WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 31, 2011

อนาคต รัฐบาล ความสำเร็จ "ล้มเหลว" 2 ปัจจัย ชี้ชะตา

ที่มา มติชน



(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2554)



ที่ทั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ทั้ง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อันถือว่าเป็นกระบอกเสียงของพรรคเพื่อไทย กระบอกเสียงของรัฐบาล ออกมากล่าวถึงแผนล้มรัฐบาลเป็นลักษณะของกระต่ายตื่นตูมหรือเปล่า

ไม่หรอก

ในความเป็นจริง แนวคิดในการต่อต้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดขึ้นดำรงอยู่ตั้งแต่เมื่อประกาศตัวลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ด้วยซ้ำไป

เพราะว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือโคลนนิ่งให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

การ งัดเอาประเด็นล้มสถาบัน การงัดเอาประเด็นผูกโยงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดง เผาบ้าน เผาเมือง มาโหมกระหน่ำ รับลูกกันเป็นทอดๆ จากกาญจนดิษฐ์จนถึงคำปราศรัย "ถอนพิษทักษิณ" บริเวณแยกราชประสงค์

เป็นเป้าหมายเดียวกัน

จาก การเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม เรื่อยมาจนถึงการได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เดือนสิงหาคม เรื่อยมาจนถึงการเผชิญกับมวลน้ำมหาศาลจากภาคเหนือ ภาคกลาง ตีโอบล้อมกระทั่งไหลบ่าเข้ามายังกรุงเทพมหานคร

ยิ่งจุดประกายแห่ง "ความหวัง" ให้มลังเมลืองมากยิ่งขึ้น

จากวันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจบสิ้นลง ผ่านมายัง วันที่ 25 ตุลาคม เป็นเวลา 2 เดือนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

2 เดือนที่มวลน้ำถาโถมเข้ามากระหน่ำตีมหานครกรุงเทพฯ

ทั้งๆ ที่ ณ วันนี้ เป็นอันยอมรับโดยทั่วกันว่า ชะตากรรมของคนกรุงเทพมหานครก็มิได้แตกต่างไปจากชะตากรรมของคนพิษณุโลก นครสวรรค์ ลพบุรี อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม

นั่นก็คือ ชะตากรรมที่ต้องรับภัยอันมาจากน้ำท่วม

กระนั้น คำถามที่เสนอเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าก็คือ ภัยอันมาจากน้ำท่วมครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของใคร

น่ายินดีที่รัฐบาลไม่ปัดปฏิเสธความรับผิดชอบนี้

ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องนอนวันละเพียง 2-3 ชั่วโมง ต้องซัดยาแอสไพรินเข้าก็เพราะความเครียดจากเรื่องนี้ ต้องกลั้นก้อนสะอื้นเมื่อเผชิญกับคำถามซึ่งมิอาจให้คำตอบได้อย่างเป็นที่พอ ใจได้อย่างรวดเร็ว

ก็เพราะแบกรับอย่างเต็มเปาในฐานะรัฐบาล ในฐานะอันเป็นนายกรัฐมนตรี

จิตใจรับผิดชอบประสานกับการทุ่มเททำงานโดยไม่มีวันหยุดจากรัฐบาล จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี้แหละที่กำลังเป็นปัจจัยสำคัญ

ปัจจัยสำคัญ 1 ก็คือ ประชาชนรับรู้ได้ลึกซึ้งเป็นจริงมากเพียงใดในการทุ่มเททำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

น่าสนใจก็ตรงที่เป็นการทุ่มเททำงานท่ามกลางการบ่อนเซาะจากปรปักษ์ทางการเมือง

ปรปักษ์ทางการเมืองไม่ยอมรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่แล้ว ไม่เคารพต่อเสียงอันเป็นรากฐานทางการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่แล้ว

เห็นได้จากการเปิดโปงเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง แม้ว่าจะมิได้เป็นเรื่องจริง

เห็น ได้จากการขยายข้อมูลบางข้อมูลในเชิงเยาะเย้ยถากถาง และทำให้เป็นเรื่องเสื่อมเสีย แม้ว่าจะมาจากความผิดพลาดเฉพาะตัวอันมิได้เป็นเรื่องใหญ่ อย่างเช่นความผิดพลาดในเรื่องหญ้าแฝก หรือแม้กระทั่งการสวมรองเท้า

เห็นได้จากการดิสเครดิตกระบวนการทำงานของ ศปภ. แม้ว่าจะมีเจตนาดีต่อประชาชนมากน้อยเพียงใดก็ตาม

คำ ถามอยู่ที่ว่า การขยายข้อบกพร่อง การดิสเครดิต ทำลายความน่าเชื่อถือเหล่านี้ของปรปักษ์ทางการเมือง ได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากประชาชนมากน้อยเพียงใด หากเมื่อใดประชาชนเห็นด้วยนั่นหมายถึงวาระสุดท้ายของรัฐบาล วาระสุดท้ายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ขณะ เดียวกัน ปัจจัย 1 ซึ่งสำคัญอันเป็นลักษณะชี้ขาด คือ ปัจจัยอันเป็นภาพสะท้อนความสำเร็จและความล้มเหลวจากการบริหารจัดการของ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เอง

หากบริหารจัดการกับปัญหาเบื้องหน้าล้มเหลวก็ยากยิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยืนอยู่ได้

ตรงกันข้าม หากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถนำพาประชาชนและฟื้นฟูประเทศชาติได้ตามที่ประชาชน ภาคธุรกิจ เรียกร้องต้องการ นั่นหมายถึงความสำเร็จ

อันเท่ากับดับฝันของปรปักษ์ทางการเมืองลงได้อย่างน้อยก็ระยะหนึ่งและระยะหนึ่ง

บขส.แจ้งปิดสายใต้ใหม่ ย้ายไปโรงเบียร์ฮอลแลนด์พระราม 2

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



บขส.ประกาศแจ้งปิดสายใต้ใหม่ย้ายไปให้บริการที่โรงเบียร์ฮอลแลนด์ พระราม 2
จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้เป็นต้นไป
ส่วนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเที่ยวเย็นให้เจ้าหน้าที่โทรไปแจ้งลูกค้าแล้ว...

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)
เปิดเผยว่า บขส.ได้ย้ายการให้บริการผู้โดยสารจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่
ถนนบรมราชชนนี ไปยังบริเวณโรงเบียร์ฮอลแลนด์ ถนนพระราม 2
เนื่องจากถนนบรมราชชนนีถูกน้ำท่วม ทำให้การสัญจรลำบาก
และโรงเบียร์ฮอนแลนด์อยู่ใกล้สถานที่เดิม รวมทั้งมีพื้นที่เพียงพอ
จึงใช้สถานที่นั้นไปก่อน โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้เป็นต้นไป
ส่วนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเที่ยวเย็นในวันนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ บขส. โทรศัพท์ไปแจ้งลูกค้าแล้ว
แต่หากผู้โดยสารที่ไม่ทราบข้อมูล
และยังไปสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ได้ประสานให้รถ ขสมก. ไปรับและมาส่งยังโรงเบียร์ฮอลแลนด์แล้ว.


http://www.thairath.co.th/content/eco/213260

นายกฯมังกรจี้ 'ยิ่งลักษณ์' เร่งเอาผิดทหารไทยสังหารลูกเรือสินค้าจีน 13 ศพ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีนออกโรงเรียกร้องให้ทางการไทย
เร่งดำเนินคดีกับทหาร 9 นายที่ก่อเหตุสังหารโหด 13 ลูกเรือจีน
บนเรือสินค้า 2 ลำกลางลำน้ำโขงใกล้สามเหลี่ยมทองคำ
พร้อมย้ำให้รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่า
นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีนออกโรงเรียกร้องให้ทางการไทยเร่งดำเนินคดีกับทหาร 9 นาย
ที่ก่อเหตุสังหารโหด 13 ลูกเรือชาวจีนบนเรือสินค้า 2 ลำกลางลำน้ำโขงใกล้สามเหลี่ยมทองคำ
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีจีนย้ำให้รัฐบาลไทย
ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ท่าทีล่าสุดของ นายกรัฐมนตรีจีน มีขึ้นหลังจากที่ลูกเรือชาวจีนจำนวน 13 คน
บนเรือสินค้า 2 ลำ ชื่อ หัวปิง และหยูชิง 8 ถูกโจมตีโดยกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือ
กลางแม่น้ำโขง ใกล้สามเหลี่ยมทองคำ บริเวณเขตรอยต่อพรมแดนไทย-เมียนมาร์
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา และในเวลาต่อมาได้พบว่า
กลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าว เป็นทหาร 9 นาย สังกัดกองทัพภาคที่ 3 ของไทย
ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคงแถบพื้นที่ชายแดนทางตอนเหนือของ ประเทศไทย



รายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นหลายสำนักในจีน ยังระบุว่า
นายกรัฐมนตรีจีนยังได้เรียกร้องให้มีการกำหนดกลไกด้านความมั่นคง
และการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่างจีน ไทย ลาว และเมียนมาร์
เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือในแม่น้ำโขงด้วยเช่นกัน

ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า นายเหลียง กวงลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน
ได้พบหารือกับ พล.ท.ดวงใจ พิจิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศของลาว
ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันอาทิตย์ (30) ที่ผ่านมา โดยการพบหารือดังกล่าวมีขึ้น
เพื่อเพื่อหาทางกระชับความร่วมมือระหว่างจีนและลาว ในการดูแลความมั่นคงในแม่น้ำโขงร่วมกัน
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีนได้แสดงความขอบคุณทางการลาว
ที่ให้ความช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยให้กับเรือสินค้าจีน และลูกเรือชาวจีนด้วยดีมาตลอด.


http://www.thairath.co.th/content/oversea/213258

ปีหน้าฟ้าใหม่.....อย่าเจอะเจอ

ที่มา thaifreenews

โดย vinitaya

ปีหน้าฟ้าใหม่.....อย่าเจอะเจอ

ประเทศเกิดมหันตภัยคนไทยทุกข์
กลายเป็นยุคย่ำแย่คนแพ้พ่าย
ทิ้งบ้านช่องห้องหอลอยคอชาย
หนีน้ำว่ายลุยน้ำช้ำชอกใจ

บ้านที่อยู่ถูกน้ำย่ำแย่งยื้อ
เข้าเถือถือทรัพย์สินสิ้นวิสัย
จะยื้อยุดฉุดกระชากจะลากไป
มันก็ให้เกินกำลังจะรั้งดึง

ต้องตัดใจหนีจากลำบากบุก
ลุยน้ำรุกเดินหน้าพาไปถึง
โบกรถราพาอาศัยใจคำนึง
ไปให้ถึงที่พิงพักเป็นหลักชัย

ทำไมหนอแม่คงคาพาพิโรธ
จึงเกรี้ยวโกรธโกรธาไหลบ่าใหญ่
ท่วมถิ่นฐานผ่านแหลกให้แปลกใจ
เพราะเหตุใดไหนเล่าเศร้าใจครวญ

แม่คงคารู้ไหมหนาข้าเป็นทุกข์
ถูกแม่รุกบุกทำลายเสียหายถ้วน
เรือกสวนบ้านทรัพย์สินสิ้นเซซวน
ถูกแม่ล้วนรุกรานผ่านทำลาย

แทบสิ้นเนื้อประดาตัวกลัวในอก
ให้วิตกทุกข์ยิ่งสิ่งเสียหาย
ค่าเทอมลูกพลิกผันฝันทลาย
ไม่มีของจะให้ขายสวนไร่จม

ต้องกู้หนี้ยืมก่อนมาผ่อนสู้
พอจะใช้ไถถูแก้ขื่นขม
จ่ายค่าเรียนลูกยาไม่ปรารมภ์
แม้ใจตรมหน้าชื่นต้องฝืนใจ

แม่คงคาเจ้าขาที่แม่ทำ
ลูกรับกรรมยากเกินกู้รู้หรือไม่
เมื่อชีวิตยังไม่สิ้นต้องดิ้นไป
ขอปีหน้าฟ้าใหม่.......อย่าเจอะเจอ

วินิตยา
31/10/2554

อะไรใต้น้ำ

ที่มา มติชน



โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2554)


ถ้าไม่ใช่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะจัดการกับภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่แตกต่างไปจากนี้หรือไม่?

อาจ แตกต่างในรายละเอียด อาจทำได้ "ดี" กว่า หรือ "เลว" กว่าในรายละเอียด อาจวางแผนประชาสัมพันธ์ได้มีประสิทธิภาพกว่านี้ และอาจอื่นๆ อีกมาก แต่หลักใหญ่ใจความแล้ว ผมออกจะเชื่อว่าไม่ต่างกัน

ความ เหมือนนี้น่าประหลาดนะครับ เพราะทั้งมิตรและศัตรูของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่างคาดหวังว่า รัฐบาลนี้จะต่างจากรัฐบาลทุกรัฐบาลที่เคยมีในประเทศนี้มาก่อน เกือบสามเดือนที่ผ่านมา ทุกคนต่างรอคอยว่า เมื่อไรรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะทำอะไรที่ต่างเสียที เพื่อจะได้โจมตีหรือเพื่อจะได้ชื่นชมก็ตาม แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ยังทำอะไรเหมือนรัฐบาลไทยโดยทั่วไป ทั้งเวลาในตำแหน่งที่สั้นมากเสียจนทุกคนยอมรับว่า "ลายยังไม่ออก" หรือ "แสงสว่างยังไม่ปรากฏ"

แต่ อุทกภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นเสียก่อน ทำให้นายกฯต้องยกขบวนลงมาบริหารจัดการเต็มตัว จึงทำให้เห็นความไม่ต่างได้ชัดจากการบริหารจัดการยามวิกฤตนี้เอง

ความ รู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ในเมืองไทยนั้นมีมาก แต่จะบริหารจัดการอย่างไร ให้ความรู้ประสบการณ์นั้นได้ถูกนำมาใช้เพื่อวางนโยบายสาธารณะ และบริหารนโยบาย รัฐบาลไทยไม่เคยทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่ได้ต่างจากรัฐบาลอื่นๆ

ตั้งแต่ น้ำท่วมพิษณุโลก ความรู้และประสบการณ์ที่มีในเมืองไทยสามารถบอกได้แล้วว่า หน้าน้ำปีนี้จะมีความร้ายแรงแค่ไหน หากจะตั้ง ศปภ. ก็ควรตั้งได้แล้ว ก่อนที่น้ำจะมาถึงนครสวรรค์ด้วยซ้ำ

ความรู้และประสบการณ์ที่มีใน เมืองไทย จะสามารถบอกได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า หลังจากนครสวรรค์ น้ำจะกระจายออกเต็มท้องทุ่ง ด้วยปริมาณที่หลากล้นอย่างไร ดังนั้น จึงได้ตัดสินใจอย่างชัดเจนไปแล้วด้วยว่า จะต้องปล่อยอะไร และจะต้องเก็บอะไร และเมื่อตัดสินใจได้ชัดเจนแล้ว ก็รู้ว่าจะทุ่มเทกำลังไปทำอะไรได้บ้าง ซึ่งโดยหลักใหญ่คือสองอย่าง

หนึ่งคือ ทุ่มเทกำลังไปเก็บส่วนที่อยากเก็บ เพราะจำเป็นและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำเติม ส่วนที่อยากเก็บนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรุงเทพฯเท่านั้น เช่นเส้นทางคมนาคมและการสื่อสาร เพื่อสะดวกในการอพยพโยกย้าย และส่งความช่วยเหลือ

อย่างที่สองก็คือ ส่วนที่ต้องปล่อยเพราะไม่มีทางจะสู้ได้ ก็ต้องบรรเทาความเสียหายเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นการไม่ขวางน้ำในที่หนึ่ง จนทำให้น้ำท่วมหนักในอีกที่หนึ่ง เป็นต้น แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้คนจำนวนมากจะได้รับความเดือดร้อนสาหัสจากน้ำท่วม คนเหล่านี้ไม่อาจช่วยตัวเองได้

ความช่วยเหลือที่คนไทยทำอย่างแข็งขันเพื่อช่วยผู้ประสบภัย แสดงให้เห็นพลังอันมหาศาลของสังคมไทย ที่จะฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้

แต่ พลังนั้นจะมีผลมากขึ้นกว่านี้อย่างเทียบกันไม่ได้ หากมีการจัดองค์กร และผู้ที่จะจัดองค์กรได้ดีที่สุดคือรัฐ เพราะรัฐสามารถจัดได้ตั้งแต่การขนส่งความช่วยเหลือ จัดลำดับความสำคัญได้ว่า บริจาคอะไรก่อนอะไรหลังในท้องที่ใด

แน่นอนว่า ข้อมูลและการดำเนินการคงต้องมาจากองค์กรในท้องถิ่น แต่รัฐก็อาจช่วยให้ท้องถิ่นจัดองค์กรเพื่อการบรรเทาทุกข์ได้ง่ายขึ้น เพื่อไม่ให้มีใครตกสำรวจ และยากลำบากมากขึ้น

ยิ่งกว่านี้รัฐเองยัง กุมทรัพยากรไว้ในมือจำนวนมาก ฉะนั้นรัฐสามารถทุ่มซื้อหรือจัดหาสิ่งที่สังคมไม่สามารถจัดหาได้อย่างรวด เร็ว เช่นเรือแพ, เครื่องกรองน้ำจำนวนมากเพื่อแจกจ่ายไปถึงชุมชนหรือครอบครัว, โรงพยาบาลสนามที่กระจายไปกว้างขวาง, ยาที่จำเป็นในสภาพน้ำท่วม, ฯลฯ

ภารกิจ อย่างที่สองนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถึงอย่างไรก็จะมีผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเป็นล้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะบริหารจัดการน้ำหลากในครั้งนี้อย่างไร และคนที่เดือดร้อนที่สุดคือคนเล็กๆ ซึ่งไม่ค่อยมีปากเสียง ไม่สามารถย้ายไปไหนได้ นอกจากเข้าศูนย์อพยพ หรืออยู่เฝ้าทรัพย์สินกลางน้ำ

นี่คือเหยื่อระดับบรมมหาเหยื่อของภัยพิบัติทางธรรมชาติเสมอ

ไม่ แต่เพียงในยามวิกฤตนี้เท่านั้น เมื่อน้ำลด คนเหล่านี้ก็จะยังตกเป็นเหยื่อต่อไป เช่นสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องเป็นหนี้นอกระบบมหาศาล หมดเงินที่จะส่งลูกไปโรงเรียนต่อ

รัฐสามารถวางแผนที่แน่นอนชัดเจนได้ ตั้งแต่บัดนี้ โดยไม่ต้องรอน้ำลดว่า จะช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ทำข้อตกลงกับ ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธนาคารพาณิชย์ ฯลฯ กันในลักษณะใด จึงจะทำให้คนเหล่านี้พ้นความเดือดร้อนได้เร็วที่สุดทันทีที่น้ำลด เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้

เศรษฐกิจนั้น ไม่ได้เดินได้เพียงเพราะนิคมอุตสาหกรรมได้รับการกอบกู้เท่านั้น แต่คนเล็กคนน้อยต้องเงยหน้าอ้าปากได้ไปพร้อมๆ กัน แค่เด็กๆ มีเงินซื้อกล้วยแขกกินสักถุง ก็ทำให้น้ำมันขายได้ดีขึ้น ลูกคนขายกล้วยแขกพอจะซื้อรองเท้าใหม่ได้ ไล่ไปเรื่อยๆ ก็ถึงนิคมอุตสาหกรรมเอง

แต่ก็ไม่ต่างจากรัฐบาลอื่นๆ ที่เคยปกครองประเทศนี้มาก่อน ชะตากรรมของคนเล็กๆ ในภัยพิบัติครั้งใหญ่มักได้รับความเอาใจใส่หลังสุดเสมอ แม้แต่ ศปภ.ก็มาตั้งขึ้นเมื่อน้ำจ่อจะเข้ากรุงเทพฯแล้ว และจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ใครๆ ก็รู้สึกได้ว่าภารกิจหลักของ ศปภ.คือบรรเทาผลกระทบที่จะมีต่อกรุงเทพฯ แน่นอนว่าย่อมปฏิเสธความสำคัญของกรุงเทพฯไม่ได้ แต่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่หนึ่งในภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำของประเทศเท่า นั้น อย่างไรเสียก็ต้องยอมรับผลกระทบระดับหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดัง ที่กล่าวแล้วว่า ความล้มเหลวไม่สามารถบริหารจัดการความรู้และประสบการณ์ของคนในประเทศ เพื่อการเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ก็ตาม ความล้มเหลวที่จะดูแลสวัสดิภาพของคนเล็กคนน้อยก็ตาม ความล้มเหลวที่จะเตรียมการอย่างเป็นระบบเพื่อเผชิญปัญหาก็ตาม ฯลฯ ไม่ได้เป็นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เพียงรัฐบาลเดียว อุทกภัยใน พ.ศ.2528, 2538, 2549 ก็เกิดความล้มเหลวในลักษณะเดียวกันมาแล้ว

แต่ ทั้งผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์คาดหวังว่า รัฐบาลนี้จะต่างจากรัฐบาลอื่นๆ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญแก่คนเล็กคนน้อย ไม่ปล่อยให้เขาเผชิญภัยพิบัติครั้งใหญ่ไปตามยถากรรม แม้ไม่ได้ปฏิเสธการทุ่มเทความพยายามช่วยเหลือนิคมอุตสาหกรรม และบ้านจัดสรรของผู้ดีมีทรัพย์ แต่ก็อยากเห็นความพยายามทุ่มเทที่เท่าเทียมกันแก่คนเล็กๆ ด้วย

เหตุใดรัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงไม่พยายามต่างจากรัฐบาลอื่น?

ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้ แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ก็หนีไม่พ้นอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 อย่างนี้

1.โดย เนื้อแท้แล้ว รัฐบาลนี้ก็เหมือนกับรัฐบาลอื่น ในแง่ปูมหลังของตัวบุคคล, มาตรฐาน, เป้าหมาย, อุดมคติ, เครื่องมือ, ฯลฯ เราเองต่างหากที่ไปคิดว่ารัฐบาลนี้ควรต่าง

2.รัฐบาลไม่กล้าต่าง ต้องรอเวลาที่เหมาะสมจึงจะแสดงความต่างได้ หรืออาจไม่อยากต่างตลอดไปเพื่อความอยู่รอด

3.จะ ทำอะไรให้ต่างได้ ต้องมีฐานมากกว่า "เสื้อแดง" เช่นมีข้าราชการที่พร้อมจะเป็นเครื่องมือให้ทำต่าง มีแรงสนับสนุนจากคนชั้นกลางให้ทำต่าง ฯลฯ แต่รัฐบาลไม่มีอะไรเลยสักอย่าง

4.นโยบายปรองดองของรัฐบาลหมายถึงทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ฝ่าย "อำมาตย์" ยอมรับรัฐบาลชุดนี้

น้ำท่วมอาจทำให้มองไม่เห็นอะไรไปหลายอย่าง แต่ก็ทำให้เห็นว่าจะหวังอะไรจากรัฐบาลชุดนี้ได้มากน้อยเพียงไร

ศปภ.ยกเลิกคณะกก.ผันน้ำลงทะเล ตัดปัญหางานซ้ำซ้อน

ที่มา ข่าวสด


วันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า มีคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ฉบับที่ 37/2554 ลงนามโดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. เรื่องยกเลิกคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล ที่มีนายอุเทน ชาติภิญโญ เป็นประธาน เนื่องจากทางศปภ.เกรงว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำงานซับซ้อนกับคณะทำงานบริหาร จัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ที่มีนายวีระ วงศ์แสงนาค เป็นประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารภัยร้ายแรง

นาย อุเทน กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การยกเลิกคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล แต่เป็นคำสั่งยุบรวม โดยคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลจะเข้าไปสนับสนุนข้อมูลให้กับคณะกรรมการบริหาร จัดการระบายน้ำฯ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนเองและส.ส.สมุทรปราการที่เป็นคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลก็ไม่ขัดข้อง เพราะเราเป็นนักปฏิบัติ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง

สื่อ-เว็บจีนแพร่ภาพ 13 ศพ "กัปตัน-ลูกเรือจีน" ดับสยองสามเหลี่ยมทองคำ!

ที่มา ข่าวสด


หมายเหตุ : จากกรณีเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. 54 ที่ผ่านมา มีกัปตันและลูกเรือจีน 2 ลำ รวม 13 ราย ถูกปิดตามัดมือยิงทิ้งฆ่าโหด ขณะแล่นเรือขนส่งสินค้าเข้ามายังแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ในเบื้องต้นทิศทางของคดี จนท.ฝ่ายไทยระบุว่าโยงใยกับขบวนการค้ายาเสพติด ล่าสุดคดีพลิกปรากฎว่ามีทหารไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุฆ่า 13 ลูกเรือจีนดังกล่าว ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยต้องเร่งสอบสวนที่มาของคดีโดยละเอียด ขณะที่รัฐบาลจีนกดดันให้ไทยคลี่คลายคดีนี้อย่างโปร่งใส ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวและเว็บบอร์ดชื่อดังของจีน ได้เผยแพร่ร่องรอยกระสุนบนเรือ และสภาพศพของลูกเรือจีนที่ถูกยิงและทิ้งศพในแม่น้ำโขง จนกลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่ที่สังคมจีนให้ความสนใจในขณะนี้















ภาพจาก : http://shanghaiist.com , http://news.qq.com

อ่านข่าวประกอบ :
พันตรี-9ทหารสู้คดี 13 ศพจีน โร่มอบตัวยังปฏิเสธ - ตร.คุ้ยปม

ตรวจสอบด้วยว่า หมอตุลย์กับพวกหายไปไหน โดนน้ำพัดลงทะเลไปแล้วหรือยัง

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

ก่อนน้ำมาครั้งใหญ่ ผมขับรถผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทุกวันศุกร์ ก็จะเห็นหมอตุลย์กับพวกสลิ่ม ออกมาชุมนุมอะไรก็ไม่ทราบ ประมาณ 50-100 คน

แต่ช่วงน้ำท่วมมานี่ หมอตุลย์หายไปไหน จมน้ำไปแล้วหรือเปล่า หรือว่าโดนน้าพัดไปพร้อมกับกอสวะ ลงทะเลไปแล้ว

จริงๆ หมอตุลย์ทำงานที่โรงพยาบาลจุฬาฯซึ่งเป็นของสภากาชาดไทย แสดงว่าหมอตุลย์นั้นเป็นลูกจ้างของสภากาชาดไทย กินเงินเดือนที่เป็นของกาชาด น่าจะออกช่วยเหลือคนถูกน้ำท่วมอย่างเต็มที่ งานนี้ กาชาดไทย น่าจะเป็นพระเอก โดยมีหมอตุลย์เป็นผู้แสดงนำ ระดมสลิ่ม ออกไปช่วยน้ำท่วมจัดรถเป็นขบวนยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา หรือไม่อย่างนั้นก็เปิดโรงพยาบาลจุฬาฯ ทำอาหารแจกผู้ประสบภัย ให้ช่อง 3 ของสรยุทธ์ เอาไปแจก

นี่กาชาดไทย ของหมอตุลย์ ทำงานไม่ได้เท่าขี้เล็บของสรยุทธ์ หรือแม้แต่กลุ่มเสื้อแดงที่ระดมกันออกไปช่วยผู้ประสบภัยจำนวนมาก

พวกเสื้อเหลือง และเสื้อหลากสี สลิ่ม โดนน้ำพัดปลิวไปกับสวะแล้วหรือ

มีแต่เศษสลิมไม่กี่คนที่ออกมาสร้างกระแสด่านายกฯ ปู เช่น น้องเอิน เป็นต้น

หมอตุลย์หายไปไหน เวลาคนไทยต้องการ หมอตุลย์กับพวกจมน้ำหายไปไหน

หลักฐานปล่อยน้ำท่วมทำลายรัฐบาล

ที่มา Thai E-News

ปริศนา ปล่อยน้ำในเขื่อนสิริกิติ์จนแห้งผาก (ที่มา:facebook)
ที่มา:ไทยโพสต์ , 30 ตุลาคม 2554

พระเจ้าสร้างโลกก็จริงอยู่แต่คนดัตช์สร้างประเทศฮอลแลนด์เอง ส่วนเมืองไทยนั้นต้องว่ากันวันต่อวัน

ที่มา Thai E-News

ประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา วิศวกรชาวดัตช์ได้เสนอแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ แต่คนไทยปฏิเสธ ผมคิดว่าประสบการณ์จากภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ จะเป็นความทรงจำที่เลวร้าย และทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นที่อยากแก้ปัญหามันในอนาคต

แต่ก็เราก็เคยเห็นมาแล้ว ว่าความสนใจในเรื่องนี้อาจจะหมดไปอย่างรวดเร็ว อีก 2-3 เดือนคนไทยก็ต้องเผชิญกับปัญหาฤดูร้อน ความแห้งแล้ง

โดย ผู้สื่อข่าวพิเศษไทยอีนิวส์ ในฮอลแลนด์
31 ตุลาคม 2554

น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร

หนังสือพิม พ์NRC Handelsblaad ตีพิมพ์เป็นภาษาดัตช์ รายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กินบริเวณกว้างในเขตชานเมืองทางเหนือและทางทิศตะวันออกของเมืองหลวงของไทย และกำลังหายนะจากน้ำท่วม รวมทั้งสนามบินสนามบินดอนเมือง เช้าวันนี้นักโทษเกือบ 800 คนต้องได้รับการย้ายให้ไปพักชั่วคราวที่สนามบินเพราะเรือนจำ 3 แห่งถูกคุกคามโดยน้ำท่วม

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่าเช้านี้มีโอกาสที่ 50% ของเมืองชั้นในของกรุงเทพฯจะได้รับน้ำท่วม เมื่อวานนี้เธอประกาศว่าผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้จะต้องคำนึงถึงระดับน้ำใน ท้องถนนที่จะขึ้นสูงครึ่งเมตรถึงหนึ่งเมตรครึ่ง

แม้ว่าส่วนใหญ่พื้นที่อาจจะยังแห้งอยู่ แต่ประชาชนก็ได้เตรียมพร้อมตุนอาหารและสิ่งที่จำเป็นแล้ว ร้านค้าบางแห่งดำเนินการให้มีการปันส่วนให้กับผู้ซื้อข้าวและไข่ และน้ำดื่มจำนวนมาก ซึ่งจัดจำหน่ายน้ำดื่มที่มีตราที่ประชาชนยอมรับ เพราะเกรงว่าจะมีสิ่งปนเปื้อนในน้ำ ร้านค้าบางแห่งก็ขายสินค้าหมดไปแล้ว

หน่วย งานที่มีหน้าที่ก็เร่งทำงานอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันสถานที่ประวัติศาสตร์ ที่สำคัญไม่ให้เกิดความเสียหาย เช่น พระบรมมหาราชวังที่จะถูกน้ำท่วม อีกทั้งสถานที่ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต เช่นโรงงานผลิตไฟฟ้า ก็เสริมกระสอบทรายเป็นคันป้องกันน้ำมากขึ้น (ข่าว Reuters, AP, AFP)

วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญชาวดัตช์ได้ให้คำปรึกษาคณะรัฐบาลที่กรุงเทพฯเกี่ยวกับวิธีการ จัดการกับสถานะการณ์น้ำที่กำลังท่วมในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศขณะนี้ : โดยแนะว่า คนไทยจำเป็นต้องขยายพื้นที่ในแม่น้ำทุกสาย

สถาณการณ์น้ำท่วมในไทยครั้งนี้เลวร้ายกว่าที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านๆมา และเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ การสร้างและต่อเติมอาคารจนเกิดความแออัด การตัดป่าไม้และการขุดลอกคลอง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขึ้น - ผู้เชี่ยวชาญชาวดัตช์กล่าว

********
บทความเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการ Floris VAN STRAATEN จาก Rotterdam
ประเทศ ฮอลแลนด์พยายามช่วยด้านความรู้ในการบริหารจัดการน้ำแก่ประเทศไทยซึ่งอาจใช้ ความรู้นี้ให้เป็นประโยชน์กับสถานะการณ์น้ำท่วมที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 50 ปีและพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯอาจจะเกิดน้ำท่วม

วิศวกร ของสถาบัน Deltares ในประเทศฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการน้ำโครงการ Deltarกำลังให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลไทยตั้งแต่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนบัดนี้ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม Adri Verwey ได้อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่สนามบินดอนเมือง,ทั้งวันและคืน และสนามบินนี้ก็ถูกน้ำท่วมตั้งแต่เมื่อวาน และระงับการการบริการการบินแล้ว

เพื่อน ร่วมงานของ Verwey คือ Tijtte Nauta เพิ่งกลับมาจากประเทศไทย แต่เขาก็ยังติดตามสถานะการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ในระหว่างการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เขาตอบคำถามว่า

คุณคิดว่าในวันสองวันนี้สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายหรือไม่?

"ใช่..ปริมาณ น้ำจำนวนมากจากจังหวัดอยุธยามีจะต้องไหลมาทางใต้ สัปดาห์หน้าระดับน้ำในทะเลจะสูงขึ้น และคันกั้นน้ำบางส่วนเปราะบาง แม่น้ำเจ้าพระยาสามารถระบายน้ำได้สูงสุด 3.700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น น้ำที่เหลือควรจะต้องไปที่ไหนสักแห่งนั่นคือปัญหาที่จะเกิดขึ้น"

2-3ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีสถานะภาพที่จะเกิดความเสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่?

"แน่ นอน..ไม่เพียงแต่ประเทศไทย รวมทั้งฮอลแลนด์ด้วย ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นและเรากำลังจัดการกับสถานการณ์นี้ สิ่งหนึ่งจะต้องพิจารณาให้มีแผนเพิ่ม"พื้นที่ในแม่น้ำ" ในประเทศไทยแม่น้ำตื้นเขินมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาอยู่อาศัยจนแออัด คลองหรือน้ำสายเล็กๆจากหลายแห่งไหลลงสู่แม่น้ำแม่น้ำและนอกจากนี้การโค่นป่า ถางป่าจำนวนมากเป็นเหตุให้น้ำที่ไหลจากป่าสู่ชุมชนได้เร็วขึ้น โอกาสสำหรับน้ำท่วมก็มากขึ้น แต่ก็ผมก็ต้องบอกว่าปีนี้เรามีฝนตกหนักมากด้วย"

อะไรที่ประเทศไทยต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขึ้นอีกครั้ง?

"เรา ได้บอกเขาตั้งนานมาแล้วว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแผนระดับชาติ เพื่อดำเนินการบริหารจัดการน้ำและจัดการพื้นที่ แบบบูรณาการ แผนดังกล่าวไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงอะไรในชั่วข้ามคืน แน่นอนว่าจะต้องมีผู้รับปัญหานำไปสู่การดำเนินตามวัตถุประสงค์ไม่ว่าในระยะ สั้น ระยะกลาง และระยะยาว"

ทางการไทยเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่?

"ใน ขณะนี้เขาเห็นด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ซึ่งผมได้คุยด้วยเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้วที่กรุงเทพฯ ทราบรายละเอียดและเห็นความจำเป็นในเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่ก็เราก็เคยเห็นมาแล้ว ว่าความสนใจในเรื่องนี้อาจจะหมดไปอย่างรวดเร็ว อีก 2-3 เดือนคนไทยก็ต้องเผชิญกับปัญหาฤดูร้อน ความแห้งแล้ง และคุณภาพของน้ำ เพราะอ่างเก็บน้ำในทะเลสาบแห่งหนึ่ง ที่เก็บน้ำเพื่อการชลประทานและผลิตกระแสไฟฟ้า ระดับน้ำได้สูงปริ่มขอบอ่างเก็บน้ำแล้ว ก่อนที่จะมีฝนตกหนัก นี่ก็เป็นกรณีของการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ดี"

สถาบันDeltares จะช่วยให้การดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติดังกล่าวนี้หรือไม่?

"เราต้องการที่จะช่วยนะ องค์กรหนึ่งของอเมริกันก็ได้ช่วยจัดหาเงินทุนสำหรับการเริ่มต้นเริ่มต้นของแผนนี้มาให้แล้ว"

ประมาณ 40 ปีที่ผ่าน(คศ.1970)มาวิศวกรชาวดัตช์ได้เสนอแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพ มหานครและสภาพแวดล้อม แต่คนไทยปฏิเสธ นี้หมายความว่าเราจะต้องเสียใจเกี่ยวกับโอกาสในการวางแผนดำเนินการครั้งใหม่ นี้หรือไม่?

"เรา แน่ใจว่าจะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่าประสบการณ์จากภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ จะเป็นความทรงจำที่เลวร้าย และทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นที่อยากแก้ปัญหามันในอนาคต มันเลวร้ายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความเสียหายทางเศรษฐกิจยังคงเพิ่มขึ้น และระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นจะสูงต่ออีก 3 ถึง 4 สัปดาห์ รัฐบาลจะต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:สูตรแก้น้ำท่วมระยะยาว:ตัวอย่างจากฮอลแลนด์

ฮอลแลนด์เป็นประเทศที่เคยเจอปัญหาภัยภิบัติทางน้ำ มาอย่างหนักที่ตึกทรุดจมลงในน้ำ และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 2,500 คนมาเล้ว

จนภายหลังรัฐบาลฮอลแลนด์ก็ได้ใช้ Deltar Plan ป้องกันภัยนี้อย่างเบ็ดเสร็จ

ซึ่งใน Deltar Plan ก็มีส่วนหนึ่งคือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่กั้นน้ำทะเลเป็นแนวยาวตามชายฝั่ง ทะเลด้วย บางส่วนนั้นเขื่อนถมดินขึ้นสูง แต่ละท้องที่ก็จะมีวิธีดูแลเขื่อนต่างๆกัน ปลูกหญ้าคลุมบ้าง

ที่Callantsoogสร้างเป็นเขื่อนคอนกรีต แนวเขื่อนตกแต่งด้วยอิฐบล็อกแข็ง ถนนผสมหินปูเป็นเส้นทางยาวเลียบตามฝั่งทะเล กลายเป็นที่ท่องเที่ยว พักผ่อนของประชาชนและนักท่องเที่ยว

จนมีคำกล่าวเป็นสำนวนฝรั่งว่า
"ถึงพระเจ้าสร้างโลกก็จริงอยู่ แต่คนดัตช์สร้างประเทศเนเธอร์แลนด์เอง"