WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 21, 2011

ทวนความจำ 16 สำนวนผู้เสียชีวิตปี 53 และกรณีนำร่อง 'มูราโมโต-มานะ-ชาญณรงค์'

ที่มา ประชาไท

ทวนความจำเขาคือใคร ในโอกาสที่มีความคืบหน้า 1 คดีส่งอัยการแล้ว 2 คดีใกล้เสร็จ พร้อมเปิดรายชื่อ 16 ศพที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีชันสูตร 16 ศพ ซึ่งเชื่อว่าเสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่รัฐออกมาเปิดเผยว่าว่า สำนวนที่พนักงานสอบสวนทำใกล้เสร็จสิ้นแล้ว 2 คดี คือ นายมานะ อาจราญ ถูกยิงกลางดึกในสวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) และ นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพชาวญี่ปุ่น ส่วนที่ส่งให้อธิบดีอัยการแล้ว 1 คดี คือ นายชาญณรงค์ พลศรีลา ซึ่งถูกยิงที่หน้าปั้มเชลล์ ถนนราชปรารภ
ชาญณรงค์ พลศรีลา จากคำบอกเล่าของบุตรสาวซึ่งเป็น พนักงานราชการ กองทัพอากาศ ระบุว่า พื้นเพเดิมชาญณรงค์เป็นคนจังหวัดสกลนคร โดยเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ก่อนจะพาลูกและภรรยามาอยู่ย่านสายไหม ชาญณรงค์มีอาชีพขับแท็กซี่ ขณะที่ภรรยาเป็นแม่บ้าน ปีที่แล้วทั้งสองไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงโดยตลอด โดยตอนเย็นชาญณรงค์จะขับรถไปส่งภรรยาที่เวทีชุมนุม พอเช้าก็ไปรับภรรยากลับบ้าน สำหรับเหตุการณ์ที่ถูกยิงนั้น นิค นอสติทช์ ช่างภาพอิสระชาวเยอรมัน เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ ได้ให้ปากคำกับตำรวจและบอกเล่าเรื่องราวแก่บุตรสาวนายชาญณรงค์ไว้โดยละเอียด
อ่านเพิ่มเติมได้ใน http://www.prachatai3.info/journal/2010/06/30026
มานะ อาจราญ วัย 20 เศษ ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสวนสัตว์ดุสิต กลางดึกวันเกิดเหตุ 10 เม.ย.53 เขาและน้าชายเข้าเวรดูแลบ่อเต่ายักษ์ ขณะที่เกิดเหตุชุลมุนและทหารที่เข้าไปพักด้านในสวนสัตว์ดุสิต วิ่งจากลานจอดรถด้านนอกเข้าไปด้านใน เขาและน้าชายกำลังออกเวร กระทั่งถูกกระสุนปืนความเร็วสูงเข้าที่ศรีษะด้านหลังทะลุด้านหน้าจนกะโหลก ศีรษะ
ฮิโรยูกิ มูราโมโต เป็นช่างภาพ ทำงานให้กับรอยเตอร์มาได้ 15 ปี ก่อนหน้าที่จะมาเป็นช่างภาพของรอยเตอร์เขาเคยเข้าร่วมงานกับสำนักข่าว ABC (Australian Broadcasting Corporation) สาขากรุงโตเกียวมาก่อน จากนั้นจึงมาเป็นช่างภาพอิสระให้รอยเตอร์เมื่อปี 2535 และเข้าทำงานที่รอยเตอร์เต็มเวลาในปี 2538 เคยมีประสบการณ์เดินทางในประเทศเสี่ยง ๆ อย่างเกาหลีเหนือและฟิลิปปินส์ (ในช่วงที่การเมืองวุ่นวาย) มาก่อน ซึ่งนอกจากเรื่องการเมืองแล้ว มูราโมโตยังรายงานเรื่องราวปกิณกะที่น่าสนใจหลายเรื่อง
อ่านเพิ่มเติมในหนังสือ วีรชน 10 เมษา คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิต จัดพิมพ์โดย มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย (2554)


16 สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเหตุชุมนุมระหว่าง เม.ย. - พ.ค.2553

ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ และมีการส่งจากดีเอสไอให้ บช.น.เป็นผู้ชันสูตร

1.นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ (10 เม.ย.) หน้า รร.สตรีวิทยา ถนนดินสอ ถูกยิงหน้าอกด้านขวาทะลุไหล่ซ้าย 1 นัด

2.นายรพ สุขสถิต (19 พ.ค.) หน้าวัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 ถูกยิงหัวไหล่ขวาทะลุถึงหน้าอกขวา 1 นัด

3.นายมงคล เข็มทอง (19 พ.ค.) หน้าวัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 ถูกยิงบริเวณหน้าอกขวา 1 นัด

4.นายสุวัน ศรีรักษา (19 พ.ค.) หน้าวัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 ถูกยิงหน้าอกซ้าย 1 นัด

5.นายชาติชาย ชาเหลา (13 พ.ค.) หน้าอาคารอื้อจื่อเหลียง ถ.พระราม 4 ถูกยิงบริเวณหน้าผากด้านหน้า 1 นัด

6.นายบุญมี เริ่มสุข (14 พ.ค.) หน้าร้านอาหารระเบียงทอง บ่อนไก่ ถูกยิงบริเวณหน้าท้อง 1 นัด

7.นายชาญณรงค์ พลศรีลา (15 พ.ค.) บริเวณหน้าปั๊มเชลล์ ถนนราชปรารภ ถูกยิงบริเวณหน้าท้อง 1 นัด

8.พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ (28 เม.ย.) หน้าอนุสรณ์สถาน ถ.วิภาวดีรังสิต ถูกยิงบริเวณศีรษะซีกซ้าย 1 นัด

9.ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ (15 พ.ค.) ซอยโรงหนังโอเอ ถ.ราชปรารภ ถูกยิงเข้าหลังทะลุท้อง 1 นัด

10.นายพัน คำกอง (15 พ.ค.) หน้า คอนโด IDO ใกล้แอร์พอร์ตลิงค์ ถูกยิงต้นแขนซ้ายตัดเส้นเลือดใหญ่ 1 นัด

11.นายมานะ อาจราญ (10 เม.ย.) ภายในสวนสัตว์ดุสิต เขตดุสิต กทม. ถูกยิงศีรษะซีกขวาด้านหลัง 1 นัด

12.นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล (16 พ.ค.2553) บริเวณใต้ทางด่วน ถ.พระราม 4 ถูกยิงบริเวณหน้าอกซ้าย 1 นัด

13.นายประจวบ ประจวบสุข (16 พ.ค.) บริเวณใต้ทางด่วน ถ.พระราม 4 ถูกยิงบริเวณหน้าอกซ้าย 1 นัด

14.นายอัฐชัย ชุมจันทร์ (19 พ.ค.) หน้าวัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 ถูกยิงเข้าหลังทะลุหน้าอก 1 นัด

15.น.ส.กมนเกด ฮัคฮาด (19 พ.ค.) หน้าวัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 ถูกยิงด้านหลังกระสุนทะลุฝังศีรษะ 1 นัด

16.นายอัครเดช ขันแก้ว (19 พ.ค.) หน้าวัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 ถูกยิงต้นแขนขวาทะลุโหนกแก้มขวา 1 นัด

จดหมายจากคน (คุก) รักทักษิณ: FORGIVE AND 'FORGET’ ? (1)

ที่มา ประชาไท

หลังการเผยแพร่ ‘จดหมายจากทักษิณ’ ฉบับล่าสุด ‘ประชาไท’ เป็นตัวกลางนำเสนอ ‘จดหมายถึงทักษิณ’ ที่เขียนขึ้นก่อนหน้านี้โดยผู้ต้องขังเสื้อแดงที่โดนคดีตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังอยู่ในเรือนจำจนปัจจุบัน ‘คำหล้า ชมชื่น’

หมายเหตุ กองบรรณาธิการได้รับจดหมายชุดนี้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 โดยในการนำเผยแพร่ได้คงตัวหนังสือไว้ตามต้นฉบับจริง แต่จัดย่อหน้าใหม่เพื่อความสะดวกในการอ่าน

คดีของนายคำหล้า ชมชื่น ศาลนัดสืบพยานจำเลยอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ที่ห้อง 811 ศาลอาญา ถนนรัชดา โดยในคำฟ้องในเว็บไซต์ศาลอาญาระบุว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีก 3 คน ร่วมกันปล้นทรัพย์ อาวุธปืนเล็กกล (M16) ขนาด .223 (5.56 มม.) 2 กระบอก ราคากระบอกละ 16,031 บาท ซองกระสุน 6 ซอง ราคา 2,280 บาท และกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. 100 นัด ราคา 950 บาทของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความครอบครองของ จ.ส.อ.สอน แก่นทน, จ.ส.อ.ทวี ภูดินดาน และ ส.ต.วิรัตน์ ศรีหาสารไปโดยทุจริต โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายเหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอาวุธปืน, ซองกระสุน และกระสุนปืน 19,261 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย

เรื่อง ขอความเมตตาและความเป็นธรรมเพื่อพี่น้องเสื้อแดงที่ถูกคุมขัง

เรียน พณฯ ท่านนายก ทักษิณ ชินวัตรน์

ข้าพเจ้า ซื่อ นาย คำหล้า ชมชื่น เลขหมาย 2278/53 คดีปล้นปืนทหาร อายุ 37 ปี XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX (ประชาไทขอปิดที่อยู่ผู้เขียนจดหมาย) ประ วัตโดยก่อนเขาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง ข้าพเจ้าทำงานสำนักงานการระบายน้ำของ ก.ท.ท. เป็นลูกจ้างประจำ พอหมดเวลาราชการ กระผมก็ได้ใช้เวลาว่างขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างเพื่อหาลายได้เสิรมเพื่อช่วย เหลือครอบครัวอีกด้านหนึ่ง

และมีอยู่วันหนึ่งผมได้ขับรถไปส่งผู้โดยสารได้เห็นกลุ่มคนเสื้อแดงของ สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ที่ถนนวิภาวดีซอย 3 ผมจึงได้จอดรถถามผู้ชุมนุมว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่า มีกลุ่มพันธมิตรจะมาปิดสถานีวิทยุ ผมจึงมาช่วยอีกแรงหนึ่ง เพราะเห็นการกระทำที่ผ่านมาไม่ถูกต้อง ผมจึงต้องออกมาชุมนุมกับคนเสื้อแดงด้วย เพราะได้เห็นเหตุการ ในวันที่ผมเขาร่วมชุมนุมมีกลุ่มพันธมิตรได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่คนเสื้อแดง แล้วผมก็ร่วมชุมนุมมาโดยตลอดมาจนเกิดเหตุ เมื่อปี 2552 เดือนเมษายนและปี 2553 เมษายนและพฤษภาคมปี 2553

ก่อนที่ผมจะถูกจับกุมเมื่อเดือนพฤษภาคม วันที่ 14 พฤษภาคมผมไปรวมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง พอมาถึงได้สักพักใหญ่ๆ ก็มีรถทหารวิ่งผ่านมาทางสามเหลี่ยมดินแดง มีทหารอยู่บนด้วยกันสามคน แต่มีอยู่คนหนึ่งอยู่หลังรถและมีอาวุประจำกายปืนเอ็มสิบหกหนึ่งกระบอก และได้ยกปืนใส่ผมตอนที่ผมเดินไปดูหลังท้ายรถ ผมจึงเดินไปอยู่ด้านข้างรถของทหาร และมีคนเสื้อแดงที่เดินตามผมมาแล้วทหารก็ได้ยกปืนใส่คนเสื้อแดงกลุ่มคนที่ เดินตาผมมาเขาจึงได้ขึ้นไปยื้อแย่งอาวุธปืนของทหารออกจากทหาร เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ชุมนุม หลังจากนั้น ผมก็ได้กลับไปที่สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ที่อาจารชินวัตรน์ หาบุญพาด จัดรายการอยู่ กับกลุ่มอาจารชินวัตรน์ แต่หลังจากวันที่ 14 ถึงวันที่ 19 จนใด้มีเสียงแกนนำประกาศบนเวทีผมได้กับมาที่สถานีและแยกย้ายกันไปแล้วไปทำ งานตามปกติ โดยที่ตัวผมไม่รู้ตัวว่ามีรูปภาพ

พอทำงานมาจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคมตอนบ่ายๆ ตัวผมรับประทานอาหารอยู่ข้างทางได้มีเจ้าหน้าที่เรียกชื้อผมๆ ก็หันไปมอง เขาก็ได้แสดงหมายจับแต่ไม่มี แล้วได้นำตัวผมไปที่ บ.ช.น. ที่สี่แยกพญาไท แล้วถามผมว่าใช่ผมหรือเปล่า ผมบอกว่าไม่ใช่ แล้วเขาก็เอากลุ่มคนเสื้อแดงให้ผมดูแล้วถามผมว่าเคยรู้จักหรือไม่ ผมบอกว่าไม่รู้จักเขาก็บังคับให้รู้จัก แต่ผมก็ยังยืนยันว่าไม่รู้จักเหมือนเดิม แล้วเขาก็พูดขอความร่วมมือหน่อย ถ้าไม่ให้ความร่วมมือก็จะพาไปส่งให้ทหาร ถ้าไปหาทหารก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นนะ ในเวลาที่พูดคุยขอความร่วมมือเขาก็บันทึกข้อความไปด้วย พอบันทึกเสร็จแล้วก็เอาบันทึกมาให้ผมพร้อมกับโยนประกาให้ผมแล้วผมก็จะเปิด บันทึกดู เขาก็ไม่ให้ดู แล้วตะคอกผมว่า เอ้าเซ็น มึงรับเซ็น ผมก็ตกใจเขาก็บังคับให้ผมเซ็น ตอนนั้นผมอยู่คนเดียวแล้วก็บอกกับเขาว่าขอติดต่อญาติ เขาก็ไม่ให้ติดต่อ แล้วเขาก็บอกมึงเซ็นเร็วๆ ผมก็เลยเซ็น พอเซ็นเสร็จก็พาผมไปแถลงข่าว

พอแถลงข่าวเสร็จก็พาผมไปส่งที่ สน ดินแดง พอถึง สน ผมก็บอกเจ้าหน้าที่ติดต่อญาติ เขาก็ติดต่อญาติให้ผมแล้วพอเขาไปอยู่ในห้องขังประมาณสักพักหนึ่ง ญาติผมก็มา ตอนนั้นผมกับญาติติดคิดอะไรไม่ออก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาได้แนะนำให้ผมและ ญาติไปติดต่อที่พรรคเพื่อไทยให้เขาช่วย ญาติผมก็ไป พอไปถึงพรรคเขาก็หาทนายให้ แล้วญาติผมเขากับมาบอกผมที่ สน ดินแดงว่า พรรคเขาหาทนายให้แล้วนะ พอตกกลางคืน ไม่ทราบเวลา ก็มีเจ้าหน้าที่มาสอบผมอีกโดยที่เขาบอกผมว่าจะช้วยให้เบาลง แล้วผมก็ไม่ได้พูดอะไรเลย วันต่อมาเขาก็ส่งตัวผมฝากขังที่ศาล และก็ส่งตัวมาที่เรือนจำเลย

ในช่วงที่ผมอยู่ในเรือนจำประมาสองเดือนก็มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอกับเจ้า หน้าที่ทหารมาชี้ตัวผมถึงสองครั้งก็ไม่ใช้ตัวเลย แล้วในเวลานั้นที่ผมอยู่ที่แดนหนึ่งได้สองอาทิตย์ก็จะจำแนกไปที่แดนแปดก็จะ ถูกเก็บยอดแน่ เพราะเขารอเก็บยอดในคดีปล้นปืนทหาร เพราะว่ามีใบสั่งมาจาก ผ.บ แดน8 เพราะว่าคนในนี้เขาบอกผมๆ ผมจึงรู้ แล้วเขาได้สั่งให้เสมียนให้ผมปั่นถ้วยยอดเต็มห้าโลครึ่งหรือเกลือบหกโล โดยที่ว่าหลังผมก็ไม่ดี เพราะผมปวดหลังแต่ผมก็ไม่กล้าไปหาหมอ กลัวทำยอดงานเสร็จ ถ้าไม่เสร็จก็โดนตรี แต่ว่าตัวผมก็อยากไป แต่ไม่มีนมจ้างงานออก พอเวลาญาติผมมาเยี่ยมที ผมก็ได้แต่ถามว่ามีเงินมาหรือเปล่าที่ผมญาติ เพราะญาติผมไม่ค้อยมีเงินมา ผมก็เลยญาติผมเอารถผมไปขายเพื่อจะได้มีเงินมาเยี่ยมผมแล้วผมญาติติดต่อทาง ทนายให้มาเยี่ยม ผมจะถามเรื่องการประกันตัวผมว่าได้หรือไม่ได้ ที่ผมให้ติดต่อทนายเพราะเห็นว่าญาติผมบอกว่าเขายื่นเรื่องประกันให้แล้ว พอทนายเขามาเขาก็บอกว่าไม่ผ่านนะ แล้วเขาก็หายไปเลย ผมถึงคิดว่าได้รับการช้วยเหลือเต็มที่ จนอยู่มาได้ครึ่งปีกว่าๆ อิมพีเรียลยื่นมือช่วยเหลือครั้งหนึ่งด้วยวงเงิน 5,000 บาทแล้วก็ได้ออกเรียกร้องให้แกนนำและพวกผม แต่ก็เป็นเหมือนชวยพวกผมแค่คำพูด แต่การกระทำไม่มี พวกผมรู้สึกน้อยใจและต้องการความช่วยเหลือย่างจริงๆ จังๆ

สิ่งที่ผมต้องการให้ช่วยเหลือก็คือของใช้และดูแลความเป็นอยู่ในนี้บ้าง เพราะว่าครอบครัวของยากจน จึงไม่ค่อยมีเงินมาเยี่ยมผม แต่ก็ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่กลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มของคุณนกแดงอยู่กลุ่มเดียวที่คอยช่วยเหลือผมและพวกมาโดยตลอด และคอยช่วยให้กำลังใจพวกผมมาโดยตลอดและเขาคอยติดตามเรื่องการประกันตัวผมและ คอยให้คะแนะนำกับแฟนผม แต่สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือเรื่องการประกันตัวผมมากๆ เลยครับ เพราะผมอยากออกไปช่วยเหลือครอบครัว เพราะว่าแฟนผมต้องรับภาระอยู่คนเดียวและลูกผมต้องเรียนหนังสือด้วย ผมจึงอยากจะประกันตัวไปช้วยแฟนแบ่งเบาภาระครอบครัวมากเลยครับ

(อยากให้ช้วยเรื่องประกันตัว)

เรียน พณฯ ท่านนายก ทักษิณ ชินวัตน์ รักและเคารบอย่างสูง

คำหล้า ชมชื่น

แดน 8 2278/53

คลิปอื้อฉาวเพิ่งหลุดมารองโฆษกน่องเหล็กปชป.ถีบเก่ง-การุณส.ส.เพื่อไทย ภาพสะท้อนเกาเหลาน้ำท่วม

ที่มา Thai E-News


คลิปเหตุการณ์ที่เพิ่งหลุดออกมาเผยแพร่ในภายหลัง อัพโหลดโดย jimbandon3 เป็นเหตุการณ์ปะทะคารมหยาบคายระหว่างติ่ง-มัลลิกา รองโฆษกปชป.กับเก่ง-การุณ ส.ส.เพื่อไทย ก่อนที่ติ่งจะีถีบเก่งจนเซ ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าติ่งถือกล้องไว้ในมือขณะเกิดเหตุ จึงอาจเป็นไปได้ที่คลิปอื้อฉาวนี้น่าจะหลุดมาจากกล้องของติ่งเอง

คลิปรายการวู้ดดี้เกิดมาคุยตอนเก่ง-การุณ ออกอากาศ20พ.ย.










ทันทีที่รายการวู้ดดี้ เกิดมาคุยได้แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 สิ้นสุดลง คู่กรณีสุดฮ็อต "มัลลิกา บุญมีตระกูล" รองโฆษก ปชป. ได้ทวิตข้อความตอบโต้รายการวู้ดดี้ทันที โดยแสดงความไม่พอใจที่ให้ คุณเก่ง การุณ โหสกุล ออกรายการ (ที่มา: รายงานข่าว "มัลลิกา" กรี๊ดช่อง 9 "ใช้วู้ดดี้แก้ตัวให้คนๆนี้" จากเว็บgo6)



สำหรับข้อความในทวิตเตอร์ มีดังต่อไปนี้

“1.ความจริงไม่อยากพูดเรื่องผู้ชายกากๆคนนี้ แต่ไม่ชอบที่ช่อง9ใช้คุณวู้ดดี้แก้ตัวให้คนๆนี้ โดยที่ไม่มีข้อมูลของอีกฝ่ายไม่ว่าคู่กรณีจะเป็นใคร?”

“2.ตอนมัลลิกาดัง เป็นผู้ประกาศ เป็นพิธีกร ไอ่คนคนนี้ยังเป็นวินมอเตอร์ไซค์อยู่เลย ใครเกาะใครดังยะ ใครอยากไปแปดเปื้อนคนอย่างนี้?”

“3.ตอนแรกคิดว่าการที่ไม่พูด จะเป็นการวัดใจนักเลงอย่างไอ่นี่ว่าจะไม่ให้อายไปกว่านี้! แต่โกหกแถมใส่ร้ายคนอื่นออกทีวีหน้าหนาๆ”

“4."ด่าผู้หญิงEควาย กระดกก้นกระแทกขาผู้หญิงอย่างแรงจนเซถลา จึงเจอขาข้างขวาง้างถีบบบบกลางหลังเต็มๆแรงด้วยรองเท้าเบอร์38จนถลาหน้าคะมำ ไป3ศอก"”

“5.ก็แค่ไปสกิดว่าคุณๆกำลังยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ดันกระแทกเสียงกลับมาว่า"ใหญ่ กว่านี่กูก็ไม่สน"เอาก้นมาบังหน้าก็แค่โกรธมันนะ!แต่ก้นกระแทกผู้หญิงนี่สิ”

“6.ข้อกฎหมายระบุว่า"เมื่อผู้ชายทำร้าย ต้องป้องกันตัวไม่เช่นนั้นเขาอาจทำร้ายมากกว่าเดิม ดังนั้นจึงถีบได้เต็มที่เต็มแรง"เสียงไอ่นี่ร้องดังอั๊ก”

“7.แหม! ทีตอนโดนทำโวยวาย หันไปฟ้องบอดี้การ์ด ถลามากันเป็นฝูง ฉันน่ะปิดข่าวจะตายกลัวแกอาย แต่ไปถามแคทช่อง7 ชีเป็นคนทวิตแถมประกาศออกช่อง7!!”

“8.จำไว้ค่ะว่า เกิดมาไม่ได้อยากถีบใครไม่ว่าจะชายหรือหญิงไม่ว่าจะไอ่เก่งหรือไอ่กาก นอกจากด่า! แต่ถ้ามีผู้ชายมารังแก เป็นคุณๆยอมเหรอ?ถามจริง”


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 พฤศจิกายน 2554

เหตุการณ์ติ่งถีบเก่ง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ระหว่างฝ่ายรัฐบาลไปประสานงานกทม.แก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งจบลงด้วยการ"ประสานงา" ซึ่งมันได้สะท้อนภาพความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรัฐบาล กับฝ่ายผู้บริหารกรุงเทพมหานครต่างพรรคอย่างแจ่มแจ้งที่สุด แต่เราเพิ่งหาคลิปวิดิโอเหตุการณ์อื้อฉาวนี้ได้ในภายหลัง

ในตอนเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม โทรทัศน์ช่อง 7 สีรายงานข่าวในช่วงเวลาประมาณ 17.15 น.วันนั้นว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ กับนอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที เดินทางไปเขตสายไหม เพื่อเชิญผู้ว่า กทม.เข้าร่วมประชุมที่ดอนเมือง ในระหว่างนั้น น.ส. มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เกิดปะทะคารมกับนายการุณ โหสกุล ส.ส.เพื่อไทย จน น.ส.มัลลิกา กระโดดถีบ สส.การุณ

ผู้สื่อข่าวช่อง 7 รายงานทางtwitter โดยใช้ชื่อล็อกอินว่า RT @chada_ch7 Chada Somboonphol รายงานเรื่องนี้ว่า
Chada Somboonphol นักข่าวช่อง 7

เรื่องตื่นเต้นระหว่างคุณหญิงหน่อยบุกพบผู้ว่ากทม.ที่สายไหม คล้อยหลังการหารือ ติ่ง มัลลิกา กระโดดถีบเก่ง การุณกลางห้องประชุม

ติ่งเค้าถามการุณว่าบุกมาแบบนี้มีนัยยะรึป่าว เก่งตอบเชิดๆกวนๆนิดๆว่าไม่เห็นมีอะไร จากนั้นทีนก็ลอยเข้าหลังเก่งเลย

ใช่เลย เก่ง ทำท่ากวนๆยื่นก้นไปข้างหลัง และยักไหล่ เลยยิ่งยั่วโมโหติ่ง

ทั้งหมดมันก็เริ่มมาจากการปะทะคารมกัน และยียวนกันไปมา

เรื่องเก่งกะติ่ง ทั้งสองมีปากเสียงตั้งแต่ตอนเข้าไปในห้อง แย่งซีนกัน เก่งยืนบังติ่ง จนติ่งต้องบอกว่าอย่ามาบังชั้น แต่เก่งไม่สน

หารือกันนานแค่ 3 นาที ทยอยเดินออกจากห้องประชุม จังหวะนั้น ติ่งกะเก่งยังมีปากเสียงกันไม่เลิก เหน็บกันไปมา

เก่งยืนยันกะติ่งว่ามาหาผู้ว่าไม่ได้มีนัยยะอะไร จากนั้นก็กระดกก้นไปชนติ่งที่ตามมาข้างหลัง ติ่งไม่พอใจ โดดถีบหลังเก่งทันที

เก่งตีหน้าซื่อ ไม่ตอบโต้ ส่วนติ่งยังคงอยากเอาเรื่องต่อ ในที่สุดจนท. ต้องเข้ามาห้าม บอกสื่อเยอะ แต่ไม่ทันล่ะ ชั้นเห็นหมดแล้ว

เรื่องไม่เป็นเรื่องของคนสองพรรค แค่แย่งซีนออกทีวี ดูแล้วไม่เหมาะทั้งคู่ แต่งานนี้เก่งได้เปรียบนิดนึง ตรงที่ไม่ตอบโต้กลับ

สื่อไม่ควรพาดหัวว่า การที่เก่งถูกถีบเป็นการเอาคืนของปชป. แต่ควรมองว่า ในห้องประชุมนั้น มันเหมาะแล้วหรือที่จะกระโดดถีบกัน

ขณะที่ผู้สนับสนุนเก่ง การุณ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ได้รายงานว่า

เราอยู่ในเหตุการณ์ บอกตรงๆว่า แมร่ง สถุนมากกกกกกกกกกก พี่เก่ง ไปกับ รมต ict คุยกับไอ้เอ๋อ อยู่ดีๆ ตอนเดินออกมา อีนี่ ก็เดินถือกล้อง ตามออกมา แล้วโดดถีบพี่เก่ง แต่พี่เก่ง ก็เดินยิ้มๆไม่ได้สวนมัน แล้วก็เดินออกมาแถลงข่าว เรื่องน้ำท่วม ปกติ ทำแบบไม่มีไรเกิดขึ้น อีนั่นก็ยังเดินตามถ่ายรูป กะว่า พี่เก่งคงหันไปสวนมัน มันตั้งกล้องรอไว้แล้ว แต่พี่เก่งบอกว่า กำลังทำงานใหญ่ ไม่ให้ราคามันหลอก

เก่งโบ้ยไม่ได้โดนถีบแค่เบียดกัน แต่สื่อยันถีบจริงยั้วะยืนค้ำหัวผู้ว่ากทม.

ภาพเหตุการณ์ที่มัลลิกาหาว่าการุณยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ และบังเธอจากกล้องโทรทัศน์ ก่อนจะมีเรื่องถีบกัน(ภาพ:nuufon prachatalk)


ขณะที่สำนักข่าวเนชั่น รายงาน ว่า นายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม. เพื่อไทย กล่าวปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า ถูก น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ถีบว่า ไม่มี ตนไม่ทราบ น่าจะเป็นเรื่องของโลกไซเบอร์ เป็นการลงพื้นที่ธรรมดา คนมันเยอะจึงเบียดๆกันบ้าง

ส่วน คมชัดลึก รายงานว่า น.ส.มัลลิกา ยอมรับว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยเรื่องที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากในห้องประชุมนั้นมีที่นั่งไม่เพียงพอ ทำให้นายการุณไม่มีที่นั่งและไปยืนอยู่ตรงที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นั่งอยู่ ซึ่งเป็นการยืนในลักษณะค้ำหัวผู้ใหญ่ ตนจึงได้บอกกับนายการุณ ว่า “อย่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ให้ไปหาเก้าอี้มานั่ง” แต่นายการุณก็ไม่ได้สนใจและยังสวนกลับว่า "ใหญ่กว่านี้ก็ไม่กลัว" จนกระทั่งประชุมเสร็จ ระหว่างที่ทุกคนเดินออกจากห้องกันนั้น นายการุณ ก็เอามือทั้ง 2 ข้างล้วงกระเป๋ากางเกง และกระดกก้นใส่น.ส.มัลลิกา ทำให้น.ส.มัลลิกา ไม่พอใจจึงได้ยกเท้าถีบกลับไปจนนายการุณจนเซ แต่ระหว่างนั้นก็ไม่ได้มีปากมีเสียกันแต่อย่างใด

ส่วนข่าวสด ระหว่างที่ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังพูดคุยกันอยู่ นายการุณได้เข้าไปยืนแทรกอยู่ด้านข้างของน.อ.อนุดิษฐ์และผู้ว่าฯ กทม. ทำให้บังหน้าน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งร่วมคณะมากับผู้ว่าฯ กทม. สร้างความไม่พอใจให้กับน.ส.มัลลิกาเป็นอย่างมาก และพยายามสะกิดเพื่อให้นายการุณหลบออกไป แต่ไม่สำเร็จ และทันทีที่น.อ.อนุดิษฐ์และคุณหญิงสุดารัตน์ เดินทางออกจากห้องประชุมไป และเหลือเพียงนายการุณที่กำลังจะเดินตามออกไป น.ส.มัลลิกา ได้เข้าไปพูดกับนายการุณด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ฉันรู้นะ ว่าเธอมาทำไม เธอทำอย่างนี้ไม่ถูก” แต่นายการุณ ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทำให้ น.ส.มัลลิกาเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ยกเท้าถีบไปที่ก้นของนายการุณเต็มแรงถึงกับหัวคะมำไปข้างหน้า สร้างความตกใจให้กับสื่อมวลชนบางส่วนที่ยังอยู่ในห้องประชุม

ภาพ ขณะที่เก่ง การุณร่วมกับรัฐมนตรีอนุดิษฐ์ นาครทรรพ พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจแนวคันกั้นน้ำ บริเวณ รร.ฤทธิยะวรรณาลัย 2 เขตสายไหม พร้อมให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร

ขณะที่เฟซบุ๊คของมัลลิกาได้โพสต์ลงหน้าwallว่า

แถลงการ์ณจากประชาชน: ขอให้ศปภ. อย่าตื่นตระหนก รัฐบาลกรุณาใช้สติในการเตรียมการ ขอให้ ศปภ. กลับบ้านและเก็บเท้าไว้ในที่สูงเพื่อไม่ให้เปียก ส่วนประชาชนช่วยเหลือตัวเองไปก่อน


รองโฆษกน่องเหล็ก-มัลลิกา บุญมีตระกูล "ติ่ง"อดีตนักปั่นจักรยานทีมชาติ มีดีกรีระดับเหรียญรางวัลซีเกมส์ อดีตผู้สื่อข่าวทีวีที่ผันตัวมาเป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สวมวิญญาณนักปั่นทีมชาติถีบเก่ง-การุณ โหสกุล ส.ส.เพื่อไทยระหว่างผู้ใหญ่ของ 2 ฝายไปประสานงานแก้น้ำท่วม ทั้งนี้เก่ง-การุณเคยสร้างวีรกรรมถีบสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ กลางสภามาก่อนหน้านี้

เกจินู้ดให้ไวงานเข้า เค๊าว่าปฏิทินแม่โขงปี55มาแว้ว

ที่มา Thai E-News

การ์ตูนโดย Gag Las Vegas

เค๊าว่าปฏิทินแม่โขง 2555 มาไวกว่ากำหนด คอนเซ็ปต์"น้ำจ้าน้ำ" จริงไม่จริงไม่รู้ ลองแซมเปิ้ลเป็นบางตอน อันนี้เกจินู้ดอย่าละเว้นต่อหน้าที่

Sunday, November 20, 2011

จับตา"หักมุม" พ.ร.ฎ.อภัยโทษ

ที่มา ข่าวสด



ยัง ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนกรณีมติครม.ผลักดันออกพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ที่เบื้องต้นถูกมองเป็นความจงใจเอื้อประโยชน์ให้ กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

จะนำพาสถานการณ์ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไปถึงจุดใด

เพราะแค่เดินมาได้เพียงครึ่งทาง อย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุว่าเป็นเรื่องลับที่ยังไม่เสร็จสิ้น

เนื่องจากยังต้องผ่านกระบวนการพิจาร ณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อนำกลับเข้าที่ประชุมครม.อีกครั้ง ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ

แต่ที่สัมผัสได้เลยทันทีก็คือ

กระแสการต่อต้านแบบ"จัดหนัก" จากบรรดาขาประจำฝ่ายตรงข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ประกาศทันทีว่ารับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น และพร้อมคัดค้านอย่างถึงที่สุด

ด้วย เหตุผลว่าการกระทำดังกล่าวทำลายระบบนิติรัฐ สร้างปัญหาวิกฤตรอบใหม่ให้ประเทศ สร้างความแตกแยก ซ้ำเติมประชาชนที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม

อีกทั้งมติครม.มีพิรุธไม่โปร่งใส

ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์มอบหมายให้รองโฆษกพรรค เดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง สถานที่ตั้งสำนักราชเลขาธิการ

ยื่นหนังสือค้านพ.ร.ฎ.อภัยโทษ เรียบร้อยแล้ว

ตามติดด้วยเสียงคำรามจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ขู่ว่ากรณีนี้กลุ่มพันธมิตรฯ จะไม่ยอมอยู่เฉยแน่

แล้วก็เป็นนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ ที่เผยว่ากลุ่มจะยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

และนัดชุมนุมคัดค้าน"ร่างกฎหมายเพื่อทักษิณ หยุดทำลายหลักนิติรัฐ" ในวันที่ 21 พ.ย.นี้

ยังมีความเคลื่อนไหวของหมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีที่นำหน้าไปก่อนแล้วด้วยการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อคัดค้าน

ขณะ ที่เครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบันของนายบวร ยสินทร เคลื่อนไหวด้วยการถวายฎีกาคัดค้าน ยังไม่นับการอ่านแถลงการณ์ต่อต้านจากกลุ่มสยามสามัคคีโดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์

รวมถึงนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตเลขานุ การคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ที่ชี้ว่า การกระทำนี้อาจเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีถูกถอดถอนทั้งคณะ

ในโลกไซเบอร์ก็ยังคึกคัก มีการจัดตั้งเฟซบุ๊กระดมความคิดเห็นต่อต้านการออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษได้กว่า 1 แสนคน

ปฏิกิริยาเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่า

"ทักษิณ"นอกจากเป็นอะไรที่น่าหวาดกลัวสุดๆ สำหรับฝ่ายตรงข้ามแล้ว ยังเป็น"สายล่อฟ้า"อันดับ 1 ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อีกด้วย

จริงอยู่ที่กระบวนการผลักดันการออกพ.ร.ฎ.อภัย โทษจะเต็มไปด้วยข้อเคลือบแคลงมากมาย

เริ่ม จากความเชื่อที่ว่ามีการ"จัดฉาก"ให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ มีเหตุจำเป็นต้องนอนค้างคืนที่ จ.สิงห์บุรี

เพื่อเปิดโอกาสให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ทำหน้าที่ประธานการประชุมครม.วันดังกล่าวแทน

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวระบุถึง"เนื้อหา"ร่างพ.ร.ฎ.ที่คณะรัฐมนตรีอ้างเป็นเรื่องลับ

ที่ บางอย่างทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการ"ล็อกสเป๊ก" เพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณให้สามารถกลับประเทศโดยไม่ต้องรับโทษจำคุก 2 ปีในคดีที่ดินรัชดาฯ

คือ ข้อกำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับพระราช ทานอภัยโทษ ที่จะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

ทั้ง ยังมีการตัดคำแนบท้ายของพ.ร.ฎ. อภัยโทษ ปี 2553 ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ตรงที่กำหนดว่าผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ต้องเป็นโทษที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติดและการทุจริตคอร์รัปชั่นออก

ไม่มีใครยืนยันว่าเนื้อหาเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ใช้วิธีแบ่งรับแบ่งสู้ ในการตอบผู้สื่อข่าวที่ยิงคำถามเรื่องนี้เข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตายและกล่าว พาดพิงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำมิบังควรว่า

รัฐบาลยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของพ.ร.ฎ.อภัยโทษได้

เนื่องจากเป็นเรื่องลับที่ยังไม่เสร็จสิ้นเรียบร้อยและไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีบทสรุปเช่นใด

ใน สถานการณ์รัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ในช่วง"เปราะบาง" ทางการเมืองจากการถูกโจมตีว่า ไม่สามารถแก้วิกฤตอภิมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

ทั้งยังมีปัญหาการบริหารจัดการ"ถุงยังชีพ"

กระทั่ง พรรคประชาธิปัตย์หยิบยกมาเป็นประเด็นยื่นต่อวุฒิสภา เข้าสู่กระบวนการ"ถอดถอน" ส.ส.เพื่อไทย 7 คนพร้อมส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ

ทั้ง ยังยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)

นอกจากข้อหาจงใจกระทำผิดรัฐธรรม นูญ บริหารงานผิดพลาดบกพร่อง ปล่อยให้มีการทุจริต ทำให้ประเทศชาติและประชา ชนได้รับความเดือดร้อนแล้ว

พรรค ประชาธิปัตย์ยังเตรียมถล่มกระ ทรวงยุติธรรมในฐานะ"ต้นเรื่อง" ผลักดันร่างพ.ร.ฎ.อภัยโทษเข้าสู่ที่ประชุมครม.นัดที่มีร.ต.อ.เฉลิมนั่งเป็น ประธาน

ในสถานการณ์มวลน้ำเหนือผสมมวลน้ำลายการเมืองรุมขนาบรัฐบาล

การให้สัมภาษณ์ของร.ต.อ.เฉลิมเกี่ยวกับพ.ร.ฎ.อภัยโทษที่ว่า "ยังเปิดเผยไม่ได้เพราะไม่รู้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีบทสรุปเช่นใด"

จึงเป็นการ"เปิดทางถอย"สำหรับรัฐบาล

โดย มีข่าววงในแจ้งให้จับตาเรื่องทั้ง หมดอาจ"หักมุม"ตอนจบ ทำนองว่าพ.ต.ท. ทักษิณจะไม่อยู่ในข่ายเป็นผู้ได้รับพระ ราชทานอภัยโทษครั้งนี้

ส่งผลให้ขบวนการจ้องสหบาทารัฐบาลต้องง้างเท้ารอเก้อ

แถมยังจะโดนข้อหาปลุกม็อบ ปั่นกระแสตื่นตูม สร้างความแตกแยกในบ้านเมืองเสียเอง

‘ประชา’ยันร่างพ.ร.ฎ.อภัยโทษฉบับรบ.ปูเนื้อหาเดียวกับปชป. ลั่นไม่เอื้อ‘ทักษิณ’

ที่มา ข่าวสด


ที่ศปภ. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงร่างพ.ร.ฎ.อภัยโทษว่า ตนในฐานะผู้ที่เสนอร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าว ตามอำนาจ คือ รมว.ยุติธรรม จึงขอทำความเข้าใจดังนี้ คือ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ตนได้เริ่มทำหน้าที่ รมว.ยุติธรรม(ยธ.) ก็เสนอร่างดังกล่าว โดยจะทำทุกปี เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด 20 คน อาทิ ปลัดยธ. เป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการตราร่าง พ.ร.ฎ. เสนอข้อคิดเห็นการอภัยโทษ การประสานงานในส่วนราชทัณฑ์ การเร่งรัดและติดตามรายงานผลการดำเนินงาน โดยวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.กัญญานุช สายทิพย์ รองปลัดยธ. ได้เสนอกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. โดยมีหลักเกณฑ์การขออภัยโทษ เสนอต่อนายพีระพันธ์

ทั้งนี้นายพีระพันธุ์ได้ให้ความเห็นชอบในท้ายของร่างดังกล่าว และเห็นด้วยในหลักการที่คณะกรรมการเสนอว่าจะต้องมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการรับ พระราชทานอภัยโทษ โดยมีเนื้อหาสำคัญ 2 ประการดังนี้ 1.ขอให้พระราชทานอภัยโทษให้แก่นักโทษเด็ดขาดที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปี ขึ้นไปโดยไม่มีเงื่อนไข เว้นแต่คดีต้องโทษประหารชีวิต และคดียาเสพติดให้โทษ และ 2.ให้ขอพระราชทานอภัยโทษและปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่มีอายุ 60-69 ปี โดยยกเลิกหรือผ่อนคลายเงื่อนไขข้อจำกัดต่างๆเท่าที่จะกระทำได้ เว้นแต่ผู้ต้องโทษประหารชีวิตหรือความผิดร้ายแรง และคดียาเสพติด ซึ่งเดิมพ.ร.ฎ.ปี 2553 มีการกำหนดเงื่อนไขไว้ท้ายพ.ร.ฎ. เมื่อนายพีระพันธุ์ พ้นจากหน้าที่ คณะกรรมการได้เสนอเรื่องมาถึงตนในวันที่ 1 ก.ย. ตนก็ได้ยืนยันว่ารับทราบในหลักการเดียวกัน ให้ดำเนินการไปตามข้อเสนอเดิม คณะกรรมการจึงนำไปดำเนินการเพื่อร่างพ.ร.ฎ.และนำเสนอมาถึงตนอีกครั้ง ในวันที่ 13 พ.ย. ซึ่งตนให้ความเห็นว่าให้กรมราชทัณฑ์นำพ.ร.ฎ.นี้ไปหารือในทางกฎหมายกับสำนัก งานคณะกรรมการกฤษฎีกาและนำเสนอมาที่ตนอีกครั้ง จากนั้นนำเข้าครม.เมื่อวันที่ 15 พ.ย.

“มีการถามว่าร่างพ.ร.ฎ.นี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่ ผมขอตอบด้วยความสัตย์จริง ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้คนใดคนหนึ่งหรือคนที่ผิดกฎหมายป.ป.ช.ในบัญชีแนบท้าย ก็ยังอยู่และผู้ต้องหาที่เกี่ยวกับยาเสพติดยังอยู่ ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์อาจทำให้คนสับสน จึงขอยืนยันว่าไม่น่าห่วงอะไร เพราะมีการเห็นชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ผิดกระบวนการทางกฎหมาย” พล.ต.อ.ประชากล่าว
เมื่อ ถามว่าสำหรับโทษที่เกี่ยวกับการทุจริตในร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้ตัดออกใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี


ต่อข้อถามว่าหมายถึงคนที่ยังไม่ได้รับโทษจะไม่ได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ฎ.นี้ ใช่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีหนังสือว่าจะไม่ขอรับพระราชทานอภัยโทษ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าใครทำหนังสืออะไรแต่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนดังกล่าว ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างมาก จึงตัดสินใจมาให้ข้อมูล เมื่อถามย้ำว่าจะระบุให้ชัดได้หรือไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้รับประโยชน์นี้ รมว.กล่าวว่า “ไม่มี ไม่ได้รับ”
เมื่อถามว่าสุด ท้ายแล้วถ้ามีชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ปรากฎได้ออกมาว่าอยู่ในข่ายจะทำอย่างไร พล.ต.อ.ประชา กล่าวพร้อมหัวเราะว่า “ผมก็ไม่อยู่”


ต่อข้อถามว่ามีการเสนอความคิดเห็นหักล้างในร่างพ.ร.ฎ. จากของเดิมหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไม่มี ไม่หักล้างอะไร

เมื่อถามว่ามีการเพิ่มข้อความว่าให้มีการอภัยโทษนักโทษที่อายุ 60 ปี ขึ้นไปซึ่งตัดสินโทษจำคุก 3 ปี รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เอาแต่ประเด็นสำคัญแล้วกันที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจ เพราะขณะนี้ยังเป็นความลับ ขอเป็นความลับไว้ก่อน อะไรที่สามารถตอบได้ตนก็ตอบหมด ส่วนจะนำเข้าครม.เห็นชอบในสัปดาห์เลยหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะพิจารณเสร็จทันหรือไม่ ยืนยันว่าร่างที่ตนเสนอไม่ขัดแย้งกับของนายพีระพันธุ์


ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่มาแถลงเรื่องดังกล่าว เนื่องจากสาเหตุอะไร พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนยุ่งเรื่องน้ำมากพอแล้ว ยังต้องมีเจอปัญหาเช่นนี้อีก ซึ่งความลับของราชการทุกคนคงทราบดีว่ามีระเบียบปฏิบัติอยู่ตามกฎหมายอะไรที่ พูดได้หรือไม่ได้ แต่หากเกิดผลเสียหายและทำให้ประชาชนสงสัย ก็จำเป็นที่ต้องอธิบาย
เมื่อถามว่าในการเสนอพ.ร.ฎ.ของปีที่ผ่านๆสามารถ เปิดเผยแต่ทำไมในปีนี้เป็นความลับ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ยืนยันว่าที่ผ่านวาระดังล่าวเป็นเรื่องลับโดยตลอด ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการที่ประชาชนมาชุมนุมต่อต้านคัดค้านขึ้น เนื่องจากขณะนี้ประเทศบอบช้ำมามากแล้ว หากตนยังพอมีเกียรติอยู่บ้างคนก็คงจะเชื่อถือในสิ่งที่อธิบาย เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ชินแล้ว ตั้งแต่รับราชการมาไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ไม่เคยมีกรณีทุจริตหรือกระทั่งถูกสอบสวน ยอมรับว่าเสียใจกับข้อกล่าวหาเด็ดขาด

"ทักษิณ" ร่อนจดหมายห่วงภัยน้ำท่วม มั่นใจ "พรฎ.อภัยโทษ" ไม่เอื้อเฉพาะบุคคล

ที่มา ข่าวสด



เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งอีเมลล์สื่อมวลชนทุกสำนัก โดยภายในเป็นจดหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่เขียนด้วยลายมือของตัวเอง ลงวันที่ 20 พ.ย.เขียนที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่แสดงความห่วงใยต่อประชาชนในช่วงที่เกิดวิกฤติการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ รวมถึงยังแสดงความคิดเกี่ยวกับการออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษกว่ารัฐบาลจะไม่ออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษดังกล่าวเพื่อตัวเอง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ห่วงอาการประชวนในหลวงไม่อยากให้ทรงหนักพระราชหฤทัย พร้อมทั้งยังเสนอให้ทุกฝ่ายที่รักชาติบ้านเมืองรู้จัก “Forgive and Forget” โดยภายในจดหมายมีเนื้อหาว่า

“พี่น้องไทยที่เคารพรัก เนื่องด้วยขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤตจากปัญหาน้ำท่วม ผมเป็นห่วงและต้องการให้ประเทศและพี่น้องประชาชนผ่านพ้นวิกฤตโดยเร็ว จึง จะจะร่วมกันฟันฝ่าภัยธรรมชาติครั้งนี้ได้ผมขอสนับสนุนมาตรการที่จะนำไปสู่ ความปรองดองในชาติและไม่อยากเห็นความพยายามใดๆที่จะทำให้บรรยากาศนี้เสียหาย และผมพร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัว ทั้งๆที่ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมมากว่า 5 ปีแล้ว เพื่อพี่น้องประชาชนผมจะอดทน

"จากการเสนอพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษประจำปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 ปี จึงมีข่าวว่าอาจจะมีผมรวมอยู่ด้วย ผมมั่นใจในหลักการที่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำการใดๆ ที่ให้ประโยชน์แก่ผมหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำใดๆ ในช่วงนี้ต้องเป็นไปเพื่อนำประเทศสู่ความปรองดองและฝ่าฟันวิกฤตจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมใหญ่เท่านั้น อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรอยู่ เราต้องไม่ทำให้พระองค์ทรงหนักพระราชหฤทัยเป็นอันขาด และผมก็มั่นใจว่าท่านนายกฯ ของเรามีแนวคิดและความตั้งใจเช่นเดียวกับผม

"สำหรับพี่น้องที่สนับสนุนผม ห่วงใยผมก็ขออย่าได้ผิดหวังเพราะเมื่อแสงแห่งธรรมปรากฏทุกอย่างจะจบเอง เพราะบ้านเมืองจะอยู่ในภาวะขัดแย้งอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้


"ท้ายนี้ ผมขอเรียกร้องทุกฝ่ายที่รักชาติบ้านเมืองจริง ต้องรู้จักคำว่า “FORGIVE ANDFORGET” คือรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ลืมเรื่องเก่าๆ เข้าสู่มิติใหม่ของวันพรุ่งนี้เพื่อบ้านเมืองและลูกหลานเราครับ ด้วยความเคารพรักและคิดถึง”พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


พท.แฉพล.อ.-นักการเมือง ส.กับ น. รวมหัวล้มรัฐบาล

ที่มา ข่าวสด


ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงกรณีที่มีการจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 27 พ.ย. นี้ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นที่น่าแปลกใจว่าทางพรรคประชาธิปัตย์โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายพล.ต.อ.ประชา พรหมนอกรมว.ยุติธรรมเพียงคนเดียว และที่น่าแปลกใจต่อมาคือ พรรคประชาธิปัตย์โดนโดดเดี่ยวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด โดยไม่มีใครเข้าชื่อร่วมอภิปรายร่วม เพราะทุกพรรคร่วมฝ่านค้านรู้ว่าเป็นเพียงเกมการเมืองเท่านั้น อีกทั้งนายอภิสิทธิ์เองก็เคยพูดว่าจะยังไม่ยื่นอภิปรายรัฐบาลเนื่องจากยังทำ งานได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น การกระทำแบบนี้จึงถือว่าเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง

ส่วนประเด็นเรื่องถุงยังชีพนั้น ก็เข้าสู่กระบวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ที่มีนายธาริต เพ็งดิษฐ อดีบดีกรมฯ ที่ถูกตั้งในสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่รอให้หน่วยงานตรวจสอบทำงาน จึงมองว่าการอภิปรายครั้งนี้จึงไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงพล.ต.อ.ประชา แต่จะกระทบชิ่งไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด้วย เป็นการแค้นไม่เลิก รอไม่ได้ เนื่องจากในสมัยหน้าเป็นวิสามัญนิติบัญญัติขออภิปรายไม่ได้ เรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นการเล่นฝ่ายค้านไม่สร้างสรรค์ แต่เมื่อมีการขออภิปรายมาแล้วก็ทางพล.ต.อ.ประชาก็จะชี้แจงอย่างเต็มที่ และจะไม่มีองครักษ์พิทักษ์พล.ต.อ.ประชาอย่างแน่นอน แต่หากเป็นการอภิปรายที่ไม่สร้างสรรค์ ข้อมูลไม่ดีจริงจะมีสวนกลับอย่างแน่นอน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้น่าจะเชื่อมโยงกับนักการเมืองใหญ่ อดีตพล.อ.ชื่อย่อ “ส.”คนหนึ่งไปสุมหัวประชุมกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านประตูน้ำกับนักการ เมืองใหญ่สองคน ชื่อย่อ “ส.” และ “น.”เกี่ยวกับเรื่องพ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ในวันที่ 14 พ.ย. ก่อนที่จะมีการประชุมครม. เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลตามแผนบันได 9ขั้น แต่หลังจากมีข่าวหลุดมาจากครม. พวกนี้มาประชุมต่อในวันที่ 16 พ.ย. หรือหลังวันที่ประชุมครม. 1วัน โดยเนื้อหาการประชุมกันมีลักษณะเหมือนขบวนการขยายว่าผลพ.ร.ฎ.อภัยโทษฯนั้น คนที่จะได้ประโยชน์คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทั้งที่การพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจแบ่งเป็น สองอย่างคือการออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษฯเป็นการทั่วไป กับการขออภัยโทษด้วยตัวเอง การออกมาเคลื่อนไหวของน.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ กลุ่มพันธมิตรฯ หรือแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาพูดก็น่าจะเป็นเรื่องที่โกหก

การพูดลักษณะนี้น่าจะเป็นการจินตนาการไปเอง พร้อมกันนี้ยังได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กยุยงประชาชน ลักษณะเดียวกันเหมือนกับยังนอนไม่หลับ แต่แกล้งฝันไปเสียแล้ว คนจะมาเชื่อฝันของคนเหล่านี้ได้อย่างไร ทางพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณที่เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัยจะกลับมาประเทศไทยก็ต้องกลับมาอย่างสง่างาม จึงอยากให้ประชาชนอย่าไปฟังการหลอกหลวงของพรรคการเมืองใด เพราะการออกพ.ร.ฎ.อภัยโทษนี้จะมีประโยชน์กับผู้ที่ถูกจำคุกอยู่ ไมได้เกิดประโยชน์ต่อพ.ต.ท.ทักษิณแต่อย่างใด

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 21/11/54 ถุงยังชีพ..ของ....

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน


สารพัด เรื่องยุ่ง ถุงยังชีพ
ต้องเร่งรีบ บอกกล่าว เรื่องราวนั้น
ทั้งชาวบ้าน น้ำท่วม อ่วมทั่วกัน
ถูกแบ่งปัน ทั่วถึง สุดซึ้งใจ....

คือสิ่งดี มีให้ ในยามยาก
คลายลำบาก หม่นหมอง จากร้องไห้
ส่งจุนเจือ ทุกถิ่นที่ พี่น้องไทย
เพิ่มความหวัง กำลังใจ ไม่ทิ้งกัน....

พรรคฝ่ายแค้น เล่นการเมือง เรื่องบัดซบ
หวังท้ารบ ให้บาดหมาง ไม่สร้างสรรค์
จ้องใส่ร้าย ซ่อนเร้น ไม่เว้นวัน
สันดานมัน แหลกเหลว สุดเลวทราม....

ถุงยังชีพ ข้าราชการ ประจานชัด
เงินเป็นมัด กองพะเนิน เกินคำถาม
รวยรวยรวย เหลือล้น จนเกินงาม
ทรัพย์ล้นหลาม ท่านได้ แต่ใดมา....

มีคนฝาก เอาไว้ หรือไรท่าน?
จึงประจาน อวดโ้อ้ ยอมโผล่หน้า
กี่ร้อยคำ ข้ออ้าง อำพรางตา
มันไร้ค่า..สมเร่งรีบ..ปลิดชีพตน.....

๓ บลา / ๒๑ พ.ย.๕๔ (พรุ่งนี้ครับ)

เกากีตาร์....ให้นางเฉยฟัง (ดีดพิณ ให้ควายฟัง)

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



เสียงสาปแช่ง..เหยียดหยาม..ลามไปทั่ว
ยังมุดหัว..เงียบงัน..ดูมัน..เฉย
จิตสำนึก..ชั่ว-ดี..ไม่มีเลย
พิโธ่เอ๋ย..ช่างไร้ค่า..ราคาคน....


เหมือนประกาศ..ให้รู้..ตรูเส้นใหญ่
ทำไม่ทำ..ช่างปะไร..ตรูไม่สน
ตรูจะเฉย..เฉื่อยชา..ท่าสัปดน
ใครจะบ่น...ใครจะด่า..อย่าบอกตรู....


กี่ร้อยเรื่อง..อัปรีย์..โจมตีรัฐ
ใครอยากจัด..อยากระยำ..ทำอดสู
อยากใส่ร้าย..ป้ายความ..หยามคนดู
มันยังอยู่..เฉยชา..อย่างหน้ามึน....


นับเวลา..ถอยหลัง..รอพังพาบ
สร้างตราบาป..เอาไว้..เพราะไร้กึ๋น
คนหนุนหลัง..โสมม..ช่างกลมกลืน
รอล้มครืน..ดับสลาย..ตายยกพวง....


๓ บลา / วันอาทิตย์สีแดง ๒๐ พ.ย.๕๔