WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 2, 2011

คลองสามวา คนกรุงเทพฯ กับความเชื่อเรื่อง “ลักษณะพิเศษ” ของสังคมไทย

ที่มา ประชาไท

หลายอาทิตย์กับการเผชิญวิกฤติน้ำท่วมอย่างเห็นแก่ตัวของผู้คนจำนวนไม่ น้อย ทำให้ผู้เขียนสงสัยว่า ยังมีใครยึดมั่นกับความเชื่อว่า สังคมไทยนั้นพิเศษ รักเอื้ออาทรและสามัคคีกันกว่าสังคมอื่น หลงเหลืออยู่บ้างไหม

หากคุณเป็นคนจนอย่างคนชุมชนคลองสามวาที่นักการเมืองเดินทางไปบอกว่า ขอให้ “เสียสละ” แล้วก็หายหัวไปเกือบสามเดือนโดยไม่เหลียวแลอะไรจนกระทั่งน้ำเพิ่มสูงเท่าเอว แถมเน่าอีกต่างหาก คุณจะทำอย่างไร จะยังคงยึดคติเรื่อง “ลักษณะพิเศษ” ของสังคมไทยอยู่ไหม

คำตอบนั้นชัดแจ้งอยู่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับวันอังคารหลายฉบับอยู่แล้ว ว่าชาวบ้านคลองสามวาสุดทน ได้ก่อม็อบจนกระทั่งนายกรัฐมนตรียอมออกคำสั่งให้เปิดประตูน้ำขึ้นหนึ่งเมตร แต่แค่นั้นก็ไม่พอสำหรับพวกเขาอีกต่อไป ชาวบ้านที่อยู่ในอาการสุดทน ได้แห่กันขุดดินข้างประตูน้ำอีกเป็นพื้นที่กว้างประมาณหนึ่งเมตรครึ่งในตอนบ่ายของวันจันทร์ เพื่อให้น้ำเน่าไหลเข้าสู่คลองแสนแสบและชั้นในของกรุงเทพอย่างรวดเร็ว

การกระทำเช่นนี้ยุติธรรมหรือไม่

มันก็คงขึ้นอยู่กับว่า คนที่ตอบเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ กองทัพบกต้องส่งทหารกว่า 200 นายไปประจำตามแนวคันกั้นน้ำอื่นๆ ทางตอนเหนือของกรุงเทพในเขตบางเขน และเราก็ทราบข่าวว่า มีความขัดแย้งรุนแรงระหว่างชาวบ้านฝั่งที่น้ำท่วมน้อยกว่า กับฝั่งที่น้ำท่วมมากกว่าในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เช่น นครปฐม และฉะเชิงเทรา เป็นต้น

วิกฤติช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ธาตุแท้ของสังคมไทย และพิสูจน์ความเชื่อหรือมายาคติที่ว่า สังคมไทยนั้นรักและสามัคคีกันมากกว่าชาติอื่น แรงกดดันจากวิกฤติน้ำท่วมทำให้ภาพความจริงของสังคมไทยลอยขึ้นเหนือน้ำจนเห็นเด่นชัด

ความเห็นแก่ตัวสารพัดชนิด ตั้งแต่การกักตุนน้ำดื่ม เสบียงอาหาร อย่างไม่คิดถึงผู้อื่นที่เดือดร้อนกว่า การจอดรถซ้อนสองซ้อนสามโดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการจราจร การดราม่าแย่งคิวแทงกั๊ก ขัดขากันระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่ หรือแม้กระทั่งในพรรคการเมืองเดียวกัน สิ่งเหล่านี้มีให้เห็นอยู่ดาษดื่น นี่ยังไม่รวมถึงการฉวยโอกาสขายสินค้าบางประเภทเกินราคา หรือเสียงบ่นที่ว่า มีดาราและนักเล่าข่าวทีวีที่ดูเหมือนจะใช้น้ำท่วมโปรโมทตัวเองมากกว่าที่จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ห้างหรูบางห้างก็ดูจะวุ่นๆ อยู่กับการติดตั้งต้นคริสต์มาสเทียมขนาดยักษ์มากกว่าการจัดกิจกรรมเพื่อรวบรวมเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม ในทุกตัวอย่างอันเลวร้ายและเห็นแก่ตัวที่มีอยู่ดาษดื่น เราก็สามารถสังเกตเห็นตัวอย่างของผู้ที่เสียสละและพยายามช่วยเหลือคนอื่นอย่างจริงใจได้ด้วยเช่นกัน แต่ความดีระดับปัจเจกบุคคลเหล่านี้ก็คงไม่เพียงพอที่จะทำให้สังคมไทยอยู่ต่อไปโดยไม่ตั้งคำถามว่า คนรวยในกรุงเทพฯ เคยชินกับความเห็นแก่ตัวและการมีอภิสิทธิ์จนถึงจุดที่เขาคาดหวังให้กรุงเทพฯ ชั้นในต้องได้รับการคุ้มครองโดยไม่สนอะไรกับคนด้านนอกใช่หรือไม่ โครงสร้างแห่งความอยุติธรรมที่ทำให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของการกระจุกตัวของอำนาจ เงิน และทุกสิ่งทุกอย่างที่สำคัญ ได้กลายเป็นข้ออ้างที่จะปกป้องใจกลางของเมืองหลวงให้แห้ง โดยมิสนใจว่า ผู้อื่นนอกเขตกั้นน้ำหรือประตูน้ำจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง เปรียบได้กับเงินที่ต่อเงิน การกระจุกตัวแบบอภิสิทธิ์ชนของกรุงเทพฯ ทำให้กรุงเทพฯ อ้างว่าตนควรมีอภิสิทธิ์ในการได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นพิเศษมากกว่าส่วนอื่นของแผ่นดินไทย

คนกรุงผู้มีอันจะกิน สามารถขับรถหนีน้ำไปหัวหินหรือพัทยา พักรีสอร์ทหรูคืนละกว่าหมื่นบาท ในขณะที่เงินจำนวนนี้เทียบได้กับรายได้ของคนงานโรงงานจำนวนมาก ซึ่งหลายคนที่มีรายได้ระดับนี้ก็ได้ตกงานไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากน้ำท่วมโรงงาน บางคนรวยยิ่งกว่านั้น สามารถเลือกบินไปพักผ่อนต่างประเทศ เพื่อจะได้ไม่ต้องทนอยู่กับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย ณ วันนี้ ที่พื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของประเทศกำลังจมอยู่ใต้บาดาล

คงไม่มีปัญหาอะไรหากคนยังอยากจะยึดมั่นกับความเชื่อ (หรือมายาคติ) ที่ว่า สังคมไทยนั้นพิเศษพิสดารกว่าสังคมอื่น รักและเอื้ออาทรต่อกันอย่างสุดๆ ผมเพียงแต่หวังว่า คนเหล่านี้จะปฏิบัติตนให้สมกับความเชื่อที่เขามี (หรืออ้างว่ามี) เราอาจต้องการคนที่พร้อมจะเสียสละมากกว่านี้ เพื่อที่มายาคติเช่นนี้จะดูสมจริงกว่านี้ และสำหรับผู้ที่ได้เกิดอาการตาสว่างหรือไม่เคยเชื่อในลักษณะพิเศษของสังคมไทยนั้นก็ไม่เป็นไร ถือเป็นสิทธิของเขา ผมเพียงแต่หวังว่า ไม่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ผู้คน ณ เวลานี้ไม่ควรที่จะทำตนให้เป็นภาระแก่ผู้อื่นและสังคมเพิ่มโดยไม่จำเป็น

ปล. ณ เวลาส่งบทความนี้ (คืนวันที่ 1 พ.ย. 54) มีรายงานข่าวว่า ห้างแฟชั่นไอร์แลนด์บนถนนรามอินทรา ในเขตมีนบุรี ซึ่งไม่ไกลจากคลองสามวาต้องปิดตัวลงแล้วเพราะน้ำท่วม ในขณะที่ผู้ว่าฯ กทม.ได้ส่งตำรวจเข้าไปคุมการซ่อมประตูคลองสามวา ส่วน ศปภ. ได้ประกาศตอนสามทุ่ม แนะนำให้ชาวบ้านคลองสามวาตะวันออกอพยพ

เปิดตัวกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) /เริ่มประชุมนัดแรกหลังน้ำท่วม

ที่มา ประชาไท

ครม.รับทราบคำสั่งคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ เรื่องตั้งกรรมการ 10 คน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งนายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ว่าล่าสุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ที่ผ่านมา ครม.ได้รับทราบคำสั่ง คอ.นธ.ที่ 1/2554 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการ คอ.นธ.จำนวน 10 คน ลงนามโดยนายอุกฤษ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา

ประกอบด้วย 1.นายเรวัต ฉ่ำเฉลิม อดีตอัยการสูงสุด 2.นายประสิทธิ์ โฆวิไลกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 3.นายจำนงค์ สวมประคำ ส.ว.สรรหา 4.นายกำชัย จงจักรพันธุ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ 5.นายนัทธี จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ 6.นายกมลินทร์ พินิจภูวดล 7.นายชาติชาย สุทธิกลม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม 8.นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา 9.น.ส.รื่นฤดี สุวรรณมงคล รองผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และ 10.นายสุชาติ สิงห์ทอง

นอกจากนี้ยังมีการจัดทำเว็บไซต์ www.nrlcthailand.org เพื่อให้สามารถติดตามการทำงานของ คอ.นธ.ได้อย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ได้นัดกรรมการกรรมการ คอ.นธ.ทั้ง 10 คน มารับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อแนะนำตัวและทำความรู้จัก แต่ยังไม่มีการนัดประชุมกันอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้นายอุกฤษ ประธาน คอ.นธ.ได้เคยนัดประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 2 พฤศจิกายน เพื่อหารือเรื่องกรอบการทำงานแต่ท้ายสุดก็แจ้งยกเลิกเพราะเห็นว่าอยู่ ระหว่างสถานการณ์น้ำท่วม

000

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมพ.ศ.๒๕๕๔

เพื่อผดุงหลัก นิติธรรมและส่งเสริมให้มีการใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม ความเสมอภาคและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล กับทั้งเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการใช้กฎหมายของประเทศอันจะนำไปสู่ สังคมที่มีความเป็นปกติสุข สมควรให้มีคณะกรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความอิสระและเป็นกลาง เป็นผู้ดำเนินการศึกษาและเสนอแนะแนวทาง มาตรการ และกระบวนการต่าง ๆตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดโดยระเบียบนี้
อาศัย อำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๖) และ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมพ.ศ. ๒๕๕๔”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ
ข้อ ๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “คอ.นธ.” โดยให้คณะกรรมการดำเนินการตามแนวทาง ดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษาประเด็นปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย กฎ และการใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม
(๒) รับฟังข้อมูลและความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสาธารณชนและภาคส่วนต่าง ๆ และสร้างความตระหนักให้กับสังคมเกี่ยวกับหลักนิติธรรม
(๓) เสนอแนะแนวทาง มาตรการ และกระบวนการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาตาม (๑)
ข้อ ๕ คณะกรรมการ ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ
(๒) กรรมการจำนวนไม่เกินสิบสองคน ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่ แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของคณะกรรมการ
ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งเลขานุการหนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการจำนวนไม่เกินสองคน
ข้อ ๖ ประธานกรรมการและกรรมการ มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาการใช้บังคับระเบียบนี้
ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้กรรมการอื่นพ้นจากตำแหน่งด้วยและให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งประธานกรรมการใหม่
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการใหม่
ข้อ ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ข้อ ๘ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การ วินิจฉัยของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๙ ในการดำเนินการตามข้อ ๔ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา วิจัย และเสนอแนะแนวทาง มาตรการ และกระบวนการต่าง ๆ เพื่อผดุงหลักนิติธรรมและเสริมสร้างการใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม ความเสมอภาค และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลกับทั้งเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการ ใช้กฎหมายของประเทศ
(๒) เสนอผลการดำเนินการตาม (๑) และจัดทำรายงานความคืบหน้าของการทำงานทุกรอบหกเดือน รวมทั้งรายงานสรุปผลเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจต่อคณะรัฐมนตรี
(๓) จัดให้มีเวทีสาธารณะ การประชุม เพื่อรับฟังข้อมูลและความเห็น และให้การศึกษากับสังคมเป็นระยะ ๆ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสาธารณชนและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการ
(๔) เชิญผู้แทนหน่วยงานของรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือให้จัดส่งเอกสารหรือข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา
(๕) แต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน
ข้อ ๑๐ การประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ให้มีสำนักงานเป็นหน่วยงานภายในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม
ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานจากข้าราชการกระทรวงยุติธรรม
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสำนักงาน และรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของสำนักงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงยุติธรรม
ข้อ ๑๒ ให้สำนักงานมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) รับผิดชอบในงานธุรการ งานวิชาการ งานการประชุม งานประชาสัมพันธ์ และงานเลขานุการของคณะกรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน
(๒) ศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานของคณะกรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน
(๓) ประสานงานกับบุคคล องค์กร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(๔) ปฏิบัติงานหรือดำ เนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการคณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน มอบหมาย
ข้อ ๑๓ ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสำนักงานนายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งให้ข้า ราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของส่วนราชการ ไปช่วยปฏิบัติงานที่สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๔ ให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการและสำนักงาน ให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ข้อ ๑๕ ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้ตามความจำเป็น
ข้อ ๑๖ ค่าตอบแทนของคณะกรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข้อ ๑๗ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับมีกำหนดระยะเวลาสองปี นับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๑๘ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้
สั่ง ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ข้อมูลบางส่วนจาก: มติชนรายวัน

เอเอสทีวีกลับมาออกอากาศอีกครั้ง 2 พ.ย. นี้

ที่มา ประชาไท

เอเอสทีวีกลับมาออกอากาศอีกครั้งวันนี้ หลังยุติไปกว่า 2 สัปดาห์ โดยได้เจรจาผ่อนชำระหนี้กับเจ้าของดาวเทียมแล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายใหม่ที่เกิดขึ้นรายเดือนจะชำระให้ทุกเดือน

เว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานวานนี้ (1 พ.ย.) ว่า หลังจากสถานีได้หยุดแพร่ภาพผ่านสัญญานดาวเทียมโดยถ่ายทอดแค่เพียงในระบบอิน เทอร์เน็ตมาตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.เป็นต้นไป ผู้ชมในระบบดาวเทียมจะสามารถเปิดรับชมรายการต่างๆ ของสถานีได้ตามปกติแล้ว

ทั้งนี้สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 โดยเป็นสถานีข่าวแห่งแรกๆ ที่บุกเบิกการแพร่สัญญานภาพผ่านระบบดาวเทียมและอินเทอร์เน็ต ต่อมาหลังวันที่ 17 ต.ค. มีการหยุดออกอากาศผ่านดาวเทียม โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งเอเอสทีวีได้เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า เกิดจากการที่บริษัท นิวสกาย แซทเทลไลต์ (NewSkies Satellite) เจ้าของดาวเทียมชื่อ NSS-6 ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ตัดสัญญานด้วยเหตุผลที่เอเอสทีวีที่เป็นคู่สัญญาได้ ค้างชำระหนี้ค่าเช่าช่องสัญญานมานานกว่า 6 เดือนแล้ว โดยหนี้คงค้างมีอยู่ราว 4 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งตามข้อตกลงเดิมก่อนที่ NSS-6 จะตัดสัญญานได้มีการเจรจากันมาระดับหนึ่งโดยเอเอสทีวีขอผ่อนชำระจนถึงสิ้นปี นี้ ส่วนค่าใช้จ่ายใหม่ที่จะเกิดขึ้นรายเดือนนั้นก็จะชำระให้ทุกเดือน

ศาลไม่อนุญาตประกัน ‘สมยศ’ ลุ้นประกัน ‘สุรชัย’ วันนี้

ที่มา ประชาไท

1 พ.ย.54 นายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ระบุว่า ศาลอาญาปฏิเสธคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และบก.นิตยสาร Red Power ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยให้เหตุผลว่าเคยมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวมาแล้วและไม่มีเหตุเปลี่ยน แปลงคำสั่งเดิม ทั้งนี้ ในการยื่นคำร้องครั้นี้ ทนายได้ใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินในจังหวัดสุพรรณบุรี ราคาประเมิน 1,690,000 บาท

นายคารมกล่าวว่า หลายคนอาจมองว่าเป็นคดีที่ละเอียดอ่อน แต่โทษสูงสุดก็คือจำคุก 15 ปี ขณะที่คดีก่อการร้าย โทษสูงสุดคือประหารชีวิต ยังได้รับการประกันตัว โดยส่วนตัวเห็นว่าจำเลยควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญในการประกัน ตัวต่อสู้คดี อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วก็ต้องเคารพ และจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งหรือยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ การยื่นประกันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว

นายคารม กล่าวต่อว่า วันที่ 2 พ.ย. ศาลอาญานัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตปล่อยชั่วคราวนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) จำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือไม่ โดยใช้หลักทรัพย์เป็นพันธบัตรมูลค่า 1 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 26 ต.ค.นายอานนท์ นำภา ทนายความจากสำนักทนายราษฎร์ประสงค์ ระบุว่า หลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วม เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ประกาศให้นักโทษแจ้งญาติพี่น้องให้ทำเรื่องยื่นประกันตัว เพราะเกรงน้ำจะท่วมเรือนจำ จึงได้ทำการยื่นเรื่องขอประกันตัวนายโจ กอร์ดอน และนายสุรภักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ทั้งนี้ สมยศถูกจับที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะนำลูกทัวร์เดินทางเข้าท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา โดยคำฟ้องระบุว่า สมยศกระทำความผิดดยการจัดพิมพ์ จำหน่ายและเผยแพร่นิตรยสาร VOICE OF TAKSIN: เสียงทักษิณ ปีที่1 ฉบับที่ 15 ปักษ์หลักกุมภาพันธ์ 2553 บทความ คมความคิด ของผู้ใช้นามปากกาว่า จิตร พลจันทร์ เรื่อง แผนนองเลือดกับยิงข้ามรุ่น และเรื่อง 6 ตุลา แห่ง พ.ศ.2553 จึงส่งฟ้องต่อศาลตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91, 112 พระราชบัญญิแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4

ขณะที่สุรชัย ถูกจับกุมกลางดึกวันที่ 22ก.พ.54 ที่บ้านพัก จ.นนทบุรี โดยถูกกล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2553 ได้กล่าวปราศรัย ในงานเสวนาหัวข้อ เสวนาตาสว่างครั้งที่ 2 ที่ ห้างอิมพิเรียล ลาดพร้าว แล้วมีถ้อยคำบางช่วงบางตอนจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง นอกจากนี้ยังถูกแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับ มาตรา 112 อีกหลายคดี ตั้งแต่ถูกจับยังไม่ได้รับการประกันตัว

ส่วนโจ กอร์ดอน เป็นพลเมืองสัญชาติอเมริกัน-ไทย ถูกจับกุมเมื่อ 24 พ.ค.54 ที่บ้านพักจังหวัดนครราชสีมา ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แปลหนังสือต้องห้าม The King Never Smiles และจัดทำบล็อกมีข้อความพาดพิงสถาบันโดยใช้ชื่อผู้จัดทำว่า สิน แซ่จิ้ว ที่ผ่านมามีการยื่นประกันตัวนับสิบครั้งแต่ศาลปฏิเสธ กระทั่งรับสารภาพเมื่อวันที่ 10 ต.ค.54 และศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 9 พ.ย.54

สุรภักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา และถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดทำเฟซบุ๊คเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน

กฤษฎีกาตีกลับ พรบ.จดแจ้งการพิมพ์ชี้ขัด รธน.หมวดสิทธิ เสรีภาพ

ที่มา ประชาไท

กฤษฎีกาตีกลับ พรบ.จดแจ้งการพิมพ์ หลัง ครม.เห็นชอบ ชี้ขัด มาตรา 45 เรื่องสิทธิเสรีภาพ และแสดงความคิดเห็นของประชาชน

นสพ.ไทยรัฐ รายงานว่า นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า จากที่ ครม.เคยมีมติเห็นชอบ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอ วันนี้ (1 พ.ย.)ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำความเห็นกลับมาว่า เนื้อหาบางส่วนใน พ.ร.บ.ดังกล่าวอาจขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เรื่องสิทธิเสรีภาพ และแสดงความคิดเห็นของประชาชน ครม.จึงได้มอบให้กระทรวงวัฒนธรรมนำ พ.ร.บ.ฉบับนี้กลับไปพิจารณาใหม่

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์

เอกยุทธ์:ผู้หญิงเหนือโง่ควรคู่กับอาชีพกะหรี่เท่านั้น

ที่มา Thai E-News


ตำแหน่งนายกฯ นั้น ไม่ใช่ของครอบครัว..และไม่ใช่ที่ฝึกหัดงาน..หากไร้ปัญญาก็อย่าหน้าด้านมารับตำแหน่ง..

ผมเป็น ปชช.ธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้ตระกูลชั่วๆหรือพวกโง่เขลามานั่งเสนอหน้าบริหารประเทศหรอก..อายหมาว่ะ

หากจะมีคนเกลียดผมเพิ่ม 15 ล้านคน เพราะผมว่า"ยัยหน้าโง่" แล้ว ก็ยังสบายใจที่ยังมีอีก 50 ล้านคนที่ไม่ได้เกลียดหรือรัก...

ที่มา:facebook เอกยุทธ อัญชัญบุตร

ฮือต้าน ตั้งเพจกลุ่มคนรักภาคเหนือ เรียกร้องให้ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" ออกมากราบเท้าสาวเหนือ





คนในโลกอินเตอร์เน็ตได้เข้าไปวิจารณ์หน้าเพจของนายเอกยุทธอย่างรุนแรง และมีการตั้งหน้าเพจ กลุ่มคนรักภาคเหนือ เรียกร้องให้ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" ออกมากราบเท้าสาวเหนือ โดยระบุว่า กลุ่มคนรักภาคเหนือ ขอเรียกร้องให้ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" ออกมากราบเท้าขอโทษสาวเหนือ จากการกระทำ คำพูด ดูถูกเกียรติยศ ศักดิ์ศรี สาวเหนือว่า.....

"ไม่อยากจะกล่าวคำแบบนี้ เพราะจะดูเสมือนดูถูกสตรี..แต่ในความเป็นจริงนั้น..สาวเหนือที่ไร้การศึกษา หรือขี้เกียจ และด้อยปัญญา จะมาทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน..หลักๆก็คือขายบริการ..ฉะนั้นสาวเหนือที่ ไร้สติปัญญาและโง่เขลาขนาดหนักแต่หน้าด้านมารับตำแหน่ง ก็ควรจะรู้นะว่าอาชีพอะไรที่เหมาะแก่คุณ ?"

ถ้าคุณมีการศึกษา และเป็นผู้ใหญ่พอ คำพูดเหล่านี้คงจะไม่ออกมาจากมันสมองของคุณ!!!

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ผู้บัญชาการทหารเรือ:ท่านนายกสู้นะ เก่งมากๆสถานการณ์ตอนนี้ท่านเข้มแข็งแม้จะเป็นผู้หญิง
ท่าน สู้นะ เก่งมากๆ สถานการณ์ตอนนี้ ท่านเข้มแข็งแม้จะเป็นผู้หญิงสู้กับปัญหา เช้าตื่นทำงานประชุมทั้งวัน ไปโน่นนี่ พอมีโทรศัพท์เข้ามา นายกฯ ท่านก็ใจหาย เครียดนะ ว่าจะต้องมีเรื่องมีปัญหารายงานเข้ามา-พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ

ทักษิณรวมใจนปช.ยุโรปต้านภัยพิบัติในปารีส

ที่มา Thai E-News







โดย นปช.สหภาพยุโรป รายงานจากปารีส
2 พฤศจิกายน 2554

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นปช.ยุโรป ได้จัดกิจกรรม รวมน้ำใจต้านภัยพิบัติ ที่มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัย

โดยมีพ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตร ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในงานครั้งนี้ด้วย นำความปลื้มปิติยินดีมายังพี่น้องเสื้อแดงในยุโรปที่ร่วมต่อสู้กันมาจนถึง วันนี้ ได้พบและรับประทานอาหารร่วมกันกับนายกฯในดวงใจที่พวกเขารอคอย



หลังจากพ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้เดินทางมาถึง กลุ่ม นปช.ยุโรปได้ร่วมกันร้องเพลงประจำกลุ่ม "ข้าวเหนียวแดง" จากนั้นได้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ชมการแสดงนาฎศิลป์ไทยจากคณะกรรมการนปช.ยุโรป(ฟินแลนด์) และลูกหลานคนเสื้อแดง(เมืองรูแบร์)ที่มาใช้ชีวิตเติบโตในต่างประเทศ แต่ยังไม่ลืมที่จะรักษาไว้ซึ่งศิลปะวัฒนธรรมไทย

ในงานนี้ท่านนายกฯทักษิณ ได้ให้เกียรติขึ้นเวที ร้องเพลงให้ฟัง และได้รับรางวัลจากแฟนคลับก็นำมาสมทบให้กับคณะกรรมการ รวมทั้งได้ควักเงินส่วนตัวอีก1,050 ยูโร เพื่อนำไปช่วยพี่น้องที่เมืองไทย

รายได้ทั้งหมดคิดเป็นเงินไทยถึงปัจจุบันประมาณ 2 แสนกว่าบาท และยังจะมีพี่น้องร่วมบริจาคเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ หลังจากปิดยอดวันสุดท้ายก่อนที่คณะกรรมการจะเดินทางไปมอบให้กับพี่น้องทาง เมืองไทยจะแจ้งยอดที่แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง

ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ www.thairedeu.com

**********
รายงานเกี่ยวเนื่อง

-คนไทยในLAผนึกพลังจัดงานHalloween Nightเทน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม ได้3แสนมอบศปภ.ช่วยบ้านเกิด

-ทักษิณทวีตพลิกวิกฤตเป็นโอกาสสะสางฝนแล้งน้ำท่วมถาวร คุยยิ่งลักษณ์แล้วแนวทางฟื้นฟูเบ็ดเสร็จ

WSJ:มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดบทพิสูจน์กึ๋นผู้นำไทย

ที่มา Thai E-News

เจมส์ ฮุกเวย์ ผู้สื่อข่าวนสพ.วอลล์สตรีทเจอนัล ได้เสนอบทวิเคราะห์ทางการเมืองจากวิกฤตน้ำท่วมไทยว่า ถึงแม้ผลกระทบของน้ำท่วมครั้งนี้จะมีผลมหาศาล แต่โอกาสที่รัฐบาลของนส.ยิ่งลักษณ์จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสยังมีอยู่ ขึ้นอยู่กับผลของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม และความรวดเร็วของการแก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดภาวะผู้นำและความเชื่อมั่นของนักลงทุนระหว่างประเทศในไทย

โดยเจมส์ ฮุกเวย์

ที่มา วอลล์สตรีทเจอนัลออนไลน์
เก็บความโดย สายสัมพันธ์

กรุงเทพฯ
นครหลวงของไทยได้กลายเป็นเมืองสองเมืองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมืองแรกเป็นเมืองที่ผู้คนหายใจกันอย่างโล่งอกเพราะผนังกั้นน้ำสามารถกั้น น้ำที่สูงได้ อีกเมืองหนึ่งผู้อาศัยของเมืองเปรียบเสมือนผู้อพยพที่อพยพหนีน้ำเน่าที่ใหล จากทางเหนือของประเทศ

ปรากฎการณ์อันหนื่งซื่งกลายเป็นสัญสักษณ์คือเมื่อรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องย้ายศูนย์ต้องปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย(ศปภ.)จาก ท่าอากาศยานดอนเมืองไปที่บริษัทปตท. ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมด้านเหนือยังจมน้ำ ความสนใจถูกส่องถึงตัวนายกฯมือใหม่ ที่ยังด้อยประสบการณ์ทางการเมืองว่าจะมีมาตรการการฟื้นฟูความเสียหายเป็น พันๆล้านดอลลาร์ และเป็นแรมเดือนได้อย่างไร

สถาน ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์บางแห่งที่อยู่รอบๆพระบรมมหาราชวังและแถบเยาวราช ถูกน้ำท่วม แต่น้ำได้ลดอย่างรวดเร็วได้ให้กำลังใจและความหวังแก่นส.ยิ่งลักษณ์ว่า “เราจะผ่านวิกฤตได้เร็ววันนี้”

ปัญหาใหญ่คือ ปริมาณน้ำที่มีจำนวนมหาศาลยังท่วมบ้านเรือนและนิคมอุตสาหกรรมอยู่ในขณะนี้ และยังไม่สามารถไหลผ่านกรุงเทพฯสู่ทะเล

ทาง เหนือของกรุงเทพฯ รอบท่าอากาศยานดอนเมืองเสียหายหนัก น้ำเหม็นเน่าทำให้ผู้คนต้องอพยพไปอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ยอมขัดคำร้องขอของรัฐบาล คนจำนวนมากต้องเดินฝ่าน้ำระดับอก ข้ามผ่านถนนหกเลน เข้าอาศัยวัด

“พวกเรามีประมาณหนึ่งร้อยคนอาศัยอยู่ในวัด ตรงข้ามสนามบิน” นาย ชัยพฤกษ์ เขียวกมล อายุ ๕๗ปี อดีตกัปตันกองทัพอากาศกล่าวขณะที่ดูรถที่ถูกทิ้งลอยตุ๊บป่องในลานจอดรถสนาม บิน “ผมอยู่นี่ตลอดชีวิตและไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน”

สิ่ง เหล่านี้แหละที่นส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาวคนเล็กของนักประชานิยมทักษิณ ชินวัตรต้องเผชิญทันทีที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังชัยชนะเลือกตั้งแบบฟ้าถล่มแลนสไลด์ ซึ่งในเบื้องต้นได้เสนอแผนการการสนับสนุนราคาข้าว และเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อเอาใจฐานเสียงในชนบท

แต่ ณ ปัจจุบันนี้จากวิกฤตน้ำท่วม ธนาคารชาติคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะถดถอยลงจาก ๔% มาที่ ๒.๖% ทั้ง ยังมีผู้เสียชีวิตจากภัยน้ำท่วมเกือบ ๔๐๐ คน รัฐบาลนส.ยิ่งลักษณ์จะต้องมีมาตรการอันมหึมาที่จะกวาดล้าง ซ่อมแซมแก้ไขฟื้นฟูประเทศ ซึ่งผลของมาตรการเหล่านี้จะเป็นดัชนีตัวชี้ขาดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่าง ประเทศที่เห็นธุรกิจของตนต้องหยุดชงักเป็นอัมพาต

นิคม อุตสาหกรรมตอนเหนือที่ผลิตอะไหล่รถ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์เสียหายหนัก ประมาณหนึ่งในสี่ของบริษัทที่ผลิตฮาร์ดดิสท์ต้องปิดตัวเอง บริษัทโตโยต้า ต้องลดจำนวนการผลิตรถยนต์ที่แคนาดา และอเมริกา เพราะการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตในไทย

นัก วิเคราะห์การเมืองกล่าวว่า ความรวดเร็วของการฟื้นตัวการผลิตของนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้จะเป็นตัวทดสอบ ความสามารถของรัฐบาล เพราะภายใน ๒-๓ เดือนนี้ก็จะรู้ว่ารัฐมนตรีชุดนี้ “จะอยู่หรือจะไป” ยกตัวอย่างเช่นบริษัทฮอนด้าอาจจะต้องปิดถึง ๖ เดือน บริษัทนิเคย์บิซิเนสเดลลี่คาดการณ์ไว้

เพราะ ฉะนั้นผลของการฟื้นฟูจะต้องออกมาดีเลิศ มิฉะนั้นก็เท่ากับแย่เพราะผลทิ่ออกมา”พอผ่านไปได้”จะไม่ดีพอ นายไมเคิล มอนเทสซาโนจากสถาบันเอเซียอาคเนย์ศึกษา ประเทศสิงคโปร์กล่าว “ข้อทดสอบที่สำคัญของนส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่การบริหารจัดการการฟื้นฟู”

สิ่งหนึ่งที่ท้าทายนส.ยิ่งลักษณ์คือจะหาทางสมานสามัคคีสังคมไทยที่แตกแยกได้อย่างไร

ซึ่ง เป็นปัจจัยหนึ่งของอุปสรรคของการจัดการน้ำท่วม ข้าราชการฝ่ายอนุรักษ์นิยมหลายคน รวมทั้งผู้นำกองทัพบกหลายรายยังหวาดระแวงนส.ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ และคนเสื้อแดงกรณีไม่ต้องการให้กองทัพแทรกแซงการเมือง

เมื่อ สองอาทิตย์ที่แล้ว นส.ยิ่งลักษณ์ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะโน้มน้าวนักการเมืองฝ่ายตรง ข้ามให้ยอมเปิดประตูน้ำให้น้ำจากปทุมธานี และอยุธยาไหลลงสู่กรุงเทพฯเพื่อลงทะเล

ขณะ ที่วิกฤตน้ำท่วมทวีความรุนแรงขึ้น เป็นเหตุให้นส.ยิ่งลักษณ์ต้อง “แข็งกร้าว” มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าเธอได้รับแรงสนับสนุนทางอ้อมจากพระ ราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นำมาเปิดเผยว่าในหลวงขออย่าให้มีมาตรการพิเศษเพื่อป้องกันพระราชวังในขณะที่ ประชาชนกว่าสองล้านคนต้องประสบเคราะห์ภัย

สื่อ ไทยบางส่วนเริ่มรู้แล้วว่า หากมีการกล่าวโทษกัน คงไม่สามารถที่จะตำหนิรัฐบาลปัจจุบันได้ทั้งหมด เพราะ รัฐบาลชุดก่อนก็เคยถูกวิจารย์เรื่องการบริหารจัดการน้ำแบบ “คิดสั้น” แม้แต่ มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ก็ยังถูกวิจารณ์ว่าปล่อยประตูน้ำตามแม่น้ำลำคลองช้าเกินไป

คริ ส เบอเกอร์ นักเขียนและนักวิจารณ์การเมิองไทยตั้งข้อสังเกตว่า มันยังยากที่จะสรุปว่าผลสุดท้ายของวิกฤตนี้จะออกมาอย่างไร แต่เขาคิดว่า มันยังอยู่ในเอื้อมมือของรัฐบาลที่จะดูแลได้ เขาอาจใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสโต้กลับ”พวกชอบวิจารณ์”


*****

ข่าวต้นฉบับภาษาอังกฤษ:Flood-Recovery Effort to Test Thai Leader

พิสูจน์ด้วยตาคุณเองข่าวปล่อยน้ำทำลายรัฐบาล?

ที่มา Thai E-News

คลิกภาพขยายใหญ่
ปริศนา ปล่อยน้ำในเขื่อนสิริกิติ์จนแห้งผาก ข้อมูลสภาพน้ำเวลา22.00วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2554 (ที่มา:facebook)
ภาพเพิ่มเติมล่าสุด-สภาพเขื่อนสิริกิตติ์วันนี้เวลา 6.13 น.(2 พ.ย.54) บริเวณท้ายเขื่อน

ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่ 2 ที่บริเวณท้ายเขื่อนวันนี้ เวลาประมาณ 6 โมงเช้า จากนั้นก็จะปล่อยน้ำจากสันเขื่อนลงมาอีกในช่วงสายๆวันนี้ น้ำก็จะเต็มอีกในภาพนี้ แล้วพรุ่งนี้ เวลาโดยประมาณคือช่วงเช้าๆพรุ่งนี้ก็จะถูกระบายออกอีกจนแห้ง สลับไปมาอยู่อย่างนี้ครับ ปัญหาในประเด็นนี้คือน้ำในเขื่อนยังถูกระบายออกมาเรื่อยๆครับ

เข้าไปดูในลิงค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/water-situation-Sirikit-Dam.html จะมีกล้องถ่ายสดๆไว้ตลอดเวลา แล้วพรุ่งนี้ใครตื่นเช้าๆก็ให้มาดูอีกทีครับ ทั้งสามจุดเลยนะครับ ต้องวานให้ผู้เกี่ยวข้องมาอธิบายครับ(ที่มา:facebook Jim Bandon)


-คลิ้่กลิ้งค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/cctv1.php เพื่อดู CCTV บริเวณท้ายเขื่อน1

-คลิ้กลิ้งค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/cctv3.php เพื่อดูCCTV บริเวณท้ายเขื่อน2

-คลิ้กลิ้งค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/cctv2.php เพื่อดูCCTVบริเวณบนสันเขื่อน

ที่มา:ryt9 , 30 ตุลาคม 2554
***********
หมายเหตุไทยอีนิวส์:รายงานข่าวนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ยัง ต้องสืบค้นข้อเท็จจริงอีกมาก เราจึงยังตั้งคำถาม?ในพาดหัวข่าวอยู่ว่าเรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่?

ขอแนะนำให้อ่านรายงานเกี่ยวเนื่อง ระหว่างฝ่ายที่ไม่เชื่อเรื่องฤษฎีสมคบคิดนี้ กับฝ่ายที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดเพิ่มเติมด้านล่างนี้

-สมศักดิ์ เจียมฯ:ไม่เชื่อมีแผนปล่อยน้ำทำลายรัฐบาล

-12ข้อสังเกตทฤษฎีสมคบคิด คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต

ท่านที่ประสบปัญหาเกลี้ยกล่อมญาติผู้ใหญ่ให้ออกจากพื้นที่น้ำท่วมไม่สำเร็จ ทางเราขอเเนะนำวิธีการนี้

ที่มา Thai E-News

สำหรับท่านที่ประสพปัญหา "เกลี้ยกล่อมพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ให้ออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมได้ไม่สำเร็จ" ผมขอเเนะนำวิธีการนี้

ผมเกลี้ยกล่อมแม่ พอน้ำท่วมให้ออกมาจากพื้นที่ทันที เพราะมันไม่สามารถอยู่ได้จริงๆ แต่แกไม่ยอมออก ยืนยันจะอยู่ให้ได้ กล่อมยังไงก็ไม่สำเร็จ จนแล้วจนรอด แกยังไปซื้อน้ำมาพันกว่าบาท กะจะอยู่ให้ได้ ถึงขนาดจะซื้อเรือลำนึง 6-7 พัน

พอถึงวันที่น้ำมาจริงๆ (แค่เข่าเท่านั้น) ปลิงที่หน้าบ้านผมเยอะมาก ผมเก็บของเสร็จแล้ว ไม่มีไรทำ ไปนั่งช้อนปลิงหน้าบ้านเล่น ที่บ้านเป็นสวน ปลิงตัวใหญ่มากครับ พอช้อนได้ซัก 4-5 ตัว... แม่แกมาดูๆแล้วหายไปพักใหญ่ แล้วออกมา พูดว่า
"รอแม่อาบน้ำแป๊บนึง เก็บของเสร็จแล้ว อย่าลืมหาบ้านที่เค้าให้เลี้ยงหมาได้นะลูก"


.... ก็แค่นี้แหละ จบ!

ที่มา:facebook สหายเดียร์ หัวกบฎ

หมายเหตุไทยอีนิวส์:หากวิธีการดังกล่าวข้างต้นยังไม่เป็นผล ท่านอาจจะต้องยอมลงทุนแปลงร่างเป็นไกรทองจับชาละวันมาโชว์ซักตัว..