WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 31, 2011

อะไรใต้น้ำ

ที่มา มติชน



โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2554)


ถ้าไม่ใช่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะจัดการกับภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่แตกต่างไปจากนี้หรือไม่?

อาจ แตกต่างในรายละเอียด อาจทำได้ "ดี" กว่า หรือ "เลว" กว่าในรายละเอียด อาจวางแผนประชาสัมพันธ์ได้มีประสิทธิภาพกว่านี้ และอาจอื่นๆ อีกมาก แต่หลักใหญ่ใจความแล้ว ผมออกจะเชื่อว่าไม่ต่างกัน

ความ เหมือนนี้น่าประหลาดนะครับ เพราะทั้งมิตรและศัตรูของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่างคาดหวังว่า รัฐบาลนี้จะต่างจากรัฐบาลทุกรัฐบาลที่เคยมีในประเทศนี้มาก่อน เกือบสามเดือนที่ผ่านมา ทุกคนต่างรอคอยว่า เมื่อไรรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะทำอะไรที่ต่างเสียที เพื่อจะได้โจมตีหรือเพื่อจะได้ชื่นชมก็ตาม แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ยังทำอะไรเหมือนรัฐบาลไทยโดยทั่วไป ทั้งเวลาในตำแหน่งที่สั้นมากเสียจนทุกคนยอมรับว่า "ลายยังไม่ออก" หรือ "แสงสว่างยังไม่ปรากฏ"

แต่ อุทกภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นเสียก่อน ทำให้นายกฯต้องยกขบวนลงมาบริหารจัดการเต็มตัว จึงทำให้เห็นความไม่ต่างได้ชัดจากการบริหารจัดการยามวิกฤตนี้เอง

ความ รู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ในเมืองไทยนั้นมีมาก แต่จะบริหารจัดการอย่างไร ให้ความรู้ประสบการณ์นั้นได้ถูกนำมาใช้เพื่อวางนโยบายสาธารณะ และบริหารนโยบาย รัฐบาลไทยไม่เคยทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่ได้ต่างจากรัฐบาลอื่นๆ

ตั้งแต่ น้ำท่วมพิษณุโลก ความรู้และประสบการณ์ที่มีในเมืองไทยสามารถบอกได้แล้วว่า หน้าน้ำปีนี้จะมีความร้ายแรงแค่ไหน หากจะตั้ง ศปภ. ก็ควรตั้งได้แล้ว ก่อนที่น้ำจะมาถึงนครสวรรค์ด้วยซ้ำ

ความรู้และประสบการณ์ที่มีใน เมืองไทย จะสามารถบอกได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า หลังจากนครสวรรค์ น้ำจะกระจายออกเต็มท้องทุ่ง ด้วยปริมาณที่หลากล้นอย่างไร ดังนั้น จึงได้ตัดสินใจอย่างชัดเจนไปแล้วด้วยว่า จะต้องปล่อยอะไร และจะต้องเก็บอะไร และเมื่อตัดสินใจได้ชัดเจนแล้ว ก็รู้ว่าจะทุ่มเทกำลังไปทำอะไรได้บ้าง ซึ่งโดยหลักใหญ่คือสองอย่าง

หนึ่งคือ ทุ่มเทกำลังไปเก็บส่วนที่อยากเก็บ เพราะจำเป็นและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำเติม ส่วนที่อยากเก็บนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรุงเทพฯเท่านั้น เช่นเส้นทางคมนาคมและการสื่อสาร เพื่อสะดวกในการอพยพโยกย้าย และส่งความช่วยเหลือ

อย่างที่สองก็คือ ส่วนที่ต้องปล่อยเพราะไม่มีทางจะสู้ได้ ก็ต้องบรรเทาความเสียหายเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นการไม่ขวางน้ำในที่หนึ่ง จนทำให้น้ำท่วมหนักในอีกที่หนึ่ง เป็นต้น แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้คนจำนวนมากจะได้รับความเดือดร้อนสาหัสจากน้ำท่วม คนเหล่านี้ไม่อาจช่วยตัวเองได้

ความช่วยเหลือที่คนไทยทำอย่างแข็งขันเพื่อช่วยผู้ประสบภัย แสดงให้เห็นพลังอันมหาศาลของสังคมไทย ที่จะฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้

แต่ พลังนั้นจะมีผลมากขึ้นกว่านี้อย่างเทียบกันไม่ได้ หากมีการจัดองค์กร และผู้ที่จะจัดองค์กรได้ดีที่สุดคือรัฐ เพราะรัฐสามารถจัดได้ตั้งแต่การขนส่งความช่วยเหลือ จัดลำดับความสำคัญได้ว่า บริจาคอะไรก่อนอะไรหลังในท้องที่ใด

แน่นอนว่า ข้อมูลและการดำเนินการคงต้องมาจากองค์กรในท้องถิ่น แต่รัฐก็อาจช่วยให้ท้องถิ่นจัดองค์กรเพื่อการบรรเทาทุกข์ได้ง่ายขึ้น เพื่อไม่ให้มีใครตกสำรวจ และยากลำบากมากขึ้น

ยิ่งกว่านี้รัฐเองยัง กุมทรัพยากรไว้ในมือจำนวนมาก ฉะนั้นรัฐสามารถทุ่มซื้อหรือจัดหาสิ่งที่สังคมไม่สามารถจัดหาได้อย่างรวด เร็ว เช่นเรือแพ, เครื่องกรองน้ำจำนวนมากเพื่อแจกจ่ายไปถึงชุมชนหรือครอบครัว, โรงพยาบาลสนามที่กระจายไปกว้างขวาง, ยาที่จำเป็นในสภาพน้ำท่วม, ฯลฯ

ภารกิจ อย่างที่สองนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถึงอย่างไรก็จะมีผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเป็นล้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะบริหารจัดการน้ำหลากในครั้งนี้อย่างไร และคนที่เดือดร้อนที่สุดคือคนเล็กๆ ซึ่งไม่ค่อยมีปากเสียง ไม่สามารถย้ายไปไหนได้ นอกจากเข้าศูนย์อพยพ หรืออยู่เฝ้าทรัพย์สินกลางน้ำ

นี่คือเหยื่อระดับบรมมหาเหยื่อของภัยพิบัติทางธรรมชาติเสมอ

ไม่ แต่เพียงในยามวิกฤตนี้เท่านั้น เมื่อน้ำลด คนเหล่านี้ก็จะยังตกเป็นเหยื่อต่อไป เช่นสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องเป็นหนี้นอกระบบมหาศาล หมดเงินที่จะส่งลูกไปโรงเรียนต่อ

รัฐสามารถวางแผนที่แน่นอนชัดเจนได้ ตั้งแต่บัดนี้ โดยไม่ต้องรอน้ำลดว่า จะช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ทำข้อตกลงกับ ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธนาคารพาณิชย์ ฯลฯ กันในลักษณะใด จึงจะทำให้คนเหล่านี้พ้นความเดือดร้อนได้เร็วที่สุดทันทีที่น้ำลด เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้

เศรษฐกิจนั้น ไม่ได้เดินได้เพียงเพราะนิคมอุตสาหกรรมได้รับการกอบกู้เท่านั้น แต่คนเล็กคนน้อยต้องเงยหน้าอ้าปากได้ไปพร้อมๆ กัน แค่เด็กๆ มีเงินซื้อกล้วยแขกกินสักถุง ก็ทำให้น้ำมันขายได้ดีขึ้น ลูกคนขายกล้วยแขกพอจะซื้อรองเท้าใหม่ได้ ไล่ไปเรื่อยๆ ก็ถึงนิคมอุตสาหกรรมเอง

แต่ก็ไม่ต่างจากรัฐบาลอื่นๆ ที่เคยปกครองประเทศนี้มาก่อน ชะตากรรมของคนเล็กๆ ในภัยพิบัติครั้งใหญ่มักได้รับความเอาใจใส่หลังสุดเสมอ แม้แต่ ศปภ.ก็มาตั้งขึ้นเมื่อน้ำจ่อจะเข้ากรุงเทพฯแล้ว และจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ใครๆ ก็รู้สึกได้ว่าภารกิจหลักของ ศปภ.คือบรรเทาผลกระทบที่จะมีต่อกรุงเทพฯ แน่นอนว่าย่อมปฏิเสธความสำคัญของกรุงเทพฯไม่ได้ แต่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่หนึ่งในภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำของประเทศเท่า นั้น อย่างไรเสียก็ต้องยอมรับผลกระทบระดับหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดัง ที่กล่าวแล้วว่า ความล้มเหลวไม่สามารถบริหารจัดการความรู้และประสบการณ์ของคนในประเทศ เพื่อการเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ก็ตาม ความล้มเหลวที่จะดูแลสวัสดิภาพของคนเล็กคนน้อยก็ตาม ความล้มเหลวที่จะเตรียมการอย่างเป็นระบบเพื่อเผชิญปัญหาก็ตาม ฯลฯ ไม่ได้เป็นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เพียงรัฐบาลเดียว อุทกภัยใน พ.ศ.2528, 2538, 2549 ก็เกิดความล้มเหลวในลักษณะเดียวกันมาแล้ว

แต่ ทั้งผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์คาดหวังว่า รัฐบาลนี้จะต่างจากรัฐบาลอื่นๆ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญแก่คนเล็กคนน้อย ไม่ปล่อยให้เขาเผชิญภัยพิบัติครั้งใหญ่ไปตามยถากรรม แม้ไม่ได้ปฏิเสธการทุ่มเทความพยายามช่วยเหลือนิคมอุตสาหกรรม และบ้านจัดสรรของผู้ดีมีทรัพย์ แต่ก็อยากเห็นความพยายามทุ่มเทที่เท่าเทียมกันแก่คนเล็กๆ ด้วย

เหตุใดรัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงไม่พยายามต่างจากรัฐบาลอื่น?

ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้ แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ก็หนีไม่พ้นอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 อย่างนี้

1.โดย เนื้อแท้แล้ว รัฐบาลนี้ก็เหมือนกับรัฐบาลอื่น ในแง่ปูมหลังของตัวบุคคล, มาตรฐาน, เป้าหมาย, อุดมคติ, เครื่องมือ, ฯลฯ เราเองต่างหากที่ไปคิดว่ารัฐบาลนี้ควรต่าง

2.รัฐบาลไม่กล้าต่าง ต้องรอเวลาที่เหมาะสมจึงจะแสดงความต่างได้ หรืออาจไม่อยากต่างตลอดไปเพื่อความอยู่รอด

3.จะ ทำอะไรให้ต่างได้ ต้องมีฐานมากกว่า "เสื้อแดง" เช่นมีข้าราชการที่พร้อมจะเป็นเครื่องมือให้ทำต่าง มีแรงสนับสนุนจากคนชั้นกลางให้ทำต่าง ฯลฯ แต่รัฐบาลไม่มีอะไรเลยสักอย่าง

4.นโยบายปรองดองของรัฐบาลหมายถึงทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ฝ่าย "อำมาตย์" ยอมรับรัฐบาลชุดนี้

น้ำท่วมอาจทำให้มองไม่เห็นอะไรไปหลายอย่าง แต่ก็ทำให้เห็นว่าจะหวังอะไรจากรัฐบาลชุดนี้ได้มากน้อยเพียงไร

ศปภ.ยกเลิกคณะกก.ผันน้ำลงทะเล ตัดปัญหางานซ้ำซ้อน

ที่มา ข่าวสด


วันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า มีคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ฉบับที่ 37/2554 ลงนามโดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. เรื่องยกเลิกคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล ที่มีนายอุเทน ชาติภิญโญ เป็นประธาน เนื่องจากทางศปภ.เกรงว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำงานซับซ้อนกับคณะทำงานบริหาร จัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ที่มีนายวีระ วงศ์แสงนาค เป็นประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารภัยร้ายแรง

นาย อุเทน กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การยกเลิกคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล แต่เป็นคำสั่งยุบรวม โดยคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลจะเข้าไปสนับสนุนข้อมูลให้กับคณะกรรมการบริหาร จัดการระบายน้ำฯ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนเองและส.ส.สมุทรปราการที่เป็นคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลก็ไม่ขัดข้อง เพราะเราเป็นนักปฏิบัติ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง

สื่อ-เว็บจีนแพร่ภาพ 13 ศพ "กัปตัน-ลูกเรือจีน" ดับสยองสามเหลี่ยมทองคำ!

ที่มา ข่าวสด


หมายเหตุ : จากกรณีเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. 54 ที่ผ่านมา มีกัปตันและลูกเรือจีน 2 ลำ รวม 13 ราย ถูกปิดตามัดมือยิงทิ้งฆ่าโหด ขณะแล่นเรือขนส่งสินค้าเข้ามายังแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ในเบื้องต้นทิศทางของคดี จนท.ฝ่ายไทยระบุว่าโยงใยกับขบวนการค้ายาเสพติด ล่าสุดคดีพลิกปรากฎว่ามีทหารไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุฆ่า 13 ลูกเรือจีนดังกล่าว ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยต้องเร่งสอบสวนที่มาของคดีโดยละเอียด ขณะที่รัฐบาลจีนกดดันให้ไทยคลี่คลายคดีนี้อย่างโปร่งใส ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวและเว็บบอร์ดชื่อดังของจีน ได้เผยแพร่ร่องรอยกระสุนบนเรือ และสภาพศพของลูกเรือจีนที่ถูกยิงและทิ้งศพในแม่น้ำโขง จนกลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่ที่สังคมจีนให้ความสนใจในขณะนี้















ภาพจาก : http://shanghaiist.com , http://news.qq.com

อ่านข่าวประกอบ :
พันตรี-9ทหารสู้คดี 13 ศพจีน โร่มอบตัวยังปฏิเสธ - ตร.คุ้ยปม

ตรวจสอบด้วยว่า หมอตุลย์กับพวกหายไปไหน โดนน้ำพัดลงทะเลไปแล้วหรือยัง

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

ก่อนน้ำมาครั้งใหญ่ ผมขับรถผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทุกวันศุกร์ ก็จะเห็นหมอตุลย์กับพวกสลิ่ม ออกมาชุมนุมอะไรก็ไม่ทราบ ประมาณ 50-100 คน

แต่ช่วงน้ำท่วมมานี่ หมอตุลย์หายไปไหน จมน้ำไปแล้วหรือเปล่า หรือว่าโดนน้าพัดไปพร้อมกับกอสวะ ลงทะเลไปแล้ว

จริงๆ หมอตุลย์ทำงานที่โรงพยาบาลจุฬาฯซึ่งเป็นของสภากาชาดไทย แสดงว่าหมอตุลย์นั้นเป็นลูกจ้างของสภากาชาดไทย กินเงินเดือนที่เป็นของกาชาด น่าจะออกช่วยเหลือคนถูกน้ำท่วมอย่างเต็มที่ งานนี้ กาชาดไทย น่าจะเป็นพระเอก โดยมีหมอตุลย์เป็นผู้แสดงนำ ระดมสลิ่ม ออกไปช่วยน้ำท่วมจัดรถเป็นขบวนยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา หรือไม่อย่างนั้นก็เปิดโรงพยาบาลจุฬาฯ ทำอาหารแจกผู้ประสบภัย ให้ช่อง 3 ของสรยุทธ์ เอาไปแจก

นี่กาชาดไทย ของหมอตุลย์ ทำงานไม่ได้เท่าขี้เล็บของสรยุทธ์ หรือแม้แต่กลุ่มเสื้อแดงที่ระดมกันออกไปช่วยผู้ประสบภัยจำนวนมาก

พวกเสื้อเหลือง และเสื้อหลากสี สลิ่ม โดนน้ำพัดปลิวไปกับสวะแล้วหรือ

มีแต่เศษสลิมไม่กี่คนที่ออกมาสร้างกระแสด่านายกฯ ปู เช่น น้องเอิน เป็นต้น

หมอตุลย์หายไปไหน เวลาคนไทยต้องการ หมอตุลย์กับพวกจมน้ำหายไปไหน

หลักฐานปล่อยน้ำท่วมทำลายรัฐบาล

ที่มา Thai E-News

ปริศนา ปล่อยน้ำในเขื่อนสิริกิติ์จนแห้งผาก (ที่มา:facebook)
ที่มา:ไทยโพสต์ , 30 ตุลาคม 2554

พระเจ้าสร้างโลกก็จริงอยู่แต่คนดัตช์สร้างประเทศฮอลแลนด์เอง ส่วนเมืองไทยนั้นต้องว่ากันวันต่อวัน

ที่มา Thai E-News

ประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา วิศวกรชาวดัตช์ได้เสนอแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ แต่คนไทยปฏิเสธ ผมคิดว่าประสบการณ์จากภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ จะเป็นความทรงจำที่เลวร้าย และทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นที่อยากแก้ปัญหามันในอนาคต

แต่ก็เราก็เคยเห็นมาแล้ว ว่าความสนใจในเรื่องนี้อาจจะหมดไปอย่างรวดเร็ว อีก 2-3 เดือนคนไทยก็ต้องเผชิญกับปัญหาฤดูร้อน ความแห้งแล้ง

โดย ผู้สื่อข่าวพิเศษไทยอีนิวส์ ในฮอลแลนด์
31 ตุลาคม 2554

น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร

หนังสือพิม พ์NRC Handelsblaad ตีพิมพ์เป็นภาษาดัตช์ รายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กินบริเวณกว้างในเขตชานเมืองทางเหนือและทางทิศตะวันออกของเมืองหลวงของไทย และกำลังหายนะจากน้ำท่วม รวมทั้งสนามบินสนามบินดอนเมือง เช้าวันนี้นักโทษเกือบ 800 คนต้องได้รับการย้ายให้ไปพักชั่วคราวที่สนามบินเพราะเรือนจำ 3 แห่งถูกคุกคามโดยน้ำท่วม

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่าเช้านี้มีโอกาสที่ 50% ของเมืองชั้นในของกรุงเทพฯจะได้รับน้ำท่วม เมื่อวานนี้เธอประกาศว่าผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้จะต้องคำนึงถึงระดับน้ำใน ท้องถนนที่จะขึ้นสูงครึ่งเมตรถึงหนึ่งเมตรครึ่ง

แม้ว่าส่วนใหญ่พื้นที่อาจจะยังแห้งอยู่ แต่ประชาชนก็ได้เตรียมพร้อมตุนอาหารและสิ่งที่จำเป็นแล้ว ร้านค้าบางแห่งดำเนินการให้มีการปันส่วนให้กับผู้ซื้อข้าวและไข่ และน้ำดื่มจำนวนมาก ซึ่งจัดจำหน่ายน้ำดื่มที่มีตราที่ประชาชนยอมรับ เพราะเกรงว่าจะมีสิ่งปนเปื้อนในน้ำ ร้านค้าบางแห่งก็ขายสินค้าหมดไปแล้ว

หน่วย งานที่มีหน้าที่ก็เร่งทำงานอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันสถานที่ประวัติศาสตร์ ที่สำคัญไม่ให้เกิดความเสียหาย เช่น พระบรมมหาราชวังที่จะถูกน้ำท่วม อีกทั้งสถานที่ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต เช่นโรงงานผลิตไฟฟ้า ก็เสริมกระสอบทรายเป็นคันป้องกันน้ำมากขึ้น (ข่าว Reuters, AP, AFP)

วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญชาวดัตช์ได้ให้คำปรึกษาคณะรัฐบาลที่กรุงเทพฯเกี่ยวกับวิธีการ จัดการกับสถานะการณ์น้ำที่กำลังท่วมในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศขณะนี้ : โดยแนะว่า คนไทยจำเป็นต้องขยายพื้นที่ในแม่น้ำทุกสาย

สถาณการณ์น้ำท่วมในไทยครั้งนี้เลวร้ายกว่าที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านๆมา และเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ การสร้างและต่อเติมอาคารจนเกิดความแออัด การตัดป่าไม้และการขุดลอกคลอง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขึ้น - ผู้เชี่ยวชาญชาวดัตช์กล่าว

********
บทความเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการ Floris VAN STRAATEN จาก Rotterdam
ประเทศ ฮอลแลนด์พยายามช่วยด้านความรู้ในการบริหารจัดการน้ำแก่ประเทศไทยซึ่งอาจใช้ ความรู้นี้ให้เป็นประโยชน์กับสถานะการณ์น้ำท่วมที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 50 ปีและพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯอาจจะเกิดน้ำท่วม

วิศวกร ของสถาบัน Deltares ในประเทศฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการน้ำโครงการ Deltarกำลังให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลไทยตั้งแต่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนบัดนี้ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม Adri Verwey ได้อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่สนามบินดอนเมือง,ทั้งวันและคืน และสนามบินนี้ก็ถูกน้ำท่วมตั้งแต่เมื่อวาน และระงับการการบริการการบินแล้ว

เพื่อน ร่วมงานของ Verwey คือ Tijtte Nauta เพิ่งกลับมาจากประเทศไทย แต่เขาก็ยังติดตามสถานะการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ในระหว่างการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เขาตอบคำถามว่า

คุณคิดว่าในวันสองวันนี้สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายหรือไม่?

"ใช่..ปริมาณ น้ำจำนวนมากจากจังหวัดอยุธยามีจะต้องไหลมาทางใต้ สัปดาห์หน้าระดับน้ำในทะเลจะสูงขึ้น และคันกั้นน้ำบางส่วนเปราะบาง แม่น้ำเจ้าพระยาสามารถระบายน้ำได้สูงสุด 3.700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น น้ำที่เหลือควรจะต้องไปที่ไหนสักแห่งนั่นคือปัญหาที่จะเกิดขึ้น"

2-3ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีสถานะภาพที่จะเกิดความเสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่?

"แน่ นอน..ไม่เพียงแต่ประเทศไทย รวมทั้งฮอลแลนด์ด้วย ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นและเรากำลังจัดการกับสถานการณ์นี้ สิ่งหนึ่งจะต้องพิจารณาให้มีแผนเพิ่ม"พื้นที่ในแม่น้ำ" ในประเทศไทยแม่น้ำตื้นเขินมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาอยู่อาศัยจนแออัด คลองหรือน้ำสายเล็กๆจากหลายแห่งไหลลงสู่แม่น้ำแม่น้ำและนอกจากนี้การโค่นป่า ถางป่าจำนวนมากเป็นเหตุให้น้ำที่ไหลจากป่าสู่ชุมชนได้เร็วขึ้น โอกาสสำหรับน้ำท่วมก็มากขึ้น แต่ก็ผมก็ต้องบอกว่าปีนี้เรามีฝนตกหนักมากด้วย"

อะไรที่ประเทศไทยต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขึ้นอีกครั้ง?

"เรา ได้บอกเขาตั้งนานมาแล้วว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแผนระดับชาติ เพื่อดำเนินการบริหารจัดการน้ำและจัดการพื้นที่ แบบบูรณาการ แผนดังกล่าวไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงอะไรในชั่วข้ามคืน แน่นอนว่าจะต้องมีผู้รับปัญหานำไปสู่การดำเนินตามวัตถุประสงค์ไม่ว่าในระยะ สั้น ระยะกลาง และระยะยาว"

ทางการไทยเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่?

"ใน ขณะนี้เขาเห็นด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ซึ่งผมได้คุยด้วยเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้วที่กรุงเทพฯ ทราบรายละเอียดและเห็นความจำเป็นในเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่ก็เราก็เคยเห็นมาแล้ว ว่าความสนใจในเรื่องนี้อาจจะหมดไปอย่างรวดเร็ว อีก 2-3 เดือนคนไทยก็ต้องเผชิญกับปัญหาฤดูร้อน ความแห้งแล้ง และคุณภาพของน้ำ เพราะอ่างเก็บน้ำในทะเลสาบแห่งหนึ่ง ที่เก็บน้ำเพื่อการชลประทานและผลิตกระแสไฟฟ้า ระดับน้ำได้สูงปริ่มขอบอ่างเก็บน้ำแล้ว ก่อนที่จะมีฝนตกหนัก นี่ก็เป็นกรณีของการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ดี"

สถาบันDeltares จะช่วยให้การดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติดังกล่าวนี้หรือไม่?

"เราต้องการที่จะช่วยนะ องค์กรหนึ่งของอเมริกันก็ได้ช่วยจัดหาเงินทุนสำหรับการเริ่มต้นเริ่มต้นของแผนนี้มาให้แล้ว"

ประมาณ 40 ปีที่ผ่าน(คศ.1970)มาวิศวกรชาวดัตช์ได้เสนอแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพ มหานครและสภาพแวดล้อม แต่คนไทยปฏิเสธ นี้หมายความว่าเราจะต้องเสียใจเกี่ยวกับโอกาสในการวางแผนดำเนินการครั้งใหม่ นี้หรือไม่?

"เรา แน่ใจว่าจะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่าประสบการณ์จากภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ จะเป็นความทรงจำที่เลวร้าย และทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นที่อยากแก้ปัญหามันในอนาคต มันเลวร้ายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความเสียหายทางเศรษฐกิจยังคงเพิ่มขึ้น และระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นจะสูงต่ออีก 3 ถึง 4 สัปดาห์ รัฐบาลจะต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:สูตรแก้น้ำท่วมระยะยาว:ตัวอย่างจากฮอลแลนด์

ฮอลแลนด์เป็นประเทศที่เคยเจอปัญหาภัยภิบัติทางน้ำ มาอย่างหนักที่ตึกทรุดจมลงในน้ำ และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 2,500 คนมาเล้ว

จนภายหลังรัฐบาลฮอลแลนด์ก็ได้ใช้ Deltar Plan ป้องกันภัยนี้อย่างเบ็ดเสร็จ

ซึ่งใน Deltar Plan ก็มีส่วนหนึ่งคือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่กั้นน้ำทะเลเป็นแนวยาวตามชายฝั่ง ทะเลด้วย บางส่วนนั้นเขื่อนถมดินขึ้นสูง แต่ละท้องที่ก็จะมีวิธีดูแลเขื่อนต่างๆกัน ปลูกหญ้าคลุมบ้าง

ที่Callantsoogสร้างเป็นเขื่อนคอนกรีต แนวเขื่อนตกแต่งด้วยอิฐบล็อกแข็ง ถนนผสมหินปูเป็นเส้นทางยาวเลียบตามฝั่งทะเล กลายเป็นที่ท่องเที่ยว พักผ่อนของประชาชนและนักท่องเที่ยว

จนมีคำกล่าวเป็นสำนวนฝรั่งว่า
"ถึงพระเจ้าสร้างโลกก็จริงอยู่ แต่คนดัตช์สร้างประเทศเนเธอร์แลนด์เอง"

การเมืองท้องถิ่นพ่นพิษเผาเสื้อแดงทิ้งประท้วงจตุพร

ที่มา Thai E-News

เผาทิ้งเลิกเป็นเสื้อแดง-ชมรม พะเยาอาร์มี่ พากันถอดเสื้อแดงโยนทิ้งและเผาประท้วง ประกาศเลิกเป็นคนเสื้อแดง หลังจากไม่พอใจที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ไปหาเสียงเลือกตั้งนายกอบจ.พะเยา ช่วยฝั่งตรงกันข้าม เผยเข้าร่วมเป็นร่วมตายทั้งผ่านฟ้า ราชประสงค์ จนโดนศอฉ.เรียกตัว กลับไปเอาคนอื่นลงสมัคร ผลักมิตรเป็นศัตรู ไม่ขอร่วมสังฆกรรม (ภาพ:เดลินิวส์)

ผู้สมัครนายกอบจ.พะเยา แกนนำเก่าเสื้อแดงไม่พอใจจตุพร-ก่อแก้วลงพื้นที่หาเสียงช่วยคู่แข่ง กล่าวหา่ว่าไปอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้ว นำทีมเผาเสื้อแดงประชดต่อหน้า ประกาศจะเลิกใส่เสื้อแดงและจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย เรียกร้องการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องให้คนในท้องถิ่นมีอิสระในการเลือกคน มาบริหารท้องถิ่นเอง ส่วนการเลือกตั้งระดับชาติพวกเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แม้แต่ชีวิตก็ยังเสียสละไปกินนอนกันมาแล้วทั้งสี่แยกคอกวัว และที่ราชประสงค์

อย่างไรก็ตามจนขณะนี้ยังไม่มีถ้อยแถลงใดๆจากนายจตุพร หรือนปช.ต่อกรณีดังกล่าว แต่ผู้สนับสนุนนายจตุพรกล่าวในเว็บบอร์ดกระดานสนทนาการเมืองว่า แกนนำเสื้อแดงรายนี้เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่คัดเลือกลงเป็นผู้สมัครนายกอบจ.ก็ ไม่ควรโวยวาย ยิ่งหากไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยด้วยแล้วก็ยิ่งไม่สมควร

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์รายงาน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 ว่า เสื้อแดง อ.ปง.กว่า 300 ฮือไล่ 'จตุพร-ก่อแก้ว' สองแกนนำใหญ่ นปช.ยัวะพรรคเพื่อไทยสนับสนุนเสี่ยอี๊ด-วรวิทย์ บุรณศิริลงสมัครชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา สู้คนเสื้อแดงเคยผ่านศึกราชประสงค์ที่มาลงสมัครเช่นกัน แถมยังไปดึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยถากถางเพื่อไทยมาเป็นเลขาฯ เลยกลายเป็นแดงฟัดแดง ประธานพะเยาอาร์มี่ชี้ การเมืองระดับชาติทำลายวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่น สร้างความแตกแยกให้แก่ประชาชนที่ต้องเลือกข้าง นำทีมราดน้ำมันจุดไฟเผาเสื้อ ประกาศเลิกใส่สีแดง ซัดแกนนำ นปช. ไม่มีอุดมการณ์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณตลาดนาปรัง ต.นาปรัง อ.ปง จ.พะเยา ซึ่งเป็นย่านการค้าหลักของ อ.ปง นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายวรวิทย์ บุรณศิริ ผู้สมัคร นายก อบจ.พะเยา หมายเลข 1 และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน โดยการขึ้นรถยนต์กระบะแห่ผ่านหน้าตัวตลาด ซึ่งระหว่างที่กลุ่มของนายจตุพรกำลังหาเสียงอยู่นั้น ได้มีกลุ่มเสื้อแดงพะเยาอาร์มี่ ประมาณ 300 คน นำโดยนายอนุรักษ์ โป่งสุยา ประธานชมรมฯ พร้อมรถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียง กล่าวโจมตี นายจตุพร และก่อแก้ว หาว่าทั้งสองคนทิ้งอุดมการณ์ นปช. กลายเป็นคนเพื่อไทยไปแล้วที่มาหาเสียงให้นายวรวิทย์ ผู้สมัครหมายเลข 1 ที่ไปเด้งนายธนสรร ธรรมสอน อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 สมัยที่แล้ว ซึ่งเคยกล่าวโจมตีพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงเคยเหยียดหยามคนเพื่อไทยว่าอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิงมาเป็นเลขาฯ

ทั้งนี้กลุ่มพะเยาอาร์มี่ ได้โห่ร้องขับไล่ขบวนรถหาเสียงของนายจตุพร ที่มีนายวรวิทย์ ผู้สมัคร นายก อบจ. เบอร์ 1 ยืนอยู่บนรถด้วย แต่นายจตุพรไม่ได้ตอบโต้อะไรกลุ่มพะเยาอาร์มี่ มีเพียงนายก่อแก้วเท่านั้นที่ยังประกาศผ่านไมโครโฟนขอเสียงสนับสนุนให้กับ นายวรวิทย์ โดยมีขบวนรถคนเสื้อแดงกว่า 10 คัน ที่สนับสนุนนายวรวิทย์ขับตามหลัง เมื่อกลุ่มพะเยาอาร์มี่ เห็นว่า นายจตุพร ไม่ยอมลงมาเจรจาด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงพะเยาอาร์มี่ จึงพร้อมใจถอดเสื้อซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงออก แล้วปาใส่รถในขบวนรถของสองแกนนำ นปช. และนำเสื้อที่ถอดรวมกันกว่า 50 ตัว ราดน้ำมันเผากลางถนนต่อหน้าขบวนรถของนายจตุพร จนเกือบเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่าย

ด้านนายอนุรักษ์ โป่งสุยา ประธานชมรมพะเยาอาร์มี่ กล่าวว่า ที่พวกตนออกมาประท้วงครั้งนี้ เพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวแกนนำ นปช.ที่ไม่มีอุดมการณ์ นปช.หลงเหลืออยู่ เนื่องจากการเลือกตั้งนายก อบจ. เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคเพื่อไทย ไม่ควรลงมาสนับสนุนผู้ใดอย่างออกหน้าออกตาโดยใช้กระแสคนเสื้อแดง ซึ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชุมชน ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องให้คนในท้องถิ่นมีอิสระในการเลือกคนมาบริหาร ท้องถิ่นเอง ส่วนการเลือกตั้งระดับชาติพวกเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แม้แต่ชีวิตก็ยังเสียสละไปกินนอนกันมาแล้วทั้งสี่แยกคอกวัว และที่ราชประสงค์ อีกทั้งยังมีผู้สมัคร นายก อบจ.เบอร์ 3 คือนายจิรโรจน์ กีรติศักดิ์สกุล ก็ลงสมัครในนามคนเสื้อแดง เคยร่วมหัวจมท้ายกับแกนนำ นปช.มาก่อนที่จะถูกสลายการชุมนุม

ประธานชมรมพะเยาอาร์มี่ กล่าวอีกว่า นายไพรัตน์ ตันบรรจง อดีต นายก อบจ.พะเยา ที่ลงสมัคร หมายเลข 2 ก็เคยสนับสนุนคนเสื้อแดงมาตลอด ดังนั้นจึงมีมวลชนที่ซ้ำซ้อนกัน และการที่นายจตุพร นายก่อแก้ว มาหาเสียงให้อีกคนหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง พวกตนจึงต้องออกมาประท้วง ซึ่งหลังจากที่เผาเสื้อแดงไปแล้ว พวกตนซึ่งเป็นกลุ่มคนเสื้อใน อ.ปง ทั้งหมด จะเลิกใส่เสื้อแดงและจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ตลอดจนกระบวนการ นปช.ทั้งหมด เพราะรู้เนื้อแท้ของแกนนำแล้วว่า ไม่ใช่ทองแท้อย่างที่เข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงชมรมพะเยาอาร์มี่เผาเสื้อเสร็จแล้ว ก็ได้เคลื่อนขบวนไปดักหน้าขบวนของนายจตุพร ที่บริเวณเยื้องกับ สภ.ปง บนถนนสายขุนยม เมื่อขบวนสวนกันก็มีการใช้เสียงตอบโต้กัน แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

เว็บไซต์ASTVผู้จัดการ รายงานในวันนี้ว่า “แดงพะเยาอาร์มี” ขอสลายตัว หลัง “ตู่” เผยธาตุแท้-ชี้แกนนำมีที่ยืนกลับหมิ่นรากหญ้า โดยรายงานตอนหนึ่งว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ชมรมพะเยาอาร์มีซึ่งเป็นเสื้อแดงส่วนหนึ่ง ขอประกาศสลายตัวและไม่มีเสื้อแดงใน อ.ปง อีกต่อไป ขอกลับมาเป็นชาว อ.ปง คนพะเยาที่ไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกในเครือญาติพี่น้องอีกต่อไป

นายอนุรักษ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการต่อสู้ที่กรุงเทพฯ พวกตนได้ไปร่วมต่อสู้จนต้องถูกหมายเรียกไปที่ ศอฉ.ก็เพราะสู้เพื่ออุดมการณ์ของคนเสื้อแดง แต่เวลานี้ แกนนำมีที่อยู่ที่ยืน ขณะที่เสื้อแดงบ้านนอกยังยึดมั่นอุดมการณ์อย่างมั่นคง กลับต้องมาถูกดูหมิ่นน้ำใจด้วยเหตุผลทางการเมืองบางประการ ตนและเสื้อแดง อ.ปง จึงรับไม่ได้ ประกาศตัวสลายตัวเสื้อแดงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เวทีแดงพะเยาเกือบวงแตก-แกนนำเก่าเผา “เสื้อแดง” ไล่

ขณะที่เว็บไซต์ผู้จัดการASTVรายงานเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมว่า เวทีเสื้อแดงหนุนผู้สมัครนายก อบจ.เมืองกว๊านฯ เกือบวงแตก เจอแกนนำเก่า-ว่าที่ผู้สมัครฯ ท้าทาย “เผาเสื้อแดง” ไล่กลางวง จนต้องเคลียร์กันวุ่น แถมถล่มผู้สมัครรายอื่นอ่วม ด้าน ส.ส.แดง เตรียมยกทีมขึ้นเวทีที่เชียงรายต่อวันนี้ (30 ต.ค.)

รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย จ.พะเยา และแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง ได้จัดเวทีปราศรัยเพื่อหาเสียงสนับสนุนให้กับนายวรวิทย์ บูรณะศิริ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พะเยา ณ บริเวณสนามกีฬาเทศบาลเมืองพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา ค่ำวานนี้ (29 ต.ค.)

โดยมีการจัดให้แกนนำ นปช.และมีฐานะเป็น ส.ส.ของพรรคหลายคนไปปราศรัย เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายดนุพล ปุณณกัณฑ์ รวมทั้งนางเรืองวัลย์ บัวนุช อดีตผู้ว่าราชการ จ.พะเยา, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ, น.ส.อรุณี ชำนาญ สอง ส.ส.พะเยา เข้าร่วมด้วยท่ามกลางประชาชนที่ไปฟังการปราศรัยประมาณ 700-800 คน

การปราศรัยครั้งนี้ได้พยายามเชิญชวนให้ประชาชนได้เลือกนายวรวิทย์เป็นนายก อบจ.พะเยา หลังจากที่ในอดีตที่ผ่านมานายไพรัตน์ ตันบรรจง ผูกขาดการดำรงตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน โดยอ้างว่านายวรวิทย์ เป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยตัวจริง ส่วนคนอื่นแม้จะเป็นมาแล้วหลายสมัย ก็ไม่เป็นที่นิยมของชาวบ้านระดับรากหญ้าที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันยังโจมตีว่า บุคคลอื่นมาจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพึ่งแพ้การเลือกตั้ง ส.ส.พะเยาด้วย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายจตุพรกำลังปราศรัยอยู่นั้นได้มีนายจิรโรจน์ กีรติศักดิ์วรกุล หรือโย ประธานกลุ่มพะเยารักประชาธิปไตย และผู้ประสานงาน นปช.ซึ่งเป็นแกนนำเสื้อแดงคนสำคัญอีกคนหนึ่ง แต่ได้หันจะไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.พะเยา ในนามกลุ่มอิสระ เดินทางไปยังบริเวณสถานที่ปราศรัยด้วย และได้ทำการเปิดเครื่องเสียงใกล้เวทีปราศรัย ก่อนที่จะมีการประกาศเรียกร้องท้าทายให้นายจตุพรลงมาพบตัวเองด้วย เพราะต้องการจะสอบถามกรณีที่นายจตุพรได้กล่าวโจมตีผู้สมัครคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม นายจตุพรกลับไม่กล้าลงไปพบ ทำให้นายจิรโรจน์นำเสื้อแดงของตัวเองออกมาเผาทิ้ง ก่อนที่จะมีคนห้ามปรามและเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ท่ามกลางความสนใจของผู้เข้ารับฟัง

ทั้งนี้ นายจิรโรจน์ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทในการเคลื่อนไหวในนามแกนนำมวลชนคนเสื้อแดง ใน จ.พะเยา มาอย่างยาวนาน เคยจัดเวทีปราศรัยช่วงที่คนเสื้อแดงออกมาต่อสู้ทางการเมืองหลายครั้ง และแม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้อำนาจรัฐไปแล้ว แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวในทางหมิ่นเหม่โดยมีกระแสว่ามีส่วนในการจัดประชุม อย่างลับๆ ในหมู่บุคคลที่มีพฤติกรรมกระทบต่อเบื้องสูงในพื้นที่หลายครั้งด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หลังจากเวทีที่ จ.พะเยา สิ้นสุดลงแล้ว นายจตุพรและคณะมีกำหนดจะไปร่วมเวทีปราศรัยของกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยเชียงรายนำโดย น.ส.จิรนันท์ จันทวงษ์ ณ บริเวณร้านอาหารวังลิ้นจี่ เลขที่ 219 ถนนเด่นห้า-ดงมะดะ ม.6 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งมีการติดป้ายสนับสนุนนายสุวิทย์ แก้วพนัส นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่กรณ์ ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.เชียงราย ในเย็นวันนี้ (30 ต.ค.) โดยคาดว่าจะมีการปราศรัยสนับสนุนนายสุวิทย์ เหมือนกรณีสนับสนุนนายวรวิทย์อีกเช่นเคย

ดอกไม้ในซากความพ่ายแพ้

ที่มา มติชน



โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ

(ที่มา คอลัมน์ที่เห็นและเป็นไป หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2554)


เหมือนว่า เราแพ้แล้ว!

คือสภาพที่ทุกคนต้องยอมรับ

ถึง นาทีนี้ ทุกคน ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการประจำต่างยอมรับสภาพแล้ว ว่าไม่สามารถป้องกันเมืองหลวง "กรุงเทพมหานคร" ไม่ให้จมอยู่ใต้มหาอุทกภัยได้

ความพยายามอย่างมากมายที่จะ ป้องกันกรุงเทพฯไว้ ยอมให้ต่างจังหวัดทยอยพินาศไปทีละจังหวัด ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ที่สุดน้ำก็ท่วมกรุงเทพฯอยู่ดี

แผนรับมือสารพัดที่คิดว่าชาญฉลาด ไม่สามารถต้านทานธรรมชาติของน้ำได้

เรามีภูมิปัญญาไม่พอที่จะเข้าใจธรรมชาติของน้ำ

ไม่มีใครมีบารมีพอที่จะผนึกใจคนไทยทุกคนให้สู้ในทิศทางเดียวกัน

ความรู้ไม่พอ ความขัดแย้งแตกแยกที่เป็นอุปสรรคมากเกินไป ทำให้เราอ่อนแอเกินกว่าจะสู้กับน้ำที่หลั่งทะลักลงมา

เหมือนว่า เราแพ้แล้ว!

น้ำ กำลังค่อยๆ ไหลผ่านกรุงเทพมหานครลงทะเล พัดพาความสูญเสียมาตอกย้ำ นำหวาดผวามาให้ ผู้คนต่างหนีเอาตัวรอดไปต่างจังหวัด ไปอยู่ในที่ปลอดภัย

กรุงเทพฯไม่ร้าง แต่สภาพชวนให้ห่อเหี่ยวคืบคลานเข้าปกคลุม

จะเป็นเช่นนี้ต่อไปนับเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน

เหมือนว่าเราแพ้แล้วนั้นจริง แต่ที่จริงกว่านั้นคือ ชีวิตเรายังต้องดำเนินต่อไป

ไม่ว่าจะอยู่นานแค่ไหน แต่ที่สุดแล้วสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่จะต้องผ่านไป

ใน แต่ละชีวิต แม้จะเสียหายและสูญเสีย แต่น้ำท่วมไม่ได้พรากทุกอย่างไปจากเรา จะจัดการอย่างไรให้สิ่งที่เหลืออยู่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในวันข้าง หน้า

สร้างความหวังใหม่กันขึ้นมาจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ปล่อยอดีตให้ผ่านไป

ใน ฐานะชุมชนและสังคม ความทุกข์ร่วมกันแม้จะมาจากความสูญเสีย แต่สิ่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาไม่มากก็น้อยคือความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อน บ้านที่บางทีอาจจะเป็นคนแปลกหน้า

จะรักษาและสานสัมพันธ์ที่ดีงามนั้นไว้ได้อย่างไร

ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน เป็น "สมบัติที่ล้ำค่าของชีวิต" เพราะเป็นปัจจัยแห่งความสุข

ใน ส่วนของรัฐบาล ในความพ่ายแพ้ หากได้ทบทวนถึงสาเหตุ แปลความพ่ายแพ้นั้นให้เป็นความรู้ เป็นประสบการณ์ ทั้งในเรื่องคน เรื่องระบบการบริหาร เครื่องมือ เครื่องไม้

ทบทวนและหาทางปรับปรุง สร้างประสิทธิภาพเตรียมไว้ หากต้องเผชิญกับอนาคตเช่นนี้ซ้ำ

จะได้แข็งแกร่งพอที่จะไม่พ่ายแพ้อีก

เหมือนกับว่า เราแพ้แล้ว!

แต่อย่างที่บอก ชีวิตต้องดำเนินต่อไป หลังความสูญเสีย การเริ่มต้นใหม่จะต้องเกิดขึ้น

เราจะเริ่มกันอย่างไร จะมุ่งไปทางไหน

จะสะสางความผิดพลาด และความไม่เข้าท่าของทุกเรื่องราวอย่างไร

เหมือนว่าเราแพ้แล้ว!

แต่หากมองให้ลึก น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องเลวร้าย บทเรียนมากมายจะเป็นโจทย์ที่ดีให้เราแก้

ทำให้การจัดการหลังน้ำท่วมเป็นปัจจัยที่จะสร้างชัยชนะในอนาคต

ความกล้าหาญและเด็ดขาดที่จะต้องจัดการเป็นเรื่องสำคัญ

หากคิดจะเริ่มต้นจากความเป็นจริงที่ยับเยิน เพื่อสร้างอนาคตใหม่ที่มีความหวัง

มัลดีฟส์โมเดล?

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
มันฯ มือเสือ



ช่วงวิกฤตการเมืองปี཭ ก่อนรัฐประหาร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ลาออกแล้วขอนายกฯ พระราช ทาน ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ

จนได้รับฉายา 'มาร์ค ม.7'

มาปีนี้ประเทศไทยเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ นายอภิ สิทธิ์ได้ฉายาใหม่

'มาร์ค มัลดีฟส์'

เรื่องเริ่มจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค. นักข่าวไปรู้มาว่านายอภิสิทธิ์แอบบินไปอังกฤษเงียบๆ ตั้งแต่คืนวันที่ 20 ต.ค.

สอบถามไปทางโฆษก ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ได้คำตอบสั้นๆ ว่า "ไม่ได้ไปไหน ตอนนี้หัวหน้าอยู่กับครอบครัว พรุ่งนี้ก็มาแล้ว"

รุ่ง ขึ้น 'เด็จพี่' จากเพื่อไทยให้ข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ไปอังกฤษแต่ไปมัลดีฟส์ พร้อมระบุสายการบิน เที่ยวบิน เวลาไป-กลับเสร็จสรรพว่า

นายอภิสิทธิ์จะกลับมาถึงเที่ยงคืนวันที่ 23 ต.ค.

วันที่ 24 ต.ค. 'วอลเปเปอร์' ตอบคำถามเรื่องนี้ว่า ไม่เป็นความจริง นายอภิสิทธิ์ยังอยู่เมืองไทยและกำลังประชุมพรรค

กระทั่งวันที่ 25 ต.ค. นักข่าวถึงมีโอกาสสอบถามนายอภิสิทธิ์โดยตรง

"ผมไม่เอาเรื่องนี้มาเล่นการเมือง วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันคิดในการแก้ปัญหา"

ตอบแบบให้การภาคเสธ

ขณะที่นายชวนนท์แถลงใหม่ว่านายอภิสิทธิ์ไปตามคำเชิญประธานาธิบดีมัลดีฟส์ที่ทาบทามไว้นานแล้ว และ การหารือก็คุยปัญหาน้ำท่วมเป็นหลัก

ส่วนวอลเปเปอร์บอกว่า นายอภิสิทธิ์หารือเกี่ยวกับการขอเงินช่วยเหลือจากยูเอ็น ตามอย่างที่มัลดีฟส์เคยทำมาก่อน

พูดพร้อมกับโชว์รูปถ่ายนายอภิสิทธิ์ ในชุดเสื้อแขนสั้นปล่อยชาย ยืนคู่กับประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด นาชีด

แต่ ปรากฏว่า แอนดรูว์ สปูนเนอร์ นักข่าวอิสระที่เกาะติดเรื่องนี้ ตรวจสอบจากเว็บไซต์ ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ กลับไม่พบบันทึกเข้าพบของนายอภิสิทธิ์

ก็เลยมีข้อสงสัยว่าเหตุผลการไปมัลดีฟส์ของนายอภิสิทธิ์ ตามที่โฆษกประชาธิปัตย์และวอลเปอร์ชี้แจงนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแน่

ทำไมนายอภิสิทธิ์กลับมาแล้วถึงไม่ยอมเปิดเผยผลหารือกับประธานาธิบดีนาชีดต่อสาธารณชน หนำซ้ำยังทำท่าลับๆ ล่อๆ ไม่อยากพูดถึง

หลายคนอยากรู้ 'มัลดีฟส์โมเดล' จะช่วยประเทศไทยหายจากน้ำท่วมได้หรือไม่

ถ้านายอภิสิทธิ์ได้ไอเดียอะไรดีๆ มาก็ไม่จำเป็นต้องอมพะนำเอาไว้

จะได้ลบล้างข้อครหา 'ดีแต่พูด' เสียที

เผยน้ำท่วมเต็มพื้นที่ "พุทธมณฑล" แล้ว-สำนักพุทธฯ อพยพหนี

ที่มา ข่าวสด

  • ภาพ : แฟ้ม ภาพ/ประชาชน​จำนวน​มาก​เดินทาง​ไป​ร่วม​พิธี​ทำบุญ​ตักบาตร พิธี​เจริญ​พระ​พุทธ​มนต์ ถวาย​เป็น​พระ​ราช​กุศล​แด่​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่อง​ใน​โอกาส​เฉลิม​พระชนมพรรษา 84 พรรษา และ​โอกาส​แห่ง​การ​ผนวช​ครบ​ปี​ที่ 55 พร้อม​ร่วม​ประกอบ​พิธี​บวงสรวง​เทพยดา พระ​แม่​คงคา พระ​แม่​ธรณี ให้​ช่วย​บรรเทา​ภัยพิบัติ​จาก​อุทกภัย​ซึ่ง​กำลัง​เข้า​โจมตี​กรุงเทพฯ​และ ​พื้นที่​ปริมณฑล​อยู่​ขณะ​นี้ ที่​พุทธมณฑล เมื่อ 22 ตุลาคม 2554

  • วันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า นายกนก แสนประเสริฐ ผอ.สำนักงานพุทธมณฑล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ล่าสุดในพื้นที่พุทธมณฑล ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีน้ำท่วมเข้าไปเต็มบริเวณทุกพื้นที่ในพุทธมณฑลทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา

    นายกนก ให้สัมภาษณ์ "ข่าวสด" ว่า ระดับน้ำท่วมในพุทธมณฑลสูงกว่า 1 เมตร ส่วนองค์พระศรีศากยทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ หรือ องค์หลวงพ่อใหญ่พุทธมณฑล น้ำยังไม่ท่วมถึงองค์พระ แต่ท่วมตรงบริเวณขอบลานชั้นบนหน้าองค์พระเท่านั้น ซึ่งหลังจากน้ำลด สำนักงานพุทธมณฑลจะต้องสำรวจความเสียหายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักพุทธฯ สั่งการให้สำนักพุทธฯ ย้ายที่ทำการออกจากพื้นที่พุทธมณฑลทั้งหมดจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว คาดว่าจะไปใช้พื้นที่ของวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม และวัดห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นที่ทำการของสำนักพุทธฯ ชั่วคราวไปก่อนจนกว่าน้ำจะลด