WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 6, 2011

‘ปลอดประสพ’จวก"เดอะมั่ว" วางกระสอบทรายขวางทางน้ำ ถ.หทัยราษฎร์

ที่มา ข่าวสด


เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 6 พ.ย. ที่ศปภ. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาทางกทม.ประสานงานขอกระสอบทรายจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย(ปภ.) จำนวน 1 แสนถุง ไปวางบริเวณ ถนนทหัยราษฎร์ เขตสายไหม และแจ้งว่าถ้าไม่ปิดถนนตรงนี้น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ

เมื่อลงไปในพื้นที่ประชาชนบอกว่า น้ำกำลังไหลออก เอากระสอบทรายมากั้นจะยิ่งทำให้เกิดปัญหา และเอากระสอบทรายมาวางขวางทางเข้าออก ทั้งรถ ทั้งเรือ ออกไม่ได้ ยืนยันไปว่าไม่ได้เป็นคำสั่งของ ศปภ. และตรวจสอบพบว่าเป็นควารมคิดของกทม.และคำแนะนำของหัวหน้าเขตสายไหม เป็นการทำงานที่ไม่รับผิดชอบอะไรเลย


“ถ้าผมพูดแรงไปก็อย่าโกรธกันนะ ถ้ากทม.หรือหน่วยงาของกทม.บริหารน้ำมั่วแบบนี้มันไม่ไหว ฝากไปถึงผู้ว่าฯกทม.ด้วยว่า การบริหารราชการถ้ามันไม่ถึงลูกถึงคน ไม่เข้าถึงพื้นที่อย่างนี้ ไม่เห็นแก่ลูกกะตา ประชาชนเดือดร้อนและแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ มีแต่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ผมจะแจ้งในที่ประชุมว่าในการแก้ไขปัญหาจะต้องเอาภาพเล็กมาซ้อนภาพใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหา จะถือวิสาสะ มองภาคใหญ่เอาแต่ใจตัว โดยไม่คำนึงถึงประชาชนตัวเล็กๆ ที่เดือดร้อนไม่ได้เด็ดขาด จะต้องมอบภาคเล็กไปสู่ภาพใหญ่ และจากภาพใหญ่ไปสู่ภาพเล็ก กทม.ปลอดภัย ประชาชนกรุงเทพฯไม่มีความสุข ไม่ปลอดภัย มันไม่ถูกต้อง ขอประกาศว่าที่เอากระสอบทรายไปวางที่นั่นที่นี้ไม่ใช่ความคิดของผม”

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกทม.และศปภ.ที่เกิด ขึ้นจะแก้ไขได้อย่างไร นายปลอดประสพ กล่าวว่าไม่รู้ว่าเป็นความขัดแย้งหรือไม่ แต่ว่ามั่ว เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่า “เดอะมั่ว”

"คมชัดลึก" และ "กรุงเทพธุรกิจ" ระบุรัฐบาลจ้างออร์แกไนซ์ให้ยิ่งลักษณ์ลงเยี่ยมชาวจรัญ

ที่มา ประชาไท

เว็บไซต์ "คม ชัด ลึก" และ "กรุงเทพธุรกิจ" ระบุรัฐบาลจ้างออร์แกไนซ์ให้ "ยิ่งลักษณ์" ลงพื้นที่เยี่ยมชาวจรัญฯถูกน้ำท่วม รวมถึงพิธีเปิดงาน "จิตอาสา เยียวยาประชาชน" ที่มีกระทรวงศึกษาธิการเป็นแม่งาน
6 พ.ย. 54 - เว็บไซต์คม ชัด ลึก และเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 พ.ย.2554 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะอาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางด้วยรถบรรทุก6ล้อ ตระเวนแจกถุงยังชีพและยารักษาโรคให้ประชาชนตั้งแต่ทางลงสะพานกรุงธนบุรีไปจน ถึงศูนย์พักพิงโรงเรียนบวรมงคลซอยจรัญสนิทวงศ์ 46 ซึ่งซอยดังกล่าวอยู่เยื้องๆคนละฟากถนนกับบ้านพักของนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งนี้ในการแจกถุงยังชีพโดยมีประชาชนออกมารับแจกตลอดทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางมาแจกถุงยังชีพที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนบวรมงคล พบว่าได้มีการว่าจ้างบริษัทออแกร์ไนซ์ของเอกชนแห่งหนึ่งมาดำเนินการให้นายก รัฐมนตรี พบปะประชาชนผู้ประสบภัยด้วย และจากนี้ยังพบว่าในพิธีเปิดงาน " จิตอาสา เยียวยาประชาชน " ที่มีกระทรวงศึกษาธิการเป็นแม่งาน ณ พระลานพระราชวังดุสิต ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ก็มีการจ้างออแกร์ไนซ์มาจัดงานให้ด้วยเช่นกัน โดยจุดที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือ การปล่อยควันดรายไอซ์ในช่วงที่ปล่อยคาราวานรถช่วยผู้ประสบภัย
หลังจากการพบปะประชาชนที่ศูนย์พักพิงฯ นายกรัฐมนตรีได้นั่งเรือของตำรวจน้ำข้ามฟากจากท่าวัดบวรมงคลฯมายังท่า เทเวศร์ เพื่อต่อรถตู้ไปตรวจน้ำท่วมที่บีบีมาร์เก็ต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ นายวิทยา บูรณะศิริ รมว.สาธารณะสุข พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาด้วย ซึ่งนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี รายงานสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดนนทบุรีตอนหนึ่งว่า ภารกิจของจังหวัดดำเนินการทมีสามภารกิจคือดูแลแนวคันกั้นน้ำให้มั่นคงแข็ง แรง อพยพประชาชนมาที่ศูนย์พักพิง และนำอาหารไปให้ทั่วถึง แต่ทางจังหวัดมีขีดจำกัดเรื่องเรือติดเครื่อง เพราะหลายพื้นที่เข้าไปไม่ถึง จากนั้นนายอำเภอบางบัวทอง บางกรวย และบางใหญ่ ได้รายงานให้นายกฯทราบว่าทั้ง 3 อำเภอน้ำท่วม 100% เต็ม
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ปล่อยขบวนเรือบรรทุกถุงยังชีพและอาหารจำนวน 100 ลำ ให้กับประชาชนในอำเภอบางใหญ่เพื่อกระจายความช่วยเหลือ และต้องการให้เรือเข้าถึงประชาชนในทุกชุมชน ทุกจังหวัด และขอความร่วมมือผู้ใหญ่บ้านในการตั้งครัวของรัฐบาล ในการดูแลในระดับชุมชน และจะขอความร่วมมือจากนายอำเภอในการส่งความช่วยเหลือในทุกพื้นที่ ขณะนี้น้ำทะเลเริ่มลดแล้วขอให้ประชาชนอดทน รอให้น้ำระบายลงสู่ทะเล พร้อมกันนี้ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน จะร่วมฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะนั่งเรือเข้าไปในหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ เพื่อมอบถุงยังชีพและพบปะประชาชน ซึ่งพบว่าในบางใหญ่ซิตี้น้ำท่วมมากกว่า 1 เมตร บางจุดท่วมสูงถึงเอวบางจุดท่วมถึงคอ แต่ก็ยังมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยยังอาศัยอยู่ในชั้นสองของบ้าน ทั้งนี้น้ำในบางใหญ่มีสีดำและส่งกลิ่นเหม็นเนื่องจากน้ำขังเป็นเวลานานและ มีขยะลอยเกลื่อน แต่อย่างไรก็ตามพบว่าระดับน้ำที่นี่ได้ลดลงประมาณ 20 ซม. โดยสังเกตุได้จากคราบตะไคร่ที่เกาะกับรั้วบ้าน ซึ่งก็มีเฉพาะประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ที่ได้ รับถุงยังชีพ แต่ประชาชนที่อยู่ห่างจากจุดดังกล่าวหาได้ทราบและได้รับไม่ ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิจารณ์ว่าประชาชนที่ได้รับนั้นล้วนแต่เป็นฐานเสียง ของนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น
ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้าไปเยี่ยมเยียนประชาชนศูนย์พักพิงโรงเรียน เฉลิมพระเกียรติ์ 60 พรรษา ในบางใหญ่ซิตี้ พร้อมกับตั้งโรงครัวรัฐบาล โดยนายกฯได้มอบอาหารและรับประทานอาหารกลางวันกับชาวบ้านด้วย

นักข่าวพลเมือง: เปิดถุงยังชีพ ศปภ. ชี้แจง หลังมีข่าวของในถุงไม่สมกับงบจัดซื้อ

ที่มา ประชาไท

อาสาสมัครแพ็กของที่ ศปภ. ชี้แจงถุงยังชีพที่ออกจากศูนย์ มี 2 แบบ แบบแรกเป็นถุงผ้าร่มสีน้ำเงินที่ใช้งบจัดซื้อ ยันของในถุงครบตามสเป็กคุ้มเกินงบ ส่วนอีกแบบที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นอีกแบบที่อาสาสมัครช่วยกัน “แพ็ก” จากสิ่งของประเภทต่างๆ ที่มีผู้นำมาบริจาค และติดป้าย ศปภ. เพื่อแสดงว่าผ่านการคัดแยกแล้ว

เมื่อวานนี้ (5 ต.ค.) ผู้ใช้นามแฝงว่า “Tukta Perace” ได้เผยแพร่ภาพถุงยังชีพที่ติดตราสัญลักษณ์ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัย (ศปภ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเจ้าของภาพที่ใช้นามแฝงว่า “Tukta Perace” (ดูภาพประกอบ)

และได้มีการระบุข้อความในภาพว่า “ถุง ยังชีพแบบ 800 บาท ศปภ. ซื้อไปหนึ่งแสนชุด เป็นเงิน 80 ล้านบ. เปิดดู ข้างในถุง มีแค่ เนี้ยย....ช่วยประเมิน ให้ที ราคา มัน 800 จริงๆ เหรอคะ ????”

ภาพที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งของในถุงยังชีพ ราคาน้อยกว่างบที่ตั้งไว้ (ที่มา: Tukta Perace/Facebook.com)

โดยเว็บไซต์ เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ได้เผยแพร่ภาพนี้ต่อ นำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อพร้อมทั้งระบุว่า สิ่งของที่อยู่ในภาพประกอบด้วย ข้าวสารขนาด 5 กิโลกรัม 1 ถุง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 6 ซอง, ขนมปัง 6 ชิ้น, อาหารกระป๋อง 2 กระป๋อง, ยาพาราเซตามอล ชนิดแผง 10 เม็ด 2 แผง, โลชั่นทากันยุง 2 ซอง, ยาสระผม 1 ขวด, กระดาษชำระ 1 ม้วน, ผ้าอนามัย 1 ห่อ, เทียนไข 6 เล่ม และไฟแช็ก 1 อัน

โดยทางเว็บไซต์ เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ยังได้อ้างต่อว่า ภาพดังกล่าวถูกส่งต่อในเครือข่ายเฟซบุคจำนวนกว่า 1,700 คน โดยไม่นับเฟซบุคอื่นๆ ที่นำภาพไปโพสต์ต่อ รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตถึงราคาสินค้าที่นำมาบรรจุในถุงยังชีพของ ศปภ. โดยผู้ใช้นามแฝง “OOm Owlet” ได้ลองเปรียบเทียบราคาสินค้า ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อละ 5 บาท 10 ห่อ เป็น 50 บาท, เทียน 10 บาท, แชมพู 12 บาท, ปลากระป๋อง 16 บาท 2 กระป๋องเป็น 32 บาท, ข้าวสารแบบถูก ถุงขนาด 5 กิโลกรัมถุงละไม่เกิน 70 บาท, ผ้าอนามัย ซานิต้า 23 บาท, ทิชชู่ 12 บาท, ไฟแช็ค 8 บาท, ยาแก้ปวดหัว แผงละ 8 บาท 2 แผงเป็น 16 บาท, ขนมปังห่อละ 4 บาท ถ้าซื้อเป็นโหลในแม็คโคร ตกอันละ 3.25 บาท 10 ซองเป็น 40 บาท, ถุงใส่ของสกรีนโลโก้ กิโลกรัมละ 48 บาท ประมาณ 150 ใบ หากคิดแบบแพงตกใบละ 32 สตางค์ต่อถุง และมีโลชั่นกันยุง 2 ซอง 16 บาท

ส่วนเจ้าของนามแฝง “SaNdzz Sureeporn รักในหลวง” ระบุว่า ราคาสินค้าในถุงยังชีพของ ศปภ.ชุดนี้โดยประมาณ เพราะซื้อจำนวนมาก คาดว่าได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อละ 3.5 บาท 6 ห่อเป็น 21 บาท, ขนมเค้ก 3 บาท 6 ห่อเป็น 18 บาท, ยาพาราเซตามอล แผงละ 5 บาท 2 แผง 10 บาท, เทียน 7 บาท, ครีมกันยุง 7 บาท, ปลากระป๋อง 10 บาท 2 กระป๋อง 20 บาท, ข้าวสารเดาว่าเป็น 50 บาท, ทิชชู 6 บาท, ผ้าอนามัย 10 บาท และค่าถุงพิมพ์ชื่อ ศปภ. 5 บาท อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าชมภาพในเฟซบุ้คดังกล่าวส่วนใหญ่ต่างแสดงความคิดเห็นว่า ราคาสินค้าของถุงยังชีพของ ศปภ.ชุดนี้น่าจะอยู่ในระหว่าง 200-350 บาทเท่านั้น และตั้งข้อสังเกตว่า ศปภ.อาจมีการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่นำไปบรรจุลงในถุงยังชีพเพื่อ แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมหรือไม่ รายงานข่าว เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ระบุ

ขณะเดียวกัน เฟซบุคของเนชั่นสุดสัปดาห์ ได้โพสต์ภาพดังกล่าวด้วย พร้อมระบุข้อความว่า “@NationChannel24 ฉาวไม่หยุด! ชาวบ้านแกะถุงยังชีพศปภ.ถุงละ 800 บ. แล้วสงสัยว่าแค่นี้”

ภาพถุงยังชีพ ชนิดที่ใส่ในถุงผ้า เป็นแบบที่ ศปภ. มอบให้ผู้ประสบภัย และสิ่งของในถุงยังชีพ (ที่มา: หมออั้ม อิราวัต อารีกิจ/facebook.com)

ต่อมา มีผู้ใช้เฟซบุคที่ใช้ชื่อว่า “หมออั้ม อิราวัต อารีกิจ” ซึ่งเป็นอาสาสมัคร ศปภ. ได้ชีแจงผ่านเฟซบุคพร้อม นำภาพถุงยังชีพของ ศปภ. มาอธิบายว่า ถุงของ ศปภ. มี 2 แบบ ชุดแรกเป็นถุงใสมีออกมาจำนวนหนึ่ง แต่อีกชุดหนึ่ง “เป็นถุงผ้าร่มดังภาพ..อีกจำนวนหนึ่งครับ. ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่า”

โดยภายในประกอบด้วย "1. ข้าวหอมมะลิ 1 ถุง ขนาดราคาถุงละ 225 บาท 2. มาม่า 6 ห่อ ห่อละ 6 บาท x 6 ถุง...รวมราคา 36 บาท 3. ปลากระป๋อง(อย่างดี) 10 กระป๋อง กระป๋องละ 20-25 บาท..รวมราคา 200 บาท 4. ผักกาดกระป๋อง 2 กระป๋อง กระป๋องละ 20-25 บาท..รวมราคา 40 บาท 5. ขนมปัง ขนมปังแผ่นกรอบ หรือ แคร๊คเกอร์ห่อใหญ่ 2 ห่อ ราคาประมาณ 80 บาท 6. ไฟแช็ค เทียน สบู่ แฟ้บ น้ำยาล้างจาน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าอนามัยอย่างดี ไฟฉาย กระดาษทิชชู่ ยาแก้ปวด ยากันยุง ยาทาแผล คัตเตอร์..ถุงดำ (บางอันกองทับกันอาจมองไม่เห็นนะครับ) ราคาประเมิน รวมประมาณ 300-350 บาท 7. ถุงผ้าร่มหูรูด ขนาดใหญ่ อย่างดี ราคา 40 บาท 8. น้ำดื่ม น้ำปลา เกลือ น้ำมัน ฯลฯ..ประมาณ 100 บาท"

ผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ระบุด้วยว่า "ที่ กล่าวมา คือ ถุงที่ ศปภ. ใช้งบ "จัดซื้อ" นะครับ และก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะต้อง ถุงละ 800 บาท.."ตัวเลข" นี้ เป็นการ "คาดการณ์กันเอง" ของคนบางกลุ่ม โดยฟังเขามา แล้วเอาจำนวนงบ มาหารกับ จำนวนถุง ของจริงอาจมากกว่า หรือ น้อยกว่า 800 บาทก็ได้ครับ"

"แต่แค่นี้ ถ้าประเมินจากภาพก็เกือบ 1000 บาทแล้วครับ.. ลองบวกดู แต่ยังไม่หมดนะ ผมรอรูปเพิ่ม เพื่อยืนยัน หลายๆ กล้อง ลองคิดง่ายๆ ถ้าบวกได้ 1,100 งบที่รัฐตัดจ่ายจริง จะอยู่ประมาณ 700-800 บาทครับ เพราะรัฐฯ สามารถซื้อเป็นล๊อตใหญ่ได้เลย ก็จะได้ราคาถูกกว่าท้องตลาดครับ..แต่ข้อมูลนี้ ต้อง แจกแจงได้จริง...ก็ไปว่ากันในสภาครับ.. ให้สิทธิ ส.ส.ฝ่ายค้านฯ เค้าทำงานตรวจสอบตามระบบดีกว่าครับ.." ผู้ใช้เฟซบุคนามหมออั้ม อิราวัต อารีกิจ กล่าว

ผู้ใช้นามว่า “หมออั้ม อิราวัต อารีกิจ” ยังได้อธิบายภาพถุงยังชีพเล็กว่า "มา จากการคัดแยก ของที่ส่ง ที่บริจาคมาจากทั่วประเทศ.."ของบริจาค" ที่ประชาชนบริจาคมา ส่งมารวมที่ ศปภ. แล้วมาแพ็คใหม่ จัดเรียงใหม่ ให้เหมาะสมครับ..ซึ่งอาจไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ทุกถุง เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนของทีคนบริจาค - ปุ้มปุ้ย หมด เอา ซีเล็ค แทน , มาม่าหมด..ไวไวแทน ไรงี้ครับ.. ส่วนกระดาษแผ่นขาวๆ ที่อ่านว่า "ศปภ." และมีตราประจำของ "สำนักนายกฯ น่ะ"......ลืมกันแล้วหรือ ว่าเพิ่งเจอเมื่อวานในโพสผมไงครับ.."

ภาพที่มีการเผยแพร่ใน facebook ก่อนหน้านี้ และในเฟซบุคของ “หมออั้ม อิราวัต อารีกิจ” ได้นำภาพดังกล่าวมาอธิบาย ว่าเป็นภาพถุงยังชีพแบบที่อาสาสมัครประกอบมาจากสิ่งของที่นำมาบริจาค (ที่มา: หมออั้ม อิราวัต อารีกิจ/facebook.com)

อาสาสมัคร ศปภ. ผู้นี้ยังชี้แจงกรณีที่มีการวิจารณ์ ศปภ. ที่เอาของที่องค์กรหรือประชาชนบริจาคมาติดป้ายของ ศปภ. เองว่า “..การจำแนกของในนั้น ก็มี "หลักเกณฑ์ชัดเจน"..ว่าจะต้องมีอะไรบ้างอยู่ใน "ถุงยังชีพ"..ไม่ใช่ว่าจะใส่อะไรเข้าไปก็ได้นะ..."ต้องไม่หนัก ไม่มากเกินไปและครบถ้วน" คุณคิดว่าง่ายเหรอ ที่ต้องแยกของที่มาเป็น "ล้านๆ" ชิ้น... ต้องใช้แรงคน ทั้งแรงกาย แรงใจ เท่าไหร่...มานั่งคัด..บ้างเห็นว่า คัดแล้ว ของบริจาค "น้อยลง" หลังคัด.. ก็ชื่อมันก็บอกแล้วว่า "คัด" เอาที่ "่ดีดี และมีประโยชน์จริง" เพราะเดิมมัน "มากไป" หลังคัดแล้วจึง "น้อยลง" แต่ "เหมาะสม" และบางชิ้น "ไม่จำเป็น" และ "ใช้ไม่ได้" ก็จะถูกแยกออกไป โดยจะนำใช้ประโยชน์ ในที่ที่เหมาะสมกว่า...ไม่ได้ "ทิ้ง" ให้เสียเปล่า.. หลังจากแยกแล้ว..(เป็นหมื่นเป็นแสนถุง) คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอันไหน "Approved" หรือ "ผ่านมาตรฐานการแยก" แล้ว... จึงต้องใช้ชื่อกลาง แปะถุง สอดในถุงที่คัดแยกแล้ว... คือ "ศปภ." ซึ่งกำกับโดย "สำนักนายกรัฐมนตรี" ที่เป็นตัวแทนของ "ประชาชน” คนที่เค้าเพิ่งเลือกมาเมื่อ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา..”

หมายเหตุ: รายงานเพิ่มเติมเวลา 15.50 น.

ไทยได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการบริหารยูเนสโกด้วยคะแนนสูงสุดรอบวาระ 2011-2015

ที่มา ประชาไท

ไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารยูเนสโกต่อเป็นสมัยที่ 6 ในวาระ 2011-2015 โดยได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศเอเชียและเเปซิฟิก

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศ รายงาน ว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2554 ระหว่างการประชุม UNESCO General Conference สมัยที่ 36 ที่กรุงปารีส ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการบริหารยูเนสโก (UNESCO Executive Board) จำนวน 31 ตำแหน่ง โดยมีประเทศสมาชิกยูเนสโกที่เข้าร่วมการลงคะแนนเสียง 186 ประเทศ ซึ่งไทยได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศเอเชีย และแปซิฟิก (163 คะแนน) เท่ากับสาธารณรัฐเกาหลี สำหรับประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับการเลือกตั้งในกลุ่มนี้ ได้แก่ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกีนี และปากีสถาน

ไทยได้รับความไว้วางใจจากประเทศสมาชิกยูเนสโกจนได้รับการเลือกตั้งให้ ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการบริหารยูเนสโกมาแล้ว 5 สมัย การดำรงตำแหน่งนี้ ทำให้ไทยมีบทบาทในการร่วมกำหนดแผนงาน นโยบาย กฎระเบียบ และตรวจสอบการดำเนินงานของยูเนสโก ซึ่งเป็นองค์กรด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่สำคัญที่สุดของสหประชาชาติ

ประเทศที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้ในวาระเดียวกับไทย ได้แก่ ออสเตรีย ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐเช็ก มอนเตเนโกร มาซิโดเนีย บราซิล คิวบา เอกวาดอร์ เม็กซิโก สาธารณรัฐเกาหลี อินโดนีเซีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน ปาปัวนิวกินี ไนจีเรีย นามิเบีย เอธิโอเปีย มาลี มาลาวี แกมเบีย กาบอง แองโกลา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตูนีเซีย และซาอุดีอาระเบีย

เชียร์ทหารโคตรเสียสละช่วยน้ำท่วม-ดราม่าไปมั้ย?

ที่มา Thai E-News

ทหารกับอาสาศปภ.-ภาพกราฟฟิกเปรียบเทียบการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมระหว่างทหาร กับอาสาสมัคร [หากนึกไม่ออกก็อย่างอาสา ศปภ.ที่โดนด่าทางเน็ตหนักๆ] และผลระยะยาวที่จะเกิดขึ้น (ภาพกราฟฟิค:Kittichai)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
6 พฤศจิกายน 2554

พวกที่กำลังดราม่าว่าทหารโคตรเสียสละช่วยน้ำท่วมหนะ รู้่ไว้ด้วยเขาไม่ได้ช่วยฟรี แต่มีเบี้ยเลี้ยงวันละ 214 บาท แต่ก็ยังได้น้อยกว่าตอนฆ่าเสื้อแดงวันละตั้ง 400 แถมฆ่าเข้าเป้าได้โบนัสทัวร์นอก ช็อปปิ้งกระจาย


ทหารช่วยน้ำท่วมไม่ฟรีมีเบี้ยเลี้ยง214บาท ฆ่าเสื้อแดงได้ดีกว่าวัน400+โบนัสทัวร์นอกช็อปปิ้งกระจาย

ได้เบี้ยเลี้ยงเพิ่มแล้ว-กระทรวง การคลังได้อนุมัติให้จ่ายเบี้ยเลี้ยงพิเศษเพิ่มให้พลทหารที่ไปปฏิบัติ หน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้นอีกวันละ 120 บาท จากเดิมที่วันละ 94 บาท รวมเป็นวันละ 214 บาท โดยจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป ทั้งนี้ค่าตอบแทนที่ทหารได้ในครั้งนี้เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน (ข่าวเนชั่น)

กระชับพื้นที่ได้เบี้ยเลี้ยงดีกว่า-ที ตอนกระชับพื้นที่ให้วันละ 400 แต่นี่ทหารเกณฑ์เหนื่อยจริง ฮีโร่ตัวจริง ได้แค่ 120 ส่วนเบี้ยเลี้ยงปกติก็ถูกหักเพียบรวม ได้รวม 214 บาทเท่านั้น (twitterของวาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารคนดัง)

ทหารช่วยน้ำท่วมจะได้โบนัสทัวร์ฺนอกแบบทหารฆ่าประชาชนไหม?-หลัง เสร็จศึกกระชับพื้นที่ 92 ศพปี 53 ทหารได้โบนัสไปทัวร์เมืองนอกแถบสแกนดิเนเวีย บางหน่วยได้รางวัลยกพวกไปทั้งผบ.หน่วยและลูกเมียเที่ยวฮ่องกง กินอิ่ม ช็อปปิ้งกระจาย คอยดูว่าหลังเสร็จศึกน้ำท่วมจะมีโบนัสก้อนใหญ่ให้แบบนี้หรือเปล่า (ที่มา:มติชนสุดสัปดาห์ 23-2 9ก.ค. 53)

*********
เรื่้องเกี่ยวเนื่อง:

-เต็ม10ปชช.ให้"ทหาร"9.56คะแนนครองใจช่วยน้ำท่วม โอดภัยพิบัติสุดเดือดร้อนจ่ายเพิ่มรายได้เท่าเดิม

-เรื่องโจมตีอาสาสมัคร ศปภ.ล่าสุด และคำชี้แจงเปิด ‘ถุงยังชีพ ศปภ.’ ไขข้อข้องใจ ของข้างในไม่คุ้มค่างบ 80 ล้าน!!

คุณหมอสายด่วนเปิด50คู่สายช่วยผู้ป่วยน้ำท่วม

ที่มา Thai E-News

“โครงการคุณหมอสายด่วน”:หมายเลขโทรศัพท์สายด่วนคือ 088-686-5116 ถึง 45 , 090-410-7600 ถึง 20 รวม 50 คู่สาย

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
6 พฤศจิกายน 2554

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนหลายล้านคน ตลอดจนมีผลกระทบต่อโรงพยาบาลใหญ่ในหลายๆ จังหวัดเป็นจำนวนไม่น้อย กลุ่มคุณหมอสายด่วนจึงได้รวมตัวกันขึ้นมา

โดยมีทั้งภาคประชาชนที่ประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ แพทย์ประจำบ้าน นักศึกษาแพทย์จำนวนกว่า 100 คนจากทั่วประเทศ พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์สาขาต่างๆ บุคคลากรในมหาวิทยาลัย องค์กรเอกชนและเอ็นจีโอ ภาคธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานราชการทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน เพื่อแบ่งเบาภาระอันยิ่งใหญ่ของบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของรัฐ และเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้ผู้ประสบภัย

โดยมีศูนย์กลางการประสานงานที่โรงพยาบาลราชวิถี

กลุ่มคุณหมอสายด่วนให้บริการสายด่วน 50 คู่สาย โดยมีแพทย์จำนวน 50 คน ให้คำปรึกษาในการรักษา และปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทั้งยังมีแผนการขยายงานในส่วนของการจ่ายยาสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถออกจาก ที่พักอาศัยซึ่งประสบภัยน้ำท่วม รวมทั้งการให้บริการด้านการแพทย์เคลื่อนที่ไปยังศูนย์พักพิงหรือชุมชนที่ ประสบภัยต่าง ๆ

หมายเลขโทรศัพท์สายด่วนคือ 088-686-5116 ถึง 45 (รวม 30 คู่สาย ) 090-410-7600 ถึง 20 (รวม 20 คู่สาย) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น เปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00 – 20.00 น. ระยะเวลาดำเนินงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2554 หากมีความเดือดร้อนของประชาชนต่อเนื่องจะพิจารณาขยายเวลาต่อไป


ผู้ประสานงานโครงการ

นพ.ชูศักดิ์ หนูแดง ผู้ประสานงานฝ่ายการแพทย์ 081-540-4749
อ.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้ประสานงานเครือข่าย 090-563-3170

ที่ปรึกษาโครงการ

แพทย์หญิงวารุณี จินารัตน์ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี)
นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ (รองเลขาธิการแพทยสภา)
นพ.พีระพัฒน์ มกรพงศ์ (มูลนิธิเพื่อการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก)

มารู้จักคุณหมอสายด่วน (Doctor by Phone)


หลังจากเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พบว่ามีประชาชนโทรมาขอคำปรึกษาและใช้บริการจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องรับยาอย่างต่อเนื่อง

อาจารย์แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้ประสานงานคุณหมอสายด่วน อธิบายถึงลักษณะงานและที่มาของ บริการคุณหมอสายด่วนให้ฟังว่า เป็นการรวมตัวกันเฉพาะกิจ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้โดยเฉพาะ

“การทำงานของคุณหมอสายด่วน จะเป็นการให้คำปรึกษาในเบื้องต้นก่อนนะคะ เรียกว่า First Call เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การดูแลผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง ทั้ง โรคความดันโลหิต เบาหวาน หรือโรคหัวใจค่ะ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอายุเยอะแล้ว การดูแลเบื้องต้นในสถานการณ์แบบนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้ามีกรณีฉุกเฉิน เราก็จะประสานกับเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือต่อไปค่ะ...”

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดการทำงานในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ คงไม่ใช่ข้ออ้างในการทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชน สำหรับบุคลลากรด้านสาธารณะสุข แต่การช่วยให้ประชาชนดูแลและช่วยเหลือตนเองได้ในเบื้องต้น จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพ หากเราไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ไปอีกนานแค่ไหน

“การให้คำปรึกษาเบื้องต้น เราพบว่าปัญหาส่วนใหญ่ คือเรื่องการขาดยาของผู้ป่วยเรื้อรังที่จะต้องรับยาอย่างต่อเนื่องค่ะ ซึ่งเราก็พยายามประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามคุณหมอที่มาช่วยให้คำปรึกษาในครั้งนี้ ท่านก็ยังต้องทำงานประจำในหน่วยบริการทางการแพทย์ของตนเองอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นหากบางท่านที่โทรเข้ามาแล้วไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน คุณหมอไม่สะดวกรับสาย หรือไม่สามารถให้คำปรึกษาได้ในทันที เราก็จะขอเบอร์ติดต่อไว้และโทรไปหาอีกครั้งในภายหลังค่ะ เพื่อที่จะให้คำปรึกษาที่ถูกต้องและคลายความกังวลใจให้พี่น้องประชาชนได้มาก ที่สุด”

การมีความรู้ ความเข้าใจและวิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้อง ในการดูแลตนเองและผู้ป่วยของคนในครอบครัว พร้อมด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวผ่านวิกฤตินี้ ไปด้วยกัน

จบข่าว!จ่าเฉยไม่รอดโดนหามหนีตายน้ำท่วม

ที่มา Thai E-News

ข่าวคืบหน้าจ่าเฉยไม่รอด-เจ้าหน้าที่ตำรวจสภต.คูคต ปทุมธานีพากันหามร่างจ่าเฉยที่กลายเป็นจ่าแฉะไปแล้ว ส่วนจะส่งที่ไหน ข่าวไม่ได้แจ้ง(ที่มา:facebook หลวงเจ๊ว.วินมอไซค์ อัณฑะญานโตงเตง)

ข่าวสารการจราจร-โดนกันไปถ้วนหน้า จ่ามีเหรอจะรอด แต่ยังอุตส่าห์ทำหน้าที่แข็งขัน ในที่สุดก็สู้ไม่ไหว ดังภาพแรก(ที่มา:facebook Love Nan Thung Chang)

น้องน้ำกับพี่กรุง-มวลน้ำใหญ่มากดูท่าพี่กรุงคงไม่รอด อย่าเพิ่งวางใจแม้หน้าบ้านใครยังแห้งๆ(ภาพเฟซบุ๊ค แชร์ต่อๆกันมา)

ท่วมแค่เข่า-ข่าวดีของชาวกรุง น้ำท่วมแค่เข่า ไม่มิดหัวเท่าปทุม-อยุธยา(ภาพส่งต่อๆกันมาทางเฟซบุ๊ค)

ข่าวสืบ-ในที่สุดก็สืบเจอตัวการ"สลิ่ม"มือไม่พายเอาเท้าราน้ำแล้ว (ที่มา:facebook เจเจ สาทร)

ข่าวเจาะ-น้ำท่วมใหญ่หนนี้เป็นเพราะคนๆเดียว (ที่มา:แชร์ต่อๆกันมาทางfacebook)

ข่าวเศร้า-สลด! ดาราดังญี่ปุ่น สังเวยน้ำท่วมในไทย เสียชีวิตลอยมาติดตลิ่ง!! ขนาดซุปตาร์ ยังไม่รอด...(ที่มา:facebbok Bbberry.net )

ข่าวส่งเสริมคุณธรรม-ท่ากดATMของคนกรุงเทพฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นอันมาก(ที่มา:แชร์ต่อๆกันมาทางfacebook)
ข่าวชิล-ไม่รู้จะชิลไปถึงไหนพ่อคนนี้ กับสาวนางนี้(ที่มา:แชร์ต่อๆกันมาทางfacebook)
ข่า่วรั่วๆ-เิฮ้ย!กลางน้ำต่อหน้าต่อตาคนนี่นะ ไม่กลัวเด็กและเยาวชนคนชราหญิงมีครรภ์จะกรี๊ดเลยใช่มะ...(ที่มา:แชร์ต่อๆกันมาทางfacebook)
ข่าวคนหาย-ประกาศ ใครทำภรรยาหายระหว่างน้ำท่วม รีบติดต่อมาด่วน ที่ผ่านมาให้อภัยหมดแล้ว (ที่มา:facebook ThailandExhibition)
ข่าวกีฬาทางน้ำ-ภาพมันฟ้องอ่ะนะ(ที่มา:แชร์ต่อๆกันมาทางเฟซบุ๊ค)
ข่าวอาชญากรรม-เวลาแอบกลับไปดูบ้านน้ำท่วมค่ำๆมืดๆ ท่านสุภาพสตรีโปรดระวังโจรหื่นคุกคามทางเพศด้วย(ที่มา:facebookแชร์ต่อๆกันมา)

ข่าวสารคดีชีวิตสัตว์โลก:(ที่มา:แชร์ต่อๆกันมาทางfacebookยังหาต้นตอไม่เจอ)

คน:เฮ้ย!มาได้ไงวะเนี่ย!

เข้:ผมก็อยู่ของผมดีๆ ว่าแต่พี่มาได้ไงหละเนี่ย?
ข่าวประกาศ-น้องน้ำโปรดทราบ(ภาพแชร์ต่อๆกันมาทางเฟซบุ๊ค)

ทหารช่วยน้ำท่วมไม่ฟรีมีเบี้ยเลี้ยง214บาท ฆ่าเสื้อแดงได้ดีกว่าวัน400+โบนัสทัวร์นอกช็อปปิ้งกระจาย

ที่มา Thai E-News

ได้เบี้ยเลี้ยงเพิ่มแล้ว-กระทรวง การคลังได้อนุมัติให้จ่ายเบี้ยเลี้ยงพิเศษเพิ่มให้พลทหารที่ไปปฏิบัติ หน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้นอีกวันละ 120 บาท จากเดิมที่วันละ 94 บาท รวมเป็นวันละ 214 บาท โดยจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป ทั้งนี้ค่าตอบแทนที่ทหารได้ในครั้งนี้เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน (ข่าวเนชั่น)

กระชับพื้นที่ได้เบี้ยเลี้ยงดีกว่า-ที ตอนกระชับพื้นที่ให้วันละ 400 แต่นี่ทหารเกณฑ์เหนื่อยจริง ฮีโร่ตัวจริง ได้แค่ 120 ส่วนเบี้ยเลี้ยงปกติก็ถูกหักเพียบรวม ได้รวม 214 บาทเท่านั้น (twitterของวาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารคนดัง)

ทหารช่วยน้ำท่วมจะได้โบนัสทัวร์ฺนอกแบบทหารฆ่าประชาชนไหม?-หลัง เสร็จศึกกระชับพื้นที่ 92 ศพปี 53 ทหารได้โบนัสไปทัวร์เมืองนอกแถบสแกนดิเนเวีย บางหน่วยได้รางวัลยกพวกไปทั้งผบ.หน่วยและลูกเมียเที่ยวฮ่องกง กินอิ่ม ช็อปปิ้งกระจาย คอยดูว่าหลังเสร็จศึกน้ำท่วมจะมีโบนัสก้อนใหญ่ให้แบบนี้หรือเปล่า (ที่มา:มติชนสุดสัปดาห์ 23-2 9ก.ค. 53)

ไทยอีนิวส์โพลล์:ใครนำทุกข์น้ำท่วมเล่นเกมการเมือง

ที่มา Thai E-News




Saturday, November 5, 2011

"ยิ่งลักษณ์" น้ำตาคลอ ย้ำไม่เคยท้อเพราะได้กำลังใจจาก ปชช. ลั่นจะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างเร็วที่สุด

ที่มา มติชน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาไทย (มท.) นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางมายังบริเวณลานหน้าศากลางจังหวัดนครสวรรค์เยี่ยมชมการจัดกิจกรรม “บำบัดทุกข์ บำรุง ราษฎร์-รัฐรวมใจ เพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.นครสวรรค์” ซึ่งมีประชาชนจากอำเภอต่างๆ จำนวนมากมาให้กำลังใจ จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้รับมอบสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคตามแผนฟื้นฟูช่วย เหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด มอบเมล็ดพันธุ์พืชแก่ตัวแทนเกษตรกร และมอบเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 36,498 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 182 ล้านบาทเศษ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรียังได้ทักทายประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม และได้ร่วมประกอบอาหารกลางวัน คือ ผัดกระเพราหมูสับ และตักแจกจ่ายให้ประชาชนมารอรับข้าวกล่องจากนายกจำนวนมาก


น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปราศรัยทักทายว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ชาวนครสวรรค์ต้องประสบอุทกภัย รัฐบาลทราบดีว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหน การที่ได้เดินทางกลับมานครสวรรค์วันนี้รู้สึกดีใจ ที่น้ำที่เคยท่วมลดลง เห็นสีหน้าชาวบ้านยิ้มแย้มแจ่มใสอีกครั้ง สิ่งที่ผ่านมา 2 เดือนทำให้คนนครสวรรค์มีความเข้มแข็ง ที่ต้องต่อสู้กับมหาอุทกภัยครั้งนี้ น้ำท่วมในจังหวัดนครสวรรค์สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือความรัก ความสามัคคีของประชาชน ที่ร่วมกันต่อสู้ มีธารน้ำใจจากทุกภาคส่วนหลั่งไหลมาช่วยเหลือ ยังมีอีกหลายจังหวัดที่น้ำยังท่วมอยู่ ซึ่งจะต้องร่วมกันต่อสู้อย่างชาวนครสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นแบบของความอดทน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องฟื้นฟูจิตใจ ด้วยการทำความสะอาด และให้ความช่วยเหลือหลังน้ำลด นอกจากจะฟื้นฟูจิตใจคนไทยแล้วแล้ว ยังเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของคนไทยและความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ ที่กำลังจับตาดูการต่อสู้ปัญหาของคนไทยอยู่ ดังนั้นเราต้องสร้างความมั่นใจให้ชาวต่างชาติได้รับรู้


"การฟื้นฟูดูแล การเยียวยาให้ความช่วยเหลือ ถนนหนทางจะต้องทำให้เรียบร้อยภายใน 45 วัน ทุกอย่างต้องกลับสู่ภาวะปกติภายใน 45 วันจากนี้ เพราะประชาชนทนทุกข์มานานมานาน ขอยืนยันว่าดิฉันไม่เคยท้อถอย เพราะรู้ว่าทุกครั้งที่ท้อถอย ก็มีกำลังใจจากประชาชน ขอให้ชาวนครสวรรค์เป็นตัวอย่างของจังหวัดอื่นๆ ให้รู้ถึงความเข้มแข็ง ว่าเราจะฟื้นฟูและเดินหน้าทำให้ทุกอย่างเป็นปกติเหมือนเดิม ด้วยความสามัคคี และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไป วันนี้เราผ่านโรคร้ายมาแล้ว ถือเป็นวันดีที่จะทำให้จังหวัดนครสวรรค์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว" นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอเบ้า โดยน้ำเสียงของนายกรัฐมนตรีจะหายเป็นห้วงๆ ทำให้ผู้ร่วมงาน ส.ส.และรัฐมนตรีที่ยืนด้านหลังนายกฯ ถึงกับนิ่งเงียบ ก่อนที่จะมีเสียงตะโกนขอให้นายกสู้ๆ ต่อไป จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกองทัพที่เป็นกำลังหลักในการช่วยเหลือประชาชนจากน้ำท่วมใหญ่ครั้ง นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนายกฯจะเดินทักทายกับประชาชนแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมกิจกรรมทาสีบ้านของ น.ส.ณัฐนันท์ ศิริวรรณ และ นางทัศนีย์ ศิริวรรณ ชาวชุมชนวัดพรมจริยาวาส ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมด้วย ก่อนจะนั่งรถตรวจความเสียหายและการฟื้นฟูหลังน้ำลดภายในตัวเมืองนครสวรรค์ จากนั้นจึงเดินทางกลับ