ออ้างสวยหรู เพื่อจำกัดเสรีภาพของเรา บ้างก็อ้างความมั่นคงในราชอาณาจักร บ้างก็อ้างการต่อต้านฝ่ายหัวรุนแรง บ้างก็อ้างการปกป้องศีลธรรม การคุ้มครองวัฒนธรรม การเคารพต่อศาสนา หรือการคุ้มครองเจ้าพนักงานจากการดูหมิ่น ข้ออ้างเหล่านี้ได้ถูกใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนการจำกัดสิทธิมนุษยชนของเรา ทั้งโดยผ่านการเซ็นเซอร์และการปิดกั้นการเข้าถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางเวทีธรรมาภิบาลอินเทอร์เน็ตควรแสดงจุดยืนคัดค้านอย่าง เข้มแข็ง

ข้อเรียกร้องที่สำคัญเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นข้อกังวลทั้งหมดของประชาคมสิทธิมนุษยชน แต่หากได้รับการตอบสนอง ย่อมจะมีส่วนส่งเสริมบรรยากาศธรรมาภิบาลด้านอินเทอร์เน็ตอย่างชัดเจนในโลก


ขอบคุณค่ะ Asante sana



ที่มา: http://www.ilaw.or.th/node/1248
ที่มาภาพ: freefotouk (CC BY-NC 2.0)

น้ำท่วมบางพลัด-ปิ่นเกล้ากว่า 1 สัปดาห์ หลายครอบครัวยังอยู่ในพื้นที่

ที่มา ประชาไท

(30 ต.ค. 54) สถานการณ์น้ำท่วมที่เขตบางพลัด และเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมานคร ซึ่งดำเนินมาเกือบ 1 สัปดาห์อันมีสาเหตุมาจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น และน้ำท่วมซึ่งหลากมาจาก จ.นนทบุรี นั้น ล่าสุดน้ำยังคงท่วมกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง มีประชาชนจำนวนหนึ่งทยอยอพยพขนทรัพย์สินบางส่วนออกจากบ้าน ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งตัดสินใจอาศัยอยู่ในบ้าน เพื่อดูแลทรัพย์สินของตัวเอง

ที่สะพานซังฮี้แม้จะมีการปิดการจราจรเนื่องจากน้ำ ท่วมตั้งแต่เชิงสะพานฝั่งธนบุรีแต่ยังมีผู้นำยานพาหนะส่วนตัวมาจอดจำนวนมาก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย





สะพานกรุงธนบุรี (ซังฮี้), 30 ต.ค. 54



ถ.สามเสน

รถเมล์สาย 53 วิ่งผ่านถนนสามเสน ซึ่งมีน้ำขังเป็นจุดๆ โดยน้ำที่ทะลักออกจากท่อระบายน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบาง พื้นที่ของ ถ.สามเสน

สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า, 30 ต.ค. 54

ชี้รัฐล้มเหลวใช้ ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ’ อนุ กสม.ย้ำต้องเจรจาดับไฟใต้

ที่มา ประชาไท

ชี้รัฐล้มเหลวใช้ ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ’ ศูนย์ทนายเผยเหตุคดียกฟ้อง มาจากผลซักถาม เวทีประชาชนชายแดนใต้จี้ยกเลิก อนุกสม.ย้ำต้องเจรจาดับไฟใต้

จี้เลิกพ.ร.ก. - เครือข่าวประชาสังคมคัดค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 19 องค์กร ร่วมอ่านแถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใน 30 วัน ที่ห้องห้องประชุมอาคารวิทยนานาชาติ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2554

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2554 ที่ห้องห้องประชุมอาคารวิทยนานาชาติ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี เครือข่ายประชาสังคมคัดค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จัดเวทีสาธารณะ วาระประชาชน : ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,500 คน



เวลา 10.30 น. มีการเสวนาในหัวข้อ ชะตากรรมประชาชนใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วจะเอาไงต่อ? โดยนายสุทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม กล่าวเสวนาว่า ที่ผ่านมามูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้ว่าความทั้งหมดประมาณ 600 คดี เป็นคดีความมั่นคงทั้งหมด ปัจจุบันเหลือประมาณ 400 คดี โดยร้อยละ 90 ของจำเลยทั้งหมด มาจากผลการซักถามระหว่างถูกควบคุมตัวในชั้นการควบคุมตัวตามพระราชกำหนดการ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และมีถึงร้อยละ 80 ที่ศาลพิพากษายกฟ้อง



“คดีที่ผู้ถูกควบคุมตัวถูกซ้อมทำร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพ ระหว่างถูกควบคุมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือแม้แต่การทำร้ายร่างกายให้รับสารภาพระหว่างที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้วก็ตาม การใช้คำรับสารภาพมาเป็นหลักฐานนั้น ศาลจะไม่รับฟัง จึงทำให้มีคดีความมั่นคงถึง 80% ที่ศาลยกฟ้อง และ 99% ของจำเลยเป็นหัวหน้าครอบครัวและส่วนใหญ่เป็นอุสตาซ (ครูสอนศาสนาอิสลาม)” นายสุทธิพงษ์ กล่าว



นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2554 ประธานศาลฎีกาได้ออกแนวปฏิบัติตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าการขอขยายเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยต้องนำตัวมาที่ศาลด้วย รวมทั้งการปล่อยตัวก็ต้องนำตัวมาแสดงตัวที่ศาลด้วย แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตาม แต่ที่ผ่านมาการขอขยายเวลาควบคุมตัวเจ้าหน้าที่นำเพียงเอกสารมาชี้แจงต่อศาล จึงทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวไม่มีโอกาสมาแถลงคัดค้านการขยายเวลาควบคุมตัว



นางสาวภาวิณี ชมศรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวในวงเสวนาว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาแล้วถึง 6 ปี ไม่บรรลุเป้าหมายเพื่อการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน เพราะทุกวันนี้ยังมีเหตุการณ์ไม่สงบอยู่ ถามว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายที่เหมาะสม และสามารถช่วยประชาชนได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการใช้อำนาจเพื่อใช้ควบคุมคนมาซักถาม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ



นางสาวภาวิณี กล่าวว่า การควบคุมตัวคนในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ซึ่งไม่ต้องมีการออกหมายใดๆ เมื่อได้ข้อมูลมาชุดหนึ่งแล้ว จึงออกหมายควบคุมตัวตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถามว่า ใช้เพื่อเพื่อการรักษาความปลอดภัยของประชาชนตรงไหน



นางสาวภาวิณี กล่าวว่า ที่ประเทศฝรั่งเศสมีการใช้กฎหมายฉุกเฉินเช่นกัน ในสถานการณ์ที่กฎหมายปกติใช้ไม่ได้ แต่การขอขยายเวลาการใช้กฎหมายพิเศษ รัฐบาลต้องขอความเห็นจากรัฐสภาด้วย โดยต้องนำผลการปฏิบัติตามกฎหมายพิเศษมาแถลงต่อรัฐสภา และต้องชี้แจงด้วยว่ามีความจำเป็นอะไรที่ต้องขอขยายเวลาการใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งการขอความเห็นจากที่ประชุมสภานั้น จะทำให้ประชาชนทราบด้วย การขยายเวลามีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ในประเทศไทยไม่มี เพราะการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นอำนานของนายกรัฐมนตรีคนเดียว แล้วแต่นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ใคร



พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ กล่าวในวงเสวนาว่า เหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมาตั้งแต่อดีต ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ รัฐบาลไม่เคยประกาศใช้กฎหมายพิเศษ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็สงบลงไปเอง เช่น เหตุการณ์หะยีสุหลง เหตุการณ์ดูซงญอ เป็นต้น



พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวว่า การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำได้ 2 วิธี คือการสร้างกระแสให้การเมืองเห็นด้วยกับการยกเลิก และการใช้กระบวนการทางนิติบัญญัติ โดยการออกกฎมายยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การล่ารายชื่อ 10,000 รายชื่อเพื่อขอแก้ไขกฎหมาย โดยการออกกฎหมายยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถทำได้ แต่จะเริ่มเมื่อไหร่ ใครจะเป็นคนเริ่ม หรือมีคนเริ่มแล้วแต่ยังไม่มีผู้ตาม ซึ่งกลุ่มนักศึกษาเป็นแกนนำเริ่มเรื่องนี้ได้



นายสงวน อินทร์รักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตาบา อำเอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจภาคใต้ ประจำจังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวในวงเสวนาว่า ตนมองในมุมของชาวพุทธและเป็นข้าราชการ มองว่า แม้มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประชาชนไม่ว่าพุทธหรือมุสลิม ก็ยังสามารถดำรงชีวิตได้ตามวิถีปกติ



นายสงวน กล่าวว่า การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนทำให้เกิดผลกระทบกับคนที่ไม่ หวังดีต่อประเทศและต่อคน แต่คนที่ถูกควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังไม่ใช่คนผิด ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่สิ่งที่ตนได้เข้าไปดูสถานที่ควบคุมตัวทั้งในค่ายทหาร หรือที่ควบคุมอื่นๆ พบว่าบางคนไม่ทำผิด แต่ถูกเชิญตัวมาสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้หลายวิธีที่จะให้สารภาพ เช่น บังคับ ขู่เข็ญ มีการละเมิดสิทธิโดยการตบ ต่อย



นายสงวน กล่าวว่า มีคนหนึ่ง ถูกควบคุมตัวที่หน่วยเฉพาะที่ 32 อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ถูกเจ้าหน้าที่ทรมาน เอาผ้าพันแล้วทุบ ทำให้ไม่มีรอยแผล นอกจากนี้ยังมีการละเมิดด้วยคำพูด มีการดูถูก ดูแคลนคนในพื้นที่ ซึ่งนี่เป็นเงื่อนไขที่สร้างความเจ็บแค้นในคนในพื้นที่ ตนเคยบอกแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ปัญหาไม่จบ แม้เวลาผ่านไป เหตุการณ์สงบลงแล้วก็ตาม เพราะยังคาอยู่ในใจ



“การล่ารายชื่อเพื่อเสนอยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถทำได้ เพราะมีมวลชน แต่คนที่ไม่อยากให้ยกเลิก คือทหาร ส่วนนายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จริงอยู่ว่า รัฐบาลคือการเมือง ต้องคุยกับการเมือง เราก็เอาการเมืองมาเป็นเครื่องมือคุยกับทหาร น่าจะได้ผลกว่า” นายสงวน กล่าวว่า



นายสงวน กล่าวว่า วันนี้มีครูเสียชีวิตเป็นรายที่ 149 จากเหตุระเบิด ถามว่า ครูที่โดนฆ่า เพราะอะไร ความจริงถ้าจะฆ่าครูวันหนึ่งเป็นร้อยคนก็ได้ ทำไมเขาต้องฆ่าทีละคน ถามว่าทำไมวันนี้ ต้องฆ่าประชาชน วันนี้ฆ่าครู วันนี้ระเบิดทหาร วันนี้ฆ่าพระ ต้องวิเคราะห์ให้ได้ คนไม่หวังดีต้องการอะไร



“ผมเชื่อว่า คนไม่หวังดีมี 10% อีก 90% เป็นคนที่ต้องการความสงบ เพราะคน 90% ต้องผลักดัน ต้องเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐให้ได้ หลายคนบอกผู้นำในรัฐว่า เจรจากันเถอะ เจรจากันเถอะ วันนี้ตำรวจและผู้นำบอกว่า ไม่รู้จะเจรจากับใคร ผมไม่เชื่อ วันนี้เห็นว่า มีการเลี้ยงไข้ปัญหาความไม่สงบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ ถามว่างบประมาณเป็นแสนล้านที่ใช้ในการแก้ปัญหาจังหวัดแดนภาคใต้ ประชาชนได้อานิสงเท่าไหร่และงบส่วนนั้นไปไหนบ้าง



นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวแสดงความเห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน.มีข้อดี คือ ทำให้คนหายลดลง เพราะเจ้าหน้าที่สามารถคุมคนได้ 30 วัน เป็นการยืดเวลาการควบคุมตัวต่อจากกฎอัยการศึกได้ เพราะถ้าควบคุมตัวในเวลาสั้นๆ เพียง 7 วัน ตามกฎอัยการศึกอย่างเดียว ทำให้มีหลายคนหายตัวไป เพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวต่อได้ ดังนั้นงานหนักคือ ถ้ายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วยังมีกฎอัยการศึกอยู่



ในช่วงบ่าย เครือข่าวประชาสังคมคัดค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 19 องค์กร ได้อ่านแถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใน 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2554 ซึ่งจะครบกำหนดในอีกไม่กี่วัน หากรัฐบาลยังไม่แสดงท่าทีใดๆ ทางเครือข่ายจะยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล

เสนอทัพภาค4ถอนกำลังออกจาก ร.ร.รับเปิดเทอม

ที่มา ประชาไท

สมาพันธ์ครูชายแดนใต้วอน ชี้ละเมิดสิทธินักเรียน กลัวภาพทหารถืออาวุธสงครามติดตา อยากเห็นพ่อแม่เด็กรับส่งอย่างปกติ

นายสงวน อินทร์รักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตาบา อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธานอนุกรรมการเฉพากิจภาคใต้ ประจำจังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยในวงเสวนาหัวข้อ ชะตากรรมประชาชนใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วจะเอาไงต่อ ในเวทีสาธารณะ วาระประชาชน : ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ห้องห้องประชุมอาคารวิทยนานาชาติ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานีว่า กองทัพภาคที่ 4 ได้มีคำสั่งให้ถอนทหารออกนอกพื้นที่โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป
นายสงวน กล่าวว่า หากในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 นี้ ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนไหนยังมีทหารอยู่ในบริเวณโรงเรียน สามารถสอบถามไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) หรือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ ว่าเหตุใดจึงยังไม่ถอนทหารออกไป
นายสงวน กล่าวว่า ทหารจะถอนออกไปอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่อยู่ในเขตโรงเรียน เพราะนี่เป็นการละเมิดสิทธินักเรียน การถอนทหารออกไป จะทำให้นักเรียนไม่ต้องเจออาวุธสงครามทุกเช้า พอตอนเย็นก่อนกลับบ้าน หลับตาก็เห็นปืนเอ็ม 16 อยากเห็นภาพที่พ่อแม่มาส่งและรับลูก ให้สลามทักทายหรือลากันอย่างปกติ ถ้ามีทหารถือปืนอยู่ในโรงเรียน ภาพนี้จะติดตานักเรียน
นายสงวน เปิดเผยว่า การถอนทหารดังกล่าว เป็นไปตามที่สมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เสนอต่อกองทัพภาคที่ 4 ให้ถอนทหารออกไปจากบริเวณโรงเรียน

ทหารไทยมอบตัวคดียิง-ฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ

ที่มา ประชาไท

นายทหารไทยพร้อมลูกน้องเข้ามอบตัวคดีฆ่า-ทารุณลูกเรือจีนกลางน้ำโขง 13 ศพ เหตุเกิดเมื่อ 5 ต.ค. หลังทูตจีนกดดดันหนัก ด้านนายตำรวจไทยปัดเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับกองทัพเป็นเรื่องบุคคล เล็งเรียกผู้ต้องหามาสอบเพิ่มอีก

หนังสือพิมพ์เชียงรายธุรกิจ รายงาน เมื่อวานนี้ (29 ต.ต.) ในช่วงบ่ายวันที่ 29 ต.ค. ทหารจาก กกล.ผาเมือง ที่ ตร.ออกหมายเรียกคดียิงเรือสินค่าจีน และฆ่าลูกเรือ 13 ศพอย่างทารุณ ได้ทยอยเดินทางเข้ามอบตัวกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ห้องดุรงควิบูลย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จนกระทั้งเวลา 16.00 น.พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา รอง ผบ.ตร.ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีเรือหยี่ชิง 8 และเรือหัวผิง เรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มในแม่น้ำโขงจนลูกเรือทั้งสองลำเสียชีวิต 13 ศพ ยึดยาบ้าได้ 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งประเทศจีนได้ส่งคณะทำงานมาติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ. ภาณุพงษ์ สิงหรา กล่าวว่า ผบ.ตร.แต่งตั้งตนเองเป็นหัวหน้าชุดทำการสืบสวนสอบสวน ทำคดีดังกล่าว มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนกระทั่งได้หลักฐานจนสามารถออกหมายเรียกผู้ต้องหาได้ และวันนี้ได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ณ ห้องดุรงค์วิบูลย์ บก.ภ.จว.ชร.ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารจากกองกำลังผาเมือง ซึ่งทาง ตร.ได้มีพยานหลักฐานเชื่อว่าเป็นผู้กระทำผิด ได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และข้อหาเคลื่อนย้ายทำลายศพ ซึ่งจากการสอบสวนทางกองทัพไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น เป็นความผิดเฉพาะตัว ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น เมื่อทางผู้ต้องหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ก็ได้ปล่อยตัวให้กลับกองทัพไป สำหรับความคืบหน้าอื่นๆ ยังไม่แถลงใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ตั้งแต่เวลา 14.00 น.มีการเรียกผู้ต้องหาที่เป็นทหาร ทยอยเดินทางเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ห้องดุรงควิบูลย์ อย่างต่อเนื่อง มีการสอบสวนอย่างลับโดยไม่ยอมให้คณะสื่อมวลชนเข้าร่วมบันทึกภาพจนกระทั่ง เวลา 16.00 น.จึงออกมาแถลงข่าวดังกล่าว

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่าทหารที่เข้ามอบตัวนายหนึ่งมียศพันตรี และมีลูกน้องระดับประทวนรวม 9 นาย

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ จ.เชียงราย เพื่อรับฟังความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติมด้วยตนเอง ก่อนที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนบวกจีน ที่ จ.เชียงรายในวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2554 และมีรายงานข่าวว่า จะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอีกเป็นชุดที่ 2 ในเร็ววันนี้

ยิ่งน้ำท่วมสูง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ยิ่งปรากฎสู่ผิวหน้า

ที่มา Thai E-News

ไม เคิล มอนเตซาโน นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสิงคโปร์ เขียนบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมไทยว่า ยิ่งอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งเผยให้เห็นถึงความขัดแย้งทางอุดมการณ์ในไทย ระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนอุดมการณ์ประชาธิปไตย และ ‘อุดมการณ์จารีตนิยมแบบเก่า’ ในสังคมที่ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

โดย ไมเคิล มอนเตซาโน
ที่มา The JakartaGlobe
แปลโดย นักแปลอิสระ


As the Floodwaters Rise in Thailand, an Ideological Debate Comes to the Surface-ยิ่งน้ำท่วมสูง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ยิ่งปรากฎสู่ผิวหน้า

ภัยพิบัติน้ำท่วมที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนอย่างมาก ทั้งในแง่ของขนาดและผลกระทบ มันนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมในประเทศไทย ที่อาจจะยังเข้าใจได้ยากในหลายมิติ

งานหลายแสนตำแหน่งตกอยู่ในความเสี่ยง และผู้คนหลายล้านคนที่พึ่งพิงอยู่กับการมีงานทำของคนงานเหล่านี้ ก็เผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 350 คนจากอุทกภัยครั้งนี้ และคาดการณ์ว่าโรคต่างๆ ที่มาพร้อมน้ำท่วม เช่น ท้องร่วง ไทฟอยด์ ฉี่หนู และโรคติดเชื้อทางผิวหนัง จะมาซ้ำเติมวิบัติดังกล่าวให้แย่ลงไปอีกในอีกหลายอาทิตย์และหลายดือนที่จะมา ถึง

คาดว่า รัฐบาลไทยน่าจะต้องใช้เงินจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ในการจัดการบ้านเมืองหลัง อุทกภัย ทั้งในการทำความสะอาด กู้ภัย และซ่อมแซมก่อสร้างใหม่

แต่วิธีในการจัดการจะเป็นอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหน และนักลงทุนต่างชาติจะมีความเชื่อมั่นหรือไม่ในการกลับมาลงทุนในนิคม อุตสาหกรรมบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น อยุธยา ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป

ทั้งหมดนี้ก็แย่พออยู่แล้ว หากแต่การรายงานของสื่อไทยเรื่องน้ำท่วม ได้ละเลยถึงมิติที่สำคัญมากที่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่

ปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ได้จุดประเด็นการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองและทางอุดมการณ์เกี่ยวกับบทบาทของ สถาบันกษัตริย์ไทย โดยสภาวะการช่วงชิงนี้ เห็นได้จากหลายประการ

ประการแรก เกี่ยวกับบุคคลผู้สำแดงความเป็นผู้นำเชิงสัญลักษณ์ในภาวะวิกฤติ เมื่ออาทิตย์ที่สองของเดือนสิงหาคม นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางเยี่ยมพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัย อุตรดิษถ์ แพร่ และน่าน ซึ่งนับเป็นการปรากฏตัวอย่างชัดเจนของเธอต่อสาธารณะหลังจากเข้ารับตำแหน่ง


ในช่วงแรกของการเข้าเยี่ยมจังหวัดเหล่านั้น เธอถูกจับภาพในขณะเดินลุยน้ำในรองเท้าบู้ตยาง ซึ่งในขณะที่การกระทำเช่นนี้ของผู้นำรัฐบาลในประเทศอื่นๆ เป็นเรื่องที่ปกติและสมควร แต่ในบริบทของประเทศไทย มันกลับแปลได้เป็นความหมายอื่น

เนื่องจากในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้นำประเทศที่ประชาชนไทยคุ้นชินกับการเดินทางเยี่ยมประชาชนในต่างจังหวัด คือ พระมหากษัตริย์ แต่ในวันนี้ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มาถึงพระชนมมายุที่ไม่อาจทรงทำการเช่นนั้นได้อีกแล้ว

และในขณะเดียวกัน พระบรมวงศานุวงศ์รุ่นถัดมา คือราชโอรส ราชธิดา และราชนัดดานั้น ก็เลือกที่จะเดินในสายอื่นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยวิทยาศาสตร์ การบินทางทหาร งานวิชาการ วรรณกรรม ดนตรี แฟชั่น และกฏหมาย ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของชนบทไทยมากเท่าพระมหากษัตริย์องค์ ปัจจุบันอีกแล้ว

ในแง่หนึ่ง การแสดงความเป็นผู้นำของยิ่งลักษณ์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น นับว่าเป็นมิติที่น่ายินดี เพราะมันแสดงให้เห็นว่าผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งของประเทศนั้น พร้อมที่จะแบกรับความรับผิดชอบในยามที่ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ

หากแต่ในอีกแง่หนึ่ง มันนำเสนอภาพที่อาจจะขัดหูขัดตาต่อชาวไทยที่คุ้นชินกับสถานะของอำนาจเก่าที่ดำรงอยู่อย่างยาวนานในประเทศของตนเอง

ประการถัดมา เหตุการณ์ต่างๆ นับวันจะยิ่งเป็นการเมืองมากขึ้น กล่าวคือ ประชาชนไทยที่ไม่ยอมรับชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคมที่ ผ่านมา ได้พยายามเอาภาวะยากลำบากที่รัฐบาลต้องประสบ มาฉวยประโยชน์ใช้ในทางการเมือง

พวกเขาวิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีทำงานเพื่อเอาหน้ามากกว่าที่จะหามาตรการที่มี ประสิทธิภาพเพื่อแก้วิกฤติ และอ้างว่ายิ่งลักษณ์มัวแต่ดำเนินนโยบายที่ส่งเสริมแต่พรรคพวกของตัวเอง มากกว่าจะมาจัดการกับภัยพิบัติน้ำท่วมที่กำลังถาโถมสู่ประเทศอย่างไม่หยุด หย่อน

พวกเขายังได้ถือโอกาสใช้จังหวะความสับสนวุ่นวายมาโจมตีรัฐบาลซ้ำ หลังจากที่น้ำไหลเข้าท่วมศูนย์บรรเทาภัยพิบัติที่ดอนเมือง

ข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะถูกต้องหรือไม่ก็ตาม นับเป็นเรื่องปรกติสำหรับประเทศที่มีวัฒนธรรมทางการเมืองที่เป็นไปตามมีตาม เกิดเช่นประเทศไทย

แต่ในกรณีนี้ การวิจารณ์มีอีกนัยยะหนึ่งโดยเฉพาะในอินเตอร์เน็ต ซึ่งพาดพิงถึงยิ่งลักษณ์ว่า เธอล้มเหลวในการนำภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญของพระมหากษัตริย์ในด้านการ จัดการน้ำมาปรับใช้ หรืออย่างน้อย ก็ไม่ใช้ภูมิปัญญาดังกล่าวอย่างเพียงพอ ดังนั้น จึงนับเป็นการแสดงความไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์

ส่วนชาวไทยที่อยู่ฝั่งเสื้อเหลืองและต่อต้านทักษิณนั้น ก็ได้พยายามบอกกล่าวต่อๆ กันในอินเตอร์เน็ตว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้จัดตั้งศูนย์รับมือภัยพิบัติอีกแห่งหนึ่ง เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วม

และในการพิสูจน์หลักฐานดังกล่าว พวกเขาก็ได้เผยแพร่รูปของในหลวงที่กำลังประชุมอยู่กับเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังกางแผนที่อยู่อย่างขะมักเขม้น

อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่า ภาพถ่ายดังกล่าว มาจากรายงานข่าวโทรทัศน์ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งในหลวงกำลังมีพระราชดำรัสกับผู้บริหารของโรงพยาบาล (ศิริราช) ซึ่งพระองค์ยังคงประทับอยู่ เพื่อหารือการสร้างถนนและการระบายน้ำในบริเวณรอบโรงพยาบาล

ธรรมชาติของการโจมตีเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายต่อต้านทักษิณและต่อต้านเสื้อแดงในการ เมืองไทย ที่ยังยืนกรานกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าไม่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ และสิ่งที่มาเสริมน้ำหนักการโจมตีดังกล่าวให้หนักแน่นยิ่งขึ้น ก็เห็นจะเป็นความสนพระทัยในเรื่องการจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวที่มีมาอย่างยาวนาน

และบางที ยิ่งลักษณ์ก็ชิงป้องกันการโจมตีดังกล่าว ด้วยการเข้าเฝ้ากับในหลวงในปลายเดือนกันยายน เพื่อรายงานสถานการณ์ของรัฐบาลในการจัดการน้ำท่วม และปรึกษากับพระองค์ในเรื่องมาตรการต่างๆ

ประการที่สาม วิกฤติการณ์น้ำท่วม ซึ่งแสดงถึงการช่วงชิงทางอุดมการณ์เหนือสถาบันกษัตริย์ ใน หลายแง่มุมแล้ว เป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด เนื่องจากมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสนพระทัยที่ยาวนานในการจัดการน้ำของ พระองค์ รวมถึงการมีส่วนในการจัดการทรัพยากรน้ำด้วย

พระมหากษัตริย์ได้ทรงเสนอแนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำหลายครั้งผ่านพระราชดำรัสวันคล้ายพระราชสมภพของพระองค์ เขื่อนใหญ่ๆ ในภาคเหนือของไทยตั้งชื่อตามพระนามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ในขณะที่เขื่อนในภาคอีสานก็ตั้งชื่อตามราชธิดาทั้งสามพระองค์

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 พระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีพ.ศ. 2530 ด้วยการตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรน้ำ ซึ่งจัดทำโดยผู้อำนวยการของกรมชลฯ ในขณะนั้น ผู้ซึ่งภายหลังได้มาเป็นที่ปรึกษาในพระองค์เรื่องการจัดการน้ำ

ในปีพ.ศ. 2549 มีการจัดงานเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี และจัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพลังงานน้ำ”

และในปีเดียวกัน หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ยังได้ตีพิมพ์รูปถ่ายที่มีคำบรรยายใต้ภาพว่า
“ในช่วงที่พระองค์เล่นอยู่ในป่าสวิสฯ ตอนเป็นเด็ก พระองค์ทรงแสดงความสนใจเรื่องการจัดการน้ำด้วยการสร้างเขื่อนจำลองด้วยดินเหนียว”

นอกจากนี้ ในธนบัตรราคาหนึ่งพันบาท ยังแสดงรูปภาพของในหลวงที่อยู่หน้าเขื่อนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเขื่อนที่พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์อยากให้สร้าง โดยใช้ข้อความที่ตรงไปตรงมาอย่างไม่ธรรมดาในพระราชดำรัสวันคล้ายวันราชสมภพ ของพระองค์ในปี 2536

สมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาพูดเร็วๆ นี้ว่า วิกฤติการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น สะท้อนความไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการน้ำของประเทศไทย และในหมู่คนไทยตอนนี้ ก็มีความเข้าใจมากขึ้นว่า ปัจจัยระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการแปรสภาพของพื้นที่ลุ่มน้ำและพื้นที่รับน้ำ การเจริญเติบโตของเมือง และการทำอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดการน้ำของข้าราชการที่ไม่ยืดหยุ่น และการขาดความรู้ในการจัดการเขื่อน ต่างเป็นสาเหตุที่ชัดเจนของภัยพิบัติครั้งนี้ มากกว่าที่จะโทษเพียงปริมาณน้ำฝนที่มีมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา

เหล่าผู้สังเกตการณ์การเมืองไทยมีข้อกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะมาเชื่อมโยงกับความสนพระทัยส่วนพระองค์ในด้านการจัดการน้ำ และอิทธิพลของพระองค์เหนือการจัดการทรัพยากรน้ำ

หลายคนกังวลว่า ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ในเรื่องนี้ อาจนำไปสู่สิ่งที่มีพลานุภาพทำลายล้างมากพอๆ กับภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้ได้ทีเดียว

******
รายงานเกี่ยวเนื่อง

-ร้าวลึกการเมืองเรื่องน้ำท่วมนับถอยหลังพังกันไปข้าง

-สื่อฝรั่งเศส:น้ำท่วมไทยและอุทกรัฐประหาร

เวิลด์แบงก์:ไทยที่13ของโลกเสี่ยงภัยธรรมชาติ

ที่มา Thai E-News


ที่มา เว็บไซต์Where is Thailand?

ไทยมีความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติระดับไหนของโลก

การจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับภัยพิบัติ เป็นงานวางแผนระดับนโยบาย ซึ่งต้องประมวลผลข้อมูลและประเมินค่า เพื่อจัดการป้องกันและเตรียมการฟื้นฟูหากเกิดภัยพิบัติขึ้นจริง

กลุ่มธนาคารโลก ได้จัดเก็บข้อมูลและวางแผนจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับภัยพิบัติ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 เนื่องจากกลุ่มธนาคารโลก นำโดยธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและบูรณะ(IBRD) จะเป็นผู้ปล่อยเงินกู้ให้ประเทศต่างๆ นำไปฟื้นฟู พัฒนา และสร้างโครงสร้างเพื่อป้องกันภัยพิบัติ จึงได้ประเมินผลความเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติอันจะกระทบกระเทือนต่อประชากร ในประเทศต่างๆ ไว้เป็นอันดับดังนี้

อันดับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ 20 อันดับแรก (คิดจากความเสียหายโดยรวมต่อGDP เป็น % หากเกิดภัยพิบัติขั้นร้ายแรงที่สุดขึ้นจริงมากกว่า 2 เหตุการณ์)

1. เอล ซัลวาดอร์ 96.4
2. จาไมก้า 96.3
3. สาธารณรัฐโดมินิกัน 95.6
4. กัวเตมาลา 92.2
5. เวียดนาม 89.4
6. อัลบาเนีย 88.5
7. คอสตาริกา 86.6
8. โคลัมเบีย 86.6
9. บังกลาเทศ 86.5
10. ฟิลิปปินส์ 85.2
11. ตุรกี 83.3
12. ตรินิแดดและโตเบโก 83.1
13. ไทย 81.2
14. บาร์เบโดส 79.9
15. เอกวาดอร์ 72.2
16. เม็กซิโก 71.1
17. โดมินิกา 68.3
18. นิคารากัว 67.9
19. ชิลี 67.7
20. อิหร่าน 66.5

โดยสำหรับประเทศไทย หากเกิดภัยพิบัติรุนแรง ซึ่งประเมินว่าจะเกิดจากอุทกภัยเพียงอย่างเดียวนั้น จะทำลายพื้นที่ 47.8% ของประเทศ และส่งผลกระทบต่อประชาชน 70.1% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ถือว่าเป็นประเทศในกลุ่มที่มีอัตราความเสี่ยงสูง

ข้อมูลนี้บอกอะไร ?

ข้อมูลนี้บอกกับเราว่า GDP ของแต่ละประเทศ “เสี่ยง” ต่อภัยพิบัติมากแค่ไหน ซึ่งพอพูดถึงความเสี่ยงก็มี 2 สิ่งที่ควรทำคือ

1. กระจายความเสี่ยง
และ 2. ลดความเสี่ยง

กระจายความเสี่ยง สามารถทำได้ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ เช่น กระจายความเจริญให้ทั่วพื้นที่มากกว่าให้กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ไม่กี่ แห่ง หรือในเชิงการผลิต เช่น ผลิตสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น หรือผลิตสินค้าภูมิปัญญาให้มากขึ้น (เช่นธุรกิจ software)

แต่สิ่งที่ทำได้เร็วกว่านั้นคือการพยายามลดความเสี่ยง ซึ่งหมายถึงการสร้าง “ระบบ” บริหารภัยพิบัติให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ และจำเป็นต้องทำให้เป็นระบบอย่างแท้จริง (เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน กฏหมาย การสื่อสาร การเงิน การศึกษาให้ความรู้ การบริหารระบบข่าวสาร กลไกการเมืองและระบบราชการ ฯลฯ) มากกว่าจะมองไปที่ด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ท่านสามารถอ่านรายงานการจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติของธนาคารโลกฉบับเต็มได้ที่ http://goo.gl/IIuTp

และข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติได้ที่

http://www.worldbank.org/ieg/naturaldisasters/