WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, November 4, 2011

หมัดเด็ดลูกพรรคปชป.ย้อนศรน็อกมาร์คซะเอง

ที่มา Thai E-News

ทีเด็ด-นาย เจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง รมช.มหาดไทยเงาพรรคประชาธิปัตย์ นำสถิติระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ห็นว่าระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลยุคที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริหารงานสูงถึง 9 พันล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่ 3 สิงหาคม แต่ปล่อยให้น้ำสูงถึง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรจึงค่อยปล่อยน้ำออกมา

แตกต่างจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่จะพร่องน้ำจากเขื่อนเมื่อระดับน้ำสูงไม่ เกิน 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทำไมรัฐบาลชุดนี้กับปล่อยให้ระดับน้ำสูง 1.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรค่อยปล่อยน้ำ ถือว่าเกินระดับที่เขื่อนจะรับไหว เท่ากับตั้งใจให้เกิดน้ำท่วมใช่หรือไม่(มติชน)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 พฤศจิกายน 2554

จากคำกล่าวดังกล่าวของนายเจ๊ะอามิงที่ระบุวันที่ 3 สิงหาคมน้ำสูงจน เข้าขีดอันตราย แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ยอมปล่อยน้ำ จน1.3ล้านลูกบาศก์เมตรค่อยปล่อย เหมือนมีเจตนาให้น้ำท่วมนั้น จากการลำดับเวลาจะพบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เพิ่งได้รับลงมติจากสภาให้เป็นนายกฯในวันที่ 5 สิงหาคม ได้รับโปรดเกล้าฯเป็นทางการในว้นที่ 8 สิงหาคม และประชุมครม.นัดแรกในวันที่ 11 สิงหาคม

ดังนั้นในวันที่ 3 สิงหาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังคงรักษาการนายกรัฐมนตรีอยู่ และยังเป็นเช่นนั้นมาจนกระทั่งวัีนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับโปรดเกล้าฯเป็น ทางการในวันที่ 8 สิงหาคม

คำถามมีอยู่ว่า 5 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคมนั้น เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์รู้ข้อมูลดีขนาดนี้ รัฐบาลรักษาการของนายอภิสิทธิ์กำลังทำอะไรอยู่ในเวลานั้น?

5 สิงหาคม-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับการลงมติจากที่ประชุมสภาให้ขึ้นเป็นนายกฯคนใหม่ (รอยเตอร์)
8 สิงหาคม-โปรดเกล้าฯ'ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี (กรุงเทพธุรกิจ)
11 สิงหาคม-ประชุมครม.ยิ่งลักษณ์นัดแรก (ข่าว อสมท.)


นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำนปช.โต้พรรคประชาธิปัตย์กรณีนี้(ดูตั้งแต่นาทีที่43เป็นต้นไป)

Thursday, November 3, 2011

แด่..นายกหญิงของเรา สู้ๆนะคะ -วิถีชน

ที่มา thaifreenews

โดย HardCoreLady

ความรู้สึก ความเห็น ของชายคนหนึ่ง อยากให้ลองอ่านกัน...เห็นภาพเลย

อยากออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยแสดงความคิดเห็นในบอร์ดมาก่อน
แต่ใช่ว่าไม่อ่าน ผมท่องตามบอร์ดต่างๆไม่เลือกสี อ่านแล้วเห็นด้วยไม่เห็นด้วย
ก็เก็บไว้ในใจ
...
มา ณ.บัดนี้
ผมแค่รู้สึกเป็นหนี้คนคนหนึ่ง

คนคนนั้น ผมเคยมองแล้วประมานการเธอผิดมหันตร์

แรกเริ่มเดิมที ผมได้ยินชื่อเธอแว่วๆจากข่าวแค่ว่า
เธอเป็นน้องสาวคนสุดท้อง
เธอบังเอิญเป็นซีอีโอแบบบุญหล่นทับ
เธอเป็นคนมีเงิน...น่าจะทำงานจับจดแบบคุณหนูทั้งหลาย
เธออาสามารับใช้ประชาชนเพราะตระกูลหมดตัวเลือก

เธอชนะเลือกตั้งเพราะกระแสบุญเก่าของพี่ชาย
เธอไม่ชินกับการพูดต่อหน้าสื่อ

และผมจำได้แม่นยำว่าเสียงเธอผู้นั้นสั่นในการประกาศตัวครั้งแรก
ผมคาดว่าเธอไม่มีความมั่นใจเท่าไร การหาเสียงบอกถึงการทำงานเป็นทีม
มีทีมเวิร์กแพลนงานไว้แล้ว มิได้มาจากฝีมือเธอ

แม้นแต่การอ่านโพยเธอก็ผิด
อืม... จะไหวหรือนี่
ผมคิดในใจคนเดียว

และแล้วปัญหาแรกที่จะพิสูจน์เธอก็มาถึง
ท่ามกลางปัญหารุมเร้า
ท่ามกลางความปรามาสเยาะเย้ย
ผู้ชำนาญการต่างโหวกเหวกออกมาไม่ขาดว่าทำแบบนี้สิ ทำแบบนั้นสิ
เสมือนคนเชียร์มวยข้างเวที

หลังจากนั้นไม่นาน
ผมเริ่มเห็นการโจมตีเธอเป็นระลอก โจมตีทุกเรื่องทุกย่างก้าว
จริงเท็จไม่สำคัญ
การปล่อยข่าวลือโหมกระหนํ่า
คำบริภาษเกลื่อนโซเชียลเน็ตเวิก

ผู้หญิงคนนั้น มิเคยปริปากต่อปากต่อคำหรือแก้ตัว
ผู้หญิงคนนั้น มิเคยแสดงให้เห็นถึงความท้อถอย
ผู้หญิงคนนั้น มุ่งมั่นสู้กับปัญหา
ผู้หญิงคนนั้น มิเคยชี้นิ้วโยนปัญหาว่ามาจากคนเก่า

ที่สำคัญที่สุด

เธอมิได้แสดงความเป็นเจ้าขุนมูลนายกับประชาชน
เธออ่อนน้อมถ่อมตน
สองมือประนมยกไหว้ปวงประชาโดยมิขัดเขิน

เธอยิ้มรับกับทุกถ้อยคำที่เสียดสี
เธอสู้ไม่ถอย
เธอยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชน

เธอผู้นั้น
มีความเป็นมืออาชีพทุกกระเบียดนิ้ว
มีความเป็นกุลสตรีไทยทุกกระเบียดนิ้ว

เธอก้าวเข้ามาเพราะและเพื่อรับใช้ประชาชน

เธอมิใช่แม่ของประชา
เธอมิใช่ผู้สืบทอดมรดกการเมือง

แต่เธอคือ พณ.ท่าน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย
ผู้ขันอาสามาทำงานให้กับคนไทย
......ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร.....

ด้วยจิตคารวะ
วิถีชน

วิวาทะ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" โพสต์ข้อความหมิ่น "ผู้หญิงเหนือ"

ที่มา ข่าวสด


เมื่อวันที่ 3 พ.ย. มติชนออนไลน์รายงานว่า วันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจเจ้าของกิจการหลายแห่งในต่างประเทศ และเป็นเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ด็อทคอม ซึ่งเคยออกมาแสดงความเห็นโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสตรีทางภาคเหนือ ว่า


"ไม่อยากจะกล่าวคำแบบนี้ เพราะจะดูเสมือนดูถูกสตรี..แต่ในความเป็นจริงนั้น..สาวเหนือที่ไร้การศึกษาหรือขี้เกียจ และด้อยปัญญา จะมาทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน..หลักๆ ก็คือขายบริการ..ฉะนั้นสาวเหนือที่ไร้สติปัญญาและโง่เขลาขนาดหนักแต่หน้าด้านมารับตำแหน่ง ก็ควรจะรู้นะว่าอาชีพอะไรที่เหมาะแก่คุณ ?"


จากนั้น นายเอกยุทธยังได้โพสต์ข้อความที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่น


"ตำแหน่งนายกฯ นั้น ไม่ใช่ของครอบครัว..และไม่ใช่ที่ฝึกหัดงาน..หากไร้ปัญญาก็อย่าหน้าด้านมารับตำแหน่ง.."


และ


"สื่อถามรัฐบาลและผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายว่าต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศเรื่องน้ำท่วมมั้ย ? คำตอบที่ได้คือ ′เราช่วยตัวเอง′ ได้...มิน่าถึงได้ยินบ่อยๆว่า ′เอาอยู่ค่ะ′”


ต่อมา ข้อความดังกล่าวได้ถูกแชร์ (แบ่งปัน) ในเฟซบุ๊ก เป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและโต้แย้ง สำหรับตัวอย่างความเห็นโต้แย้งที่มีต่อข้อความของนายเอกยุทธ มีอาทิ


ข้อความในเฟซบุ๊กของ "เพียงคำ ประดับความ" กวีการเมือง ที่ระบุว่า "เอกยุทธ อัญชันบุตร -- ไร้สติปัญญาและโง่เขลา ยังสามารถเอาชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงเด็ดขาด พอชนะแล้วขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เอกยุทธบอก ′หน้าด้าน′ แล้วคนที่ไม่มีปัญญาชนะเลือกตั้ง แต่ยังดันขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในอดีตนั้นน่ะ ต้องเรียกว่าอะไร -- ในสังคมประชาธิปไตย จะวิจารณ์อะไรก็วิจารณ์กันได้ จะวิจารณ์แบบนี้ก็วิจารณ์ได้ แต่ต้องอาศัยความหน้าด้านหน่อยเท่านั้นเอง"


"พูดตามสามัญสำนึกเลย -- จะไม่คิดหรอกค่ะว่า เอกยุทธดูถูกนายกฯ ด้วยการยกอาชีพ ′ขายตัว′ มาเปรียบกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บอกให้นายกฯ เลิกเป็นนายกฯ ไปขายตัว -- การขายตัวเป็นอาชีพสุจริต คนขายตัวก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทุกอาชีพล้วนต้องอาศัยความเพียร อาศัยทักษะ อาศัยความอดทนวิริยะด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดเป็นเทวดา จะนั่งงอมืองอตีนขี้เกียจก็มีแต่จะอดตาย -- จะเป็นนายกฯ หรือเป็นผู้หญิงขายตัว ก็ล้วนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน เป็นพลเมืองที่มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันในประเทศประชาธิปไตย -- แต่สิ่งที่สะท้อนความ ′...′ ของเอกยุทธก็คือ คุณไม่เคยเคารพให้เกียรติผู้หญิง ไม่เคยให้เขาได้เลือกของเขาเองเลย ประชาธิปไตยพื้นฐานเลยคือ ′สิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง′ ที่คนพวกนี้ไม่เคยเข้าใจ ก็เมื่อผู้หญิงคนหนึ่ง เลือกที่จะเป็นผู้หญิงขายตัว นั่นคือ สิ่งที่เธอเลือก และเธอก็ปฏิบัติตามกติกา เรียนรู้สิ่งที่ควรทำควรเป็นในอาชีพที่เธอเลือกทำมาหากินไม่ได้ไปหนักกบาลใคร - เช่นเดียวกับผู้หญิงอีกคน ซึ่งเลือกที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เธอก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง เดินสายหาเสียง แล้วก็ชนะการเลือกตั้ง ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มศักดิ์ศรี อย่างที่ใครท้วงติงไม่ได้ -- เธอเดินตามกติกา เคารพกติกาของสังคม และแสดงเจตจำนงในการกำหนดชะตากรรมตนเองอย่างเต็มศักดิ์ศรี -- แต่ดันมีมนุษย์ผู้ชายจำพวกฝักใฝ่เผด็จการ ที่ไม่ยอมรับการกำหนดชะตากรรมตนเองของเธอ ...มาเลือกอาชีพที่เธอไม่ได้เลือกให้ โรคไม่ยอมรับการตัดสินใจของคนอื่นเนี่ย มันคงติดแน่นอยู่ใน...แล้ว ไม่ได้สะท้อนออกมาแค่จุดยืนทางการเมืองเท่านั้น แต่มันฝังอยู่ในทุกอณูของทัศนคตินั่นแหละ"


และบทความ "จดหมายจากคลองกระจง ถึง คุณเอกยุทธ อัญชันบุตร" โดยสมาชิกเฟซบุ๊กผู้ใช้นามว่า "ปฐม พยัคฆ์ร้ายเเห่งคลองบางหลวง" ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนดังนี้


"สวัสดี ครับ คุณ เอกยุทธ อัญชันบุตร ครับ วันนี้ทันทีที่ข้าพเจ้าได้อ่านสเตตัสของท่านแล้วก็เห็นว่า ข้าพเจ้าสมควรเขียนอะไรถึงท่านสักหน่อย ข้าพเจ้าไม่ออกความเห็นว่าสิ่งที่ท่านคิดเป็นอย่างไร เลว ดี อย่างไร ข้าพเจ้าคงตอบท่านไม่ได้เพราะข้าพเจ้าเองนั้นไม่ได้มีพื้นกำเนิดอันเดียวกับ ท่านเลยไม่รู้ว่าท่านสูงส่งมาจากไหนและข้าพเจ้าก็ไม่คิดจะขุดคุ้ยท่านแต่ อย่างใดเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่บัณฑิตพึงทำ


"คุณเอกยุทธครับ คุณรู้จักตำหนักแดงในพระบรมมหาราชวังไหมหรืออีกนัยยะหนึ่งเขาจะเรียกว่า ตำหนักเจ้าดารา เจ้าดารานั้นพระนามเต็ม ๆ ของพระองค์คือ เจ้าหญิงดารารัศมี เป็นพระธิดาของเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงแห่งเชียงใหม่ ความสำคัญของพระองค์คือเป็นผู้ที่ผนวกแผ่นดินล้านนากับแผ่นดินสยามให้เป็นปึกแผ่นกันทั้ง ๆ ที่พระองค์เองมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าหญิงหรือบุตรบุญธรรมของพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ ถ้าพระเจ้าอินทวิชยานนท์เลือกทางนั้นข้าพเจ้าก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าแผ่นดินล้านนาในทุกวันนี้จะเป็นอย่างไร อย่างน้อย ๆ ก็อาจจะเป็นถึงฮ่องกงแห่งภาคพื้นอุษาคเนย์ก็เป็นได้ แต่เพราะเหตุอันใดนั้นไม่ทราบพระเจ้าอินทวิชยานนท์ถึงเลือกจะส่งลูกสาวของพระองค์มายังสยามประเทศ ทำให้แผ่นดินสยามกับล้านนาประเทศเป็นอันหนึ่งเดียวกันและทำให้สยามประเทศนั้นปลอดภัยภยันตรายอันเกิดจากประเทศอังกฤษเจ้าอาณานิคม


"ดังนั้นถ้าจะมองว่าสตรีสูงศักดิ์เหนือทำให้ประเทศพ้นภัยก็น่าจะได้นะครับคุณเอกยุทธ นี่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าอยากพูดถึงหรอกครับยังมีอีกเรื่องคือ คุณเอกยุทธรู้จักคำว่า นางสาวถิ่นไทยงาม ไหม ถ้า ข้าพเจ้าจำไม่ผิดนางงามเวทีนี้คือรายการประกวดประชันนางงามภาคเหนือที่เกิด ขึ้นในสมัยจอมพล. ป. พิบูลสงคราม และไม่เพียงเท่านั้นท่านจอมพลคนเดียวยังเป็นคนให้จังหวัดทางภาคเหนือมีการ จัดงานฤดูหนาวและประกวดนางงามในงานนั้นด้วย ที่ข้าพเจ้าพูดมาถึงตรงนี้ เพียงเพราะอยากจะชี้ให้ท่านเห็นว่า อาณาจักรล้านนา มีการเปลี่ยนแปลงในเวลา ที่ใกล้ๆกัน แต่ข้าพเจ้าเข้าใจเอาเองว่าความเปลี่ยนแปลงขั้นรุนแรงของล้านนานั้นมาเกิดขึ้นในสมัย จอมพล ป. ที่ประกาศใช้ลัทธิชาตินิยมอย่างเต็มขั้น ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมายในแผ่นดิน ไม่ใช่เพียงแต่ล้านนาที่ได้ผลกระทบ เพราะนโยบายของจอมพล ป. นโยบายเดียวทำให้เกิดผลกระทบไปทุกภูมิภาค ตอนนั้นทางอีสานก็ระส่ำ ทางใต้ก็ระส่าย ทางเหนือก็เจอยัดเยียดความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น


"สิ่ง ที่ จอมพล ป. ทำนั้นทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายในแผ่นดินล้านนาและน่าจะเป็นการเปิด ประตูล้านนาให้คนอื่นได้เข้าไปยึดครอง โดยเฉพาะเรื่องความงามของสาวเจ้า ความงามของสาวเหนือได้ปรากฏสู่สายตาโลกกว้างก็คงเพราะจากนโยบายนี้ของ ท่าน ข้าพเจ้าคิดไปเอาเองว่าจากนั้นก็เริ่มมีการล่อการลวงเกิดขึ้นมากมาย ตามมา แต่สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงการปกครองในแผ่นดิน ล้านนาซึ่งมาจากนโยบายของรัฐบาลกลาง ป่าไม้ เหมืองแร่ ทรัพยากรต่าง ๆ ที่เขาหาได้โดยง่ายก็ถูกยึดครองเป็นของรัฐ รัฐบาลกลางได้เข้าไปยึดถือครองและทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาเลวร้ายลง กฏเกณฑ์ของรัฐบาลกลางนั้นไม่เอื้อกับความเป็นอยู่ของเขาจึงทำให้เกิดความ เปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ ล้านนาที่เคยเป็นดินแดนที่เรียบง่าย งดงาม ก็ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เขาต้องการหรือไม่... นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลกลางไม่เคยเพียรถาม เขาได้แต่คิดว่าต้องเปลี่ยนต้องยึดโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนพื้นที่คิดอย่าง ไร มีคนพูดถึงว่า ′หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง ความเป็นล้านนาก็ค่อย ๆ หายและลบเลือนไป เขาเอาสิ่งที่ไม่ต้องการมาให้เราและก็ยังกดขี่เรา′ คำกล่าวนี้น่าจะเป็นจริง แต่จะเป็นจริงอย่างไรนั้นต้องให้คนพื้นที่มาตอบเองข้าพเจ้าเพียงแต่มองจากสายตาคนอ่านหนังสือมาเท่านั้น


"สิ่งที่ตามมาคือความยากเข็ญในแผ่นดินล้านนา นายทุนเริ่มบุกไปเอาเปรียบ รัฐบาลกลางเริ่มขูดรีดและจัดระบบจนทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตเรียบง่ายได้เหมือนเดิม เกิดการดิ้นรนและต่อสู้เพื่อจะมีชีวิต ความเชื่อที่ว่าสาวเหนือนิยมมาขายตัวก็เกิดมาจากตรงนี้... แต่คุณเอกยุทธรู้ไหมว่าเพราะอะไรถึงมีการขายลูกกิน... ไม่มีใครที่ขายลูกในอกได้หรอกครับ ข้าพเจ้าเชื่อเช่นนั้นแต่ถ้าเขาแร้นแค้นไม่มีแม้แต่เงินจะยาไส้จึงบีบให้เขาต้องทำ ก่อนหน้านี้มาถ้าเรามองย้อนไปเคยเกิดเรื่องราวแบบนี้ไหมในแผ่นดินล้านนา สถานชำเราชายก็เป็นคนจีนเสียส่วนใหญ่ ตึกต่าง ๆ ในเยาวราชก็เป็นต่างด้าวและเป็นชาวจีนที่หนีภัยพิบัติและสงครามมา แต่ก่อนมีแต่คนจีนจริง ๆ ที่ทำอาชีพนี้แต่เมื่อคุณไปบีบคั้นเขาและล่อลวงมาชาวเหนือจึงตกเป็นขี้ปากอย่างปฏิเสธไม่ได้


"เขาไม่ได้มาขายตัวเพราะขี้เกียจ แต่มีการศึกษาพบแล้วว่า คนเหนือที่มาขายบริการในกรุงเทพฯ เพราะส่วนหนึ่งถูกล่อลวงมา พ่อแม่จำเป็นต้องขายพวกเธอเพราะถูกคนกดขี่เอารัดเอาเปรียบ ถ้าจะพูดกรุณาพูดให้ถูก ข้าพเจ้าขอแนะนำให้ท่านไปอ่านหนังสือของ สุภาพบุรุษน้ำหมึก อย่าง คุณ ณรงค์ จันทร์เรือง หนังสือเกือบทุกเล่มของท่านมีเนื้อหาเกี่ยวกับการผู้หญิงขายบริการไม่ว่าจะเป็น เทพธิดาโรงแรม เทพธิดาวารี เทพธิดาคาเฟ่ โดยเฉพาะ เทพธิดาโรงแรม ที่โด่งดังก็ชี้ให้เห็นชัดว่า มาลี เธอมาขายบริการเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะความซื่อของเธอหรอกเหรอถึงถูกหลอก ไม่ใช่เพราะความเลวระยำของคนกรุงเทพฯ เหรอที่ไปล่อลวงเขามา


"ถ้าข้อความดูถูกผู้หญิงเหนือจะหลุดออกมาจากใครสักคน ข้าพเจ้าไม่คิดเลยจะออกมาจากคนที่มีชาติกำเนิดดีและมีการศึกษาที่ดีอย่างท่านเลย ทำไมคนอย่างท่านถึงดูเหตุและปัจจัยไม่ออกครับ ทำไมถึงกล่าวว่าคนทั้งภาคทั้ง ๆ ที่ภาคนั้นได้ช่วยเหลือให้เราได้เป็นไทยจนถึงทุกวันนี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าวันนั้นเขาเลือกจะไปทางอังกฤษ ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยในวันนี้จะเหลือแผ่นดินแค่ไหนกัน... และจากประวัติศาสตร์ก็บอกชัด ๆ ว่า รัฐบาลของประเทศไทยทั้งนั้นที่รังแกเขา ทำไมถึงถึงได้หยาบคายกับเพื่อนมนุษย์ได้ขนาดนี้ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ...


"แต่ผ่านอ่านคอมเมนต์คุณไป ข้าพเจ้าก็ได้พบว่า ท่านได้แก้ตัวไว้ถึงสองความเห็นว่า


′ ต้องขออภัยนะครับ หากทำให้บางท่านไม่ชอบใจ..แต่กรุณาอ่านข้อความให้ชัดเจนครับ..ไม่ได้กล่าวหา หรือดูถูกใคร แต่กล่าวในความเป็นจริง และน่าจะเข้าใจกันดีว่าหมายถึงใครครับ..ผมเคารพในสิทธิ์และทุกอาชีพ แต่ไม่ยอมรับพวกหน้าด้านที่ทำให้สังคมและประเทศเสียหายครับ..และหญิงบริการ ก็ไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้ใครแต่คนบางคนที่ไม่มีสติปัญญาก็ไม่ควรอาสา เข้ามานี่ครับ..′


และ ′คุณคุณหมายความว่า หากมีอาชีพขายบริการแล้วต้องยกย่องก็คงได้มั้งครับ..ผมคิดว่าหากเข้าใจความ หมายต่างกัน ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ แต่หากจะเอาความคิดตัวเองว่าวิเศษ เลอเลิศแล้วก็คงไม่ต้องมาแสดงความคิดเห็นกันครับ..ผมจะพูดอย่างไร ก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ได้พล่ามและไร้สติ..ความหมายก็แล้วแต่ผู้อ่านจะคิดและตัดสินกันเอง..อย่า เอาความคิดตัวเองไปตัดสินคนอื่นครับ..และหากจะกล่าวว่าผมดูถูกก็ตามสบายแต่ บอกแล้วว่าผมรังเกียจพวกเกียจคร้านแต่อยากสบายโดยวิธีง่ายๆก็เท่านั้น..ส่วน คุณจะชอบหรืออย่างไรก็ตามสบายคุณครับ..′


"ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า... สิ่งที่คุณพูดบนสเตตัสว่าอย่างไร คุณต้องรับผิดชอบให้ครบไม่ใช่มาถึงกลางลำก็แก้ตัว เพราะสิ่งที่คุณพูดมันเป็นแค่คำพูดของคนรู้ไม่จริง เพราะสาวเหนือที่มาขายบริการส่วนใหญ่นั้นเพราะถูกหลอก ส่วนขี้เกียจและแก้ปัญหาด้วยการขายตัวมันมีทุกภาคล่ะครับ แม้แต่ประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่นและอเมริกาก็ยังมี มันมีกันทั้งโลกไม่ใช่แค่สาวเหนืออย่างเดียว...


"และถ้าในมุมมองของคุณนั้นก็บิดเบี้ยวเป็นอย่างมาก เพราะคุณปูไม่ใช่คนขี้เกียจแต่ถ้าคุณจะมองว่าเขาไม่มีปัญญานั้นก็ เป็นสิทธิของคุณแต่คุณไม่มีสิทธิไปบอกให้เขาไปทำอะไรหรือไปชี้่ว่าเขาควรไป ทำอะไรโดยเฉพาะอาชีพไม่พึงประสงค์เช่นนั้น..."

เริ่มแผนฟื้นฟู 5 พ.ย.เริ่มที่แรก"นครสวรรค์"

ที่มา Voice TV








เริ่มต้นฟื้นฟู พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเป็นทางการปลายสัปดาห์นี้ ที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่แรก หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปให้กำลังใจในการเริ่มต้นฟื้นฟู หรือ บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ที่จังหวัดนครสวรรค์ หลังจากสถานการณ์น้ำได้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว

ทั้งนี้จะมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5 พันบาท และมอบเงินเยียวยาสำหรับบ้านที่พังเสียหาย เพราะเหตุอุทกภัยด้วย ตั้งแต่หลังละ 1 หมื่นบาท ถึง 3 หมื่นบาท และในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ จะติดตามการกู้นิคมอุตสาหกรรม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน อีกทั้งยังมีแผนฟื้นฟู 1 ปีไว้รองรับด้วย ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 4 จังหวัด ทั้งนครสวรรค์ สุโขทัย อ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ที่ได้เสนอแผนฟื้นฟูต่อกระทรวงมหาดไทยแล้ว

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปภ. กล่าวว่า การอุดช่องว่างริมคลองประปา ทั้ง 17 จุด ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังเร่งเสริมคันกั้นน้ำถาวรตลอดแนวคลองประปา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกรมชลประทาน/บริษัทอิตาเลียนไทย /กรมโยธาธิการ/และกรมทางหลวงชนบท

ผู้อำนวยการ ศปภ. ยอมรับว่า พื้นที่กทม. 50 เขต อาจมีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้าง เพราะ กทม.เป็นพื้นที่รับน้ำตอนล่าง ซึ่งขอให้ติดตามทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมวลน้ำก้อนใหญ่เหนือ กทม.ได้ระบายออกไปบางส่วนแล้ว และเหลือในพื้นที่ กทม.ไม่เกิน 1 พันล้านลูกบาศก์เมตร

ด้านพลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าได้ให้รถไฟขนส่งกระสอบทรายขนาดใหญ่หรือบิ๊กแบล็กค์เพิ่มขึ้นจำนวน 6 พันกระสอบ เพื่อไปวางตามแนวทางรถไฟทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครตั้งแต่ประตูระบายน้ำ จุฬาลงกรณ์มาจนถึงสถานีรถไฟดอนเมือง โดยจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะทำให้ระดับบริเวณถนนวิภาวดี-รังสิตและถนนพหลโยธินค่อยๆลดลง

flood Way แก้ปัญหาน้ำท่วมถาวร

ที่มา Voice TV








นายกรัฐมนตรี น้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำ ฟลัดเวย์แก้ปัญหาน้ำท่วมถาวร พร้อมขอความร่วมมือประชาชนอย่าทำลายแนวคันกั้นน้ำคลองประปาและคลองต่างๆ

นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการทำฟลัดเวย์ (Floodway) หรือพื้นที่น้ำหลาก ทั้ง ห้วย หนอง คลองบึง และพื้นที่ริมตลิ่งที่เป็นที่ราบลุ่ม เพื่อจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมยอมรับ มีความหนักใจในการบริหารจัดการอุทกภัยครั้งนี้ เนื่องจากมวลน้ำมีปริมาณมาก และประชาชนบางพื้นที่ได้ทำลายคันกั้นน้ำ

จึงขอความร่วมมือกับประชาชนไม่ให้ทำลายแนวคันกั้นน้ำและหากยังมีการทำลายคัน กั้นน้ำอยู่ ก็จะใช้มาตราการขั้นเด็ดขาด ตามมาตรา 31 ของพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ได้ให้อำนาจผู้ว่าราชการ จังหวัดในการบริหารเต็มที่อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรียังยอมรับว่าเกิดความเครียดในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา แต่ก็จะทำงานอย่างเต็มที่ และขอให้ความมั่นใจกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามงานที่ได้รับมอบ หมายอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนไว้วางใจมากขึ้น

ทั้งนี้ในช่วงเช้า นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ดอนเมืองตรวจสอบสถานการณ์อุทกภัยและให้กำลังใจประชาชน บริเวณถนนสรงประภา และในซอยวัดเวฬุนาราม ซึ่งมีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร และมีน้ำเน่าเสีย พร้อมนำอีเอ็มบอลหรือจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมาหยอดตามจุดที่มีน้ำเน่าเสีย จากนั้นนายกรัฐมนตรีนำถุงยังชีพมอบให้ประชาชนในซอยวัดโกสุมรวมใจ หมู่บ้านบูรพา 7 ในถนนสรงประภา โดยมีประชาชนมาให้การต้อนรับและรอรับถุงยังชีพกว่าจำนวน 500 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ยอมอพยพออก

ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนที่มารอรับถุงยังชีพ บริเวณหน้าหมู่บ้านเมืองใหม่บูรพาวิลล่า ว่าจะไม่ย่อท้อในการทำงาน ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ก็ได้ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีสู้ต่อไปกับการแก้ปัญหา น้ำท่วม

อ๊อฟจุกมั้ย?บิลลี่ด่าไว้การหนีคือวิสัยของผู้แพ้

ที่มา Thai E-News

พงษ์พัฒน์สู้ไม่ไหวหนีน้ำท่วมทุลักทุเล

บิลลี่ โอแกน:ไม่มีวันจะทิ้งเมืองหลวง ถึงแม้จะลำบากยากแค้นสักเพียงใด
Billy Ogan wrote:การหนี คือ วิสัย ของ ผู้แพ้ ไอ้การที่รัฐบาลเหี้ยนี่ประกาศให้เราทิ้งบ้านทิ้งช่อง โดยประกาศเป็นวันหยุด มึงจะให้คนกรุงเทพหนีไปไหน ที่นี่บ้านกู ถ้าน้ำหน้าอย่างพวกมึง ไม่มีปัญญา ปกป้อง บ้านกูได้ ก็ไสหัวไปให้ไกลๆตีน กูจะไม่ไปไหนทั้งนั้น พวกกูไม่เคยหนี แต่พวกมึงมันเหี้ย ไร้สติปัญญา ไร้ความสามารถ มึงจะใช้ ด๊อกเตอร์หน้าสันตีนคนไหนๆ มาพูด เสกสรรปั้นแต่งถ้อยคำยังไง กูก้อเห็นว่า พวกมึงมันไร้ความสามารถทั้งนั้น

ไปร้องไห้ให้ควายดูเหอะ หรือไม่ก็ไปขอเขาเล่นละครช่องเจ็ด เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ของเล่นที่จะทำพังแล้วร้องไห้ขออันใหม่ ที่นี่บ้านกู
เนื่องจากมีการลบข้อความออกจากfacebook และtwitterของบิลลี่ โอแกน แต่มีผู้เซฟหน้าเพจดังกล่าวไว้ที่บอร์ดสนทนาเสรีไทย

น้ำมิดหลังคา ลมหายใจข้าฯแทบหมดไป

ที่มา Thai E-News



อุทกกระอักอ่วม......ท่วมทุ่งท้องร่องนานม
อมทุกข์อมความขม...ร้องไห้แทบแพ้พ่าย
ไม่แคร์สายตาใคร ใยเจ้าเอย....ทำได้ลง
ไม่โทษและไม่โทษ ฝนฟ้า เพียงเพราะว่าข้าฯไม่ได้กำหนด

... ... ... ... โกรธแต้โกรธที่...เจ้าไม่เตือนเหตุเภทภัย
ช้ำ ช้ำจนไม่รู้ว่า นานเท่าใดจะกลับไปเหมือนเดิม
สองมือดำเกรียมไหม้ เพราะได้สร้างโลกใบนี้
และสองมือ สองเท้านี้ ที่ใช้งานจนกระดูกพรุน
บ้า่นหลังเล็กจากสองมือข้าฯ น้ำมิดหลังคา ลมหายใจข้าฯแทบหมดไป
อย่าบอกว่าไม่เป็นไร ! ให้รัฐไทยตระหนัก คิดเสมอว่า คนทุกคนนั้น "เท่าเทียม"

กวี อ.อ้นคนจริง

คุณยายเสื้อแดงแห่งเชียงใหม่จัดหนักเอกยุทธ

ที่มา Thai E-News

การ หมิ่นแคลนที่พุ่งใส่ยิ่งลักษณ์ก็เพราะเธอมาจากเชียงใหม่ แสดงให้เห็นว่าเอกยุทธมีความคิดราวกับลิงที่ไร้สมอง ไม่สิ ไม่กระทั่งนำไปเปรียบเทียบกับลิง เพราะบางทีวานรอาจจะมีสมองมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 พฤศจิกายน 2554

"ศรีลัดดา" คุณยายเสื้อแดงวัย 88 ปีแห่งแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีภูมิลำเนาบ้านเกิดในเชียงใหม่ และย้ายไปพำนักอาศัยในสหรัฐอเมริกามานานเกือบ 40 ปี ได้เขียนจดหมายถึงไทยอีนิวส์ ฝากผ่านไปถึงเอกยุทธ อัญชัญบุตร


I don't know whether to laugh or cry after reading Akeyuth Anchanbutr comment about Northern women.. Well, I am one of them,born and raised in Cheingmai.

ยายไม่รู้จะหัวเราะ หรือว่าร้องไห้ดี หลังจากไำด้อ่านความเห็นของเอกยุทธ อัญชัญบุตรที่มีต่อผู้หญิงภาคเหนือ..อืมม์ คือว่ายายเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงเหล่านั้นด้วย เกิดและเติบโตที่จังหวัดเชียงใหม่

I might be a little luckier than a lot of northern girl,since my father was a school teacher, so I had a chance to go to school. In these days and age of the year 2554..it is hard to beleive there still are men like Akyuth who still have their heads in the sand.

ยายเองอาจจะโชคดีกว่าผู้หญิงภาคเหนือคนอื่นอยู่บ้าง เพราะมีพ่อเป็นครูสอนหนังสือตามโรงเรียน ก็เลยได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือใฝ่หาความรู้ ในทุกวันนี้ นี่มันปีพ.ศ.2554 ก็ทำใจยากที่จะเชื่อหละนะว่ายังมีคนแบบเอกยุทธที่ยังมีหัวซุกดินทรายอยู่

They dont realize that prejudice and racistm have become exticnt with the Dinosaurs.

มันก็เลยแทบไม่น่าเชื่อว่ายังมีคนพรรค์นี้ที่เต็มไปด้วยอคติและ การหมิ่นแคลนชาติพันธุ์กำเนิดกัน ก็นึกว่าจะสูญพันธุ์ไปพร้อมกับไดโนเสาร์แล้วซะอีก

Cheingmai women are not any different from their sisters from other part of the country,that there are educated and uneduacted or under educated,rich and poor,smart and stupid,just like Bangkokians.

ผู้หญิงเชียงใหม่ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากพี่สาวน้องสาวของ ส่วนอื่นในประเทศหรอก ก็มีทั้งคนที่มีการศึกษา-ด้อยการศึกษา รวยและยากจน ฉลาดและโง่ ก็เหมือนที่กรุงเทพฯนั่นหละ

The insults that he dumps on Yingluck because she is from Chiengmai shows Akeyuth mentality that he is just a brainless ape..no, can't even compare him to an ape..because an ape probably has more brain he does.

การหมิ่นแคลนที่พุ่งใส่ยิ่งลักษณ์ก็เพราะเธอมาจากเชียงใหม่ แสดงให้เห็นว่าเอกยุทธมีความคิดราวกับลิงที่ไร้สมอง ไม่สิ ไม่กระทั่งนำไปเปรียบเทียบกับลิง เพราะบางทีวานรอาจจะมีสมองมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ

Lets say he is worse than a sai-dearn..[earthworm]..and more despicable. Kun Yai from Chiengmai.

อยากจะบอกว่านายคนนี้แย่ซะยิ่งกว่าไส้เดือน และอาจจะน่ารังเกียจซะยิ่งกว่านี้/จากคุณยายแห่งเชียงใหม่

รู้จักคุณยายเสื้อแดงจากเชียงใหม่สู่แคลิฟอร์เนีย


คุณยายศรีลัดดา ขณะนี้อายุ 88 ปี อยู่อาศัยในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

สมัยยังสาวๆเคยทำงานด้านการบินที่กรุงเทพฯเป็นเวลา 21 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯในปีพ.ศ.2515 จนปัจจุบันร่วมๆ39ปีแล้ว

สมัยอยู่เมืองไทยครอบครัวของคุณยายศรีลัดดาเป็นชาวพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขนาดสมาชิกในครอบครัวเคยลงสมัครส.ส.ของพรรคเก่าแก่นี้ ในช่วงที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังเป็นผู้นำพรรคอยู่ แต่เวลานี้คุณยายบอกว่าน่าเศร้าใจและผิดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ ช่างน่าละอายใจกับพรรคที่เคยมีเกียรติคุณชื่อเสียงกลับมามีพฤติกรรมฉ้อฉลใน ตอนนี้

ปัจจุบันนี้คุณยายอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมกับแมวตัวหนึ่งชื่อจัสมิน(ชื่อ ไทยๆว่า"ดอกมะลิ") และไม่รู้สึกเหงาเลย เพราะเมื่อ 3 ปีก่อนได้หัดใช้อินเตอร์เน็ต แล้วก็ใช้อินเตอร์เน็ตติดตามข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยได้คล่อง ตอนนี้คุณยายดีใจมากเลยที่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตท่องโลก

ตอนนี้อินเตอร์เน็ตก็ทำให้คุณยายสามารถคุยกับลูกสาวและลูกเขยที่พำนักอาศัย อยู่ในฝรั่งเศส รวมทั้งหลานๆในเยอรมนี และเพื่อนๆในอเมริกาได้อย่างสบาย

แน่นอนว่ารวมถึงข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยด้วย

ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้

ที่มา thaifreenews

โดย fee-faw-fum

เปิดประเด็นหนุนให้ปูน้อยหนีบมือจัดการคนภายในพรรคและรมต.ร่วมรบ.ที่ทำงาน
ไม่เข้าตากรรมการ เรียกว่าบางคนชั้นมวยไม่ถึงยังจะมาเผยอหน้าเข้ามาร่วมครม.อีก
ผู้นำรบ.นี้ควรหันมาปรับยุทธศาสตร์ใหม่หมด ด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใช้ยุทธวิธี
ไม่ใช่รอตั้งรับอย่างเดียว ต้องใช้นโยบายเชิงรุกควบคู่ด้วย

ดัง เหตุการณ์มวลชนบางพวกแฝงกายและประโคมข่าวหนุนหลังชาวบ้านแถวคลองสามวา เข้าไปเปิดประตูน้ำ เรื่องนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งประมาณกลางเดือนที่แล้ว ที่เทือกเขาเหล่ากอและห้อยร้อยยี่สิบ ได้นำคนของตนเองพร้อมอาวุธประมาณ 30 นาย เข้าไปข่มขู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกำลังทำคันกั้นน้ำ มีการยิงปืนขู่ด้วยและคำประกาศขานรับของรองผู้ว่ากทม.คนหนึ่ง จะให้พื้นที่ประตูน้ำคลองสามวาเป็นเรื่องของน้ำผึ้งหยดเดียวและลากยาวไปให้ ประชาชนต้องสับสนในเรื่องของการเปิดประตูน้ำนี้ จะทำให้มวลน้ำเข้ามาท่วมกทม.รวมพื้นที่ถึง 20 เขต น้อยๆหน่อยเพียงแค่ 3 เขตเท่านั้นคือเขตบึงกุ่ม (บ้านนายกฯปู)เขตสะพานสูงและบางกะปิ เขตบึงกุ่มโดนเข้าไปแล้วตรงบริเวณสหฟาร์มและร.พ.เปาโลแค่ท่วมฟุตบาทบนถ.นวมิ นทร์

มีการทำลายคันกั้นน้ำที่คลองประปา 17 จุดในคืนวันที่ 2 พ.ย.นี้อีกแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา มันเป็นขบวนการของกลุ่มที่เสียอำนาจ เสียผลประโยชน์และต้องการให้รัฐบาลนี้เสียหน้า ลากจูงไปให้ประชาชนเข้าใจผิดในเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ จึงเข้ามาปฏิบัติการร่วมเป็นขบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมปฏิบัติการทางด้านสื่อทีวีหลังจากจอดำของ ASTV เกิดขึ้น มีคนเห็นแป๊ะลิ้มไปปรากฏกายพร้อมจ๋อจ๋อที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เขาว่าจะเป็นหัวขบวนอีกครั้งเฉกเช่นเดียวในการล้มรบ.ไทยรักไทยตอนปี 2549 จอสว่างก็หวลคืนกลับมาอีกครั้งพร้อมทั้งบอกว่าได้เจรจาต่อรองค่าเช่าช่อง ทรานสปอนเดอร์เจ้าของดาวเทียมฮอลแลนด์เรียบร้อย คงได้สนธิกำลังกับเจ้าพ่อแชร์คนหนึ่งที่หายหน้าหายตาไปนาน ก็ปรากฏตัวพร้อมกับบทความที่ไม่ค่อยจะโสภาออกมาโจมตีเรื่องผู้หญิงในสื่อ social network

มีการบิดเบือนข้อมูลเรื่องการกักเก็บน้ำ การปล่อยน้ำจากเขื่อน มาจากพรรคแมลงสาบ อย่านึกว่าประชาชนเขากินแกลบกินรำ เขารู้ทันหมดแล้ว ไม่ใช่เฉพาะคนในประเทศที่รู้เรื่องนี้ คนทั่วโลกเขาก็รู้ด้วย น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากน้ำมือของคนไม่ใช่ธรรมชาติ ยังมีหลักฐานยืนยันการทำฝนเทียมช่วยภัยแล้งวันที่ 28 ก.พ. 54 เป็นการปฏิบัติการทำฝนเทียมช่วยภัยแล้ง จึงต้องปฏิบัติการทำฝนเทียมเหนือเขื่อนในการกักเก็บน้ำ และตัวรมต.เกษตรคนนี้แหละ ได้มาเปิดงานด้วย

ถ้าจะให้ “ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้” รัฐบาลมีอำนาจและกฎหมายอยู่ในมือ ต้องรีบปฏิบัติการอย่างเด็ดขาด ความเดือดร้อนมาถึงตัวประชาชนครึ่งประเทศแล้ว ไม่ต้องรีรอ อย่าชักช้า นำความจริงออกมาเปิดเผยและต้องเชือดไก่ให้ลิงดู จะด้วยวิธีใด ประชาชนน้อมรับได้และจะเป็นกำแพงเหล็กคอยหนุนหลังให้รัฐบาลยืนหยัดสู้กับ ความชั่วร้ายของกระบวนการอัปรีย์ที่มาคอยรังคราญ มาทำร้ายประชาชนและผืนแผ่นดินนี้ จึงได้เตือนมาดัง “ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ” ถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่ว่า คงจะไปใกล้เคียงคำทำนาย

ที่มา http://news.mthai.com/hot-news/134956.html
และ
ที่มา http://news.voicetv.co.th/thailand/5071.html

นายกปูตรวจดูน้ำท่วมพื้นที่ดอนเมือง

ที่มา thaifreenews

โดย ice angel


นายกฯ ลงเรือตรวจสภาพน้ำท่วม พื้นที่ดอนเมือง พร้อมแจกถุงยังชีพ และหย่อน "EM บอล" บำนัดน้ำเสีย



ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม รู้ว่านายกมาก็ออกมาลอยเรือ

หลังจากตรวจดูพื้นที่แถวดอนเมือง สรงประภา แล้วจะเดินทางเข้า ศปภ.วิภาวดีรังสิต